Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การศึกษาไทยในศตวรรษที่21ผลผลิตและแนวทางกา(1)

การศึกษาไทยในศตวรรษที่21ผลผลิตและแนวทางกา(1)

Published by สุกัลยา สิงห์สา, 2022-08-30 07:31:53

Description: การศึกษาไทยในศตวรรษที่21ผลผลิตและแนวทางกา(1)

Search

Read the Text Version

วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ บณั ฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลยั ราชภัฏพบิ ลู สงคราม 1 ปีที่ 8 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – มิถนุ ายน 2557 การศกึ ษาไทยในศตวรรษท่ี 21 : ผลผลิตและแนวทางการพัฒนา อาจารย์ ดร.อดลุ ย์ วงั ศรีคูณ* บทนา เป็นท่ียอมรับกันโดยท่ัวไปแล้วว่า การศึกษาคือเคร่ืองมือสาคัญในการพัฒนาคนและสังคม กลา่ วคอื การศกึ ษาจะพฒั นาคนใหม้ คี ณุ ลกั ษณะตามท่สี งั คมต้องการ เพ่ือใหค้ นเป็นปัจจัยในการพัฒนา สังคมต่อไป ดังน้ันการศึกษาจึงต้องแสดงบทบาทให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโดยรวม ปัจจุบันสังคมโลกและสังคมไทย กาลังก้าวเข้าสู่ศตวรรษท่ี 21 อันเป็นยุคท่ีมีความสลับซับซ้อนและมี การเปล่ียนแปลงอย่างรวดเรว็ ทาให้การศกึ ษาของไทยถึงเวลาปรบั เปล่ียนอีกครงั้ หนึ่ง เพ่ือให้การศึกษา สามารถสร้างผลผลิตได้สอดคล้องกับความต้องการและบริบทของสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความน้ีมุ่งนาเสนอสภาพของสังคมในศตวรรษท่ี 21 รวมทั้งการสังเคราะห์ผลผลิตซึ่ง หมายถึง คุณลกั ษณะของผทู้ ส่ี าเร็จการศึกษา ตลอดจนแนวทางในการพัฒนาใหผ้ ลผลติ เป็นไปตามท่ตี อ้ งการ โดย ผา่ นการศกึ ษาในระบบเป็นหลกั สงั คมโลกและสงั คมไทยในศตวรรษท่ี 21 สังคมมีการเปล่ียนแปลงอยู่ตลอดเวลาและในยุคปัจจุบันสังคมมีอัตราการเปลี่ยนแปลง ท่ี รวดเรว็ มาก นักคิดในแวดวงตา่ งๆ ของโลกและไทยต่างให้ความสนใจกับสภาพสังคมเป็นอย่างย่ิงนักคิด ท้ังหลายเรียกสังคมของมนุษยชาติในอนาคตในช่ือที่แตกต่างกัน อัลวิน ทอฟฟเลอร์ (Alvin Toffler, 2538) เรยี กว่า ยคุ คล่ืนลกู ทส่ี าม (The third wave) โดยมองว่าการเปลย่ี นแปลงของกระแสโลกจะเป็น การเปล่ียนแปลงท่มี ีลกั ษณะ “ท้งั โลก” (Global) ไม่ว่าจะเปน็ ด้านเศรษฐกจิ สงั คม การเมือง ฯลฯ โดย มเี ทคโนโลยที ท่ี นั สมยั เป็นตวั ขบั เคล่ือน ในขณะท่ี อีรคิ ชมิดท์ และ เจเรด โคเฮน (Eric Schmidt and Jared Cohen, 2014) เรยี กโลกยคุ นวี้ ่า ยุคดิจิทัลเปล่ียนโลก (The New Digital Age) นอกจากน้ีแล้ว ยังถูกเรียกในช่ืออื่นๆอีกว่าเป็น “ยุคโลกไร้พรมแดน” (Borderless world) ยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) สุวิทย์ เมษิณทรีย์ (2550 อ้างถึงในจินตนา สุจจานันท์, 2556 : 2) เรียกว่าเป็นยุค “หลงั สงั คมฐานความรู้” (Post knowledge – based society) ซ่ึงเปน็ โลกที่เน้น ________________________ * อาจารย์ประจาคณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏพบิ ูลสงคราม

2 Humanities and Social Sciences Journal of Graduate School, Pibulsongkram Rajabhat University Vol. 8 No. 1 January – June 2014 เรือ่ งกัลยาณมติ รมีการเปลี่ยนรปู แบบของคนจากต่างคนตา่ งปดิ ไปสู่ต่างคนต่างเปิด เป็นโลกท่ีก้าวข้าม สังคมที่เน้นการแข่งขันไปสู่การร่วมสร้างสรรค์ เป็นโลกที่ภูมิปัญญาได้พัฒนาก้าวข้ามทรัพย์สินทาง ปญั ญาสู่ภมู ปิ ญั ญามหาชน เชน่ ยูทบู (Youtube) หรือ วิกิพเี ดยี (Wikipedia) โลกหลงั สังคมฐานความรู้ เป็นโลกท่ีเปล่ียนวถิ ชี ีวติ มนษุ ยจ์ ากการพงึ่ พิง ไปสู่ความเป็นอิสระและการพ่ึงพาอาศัยกัน เม่ือพิจารณา แนวคดิ ของ สวุ ิทย์ เมษิณทรยี ์ แลว้ จะเหน็ วา่ ค่อนข้างมองโลกในแง่ดี ซ่ึงแตกต่างจากแนวคิดของ เจมส์ มารต์ นิ (James Martin, 2553) ซึ่งปรากฏอยใู่ นหนงั สือของเขาท่ีชือ่ วา่ “โลกแหง่ ศตวรรษที่ 21” (The Meaning of the 21st Century) เจมส์ได้เสนอแนวคิดว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้างในยุคศตวรรษท่ี 21 ซึ่ง ค่อนข้างจะเป็นในทางลบ แต่เขามีเจตนา ที่จะกระตุ้นให้สังคมตระหนักและหาแนวทางแก้ไขปัญหา ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นเช่นเดียวกับ ประเวศ วะสี (2545) เห็นว่าวิถีชีวิตของมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 จะมี ปญั หามากขึ้นอันสืบเนื่องมาจากกิเลส และอวิชชาจะต้องอาศัยหลักธรรมทางพุทธศาสนามาแก้ปัญหา มนุษย์จะต้องเปล่ียนไปสู่ภาวะหรือภพภูมิท่ีสูงกว่า สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ (2557) ได้ประเมินสถานการณ์ที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศไทยท้ังในระดับโลกและใน ระดับประเทศ ดังน้ี 1. การเปลยี่ นแปลงสาคัญระดับโลก 1.1 กฎ กติกาใหม่ของโลกหลายด้านส่งผลให้ทุกประเทศต้องปรับตัว วิกฤตเศรษฐกิจ และการเงินของโลกท่ีผ่านมาได้ส่งผลให้เกิดการปรับเปล่ียนกฎระเบียบในการบริหารจัดการเศรษฐกิจ โลกทั้งด้านการค้า การลงทุน การเงิน สิ่งแวดล้อม และสังคมเพื่อการจัดระเบียบใหม่ที่สาคัญของโลก ครอบคลุมถึง กฎ ระเบียบด้านการค้า และการลงทุนท่ีเน้นสร้างความโปร่งใสและแก้ปัญหาโลกร้อน มากขน้ึ การค้มุ ครองทรัพยส์ นิ ทางปญั ญา ความร่วมมือระหวา่ งประเทศ และการกากับดูแลดา้ นการเงนิ ทเี่ ข้มงวดมากข้ึน 1.2 การปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจโลกแบบหลายศูนย์กลาง รวมทั้งภูมิภาคเอเชียทวี ความสาคัญเพิ่มขึ้นโดย เฉพาะกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมใหม่ อาทิ ฮ่องกง เกาหลี สิงคโปร์ ไต้หวัน และกลุ่มประเทศอาเซียน ที่มีแนวโน้มเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมโลก ขณะที่นโยบาย การเปิดประเทศของจีน รัสเซีย พลวัตการขยายตัวของบราซิลและอินเดีย และการเพิ่มขึ้นของชนช้ัน กลางในภมู ภิ าคเอเชียจะเพิ่มกาลังซื้อในตลาดโลก 1.3 การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของโลกอย่างต่อเนื่อง ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 ประชากรสูงอายุในโลกจะเพ่ิมขึ้นอีก 81.9 ล้านคน และการเป็นสังคมผู้สูงอายุของประเทศสาคัญๆ ในโลก มผี ลกระทบต่อการเคลอื่ นย้ายกาลังคนขา้ มประเทศ เกดิ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ขณะท่ี โครงการสรา้ งการผลติ เปล่ียนจากการใช้แรงงานเขม้ ขน้ เปน็ การใช้องคค์ วามรแู้ ละเทคโนโลยมี ากขน้ึ 1.4 การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกส่งผลให้สภาพภูมิอากาศแปรปรวน ในช่วง 30 ปี ท่ีผ่านมา อุณหภูมิโลกสูงขึ้นโดยเฉล่ีย 0.2 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ ส่งผลให้สภาพภูมิอากาศ

วารสารมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ บณั ฑิตวทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั ราชภัฏพิบูลสงคราม 3 ปที ี่ 8 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – มถิ นุ ายน 2557 แปรปรวนก่อให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยครั้งและทวีความรุนแรง อาทิ แผ่นดินไหว ดินถล่ม ภูเขาไฟระเบิด อุทกภัย วาตภัย ภัยแล้ง ไฟป่า ระบบนิเวศในหลายพื้นท่ีของโลกอ่อนแอ สูญเสีย พันธุ์พืชและสัตว์ พื้นผิวโลก เปลี่ยนแปลงทางกายภาพ โดยเฉพาะการสูญเสียพ้ืนท่ีชายฝั่งเนื่องจาก ระดับนา้ ทะเลทสี่ ูงขนึ้ 1.5 ความมั่นคงทางอาหารและพลังงานของโลกมีแนวโน้มจะเป็นปัญหาสาคัญ ความต้องการพืช พลังงานสินค้าเกษตรและอาหารมีแนวโน้มเพ่ิมข้ึนจากการเพิ่มประชากรโลก แต่การผลิตพืชอาหารลดลงด้วยข้อจากัดด้านพื้นที่ เทคโนโลยีที่มีอยู่ และการเปล่ียนแปลงของ ภมู อิ ากาศ ทาใหเ้ กดิ ความขดั แย้งระหว่างการผลิตพืชอาหารและพืชพลงั งานในอนาคต 1.6 ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมีบทบาทสาคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งตอบสนองต่อการดารงชีวิตของประชาชนมากยิ่งข้ึน ท้ังเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยชี วี ภาพ และเทคโนโลยเี กย่ี วกบั การทางานของสมองและจิต ท่ีเป็นทัง้ โอกาส หรอื ภยั คุกคามในการพัฒนา 1.7 การก่อการร้ายสากลเป็นภัยคุกคามประชาคมโลก การก่อการรา้ ยและอาชญากรรม ข้ามชาติมแี นวโนม้ ขยายตัวทั่วโลกและรุนแรง มีรูปแบบและโครงขา่ ยทซี่ ับซอ้ นมากขึน้ สง่ ผลกระทบต่อ ความมัน่ คงของประเทศ ต้องเตรียมความพร้อมในการควบคุมปจั จัยทเ่ี ก้ือหนนุ การกอ่ การร้ายและสร้าง ความร่วมมือในเวทีระหวา่ งประเทศเพอ่ื ปกป้องผลประโยชน์ของชาติจากภยั ก่อการรา้ ย 2. การเปล่ียนแปลงภายในประเทศ 2.1 การเปลี่ยนแปลงสภาวะด้านเศรษฐกิจ อัตราการขยายตัวและเสถียรภาพทาง เศรษฐกจิ ของประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์ดี ภาคอุตสาหกรรมเป็นภาคการผลิตท่ีมีบทบาทสูง ภาคเกษตร เป็นแหล่งสร้างรายได้หลักของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศและเป็นฐานใ นการสร้างมูลค่าเพิ่ม ของภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการมีบทบาทสาคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจขณะท่ี การเช่อื มโยงเศรษฐกิจในประเทศกับต่างประเทศทาใหเ้ กิดกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ 2.2 การเปลี่ยนแปลงสภาวะด้านสังคมประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุจากการมี โครงสร้างประชากรที่วยั สงู อายุเพม่ิ ขึ้น วัยเดก็ และวยั แรงงานลดลงคนไทยได้รบั การพัฒนาศักยภาพทุก ช่วงวัยแต่มีปัญหาคุณภาพการศึกษาและระดับสติปัญญาของเด็ก พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพและผลิต ภาพแรงงานต่าประชาชนได้รับการคุม้ ครองทางสังคมเพิ่มขึ้นและมีการจัดสวัสดิการทางสังคมในหลาย รูปแบบ แต่กลุ่มผู้ดอ้ ยโอกาสยงั ไม่สามารถเขา้ ถงึ บริการทางสงั คมไดอ้ ย่างทวั่ ถึง 2.3 การเปลี่ยนแปลงสภาวะด้านทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม ทุนทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรม การเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอาก าศส่งผลซ้าเติมให้ปัญหา ทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อมรุนแรงกระทบต่อผลผลิตภาคเกษตรและความยากจน การบริหาร จัดการทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ มยงั ไม่มีประสทิ ธิภาพเท่าท่คี วร

4 Humanities and Social Sciences Journal of Graduate School, Pibulsongkram Rajabhat University Vol. 8 No. 1 January – June 2014 2.4 การเปล่ียนแปลงสภาวะด้านการบริหารจัดการการพัฒนาประเทศ ประชาชน มีความต่ืนตัวทางการเมืองสูงขึ้น แต่ความขัดแย้งทางการเมืองความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงอยู่และส่งผลต่อเศรษฐกิจการดารงชีวิตของประชาชน และความเช่ือม่ันของนานาประเทศ รวมท้ังความสงบสุขของสังคมไทย ขณะท่ีประสิทธิภาพภาครัฐมีการเปลี่ยนแปลงในภาพรวมที่ดีขึ้น แตข่ ดี ความสามารถในการปอ้ งกันการทุจรติ ตอ้ งปรับปรงุ จะเห็นได้ว่าแนวโน้มของสังคมโลกและสังคมไทยในศตวรรษที่ 21 มีการเปลี่ยนแปลง คอ่ นข้างมากความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยแี ละระบบสารสนเทศ ทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของ มนุษย์บ้านจะกลายเป็นที่ทางานมีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน การท่ีมนุษย์จะสามารถ ดารงชีวติ อยู่ได้อย่างมคี ุณภาพจาเปน็ อยา่ งยง่ิ ทจี่ ะต้องปรับตวั ให้เหมาะสมกับยุคดังกล่าวซ่ึงอาจกล่าวได้ ว่าจะตอ้ งพฒั นาตนเองใหม้ คี ุณลักษณะในศตวรรษที่ 21 นัน่ เอง ผลผลิต : บุคคลในศตวรรษท่ี 21 ความจรงิ แล้วความคิดเก่ียวกับคุณลักษณะของคนในศตวรรษที่ 21 มีมาก่อนจะถึงยุคศตวรรษ ที่ 21 ด้วยซ้าดังจะเห็นได้จากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือ ยูเนสโก (Unesco) ได้ศึกษาแนวทางการจัดการศึกษาสาหรับศตวรรษที่ 21 โดยจัดให้มีการประชุม นานาชาติเพื่อแลกเปล่ียนความคิดเห็นและประสบการณ์ของกลุ่มคนต่างๆ ทั่วโลก หลังจากนั้น คณะกรรมาธิการนานาชาติว่าดว้ ยการศกึ ษาในศตวรรษที่ 21 แห่งยูเนสโก จานวน 15 คน ได้สรุปแนว ทางการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 เป็นรายงานและตั้งชื่อรายงานว่า “Learning : The Treasure Within” แปลว่า “การเรียนรู้ : ขุมทรัพย์ในตน” ในรายงานดังกล่าวมีสาระสาคัญตอนหน่ึงที่กล่าวถึง “ส่ีเสาหลักทางการศึกษา” ซ่ึงเป็นหลักในการจัดการศึกษาในศตวรรษท่ี 21 ประกอบด้วยการเรียนรู้ 4 แบบ ได้แก่ การเรียนรู้เพื่อรู้ (Learning to know) การเรียนรู้เพื่อปฏิบัติได้ (Learning to do) การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน (Learning to live together) และการเรียนรู้เพื่อชีวิต (Learning to be) (คณะกรรมาธิการนานาชาติว่าด้วยการศึกษาในศตวรรษที่ 21, 2540) ซ่ึง วิชัย วงศ์ใหญ่ (2557 : 1-2) ได้ขยายความการเรยี นรู้แตล่ ะแบบมีรายละเอียดดังนี้ 1. การเรียนรู้เพื่อรู้ หมายถึง การเรียนรู้ท่ีมุ่งพัฒนากระบวนการคิด การแสวงหาความรู้และ วิธีการเรียนรู้ของผู้เรียนเพ่ือให้สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ตลอดชีวิต กระบวนการเรียนรู้เน้น การฝึกสติ สมาธิ ความจา ความคดิ ผสมผสานกบั สภาพจรงิ และประสบการณใ์ นการปฏิบัติ 2. การเรียนรู้เพ่ือปฏิบัติได้ หมายถึง การเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาความสามารถและความชานาญ รวมทั้งสมรรถนะทางดา้ นวิชาชีพ สามารถปฏิบัติงานเป็นหมู่คณะสามารถประยุกต์องค์ความรู้ไปสู่การ

วารสารมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ บณั ฑิตวทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏพบิ ูลสงคราม 5 ปีที่ 8 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – มิถนุ ายน 2557 ปฏิบัติงานและอาชีพได้อย่างเหมาะสม กระบวนการเรียนรู้จะเป็นการบูรณาการระหว่างความรู้ ภาคทฤษฎแี ละการฝึกปฏบิ ัติที่เป็นประสบการณต์ ่างๆ ทางสังคม 3. การเรียนรู้ท่ีจะอยู่ร่วมกัน หมายถึง การเรียนรู้ท่ีมุ่งให้ผู้เรียนสามารถดารงชีวิตอยู่ร่วมกับ ผู้อ่ืนในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างมีความสุข มีความตระหนักในการพ่ึงพาอาศัยซ่ึงกันและกัน การแก้ปญั หาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี มีความเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และเข้าใจความ หลากหลายทางด้านวัฒนธรรม ประเพณี ความเช่ือ ของแต่ละบคุ คลในสังคม 4. การเรียนรู้เพ่ือชีวิต หมายถึง การเรียนรู้ท่ีมุ่งพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านจิตใจ ร่างกาย และ สติปัญญาใหค้ วามสาคัญกับจินตนาการและความคดิ สรา้ งสรรค์ ภาษา และวัฒนธรรม เพื่อพัฒนาความ เป็นมนุษย์ทีส่ มบูรณ์ มคี วามรับผิดชอบตอ่ สงั คมและสิง่ แวดล้อม ศลี ธรรม สามารถปรับตัวและปรับปรุง บุคลกิ ภาพของตน เขา้ ใจตนเองและผูอ้ ่นื จากการเรียนรู้ 4 แบบ ซึ่ง 4 เสาหลักของการศึกษาท่ีกล่าวมาอาจพิจารณาได้ว่าการเรียนรู้ เพื่อรู้เปน็ การเรียนรทู้ ีเ่ น้นการพฒั นาสตปิ ัญญา การเรียนรู้เพื่อปฏิบัติได้เป็นการเรียนรู้ที่เน้นการพัฒนา ทักษะ การเรียนรู้ท่ีจะอยู่ร่วมกันเป็นการเรียนรู้ท่ีเน้นมนุษยสัมพันธ์ ส่วนการเรียนรู้เพื่อชีวิตเป็น การเรียนรู้ที่เป็นพัฒนาความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ ผู้เขียนมีความเห็นว่าการเรียนรู้ 3 แบบแรกร่วมกัน กอ่ ให้เกดิ การเรยี นรู้แบบท่ี 4 และการเรยี นรู้ท้งั 4 แบบ ต่างมคี วามสมั พันธก์ นั ดังแผนภูมิขา้ งล่างน้ี การเรยี นรู้ เพือ่ รู้ การเรยี นรู้ การเรยี นรู้ การเรยี นรู้ เพื่อปฏิบตั ไิ ด้ เพ่ือชีวติ ที่จะอยู่ ร่วมกัน แผนภมู ิท่ี 1 แสดงความสมั พนั ธ์ของการเรยี นรู้ 4 แบบ ตามส่ีเสาหลกั ของการศกึ ษา

6 Humanities and Social Sciences Journal of Graduate School, Pibulsongkram Rajabhat University Vol. 8 No. 1 January – June 2014 ส่ีเสาหลักทางการศึกษาของคณะกรรมาธิการนานาชาติว่าด้วยการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ของยูเนสโกสะท้อนให้เห็นถึงคุณลักษณะหรือทักษะสาคัญของคนในศตวรรษท่ี 21 ว่าจะต้องสามารถ เรียนรู้ 4 แบบ ไดด้ ังที่ไดก้ ลา่ วมาขา้ งต้น ปัจจุบันองค์กรต่างๆ ได้กาหนดกรอบความคิดเกี่ยวกับทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ภาคีเพื่อทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (Partnership for 21st century skills, 2011) ห้องวิจัยการศึกษา ของภาคกลางตอนเหนือ (NCREL) และกลุ่มเมทิรี (Metiri Group) (Gina Burkhardt and others, 2003) องค์การเพ่ือความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) (The National commission on Teaching and America’s Future, 2003) สภาผู้นาแห่งชาติเพื่อการศึกษาเสรีและสัญญา ของอเมริกา (LEAP) (R.J.Marzano, 2003) สมาคมเทคโนโลยีการศึกษานานานาชาติ (ISTE) (www.iste.org, 2014) ศูนย์บริการทดสอบทางการศึกษา (ETS) ได้กาหนดมาตรฐานความรู้พ้ืนฐาน ทางดิจิทัล (Educational testing service, 2002) แต่ละองค์กรท่ีเสนอกรอบความคิดมาน้ันเน้ือหา สาระค่อนข้างมคี วามสอดคล้องกัน อย่างไรก็ตามภาคีเพื่อทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เป็นองค์กรที่เสนอ กรอบความคิดท่ีมีความครอบคลุมมากกว่าองค์กรอ่ืนๆ ดังนั้นในท่ีนี้จึงขอกล่าวถึงรายละเอียดกรอบ ความคดิ ขององค์กรดังกล่าวเพื่อเปน็ แนวทางในการศึกษาต่อไป ภาคีเครือข่ายเพื่อทักษะศตวรรษที่ 21 (Partnership for 21st century skills, 2011) เรียก ย่อๆ ว่าหน้า 21 เป็นองค์กรในสหรัฐอเมริกาท่ีเกิดจากการรวมตัวกันของนักคิด นักการศึกษา เอกชน และหน่วยงานของรัฐร่วมกันพัฒนากรอบงานเพ่ือการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (Framework for 21st century learning) เพ่ือเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนในระบบการศึกษาของสหรัฐอเมริกาสาหรับ ศตวรรษท่ี 21 และรฐั ตา่ งๆ มีความเคลื่อนไหวเพื่อดาเนินการเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนของเขา เพือ่ ให้เป็นบุคคลท่มี ีคณุ ลกั ษณะในศตวรรษท่ี 21 ซ่ึงจะต้องมีคณุ ลักษณะดงั นี้ 1. มีความรอบรู้ (Mastery) ในวิชาแกนต่อไปนี้ 1) ภาษาอังกฤษ, การอ่านศิลปะภาษา (English, Reading or language art) 2) ภาษาของโลก (World language) 3) ศิลปะ (Arts) 4) คณิตศาสตร์ (Mathematics) 5) เศรษฐศาสตร์ (Economics) 6) วิทยาศาสตร์ (Science) 7) ภูมิศาสตร์ (Geography) 8) ประวัติศาสตร์ (History) 9) การปกครองและความเป็นพลเมือง (Government and civics) 2. มีความรู้ในขอบข่ายของศตวรรษท่ี 21 (Themes of 21st century) ต่อไปนี้ 1) ความ ตระหนักเร่ืองโลก (Global awareness) 2) พื้นฐานความรู้เก่ียวกับการเงิน, เศรษฐกิจ, และการเป็น ผู้ประกอบการ (Financial, Economic, Business and entrepreneurial literacy) 3) พื้นฐานด้าน การเป็นพลเมือง (Civic literacy) 4) พื้นฐานด้านสุขภาพ (Health literacy) 5) พ้ืนฐานด้าน สิ่งแวดลอ้ ม (Environmental literacy)

วารสารมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยั ราชภัฏพิบลู สงคราม 7 ปที ่ี 8 ฉบับท่ี 1 มกราคม – มิถุนายน 2557 3. มีทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม (Learning and innovation) ประกอบด้วย 1) ทักษะ การสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and innovation) 2) ทักษะความคิดเชิงวิพากษ์และการ แก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) 3) การส่ือสารและความรวมกลุ่ม (Communication and collection) 4) ความรว่ มมอื (Collaboration) 4. มีทักษะสารสนเทศ ส่ือ และเทคโนโลยี (Information media and technology skills) ต่อไปน้ี 1) พื้นฐานเก่ียวกับสารสนเทศ (Information technology) 2) พื้นฐานเกี่ยวกับสื่อ (Media literacy) 3) พน้ื ฐานเก่ียวกบั ICT (ICT literacy) 5. มีทักษะชีวิตและอาชีพ (Life and career skill) ประกอบด้วย 1) ความยืดหยุ่นและการ ปรับตัว (Flexibility and adaptability) 2) ริเริ่มและชี้นาตนเอง (Initiative and self-direction) 3) ทักษะทางสังคมและข้ามวัฒนธรรม (Social and cross-cultural skills) 4) ความสามารถในการ ผลิตและพันธะรับผิดชอบ (Productivity and accountability) 5) ภาวะผู้นาและความรับผิดชอบ (Leadership and responsibility) นอกจากทกั ษะของคนในศตวรรษท่ี 21 ตามแนวคิดส่ีเสาหลักของการศึกษาของยูเนสโกและ ผลลพั ธน์ กั เรียนศตวรรษท่ี 21 ของภาคีเพ่อื ทกั ษะศตวรรษที่ 21 (หน้า21) ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว โฮวาร์ด การ์ดเนอร์ (Howard Gardner, 2010 : 9-23) เจ้าของทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple intelligence) ได้เสนอสิ่งที่คนในอนาคตต้องมีซ่ึงเขาเรียกว่า “จิตห้าลักษณะสาหรับอนาคต” (Five minds for the future) การ์ดเนอร์ได้เขียนเร่ืองดังกล่าวไว้ในหนังสือ “21 st century skills rethinking how student learn” โดยมี เจมส์ เบลลันกา และ รอน แบรนด์ (James Bellanca and Ron Brandt, 2010) เปน็ บรรณาธิการจติ ห้าลักษณะสาหรับอนาคตมีรายละเอยี ดพอสรปุ ไดด้ งั นี้ 1. จิตเช่ียวชาญ (Disciplined mind) หมายถึง มีความรู้และทักษะในวิชาในระดับที่เรียกว่า เชยี่ วชาญสามารถพัฒนาตนเองในการเรียนรูอ้ ยตู่ ลอดเวลา 2. จิตรู้สังเคราะห์ (Synthesizing mind) หมายถึง ความความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องนามา กล่นั กรองคดิ เลอื กเอาเฉพาะศกึ ษาทีส่ าคญั และจดั ระบบนาเสนอใหม่อยา่ งมีความหมาย 3. จิตสร้างสรรค์ (Creative mind) หมายถึง การทาเกิดส่ิงใหม่ๆ โดยอาศัยการจินตนาการ แหวกแนวออกไปจากขอบเขตหรือวธิ กี ารเดิมๆ 4. จิตรู้เคารพ (Respectful mind) หมายถึง การให้เกียรติและยอมรับในความเป็นตัวตน ของผู้อ่นื 5. จติ รู้จรยิ ธรรม (Ethical mind) หมายถึง การยึดแนวทางของจริยธรรมเป็นแนวทางปฏิบัติ นอกจากนี้การ์ดเนอร์ยังได้สรุปว่า จิตเช่ียวชาญ จิตรู้สังเคราะห์ และจิตสร้างสรรค์ เป็นจิตท่ีเก่ียวข้อง กบั การรู้คิด ส่วนจิตรเู้ คารพและจติ ร้จู ริยธรรมเป็นจติ ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ความเปน็ มนุษย์

8 Humanities and Social Sciences Journal of Graduate School, Pibulsongkram Rajabhat University Vol. 8 No. 1 January – June 2014 สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ (2552) ได้กาหนดเป้าหมาย คุณลักษณะของคนไทยท่ีจะต้องพัฒนาในช่วงของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 (พ.ศ. 2552 – 2561) ไวด้ งั นี้ 1. คนไทยและการศึกษาไทยมีคณุ ภาพและได้มาตรฐานระดับสากล 2. คนไทยมคี วามสามารถทางภาษาองั กฤษเพ่ิมขนึ้ ร้อยละ 3 ต่อปี 3. คนไทยมีทกั ษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพมิ่ ข้นึ ร้อยละ 3 ตอ่ ปี 4. ผู้สาเรจ็ อาชีวศกึ ษาและอดุ มศึกษามีคณุ ภาพระดบั สากลและเป็นไปตามกรอบมาตรฐาน คณุ วุฒิ 5. คนไทยใฝร่ ู้ สามารถเรยี นรไู้ ดด้ ว้ ยตนเอง รกั การอา่ นและแสวงหาความรู้อย่างตอ่ เน่อื ง 6. คนไทยใฝ่ดี มีคุณธรรมพื้นฐาน มีจิตสานึกและค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นแก่ประโยชน์ สว่ นรวม มีจิตสาธารณะ มีวัฒนธรรมประชาธิปไตยผู้เรียนทุกระดับการศึกษาไม่ต่ากว่า ร้อยละ 75 มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และความเป็นพลเมอื ง 7. คนไทยคิดเป็น ทาเป็น แกป้ ัญหาได้ มีทกั ษะในการคดิ และปฏิบัติ มคี วามสามารถในการ แก้ปญั หา มคี วามคดิ ริเร่ิมสร้างสรรค์ มคี วามสามารถในการส่ือสาร 8. ผู้เรียนทุกระดับการศึกษาไม่ต่ากว่าร้อยละ 75 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะห์ มวี จิ ารณญาณ มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ 9. ผู้สาเร็จอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา มีสมรรถนะเป็นที่พึงพอใจของผู้ใช้ และมีงานทา ภายใน 1 ปี รวมท้งั ประกอบอาชพี อสิ ระเพิ่มมากขึ้น ส่วนพิมพ์พันธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดีสุข (2557 : 1) เห็นว่า ทักษะศตวรรษท่ี 21 ของ เดก็ ไทย คอื E (4R + 7C) โดยท่ี E หมายถึง Ethical Person (ผู้มคี ณุ ธรรม จริยธรรม) 4R หมายถึง Read (อา่ น), Write (เขยี น), Arithmatics (เลข), Resoning (เหตุผล) 7C หมายถงึ Creative Problem Solving Skills (ทักษะการแกป้ ญั หาอยา่ งสรา้ งสรรค์ Critical Thinking Skills (ทกั ษะการคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ) Collaborative Skills (ทกั ษะการทางานอย่างร่วมพลัง) Communicative Skills (ทักษะการสื่อสาร) Commuting Skills (ทักษะการใชค้ อมพิวเตอร์) Career and life Skills (ทักษะอาชพี และทกั ษะชวี ิต) Cross- Cultural Skills (ทกั ษะการใชช้ ีวิตในวฒั นธรรมข้ามชาติ) คณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ (2557) ได้กาหนดค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ซึ่งอาจ พจิ ารณาไดว้ ่าเปน็ อดุ มการณข์ องชาติดังรายละเอยี ดต่อไปน้ี

วารสารมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏพิบูลสงคราม 9 ปีที่ 8 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – มถิ ุนายน 2557 1. มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ 2. ซื่อสัตย์ เสยี สละ อดทน มีอดุ มการณใ์ นส่งิ ทด่ี งี ามเพื่อสว่ นรวม 3. กตญั ญตู อ่ พอ่ แม่ ผปู้ กครอง ครูบาอาจารย์ 4. ใฝ่หาความรู้ หม่ันศกึ ษาเลา่ เรียนทงั้ ทางตรง และทางอ้อม 5. รักษาวฒั นธรรมประเพณไี ทยอนั งดงาม 6. มีศลี ธรรม รักษาความสตั ย์ หวงั ดีต่อผูอ้ ่นื เผอ่ื แผ่และแบ่งปัน 7. เขา้ ใจเรยี นรูก้ ารเปน็ ประชาธิปไตย อันมพี ระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุขทถ่ี ูกต้อง 8. มีระเบยี บวินัย เคารพกฎหมาย ผู้นอ้ ยรจู้ ักการเคารพผู้ใหญ่ 9. มสี ติรู้ตัว รู้คิด ร้ทู า ร้ปู ฏิบัตติ ามพระราชดารสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว 10. รู้จักดารงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดารัสของ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ ัว รูจ้ ักอดออมไวใ้ ชเ้ มอ่ื ยามจาเป็น มีไว้พอกินพอใช้ถ้าเหลือ ก็แจกจา่ ยจาหน่าย และพร้อมที่จะขยายกิจการเมือ่ มคี วามพร้อมเมือ่ มีภมู ิคุ้มกันท่ดี ี 11. มีความเข้มแข็งท้ังร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออานาจฝ่ายต่า หรือกิเลสมีความ ละอายเกรงกลัวตอ่ บาปตามหลักของศาสนา 12. คานงึ ถงึ ผลประโยชน์ของสว่ นรวม และของชาติมากกว่าผลประโยชนข์ องตนเอง จากทก่ี ลา่ วมาอาจสรุปไดว้ ่าคนไทยในศตวรรษท่ี 21 ควรมีคุณลักษณะสาคัญ 4 ประการ คือ มีความรพู้ ื้นฐาน คิดเปน็ ทาได้ และมีจิตใจดีงาม แนวทางการพฒั นา ส่ิงท่ีจะทาให้ผลผลิตหรือผู้เรียนมีคุณลักษณะตามความมุ่งหมาย กล่าวคือมีคุณลักษณะของ คนในศตวรรษท่ี 21 ได้นนั้ ย่อมขน้ึ อยู่กับการจดั การศึกษาของหนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การศึกษาในระดับต่างๆ การจัดการศึกษาจะไม่บรรลุผลสาเร็จได้เลยหากขาดการจัดการเรียนรู้เป็น วิถที าง (Path/Means/Way) ที่จะนาผู้เรียนไปสู่เป้าหมายท่ีต้องการ หากขาดซึ่งการจัดการเรียนรู้เสีย แล้ว การคาดหวังความสาเร็จของการจัดการศึกษาย่อมเป็นไปไม่ได้ ดังน้ันแนวทางการพัฒนาทาให้ บุคคลมีคุณลักษณะของคนในยุคศตวรรษที่ 21 จึงเป็นเร่ืองของการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับยุค ศตวรรษที่ 21 ไพพรรณ เกยี รตโิ ชติชัย (2545 : 28-30) เห็นว่าการจัดการศึกษาในอนาคตมีแนวโน้มท่ีจะย่อ หลกั สูตรให้สน้ั จบได้รวดเร็วโดยใชเ้ ทคโนโลยเี ข้ามาช่วยในการเรียนการสอนกระจายการเรียนการสอน ไปอย่างกว้างขวาง และสามารถเขา้ ถึงผ้เู รียนได้ทุกที่ทุกเวลา ดังนั้นรูปแบบการเรียนการสอนแบบใหม่

10 Humanities and Social Sciences Journal of Graduate School, Pibulsongkram Rajabhat University Vol. 8 No. 1 January – June 2014 จงึ แบ่งไดเ้ ป็น 2 รปู แบบ ดังนี้ 1) การเรียนรแู้ บบชิงโครนสั (Synchronous learning) เปน็ การเรียนรู้ท่ี มีการกาหนดเวลา สถานท่ี บุคคลในการเรียนการสอน ใช้เทคโนโลยีมาช่วยสอน ผู้เรียนและผู้สอน สามารถท่ีปฏิสัมพันธ์ได้ทันทีทันใด 2) การเรียนรู้แบบอะซิงโครนัส (Asynchronous learning) เป็น การเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ตลอดเวลาตามที่ต้องการ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมา ช่วยในการจัดการเรียนการสอนผู้เรียนและผู้สอนสามารถมีปฏิสัมพันธ์ได้หลายทางในเวลาท่ีต่างกัน ส่วนวิจารณ์ พานิช (2555 : 3-4) ต้ังข้อสังเกตว่าการเรียนรู้สาหรับศตวรรษที่ 21 มีความแตกต่างจาก การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 20 และ 19 อย่างสิ้นเชิง วิธีการหลายอย่างท่ีเคยใช้ได้ผลดีถือเป็นวิธีการท่ี ล้าสมัย เช่น การสอนหน้าช้ัน โดยครูบอกสาระวิชาให้นักเรียนจด หรือการสอนแบบบรรยายหน้าช้ัน (เล็กเชอร์) ในมหาวิทยาลัยถือเป็นวิธีการเรียนแบบนักเรียนเป็นผู้รับถ่ายทอดสาระเน้ือหาความรู้ด้วย เหตุผลหลายประการ การเรียนรู้ที่ได้ผลดีต้องเป็นวิธีการที่นักเรียนเป็นผู้ลงมือทา (Learning by doing) มิใช่นักเรียนเปน็ ผ้ฟู ังและจด–จา พมิ พ์พันธ์ เตชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดีสุข (2557 : 45-48) ได้เปรียบเทียบกระบวนทัศน์การ สอนแบบเดิมและกระบวนทัศนก์ ารสอนแบบใหม่ ดังน้ี กระบวนทัศน์ใหม่ของการเรยี นรู้ กระบวนทัศนเ์ ดิมของการเรยี นรู้ 1. การเรยี นรเู้ พื่อสนองความตอ้ งการของ 1. การสอนแบบให้ทาตามหรอื ทาใหเ้ หมอื น ผู้เรยี นเป็นรายบุคคล ต้นแบบ 1.1 ผู้เรยี นเปน็ ศูนย์กลางของการเรยี นรู้ 1.1 ผ้เู รยี นทาตาม ปฏิบัตติ ามครู 1.2 เป็นโปรแกรมเนน้ เอกัตบคุ คล 1.2 เปน็ โปรแกรมทม่ี มี าตรฐานไมม่ ีการยืดหย่นุ 1.3 เป็นการเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง 1.3 รบั ความรจู้ ากครโู ดยตรง 1.4 การเรียนร้เู ป็นกระบวนการสบื คน้ และ 1.4 การเรยี นร้เู ป็นกระบวนการรับรทู้ าง เปน็ การคน้ พบด้วยตนเอง วทิ ยาศาสตร์ 1.5 เน้น “จะเรียนอย่างไร” “คิด” และ 1.5 การเรยี นรเู้ นน้ การได้รบั ความรู้และทักษะ “สรา้ งสรรค์” กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1.6 เรียนรดู้ ้วยความสนุกสนานและไดร้ บั 1.6 การเรยี นร้เู ปน็ ความยากต่อผเู้ รยี นท่จี ะมี รางวลั ไปในตัว โอกาส รบั รางวัลจากสถาบันอน่ื

วารสารมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ บณั ฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏพิบลู สงคราม 11 ปที ่ี 8 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – มิถุนายน 2557 กระบวนทศั นใ์ หม่ของการเรยี นรู้ กระบวนทัศนเ์ ดมิ ของการเรียนรู้ 2. การเรียนรู้ทเ่ี น้นทอ้ งถ่นิ และเนน้ ความเปน็ 2. การเรียนรภู้ ายในขอบเขตโรงเรยี น สากลโลก 2.1 ครมู ีบทบาทสาคัญทส่ี ดุ ครเู ปน็ แหล่ง 2.1 มีแหลง่ เรยี นรูห้ ลากหลายทง้ั ในและนอก ความรู้ที่ย่ิงใหญแ่ ละสมบูรณ์ โรงเรียน ในทอ้ งถนิ่ ในชุมชนและในจงั หวัด 2.2 เป็นการเรียนร้แู บบแยกส่วนไมเ่ น้นการ 2.2 การเรียนร้เู นน้ กลมุ่ / ทมี และการสรา้ ง บรู ณาการดว้ ยทักษะ 5C เพ่อื การพฒั นาหนว่ ย เครอื ขา่ ย การเรยี นรแู้ ละการเรยี นการสอนแบบบูรณาการ 2.3 การเรยี นรู้เกดิ ไดท้ ุกเวลา ทกุ สถานทีแ่ ละ 2.3 การเรียนรเู้ กดิ ขึ้นเฉพาะในห้องเรยี นใน เป็นการเรียนรูท้ ยี่ ่ังยนื เวลาที่กาหนดไดใ้ หม่ 2.4 ใหโ้ อกาสการเรียนร้อู ยา่ งสม่าเสมอ 2.4 เปน็ การเรยี นรทู้ ่จี ากดั โอกาสของผเู้ รยี น 2.5 การเรียนรู้ทเ่ี นน้ จากชนั้ เรยี นสโู่ ลก ทัง้ เวลา สถานท่ี และความต้องการของแต่ละคน ภายนอก ซึ่งมีความแตกตา่ งกนั 2.6 เป็นการเรยี นรทู้ ี่เน้นท้งั ชุมชนและความ เป็นสากล 2.5 ประสบการณเ์ รียนรมู้ าจากโรงเรียน จดั เป็นหลกั 2.6 เปน็ การเรียนรูเ้ ฉพาะในโรงเรยี น จากกระบวนทัศน์ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งเป็นแนวคิดเชิงหลักการ จึงสามารถท่ีจะนารูปแบบ การสอน วธิ สี อน หรอื เทคนิคการสอนต่างๆ มาใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ ยกตัวอย่างเช่น Project – based learning, Problem–based learning เป็นต้น อย่างไรก็ตามการที่จะสามารถจัดการเรียนรู้ เพอ่ื พฒั นาทักษะในศตวรรษที่ 21 ใหเ้ กิดขนึ้ กบั ผเู้ รียนไดน้ ั้นย่อมข้ึนอย่กู ับปจั จัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องหลาย ประการ เชน่ การบริหาร ผบู้ รหิ าร ครู หลกั สตู ร โรงเรียน หอ้ งเรยี น เป็นต้น 1. ครู พิมพ์พนั ธ์ เดชะคปุ ต์ และพเยาว์ ยินดีสุข (2557 : 8 – 9) กล่าวว่า ครูจะต้องมีทักษะ 7C ซ่ึง เป็นทักษะท่ีได้จากการวิเคราะห์สิ่งท่ีครูต้องปฏิบัติและพึงมีตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เปน็ ทกั ษะท่คี รคู วรไดร้ ับการพฒั นาเพอ่ื การเป็นครูมอื อาชพี ได้แก่ ทกั ษะดงั น้ี 1.1 ทักษะ C1 : Curriculum development (การพฒั นาหลักสูตร) 1.2 ทักษะ C2 : Child – centered approach (การเรียนรเู้ น้นเดก็ เปน็ ศูนยก์ ลาง) 1.3 ทกั ษะ C3 : Classroom innovation implementation (การนานวัตกรรมไปใช)้ 1.4 ทักษะ C4 : Classroom authentic assessment (การประเมนิ ตามสภาพจรงิ ) 1.5 ทกั ษะ C5 : Classroom action research (การวจิ ยั ปฏบิ ัติการในช้นั เรียน)

12 Humanities and Social Sciences Journal of Graduate School, Pibulsongkram Rajabhat University Vol. 8 No. 1 January – June 2014 1.6 ทักษะ C6 : Classroom management (การจัดการชั้นเรียน) 1.7 ทกั ษะ C7 : Character enhancement (การเสรมิ สรา้ งลักษณะ) สุพรทิพย์ ธนภัทรโชติวัตร (2557) ได้สังเคราะห์คุณลักษณะของครูในศตวรรษท่ี 21 พบว่า แบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ ด้านที่ 1 ด้านความรู้ความสามารถในสาขาวิชา ประกอบด้วย 6 คุณลกั ษณะยอ่ ย ได้แก่ 1) มคี วามรู้ความเชยี่ วชาญในเนื้อหาวิชา 2) มีเทคนิค วิธีการถ่ายทอดความรู้ที่ หลากหลาย 3) มีทกั ษะการคานวณ 4) มีความสามารถในการวัดและประเมินผลที่หลากหลาย 5) รู้จัก และเข้าใจผู้เรียน 6) มีความสามารถในการพัฒนาหลักสูตร จัดทาแผนการสอน กิจกรรม และการ ประเมินผลท่ีสอดคล้องกับความแตกต่างระหว่างผู้เรียน ด้านท่ี 2 ด้านการปฏิบัติตนและเห็นคุณค่า วิชาชีพครู ประกอบด้วย 7 คุณลักษณะย่อย คือ 1) เป็นผู้ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างท่ีดีแก่ศิษย์ 2) มี สัมพันธท์ ่ีดีระหว่างบุคคล ทางานเป็นทีมได้ 3) เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม และจรรยาบรรณในวิชาชีพ 4) เป็นบุคคลแหง่ การเรยี นรู้ และใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ 5) รักและศรัทธาในวิชาชีพครู 6) เป็นผู้มีภาวะ ผู้นาทางวิชาการ 7) ปฏิบัติตามนโยบายของหน่วยงาน และด้านท่ี 3 ด้านสังคมพหุวัฒนธรรม ประกอบดว้ ย 5 คณุ ลกั ษณะยอ่ ย ไดแ้ ก่ 1) มีความสามารถในการใชภ้ าษา/การสอื่ สาร 2) เป็นผู้เลือกใช้ เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม 3) เป็นผู้รอบรู้ เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง ทันสมัยทันเหตุการณ์ 4) มี ความคิดและแกป้ ัญหาอยา่ งสร้างสรรค์ 5) มีความสามารถในการบริหารจดั การ 2. ผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา จากงานเขียนเร่ืองกระบวนทัศน์ใหม่ของการศึกษากรณีทัศนะต่อการศึกษาศตวรรษที่ 21 ของ วิโรจน์ สารรัตนะ (2556) ได้กล่าวถึงภาวะผู้นา ทักษะ และทัศนคติของผู้บริหารสถานศึกษาใน ศตวรรษที่ 21 ว่าผู้นาสถานศึกษาเป็นบุคคลท่ีถูกคาดหวังให้ปฏิบัติตามคาสั่งของหน่วยงานระดับ จังหวัดหรือระดับแผนกงานเก่ียวกับงานบุคลากร การจัดซื้อจัดจ้าง การงบประมาณ การจัดทางเดิน และสนามเด็กเล่นที่ปลอดภัย ความสัมพันธ์กับสาธารณะและอ่ืนๆ ที่จะทาให้การบริหารสถานศึกษา เป็นไปอย่างราบร่ืน รวมทั้งบทบาทสาคัญในการพัฒนาการสอนและการเรียนรู้ แต่ในระยะต่อไป ผู้บริหารสถานศึกษา (Principals) จะต้องทางานเพื่อให้มีความมั่นใจได้ว่า ตนเองได้ทาหน้าท่ีเป็นเช่น ผู้นา (As leader) เพ่ือการเรียนรู้ของนักเรียน (Student learning) เพราะการเรียนรู้จะเกิดข้ึนไมได้ หากขาดการใช้ภาวะผู้นา (Leadership) โดยภาวะผู้นาสถานศึกษา (School leadership) หมายถึง แตล่ ะบุคคลตอ้ งมีความเข้าใจในเน้อื หาวชิ าการ การประเมินผล และเทคนิคการสอน มีการทางานเพื่อ เสรมิ สรา้ งทักษะร่วมกับครู การรวบรวม วเิ คราะห์ และการใช้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ผู้นาถูก คาดหวงั ให้ทางานร่วมกับครู นักเรียน ผู้ปกครอง สมาชิกในชุมชน และหน่วยงานต่างๆ เพ่ือให้มีความ ม่ันใจได้ว่าความต้องการในการเรียนรู้ของนักเรียนทุกคนได้รับการตอบสนอง และน่ันหมายความว่า สมาชิกในโรงเรียนจะต้องมีภาวะผู้นาร่วม (Shared leadership) เพ่ือให้แนวคิดเกี่ยวกับภาวะผู้นามา

วารสารมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 13 ปที ่ี 8 ฉบับที่ 1 มกราคม – มถิ นุ ายน 2557 จากสมาชิกทุกคนรว่ มกัน แตก่ ็มิได้หมายความวา่ ผูบ้ ริหารสถานศึกษาจะปลกี ตวั จากความรับผิดชอบน้ี ออกไป แต่กลับจะตอ้ งสนบั สนุนให้มีความรับผิดชอบร่วม (Shared responsibility) ในการระบุปัญหา การสรา้ งทางเลือก และการนาไปปฏิบัติ สาหรับผ้นู าในศตวรรษที่ 21 บางทักษะมีความสาคญั ยง่ิ เช่น ทักษะการสร้างทีมงาน (Team building) ทักษะการจัดการความขัดแย้ง (Conflict management) เพ่ือให้เกิดความม่ันใจได้ถึง สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เป็นสากล (Universal learning environments) ที่เกิดข้ึนในทุกๆ หอ้ งเรยี น ซง่ึ ผนู้ าสถานศึกษาโดยตาแหน่ง (Designed leader) เพยี งลาพงั ไม่สามารถทาให้บรรลุผลใน ภารกิจงานทม่ี ากมายนีไ้ ด้ ส่วนครอเฟิรด์ (Crawford) (อ้างถึงในวโิ รจน์ สารรัตนะ, 2556) ได้มีความเห็นที่สอดคล้องกัน ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายทางการศึกษาว่าคุณภาพภาวะผู้นาของผู้บริ หารสถานศึกษาเป็นปัจจัย สาคัญต่อความสาเร็จหรือความล้มเหลวของสถานศึกษา แต่ดังที่ Linda Darling-Hammond นักการศึกษาแห่ง Stanford University ได้กล่าวว่า “ผู้บริหารท่ีมีความสามารถไม่ได้มีมาแต่เกิด แตส่ ามารถพัฒนาขึ้นได้” (High-performing principals are not just born, but can be made) ซง่ึ ต้องอาศยั การฝึกอบรมหรอื การพฒั นาในทกั ษะทีส่ าคัญๆ เชน่ 1) คาดหวังสูง (High expectations) ผู้นาสถานศึกษาที่มีวิสัยทัศน์จะมุ่งความสาเร็จของ นักเรียนทุกคนและจะใช้ความพยายามเพื่อให้บรรลุผลในความเชื่อมั่น นักเรียนจะถูกท้าทายด้วย หลักสตู รทีม่ ีลักษณะเขม้ งวด (Rigorous curriculum) ไดร้ ับการสนบั สนุนอย่างเตม็ ท่เี พ่ือความกา้ วหน้า หรอื กับรายวิชาทีไ่ ม่คุ้นเคย การมงุ่ ศึกษาในระดบั วทิ ยาลัยและการศกึ ษาตอ่ เนื่องอย่างจรงิ จัง 2) ให้ความสาคัญกับจุดมุ่งหมายพ้ืนฐาน (A focus on the fundamentals) สถานศึกษา เปน็ แหลง่ การเรียนรู้ (Learning) การเรียนรู้จึงเป็นจุดมุ่งหมายพ้ืนฐาน เป็นจุดมุ่งหมายที่สาคัญยิ่งกว่า สงิ่ อืน่ ใด ทกุ สิ่งทุกอย่างจงึ มุ่งการบรรลุจุดมงุ่ หมายนั้น 3) ความสามารถพิเศษในการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ (A talent for collaborative problem solving) ความร่วมมือนาไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และความสาเร็จผู้นาสถานศึกษาท่ี ฉลาดจะสรา้ งความเปน็ หนุ้ สว่ นใหเ้ กิดขน้ึ ในทกุ ระดับของโรงเรียนเพ่ือร่วมมือกันแก้ปัญหาและแสวงหา ทางเลอื กใหม่ๆ มาใช้ 4) มีจิตมุ่งสร้างสรรค์ (An inventive mind) ให้ความสาคัญกับเทคโนโลยีและนาเอา เทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ท้ังในการเรียนรู้ของนักเรียน การพัฒนาหลักสูตร การประเมินผล การงบประมาณและอนื่ ๆ จนกลา่ วไดว้ ่าเป็นผนู้ าในแถวหนา้ ในเร่อื งเทคโนโลยี 5) ความสามารถในการแปลความข้อมูล (The ability to read data’s story) ผู้นา สถานศึกษาต้องรู้คุณค่าของข้อมูลที่ดีและนามาใช้เพ่ือพัฒนาสถานศึกษาสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ รวดเรว็ นาสูก่ ารปฏิบตั ิ และประเมินผลเพือ่ วัดผลสาเร็จ

14 Humanities and Social Sciences Journal of Graduate School, Pibulsongkram Rajabhat University Vol. 8 No. 1 January – June 2014 6) ความสามารถในการบริหารเวลาและความใส่ใจ (A gift for directing time and attention) ผู้นาสถานศึกษาในปัจจุบันและในอนาคตจาเป็นต้องมีการบริหารเวลา (Time management) และการมอบอานาจ (Delegation) เนอื่ งจากโรงเรียนมีภารกิจมากมายทั้งงบประมาณ บคุ ลากร นักเรียนและครอบครัว การพัฒนาวิชาชีพ เทคโนโลยี และอ่ืนๆ อีกมากมาย ซึ่งทุกกรณีต้อง ทาดว้ ยใจรัก (With heart) ทีม่ งุ่ สคู่ วามสาเร็จของผู้เรยี น นอกจากน้ีวิคเตอร์ (Victor) (อ้างถึงในวิโรจน์ สารรัตนะ, 2556) ได้กล่าวถึงทัศนคติ 10 ประการ สาหรับผู้นาในศตวรรษท่ี 21 ว่าศตวรรษที่ 21 ต้องการภาวะผู้นาแบบร่วมมือ (Corporate leadership) มากกว่าแบบใช้อานาจหรือการบังคับ ผู้นาจะต้องให้การศึกษาและสร้างแรงบันดาลใจ ให้กบั ผูต้ ามและเน่อื งจากการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วทางเทคโนโลยี และการส่ือสาร ผู้นาในปัจจุบัน และอนาคตจะต้องพฒั นาทัศนคตใิ หม่ๆ ให้เกดิ ขน้ึ ดังน้ีด้วย 1) ทันสมัย (Modernization) – มองอนาคตอยา่ งมวี สิ ัยทัศน์ 2) มีสมั พนั ธภาพ (Relationships) - สร้างมติ รภาพท่เี ขม้ แข็งและย่งั ยืน 3) ปรับตวั (Adaptability) - ตอบสนองความไม่แนน่ อนไดร้ วดเร็ว 4) มงุ่ มัน่ (Assertiveness) - เข้าใจความขัดแย้ง จดั การด้วยสมอง 5) สรา้ งแรงบันดาลใจ (Inspiration) – ไมบ่ งั คบั แตจ่ ูงใจสร้างแรงบันดาลใจ 6) ทะเยอทะยาน (Aspiration) - ม่งุ สรา้ งความสาเร็จ 7) โปร่งใส (Transparency) - สรา้ งความไว้วางใจให้เกดิ ขึ้น 8) เปน็ พี่เลยี้ ง (Mentoring) - เปน็ พเี่ ล้ียงมากกวา่ เปน็ ผสู้ อน 9) ซื่อสตั ย์ จริงใจ (Honesty) - ไมโ่ กหกหลอกลวง 10) มพี นั ธะรบั ผิดชอบ (Accountability) - คานงึ ถึงคาม่ันสัญญาคานึงถึงความหรือล้มเหลว ปรับทศิ ทางหากไมถ่ กู ตอ้ งหรอื ไมบ่ รรลุผล แนวทางในการส่งเสริมการจดั การเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี 21 สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ (2557) ได้มอบหมายให้สถาบัน บัณฑิต-บริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทาวิจัยเรื่อง “การกาหนดแนวทางการ พัฒนาการศึกษาไทยกับการเตรียมความพร้อมสู่ศตวรรษท่ี 21” ผลการวิจัยพบว่าแนวทางการพัฒนา การศึกษาไทยเพ่ือเตรียมความพร้อมสู่ศตวรรษท่ี 21 จะประกอบไปด้วยแนวทางในการดาเนินการที่ สาคญั ทงั้ การ “ซอ่ ม” และการ “สร้าง” ควบคกู่ นั ไปเพ่ือเป็นการปรับแต่งซ่อมแซมกลไกการศึกษาเดิม ให้ดีย่ิงข้ึนและสร้างเสริมกลไกใหม่ๆ ให้เกิดข้ึนเพ่ือตอบสนอง พลวัตการเปลี่ยนแปลงแห่งศตวรรษ

วารสารมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏพิบลู สงคราม 15 ปที ่ี 8 ฉบับท่ี 1 มกราคม – มิถุนายน 2557 ที่ 21 รวมถึงสรา้ งพลังของการเปล่ยี นแปลงของการพัฒนาการศึกษาเรียนรู้ของไทยในทางปฏิบัติอย่าง ยั่งยืนและสมดลุ เป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง ซ่อม 1. ปฏิรปู ระบบการผลติ ครูและพฒั นาศกั ยภาพครปู ระจาการ 2. ปฏิรูปการเรยี นรสู้ ศู่ ตวรรษท่ี 21 และส่งเสรมิ การเรยี นรู้ตลอดชีวิต 3. ปฏริ ูประบบการประเมนิ เนน้ การประเมนิ เพอ่ื พฒั นาการเรียนรู้ (Formative assessment) 4. ปฏิรปู เชงิ โครงสร้าง และบรหิ ารการเปลย่ี นแปลง ตลอดจนปฏริ ปู ระบบการบริหาร จดั การ (Management system) สรา้ ง 5. สร้างสังคมแหง่ ปญั ญา (Wisdom-based society) ส่งเสรมิ การเรยี นรู้ตลอดชวี ิต (Lifelong learning) และสรา้ งสภาพแวดล้อมทเ่ี อื้อตอ่ การเรยี นรู้ (Supportive learning environment) เพื่อสรา้ งมนษุ ยท์ สี่ มบรู ณ์ (ไม่ใช่แคเ่ น้นแตว่ ิชาการ) ส่วนมูลนิธิสถาบันวิจัยเพ่ือการพัฒนาประเทศไทย ดาเนินการวิจัยเร่ือง “การจัดทา ยทุ ธศาสตรก์ ารปฏิรปู การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐานใหเ้ กิดความรบั ผิดชอบ” เสนอต่อสานักงานคณะกรรมกการ การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (2556) จากการวิจัยพบว่าการปฏิรูประบบการศึกษาขั้นพ้ืนฐานให้เกิดความ รบั ผดิ ชอบภายใต้แนวคิดทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 จะดาเนินการปฏิรูประบบการร่วมมือ 5 ด้าน ได้แก่ 1) การปฏิรปู หลกั สูตรสือ่ การเรียนรแู้ ละเทคโนโลยี 2) การปฏิรปู ระบบการวัดและประเมนิ ผลการเรียน 3) การปฏิรูประบบการพัฒนาคุณภาพครู 4) การปฏิรูประบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาและ 5) การปฏิรูประบบการเงินเพ่ือการศึกษา โดยการปฏิรูปน้ันต้องดาเนินการท้ัง 2 ระดับ คือระดับ ประกาศ ท่ีมุ่งตอบโจทย์ ด้านการสร้างความรับผิดชอบโดยบทบาทของรัฐเป็นสาคัญ และระดับ สถานศกึ ษาท่ีมงุ่ ตอบโจทย์ด้านความเปน็ อิสระของโรงเรียนในฐานะหนว่ ยงานหลักของการจัดการเรียน การสอนและพฒั นาการเรยี นการสอนเป็นสาคญั จากที่กล่าวมาท้ังหมดผู้เขียนเห็นว่าหากจะจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะ ของคนในศตวรรษท่ี 21 นน้ั มคี วามจาเป็นอย่างยง่ิ ท่ีหน่วยงานท่ีรับผิดชอบจะต้องกาหนดวาระแห่งชาติ เก่ียวกับเร่ืองนี้ จะต้องมีการวิเคราะห์สังเคราะห์ออกมาให้ได้ว่า คุณลักษณะของคนไทยในศตวรรษที่ 21 คอื อะไร หลังจากนั้นจึงวางแผนดาเนินการโดยมีการสอดประสานกันในทุกภาคส่วน มีการติดตาม ตรวจสอบการดาเนินงานเป็นระยะๆ เพ่ือนาไปสู่การแก้ปัญหาท่ีเกิดข้ึนและการกากับให้ไปสู่ทิศทางที่ ต้องการ

16 Humanities and Social Sciences Journal of Graduate School, Pibulsongkram Rajabhat University Vol. 8 No. 1 January – June 2014 เอกสารอา้ งอิง คณะกรรมาธกิ ารนานาชาติว่าดว้ ยการศึกษาในศตวรรษท่ี 21. (2540). การเรยี นรู้ : ขมุ ทรพั ยใ์ นตน แปลจาก learning : the treasure within. โดยศรีนอ้ ย โพธ์ิวาทองและคณะ. กรุงเทพฯ : สานักงานคณะกรรมการศกึ ษาแหง่ ชาต.ิ คณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ. (2557). คา่ นยิ มหลกั ของคนไทย 12 ประการ. (online) www.thairath.co.th/content/436880. สืบค้นเมอ่ื วนั ท่ี 18 สงิ หาคม 2557. จนิ ตนา สุจจานันท.์ (2556). การศกึ ษาและการพัฒนาชมุ ชนในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์. ชมิดท์, อีริค และโคเฮน, เจเรด. (2014). ดิจิทัลเปลี่ยนโลก. แปลจาก The New Ditital Age โดย สทุ ธวิชญ์ แสงศาสดา. กรุงเทพฯ : โพสตบ์ ุ๊กส.์ ทอฟฟเลอร์, อัลวิน. (2538). คลื่นลูกท่ีสาม. แปลจาก The Third Wave โดย สุกัญญา ตีระวนิช และคณะ. (พมิ พค์ รงั้ ท่ี 3). กรงุ เทพฯ : นานมบี คุ๊ ส์ จากดั . ประเวศ วะส.ี (2545). วถิ ีมนษุ ยใ์ นศตวรรษที่ 21 : สภู่ พภูมิใหม่แหง่ การพฒั นา. กรงุ เทพฯ : มลู นิธิสดศรี-สฤษดวิ์ งษ์. พิมพ์พนั ธ์ เดชะคปุ ต์ และพเยาว์ ยนิ ดีสุข. (2557). การจัดการเรียนร้ใู นศตวรรษท่ี 21. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพแ์ ห่งจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั . ไพพรรณ เกยี รติโชติชยั . (2545). กระบวนทัศนใ์ หมแ่ ห่งการศกึ ษาในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ : การศกึ ษา. มาร์ติน, เจมส์. (2553). โลกแห่งศตวรรษท่ี 21. แปลจาก The Meaning of the 21st Century โดยภาพร. กรงุ เทพฯ : ประพันธ์สาส์น. วจิ ารณ์ พานิช. (2555). วถิ สี ร้างการเรียนรเู้ พอื่ ศิษย์ในศตวรรษท่ี 21. กรงุ เทพฯ : มลู นิธิสดศรี – สฤษดิ์วงศ.์ วิชยั วงศใ์ หญ.่ (2557). ส่เี สาหลักของการศึกษา. จาก www.curriculumandlearning.com /upload/ส่เี สาหลักทางการศกึ ษา_1400078221.pdf. สืบค้นเม่อื วนั ที่ 27 กรกฎาคม 2557. วโิ รจน์ สารรตั นะ. (2556). กระบวนทัศนใ์ หม่ทางการศกึ ษากรณีทัศนะต่อการศึกษาศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ : ทพิ ยวิสทุ ธิ์. สพุ รทิพย์ ธนภัทรโชติวตั ร. (2557). การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์วิชาชีพครูเพ่ือส่งเสริม คุณลักษณะครูในศตวรรษท่ี 21. วิทยานพิ นธ์การศกึ ษาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลยั นเรศวร, พษิ ณโุ ลก.

วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยั ราชภัฏพบิ ลู สงคราม 17 ปที ่ี 8 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – มิถนุ ายน 2557 สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน. (2556). เอกสารรายงานการวจิ ยั เรือ่ ง การจัดทา ยทุ ธศาสตร์การปฏริ ูปการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐานใหเ้ กิดความรับผิดชอบ. สานักงานคณะกรรมกการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาต.ิ (2557). แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ ฉบับท่ี 11. (พ.ศ. 2555 - 2559) สืบคน้ จาก www.nesdb.go.th/Portals/0/news/plan/p11/plan11.pdf. วันที่สืบค้น 23 กนั ยายน 2557. สานักงานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษากระทรวงศึกษาธกิ าร. (2552). ข้อเสนอการปฏิรูปการศกึ ษาใน ทศวรรษที่ 2. กรงุ เทพฯ : พริกหวานกราฟกิ . สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธกิ าร. (2557). เอกสารงานวจิ ัยเร่อื งการกาหนด แนวทางการพัฒนาการศกึ ษาไทยกับการเตรยี มความพรอ้ มสู่ศตวรรษท่ี 21. Bellanca, James and Brandt, Ron. (Editors). (2010). 21st Century Skills : Rethinking how Students Learn. Bloomington : Solution Tree Press. Burkhardt, Gina and others. (2003). engage 21st Century Skills : Literacy in the digital age. Illinois : The north central regional educational laboratory and the metiri group. Educational Testing Service. (2002). Digital Transformation A Framework for ICT Literacy. Princeton, NJ : Educational Testing Service. Gardner, Haward. (2010). Five Minds for the Future” 21st century skills : rethinking how students learn. (Edited by James Bellanca and Ron Brandt). Bloomington : Solution tree press. ISTE standards students. (2014). [online]. Available : www.iste.org/docs/pdfs/20- 4_ISTE_standard_PDF. (2 สงิ หาคม 2557). Marzano, R.J. (2003). What works in schools : Translating research into action. Alexandria. VA : Association for Supervision and Curriculum Development. The National Commission on Teaching and America’s Future. (2003). No dream denied : A pladge4 to America’s children. Washington. DC : Author.