Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี

ระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี

Published by phenix stock, 2021-03-28 03:21:03

Description: ระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี

Search

Read the Text Version

๙๔ เจาหนาที่ของรัฐซึ่งมีหนาท่ีเก่ียวของโดยตรงกับคดี เชน เจาหนาที่ตํารวจผูจับกุม พนักงานสอบสวน หรือขาราชการอ่ืนๆ เม่ือไดเบิกความตอศาลในฐานะพยานโจทกในคดีอาญา ความผิดตอแผนดินหรือในคดีอาญาความผิดตอสวนตัว ซ่ึงพนักงานอัยการเปนโจทกแลว เจาหนาที่ ของรัฐดงั กลา วยอมมสี ิทธิไดรับคา ตอบแทนทจ่ี ําเปน และสมควรตามที่กฎหมายบัญญัติ อัตราคาตอบแทนจํานวน ๒๐๐ และ ๕๐๐ บาท ตามระเบียบกระทรวงยุติธรรม ดังกลาวกําหนดจากระยะการเดินทางโดยถือเอาที่อยูของพยานเปนเกณฑนั้น มิไดมีเจตนารมณ ใหจายเปนคาพาหนะ เพียงแตอาศัยระยะทางมาเปนตัวกําหนดคาใชจายเทาน้ัน ดังน้ัน พยานใน คดีอาญาดังตอไปนี้ จงึ อยูในดลุ พินิจของศาลทีจ่ ะมีคาํ สัง่ ใหม กี ารจา ยคา ตอบแทนหรือไมก็ได (๑) พยานโจทก เฉพาะคดคี วามผิดตอสว นตวั ซง่ึ ผูเสยี หายเปน โจทก (๒) พยานจาํ เลย ทงั้ ในคดคี วามผดิ ตอ สว นตวั และคดคี วามผดิ ตอ แผน ดนิ ไมว า ผเู สยี หาย หรอื พนักงานอยั การเปน โจทก (®Õ¡ÒÂÍ‹ ) คาํ พพิ ากษาฎีกาท่ี ๑๐๓๓/๒๕๓๓ (นายลั่น สมหาญวงศ โจทก สบิ ตํารวจตรี ทน บรรจบ จาํ เลย) เจา พนกั งานปฏิบัติหนาทีม่ ิชอบ (ม.๑๕๗) เบกิ ความเท็จ (ม.๑๗๗) หมิน่ ประมาท (ม.๓๒๖) วธิ พี ิจารณาความอาญา อาํ นาจฟอ ง (ม.๒๘) การปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตอันจะเปนความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ นั้น หมายถึงหนาท่ีของเจาพนักงานผูนั้นโดยตรงตาม ที่กฎหมายบัญญัติไวหรือไดรับมอบหมายใหมีหนาท่ีนั้นๆ เทาน้ัน ถาไมเกี่ยวกับหนาที่โดยตรงแลว ยอมไมเปนความผิดตามมาตราน้ี การท่ีจําเลยเบิกความเปนพยานที่ศาล ไมใชหนาท่ีราชการ หรอื หนา ท่ที ่ีไดร บั มอบหมายโดยตรงของจาํ เลย จําเลยจึงไมม คี วามผดิ ตามบทกฎหมายดงั กลาว ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ บัญญัติขึ้น เปนการปองกันมิให จําเลยที่ถูกฟองรองไดรับโทษหรือไดรับความเสียหายอันเกิดจากการรับฟงพยานอันเปนเท็จ เมื่อโจทกในคดีน้ีมิไดถูกฟองเปนจําเลยในคดีที่จําเลยในคดีน้ีไปเบิกความเปนพยาน โจทกจึงไมไดรับ ความเสียหายโดยตรงในการเบิกความของจําเลย โจทกไมใชผูเสียหายและไมมีอํานาจฟองจําเลย ในความผดิ ตามมาตราน้ี ตามประมวลกฎหมายวธิ พี ิจารณาความอาญา มาตรา ๒๘ (๒) ขอความที่จําเลยเบิกความเก่ียวกับตัวโจทก เปนขอที่จําเลยสืบทราบมาจากชาวบาน จําเลยไมไดประสบมาดวยตนเอง และขอท่ีชาวบานบอกใหจําเลยรับทราบนี้ จะเปนความจริง หรือไมโจทกก็ไมทราบ ดังนี้ การท่ีจําเลยเบิกความจึงมีเพียงเจตนาจะใหความจริงตอศาลในการ พิจารณาคดีตามท่ีจําเลยสืบทราบมาเทาน้ัน หาไดมีเจตนาใสความโจทกใหถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชังไม จึงไมเ ปนความผดิ ฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๒๖

๙๕ โจทกฟองขอใหล งโทษจําเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗, ๓๒๖, ๑๕๗, ๘๓ และ ๙๑ และใหจาํ เลยชําระเงนิ จํานวน ๕๐,๐๐๐ บาท แกโ จทก ศาลช้ันตน ไตสวนมูลฟอ งแลว เห็นวา คดีโจทกไ มม มี ูลพพิ ากษายกฟอง โจทกอทุ ธรณ ศาลอุทธรณพ ิพากษายนื โจทกฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยวา “ทางไตสวนโจทกนําสืบวา เมื่อวันท่ี ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๓๐ เวลา กลางวนั จาํ เลย เบกิ ความในคดอี าญาหมายเลขแดงที่ ๑๒๕/๒๕๓๑ ของศาลจงั หวดั สวรรคโลก ระหวา ง พนกั งานอัยการประจาํ ศาลจังหวดั สวรรคโลก โจทก นายเปง เสาแกว คํา จาํ เลย วา โจทกเ ปนคนจาง นายเปง ใหยิง นายเล่ือน วงคใจดาํ เพราะโจทกโกรธนายเลื่อนเก่ียวกับเร่ืองของวัด ท้ังน้ี จาํ เลยได แจงเหตุน้ีให พันตํารวจตรีเยี่ยม แสงหิรัญ สารวัตรสืบสวนสอบสวน สถานีตํารวจภูธรอาํ เภอ ทงุ เสลย่ี มทราบแลว ซงึ่ ขอ ความทจ่ี าํ เลยเบกิ ความนนั้ ไมเ ปน ความจรงิ แตป ระการใด ทาํ ใหโ จทกเ สยี หาย คดีคงมีปญหาวา การเบิกความของจําเลยดังกลาวเปนการกระทําความผิดในขอหาตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗, ๑๗๗ และ ๓๒๖ หรือไม พิเคราะหแลว ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ บญั ญัตวิ า “ผูใ ดเปนเจาพนกั งาน ปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาท่ีโดยมิชอบ เพื่อใหเกิดความเสียหายแกผูหนึ่งผูใด หรือปฏิบัติ หรือละเวนการปฏิบัติหนาที่โดยทุจริต ตองระวางโทษ...” ศาลฎีกาเห็นวา การปฏิบัติหรือละเวน การปฏิบัติหนาท่ีตามบทบัญญัติมาตรานี้ หมายถึง หนาที่ของเจาพนักงานผูนั้นโดยตรงตามที่ กฎหมายบญั ญตั ไิ ว หรอื ไดร บั มอบหมายใหม หี นา ทนี่ น้ั ๆ เทา นน้ั ถา ไมเ กยี่ วกบั หนา ทข่ี องเจา พนกั งาน ผูนั้นโดยตรงแลวยอมไมเปนความผิดตามมาตรานี้ ขอเท็จจริงตามทางไตสวนของโจทกไดความวา จําเลยไดเบิกความเปนพยานโจทก ที่สวรรคโลก ซึ่งการเบิกความของเจาพนักงานตํารวจไมใชหนาที่ ราชการหรือหนา ทที่ ี่ไดรับมอบหมายโดยตรงของจาํ เลย จาํ เลยจึงไมม ีความผิดตามมาตราน้ี ขอหาตอมา คือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ ซ่ึงบัญญัติวา “ผูใดเบิกความ อันเปนเท็จในการพิจารณาคดีตอศาล ถาความเท็จนั้นเปนขอสําคัญในคดี ตองระวางโทษ....” ท่ีกฎหมายบัญญัติไวเชนนี้ เพ่ือปองกันมิใหจําเลยท่ีถูกฟองรองไดรับโทษหรือไดรับความเสียหาย อันเกิดจากการรับฟงพยานอันเปนเท็จ ผูที่จะเสียหายคือจําเลยในคดีนั้น แตขอเท็จจริงในคดี ดงั กลา วปรากฏวา โจทกม ไิ ดถ กู ฟอ งเปน จาํ เลย โจทกจ งึ ไมไ ดร บั ความเสยี หายโดยตรงในการเบกิ ความ ของจาํ เลย ดงั นน้ั โจทกจ งึ ไมใ ชผ เู สยี หาย และไมม อี าํ นาจฟอ งจาํ เลยในความผดิ ตามกฎหมายมาตรานี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๘(๒) ขอหาสุดทาย คือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ ซ่ึงบัญญัติวา “ผูใดใสความ ผูอื่นตอบุคคลท่ีสาม โดยประการท่ีนาจะทําใหผูอ่ืนน้ันเสียช่ือเสียง ถูกดูหม่ิน หรือถูกเกลียดชัง ผูน น้ั กระทําความผดิ ฐานหม่ินประมาท ตอ งระวางโทษ....” การใสค วามตามมาตราน้ี ผกู ระทําตองมี เจตนาใสความผูอื่น ขอเท็จจริงตามที่โจทกนําสืบชั้นไตสวน โจทกเบิกความวา ขอที่จําเลยเบิกความ เก่ยี วกับตวั โจทก ในคดีอาญาหมายเลขแดงท่ี ๑๒๕/๒๕๓๑ ของศาลจังหวดั สวรรคโลกนั้น เปน ขอที่ จําเลยสืบทราบมาจากชาวบาน ไมใชขอท่ีจําเลยประสบมาดวยตนเอง สวนขอท่ีชาวบานบอกให

๙๖ จําเลยรับทราบนั้นจะเปนความจริงหรือไม โจทกไมทราบ เห็นไดวา การเบิกความของจําเลย จําเลยมีเจตนาจะใหความจริงตอศาลในการพิจารณาคดีตามท่ีจําเลยสืบทราบมาเทาน้ัน จําเลย หาไดมีเจตนาใสความโจทกใหถูกดูหม่ินถูกเกลียดชังแตอยางใดไม จึงไมเปนความผิดตามมาตรา ดงั กลา ว ศาลลางท้งั สองพพิ ากษายกฟอ งโจทกมานัน้ ชอบแลว” พิพากษายนื ÊÃ»Ø การนาํ พยานไปสบื ตอ ศาลสาํ คญั กวา การสอบสวนพยาน เนอื่ งจากเมอื่ พยานไมไ ปเบกิ ความ ศาลตดั พยาน ออกหมายจบั พยาน ทําใหพ ยานหลกั ฐานออนศาลยกฟอ ง ผลเมอื่ ศาลยกฟอ ง อยั การ สงเร่ืองใหผูบังคับบัญชาตํารวจ พิจารณาขอบกพรองท่ีเกี่ยวของ ดังนั้นการเบิกความเปนพยานศาล จึงมีความสาํ คัญและจําเปน ¡¨Ô ¡ÃÃÁ¡ÒÃàÃÂÕ ¹ ๑. ผสู อนและผูเรยี นชวยกนั สรุปเนอื้ หา ๒. ใหผูเรยี นอธบิ ายขน้ั ตอนการเตรยี มตัวและการปฏบิ ตั ิตนเมอื่ ไปเปนพยานศาล ÍÒŒ §ÍÔ§ สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาต.ิ (๒๕๖๐) คมู อื ตาํ รวจหลกั สตู รนกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจ. กรงุ เทพฯ. โรงพิมพตาํ รวจ พ.ต.ท.สนธยา รัตนธารส “เขานอย ๑๘”.(๒๕๕๘) การคน การจบั และสิทธิตามกฎหมาย (ฉบับปรับปรงุ ใหม ป ๒๕๕๘). สํานักพิมพสูตรไพศาล.(๒๕๕๖) ประมวลระเบียบการตํารวจเก่ียวกับคดี. กรุงเทพฯ. โรงพิมพสาํ นกั พิมพส ูตรไพศาล

๙๗ ºÃóҹءÃÁ กองบัญชาการศึกษา สาํ นักงานตาํ รวจแหงชาต.ิ (๒๕๖๐). คมู ือตาํ รวจหลักสตู รนักเรยี นนายสิบตํารวจ. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พตํารวจ. พ.ต.ท.สนธยา รตั นธารส.(๒๕๕๘). การคน การจบั และสทิ ธติ ามกฎหมาย (ฉบบั ปรงั ปรงุ ใหม ป ๒๕๕๘). กรุงเทพฯ : สนิ ทวีกิจ พร้ินต้ิง. สํานักพิมพสูตรไพศาล.(๒๕๕๖). ประมวลระเบียบการตํารวจเกี่ยวกับคดี.กรุงเทพฯ : โรงพิมพ สาํ นักพมิ พสตู รไพศาล.

๙๘ จัดพิมพโดย โรงพิมพต าํ รวจ ถ.เศรษฐศิริ ดุสติ กรงุ เทพฯ ๑๐๓๐๐ โทรศพั ท ๐-๒๖๖๘-๒๘๑๑-๓ โทรสาร ๐-๒๒๔๑-๔๖๕๘

“เปนองคกรบังคับใชกฎหมายที่นําสมัย ในระดับมาตรฐานสากล เพ�อใหประชาชนเช�อมั่นศรัทธา” พลตํารวจเอก สุวัฒน แจงยอดสุข ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook