Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เอกสารประกอบการสัมนา

เอกสารประกอบการสัมนา

Published by rin_wat2514, 2022-06-16 00:44:00

Description: เอกสารประกอบการสัมนา

Search

Read the Text Version

7. การจัดเรียนการสอนลูกเสือ – เนตรนารี (ในแต่ละวนั /ช่ัวโมง) การเปิ ดประชุมกองลกู เสือสารอง 1. พธิ ีเปิ ด ( แกรนด์ฮาวล์ ชักธงขนึ้ สวดมนต์ สงบนงิ่ ตรวจ แยก ) 2. เกมหรือเพลง 3. การเรียนวชิ าการตามหลกั สูตร 4. การเล่าเรื่องส้ันท่ีเป็ นประโยชน์ 5. พธิ ีปิ ด ( ทาวงกลมเลก็ เพื่อนดั หมาย ) ( ขยายเป็ นวงกลมใหญ่ ตรวจเครื่องแบบ แกรนด์ฮาวล์ ชักธงลง เลกิ ) การเปิ ดประชุมกองลูกเสือสามัญ สามัญรุ่นใหญ่ วสิ ามัญ การเปิ ดประชุมกองลกู เสือสามญั สามญั รุ่นใหญ่ วสิ ามัญ 1. พธิ ีเปิ ด ( ชักธงขนึ้ สวดมนต์ สงบนง่ิ ตรวจ แยก ) 2. เกมหรือเพลง ( ตามประเภทลกู เสือ ) 3. การเรียนวชิ าการตามหลกั สูตร ( ตามประเภทลูกเสือ ) 4. การเล่าเรื่องส้ันทเี่ ป็ นประโยชน์ ( ตามประเภทลูกเสือ ) 5. พธิ ีปิ ด ( นัดหมาย ตรวจเครื่องแบบ ชักธงลง เลกิ ) ****************************

8. ระเบยี บแถวเบื้องต้น การฝึ กหดั ระเบียบแถว ความม่งุ หมายของการฝึ กหดั ระเบยี บแถว 1. ฝึกหดั ใหล้ ูกเสือไดร้ ู้จกั ปฏิบตั ิตำมคำสงั่ ที่เป็นผปู้ ฏิบตั ิตำมท่ีดี เพือ่ กำร เป็นผนู้ ำที่ดีต่อไปขำ้ งหนำ้ 2. ฝึกหดั ใหเ้ กิดควำมมำนะ อดทน ในกำรที่จะช่วยบำเพญ็ ประโยชน์ ช่วยเหลือผอู้ ื่น อดทนต่อควำมเหนื่อยยำก ลำบำก เกิดควำมพยำยำม พำกเพยี ร 3. ฝึกหดั ใหล้ ูกเสือเกิดควำมพร้อมเพรียง สำมคั คที ำใหเ้ กิดควำมมีระเบียบ วินยั รู้จกั รักษำเกียรติ วินยั กลำ้ หำญ และอดทน สร้ำงควำมเชื่อมน่ั ในตนเองในกำรปฏิบตั ิกำรงำนในหนำ้ ที่ท่ีรับมอบหมำยไดด้ ี 4. ฝึกใหล้ ูกเสือรู้จกั เคำรพ เชื่อฟังผมู้ ีอำวุโสกวำ่ หรือรุ่นพ่ี (นำยหมู่ รองนำยหม่หู รือผอู้ อกคำส่ัง) 5. สร้ำงพลงั งำนควำมเขม้ แข็ง ท้งั ทำงร่ำงกำยและจิตใจ ทำใหร้ ่ำงกำยแขง็ แรง ทรวดทรงดี มีท่ำทำงองอำจ ผ่งึ ผำย มีประสำทดี ต่ืนตวั เสมอ สำมำรถเคล่ือนไหวอิริยำบถไดค้ ล่องแคลว่ วอ่ งไวตดั สินใจได้ดีและฉบั ไว ในกำรที่ จะปฏิบตั ิกิจกำรใด ๆ หรือเส่ียงอนั ตรำย 6. โดยส่วนรวมที่เกิดจำกกำรฝึกร่วมกนั 6.1 สร้ำงควำมพร้อมเพรียง สำมคั คใี นหมคู่ ณะ 6.2 สำมำรถควบคมุ กนั อยไู่ ดด้ ว้ ยควำมเป็นระเบียบเรียบร้อย สงำ่ ผำ่ เผย 6.3 มงุ่ ฝึกใหเ้ ป็นผนู้ ำและผูต้ ำมท่ีดี 7. จุดมุง่ หมำยท่ีสำคญั ผบู้ งั คบั บญั ชำจะตอ้ งเอำใจใส่อบรมลกู เสือ ใหเ้ กิด ควำมรักชำติ ศำสนำ พระมหำกษตั ริย์ รักหมู่คณะ รักเกียรติของตน ประพฤติตน อยใู่ นระเบียบ วินยั ภำยใตก้ ฎหมำยของชำติ และประเพณีของตนเอง จนสำมำรถ สละประโยชน์ส่วนตนเพ่ือส่วนรวม ในที่สุดสำมำรถสละชีพเพอ่ื ชำติได้ หมายเหตุ ลูกเสือต่ำงประเทศเรื่องกำรฝึกระเบียบแถวไมถ่ ือเคร่งครัด เพรำะ เขำถือวำ่ เป็นกำรบงั คบั อยำ่ งทหำร เดก็ ไมใ่ ช่ทหำร แต่ไทยเรำถือวำ่ กำรฝึกระเบียบแถวเป็นกำรสร้ำงควำมมีระเบียบ สร้ำงควำมพร้อมเพรียงเป็นกำรเตรียมฝึกลกู เสือไวร้ ับใชช้ ำติตอ่ ไป ฉะน้นั ในสมยั ก่อนน้ีพลเมืองดีท่ีควรปฏิบตั ิตอ่ ชำติจึง มีอยขู่ อ้ หน่ึงวำ่ “ตอ้ งสมคั รเป็นลกู เสือหรือทหำรรับใชช้ ำติ” การจดั กาลงั ฝึ ก หน่วยลูกเสือ แบง่ เป็น ก. หมู่ลกู เสือ ข. กองลูกเสือ ค. กลุม่ ลูกเสือ

หมู่ลูกเสือ มีนำยหม่เู ป็นผบู้ งั คบั บญั ชำ รองนำยหมู่เป็นผชู้ ่วย หมลู่ ูกเสือสำรองมีลูกเสือ 4-6 คน รวมนำยหมู่และรองนำยหมู่ หมู่ลูกเสือสำมญั มีลกู เสือ 6-8 คน รวมนำยหมแู่ ละรองนำยหมู่ หมลู่ ูกเสือสำมญั รุ่นใหญ่มีลูกเสือ 4-8 คน รวมนำยหมูแ่ ละรองนำยหมู่ หมู่ลกู เสือวิสำมญั 4-6 คน รวมนำยหมแู่ ละรองนำยหมู่ กองลูกเสือ 1 กอง มีกำลงั ลูกเสืออยำ่ งนอ้ ย 2 หมู่ไมเ่ กิน 6 หมู่ โดยมีผกู้ ำกบั เป็นผบู้ งั คบั บญั ชำมีรองผกู้ ำกบั เป็น ผชู้ ่วยหน่ึงคนหรือหลำยคนสุดแต่จำนวนลูกเสือ กลุ่มลกู เสือ มีกำลงั ก. ประกอบดว้ ยกองลูกเสือสำรอง กองลูกเสือสำมญั กองลูกเสือสำมญั รุ่นใหญ่ และกองลูกเสือวิสำมญั รวมกนั ประเภทละ 4 กองเป็นอยำ่ งนอ้ ย “กล่มุ ลกู เสือท่ีสมบรู ณ์” ข. ประกอบดว้ ยกองลูกเสือ 2 หรือ 3 ประเภท แต่ตอ้ งมีประเภทละ 2 กองข้ึนไป (รวมแลว้ ตอ้ งไดล้ ูกเสือ 4 กองข้นึ ไป) ค. ประกอบดว้ ยกองลกู เสือประเภทเดียว โดยมีลูกเสือต้งั แต่ 4 กองข้ึนไป อาวธุ ประจากาย ก. ผบู้ งั คบั บญั ชำและผชู้ ่วย ใชไ้ มถ้ ือ ข. นำยหมู่ ใชไ้ มพ้ ลองหรือไมง้ ำ่ มติดธงหมู่ ค. ลกู เสือสำมญั ใชไ้ มพ้ ลอง ง. ลูกเสือสำมญั รุ่นใหญ่และวิสำมญั ใชไ้ มง้ ำ่ ม จ. ลกู เสือสำรอง ไมม่ ีอำวธุ วธิ ีการและการออกคาส่ัง 1. คำบอก 2. ทำ่ สญั ญำณ 3. คำบอกและทำ่ สญั ญำณประกอบ สงั่ ดว้ ยปำกเปลำ่ เขียน หรือเคร่ืองหมำย 4. แตรหรือนกหวีด การออกคาสั่งโดยการบอก ตอ้ งปฏิบตั ิดงั น้ี 1. เสียงดงั สำมำรถไดย้ นิ ทว่ั ถึง 2. สงั่ บอกตอ้ ง ส้นั เด็ดขำด เพ่อื ใหผ้ รู้ ับปฏิบตั ิไดท้ นั ทีเมื่อไดย้ นิ คำส่งั คาบอก เพ่ือให้ผูม้ ีหน้ำท่ีในกำรฝึ กได้มีควำมเขำ้ ใจและสำมำรถใช้คำบอกตำมท่ีกำหนดไวใ้ นคู่มือเล่มน้ี เพื่อสั่งกำร ปฏิบตั ิท่ำต่ำง ๆ ไดอ้ ย่ำงถูกตอ้ งไม่สับสนและเป็นไปในแนวทำงเดียวกนั จึงแนะนำใหผ้ ใู้ ชค้ ู่มือไดท้ รำบถึงรำยละเอียด เก่ียวกบั กำรใชค้ ำบอกดงั ต่อไปน้ี (๑) ประเภทคำบอก คำบอกท่ีกำหนดไวค้ มู่ ือเล่มน้ีแบ่งออกเป็น ๔ ประเภท คือ

(ก) คำบอกแบ่ง (ข) คำบอกเป็นคำ ๆ (ค) คำบอกรวด (ง) คำบอกผสม (๒) กำรใช้คำบอก ลกั ษณะท่ีต่ำงกนั ของคำบอกประเภทต่ำงๆ จะเป็ นเคร่ืองบ่งให้ทรำบถึงลกั ษณะกำร ปฏิบตั ิของทำ่ น้นั ๆ แนวทำงในกำรใชน้ ้ำเสียงเพ่ือสั่งและเขียนไวเ้ ห็นควำมแตกต่ำงกนั เด่นชดั โดยกำรแสดงเคร่ืองหมำย ไว้ (ก) คำบอกแบง่ เป็นคำบอกท่ีใชเ้ พื่อออกคำส่ังสำหรับท่ำฝึ กท่ีส่วนใหญ่แลว้ มกั จะกำหนดไวใ้ หป้ ฏิบตั ิไดเ้ ป็น จงั หวะเดียวหรือแบ่งเป็ นจงั หวะ ๆ ได้ คำบอกแบ่งน้ี ผูใ้ ห้คำบอกจะตอ้ งเปล่งเสียงบอกในคำแรกด้วยกำรลำกเสียง ค่อนขำ้ งยำว แลว้ เวน้ จงั หวะไวเ้ ล็กน้อยก่อนเปล่งเสียงบอกในคำหลงั ดว้ ยกำรเนน้ เสียงหนักและส้ัน กำรเขียนคำบอก ชนิดน้ีจะแสดงไวใ้ ห้เห็นดว้ ยกำรใช้เครื่องหมำย – คนั่ กลำง ไวร้ ะหว่ำงคำบอกคำหนำ้ และหลงั ตวั อยำ่ งเช่น “ขวำ-หัน” เป็ นตน้ (ข) คำบอกเป็นคำ ๆ เป็นคำบอกท่ีใชเ้ พอ่ื ออกคำสง่ั สำหรับท่ำฝึ กที่ส่วนใหญ่แลว้ มกั จะไม่กำหนดใหป้ ฏิบตั ิ แบ่งเป็ นจงั หวะ ๆ ไว้ (แต่สำมำรถแบ่งกำรฝึ กออกเป็ นตอน ๆ ได)้ และจำเป็ นตอ้ งใชค้ ำบอกยืดยำว ซ่ึงอำจจะมีหลำย พยำงคก์ ็ได้ จึงจำเป็นตอ้ งเวน้ จงั หวะกำรบอกไวเ้ ป็ นตอน ๆ หรือคำ ๆ คำบอกเป็นคำ ๆ น้ี ผูใ้ ห้คำบอกจะตอ้ งเปล่งเสียง บอกท้งั ในคำแรกและคำหลงั ดว้ ย กำรวำงน้ำหนกั ไวเ้ ทำ่ ๆ กนั โดยเวน้ จงั หวะระหวำ่ งคำไวเ้ ลก็ นอ้ ย ไมต่ อ้ งลำกเสียงยำว ในคำแรกและเน้นเสียงหนักในคำหลงั เหมือนเช่น คำบอกแบ่ง กำรเขียนคำบอกชนิดน้ีจะแสดงไวใ้ ห้เห็นโดยกำรใช้ เครื่องหมำย ( , ) คน่ั กลำง ระหวำ่ งคำบอก คำหนำ้ และคำหลงั ตวั อยำ่ ง เช่น “ตำมระเบียบ, พกั ” เป็นตน้ (ค) คำบอกรวด เป็นคำบอกท่ีใชเ้ พ่อื ออกคำสัง่ สำหรับท่ำฝึกท่ีส่วนใหญแ่ ลว้ มกั จะไมก่ ำหนดให้ปฏิบตั ิ แบ่งเป็ นจงั หวะ ๆ ไว้ (แต่สำมำรถแบ่งกำรฝึ กออกเป็ นตอน ๆ ได)้ และเป็ นคำส่ังที่ไม่ยืดยำวหรือหลำยพยำงค์ จึงไม่มี ควำมจำเป็ นตอ้ งแบ่งจงั หวะกำรสั่งไวเ้ ป็นตอน ๆ หรือคำ ๆ คำบอกรวดน้ี ไม่ว่ำจะมีกี่พยำงคก์ ็ตำม ผูใ้ ห้คำบอกจะตอ้ ง บอกรวดเดียวจบ โดยกำรวำงระดับเสียงเป็ นระดับเดียว กำรเขียนคำบอกชนิดน้ีจะแสดงไวใ้ ห้เห็นโดยเขียนเป็ นคำ ติดต่อกนั ท้งั หมด ไมใ่ ชเ้ ครื่องหมำยใด ๆ ท้งั สิ้น ตวั อยำ่ งเช่น “ถอดหมวก” เป็นตน้ (ง) คำบอกผสม เป็นคำบอกท่ีมีลักษณะคลำ้ ยคำบอกเป็นคำ ๆ จะผิดกบั คำบอกเป็นคำ ๆ ตรงที่คำบอก ในคำหลงั จะเป็นคำบอกแบ่ง เพรำะฉะน้นั คำบอกประเภทน้ีจึงเป็นคำบอกท่ีใชเ้ พ่ือออกคำสั่งสำหรับท่ำฝึ กที่ส่วน ใหญ่มกั จะกำหนดใหป้ ฏิบตั ิแบ่งเป็นจงั หวะ ๆ ไดต้ ำมลกั ษณะของคำบอกแบ่งผสมอยใู่ นคำหลงั ของคำบอกผสมน้ีเป็ น หลกั คำบอกผสมน้ีผใู้ หค้ ำบอกจะตอ้ งเปล่งเสียงบอกในคำห้วงแรก เช่นเดียวกบั คำบอกเป็นคำ ๆ คอื วำงน้ำหนกั เสียงไว้ เท่ำ ๆ กนั ส่วนกำรเปลง่ เสียงในคำบอกหว้ งหลงั กค็ งเปล่งเสียงในลกั ษณะเดียวกนั กบั คำบอกแบ่ง คอื เปล่งเสียงบอก คำแรก ดว้ ยกำรลำกเสียงคอ่ นขำ้ งยำว แลว้ เวน้ จงั หวะไวเ้ ลก็ นอ้ ยก่อนท่ีจะเปล่งเสียงบอกในคำหลงั ดว้ ยกำรเนน้ เสียงหนกั และส้ัน กำรเขียนคำบอกชนิดน้ีจะแสดงไวใ้ ห้เห็นโดยใชเ้ คร่ืองหมำย ( , ) คนั่ กลำงไวร้ ะหวำ่ งคำบอกหว้ งแรกและห้วง หลงั ส่วนคำบอกในห้วงหลงั คงใช้เครื่องหมำย – ค้นั กลำงไวร้ ะหว่ำงคำบอกคำหนำ้ กบั คำหลงั ตวั อยำ่ งเช่น “ทำงขวำ , แลขวำ – ทำ” เป็นตน้

ผังแสดงจงั หวะการใช้คาบอก หนั ตำม พกั ระเบียบ 3. 4ข.วำ รูปที่ ๒ แสดงกำรบอกคำบอกเป็นคำ ๆ ทำ ทำงขวำ แลขวำ รูปที่ ๑ แสดงกำรบอกคำบอกแบ่ง ถอดหมวก รูปที่ ๓ แสดงกำรบอกคำบอกรวด รูปที่ ๔ แสดงกำรบอกคำผสม ท่าสัญญาณ ท่ำสัญญำณในกำรฝึ กระเบียบแถวใชแ้ ทนคำบอกเมื่ออยูห่ ่ำงไกลจำกลูกเสือหรือเม่ือไม่สำมำรถจะใชค้ ำบอกให้ ไดย้ นิ ทว่ั ถึง หรือในกรณีที่ตอ้ งกำรควำมสงบเงียบ กำรสงั่ กำรดว้ ยทำ่ สัญญำณ ใหใ้ ชท้ ำ่ สญั ญำณแขนและมือในกำรฝึกระเบียบแถว ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) เตรียม คอยฟังคำสั่ง หรือหยุด เหยียดแขนขวำ ข้ึนตรงเหนือศีรษะ มือแบห้ำนิ้วชิดกนั หันฝ่ ำมือไป ขำ้ งหนำ้ ลูกเสือหยุดกำรเคลื่อนไหวหรือกระทำกำรใด ๆ ท้งั สิ้น นิ่งคอยฟังคำส่ังโดยหันหนำ้ ไปยงั ผบู้ งั คบั บญั ชำ ถำ้ อยู่ ในแถวยนื อยใู่ นทำ่ ตรง (๒) รวม หรือ กลบั มำ เหยยี ดแขนขวำ มือแบหมุนเป็นวงกลมเหนือศีรษะจำกซำ้ ยไปขวำ (๓) จดั แถวหนำ้ กระดำน เหยียดแขนท้งั สองไปดำ้ นขำ้ งเสมอแนวไหล่ ฝ่ ำมือแบไปขำ้ งหน้ำ จดั แถว หนำ้ กระดำนใหท้ ิศทำงแถวหนั ตรงหนำ้ ผใู้ หส้ ญั ญำณ (๔) จดั แถวตอน เหยยี ดแขนท้งั สองไปขำ้ งหนำ้ ในแนวเดียวกบั ไหล่ แขนขนำนกนั ฝ่ำมือแบเขำ้ หำกนั (๕) เคล่ือนท่ีไปทำงหนำ้ , ทำงขวำ (ซำ้ ย), ก่ึงขวำ (ซำ้ ย), ไปทำงหลงั ผใู้ หส้ ญั ญำณ หนั หนำ้ ไปยงั ทิศทำง ท่ีตอ้ งกำร ชูแขนขวำข้นึ เหนือศีรษะ ฝ่ำมือแบไปขำ้ งหนำ้ แลว้ ลดแขนลงขำ้ งหนำ้ เสมอแนวบ่ำ (๖) หมอบลงหรือเขำ้ ที่กำบงั แขนขวำเหยียดตรงไปขำ้ งหน้ำเสมอแนวไหล่ ฝ่ ำมือแบคว่ำลดแขนลง ขำ้ งหนำ้ แลว้ กลบั ที่เดิมหลำยๆคร้ัง (๗) เร่งจงั หวะหรือเร็วข้ึน แขนขวำงอมือกำเสมอบ่ำ ชูข้นึ ตรงเหนือศีรษะแลว้ ลดลงหลำยคร้ัง หมายเหตุ ก่อนจะให้สัญญำณแต่ละท่ำน้นั ใหท้ ำสัญญำณขอ้ (๑) ก่อนทุกคร้ังไปเพื่อเป็นกำรเตือนใหร้ ู้วำ่ จะใหส้ ัญญำณ อะไร แตรหรือนกหวดี เม่ือลูกเสืออยรู่ วมกนั ในกรณีพเิ ศษหลำย กองอยปู่ ะปนกบั ประชำชน หรือเมื่อไปเดินทำงไกลและอยคู่ ่ำยพกั แรม แต่ลำพงั หน่วยลูกเสือต่ำงๆ ท่ีมำร่วมกนั หรือกองลูกเสืออำจจดั ใหใ้ ชส้ ัญญำณแตรเดี่ยวข้ึนได้ ในกำรน้ีใหใ้ ช้สัญญำณ แตรเดี่ยวของลูกเสือตำมระบไุ วแ้ ลว้ ในคมู่ ือสัญญำณแตรเด่ียวของลกู เสือ

สำหรับกำรฝึกประจำวนั ก็ดี ในโอกำสท่ีอยหู่ ่ำงไกลจำกลกู เสือกด็ ีผบู้ งั คบั บญั ชำลูกเสืออำจใชส้ ญั ญำณนกหวีด บงั คบั แถวลกู เสือ ดงั น้ี (๑) หวดี ยำว ๑ คร้ัง (__) ถำ้ เคลื่อนท่ีใหห้ ยดุ ถำ้ หยดุ อยเู่ ตือน, เตรียมตวั หรือคอยฟังคำส่ัง (๒) หวีดยำว ๒ คร้ัง (__ __) เดินต่อไป, เคล่ือนท่ีต่อไป, ทำงำนตอ่ ไป (๓) หวีดส้นั หน่ึงคร้ัง, หวีดยำวหน่ึงคร้ัง สลบั กนั ไป (_ __ , _ __) เกิดเหตุ (๔) หวีดส้นั ๓ คร้ังหวดี ยำว ๑ คร้ัง ติดตอ่ กนั ไป ( _ _ _ __ , _ _ _ __) เรียกนำยหมู่ ฯ มำรับคำสง่ั (๕) หวดี ส้ันติดกนั หลำยๆคร้ัง (_ _ _ _ _ _ _ _ _ _) ประชุม, รวม หมายเหตุ เมื่อจะใชส้ ญั ญำณ (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) ใหใ้ ชส้ ัญญำณ (๑) ก่อนทกุ คร้ัง คาส่ังด้วยปากหรือเขยี น คำส่ังดว้ ยปำก เป็นถอ้ ยคำที่ผบู้ งั คบั บญั ชำลูกเสือจะพึงสั่งให้ลูกเสือปฏิบตั ิตำมควำมตอ้ งกำรเป็ นส่วนรวม เช่น “ใหท้ ุกหมู่แยกทำกำรฝึ กระเบียบแถวภำยในเวลำ ๓๐ นำที แลว้ พกั ได้” และเช่นเดียวกนั ผูบ้ งั คบั บญั ชำลูกเสืออำจจะสั่ง เป็นลำยลกั ษณ์อกั ษรใหป้ ฏิบตั ิตำมควำมตอ้ งกำร โดยเขียนขอ้ ควำมลงบนกระดำษและนำไปใหแ้ ตล่ ะหมู่ไดท้ รำบ กาหนดการฝึ กลูกเสือท่วั ไปและการเข้าแถวตามระบบสากล กำหนดกำรฝึกลูกเสือทว่ั ไปและกำรเขำ้ แถวตำมระบบสำกล ลูกเสือใหม่ ใหท้ ำกำรฝึกระเบียบแถวในหลกั สูตรลกู เสือตรี ลูกเสือตรี ใหท้ ำกำรฝึกระเบียบแถวในหลกั สูตรลกู เสือโท ลกู เสือโท ใหท้ ำกำรฝึกระเบียบแถวในหลกั สูตรลกู เสือเอก ลูกเสือสำมญั รุ่นใหญ่ ลกู เสือวสิ ำมญั ใหม้ ีควำมชำนำญตำมหลกั สูตรลกู เสือตรี โท เอก วธิ ีจดั การฝึ ก กำรจดั กำรฝึกลกู เสือแบง่ เป็น 2 วธิ ี ก. วธิ ฝี ึ กเป็ นบุคคล มงุ่ หมำยใหล้ ูกเสือรู้จกั จดั ส่วนตำ่ ง ๆ ของร่ำงกำยใหเ้ ป็นระเบียบเรียบร้อย องอำจผ่งึ ผำย เป็นกำรปลูกฝังนิสัยใหร้ ู้จกั ปฏิบตั ิตำมคำส่ังของผบู้ งั คบั บญั ชำโดยฉบั ไวแขง็ แรง แคล่วคลอ่ งวอ่ งไว ทำใหท้ รวดทรง งำม เป็นกำรฝึกเบ้ืองตน้ เฉพำะลูกเสือใหเ้ ป็นพ้นื ฐำนในกำรฝึกส่วนรวมต่อไป (ฝึกท้งั กอง) หมายเหตุ ในกำรฝึกเป็นบุคคล ก่อนฝึกควรเขำ้ แถวเป็นรูปคร่ึงวงกลม ผกู้ ำกบั หรือผฝู้ ึ กอยทู่ ี่ก่ึงกลำงคร่ึง วงกลม เพอื่ จะไดม้ องเห็นผรู้ ับกำรฝึกไดโ้ ดยตลอด ถำ้ มีจำนวนนอ้ ยใหเ้ ขำ้ แถวหนำ้ กระดำนแถวเดียวกไ็ ด้ ผฝู้ ึกตอ้ ง อธิบำยถึงกำรฝึกตำมลำดบั ต่อไปน้ี 1. ฝึกทำอะไร 2. มีประโยชน์อยำ่ งไร 3. ทำอยำ่ งไร (สำธิตใหด้ ู) 4. ใชค้ ำอยำ่ งไร 5. ทำ่ ที่หน่ึงมีจงั หวะ แตล่ ะจงั หวะทำอยำ่ งไร (ทำเป็นตอน ๆ ใหล้ ูกเสือดูและ ทำตำม)เมื่อลูกเสือเขำ้ ใจให้แยกหมู่ออกทำกำรฝึกจะให้นำยหมหู่ รือรองผกู้ ำกบั เป็นผฝู้ ึกตำมควำมเหมำะสม

ข. วธิ ีฝึ กเป็ นหมู่เป็ นกอง คอื ฝึกพร้อมกนั ท้งั หมู่หรือกอง เป็นกำรฝึกลูกเสือ จำนวนมำกตำมกำลงั ของกองลกู เสือน้นั ๆ กำรฝึกท้งั กอง ท้งั หม่จู ะดีสมควำมมุ่งหมำย ข้ึนอยกู่ บั กำรฝึกเป็นบคุ คลมำ ก่อน ฉะน้นั ผกู้ ำกบั จะตอ้ งอบรมใหล้ กู เสือ มีควำมสำมคั คี รักหมู่คณะ จึงจะฝึกฝนไดเ้ ป็นไปตำมควำมมุ่งหมำย วธิ ีกำรฝึกเป็นหมู่เป็นกอง ตอ้ งปฏิบตั ิดงั น้ี 1. รูปแบบชิดแถวแบบตำ่ ง ๆ หรือจดั รูปขบวนของหน่วย 2. กำรเขำ้ แถว กำรจดั แถวหรือขบวน 3. กำรรวม และกำรขยำยอำวธุ 4. กำรเปล่ียนรูปแถวและกำรเปลี่ยนทิศทำงของหนำ้ แถวหรือขบวน วิเคราะห์ศัพท์ ศพั ทใ์ นกำรจดั ระเบียบแถวท่ีควรทรำบและเขำ้ ใจควำมหมำย ไดแ้ ก่ 1. แถวตอน คอื แถวท่ีจดั ซอ้ นกนั ในทำงลึก มีระยะห่ำงระหวำ่ งคน หนำ้ กบั คนหลงั เรียกวำ่ ระยะตอ่ 2. แถวหนำ้ กระดำน คอื กำรจดั แถวลกู เสือเรียงออกไปทำงซำ้ ยของหวั แถว เรียงเคยี งกนั เป็นแนวเดียวกนั คือ ไหลช่ ิดไหล่ หรือ ศอกชิดศอก ระยะระหวำ่ งบุคคลศอกถึงศอก เรียกวำ่ ระยะเคียง 3. ขบวน คือส่วนตำ่ ง ๆ ของหน่วยลกู เสือที่วำงเป็นส่วน ๆ โดยจดั เป็นแถวหนำ้ กระดำนหรือแถวตอนได้ 4. ตบั คือส่วนหน่ึงของแถวตอนที่มีลูกเสือ 2 คนข้นึ ไปจดั เป็นแถวหนำ้ กระดำน เรียงกนั หรือหมูล่ กู เสือท่ีจดั เป็นแถวหนำ้ กระดำนอยใู่ นแถวตอน หรือลกู เสือที่เขำ้ แถวเรียงกนั ไปทำงซำ้ ยของคนหลกั (นำยหมู่ หรือ คนหวั แถว เรียกคนหลกั จะอยขู่ วำสุด) ตบั ที่มีคนไม่ครบ เรียกตบั ขำด 5. คนหลกั คอื นำยหมลู่ กู เสือหรือลูกเสืออื่นท่ีถือเป็นหลกั ในกำรเดินหรือจดั แถว 6. ปี กขวำ คือส่วนท่ีอยทู่ ำงขวำสุดของแถวปี กซำ้ ย คอื ส่วนที่อยทู่ ำงซำ้ ยสุดของแถว 7. ระยะเคยี งระหวำ่ งหน่วย คอื ระยะระหวำ่ งคนปี กขวำของหน่วยซำ้ ยกบั คนปี กซำ้ ยของหน่วยขวำ 8. ระยะระหวำ่ งหน่วยระยะจำกทำ้ ยขบวนของหน่วยที่อยหู่ นำ้ ถึงตน้ ขบวนของหน่วยท่ีอยหู่ ลงั เครื่องหมายต่าง ๆ ที่ควรทราบ

กำรฝึ กแถวตำมระบบลูกเสือสำกล กำรฝึกแถวชิดเป็นกอง (TROOP FORMATION) กำรใชส้ ญั ญำณมือเรียกรูปแถวแบบตำ่ ง ๆ (Formation) กำรจดั กำลงั ลกู เสือ กองลูกเสือหรือแพคลกู เสือ กองลูกเสือสำรอง เรียกวำ่ “แพค” (Pack) กองลกู เสือสำมญั และสำมญั รุ่นใหญ่ เรียกวำ่ “กอง” (Troop) กองลกู เสือวสิ ำมญั เรียกวำ่ “กอง” (Crew) กองลกู เสือแต่ละกองจะเป็นกองลูกเสือเหล่ำใดกต็ ำม ประกอบดว้ ยลูกเสือ อยำ่ งนอ้ ย 2 หมแู่ ตไ่ มเ่ กิน 6 หมู่ หมู่ลกู เสือสำรอง ประกอบดว้ ยลูกเสือ 4-6 คน รวมท้งั นำยหมู่และรองนำยหมู่ หมู่ลูกเสือสำมญั รุ่นใหญ่ ประกอบดว้ ยลูกเสือ 4-8 คน รวมท้งั นำยหมู่และรองนำยหมู่ กองลูกเสือวิสำมญั จะแบ่งเป็นชุดหรือหม่กู ็ไดต้ ำมควำมจำเป็น แต่ควรมีนำยหมู่ 1 คนและรองนำยหมู่ 1 คนต่อ ลูกเสือวสิ ำมญั 4-6 คน กองลกู เสือวสิ ำมญั มีจำนวนลกู เสือยำ่ งนอ้ ย 10 คน แต่ไมเ่ กิน 60 คน กลุ่มลูกเสือ ก. กล่มุ ลกู เสือสมบูรณ์ ประกอบดว้ ยลกู เสือ 4 ประเภท ประเภทละ 1 กองเป็น อยำ่ งนอ้ ย คือ กองลูกเสือสำรอง กองลกู เสือสำมญั กองลูกเสือสำมญั รุ่นใหญ่และกองลกู เสือวสิ ำมญั ข. กลุ่มลกู เสือ(ไมส่ มบรู ณ์) ท่ีประกอบดว้ ยกองลกู เสือประเภทเดียวกนั ต้งั แต่ 4 กองข้นึ ไป ค. กลุ่มลูกเสือท่ีประกอบดว้ ยกองลกู เสือ 2-3 ประเภท และตอ้ งมีประเภทละ 2 กองข้ึนไป ผบู้ งั คบั บญั ชำลูกเสือ ระดบั ตำ่ ง ๆ ท่ีเป็นผบู้ งั คบั บญั ชำอยตู่ ำมโรงเรียนตำ่ ง ๆ 1. หมูล่ ูกเสือ มีนำยหมู่เป็นผบู้ งั คบั บญั ชำ รองนำยหมู่เป็นผชู้ ่วย 2. กองลูกเสือ มีผกู้ ำกบั ลกู เสือเป็นผบู้ งั คบั บญั ชำ รองผกู้ ำกบั เป็นผชู้ ่วย 3. กลุม่ ลูกเสือ มีผกู้ ำกบั กลมุ่ เป็นผบู้ งั คบั บญั ชำ รองผกู้ ำกบั กลมุ่ เป็นผชู้ ่วย หมายเหตุ โรงเรียนใดมีกลมุ่ ลูกเสือครบ 4 กลมุ่ ใหข้ อแต่งต้งั ผอู้ ำนวยกำรกองลูกเสือโรงเรียนได้ 1 ตำแหน่ง และรองผอู้ ำนวยกำรกองลกู เสือโรงเรียนไดอ้ ีก 2 ตำแหน่งไวเ้ ป็นผชู้ ่วยถือเป็นผบู้ งั คบั บญั ชำลกู เสือตำแหน่งสูงสุดของ กองลูกเสือในโรงเรียน หลกั ปฏิบตั ิในกำรเรียกแถว เม่ือผเู้ รียกเลือกที่จะยนื ท่ีเหมำะสมแลว้ ใหย้ นื ตรงอยกู่ บั ท่ี แลว้ จึงออกเสียงเรียกพร้อมกบั ใหส้ ญั ญำณมือกำรเขำ้ แถว เม่ือลูกเสือไดย้ นิ สัญญำณเรียก ตอ้ งรีบวงิ่ เขำ้ แถวตำมรูปสัญญำณท่ีผกู้ ำกบั ใหอ้ ยำ่ งรวดเร็ว และเงียบ มีระเบียบ นำยหมู่อยทู่ ำงขวำของหมู่รองนำยหมอู่ ยทู่ ำงซำ้ ยสุดของหมู่ ก่ึงกลำงแถวอยตู่ รงหนำ้ ผเู้ รียก 6 กำ้ ว ถำ้ มีหลำยหมู่ใหเ้ ขำ้ แถวเรียงตำมลำดบั หมจู่ ดั ระยะตอ่ ระยะเคยี งตำมระเบียบกำรฝึกแถว โดยมีหม่ทู ่ีหน่ึงอยู่ ทำงซำ้ ยมือของผเู้ รียก หมูท่ ่ี 1 ตอ่ ดว้ ยหมู่ท่ี 2 และ 3 ฯลฯ ตำมลำดบั จนถึงหมู่สุดทำ้ ย และทุกคนอยใู่ นท่ำจดั แถวสะบดั หนำ้ แลขวำ เม่ือไดย้ นิ “นิ่ง” ใหส้ ะบดั หนำ้ ดว้ ยและตรง

วเิ คราะห์ศัพท์ทคี่ วรรู้ ระยะเคยี ง คือระยะท่ีอยเู่ คียงไหล่โดยเรียงจำกคนที่อยทู่ ำงขวำไปทำงซำ้ ยยนื เรียงตอ่ ๆ กนั ตำมลำดบั จำกคนท่ี 1, 2 , 3 และ 4 ฯลฯ จนถึงสุดปลำยแถว (เรียงไหลซ่ ำ้ ยของคนแรกชิดไหล่ขวำของคนถดั ไปจำกหวั แถวไปหำงแถว) จดั ระยะเคยี ง ใชก้ บั แถวหนำ้ กระดำน แถวคร่ึงวงกลม แถววงกลมและแถวส่ีเหล่ียมเปิ ด ระยะต่อ คือระยะท่ีห่ำงกนั ระหวำ่ งคนท่ีอยขู่ ำ้ งหนำ้ กบั คนที่อยขู่ ำ้ งหลงั โดยอยซู่ อ้ นทำงดำ้ นหลงั ของคนอยู่ ขำ้ งหนำ้ จดั ระยะตอ่ ใชก้ บั กำรเขำ้ แถวตอนลึกหรือแถวหนำ้ กระดำน 2, 3 แถวหรือแถวหนำ้ กระดำนหลำยแถว แถวรัศมี แถวหนำ้ กระดำนหมู่ปิ ดหรือเปิ ดระยะ คนหลกั หมำยถึง นำยหมลู่ ูกเสือหรือลูกเสือท่ีอยหู่ ัวแถวคนท่ีสูงเป็นหลกั ในกำรจดั แถวหรือกำรเดิน (จดั แถว ตำมลำดบั ไหล่ คนสูงจะอย่หู วั แถว) ระยะเคียงยกขอ้ ศอก หมำยถึงเมื่อลูกเสือวิ่งมำเขำ้ แถวใหล้ ูกเสือทกุ คน (เวน้ คนสุดทำ้ ย) ใหข้ อ้ ศอกซำ้ ยงอข้นึ เอำ ฝ่ำมือวำงทำบเทำ้ บนสะเอวซำ้ ยประมำณแนวเขม็ ขดั นิ้วท้งั 5 เรียงชิดกนั ใหป้ ลำยนิ้วลงเบ้ืองล่ำง นิ้วกลำงอย่ตู รงแนวตะเขบ็ กำงเกง ศอกกำงออกเสมอแนวลำตวั กำรจดั แถว ทกุ คน (เวน้ คนหลกั ) สะบดั หนำ้ แลขวำและใหค้ นที่อยทู่ ำงซำ้ ยจำกหวั แถวนำแขนขวำของตนมำแตะจดไวก้ บั ปลำยศอก ของคนท่ีอยถู่ ดั ไป ทำงหวั แถว และเม่ือไดย้ นิ คำส่งั “นิ่ง” ใหท้ ุกคนลดศอกลงสะบดั หนำ้ ดว้ ยและตรง ยนื อยใู่ นท่ำตรง ระยะเคยี ง 1 ช่วงแขน หมำยถึงเม่ือลูกเสือว่งิ มำเขำ้ แถวให้ทกุ คน (เวน้ คนทำ้ ยแถว) ยกแขนซำ้ ยเหยยี ดตรง ออกไปทำงซำ้ ยเสมอแนวบ่ำ ฝ่ำมือคว่ำลง นิ้วท้งั 5 เรียงชิดติดกนั ใหค้ นทำงซำ้ ยจำกหัวแถวนำไหล่ขวำเขำ้ แตะจด ปลำยนิ้วกลำงของคนที่อยทู่ ำงขวำจำกหวั แถวทกุ คน(เวน้ คนหวั แถว) สะบดั หนำ้ แลขวำ เม่ือไดย้ นิ คำบอก “น่ิง” ทกุ คน สะบดั หนำ้ แลตรงลดแขนลงอยใู่ นท่ำตรง ระยะต่อ 1 ช่วงแขน เมื่อลูกเสือทุกคนวิง่ เขำ้ แถวใหว้ ิง่ มำเขำ้ แถวต่อหลงั ของคนท่ีอยขู่ ำ้ งหนำ้ โดยยกแขนซำ้ ยข้ึน ขำ้ งหนำ้ เสมอแนวบำ่ นำปลำยนิ้วกลำงแตะจดบ่ำซำ้ ยของคนท่ีอยหู่ นำ้ ของตน ตำมองตน้ คอคนที่อยขู่ ำ้ งหนำ้ เม่ือไดย้ นิ คำบอก “น่ิง” ใหล้ ดมือลงยนื อยใู่ นทำ่ ตรง สัญญาณสั่งแถว “ตรง” และ “พกั ” ก. สัญญาณแถว “ตามระเบียบพกั ” ใหผ้ เู้ รียกแถว กำมือขวำงอขอ้ ศอกยกกำมือมำอยใู่ นแนวเขม็ ขดั แลว้ สลดั กำมือเหวีย่ งออกไปทำงขวำขำ้ งลำตวั ใหแ้ ขนเหยยี ดตรง เอียงออกจำกลำตวั กำงประมำณ 45 องศำ ข. สัญญาณ “ตรง” หรือ “นงิ่ ” ใหผ้ เู้ รียกแถวกำมือขวำแลว้ เหยยี ดแขนขวำเฉียงออกนอกลำตวั ไปขำ้ ง ๆ กำงประมำณ 45 องศำ แลว้ กระตกุ แขนขวำเขำ้ หำตวั งอศอกเหวี่ยงกำมือข้ึนมำอยใู่ นแนวเสมอแนวเขม็ ขดั กำรเรียกแถวของลกู เสือนิยมใชก้ นั 2 แบบ คอื

ก. เรียกแถวแบบลูกเสือสำกลใชบ้ อกรูปแถวโดยใชส้ ัญญำณมือ (Formation) หนำ้ แถวจะอยหู่ ่ำงหนำ้ ผเู้ รียก 6 กำ้ ว ก่ึงกลำงแถวลกู เสืออยตู่ รงหนำ้ ผเู้ รียก ข. เรียกแถวแบบใชเ้ สียงบอกรูปแถว เช่น “แถวหนำ้ กระดำน 2 แถว-แถว มำหำ ขำ้ พเจำ้ ” หนำ้ แถวอยหู่ ่ำงจำกผเู้ รียก 6 กำ้ ว หวั แถวอยตู่ รงหนำ้ ผเู้ รียก ฉะน้นั ผเู้ รียกแถวอยำ่ สับสน ข้อเสนอแนะ 1. ก่อนจะเรียกแถวผเู้ รียกตอ้ งหำพ้นื ท่ียนื ใหเ้ มำะสมกบั แถวท่ีจะใหล้ กู เสือเขำ้ แถวให้พอ 2. เม่ือไดส้ ถำนที่แลว้ ยนื อยกู่ บั ท่ีในทำ่ ตรงสง่ำ แลว้ จึงเรียกแถว ใหส้ ญั ญำณใหถ้ กู ตอ้ งแขง็ แรงเม่ือว่ิงมำเขำ้ แถว หยดุ ส่งสญั ญำณทนั ท่ีเพรำะลูกเสือเห็นและเขำ้ ใจสญั ญำณแลว้ 3. ขณะลกู เสือกำลงั จดั แถว ผเู้ รียกแถวจะสง่ั เตือน “จดั แถว” ดว้ ยก็ได้ 4. เมื่อตกั เตือน แนะนำ เห็นวำ่ ลูกเสือเขำ้ แถวถกู ตอ้ งแลว้ จึงส่งั “นิ่ง” ลูกเสือตอ้ งลดมืออยำ่ งแขง็ แรง รวดเร็ว และยนื ตรง ในกำรเรียกแถวโดยใชส้ ัญญำณมือบอกรูปแถว ผเู้ รียกจะตอ้ งออกเสียงเรียกแถวนำสญั ญำณมือดงั น้ี ก. กองลูกเสือสำรอง ใชค้ ำเรียกนำวำ่ “แพค” พร้อมกบั ให้สญั ญำณมือบอกรูปแถว ข. กองลกู เสือเหลำ่ อ่ืนๆใชค้ ำเรียกนำวำ่ “กอง” พร้อมกบั ส่งสัญญำณมือบอกรูปแถว สัญญาณเข้าแถวรูปต่าง ๆ (Troop Formation) 1. สัญญาณเข้าแถว “หน้ากระดานแถวเดยี่ ว” (In Line) (จดั ระยะเคยี งส่วนบุคคลและระยะเคยี งระหวำ่ งหมูช่ ่วงศอกซำ้ ยฝ่ำมือเทำ้ สะเอวแต่ถำ้ แถวเพื่อตรวจตอนเชำ้ สำหรับ กำรอยคู่ ำ่ ยพกั แรมใหเ้ วน้ ระยะเคียงระหวำ่ งหมู่ 1 ช่วงแขนซำ้ ย) การให้สัญญาณ ผเู้ รียกแถวยนื อยกู่ บั ที่ ยกแขนท้งั สองเหยยี ดกำงออกไปท้งั สองขำ้ งเสมอแนวบ่ำ ฝ่ำมือท้งั สอง แบนิ้วท้งั 5 แนบชิดติดกนั หนั ฝ่ำมือไปขำ้ งหนำ้ พร้อมกบั ออกเสียงเรียก “กอง” หรือ “แพค” ตำมเหลำ่ ลูกเสือท่ีเขำ้ แถว

การปฏิบัติ เม่ือลูกเสือไดย้ นิ เสียงเรียกแถวและเห็นสญั ญำณใหร้ ีบว่งิ ออกไป เขำ้ แถวตรงหนำ้ ผเู้ รียกใหก้ ่ึงกลำงแถวอยตู่ รงหนำ้ ผเู้ รียก 6 กำ้ ว หนั หนำ้ เขำ้ หำผเู้ รียก ถำ้ มีหลำยหมู่ หม่ทู ี่ 1 อยทู่ ำงซำ้ ยมือของผเู้ รียก โดยมีหมู่ที่ 2 , 3 ฯลฯ เรียงต่อหมทู่ ี่ 1 ออกไปทำงซำ้ ยมือ ทุกคนของแต่ ละหม่จู ดั ระยะเคยี งโดยกำรยกขอ้ ศอกซำ้ ยข้นึ เอำฝ่ำมือเทำ้ สะเอว คนทำงซำ้ ยเอำแขนขวำเขำ้ มำแตะจดศอกคนทำงขวำ และจดั ระยะเคียงระหวำ่ งหมู่ยกศอกข้ึนเช่นเดียวกนั และใหย้ นื สะบดั หนำ้ แลขวำ(เวน้ คนหวั แถวแลตรง และคนทำ้ ย แถวไมต่ อ้ งยกศอก) ผเู้ รียกแถวจะสงั่ “จดั แถว” เตือนอีกก็ได้ เมื่อผูเ้ รียกแถวเห็นวำ่ เรียบร้อยจึงส่ัง “น่ิง” ทกุ คนลดมือยนื อยใู่ นท่ำตรง หมายเหตุ ถำ้ เป็นแถวเปิ ดระยะใหจ้ ดั ระยะเคียงระหวำ่ งบุคคลในหมแู่ ละระยะเคยี งระหวำ่ งหมู่ 1 ช่วงแขน (ยก แขนซำ้ ยเหยยี ดออกขำ้ งเสมอบำ่ ฝ่ำมือแบคว่ำลงใหป้ ลำยนิ้วกลำงแตะบ่ำขวำของคนถดั ไปทำงหำงแถว คนหำงแถวไม่ ตอ้ งยกแขน) 2. แถวตอนเรียงหน่งึ (หมู่เดียว) หรือแถวหมู่ตอนลกึ (In Row)

การให้สัญญาณ ผเู้ รียกแถวยนื ตรงอยกู่ บั ท่ี ฝ่ำมือแบท้งั สองขำ้ งนิ้วแนบชิดติดกนั ยกแขนท้งั สองเหยยี ดข้ึน ตรงหนำ้ เสมอแนวบ่ำ หันฝ่ำมือเขำ้ หำกนั ลำแขนขนำนกนั พร้อมกบั ออกเสียง “กอง” หรือ “แพค” ตำมเหล่ำลูกเสือเขำ้ แถว การปฏิบตั ิ ลูกเสือแต่ละหมวู่ ิ่งมำเขำ้ แถวหมู่ตอนลึกตรงหนำ้ ผเู้ รียก ใหก้ ่ึงกลำงแถว (กอง) ตรงหนำ้ ผเู้ รียก ห่ำงผเู้ รียก 6 กำ้ ว โดยนำยหมูย่ นื หนั หนำ้ เขำ้ หำผเู้ รียกลกู หมู่ แต่ละหมูเ่ รียงต่อไปทำงดำ้ นหลงั นำยหมูข่ องตนเรียงต่อหลงั กนั ไปตำมลำดบั คนสุดทำ้ ย เป็นรองนำยหมู่ จดั ระยะต่อระหวำ่ งบุคคลขำ้ งหนำ้ และหลงั ในแตล่ ะหมู่ 1 ช่วงแขนซำ้ ย (ยกแขนซำ้ ยฝ่ำมือแบนิ้วชิดติดกนั ควำ่ ฝ่ำมือลง เหยยี ดแขนไปขำ้ งหนำ้ เสมอแนวบ่ำ ปลำยนิ้วกลำงแตะบำ่ ซำ้ ยของคน ขำ้ งหนำ้ นำยหม่ไู ม่ตอ้ งยกแขน) ส่วนหมทู่ ี่ 2,3,4 ฯลฯ เขำ้ แถวเรียงเคียงออกไปทำงซำ้ ยของหมู่ 1 หรือหมูห่ ลกั จดั ระยะเคยี งระหวำ่ งหมู่ยกศอกข้ึนฝ่ำมือเทำ้ สะโพก หมายเหตุ 1. กำรจดั แถว นำยหม่จู ดั วดั ระยะเคยี งคงไว้ 2. ลูกหมู่จดั ระยะต่อคงไวไ้ ม่ลดมือลง 3. เม่ือเรียกแถวแลว้ อำจสงั่ “จดั แถว” เพื่อเตือนไมใ่ หล้ ูกเสือลดมือลง 4. เม่ือตรวจแถวเห็นวำ่ เรียบร้อยถูกตอ้ งใหส้ งั่ “กอง, น่ิง” หรือ “แพค, นิ่ง” ลกู เสือทุกคนลดมือลงอยใู่ นท่ำตรง 5. ขณะจดั แถวนำยหมู่ทกุ คนเวน้ หมู่หลกั สะบดั หนำ้ แลขวำ ลูกหม่มู องตรงคอคนหนำ้ 3. แถวหน้ากระดานหมู่ปิ ดระยะ (Close Column) การให้สัญญาณ ผเู้ รียกแถวยนื ตรงอยกู่ บั ที่ ฝ่ำมือท้งั สองกำ ยกแขนท้งั สอง ข้นึ ตรงหนำ้ ท่อนแขนขนำนกนั เสมอบำ่ งอศอกใหท้ ่อนแขนล่ำงต้งั ฉำกกบั ท่อนแขนบนหนั กำมือเขำ้ หำกนั พร้อมออก เสียง “กอง” หรือ “แพค” ตำมเหล่ำลูกเสือท่ีเขำ้ แถว การปฏิบัติ หมู่ที่ 1 วิ่งมำเขำ้ แถวหนำ้ กระดำนตรงหนำ้ ผเู้ รียกก่ึงกลำงหมู่ห่ำงผเู้ รียกประมำณ 6 กำ้ ว จดั ระยะ เคียงยกศอกข้นึ เอำฝ่ำมือเทำ้ สะโพก สะบดั หนำ้ แลขวำ

(ยกเวน้ นำยหม)ู่ คนทำงซำ้ ยจดั ใหบ้ ำ่ ขวำมำแตะปลำยศอกซำ้ ย (คนหำงแถวไมต่ อ้ งยกศอกข้ึน) และ สะบดั หนำ้ แลขวำ (เวน้ นำยหม)ู่ หมูท่ ี่ 2, 3 ฯลฯ เรียงซอ้ นไปทำงดำ้ นหลงั หมู่ท่ี 1 ต่อ ๆ กนั ไปตำมลำดบั หมู่ นำยหมู่หมู่หลงั ๆ จดั ระยะต่อ ระหวำ่ งหมู่ 1 ช่วงแขนแลว้ รีบลดมือลงมำจดั ระยะเคยี งระหวำ่ งบุคคลแลว้ คงไว้ ยนื ตรงคอคนหนำ้ เมื่อผเู้ รียกแถวเห็น วำ่ แถวเรียบร้อยจึงส่งั “น่ิง” ทุกคนลดมือลงมำยนื อยใู่ นท่ำตรง หมายเหตุ กำรวดั ระยะตอ่ ระหวำ่ งหมู่ ,นำยหมู่ 2, 3 ฯลฯ เป็นผวู้ ดั แลว้ รีบลดแขนมำอยู่ในกำรจดั ระยะเคียงยก ศอก 4. แถวหน้ากระดานหมู่เปิ ดระยะ (Open Column) การให้สัญญาณ ผเู้ รียกยนื แถวตรงอยกู่ บั ที่กำมือท้งั สองขำ้ งยกแขนท้งั สองขำ้ ง กำงออกไปขำ้ ง ๆ เสมอแนวบำ่ งอศอกท้งั สองใหท้ ่อนแขนล่ำงต้งั ฉำกกบั ท่อนแขนบน หนั หนำ้ แขนและกำป้ันออกไป ขำ้ งหนำ้ พร้อมกบั ออกเสียง “กอง” หรือ “แพค” ตำมเหลำ่ ลกู เสือท่ีเขำ้ แถว การปฏิบัติ ลกู เสือวงิ่ มำเขำ้ แถวเช่นเดียวกบั แถวหนำ้ กระดำนหมปู่ ิ ดระยะก่ึงกลำงแถวอยตู่ รงหนำ้ ผเู้ รียก 6 กำ้ ว จดั ระยะเคียงระหวำ่ งบุคคลยกศอกซำ้ ยข้ึนฝ่ำมือเทำ้ สะโพกแต่จดั ระยะระหวำ่ งหมู่ 3 ช่วงแขน (ประมำณ 3 กำ้ ว) ผเู้ รียกแถวสง่ั “จดั แถว” เพอ่ื เตือนเมื่อตรวจแถวเห็นวำ่ เรียบร้อยแลว้ จึงส่ัง “น่ิง” ทุกคนลดมือลงอยใู่ นทำ่ ตรง

5. แถวครึ่งวงกลมหรือเกือกม้า (Horse shoe) การให้สัญญาณ ผเู้ รียกแถวยนื ตรงอยกู่ บั ที่ แบมือท้งั สองขำ้ งนิ้วชิดติดกนั เหยยี ดแขนท้งั สองขำ้ งตรงหนำ้ คว่ำ ฝ่ำมือลง กำงแขนเหยยี ดออกไปขำ้ งลำตวั กำงประมำณ 45 องศำ แลว้ แกวง่ แขนท้งั สองผำ่ นลำตวั ใหฝ้ ่ำมือมำไขว้ ประสำนกนั ทำงดำ้ นหนำ้ มือขวำอยเู่ หนือมือซำ้ ยแลว้ แกวง่ กลบั ออกไปขำ้ ง ๆ แกวง่ สลบั ไปมำชำ้ ๆ 2-3 คร้ัง (เป็นรูปคร่ึง วงกลม) พร้อมกบั ออกเสียง “กอง” หรือ “แพค” ตำมเหล่ำลกู เสือ เขำ้ แถว การปฏบิ ตั ิ ลกู เสือแตล่ ะหมวู่ ่งิ เขำ้ แถวเป็นรูปคร่ึงวงกลมเรียงตำมลำดบั หมู่ โดยใหท้ ้งั หมู่ 1 อยทู่ ำงซำ้ ยของ ผเู้ รียกแถว นำยหมูห่ มู่ 1 เป็นคนหลกั ยืนตรงซำ้ ยมือของผเู้ รียก ห่ำงจำกผเู้ รียกพอสมควร หมทู่ ี่ 2, 3 ฯลฯ เขำ้ แถวเรียง ต่อหมูท่ ี่ 1 ออกไปทำงซำ้ ยตำมลำดบั หมทู่ ุกคนเขำ้ แถวโดยจดั ระยะเคยี งยกศอกซำ้ ยข้นึ ฝ่ำมือเทำ้ สะโพก คนทำงซ้ำย เอำแขนขวำแตะศอกคนทำงขวำ และพยำยำมจดั แถวเป็นรูปคร่ึงวงกลม (คนทำ้ ยสุดไมต่ อ้ งยกแขนจดั ระยะ) เมื่อเห็นวำ่ แถวเรียบร้อยส่งั “น่ิง” ทกุ คนลดมือลงยนื ในทำ่ ตรง

6. แถววงกลม (Circle) มี 2 แบบ 6.1 แถววงกลมโดยมผี ู้เรียกเป็ นจุดศูนย์กลาง การให้สัญญาณ ผเู้ รียกยนื ตรง ฝ่ำมือท้งั สองแบนิ้วท้งั 5 แนบชิดติดกนั แขนท้งั สองเหยยี ดตรงลงมำ ขำ้ งหนำ้ ห่ำงลำตวั ประมำณ 45 องศำ คว่ำฝ่ำมือลงใหข้ อ้ มือไขวป้ ระสำนกนั แลว้ คอ่ ย ๆ แกวง่ แขนชำ้ ๆ ออกขำ้ ง ๆ ผำ่ น ลำตวั เฉียงออกไป และแกวง่ แขนเลยไปทำงดำ้ นหลงั ใหฝ้ ่ ำมือประสำนกนั ทำงดำ้ นหลงั เป็นรูปวงกลม พร้อมกบั ออก เสียง “กอง” หรือ “แพค” ตำมเหลำ่ ลกู เสือที่เรียกเขำ้ แถว (กำรแกวง่ แขน ควรแกวง่ สัก 2-3 รอบหรือเมื่อเห็นลกู เสือว่ิงมำ เขำ้ แถวแลว้ กห็ ยดุ แกวง่ ) การปฏิบตั ิ ใหล้ กู เสือหมทู่ ี่ 1 วง่ิ มำเขำ้ แถวอยทู่ ำงซำ้ ยมือของผเู้ รียกจดั แถวเรียงเป็นรูปวงกลมโดยมีหมู่ 2, 3 ฯลฯ จดั แถวเรียงทำงซำ้ ยของหมู่ท่ี 1 ทกุ คนจดั ระยะเคยี งระหวำ่ งบคุ คลและระหวำ่ งหมโู่ ดยกำรยกศอกซำ้ ยข้ึน เอำฝ่ำ มือเทำ้ สะโพกสะบดั หนำ้ แลขวำ (ยกเวน้ คนหลกั ไมต่ อ้ งสะบดั หนำ้ ) เมื่อตรวจแถวเห็นวำ่ เรียบร้อยดีแลว้ สัง่ “น่ิง” ลูกเสือ ทกุ คนลดมือลงอยใู่ นท่ำตรงพร้อมสลดั หนำ้ แลตรง หมำยเหตุ ขณะที่ลกู เสือวิ่งมำเขำ้ แถวไดร้ ูปร่ำงแบบแลว้ ผเู้ รียกแถวจะสงั่ “จดั แถว” เป็นกำรเตือนดว้ ยก็ไดแ้ ลว้ จึงสั่ง “นิ่ง”

6.2 แถววงกลม ผ้เู รียกแถวอยู่ท่ีเส้นรอบวงกลม (คือเป็นส่วนของวงกลมดว้ ย) การให้สัญญาณ ผเู้ รียกแถวยนื ตรงอยกู่ บั ท่ี กำมือขวำแลว้ เหยยี ดแขนขวำ กำข้ึนไปตรงหนำ้ เสมอแนวบ่ำ แลว้ ยกแขนข้นึ เหนือศีรษะ หมนุ แขนเลยไปทำงขำ้ งหลงั จนเลยมำบรรจบกนั ท่ีเดิมเป็นวงกลม พร้อมกบั ออกเสียง “กอง” หรือ “แพค” ตำมเหล่ำลกู เสือท่ีเรียกเขำ้ แถว การปฏบิ ตั ิ ใหล้ ูกเสือว่ิงมำเขำ้ แถวเป็นรูปวงกลมโดยใหห้ มู่ที่หน่ึงยนื อยู่ ขำ้ งซำ้ ยมือของผเู้ รียกใหน้ ำยหมู่ที่ 1 ยนื ชิดผเู้ รียก หม่ทู ี่ 2, 3 ฯลฯ เรียงตอ่ ออกไปตำมลำดบั จนบรรจบกนั เป็นรูปวงกลม รองนำยหมู่หมูส่ ุดทำ้ ยอยชู่ ิดทำงขวำของผเู้ รียกทุกคน (เวน้ ผเู้ รียก) จดั ระยะเคยี งระหวำ่ งบคุ คลและระหวำ่ งหมูย่ กศอก ซำ้ ยข้นึ ฝ่ำมือเทำ้ สะโพก เมื่อตรวจแถวเรียบร้อยสง่ั “น่ิง” ทกุ คนลดมือลงอยใู่ นทำ่ ตรง 7. แถวรัศมีหรือล้อเกวียน (Cart Wheel)

การให้สัญญาณ ผเู้ รียกยนื ตรง เหยยี ดแขนขวำข้นึ เหนือศีรษะทำมมุ ประมำณ 45 องศำ กบั ศีรษะ ฝ่ำมือแบ นิ้วท้งั 5 กำงออกและเหยยี ดตรงพร้อมกบั ออกเสียง “กอง” หรือ “แพค” ตำมเหล่ำลูกเสือท่ีเรียกเขำ้ แถว การปฏบิ ัติ ใหล้ ูกเสือวงิ่ มำเขำ้ แถวหม่ตู อนลึกตรงหนำ้ ผเู้ รียก ห่ำงผเู้ รียกประมำณ 6 กำ้ ว เรียงตำมลำดบั หมู่ ใหห้ มู่ 1 อยทู่ ำงดำ้ นซำ้ ยมือของผเู้ รียกแถว จดั รูปแถวเป็นรูปพดั คลี่ทกุ คนจดั แถวตรงคอคนหนำ้ ในหม่ขู องตนยกแขน ซำ้ ยเหยยี ดตรงหนำ้ เสมอบ่ำจดั ระยะตอ่ (ยกเวน้ นำยหมู่)เมื่อเห็นเรียบร้อยแลว้ สัง่ “น่ิง” ทกุ คนลดแขนลงยนื ในท่ำตรง 8. แถวรูปสี่เหลย่ี มเปิ ดด้านหนึ่ง (แถวส่ีเหล่ียมปำกเปิ ดหรือเขำ้ แถว 3 ดำ้ น) การให้สัญญาณ ผเู้ รียกแถวยนื ตรงอยกู่ บั ท่ี (อยทู่ ำงดำ้ นเปิ ด) ยกแขนท้งั สองเหยยี ดข้ึนตรงหนำ้ งอศอกท้งั สองขำ้ งข้ึนเลก็ นอ้ ย ฝ่ำมือท้งั สองแบบ นิ้วท้งั 5 ชิดติดกนั ใหฝ้ ่ำมือไขวก้ นั ตรงหนำ้ ฝ่ ำมือขวำทบั หลงั มือซำ้ ย สูง ประมำณแนวคำง พร้อมกบั ออกเสียง “กอง” หรือ “แพค” ตำมเหลำ่ ลูกเสือท่ีเขำ้ แถว การปฏบิ ตั ิ ลกู เสือวง่ิ เขำ้ แถวปำกเปิ ด โดยมีก่ึงกลำงแถวอยตู่ รงหนำ้ และห่ำงผเู้ รียก ประมำณ 6 กำ้ ว หมู่ 1 อยู่ ซำ้ ยมือผเู้ รียก หมอู่ ่ืนเรียงต่อหมู่ 1 หม่สู ุดทำ้ ยอยขู่ วำมือของผเู้ รียก เมื่อเห็นวำ่ เรียบร้อยแลว้ สงั่ “นิ่ง” ลูกเสือลดมือลงยนื ตรง หมายเหตุ กำรเขำ้ แถวส่ีเหล่ียมปำกเปิ ดขององั กฤษใหส้ ญั ญำณตำ่ งกบั ของเรำ สัญญำณขององั กฤษ จะกำมือ ท้งั สองขำ้ ง แลว้ ยกแขนท้งั สองเหยยี ดข้ึนตรงหนำ้ สูงกวำ่ แนวบำ่ 15 องศำ ลำแขนท้งั สองขนำนกนั งอขอ้ ศอกเลก็ นอ้ ย พร้อมกบั ออกเสียง “กอง” หรือ “แพค” ตำมเหลำ่ ลกู เสือท่ี เขำ้ แถว รูปแถวเหมือนกบั ขอ้ 8

ท่าถอดหมวก ๑) ถอดหมวก คาบอก “ถอดหมวก” การปฏิบัติ ก. แบมือซำ้ ยและงอศอกจนแขนท่อนล่ำงไดฉ้ ำกกบั แขนท่อนบน นิ้วหวั แม่มือต้งั ข้ึนขำ้ งบนพร้อมกนั น้ันใช้ มือขวำ จบั ที่กะบงั หน้ำหมวก (หมวกทรงกลมที่มีกะบงั หน้ำหมวก , หมวกทรงหมอ้ ตำล) จบั ท่ีปี กหมวกด้ำนหน้ำ (หมวกปี กกวำ้ งพบั ขำ้ งและไม่พบั ขำง) จบั ที่ขอบหมวกดำ้ นขวำ (หมวกทรงอ่อน) จบั ที่ขอบหมวกบนดำ้ นหนำ้ (หมวก กลำสี) ข. ถอดหมวกออกจำกศีรษะ วำงครอบครัวหวั แม่มือซ้ำย ใหห้ นำ้ หมวกหนั ไปทำงขวำ ขอบหมวกดำ้ นอก อยรู่ ะหวำ่ งนิ้วหวั แมม่ ือกบั นิ้วช้ี ค. ลดมือขวำลงมำอยใู่ นท่ำตรงพร้อมกบั มือซำ้ ยจบั หมวกดว้ ยนิ้วหวั แม่มือ กบั นิ้วอ่ืนท้งั ส่ี ทา่ ถอดหมวก (หมวกทรงออ่ น) ท่าถอดหมวก (หมวกทรงอ่อน) ท่าถอดหมวก (หมวกทรงออ่ น) จงั หวะ ๑ จังหวะ ๒ จงั หวะ ๓ คาบอก “สวมหมวก” การปฏบิ ัติ ก. ใชม้ ือขวำจบั หมวกที่อยใู่ นมือซำ้ ย เช่นเดียวกบั กำรถอดหมวก ข. ยกหมวกข้ึนสวมศีรษะ มือซำ้ ยช่วยจดั หมวกกไ็ ด้ ค. ลดมือท้งั สองลงมำอยใู่ นท่ำตรงอยำ่ งแขง็ แรง หมายเหตุ ก) ท่ำถอดหมวกใชใ้ นโอกำสเกี่ยวกบั พธิ ีสงฆห์ รือทำงศำสนำ เช่น พิธีสวนสนำมที่มีกำรประพรมน้ำพระพุทธ มนต์ เป็นตน้ ข) กำรหดั ในข้นั แรก ควรกระทำเป็นตอน ๆ เม่ือลูกเสือมีควำมเขำ้ ใจดีแลว้ จึงหดั โดยเปิ ดตอน ค) ถำ้ ลกู เสือถือไมพ้ ลองหรือไมง้ ่ำม ก่อนทำทำ่ ถอดหมวกและสวมหมวก ใหน้ ำอำวธุ มำไวร้ ะหว่ำงปลำยเทำ้ ท้งั สอง แลว้ พิงทอ่ นบนไวก้ บั แขนซำ้ ย คร้ันแลว้ จึงปฏิบตั ิตำมข้นั ตอนตำ่ ง ๆ ตอ่ ไป และเม่ือถอดหรือสวมหมวกเรียบร้อย แลว้ จึงนำไมพ้ ลองหรือไมง้ ำ่ มไปอยใู่ นทำ่ เรียบอำวุธตำมเดิม

ทำ่ สวมหมวก (หมวกทรงออ่ น) จงั หวะ ๑ ทำ่ สวมหมวก (หมวกทรงออ่ น) จงั หวะ ๒ ทำ่ สวมหมวก (หมวกทรงอ่อน) จงั หวะ ๓ การถวายราชสดุดี คาบอก “ถอดหมวก , นงั่ ” การปฏิบัติ เมื่อส่ัง “ถอดหมวก” เวน้ ระยะไวพ้ อสมควร เม่ือลูกเสือทุกคนถอดหมวกเรียบร้อยแลว้ ให้ส่ัง “นงั่ ” เม่ือ ลูกเสือไดย้ ินคำสั่งว่ำ “นงั่ ” ให้กำ้ วเทำ้ ซำ้ ยไปขำ้ งหนำ้ คร่ึงกำ้ ว คุกเข่ำขวำลงต้งั เข่ำซ้ำย นงั่ ลงบนส้นเทำ้ ขวำ มือขวำแบ คว่ำ วำงลงบนเข่ำขวำมือซำ้ ยท่ีถือหมวกวำงพำดบนเขำ่ ซำ้ ย และต้งั ฉำกกบั เข่ำซำ้ ย เม่ือร้องเพลงรำชสดุดี ให้กม้ หนำ้ เล็กนอ้ ย และให้เงยหนำ้ ข้ึนตำมเดิมเม่ือเพลงจบ เมื่อส่ังวำ่ “ลุก” ให้ลูกเสือลกุ ข้ึน โดยดึงเทำ้ ซ้ำยท่ีกำ้ วออกไปกลบั มำชิดเทำ้ ขวำและเม่ือส่ัง “สวมหมวก” ให้ลูกเสือสวมหมวกโดยเร็ว แลว้ อยู่ในท่ำ ตรง หมายเหตุ ในกรณีที่ลูกเสือมีไมพ้ ลองหรือไมง้ ่ำม ใหถ้ อดหมวกในท่ำที่มีอำวุธเสียก่อน แลว้ จึงนงั่ โดยนำไมพ้ ลองหรือ ไมง้ ่ำมไปวำงไวต้ ำมยำว ชิดขำขวำทำงขวำ มือขวำคงแบคว่ำวำงบนเขำ่ ตำมปกติ กำรถวำยรำชสดุดี การถอดหมวกเพ่ือสวดมนต์ - สงบน่งิ ก. หมวกลกู เสือสำรอง หมวกทรงกลมมีกะบงั หนำ้ หมวก ใช้มือขวำจบั ที่กะบงั หนำ้ หมวก แลว้ ถอดหมวกพร้อมกบั ยกมือซ้ำยข้ึนมำประกบกบั มือขวำในท่ำพนมมือ ให้ ดำ้ นในของหมวกหนั ไปทำงซำ้ ย หนำ้ หมวกอยขู่ ำ้ งบน กะบงั หมวกอยรู่ ะหวำ่ งฝ่ำมือท้งั สอง และหนีบหมวกไว้

เวลำสงบนิ่ง ใหล้ ดมือขวำที่ถือกะบงั หนำ้ หมวกไปอยู่ก่ึงกลำงลำตวั แขนเหยียดตรงพร้อมกบั วำงฝ่ ำมือซ้ำยทบั ลงบนหลงั มือขวำ กม้ หนำ้ เลก็ นอ้ ย สงบน่ิงอยปู่ ระมำณ ๑ นำที แลว้ เงยหนำ้ ข้ึนสวมหมวก ข. หมวกลูกเสือสำมญั หมวกปี ก กวำ้ งพบั ขำ้ ง ใชม้ ือขวำจบั ที่ปี กหมวกดำ้ นหนำ้ แลว้ ถอดหมวกพร้อมกบั ยกมือ ซำ้ ยข้ึนมำประกบกบั มือขวำในท่ำพนมมือ ให้ดำ้ นในของหมวกหันไปทำงซ้ำยดอกจนั หนั ไปดำ้ นหนำ้ ให้ปี กหมวกอยู่ ระหวำ่ งฝ่ำมือท้งั สอง และหนีบหมวกไว้ เวลำสงบนิ่ง ใหป้ ฏิบตั ิเช่นเดียวกบั หมวกลูกเสือสำรอง ค. หมวกผบู้ งั คบั บญั ชำลกู เสือ หมวกปี กกวำ้ งไม่พบั ขำ้ ง ใชม้ ือขวำจบั ท่ีปี กหมวกดำ้ นหนำ้ แลว้ ถอดหมวกพร้อมกบั ยกมือซำ้ ยข้ึนมำประกบมือขวำในท่ำพนมมือ ให้ดำ้ น ในของหมวกหนั ไปทำงซำ้ ย หนำ้ หมวกอยขู่ ำ้ งบน ใหป้ ี กหมวกอยรู่ ะหวำ่ งฝ่ำมือท้งั สอง และหนีบหมวกไว้ เวลำสงบนิ่ง ใหป้ ฏิบตั ิเช่นเดียวกบั หมวกลกู เสือสำมญั ง. หมวกทรงอ่อน (เบเร่ห)์ ใชม้ ือขวำจบั ที่หมวกดำ้ นขวำแลว้ ถอดหมวกพร้อมกบั ยกมือซำ้ ยข้ึนมำประกบกบั มือขวำในท่ำพนมมือ ให้ดำ้ น ในของหมวกหนั ไปทำงซำ้ ยหนำ้ หมวกหนั เขำ้ หำตวั ใหห้ มวกอยรู่ ะหวำ่ งฝ่ำมือท้งั สอง และหนีบหมวกไว้ เวลำสงบน่ิง ใหป้ ฏิบตั ิเช่นเดียวกบั หมวกลูกเสือสำมญั จ. หมวกกลำสี ใชม้ ือขวำจบั ท่ีหมวกดำ้ นหนำ้ แลว้ ถอดหมวกพร้อมกบั ยกมือซำ้ ยข้ึนมำประกบกบั มือขวำในท่ำพนมมือ ใหด้ ำ้ น ในของหมวกหนั ไปทำงซำ้ ย หนำ้ หมวกอยขู่ ำ้ งบน ใหห้ มวกอยรู่ ะหวำ่ งฝ่ำมือท้งั สอง และหนีบหมวกไว้ เวลำสงบนิ่ง ใหป้ ฏิบตั ิเช่นเดียวกบั หมวกทรงออ่ น ฉ. หมวกทรงหมอ้ ตำล ใชม้ ือขวำจบั ท่ีกะบงั หน้ำหมวกแลว้ ถอดหมวกพร้อมกบั ยกมือซ้ำยข้ึนมำประกบกบั มือขวำในท่ำพนมมือ ให้ ดำ้ นในของหมวกหนั ไปทำงซำ้ ย หนำ้ หมวกอยขู่ ำ้ งบน ใหก้ ะบงั หนำ้ หมวกอยรู่ ะหวำ่ งฝ่ำมือท้งั สอง และหนีบหมวกไว้ เวลำสงบน่ิง ใหป้ ฏิบตั ิเช่นเดียวกบั หมวกกลำสี ท่าฝึ กเป็ นบุคคลถือพลองหรือไม้ง่าม ๑. พลอง พลองมีลกั ษณะกลม ขนำดเส้นผำ่ ศนู ยก์ ลำง ๓ ซม. ยำว ๑๕๐ ซม. ใตห้ ัวพลองลงมำ ๒๐ ซม. มีรูร้อย เชือกหูพลองลงมำ ๕ ซม. มีขีด – หมำยเป็นเซนติเมตร ใหอ้ ำ่ นไดจ้ ำก ๑ เซนติเมตร จนถึง ๗๕ เซนติเมตร พลองทำดว้ ยสี ขำว ๒. ไม้ง่าม ไม้ง่ามลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่และลกู เสือวสิ ามญั ไมง้ ่ำม ตวั ไมก้ ลมตำมธรรมชำติ ขนำดโตพอเหมำะ มีง่ำมท่ีปลำย ควำมสูงเสมอร่องไหลข่ องผใู้ ช้ โดยเมื่อใชห้ วั แม่มือพำดง่ำมมือกำลงั ใตง้ ำ่ มเมื่อเหยยี ดแขนออกโคนไมง้ ำ่ มต้งั ฉำกกบั พ้ืนแขน จะไดแ้ นวระดบั ขนำนกบั พ้ืนเป็นควำม สูงของไมง้ ่ำมของแตล่ ะคน

ไมง้ ่ำมเป็นอำวธุ ของลูกเสือสำมญั รุ่นใหญ่ และลกู เสือวิสำมญั จะไม่มีขนำดมำตรฐำนที่คงที่แน่นอน ข้นึ อยกู่ บั สรี ระของลูกเสือเป็ นสำคญั เพมิ่ เตมิ ควำมยำวของง่ำมประมำณ 3 นิ้ว ไมต่ อ้ งทำสี หรือยอ้ มสี เพยี งถำกเปลือกออกกเ็ พียงพอแลว้ และไม่มีปลอก ทองหลือง บริเวณใตง้ ่ำมไมแ้ ต่อยำ่ งใด ๓. ท่าฝึ กเป็ นบุคคลถือพลองหรือไม้ง่าม ก. ท่ำตรง ท่ำตรงเหมือนกบั ท่ำมือเปล่ำ พลองหรือไมง้ ำ่ มอยใู่ นท่ำเรียบอำวธุ พลองในท่ำเรียบอำวธุ คือลกู เสืออยู่ ในท่ำตรง ถือพลองดว้ ย มือขวำ ส้นพลองอยปู่ ระมำณโคนนิ้วกอ้ ย - เทำ้ ขวำ และชิดกบั เทำ้ ขวำ พลองอยใู่ นระหวำ่ ง นิ้วหวั แม่มือกบั นิ้วช้ี นิ้วหวั แมม่ ือจบั พลองชิดขำ นิ้วอ่ืน นิ้วอีก ๔ นิ้ว จบั พลองเฉียงลงไปเบ้ืองล่ำง นิ้วเรียงชิดกนั ปลำย พลองอยใู่ น ร่องไหล่ขวำลำพลองต้งั ตรงแนบตวั ข. ท่ำพกั ก) พกั ตำมปกติ เหมือนกบั ท่ำมือเปล่ำ พลองหรือไมง้ ำ่ มอำจ จะเคล่ือนไหวไดบ้ ำ้ งเลก็ นอ้ ย (ข) พกั ตำมระเบียบเหมือนกบั ท่ำมือเปล่ำ มือขวำที่ถือพลอง หรือไมง้ ำ่ มใหเ้ ล่ือนข้ึนมำเสมอเอว แลว้ ยนื่ พลองหรือไมง้ ำ่ มไปขำ้ งหนำ้ เฉียง ไปขำ้ งขวำประมำณ ๔๕ องศำ มือซำ้ ยไพล่หลงั (ค) พกั ตำมสบำย เหมือนกบั ทำำมือเปล่ำ พลองหรือไมง้ ำ่ ม เคลื่อนไหวได้ ถำ้ อนุญำตใหน้ งั่ ก็วำงไม้ พลองหรือไมง้ ่ำมได้ โดยวำงขำ้ งขวำ ของตวั เองตำมยำว (ง) พกั นอกแถว เหมือนกบั ทำำมือเปล่ำ พลองหรือไมง้ ำ่ มให้ รวมกนั ไวเ้ ป็นหมู่ในที่ท่ีเหมำะสม ๔. ท่าวนั ทยาวุธ, เรียบอาวุธ คาบอก “วนั ทยำ - วธุ ” “เรียบ - อำวุธ” การปฏบิ ัติ ทำำวนั ทยำวุธเป็นท่ำแสดงควำมเคำรพใหล้ กู เสือทำจงั หวะเดียว โดยยกแขนซำ้ ยข้นึ มำเสมอแนวไหล่ ศอกงอไปขำ้ งหนำ้ ให้ต้งั ฉำกกบั ลำตวั ฝ่ำมือแบคว่ำในท่ำแสดงรหสั ลกู เสือ ให้ดำ้ นขำ้ งปลำยนิ้วช้ีแตะพลองหรือ ไมง้ ำ่ ม ในร่องไหล่ขวำ เม่ือเลิกทำควำมเคำรพใชค้ ำบอก “เรียบ - อำวธุ ” ใหล้ ูกเสือ ลดแขนซำ้ ยลงมำอยทู่ ี่เดิมโดยเร็ว ในกรณีที่แถวอยู่ ในระหวำ่ งควบคมุ ถำ้ ผูร้ ับกำรเคำรพมำทำงขวำ (ซำ้ ย, หรือตรงหนำ้ ) ระวงั , “วนั ทยำ - วุธ” ใหล้ กู เสือทำวนั ทยำวุธพร้อม

กบั หนั หนำ้ ไปยงั ผรู้ ับกำรเคำรพหนั ศีรษะตำมจนผูร้ ับกำรเคำรพ ผำ่ นหนำ้ ตนไปแลว้ ๒ กำ้ ว จึงหนั กลบั มำอยใู่ นท่ำตรง เม่ือผูร้ ับกำรเคำรพ ผำ่ นพน้ แถว ใหผ้ คู้ วบคมุ แถวบอกเลิกทำควำมเคำรพ ๕. ท่าแบกอาวธุ - เรียบอาวธุ คำบอก “แบก - อำวธุ ” กำรปฏิบตั ิ ใหล้ กู เสือทำเป็น ๒ จงั หวะ จงั หวะท่ี ๑ ยกพลองหรือไมง้ ่ำมดว้ ยมือขวำ ผำ่ นหนำ้ เฉียดลำตวั ไปทำงซำ้ ย ใหส้ ้นพลองหรือไมง้ ำ่ มอยใู่ นองุ้ มือ ซำ้ ยลำพลองหรือลำไมง้ ่ำม ต้งั อยตู่ รงร่องไหล่ซำ้ ย มือขวำจบั พลองหรือไมง้ ำ่ มอยทู่ ี่เดิม ศอกงอไปขำ้ ง หนำ้ ในแนว เดียวกบั ไหล่ จงั หวะท่ี ๒ ดนั พลองหรือไมง้ ำ่ มดว้ ยมือซำ้ ย พร้อมกบั ส่ง พลองหรือไมง้ ำ่ มดว้ ยมือขวำใหพ้ ลองหรือไมง้ ่ำมพำด ข้ึนไปบนบ่ำซำ้ ย แขน ซำ้ ยท่อนบนชิดลำตวั ศอกซำ้ ยงอหนำ้ แขนทำมมุ ๑๐๐ องศำ กบั ลำตวั ขณะเดียวกนั ลดมือขวำลง อยใู่ นท่ำตรงโดยเร็ว คาบอก “เรียบ - อำวธุ ” การปฏบิ ตั ิ ใหล้ กู เสือทำเป็น ๓ จงั หวะ ดงั น้ี จงั หวะที่ ๑ ยกมือขวำข้นึ จบั พลองหรือไมง้ ำ่ ม ศอกงอไปขำ้ งหนำ้ แนวเดียวกบั ไหล่ พร้อมกบั เหยยี ดแขนซำ้ ยลง สุดโดยลดพลองหรือไมง้ ำ่ มลง ชิดกบั ลำตวั จงั หวะท่ี ๒ นำพลองหรือไมง้ ำ่ มดว้ ยมือขวำมำไวข้ ำ้ งลำตวั ในร่อง ไหล่ขวำ (แขนขวำเหยยี ดเกือบสุดระยะท่ีมือ ขวำจบั พลองหรือไมง้ ำ่ มในท่ำเรียบอำวุธ) ขณะเดียวกนั ยกมือซ้ำยข้ึนกนั พลองไมง้ ำ่ มที่ร่องไหล่ขวำ ศอกงอไปขำ้ งหนำ้ แนวเดียวกบั ไหล่ จงั หวะที่ ๓ ลดแขนซำ้ ยอยใู่ นท่ำเรียบอำวุธตำมเดิม (ในจงั หวะน้ี เหยยี ดแขนขวำลงสุดระยะ ที่มือขวำจบั พลอง หรือไมง้ ำ่ มอยใู่ นท่ำเรียบ อำวุธ ตน้ พลองหรือไมง้ ำ่ มลงจรดพ้นื ) หมายเหตุ : (๑) แถวลกู เสือที่อยใู่ นระหวำ่ งควบคุมมีพลองใหส้ ่ังทำควำม เคำรพดว้ ยท่ำวนั ทยำวธุ (๒) แถวลูกเสือที่อยใู่ นระหวำ่ งควบคมุ ไม่มีพลองใหส้ ่ัง ทำควำมเคำรพดว้ ยท่ำตรง (ไม่ทำวนั ทยหตั ถ)์ (๓) เฉพำะพิธีเปิ ด - ปิ ดกำรประชุมกอง (เฉพำะอยู่รอบเสำ ธงเท่ำน้นั ) ถำ้ ลกู เสือไม่มีพลองใหส้ ั่งทำควำม เคำรพดว้ ยวนั ทยหตั ถ์ โดยใช้ คำบอกวำ่ “วนั ทยหตั ถ”์ แลว้ สั่ง “มือลง” แต่ถำ้ นำยหมู่มีพลองหรือไมง้ ำ่ ม ก็ใหน้ ำยหมู่ทำ วนั ทยำวธุ พร้อมกบั ลูกเสือทำวนั ทยหตั ถแ์ ละเม่ือสง่ั “มือลง” นำยหมู่กเ็ รียบอำวุธ ท้งั น้ีเพ่อื ใหส้ อดคลอ้ งกบั ลูกเสือสำกล

9. การใช้ไม้ถือ วธิ ีใช้ไม้ถือของผู้กากบั และรองผ้กู ากบั ลูกเสือ เนตรนารี สามญั สามัญรุ่นใหญ่และวสิ ามญั ตวั ไมม้ ีลกั ษณะกลม เส้นผำ่ ศูนยก์ ลำงหวั ไม้ ๑.๘ ซม. กลำงไม้ ๑.๕ ซม. ปลำยไม้ ๑.๒ ซม. ยำว ๗๕ ซม. ท่ีหวั ไมแ้ ละปลำยไมใ้ หม้ ีปลอกทอง เหลืองหุม้ ทำงดำ้ นหวั ไมย้ ำว ๖ ซม. ดำ้ นปลำยไมย้ ำว ๔ ซม. จำกหวั ไมล้ งมำ ๑๒ ซม. ใหม้ ีพู่ ๒ พู่ ผกู ติดอยกู่ บั ไม้ และจำกหวั ไมล้ งมำ ๑๖ ซม. ใหม้ ีปลอก ทองเหลืองเป็นตรำคณะลูกเสือแห่งชำติหุม้ อยู่ ไม้ ถือใหเ้ ป็นสีน้ำตำลแก่ กำรใชไ้ มถ้ ือของผบู้ งั คบั บญั ชำลกู เสือ จะใชใ้ นโอกำสที่นำแถวลกู เสือใน พธิ ีใดๆ ที่ลกู เสือถือ ไมพ้ ลองหรือไมง้ ำ่ ม ผบู้ งั คบั บญั ชำลกู เสือก็ตอ้ ง ถือไมถ้ ือ ซ่ึงมีวธิ ีใชด้ งั น้ี วิธใี ช้ไม้ถือของผู้บงั คบั บัญชาลกู เสือ กำรใชไ้ มถ้ ือของผบู้ งั คบั บญั ชำลูกเสือ จะใชใ้ นโอกำสท่ีจดั แถวลกู เสือในพิธีใด ๆ ท่ีลกู เสือถือไมพ้ ลองหรือไม้ ง่ำม ผบู้ งั คบั บญั ชำลกู เสือท่ีคุมแถวกต็ อ้ งถือไมถ้ ือ (ยกเวน้ ผบู้ งั คบั บญั ชำลกู เสือสำรอง ไม่ตอ้ งถือไมถ้ ือ) ซ่ึงมีวธิ ีใช้ ดงั ตอ่ ไปน้ี ๑. วิธีถือไม้ในท่าปกติ โดยปกติไมถ้ ือจะหนีบอยใู่ นซอกรักแร้ซ้ำย แขนซำ้ ยทอ่ นบนแนบขนำนกบั ลำตวั หนีบ ไมไ้ ว้ แขนซำ้ ยท่อนลำ่ งเหยยี ดตรงไปขำ้ งหนำ้ มือซำ้ ยกำไมใ้ หฝ้ ่ำมือหงำยข้นึ ห่ำงจำกโคนไมป้ ระมำณ ๑ ฝ่ำมือใหไ้ ม้ ขนำนกบั พ้นื ๒. ท่าบ่าอาวุธ ใชม้ ือขวำจบั โคนไมถ้ ือใหฝ้ ่ำมือคว่ำลงแลว้ นำไมม้ ำแนบขำ้ งตวั ทำงขวำในทำ่ ตรง ใหน้ ิ้วท้งั สี่ เรียงกนั อยดู่ ำ้ นนอก หวั แม่มืออยดู่ ำ้ นใน ใหโ้ คนไมอ้ ยรู่ ะหวำ่ งนิ้วช้ีกบั นิ้วหวั แม่มือ ปลำยไมอ้ ยแู่ นบร่องไหลข่ วำพร้อม กบั ปล่อยมือซำ้ ยลงขำ้ งตวั ๓. ท่าทาการเคารพอย่กู บั ท่ี เมื่อบอกแถวทำควำมเคำรพ “ขวำ (ซำ้ ย,ตรงหนำ้ ) ระวงั , วนั ทยำ-วธุ ” พร้อมกนั น้นั ผคู้ วบคมุ แถวตอ้ งทำวนั ทยำวุธดว้ ย โดยใชม้ ือขวำถือไมม้ ำอยใู่ นทำ่ บำ่ อำวุธ แลว้ ยกไมข้ ้ึนมำใหป้ ลำยไมต้ ้งั ตรง นิ้วหวั แมม่ ือหนั เขำ้ หำตวั ต้งั ตรงข้นึ ตำมไม้ ปลำยนิ้วหวั แม่มือเสมอปำก ห่ำงจำกปำก ๑ ฝ่ำมือ แลว้ ฟำดปลำยไมแ้ ละ แขนขวำลงอยใู่ นท่ำตรง มือขวำกำโคนไมใ้ หน้ ิ้วหวั แม่มืออยขู่ ำ้ งบน และช้ีปลำยนิ้วไปทำงปลำยไม้ ใหป้ ลำยไมช้ ้ีตรงไป ขำ้ งหนำ้ และเฉียงลงห่ำงจำกพ้ืนประมำณ ๑ คืบ ทำ่ เรียบอำวุธ เมื่อบอก “เรียบ-อำวุธ” ใหย้ กไมถ้ ือข้ึนมำเสมอปำก แลว้ นำลงมำในท่ำบ่ำอำวธุ แลว้ จึงยกไมช้ ูแขน วำข้นึ เหนือศีรษะเฉียงไปขำ้ งหนำ้ ทำงก่ึงขวำ พร้อมกบั เอนปลำยไมล้ งมำเหน็บท่ีซอกรักแร้ มือซำ้ ยยกข้ึนกำโคนไมไ้ ว้ แลว้ ปล่อยมือชวำลงในทำ่ ตรงตำมเดิม ๔. เดนิ ตามผู้รับการเคารพที่เดินตรวจแถว เมื่อไดบ้ อกแถวทำกำรเคำรพดว้ ยท่ำวนั ทยำวุธแลว้ ถำ้ ผรู้ ับกำรเคำรพ เดินตรวจแถว ซ่ึงไดท้ ำท่ำวนั ทยำวุธอยแู่ ลว้ ใหย้ กไมข้ ้นึ เสมอปำกและเดินตำมผรู้ ับกำรเคำรพไปจนสุดแถวจึงว่ิงกลบั มำ อยทู่ ่ีเดิมพร้อมกบั ฟำดไมล้ งในท่ำวนั ยำวธุ อีก แลว้ จึงบอกแถว “เรียบ-อำวุธ” ต่อไป ๕. การรายงาน เม่ือบอกแถวทำวนั ทยำวุธแลว้ ในกรณีที่จะตอ้ งเขำ้ ไปรำยงำนผรู้ ับกำรเคำรพ กใ็ หย้ กไมข้ ้ึน เสมอปำก ออกวิ่งไปหยดุ ตรงหนำ้ ห่ำงจำกผรู้ ับรำยงำน ๓ กำ้ ว พร้อมกบั ฟำดไมล้ งในท่ำวนั ทยำวุธแลว้ รำยงำน เม่ือ รำยงำนเสร็จใหย้ กไมข้ ้ึนเสมอปำก กำ้ วเทำ้ ถอยหลงั ๑ กำ้ ว ทำกลบั หลงั หนั วง่ิ กลบั ที่ ทำกลบั หลงั หนั ฟำดไมล้ งในท่ำ วนั ทยำวธุ แลว้ จึงบอกแถว “เรียบ-อำวธุ ” ตอ่ ไป ๖. ควบคุมแถวลูกเสือเดิน เม่ือบอกลกู เสือแบกอำวธุ ผบู้ งั คบั บญั ชำลกู เสือตอ้ งอยใู่ นท่ำบำ่ อำวุธและเดินไปในทำ่ บำ่ อำวธุ จนกวำ่ จะบอกใหล้ กู เสือเรียบอำวธุ

๗. สวนสนาม เมื่อจะถึงผรู้ ับกำรเคำรพ คือถึงธงแรกให้ทำระวงั คอื ยกไมจ้ ำกท่ำบำ่ อำวุธอยเู่ สมอปำก เม่ือถึงธง ที่ ๒ใหฟ้ ำดไมล้ งในทำ่ วนั ทยำวุธพร้อมกบั ทำแลขวำแขนซำ้ ยไม่แกวง่ จนถึงธงท่ี ๓ ใหย้ กไมข้ ้นึ เสมอปำกแลว้ ลดลงใน ท่ำบ่ำอำวุธ สะบดั หนำ้ แลตรงและเดินต่อไป ลกั ษณะของพู่ไม้ถือ เป็นดำ้ ยหรือไหมพรม สีตำมประเภทของลูกเสือหรือตำแหน่งของลูกเสือ ถกั เป็นเชือกผกู ติดกบั ไมถ้ ือ ปลำย เชือกยำวขำ้ งละ ๖ ซม. ตอ่ จำกปลำยเชือกแต่ละขำ้ งทำเป็นพู่ยำวขำ้ งละ ๗ ซม. ขนำดโตพอสมควร - ผบู้ งั คบั บญั ชำลูกเสือสำมญั เชือกและพ่เู ป็นสีเขียว - ผบู้ งั คบั บญั ชำลูกเสือสำมญั รุ่นใหญ่ เชือกและพู่เป็ นสีเลือดหมู - ผบู้ งั คบั บญั ชำลกู เสือวสิ ำมญั เชือกและพเู่ ป็นสีแดง - ผบู้ งั คบั บญั ชำลูกเสือช้นั ผตู้ รวจกำรลกู เสือ สงั กดั สำนกั งำนคณะกรรมกำรบริหำรลูกเสือแห่งชำติ เชือกและพู่เป็นสีมว่ ง - ผบู้ งั คบั บญั ชำลูกเสือช้นั ผตู้ รวจกำรลูกเสือ สงั กดั สำนกั งำนคณะกรรมกำรลูกเสือจงั หวดั เชือกสีมว่ ง พ่ขู ำ้ งหน่ึงสีม่วง อีกขำ้ งหน่ึงสีเหลือง - ผบู้ งั คบั บญั ชำลกู เสือช้นั ผตู้ รวจกำรลูกเสือ สังกดั สำนกั งำนคณะกรรมกำรลูกเสืออำเภอ เชือกสีม่วง พขู่ ำ้ งหน่ึงสีม่วง อีกขำ้ งหน่ึงสีแดง (ลูกเสือสำรองไม่มีอำวธุ ผบู้ งั คบั บญั ชำลูกเสือสำรองไม่มีไมถ้ ือ) *************************************

10. การสวนสนามของลกู เสือ กองลกู เสืออำจจดั แถวสวนสนำมไดด้ งั น้ี คือ เป็นแถวตอนเรียง ๔ หรือเป็ นแถวหนำ้ กระดำนตอนหมู่ ท้งั น้ี แลว้ แต่ควำมเหมำะสม ถำ้ ลูกเสือท้งั จงั หวดั รวมกนั สวนสนำมใหจ้ ดั แถวเดินเป็นอำเภอๆ ไป เวน้ ระยะต่อจำกแถวสุดทำ้ ยของอำเภอ ขำ้ งหนำ้ ถึงแถวของอำเภอขำ้ ง หลงั ๑๐ กำ้ ว ผอู้ ำนวยกำรลกู เสืออำเภอหรือผแู้ ทนเป็นผบู้ อกแถวสวนสนำม ของอำเภอ และผอู้ ำนวยกำรลูกเสือจงั หวดั หรือ ผแู้ ทนเป็นผบู้ อกแถวสวน สนำมของจงั หวดั ในกำรสวนสนำมใหไ้ วร้ ะยะต่อดงั น้ี ระหวำ่ งกองลกู เสือ ๕ กำ้ ว ระหวำ้ งลกู เสืออำเภอ ๑๐ กำ้ ว ระหวำ่ งลูกเสือจงั หวดั ๑๕ กำ้ ว ท้งั น้ี แลว้ แตค่ วำมเหมำะสมของพ้นื ภูมิประเทศ เมื่อพร้อมแลว้ แตรเด่ียวเป้ำใหส้ ัญญำณ ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำม สั่ง “เตรียมสวนสนำม” แตรเด่ียวเป่ ำให้ สญั ญำณ “หนำ้ เดิน” ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำมส่งั “ขวำ-หนั ” “แบก-อำวุธ” และ “หนำ้ -เดิน” แตรวง บรรเลงแลว้ เดินขบวนเคล่ือนที่ออกเดินตำมลำดบั ดงั รูปขำ้ งล่ำง คอื ลกู เสือถือป้ำยยนื อยตู่ รงก่ึงกลำงหนำ้ ขบวน หลงั ลูกเสือถือป้ำย ๕ กำ้ ว เป็นลูกเสือถือธง หลงั ลูกเสือถือธง ๕ กำ้ ว เป็นผกู้ ำกบั กองลูกเสือ หลงั ผกู้ ำกบั กองลูกเสือ ๕ กำ้ ว เป็นรองผกู้ ำกบั กองลกู เสือซ่ึงเป็นผบู้ งั คบั แถว และหลงั รองผกู้ ำกบั กองลูกเสือ ๓ กำ้ ว เป็นลกู เสือ

การทาความเคารพเวลาอยู่กบั ท่ี เม่ือกองลกู เสือต่ำงๆ เขำ้ ประจำท่ีเรียบร้อยแลว้ ก. ประธำนเสดจ็ มำถึง ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำม ส่ังลูกเสือทำควำมเคำรพ แตรวง บรรเลงเพลงสรรเสริญพระ บำรมี (หรือเพลงอ่ืนใดแลว้ แตก่ รณี) ใหล้ ูกเสือ ผบู้ งั คบั บญั ชำลูกเสือแสดงควำมเคำรพดงั น้ี ๑. ลูกเสือทุกคนทกุ ประเภทท่ีไม่มีพลองหรือไมง้ ่ำม ยนื ตรง ๒. ลูกเสือที่มีพลองหรือไมง้ ่ำม ทำวนั ทยำวุธ ๓. ลกู เสือผถู้ ือธง เคำรพดว้ ยท่ำธง ๔. ผกู้ ำกบั กองลูกเสือ รองผกู้ ำกบั กองลูกเสือที่ใชไ้ มถ้ ือ ท่ำทำกำรเคำรพอยกู่ บั ท่ี ๕. ผบู้ งั คบั บญั ชำลกู เสือทุกคนทกุ ประเภท ทำวนั ทยหตั ถ์ ข. ขณะกล่ำวคำปฏิญำณ เม่ือกล่ำวคำปฏิญำณ ใหป้ ฏิบตั ิดงั น้ี ๑. ลูกเสือสำรอง ทำวนั ทยหตั ถ์ ๒. ลกู เสือสำมญั ลูกเสือสำมญั รุ่นใหญ่ ลกู เสือวสิ ำมญั แสดงรหสั ๓. ผบู้ งั คบั บญั ชำลกู เสือทุกประเภท แสดงรหสั ๔. ผมู้ ีพลองหรือไมง้ ำ่ ม ใหย้ กพลองหรือไมง้ ำ่ มพิงแขนซำ้ ย ซ่ึงงอเป็นมมุ ฉำกรอรับอยู่แลว้ แลว้ แสดง รหสั ๕. ผถู้ ือธง ก็ทำนองเดียวกบั ผูม้ ีพลองหรือไมง้ ำ่ ม ต่ำงกนั แต่ โคนคนั ธงที่ยกไวร้ ะหวำ่ งเทำ้ ท้งั สองน้นั ใหโ้ คนคนั ธงติด กบั เทำ้ ขวำดำ้ นใน ๖. ผถู้ ือป้ำย ใชม้ ือขวำแสดงรหสั (มือซ้ำยคงถือป้ำยไว)้

ค. เวลาเดนิ สวนสนาม ดำ้ นหนำ้ ประธำนจะมีธงเป็นเคร่ืองหมำยอยู ๓ ธง ๑. ลูกเสือในแถวเม่ือไดย้ นิ คำสงั่ วำ่ “แลขวำ - ทำ” ใหท้ กุ คน สะบดั หนำ้ ไปยงั ประธำน จนถึงธงที่ ๓ จึงจะสะบดั หนำ้ กลบั แลว้ เดินตำมปกติ ยกเวน้ คนท่ีอยขู่ วำสุดไม่ตอ้ งสะบดั หนำ้ คงมองตรงไปขำ้ งหนำ้ ขนำนกบั พ้ืน แต่ถำ้ ลกู เสือมี พลองหรือไมง้ ำ่ มใหแ้ กวง่ แขนตำมระเบียบ ลกู เสือเม่ือไดย้ นิ คำสงั่ “แลขวำ-ทำ” ใหท้ กุ คนทำแมต้ น จะยงั ไม่ถึงธงที่ ๒ แต่ธงที่ ๓ น้นั ตบั ใดหรือผใู้ ดถึง ตบั น้นั หรือผูน้ ้นั สะบดั หนำ้ กลบั เอง โดยไม่ตอ้ งออกคำสงั่ ๒. ผบู้ งั คบั บญั ชำลกู เสือถึงธงที่ ๒ ให้ทำวนั ทยหตั ถ์ พร้อมกบั สะบดั หนำ้ ไปยงั ประธำน แขนไม่แกวง่ จนถึงธง ที่ ๓ จึงสะบดั หนำ้ กลบั แลว้ เดินตำมปกติ ๓. ผบู้ งั คบั บญั ชำลกู เสือที่มีไมถ้ ือถึงธงที่ ๒ ใหท้ ำวนั ทยำ-วธุ พร้อมกบั สะบดั หนำ้ ไปยงั ประธำน แขนไม่แกวง่ จนถึงธงท่ี ๓ จึงสะบดั หนำ้ กลบั แลว้ เดินตำมปกติ การทาความเคารพของผู้ถือธงและผู้ถือป้าย ก. ธง ธงคณะลูกเสือแห่งชำติ ธง ลูกเสือประจำจงั หวดั ธง ประจำกองลูกเสือ ๑. เวลำอยกู่ บั ที่ใหถ้ ือธงดว้ ยมือขวำ โคนคนั ธงจดกบั พ้ืนประมำณโคนนิ้วกอ้ ย-เทำ้ ขวำ คนั ธงแนบกบั ตวั อยู่ร่อง ไหล่ขวำ เวลำทำควำมเคำรพ เมื่อเพลงสรรเสริญพระบำรมี (หรือเพลงอ่ืนใดแลว้ แต่ กรณี) เริ่มบรรเลง ใหผ้ ถู้ ือธงทำควำม เคำรพดว้ ยท่ำธงติดต่อกนั ไป ดงั น้ี ๑.๑ ใหผ้ ถู้ ือธงใชม้ ือซำ้ ยไปจบั คนั ธงชิดมือขวำ แลว้ ใชม้ ือ ซำ้ ยยกคนั ธงข้ึนมำในแนวเสมอบ่ำขวำ ขอ้ ศอกซำ้ ยต้งั มุมฉำกกบั ลำตวั มือขวำคงจบั ที่โคนคนั ธง คร้ันแลว้ ใหท้ ำก่ึงขวำหัน ๑.๒ ค่อยๆ ลดปลำยคนั ธงลงขำ้ งหนำ้ อยำ่ งชำ้ ๆ ตำม จงั หวะของเพลงจนคนั ธงอยใู่ นแนวขนำนกบั พ้นื มือ ซำยอยเู่ สมอแนวบำ่ ห่ำงจำกตวั พอสมควร มือขวำจบั โคนคนั ธงแขนเหยยี ดไปตำมคนั ธง (เม่ือ บรรเลงไดค้ ร่ึงของเพลง) ๑.๓ คร้ันแลว้ ใหย้ กปลำยคนั ธงกลบั ข้ึนในท่ำเคำรพชำ้ ๆ ใหไ้ ดจ้ งั หวะ เช่นเดียวกบั ขำลงเมื่อเพลง สรรเสริญพระบำรมี (หรือเพลงอ่ืน ใดแลว้ แตก่ รณี) บรรเลงจบ ก็ให้ลดธงลงในท่ำตรงตำมเดิม ๑.๔ แลว้ ยกมือซำ้ ยกลบั เขำ้ ที่ และทำก่ึงซำ้ ยหนั กลบั ที่เดิม ๒. เวลำเคลื่อนที่ ใหแ้ บกธงดว้ ยบ่ำขวำ คอื มือขวำจบั ดำ้ มธง ห่ำงจำกโคนคนั ธงพอสมควรศอกขวำแนบลำตวั ทำ มุม ๙๐ องศำ ๓. เวลำทำควำมเคำรพเคล่ือนที่ (สวนสนำม) ๓.๑ เม่ือถึงธงที่ ๑ (ธงระวงั ) ให้ลงธงจำกท่ำแบกมำแนบ กบั ลำตวั คนั ธงต้งั ตรง มือขวำกำโคนคนั ธง มือซำ้ ยจบั คนั ธงในแนวเสมอ บ่ำ ยกขอ้ ศอกซำ้ ยใหต้ ้งั ไดฉ้ ำกกบั ลำตวั ๓.๒ เม่ือถึงธงท่ี ๒ (ธงทำควำมเคำรพ) ใหเ้ หยยี ดแขนซำ้ ย ตรงออกไปขำ้ งหนำ้ ใหค้ นั ธงเอนไป ขำ้ งหนำ้ ประมำณ ๔๕ องศำ มือขวำ แนบลำตวั ตำแลตรงไปขำ้ งหนำ้ ขนำนกบั พ้นื (ไมต่ อ้ งสะบดั หนำ้ ไปยงั ผรู้ ับ กำร เคำรพ)

๓.๓ เมื่อถึงธงที่ ๓ (ธงเลิกทำควำมเคำรพ) ใหย้ กธงข้นึ มำ อยใู่ นท่ำแบกธงตำมเดิม คือลดมือซ้ำยลง แลว้ เดินตำมปกติ ข. ป้ายชื่อจังหวดั และป้ายอ่ืนๆ (ถ้ามี) ๑. เวลำอยกู่ บั ท่ี ใหถ้ ือป้ำยท้งั สองมือ คือมือขวำกำคนั ป้ำย ชิดกบั ตวั ป้ำย มือซำ้ ยกำต่อลงมำชิดมือขวำโคนคนั ป้ำยจดพ้นื ตรงหนำ้ ระหวำ่ งปลำยเทำ้ ท้งั สอง เวลำทำควำมเคำรพผถู้ ือป้ำยอยทู่ ำ่ ตรงเท่ำน้นั ๒. เวลำเคล่ือนที่ ใหถ้ ือป้ำยดว้ ยมือขวำ จบั โคนป้ำยใหน้ ิ้วมือ อยใู่ นร่องที่โคนคนั ป้ำย แขนขวำเหยยี ดตรงแนบ ลำตวั มือซำ้ ยจบั คนั ป้ำย ในแนวเสมอบ่ำและต้งั ไดฉ้ ำกกบั ลำตวั หนั หนำ้ ไปขำ้ งหนำ้ พอถึงธงที่ ๒ ใหห้ นั หนำ้ ป้ำยไปทำง ประธำนในพธิ ี จนถึงธงที่ ๓ จึงหนั หนำ้ ป้ำยกลบั ที่เดิม ๓. รองผกู้ ำกบั กองลกู เสือ (ท่ีเดินควบคมุ แถว) พอถึงธงที่ ๑ ใหส้ ัง่ ลูกเสือวำ่ “ระวงั ” พอถึงธงท่ี ๒ ให้สั่งต่อวำ่ “แลขวำ - ทำ” ตวั เอง ทำวนั ทยหตั ถ์ หรือ วนั ทยำ-วุธ ถำ้ ถือไมถ้ ือ พร้อมกบั สะบดั หนำ้ ไปยงั ประธำนแขนไม่แกวง่ จนถึง ธงท่ี ๓ จึงสะบดั หนำ้ กลบั แลว้ เดินตำมปกติถำ้ ถือไมถ้ ือให้กลบั มำถำ้ บำ่ อำวธุ (กำรสัง่ “แลขวำ - ทำ” น้นั ควรสั่งขณะเดิน ตกเทำ้ ขวำ) ๔. ส่วนผถู้ ือธงและถือป้ำย ใหป้ ฏิบตั ิดงั กล่ำวแลว้ การเดนิ ก. เดินตามปกติ คาบอก “หนำ้ -เดิน” การปฏิบัติ โนม้ ตวั ไปขำ้ งหนำ้ เลก็ นอ้ ย พร้อมกบั กำ้ วเทำ้ ซำ้ ยออกเดินก่อน วำงเทำ้ ลงบนพ้นื ตำมธรรมดำใหส้ น้ เทำ้ ลงก่อนไม่เกร็งขำ ทรงตวั และศีรษะ อยใู่ นลกั ษณะท่ำตรง แกวง่ แขนเฉียงไปขำ้ งหนำ้ ตรงขำ้ มกบั ที่กำ้ วฝ่ำมือ ผำ่ น ประมำณก่ึงกลำงลำตวั เสมอแนวเขม็ ขดั ห่ำงจำกหวั เขม็ ขดั ประมำณ ๑ ฝ่ำมือ และแกวง่ มำขำ้ งหลงั ในแนวขำ้ งตวั ห่ำง ออกไปพองำมหันหลงั มือ ท้งั สองออกนอกตวั แบมือตำมธรรมชำติ นิ้วมือเรียงชิดติดกนั รักษำจงั หวะ เทำ้ คงท่ีประมำณ นำทีละ ๑๑๖ กำ้ ว ข. เดินสวนสนาม คาบอก “สวนสนำม หนำ้ -เดิน” การปฏบิ ัติ กำ้ วเทำ้ ซำ้ ยออกเดินก่อนอยำ่ งแขง็ แรงขำซำ้ ยดึงปลำยเทำ้ งุม้ ยกส้นเทำ้ สูงจำกพ้ืน ประมำณ ๑ คบื ทรงตวั และศีรษะอยใู่ นท่ำลกั ษณะ ตรง แกวง่ แขนเฉียงไปขำ้ งกบั เท่ำที่กำ้ ว ฝ่ำมือผำ่ นประมำณก่ึงกลำงลำตวั เสมอแนว หวั เขม็ ขดั ห่ำงจำกหวั เขม็ ขดั ประมำณ ๑ ฝ่ ำมือ มือแบนิ้วเรียง ชิดติดกนั แขนท่อนล่ำงขนำนกบั พ้นื ระดบั และแกวง่ ไป ขำ้ งหลงั พองำม เม่ือจะวำงเทำ้ และกำ้ วตอ่ ไปใหโ้ นม้ น้ำหนกั ตวั ไปขำ้ งหนำ้ และตบเต็ม ฝ่ำเทำ้ อยำ่ งแขง็ แรง ยดื ตวั อย่ำง องอำจ หมายเหตุ ใหเ้ ดินแบบ “เดินสวนสนำม” หนำ้ ท่ีประทบั เร่ิมต้งั แต่ธงที่ ๑ - ๓ นอกน้นั ใหเ้ ดินแบบ “เดินตำมปกติ

ลาดบั ข้นั ตอนพธิ ีสวนสนาม ประธำนในพธิ ีมำถึง - ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำมสั่ง “ลกู เสือ - ตรง” “ทำควำมเคำรพผอู้ ำนวยกำรลูกเสือจงั หวดั ” “ตรงหนำ้ ระวงั ” “วนั ทยำ - วธุ ” วงดุริยำงคบ์ รรเลงเพลงมหำฤกษ์ - ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำม (วิ่งในทำ่ เคำรพ) ไปรำยงำนแจง้ ยอดจำนวนลูกเสือ เนตรนำรี ผบู้ งั คบั บญั ชำ เสร็จ แลว้ กลบั เขำ้ ที่ ส่ัง “เรียบ, อำวธุ ” - กองลกู เสือเกียรติยศเชิญธงลูกเสือประจำจงั หวดั เขำ้ สู่พิธี (ขบวนเชิญธงจะประกอบดว้ ย ผกู้ ำกบั ลูกเสือ นำหนำ้ 1 คน ตำมดว้ ยแตรเด่ียว 1 คู่ เจำ้ หนำ้ ท่ีประจำธง 4 คน ไดแ้ ก่ นำยหมู่ลกู เสือ 1 คน เป็นผเู้ ชิญธง รองผกู้ ำกบั อำวโุ ส อยทู่ ำงดำ้ นขวำมือของผเู้ ชิญธง รองผกู้ ำกบั อ่อนอำวโุ สอยทู่ ำงดำ้ นซำ้ ยมือของผเู้ ชิญธง นำยหม่ลู ูกเสืออีกหน่ึงคนเป็น ผชู้ ่วยผเู้ ชิญธง อยดู่ ำ้ นหลงั ของผเู้ ชิญธง ปิ ดทำ้ ยขบวนดว้ ยแถวตอนของลกู เสือ 1 กอง) - ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำม สง่ั ทำควำมเคำรพธงลูกเสือจงั หวดั “ลูกเสือ - ตรง” “ทำควำมเคำรพธงลูกเสือ ประจำจงั หวดั ” “ทำงซำ้ ย - ระวงั ” “วนั ทยำ - วธุ ” วงดุริยำงคบ์ รรเลงเพลงมหำชยั - เม่ือจบเพลงมหำชยั ขบวนเชิญธงจะหยดุ ตรงหนำ้ ปะรำพิธีพอดี ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำมสัง่ “เรียบ, อำวธุ ” “ตำม ระเบียบ, พกั ” - ผกู้ ำกบั ลูกเสือท่ีนำขบวนธงลูกเสือประจำจงั หวดั สงั่ “ซำ้ ยหนั ” แลว้ สงั่ “ระวงั ” (ใหร้ องผกู้ ำกบั ที่อ่อนอำวุโส ว่ิงไปขำ้ งหนำ้ ผเู้ ชิญธง และใหร้ องผกู้ ำกบั ท่ีอำวุโสวิง่ ไปอยดู่ ำ้ นหนำ้ กองลูกเสือของตน ส่วนผชู้ ่วยผเู้ ชิญธงใหว้ งิ่ ไปอยู่ ดำ้ นหลงั ของผเู้ ชิญธง) - ผกู้ ำกบั ลกู เสือท่ีนำขบวนธงลกู เสือประจำจงั หวดั สง่ั “วนั ทยำ - วธุ ” (เฉพำะขบวนเชิญธงท้งั หมดทำควำม เคำรพ) - รองผกู้ ำกบั ท่ีอ่อนอำวโุ สสง่ั “ธง, หนำ้ – เดิน” แลว้ เดินนำหนำ้ ผเู้ ชิญธงและผชู้ ่วยผเู้ ชิญธงไปต้งั แถวหนำ้ กระดำน 3 คน ดำ้ นหนำ้ แทน่ ประดิษฐำนธง - เม่ือผเู้ ชิญธงประดิษฐำนธงเรียบร้อยแลว้ ผูก้ ำกบั ลกู เสือท่ีนำขบวนธงลูกเสือประจำจงั หวดั ส่งั “เรียบ, อำวุธ” แลว้ สง่ั “แยก” (ขบวนเชิญธงท้งั หมดเขำ้ ไปนง่ั ณ บริเวณปะรำพธิ ี) - คณะกรรมกำรลูกเสือจงั หวดั คณะกรรมกำรจดั งำน ออกมำเขำ้ แถวหนั หนำ้ เขำ้ หำปะรำพิธี - รองผอู้ ำนวยกำรลูกเสือจงั หวดั กลำ่ วรำยงำน - ประธำนใหโ้ อวำท - ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำมสงั่ “เตรียมกลำ่ วคำปฏิญำณ” “ลกู เสือ – ตรง” - ผบู้ งั คบั บญั ชำลกู เสืออำวุโสนำลูกเสือกลำ่ วคำปฏิญำณตำมลำดบั ประเภทลูกเสือ - คณะกรรมกำรลกู เสือจงั หวดั คณะกรรมกำรจดั งำน กลบั เขำ้ ท่ี - แตรเดี่ยววง่ิ มำเคำรพประธำน แลว้ ทำซำ้ ยหนั เป่ ำสัญญำณเตรียมสวนสนำมคร้ังที่ 1 แลว้ กลบั หลงั หนั เป่ ำสญั ญำณเตรียมสวนสนำมคร้ังท่ี 2 เสร็จแลว้ กลบั หลงั หนั - ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำมส่ัง “ลกู เสือ - เตรียมสวนสนำม” - แตรเด่ียวเป่ ำสัญญำณหนำ้ เดินคร้ังแรกคร้ังที่ 1 แลว้ กลบั หลงั หนั เป่ ำสัญญำณหนำ้ เดินคร้ังท่ี 2 เสร็จแลว้ ซำ้ ยหนั ทำควำมเคำรพประธำน ทำขวำหนั วิง่ เขำ้ ที่

- ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำมสัง่ “ขวำ – หนั ” “ปรับขบวนสวนสนำม” เรียบร้อยแลว้ สัง่ “แบก – อำวุธ” “หนำ้ เดิน” - ประธำนและผบู้ งั คบั บญั ชำ ทำวนั ทยหัตถ์ รับควำมเคำรพจำกขบวนสวนสนำมเฉพำะธงประจำกองแต่ละ กองที่เดินผำ่ น - ลกู เสือ เนตรนำรี ผบู้ งั คบั บญั ชำ สวนสนำมผำ่ นประธำนแลว้ กลบั เขำ้ ท่ีเดิม - จำกน้นั เป็นพิธีเชิญธงลกู เสือประจำจงั หวดั กลบั - ขบวนธงลูกเสือประจำจงั หวดั ต้งั แถวหนั หนำ้ เขำ้ หำปะรำพิธี - ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำม ส่ังทำควำมเคำรพธงลูกเสือจงั หวดั “ลกู เสือ - ตรง” “ทำควำมเคำรพธงลูกเสือ ประจำจงั หวดั ” “ตรงหนำ้ - ระวงั ” “วนั ทยำ - วธุ ” - รองผกู้ ำกบั ที่อ่อนอำวุโสเดินนำผเู้ ชิญธง นำยหมลู่ ูกเสือเชิญธงลกู เสือประจำจงั หวดั ในทำ่ เคำรพ - ผกู้ ำกบั ลกู เสือที่นำขบวนธงลกู เสือประจำจงั หวดั สัง่ “ระวงั ” “วนั ทยำ - วุธ” - รองผกู้ ำกบั ที่อ่อนอำวุโสสง่ั “ธง, หนำ้ – เดิน” แลว้ เดินนำหนำ้ ผเู้ ชิญธงและผชู้ ่วยผเู้ ชิญธง โดยเดินวนขวำ ในขณะท่ีแตรเด่ียวเป่ ำเพลงคำนบั 3 จบ - เมื่อเขำ้ ประจำรูปขบวนแลว้ รองผกู้ ำกบั อำวุโสปรับเปล่ียนตำแหน่งกบั นำยหมู่ผชู้ ่วยผเู้ ชิญธง - ผกู้ ำกบั ลกู เสือท่ีนำขบวนธงลกู เสือประจำจงั หวดั สั่ง “เรียบ, อำวธุ ” “ขวำ – หนั ” “แบก – อำวุธ” “หนำ้ – เดิน” - วงดุริยำงคบ์ รรเลงเพลงมหำชยั ขบวนธงลูกเสือประจำจงั หวดั เดินออกจำกบริเวณพธิ ี - ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำม ส่ัง “เรียบ, อำวุธ” “ตำมระเบียบ, พกั ” - ผอู้ ำนวยกำรลกู เสือจงั หวดั เดินทำงกลบั - ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำมสั่ง “ลูกเสือ - ตรง” “ทำควำมเคำรพผอู้ ำนวยกำรลูกเสือจงั หวดั ” “ตรงหนำ้ ระวงั ” “วนั ทยำ - วธุ ” วงดุริยำงคบ์ รรเลงเพลงมหำฤกษ์ *************************** แนวปฏบิ ัตพิ ธิ ีทบทวนคาปฏิญาณและสวนสนาม วนั คล้ายวันสถาปนาคณะลกู เสือแห่งชาติวนั ที่ ๑ กรกฎาคม (ระดบั สถานศึกษา) กาหนดการ ๑. กองลกู เสือ เนตรนำรีต้งั แถวในสนำม ๒. ประธำน (ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียน) มำถึงยนื บนแท่นรับกำรเคำรพ ๓. ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำมสั่ง “ลกู เสือ-ตรง”“ทำควำมเคำรพผอู้ ำนวยกำรลูกเสือโรงเรียน” “ตรงหนำ้ , ระวงั ” “วนั ทยำ – วธุ ” ๔. วงดุริยำงคล์ กู เสือบรรเลงเพลงมหำฤกษจ์ บเพลง ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำม สงั่ “เรียบ – อำวุธ” ๕. ประธำน เดินไปหนำ้ โตะ๊ หมู่ท่ีประดิษฐำนพระบรมฉำยำลกั ษณ์พระประมขุ คณะลูกเสือแห่งชำติ ถวำยควำมเคำรพ (วนั ทยหตั ถ)์ ๖. ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำม สัง่ “ลูกเสือตรงหนำ้ , ระวงั ”

๗. ประธำนเปิ ดกรวยดอกไมถ้ วำยรำชสกั กำระเสร็จแลว้ ถอยหลงั ๑ กำ้ ว ถวำยควำมเคำรพ (วนั ทยหตั ถ)์ ๘. ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำม สั่ง “วนั ทยำ - วธุ ”วงดุริยำงคล์ ูกเสือบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบำรมี จบ เพลงผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำม ส่งั “เรียบ – อำวธุ ”“ตำมระเบียบ, พกั ” ๙. ประธำนข้ึนยนื บนแท่นรับกำรเคำรพ รองผอู้ ำนวยกำรลกู เสือ โรงเรียนกล่ำวรำยงำน กิจกำรลกู เสือ ในรอบปี ๑๐. ประธำนมอบโล่แก่ผมู้ ีอุปกำรคณุ หรือเกียรติบตั รผูบ้ งั คบั บญั ชำลูกเสือดีเด่น หรือเขม็ บำเพญ็ ประโยชน(์ ถำ้ มี) ๑๑. ผกู้ ำกบั กลุ่มลกู เสือ นำลกู เสือทบทวนคำปฏิญำณ ๑๒. ประธำนใหโ้ อวำท จบคำใหโ้ อวำท ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำม สงั่ “ตรงหนำ้ ,ระวงั ” “วนั ทยำ - วุธ” ๑๓. วงดุริยำงคล์ ูกเสือบรรเลงเพลงมหำฤกษจ์ บเพลงผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำม ส่ัง “เรียบ – อำวธุ ” ๑๔. แตรเดี่ยวเป่ ำใหส้ ญั ญำณเตรียมสวนสนำม ๒ คร้ังผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำมสัง่ “ลกู เสือเตรียมสวน สนำม” ๑๕. แตรเด่ียวเป่ ำใหส้ ัญญำณหนำ้ เดิน ๒ คร้ังผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำมส่งั “แบก - อำวุธ” “เล้ียวขวำ” “หนำ้ เดิน” ๑๖. ขบวนลูกเสือ-เนตรนำรีสวนสนำม และเดินกลบั เขำ้ สู่ท่ีต้งั ในสนำม ใหอ้ ยใู่ นท่ำพกั ตำมระเบียบ ๑๗. ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำม สัง่ ลกู เสือทำควำมเคำรพประธำนในพธิ ี“ลูกเสือตรงหน้ำ,ระวงั ” “วนั ทยำ-วธุ ”วงดุริยำงคล์ ูกเสือบรรเลงเพลงมหำฤกษจ์ บเพลงผูบ้ งั คบั ขบวนสวนสนำม สัง่ “เรียบ – อำวุธ” ๑๘. ประธำนในพิธีเดินทำงกลบั ผูบ้ งั คบั ขบวนสวนสนำม สง่ั “แยก” .................................................. แนวปฏบิ ตั ิพธิ ีทบทวนคาปฏญิ าณและสวนสนาม วนั คล้ายวนั สถาปนาคณะลกู เสือแห่งชาตวิ ันท่ี ๑ กรกฎาคม (ระดบั จังหวดั ) กาหนดการ ๑. วงดุริยำงคก์ องลูกเสือ เนตรนำรีต้งั แถวสนำม ๒. ผำอำนวยกำรจงั หวดั มำถึง ผูบ้ งั คบั ขบวนสวนสนำม ส่ัง “ ลูกเสือ-ตรง”“ทำควำมเคำรพผอู้ ำนวยกำร ลูกเสือจงั หวดั ”“ตรงหนำ้ ,ระวงั ”“วนั ทยำ – วุธ”วงดุริยำงคล์ ูกเสือบรรเลงเพลงมหำฤกษจ์ บเพลงมหำฤกษ์ ผู้ บงั คบั ขบวนสวนสนำมสง่ั “เรียบ – อำวุธ” “ตำมระเบียบ, พกั ” ๓. พิธีเชิญธงลูกเสือประจำจงั หวดั ( ขบวนเชิญธงประกอบดว้ ยผกู้ ำกบั ลกู เสือ ๑ คน แตรเด่ียว ๑ คู่ เจำ้ หนำ้ ท่ีประจำธง ๔ คน และ แถวลูกเสือ ๑ กอง ) ๔. เม่ือขบวนเชิญธงมำถึง (ต้งั ) ระยะแสดงควำมเคำรพ ผูบ้ งั คบั สวนสนำมส่ัง “ลูกเสือ-ตรง” “ทำควำม เคำรพธงลูกเสือประจำจงั หวดั ”“ทำงขวำ(ทำงซำ้ ย) ระวงั , วนั ทยำ – วุธ”วงดุริยำงคล์ ูกเสือบรรเลงเพลง มหำชยั ๓ จบ เม่ือจบเพลงมหำชยั ขบวนเชิญธงจะหยดุ ตรงหนำ้ ปะรำพธิ ีพอดีผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำมส่งั “เรียบ – อำวธุ ” “ตำมระเบียบ , พกั ” ๕. รองผอู้ ำนวยกำรลกู เสือจงั หวดั รำยงำนกิจกำรลกู เสือในรอบปี ๖. ผชู้ ่วยผตู้ รวจกำรลูกเสือจงั หวดั อ่ำนรำยชื่อ ผเู้ ขำ้ รับเข็มลกู เสือบำเพญ็ ประโยชน์โล่สมนำคุณ

๗. ผตู้ รวจกำรลูกเสือจงั หวดั นำกล่ำวทบทวนคำปฏิญำณ ๘. ผอู้ ำนวยกำรลูกเสือจงั หวดั ให้โอวำท จบคำให้โอวำท ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำมสงั่ “ลูกเสือตรงหนำ้ ,ระวงั ”“วนั ทยำ - วุธ” วงดุริยำงคล์ ูกเสือบรรเลงเพลงมหำฤกษจ์ บเพลงผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำมส่งั “เรียบ - อำวุธ” จบเพลงผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำมสัง่ “เรียบ - อำวุธ” ***กำรจดั ขบวนสวนสนำม*** (๑) วงดุริยำงคล์ ูกเสือ (๒) ธงลูกเสือ ๔ ประเภท (๓) ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำม (ของจงั หวดั ) (๔) กองบงั คบั กำรผสม (ของจงั หวดั ) (๕) กองพนั ลกู เสือประเภทต่ำงๆ ๙. กำรแสดงกิจกรรม ๑๐. เชิญธงลกู เสือประจำจงั หวดั กลบั ๑๑. ผอู้ ำนวยกำรลูกเสือจงั หวดั เดินทำงกลบั วงดุริยำงค์ลูกเสือบรรเลงเพลงมหำฤกษ์ ........................................... พธิ ีการในวนั สาคัญทางลกู เสือ วันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติในส่วนกลาง .................................... วตั ถปุ ระสงค์ • เพือ่ นอมรำลึกในพระมหำกรุณำธิคุณพระบำทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลำ้ เจำ้ อยหู่ วั พระผูพ้ ระรำชทำน กำเนิดลกู เสือไทย เมื่อวนั ท่ี1 กรกฎำคม พ.ศ.2454 • เพอ่ื ถวำยควำมจงรักภกั ดีแด่พระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยหู่ ัวประมุขของคณะลกู เสือแห่งชำติ แนวปฏิบตั ิ ในพธิ ีกำรทบทวนคำปฏิญำณและสวนสนำมของลกู เสือวนั คลำ้ ยวนั สถำปนำคณะลกู เสือ แห่งชำติในส่วนกลำง ๑. กองลกู เสือท่ีสวนสนำม ต้งั แถวในสนำมใหเ้ รียบร้อยก่อนเวลำที่ประธำนในพธิ ีจะเสด็จพระรำช ดำเนินมำถึง ๒. พธิ ีเชิญธงคณะลกู เสือแห่งชำติเขำ้ สู่สนำมศุภชลำศยั ๓. เมื่อองคป์ ระธำนในพธิ ีเสดจ็ พระรำชดำเนินมำถึง ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำมสัง่ “ลูกเสือ-ตรง” “ถวำย ควำมเคำรพ แด่สมเด็จพระบรมโอรสำธิรำชฯ สยำมมกฎุ รำชกมุ ำร”“ตรงหน้ำ,ระวงั ”“วนั ทยำ-วุธ” วงดุริยำงค์ ลูกเสือบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบำรมีเม่ือจบเพลงสรรเสริญพระบำรมีผูบ้ งั คบั ขบวนสวน สนำมสงั่ “เรียบ – อำวุธ”“ตำมระเบียบ, พกั ” ๔. สภำนำยกสภำลูกเสือแห่งชำติกรำบบงั คมทลู รำยงำนกิจกำรลูกเสือในรอบปี ๕. ประธำนคณะกรรมกำรบริหำรลูกเสือแห่งชำติกรำบบงั คมทลู เบิกตวั ผูเ้ ขำ้ เฝ้ำ ๖. เลขำธิกำรคณะกรรมกำรบริหำรลกู เสือแห่งชำตินำลูกเสือกล่ำวคำปฏิญำณ “ลกู เสือเตรียมกล่ำวคำ ปฏิญำณ ,ตรง”“ลกู เสือสำรองกล่ำวคำปฏิญำณตำมขำ้ พเจำ้ ” จบคำปฏิญำณตนของลูกเสือสำรอง ลูกเสือและ ผบู้ งั คบั บญั ชำลกู เสือท้งั หมด ลดมือลง “ลกู เสือสำมญั ลูกเสือสำมญั รุ่นใหญ่ลูกเสือวิสำมญั เนตรนำรีสมำชิกผู้

บำเพญ็ ประโยชน์ผบู้ งั คบั บญั ชำ และลูกเสือชำวบำ้ น กล่ำวคำปฏิญำณตำมขำ้ พเจำ้ ” เมื่อกล่ำวจบ ทกุ คนลดมือลง อยใู่ นท่ำตรง ๗. องคป์ ระธำนในพิธีพระรำชทำนพระบรมรำโชวำท เมื่อจบพระบรมรำโชวำท ผู บงั คบั ขบวนสวน สนำมสัง่ “ลูกเสือตรงหนำ้ ,ระวงั ” “วนั ทยำ – วธุ ” วงดุริยำงคบ์ รรเลงเพลงสรรเสริญพระบำรมีเมื่อเพลงสรรเสริญ พระบำรมีจบ ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำม สง่ั “เรียบ –อำวธุ ” ๘. กำรเดินสวนสนำม - แตรเดี่ยวเป่ ำใหส้ ัญญำณเตรียมสวนสนำม ๒ คร้ัง ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำมสั่ง “ลกู เสือเตรียม สวนสนำม” - แตรเดี่ยวเป่ ำใหส้ ัญญำณหนำ้ เดิน ๒ คร้ัง ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำมส่งั “ขวำ – หนั ”“ปรับ ขบวน สวนสนำม”“แบก – อำวธุ ” - ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำม เดินเขำ้ ประจำท่ีท่ีกำหนดสัง่ “หนำ้ – เดิน” วงดุริยำงคบ์ รรเลงเพลง ***กำรจดั ขบวนสวนสนำมของส่วนกลำง*** ๑. แตรเด่ียวและวงดุริยำงคล์ ูกเสือนำ ๒. ธงคณะลูกเสือแห่งชำติ ๓. ธงลูกเสือ ๔ ประเภท ๔. ผบู้ งั คบั ขบวนสวนสนำม ๕. กองบงั คบั กำรผสม ๖. กองพนั ต่ำงๆ ๙. กำรแสดง / กิจกรรม ตำมที่ไดก้ ำหนดไว้ ๑๐. เมื่อจบกิจกรรม องคป์ ระธำนในพธิ ีเสดจ็ พระรำชดำเนินกลบั วงดุริยำงคบ์ รรเลงเพลง สรรเสริญพระบำรมีทุกคนท่ีอยู่ในบริเวณพิธียนื ถวำยควำมเคำรพ กำรแต่งกำย เคร่ืองแบบลูกเสือชุดฝึ ก ผำ้ ผกู คอตำมสงั กดั ...................................................

ตวั อย่างแผนผงั การเดินสวนสนาม (ในส่วนกลำง)





*******************************


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook