Knowledge Management “ชุมชนยำ่ นกะดีจีน” | 47 ไม่แบ่งแยกเชื้อชำติศำสนำ ทั้งชำวพุทธ คริสต์ อินโด ฮินดู อิสลำม นับเป็นอัตลักษณ์ท่ีโดดเด่นประจักษ์สู่กำรดำเนิน กิจกรรมร่วมกันทำกิจกรรมต่ำงๆ ในกำรพัฒนำชุมชนแบบ พหวุ ัฒธรรมในปัจจุบนั อกี ท้งั “ผูน้ ำชมุ ชนมีควำมเขม้ แขง็ ” โดยจัดกิจกรรมควำมสัมพันธ์ชุมชนของ “บ” = “ผู้นำ ชุมชน” จะเข้ำมำมีส่วนร่วมในกำรทำงำนเชื่อมโยงกลุ่ม องค์กรเน้นหลักกำรพึ่งพำตนเองมำกกว่ำกำรพ่ึงหน่วยงำน หรือแม้แต่กำรจัดโครงกำรอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถ่ินกะดีจีน “ศิลป์ในซอย” ชุมชนร่วมกันศึกษำและวิเครำะห์ข้อมูล ร่วมกันของแต่ละชุมชน ทั้งข้อมูลเชิงประวัติศำสตร์ ประเพณี กิจกรรม กำรละเล่นประจำของแต่ละศำสนำ เช่น 1) ชุมชนวัดประยุรวงศ์ นำเสนอกำรแสดงดนตรีไทย “สำย สัมพันธ์ บ้ำนดนตรีศรแี ผ่นดนิ พำทยโกศล ศิลปบรรเลงและ ดุริยะประณีต” 2) ชุมชนกุฎีจีนนำเสน อกำรแสดง ดนตรคี อรัส หนำ้ โบสถซ์ ำงตำครู้ส 3) กำรบรรเลงดนตรกี ู่เจิง หน้ำศำลเจ้ำเกยี นอันเกง เน้นสีแดง 4) กำรแสดงลิเกฮูลู โดย ใช้มัสยิดเป็นฉำกหลัง 5) กำรฉำยหนังส้ัน วิกลิเกเก่ำ ตลำด คุณหญิงอำยุยืน 6) กำรแสดงหุ่นละครเล็กคลองบำงหลวง เป็นกำรออกแบบให้สอดคล้องกับท้องถิ่น 7) กิจกรรมลอย
Knowledge Management “ชมุ ชนย่ำนกะดีจีน” | 48 กระทงเทียนหอม (สระน้ำจำลอง) กำรขับเคล่ือนเรำจะขำด ผู้กำกับทิศทำง ไม่ได้จุดร่วมสำคัญคือ “ว” = “วัด” ในกำร แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่ำง อย่ำงวัดประยุรวงศำวำสวรวิหำร มุ่งเป้ำให้ทุกฝ่ำยได้มีส่วนร่วม เช่น งำนสมโภชพระอำรำม งำนสงกรำนต์ งำนถวำยผ้ำกฐินพระรำชทำน งำนแห่ พระบรมสำรีริกธำตุ ทำงน้ำ งำนลอยกระทง โดยเชิญชวน ชำวบ้ำนทุกชมชน ให้นำสินค้ำเครื่องอุปโภคบริโภคมำวำง จำหน่ำยในวัดโดยที่ทำงวัดไม่คิดค่ำใช้จ่ำยใดๆ หรือควำม ร่วมมือกับมัสยิด ผนวกแนวร่วม “ร” = “โรงเรียน” ภำคี เครือข่ำยสนับสนุนค่ำใช้จ่ำยในกำรดำเนินกำรจัดงำนจำก ภำครัฐ และภำคเอกชน ในกำรเชื่อมโยงองค์กรชุมชมที่จะ เป็นเวทีกลำง ในกำรหนุนเสริมเพิ่มศักยภำพควำมเข้มแข็ง ของคนในชุมชนอย่ำงต่อเนื่อง เช่น มูลนิธิสิริวัฒนภัคดี และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหำชน) เพื่อให้เกิดกำร พัฒนำด้ำนเศรษฐกิจ เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ ย่ังยืน จุดสำคัญของควำมเก้ือกูลชุมชนมีกำรช่วยเหลือ ผู้ประสบปัญหำกลุ่มคนเปรำะบำงค่อนข้ำงจะมีน้อยหรือ น้อยมำก เน่ืองจำกแต่ละครอบครัวได้ดูแลสมำชิก ในครัวเรือนของตนเองเป็นอย่ำงดี อำทิเช่น 1) หำกมีคน
Knowledge Management “ชมุ ชนย่ำนกะดีจีน” | 49 ยำกจน ในเบื้องต้นผู้นำชุมชนจะประสำนและดำเนินกำรให้ กำรชว่ ยเหลือครอบครวั เปน็ เครือ่ งอุปโภคบริโภคต่ำงๆ ได้แก่ ข้ำวสำรอำหำรแห้ง เพื่อบรรเทำปัญหำเฉพำะหน้ำ หรือคน ในชุมชนด้วยกันเองจะเกื้อกูลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ท้ังนี้ ปัญหำควำมยำกจนที่มีในชุมชน มีสำเหตุมำจำก บำงรำยไม่ สำมำรถทำงำนได้ บำงรำยทำงำนไม่ไหว ซึ่งชุมชนเองมี วิธีกำรจัดกำรในชุมชน โดยกำรบริจำคช่วยเหลือ เช่น ข้ำวสำร อำหำรแห้ง แต่ส่วนใหญ่แล้วส่ิงท่ีชำวบ้ำนต้องกำร ได้รับบริจำคมำกกว่ำคือเงิน ไม่ใช่วัตถุสิ่งของ หรือหำกเป็น องค์กร เช่น ศำลเจ้ำเกียงอันเกงมีวิธีกำรจัดกำรดูแลคน เปรำะบำงในชุมชน “ ...ในประเพณีทิงกระจาด ซ่ึงส่วนใหญ่ จะเป็นนักท่องเที่ยวหรือคนภายนอกชุมชนมาไหว้ มีการ ท้าบุญ ซ่ึงหากเป็นของแห้ง เช่น ข้าวสาร 5 กิโลกรัม จะมีการน้าไปแจกจ่ายคนในชุมชนวัดกัลยาณ์ โดยพิจารณา การให้ตามความเหมาะสม ส่วนที่เหลือจะมีการน้าไปให้ สถานทตี่ ่างๆ เพื่อแจกจา่ ยให้กับคนยากจน ผู้ป่วยติดเตียงใน ชุมชน โดยน้าไปให้โรงเรียนในชุมชนวัดกัลยาณ์ ชุมชนทุก ชุมชนในย่านกะดีจีน ส้านักงานเขต โรงพัก เป็นผู้พิจารณา ในการแจกจ่ายตามความเหมาะสม...” (ค้าให้สัมภาษณ์ของ
Knowledge Management “ชุมชนยำ่ นกะดจี ีน” | 50 ผู้ดูแลศาลเจ้าเกียงอันเกง หรือศาลเจ้าแม่กวนอิม) หรือหำก มีปัญหำคนว่ำงงำนหรือคนตกงำน ชุมชนจะประสำนกับ สำนักงำนจัดหำงำนในกำรหำงำนให้ทำ และถ้ำหำก เป็นผู้ป่วย หรือผู้สูงอำยุท่ีนอนติดเตียง ชุมชนจะมีกำร ประสำนกับหน่วยงำนอนำมัยท่ีเขตธนบุรี และจะมี อำสำสมัคร (อสม.) เข้ำมำเย่ียมดูผู้ป่วยอย่ำงต่อเนื่อง แต่ถ้ำ หำกพบผู้ติดยำเสพติด ชุมชนจะให้มีกำรให้ควำมรู้ควำม เข้ำใจกับครอบครัวในเรื่องของยำเสพติด และมีกำรส่งผู้ติด ยำไปบำบัดรักษำที่โรงพยำบำล กับปัญหำยำเสพติดในพ้ืนที่ ยังมีอยู่บ้ำง แต่มีไม่มำกในชุมชน ซ่ึงวิธีกำรจัดกำรในชุมชน กับปัญหำยำเสพติดยังคงเป็นปัญหำที่ซับซ้อนและแก้ไขยำก จำเป็นต้องอำศัยควำมร่วมมือจำกหลำยภำคส่วน ต้ังแต่ ครอบครัว องค์กรภำครัฐ ภำคเอกชน ภำคประชำชนที่ เก่ียวข้อง “...ทางชุมชนจะมีกองทุนแม่ของแผ่นดิน หากใคร ไม่มีเงินค่ารถ ก็หาให้ถ้าไปบ้าบัดเสร็จกลับมา ไม่มีงานท้า หางานทา้ ให้ โดยใชเ้ งินกองทุนแมข่ องแผ่นดนิ ตรงนี เรอื่ งยา เสพติดก็มีบ้าง แต่พอคุยกันได้ ช่วยเหลือด้านเงินและเป็น อาชีพได้ เช่น ส่งของช้า ท้ากล่องกระดาษ ช่วยเข็ญของได้ เงินเป็นรายวัน ซ่ึงเป็นส่วนช่วยส่งเสริมให้เลิกยาเสพติดได้
Knowledge Management “ชมุ ชนย่ำนกะดจี ีน” | 51 บ้าง...” (ค้าให้สัมภาษณ์ของชาวบ้านชุมชนบุปผาราม) ล่ำสุดจำกเหตุกำรณ์น้ำท่วมในชุมชนจะช่วยเหลือแบ่งปัน ข้ำวของจุนเจือซึ่งกันและกัน วัด โบสถ์ มัสยิด ให้ข้ำวสำร อำหำรแห้ง ให้ท่ีพักอำศัยชั่วครำว ส่วนสถำนกำรณ์ช่วง Covid –19 ระบำดท่ีผ่ำนมำชำวบ้ำนในชุมชนจะได้รับกำร ช่วยเหลือส่ิงของบริจำคจำกบุคคลภำยน้อย ทั้งหน่วยงำน ภำครัฐ และองค์กรภำคเอกชน บริษัท ห้ำงร้ำนต่ำงๆ ได้แก่ ข้ำวสำรอำหำรแห้ง อำหำรสด เคร่ืองอุปโภคบริโภค หน้ำกำกอนำมัย เจลล้ำงมือ และแอลกอฮอล์ เป็นต้น โดย ส่วนใหญ่แล้วสมำชิกในครอบครัวจะดูแลคนเปรำะบำงใน ครัวเรือนของตนเองเป็นอย่ำงดี ทำให้ครอบครัวประสบ ปัญหำนอ้ ย ตวั อย่ำงเช่น หำกมีผู้ป่วยติดเตียงประธำนชุมชน จะใช้วิธีประกำศเสียงตำมสำยในชุมชน และประสำนงำนกับ เขตพื้นท่ีซ่ึงจะมีแผนกอนำมัย หรืออำสำสมัครสำธำรณสุข เข้ำมำเยี่ยมผู้ป่วยอย่ำงต่อเนื่อง หน่วยงำนท่ีให้กำรดูแล ช่วยเหลือชำวบ้ำนในแต่ละชุมชน เช่น ศูนย์บริกำร สำธำรณสุข 26 เจ้ำคุณพระประยุรวงศ์/ อำสำสมัคร สำธำรณสุขดแู ล (อสส.) (ปัจจุบนั คือ อสม.)
Knowledge Management “ชมุ ชนย่ำนกะดีจีน” | 52 กล่ำวได้ว่ำ บทบำทผู้นำที่มีเป็นผู้ที่มีบทบำทสำคัญ ที่สุด ในกำรขับเคล่ือนจัดกิจกรรมต่ำงๆ ที่มีเป้ำหมำย เชื่อมโยงกำรพัฒนำ 6 ชุมชน รวมกับผู้นำศำสนำ ประธำน ชุมชนย่ำนกะดีจีน ผู้นำชุมชนและประชำชนทุกช่วงวัย รวมทง้ั เชื่อมโยงกำรจดั กจิ กรรมกับสถำบนั กำรศึกษำ ภำครัฐ และภำคเอกชนให้เข้ำมำมีส่วนร่วมในกำรพัฒนำชุมชน โดยมีโครงกำรต่ำงๆ เพื่อบรรลุเป้ำหมำยกำรพัฒนำท่ียั่งยืน ดังนี้ 1) กำรสร้ำงควำมสมัครสมำนสำมัคคีให้เกิดข้ึนในย่ำน กะดีจีน 2) กำรพัฒนำอำชีพและสร้ำงรำยได้ให้กับชุมชน ในย่ำนกะดีจีนด้วยกำรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 3) กำร พัฒนำย่ำนกดุ ีจีนให้มีควำมสะอำดร่มรื่นน่ำอยู่อำศัย และ 4) กำรส่งเสริมโครงกำรเด็กและเยำชนเจ้ำบ้ำนสืบสำน วัฒนธรรม อีกท้ังกำรผสมผสำนประยุกต์ใช้ภูมิปัญญำ ท้องถ่ินสำนต่อจนถึงปัจจุบันน้ี ไม่เพียงแต่อนุรักษ์และสำน ต่อ ชุมชนยังสำมำรถสร้ำงอำชีพและรำยได้อีกด้วย เช่น ขนมฝรั่งกฎุ จี นี บัวลอยญวน แกงไก่ค่ัว สลดั แขก ขำ้ วหมกไก่ 3 สี บำเยีย ผัดเผ็ดปลำดุกทอดกรอบไม่มีก้ำง กะลอจี้ เม่ียง คำ วิหคนอนรัง หมูสะโสร่ง กำรทำผ้ำยอ้ มครำม กำรทำออม สิน หมูกระดำษ นับว่ำชุมชนย่ำนกะดีจีนเป็นแหล่ง
Knowledge Management “ชุมชนยำ่ นกะดีจีน” | 53 ท่องเท่ียวมรดกวัฒนธรรม รวมถึงมีพิพิธภัณฑ์และแหล่ง เรียนรู้ ได้แก่ ประยูรภัณฑำคำร และยังมีสวนลอยฟ้ำ เจ้ำพระยำ ท่ีเนรมิตควำมเป็นอัตลักษณ์ชุมชนได้อย่ำง ทรงคุณค่ำและงดงำมชุมชนพหุวัฒนธรรม อยู่ร่วมกันได้โดย ไม่ยึดติดกับหลักศำสนำของตน เกิดควำมรัก ควำมสำมัคคี เกดิ พลงั ร่วมในกำรพัฒนำงำนในพื้นทที่ ีเ่ รยี กวำ่ “ยำ่ นกะดีจีน”
Knowledge Management “ชมุ ชนยำ่ นกะดจี นี ” | 54 กำรถอดรหสั ควำมสำเรจ็ (Key Success) ของชุมชนยำ่ นกะดจี ีน : ตน้ แบบชุมชนเขม้ แขง็ ด้ำนกำร พฒั นำสังคมด้วยหลัก “บวร”
Knowledge Management “ชมุ ชนยำ่ นกะดจี นี ” | 55 “บวร” เป็นแนวคิดท่ีสำคัญในกำรขับเคล่ือนกำร พัฒนำและสร้ำงชุมชนเข้มแข็งอย่ำงย่ังยืน ซึ่ง “บวร” เป็น หลักกำรที่สำคัญในกำรนำสถำบันหลักในชุมชนมำเป็นกลไก หลักในกำรพัฒนำชุมชนและสังคมให้มีควำมย่ังยืนใน ลักษณะกำรประสำนเชื่อมโยงกันของสถำบันครอบครัว (บ้ำน) สถำบันศำสนำ (วัด) และสถำบันกำรศึกษำ/รำชกำร (โรงเรียน/รำชกำร) อย่ำงบูรณำกำรกัน เพ่ือร่วมกันวำงแผน ตัดสินใจ และบริหำรจดั กำรชุมชนอยำ่ งมีประสทิ ธภิ ำพ ชุมชนย่ำนกะดีจีน เป็นชุมชนหน่ึงท่ีมีกำรนำหลัก “บวร” มำใช้ในกำรสร้ำงควำมเข้มแข็งของชุมชนเพื่อพัฒนำ สังคม และดูแลประชำชนกลุ่มเป้ำหมำยในทุกช่วงวัยให้มี คุณภำพชีวิตท่ีดีข้ึน ซ่ึงกำรถอดรหัส (Key Success) ชมุ ชนย่ำนกะดจี ีน ไดม้ ีกำรนำหลกั บวร มำใชใ้ นกำรสร้ำง ควำมเข้มแขง็ ของชมุ ชน โดย มีปจั จัยควำมสำเร็จสสู่ ังคม เข้มแข็งเพ่ือกำรพฒั นำที่ยง่ั ยนื ของชมุ ชนย่ำนกะดจี ีน ดังนี้ 1. ปัจจัยด้ำนครอบครัวและชุมชน เป็นปัจจัยที่ สำคัญในกำรส่งเสริมใหค้ รอบครัวและชุมชนเขำ้ มำมบี ทบำท ในกำรดูแลคนในครอบครัวและชุมชนให้มีคุณภำพชีวิตที่ดี ขน้ึ ดังนี้
Knowledge Management “ชุมชนย่ำนกะดีจีน” | 56 1.1 การมสี ่วนร่วมของชุมชนประชาชน คนใน ชุมชนมีควำมสัมพันธ์แบบเครือญำติ จึงเข้ำมำมีส่วนร่วมใน ทำกิจกรรมต่ำงๆ ในกำรพัฒนำชุมชนแบบพหุวัฒนธรรม ร่วมกันอย่ำงสม่ำเสมอ โดยกำรส่งเสริมให้ประชำชน ทุกช่วงวัยได้เข้ำมำมีส่วนร่วมในชุมชน อำทิ โรงเรียน ใ น ชุ ม ช น มี ก ำ ร ส่ ง เ ส ริ ม ใ ห้ เ ด็ ก แ ล ะ เ ย ำ ว ช น ไ ด้ มี ส่ ว น ร่ ว ม ในกำรตอ้ นรบั นกั ทอ่ งเทีย่ วในชุมชน 1.2 การใช้สิทธิชมุ ชน และข้อบญั ญัติของชุมชน คนในชุมชนต้องมีกำรใช้สิทธิชุมชนและข้อบัญญตั ิของชุมชน ในกำรปฏบิ ัตเิ พอื่ กำรอยู่รว่ มกนั อยำ่ งปกตสิ ขุ 1.3 การบริหารจัดการตนเองของชุมชน ชุมชน จัดกำรตนเองโดยไม่ท้ิงรำกเหง้ำและคุณค่ำเดิมของชุมชน โดยมีประธำนย่ำนกะดีจีน ประธำนชุมชน 6 ชุมชน คณะกรรมกำรพัฒนำย่ำนกะดีจีน ตัวแทนกลุ่มหรือ ครอบครัว ในกำรประชุมปรึกษำหำรือร่วมกันในกำรจัด กจิ กรรมชุมชน หรอื แก้ไขปญั หำชุมชน 1.4 บทบาทหน้าท่ีของครอบครัวส่งต่อการจิต วิญญาณ ส่วนใหญ่ครอบครัวในชุมชนกะดีจีนจะมีหลำยช่วง อำยุ และจะนับถือศำสนำสืบทอดตำมต้นตระกูล เช่น
Knowledge Management “ชมุ ชนยำ่ นกะดีจีน” | 57 ครอบครัวท่ีนับถือศำสนำคริสต์ จะมีกำรอบรมส่ังสอน ให้บตุ รหลำนมีกำรเข้ำโบสถท์ ุกวนั อำทิตยเ์ ปน็ ประจำ และให้ มีปฏิสัมพันธ์กับทุกคนทุกศำสนำท่ีอยู่ร่วมกันในชุมชน มี น้ำใจ เอื้อเฟ้ือเผื่อแผ่ต่อกัน และพ่ึงพำอำศัยซ่ึงกันและกัน นอกจำกนั้นกำรอบรมเลี้ยงดูสมำชิกในครอบครัวให้ยึดม่ัน ปฏบิ ัติตำมหลักคำสอนที่เป็นแก่นแทข้ องศำสนำตนเองเข้ำใจ หลักคำสอนของศำสนำอ่ืนเข้ำใจในควำมแตกต่ำงเกิดควำม สำมัคคี และเสียสละ ซึ่งครอบครัวมีกำรส่งต่อจิตวิญญำณ กำรอำศัยอยู่ร่วมกันอย่ำงสันติสุขรุ่นต่อรุ่นตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจบุ นั 1.5 วิถีการด้ารงชีวิตร่วมกันในชุมชนพหุ วฒั นธรรม คนในชุมชนทง้ั 6 ชมุ ชน มคี วำมแตกต่ำงทำงด้ำน ศำสนำ ควำมเชื่อ และวัฒนธรรม แต่ก็สำมำรถใช้ชีวิตอยู่ รว่ มกนั อย่ำงสนั ติ และมีกำรเคำรพซึง่ กนั และกนั 1.6 การจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน เปน็ กำรขบั เคล่ือนโดยวดั ในกำรแสวงหำจุดรว่ ม สงวนจดุ ต่ำง ด้วยกำรจัดกิจกรรมในชุมชนในรูปแบบงำนต่ำงๆ เช่น วัด ประยุรวงศำวำสวรวิหำร มีกำรจัดทำโครงกำรที่มีเป้ำหมำย ให้ทุกฝ่ำยได้มีส่วนร่วมในงำนต่ำงๆ ร่วมกัน ทั้งงำนสมโภช
Knowledge Management “ชมุ ชนย่ำนกะดีจีน” | 58 พระอำรำม งำนสงกรำนต์ งำนถวำยผ้ำกฐินพระรำชทำน งำนแห่พระบรมสำรรี ิกธำตุ ทำงนำ้ งำนลอยกระทง โดยเชิญ ชวนคนในชุมชนทุกคนให้นำสินค้ำเครื่องอุปโภคบริโภค มำวำงจำหน่ำยในวัด โดยไม่คิดค่ำใช้จ่ำย เนื่องจำกได้รับ กำรสนับสนุนค่ำใช้จ่ำยในกำรดำเนินกำรจัดงำนจำกภำครัฐ และภำคเอกชน เช่น มูลนิธิสิริวัฒนภักดี และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหำชน) 1.7 การจัดการกองทุนในชุมชน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ชุมชนย่ำนกะดีจีนจะมีกองทุนแม่ของแผ่นดิน ในกำรให้ควำมช่วยเหลือด้ำนกำรเงินและด้ำนกำรประกอบ อำชีพให้แก่คนในชุมชน โดยเน้นให้คนในชุมชนมี กำรประกอบอำชีพเพ่ือให้มีรำยได้ เช่น กำรส่งของชำร่วย กำรทำกล่องกระดำษ กำรช่วยเข็ญของ ซ่ึงได้รับเงิน คำ่ ตอบแทนเป็นรำยวนั 2. ปัจจัยด้ำนเครือข่ำยชุมชน เป็นปัจจัยท่ีสำคัญ ในกำรส่งเสริมให้เครือข่ำย ในชุมชนเข้ำมำมีมำส่วนร่วม ในกำรจัดสวัสดิกำรสังคมให้แก่คนทุกช่วงวัยในชุมชนอย่ำง มีประสิทธิภำพ ดังนี้.-
Knowledge Management “ชุมชนย่ำนกะดจี นี ” | 59 2.1 การสร้างเครือข่ายองค์กรในชุมชน เป็นกำร รวมกลุ่มขององคก์ ร ท่ีอยู่ภำยในชุมชนเพื่อพ่ึงพำอำศัยซ่ึงกัน และกนั ประกอบด้วย ประธำนชมุ ชน 6 ชมุ ชน คณะกรรมกำร พัฒนำย่ำนกะดีจีน โรงเรียนในชุมชน โดยมีพระพรหมบัณฑิต (เจ้ำอำวำสวัดประยุรวงศำวำสวรวิหำร) เป็นแกนหลักในกำร เช่ือมโยงควำมหลำกหลำยทำงศำสนำ ท้ัง 3 ศำสนำ (ศำสนำ พุทธ ศำสนำคริสต์ ศำสนำอิสลำม) เข้ำด้วยกัน เพ่ือสร้ำง ควำมสำมัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน จนได้รับรำงวัลยอดเย่ียม อันดับ 1 (Award of Excellence) จำกองค์กำรยูเนสโก้ ในดำ้ นกำรอนุรกั ษ์มรดกทำงวัฒนธรรม 2.2 การส่งเสริมและพัฒนาผู้น้าชุมชนและคน ในชุมชน กำรส่งเสริมให้สถำบันกำรศึกษำเข้ำมำมีบทบำท ในกำรพัฒนำชุมชนย่ำนกะดีจีน เช่น มหำวิทยำลัย รำชภัฏธนบุรี ได้มีกำรส่งเสริมและพัฒนำคนในชุมชนให้มี กำรจัดทำแผนในกำรพัฒนำชุมชนร่วมกัน เน้นกำรค้นหำ จุดเด่นของชุมชน เพ่ือพัฒนำต่อยอด สร้ำงควำมเข้มแข็ง ให้กับชุมชน กำรพัฒนำศักยภำพผู้นำและจัดกิจกรรมชุมชน กำรสร้ำงกำรมีสว่ นร่วม สรำ้ งจิตสำนกึ และพัฒนำเสริมสร้ำง
Knowledge Management “ชุมชนยำ่ นกะดีจีน” | 60 ควำมเข้มแข็งในชุมชนร่วมกัน เพ่ือให้เกิดกำรพัฒนำต่อยอด และยั่งยืน 2.3 การตัดสินใจร่วมกันของชุมชน ผู้นำหรือ ตั ว แ ท น ข อ ง แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม ห รื อ ค ร อ บ ค รั ว มี ก ำ ร ป ร ะ ชุ ม ปรึกษำหำรือในเร่ืองต่ำงๆ ร่วมกัน และเป็นแนวทำงควำม รว่ มมือร่วมใจของทกุ ฝำ่ ยในกำรจดั กจิ กรรมของชุมชน 2.4 อาสาสมัครและสภาองค์กรชุมชนเพื่อ การพัฒนาการดูแลกลุ่มเปราะบางในชุมชน ชุมชนจะมี อำสำสมัครในกำรดูแลกลุ่มเปรำะบำงในชุมชนให้ได้รับ บริกำรสวัสดิกำรสังคมและมีคุณภำพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้ง อำสำสมัครด้ำนศำสนำ อำสำสมัครสำธำรณสุข และ อำสำสมัครพัฒนำสังคมและควำมมั่นคงของมนุษย์ ซ่ึงส่วน ใหญ่สมำชิกในครอบครัวจะดูแลกลุ่มเปรำะบำงในครัวเรือน ทัง้ ผสู้ งู อำยุ คนพกิ ำร ผู้ปว่ ยตดิ เตยี ง เป็นอยำ่ งดี หำกมผี ้ปู ว่ ย ติดเตียงประธำนชุมชนจะประสำนกับศนู ย์สำธำรณสขุ ชุมชน ประจำเขต หรืออำสำสมัครสำธำรณสุขเข้ำมำเยี่ยมผู้ป่วย อย่ำงต่อเน่ือง และมีกำรบริจำคของช่วยเหลือคนยำกจน ในชุมชน นอกจำกนั้นสภำองคก์ รชมุ ชนเพื่อกำรพัฒนำได้เข้ำ มำมีส่วนร่วมในกำรพัฒนำชุมชนย่ำนกะดีจีน ท้ังด้ำน
Knowledge Management “ชุมชนยำ่ นกะดจี ีน” | 61 เศรษฐกิจ กำรท่องเท่ียว ประเพณีวัฒนธรรม สวัสดิกำร ชมุ ชน ด้ำนสังคม/สุขภำพ โดยเนน้ กำรพัฒนำและขยำยฐำน สมำชิกกองทุนสวัสดิกำรชุมชนจำกผู้นำชุมชนสู่กำรขยำย สมำชิกเพ่ิมในชุมชน เพ่ือให้เข้ำถึงสวัสดิกำรขั้นพ้ืนฐำนดูแล ตง้ั แตเ่ กดิ จนตำย 2 . 5 ภ า คี ร่ ว ม จั ด กิ จ ก ร ร ม ใ น ชุ ม ช น (มหาวิทยาลัย/โรงเรียน) สถำบันกำรศึกษำและหน่วยงำน รำชกำรเป็นกลไกหนุนเสริมกำรพัฒนำชุมชน โดยเข้ำมำมี ส่วนร่วมในกำรแลกเปล่ียนเรียนรู้ จัดกิจกรรม/โครงกำร ต่ำงๆ ในชุมชน เช่น มหำวิทยำลยั รำชภัฎธนบรุ ี มหำวิทยำลัย รำชภัฏบ้ำนสมเด็จเจ้ำพระยำ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ จฬุ ำลงกรณ์มหำวิทยำลัย มหำวทิ ยำลัยมหิดล กระทรวงกำร ท่องเที่ยวและกีฬำ กระทรวงวัฒนธรรม โรงเรียนในบริเวณ ชุมชนกะดจี ีน 3. ปัจจัยด้ำนวัฒนธรรมและศำสนำ เป็นปัจจัยท่ี สำคัญในกำรส่งเสริมให้ชุมชนมีควำมโดดเด่นและเป็น เอกลักษณ์ในเชิงวัฒนธรรมและศำสนำ ท่ีส่งผลให้คนใน ชุมชนสำมำรถสร้ำงอำชีพและสร้ำงรำยได้จำกกำรท่องเท่ียว
Knowledge Management “ชุมชนยำ่ นกะดจี ีน” | 62 เชงิ วัฒนธรรมและกำรใช้ภูมิปัญญำของชมุ ชนได้อย่ำงชดั เจน ดงั น้ี 3.1 การฟ้ืนฟูและรักษาไว้ซ่ึงเอกลักษณ์ของ ชมุ ชน ชุมชนกะดีจีนถือเปน็ ชุมชนเก่ำแก่รมิ แม่น้ำเจ้ำพระยำ ที่มีควำมโดดเด่นในเอกลักษณ์ของวิถีชีวิตควำมเป็นอยู่ ที่ผสมผสำนกันอย่ำงกลมกลืนระหว่ำง 3 ศำสนำ และ 4 ควำมเช่ือ ซึ่งเป็นควำมคุ้นเคยและควำมเคยชินของคนใน ชุมชนย่ำนกะดีจีนในกำรอยู่ร่วมกัน โดยชุมชนแห่งนี้เป็น ชุมชนตัวอย่ำงท่ีเน้นกำรมีจิตสำนึกรักท้องถิ่น มีกำรปฏิบัติ ตำมหลักศำสนำอย่ำงเป็นแก่นแท้ และมีกำรอนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรมและขนมธรรมเนียมประเพณีตำมหลัก เศรษฐกจิ พอเพยี ง นอกจำกนั้นกำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชน โดยมี ศำสนำและควำมเช่ือเป็นศูนย์รวมจิตใจ ให้กับทุกคนใน ชุมชน ซึ่งมีจุดเปลี่ยนท่ีทุกคนในชุมชนต้องมีควำมเห็นพ้อง ต้องกันและมีกำรปรับทัศนคติเพื่อพัฒนำชุมชนร่วมกัน เปรยี บเหมือนกับ “กำรระเบิดจำกข้ำงในพรอ้ มกับมีใจท่จี ะ ให้เพื่อส่วนรวม” รวมทั้งเครือข่ำยองค์กรในชุมชนต้อง เ ข้ ำ ม ำ มี ส่ ว น ร่ ว ม ใ น ก ำ ร แ ล ก เ ป ลี่ ย น เ รี ย น รู้ ร่ ว ม กั น
Knowledge Management “ชุมชนย่ำนกะดีจีน” | 63 นอกจำกน้ันกำรเชื่อมประสำนสัมพันธ์ด้วยกิจกรรมเช่ือม ร้อยกันระหว่ำงศำสนำ โดยกิจกรรมน้ันเป็นกิจกรรมที่ทุก ศำสนำสำมำรถเข้ำร่วมทำกิจกรรมได้ เช่น ประเพณีลอย กระทง จึงเปน็ กจิ กรรมท่เี ชือ่ มรอ้ ยกันระหว่ำงชุมชน 3.2 การใช้ภูมิปัญญาชุมชน สร้างอาชีพ สร้าง รายได้ ชุมชนย่ำนกะดีจีนสำมำรถนำภมู ิปัญญำในดำ้ นต่ำงๆ ของคนรุ่นเก่ำในอดีตมำสำนตอ่ หลำยช่วงอำยุคนมำจนมำถึง ยคุ ปัจจุบันนี้ และทำให้สมำชิกในครอบครัวของแต่ละชุมชน นำมำสร้ำงเป็นอำชีพและรำยได้เล้ียงตัวเองและครอบครัว ได้แก่ เมนูอำหำรต่ำงๆ เช่น ขนมฝรั่งกุฎีจีน บัวลอยญวน แกงไก่ค่ัว สลัดแขก ข้ำวหมกไก่ 3 สี บำเยีย ผัดเผ็ดปลำดุก ทอดกรอบไม่มีก้ำง กะลอจ้ี เมีย่ งคำ วิหคนอนรงั หมูสะโสร่ง กำรทำผ้ำย้อมครำม กำรทำออมสินหมูกระดำษ เป็นต้น ซึ่งกำรสืบทอดภูมิปัญญำจำกรุ่นสู่รุ่นเป็นเอกลักษณ์ท่ีสำคัญ ของชุมชน และถือว่ำเป็นทุนทำงวัฒนธรรมท่ีสำคัญของ ชมุ ชน ดังน้ัน หัวใจสำคัญของควำมสำเร็จในกำรพัฒนำ ชุมชนย่ำนกะดีจีน มำจำกกำรเป็นหุ้นส่วนสำมประสำน คือ “บวร” (บ้ำน-วัด-โรงเรียน) โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งบทบำทของ
Knowledge Management “ชมุ ชนย่ำนกะดจี ีน” | 64 ผู้นำของชุมชน ซึ่งเป็นทุนทำงสังคมที่สำคัญท่ีทำให้ชุมชนมี ควำมเข้มแขง็ และมคี วำมยัง่ ยนื โดยผู้นำของชมุ ชน มีดงั น้ี 1) ผู้นำทำงศำสนำ ท้ัง 3 ศำสนำ ได้แก่ บำทหลวงผู้นำศำสนำคริสต์ ผู้นำศำสนำมุสลิม และ เจ้ำอำวำสผู้นำศำสนำพุทธ ได้มีแนวคิดที่ยอมรับและ เคำรพรวมถึงเข้ำใจในควำมแตกต่ำงทำงศำสนำของกัน และกัน เน้นกำรอยู่ร่วมกันด้วยกำรเก้ือกูล และแบ่งปันกัน ในชุมชน มีกำรสร้ำงควำมสัมพันธ์ข้ำมศำสนำ โดย พระพรหมบัณฑิตเจ้ำอำวำสวัดประยุรวงศำสวำสวรวิหำร เป็นผู้นำทำงศำสนำคนสำคัญท่ีมีส่วนหลอมรวมจิตใจของ ชุมชนทุกศำสนำและควำมเช่ือให้มีแนวคิดอยู่ร่วมกันอย่ำง สันติสุขและให้คนในชุมชนร่วมกันพัฒนำชุมชนให้สำมำรถ พึ่งตนเองได้ รวมท้ังเป็นศูนย์กลำงกำรเช่ือมประสำน ควำมคิด/ควำมเชื่อของชุมชนให้เป็นไปในทิศทำงเดียวกัน ในกำรแก้ไขปัญหำของชุมชน นอกจำกนั้นมีกำรนำหลักบวร มำประยุกต์ใช้และเชอ่ื มโยงให้ครอบคลมุ ท้งั 6 ชมุ ชน 2) ผนู้ ำชุมชนที่มบี ทบำทสำคัญ คอื คุณป่ินทอง วงษ์สกุล ประธำนยำ่ นกะดีจีน และประธำนชุมชนกฎุ ีจีนมี หนำ้ ทด่ี ูแลวดั ซำงตรำครู้ส และสมำชกิ ในชมุ ชน โดย
Knowledge Management “ชมุ ชนย่ำนกะดีจีน” | 65 เช่ือมบูรณำกำรกำรทำงำนชุมชนทัง้ 6 ชุมชน กบั ส ถ ำ บั น ก ำ ร ศึ ก ษ ำ แ ล ะ ห น่ ว ย ง ำ น ร ำ ช ก ำ ร ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง เพ่ือสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดกำรพัฒนำชุมชน กำรสร้ำง อำชีพ เพ่มิ รำยได้ และกำรจัดโครงกำร/กิจกรรมต่ำงๆ นอกจำกนั้นควำมสำเร็จของกำรสร้ำงชุมชน เข้มแข็งย่ำนกะดีจีน ด้วยหลักกำรบวร เพื่อเป็นต้นแบบด้ำน กำรพัฒนำสังคมให้ประชำชนกลุ่มเปรำะบำงทุกช่วงวัยได้รับ สวัสดิกำรและมีคุณภำพชีวิตที่ดีขึ้น เกิดจำกควำมร่วมมือ จำกของคนในชุมชน ครอบครัว ชุมชน สถำบันศำสนำ สถำบันกำรศึกษำ หน่วยงำนรำชกำร และภำคีเครือข่ำยที่ เข้มแข็ง ในกำรมีส่วนร่วมในกำรพัฒนำชุมชนให้มีควำม เขม้ แข็งอยำ่ งย่งั ยนื
Knowledge Management “ชมุ ชนยำ่ นกะดีจีน” | 66 แนวทำงกำรขับเคลือ่ นของกระทรวง กำรพัฒนำสังคมและควำมมัน่ คงของ มนุษย์ : สรำ้ งชมุ ชนเข้มแขง็ ดว้ ย หลัก “บวร”
Knowledge Management “ชมุ ชนยำ่ นกะดจี นี ” | 67 ชุมชนกะดีจีน เป็นรูปแบบของกำรพัฒนำชุมชน ท่ีเข้มแข็งอย่ำงยั่งยืน ด้วยกำรใช้หลักบวรในกำรสร้ำงควำม เข้มแข็งของชุมชนเพ่ือพัฒนำสังคม และดูแลประชำชน กลุ่มเป้ำหมำยในทุกช่วงวัยให้ได้รับสวัสดิกำรและมีคุณภำพ ชีวิตท่ีดีข้ึน โดยกำรนำรูปแบบชุมชนเข้มแข็งย่ำนกะดีจีน มำประยุกต์ใช้เป็นแนวทำงของกระทรวงกำรพัฒนำสังคม และควำมมั่นคงของมนุษย์ ในกำรสร้ำงชุมชนเข้มแข็ง ด้วยหลักบวร ในบริบทพ้ืนที่ท่ีแตกต่ำง สำมำรถดำเนินกำร ไดด้ งั นี้ ๑. ค้นหำผู้นำของชุมชนท่ีมีบทบำทสำคัญใน กำรขับเคล่ือนชุมชนเข้มแข็งอย่ำงย่ังยืน โดยเน้นผู้นำ ชุมชน ผู้นำทำงศำสนำ/จิตวิญญำณ ผู้นำที่เป็นทำงกำร ซ่ึงผู้นำเหล่ำน้ีจะมีบทบำทสำคัญในกำรรวมจิตใจของคน ในชุมชนในกำรส่งเสริมให้คนในชุมชนเข้ำมำมีส่วนร่วมใน กำรบริหำรจัดกำรชุมชน แก้ไขปัญหำชุมชน พัฒนำชุมชน และสงั คมอย่ำงมปี ระสิทธภิ ำพ ๒. สร้ำงกำรมีส่วนร่วมของคนทุกช่วงวัยใน ชุมชนในกำรทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นกำรส่งเสริมให้คนทุก ช่วงวัยในชุมชนได้เข้ำมำมีส่วนร่วมในกำรทำกิจกรรมต่ำงๆ
Knowledge Management “ชุมชนยำ่ นกะดีจนี ” | 68 ร่วมกัน เพ่ือสร้ำงกำรเปล่ียนแปลงของชุมชน และเป็นกำร สร้ำงควำมสำมัคคีในกำรทำงำนร่วมกันในชุมชน รวมท้ัง สำมำรถร่วมกันในกำรแก้ไขปัญหำชุมชนพัฒนำชุมชนและ สงั คมไดอ้ ยำ่ งยง่ั ยืน ๓. บูรณำกำรควำมร่วมมือของหุ้นส่วนทำง สังคมในกำรดูแลกลุ่มเปรำะบำงในชุมชน เป็นกำรบริหำร จดั กำรของชุมชนในกำรดูแลกลุ่มเปรำะบำงในชุมชนร่วมกัน ซ่ึงภำคีหุ้นส่วนทำงสังคมจะมีส่วนร่วมในกำรดูแลกลุ่ม เปรำะบำงให้ได้รับบริกำรสวัสดิกำรสังคมอย่ำงทั่วถึง และมี คณุ ภำพชีวติ ที่ดขี ึ้น โมเดล พม.สร้ำงชุมชนเขม้ แขง็ ดว้ ยหลกั “บวร”
Knowledge Management “ชมุ ชนยำ่ นกะดีจีน” | 69 ปญั หำและอปุ สรรคท่พี บในชมุ ชน 1. ปัจจุบันมีกำรอพยพเคลื่อนย้ำยของประชำกร จำกต่ำงถ่ินเข้ำมำอำศัยอยู่ในชุมชนย่ำนกะดีจีนปริมำณเพ่ิม มำกข้ึน ทั้งนี้เพ่ือมำทำงำนรับจ้ำง และศึกษำต่อใน สถำบันกำรศึกษำต่ำงๆ ในกรุงเทพมหำนคร ทำให้เกิด วัฒนธรรมของชุมชนเมืองท่ีผู้คนต่ำงคนต่ำงอยู่ รบี เร่งมุ่งเน้น แต่กำรทำมำหำกิน ทำให้ชุมชนเกิดควำมแออัด ปัญหำขยะ มลภำวะเปน็ พิษ และควำมไม่เป็นระเบียบของกำรปลูกสร้ำง บ้ำนเรือนขยำยบริเวณมำกข้ึน กำรให้ควำมร่วมมือจำก ประชำชนในกำรร่วมกิจกรรมของชุมชนลดน้อยลง ถึงแม้จะ มีกำรสื่อสำรและประชำสัมพันธ์ข่ำวสำรต่ำงๆในชุมชนผ่ำน เสยี งตำมสำยตลอดและตอ่ เนอ่ื งก็ตำม 2. เกิดกรณีพิพำทเรื่องกำรเวนคืนท่ีดินวัด กัลยำณมิตรกับชำวบ้ำนในชุมชน ก่อให้เกิดปัญหำควำม ขัดแย้งของพระสงฆ์กับชำวบ้ำน ควำมใกล้ชิดสนิทสนม ขำดหำยไป ชุมชนมคี วำมไมส่ งบสขุ ตำมมำ ควำมร่วมมอื รว่ ม ใจ กำรลงแรงของชำวบ้ำนกับทำงวัดลดน้อยลงจะมีเพียง
Knowledge Management “ชมุ ชนย่ำนกะดจี นี ” | 70 กำรเข้ำร่วมกิจกรรมกับวัดในวันสำคัญๆ ทำงพุทธศำสนำ เท่ำนั้น 3. กรรมกำรบำงชุมชนขำดกำรประชำสัมพันธ์ และสื่อสำรกำรดำเนินกิจกรรม จิตอำสำต่ำงๆของชุมชนกับ ชำวบ้ำนได้ไม่ทั่วถึง แม้ว่ำจะมีกำรเปิดเสียงตำมสำยท่ัว ท้ังชุมชนต่อเนื่องแล้วก็ตำม ชำวบ้ำนบำงคนท่ีไม่เข้ำใจถึง วัตถุประสงค์ของกิจกรรมน้ันๆ ที่แท้จริง ทำให้ไม่ให้ควำม ร่วมมือเข้ำร่วมกิจกรรมของชุมชน โดยมองว่ำผู้ที่เข้ำร่วมฯ ต้องเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและจะได้รับส่ิงตอบแทนเป็นเงิน หรอื ส่ิงของดว้ ย 4. กรณีมีไฟเสียหรือขัดข้องในชุมชน หน่วยงำน ไฟฟ้ำจะเข้ำมำซ่อมทีละคร้ัง ทำให้แต่ละครอบครัวประสบ ปัญหำไม่มีไฟฟ้ำใช้ในครัวเรือน กล่ำวคือ ในชุมชนยังไม่มี ห น่ ว ย ก ล ำ ง ป ร ะ ส ำ น ง ำ น ใ น ก ำ ร ซ่ อ ม ไ ฟ ฟ้ ำ ใ น ห ล ำ ย ๆ ครวั เรือนในแต่ละครง้ั ๆไป 5. ปัญหำผลกระทบจำกสถำนกำรณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบในทุกสำขำอำชีพ ทั้งด้ำนเศรษฐกิจ สังคม สุขภำพ สภำองค์กรชุมชนจึงเป็นเวทีกลำงในกำรเช่ือม ประสำนกำรแกไ้ ขปญั หำ ใช้ชุมชนวัดกัลยำณ์ นำร่องในเรื่อง
Knowledge Management “ชมุ ชนยำ่ นกะดีจีน” | 71 กำรทำสอนทำหน้ำกำกผ้ำ ทำเจล ล้ำงมือ เพ่ือให้ชุมชนเกิด กำรพ่ึงพำตนเองและจำหน่ำยเป็นรำยได้ รวมถึงกำร เชื่อมโยงหน่วยงำนต่ำง ๆ เพื่อขอรับกำรสนับสนุนเครื่อง อุปโภค บริโภค บรรเทำควำมเดือดร้อนในเบ้ืองต้น และ ขยำยกำรทำงำนไปยังพ้นื ทอี่ ่นื ๆ 6. ปัญหำไฟไหม้ชุมชนวัดกัลยำณ์ สภำองค์กร ชุมชนและผู้นำชุมชนดำเนินกำร ประสำนเช่ือมโยง หน่วยงำนตำ่ งๆ เช่น อพม. ศูนยช์ ว่ ยเหลอื สงั คม ฯลฯ ให้กำร ช่วยเหลือในเรื่องเครื่องอุปโภคบริโภค งบประมำณเยียวยำ รวมถึงกำรจัดทำแผนกำรแก้ไขปัญหำในเร่ืองที่อยู่อำศัย ในระยะตอ่ ไป 7. ชำวบ้ำนในชุมชนบำงคนยังไมเ่ ข้ำใจ ยังไม่มีส่วน ร่วมในกำรพัฒนำงำนในชุมชน จึงมีแนวทำงในกำรใช้ กิ จ ก ร ร ม ท่ี ชุ ม ช น ด ำ เ นิ น ก ำ ร ม ำ เ ป็ น เ ค รื่ อ ง มื อ ใ น ก ำ ร ประชำสัมพันธ์งำนและเชื่อมโยงให้ทุกคนเข้ำมำมีส่วนร่วม รบั รู้และนำไปปฏิบัติ
บรรณำนุกรม อุดร หลักทอง, (2558). แนวทำงกำรสร้ำงควำมเข้มแข็ง ของชุมชนพหุวัฒนธรรม. วิทยำนิพนธ์น้ีเป็นส่วนหนึ่ง ข อ ง ก ำ ร ศึ ก ษ ำ ต ำ ม ห ลั ก สู ต ร ป ริ ญ ญ ำ รั ฐ ประศำสนศำสตรมหำบัณฑิต (นโยบำยสำธำรณะและ ก ำ ร จั ด ก ำ ร ภ ำ ค รั ฐ ) บั ณ ฑิ ต วิ ท ย ำ ลั ย มหำวทิ ยำลยั มหดิ ล. ปิยศักด์ิ สุคันธพงษ์, วิจิตรำ ชูสกุล (2553). ชุมชนเข้มแข็ง : สร้ำงสวัสดิกำรสังคม. มูลนิธิพัฒนำอีสำน, กองทุน ส่ ง เ ส ริ ม ก ำ ร จั ด ส วั ส ดิ ก ำ ร สั ง ค ม จั ง ห วั ด สุ ริ น ท ร์ สำนักงำนพัฒนำสังคมและควำมมั่นคงของมนุษย์ จงั หวดั สรุ นิ ทร.์ วรวิทย์ อวิรุทธ์วรกุล , ธีระพงษ์ มำลัยทอง. (2550). กำร พัฒนำดัชนีช้ีวัดควำมเข้มแข็งของชุมชน. วำรสำร เศรษฐกิจและสังคม, สำนกั ประเมินผลและเผยแพร่กำร พัฒนำ สำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชำต.ิ
อมรรัตน์ มัททวีวงศ์. (2553). แนวทำงกำรจัดกำรชุมชน หมู่บ้ำนจัดสรรโครงกำร “บ้ำนฉำงเพลส” เพ่ือ นำไปสู่ชุมชนชนเข้มแข็ง. สำรนิพนธ์, หลักสูตรพัฒนำ ชมุ ชนมหำบัณฑิต มหำวทิ ยำลัยธรรมศำสตร.์ สำนักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคม แห่งชำติ. (2556).สัจธรรมแห่งแนวพระรำชดำริสู่กำร พฒั นำอย่ำงย่ังยืน. กรุงเทพฯ : อัมรนิ ทร์พร้ินติ้งแอนด์ พบั ลชิ ช่งิ , หน้ำ 63-64. กิตติพร ใจบุญ และคณะ, (2544). โครงกำรวิจัยเพื่อกำร พัฒนำแหล่งวัฒนธรรม ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่ง รำยได้ของประชำชน : กรณีศึกษำย่ำนกุฎีจีนและพื้นท่ี ใกลเ้ คียง. กระทรวงศึกษำธกิ ำร. สำนักงำนปลัดกระทรวงวัฒนธรรม. (2562). แนวทำงกำร สร้ำงควำมเข้มแข็งของ “บวร” เพ่ือควำม “ม่ันคง ม่ังคั่ง ย่ังยืน” ของชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลัก ปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง. หนำ้ 7-13.
มลู นธิ ชิ ยั พฒั นำ. (2560). จุดเร่มิ ตน้ แนวคิดเศรษฐกจิ พอเพยี ง. สืบค้นจำก https://www.chaipat.or.th/publication/publish- document/sufficiency-economy.html, สบื ค้น เมือ่ วันที่ 4 ธันวำคม 2563.มหำวิทยำลัยรำชภัฏธนบุรี. แผน่ พบั ยำ่ นกะดจี ีน
Search