Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือครู พระพุทธฯ ม.3

คู่มือครู พระพุทธฯ ม.3

Published by weerayot, 2020-06-22 07:24:19

Description: คู่มือครู พระพุทธฯ ม.3

Search

Read the Text Version

2E8. “การถวายภัตตาหารแดพระสงฆ ตองถวายพระพุทธเจา 3B4. ขอ ใดเปน ความหมายของการพฒั นาท่ยี ่งั ยืน ดว ย แมว า พระองคจ ะปรนิ พิ พานไปแลว กต็ าม กต็ อ งทาํ การ 1. การพฒั นาโดยใชพ ลงั งานจากธรรมชาติใหม ากท่ีสดุ ถวายตอพระพักตรพระพุทธรูปเพื่อใหสําเร็จสมตาม 2. การพฒั นาทใ่ี ชร ะยะเวลาสน้ั ๆ แตด าํ เนนิ การอยา งรวดเรว็ ปรารถนา” ขอ ความดังกลาวเก่ยี วของกบั เร่ืองใด 3. การพัฒนาประเทศใหกาวหนาทดั เทยี มชาตติ ะวนั ตก 1. การถวายขา วพระพุทธ 4. การพัฒนาทีต่ อบสนองคนรุนปจ จบุ นั แตไมส งผล 2. การถวายผา อาบน้าํ ฝน กระทบกับคนรุนตอไป 3. การถวายเทียนจาํ นําพรรษา 4. การถวายผา ไทยทานไทยธรรม 3D5. การปฏิบัติตนตามหลัก “อารักขสัมปทา” กอใหเกิดการ พฒั นาท่ียง่ั ยืนไดอยางไร 2C9. ขอ ใดเปนประโยชนจ ากการสวดมนต 1. มคี วามรอบรทู ง้ั ส่ิงที่มีประโยชนแ ละสง่ิ ท่มี โี ทษ 1. สามารถแปลบทสวดมนตได 2. มีเพือ่ นแทจริงใจคอยเหนีย่ วร้งั ไมใหทาํ ความช่วั 2. มพี ลงั อํานาจพิเศษเหนอื มนุษย 3. มีทรพั ยใชไ มข าดแคลนและเหลือไวใ ชจ ายยามจําเปน 3. ชว ยใหจิตใจสงบสขุ และเปน สริ ิมงคลแกชีวติ 4. มคี วามอยากท่ีไมม ากจนเกนิ พอดี จงึ ไมเ กดิ ความทกุ ข 4. เปนการส่งั สมบารมเี พือ่ ใหไ ปเกดิ บนสวรรคช ัน้ สูงสดุ 3F6. ประโยชนของการรักษาศลี 5 อยา งเครงครัด คอื ขอ ใด 3C0. การฝก สมาธิควรใชเ วลาฝก นานเทาใด 1. ชวี ติ มีแตค วามสขุ และไมเดือดรอน 1. ทําครั้งละนานๆ 2. ทาํ เปนประจาํ ทกุ วนั 2. ฐานะการเงนิ ดีขึ้น มีชีวิตสุขสบายขึ้น โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 3. ทาํ ทุกครงั้ ทตี่ อ งการ 4. ทําบอ ยๆ ครั้งละไมนาน 3. สอบไดล ําดบั ตนๆ ของช้ันเรยี นเปนประจาํ 4. เขาใจถึงกระบวนการเกิด แก เจบ็ และตายมากขนึ้ 3B1. การคิดแบบใดถือเปนการคดิ แบบโยนิโสมนสกิ าร 1. คิดทบทวนเหตุการณในอดตี 3C7. ชาวคาทอลกิ จะไปรว มประกอบพธิ มี สิ ซาทโ่ี บสถท กุ วนั อาทติ ย 2. คิดการณไกลวางแผนในอนาคต ซงึ่ ตอ งมกี ารรบั ประทานแผน ปง และดม่ื เหลา องนุ ทง้ั สองสง่ิ น้ี 3. คดิ เฉพาะเรื่องราวทีม่ คี วามสําคญั เปน สญั ลักษณแ ทนอะไร 4. คิดบนพ้ืนฐานขอ มูลและสภาพความเปน จริง 1. พระสริ แิ ละฤทธานุภาพของพระเปน เจา 2. พระกายและพระโลหติ ของพระเยซูคริสต 3D2. สายชลพบวา ตนชบาที่ปลูกมีดอกนอยมาก และดอกมี 3. พระหรรษทานและความกรุณาของพระแมม ารี ขนาดเลก็ สสี นั ไมส วยงาม สว นลาํ ตน กแ็ คระแกรน็ และใบ มสี เี หลอื ง เขาจงึ พจิ ารณาถงึ การใหน า้ํ ปยุ รวมทง้ั สถานท่ี 4. ความรอดและพระวญิ ญาณบรสิ ุทธ์ิของพระเมสสอิ าห ปลกู วา ไดร บั แสงแดดพอเหมาะหรอื ไม ลกั ษณะการคดิ ของ 3F8. การถือศลี อดของชาวมุสลมิ มจี ุดมงุ หมายสําคัญอยา งไร สายชลตรงกบั หลักโยนิโสมนสิการแบบใด 1. เพ่ือใหประหยัดเงนิ 1. คดิ แบบสืบสาวเหตุปจ จยั 2. เพื่อฝกความอดทน 2. คิดแบบปลุกเราคุณธรรม 3. เพอ่ื เปน การพกั ผอ นรางกาย 3. คิดแบบคุณโทษและทางออก 4. เพอ่ื ใหพระเปนเจา พอพระทยั 4. คิดแบบคิดแบบแยกแยะสว นประกอบ 3E9. นายโมฮันเปนชาวอินเดียโดยกําเนิดและนับถือศาสนา 3C3. บคุ คลในขอ ใดปฏบิ ตั ติ นตามหลักเศรษฐกจิ พอเพียง พราหมณ- ฮนิ ดู แตไ มไ ดร บั อนญุ าตใหท าํ พธิ สี งั สการ แสดง ไดเหมาะสมทส่ี ดุ วาเขาเปนคนในวรรณะใด 1. ปนดั ดารบั ประทานอาหารวนั ละ1 มอ้ื เพอื่ ประหยดั เงนิ 1. พราหมณ 2. กษัตริย 2. ลลนาเปล่ียนโทรศัพทมือถือเคร่ืองใหม เพราะเคร่ือง 3. แพศย 4. ศทู ร เกาเสีย 3. อภิสมัยไมยอมไปพบแพทยแมปวยหนัก เพราะกลัว 4D0. การเรยี นรูว ถิ ีการดําเนนิ ชวี ิตของศาสนิกชนในศาสนาอืน่ มีความจําเปน อยา งยิง่ เพราะเหตใุ ด เสียเงิน 1. สามารถปฏบิ ตั ติ นตอกนั ไดอ ยางเหมาะสม 4. ชาลิสาดื่มนํ้าอัดลมเปนประจําทุกวัน เพราะชื่นชอบ 2. หาความแตกตา งของแตล ะศาสนาไดง า ยขนึ้ 3. โนม นาวใหศาสนาอ่นื ปรบั ปรงุ หลกั คาํ สอนใหด ขี ้นึ ได รสชาตคิ วามหวาน โครงการวัดและประเมินผล (6) 4. ชวยแนะนําวิธีการเผยแผศาสนาใหประสบความสําเรจ็

2ตอนท่ี ตอบคําถามใหถูกตอ ง จํานวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน ¤Ðá¹¹·èÕ ä´Œ ¤Ðá¹¹àµçÁ 10 1. ผปู กครองประเทศสามารถนําหลักธรรมเรอื่ งอปรหิ านิยธรรมมาใชสรา งความเจรญิ กา วหนาใหแกบานเมืองไดอ ยา งไร โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. นกั เรยี นสามารถนาํ คณุ ธรรมที่ควรถอื เปนแบบอยางของพระนางมหาปชาบดโี คตมีเถรี ไปใชใ นการศกึ ษาเลา เรียนไดอ ยา งไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. การศกึ ษาหลกั ธรรมเรือ่ ง ไตรลักษณ มีประโยชนอยางไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. พุทธศาสนิกชนทด่ี ีควรปฏบิ ัตติ นตามหลกั พทุ ธปณิธาน 4 อยา งไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. การฝกบรหิ ารจติ เปนประจาํ อยา งสม่าํ เสมอ จะกอใหเกิดประโยชนต อการเรยี นอยางไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (7) โครงการวัดและประเมินผล

แบบทดสอบวช� า สังคมศกึ ษาฯ สาระการเรย� นรู พระพุทธศาสนา ชุดที่ 2 ¤Ðá¹¹·Õè ä´Œ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3 ¤Ðá5¹0¹ÃÇÁ ชื่อ นามสกลุ…………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………….. เลขประจาํ ตัวสอบ โรงเรียน……………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………. สอบวนั ท่ี เดอื น พ.ศ.…………………….. ……………………………………….. ………………………………………………… โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด 1ตอนที่ 1. แบบทดสอบฉบบั นม�้ ที ั้งหมด 40 ขอ 40 คะแนน ¤Ðá¹¹·Õè ä´Œ 2. ใหนักเรยี นเลือกคาํ ตอบท่ถี กู ท่สี ุดเพยี งขอเดียว ¤Ðá¹¹àµÁç 40 โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ C1. ในสงั คมยคุ ปจ จบุ นั ซง่ึ วถิ ชี วี ติ เตม็ ไปดว ยความเรง รบี การ C4. ขอใดตอไปน้สี อดคลองกับ “ธัมมจกั กัปปวัตตนสูตร” เผยแผพระพุทธศาสนาควรใชวิธีการใดจึงจะประสบความ 1. สอนใหคนสรางความดี ละเวนความช่ัว ทําจิตใจให สาํ เร็จมากทีส่ ดุ บริสุทธ์ิผอ งใส 1. ใชเ ทคโนโลยีทท่ี นั สมัยเขา ชว ย 2. แนะแนวทางในการหลุดพนจากความทุกขและการ 2. เลอื กเผยแผเ ฉพาะชาวตางชาติ ดาํ เนนิ ชีวิตบนทางสายกลาง 3. สนับสนุนใหองคก รชาวพุทธชวยดแู ล 3. อธบิ ายถงึ องคป ระกอบสาํ คญั ของพระพทุ ธศาสนาวา คอื 4. เผยแผเฉพาะหลักธรรมทเี่ ขาใจงายไมซ บั ซอน พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ 4. ชี้ใหเขาใจวาสังขารของคนเราน้ันไมเที่ยงยอมเกิดแก A2. ประเทศใดตอไปน้ีมีประชากรสวนใหญนับถือพระพุทธ- เจ็บตายไปตามวันเวลา จงึ ไมควรยึดติดในรูปกาย ศาสนานิกายเถรวาท 1. ภฏู าน E5. เหตุใดพระพุทธเจาจึงทรงมุงไปแสดงธรรมแกปญจวัคคีย 2. ศรีลังกา แมพ บผอู น่ื ก็ไมทรงสอน 3. ปากสี ถาน 1. ทรงตองการแกไ ขความเขา ใจผิดและทรงตองการ 4. บังกลาเทศ สักขีพยานแหงการตรัสรู 2. เพ่ือตอบแทนท่ีปญจวัคคียเคยอยูรับใชพระองคในชวง D3. ขอ ใดกลา วถกู ตอ งเกยี่ วกบั พระพทุ ธศาสนาในประเทศญป่ี นุ ทีท่ รงบาํ เพ็ญทุกรกิรยิ า 1. พระภิกษุชาวเกาหลีนําคณะสงฆมาเผยแผพระพุทธ- 3. ทรงเห็นวาหลกั ธรรมทพ่ี ระองคต รัสรูมปี ระโยชน ศาสนา 2. ชาวญี่ปุนรับพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทมาจากชาว ตอ เหลา ปญจวคั คียมากกวาบุคคลอน่ื 4. ปาอสิ ิปตนมฤคทายวนั ซ่ึงปญ จวัคคียพากนั ไปอยู อนิ เดยี ตง้ั อยูใกลเ คียงสถานทตี่ รสั รมู ากทสี่ ุด 3. พระพุทธศาสนาและศาสนาขงจื๊อไดรับยกยองใหเปน ศาสนาประจําชาติ 4. พระพุทธศาสนานิกายมหายานไดรับความนิยมในหมู ชนชนั้ สูงของญ่ปี ุนกอ น ความรู ความจาํ ความเขา ใจ การนําไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมนิ คา A B C D E F โครงการวัดและประเมินผล (8)

D6. หลกั คําสอนเร่ืองทศพิธราชธรรมมีจดุ มงุ หมายสาํ คัญ 1C1. พระพทุ ธเจา ทรงสอนใหม นษุ ยร จู กั แกป ญ หาโดยใชป ญ ญา อยา งไร หลกั ธรรมในขอใดนําไปสูก ารแกป ญหาตา งๆ ได 1. สอนใหมนษุ ยเ ชอ่ื ในส่งิ ท่ีพสิ ูจนได 1. อริยสัจ 4 2. สังคหวัตถุ 4 2. สอนใหค นในสังคมรกั และสามคั คตี อ กัน 3. อิทธบิ าท 4 4. ฆราวาสธรรม 4 3. สอนใหผปู กครองมคี ุณธรรม เปนผูน ําที่ดี 4. สอนหนา ที่ของลกู ท่ีพึงปฏิบัตติ อบิดามารดา 1E2. แตงโมเคยมีรูปรางหนาตาดมี ากอ น แตเ ม่อื มอี ายมุ ากขึน้ ก็มรี ว้ิ รอยเหย่ี วยนปรากฏ เธอจึงรสู ึกทกุ ขใจอยางมาก B7. พระพุทธรปู ท่ีเห็นตามภาพ เปนพระพุทธรูปประจาํ วันเกดิ แตงโมควรนาํ หลกั ธรรมใดมาใชเ พอื่ ระงบั ความทกุ ขด งั กลา ว ของผทู เ่ี กิดวันใด 1. กรรม 2. ไตรลักษณ 3. อริยมรรค 1. วนั พฤหัสบดี 4. อบุ าสกธรรม 2. วนั ศกุ ร 3. วันเสาร 1E3. ภาษิณีสําเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก จึงคิดวาตนเอง 4. วนั อาทติ ย มีความฉลาดและคิดวาความเห็นของตนถูกตองเสมอ รวมทงั้ ชอบคดิ ถงึ แตผ ลประโยชนส ว นตนมากกวา สว นรวม การกระทําเหลานี้เกิดการถือตนเองเปนศูนยกลาง ทําให D8. “รตั ตัญ”ู มีความหมายตรงกับบคุ คลในขอ ใด การปฏิบัติตามพุทธธรรมดําเนินไปไดไมดี ซึ่งตรงกับ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 1. สมทรง เรียนจบปริญญาเอกสาขาวิชาปรัชญาและ หลักธรรมใดของพระพทุ ธศาสนา ศาสนา 2. สมพร เปนครูมากวา 30 ป ทําใหเ ปนท่ีนับถอื ศรทั ธา 1. ทุจริต 3 2. อกุศลวติ ก 3 3. สัทธรรม 3 4. ปปญ จธรรม 3 ของผอู น่ื 3. สมศักด์ิ สอบไดนักธรรมชั้นโท หลังจากบวชเรียนมา 1C4. บุคคลใดไดรับประโยชนจากการฟงธรรมตามกาลตาม 5 พรรษา หลักธรรมเร่ือง มงคล 38 มากทสี่ ดุ 1. แจวนาํ ธรรมะที่ไดร บั ฟง ไปปฏิบัตจิ ริงในชวี ติ ประจําวัน 4. สมปอง เคยผา นการบวชเรียน การแตง งาน และเคย 2. จบิ๊ ไดพ บเพอ่ื นใหมห ลายคนทค่ี ยุ ถกู คอขณะไปฟง ธรรม ทาํ งานในตําแหนงตา งๆ มากวา 30 ป 3. เจนมีสมาธิมากข้ึนจนติดตอกับวิญญาณเพ่ือใหความ C9. บคุ คลในขอ ใดถอื วา ไดน าํ ขอ คดิ จากเรอื่ ง สวุ ณั ณหงั สชาดก ชวยเหลอื ได ไปใชใ หเกดิ ประโยชนม ากทีส่ ุด 4. จ๋ิวปล้ืมใจท่ีบุคคลรอบขางใหความชื่นชมที่เธอไปฟง 1. มะนาวเล้ยี งดแู ละเอาใจใสพ อแมที่แกช ราเปนอยา งดี 2. สมโอพูดจาสุภาพไพเราะและออนนอมถอมตนกับ ธรรมเสมอๆ ทุกคน 1F5. คุณประโยชนท ่เี หน็ ไดชดั ของหลักธรรมสปั ปุริสธรรม 3. นอยหนาขายอาหารราคาไมแพงจึงมีลูกคามาอุดหนุน คืออะไร 1. สงเสริมการทําดี สมาํ่ เสมอ 2. ปองกันการทาํ รา ยกัน 4. สาล่ีตั้งใจเรียนและหม่ันทบทวนบทเรียนจนสอบเขา มหาวทิ ยาลยั ได 3. ทําใหบคุ คลเปน คนดี 4. ชว ยรักษาสภาพแวดลอ ม 1D0. พระมหาสาํ เริงไดรับการยกยอ งวา “เปนผูปฏบิ ตั ดิ ”ี แสดง วา ทา นปฏิบัติตามหลกั ธรรมขอใด 1C6. หลังจากศึกษาเร่ืองพระไตรปฎกแลว นักเรียนควรปฏิบัติ ตนอยา งไร 1. อริยสจั 4 1. หาซือ้ พระไตรปฎ กมาเกบ็ ไวทีบ่ าน 2. อทิ ธบิ าท 4 3. อริยมรรค 8 2. นําความรทู ี่ไดศกึ ษาไปเผยแผใหรุนนอ งไดเ ขาใจ 3. รวมบรจิ าคเงนิ สรา งหอไตรเกบ็ รักษาพระไตรปฎ ก 4. สาราณยี ธรรม 6 4. นาํ หลกั ธรรมและขอ คิดตา งๆ มาใชในชีวิตประจาํ วนั (9) โครงการวัดและประเมินผล

1E7. ขอ ใดสอดคลองกับ “หลกั พหสู ตู 5” 2B2. การประกาศตนวาจะยอมรับนับถือและปฏิบัติตามหลัก 1. หลกั ปฏบิ ตั ิ 5 ประการ ทจ่ี ะทาํ ใหเ ขา ใจพระพทุ ธศาสนา คําสอนของพระพุทธเจา เปนพิธีกรรมใดของพุทธ- อยางลกึ ซ้ึง ศาสนิกชน 2. ศีล 5 ขอ ทีช่ าวพทุ ธควรปฏิบตั ิ เพือ่ สรางความสงบ 1. พิธีกรวดนาํ้ รมเยน็ ใหแ กชวี ติ 2. พิธถี วายสังฆทาน 3. องคประกอบของชีวิต 5 ประการ ไดแก รูป เวทนา 3. พิธตี ักบาตรเทโวโรหณะ สัญญา สังขาร และวิญญาณ 4. พิธแี สดงตนเปน พทุ ธมามกะ 4. ขอ ควรปฏิบตั ิ 5 ประการ เพื่อความเจรญิ กาวหนา และ ความปลอดภัยของผูปฏิบัติ 2F3. การปฏิบัติตนเปนตัวอยางที่ดี ถือวาไดเผยแผเกียรติคุณ ของพระพุทธศาสนาและปกปองพระธรรมอยางไดผลมาก 1A8. บคุ คลท่ที าํ ดเี พยี งเลก็ นอย แตจะเอาผลดีมากๆ หมายถึง ที่สุด นักเรียนคิดวาการปฏิบัติตนเชนใดจะทําใหบรรลุผล ลกั ษณะของผูประมาทประเภทใด ดงั กลาวอยางดที ่ีสดุ 1. พวกกสุ ีตะ 1. ไมท ําความชว่ั ทําแตค วามดี ทําใจใหบริสทุ ธ์ิ 2. พวกสิถิละ 2. สงบจติ สงบใจ บําเพญ็ สมาธิ ศกึ ษาไสยศาสตร 3. พวกสรุ ิถะ 3. พดู คุยอภิปราย แจกเอกสาร จดั งานทาํ บุญสม่าํ เสมอ 4. พวกทุจรติ ะ 4. กลา วเชดิ ชพู ระพทุ ธศาสนา ตาํ หนพิ วกนอกลทั ธิ ตอ ตา น โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ ศาสนาอื่น 1F9. พระสงฆพ งึ ใชว ธิ กี ารสอนประชาชนอยา งไรจงึ จะเหมาะสม มากท่สี ดุ 2F4. จดุ มงุ หมายทีส่ าํ คัญทส่ี ดุ ของการถวายเทยี นพรรษาแด 1. แสดงอิทธิฤทธ์ิใหปรากฏ พระภกิ ษสุ งฆค อื อะไร 2. หมั่นแสดงพระธรรมเทศนา 1. ไดไ ปเกิดบนสวรรค มชี วี ติ ที่สขุ สบาย 3. ปฏิบัติดี ปฏิบตั ิชอบเปน ตวั อยา ง 2. รกั ษาประเพณีเกา แกทม่ี ีมาตัง้ แตส มัยพทุ ธกาล 4. จัดนิทรรศการใหค วามรเู กยี่ วกบั พระพทุ ธศาสนา 3. ใชจ ุดใหแ สงสวางขณะพระสงฆปฏิบัตศิ าสนกิจ 4. ใหพระสงฆไดศึกษาถึงวิธีการหลอและแกะสลักเทียน 2E0. ขอใดเปนผลที่จะเกิดข้ึนหากครูและศิษยปฏิบัติตอกันตาม ขนาดใหญ หลกั ทิศ 6 1. ครแู ละลูกศิษยมคี วามรรู อบตัวมากขนึ้ 2C5. พิธีปวารณาของสงฆสามารถนําไปใชพัฒนากิจการของ 2. ครแู ละลูกศิษยร ักและผกู พนั กันมากขึ้น ฆราวาสไดเ พราะเหตใุ ด 3. ครูและลูกศิษยมโี อกาสสรา งบญุ กศุ ลมากขน้ึ 1. ไดม คี วามรมู ากย่งิ ข้ึน 4. ครูและลูกศษิ ยเ ปนท่ีรจู กั ของคนทว่ั ไปมากข้นึ 2. ไดมโี อกาสแสดงความในใจ 3. ไดท ราบขอ บกพรอ งของตนเอง 2E1. การปกปองพระพุทธศาสนาในขอใด ถือเปนกระทําท่ี 4. ไดรจู กั การแสดงออกในทปี่ ระชุม ไม ถกู ตอง 1. แจง ตํารวจเมอ่ื พบเหน็ ผูท ําลายพระพุทธรูป 2B6. เพราะเหตุใดจงึ เรียกวา “ผาจํานําพรรษา” 2. รมุ ทํารา ยทุบตีคนที่ขโมยเงนิ ในตูบริจาคของวดั 1. เพราะเปน การถวายเฉพาะจวี รเทานั้น 3. สงหนังสือประทวงประเทศที่เขียนบทความดูหม่ิน 2. เพราะมีการระบวุ ิธกี ารใชไ วอ ยางแนนอน พระพุทธศาสนา 3. เพราะเปน ผาที่ใชไ ดเ ฉพาะชว งเขาพรรษาเทา นั้น 4. อธบิ ายเมอ่ื มผี เู ขา ใจหลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาผดิ 4. เพราะภิกษุจะรบั ไดก ็ตอเมอ่ื อยูจ ําพรรษาแลวเทานั้น ใหเ กดิ ความเขา ใจท่ีถกู ตอ ง 2B7. “การถวายผา ไตรจวี รแดพ ระสงฆ โดยทอดผา วางขวางไว บนสายภษู าโยงจากศพตรงหนา พระสงฆแ ตล ะรปู ” ขอความดงั กลาวหมายถึงศาสนพิธใี ด 1. การบังสุกลุ 2. การกรวดนํา้ 3. การถวายไทยธรรม 4. การสวดสงวญิ ญาณ โครงการวัดและประเมินผล (10)

2C8. การจัดอาสนะสําหรับพระสงฆ อรุณควรคํานึงถึงเร่ืองใด 3E4. หลกั ธรรมใดของพระพทุ ธศาสนาสอดคลอ งกบั หลกั การของ มากท่สี ดุ เศรษฐกจิ พอเพยี งมากทส่ี ดุ 1. มัชฌิมาปฏิปทา 2. ฆราวาสธรรม 7 1. ไมค วรใชผ าปพู ืน้ อาสนะของพระสงฆ 3. อกุศลกรรมบถ 10 4. มิตรแท - มิตรเทียม 2. ไมควรแยกอาสนะพระสงฆกบั คฤหสั ถอ อกจากกัน 3. ไมควรหนั หนาอาสนะพระสงฆไปทางทศิ ตะวนั ตก 3C5. หากประชาชนของประเทศปฏิบัติตามหลักสันโดษของ 4. ไมควรจัดอาสนะของพระสงฆกับท่ีนั่งของผูรวมพิธี พระพทุ ธศาสนา จะเกิดผลอยางไร เทาๆ กัน 1. อาชีพเกษตรกรรมเจรญิ กาวหนา 2. สงั คมจะสงบสขุ ผูค นไมเบียดเบยี นกนั 2F9. การแผเ มตตามวี ัตถปุ ระสงคเ พื่ออะไร 3. เศรษฐกิจของประเทศหยดุ น่ิงไมเ ตบิ โต 1. ทําใหจ ิตใจเปนสุข 2. ลดละการเบยี ดเบยี น 4. คนในสงั คมจะไมยงุ เกี่ยวกันตา งคนตางอยู 3. ทาํ ใหจ ติ เปนสมาธเิ ร็ว 3D6. การกระทําของบคุ คลในขอใด จัดเปนการใหทานแบบ 4. สง ความปรารถนาดีไปยังผูอน่ื อามสิ ทาน 1. ทิพานนั แนะนําเพ่อื นใหเ ลิกดืม่ สุรา 3D0. เพราะเหตุใดเราจึงควรใชวิธีอานาปานสติในการฝกปฏิบัติ 2. ทดั เทพตักเตือนเพอื่ นไมใหห นีเรยี น สมาธิ 1. ไมทาํ ใหรา งกายลา 3. ทนิ ภทั รชวนเพ่ือนไปปฏบิ ัติธรรมเสมอ 4. ทิพกรบริจาคผา หม ใหผ ูป ระสบภัยหนาว โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 2. พระสงฆนยิ มใชว ธิ ีนี้ 3. กระทาํ ไดง ายไมส ับสน 3C7. จากความเชือ่ เรอ่ื งบาปกาํ เนิดของคริสตศาสนา ทาํ ให 4. ทาํ ใหจ ติ เขาสูสมาธริ วดเร็ว ครสิ ตศาสนกิ ชนตองเขารวมพิธีรับศลี ศกั ดส์ิ ทิ ธ์ขิ อ ใด 1. ศีลกาํ ลงั 2. ศีลอนุกรม 3A1. “การคิดพิจารณาโดยแยบคายเพ่ือเขาถึงความจริง โดย 3. ศลี ลา งบาป 4. ศลี อภัยบาป สืบคนหาเหตุผลไปตามลําดับ หรือตริตรองใหรูจักสิ่งท่ีดี และส่งิ ท่ีชั่ว” ขอความดงั กลาวหมายถึงวิธีการคิดแบบใด 3D8. ลักษณะพิเศษของศาสนาอิสลามท่ีแตกตางไปจากศาสนา 1. จักรวรรดิวัตร อ่ืนคือขอ ใด 2. โยนิโสมนสกิ าร 1. การปฏบิ ตั ิศาสนกจิ ไมแยกจากชีวิตประจําวัน 3. อปริหานยิ ธรรม 2. ชาวมสุ ลมิ ศรทั ธาในพระตรเี อกานภุ าพเทา น้ัน 4. ปฏจิ จสมุปบาท 3. ศาสนาอสิ ลามเกิดในภมู ิภาคเอเชยี ตะวันตกเฉียงใต 4. ศาสนาอิสลามเชื่อวาพระเปนเจาทรงลิขิตชีวิตของ 3D2. เมื่อแสงโสมสอบตก จึงคิดทบทวนวาเกิดจากสาเหตุใด มนุษย กพ็ บวา เกดิ จากการไมต งั้ ใจเรยี นและทบทวนบทเรยี นนอ ย จากนั้นแสงโสมก็ลงมือแกไข โดยตั้งใจเรียนและทบทวน 3D9. สตรีฮินดูสามารถปฏิบัติพิธีสังสการไดดังตอไปน้ี ยกเวน บทเรียนใหมากข้ึน จนกระทั่งสอบผานและไดคะแนนดี ขอ ใด แสดงวา แสงโสมกําลังคดิ แบบโยนิโสมนสิการวธิ ใี ด 1. ปงุ สวัน 2. จฑู กรรม 1. คิดแบบอรรถสัมพนั ธ 3. อุปนยัน 4. อันนปราศนั 2. คิดแบบรูเทา ทนั ธรรมดา 3. คดิ แบบสบื สาวเหตุปจ จยั 4F0. แมแ ตล ะศาสนาจะมีหลกั ปฏบิ ัตหิ รอื หลกั ความเชือ่ ที่ 4. คิดแบบอริยสัจหรอื แกป ญ หา แตกตางกนั แตห ลักคําสอนทส่ี อดคลอ งกันของทกุ ศาสนา คอื ขอใด 3D3. ลักษณะสําคัญของเศรษฐกิจพอเพียงเปน อยา งไร 1. ความศรัทธาตอ คมั ภีรของศาสนา 1. เนนการบรโิ ภคใหม ากทสี่ ดุ 2. การไมสรางความเดอื ดรอนแกส งั คม 2. ผลติ สนิ คา เกษตรกรรมเปน หลัก 3. ความจงรกั ภักดตี อพระเปนเจาและศาสดา 3. พง่ึ ตนเองไดและรูจักพอประมาณ 4. การบูชาเครอื่ งรางของขลังเพื่อยึดเหนยี่ วจติ ใจ 4. ดาํ รงชพี ดวยการแลกเปล่ียนสนิ คาซึ่งกนั และกนั (11) โครงการวัดและประเมินผล

2ตอนท่ี ตอบคําถามใหถ กู ตอง จาํ นวน 5 ขอ ขอ ละ 2 คะแนน ¤Ðá¹¹·Õè ä´Œ ¤Ðá¹¹àµçÁ 10 โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 1. การเผยแผพ ระพทุ ธศาสนาในสมยั ปจ จบุ ันสามารถทาํ ไดโดยวธิ กี ารใด …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 2. ในภาวะที่บานเมืองประสบกับปญหาวิกฤตเศรษฐกิจ หรือในภาวะที่คาครองชีพในการดําเนินชีวิตสูงขึ้น นักเรียนสามารถนํา แนวคดิ เศรษฐกจิ พอเพยี งมาปรับใชใ นการดําเนินชวี ติ ไดอยา งไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 3. การเผยแผพระพทุ ธศาสนาใหไดผ ลดี มหี ลักการทีค่ วรคาํ นงึ ถึงอยางไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 4. ในวนั สาํ คัญทางพระพุทธศาสนา ชาวพุทธควรปฏบิ ัติตนอยา งไร และหากปฏิบตั แิ ลวจะกอ ใหเกิดผลดอี ยา งไรบาง …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 5. การเรียนรูว ิถีการดาํ เนินชวี ติ หรอื หลักปฏบิ ตั ติ นของศาสนกิ ชนตางศาสนามีประโยชนอ ยางไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. โครงการวัดและประเมินผล (12)

แบบทดสอบวช� า สังคมศกึ ษาฯ สาระการเรย� นรู พระพุทธศาสนา ชุดที่ 3 ¤Ðá¹¹·Õè ä´Œ ชน้ั มธั ยมศึกษาปท่ี 3 ¤Ðá5¹0¹ÃÇÁ ช่อื นามสกลุ…………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………….. เลขประจาํ ตัวสอบ โรงเรยี น……………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………. สอบวนั ท่ี เดอื น พ.ศ.…………………….. ………………………………………………… ……………………………………….. โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด 1ตอนท่ี 1. แบบทดสอบฉบับน�ม้ ีทงั้ หมด 40 ขอ 40 คะแนน ¤Ðá¹¹·Õè ä´Œ 2. ใหน กั เรยี นเลือกคําตอบที่ถูกทส่ี ดุ เพียงขอเดียว ¤Ðá¹¹àµÁç 40 D1. เพราะเหตใุ ดในปจ จบุ นั พระพทุ ธศาสนาในประเทศเกาหลใี ต D3. คุรปุ ท มสัมภวะมคี วามสําคญั ตอ พระพุทธศาสนาของ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ จึงเจรญิ รุงเรอื งมากกวา ประเทศเกาหลีเหนอื ประเทศภูฏานอยา งไร 1. เกาหลีเหนือขาดพระภิกษุสงฆที่ทรงภูมิความรูดาน 1. เปนผูนาํ พระพุทธศาสนาเขามาเผยแผในภฏู าน พระพุทธศาสนา 2. เปน ผสู รางพุทธศาสนสถานทสี่ าํ คัญๆ ในภูฏาน 2. ชาวเกาหลีเหนือสวนใหญหันไปเลื่อมใสคริสตศาสนา 3. เปน ผนู าํ ในการสงั คายนาพระไตรปฎ กครงั้ แรกในภฏู าน นิกายโรมนั คาทอลกิ 4. เปนผูฟนฟูพระพุทธศาสนาในภูฏานใหกลับมารุงเรือง 3. เกาหลีเหนือปกครองดวยระบอบคอมมิวนิสตจึงไม อีกครงั้ สนบั สนนุ พระพุทธศาสนา 4. รัฐบาลเกาหลีเหนือมุงพัฒนาดานการทหารจึงไม F4. ทศิ 6 ชว ยใหส ังคมเกิดความเปนระเบียบเรียบรอย สนบั สนุนใหประชาชนนับถอื พระพุทธศาสนา ไดอยา งไร 1. คนในสงั คมปฏบิ ตั ติ อ กนั อยา งถกู ตอ ง สงั คมจงึ เกดิ ความ F2. การเผยแผและการนบั ถือพระพุทธศาสนาในทวีปแอฟรกิ า สงบสุข มคี วามเจริญรุง เรอื งมากนอ ยเพยี งใด เพราะเหตุใด 2. คนเกรงกลัวบาปกรรม ไมกลาทําความช่ัวใดๆ สังคม 1. เจริญรุงเรือง เพราะมีชาวแอฟริกาจํานวนมากหันมา จงึ ไมวุนวาย เลือ่ มใสศรัทธาพระพุทธศาสนา 3. คนในสังคมปฏิบัติตอกันดวยความเมตตา สังคมจึง 2. เจรญิ รงุ เรอื ง เพราะมพี ระสงฆจ ากประเทศตา งๆ จารกิ นาอยูมากยิ่งขึน้ เขาไปประกาศพระพุทธศาสนา 4. เปน พื้นฐานของการออกกฎหมาย ประชาชนทกุ คนจึง 3. ไมเ จรญิ รงุ เรอื ง เพราะรฐั บาลหลายประเทศไมส นบั สนนุ อยูในกฎระเบยี บของสังคม การเผยแผพ ระพทุ ธศาสนา 4. ไมเจริญรุงเรือง เพราะมีขอจํากัดทางดานวัฒนธรรม ปญหาการเมือง และปญหาเศรษฐกิจ ความรู ความจาํ ความเขาใจ การนาํ ไปใช การวเิ คราะห การสงั เคราะห การประเมนิ คา A B C D E F (13) โครงการวัดและประเมินผล

C5. บคุ คลใดปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรม “โอวาทปาฏิโมกข” 1C0. เพราะเหตใุ ดพระสงฆจ ึงเปนผคู วรแกของทําบญุ มากท่ีสุด 1. พระสงฆม คี วามสงบทางกาย วาจา และใจ 1. ปญ ญา ต้งั ใจวา จะอปุ สมบทเปนพระสงฆเ ม่อื อายุ 2. พระสงฆเปน ผปู ฏิบตั ิคาํ สอนของพระพทุ ธเจา ครบ 21 ป 3. พระสงฆม หี นา ทีส่ งั่ สอนชาวบา นใหประพฤตดิ ี 2. สรยทุ ธ ปรงุ อาหารสดใหมอ ยา งหลากหลาย เพอ่ื นาํ มา 4. พระสงฆเ ปน ผมู ศี ลี บรสิ ุทธ์ิ ปฏิบัตดิ ี ปฏบิ ัติชอบ ใสบาตรทุกเชา 3. สัญญา มักพาครอบครวั ไปเวยี นเทียนท่ีวดั ในวนั สาํ คญั 1D1. เพราะเหตใุ ดพทุ ธศาสนิกชนจงึ ควรตระหนักวา ตัวตนของ เรานั้นเปนอนตั ตา ทางพระพุทธศาสนา 1. เปล่ียนไปตามเหตุปจ จัย 4. วทิ วสั เปน ผทู ท่ี าํ แตค วามดแี ละสามารถบรหิ ารจติ ใจให ผอ งใสอยเู สมอ ทาํ ใหคนรอบขางนํามาเปน แบบอยา ง 2. ไมมีความสมบรู ณในตวั เอง 3. ตายแลว ไปรวมกับพระพทุ ธเจา ในการดําเนินชีวติ 4. ประกอบดว ยวญิ ญาณที่มองไมเ หน็ C6. เด็กชายปราโมทยมีความฝนวาโตขึ้นอยากเปนหมอรักษา 1D2. คมกริชไมยอมขายสิ่งเสพติด แมเพ่ือนที่ชวนจะบอกวา คนไข ปราโมทยควรนําคุณธรรมขอใดของพระนางมหา- ทําใหฐานะร่ํารวยข้ึนอยางรวดเร็ว แสดงวาคมกริชปฏิบัติ ปชาบดีโคตมเี ถรีมาใชเปนแบบอยาง 1. เปน ผมู ีความตง้ั ใจแนว แน ตามหลกั อริยมรรคขอ ใด 1. สัมมาทฏิ ฐิ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 2. เปนผมู ีคารวธรรมอยา งย่ิง 2. สัมมาสังกัปปะ 3. เปน ผูทีม่ องเหน็ การณไกล 4. เปนผทู ร่ี ักในความสันโดษ 3. สมั มาอาชีวะ 4. สัมมาวายามะ C7. บุคคลทานใดมีคุณธรรมท่ีควรถือเปนแบบอยางในเร่ือง “เปนผูเหน็ การณไกล” 1F3. อิทธิบาท 4 มคี วามสําคญั อยา งไร 1. พระเขมาเถรี 1. ชวยกระตนุ ใหขยันทํางาน 2. ชวยใหงานประสบความสาํ เรจ็ 2. พระเจาปเสนทโิ กศล 3. ทาํ ใหง านยากกลายเปนงานงาย 3. พระอญั ญาโกณฑญั ญะ 4. พระนางมหาปชาบดโี คตมเี ถรี 4. ทาํ ใหร อบรใู นงานท่ีกาํ ลังกระทํา B8. ศาสตราจารยส ญั ญา ธรรมศกั ดิ์ มีโอกาสไดรับใชใ ตเ บือ้ ง 1B4. ขอ ใดอธบิ ายหมวดกบั เนอ้ื หาสาระของพระไตรปฎ กไดอ ยา ง พระยคุ ลบาทอยา งใกลช ดิ ไดด าํ รงตาํ แหนง องคมนตรแี ละ ถกู ตอง 1. พระวนิ ยั ปฎ ก : วา ดวยเรื่องเทศนาของพระสาวก ประธานองคมนตรโี ดยลําดบั เปน เวลานานถงึ 30 ป คําท่ี 2. พระสตุ ตนั ตปฎ ก : วาดวยพระธรรมที่พระพุทธเจา ขดี เสนใตส ะทอนใหเห็นคุณธรรมในเรอื่ งใด 1. ความจงรกั ภกั ดีตอ ประเทศชาติ ทรงแสดง 3. พระอภิธรรมปฎก : วาดวยศีลของภิกษุสงฆ ภิกษุณี 2. ความจงรักภกั ดีตอพระพุทธศาสนา และพธิ กี รรมตางๆ 3. ความจงรกั ภกั ดตี อสถาบนั พระมหากษตั ริย 4. ความจงรกั ภกั ดตี อบดิ ามารดาและครูอาจารย 4. พระกถาวัตถปุ ฎ ก : วา ดว ยธรรมะทอ่ี ธบิ ายเปน หลกั วชิ า ชั้นสูง ไมกลาวถงึ บุคคล D9. ขอใดกลา วถึง “ชาดก” ไดถกู ตองทส่ี ดุ 1. คาถาชาดกเปน สวนของชาดกท่ีมตี ัวละคร 1C5. หากนักเรียนตอ งการศึกษาธรรมะเรือ่ ง กศุ ลกับอกุศล ควรอานคมั ภีรใดในพระอภธิ รรมปฎก 2. อรรถกถาชาดกเรยี กอกี อยางหน่ึงวา นทิ านชาดก 1. ยมกคมั ภรี  3. นิทานชาดกใหคติธรรมและแงคดิ แกพระสงฆเ ทา น้ัน 4. ผูที่ฟง ชาดกครบทุกเร่ืองจะไดข ึ้นสวรรคช้นั ดาวดึงส 2. วภิ ังคค มั ภรี  3. ธาตุกถาคมั ภรี  4. ปฏฐานคมั ภรี  โครงการวัดและประเมินผล (14)

1C6. พทุ ธศาสนสภุ าษติ บทใดท่นี ักเรียนควรนํามาใช เพ่ือสราง 2D2. วัตถุประสงคส าํ คญั ของการจัดตง้ั องคกรชาวพุทธคืออะไร ความสาํ เรจ็ และเอาชนะตนเองไมใหต กอยูใ นกเิ ลส 1. ชวยเหลือพุทธศาสนิกชนทีป่ ระสบภยั พบิ ตั ิ 1. ธมฺมจารี สุขํ เสติ 2. ระดมเงนิ ทุนฟน ฟพู ระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย 2. สสุ สฺ สู ํ ลภเต ปฺญํ 3. ดําเนนิ การเผยแผแ ละปกปองพระพุทธศาสนาอยา ง 3. ปมาโท มจฺจุโน ปทํ สันติวิธี 4. อตฺตา หเว ชิตํ เสยโฺ ย 4. เปนศูนยกลางการสรางสรรคศิลปวัตถุที่เก่ียวของกับ พระพุทธศาสนา 1D7. ถานักเรียนประพฤติปฏิบัติตนตามพุทธศาสนสุภาษิต “ธมฺมจารี สุขํ เสติ” อยา งเครงครดั จะไดรบั ผลดีอยางไร 2E3. วันเขา พรรษาเร่ิมตนจากเจตนารมณข องพระพุทธเจา 1. สอบไดเ กรดเฉล่ียสงู ขนึ้ ในเรื่องใดเดนชัดท่ีสดุ 2. มคี ุณภาพชีวติ และฐานะดีขึน้ 1. ไมเบียดเบยี นผอู ื่น 3. มีความสุขและมีแตค นรกั ใคร 2. ไมสมาคมกับผูอน่ื 4. เปนทเ่ี ชดิ หนา ชตู าแกว งศตระกลู 3. ละเวน การเยี่ยมเยียนผูอืน่ 4. พักผอนอิริยาบถชว่ั ระยะหน่ึง 1B8. ในการเขาเฝาสมเดจ็ พระสังฆราช สมหญิงควรใช สรรพนามแทนพระองคแ ละใชค าํ รบั วาอยา งไร 2A4. ศาสนพิธีใดท่ีจะตองมีผาบังสุกุลเปนองคประกอบสําคัญ 1. ฝา บาท : เพคะ ในพธิ ีกรรมนัน้ 2. ทานเจาคณุ : คะ 1. การทอดกฐิน โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 3. พระคุณเจา : เจาคะ 2. การทอดผา ปา 4. พระเดชพระคุณ : คะ 3. การตกั บาตรเทโว 4. การเทศนมหาชาติ 1E9. บคุ คลใดตอ ไปนไี้ ดช อ่ื วา เปน ผปู ฏบิ ตั ติ ามหลกั ทศิ เบอื้ งขวา ในทิศ 6 2D5. ขอใดตอ ไปนี้กลา วถูกตองเกี่ยวกับพิธีกรรมทาง 1. ปา นชวยเหลอื เพื่อนยามเพอื่ นเดอื ดรอ นเสมอ พระพทุ ธศาสนา 2. ปอซกั ถามบทเรียนท่สี งสัยกบั ครูดวยความเคารพ 1. วดั หน่ึงจะรบั กฐนิ ปละก่ีคร้งั ก็ได 3. แปงเช่อื ฟงคาํ แนะนาํ สัง่ สอนของบดิ ามารดาอยางดี 2. การทอดกฐินกระทําไดเ พียงปละ 1 ครัง้ 4. โปง ซื้อขนมมาฝากคนขับรถและคนรบั ใชท ่บี านเสมอ 3. วนั แรม 1 คํ่า เดือน 11 เปนวนั สดุ ทา ยทสี่ ามารถถวาย ผา ปาได 2C0. ขอใดเปน การปฏบิ ัตติ นตามหลกั พทุ ธปณิธาน 4 4. กําหนดเวลาในการถวายผาจํานําพรรษา คือ ในชวง ที่ ไม ถกู ตอ ง 1. รกั ษาเบญจศลี -เบญจธรรมอยางเครงครดั 1 เดือน กอ นเขาพรรษา 2. ศกึ ษาพระไตรปฎ กจนเขาใจอยางถอ งแท 2C6. เมื่อบงกชกรวดน้ําเสร็จเรียบรอยแลว ไดนําน้ําไปเทที่ 3. อธบิ ายหลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนาใหช าวตา งชาตฟิ ง โคนตนมะมวง การกระทําของบงกชเหมาะสมหรือไม 4. ตอบโตผ ทู ว่ี จิ ารณจ าบจว งพระพทุ ธศาสนาโดยใชว ธิ กี าร เพราะเหตใุ ด แบบเดียวกนั 1. เหมาะสม เพราะถือเปนการรดนํ้าตนมะมวง ทําให ตนมะมว งเจรญิ เติบโตไดด ี 2F1. ขอ ใดเปน จุดมุง หมายสาํ คัญของการแสดงตนเปน 2. เหมาะสม เพราะนํา้ ทก่ี รวดถือเปนของสูง ควรนาํ ไปเท พุทธมามกะ 1. ชว ยใหเ กิดปาฏหิ าริยข้นึ ในชวี ิต ทีส่ ะอาดหรือโคนตน ไม 3. ไมเหมาะสม เพราะนํ้าที่กรวดน้ันจะตองเก็บไวเพื่อ 2. ตดิ ตอ กับวิญญาณของคนตายได ประกอบพธิ ีกรรมอนื่ ตอไป 3. ลบลางกรรมเกาใหหมดไปไดอ ยา งสน้ิ เชงิ 4. เปนการยอมรับพระรตั นตรัยเปนสรณะสูงสดุ 4. ไมเหมาะสม เพราะดูเปนการไมเรียบรอย นํ้าท่ีนําไป เทนัน้ จะไหลนองเลอะเทอะ (15) โครงการวัดและประเมินผล

2F7. ถานักเรียนมีหนาท่ีรับผิดชอบการจัดเตรียมส่ิงของจําเปน 3E3. กอบเกียรติหมั่นคิดหาวิธีการทํางานใหรวดเร็วขึ้นอยูเสมอ สําหรับพิธสี งฆ ควรงดเวนการจัดเตรยี มในขอ ใด แสดงวา ปฏบิ ตั ิตามหลกั ธรรมอิทธิบาท 4 ขอใด 1. ธูป 3 ดอก พรอ มกระถางธูป 1. ฉนั ทะ 2. ถวยน้ํารอน น้าํ เยน็ และกระโถน 2. วิริยะ 3. ขันเงนิ หรือขันทองคําสําหรับใสน ้าํ มนต 3. จิตตะ 4. เทียนข้ีผงึ้ แทหนักหน่ึงบาทเปนอยา งนอ ย 4. วมิ งั สา 2C8. จุดมุงหมายสาํ คญั ของการฝก สมาธคิ อื อะไร 3E4. พิภพเปนรัฐมนตรีที่มักใชอํานาจหนาท่ีที่มีทําการทุจริต 1. ปองกันกเิ ลสตัณหา ฉอ ราษฎรบังหลวง จนวันหนง่ึ ถกู เปดโปงและถูกปลดจาก 2. ใหเปน ท่รี กั ของผูอ่ืน การเปนรฐั มนตรี เนอ่ื งจากขาดหลักธรรมในขอใด 3. ควบคุมจิตไมใหฟุงซาน 1. อรยิ สัจ 4 4. มีญาณลว งรเู หตกุ ารณลวงหนา 2. อิทธบิ าท 4 3. สนั โดษ 3 2C9. ชว งเวลาใดเหมาะสมสาํ หรับการฝก สมาธิ 4. ไตรสิกขา 3 1. กอ นนอน 2. หลังอาหาร 3F5. คุณคาที่สําคัญท่ีสุดซึ่งเกิดจากการปฏิบัติตนตามหลัก 3. หลังเลิกเรียน สนั โดษคอื ขอ ใด โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 4. เวลาใดก็ไดตามแตส ะดวก 1. ชวี ติ มีความสงบไมว ุน วาย 2. ความกระตือรอื รน ลดนอยลง 3E0. เพราะเหตใุ ดพระพทุ ธศาสนาจงึ ใหค วามสําคัญกับการ 3. หนาท่กี ารงานกา วหนาชากวาคนอืน่ พัฒนาปญญา 4. ไดอ ยูเฉยๆ ไมต องทําอะไรมากเกินไป 1. ทาํ ใหเ รารูจกั ปญหา 2. ทาํ ใหเ ราแกป ญหาได 3F6. ผูท่ีหม่ันเจริญสติภาวนาอยางสมํ่าเสมอ จะสงผลดีหลาย 3. ทาํ ใหเราตระหนกั ในปญหา ประการ ยกเวน ขอ ใด 4. ทําใหเรารสู าเหตุของปญหา 1. มีจิตใจผอ งใส 2. เปนที่ชนื่ ชมของผอู ่นื 3D1. วงศธรพบวา ตนมะมวงท่ีปลูกมีผลนอยมาก และผลมี 3. สขุ ภาพกายแขง็ แรง ขนาดเล็ก รสชาติไมหอมหวาน เขาจงึ พิจารณาถงึ การให 4. มสี มาธแิ นวแนในการเรยี น นํ้า ปุย รวมทั้งสถานที่ปลูกวาไดรับแสงแดดพอเหมาะ หรือไม การคิดของวงศธรตรงกับหลักโยนิโสมนสิการ 3E7. วนั ทช่ี าวครสิ ตเ ฉลมิ ฉลองการฟน คนื ชพี ของพระเยซคู รสิ ต แบบใด ซง่ึ จะใชไขเปนสัญลกั ษณ วนั ดังกลาวหมายถึงวนั ใด 1. คดิ แบบสบื สาวเหตปุ จ จัย 1. วนั อีสเตอร 2. คดิ แบบรูเ ทา ทนั ธรรมดา 2. วนั สะบาโต 3. คดิ แบบคุณโทษและทางออก 3. วนั ครสิ ตม าส 4. คิดแบบอริยสัจหรอื แบบแกป ญหา 4. วันขอบคณุ พระเจา 3D2. บุคคลในขอใดนําหลักธรรมเรือ่ งอรยิ สัจ 4 มาปฏิบตั ิ เพอ่ื 3C8. ขอ ใดกลาวถกู ตองเก่ยี วกบั หนาท่ีของชาวมุสลิม ใหเกิดการพัฒนาทย่ี ่งั ยืน 1. การบริจาคซะกาตตอ งทําในอัตรารอยละ 2.5 1. นิดตน่ื แตเชา ไปขายของทตี่ ลาดทกุ วัน 2. การละหมาดถือเปน กาวแรกสคู วามเปน มุสลิม 2. หนอยแบง เงนิ เดือนสวนหนึ่งไปฝากธนาคาร 3. มุสลมิ ทกุ คนตอ งทําการปฏญิ าณตนวันละ 1 ครง้ั 3. นอ ยเลือกซ้อื สิง่ ของท่ีจําเปนตอการดาํ รงชีพเทาน้นั 4. ในเดอื นเราะมะฎอนมสุ ลมิ ทกุ คนตอ งไปประกอบพธิ ฮี จั ญ 4. เล็กฝกบริหารจิตอยูเสมอเพื่อใหมีจิตใจท่ีหนักแนน ม่ันคง โครงการวัดและประเมินผล (16)

3A9. “ตรมี รู ติ” ประกอบดว ยพระเปนเจาสูงสุดพระองคใ ด 4F0. การอยรู วมกับผทู น่ี ับถือศาสนาแตกตางจากตนเอง 1. พระอศิ วร พระวิษณุ พระอนิ ทร ควรปฏบิ ตั ิตนอยางไรจงึ จะเหมาะสมท่ีสดุ 2. พระพรหม พระนารายณ พระศิวะ 1. สนใจเฉพาะเรอ่ื งของศาสนาตนเอง 3. พระสรุ สั วดี พระลกั ษมี พระอมุ าเทวี 2. หลกี เลี่ยงการศึกษาเรื่องราวของศาสนาอืน่ 4. พระพฆิ เณศ พระแมป ารวตี พระหริหระ 3. ไมดูหม่ินและศึกษาเรื่องของศาสนาอื่นจนเขาใจอยาง ถองแท 4. วจิ ารณห ลกั ปฏบิ ตั แิ ละหลกั ความเชอื่ ของศาสนาอนื่ ตาม ความเขา ใจของตน 2ตอนที่ ตอบคําถามใหถ กู ตอง จาํ นวน 5 ขอ ขอละ 2 คะแนน ¤Ðá¹¹·èÕ ä´Œ ¤Ðá¹¹àµçÁ 10 1. “โอวาทปาฏิโมกข” มคี วามหมายและความสาํ คัญอยา งไร โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 2. นกั เรยี นจะนําหลกั ธรรมเรื่อง อทิ ธบิ าท 4 มาใชเ พื่อใหก ารเรียนประสบความสําเร็จไดอยางไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (17) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 3. เพราะเหตใุ ดจึงกลา ววา “ครคู ือพอ แมคนที่ 2” ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 4. หลงั จากเขา รว มพธิ แี สดงตนเปน พุทธมามกะแลว พุทธศาสนกิ ชนท่ดี พี ึงปฏิบตั ิตนอยางไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 5. การคดิ แบบอริยสัจ 4 เปน วิธีการคิดอยา งไร พรอ มยกตัวอยางประกอบ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. โครงการวัดและประเมินผล (18)

เฉลยแบบทดสอบ ชุดท่ี 1 โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ ตอนที่ 1 1. ตอบ ขอ 4. มหาโพธสิ มาคมเปนสมาคมทก่ี อต้ังโดย อนาคารกิ ธรรมปาละ ชาวศรีลงั กา ใน พ.ศ. 2434 ซงึ่ สมาคมนี้ เปนศูนยกลางการฟนฟูพระพุทธศาสนาในอินเดีย โดยมีการจัดพิธีกรรม การบรรยายธรรม รวมท้ังการ ตพี มิ พน ติ ยสารภาคภาษาองั กฤษชอ่ื วา “มหาโพธริ วี วิ ” เพอื่ เผยแพรก จิ กรรมและแนวคดิ ทางพระพทุ ธศาสนา 2. ตอบ ขอ 3. การปฏวิ ตั วิ ฒั นธรรมในจนี ทเ่ี กดิ ขนึ้ ในชว ง พ.ศ. 2509-2512 ทาํ ใหพ ระพทุ ธศาสนาเสอื่ มโทรมลงอยา งมาก วดั ถกู ยดึ เปน สถานทร่ี าชการ พระภกิ ษถุ กู บงั คบั ใหล าสกิ ขาบท พระธรรมคมั ภรี ต า งๆ ถกู เผาทาํ ลาย ตลอดจน โบราณวตั ถแุ ละโบราณสถานทีเ่ กี่ยวขอ งกับพระพุทธศาสนาตา งกถ็ กู ทาํ ลายเชน กนั อยา งไรก็ตาม หลังจาก ประธานพรรคคอมมวิ นสิ ต เหมาเจอ ตง ถงึ แกอ สญั กรรมใน พ.ศ. 2519 รฐั บาลจนี ชดุ ตอ มาไดผ อ นปรนการ นับถอื ศาสนาใหก บั ประชาชนอกี ครั้ง ชาวพทุ ธในจนี จงึ รวมมอื กนั ฟน ฟพู ระพุทธศาสนาขน้ึ มาใหม ปจจุบนั ชาวจนี สวนใหญน บั ถอื พระพุทธศาสนาควบคไู ปกบั ลทั ธขิ งจ๊อื และลทั ธิเตา ในขณะทร่ี ฐั บาลจีนไดสนบั สนุน ใหมีการจัดต้ังพุทธสมาคมแหงประเทศจีนและสภาการศึกษาพระพุทธศาสนาข้ึนในกรุงปกก่ิง เพื่อเปน ศนู ยกลางการเผยแผพระพุทธศาสนากบั นานาชาติ 3. ตอบ ขอ 1. การทําความดียอมไดดี การทําความช่ัวยอมไดช่ัว เปนหลักความจริงท่ีสมเหตุสมผล ซ่ึงสอดคลองกับ หลักการทางวิทยาศาสตร อนั เปน ความเชื่อพนื้ ฐานของชาวตะวันตก ดังนั้น ชาวตะวันตกจึงยอมรบั และ สนใจในหลักคาํ สอนทางพระพทุ ธศาสนา 4. ตอบ ขอ 4. พระพุทธศาสนาสอนใหมนุษยมีความเมตตากรณุ าและมคี วามเอื้ออารีตอ กัน รวมทัง้ สอนใหมนษุ ยมีความ อดทน ความเสียสละ ไมเบียดเบียนผูอ่ืนดวย คําสอนเหลานี้มีสวนทําใหโลกเกิดความสงบสุขต้ังแตอดีต มาจนถงึ ปจ จบุ ัน 5. ตอบ ขอ 2. ในปจ จบุ นั พระพทุ ธศาสนาไดร บั การเผยแผไ ปทวั่ โลก และมผี คู นสนใจเปน จาํ นวนมาก เพราะหลกั ธรรมของ พระพทุ ธศาสนาสามารถนาํ ไปใชป ระโยชนไดจ รงิ ในชวี ติ ประจาํ วนั และชว ยใหจ ติ ใจของผปู ฏบิ ตั ติ ามคาํ สอน ของพระพุทธเจาพบกบั ความสงบสขุ ทางจติ ใจอยางแทจรงิ 6. ตอบ ขอ 1. เร่ืองราวของพทุ ธประวตั ิ สะทอนใหเ หน็ วา ทกุ อยางสามารถสาํ เร็จไดดวยความเพยี ร สติปญ ญา จริยวตั ร และคุณธรรมอันดีงามของพระพุทธเจา การฝกฝนและพัฒนาตนดวยหนทางที่ถูกตองเหมาะสม นับเปน สงิ่ ทช่ี าวพทุ ธควรนาํ มาใชเ ปน แบบอยา งในการดาํ เนนิ ชวี ติ เพอื่ สรา งประโยชนส ขุ แกต นเองและสงั คมตอ ไป 7. ตอบ ขอ 4. พระพุทธรูปปางมารวิชัย จําลองเหตุการณกอนพระพุทธเจาตรัสรู โดยขณะที่พระองคทรงนั่งสมาธิอยูใต ตน โพธ์ิ พญามารและเสนามารไดย กกองทัพมาขบั ไลพ ระองค และอา งวา บัลลังกท ท่ี รงกาํ ลงั นั่งอยนู นั้ เปน ของตน แตพระพุทธเจาทรงแยงวาเปนของพระองค เมื่อพญามารถามหาพยาน พระพุทธเจาจึงทรงช้ี พระดรรชนลี งพนื้ ดนิ และตรสั ขอใหพ ระแมธ รณเี ปน พยาน พระแมธ รณจี งึ ผดุ ขนึ้ จากพนื้ ดนิ และบบี มวยผม บนั ดาลกระแสนํ้าหลากพดั พากองทัพพญามารไปจนหมดสิน้ พญามารนคี้ ือกิเลสนัน่ เอง ดังนั้น การท่ีนักเรียนสามารถเอาชนะตอการยั่วยุของกิเลสได จึงถือวาเปนผูที่มีลักษณะตรงกับที่มาของ พระพุทธรปู ปางมารวิชัย (19) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 8. ตอบ ขอ 2. พุทธสาวกและพทุ ธสาวกิ าเปนผูที่ปฏบิ ตั ิดี ปฏบิ ัติชอบ ตง้ั ม่ันอยูในความดี จึงเปนแบบอยางใหช าวพุทธ ปฏิบัติตาม ผูที่ประพฤติตนตามพุทธสาวกและพุทธสาวิกา ชีวิตยอมพบความสุข ความสงบ และความ เจริญกา วหนา 9. ตอบ ขอ 3. การเปนผูท่ีมีความสนพระทัยในพระพุทธศาสนาเปนอยางย่ิง ทําใหหมอมเจาหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล ทรงพยายามศกึ ษาคน ควา หาความรเู กย่ี วกบั หลกั ธรรมคาํ สอนและเรอ่ื งราวตา งๆ ในพระพทุ ธศาสนา ตลอดจน ทรงศึกษาภาษาบาลีเพื่อสรางความเขาใจในพระพุทธธรรมไดเพิ่มขึ้น สิ่งเหลาน้ีลวนแตเปนเหตุท่ีทําให พระองคเปนผูมีความรูแตกฉานในพระพุทธศาสนา สวนตัวเลือกในขออื่นเปนผลท่ีเกิดจากการที่พระองค ทรงมีความรทู างพระพทุ ธศาสนาท่ยี อดเยยี่ ม 10. ตอบ ขอ 1. นนั ทิวสิ าลชาดกเลา เรอ่ื งราวที่เก่ียวกบั โคนนั ทวิ สิ าลท่ีไมย อมลากเกวียน หลงั จากไดฟ งวาจาไมส ุภาพจาก นายของตน จนทําใหผูเปนนายตองแพพนัน ตอมาเมื่อนายใชถอยคําสุภาพออนหวาน โคนันทิวิสาลจึง ยนิ ยอมลากเกวยี นและทาํ ใหช นะพนัน คตธิ รรมท่ีไดจ ากเรอื่ งนจี้ ึงเปน เรื่องของการพูดจาวา ควรพดู แตค ํา ไพเราะรื่นหู เปนที่พอใจของคนอ่นื ไมพ ดู จาแสลงหู 11. ตอบ ขอ 4. อัญชะลีกะระณีโย หมายถึง เปนผูควรแกการกราบไหว เนื่องจากพระสงฆเปนผูปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ จึงสมควรแกการกราบไหวดวยความเต็มใจ ซ่ึงคําตอบขอ 4. ถือเปนพระสงฆที่มีวัตรปฏิบัตินาเล่ือมใส การกระทําของพระสมชายจงึ ตรงกับคาํ วา “อญั ชะลกี ะระณโี ย” 12. ตอบ ขอ 2. ขันธ 5 หรือเบญจขนั ธ ประกอบดว ย รปู 1 และนาม 4 ดงั น้ี • รปู คอื สว นทเ่ี ปน รา งกาย รวมถงึ พฤตกิ รรมทง้ั หมดของรา งกายนนั้ เชน การหายใจ การหมนุ เวยี นโลหติ เปน ตน • เวทนา หมายถงึ ความรูสกึ ซ่งึ มี 3 ประเภท คือ • สขุ เวทนา คือ ความรสู ึกสบายใจ • ทุกขเวทนา คือ ความรสู กึ ไมส บายใจ • อุเบกขาเวทนา คอื ความรูสึกเฉยๆ • สญั ญา หมายถงึ การกาํ หนดหมายรสู ง่ิ ใดสงิ่ หนง่ึ การแยกแยะไดว า อะไรเปน อะไร หรอื ความจาํ ไดน น่ั เอง • สังขาร หมายถึง สิ่งที่ปรุงแตง จิต • วญิ ญาณ หมายถึง การรับรูผานประสาทสมั ผสั ท้ัง 5 และใจ ดงั น้ัน ท่ีบอกวา นกั เรยี นจําไดวาเปนรูปของเพอ่ื นสมัยเรยี นช้ันประถมศึกษา จึงจดั เปนสัญญา 13. ตอบ ขอ 4. วฏั ฏะ 3 คือ การเวยี นวา ยตายเกดิ ดวยอํานาจแหง กิเลส กรรม และวิบาก โดยการที่นายอดุลยเ ปน หน้กี าร พนนั ฟตุ บอลและคดิ ยักยอกเงนิ ของบรษิ ัท จดั เปนกเิ ลส เมื่อลงมอื ทําจริงๆ จัดเปน กรรม แตเกดิ ถูกจบั ได และถูกสงใหเจา หนา ท่ีตํารวจดําเนนิ คดี จัดเปนวบิ าก 14. ตอบ ขอ 2. สัมปรายิกัตถะ เปนประโยชนข้ันสูงที่ผูปฏิบัติธรรมจะไดรับ โดยสัมปรายิกัตถะเปนคุณคาของชีวิตหรือ ความเจรญิ งอกงามแหง ชวี ติ จติ ใจทกี่ า วหนา เตบิ ใหญข น้ึ ดว ยคณุ ธรรมตา งๆ ดงั นน้ั การเปน อาสาสมคั รชว ย คนประสบภัยนา้ํ ทวม ถอื เปน แนวปฏิบัติทางหนง่ึ ทีช่ ว ยใหผูปฏิบัตธิ รรมไดรบั ประโยชนขัน้ สมั ปรายิกตั ถะ โครงการวัดและประเมินผล (20)

15. ตอบ ขอ 1. อทิ ธิบาท 4 หมายถงึ ทางแหง ความสาํ เร็จหรอื เคร่อื งมอื ท่ีจะนาํ เราไปสคู วามสาํ เรจ็ ซึง่ ประกอบดว ย โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ • ฉนั ทะ หมายถึง ความพอใจในงานที่ทํา • วิริยะ หมายถงึ ความขยันหม่นั เพยี ร • จติ ตะ หมายถึง การตั้งจติ ใหแ นวแน จดจอ อยกู ับส่ิงทที่ าํ • วิมงั สา หมายถึง การพจิ ารณาไตรต รอง ดงั น้นั หากนกั เรียนนําหลกั ธรรมเรอ่ื ง อทิ ธบิ าท 4 มาปรับใชก บั การเรียน กจ็ ะทําใหการเรียนประสบความ สําเร็จ 16. ตอบ ขอ 1. คัมภีรสําคัญของพระพุทธศาสนา คือ พระไตรปฏก ซ่ึงแบงออกเปน 3 หมวด ไดแก พระวินัยปฎก พระสตุ ตันตปฎ ก และพระอภธิ รรมปฎก 17. ตอบ ขอ 4. หากพุทธบริษัททั้ง 4 ยังไมมีคุณสมบัติครบถวน พระพุทธองคจะไมเสด็จดับขันธปรินิพพาน เปนพุทธปณิธานเพ่ือใหพระพุทธศาสนาไดรับการเผยแผไปอยางกวางขวาง โดยคุณสมบัติของผูเผยแผ พทุ ธศาสนา หรอื พทุ ธบรษิ ทั 4 ไดแก • ศึกษา หมายถงึ ศกึ ษาพระพุทธวจนะใหเขาใจ • ปฏบิ ัติ หมายถงึ การนาํ เอาทฤษฎคี วามรูท่ีไดจากการศกึ ษามาปฏบิ ัติจนบังเกิดผล • ชี้แจง หมายถึง สามารถนําไปถา ยทอดใหค นอืน่ เขา ใจได • ปกปอง หมายถึง ความรวมมือกัน เพื่อทําใหความเขาใจผิดหรือความขัดแยงท่ีเกิดข้ึนกับพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆน้ันหมดไป 18. ตอบ ขอ 3. การชนะตนในทางธรรม หมายถงึ ความสามารถบงั คบั ใจตนเองไมใ หม คี วามอาฆาตพยาบาท ความอจิ ฉารษิ ยา หรอื ความคดิ โลภอยากไดข องผอู น่ื มาครอบครองโดยไมม สี ทิ ธอิ นั ชอบธรรม สว นตวั เลอื กในขอ อนื่ ๆ เปน การ ชนะตนเองในทางโลก 19. ตอบ ขอ 3. การรับประทานทานมงั สวิรตั ิ คอื การรบั ประทานอาหารทีป่ ราศจากสวนประกอบของเน้ือสัตว ซึ่งตรงกบั เบญจศลี ขอ 1 วา ดว ยการไมเ บยี ดเบยี นและทาํ ลายชวี ติ ของผอู น่ื และตรงกบั เบญจธรรมขอ 1 วา ดว ยความมี เมตตากรณุ าแกผ อู นื่ สว นการพดู จาไพเราะออ นหวาน ตรงกบั เบญจศลี ขอ 4 วา ดว ยการเวน จากการพดู เทจ็ พูดเพอเจอ พูดสอเสียด และพูดหยาบคาย และตรงกับเบญจธรรมขอ 4 วาดวยการมีสัจจะและวาจา ออนหวาน 20. ตอบ ขอ 2. ขอ ควรปฏบิ ตั ขิ องชาวพทุ ธขณะพดู คยุ กบั พระภกิ ษผุ ใู หญ คอื ควรพนมมอื พดู กบั ทา นทกุ ครงั้ รวมทงั้ ตอ งใช สรรพนามใหถ กู ตอ ง พูดคุยกับทานในเรอื่ งท่เี หมาะสม และไมพูดลอเลน หรอื พูดตลกโปกฮาเหมือนเชน ท่ี คยุ เลน กับเพื่อน 21. ตอบ ขอ 4. ทิศเบ้ืองขวาในหลักธรรมเร่ือง ทิศ 6 เปนหลักการปฏิบัติตนระหวางครูและลูกศิษย โดยคําตอบขอ 4. เปน วิธกี ารปฏิบตั ิตอครบู าอาจารยท ่ีไมถ ูกตอง 22. ตอบ ขอ 2. การปฏิบัติตนตามพุทธปณิธานของพระพุทธเจา ไดแก ศึกษาพระธรรมจนมีความรูแตกฉาน ปฏิบัติ ส่ิงที่ศึกษาจนบรรลุผลแหงการปฏิบัติ ถายทอดและเผยแผใหคนอ่ืนไดรับทราบ และกําจัดการกลาวราย ตอพระพทุ ธศาสนาได (21) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 23. ตอบ ขอ 1. “พุทธมามกะ” แปลวา ผูนับถือพระพุทธเจาเปนของตน คือ นับถือพระพุทธศาสนาอยางแนวแนม่ันคง ไมละท้งิ การเขารวมประกอบพิธีแสดงตนเปนพทุ ธมามกะ มจี ุดมงุ หมาย คือ เพอื่ ประกาศยํ้าความเปน พทุ ธศาสนกิ ชนทีด่ ี และเพอ่ื ปอ งกนั ภยั อันตรายตางๆ 24. ตอบ ขอ 3. ผทู จ่ี ะถา ยทอดหรอื เผยแผพ ระพทุ ธศาสนาใหแ กผ อู นื่ นน้ั จะตอ งเชอื่ ในหลกั คาํ สอนทถี่ กู ตอ งของพระพทุ ธ- ศาสนา ดงั ตวั อยางของคาํ ตอบขอ 3. เปน ความเชือ่ ที่ถูกตอ ง ท่ีสามารถพิสูจนห รอื ปฏิบัติได ซึ่งสามารถ นําไปเผยแผหรือถา ยทอดสผู อู ่ืนได 25. ตอบ ขอ 3. วันวสิ าขบชู า ตรงกบั วนั ข้ึน 15 ค่ํา เดอื น 6 ของทกุ ป ซ่ึงเปนวันทเ่ี กดิ เหตอุ ศั จรรยก บั สมเดจ็ พระสัมมา- สัมพุทธเจา ผเู ปนพระศาสดาของพระพทุ ธศาสนา โดยเปน วนั ท่พี ระองคประสูติ ตรสั รู และปรนิ ิพพาน 26. ตอบ ขอ 2. กาํ หนดเวลาถวายผา อาบนํา้ ฝน เรมิ่ ต้ังแตว ันแรม 1 คํา่ เดอื น 7 ถึงวันขึน้ 15 คา่ํ เดือน 8 หรือเปนระยะ เวลาหนึ่งเดือนกอ นเขา พรรษา สวน ขอ 1. วันแรม 1 คํ่า เดือน 8 เปนวันเขา พรรษา ไมม กี ารเวียนเทียน ขอ 3. การทอดกฐิน สามารถทาํ ไดต ้ังแตวันแรม 1 คํ่า เดือน 11 ถงึ วนั ขนึ้ 15 คํ่า เดือน 12 จะทอดกอน หรอื หลังจากน้ีไมได ขอ 4. วันขึ้น 15 คาํ่ เดอื น 6 เปนวนั วิสาขบูชา ไมม ีการถวายเทียนจํานําพรรษา 27. ตอบ ขอ 4. ภาชนะสําหรับทําน้ํามนต อาจใชบาตรพระหรือขันนํ้าพานรองก็ได แตตองไมใชขันเงินหรือขันทองคํา เพราะไมค วรแกก ารจบั ตอ งของพระ สว นนา้ํ ทเี่ ตรยี มไวส าํ หรบั ทาํ นา้ํ มนตค วรเปน นา้ํ สะอาดใส หา มใชน าํ้ ฝน ทปี่ ากบาตรหรอื ขนั นน้ั ใหต ดิ เทยี นขผ้ี ง้ึ แทห นกั หนง่ึ บาทเปน อยา งตาํ่ เมอ่ื เสรจ็ แลว นาํ ไปไวท างหนา โตะ บชู า ใหค อ นมาทางอาสนะพระสงฆ ใกลกบั รูปทเี่ ปนหัวหนาพระสงฆ 28. ตอบ ขอ 1. ประเพณีการถวายขาวพระพุทธ มาจากเหตุท่ีวาพระสงฆที่ไดรับนิมนตมาฉันภัตตาหารในพิธีนั้น มพี ระพุทธเจา เปนประมขุ ดงั นัน้ การถวายแดพ ระสงฆ จงึ ตองถวายแดอ งคประมุข คือ พระพทุ ธเจา ดว ย ถงึ แมว า พระองคจ ะปรนิ พิ พานไปแลว กต็ าม กต็ อ งทาํ การถวายตอ พระพทุ ธรปู เพอื่ ใหส าํ เรจ็ สมตามปรารถนา 29. ตอบ ขอ 3. ชาวพทุ ธทด่ี ีควรไหวพระสวดมนตท ุกวัน อยา งนอยวันละ 1 ครัง้ กอ นนอน เพอ่ื ใหเ กดิ ความเปนสิริมงคล แกชวี ติ ชว ยใหจติ ใจสงบ และนอนหลับสบาย 30. ตอบ ขอ 2. การฝกสมาธิใหไดผลดีทีส่ ดุ ควรทําเปนประจาํ ทุกวนั โดยอาจทํากอ นเขา นอน หลงั จากสวดมนตไหวพ ระ หรือเวลาต่นื นอนก็ได ซ่งึ เวลาที่ใชใ นการฝก คือ ประมาณครงั้ ละ 15-20 นาที หรือ 1 ชวั่ โมง 31. ตอบ ขอ 4. การคิดแบบโยนิโสมนสิการ คือ การคิดเปน การคิดถูกตองตามความเปนจริง การคิดบนพ้ืนฐานขอมูล และสภาพความเปน จริง โดยอาศัยการเก็บขอมูลอยางเปนระบบ และคดิ เช่อื มโยงวิเคราะหตคี วามขอ มูล เพอื่ นําไปใชป ระโยชนอยา งเหมาะสม 32. ตอบ ขอ 1. การคิดแบบสืบสาวหาเหตุปจ จัย คอื กระบวนการคดิ ที่เรมิ่ จากการพจิ ารณาเหตุการณห รอื ปรากฏการณท่ี เกดิ ข้ึนอนั เปนผลจากการกระทาํ ตางๆ แลวสบื คนหรอื สืบสาวไปถึงสาเหตแุ ละองคประกอบทที่ าํ ใหเกดิ ผล หรือเหตุการณนนั้ ดวยการหาความสัมพันธห รือการตัง้ คําถาม แลว หาคําตอบ 33. ตอบ ขอ 2. การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง ตอ งยดึ หลกั การเดนิ ทางสายกลาง มคี วามพอประมาณ ไมต ง้ั เปา บรโิ ภคมากเกินความจําเปน โดยสามารถแสวงหาปจจยั 4 มาใหเพยี งพอ หรอื สูงกวา ปจ จัย 4 ได แตต อ ง อยูในขอบเขตของการพง่ึ ตนเองและไมหมกมุน กับการบรโิ ภคมากเกนิ ไป รวมทัง้ ตอ งไมเบียดเบียนตนเอง และผูอ น่ื โครงการวัดและประเมินผล (22)

34. ตอบ ขอ 4. การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) หมายถงึ การพฒั นาที่ตอบสนองความตองการของคน โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ รุน ปจจบุ นั โดยไมม ผี ลกระทบทางลบตอ ความตองการของคนรนุ ตอไปในอนาคต เปนการพัฒนาทีด่ าํ เนิน ไปไดโดยตลอด เชน การใชพลังแสงอาทิตย พลังงานน้ํา พลังงานลม แทนการใชน้ํามันหรือถานหิน เพ่ือชวยรักษาส่ิงแวดลอม การใชทรัพยากรธรรมชาติอยางประหยัด การรณรงคใหคนหันมาใชบริการรถ สาธารณะแทนการใชร ถสว นตัว การนาํ ขยะกลบั มารีไซเคลิ เพอ่ื ใชใ หม เปนตน 35. ตอบ ขอ 3. อารักขสัมปทา เปนคุณธรรมขอหนึ่งในหลักธรรมเร่ือง ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน 4 โดยทิฏฐธัมมิกัตถ- ประโยชน4 หมายถงึ ประโยชนอ นั พงึ ไดร บั จากการประกอบกจิ การหรอื มอี าชพี ทส่ี จุ รติ ถกู ตอ งตามกฎหมาย และศลี ธรรม การทบี่ คุ คลใดบคุ คลหนง่ึ จะสามารถไดม าซง่ึ ประโยชนน น้ั จะตอ งแสวงหาอยา งมหี ลกั การและ มแี ผนการ เรยี กวา ธรรมทเี่ ปนไปเพ่อื ใหไ ดม าซึ่งประโยชนปจจุบนั มีอยู 4 ประการ ดงั น้ี • อุฏฐานสัมปทา หมายถงึ ความขยันหม่ันเพียร • อารักขสัมปทา หมายถึง การรูจ ักรกั ษาทรพั ยแ ละประหยดั • กัลยามติ ตตา หมายถงึ การคบคนดเี ปน มติ ร • สมชวี ิตา หมายถึง การเลี้ยงชีพตามสมควรแกก าํ ลงั ทรัพยที่หามาได ดังนน้ั การปฏิบัติตนตามหลกั อารักขสมั ปทา จึงทําใหมที รัพยแ ละเหลือไวใ ชจ า ยยามจาํ เปน 36. ตอบ ขอ 1. ผูท่ีรักษาเบญจศีลหรือศีล 5 อยางเครงครัด ยอมไดรับประโยชนหลายประการ เชน ชีวิตมีความสุข ประสบความสําเร็จในการทํามาหากนิ ชอื่ เสียงเกียรติยศแพรห ลาย ไดรบั การยกยอ ง เปน ตน 37. ตอบ ขอ 2. พิธีมิสซาหรือศีลมหาสนิท สืบเนื่องมาจากการรับประทานอาหารค่ําม้ือสุดทาย (The Last Supper) ของพระเยซูคริสตรวมกับสาวกท้ัง 12 คน กอนพระองคจะถูกจับตรึงกางเขน โดยระหวางอาหารมื้อนั้น พระเยซูคริสตทรงสงแผนปงและเหลาองุนใหเหลาสาวก พรอมตรัสวาแผนปงน้ีแทนกายของพระองค และเหลา องนุ แทนพระโลหิตของพระองคท ีจ่ ะหลงั่ ออกมาเพื่อไถโ ทษบาปแทนมนษุ ยชาติ 38. ตอบ ขอ 2. การถือศีลอด หมายถึง การงดเวน จากการบริโภคอาหาร เครือ่ งดื่ม การมเี พศสัมพนั ธ การทําความช่ัวท้งั ทางกาย วาจา และใจ ตงั้ แตร ุงอรณุ จนถงึ ดวงอาทิตยต ก มุสลิมทกุ คนที่บรรลุศาสนภาวะ คือ อายุ 15 ป ตอ งถอื ศลี อด อยา งไรกต็ าม บคุ คลท่ีไดร บั การยกเวน ไมต อ งถอื ศลี อด เชน คนชรา คนปว ย สตรมี คี รรภ สตรี ใหน มบตุ ร สตรที ก่ี าํ ลงั มปี ระจาํ เดอื น บคุ คลที่ใชแ รงกายทาํ งานหนกั บคุ คลทอ่ี ยรู ะหวา งการเดนิ ทาง เปน ตน โดยการถอื ศลี อดจะกระทาํ กนั ในเดอื น9 หรอื เดอื นเราะมะฎอน ตามปฏทิ นิ จนั ทรคตขิ องศาสนาอสิ ลาม โดย มสุ ลมิ ตอ งตนื่ ขน้ึ มารับประทานอาหารเชา กอ นดวงอาทิตยขนึ้ เมอ่ื ดวงอาทติ ยขน้ึ แลว ตองงดรับประทาน อาหารและนํ้า รวมทั้งกิจกรรมดังท่ีกลาวจนกระท่ังดวงอาทิตยตก จุดมุงหมายสําคัญของการถือศีลอด คือ เพ่ือฝกความอดทน ไดเขาใจคนยากจน รูจักความหิวโหย และรูจักการเอ้ือเฟอเผื่อแผเพื่อมนุษย รวมทัง้ เปน การทดสอบความศรทั ธาและความยําเกรงท่ีมสุ ลิมมตี อพระเปนเจา 39. ตอบ ขอ 4. ผูทน่ี บั ถอื ศาสนาพราหมณ-ฮนิ ดู ซึ่งเกิดในวรรณะพราหมณ กษัตรยิ  และแพศย ตองผา นพิธีสงั สการกอ น จึงจะนับเปนผูบริสุทธิ์ โดยการทําพิธีตองอาศัยพราหมณนักบวชเปนผูนํา แตชาวฮินดูวรรณะศูทรไมได รบั อนญุ าตใหท าํ พิธีน้ี เดมิ พธิ สี ังสการจะกระทาํ กัน 12 พธิ ี แตปจ จบุ ัน นยิ มกระทํากนั เพียง 4 พิธีเทา นน้ั คือ พธิ ตี ้ังชอ่ื เด็ก พธิ ปี อนขา วในเดือนที่ 5 และ 6 พิธคี ลอ งสายยัชโญปวตี และพิธแี ตงงาน 40. ตอบ ขอ 1. การเรยี นรูว ิถกี ารดําเนนิ ชวี ติ ของศาสนิกชนตางศาสนา หรอื หลักคาํ สอน หลักปฏิบตั ิ หลกั ความเชอ่ื ของ ศาสนาอน่ื จะทาํ ใหเ ราสามารถปฏบิ ตั ติ นตอ คนตา งศาสนาไดอ ยา งถกู ตอ งเหมาะสม และอยรู ว มกนั ไดอ ยา ง มคี วามสขุ ปราศจากความขัดแยง อนั เนือ่ งมาจากความแตกตางดานศาสนา (23) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ ตอนที่ 2 ผปู กครองประเทศสามารถนาํ หลกั ธรรมเรอ่ื งอปรหิ านยิ ธรรมมาปรบั ใชเ พอื่ สรา งความรงุ เรอื งแกป ระเทศของ 1. แนวตอบ ตนได โดยผปู กครองตอ งหมนั่ ประชมุ กนั เพอ่ื พจิ ารณาวา ขณะนปี้ ระเทศประสบปญ หาอะไร จะใชว ธิ กี ารอะไรเขา มาชว ยแกไ ขปญ หา ยอมรบั ฟง ความคดิ เหน็ ของผอู น่ื ทมี่ ปี ระสบการณม าก และนาํ มาขอ คดิ ที่ไดม าใชป รบั ปรงุ 2. แนวตอบ หรือพัฒนาประเทศใหกา วหนา รวมทง้ั ออกกฎหมายคุม ครองความปลอดภยั และเกยี รติของสตรี ทํานบุ าํ รงุ 3. แนวตอบ ศาสนสถานใหอ ยูในสภาพดี ตลอดจนคมุ ครองพระสงฆสมณชพี ราหมณ ผูป ฏบิ ตั ดิ ปี ฏิบัตชิ อบท้ังหลาย คณุ ธรรมทค่ี วรถอื เปน แบบอยา งของพระนางมหาปชาบดโี คตมเี ถรี แบง ออกเปน 3 ดา น คอื เปน ผมู คี วามตง้ั ใจ 4. แนวตอบ แนว แน เปน ผมู คี วามอดทนสูง และเปนผมู คี ารวธรรมอยางยิ่ง โดยคณุ ธรรมท้ัง 3 ประการนี้ สามารถนํา 5. แนวตอบ มาใชใ นการศกึ ษาเลา เรยี นไดเ ปน อยา งดี ดว ยการตงั้ ใจอยา งแนว แนว า จะตงั้ ใจเรยี นจนจบ มคี วามอดทนตอ ปญหา อปุ สรรค หรอื กิเลสย่ัวยตุ า งๆ ท่ีเกดิ ขึ้น และใหค วามเคารพเชอ่ื ฟง ครูบาอาจารย หลกั ธรรมเรอ่ื ง ไตรลักษณ ชวยเตือนสติใหต ระหนกั วา ทุกสรรพส่งิ ลว นไมเท่ยี ง ไมค งท่ี อยูในสภาพเดมิ ไมไ ดแ ปรเปลยี่ นไดเ สมอ จงึ ไมค วรยดึ มน่ั ถอื มน่ั มากจนเกนิ ไป เมอื่ ไดร บั สงิ่ ทด่ี กี พ็ ยายามรกั ษาไว เมอ่ื สญู เสยี ไปก็ใหพ ยายามทาํ ใจ ไมค วรทกุ ขร อ นมากจนเกนิ ไป เพราะทกุ อยา งเปน อนจิ จงั นอกจากนน้ั ทกุ สงิ่ ทกุ อยา ง ลว นไมม ตี วั ตนทแี่ ทจ รงิ เปน ความวา งเปลา แมแ ตต วั เรากม็ ิใชข องเรา ไมส ามารถบงั คบั ใหเ ปน ไปตามความ ตองการของเราได จงทาํ ใจรบั กบั สถานการณต า งๆ ดวยความไมประมาท การปฏิบัติตนตามหลักพุทธปณิธาน 4 พุทธศาสนิกชนจะตองปฏิบัติดังน้ี ศึกษาหลักธรรมคําสอนของ พระพุทธเจาใหเขาใจอยางถองแท นําความรูทฤษฎีที่ไดรับไปปฏิบัติจนไดรับผลจากการปฏิบัติตามความ สามารถ ถา ยทอดและเผยแผค วามรทู างพระพทุ ธศาสนาใหผ อู น่ื ไดร บั รแู ละเขา ใจ ปกปอ งพระพทุ ธ พระธรรม และพระสงฆ โดยใชสนั ตวิ ิธี การฝก บรหิ ารจติ เปน ประจาํ อยา งสมา่ํ เสมอ จะกอ ใหเ กดิ ประโยชนต อ การเรยี นอยา งมาก เพราะทาํ ใหเ กดิ สมาธิ ในการเรียนมากข้ึน ไมค ิดฟุงซา น ไมค ดิ วอกแวก สามารถเขาใจส่งิ ทคี่ รูสอนไดอ ยางรวดเร็ว และจดจาํ สง่ิ ที่ ครสู อนไดอ ยา งแมน ยาํ ทาํ ใหส อบไดค ะแนนดี นอกจากนี้ การบรหิ ารจติ ยงั ชว ยพฒั นาสขุ ภาพกายใหเ ขม แขง็ สุขภาพจติ ดี มคี วามสดช่ืนแจมใส นอนหลับพกั ผอนไดส นิท ซงึ่ จะชวยใหเ ลา เรยี นไดอ ยา งมีประสิทธิภาพ โครงการวัดและประเมินผล (24)

เฉลยแบบทดสอบ ชุดที่ 2 ตอนท่ี 1 1. ตอบ ขอ 1. การเผยแผพระพุทธศาสนาในยุคปจจุบัน ซึ่งชีวิตของผูคนเต็มไปดวยความเรงรีบนั้น ควรนําเทคโนโลยี สมยั ใหมเขา มาชว ยเผยแผ เพ่ือใหเขาถงึ ผคู นไดรวดเร็วมากยิง่ ขน้ึ เชน อนิ เทอรเ น็ต สือ่ สังคมออนไลน สอื่ อิเล็กทรอนกิ ส เปนตน 2. ตอบ ขอ 2. ชาวศรลี งั กาสว นใหญนบั ถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ซ่ึงเผยแผเขามาตั้งแตเม่อื ครั้งทพี่ ระเจาอโศก- โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ มหาราชทรงสงสมณทูต คือ พระมหินทเถระ มาเผยแผพระพุทธศาสนาหลังการทําสังคายนาครั้งท่ี 3 ซึ่งในขณะนั้นกษัตริยที่ปกครองศรีลังกามีพระนามวา พระเจาเทวานัมปยติสสะ สวน ขอ 1. ชาวภูฏาน สว นใหญนบั ถือพระพทุ ธศาสนานกิ ายวัชรยาน ขอ 3. ชาวปากสี ถานสว นใหญน บั ถอื ศาสนาอิสลาม ขอ 4. ชาวบงั กลาเทศสวนใหญน บั ถอื ศาสนาอิสลาม 3. ตอบ ขอ 4. ประเทศญี่ปุนเริ่มรับพระพุทธศาสนานิกายมหายานจากประเทศเกาหลีในชวงพุทธศตวรรษท่ี 11-13 โดย ในระยะแรกไดรับความนยิ มในหมูชนชัน้ สูงกอนแลว คอ ยแพรห ลายออกไปในหมปู ระชาชน 4. ตอบ ขอ 2. “ธัมมจกั กปั ปวัตตนสตู ร” มีเนอื้ หาสาํ คญั เก่ียวกบั อรยิ สจั 4 ซง่ึ เปนแนวทางแหงการหลุดพน จากความทกุ ข และการปฏบิ ตั ิตนอยบู นทางสายกลางหรือมชั ฌมิ าปฏิปทา ไมส ุดโตงจนเกินไป 5. ตอบ ขอ 1. พระพุทธเจาทรงตองการแกไขความเขาใจผิดของปญจวัคคียวา การทรมานตนเองไมใชหนทางหลุดพน จากทกุ ข อริยมรรคมอี งคแ ปดเทา น้ันที่จะทาํ ใหห ลดุ พนจากทุกขได รวมทั้งทรงตองการใหปญ จวคั คียเ ปน พยานแหง การตรสั รดู ว ย เนอ่ื งจากเมอ่ื พระพทุ ธเจา ทรงแสดงธรรมใหป ญ จวคั คยี บ รรลธุ รรมแลว เทา กบั วา พระองคทรงไดผทู ีต่ รัสรตู ามเปนสักขพี ยาน 6. ตอบ ขอ 3. หลกั ทศพธิ ราชธรรมเปน หลักธรรมท่ีสอนใหผ ูปกครองมีคณุ ธรรม เปนผูนําท่ีดี ปกครองประเทศดว ยความ ยุติธรรม ซ่งึ จะทําใหบ า นเมืองเกดิ ความสงบสขุ ประชาชนอยอู ยางมีความสุข ประกอบดวย • ทาน คอื การให • ตปะ คือ ความไมหมกมุน • ศีล คือ ความประพฤตดิ งี าม • อกั โกธะ คอื ความไมโ กรธ • ปรจิ จาคะ คอื การเสียสละ • อวหิ งิ สา คือ ความไมเ บียดเบียน • อาชวะ คือ ความซื่อตรง • ขันติ คือ ความอดทน • มัททวะ คือ ความออ นโยน • อวิโรธนะ คอื ความไมค ลาดธรรม 7. ตอบ ขอ 1. พระพุทธรูปในภาพเปนพระพุทธรูปปางสมาธิ แสดงเหตุการณเมื่อครั้งท่ีพระพุทธเจาตรัสรูใตตน พระศรีมหาโพธิ ซ่งึ เปน พระพุทธรปู ประจาํ วนั เกิดของผูท่เี กดิ ในวันพฤหสั บดี 8. ตอบ ขอ 4. รัตตัญู หมายถงึ ผผู า นโลกมามาก มีประสบการณมากท้งั ทางโลกและทางธรรม สามารถเปนท่ีพึง่ พา ปรกึ ษาใหแ กค นอนื่ ๆ ไดด กี วา ผทู มี่ คี วามรหู รอื มปี ระสบการณด า นใดดา นหนง่ึ เพยี งอยา งเดยี ว ดงั นน้ั บคุ คล ในคาํ ตอบขอ 4. จงึ ใกลเ คยี งกับคาํ วา “รตั ตัญู” มากท่ีสุด (25) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 9. ตอบ ขอ 3. ขอ คดิ ที่ไดจากเรอ่ื ง สุวัณณหงั สชาดก คือ บุคคลไมควรโลภมาก ควรยินดเี ทา ท่ีมี หรอื ตรงกบั สภุ าษติ ทวี่ า โลภมากลาภหาย การกระทาํ ของนอ ยหนา ถอื เปน การนาํ คตสิ อนใจจากเรอื่ งสวุ ณั ณหงั สชาดกไปใชป ระโยชน เพราะคาขายอยา งมคี ณุ ธรรม ไมเ อากาํ ไรมากเกนิ ไป 10. ตอบ ขอ 3. พระสงฆเ ปน ผปู ฏิบัตดิ ี หรอื สุปะฏิปนโน หมายถึง ปฏบิ ัตถิ กู ธรรม ถกู วนิ ยั หรือปฏบิ ตั ติ ามแนวทางแหง อริยมรรคมีองค 8 ไดแ ก สัมมาทฏิ ฐิ สัมมาสงั กัปปะ สัมมาวาจา สัมมากมั มันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมา- วายามะ สมั มาสติ และสัมมาสมาธิ 11. ตอบ ขอ 1. อรยิ สจั 4 เปนความจริงอันประเสรฐิ 4 ประการ ประกอบดว ย ทุกข สมุทัย นิโรธ และมรรค หลักธรรมนี้ สอนใหมนษุ ยแ กป ญหาดว ยปญ ญาและเหตผุ ล รวมทัง้ สอนใหม นษุ ยแกป ญ หาดวยตนเอง 12. ตอบ ขอ 2. ไตรลกั ษณ หมายถึง ลักษณะ 3 ประการของส่ิงท้ังปวง ทุกสรรพสงิ่ ลวนตกอยภู ายใตกฎแหง ไตรลกั ษณน้ี ซงึ่ ประกอบดวย • อนิจจตา หมายถึง ภาวะที่ไมคงทนถาวรหรือภาวะที่ไมเท่ียง ทุกอยางบนโลกนี้ไมมีอะไรท่ีเท่ียงแท มเี กิดมีดบั เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา • ทุกขตา หมายถึง ภาวะท่ีทนไมไ ดหรือภาวะท่ขี ัดแยง ไมส มบูรณ มีความบกพรองอยูในตัว พรอ มท่จี ะ เปลีย่ นแปลงอยตู ลอดเวลา • อนตั ตา หมายถึง ภาวะท่ีไมมตี ัวตน ไมใชตวั ตนของคน ไมม ตี วั ตนทีแ่ ทจ รงิ ไมม ีส่งิ ทอ่ี ยูเ บอ้ื งหลังการ เปลยี่ นแปลงท้งั หลาย ไตรลกั ษณเ ปน หลกั ธรรมทเ่ี ตอื นสติใหต ระหนกั วา สรรพสงิ่ ลว นแปรเปลยี่ น อยา ยดึ มน่ั ถอื มน่ั จนเกนิ ไป เมอ่ื ได รบั สงิ่ ทดี่ กี พ็ ยายามรกั ษาไว เมอื่ สญู เสยี ไปก็ใหพ ยายามทาํ ใจ ซง่ึ จะทาํ ใหแ ตงโมไมท กุ ขใจเมอื่ สภาพรา งกาย เปล่ียนแปลงไป 13. ตอบ ขอ 4. ปปญ จธรรม 3 คอื เครอ่ื งทท่ี าํ ใหเ นน่ิ ชา หมายถึง กเิ ลสทีข่ ดั ขวางการเขาใจและการปฏบิ ัตติ ามพทุ ธธรรม ทาํ ใหการเดนิ ทางสูพุทธธรรมหลงทาง ประกอบดวย ตัณหา คือ ความเห็นแกตวั มานะ คอื การคดิ วา ตน เหนอื กวา ผูอ ่นื และทิฏฐิ คือ ความยึดตดิ ในความคดิ เห็นของตน 14. ตอบ ขอ 1. การฟง ธรรมจะเกิดประโยชนมากทส่ี ดุ เมื่อผฟู ง นาํ หลกั ธรรมไปประยุกตใชใ นชีวิตประจาํ วนั ซ่งึ จะชวยให ชวี ิตมีความสขุ สามารถแกปญหาตา งๆไดอ ยา งถกู ตอง 15. ตอบ ขอ 3. สัปปรุ ิสธรรม หมายถึง ธรรมท่ที าํ ใหค นเปน คนดี 7 ประการ ไดแ ก • รูจักเหตุ • รูจกั ผล • รูจักตน • รจู กั ประมาณ • รจู ักกาล • รูจักชมุ ชน • รูจกั บคุ คล 16. ตอบ ขอ 4. ในพระไตรปฎกมีหลักธรรมคาํ สอน คติสอนใจ พทุ ธศาสนสุภาษติ ฯลฯ อยเู ปน จาํ นวนมาก หลังจากท่ีได ศกึ ษาจนเขา ใจอยางถองแทแลว สิ่งสําคัญที่จะทาํ ใหค วามรูจ ากการศึกษาเปนประโยชนสูงสุด คอื การนาํ ความรูนนั้ มาประยกุ ตใชใ นการดําเนนิ ชีวติ เพอ่ื เตอื นสติเรามิใหหลงไปในทางที่ไมเ หมาะไมค วร โครงการวัดและประเมินผล (26)

17. ตอบ ขอ 1. หลักพหูสตู 5 หมายถงึ หลักปฏิบัติ 5 ประการ ที่จะทาํ ใหบคุ คลเขาใจพระพทุ ธศาสนาอยางถอ งแทลกึ ซงึ้ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ ประกอบดวย • ฟง มาก หมายถึง อา น ฟง ศึกษาขอ มลู ตา งๆ ใหม ากทีส่ ุด • จาํ ได หมายถึง เมื่อฟง อาน หรอื ศึกษาแลว ใหจดจําใหไ ด เพอ่ื นาํ ไปถายทอดใหคนอนื่ เขา ใจตาม • คลอ งปาก หมายถึง ประเดน็ ใดมคี วามสาํ คัญมาก ก็ใหทองจนคลองปาก • เจนใจ หมายถึง นาํ มาคดิ ใหเขาใจ เวลาอธิบายใหค นอ่ืนฟง ก็อธิบายไดท ันที • ประยกุ ตใชเ ปน หมายถงึ นําสงิ่ ท่ีไดศ ึกษา จําได ทองคลองปาก และเขา ใจชัดเจนนนั้ มาปรบั ใชใ นการ ดาํ เนนิ ชวี ติ ในปจจบุ ัน 18. ตอบ ขอ 4. ลกั ษณะของผปู ระมาทแบงออกไดเ ปน 3 ประเภท คือ • พวกกสุ ีตะ หมายถึง พวกไมท ําเหตุเสีย แตจะเอาผลดี เปน พวกเกียจครา น • พวกทจุ รติ ะ หมายถงึ พวกทาํ เหตุเสยี แตจะเอาผลดี เปนพวกทาํ อะไรตามอําเภอใจ แตอยากไดผลดี • พวกสิถิละ หมายถึง พวกทาํ เหตุดเี ลก็ นอย แตจะเอาผลดมี ากๆ เชน พวกพอ คาเอากําไรเกนิ ควร 19. ตอบ ขอ 3. หนา ทแ่ี ละบทบาททสี่ าํ คญั ของพระภกิ ษสุ งฆ คอื การสงั่ สอนใหฆ ราวาสตง้ั มนั่ ในคณุ ความดี หมนั่ ทาํ ความดี และละเวนการทําความช่วั ทกุ ประเภท โดยการสงั่ สอนที่ดีและมปี ระสทิ ธภิ าพมากท่สี ดุ คอื การปฏบิ ัตติ น เปน แบบอยา งทด่ี ีใหช าวบา นเหน็ เมอื่ ชาวบา นเลอื่ มใสศรทั ธากจ็ ะมนั่ ใจในหลกั คาํ สอนของพระพทุ ธศาสนา และหันมาทาํ แตค วามดี ซง่ึ จะชว ยใหสงั คมเกดิ ความสงบสขุ 20. ตอบ ขอ 2. หลกั ธรรมเรอื่ ง ทศิ 6 สอนใหค นในสงั คมรถู งึ วธิ กี ารปฏบิ ตั ติ นตอ กนั อยา งถกู ตอ งเหมาะสม โดยหลกั ปฏบิ ตั ิ ระหวา งครอู าจารยแ ละลกู ศษิ ย จดั อยูในทศิ เบอ้ื งขวาหรอื ทกั ขณิ ทสิ หากครอู าจารยแ ละลกู ศษิ ยป ฏบิ ตั ติ าม หลักธรรมขอ นี้ได ผลดที เี่ กดิ ขึน้ คือ ทาํ ใหครแู ละลกู ศิษยม คี วามรักใครและผกู พันกันมากข้ึน นกั เรียนจะ เปน คนดี มวี ิชาความรู สวนครจู ะไดร บั ความเคารพจากลูกศิษย 21. ตอบ ขอ 2. การปกปองพระพุทธศาสนาตองทําโดยใชสันติวิธี การรุมทํารายผูท่ีขโมยเงินในตูบริจาคเปนการกระทําที่ ไมถ ูกตอ ง วธิ ที ่ถี กู ตอง คอื แจง เจา หนาท่ีตาํ รวจใหด ําเนินการจับกุมใหเปน ไปตามกฎหมาย 22. ตอบ ขอ 4. พิธีแสดงตนเปนพุทธมามกะ เปนการประกาศตนวาจะยอมรับนับถือและปฏิบัติตามหลักคําสอนของ พระพทุ ธเจา รวมทง้ั ยอมรับนับถือพระพุทธศาสนาเปน ศาสนาประจาํ ชวี ติ ของตน 23. ตอบ ขอ 1. วธิ ีการเผยแผพ ระพทุ ธศาสนาและปกปอ งพระธรรมไดดีทส่ี ุด คอื การปฏบิ ตั ติ นเปน ชาวพทุ ธที่ดี หรือการ ปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาอยา งเครง ครดั เพอื่ ใหผ ทู พ่ี บเหน็ ซงึ่ อาจจะไมไ ดน บั ถอื พระพทุ ธ- ศาสนาเกดิ ความสนใจหรอื เลอื่ มใสศรทั ธาในพระพทุ ธศาสนา แตไ มค วรกลา วตาํ หนิ ดถู กู หรอื ใหร า ยศาสนาอน่ื เพราะเปนการกระทําท่ีไมเ หมาะสม 24. ตอบ ขอ 3. ในสมยั โบราณซง่ึ ยงั ไมม หี ลอดไฟฟา ใชน น้ั เมอื่ พระสงฆจ าํ นวนมากมาจาํ พรรษารวมกนั กจ็ าํ เปน ตอ งปฏบิ ตั ิ ศาสนกิจ เชน ทําวัตรสวดมนตต อนเชา มดื และตอนพลบคํ่า ศกึ ษาพระปรยิ ตั ธิ รรม กจิ กรรมเหลานีต้ อ งใช แสงสวา ง ชาวพทุ ธจงึ รว มกนั หลอ เทยี นขนาดใหญไ ปถวายพระสงฆ เพอ่ื ใชจ ดุ ใหแ สงสวา งตลอดระยะเวลา 3 เดอื น เทียนดงั กลาว เรียกวา “เทียนจํานําพรรษา” 25. ตอบ ขอ 3. การปวารณา หมายถงึ การเปด โอกาสใหพ ระสงฆด ว ยกนั วา กลา วตกั เตอื นกนั ได ทงั้ นี้ใหก ระทาํ โดยเปด เผย และไมถ อื เปน เรอื่ งทจ่ี ะมาโกรธเคอื งกนั ภายหลงั ดงั นนั้ หากฆราวาสนาํ หลกั การนม้ี าปรบั ใช จะทาํ ใหท ราบ ขอบกพรอ งของตนเอง และสามารถปรบั ปรงุ แกไ ขไดอยางถูกตอ ง (27) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 26. ตอบ ขอ 4. ผา จาํ นาํ พรรษา คอื ผา ทพ่ี ระภกิ ษจุ ะรบั ไดต อ เมอ่ื จาํ พรรษาแลว กาํ หนดเวลาถวายผา จาํ นาํ พรรษาเรม่ิ ตงั้ แต วนั แรม 1 คา่ํ เดอื น 11 จนถงึ กลางเดือน 4 รวมระยะเวลา 5 เดอื น 27. ตอบ ขอ 1. บงั สกุ ลุ คอื ผา ทพ่ี ระภกิ ษชุ กั จากศพ หรอื ทท่ี อดไวห นา ศพ หรอื ทท่ี อดบนสายภษู าโยงทต่ี อ จากศพ เรยี กวา ผาบังสุกลุ 28. ตอบ ขอ 4. การปูลาดอาสนะของพระสงฆ มีขอควรระวงั คือ อยาใหอาสนะของพระสงฆก ับอาสนะของเจา ภาพและผู รว มพธิ เี ปน อันเดยี วกนั ตองปูแยกกัน แตถาแยกกนั ไมไ ด เชน ปูเส่อื หรือพรมเต็มหอ ง ก็ควรจัดปูอาสนะ พระสงฆทบั เสอื่ หรอื พรมนั้นอีกชนั้ หนึง่ 29. ตอบ ขอ 4. การแผเ มตตา เปน การสง ความปรารถนาดไี ปยงั เพอ่ื นมนษุ ยแ ละสรรพสตั วท ง้ั หลายใหม แี ตค วามสขุ เปน การ คดิ ดกี ับคนอืน่ ไมโ กรธไมเกลยี ดใคร การแผเ มตตาเปน สง่ิ ทป่ี ฏบิ ตั ติ อ กนั มาชา นาน เพราะประโยชนข องการแผเ มตตานน้ั จะทาํ ใหผ ทู ปี่ ฏบิ ตั เิ ปน ประจํามจี ิตใจออ นโยน สงบ เยอื กเย็น ไมใจรอน ทาํ ใหเหน็ วา การท่ีมนษุ ยห วงั ดตี อกนั เปน การนาํ ทางให โลกเกดิ สนั ตสิ ขุ เมอื่ เราแผเ มตตาไปยังเพอื่ นมนุษย ก็ทาํ ใหม นษุ ยแ ละสตั วส ามารถอยดู ว ยกันอยางมนี า้ํ ใจ ทีด่ ตี อกัน และปราศจากความหวาดระแวงตอกัน จึงทําใหไ มเ บยี ดเบียนกนั 30. ตอบ ขอ 3. อานาปานสติ เปนวิธีการฝกสมาธิท่ีควรนํามาใช เพราะไมตองหาอุปกรณอ่ืนๆ ใชลมหายใจของตนเอง ไมซ บั ซอน เขาใจงา ย ลงมอื ปฏิบตั งิ าย ไมก ระทบตอสุขภาพ และพระพุทธเจาทรงแนะนําใหส าวกปฏิบตั ิ วธิ นี ้ีมากกวา วธิ อี นื่ 31. ตอบ ขอ 2. โยนโิ สมนสกิ าร หมายถงึ การใชค วามคดิ ถกู วธิ ี การพจิ ารณาโดยแยบคาย เปน การพจิ ารณาเพอ่ื เขา ถงึ ความ เปน จริง โดยสืบคน หาเหตผุ ลไปตามลําดบั หรือตริตรองใหร จู ักสิ่งทีด่ สี ิง่ ที่ช่วั 32. ตอบ ขอ 4. อรยิ สัจ คือ หลกั คําสอนทส่ี อนใหร วู าสภาพปญ หาคอื อะไร สาเหตุของปญหาอยูท่ีใด อะไรบาง ปญ หาน้ี มที างแกไขหรือไม ถา มี มีกวี่ ิธี และวธิ ีใดดีท่ีสดุ โดยกระบวนการของวิธกี ารคิดแบบอรยิ สจั มี 4 ขน้ั ตอน ไดแก • กําหนดปญหา ในท่ีน้ี คือ แสงโสมสอบตก • กาํ หนดสาเหตุของปญหา ในท่นี ้ี คอื การไมตัง้ ใจเรยี นและทบทวนบทเรียนนอย • จุดหมายหรือภาวะหมดปญ หา ในทน่ี ี้ คือ แสงโสมสอบผานและไดคะแนนดี • วธิ ีปฏิบตั ิเพ่อื กําจัดสาเหตขุ องปญ หา ในทีน่ ้ี คือ ตง้ั ใจเรียนและทบทวนบทเรียนใหม ากข้นึ 33. ตอบ ขอ 3. ลกั ษณะสาํ คัญของแนวคดิ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง คอื พงึ่ ตนเองได เดินสายกลาง และไมเ นน แขง ขัน 34. ตอบ ขอ 1. มัชฌิมาปฏิปทา หมายถึง การเดินทางสายกลาง ซ่ึงหลักการสําคัญขอหนึ่งของเศรษฐกิจพอเพียง คือ การเดินสายกลาง มีความพอประมาณ แสวงหาทรัพยสินได แตตองรูจักความพอดีและอยูในขอบเขตท่ี เหมาะสม 35. ตอบ ขอ 2. หากผูคนในสงั คมปฏิบตั ิตามหลกั สันโดษ จะทําใหสังคมเกดิ ความสงบสุข เพราะทุกคนจะพอใจในส่งิ ท่ีตน มีอยู หากแสวงหาส่งิ ใดเพ่มิ เติม ก็จะทําอยางถูกตองตามทาํ นองคลองธรรมและมีขอบเขตทเี่ หมาะสม 36. ตอบ ขอ 4. อามิสทาน หมายถึง การใหส ่งิ ของ คอื ปจ จยั 4 ไดแก อาหาร ยารักษาโรค เครื่องนงุ หม และทีอ่ ยูอาศัย สว นธรรมทาน หมายถงึ การใหความรู ใหค ําแนะนาํ สง่ั สอนเก่ียวกับธรรมะ หรือการตกั เตอื นใหประพฤติดี ประพฤติชอบ ใหรูจักบาปบญุ คณุ โทษ โครงการวัดและประเมินผล (28)

37. ตอบ ขอ 3. ศลี ลางบาป เปนพธิ กี รรมแรกทบ่ี าทหลวงทําใหแ กผ ูนบั ถือคริสตศ าสนา ซ่งึ สืบเน่อื งมาจากความเชอ่ื ท่วี า โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ มนษุ ยม ี “บาปกาํ เนิด” (Original Sin) ทตี่ กทอดมาจากอาดมั และเอวา จงึ ตองทําพิธลี างบาป โดยการเทน้าํ ลงบนศีรษะ ศีลลา งบาปเปนศลี ศกั ดสิ์ ิทธท์ิ ี่รับไดเพยี งครั้งเดียวเทา นั้น 38. ตอบ ขอ 1. ศาสนาอสิ ลามเปน ระบอบของการดาํ เนนิ ชวี ติ ตง้ั แตเ กดิ จนตาย เปน ระเบยี บวนิ ยั ทคี่ รอบคลมุ ทกุ ยา งกา วของ ชีวิต ท้ังดา นความคดิ และความประพฤติ ซงึ่ แสดงออกดวยการปฏบิ ตั ิท่ีเครงครดั ไมแยกชีวิตสว นตวั ออก จากการปฏิบัตศิ าสนกิจ สวน ขอ 2. มสุ ลิมศรัทธาในอลั ลอฮเ ทา น้นั พระตรีเอกานุภาพเปนหลกั ความเช่อื ของคริสตศาสนา ขอ 3. ศาสนาทเ่ี กดิ ในภูมิภาคเอเชียตะวนั ตกเฉียงใต ไดแ ก ศาสนาโซโรอสั เตอร ศาสนา ยดู าย คริสตศาสนา และศาสนาอิสลาม ขอ 4. ศาสนาเทวนยิ ม หรือศาสนาที่นบั ถือพระเปนเจา จะเชอ่ื วา พระเปน เจา ทรงสรา งโลก สรา งมนษุ ย และสรา งทกุ สรรพสง่ิ ในจกั รวาล รวมทง้ั สรา งกฎเกณฑใหแ กธ รรมชาติ 39. ตอบ ขอ 3. อปุ นยนั หรอื พธิ ยี ชั โญปวตี คอื พธิ คี ลอ งดา ยศกั ดส์ิ ทิ ธ์ิ เปน พธิ สี าํ หรบั เดก็ ชายทกุ คนทเ่ี กดิ ใน 3 วรรณะแรก โดยถาเปนวรรณะพราหมณทําเม่ืออายุ 5 ป วรรณะกษัตริยทําเม่ืออายุ 8 ป และวรรณะแพศยทําเมื่อ อายุ 16 ป สําหรับผูห ญงิ หามทําพธิ นี ้ี 40. ตอบ ขอ 2. แมแตละศาสนาจะมีหลักปฏิบัติหรือหลักความเชื่อท่ีแตกตางกัน แตหลักคําสอนท่ีสอดคลองกันของทุก ศาสนา คอื สอนใหมนุษยท าํ ความดี ไมท าํ ความช่ัว ไมส รางความเดือดรอนใหแ กต นเองและผอู น่ื แตให ทาํ ตนใหเปนประโยชน ชวยเหลือผอู ่นื (29) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ ตอนท่ี 2 การเผยแผพระพุทธศาสนาในสมัยปจจุบันสามารถทาํ ไดโดย 1. แนวตอบ • การเผยแผด ว ยการแสดงธรรมหรอื การเทศน ซึ่งการแสดงปาฐกถาเปน วธิ กี ารท่นี ยิ มกันมากในปจ จบุ ัน 2. แนวตอบ • การเผยแผผ า นองคก รทางพระพทุ ธศาสนา โดยเผยแผผ า นทางวดั หรอื พทุ ธสถาน สมาคม และชมรมทาง 3. แนวตอบ พระพทุ ธศาสนา รวมทั้งเผยแผผา นทางสถาบันการศึกษาพระพทุ ธศาสนา เชน มหาวิทยาลยั มหามกฏุ - 4. แนวตอบ ราชวทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย เปน ตน 5. แนวตอบ เมอื่ บา นเมอื งประสบปญ หาเศรษฐกิจตกตา่ํ และคาครองชีพสงู ขึ้น เราสามารถนาํ แนวปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงของรัชกาลที่ 9 ปรับใชในการดําเนินชีวิตได โดยการใชจายเงินอยางประหยัด คํานึงถึงความ สมดลุ ระหวา งรายไดกบั รายจา ย นอกจากนนั้ เราตอ งรูจักความเพียงพอ ความพอใจในสงิ่ ที่เรามี ไมใชจ า ย เกินตัว เชน ซ้อื ของแพงๆ ย่ีหอ ดังๆ ตามแฟชน่ั มาสนองความตองการของตนเอง ก็จะทําใหเราสามารถ ใชชวี ิตอยูในสังคมไดอยางมคี วามสขุ การเผยแผพระพทุ ธศาสนาให มหี ลักท่ีควรคํานึงถึง ดงั น้ี • ไมกลา ววาจาหรือแสดงกริ ิยาดหู มิ่นศาสนาอืน่ ไมพดู ถึงศาสดาหรือหลักคาํ สอนของศาสนาอ่ืนในแงไมดี • ปฏบิ ตั ติ นใหถ กู ตอ งตามหลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนา เพราะเมอื่ ผอู นื่ เหน็ เราเปน คนดี มศี ลี ธรรม มชี วี ติ ที่สงบสุข ก็จะเกดิ ความศรทั ธาในพระพุทธศาสนา และหนั มาสนใจศึกษาหลักธรรมของพระพทุ ธศาสนา จงึ ถือเปน การเผยแผพ ระพทุ ธศาสนาท่ีดีวธิ หี น่ึง • เผยแผพ ระพทุ ธศาสนาดว ยความจรงิ ใจ ไมใชผ ลประโยชนเ ขา มาหลอกลอ เพราะผลทเี่ กดิ จะไมย งั่ ยนื และ เขาจะมิไดศรทั ธาในพระพุทธศาสนาอยางแทจ ริง ในวนั สาํ คญั ทางพระพทุ ธศาสนา ชาวพทุ ธควรเขา วดั ทาํ บญุ ตกั บาตร ฟง พระธรรมเทศนา และประกอบความดี ตา งๆ เชน ปลอ ยนก ปลอ ยปลา ถอื ศลี 5 ถอื ศีล 8 บาํ เพญ็ สาธารณประโยชน เปนตน ซง่ึ จะกอ ใหเกิดผลดี คือ มีความสุขใจที่ไดทําความดี จิตใจผองใส ขจัดกิเลสใหเบาบางลง นอกจากน้ัน ยังถือเปนการรักษา วัฒนธรรมที่ดีงามของพระพุทธศาสนาใหคงอยูคูสังคมไทยอกี ดว ย การเรยี นรวู ิถีการดําเนนิ ชวี ิตหรอื หลักปฏิบัติตนของศาสนิกชนตางศาสนา มปี ระโยชนมาก เน่อื งจากทาํ ให เราสามารถปฏบิ ัติตนตอผูท ่ีนบั ถอื ศาสนาอ่ืนไดอยา งถูกตอ งเหมาะสม นอกจากนั้น เราจะมีความเขา ใจใน หลกั ความเชอื่ และหลกั ปฏบิ ตั ขิ องแตล ะศาสนามากขน้ึ ทาํ ใหค นในสงั คมอยรู ว มกนั ไดอ ยา งสงบสขุ ปราศจาก ความขัดแยงในเรื่องศาสนา โครงการวัดและประเมินผล (30)

เฉลยแบบทดสอบ ชดุ ที่ 3 โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ ตอนท่ี 1 1. ตอบ ขอ 3. ประเทศเกาหลีใตปกครองดวยระบอบประชาธิปไตย ซึ่งใหเสรีภาพในการนับถือศาสนาแกประชาชน สวนประเทศเกาหลีเหนือปกครองดวยระบอบคอมมิวนิสต ซึ่งไมสนับสนุนใหประชาชนนับถือศาสนาใดๆ ดังนน้ั พระพทุ ธศาสนาในประเทศเกาหลีใตจึงเจริญรุงเรืองมากกวาในประเทศเกาหลีเหนอื 2. ตอบ ขอ 4. ในยุคปจจุบัน แมพระพุทธศาสนาจะไดรับการเผยแผเขาสูทวีปแอฟริกา แตก็ยังไมเจริญรุงเรืองมากนัก เพราะหลายประเทศประสบปญ หาการเมอื งและเศรษฐกจิ รวมทงั้ ชาวพนื้ เมอื งยังไมคอยยอมรับศาสนาอื่น มากนัก 3. ตอบ ขอ 1. คุรปุ ท มสัมภวะ หรืออกุ เยน ครุ ุ รินโปเช เปน ผนู าํ พระพทุ ธศาสนานกิ ายวัชรยานเขามาเผยแผในประเทศ ภฏู าน จนกลายเปน ศาสนาทชี่ าวภฏู านสวนใหญนบั ถอื ตง้ั แตบดั น้ันมาจนถงึ ปจจุบัน 4. ตอบ ขอ 1. หลักธรรมเร่ือง ทิศ 6 หมายถึง บุคคลประเภทตางๆ ที่เราตองเกี่ยวของสัมพันธทางสังคม ดุจทิศที่อยู รอบตวั ซ่ึงมี 6 ทศิ หลกั ธรรมนส้ี อนถงึ วธิ ที ่ีคนในสงั คมจะตอ งปฏิบตั ิตอ กันใหถูกตอ ง หากทกุ คนปฏิบัติได จะทาํ ใหส ังคมเกดิ ความเปน ระเบยี บเรยี บรอย สงบสุข 5. ตอบ ขอ 4. หลักธรรมเรือ่ ง โอวาทปาฏิโมกข ประกอบดวย การไมท ําความช่วั ท้ังปวง การทําความดีใหพ รอ ม และการ ทาํ จติ ของตนใหผ อ งใส ดังน้นั ตัวเลอื กขอ 4. จงึ เปนคาํ ตอบทถ่ี กู ตองทสี่ ุด 6. ตอบ ขอ 1. พระนางมหาปชาบดโี คตมเี ถรี มคี ุณธรรมสําคัญ 3 ประการ คอื • เปน ผมู คี วามต้งั ใจแนวแน เหน็ ไดจ ากการไมล ะความพยายามท่ีจะขอพระพุทธเจาบวชภิกษุณีจนประสบ ความสําเรจ็ • เปนผูมีความอดทนสูงย่ิง เม่ือบวชเปนภิกษุณีแลวพระนางก็ยินยอมท่ีจะปฏิบัติตามครุธรรม 8 ของพระพทุ ธเจา ดวยความอดทน • เปน ผมู คี ารวธรรมอยางยิง่ แสดงออกโดยการใหค วามเคารพตอพระพุทธเจา เปน อยางสงู ดังน้ัน ผูท่ีมีความฝนวาอยากทําหรืออยากเปนอะไรในอนาคต ควรยึดคุณธรรมขอท่ีวาเปนผูมีความต้ังใจ แนวแนหรือมีแรงจูงใจใฝสัมฤทธเิ์ ปน สาํ คัญ จึงจะประสบความสําเร็จดังท่ีหวัง 7. ตอบ ขอ 3. พระอัญญาโกณฑัญญะมีคุณธรรมท่ีควรถือเปนแบบอยาง 4 ประการ ไดแก เปนผูมีประสบการณมาก เปนคนสนั โดษ ทําตนเปนแบบอยางที่ดีในดานความประพฤติ และเปนผูเ หน็ การณไกล 8. ตอบ ขอ 3. ใตเ บ้ืองพระยุคลบาท หมายถงึ การเคารพเทิดทนู พระมหากษตั ริยและพระบรมวงศานวุ งศไวเหนือหวั ดว ย ความจงรกั ภกั ดี การไดร บั ใชใ ตเ บอ้ื งพระยคุ ลบาท จงึ มคี วามหมายวา การเขา ไปชว ยพระมหากษตั รยิ  รวมทงั้ พระบรมวงศานวุ งศท รงงาน เพอื่ ตอบแทนพระมหากรณุ าธคิ ุณทพี่ ระองคทรงมตี อราษฎรและประเทศชาติ อยางลน พน (31) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 9. ตอบ ขอ 2. ชาดกแบง ออกไดเ ปน 2 สว น คือ สว นที่เปนคาถาและบทรอ ยกรองลวนๆ แสดงคติธรรมที่พระพุทธเจา ตรสั ไวเ มือ่ ครั้งยังเปน พระโพธสิ ัตวในชาตติ างๆ ในสว นนจ้ี ะไมม เี นอ้ื เรอ่ื งและตวั ละคร กบั อกี สวนหน่งึ คอื อรรถกถาชาดก ซง่ึ พระอรรถกถาจารยเ ลา เรอื่ งราวประกอบและมตี วั ละคร หรอื เรยี กอกี อยา งวา นทิ านชาดก สว นคติธรรมจากชาดก สามารถนาํ ไปใชใ นการดําเนนิ ชีวิตไดสําหรับบคุ คลทกุ ประเภท 10. ตอบ ขอ 4. การทาํ บญุ ใหไดบ ญุ จริงๆ ตองมีองคประกอบ 3 อยา ง คอื ของทที่ ําบุญตองบริสุทธ์ิ เจตนาของผูท าํ ตอง บริสุทธ์ิ และผูรับตองมีศีลบริสุทธิ์ ซ่ึงพระสงฆเปนผูรับท่ีมีศีลบริสุทธิ์ เพราะเปนผูปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ดงั น้ัน พระสงฆจึงเปนผูค วรแกของทําบญุ หรือทกั ขเิ ณยโย 11. ตอบ ขอ 1. อนัตตา หมายถึง ภาวะท่ีไมมีตัวตน ซงึ่ หมายความวา ไมใชต ัวตนของคน สิง่ ทเ่ี ปน รูป เวทนา สญั ญา สงั ขาร และวญิ ญาณ ซง่ึ ประกอบกนั เปน คนนน้ั ไมใชต วั ของคน เปน เพยี งสภาวะธรรมทเี่ กดิ ขนึ้ และดาํ เนนิ ไปตามเหตุปจจยั เทา นัน้ 12. ตอบ ขอ 3. สมั มาอาชวี ะ คือ การเลี้ยงชีพชอบ โดยงดเวนจากการประกอบอาชีพ 5 ประเภท ไดแก การคา มนษุ ย การคาอาวุธ การคาสุราและยาเสพติด การคายาพิษ และการคาสัตว ดังนั้น การท่ีคมกริชไมยอมขาย ยาเสพตดิ แมเ พอื่ นทช่ี วนจะบอกวา ทาํ ใหฐ านะรา่ํ รวยขน้ึ อยา งรวดเรว็ จงึ จดั เปน การะทาํ ตามหลกั อรยิ มรรค ขอ สมั มาอาชวี ะ สว น ขอ 1. สมั มาทฏิ ฐิ หมายถงึ ความเหน็ ชอบ เชน เขา ใจวา อะไรคอื ทกุ ข อะไรคอื สาเหตุ ของทกุ ข อะไรคอื การดบั ทกุ ข และอะไรทจ่ี ะนาํ ไปสกู ารดบั ทกุ ข ขอ 2. สมั มาสงั กปั ปะ หมายถงึ ความดาํ รชิ อบ เชน ไมคิดพยายามมุงรายใคร คิดชวยเหลือใหผูอ่ืนหลุดพนจากทุกข ขอ 4. สัมมาวายามะ หมายถึง ความเพยี รพยายามชอบ ไดแ ก เพยี รระวงั ไมใหค วามชว่ั เกดิ ขน้ึ (สงั วรปธาน) เพยี รละความชวั่ ทเี่ กดิ ขน้ึ แลว (ปหานปธาน) เพยี รสรางความดที ย่ี งั ไมเกดิ ขึน้ ใหเกดิ ข้นึ (ภาวนาปธาน) และเพยี รรักษาความดที เี่ กิดขนึ้ แลวไมใหเ ส่ือม หรือใหเ จรญิ ยิ่งๆ ข้ึนไป (อนรุ กั ขนาปธาน) 13. ตอบ ขอ 2. อทิ ธิบาท 4 หมายถงึ ทางแหงความสาํ เรจ็ ซง่ึ มี 4 ประการ ไดแก • ฉนั ทะ หมายถึง ความพอใจในงานทีท่ ํา • วริ ิยะ หมายถงึ ความขยันหมัน่ เพยี ร • จติ ตะ หมายถงึ การตงั้ จติ ใหแ นวแน จดจออยูกับส่ิงทท่ี ํา • วิมังสา หมายถึง การพิจารณาไตรต รอง ผูท ีป่ ฏิบัติตามหลักธรรมเรอื่ ง อิทธิบาท 4 จะทาํ ใหประสบความสําเร็จในการเรยี นและการทํางาน 14. ตอบ ขอ 2. โครงสรางของพระไตรปฎกประกอบดว ยเนอ้ื หา 3 หมวดหลัก ไดแ ก • พระวนิ ยั ปฎก วาดว ยศีลของภิกษุสงฆแ ละภกิ ษุณี ตลอดถงึ พิธกี รรมตางๆ • พระสตุ ตนั ตปฎ ก วา ดว ยพระธรรมคาํ สอนทพี่ ระพทุ ธเจา ทรงแสดงและเทศนาของพระสาวกสาํ คญั บางองค • พระอภิธรรมปฎก วาดวยธรรมะทอ่ี ธบิ ายเปนหลกั วชิ าชพี ช้นั สงู ลว นๆ ไมก ลา วถงึ บุคคลและเหตกุ ารณ 15. ตอบ ขอ 1. ยมกคมั ภีร มีเนื้อหาเก่ียวกบั การยกธรรมขึน้ อธิบายเปนคๆู เชน กศุ ลกับอกศุ ล แลว อธบิ ายโดยวธิ กี าร ถามตอบ 16. ตอบ ขอ 4. “อตฺตา หเว ชิตํ เสยโฺ ย” หมายถึง ชนะตนน้ันแลดกี วา เพราะการชนะตนในทางโลก เชน อดทนตอ ความ ยากลาํ บาก บงั คบั ตนเองใหข ยนั เรยี นหนงั สอื หรอื ขยนั ทาํ งาน เปน ตน จะนาํ พาความสาํ เรจ็ มาใหใ นอนาคต สว นการชนะตนในทางธรรม เชน การบงั คบั ตนไมใหอ าฆาตมาดรา ย ไมเ กดิ ความอจิ ฉารษิ ยาผอู นื่ เปน ตน สงผลใหเรามีจิตใจทเ่ี ปน สุข ปราศจากความขุน หมองในจติ ใจ โครงการวัดและประเมินผล (32)

17. ตอบ ขอ 3. “ธมฺมจารี สขุ ํ เสติ” หมายถึง ผูประพฤตธิ รรมยอมอยเู ปน สขุ โดยในระดับอายุของนกั เรียนควรปฏบิ ตั ติ าม โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ หลกั ธรรมเบญจศลี -เบญจธรรม ซง่ึ จะทาํ ใหช วี ติ มคี วามสงบสขุ ไมม ผี ปู องรา ย เปน ผมู เี มตตาจติ ไมม คี วาม วติ กกังวล และเปน ท่ีรักใครของผอู ่นื 18. ตอบ ขอ 1. ถา ระดับฐานะของพระภกิ ษเุ ปนสมเด็จพระสงั ฆราช คําสรรพนามท่ีใชแทนพระภกิ ษุ คอื ฝาพระบาทหรอื ฝาบาท สว นคํารับของผูหญงิ คือ เพคะ 19. ตอบ ขอ 2. ทศิ เบอ้ื งขวาในทศิ 6 เปน การปฏบิ ตั ติ นระหวา งครอู าจารยแ ละลกู ศษิ ย ดงั นน้ั ตวั เลอื กขอ 2. จงึ เปน คาํ ตอบ ท่ีถูกตอง 20. ตอบ ขอ 4. พทุ ธปณธิ าน 4 คอื ความตัง้ พระทยั ของพระพทุ ธเจาวา ตราบใดพระพทุ ธศาสนายงั ไมแพรห ลาย พทุ ธบรษิ ทั 4 อันไดแ ก ภกิ ษุ ภกิ ษุณี อบุ าสก อบุ าสิกา ยงั ไมมคี ณุ สมบัติครบถวน พระองคจะไมเสด็จ ดบั ขนั ธป รนิ พิ พาน คณุ สมบัติดงั กลาว คอื • ศกึ ษา คอื ศึกษาพุทธวจนะในพระไตรปฎ กใหเขาใจ • ปฏบิ ตั ิ คือ ตอ งนําเอาทฤษฎคี วามรูนนั้ มาปฏบิ ตั ิ จนไดรับผลจากการปฏบิ ตั ิ • ชแ้ี จง คอื สามารถนําไปถายทอดใหค นอืน่ เขาใจดวย • ปกปอ ง คือ เม่อื มีผจู าบจว งใหรายปา ยสีพระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ หรือพระพทุ ธศาสนาโดยสวนรวม พทุ ธศาสนกิ ชนควรรว มมอื รวมใจกนั แกไขความเขา ใจผิดหรอื ความขดั แยง นนั้ ๆ ใหล ลุ ว ง แตตอ งทาํ โดยใช สันติวธิ ี ไมใชค วามรุนแรง 21. ตอบ ขอ 4. การแสดงตนเปนพุทธมามกะ เปนการประกาศตนวาเปนผูยอมรับนับถือพระพุทธเจา เปนการแสดงให ปรากฏวาตนยอมรบั นับถอื พระพทุ ธศาสนาเปน ศาสนาประจาํ ชีวิตของตน 22. ตอบ ขอ 3. การรวมตวั ของพทุ ธศาสนกิ ชนจดั ตง้ั องคก รชาวพทุ ธในรปู แบบตา ง เชน ชมรม สมาคม ฯลฯ จดุ มงุ หมายหลกั คอื เพ่ือสงเสริมการศึกษาและเรยี นรพู ระพุทธศาสนา รวมทงั้ สงเสริมและสนบั สนนุ การเผยแผและปกปอง พระพทุ ธศาสนาโดยสนั ตวิ ธิ ี 23. ตอบ ขอ 1. ในสมัยพุทธกาล พระภิกษุมิไดหยุดสัญจรแมในฤดูฝน จึงเหยียบยํ่าขาวกลาและพืชอ่ืนๆ ของชาวบาน ทําใหชาวบานไดรับความเดือดรอ น พระพทุ ธเจาจึงทรงวางระเบียบใหพ ระสงฆอ ยูป ระจาํ ที่ตลอด 3 เดอื น ในฤดฝู น เพื่อมิใหพระสงฆส รา งความลําบากแกช าวบาน 24. ตอบ ขอ 2. การทอดผาปาไมมีการจํากัดระยะเวลา แตตองมีผาบังสุกุลอยางนอย 1 ผืน และอาจมีเคร่ืองบริวาร อันประกอบดวยปจ จยั ตา งๆ และเคร่ืองไทยธรรมก็ได 25. ตอบ ขอ 2. การทอดกฐนิ กระทาํ ไดเพียงปล ะ 1 ครั้ง คอื ในชวงวนั แรม 1 ค่าํ เดอื น 11 ถงึ วันข้นึ 15 ค่าํ เดอื น 12 และ วดั หนึ่งจะรบั กฐนิ ไดเ พยี งปละ 1 คร้ังเทา น้ัน แตการทอดผาปา สามารถกระทําไดต ลอดทัง้ ป และการถวาย ผา จาํ นําพรรษามีกาํ หนดระยะเวลาต้ังแตว นั แรม 1 ค่าํ เดือน 11 (หลงั วนั ออกพรรษา 1 วนั ) จนถึงกลาง เดอื น 4 26. ตอบ ขอ 2. หลังจากกรวดน้ําแลว ควรนํานํ้าที่กรวดไปเทนอกอาคาร โดยควรเทลงบนพื้นดินที่สะอาดหรือโคนตนไม ไมควรเทลงในที่สกปรก เพราะนํ้าท่ีกรวดเปนสักขีพยานในการทําบุญของตนเองวาทําดวยใจสะอาดและ ถอื วาเปน ของสูง (33) โครงการวัดและประเมินผล

27. ตอบ ขอ 3. ภาชนะสาํ หรบั ทาํ นาํ้ มนตในงานมงคลนนั้ อาจใชบ าตรพระหรอื ขนั นาํ้ พานรองก็ได แตต อ งไมใชข นั เงนิ หรอื ขนั ทองคํา เพราะไมค วรแกการจบั ตอ งของพระ 28. ตอบ ขอ 3. การฝกสมาธอิ ยางสมา่ํ เสมอ จะทาํ ใหจิตใจสงบ ผองใส ไมฟ ุงซาน เยอื กเยน็ หายเครียด นอนหลับสนิท มากขึ้น มีประสิทธภิ าพในการเรียนและการทํางานดขี ้นึ ชวยเก้ือกูลสขุ ภาพทางกาย 29. ตอบ ขอ 1. เวลาทเี่ หมาะสมทสี่ ดุ สาํ หรบั การฝก สมาธิ คอื กอ นเขา นอน แตถ า เปน เวลาหลงั รบั ประทานอาหารอม่ิ ใหมๆ หรอื เวลาทาํ งานมาจนเหน่ือยแลว ไมเหมาะสําหรบั การฝกสมาธิ 30. ตอบ ขอ 2. การมีปญญาที่เฉียบแหลม มีประโยชนมากมายหลายประการ เชน ทําใหเรารูผิดรูถูก รูทางเส่ือมและ ทางเจริญ ทาํ ใหเขาใจโลกเขาใจชวี ติ ทําใหเ ราวินิจฉยั สิง่ ตางๆ ไดถูกตอ ง ทาํ ใหเปนคนมีเหตผุ ล มีความ ใจกวา ง ยอมรับฟง ความคดิ เหน็ ของผูอ่ืน เมอื่ มปี ญหาใดๆ เกดิ ขน้ึ สามารถใชว ธิ ีการแกไขไดอยา งถกู ตอง เหมาะสม เปนตน โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 31. ตอบ ขอ 1. การคิดแบบสบื สาวหาเหตปุ จจยั คือ กระบวนการคิดทีเ่ รม่ิ จากการพิจารณาเหตกุ ารณห รือปรากฏการณท ่ี เกิดขึ้นอันเปนผลจากการกระทําตางๆ แลวสืบคนหรือสืบสาวไปถึงสาเหตุและองคประกอบท่ีทําใหเกิดผล หรอื เหตุการณน้ันดว ยการหาความสมั พันธหรือการต้งั คําถาม แลว หาคาํ ตอบ 32. ตอบ ขอ 3. การเลอื กซอื้ สงิ่ ของที่จาํ เปนตอ การดาํ รงชีพเทา นน้ั แสดงวานอ ยมคี วามอยากที่พอดี ไมอยากได อยากมี (ตณั หา) มากจนเกนิ ไป จึงไมเ กิดความทกุ ขใจ 33. ตอบ ขอ 4. วิมังสา คือ การใชปญญาคิดพิจารณาไตรตรองงานที่ทํา หาวิธีปรับปรุงการทํางานที่ยังมีขอบกพรองให ดีขึน้ สว นงานท่ที ําไดด แี ลว กห็ าวิธกี ารใหมๆ มาทําใหสามารถทาํ งานไดมปี ระสทิ ธภิ าพมากยิ่งขนึ้ รวมทง้ั พิจารณาวางานสําเร็จตามแผนหรอื ไม ถา ไม เปนเพราะอะไร จะปรบั ปรุงใหด ีขึน้ ไดอยางไร 34. ตอบ ขอ 3. ความสันโดษ คือ การรูจักยับย้ังความปรารถนาของตนใหอยูในขอบเขตที่เหมาะสม ยินดีในส่ิงที่ตนมีอยู และไมด ิน้ รนจนเกนิ ไป เพ่ือแสวงหาสิ่งตางๆ อยางถูกตองตามทาํ นองคลองธรรม 35. ตอบ ขอ 1. คนที่มีความสันโดษจะมีความสุขและความสงบในชีวิต ชีวิตไมวุนวาย รูจักแสวงหาสิ่งที่ตองการดวยวิธีที่ ถกู ตอ งและมขี อบเขตทีเ่ หมาะสม ไมม คี วามอยากจนเกนิ พอดี 36. ตอบ ขอ 2. การหม่ันเจริญสติภาวนาอยางสมํ่าเสมอ จะทําใหผูปฏิบัติมีจิตใจผองใส สงบสุข หนักแนนม่ันคง นอนหลับสบาย ซึ่งเม่ือสุขภาพจิตดี สุขภาพกายก็ดีตาม นอกจากน้ัน ยังทําใหมีสมาธิในการเรียนและ การทํางานมากขนึ้ ดว ย 37. ตอบ ขอ 1. วันอีสเตอร หรือวันพระเยซูคริสตทรงคืนพระชนม เปนวันที่เฉลิมฉลองการฟนคืนชีพของพระเยซูคริสต หลงั จากทรงถกู ตรงึ กางเขนจนสน้ิ พระชนม ซงึ่ ตรงกบั วนั อาทติ ยข องทกุ ป แตไ มส ามารถระบไุ ดว า เปน วนั ที่ เทา ใด ระบไุ ดเ พียงวาอยูในชว งระหวา งวันที่ 21 มนี าคม - 25 เมษายน เนอ่ื งจากใชร ะบบการคํานวณวนั แบบจันทรคติ สญั ลักษณสาํ คญั ของเทศกาลนี้ คอื • ไข เปนสญั ลักษณข องการเกดิ ใหมหรือการมีชีวติ ใหม • ดอกลิลลี สอ่ื ถึงความหมาย ความสุขสมหวงั ความบรสิ ทุ ธิ์ไรมลทนิ • กางเขนและอุโมงคทว่ี า งเปลา เปนสัญลกั ษณข องการเปน ขนึ้ มาจากความตายของพระเยซคู ริสต • กระตา ย ส่ือถงึ ความอดุ มสมบูรณ เน่อื งจากกระตา ยเปน สตั วท ี่มีลูกดก เปน สัญลักษณข องฤดูใบไมผลิ • ผีเสื้อ ส่ือถึงชีวิตใหม เหมือนผีเสื้อท่ีออกมาจากดักแดและบินสูทองฟาเชนเดียวกับพระเยซูคริสต ทีส่ ิ้นพระชนม และอยูในอุโมงค หลังจากนัน้ 3 วัน จึงฟน คืนพระชนม โครงการวัดและประเมินผล (34)

38. ตอบ ขอ 1. ซะกาต แปลวา การทาํ ใหบรสิ ทุ ธ์ิ การทาํ ใหหมดมลทิน ซะกาตเปน ทานทีบ่ ังคบั ใหผ ูมรี ายไดใ นรอบ 1 ป ตามเกณฑที่กําหนด ตองบริจาคทรัพยสินใหแกคนที่มีสิทธิรับบริจาคตามอัตราท่ีกําหนด ตั้งแตรอยละ 2.5-20 ตอป 39. ตอบ ขอ 2. ความเชื่อเรื่องตรีมูรติเกิดข้ึนหลังจากท่ีศาสนาพราหมณไดวิวัฒนาการมาเปนศาสนาฮินดู โดยตรีมูรติ ประกอบดวย พระพรหม (มีพระมเหสี คือ พระสุรัสวดี) มีหนาที่สรางโลก พระนารายณหรือพระวิษณุ (มีพระมเหสี คอื พระลกั ษมี) มีหนาท่ดี ูแลโลก และพระศิวะหรือพระอิศวร (มีพระมเหสี คือ พระอมุ าเทว)ี มหี นาที่ทําลายโลก 40. ตอบ ขอ 3. การอยูรวมกับผูที่นับถือศาสนาแตกตางจากตนเอง ควรศึกษาเรื่องของศาสนาอ่ืนจนเขาใจอยางถองแท ไมล บหลดู หู มนิ่ ศาสดา หลกั คาํ สอน หลกั ปฏบิ ตั ิ หรอื หลกั ความเชอ่ื ของศาสนาอนื่ หากจะซกั ถามขอ สงสยั เรอื่ งศาสนาควรกระทําดว ยความสุภาพ จงึ จะเหมาะสมทส่ี ุด โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ (35) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ ตอนที่ 2 โอวาทปาฏโิ มกข หมายถงึ โอวาทสําคัญของพระพทุ ธเจา 13 หัวขอธรรม ซึง่ แสดงแกพ ระภกิ ษุ 1,250 รปู 1. แนวตอบ ในวันเพ็ญเดือน 3 มีความสําคญั ตอการสืบทอดพระพุทธศาสนาใหด ํารงตอไปอยา งยาวนาน เนื่องจากเนน 2. แนวตอบ เนอ้ื หาทเ่ี ปน อดุ มการณ หลกั การ คณุ สมบตั ขิ องผเู ผยแผศ าสนา และเทคนคิ วธิ กี ารเผยแผศ าสนาเปน สาํ คญั อทิ ธิบาท 4 หมายถึง ทางแหงความสําเรจ็ หลกั ธรรมน้ีชวยใหผปู ฏบิ ัติประสบความสาํ เรจ็ ในการเรยี นหรอื 3. แนวตอบ การทํางานได ดังนี้ 4. แนวตอบ • ฉนั ทะ เริ่มตนจากการสรางความรัก ความชอบในการเรียนกอน • วิริยะ ตองมคี วามขยนั หมนั่ เพียรในการเรียน หมัน่ อา นหนงั สือ ทบทวนตําราเรียนอยางสมา่ํ เสมอ 5. แนวตอบ • จิตตะ ตงั้ ใจเรียนและอา นหนังสือดวยจิตใจที่เปน สมาธิ ซง่ึ จะทาํ ใหเ ขา ใจบทเรยี นไดอยางรวดเร็ว • วิมังสา คดิ หาวิธกี ารเพิ่มประสทิ ธิภาพทางการเรยี นใหด ีขึน้ เชน การจดสรุปสนั้ ๆ เปน ตน กบั คาํ กลาวท่ีวา “ครูคอื พอ แมค นท่ี 2” เพราะครเู ปนผอู บรมสงั่ สอนทงั้ ดานวชิ าการและคณุ ธรรม ศลี ธรรม ใหแกนักเรียน รวมทั้งคอยดูแลนักเรียนขณะอยูที่โรงเรียน ซ่ึงไมตางจากพอแมเลย ครูจึงเปรียบเสมือน พอแมคนที่ 2 หลงั จากเขา รว มพธิ แี สดงตนเปน พทุ ธมามกะแลว พทุ ธศาสนกิ ชนควรศกึ ษาหลกั ธรรมคาํ สอนของพระพทุ ธ- ศาสนาใหเขาใจและนําไปปฏิบัติ เพื่อใหหลุดพนจากความทุกข รวมทั้งนําพระธรรมของพระพุทธองคมา ขดั เกลาจติ ใจของตนใหด งี าม ตลอดจนควรดแู ลทาํ นบุ าํ รงุ และปกปอ งพระพทุ ธศาสนาตามกาํ ลงั ความสามารถ ในฐานะพทุ ธศาสนิกชนทด่ี ี วธิ คี ิดแบบอริยสัจเปน กระบวนการคดิ ตามหลกั แหง เหตแุ ละผล โดยการสืบสาวจากผลไปหาเหตุ แลวแกไข ที่ตน เหตแุ หง ปญ หาน้นั ๆ ถือเปนกระบวนการแกปญ หาไดต รงจุด ตรงตามความมงุ หมาย เชน หากเราสอบ ไดค ะแนนไมด ี ตอ งคดิ หาวา สาเหตขุ องการสอบไดค ะแนนไมด คี อื อะไร อาจจะเปน ความเกยี จครา น หนเี รยี น ไมต ั้งใจเรยี นขณะครูสอน หรือทบทวนบทเรยี นนอยเกินไป เมื่อรสู าเหตุกจ็ ะไดแ กไ ขทต่ี นเหตุได เชน ตัง้ ใจ เรยี นใหม ากขึน้ ไมหนเี รียน ทบทวนบทเรียนอยา งสม่าํ เสมอ ซึง่ จะทําใหการสอบครง้ั ตอ ไปไดค ะแนนดีขน้ึ เปน ตน โครงการวัดและประเมินผล (36)

โครงการบรู ณาการ โครงการบูรณาการ แบบทดสอบ การเร�ยนรสู ูบันได 5 ข้นั 1. ช่ือโครงการ เยาวชนตน กลา พระพุทธศาสนา 2. หลกั การและเหตผุ ล ในปจจุบันความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยีไดเขามามีบทบาทสําคัญในการดําเนินชีวิต ทําใหการดําเนินชีวิตของผูคนยุคใหม เปลี่ยนแปลงไปเพ่ือใหกาวทันตอสถานการณโลก ศาสนากับสังคมจึงถูกมองวาเปนเร่ืองท่ีหางไกลกัน ประกอบกับการใชชีวิตของคนท่ีให ความสาํ คญั กบั ตนเองมากขน้ึ สง ผลใหเ กดิ ปญ หาขน้ึ มากมายในสงั คม ในฐานะเยาวชนผซู ง่ึ จะเตบิ โตเปน ผใู หญในอนาคตควรใหค วามสาํ คญั กบั การศกึ ษาหลักธรรมคําสอนทางพระพุทธศาสนา เพอ่ื ใหเ กิดความเขา ใจและเปนตวั อยา งท่ีดขี องคนรุนใหมท่ชี ว ยใหสงั คมเกิดการพัฒนา โดยใชแ นวทางทางพระพทุ ธศาสนาเปน พ้ืนฐาน ดังน้ัน โครงการน้ีจึงเปนสวนหน่ึงในการสงเสริมใหเยาวชนตระหนักถึงความสําคัญของพระพุทธศาสนา สามารถนําหลักธรรมทาง พระพุทธศาสนาไปปรับใชใหเกิดประโยชนในการดําเนินชีวิตและรูจักแกไขปญหาตางๆ ได ซ่ึงจะกอใหเกิดผลดีท้ังตอตนเองและสังคม สวนรวมสบื ไป 3. วตั ถปุ ระสงคของโครงการ 1. เพอ่ื ใหน กั เรยี นตระหนักถึงความสาํ คญั ของการศึกษาวชิ าพระพุทธศาสนา 2. เพ่ือใหนักเรยี นสามารถระบุปญหาและผลกระทบท่ีเกิดข้ึนจากสภาพสังคมที่เปล่ียนแปลงได 3. เพอื่ ใหน กั เรยี นสามารถนําหลักธรรมคําสอนทางพระพุทธศาสนาทีศ่ ึกษาไปประยกุ ตใชใ นการแกไ ขปญ หาตางๆ ทีเ่ กดิ ขึน้ ได 4. เปา หมาย นกั เรยี นมสี ว นรว มในการแกป ญ หาโดยใชแ นวทางตามหลกั ธรรมคาํ สอนของพระพทุ ธศาสนา เพอื่ รว มกนั สรา งสงั คมแหง ความสขุ และ ยกระดับคณุ ภาพชวี ติ ของตนเองและผอู ่นื ใหด ีขึน้ 5. ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรม คําชีแ้ จง ใหนกั เรยี นแบง กลมุ เทา ๆ กัน โดยใหแ ตละกลมุ รวมกันสาํ รวจปญหาทเ่ี กดิ ข้นึ ในโรงเรียนของตน แลว เชือ่ มโยงปญ หาเขา กบั หลักธรรมคาํ สอนทางพระพทุ ธศาสนา เพ่อื หาทางแกไ ขปญหาตางๆ ที่เกดิ ข้นึ โดยปฏิบตั ิตามขน้ั ตอน ดงั นี้ ข้ันที่ 1 ต้งั ประเดน็ คาํ ถาม เปน ข้ันท่ฝี กใหน ักเรียนรูจักคดิ สังเกต ตง้ั คาํ ถามอยา งมีเหตผุ ล และมคี วามคดิ สรา งสรรค ดงั นั้นครูควรมีบทบาทในการ กระตนุ ใหน กั เรยี นเกดิ ความอยากรู อยากเหน็ และกลา แสดงความคดิ เหน็ ทหี่ ลากหลาย จากนน้ั ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ ศกึ ษา ลกั ษณะทัว่ ไปของโรงเรยี น เชน ลักษณะทางดานสังคม สง่ิ แวดลอ ม พรอมกับต้ังคาํ ถามเพอื่ นําไปสูการกําหนดประเด็น ในการวเิ คราะหถ ึงปญ หาทีเ่ กิดข้นึ และนาํ ขอมลู ที่ไดมาวางแผนการแกป ญหาตามแนวทางคําสอนของพระพทุ ธศาสนา ขั้นที่ 2 สบื คน ความรู เปน ขนั้ ทฝ่ี ก ใหน กั เรยี นมกี ารแสวงหาความรู ขอ มลู หรอื สารสนเทศเกย่ี วกบั ประเดน็ คาํ ถามทต่ี งั้ ขน้ึ โดยใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ สาํ รวจประเดน็ ปญ หาทเ่ี กดิ ขน้ึ ในโรงเรยี น จากการสงั เกต สมั ภาษณต วั แทนนกั เรยี น หรอื เพอ่ื นๆ เกยี่ วกบั ความเปลยี่ นแปลง ท่ีเกิดขึ้นในโรงเรียนของตนและตัวอยางปญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียนอ่ืน พรอมทั้งสืบคนจากแหลงเรียนรูที่หลากหลาย เชน หองสมุดในโรงเรียน เพ่อื นาํ มาประกอบกนั และทําการบนั ทึกขอ มลู ที่ไดร ับ (37) โครงการวัดและประเมินผล

โครงการบูรณาการ แบบทดสอบ ขน้ั ที่ 3 สรปุ องคค วามรู เปน ขนั้ ทฝ่ี ก ใหน กั เรยี นนาํ ความรหู รอื สารสนเทศที่ไดจ ากการแสวงหาความรมู าอภปิ รายรว มกนั เพอื่ นาํ ไปสกู ารสรปุ องค- ความรู บทบาทของครูในขนั้ นี้จงึ ควรเสนอแนะแนวทางในการสรปุ องคค วามรู รวมทงั้ วธิ กี ารวิเคราะหและจัดองคค วามรู อยา งเปน ระบบ จากนนั้ ใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ สรปุ ปญ หาท่ีไดจ ากการสบื คน โดยแยกความแตกตา งของปญ หาในแตล ะดา น พรอมทง้ั นาํ เอาหลักธรรมคําสอนมาปรับใชในการแกปญหาอยางเหมาะสม แลว รวบรวมเนื้อหาทงั้ หมดจัดทําเปน รายงาน พรอ มนาํ เสนอ ข้ันท่ี 4 การสื่อสารและนําเสนอ เปนข้ันที่ฝกใหนักเรียนนําความรูท่ีไดรับมานําเสนอใหผูอ่ืนรับรูไดอยางมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ครูควรเสนอแนะวิธีการ นําเสนอขอมูลท่ีนาสนใจ จากน้ันใหนักเรียนแตละกลุมตรวจสอบความเรียบรอยและความสมบูรณของรายงาน แลวให ตัวแทนแตละกลุมนําเสนอรายงานสรุปแนวทางการแกปญหาในโรงเรียนตามแนวทางคําสอนของพระพุทธศาสนาหนา ชนั้ เรียน ขั้นท่ี 5 บริการสังคมและสาธารณะ เปน ขน้ั ทส่ี ง เสรมิ ใหน กั เรยี นนาํ ความรไู ปสกู ารปฏบิ ตั ิ ดงั นน้ั ครคู วรเสนอแนะวธิ กี ารนาํ ความรไู ปเผยแพร โดยอาจใหน กั เรยี น นาํ ขอ มลู ท่ีไดจ ากการทาํ รายงานไปจดั บอรด นทิ รรศการเพอื่ เผยแพรแ นวทางการแกป ญ หาตามแนวทางคาํ สอนของพระพทุ ธ- ศาสนาบรเิ วณภายในโรงเรยี น โดยเปด โอกาสใหเพือ่ นนักเรียนไดแสดงความคิดเหน็ มีการแลกเปลีย่ นเรียนรซู ง่ึ กนั และกัน เพอ่ื นําความรทู ่ีไดรบั ไปใชป ฏบิ ัติไดจ ริง โครงการวัดและประเมินผล (38)

แบบประเมินคุณภาพการจดั ทาํ โครงการ ประเดน็ ดเี ยีย่ ม (4) ระดับคณุ ภาพ ปรบั ปรุง (1) การประเมิน ดี (3) พอใช (2) 1. ตั้งประเดน็ คําถามในเร่อื ง ต้งั ประเด็นคาํ ถามในเร่ือง ต้ังประเด็นคาํ ถามในเรื่อง ใชค าํ ถามท่ีครูชี้แนะ ท่สี นใจไดด วยตนเอง ที่สนใจ โดยมคี รูคอยช้ีแนะ ทส่ี นใจ โดยมีครูคอยชแ้ี นะ มากําหนดประเดน็ คําถาม การตงั้ ประเด็น ขอบขา ยประเดน็ คาํ ถาม ขอบขา ยประเด็นคาํ ถาม ขอบขา ยประเดน็ คําถาม คาํ ถาม ชดั เจน ครอบคลมุ ขอมลู ชัดเจน ครอบคลุมขอมูล ชัดเจน แตยงั ไมค รอบคลุม ที่เกี่ยวขอ งกับตนเอง ทเ่ี กี่ยวของกับตนเอง ขอ มลู ที่เก่ียวของกบั ตนเอง เชอ่ื มโยงกับโรงเรียน เช่อื มโยงกบั โรงเรยี น เชื่อมโยงกบั โรงเรยี น มคี วามแปลกใหมและ มีความเปนไปไดในการ สรางสรรค มีความเปน แสวงหาคาํ ตอบ ไปไดใ นการแสวงหาคําตอบ วางแผนสบื คนขอมูล วางแผนสืบคน ขอมลู วางแผนสบื คนขอ มลู ไมมกี ารวางแผนหรือมกี าร ชดั เจน และปฏบิ ตั ิได ชัดเจน และปฏิบตั ไิ ด ชดั เจน และปฏิบตั ิได วางแผน แตไมส ามารถ 2. ศึกษาคนควา ความรจู าก ศกึ ษาคน ควาหาความรู ศึกษาคน ควาหาความรู นาํ ไปปฏิบตั จิ รงิ ได โครงการบูรณาการ แบบทดสอบ การสืบคนความรู แหลงเรียนรหู ลากหลาย จากแหลง เรยี นรู จากแหลง เรยี นรู ศกึ ษาคนควา หาความรู มกี ารบนั ทึกขอ มูลท่ี หลากหลาย ไมหลากหลาย จากแหลงเรียนรู เหมาะสม ไมหลากหลาย วเิ คราะหขอมลู โดยใช วเิ คราะหข อมลู โดยใช วเิ คราะหขอมูลโดยใช ไมมีการวเิ คราะหขอมลู วธิ กี ารทีเ่ หมาะสม วธิ ีการทเ่ี หมาะสม วธิ กี ารทเ่ี หมาะสม หรอื วิเคราะหขอ มลู สังเคราะหแ ละสรุป สงั เคราะหแ ละสรุป สังเคราะหและสรุป ไมถูกตอ ง สังเคราะหแ ละ 3. องคค วามรไู ดอยางชัดเจน องคค วามรไู ดอยางชดั เจน องคความรไู ดอ ยางชัดเจน สรปุ องคค วามรไู ดไ มชดั เจน มีการอภิปรายผลเชอ่ื มโยง มีการอภิปรายผลเช่อื มโยง มกี ารอภปิ รายผลเช่อื มโยง ไมมกี ารนําองคความรู การสรปุ ความรอู ยางสมเหตุสมผล ความรู นาํ องคค วามรทู ่ีได ความรยู งั ไมชดั เจน ไปเสนอแนวคดิ วธิ ีการ องคค วามรู และนาํ องคค วามรทู ี่ไดไ ป ไปเสนอแนวคิดวิธีการ นําองคความรูท่ีไดไ ปเสนอ แกป ญหา เสนอแนวคดิ วธิ กี าร แกป ญหาได แตย ังไมเ ปน วิธกี ารแกป ญหาได แกป ญ หาอยางเปน ระบบ ระบบ แตยังไมเปนระบบ 4. เรยี บเรยี งและถา ยทอด เรยี บเรียงและถา ยทอด เรียบเรยี งและถา ยทอด เรยี บเรยี งและถา ยทอด ความคดิ จากการศึกษา ความคดิ จากการศึกษา ความคดิ จากการศกึ ษาได ความคิดจากการศึกษาได การส่ือสาร คน ควาไดอ ยา งชดั เจน คนควาไดอ ยางชดั เจน ไมค อยเปน ระบบ นําเสนอ ไมเปนระบบ นาํ เสนอ และการนาํ เสนอ เปน ระบบ นาํ เสนอผลงาน เปนระบบ นาํ เสนอผลงาน ผลงานโดยใชส อ่ื ประกอบ ผลงานโดยไมใชสื่อ โดยใชสอ่ื ที่หลากหลาย โดยใชส ่ือประกอบรปู แบบ รปู แบบ ประกอบ อยา งเหมาะสม นําความรจู ากการศกึ ษา นาํ ความรจู ากการศกึ ษา นาํ ความรูจากการศกึ ษา ไมไ ดน ําความรจู ากการ คนควาไปประยกุ ตใช คนควา ไปประยุกตใชใ น คนควาไปประยกุ ตใชใน ศึกษาคนควาไปประยุกต 5. ในกจิ กรรมทส่ี รา งสรรค กิจกรรมทีส่ รางสรรคเ ปน กจิ กรรมท่สี รา งสรรค ใชใ นกจิ กรรมทส่ี รางสรรค การนําความรูไปใช เปนประโยชนตอโรงเรยี น ประโยชนต อ โรงเรยี น ทเี่ ปนประโยชนตอโรงเรียน ท่ีเปนประโยชน และบริการ เผยแพรความรู เผยแพรความรู และเผยแพรความรู สาธารณะ และประสบการณจ ากการ และประสบการณจากการ และประสบการณจากการ ปฏบิ ตั ิผา นสื่อหลากหลาย ปฏบิ ัตผิ านสื่อรูปแบบใด ปฏบิ ตั ผิ า นสอ่ื รปู แบบใด รูปแบบ รูปแบบหนึ�ง รปู แบบหน�ึง (39) โครงการวัดและประเมินผล

แบบประเมนิ ทักษะแหงศตวรรษที่ 21 คาํ ชีแ้ จง : ใหผ สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวางการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม แลว ขดี ✓ลงในชองวา งทตี่ รงกับระดบั คะแนน ทกั ษะแหง รายการประเมิน ระดบั คะแนน ศตวรรษที่ 21 1.1 ความสามารถในการอาน 321 .1 • สรปุ จบั ใจความสาํ คญั ของขอ มลู ท่ีอา นไดครบถว น ตรงประเดน็ 1.2 ความสามารถในการคดิ วิเคราะห ทกั ษะการเรียนรู • คดิ อยางมีระบบ โดยใชแหลงขอ มลู และสรปุ ประเดน็ สาํ คญั ได และพัฒนา • วิเคราะหขอมูล จาํ แนกขอ มูล และแสดงการคดิ เพื่อคนหาคําตอบ ตนเอง 1.3 ความสามารถในการเขียน • เขยี นสือ่ ความหมายไดช ัดเจน ถกู ตอง • เขียนถูกตอ งตามรปู แบบการเขียน และสรปุ องคความรูอยา งมขี ้นั ตอน 2.1 ความยืดหยุน และการปรบั ตวั • ปรบั ตัวเขา กับบทบาททแ่ี ตกตา ง งานท่ีไดรับมอบหมาย กําหนดการท่ีเปล่ียนไป โครงการบูรณาการ แบบทดสอบ • นําผลลัพธท ่เี กดิ ขึน้ มาใชประโยชนไดอยา งไดผ ล 2.2 การริเรมิ่ และเปนตวั ของตัวเอง • กําหนดเปา หมายโดยมีเกณฑค วามสําเร็จท่จี ับตองได และทจี่ ับตองไมได 2. • ใชเวลา และจัดการภาระงานอยา งมีประสทิ ธิภาพ ทกั ษะชีวิต • ทาํ งานสาํ เรจ็ ไดดว ยตนเอง โดยกาํ หนดงาน ตดิ ตามผลงาน และลําดบั ความสําคัญของงาน และการทํางาน 2.3 ทักษะทางสังคม และความเขาใจความตา งทางวัฒนธรรม • เคารพความแตกตางทางวัฒนธรรม และการทํางานรว มกบั คนทีม่ ีพ้นื ฐานแตกตางกันได 2.4 เปน ผผู ลติ และผรู บั ผิดชอบตอผลงาน • กาํ หนดเปาหมาย ลําดบั ความสาํ คญั และทําใหบรรลุเปา หมายนน้ั แมจะมีอปุ สรรค • ทาํ งานอยา งมจี รยิ ธรรมและดว ยทา ทเี ชงิ บวก รวมถึงเคารพและเหน็ คุณคาของความแตกตา ง 2.5 ภาวะผูน าํ และความรบั ผิดชอบ • ใชทกั ษะมนุษยสัมพนั ธแ ละทักษะแกป ญ หาในการชกั นําผอู ืน่ ไปสเู ปาหมาย • ดาํ เนนิ การอยางมีความรับผิดชอบโดยถือประโยชนสวนรวมเปน ที่ตั้ง 3.1 ความคิดสรางสรรคและนวตั กรรม • คดิ อยางเปน เหตเุ ปนผลหลายแบบ รวมถงึ วิเคราะหเ ปรียบเทยี บและประเมินความเห็นหลักๆ • สงั เคราะหและเชื่อมโยงระหวางสารสนเทศกบั ขอโตแ ยง .3 3.2 การคดิ อยา งมวี จิ ารณญาณและการแกป ญ หา ทกั ษะการเรียนรู • เรยี บเรยี งความคิดและมมุ มองไดเปนอยางดี ส่อื สารออกมาใหเขาใจงา ยและหลายแบบ และนวัตกรรม • แสดงความรบั ผิดชอบในงานท่ตี องทํางานเปนทีมและเหน็ คณุ คา ของบทบาทของผูร วมทมี 3.3 การสื่อสารและความรวมมอื • สรา งมมุ มองแปลกใหม ทั้งที่เปนการปรับปรงุ เลก็ นอ ยจากของเดิม หรอื ท่ีแหวกแนวโดยสิ้นเชงิ • เปด ใจรบั และตอบสนองตอ มมุ มองใหมๆ รวมทง้ั การประเมนิ ผลงานจากกลมุ เพอื่ นาํ ไปปรบั ปรงุ 4. • ลงมอื ปฏบิ ตั ติ ามความคิดสรา งสรรคเพื่อนาํ ไปสผู ลสาํ เรจ็ ทีเ่ ปนรูปธรรม ทกั ษะดา น 4.1 ดา นสารสนเทศ สารสนเทศ สอื่ และเทคโนโลยี • เขาถงึ ใช และประเมินสารสนเทศอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ ประสิทธผิ ล ครบถว น และรูเ ทา ทัน 4.2 ดานเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร • ใชเทคโนโลยีเพ่ือวิจัย จัดระบบ ประเมนิ และส่ือสารสนเทศ • ใชเ ครอื่ งมอื ส่ือสารอยางถูกตอ งเหมาะสม เพื่อทาํ หนา ท่ีในฐานความรู เกณฑก ารพจิ ารณาใหค ะแนน ลงชือ่ ……………………………………….ผปู ระเมนิ พฤติกรรม คะแนน ……………/……………/…………… พฤตกิ รรมทปี่ ฏบิ ัตชิ ัดเจนและสมา่ํ เสมอ 3 คะแนน พฤติกรรมทปี่ ฏิบตั ิชัดเจนและบอยครั้ง 2 คะแนน พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ิบางครั้ง 1 คะแนน โครงการวัดและประเมินผล (40)

สรา้ งอนาคตเดก็ ไทย ดว้ ยนวตั กรรมการเรยี นรรู้ ะดบั โลก >> ราคาเลม่ นกั เรยี นโปรดดจู ากใบสง่ั ซอ้ื ของ อจท. คู่มือครู บร. พระพุทธศาสนา ม.3 บรษิ ทั อกั ษรเจรญิ ทศั น์ อจท. จำกดั 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรงุ เทพมหานคร 10200 โทร./แฟกซ.์ 02 6222 999 (อตั โนมตั ิ 20 คสู่ าย) 8 8 5 8 6 4 9 1 32 10405 5.- www.aksorn.com Aksorn ACT ราคาน้ี เปน็ ของฉบบั คมู่ อื ครเู ทา่ นน้ั


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook