Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ใบความรู้ 1

ใบความรู้ 1

Published by arjarn.niyada, 2016-09-22 05:52:06

Description: ใบความรู้ 1

Search

Read the Text Version

พฒั นาการของที่พกั แรม การเดินทางเพ่ือวตั ถุประสงค์ในทางดา้ นเศรษฐกิจ การเมือง การศาสนา และการแสวงหาความเพลิดเพลิน หรือวตั ถุประสงคป์ ลีกยอ่ ยอ่ืนๆ นอกจากกล่าวมาแลว้ ไดเ้ กิดข้ึนต้งั แต่สมยั โบราณการเดินทางนอกจากตอ้ งการ การขนส่ง อาหารและเครื่องดื่ม ความปลอดภยั ความสะดวกสบายในการเดินทาง องคป์ ระกอบอยา่ งหน่ึงซ่ึงขาดไม่ไดใ้ นการเดินทาง คือ ท่ีพกั แรม (Accommodations)ท่ีพกั แรมในการเดินทางหรือโรงแรม (Hotels) ซ่ึงมีลกั ษณะแตกต่างกนั ออกไป เพื่อให้สอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงคข์ องผเู้ ดินทาง ที่พกั แรมหรือโรงแรมเป็นองคป์ ระกอบอยา่ งหน่ึงของการเดินทางมาต้งั แต่สมยั โบราณ ที่พกั แรมบางประเภท อาจเป็ นท่ีพกั ชว่ั คราวระหว่างการเดินทาง บา้ นญาติ วดัหรือโรงแรมท่ีสร้างข้ึนเพื่อวตั ถุประสงคใ์ นทางดา้ นเศรษฐกิจเป็นเป้ าหมายหลกั ในปัจจุบนั การเดินทางเพ่ือการประกอบอาชีพ และการท่องเท่ียวขยายตวั ข้ึน เพราะความเจริญกา้ วหนา้ ทางดา้ นเศรษฐกิจ ซ่ึงมีความจาเป็ นตอ้ งติดต่อธุรกิจโยงใยกนั ทวั่ โลก และการพฒั นาดา้ นเทคโนโลยีเกี่ยวกบั การขนส่ง จึงทาให้การเดินทางกระทาไดร้ วดเร็ว ปลอดภยั สะดวกสบายมากข้ึนกว่าเดิม การเดินทางเพ่ือการท่องเที่ยวก็ได้ขยายตวั ข้ึนอย่างมากเนื่องจากการพฒั นาของระบบการขนส่ง ระบบธุรกิจในปัจจุบนั มีวนั หยุดมากข้ึน และความตอ้ งการพกั ผ่อนหย่อนใจเหตุผลดงั กล่าวแลว้ จึงไดเ้ กิดการสร้างที่พกั แรมหลายประเภทเพื่อตอบสนองความตอ้ งการของผูบ้ ริโภคซ่ึงหลากหลาย ไปตามความสัมพนั ธ์ระหว่างท่ีประเภทของที่พกั แรมกบั การเดินทางโดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ การเดินทางเพอื่ การทอ่ งเท่ียวประวตั ขิ องทพ่ี กั แรม การเดินทางจากบา้ นไปยงั สถานที่อื่นๆ ถา้ ระยะทางไกลกจ็ าเป็นตอ้ งหยดุ พกั คา้ งคืน การพกัแรมในระยะแรกเริ่มของการเดินทาง ก็คงพกั แรมในบริเวณพ้ืนที่เดินทางผ่านบา้ นญาติ วดั หรือสถานท่ีอื่นๆ ซ่ึงคิดวา่ ปลอดภยั เมื่อเส้นทางใดมีการเดินทางผ่านมากข้ึนและเหมาะสมเป็ นจุดแวะพกั หรือเป็ นเมืองซ่ึงมีส่ิงอานวยความสะดวกในดา้ นการอาหารและความจาเป็ นอื่นๆ หรือเมืองใดเป็ นจุดหมายของการเดินทาง สถานที่ดงั กล่าวก็ไดจ้ ดั สร้างท่ีพกั แรมสาหรับนกั เดินทางข้ึน เพื่อผลประโยชนท์ างธุรกิจ ท่ีพกั แรมดงั กล่าวแลว้ ก็คือ โรงแรมสาหรับคนเดินทาง ในโรงแรมมิไดจ้ ดั ท่ีพกั ใหก้ บั คนเดินทางอยา่ งเดียว แต่ตอ้ งจดั อาหาร เครื่องด่ืม หรือบริการอื่นๆ ให้แก่ คนเดินทางเพื่ออานวยความสะดวกสบาย และความเพลิดเพลิน โดยความหมายของโรงแรมตามพระราชบญั ญตั ิโรงแรม พ.ศ. 2478 มาตรา3 จึงให้ความหมายว่า “โรงแรม หมายถึง บรรดาสถานที่ทุกชนิดท่ีจดั ต้งั ข้ึนเพื่อรับสินจ้างสาหรับคน

เดินทางหรือบุคคลท่ีจะหาท่ีอย่หู รือที่พกั ชวั่ คราว” (พระราชบญั ญตั ิโรงแรม พ.ศ. 2478 มาตรา 3)จากความหมายดงั กล่าวแลว้ โรงแรมจึงหมายถึงสถานท่ีทุกประเภทอาจเรียกช่ือวา่ โรงแรม หรือไม่เรียกช่ือโรงแรม เช่น อาจเรียกว่า รีสอร์ท (Resorts) หรือบา้ นพกั ตากอากาศ แต่จดั บริการเพ่ือเรียกเก็บค่าเช่า และอาจจดั บริการอ่ืนๆ ประกอบดว้ ย เช่น บริการดา้ นอาหารและเครื่องดื่ม การซักรีดการขายสินคา้ ท่ีระลึก ฯลฯ ก็เป็ นลกั ษณะของโรงแรมท้งั สิ้น และความหมายของโรงแรมในสากลก็มีลักษณะคล้ายกับโรงแรมในความหมายของไทย แต่ได้ยกตัวอย่างการบริการประกอบความหมายชดั เจนกวา่ เช่น ไดใ้ หค้ วามหมายวา่ โรงแรม คือ สถานประกอบการท่ีผูใ้ ห้บริการตอ้ งจดั ให้มีบริการด้านอาหาร เครื่องดื่ม และท่ีพกั ไวบ้ ริการแก่นักเดินทางท่ีตอ้ งจ่ายค่าบริการ หรือโรงแรม คือ สถานที่ซ่ึงจดั บริการด้านที่พกั อาศยั และสิ่งอานวยความสะดวกให้แก่นักเดินทาง(Bhatia, 1983 : 240) ดงั น้นั โรงแรมจึงเกิดข้ึนเพ่ือตอบสนองความตอ้ งการของการเดินทาง ในดา้ นการพกั ผอ่ นและความสะดวกสบายต่างๆ ในดา้ นการเดินทาง ประวตั ิศาสตร์ของโรงแรม คงเกิดข้ึนไม่ต่ากวา่2,000 ปี ล่วงมาแลว้ เพราะในสมยั อาณาจกั รโรมนั (700 B.C. – ค.ศ. 500) ก็มีท่ีพกั แรมประเภทโรงแรมสาหรับคนเดินทาง แต่หลงั จากอาณาจกั รโรมนั ตะวนั ตกแตกสลายสภาพทางการเมืองขาดความม่นั คง บ้านเมืองแตกแยกออกเป็ นอาณาจักรเล็กๆ ขาดการติดต่อค้าขายซ่ึงกันและกันนอกจากน้ีโจรผู้ร้ายก็ชุกชุม จึงทาให้การเดินทางหยุดชะงัก โดยเฉพาะอย่างย่ิงระหว่างคริสตศ์ ตวรรษท่ี 6 – 10 เน่ืองจากเหตุผลดงั กล่าวแลว้ จึงส่งผลให้ธุรกิจการโรงแรมหยดุ ชะงกั การขยายกิจการตามสภาพของระบบการเมืองและเศรษฐกิจ ระหวา่ งคริสตศ์ ตวรรษท่ี 8 – 13 การเดินทางเพื่อประกอบกิจการทางดา้ นศาสนาไดเ้ ร่ิมมีมากข้ึน ทางฝ่ ายศาสนาจะจดั วดั เป็ นศูนยก์ ลางท่ีพกั (Religious Centers) ของผจู้ าริกแสวงบุญการบริการดงั กล่าวแลว้ ไม่ตอ้ งเสียค่าใชจ้ า่ ย ช่วงสงครามครูเสด (ค.ศ. 1029 - 1270) ซ่ึงเป็ นสงครามระหวา่ งศาสนาคริสตก์ บั อิสลามชาวคริสต์ในยุโรป ได้เดินทางไปร่วมทาสงครามครูเสด ส่งผลกระทบให้วดั ในคริสต์ศาสนาจดั สร้างที่พกั ไวบ้ ริการแก่ชาวคริสต์ ผูไ้ ปร่วมสงครามมากย่ิงข้ึน นอกจากน้ี สงครามครูเสด ยงัส่งผลให้นครรัฐต่างๆ ของประเทศอิตาลี เช่น เวนิส (Venice) ฟรอเรนซ์ (Florence) กลายเป็ นศูนยก์ ลางการคา้ และการเดินทาง จากยุโรปสู่เอเชียตะวนั ตกเฉียงใต้ ซ่ึงเป็ นดินแดนของการทาสงครามระหวา่ งศาสนา เพื่อตอบสนองความตอ้ งการในการพกั แรม ตามเมืองฟรอเรนซ์ไดจ้ ดั สร้างที่พกั สาหรับนกั เดินทาง ในปี ค.ศ. 1290 มีจานวนท่ีพกั ดงั กล่าวแลว้ จานวน 86 หลงั (ปรีชา แดงโรจน์, 2525 : 7) สาหรับในประเทศฝร่ังเศส ก็มีท่ีพกั ของนกั เดินทางเช่นเดียวกนั ในปี ค.ศ. 1254กฎหมายฝร่ังเศสได้กาหนดไวว้ ่า ผูเ้ ดินทางจะต้องพกั ในโรงแรมเท่าน้ัน และในปี ค.ศ. 1315กฎหมายยงั กาหนดไวว้ ่า ผเู้ ดินทางจะตอ้ งพกั ในโรงแรมเท่าน้นั และในปี ค.ศ. 1315 กฎหมายยงั

กาหนดไวว้ า่ ถา้ ผพู้ กั เสียชีวติ ในโรงแรม เจา้ ของตอ้ งใชเ้ งินมีมลู คา่ 3 เทา่ ของมูลคา่ ท่ีผพู้ กั พาติดตวั มา(จาลอง ทองดี, 2526 : 7) จากกฎหมายดงั กล่าวแลว้ แสดงให้เห็นว่า มีที่พกั สาหรับบริการแก่นกัเดินทาง และเกิดความไม่ปลอดภยั แก่ชีวติ และทรัพยส์ ิน จึงไดต้ รากฎหมายดงั กล่าวข้ึน ภาพที่ ภาพเมืองฟลอเรนซ์ซ่ึงกลายเป็นศนู ยก์ ลางการคา้ ในยคุ กลาง ตอนปลายสมยั กลาง ต้งั แต่คริสต์ศตวรรษท่ี 14 และ 15 เป็ นตน้ มา ได้เกิดการคา้ ขายระหวา่ งเมือง และเมืองต่างๆ ไดข้ ยายตวั ในดา้ นเศรษฐกิจอีกคร้ังหน่ึง การขยายตวั ทางดา้ นเศรษฐกิจดงั กล่าวแลว้ ทาให้ ธุรกิจทางดา้ นท่ีพกั แรม ขยายกิจการตามไปดว้ ย ดงั น้นั ในคริสตศ์ ตวรรษที่ 15 ได้มีโรงแรม (Inns หรือ Taverns) ในเมืองต่างๆ แพร่หลายในยุโรป ในปี ค.ศ. 1576 ประเทศองั กฤษมีโรงแรมบริการประมาณ 6,000 โรงแรม (Bhatia, 1983 : 236) โรงแรมประเภทน้ีต้งั อยบู่ ริเวณริมทางรถมา้ จดั ท่ีพกั ให้ท้งั คนและมา้ นอกจากเป็ นที่พกั แรมของคนเดินทาง สถานท่ีดงั กล่าวแลว้ ยงั เป็ นท่ีพบปะสังสรรคข์ องขนุ นาง นกั การเมือง พระและบุคคลในทอ้ งถ่ิน โรงแรมไดข้ ยายตวั อยา่ งต่อเนื่องต้งั แต่คริสตศ์ ตวรรษท่ี 18 จนพฒั นาเป็ นโรงแรมมาตรฐานซ่ึงเป็ นตน้ แบบของโรงแรมปัจจุบนั ในปลายคริสตศ์ ตวรรษที่ 19 (Gray and Liquori, 1994 : 3 -5) ภาพที่ ภาพโรงแรมที่มีใตถ้ ุนไวส้ าหรับเล้ียงมา้

ภาพที่ ลกั ษณะ inn ภาพท่ี ลกั ษณะ Tarven และกิจกรรมภายใน

ในอเมริกา หลงั จากไดม้ ีชาวองั กฤษและทางชาติยุโรปชาติอ่ืนๆ อพยพเขา้ ไปอยใู่ นอเมริกาต้งั แต่คริสตศ์ ตวรรษที่ 16 ก็ทาใหเ้ กิดที่พกั หรือโรงแรม ในบริเวณทางดา้ นฝ่ังตะวนั ออกเฉียงเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกาในปัจจุบนั โรงแรมในอเมริกาเกิดข้ึนตามบริเวณเมืองท่าชายฝ่ังทะเลหรือแม่น้า แต่โรงแรมในองั กฤษเกิดข้ึนตามแนวเส้นทางรถมา้ โรงแรมไดพ้ ฒั นาตามความเจริญของประเทศอยา่ งตอ่ เนื่อง ในปี ค.ศ. 1794 โรงแรม ซิตต้ี (City Hotel) ในนครนิวยอร์ค (New York) เป็ นโรงแรมขนาดใหญ่ท่ีสุดมีห้องพกั 70 ห้อง ในปี ค.ศ. 1829 ในเมือง บอสตนั (Boston) ไดส้ ร้างโรงแรมขนาดใหญ่ มีห้องพกั ถึง 170 ห้อง หลงั จากน้นั โรงแรมไดพ้ ฒั นาอยา่ งต่อเน่ือง จนกระทงั่ ปีค.ศ. 1907 เอลส์เวริ ์ส เอม็ สเตทเลอร์ (Elsworth M. Statler) ไดส้ ร้างโรงแรมบฟั ฟาโล สเตทเลอร์(Buffalo Statler) มีห้องพกั ท้งั หมด 300 ห้อง แต่ละห้องมีห้องน้าส่วนตวั สเตทเลอร์ยงั ไดข้ ยายกิจการของโรงแรมออกไปยงั เมืองต่างๆ และเป็ นแนวความคิดของการจดั ต้งั โรงแรมเครือข่าย(Chain Hotel) ในปัจจุบนั (Gray and Liquori, 1994 : 5 - 6) ภาพท่ี โรงแรม PLIMHIMMON HOTEL ในช่วงปี ค.ศ.1884-1940 ภาพที่ xxx ภาพโรงแรมบฟั ฟาโล สเตทเลอร์ ในปี ค.ศ.1907

องคป์ ระกอบท่ีสาคญั ทาให้ธุรกิจการโรงแรมขยายตวั คือ การขยายตวั ทางเศรษฐกิจของยโุ รป ต้งั แต่คริสตศ์ ตวรรษท่ี 18 ผนวกกบั ความเขม้ แขง็ ทางดา้ นการเมืองและความกา้ วหนา้ ในการพฒั นาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในคริสตศ์ ตวรรษท่ี 19 ไดม้ ีการพฒั นาเทคโนโลยดี า้ นการขนส่งท้งั ทางน้าและทางบก ไดป้ ระดิษฐเ์ รือกลไฟ และรถไฟในการขนส่งสินคา้ และผโู้ ดยสาร ส่ิงเหล่าน้ีลว้ นส่งเสริมใหเ้ กิดการขยายตวั ในเร่ืองการเดินทางและส่งผลในธุรกิจโรงแรมไดพ้ ฒั นามากย่ิงข้ึนหลงั จากไดม้ ีการพฒั นาการขนส่งทางอากาศในตน้ คริสตศ์ ตวรรษท่ี 20 จนกระทง่ั มีความปลอดภยัในการขนส่งผูโ้ ดยสารและสินคา้ จึงทาให้การจนส่งทางอากาศมีบทบาทท่ีสาคญั ในการเดินทางระหว่างประเทศ หรือการเดินทางระยะไกล การขนส่งผโู้ ดยสารท่ีปลอดภยั รวดเร็ว สะดวกสบายและการพฒั นาเทคโนโลยขี องระบบการขนส่งทางอากาศใหเ้ จริญกา้ วหนา้ ข้ึนต้งั แต่ทศวรรษท่ี 1960เป็ นตน้ มา ลว้ นส่งผลให้เกิดการขยายตวั ทางดา้ นการเดินทางเพ่ือประกอบธุรกิจและการท่องเท่ียวยอ่ มส่งผลให้เกิดการขยายตวั ทางดา้ นที่พกั แรมในรูปแบบต่างๆ เพื่อสนองความตอ้ งการของนักเดินทางซ่ึงมีวตั ถุประสงคท์ ่ีแตกตา่ งกนั


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook