Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore นวัตกรรมสร้างสรรค์คนดี ผอ.สุพัตรา สืบจากถิ่น รร.บ้านนางเม้ง 23-11-64

นวัตกรรมสร้างสรรค์คนดี ผอ.สุพัตรา สืบจากถิ่น รร.บ้านนางเม้ง 23-11-64

Published by wasassy5, 2021-11-29 08:30:27

Description: นวัตกรรมสร้างสรรค์คนดี ผอ.สุพัตรา สืบจากถิ่น รร.บ้านนางเม้ง 23-11-64

Search

Read the Text Version

นวัตกรรมสรา้ งสรรคค์ นดี ด้านการบรหิ าร ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมนกั เรยี นโดยใช้รปู แบบ JITDE MODEL (จติ ดี โมเดล) นางสพุ ตั รา สบื จากถน่ิ ตำแหนง่ ผูอ้ ำนวยกำรโรงเรียนบ้ำนนำงเม้ง โรงเรยี นบา้ นนางเมง้ สานกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาชยั ภูมิ เขต 1 สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน

ก คำนำ เอกสารนวัตกรรมสร้างสรรค์คนดี ด้านการบริหาร การพัฒนาคณุ ธรรมจรยิ ธรรมนักเรยี นโดยใชร้ ูปแบบ JITDE MODEL (จติ ดี โมเดล) ฉบับน้ี ใช้เปน็ แนวทางในการพัฒนาคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมของผู้บริหาร ครูและ บคุ ลากรทางการศึกษา ที่จะพัฒนานาผู้เรยี นให้เป็นคนดขี องบ้านเมอื ง ซ่งึ เป็นนวัตกรรมด้านการบริหารของ ผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา เปน็ ส่ิงท่ีจะนำผูเ้ รียนไปสูค่ วามสำเร็จเป็นคนดีของสังคม ซึง่ เป็นการคิดคน้ วธิ กี ารบรหิ ารที่ สอดคลอ้ งกับบรบิ ทของสถานศกึ ษา สภาพปัญหาและความตอ้ งในการพัฒนาดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรมของโรงเรียน บา้ นนางเม้ง ขน้ั ตอนการผลติ นวัตกรรมนี้ ยึดตามคู่มือแนวทางการผลิตนวตั กรรมสร้างสรรค์คนดี โรงเรียน คณุ ธรรม สพฐ. หวงั เปน็ อย่างย่ิงวา่ เอกสารนวัตกรรมสร้างสรรค์คนดี ดา้ นการบรหิ าร การพฒั นาคณุ ธรรมจริยธรรม นักเรยี นโดยใชร้ ปู แบบ JITDE MODEL (จติ ดี โมเดล) ฉบับนจ้ี ะเปน็ ประโยชน์ต่อผบู้ ริหาร ครู นกั เรียน และผทู้ ี่ สนใจทั่วไป ในการนำไปใช้ในการพัฒนาคุณธรรมจรยิ ธรรมให้แกน่ กั เรียน และนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา โรงเรยี นคณุ ธรรม ท้งั น้เี พื่อเป็นการช่วยสร้างคนดใี ห้บ้านเมืองสืบไป นางสุพัตรา สบื จากถน่ิ ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นนางเม้ง

สารบัญ ข คำนำ หน้า สารบัญ ก ชอื่ ผลงานนวัตกรรม ข ความสำคญั ของนวตั กรรม 1 จดุ ประสงคแ์ ละเปา้ หมายของนวัตกรรม 1 กระบวนการพัฒนานวัตกรรมหรือขั้นตอนการดำเนินงาน 3 ผลการดำเนนิ การ/คุณสัมฤทธิ์/ประโยชน์ท่ีได้รบั 3 ปจั จัยความสำเรจ็ บทเรยี นที่ได้รับ 11 การเผยแพร/่ การได้รบั การยอมรับ/ รางวลั ท่ีได้รบั 12 เงอ่ื นไขความสำเรจ็ 13 ภาคผนวก 13 16 18

1 เอกสารประกอบการพจิ ารณาส่งเสริมและคัดเลอื กนวัตกรรมสร้างสรรค์คนดี “โครงการโรงเรียนคณุ ธรรม สพฐ.” ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ชือ่ ผลงาน การพฒั นาคุณธรรมจรยิ ธรรมนักเรียนโดยใช้รูปแบบ JITDE MODEL (จิตดี โมเดล) สอดคล้องกบั คุณลกั ษณะ ความพอเพยี ง ความกตัญญู ความซอ่ื สตั ยส์ จุ ริต ความรบั ผดิ ชอบ อุดมการณ์คุณธรรม คุณธรรมอัตลักษณ์ รบั ผดิ ชอบ มีวินยั ใฝ่พอเพยี ง ช่อื ผ้พู ัฒนานวัตกรรม นางสพุ ตั รา สืบจากถ่ิน โรงเรียน/หนว่ ยงาน โรงเรียนบ้านนางเม้ง สังกดั สพป./สพม. สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาชยั ภูมิเขต 1 โทรศัพท์ 044 – 854544 โทรสาร...............................-.................................................. E-mail : [email protected] โทรศัพท์เคลือ่ นที่ 086-2202919 ๑. ความสำคญั ของนวตั กรรม ๑.๑ เหตุผลทเี่ กดิ จากแรงบนั ดาลใจ ความจำเปน็ ปัญหาหรอื ความต้องการทจ่ี ดั ทำผลงานนวตั กรรม โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. เป็นการดำเนินงานเพื่อสืบสานพระราชปณิธาน เดินตามรอยเบื้องพระ ยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ ดำเนินงานตามนโยบายภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติเกี่ยวกับเรื่องคุณธรรม โดยร่วมหารือ กับสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้จัดการศึกษาสำหรับเยาวชนส่วนใหญ่ของประเทศ ให้เป็นพลเมืองที่มี คุณภาพ มีความรู้ความสามารถ เป็นคนดี คนเก่งและมีความสุข ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และได้ จัดทำ “โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ.” เพื่อพัฒนาโรงเรียนในระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ให้นักเรียน ครู ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษาตระหนักรู้ เข้าใจ และมีกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผลซึมซับคุณค่าแห่ง คุณธรรมความดีอย่างเป็นธรรมชาติ และสร้างความรู้สึกผิดชอบชั่วดี รวมทั้งสร้าง เครือข่ายชุมชนองค์กรแห่ง คุณธรรม โดยประสานความร่วมมือจากหน่วยงาน และองค์กรที่ทำงานด้านคุณธรรม อย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน รูปแบบของโรงเรียนคุณธรรมนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อนและทำได้ง่าย เป็นการลงทุนต่ำ แต่ได้กำไรมาก และสามารถเปลย่ี นแปลงพฤติกรรมของนกั เรียนได้จริง ชว่ ยให้พฤติกรรมทีไ่ มพ่ ึงประสงคใ์ นโรงเรยี น “ลดลง” และ ส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ “เพิ่มขึ้น” ซึ่งนับเป็นการพัฒนาเยาวชน ผู้ปกครอง และชุมชน ได้อย่าง ยั่งยนื (สํานักพฒั นานวัตกรรมการจดั การศกึ ษา, 2560)

2 การพฒั นาการศึกษาในปัจจุบัน จะตอ้ งเรม่ิ ต้นด้วยการพัฒนาคนอย่างมีคุณภาพ ให้สามารถดําเนินชวี ติ อยู่ ร่วมกันในสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรมที่เผชิญอยู่ได้อย่างมีความสุขทั้งในปัจจุบันและอนาคต การศกึ ษาจงึ ต้องมงุ่ พัฒนาผู้เรียนในทุกด้าน ให้มีความสมดุลท้ังด้านร่างกาย จติ ใจ ความรแู้ ละคุณธรรม จริยธรรม โดยมุ่งเน้นผเู้ รียนเป็นสาํ คญั สอดคล้องกับหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 มจี ุดหมาย ท่มี งุ่ พัฒนาผเู้ รยี นให้เปน็ คนดีมปี ัญญา มคี วามสขุ โดยจุดหมาย คือ ขอ้ ท่ี 1 มีคณุ ธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่ีพึง ประสงค์ เหน็ คุณค่าของตนเองมีวนิ ัยและปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาท่ตี นนับถือ ยึด หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และข้อที่ 2 คือ มีความรู้ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีและมีทักษะชวี ติ (กรมวชิ าการ, 2551 : 3) จากความสําคัญของการสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมขางตน ผูศึกษาในฐานะผูบริหารสถานศึกษาของ โรงเรยี นบ้านางเมง้ สํานกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาชยั ภูมิ เขต 1 จึงมีแนวคดิ ในการพัฒนารูปแบบ การ ขับเคลื่อนโรงเรียนคุณธรรม ของโรงเรียนบ้านนางเม้งจากผูที่มีสวนเกี่ยวของและผูมีสวนไดสวนเสียกับการจัด การศึกษาทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อใหเกิดผลที่เปนฉันทามติและเปนเทคนิควิธีที่ไดขอมูลที่ชัดเจน ตรง ประเดน็ โดยสงิ่ ที่คาดหวัง คือ บคุ ลากรมแี นวทางในการสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมใหแกนักเรียนท่ีมี ประสทิ ธิภาพ นักเรียนมีพฤติกรรมที่พึงประสงคในโรงเรียนที่เพิ่มขึ้น และพฤติกรรมที่ไมพึงประสงคลดนอยลง ตามคุณธรรมอัต ลักษณของโรงเรียนคือ รับผิดชอบ มีวินัย ใฝ่พอเพียง โดยมีจุดเนนที่สําคัญ คือ เพื่อพัฒนาเยาวชนใหเปนคนดี มี ความรู และอยู ดมี ีสขุ และสามารถเผยแพรเปนประโยชนในการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสรางคุณธรรมจริยธรรมของ ผูเรยี นตอไป ๑.๒ แนวคิดหลักการสำคญั ท่ีเกย่ี วข้องกบั ผลงานหรือนวัตกรรมสามารถอา้ งถงึ แนวคดิ หลักการทฤษฎี รูปแบบ วธิ กี าร ฯลฯ ท่ีนำมาใชใ้ นการออกแบบผลงานหรือนวตั กรรมได้ การพฒั นาความรบั ผิดชอบ ความมีวินยั และการสร้างจติ สำนกึ พอเพียงของนกั เรียนผา่ นกิจกรรมยุวทตู นอ้ ยเลา่ นิทานคณุ ธรรมและกิจกรรมบรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง โดยเน้นทักษะกระบวนการคดิ และการเรียนรู้ แบบ Active Learning หนาที่สําคัญของการศึกษาคือการพัฒนาคนใหเปนคนเกง คนดีและมีความสุข ดังที่กําหนดไวใน พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแหงชาติพทุ ธศกั ราช 2542 ซ่งึ กาํ หนดใหจัดการศึกษาที่มีจุดมุงหมายและ มหี ลักการใน หมวด 2 มาตรา 6 วา “การจัดการศึกษาตองเปนไปเพื่อพัฒนาคนไทย ใหเปนมนุษยที่สมบรู ณทัง้ รางกาย จิตใจ สติปญญา ความรูและคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดํารงชีวิตสามารถอยูรวมกับ ผูอื่นไดอยางมี ความสุข” โดยยดึ การจดั การศึกษาใหเปนคนดีมีคณุ ธรรมจรยิ ธรรมในหมวด 4 มาตรา 23 ซง่ึ เนนความสําคัญท้ัง ความรูคุณธรรม กระบวนการเรียนรูและบูรณาการตามความเหมาะสมของผูเรียนในแตละ ระดับ (สมนึก ศูนย กลาง, 2546) การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุงพัฒนาผูเรียนใหสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตใหพรอมที่จะที่ ประโยชน ใหกบั สงั คมตามบทบาท และหนาท่ีของตนในฐานะพลเมืองดี ตามระบอบการปกครองประชาธิปไตยท่ีมี พระมหากษัตริยเปนประมุข โดยใหผูเรียนมีความรูทักษะพื้นฐานในการดํารงชีวิต ทันตอการเปลี่ยนแปลง มีสขุ ภาพสมบรู ณท้ังรางกายและจิตใจ ทาํ งานเปน และครองชีวติ อยางสงบสขุ Active Learning หรือการเรียนรูเ้ ชิงรุก เป็นการจัดการเรียนรู้ที่สามารถตอบสนองต่อการจัดการเรียนรู้ ในศตวรรษท่ี 21 ซึง่ จำเปน็ ท่ีจะต้องลดบทบาทของผู้สอน แต่เพิ่มบทบาทของผเู้ รียนใหม้ ากยิ่งขนึ้ เปน็ การ จัดการ เรยี นรู้ท่เี นน้ ให้ผู้เรียนไดล้ งมือทำและได้คดิ ในส่งิ ท่ีทำลงไปเพื่อเปน็ การสร้างประสบการณ์ตรงให้เกิดขึ้น แก่ผู้เรียน โดยผู้เรียนจะมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและครูด้วยการลงมือทำกิจกรรมร่วมกันทั้งในชั้นเรียนและนอกชั้นเรียน จากน้ันก็สร้างองค์ความรู้ขึน้ จากส่ิงที่ได้ลงมือทำน้นั ผ่านการฟัง การพดู การอา่ น การเขียน การ อภิปรายและการ

3 สะท้อนคิดเพื่อสร้างความหมายกับสิ่งที่ได้เรียนรู้ Active Learning จะมีขั้นตอนในการ จัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ด้วยกนั ได้แก่ ขัน้ กระตุ้นความสนใจ ข้นั ให้เหน็ สถานการณ์ทา้ ทาย ขั้นอภิปราย สะทอ้ นความคดิ ขั้นร่วมผลิตองค์ ความรู้ และขน้ั ช่วยกนั ดสู ะท้อนเร่ือง โดยใชก้ ิจกรรมการเรียนรู้อย่าง หลากหลาย เชน่ การอภิปรายกลุ่มย่อย การ แสดงบทบาทสมมติ การแสดงละคร การใช้สถานการณ์จำลอง การใช้กรณีศึกษา การอ่านและการเขียนอย่าง กระตอื รอื รน้ การทำงานกลุ่มเลก็ ๆ และการใช้เกมเพอ่ื ประกอบการจัดการเรยี นรู้ ๒. จุดประสงคแ์ ละเป้าหมายของนวตั กรรม ๒.๑ จดุ ประสงค์เขยี นใหส้ อดคลอ้ งกับความสำคัญของนวัตกรรม 1. เพอ่ื ส่งเสริมใหน้ ักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษามีคณุ ธรรม ตามอัตลกั ษณค์ ุณธรรรม ของโรงเรียน 2. เพื่อขบั เคลื่อนการพัฒนาคุณธรรมในโรงเรียนสู่การปฏบิ ตั ิอย่างเป็นรูปธรรม ๒.๒ เปา้ หมายระบุจำนวนผลงานนวัตกรรมและหรอื กลุ่มเป้าหมายท่ีใชน้ วตั กรรมอย่างชัดเจน เป้าหมายเชิงปรมิ าณ 1. นักเรียนร้อยละ 100 มีคุณธรรมจริยธรรม มีระเบียบวินัย และมีความรับผิดชอบ เอื้ออาทร ตอ่ เพื่อนมนุษย์ ตามแนวทางการสรา้ งคนดใี ห้กบั สงั คม 2. นักเรียนยุวทูตน้อยนิทานคุณธรรมร้อยละ 100 สามารถถ่ายทอดความดี ข้อคิด คุณธรรม จากนทิ านไปสนู่ ักเรยี นคนอ่ืนได้ 3. นกั เรียนรอ้ ยละ 100 ได้เรยี นรู้ผา่ นการลงมือปฏบิ ตั ิ หรือการเรียนรูเ้ ชงิ รุก Active Learning จากกจิ กรรมฐานเศรษฐกิจพอเพยี ง เปา้ หมายเชงิ คณุ ภาพ นกั เรยี นทกุ คนมีคณุ ธรรมอตั ลกั ษณค์ ือ รับผดิ ชอบ มวี ินัย ใฝพ่ อเพียง ๓. กระบวนการพัฒนานวตั กรรมหรือขั้นตอนการดำเนนิ งาน ออกแบบนวัตกรรมสอดคลองกับจุดประสงคและเปาหมาย โดยมแี นวคดิ สาํ คัญรองรบั อยางสมเหตุ สมผล สามารถอางองิ ไดนาํ มาเปนพ้นื ฐานในการออกแบบกจิ กรรมไดและทกุ กิจกรรมมคี วามเช่ือมโยง สอดคลองกนั ดังนี้ การพฒั นาคุณธรรมจริยธรรมนักเรยี นโดยใช้รปู แบบ JITDE MODEL (จิตดี โมเดล)

4 3.1 ด้านปจั จัยนำเขา้ (INPUT) ได้แก่ B (Brainstorm) การระดมสมอง ร่วมคิดรว่ มทำ และทำงานเปน็ ทีม คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง N (New Normal of Moral) คุณธรรมในการใชช้ ีวติ แบบวิถใี หม่ ความเห็นอกเห็นใจ ความ สามคั คี และความเท่าเทียม M (Management) การบริหารจัดการ ดา้ นบคุ ลากร งบประมาณ และทรัพยากรทโี่ รงเรยี นมี อยู่ได้แก่ อาคารสถานท่ี ส่ือเทคโนโลยแี ละการใหบ้ รกิ าร 3.2 ดา้ นกระบวนการ (Process) ดำเนินการตาม JETDE MODEL (จติ ดี โมเดล) ดำเนนิ การ 5 ขัน้ ตอน ได้แก่ 1. ขนั้ การใหผ้ ู้เรยี นเรยี นร้อู ยา่ งมคี วามสขุ (Joyful to learning) การจัดการเรียนการสอนทีจ่ ะทำให้การเรยี นรดู้ ำเนินไปอย่างราบรื่นและมีความสขุ รว่ มกันท้ังผู้เรียนและผสู้ อน ดงั นี้ 1. บทเรียนเริม่ ต้นจากงา่ ยไปหายาก 2. วิธเี รียนสนุก ไม่น่าเบ่อื 3. ทกุ ข้นั ตอนของการเรียนรู้ม่งุ พัฒนาและส่งเสรมิ กระบวนการคดิ ในเชงิ คณุ ธรรม 4. มกี จิ กรรมหลากหลาย สนุกชวนใหผ้ เู้ รียนสนใจบทเรยี น เปิดโอกาสให้ผเู้ รยี นได้มสี ่วนรว่ ม 5. แนวการเรียนรสู้ ัมพนั ธแ์ ละสอดคล้องกับธรรมชาติ 6. สือ่ ท่ใี ช้ประกอบการสอนเร้าใจให้เกดิ การเรยี นรู้ เชน่ นิทานคุณธรรม 2. ขั้นการบรู ณาการความรู้ (Integrating Knowledge) สวู่ ิถพี อเพียง ภายใต้เง่อื นไขความรคู้ ูค่ ณุ ธรรม 2.1) การบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการจัดการเรียนรู้ การบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการจัดการเรยี นรู้ หมายถึง การจดั การเรียนรู้ ของครูที่ นำปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาจัดกิจกรรมโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ทีส่ ัมพันธก์ ับเน้อื หา สาระในหลักสตู ร ตามมาตรฐานการเรยี นรู้ และสอดคลอ้ งกบั ความรู้พนื้ ฐานในการดำเนินชวี ติ แบบพอเพยี ง ได้แก่ การพ่ึงตนเอง การประหยัด การใชภ้ ูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ การใชท้ รัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม อย่างคุ้มคา่ การชว่ ยเหลือ เกอื้ กลู ซึง่ กันและกัน และจดั กิจกรรมการเรียนรทู้ ผ่ี สมผสานปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพียงโดยยึดหลักสำคญั คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมภี มู ิคุม้ กนั ท่ีดีใน ตนเอง (สุรพี ร เอย้ี วถาวร, 2550 : 11) การจดั การ เรยี นรโู้ ดยการบรู ณาการแนวคิดเศรษฐกจิ พอเพยี งซ่งึ สุวฒั น์ วิวฒั นานนท์ (2550 : 40-46) ไดก้ ล่าวว่า การจัด กิจกรรมการเรยี นการสอนของผู้ทมี่ ีส่วนเก่ยี วขอ้ ง โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ผสู้ อนกับ ผู้เรยี น วธิ กี ารสอน วธิ ีการเรียนรู้ ตามหลกั ประชาธปิ ไตย จะมีความสัมพันธ์กับการเรยี นรู้ จากความรู้ ความคิดผอู้ ่นื เปน็ พ้ืนฐานของการท่จี ะทำให้ ผเู้ รียนไดเ้ กดิ การพฒั นาเรยี นรู้ ขบคดิ พิจารณาเหตุผลดว้ ย ตนเอง นำไปสูก่ ารเรยี นร้ดู ว้ ยการปฏบิ ัตฝิ กึ ฝนสร้าง ทกั ษะทด่ี ีในทส่ี ดุ สำหรบั มาตรฐานการเรียนรู้ในช่วง ชนั้ มวี ตั ถปุ ระสงค์เพ่ือให้เขา้ ใจหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง และสามารถประยุกตใ์ ชไ้ ดโ้ ดยมกี ารกำหนด มาตรฐานการเรยี นรูท้ ่ีชดั เจนในการจดั การเรยี นรู้ ดังน้ี

5 ชว่ งช้นั ที่ 1 เน้นเด็กพงึ่ ตนเองได้ หรือใชช้ วี ติ พอเพียงระดับบคุ คลและครอบครัวรจู้ ักช่วยเหลอื งานใน ครอบครวั แบ่งปนั สงิ่ ของใหเ้ พ่อื น ช่วยเหลอื เพ่ือน รู้จักวิเคราะห์รายรบั รายจ่ายของ ตนเองสอนให้ เด็กรู้เห็น คุณคา่ ของสิ่งของ ตระหนักถงึ คุณคา่ ของเงินทอง จะฝึกนิสัยประหยัด ฝึกจิตสำนกึ และนสิ ัย พอเพียง มาตราฐานการเรยี นรู้ช่วงช้ันที่1 ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 ประถมศึกษาปที ่ี 2 ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 รจู้ กั ช่วยเหลอื ตนเอง ปฏบิ ตั ิหน้าที่ของตนเองและ ครอบครวั อย่างมีความ รบั ผดิ ชอบ รูจ้ กั ช่วยเหลือครอบครัวและ ใชท้ รพั ยากรอย่าง ประหยัด ชุมชน รู้จักใช้ทรพั ยากรอย่างประหยัด รู้จกั แบง่ ปนั สงิ่ ของท่มี ใี ห้กับผอู้ ่ืน และคมุ้ ค่า รู้จักใช้ทรพั ยากรอยา่ งประหยัด รู้จกั แบง่ ปนั สิ่งของและ ช่วยเหลือ และคุ้มค่า ปฏิบัตติ นตามหลกั เศรษฐกจิ ผอู้ นื่ พอเพียงอยา่ งมีความสุข รู้จักเสยี สละแบง่ ปันทรัพยากรท่ี มี ช่นื ชมตอ่ การปฏิบัติตนตามหลัก เพื่อประโยชนต์ ่อสว่ นรวม เศรษฐกิจพอเพยี งอย่างมี ความสุข ชว่ งช้ันท่ี 2 ฝกึ ใหเ้ ด็กรจู้ กั ประยกุ ตใ์ ช้หลักความพอเพียงในโรงเรียน สามารถวิเคราะห์วางแผน และจัดทำ บนั ทกึ รายรับ-รายจา่ ยของตนเองและครอบครัวอย่างมีประสทิ ธิภาพ มสี ่วนร่วมในการสรา้ ง ความพอเพียงระดับ โรงเรียน และชมุ ชนใกลต้ วั โดยเรม่ิ จากการสำรวจทรัพยากรต่างๆ ทัง้ ดา้ นวตั ถุ สง่ิ แวดลอ้ ม ภมู ปิ ัญญา วฒั นธรรม และรวบรวมองค์ความรู้ตา่ งๆ มาเป็นข้อมลู ในการเรยี นรู้วิถีชีวิตของ ชุมชนและเห็นคุณค่าของการใช้ชีวิตอย่าง พอเพียง มาตราฐานการเรยี นรู้ช่วงชนั้ ที่ 2 ประถมศึกษาปที ่ี 4 ประถมศกึ ษาปีที่ 5 ประถมศึกษาปีที่ 6 เข้าใจหลักแนวคิดเศรษฐกิจ ปฏิบัตติ นตามหลกั แนวคดิ เขา้ ใจระบบและวิธีการดำเนินงาน พอเพยี งและนำไประยุกต์ ใช้ใน เศรษฐกจิ พอเพียง ขององค์กรในชุมชน ตามหลกั ชีวติ ประจำวนั แนวคิดเศรษฐกิจพอเพยี ง สำรวจสภาพปญั หา ทรัพยากร วเิ คราะหก์ ารใชท้ รัพยากรและ รจู้ ักใช้ทรัพยากรและ สงิ่ แวดลอ้ ม ส่งิ แวดล้อมใน โรงเรียนหรือ ชมุ ชน สงิ่ แวดล้อมอย่างสมดลุ ใน โรงเรียน ตามหลักแนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง และเสนอแนวทาง แก้ปัญหา และชมุ ชน เข้าใจสภาพรายรบั - รายจ่าย ของ เข้าใจสภาพรายรับ-รายจ่ายของ วเิ คราะหว์ างแผนและจดั ทำ บนั ทกึ ตนเองและวาง แผนการใช้ จ่าย ครอบครัวและนำหลักแนวคิด รายรับ-รายจ่ายของ ตนเองและ ตามหลัก แนวคิดเศรษฐกจิ เศรษฐกจิ พอเพยี งมาลดรายจา่ ย ครอบครวั อย่างมี ประสิทธภิ าพ พอเพยี ง และ เพม่ิ รายไดใ้ ห้กบั ครอบครวั สำรวจและเห็นคุณค่าของ มสี ่วนร่วมในการอนุรักษ์และ รวบรวมองคค์ วามรู้ของภมู ิ ปญั ญา ภมู ิ ปญั ญาท้องถน่ิ เผยแพรภ่ มู ิปัญญาทอ้ งถน่ิ ของ ทอ้ งถน่ิ มาประยกุ ต์ใช้ใน ชมุ ชน ชวี ติ ประจำวนั

6 โรงเรยี นจัดการเรยี นการสอนตามเนือ้ หาสาระท่ีกำหนดไวใ้ นหลักสูตรอยา่ งสอดคลอ้ งกบั วิถชี ีวิตของ ผเู้ รยี น เนน้ กระบวนการคิดวเิ คราะห์ เนน้ การปฏบิ ัติจรงิ เพื่อนำไปสู่การปฏบิ ัติตนท่เี หมาะสม ในชีวติ ประจำวัน โดยมแี นวทางการดำเนนิ ดงั น้ี 1) จดั กิจกรรมการเรยี นร้ทู ี่เน้นการฝกึ ทักษะ กระบวนการคดิ วิเคราะห์ การจัดการ การเผชิญ สถานการณ์ การแกป้ ัญหา ฯลฯ ที่เรมิ่ จากชวี ิตประจำวัน และเชอื่ มโยงสู่ครอบครัว ชมุ ชน สงั คม ประเทศชาติและ สงั คมโลก 21 2) จดั กระบวนการเรยี นร้โู ดยเน้นการทดลอง การปฏิบตั ิจริงทั้งในสถานศกึ ษาและแหลง่ เรียนรู้ ภายนอก สถานศึกษา ทั้งในรูปของการจดั ทำโครงการ โครงงาน และอ่ืนๆท้ังการศึกษารายบุคคลและเป็น กลุม่ ด้านการ จดั การเรยี นการสอน 2.1) จัดกจิ กรรมการเรียนร้ทู ่ีเน้นการฝกึ ทักษะกระบวนการคดิ วิเคราะห์ การจัดการ การ เผชิญ สถานการณ์ การแกป้ ัญหา ฯลฯ ทีเ่ ริม่ จากชวี ติ ประจำวันและเชือ่ มโยงสู่ครอบครวั สงั คมประเทศชาติ และสงั คม โลก 2.2) จดั กระบวนการเรยี นรู้ที่เนน้ การทดลอง การปฏบิ ัตจิ ริงทัง้ ในสถานศกึ ษา ทัง้ ในรปู ของ การ จดั การโครงการ โครงงานและอ่ืนๆ ทั้งการศึกษารายบุคคลและเปน็ กลุ่ม 2.3.) วดั และประเมินผลการเรยี นรูใ้ หค้ รอบคลุมทัง้ 3 ด้าน ได้แก่ 1) ความรู้(Knowledge) 2) ทักษะกระบวนการ (Process) และ 3) คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (Attribute) 3) โรงเรยี นจดั การเรียนการสอนตามเนื้อหาสาระทกี่ ำหนดไว้ในหลกั สตู รอย่างสอดคล้อง กบั วิถีชวี ติ ของ ผู้เรียน เนน้ กระบวนการคิดวิเคราะห์ เนน้ การปฏบิ ัตจิ ริง เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติตนท่ี เหมาะสมในวิถีชวี ติ ประวัน 2.2) การบูรณาการปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงดา้ นการจดั บรรยากาศและ สภาพแวดล้อมใน สถานศึกษา สถานศึกษาควรจดั บรรยากาศและสภาพแวดล้อมภายในสถานศกึ ษา ใหเ้ ป็นแหลง่ เรียนรู้ กระบวนการ เรยี นรู้ ปลูกฝัง หล่อหลอมคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และเอื้อต่อกระบวนการจดั การเรียน การสอนตามหลักสูตร สถานศึกษาโดยมีแนวทางดำเนินการดงั นี้ 1. จัดอาคารสถานท่ี และสง่ิ แวดลอ้ มในโรงเรยี นทเ่ี นน้ ความรม่ รื่น ประโยชน์ใช้สอยเปน็ แหลง่ เรยี นรู้และ อนรุ กั ษส์ ืบสานทรัพยากรธรรมชาตสิ ิ่งแวดล้อมศิลปวฒั นธรรมสถาปตั ยกรรมของท้องถ่นิ และ ภมู ปิ ัญญาไทย 2. กำหนดระเบียบ ธรรมเนียมปฏิบตั ใิ นโรงเรยี น ท่ีสง่ เสรมิ ความมรี ะเบียบวินัย เคารพ ธรรมเนียมปฏบิ ตั ิ กฎกติกาของสงั คมส่วนรวม เชน่ การเขา้ คิว การรับประทานอาหาร การแต่งกาย การใช้ทรัพยากรรว่ มกัน ฯลฯ 3. ส่งเสริมและพัฒนาบรรยากาศดา้ นคณุ ธรรม เช่น การทำบุญ การบรจิ าค การปฏบิ ตั กิ ิจทาง ศาสนา การเข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาการยกย่องสง่ เสริมผกู้ ระทำความดี การสง่ เสรมิ ความแบ่งปนั การช่วยเหลอื กนั และกนั ฯลฯ 4. สง่ เสรมิ การแสวงหาความรู้และเผยแพร่ความรดู้ ้านเศรษฐกจิ พอเพยี ง เช่น การจัดนิทรรศการ การ จดั การแข่งขนั การหาความรโู้ ดยส่ือเทคโนโลยแี ละอ่ืน ๆ 5. ส่งเสรมิ การปฏบิ ัติตนเป็นแบบอย่างของผูบ้ ริหารครูและบุคลากรในสถานศึกษา 6. จัดโครงการและกิจกรรมส่งเสรมิ การปฏิบตั ติ น และการดำเนินชีวติ ตามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจ พอเพยี ง 7. กำหนดระเบียบ ธรรมเนยี มปฏบิ ตั ใิ นสถานศึกษาท่สี ง่ เสริมความมีระเบยี บวนิ ัย เคารพ ธรรมเนยี ม ปฏิบัติ กฎกติกาของสังคมส่วนรวม เช่น การเข้าคิว การรบั ประทานอาหาร การแตง่ กาย การใชท้ รพั ยากรรว่ มกัน ฯลฯ

7 8. ส่งเสรมิ และพฒั นาบรรยากาศดา้ นคณุ ธรรม เชน่ การทำบุญ การบรจิ าค การปฏิบัตกิ ิจทาง ศาสนา การเขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาการยกย่องสง่ เสรมิ ผูก้ ระทำความดี การสง่ เสรมิ ความแบ่งปนั การช่วยเหลือกนั และกัน ฯลฯ 9. ส่งเสรมิ การแสวงหาความรู้ และเผยแพร่ความรดู้ า้ นเศรษฐกิจพอเพยี ง เช่น การจัดนิทรรศการ การ จดั การแข่งขัน การหาความรโู้ ดยสือ่ เทคโนโลยแี ละอนื่ ๆ 10. ส่งเสรมิ การปฏิบัตติ นเปน็ แบบอยา่ งของผู้บริหารครูและบคุ ลากรในสถานศึกษา 11. จดั โครงการและกิจกรรมส่งเสรมิ การปฏบิ ตั ติ น และการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพยี ง (อ้างอิงจาก อารี ทรงกลด, 2559 : 49-50) 12. การสรา้ งบรรยากาศในการเรยี น การจดั บรรยากาศในการเรยี นทด่ี ี มีความสขุ สนุกสนาน ครู นักเรียนมีรอยย้ิมและเสยี งหัวเราะ เป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลายไม่ตึงเครียดจะนำไปสบู่ รรยากาศของความ รกั ความอบอุ่น ความศรัทธา ความไวว้ างใจ ความเช่ือมน่ั สรา้ งเสรมิ ปฏิสมั พันธท์ ่ดี ีระหวา่ งครกู ับนกั เรียน นักเรียนกับ นกั เรียนในช้ันเรียนด้วยหลักการไดร้ บั การยอมรบั การยกย่องชมเชย การเปิดโอกาสการมีส่วน ร่วม ความสามัคคี ความรับผิดชอบต่อตนเองและตอ่ กลุ่ม ความเอื้ออาทร ความซอ่ื สตั ย์ ความพากเพยี ร ความอดทน และทส่ี ำคญั ยง่ิ คือบรรยากาศท่สี ง่ เสรมิ ปัญญาดว้ ยการกระตุ้นกระบวนการคิด การรับ/แลก/ เลือกแนวทางการตัดสินอย่าง ประนปี ระนอมในกลมุ่ ท่ีหลากหลาย การใชเ้ หตุผลแทนอารมณ์ การคำนงึ ถงึ ผลทตี่ ิดตามมา การสรา้ งบรรยากาศ การเรียนรู้ที่สง่ เสริมความสัมพันธอ์ ันดเี ชน่ นจี้ ะนำไปส่กู ารสรา้ งฐาน นสิ ยั ใหค้ ุน้ เคยกับค่านยิ มตามหลกั ปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง (สุชาดา นันทะไชย, 2548 : 6-15) การดำเนนิ งานกจิ กรรม “ฐานเศรษฐกิจพอเพียง” ดงั นี้ ระยะดำเนินการ วิธีดำเนินการ ระยะท่ี 1 1. แบง่ ครปู ระจำฐานและแบ่งนักเรยี นเป็นกลมุ่ ขัน้ เตรยี มการ 2. แบง่ หนา้ ท่ีให้สมาชิกในกลุม่ รับผิดชอบในฝา่ ยตา่ งๆ 3. เตรยี มฐานเศรษกิจพอเพียงตามความถนัดและสนใจของครูและนกั เรียน ระยะที่ 2 1. จัดทำฐานเศรษฐกิจพอเพียงดังนี้ ฐานเหด็ นางฟา้ ฐานสมาร์ทฟารม์ ฐานปุ๋ย ขน้ั ปฏิบตั ิ หมกั ใบไมแ้ ห้ง ฐาน zero waste school ฐานหนนู ้อยนักประดษิ ฐ์ ระยะที่ 3 2. ประชาสมั พนั ธ์ผลติ ภณั ฑข์ องโรงเรียนใหผ้ ปู้ กครองและชุมชนทราบ ขัน้ สรปุ ผลและ 3. กจิ กรรมหนูน้อยนักขาย ขายผลติ ภณั ฑแ์ ละนำเงนิ มาฝากออมทรัพย์ ประเมินผล 4. ทำกิจกรรมตามตารางบันทึกข้อมูล ติดตามผลประเมินความพงึ พอใจ บนั ทึกขอ้ มลู และสรปุ ผลการดำเนนิ งาน 3. ขั้นพัฒนาทกั ษะการคิด (Thinking Skill) ดำเนนิ การยกระดบั การเรยี นรดู้ ว้ ยกระบวนการคดิ วิเคราะห์ 4 ข้นั ตอน ดงั น้ี

8 3.1) การกำหนดสถานการณ์ปญั หา เปน็ การกระตุ้นการเรยี นรูโ้ ดยใช้สถานการณห์ รอื ปญั หา เพอื่ ให้ ผู้เรยี นมีความสนใจทีจ่ ะแก้ไขมากขึ้น 3.2) การวเิ คราะห์หาคำตอบหรือทางออกของปัญหา ซึ่งสามารถประยกุ ต์แนวคดิ ของมาร์ซาโน (Marzano) ไดด้ ังน้ี 1) กระบวนการหาคำตอบดว้ ยการเปรียบเทียบ ซึ่งจะทำให้สามารถจำแนกข้อมูลเก่ยี วกบั ปัญหา และสามารถเข้าใจปัญหานนั้ มากขน้ึ เพื่อนำไปสกู่ ารแก้ปญั หาไดอ้ ย่างเหมาะสม ซึ่งอาจใชเ้ คร่อื งมือช่วยคดิ เชน่ การใช้แผนผงั เปรียบเทยี บเวนน์ การเปรยี บโดยใชต้ ารางวเิ คราะห์ และการหาลักษณะร่วม เปน็ ต้น 2) กระบวนการหาคำตอบดว้ ยการจัดหมวดหมู่ เปน็ การรวบรวมองค์ประกอบใหเ้ ปน็ หมวดหมู่ หรอื เป็นประเภท ซ่ึงเปน็ พ้นื ฐานของการคิดสรา้ งสรรคข์ องมนษุ ย์ โดยอาจใหน้ ักเรยี นใช้ผังตา่ งๆ ในการจดั หมวดหมู่ เช่น ผงั จดั ประเภท และผังตน้ ไม้ เปน็ ตน้ 3) กระบวนการหาคำตอบโดยการทบทวนข้อผิดพลาด เป็นการคน้ หาเหตผุ ลทนี่ ่าจะผิดพลาด หรือคลาดเคลื่อนออกจากเหตุผลท่ีเราสร้างขึ้นโดยนำหลักฐานต่างๆ มาอา้ งองิ ซึ่งมีข้นั ตอนการทบทวน ขอ้ ผิดพลาด โดยเรมิ่ จากจำแนกส่วนประกอบของเรื่องน้นั จากนน้ั ตรวจสอบวา่ เหตแุ ละผลทใ่ี หน้ น้ั มีขอ้ ผดิ พลาด อยา่ งไร แลว้ หาข้ออธบิ ายการเชือ่ มโยงเหตุและผลนนั้ ๆ สุดท้ายคือเขยี นสรปุ ความคดิ การลำดับเหตุผล 3.3) การสรุปคำตอบและกำหนดกรอบแนวคดิ 1) กระบวนการสรุปขอ้ ค้นพบในเชงิ หลกั การ เปน็ กระบวนการสรา้ งข้อสรุปเพื่ออ้างอิงหรอื สรา้ ง หลักการใหมจ่ ากสารสนเทศเดิมทีร่ ้จู ักอยแู่ ลว้ โดยใชว้ ิธีการลงความเหน็ สรุปด้วยวธิ กี ารแบบอุปนัย และนิรนัย 2) กระบวนการนำหลักการไปใช้ เปน็ การเรยี บเรียงความคดิ กำหนดกลวธิ ี หรอื คาดการณเ์ รื่อง ใดเรอื่ งหน่ึงซงึ่ อยูบ่ นฐานของหลกั การ 3.4) การขยายผลสู่การปฏิบตั ิหรอื สรา้ งสรรคผ์ ลงาน โดยสง่ เสริมให้ขอ้ คน้ พบตา่ งๆ ของผเู้ รียนนำไปสู่ การปฏิบตั หิ รือสรา้ งสรรค์ผลงานให้เป็นรปู ธรรม กระบวนการคดิ วเิ คราะห์แตล่ ะขัน้ ตอนครูสามารถออกแบบเคร่อื งมอื ช่วยคดิ สรา้ งเปน็ ใบงานให้นกั เรยี น คดิ วิเคราะห์หาคำตอบทลี ะข้ันตอน จงึ สามารถประเมนิ การเรียนร้จู ากผลงงานของนกั เรียนได้ และผลงานเหลา่ นนั้ จะเปน็ ผลสะท้อนการเรยี นรู้ไดถ้ ึงระดับกระบวนการเรยี นรู้ และทกั ษะต่างๆ ท่ีเกดิ ขนึ้ ในระหว่างการค้นหาคำตอบ และการลงมือปฏบิ ตั ิ

9 นำทักษะกระบวนการคดิ ท้งั 4 ขั้นตอน มาใช้กับ กจิ กรรมหลกั ของโรงเรยี น การดำเนนิ งานกิจกรรม “ยวุ ทูตน้อยเลา่ นิทานคุณธรรม” ระยะดำเนนิ การ วธิ ีดำเนนิ การ ระยะท่ี 1 ขน้ั เตรียมการ 1. รวบรวมสมาชิกจดั ประชมุ PLC เตรยี มความพรอ้ มและวางแผนการ ดำเนนิ งาน ระยะท่ี 2 2. แบ่งหน้าที่ใหส้ มาชกิ ในกลมุ่ รับผิดชอบในฝา่ ยต่างๆ ข้ันปฏิบตั ิ 3. ศกึ ษาค้นคว้านิทานคุณธรรมทม่ี คี ติเตอื นใจจากอินเตอร์เน็ตและห้องสมดุ โรงเรยี น 4. นำนทิ านคณุ ธรรมท่ีศึกษาคน้ ควา้ ได้มาปรึกษาคุณครูเพื่อวางแผนดำเนนิ การใน ขนั้ ตอ่ ไป 2. นำนทิ านคณุ ธรรมทรี่ วบรวมได้มาเขียนลงในแผน่ งานพร้อมกบั ตกแตง่ ให้ สวยงามแล้วนำไปติดใส่แผ่นฟิวเจอร์บอร์ดเพ่ือคงทนและสวยงาม 2. ประชาสัมพันธก์ จิ กรรมเล่านิทานคณุ ธรรมหนา้ เสาธง 3. กิจกรรมสวดมนต์ประจำสัปดาห์ ทกุ วันศุกร์ 4. ทำกิจกรรมตามตารางบนั ทึกข้อมูล ระยะท่ี 3 ตดิ ตามผลประเมินความพึงพอใจ บนั ทึกขอ้ มลู และสรปุ ผลการดำเนนิ งาน ขน้ั สรปุ ผลและ ประเมินผล 4. ขัน้ สรา้ งวินัย (Discipline) ดำเนินการกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะจริยธรรม (Ethic Skill) เพอ่ื การมวี ินยั ในตนเอง กิจกรรมฝึกทกั ษะการมีวนิ ัย ในตนเอง มีความจำเป็นอย่างยงิ่ ทจี่ ะต้องสืบเน่ืองจากการเรียนภาคทฤษฎี และผา่ นการเขียนสะทอ้ นคิดวิเคราะห์ ประเมินตนเองทุกคร้งั เมือ่ เสร็จสิน้ การเรียนการสอน ผู้สอนสามารถแนะ แนวทางการนำความรู้ท่ีไดร้ บั ไปปรบั ประยกุ ต์ใช้สกู่ ารพฒั นาตนเองในดา้ นคุณธรรม จริยธรรมใหเ้ กิดการเรยี นรู้ ต่อไป 4.1) การบนั ทกึ ความดลี งใน “สมุดบนั ทกึ ความดี” (Goodness Diary) ทุกวนั เพอ่ื เป็นการสำรวจ ตนเองในแตล่ ะวันว่า นักเรยี นจะต้องปรับปรงุ ตนเองในดา้ นใดบา้ ง ได้ทำความดีอะไรบ้าง และเหน็ ผอู้ น่ื ได้ทำความ ดอี ะไร ซึง่ จะเป็นการกระตุ้น การตระหนักรู้ในตนเองและทัศนคติในเหตผุ ลของการบนั ทึก กิจกรรมน้ีซง่ึ จะ เชื่อมโยงไปสคู่ วามรบั ผดิ ชอบ ความซ่อื สตั ย์และความอดทน เป็นตน้ 4.2) การทำตารางบริหารจดั การชวี ิต (Time Management) เวลาใน 1 วัน มีโครงสร้างการดำเนินชวี ติ ที่ ค่อนขา้ งชดั เจน 24 ชว่ั โมงของวนั เป็น 3 สว่ น ตามสตู รคอื 8 : 8 : 8 ซง่ึ จะมลี กั ษณะดงั นี้ 1) 8 ช่วั โมง สำหรับ การนอนหลบั พักผอ่ น 2) 8 ชั่วโมง สำหรบั การทำงาน หรอื การเรียน และ 3) 8 ชวั่ โมง สำหรับกจิ วัตร ประจำวนั ตา่ งๆ เชน่ อาบน้ำ แต่งตัว รับประทานอาหาร เดินทาง เข้าสงั คม โดย วางเปา้ หมายบริหารเวลา เรม่ิ จาก ปี – เดอื น-สัปดาห์-วนั ท้ังน้ีให้คำนงึ สิง่ ทจ่ี ะต้องทำก่อน และลำดับความสำคญั สู่การปฏิบัติใน การบริหาร จัดการชีวติ ตามหลักธรรม (ธรรม คือสภาพความเป็นจรงิ ทปี่ รากฏขน้ึ เปน็ ธรรมชาต)ิ โดยให้นักเรยี น ฝึกสติให้อยู่กับ

10 ตนเอง (Meditation) อย่างต่อเน่ือง เนื่องจากการสร้างวนิ ัยจะต้องมีแรงหนุนของสภาพจิตใจ (พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยตุ โฺ ต),2555) ซึง่ จะเชอื่ มโยงไปสู่ แบบอย่างท่ดี ี และการตรงต่อเวลา 4.3) การฝึก Mental training ประกอบด้วยการสวดมนต์ ฝกึ จติ สงบ ทบทวนพฤตกิ รรมตนเอง สนทนา สาระธรรม การแลกเปล่ยี นประสบการณช์ วี ติ กบั เพื่อน โดยมผี ้นู ำกิจกรรมที่มากดว้ ยประสบการณ์ ดำเนนิ การ กจิ กรรมน้ี สปั ดาหล์ ะ 1 คร้ัง หลังเลิกเรียนในชว่ งเย็นวันศุกร์ ตลอดระยะเวลา 1 ภาคเรียน (4 เดือน) ผสู้ อน ติดตามผล โดยการสงั เกต สนทนา และบันทึกลงใน Goodness Diary ร่วมดว้ ยซง่ึ จะเชอ่ื มโยงไปสู่ ความ รบั ผิดชอบ ความซ่ือสตั ย์ และความอดทน 5. ข้นั ประเมนิ ผล (Evaluation) ด้านปัจจัย ดา้ นกระบวนการ และด้านผลผลิต ทั้งผลผลิตทเี่ ปน็ ผลลัพธ์ และผลผลิตทเี่ ป็นผลกระทบ โดยเน้นพัฒนาการของผเู้ รียนในภาพรวมมากกวา่ ผลเรยี น ทางวิชาการ และเปิดโอกาสใหผ้ เู้ รียนประเมินตนเองดว้ ย โดยใชร้ ูปแบบประเมนิ CIPP Model รายละเอียดดังนี้ 5.1) การประเมินบรบิ ท (Context Evaluation) คือ การประเมนิ ความสอดคล้องของหลักการและ เหตุผล วตั ถุประสงค์ของโครงการกบั นโยบายของหน่วยงานและตน้ สังกดั สภาพความเป็นจรงิ ความต้องการของ ผปู้ กครองและชมุ ชน วธิ ดี ำเนินการ สภาวะแวดล้อมท่เี อ้ือต่อการดำเนนิ โครงการและการมสี ว่ นร่วมของผู้ที่ เกี่ยวขอ้ ง 5.2) การประเมินปัจจยั นำเข้า (Input Evaluation) คอื การประเมนิ ความรู้ ความพร้อม ความสามารถ ความพอเพยี ง ความเหมาะสมของบุคลากร งบประมาณ ระยะเวลา วัสดุอปุ กรณ์ กิจกรรมในการดำเนินโครงการ ให้บรรลวุ ตั ถุประสงค์ 5.3) การประเมนิ กระบวนการ (Process Evaluation) คอื การประเมนิ เกยี่ วกับการจัดกิจกรรมตา่ งๆ ของโครงการ การวางแผน การดำเนนิ กิจกรรม การประชาสัมพันธ์การนิเทศ กำกับตดิ ตาม การวดั และประเมินผล การใช้สอื่ และเทคโนโลยีต่าง ๆ ในกิจกรรม และสภาพการดำเนินงาน 5.4) การประเมินผลผลติ ทีเ่ กิดขน้ึ (Product Evaluation) คือ การประเมนิ คุณลักษณะทต่ี อ้ งการให้เกิด ขน้ึ กับผูเ้ ข้าร่วมโครงการ และผลทตี่ ้องการใหเ้ กดิ ข้ึนจากโครงการ โดยประเมนิ ในเร่ืองต่อไปนี้ 1) คุณธรรมของนักเรียน จำนวน 3 ด้าน คอื รบั ผิดชอบ มวี นิ ัย ใฝ่พอเพยี ง 2) คุณค่าและประโยชน์ทีไ่ ด้รับจากโครงการ

11 3.3 ด้านผลผลติ (OUTPUT) ได้แก่ อัตลักษณค์ ุณธรรมของโรงเรียนบา้ นนางเม้ง ไดแ้ ก่ รบั ผดิ ชอบ มีวินัย ใฝ่พอเพยี ง 3.4 ดา้ นผลลพั ธ์ท่ีได้ (OUTCOME) ได้แก่ โรงเรยี นนา่ อยู่ คุณครสู อนดี นักเรยี นมีคุณธรรม 4. ผลการดำเนนิ การ/คณุ สัมฤทธิ์/ประโยชน์ทไ่ี ดร้ ับ ผลที่เกิดจากการนำนวัตกรรมลงสู่การปฏบิ ตั ิท่เี ห็นเปน็ รูปธรรมจากการศกึ ษาครงั้ น้ี มีดังนี้ 4.1 จากการสง่ เสริมให้นักเรยี น ครแู ละบุคลากรทางการศึกษามีคุณธรรม ตามอตั ลกั ษณ์คุณธรรรม ของ โรงเรียนนางเม้ง สำนักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาชัยภูมิ เขต 1 คือ รับผิดชอบ มีวินัย ใฝ่พอเพียง ใหได้ รปู แบบของกจิ กรรม 3 รูปแบบ คอื รปู แบบกิจกรรมที่ 1 การบรู ณาการปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงดา้ นการจัด บรรยากาศและ สภาพแวดล้อมในสถานศกึ ษาสถานศกึ ษาควรจดั บรรยากาศและสภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้ ปลูกฝัง หล่อหลอมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และเอื้อต่อกระบวนการ จดั การเรียน การสอนตามหลักสูตรสถานศึกษาโดยมีแนวทางดำเนินการตามกิจกรรมฐานเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ ฐานเห็ดนางฟ้า ฐานสมาร์ทฟาร์ม ฐานปุ๋ยหมักใบไม้แห้ง ฐาน zero waste schoolฐานหนูน้อยนักประดิษฐ์ เป็น บทบาทหนาที่ของผู้บริหารในการสร้างกลไกการมีสวนรวมในการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณธรรม เปการจัดกิจกรรม การเรียนการสอนที่บูรณาการ คุณธรรมอัตลักษณของสถานศึกษา ดวยคุณธรรม 5 ประการ คือ ความพอเพียง ความกตัญ ูความซื่อสัตย สุจริต ความรับผิดชอบ อุดมการณคุณธรรม ที่สอดคลองกับสภาพปญหาของนักเรียน แตละหองเรยี น โดยครู และนักเรยี นรวมกนั วเิ คราะหสภาพปญหา สาเหตุ แนวทางแกไข รูปแบบกิจกรรมท่ี 2 ยุวทูตน้อยเล่านิทานคุณธรรม ให้เพื่อนๆฟัง พร้อมข้อคิดหรือคุณธรรมที่ได้จากนิทาน และ จัดกิจกรรมโครงงานคุณธรรมหรือ กิจกรรมอื่นที่สอดคลองกับคุณธรรมอัตลักษณเพื่อปลูกฝงใหนักเรียนปฏิบัติ ตนเปนคนดีตอไป พรอมจัดเวที แลกเปลี่ยนเรียนรูผลการดําเนินงานหองเรียนคุณธรรม และยกยองเชิดชูเกียรติ นักเรียนดี มคี ุณธรรมอยาง ย่งั ยนื รูปแบบกิจกรรมที่ 3 จัดอาคารสถานที่ และสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่เน้นความร่มรื่น ประโยชน์ใช้สอยเป็นแหล่ง เรียนรู้และอนุรักษ์สืบสานทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมศิลปวัฒนธรรมสถาปัตยกรรมของท้องถิ่น และ ภูมิ ปญั ญาไทย 4.2 จากการศึกษาผลการใชรูปแบบการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณธรรมของโรงเรียนบ้านางเม้ง สํานักงาน เขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาชยั ภูมิ เขต 1 พบวา 1. นักเรียนร้อยละ 100 มีคุณธรรมจริยธรรม มีระเบียบวินัย และมีความรับผิดชอบ เอื้ออาทร ตอ่ เพือ่ นมนษุ ย์ ตามแนวทางการสร้างคนดใี ห้กบั สังคม 2. นักเรียนยุวทูตน้อยนิทานคุณธรรมร้อยละ 100 สามารถถ่ายทอดความดี ข้อคิด คุณธรรม จากนิทานไปสูน่ ักเรยี นคนอน่ื ได้ 3. นกั เรียนรอ้ ยละ 100 ได้เรยี นร้ผู ่านการลงมือปฏิบัติ หรือการเรียนรเู้ ชิงรุก Active Learning จากกิจกรรมฐานเศรษฐกจิ พอเพียง 4. นกั เรียนทุกคนมีคณุ ธรรมอัตลกั ษณค์ ือ รบั ผดิ ชอบ มวี ินัย ใฝพ่ อเพยี ง ซึ่งประเมินผลได้จากจากนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านนางเม้งทุกคน มี พฤติกรรมบงชี้ดานความพอเพียง ความกตัญ ู ความซื่อสัตยสุจริต ความรับผิดชอบ และมีอุดมการณคุณธรรม ผานเกณฑทุกคน คิดเปนรอยละ 100 เมื่อพิจารณาจําแนกตามรายชั้นเรียน พบวา ทุกระดับชั้นนักเรียนมี

12 พฤติกรรมบงชี้ดานความพอเพียง ความกตัญ ู ความซื่อสัตยสจุ ริต ความรับผิดชอบและ มีอุดมการณคุณธรรม ผ านเกณฑทุกคน คิดเปนรอยละ 100 แสดงใหเห็นวาการใชรูปแบบการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณธรรมของโรงเรียน บ้านนางเม้ง ชวยใหผูเรียนเกิด คุณธรรมอัตลักษณ5 ประการ ตามคุณธรรมเปาหมายที่สถานศึกษากําหนด นักเรียนมีพฤติกรรมดานคุณธรรม จริยธรรมที่เหมาะสมกับวัย ซึ่งสอดคลองกับงานศึกษาของ ยศพร เสนะวิณิน (2548) ไดพัฒนารูปแบบการจัด กิจกรรมโรงเรียนวิถีพุทธที่เหมาะสมกับนักเรียนโรงเรียนวัดกําแพง สํานักงาน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร พบวา พฤติกรรมนักเรียนหลังเขารวมกิจกรรมโรงเรียนวิถีพุทธอยูในระดับดีเมื่อ พิจารณาเปนรายดาน พบวา 8 พฤติกรรมนกั เรียนดานปญญาอยูในระดบั ดีคดิ เปนคาเฉลี่ยสงู สดุ รองลงมาคอื ดาน จิตใจ/อารมณและดาน สังคมอยูในระดับดีตามลําดับ และดานรางกายอยูในระดับดีคิดเปนคาเฉลี่ยนอยที่สุด นอกจากนี้กนกวรรณ พินแยม (2547) ไดพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงคของนักเรียน โรงเรียนหนองโตง “สุรวิ ทยาคม” อําเภอ เมอื ง จงั หวัดสุรนิ ทร โดยใชวิธกี ารศกึ ษาเชงิ ปฏบิ ัติการ ประกอบดวย 4 ขน้ั ตอน คอื ข้ันวางแผน ขั้นปฏบิ ัติขั้น สงั เกตการณ และขัน้ สะทอนผล โดยกระบวนการบรหิ ารจดั การเนนการมีสวนรวมในทุกข้ันตอน โดย เรม่ิ ตงั้ แต รวมกันวางแผน รวมกนั ปฏิบตั ิ รวมกนั ประเมนิ ผล และรวมกนั ปรับปรุง ดวยการจัดกจิ กรรม 4 ประการ คือ การจัดอบรมคุณธรรมจริยธรรมประจําสัปดาหการประเมินพฤติกรรมนักเรียน การเขาคายอบรมธรรมะ และ การจัดกิจกรรมการประกวด สงผลใหนักเรียนมีพฤติกรรมตามคุณลักษณะที่พึงประสงค เกิดการเปลี่ยนแปลง 3 ดาน คือ ความซื่อสัตยสุจริต ความมีวินัยในตนเอง และความรับผิดชอบ และยังสงผลใหบุคลากรทํางาน รวมกัน อยางมคี วามสขุ เปนกัลยาณมิตรตอกัน และปรับเปล่ียนวฒั นธรรมการทํางานทีด่ ีอยางตอเนอื่ งและ ยง่ั ยืน 4.3 ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั 1. ไดรปู แบบการขับเคลื่อนโรงเรียนคณุ ธรรม ของโรงเรยี นบ้านนางเมง้ สาํ นักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษาประถมศกึ ษาชัยภมู ิ เขต 1 2. สามารถนาํ ผลการศึกษามาใชในการวางแผนบรหิ ารและพฒั นาสถานศึกษาใหมีคณุ ภาพตาม เกณฑ มาตรฐานการศึกษาชาติ 3. เปนแนวทางในการพฒั นาและปรบั ปรงุ กระบวนการจัดกิจกรรมพฒั นาผูเรยี นในสถานศึกษา ขัน้ พน้ื ฐาน ใหมีคุณภาพตามมาตรฐานการศกึ ษาชาติ 4. ใชเปนองคความรูในการวางแผนและการขยายผลการพัฒนาคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมใหมี ประสิทธิภาพมากยง่ิ ข้นึ 5. ปัจจยั ความสำเร็จ 1) ดา้ นผู้เรียน นกั เรียนมีความตงั้ ใจ สนใจ กระตอื รือรน กับการเรยี นมากขึ้น กลาคดิ กลาตอบ คําถาม และกล้าแสดงออก มีสวนรวมในกจิ กรรมการเรยี นรู และมีความสุขในการรวมกจิ กรรม สามารถคิดไดอยางคลอง แคลวและหลากหลาย รูรายละเอยี ดและมีความชัดเจนในสิ่งทีค่ ิด รวมทงั้ สามารถคดิ ไดอยาง กวางไกล ลึกซง้ึ และ ถูกทิศทาง 2) ดา้ นครูครู ครูปรับเปล่ียนวิธีการสอน ใชเทคนิคใหมๆ ในการจัดการเรียนรู มเี พ่ือนคูคิดมติ รคูพัฒนา สามารถจดั การเรียนรูใหกบั ผูเรียนไดอยางมปี ระสิทธภิ าพและเหมาะสม 3) ดา้ นผูบริหาร สามารถบริหารจดั การโรงเรียนไดอยางมีประสทิ ธภิ าพ ครูไดรบั การพัฒนาวชิ าชีพ พัฒนาตนเอง ในการจดั การเรียนรูพฒั นาคุณภาพผูเรยี นไดบรรลเุ ปาหมาย ผูปกครอง ชมุ ชน ใหความไววางใจใน การส่งลูกหลานมาเรียน 4) ดา้ นผูเกีย่ วของ (ศึกษานเิ ทศก/นักวชิ าการ/ผูปกครอง/ชมุ ชน) เปนพี่เลยี้ ง คอยใหคาํ แนะนํา ช้ีแนะ แนวทางการพฒั นา ในสง่ิ ทีโ่ รงเรยี น ผูบรหิ าร และครูตองการ

13 6. บทเรียนทไ่ี ด้รบั ส่งิ ทไี่ ด้เรียนรู้ คน้ พบอะไรที่เกิดจากการพัฒนาผลงานนวัตกรรม อาจจะเปน็ การค้นพบวิธกี ารข้นั ตอน รปู แบบที่เกิดข้นึ ไหม 6.1 ขอเสนอแนะสําหรบั นําผลการศกึ ษาไปใช 1) สถานศึกษาตองกําหนดเปาหมายการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของผูเรียนในแตละระดับชั้นที่ชัดเจน โดยสอดคลองตามพัฒนาการของผูเรยี น มีความตอเนื่องเชือ่ มโยงสูระดับชัน้ การศกึ ษาท่ีสูงข้ึน ซึ่งเปาหมายสําคัญ สูงสุด คือ การพัฒนาผูเรียนใหมีเหตุผลเชิงคุณธรรมจริยธรรม มีความสํานึกและเห็น คุณคาสิ่งที่ทํา สามารถคิด วเิ คราะหประเมิน และตัดสินใจไดวาสิ่งใดควรทาํ หรือไมควรทํา รวมถงึ การกลายึดมั่นในการกระทําของตน โดยไม ตองมีการควบคุมจากภายนอก รวมถึงตองมีมาตรการในการสรางความรูและ ความเขาใจใหแกกลุมครูและผู บรหิ ารการศกึ ษาอยางชัดเจน 2) การขับเคลื่อนการพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณธรรมใหมีประสิทธิภาพนั้น ขึ้นอยูกับ 3 ปจจัยสําคัญ คือ ผูบริหารสถานศึกษาจะตองมีภาวะผูนํา สามารถนําพาการเปลี่ยนแปลง สรางขวัญกําลังใจให ทีมงาน สามารถบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อใชประโยชนไดคุมคา/เกิดประโยชนสูงสุด ดานครู จะตองมีความรู ทักษะและทัศนคติที่ดีในการสอนคุณธรรมจริยธรรมและสามารถเลือกใชวิธีการและเทคนิค การสอนที่ดีและ เหมาะสมที่สดุ โดยประยกุ ตใชทรัพยากรของสถานศึกษาและองคกรในพื้นท่ี/ชมุ ชนในการพฒั นาการสอนไดซ่ึงกลุม ครูและผูบริหารจะตองมีความสมั พันธท่ีดีตอกันและมีวัฒนธรรมการทํางานรวมกนั เปนทีม และดานการสรางแรง จูงใจและขวัญกาํ ลงั ใจใหครูเน่อื งดวยครเู ปนปจจยั ท่ีมีผลโดยตรงตอการพฒั นา รปู แบบการสอนคุณธรรม 6.2 ขอเสนอแนะสําหรบั การศกึ ษาคร้ังตอไป 1) ควรดําเนินการศึกษาโดยใชรูปแบบการศึกษาปฏิบัตกิ ารแบบมีสวนรวม (PAR) เพื่อให ทุกฝายที่เกี่ยว ของไดเขามามีสวนรวมในการวางแผนการศึกษา และดําเนินการสอดคลองกับปญหาและความ ตองการพัฒนาซงึ่ เปนความตองการของทกุ ฝาย และไดผลนาํ ไปสูการพัฒนาพฤตกิ รรมจรยิ ธรรมของนักเรียนอยางจริงจงั 2) ควรนําเทคนิคการสงเสริมจริยธรรมที่หลากหลายมาพัฒนาเปนนวัตกรรมและใชแบบอยางที่ดีที่เปน บุคคลตัวอยางของการเปนผูมีจริยธรรม และเปนตัวอยางในการดําเนินชีวิตภายนอก สถานศึกษามาเปนแนวทาง ในการสงเสริมและพัฒนานกั เรยี น 3) ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบการนํารูปแบบการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณธรรมไปใชใน สถานศึกษาที่มี บรบิ ทแตกตางกัน เชน สังกัด ขนาด และทตี่ ้ัง เปนตน 7. การเผยแพร่/การไดร้ บั การยอมรับ/ รางวัลที่ไดร้ ับ ไดเผยแพรในงานวิชาการเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาโดยเขารวมแลกเปล่ยี นเรียนรู้ กจิ กรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (symposium) โรงเรยี นคณุ ภาพประจำตำบล ในวนั ท่ี 12 เดือนตลุ าคม 2563

14 สถานศึกษาไดรับรางวัลตาง ๆ ดังน้ี 1. สถานศกึ ษาสขี าวปลอดยาเสพตดิ และอบายมุข ระดับเงิน ประจาํ ป 2562 ของ สพป.ชยั ภมู ิ เขต 1 2. โรงเรยี นดไี ม่มีอบายมขุ ประจำปกี ารศกึ ษา 2563 2. รางวัลรองชนะเลิศ ผลงานนวัตกรรม เรียนรู้สู้โควดิ โดย BNM Model โรงเรียนคณุ ภาพประจำตำบล ของ สพป.ชัยภมู ิ เขต 1

คณะครูไดรบั รางวัลตางๆ ดังน้ี หนว่ ยงานท่มี อบ 15 ที่ ชอ่ื ผลงานดเี ดน่ ภาพประกอบ นางสริ พิ นั ธุ์ สาศรเี มอื ง ไดร้ บั รางวัล กระทรวงศกึ ษาธิการ รางวัลเสมา ป.ป.ส.ประเภท ผลงานดเี ดน่ 1 ระดับทองโครงการสถานศึกษา สีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมขุ ปีการศกึ ษา 25๖1 นายอภสิ ทิ ธิ์ ชำนาญ ได้รับรางวัล สำนกั งานเขตพน้ื ที่ รองชนะเลศิ ผลงานนวตั กรรม การศึกษา 2 ประเภท ครูผู้สอน โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล ประถมศกึ ษาชยั ภมู ิ เขต 1 นางธัญพร อุตรส 3 ไดร้ ับรางวลั ครดู ไี ม่มีอบายมุข สำนักงาน คณะกรรมการ ประจำปีการศกึ ษา 2563 การศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน (สพฐ.) นางสพุ ตั รา สบื จากถ่นิ 4 ไดร้ ับรางวัลครดู ขี องแผ่นดนิ ขั้นพื้นฐาน มลู นธิ ิครดู ีของ โครงการเครือขา่ ยครดู ขี องแผ่นดนิ เจรญิ แผน่ ดิน รอยตามเบื้องพระยุคลบาท

16 นกั เรยี นไดรับรางวัลตางๆ ดังน้ี 1. เดก็ หญงิ จีราภรณ์ ธงภักด์ิ โลร่ างวัล รองชนะเลิศ นวตั กรรมดเี ดน่ ประเภทนักเรยี น ผลงานนวัตกรรม “ดนตรเี สรมิ ปัญญา นำพารายได้” โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล ประจำปีงบประมาณ 2563 8. เง่อื นไขความสำเรจ็ เงือ่ นไขความสําเรจ็ ในการพัฒนาคณุ ลกั ษณะทด่ี ีของนักเรยี นมดี งั ตอไปน้ี 1) การสรางแบบอยาง/ผูนํา การพฒั นาคุณลกั ษณะตองมีการสรางแบบอยางที่ดี ทั้งผูบริหาร ครู บุคลากร ทางการศึกษา พอแม ผูปกครอง หรอื บุคคลตัวอยางในสังคม 2) การพัฒนาคุณธรรมและคุณลักษณะอื่น ๆ ใหเปนวิถีชีวิต มีความสอดคลองกับธรรมชาติตอกย้ำให พัฒนาตนอยางตอเนื่อง โดยมีกระบวนการพัฒนาที่บูรณาการสอดแทรกอยู ในชีวิตการเรียนการปฏิบัติงาน เชื่อมโยงความสัมพันธระหวางคนกับส่ิงแวดลอม และคนกับธรรมชาติ โยงความสัมพนั ธระหวางสังคม วัฒนธรรม กับการเรยี นการสอน 3) การพัฒนาตัวตนของนักเรียน ดวยการจัดพื้นที่สรางสรรคและเปดโอกาสใหเด็กและเยาวชนให นักเรียนไดแสดงออกถึงความสามารถ ศักยภาพและการปฏิบัติตนตามความเชื่อ ตามแนวทางที่ตนเอง คิด สราง สรรค และอยูในบริบทของการทําความดี มีสวนรวมในการทํากิจกรรมเพื่อพัฒนาสังคม ใหเด็กมีการ ปฏิบัติและ พัฒนาตนอยางเขาใจความหมาย เห็นบทบาทและคุณคาของตนเองมากข้ึน 4) การสรางระบบคานยิ มใหเดก็ และเยาวชนเห็นไดชัดเจนวาแกนของเด็กไทยคืออะไร ตองประพฤติ และ ปฏิบัติตนอยางไร กาํ หนดเปาหมายของการพฒั นาชดั เจนและดงึ สิ่งท่ีอยูใกลตวั เด็ก ทําใหเด็กมีการ ปรับเปล่ียนวิธี คิด ปรับเปลี่ยนจริยธรรม เชน การสํารวจพฤติกรรมการปฏิบัติตนของตนเองในแตละวัน และตองยอมรับวา คานิยมตองมาจากตวั แบบท่ดี ี 5) การสรางความรวมมือรวมพลังทั้งจากผูบริหาร/ครู บุคลากรในโรงเรียน พอแมผูปกครอง ใน ครอบครัว ชุมชน สังคม ในการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย กําหนดคุณธรรมที่เป นเปาหมาย การใหครอบครัว ชมุ ชนมกี ารทาํ กจิ กรรมรวมกนั

17 6) การจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณลักษณะของเด็กและเยาวชนตองสอดคลองกับลักษณะของโรงเรียน ธรรมชาติ บรบิ ท และชวงวัยของเดก็ 7) การสรางความเขมแข็งของครอบครัวและชุมชน มีการทํากิจกรรมรวมกัน เรียนรูรวมกัน และ ซึมซับ วธิ ีคิดและการปฏบิ ตั ใิ นการอยูรวมกนั ผานกระบวนการ เปนธรรมชาติในระบบของชมุ ชน 8) โรงเรียนตองมนี โยบายทีไ่ มเนนวิชาการอยางเดียว โรงเรยี นมคี รเู ปนผูนําการเปล่ยี นแปลง ดึงชุมชนเขา มาสราง ชุมชนทีส่ รางสรรคช้ีใหเหน็ ปญหาของชมุ ชนท่สี งผลกระทบตอบุตรหลาน 9) ตองมีการสรางแนวรวม มีเครือขายที่ชวยเสริมกําลังใจใหเด็กทําความดีเด็กที่ไดรับการพัฒนา ทําให เขาดีไปแลว กม็ ีเด็กรนุ ใหมเรือ่ ย ๆ ตองสรางเครอื ขาย การใหรางวลั ไมจาํ เปนตองเปนเงนิ เพียงแคคําชมกไ็ ด 10) การสรา้ งความตระหนัก และปลูกจิตสำนึก ถอื เป็นเรื่องทจ่ี ะตอ้ งดำเนินการอยา่ งตอ่ เน่ือง และ สม่ำเสมอ ดงั นัน้ การจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ คุณธรรมจรยิ ธรรมดังกลา่ ว จำเป็นที่จะตอ้ งจัดกิจกรรมทุกปี

18 ภาคผนวก

19 กจิ กรรมส่งเสริมการทำความดี

20 ภาพกิจกรรมฐานเศรษฐกิจพอเพียง 1. ฐานเห็ดนางฟ้า

21 2. ฐานสมาร์ทฟาร์ม 3. ฐานป๋ยุ หมกั ใบไมแ้ ห้ง

22 4. ฐาน zero waste school 5. ฐานหนูนอ้ ยนกั ประดิษฐ์

23 ภาพกจิ กรรม “ยุวทูตนอ้ ยเล่านิทานคุณธรรม”

24 ภาพกิจกรรมการจดั อาคารสถานที่ และสงิ่ แวดล้อมในโรงเรยี นใหส้ ะอาด ร่มรน่ื

25 ภาพกิจกรรมการฝกึ ทักษะจรยิ ธรรม (Ethic Skill) เพ่ือการมีวินัยในตนเอง

26 ภาพกจิ กรรมจติ อาสา

โรงเรียนบ้านนางเม้ง อาเภอเมอื ง จังหวดั ชัยภมู ิ สานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาชัยภูมิ เขต 1