ode neวิเคราะหตนเอง ode ne w episw epis Eps. 28 ชื่อ นางสาวรานาร เดชกมล ช้ัน ม.4/2 เลขที่ 39 โรงเรยี นสภาราชินี จงั หวดั ตรงั www.reallygreatsite.com/watch?v=ks7p6DA0dKk
ประวตั สิ ว นตัว ชอ่ื -สกุล : นางสาวรานาร เดชกมล ช้นั ม.4/2 ช่อื เลน : มายด ฉายา : นารา/รานา วัน เดอื น ปเ กดิ : 5 เมษายน พ.ศ.2548 อายุ : 15 ป สญั ชาติ : ไทย เช้ือชาติ : ไทย ศาสนา : พทุ ธ เบอรโทรศัพท : 0805345850 ที่อยู : 137/1 หมทู ่ี 10 ตาํ บล โคกหลอ อาํ เภอ เมือง จงั หวัด ตรัง Facebook : Rana Dachkamol ID Line : 49446860 Instagram : m_i_n_d_r_n งานอดิเรก : ฟง เพลง ถายรูป เพื่อนสนทิ : นส.สธุ าสนิ ี ศรพี รหม นส.โสภศิ นภา มฎั ฐารกั ษ นส.ณัฐวดี มีเดช นส.ปณิฎฐา จริงจิตร นส.สุพชิ ญา ภูมิมาตร นส.นรกี านต ยุทรวรวิตถ นส.นนั ทวัน ควนวิไล คติพจน : ทายทีส่ ดุ มนั คอื ชีวิตของเราอะ เลือกทางที่ทําใหต วั เอง มีความสุขเถอะ สงิ่ ทอ่ี ยากบอก : ตายไปก็เอาเกรดไปไมได นอนเหอะ
ตนเองท่ีฉันรูจกั เพมิ่ ขอความในสวนเน้ือหาเลก็ น อย ลกั ษณะเดน พดู เสยี งดงั ตลกมลี กั ยม้ิ บคุ ลกิ ภาพของฉนั เปน คนขยนั มคี วามรบั ผดิ ชอบสงู คอ นขา งนง่ิ ถา อยกู บั คนทไี่มส นทิ แตจ ะเฮฮาถา อยกู บั คนทส่ี นทิ ความสามารถพเิศษ ถา ยรปู ราํ สามารถพดู โนม นา วและใหค าํ ปรกึ ษาผอู นื่ ได วชิ าทม่ี คี วามถนดั จะเปน พวกวชิ าทอ งจําเชน ภาษาไทยสงั คมศกึ ษาชวี วทิ ยา ความสนใจ/ความถนดั ของตนเอง มคี วามถนดั ทางดา นการทอ งจํามากกวา การคาํ นวณ และสนใจทางดา นภาษาและสนใจทางดา นโหราศาสตรก ารทํานาย
ผลการทําแบบวดั แววความ สามารถพิเศษ ผลสรุปความสามารถพเิ ศษ 5 อันดับ 1.วดั แววนักคดิ 2.วดั แววผนู าํ 3.วัดแววนกั สรางสรรค 4.วัดแววนักภาษา 5.วดั แววนักวิชาการ
ผลการทําแบบทดสอบค้นหา ตนเอง The results of the self search quiz.
คาํ อธบิ ายแผนภมู ิ บุคลกิ ภาพแบบจรงิ จัง ไมค ิดฝน นิยมความเปนจริง “นักมมุ านะ มงุ ม่นั ” (Realistic) ลักษณะท่วั ไป : ชอบกจิ กรรมท่ีตองใชพละกําลัง ชอบทํางาน กลางแจง กิจกรรมท่ีไม สลับซบั ซอ น กิจกรรมที่เกี่ยวกับสง่ิ ของ เชน เครือ่ งจกั รกล ทกั ษะทาง ภาษา ทักษะ การสรา งสัมพนั ธภาพระหวา งบุคคลมีนอย มกั จะหลีกเล่ียง กจิ กรรมท่ตี องเกยี่ วของ กบั บุคคลหรือไมช อบเปนจดุ สนใจของผูอ นื่ คอ นขางจะมีลกั ษณะที่เปน ชายสงู สนใจเศรษฐกิจและการเมอื ง ในรปู แบบทมี่ รี ะเบยี บแบบแผน ลักษณะเดน : มีความเปนผใู หญ มคี วามอดทน มีความบากบ่ัน กลา แสดงผลงาน ทักษะในการสรา งสัมพนั ธภาพทางสงั คมมีนอย
บคุ ลิกภาพแบบมศี ลิ ปะ “ชา งจนิ ตนาการ” (Artistic) ลักษณะทว่ั ไป : ชอบกจิ กรรมทเ่ี ก่ยี วกับนามธรรม เปน อสิ ระ รกั ความงาม มคี วามเปน ตวั ของตัวเอง สงู ชอบใชช ีวติ และกจิ กรรมแบบตามลาํ พัง ไมค อ ยควบคมุ ตัวเอง มกั ทําตามใจทีต่ น ปรารถนา มีความตองการแสดงออกถึงลกั ษณะเฉพาะตัวของตวั เอง ชอบทางศิลปะ ไมชอบเลยี นแบบ มีความคดิ ริเริ่มสรา งสรรค หลกี เล่ียงงานประเภทใชร ะเบียบ แบบแผน ลกั ษณะเดน : มสี ุนทรี มีศลิ ปะ ชอบคดิ คาํ นึง ชอบครนุ คดิ คนเดียว ชอบเขยี น อา นโครงกลอน ชอบ รา งภาพ ระบายสี ดลู ะคร ฟงเพลง เลนดนตรี เปนตน บุคลิกภาพแบบท่ชี อบสงั คมกบั บคุ คลอน่ื “ชา งเจรจาตอ รอง” (Social) ลกั ษณะท่ัวไป : ชอบติดตอ กบั คน ชอบสนทนา ชอบใหความรูผอู ืน่ ชอบแสดงตวั ราเรงิ ชอบกิจกรรมบนั เทงิ มคี วามรบั ผิดชอบ มีทักษะทางภาษา ตอ งการความ สนใจ ชอบชว ยเหลอื ผูอน่ื มีลักษณะเปน ผูหญงิ สูง หลกี เลย่ี งการใชความ คิดทางปญญา มักแกป ญ หาโดยคาํ นึงถงึ ความรสู กึ ของผอู ่นื หลีกเลย่ี ง กิจกรรมท่ีเกย่ี วกบั เครอ่ื งยนตหรอื ทางวิทยาศาสตร ลักษณะเดน : ชอบสมาคม รา เริง ชอบเท่ยี ว รักประเพณี มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีอํานาจ มี อิทธพิ ลเหนือผูอ่นื มีลกั ษณะทา ทางนสิ ยั เปน ผูหญงิ เปนตน
อาชพี ทเ่ี หมาะ สมกบั ตนเอง สถาปนิก วศิ วกร ทนั ตแพทย นักกายภาพบําบัด คร-ู อาจารย นกั เขียน นักออกแบบ ผจู ดั การฝา ยโฆษณา ผแู ปลภาษาตา งประเทศ ผสู ื่อขา ว ภูมสิ ถาปนิก มัณฑนากร นักปรัชญา ผกู ํากบั การแสดงตางๆ นกั ผลติ สือ่ การแพทย นักสงั คมสงเคราะห เจา หนา ท่ีแนะแนวและใหคาํ ปรกึ ษา นกั โภชนาการ นกั การฑูต นักสาธารณสขุ
คณะ/สาขา คณะสถาปตยกรรมศาสตร คณะวศิ วกรรมศาสตร คณะทันตแพทยศ าสตร คณะแพทยศาสตร สาขากายภาพบาํ บดั คณะสหเวชศาสตร สาขากายภาพบาํ บัด คณะเทคนคิ การแพทย สาขากายภาพบาํ บดั คณะครุศาสตร ศกึ ษาศาสตร คณะมนุษยศาสตร คณะอกั ษรศาสตร คณะวารสารศาสตร คณะศิลปกรรศาสตร คณะจิตรกรรม คณะบรหิ ารธรุ กจิ คณะนเิ ทศศาสตร สาขาปรชั ญา คณะรฐั ศาสตร หรือสาขาสังคมสงเคราะห คณะศกึ ษาศาสตร คณะวทิ ยาศาสตร สาขาจิตวิทยา คณะบรหิ าร สาขาการจัดการทรยั ากรมนษุ ย คณะสหเวชศาสตร สาขาวชิ าการโภชนการ และการกํานดอาหาร คณะเกษตร คณะ/สาขาสาธารณสุข
การวิเคราะหตนเอง SWOT ANALYSIS จดุ แขง็ จุดอ่อน อปุ สรรค โอกาส Strength Weakness Threat Opportunity สามารถ ความ เรยี นพเิ ศษ ทอง ไมถ นัด จาํ ไดด ี ดานคาํ นวณ เกยี จคราน มีความ ความไม สอบ เขาใจเนอ้ื หา แขงขัน ไมถนัด ดา นท่เี รา บทเรยี น ถนัด รับผดิ ชอบ ศลิ ปะ คอ นขางสงู สามารถพูด หงดุ หงดิ ติดนิยาย ครอบครวั โนมนา วใจ งา ย หรอื ผูใหญ ซรี ีส สนับสนุน คนอน่ื ได อารมณรอน การวเคราะห์ตนเอง
จากการทาํ แบบทดสอบการคนหา ตนเอง สรุปไดวามคี วาม สอดคลอ งกับอาชพี /คณะ ดังตอไปนี้ 1.อาชพี เจาหนาทีแ่ นะแนวและใหค าํ ปรกึ ษา สาขา จติ วทิ ยา ลกั ษณะอาชพี 1. ใหค าํ ปรกึ ษาในปญ หาการเรยี นการสอน ปญ หาสว นตัว ปญหาการเงนิ ปญ หาการเดนิ ทางมาเรียน ปญหา การศกึ ษาตอ และการเตรยี มความพรอมในการประกอบอาชพี อืน่ ๆ 2. ติดตามผลการเรียน การสอบของนักเรยี นทส่ี ําเร็จการศกึ ษาในแตล ะปการศกึ ษา 3. จัดหาวารสาร ขาวบริการสารสนเทศ ขาวสารเกยี่ วกบั การประกอบอาชพี การศกึ ษาตอเพือ่ นาํ มาเผยแพร ใหแ กน ักเรยี น 4. บริการใหความชวยเหลือดว ยการจัดหาทุนการศกึ ษาและอปุ กรณก ารศกึ ษา 5. สาํ รวจและจดั ทําทะเบยี นเพื่อหาขอมูล โดยการวิเคราะหจากแบบสอบถามหรือพฤติกรรมของนักเรียนเพ่อื ประกอบการพจิ ารณาใหคาํ แนะนํา วางแผน และแกไขปญหารว มกับครทู ป่ี รึกษาหรือผทู เี่ กี่ยวขอ ง 6. จดั ใหมสี ัปดาหแ นะแนวเพือ่ การศึกษาตอ สัปดาหแหงการสง เสรมิ สุขภาพ และการพบปะสังสรรคก บั บุคคลตัวอยา งหรือบุคคลท่ีประสบความสาํ เร็จเพ่อื ใหเปน ตวั อยางตามความเหมาะสม 7. นํานกั เรยี นไปรว มการสมั มนา อภปิ ราย โตว าที ชมนทิ รรศการ นอกสถานศึกษาเพอ่ื เปน การเพิม่ พูนความ รูและเสริมสรา งประสบการณจ ากสภาพจริง 8. จัดทําหอ งแนะแนวใหเ กดิ ความสนใจแกน กั เรยี นเหมาะสมกับการบริหารใหคําปรกึ ษาและแนะแนวอาชพี 9. จดั ทําระบบการทําระเบยี นสะสมและระเบียนพฤติกรรมของนักเรียนทุกรูป 10. ตรวจสอบบุคลกิ ภาพของนักเรยี นและหาทางแกไขบุคลิกภาพทไ่ี มพงึ ประสงคตามหลักการแนะแนว 11. รวมมอื กับเจาหนา ท่ีบรรณารกั ษ จดั เอกสารประเภทแนะแนว การจดั นทิ รรศการแนะแนว เพ่อื สามารถ ปรบั ตวั เขา กับระเบยี บของสงั คม การจดั ปา ยนเิ ทศแนะแนว 12. จดั ทาํ สถติ ิ ขอ มลู วิเคราะห ประเมนิ ผล รายงานผล เพือ่ แกปญ หาและพัฒนางาน อัตราเงนิ เดอื น ผปู ระกอบอาชีพนไี้ ดร บั คา ตอบแทนเปน เงนิ เดือนตามประสบการณการ ทาํ งาน อัตราเงนิ เดือนเรมิ่ ตน อยูท ่ี 12,000 - 15,000 บาท พอมี ประสบการณม ากข้ึนเงนิ เดือนกจ็ ะเพ่ิมข้นึ ตามลาํ ดับ
รายละเอียดของสาขา คือ เปน การศึกษาเกี่ยวกบั จิตใจ (กระบวนการของจิต) กระบวนความคิด และพฤติกรรมของมนุษย ดว ยกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร เนือ้ หาใน คณะจิตวิทยาท่จี ะไดศึกษา เชน เร่อื งการรับรู (กระบวนการรับขอมลู ของ มนษุ ย) อารมณ บุคลกิ ภาพ พฤติกรรม และรูปแบบความสมั พนั ธร ะหวาง บุคคล คณะจติ วิทยายงั สามารถประยุกตค วามรูกบั กจิ กรรมในดานตา งๆ ของมนษุ ยทีเ่ กดิ ข้นึ ในชีวิตประจาํ วนั เชน กจิ กรรมทเ่ี กดิ ขึน้ ในครอบครวั ระบบการศึกษา การจา งงาน เปน ตน และยังรวมถึงการใชค วามรูท าง จิตวิทยาสาํ หรบั การรักษาปญหาสุขภาพจติ ได ดังนั้นสําหรับผูท ส่ี นใจเรียน คณะนี้ สิ่งสําคญั คือ ตอ งชอบและสนใจเกี่ยวกับจติ ใจมนษุ ย มคี วามสขุ กบั การไดคดิ ไดพูดคยุ แลกเปลี่ยนทัศนคติกนั อยา่ งหลากหลาย สาขาที่เปดสอน สาขาจิตวทิ ยา สาขาวชิ าจิตวทิ ยาการปรึกษา สาขาวชิ าจิตวิทยาสงั คม สาขาวิชาจติ วทิ ยาคลินกิ สาขาวิชาจติ วทิ ยาพัฒนาการ สาขาวิชาจิตวทิ ยาชมุ ชน สาขาวิชาจิตวทิ ยาอตุ สาหกรรม มหาวิทยาลัยทน่ี ักเรยี นสนใจเขาศึกษาตอ 1.มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม 2.มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ
2.ทันตแพทย คณะทันตแพทยศาสตร สาขาทนั ตแพทยศาสตร ลักษณะของอาชีพ ตรวจสุขภาพชอ งปากเหงอื กและฟน รกั ษาตามอาการของโรคและ ความผดิ ปกตขิ องเหงอื กฟน และชอ งปาก ดว ยการศัลยกรรม ใหยาและวธิ ี การอน่ื ๆใชเ คร่อื งเอกซเรยและทดสอบตามความจาํ เปน พจิ ารณาผลของ การตรวจ และการทดสอบ และเลือกวิธีการรกั ษาทต่ี รงจดุ และถกู ตอ งการ ประดษิ ฐฟนปลอมและใสฟนปลอมรวมทงั้ การจดั ฟนท่มี ลี ักษณะผดิ ปกติ ใหอยใู นตําแหนง ท่ีถกู ตอง อตั ราเงินเดือน อาชพี ทนั ตแพทย ในโรงพยาบาลรัฐ มรี ายได อยูทปี่ ระมาณ 50,000 บาท/เดอื น สวนในโรงพยาบาลเอกชน-คลนี ิค จะมีราย ไดประมาณ 90,000 - 500,000 บาท/เดอื น รายละเอยี ดของคณะทนั ตแพทยศาสตร เปนศาสตรทีม่ งุ ศึกษาในเรอ่ื งของฟน และชองปากและอวัยวะตางๆ ใน ชอ งปาก บัณฑิตที่จบการศกึ ษาทางดานนจี้ ะตองเปน ผมู ีความรู ความ สามารถ ความเชย่ี วชาญ ในการสรางเสริมสุขภาพชองปาก การตรวจ วินิจฉยั การวางแผนการรกั ษา เวชบําบัดหรอื การผา ตดั รกั ษาโรคและ ภยันตรายของชอ งปากกระดูกขากรรไกรและ อวยั วะทีเ่ กี่ยวของ ตลอด จนการฟนฟูสภาพของอวยั วะในชองปากและอวัยวะขา งเคยี ง ให สามารถทํางานไดอ ยางมีประสทิ ธิภาพ หลกั สูตรทันตแพทยศาสตร บัณฑติ ใชระยะเวลาในการเรียน 6 ป
สาขาที่เปด สอน สาขาวิชาทนั ตกรรมบดเค้ยี ว สาขาวชิ าทนั ตกรรมประดิษฐ สาขาวชิ าทันตกรรมหตั ถการ สาขาวชิ าปรทิ นั ตวทิ ยาสาขาวชิ ารังสีวิทยาชองปากและใบหนา สาขาวิชาวิทยาเอน็ โดดอนต สาขาวิชาเวชศาสตรช องปาก สาขาวชิ าศลั ยศาสตรชอ งปาก สาขาวิชาทันตกรรมสําหรับเด็ก มหาวทิ ยาลยั ท่นี กั เรยี นสนใจเขา ศกึ ษาตอ 1.มหาวทิ ยาลัยขอนแกน 2.มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม
3.นกั กายภาพบาํ บดั สาขากายภาพบําบดั ลกั ษณะของอาชพี แตเดิมนั้น การบําบดั รักษาคือ การบีบนวดดวยมอื การอาศยั ความ รอนและการใชเ ครื่องมอื อนื่ ๆ เขา มาชว ย ตอ มาไดมกี ารพัฒนาขนึ้ โดยมีการจดั ตง้ั โรงเรยี นกายภาพบาํ บดั ขึ้นมา เพอื่ ศึกษาวธิ ีการและ สงเสรมิ การทาํ งาน ทางดานกายภาพบําบดั ใหม คี ุณภาพมากข้ึน อกี ทั้งยงั มีการประดิษฐเ ครือ่ งมอื ทางกายภาพบําบดั โดยใชเ ทคโนโลยี ท่ที นั สมัยมาชว ย ทาํ ใหผลจากการบาํ บดั รกั ษาเปนท่ีนาพอใจ และ ประชาชนทว่ั ไปไดร จู กั คาํ วา กายภาพบําบัดมากขึน้ และเปน ท่ี ยอมรับวา นกั กายภาพบาํ บัดมีบทบาทสําคัญตอการแพทยในการ บําบัดรักษาผูปวยใหห ายจากโรคภยั ไขเจบ็ เร็วข้นึ โดยปราศจาก ภาวะแทรกซอ น สามารถกลับไปประกอบอาชพี การงานไดต ามปกติ ในเวลาอันรวดเร็ว นกั กายภาพบําบดั มีหนาทบี่ าํ บดั รักษาผูอื่นตามคาํ สง่ั แพทย โดย การใชเ คร่ืองมอื ทางฟส ิกสทาํ การบรหิ ารรางกายเฉพาะทา เชน การ ดึง การนวด และเทคนิคอนื่ ๆ ทางกายภาพบาํ บัด ผูปวยทางออรโธ ปดิกส คือผปู วยทางระบบกลา มเนอ้ื กระดกู และขอ ตอซ่งึ อาจเกดิ จากโรคบางชนดิ หรอื อุบตั ิเหตุ มงุ เนน ใหการชวยเหลอื ฟนฟูผปู วย เพอ่ื ปอ งกันความพกิ าร บําบดั รักษาและฟน ฟสู ภาพในผูที่มีความ เส่อื มสมรรถภาพ หรอื ความพกิ ารทางดา นรางกาย จติ ใจ การเขา สงั คม เพ่ือพฒั นาการการรับรู และความรูค วามเขาใจดวยวธิ ี กจิ กรรมบาํ บดั
อัตราเงนิ เดอื น หากทาํ งานในโรงพยาบาลรัฐ งินเดอื นจะอยูในชว ง 15,000 บาท/เดอื น ขน้ึ ไป หากทาํ งานในโรงพยาบาลเอกชน เงนิ เดือนจะอยูในชวง 30,000 - 60,000 บาท/เดอื น หรือสามารถประกอบธุรกิจสว นตัว หรอื หารายได พิเศษโดยการรับทาํ กายภาพบาํ บัดกับผูป ว ยทต่ี องการใหทํา กายภาพบาํ บดั ทบ่ี า น โดยไดร บั คาตอบแทนครง้ั ละ 400 - 500 บาท/ ช่ัวโมง รายไดทีไ่ ดร บั จึงขนึ้ อยกู บั ความอุตสาหะของแตละบคุ คล รายละเอียดของสาขากายภาพบาํ บัด วชิ าชีพสาขาหน่ึงทางการแพทยแ ละสาธารณสุข ซงึ่ เกี่ยวขอ งกับการดแู ล สุขภาพของประชาชน ท้ังในแงของการสงเสรมิ , ปองกนั , รกั ษา และฟน ฟู สุขภาพรา งกายและจติ ใจโดยใชวิธีตามหลักวิทยาศาสตรและการใช เครอื่ ง มอื หรอื อุปกรณท างกายภาพบําบดั โดยมเี ปาหมายใหประชาชนมสี ขุ ภาพ และมี ความสามารถในการทํางานของรางกายอยางเต็มท่กี ายภาพบําบัด เรยี นอะไรนกั กายภาพบําบดั เปน ผทู ีส่ ําเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี โดย ใชเ วลาศึกษาท้งั สน้ิ 4 ป ในชว งปแ รกศกึ ษาวิชาพืน้ ฐานทางวิทยาศาสตร และคณิตศาสตร เชน ชีววิทยา, เคม,ี แคลคูลัส และวชิ าทางสังคมศาสตร, มนุษยศาสตร, ภาษาองั กฤษ และคอมพิวเตอร สําหรบั ในปท่ี 2 - 4 ศึกษา ในหมวดวชิ าชพี เชน กายวิภาคศาสตร, สรรี วทิ ยา, พยาธวิ ิทยา, ประสาท กายวภิ าคศาสตร, หลกั พยาบาลเบอื้ งตน ตลอดจนวิทยาศาสตรการ เคล่ือนไหว, การนวด ดัด ดึง , การออกกําลังกายเพอ่ื การรกั ษา, การรักษา และการวินิจฉัยดว ยไฟฟา, ตัวกระทาํ ทางฟสิกสใ นการรกั ษา และ กายภาพบําบัดสําหรับผปู วยในภาวะตางๆ เปน ตน นอกจากนี้ยงั มีการทาํ วจิ ยั กอ นจบการศึกษาระดบั ปรญิ ญาตรีอีกดว ย มหาวิทยาลยั ท่นี ักเรียนสนใจเขา ศกึ ษาตอ 1.มหาวิทยาลัยขอนแกน 2.มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม
ode ne w epis ode ne w epis Eps. 28 THANK YOU www.reallygreatsite.com/watch?v=ks7p6DA0dKk
Search
Read the Text Version
- 1 - 17
Pages: