Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สมุนไพรไทย

สมุนไพรไทย

Published by Chanya Chanya, 2021-06-28 10:11:01

Description: สมุนไพรไทย

Search

Read the Text Version

สมุนไพรไทย หอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอออนไลน์ ห้องสมดุ ประชาชนอาเภอภกู ามยาว กศน.อาเภอภกู ามยาว

สมนุ ไพร ขา่ ชือ่ วทิ ยาศาสตร์ Alpinia galanga (L.) Willd. ช่อื พ้อง Languas galanga (Linn.) Sw. ชื่อวงศ์ ZINGIBERACEAE ประโยชนท์ างยา เหง้าหรอื ลาํ ตน้ ใต้ดนิ รสเผ็ดรอ้ นขม แก้ฟกชํ้า แก้บวม แก้อาการทอ้ งอดื ท้องเฟอ้ จุกเสยี ด แนน่ เกล้อื น ขับลมในลาํ ไส้ แกป้ วดมวนในทอ้ ง ขับลมในสตรีหลงั คลอดบตุ ร ใชภ้ ายนอกรกั ษาชว่ ย ยอ่ ยอาหาร แกบ้ ดิ แกล้ มพิษ แก้โรคปวดบวมตามข้อ หลอดลมอกั เสบ มีฤทธิ์กดหัวใจกระต้นุ การ หายใจ กดการหายใจ กระตนุ้ การหายใจในเด็ก เป็นยาธาตุ

สมนุ ไพร ขงิ ชอ่ื สามญั : Ginger ชือ่ วิทยาศาสตร์ : Zingiber officinale Roscoe วงศ์ : Zingiberaceae ช่อื อนื่ : ขงิ แกลง, ขิงแดง (จนั ทรบรุ )ี , ขิงเผอื ก (เชยี งใหม)่ , สะเอ (แมฮ่ ่องสอน) , ขิงบา้ น, ขงิ แครง, ขงิ ป่า, ขงิ เขา, ขิงดอกเดียว (ภาคกลาง) , เกยี (จนี แตจ้ ว๋ิ ) สรรพคณุ เหง้า : รสหวานเผด็ รอ้ น ขบั ลม แกท้ ้องอดื จกุ เสียด แนน่ เฟ้อ คลน่ื ไส้อาเจียน แก้หอบไอ ขบั เสมหะ แกบ้ ิด เจริญอากาศธาตุ สารสาํ คญั ในนาํ้ มนั หอมระเหย จะออกฤทธก์ิ ระต้นุ การบบี ตวั ของ กระเพาะอาหารและลําไส้ ใช้เหงา้ แกท่ ุบหรอื บดเปน็ ผง ชงนาํ้ ดมื่ แก้อาการคลืน่ ไสอ้ าเจยี น แก้จุก เสยี ด แน่นเฟ้อ เหงา้ สด ตาํ คั้นเอานาํ้ ผสมกับนา้ํ มะนาว เตมิ เกลอื เลก็ นอ้ ย จบิ แกไ้ อ ขับเสมหะ ต้น : รสเผ็ดรอ้ น ขบั ลมใหผ้ ายเรอ แก้จกุ เสยี ด แกท้ อ้ งร่วง ใบ : รสเผ็ดร้อน บาํ รงุ กาํ เดา แกฟ้ กชา้ํ แกน้ วิ่ แกข้ ดั ปสั สาวะ แก้โรคตา ฆ่าพยาธิ ดอก : รสเผ็ดร้อน แก้โรคประสาทซง่ึ ทาํ ใหใ้ จขุ่นมัว ชว่ ยยอ่ ยอาหาร แก้ขดั ปสั สาวะ ราก : รสหวานเผ็ดรอ้ นขม แก้แน่น เจรญิ อาหาร แก้ลม แกเ้ สมหะ แกบ้ ดิ ผล : รสหวานเผด็ บํารุงน้าํ นม แก้ไข้ แกค้ อแห้ง เจ็บคอ แก้ตาฟาง เปน็ ยาอายวุ ฒั นะ

สมุนไพร ขงิ แมงดา ชอ่ื วิทยาศาสตร์ :Scientific name : Zingiber kerrii Craib ชื่อเรยี กอนื่ :Other name(s) : ชือ่ วงศ์ : Family name :ZINGIBERACEAE ลักษณะ : พชื ล้มลุก มเี หงา้ ใตด้ ิน สูง 1-2 ม. ช่อดอกเกดิ ทเี่ หงา้ กลีบเกสรเพศผู้เปน็ หมนั ตั้งตรง ใบ ประดับสีเขยี ว มแี ตม้ สมี ว่ งแดงทีป่ ลาย กลบี เลยี้ งและกลบี ดอกสีครมี และกลบี ปากมีแต้มสมี ว่ งแดง ท่โี คนกลีบ เกสรเพศผสู้ คี รีม ออกดอกเดอื นกรกฎาคม

สมนุ ไพร ฟา้ ทะลายโจร ชือ่ วิทยาศาสตร์ : Andrographis paniculata (Burm.f.) Nees (วงศ์ Acanthaceae) ชอ่ื อื่น : ฟ้าทะลาย หญา้ กนั งู นา้ ลายพงั พอน เมฆทะลาย ฟ้าสะทา้ น ตามศาสตรก์ ารแพทยแ์ ผนไทย “ฟา้ ทะลายโจร” จดั เปน็ สมนุ ไพรทมี่ รี สขม อยู่ในกลุ่มยาเยน็ มี สรรพคณุ ทางการแพทยแ์ ผนไทย ใช้บรรเทาอาการไขห้ วดั แก้ไอและเจ็บคอ เปน็ สมนุ ไพรท่ไี ด้ถูก บรรจอุ ยใู่ นบัญชียาหลกั แหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 (บัญชียาจากสมนุ ไพร) กระทรวงสาธารณสขุ ใน รปู แบบยาเดยี่ ว

สมนุ ไพร ย่หี รา่ ยี่หรา่ ชื่อสามัญ Tree basil, Clove basil, Shrubby basil, African basil, Wild basil, Kawawya, Caraway friut, Caraway seed, Kummel, Caraway ย่ีหรา่ ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Ocimum gratissimum L. จัดอยใู่ นวงศ์กะเพรา (LAMIACEAE หรอื LABIATAE)  ใบยีห่ ร่า เป็นใบเด่ียวออกตรงข้ามกนั เปน็ คู่ ๆ ลกั ษณะของเป็นรูปกลมรี โคนใบสอบ ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเปน็ ฟันเลอ่ื ย ใบสเี ขียวสด ผิวใบสากมือ ใบย่ีหร่ามีกล่นิ หอมเฉพาะตัว มรี สรอ้ น จงึ ชว่ ยดับ กลนิ่ คาวจากอาหารจําพวกเน้อื สตั ว์เน้อื ปลาไดเ้ ป็นอย่างดี สรรพคุณของย่หี ร่า 1. สามารถช่วยยบั ยง้ั หรอื ช่วยชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเรง็ ได้ (ใบ) 2. ชว่ ยในการบาํ รงุ ธาตุในร่างกาย (ใบ) 3. ใบยห่ี ร่าอดุ มไปดว้ ยวติ ามินซีและธาตุแคลเซียม ซ่ึงมสี รรพคุณในการช่วยขับเหงอื่ ซึ่งเป็นของเสยี ออก 4. ใบยห่ี ร่ามสี รรพคุณชว่ ยแก้อาการคลื่นไส้ ด้วยการใช้ใบนํามาชงเป็นชาดมื่ จนกว่าจะหาย (ใบ) 5. ช่วยแก้โรคเบือ่ อาหาร (ใบ) 6. ชว่ ยในการทาํ งานของระบบยอ่ ยอาหาร (ต้น, รากแห้ง) 7. ช่วยแก้อาการปวดท้องเนื่องจากอาหารไม่ย่อย (ใบ) 8. ต้นย่หี รา่ มสี รรพคุณช่วยแกอ้ าการท้องอดื ทอ้ งเฟ้อ อาการปวดทอ้ ง (ใบ, ตน้ , รากแหง้ ) 9. ช่วยในการขบั ลมในลําไส้ (ใบ, ตน้ , รากแห้ง) 10. นํ้ามันหอมระเหยจากยหี่ ร่ามีฤทธชิ์ ่วยระงับอาการหดเกรง็ ของไส้ (น้าํ มนั หอมระเหย) 11. ชว่ ยฆ่าเช้ือจลุ ินทรีย์ ดว้ ยการใช้ผลแหง้ ประมาณ 3-5 กรมั นาํ มาชงกบั นาํ้ เดือดประมาณ 1 ลติ ร ทงิ้ ไว้ สักระยะแล้วจึงนํามาดื่มวันละ 3-4 ถ้วยตวง (ผล) 12. ยห่ี รา่ ยงั มฤี ทธท์ิ ําให้กล้ามเนอ้ื มดลูกคลายตวั ซง่ึ จะชว่ ยลดอาการปวดประจําเดือนในสตรีได้ (ใบ

สมุนไพร ตะไคร้ ชอ่ื เคร่ืองยา ตะไคร้หอม ได้จาก รากและเหง้า ใบ ช่อื พืชท่ใี หเ้ ครอ่ื งยา ตะไคร้หอม ชือ่ อ่นื (ของพชื ทใี่ ห้เครอ่ื งยา)จะไครมะขดู ตะไครมะขดู (ภาคเหนอื ) ตะไครแ้ ดง ชื่อวิทยาศาสตร์ Cymbopogon nardus Rendle. ชือ่ วงศ์ Poaceae (Graminae) สรรพคณุ : ตารายาไทย: ใช้ เหงา้ เป็นยาบบี มดลกู ขับประจาํ เดอื น ขบั ปสั สาวะ ขบั ระดขู าว ขบั ลม ในลาํ ไส้ แกแ้ น่น จุกเสยี ด แกอ้ าเจยี น รากและเหง้าตม้ กินแกแ้ ผลในปาก แก้ปากแตกระแหง แก้ ตานซางในลิ้นและปาก บํารงุ ไฟธาตุ แกไ้ ข้ แกอ้ าเจยี น แกร้ ดิ สีดวงตา แก้ธาตุ แก้เลือดลมไม่ปกติ เหง้า ใบ และกาบ นาํ มากล่ันไดน้ า้ํ มันหอมระเหย ใช้เป็นเครอ่ื งหอม เชน่ สบู่ หรือพ่นทาผิวหนังกัน ยงุ แมลง ทงั้ ตน้ มีรสปรา่ รอ้ นขม แกร้ ดิ สดี วงในปาก ขบั โลหิต ทําใหม้ ดลกู บบี ตวั ทําให้แทง้ ขบั ลมในลําไส้ แก้แน่นทอ้ ง

สมนุ ไพร ผักแพว ผักแพวเป็นผักสมนุ ไพรพืน้ บ้านที่มสี รรพคณุ ทางยาและประโยชนเ์ ยอะมาก ชอ่ื ทาง วทิ ยาศาสตรข์ องผักแพวคือ Polygonum odoratum Lour ชอ่ื พ้องวทิ ยาศาสตร์ Persicaria odorata(Lour) ชง่ึ ผักแพวมีภาษาเรยี กแตล่ ะภาคแตกตา่ งกนั ออกไปดงั น้ี ภาษาเหนือ เรียก ผกั ไผ่, ภาษาอสี าน เรยี ก ผกั แพ้ว,พริกม่า,ภาคกลาง เรยี ก ผกั ขาว,ผกั ไผ่นา้ํ ผกั แพวแดง,ภาคใต้ เรยี ก ผัก จันทรแ์ ดง,อยธุ ยา เรยี ก ผกั หอมจนั ทร,์ โคราช เรียก ผักจันทรโ์ ฉม ชอื่ ภาษาองั กฤษของผักแพว คอื Phew Vegetable สรรพคณุ ของผกั แพว ผกั แพวมสี ารตา้ นอนุมลู อิสระหลายชนิดท่ีชว่ ยเสรมิ สรา้ งภมู ิต้านทานโรคใหก้ บั รา่ งกาย และชว่ ยใน การชะลอวัย ช่วยปอ้ งกันและตอ่ ตา้ นมะเรง็ ช่วยป้องกนั โรคหัวใจ ชว่ ยขบั ลม แก้ทอ้ งอดื ชว่ ยขบั เหงือ่ ช่วยปอ้ งกนั โรคปอด ชว่ ยรกั ษาโรคผิวหนงั เชน่ กลากเกลอ้ื น แกค้ นั แก้ไข้หวัด แกไ้ อ ชว่ ย รักษาโรคหดื หอบ แกบ้ วม ช่วยขบั พษิ ช่วยป้องกนั เสน้ เลือดตีบตัน ชว่ ยขบั ปสั สาวะ ช่วยบาํ รงุ กระดูก ใบใชร้ ับประทานช่วยทําใหเ้ จรญิ อาหาร ช่วยบาํ รงุ ประสาท

สมนุ ไพร ผกั ชฝี รั่ง ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Eryngium foetidum ประโยชน์และสรรพคณุ ของผักชฝี รง่ั กลน่ิ หอม รสมันอมขมเลก็ นอ้ ย ผกั ชฝี ร่ังสรรพคุณแก้ออ่ นเพลีย เมื่อยล้า บาํ รุงธาตุ บํารงุ หัวใจ ขับ ปสั สาวะ รกั ษาแผลใหห้ ายได้ เปน็ พืชสมุนไพรทม่ี ศี ักยภาพในการพฒั นาเปน็ ยาแผนปัจจบุ นั เพ่ือใช้ ในการรักษาแผลสดหรอื แผลหลังผา่ ตัด ลําต้น-ท่เี ป็นเหงา้ นาํ มาบดใช้ทาบริเวณแมลงกดั ต่อย ชว่ ยลดอาการปวดได้ และรบั ประทานสดเปน็ ยาขับปัสสาวะ สว่ นรากนํามาตม้ รบั ประทานแกไ้ ข้เป็นหวดั ชว่ ยขับเหงอ่ื ขบั ปสั สาวะ รวมถึง ประโยชนห์ ลกั สาํ หรบั ปรงุ อาหารเพอื่ ปรบั ปรงุ กล่นิ รสอาหาร ใบ-ใชบ้ ดนํามาทารักษาแผล แผลติดเชื้อ แผลอกั เสบ รบั ประทานสดเปน็ ยาขบั ปัสสาวะ และนาํ มา เคีย้ วใชร้ ะงับกลิน่ ปาก รับประทานเป็นยาระบาย แก้ไข้ รกั ษาหวัด ช่วยเจริญอาหาร รวมถุึ งุ การ ใชป้ ระโยชน์หลักสาํ หรบั ปรงุ อาหารเพ่ือดับกลนิ่ คาวทาํ ใหอ้ าหารนา่ รบั ประทาน

สมนุ ไพร ใบสะระแหน่ สะระแหน่ (mint) เป็นพชื ผักพ้นื เมอื งของไทยชนิดหนงึ่ แตม่ ีหลายสายพันธ์ุทีพ่ บแพรก่ ระจายในประเทศเขต อบอนุ่ ท่ัวโลก ซึ่งถือเปน็ ผักสมุนไพรท่ถี กู นาํ มาใชป้ ระโยชนม์ าก โดยเฉพาะใบสะระแหนท่ ่ีนิยมใชท้ งั้ ใบสดมา เปน็ ส่วนผสมของอาหาร และทีส่ าํ คญั คอื ใบสดถกู นํามาสกัดนํ้ามันหอระเหยท่ีมบี ทบาทมากในวงการ อุตสาหกรรมอาหาร เคร่ืองสาํ อาง และยารกั ษาโรค • ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mentha cordifolia Opiz. • ชื่อสามัญ : – Mint – Kitchen mint • วงศ์ : Labiatae สรรพคุณสะระแหน่ ชว่ ยขับเหง่อื และความร้อน ขับพิษไข้ หรือใช้ใบสด ๆ นาํ มาตําให้ละเอียดพอกบริเวณที่แมลงสตั ว์กดั ต่อย หาก มอี าการบิด หรือทอ้ งรว่ ง ใช้ใบสดตม้ ด่มื แตน่ ้ํา และถา้ ใช้สะระแหนส่ ดบดแลว้ ทาบนผิวจะชว่ ยไล่ยุงได้ ส่วน กลนิ่ ของสะระแหน่ หากนํามาสกดั เปน็ นํ้ามนั หอมระเหยมสี ่วนช่วยรักษาโรคเก่ียวกบั ตอ่ มไทรอยด์ได้

สมุนไพร ตน้ หอม ชื่อวิทยาศาสตร์ Alliumcepa var. aggregatum วงศ์ Alliaceae ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ ลําต้น มลี ักษณะกลมๆ จะถกู ห่อหุม้ ไปด้วยกาบใบโดยรอบๆ มสี ีเขียว ใบ มีลกั ษณะเปน็ ทอ่ ยาว ปลายแหลม ภายในกลวง ใบของตน้ หอม มสี เี ขียว มกี ลิ่นฉุนแรง รสชาติเผด็ ร้อน ดอก ออกเปน็ ช่อ ก้านชอ่ ดอกยาว ช่อ ดอกเมือ่ บานมลี ักษณะคล้ายร่ม มีดอกยอ่ ยๆ เป็นจาํ นวนมาก มดี อกสีขาว ก้านชอ่ ดอกยาวกลมขา้ งในกลวง รองรบั ชอ่ ดอกไว้ หัว มหี ัวใต้ดนิ หัวมีลักษณะทรงกลม หรือทรงกลมรี มีสขี าวหรอื สมี ่วง ตามสายพนั ธุ์ มี รสชาตเิ ผ็ดรอ้ น มกี ลน่ิ ฉุนแรง ใชป้ ระกอบปรงุ อาหารตา่ งๆ ราก ระบบรากฝอยเลก็ ๆ สนี ํ้าตาล ออกด้านล่าง ของหวั หวั มลี ักษณะทรงกลม หรือทรงกลมรี หัวอ่อนมีสขี าวหรือสมี ว่ ง ตามสายพันธ์ุ มกี ลนิ่ ฉนุ แรง รสชาติ เผด็ สรรพคุณ บํารงุ หัวใจ ถ้านําต้นหอม 5-6 ก้าน ต้มกับขิง 2 แว่น กรองเป็นน้ําดื่ม ชว่ ยในการขับเหงือ่ บาํ รงุ หัวใจและลด ไข้ได้

สมนุ ไพร กระชาย กระชาย (กระชายขาว, กระชายเหลือง) ชือ่ สามญั Fingerroot, Chinese ginger, Chinese keys, Galingale กระชาย ช่อื วิทยาศาสตร์ Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. จัดอยู่ในวงศ์ขงิ (ZINGIBERACEAE) สมุนไพรกระชาย มีชือ่ ทอ้ งถิน่ อื่น ๆ ว่า ว่านพระอาทติ ย์ (กรงุ เทพมหานคร), กระชายดาํ กะแอน ขงิ ทราย (มหาสารคาม), จี๊ปู ซฟี ู เปาซอเร๊าะ เปา๊ สี่ เป๊าะส่ี ระแอน เป๊าะซอเรา้ ะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), ละแอน (ภาคเหนือ), ขงิ จีน เป็นต้น สมนุ ไพรกระชาย มสี รรพคณุ ทางยานานับประการ จนได้ชื่อในวงการแพทยแ์ ผนไทยวา่ เปน็ \"โสมไทย\" เนอ่ื งจากกระชายกับโสมมคี วามคลา้ ยคลึงกนั หลายอย่าง เชน่ สรรพคณุ ในการบาํ รงุ กาํ ลังและเสริม สมรรถภาพทางเพศ ซง่ึ เป็นลักษณะเด่นของสมุนไพรท้งั สองชนดิ ทั้งกระชายและโสมต่างกเ็ ปน็ พืชท่มี สี ว่ น สะสมอาหารท่ีใช้เปน็ ยาอยู่ใต้ดนิ เหมือนกนั แถมยงั สามารถเรืองแสงในทีม่ ืดไดเ้ หมอื นกันดว้ ย และในเร่ืองของ ลกั ษณะที่คลา้ ยกบั รูปร่างมนษุ ย์เหมือน ๆ กัน ซ่ึงบางคร้งั เราจะเรยี กโสมว่า \"โสมคน\" และเรียกกระชายว่า \"นมกระชาย\" (เนอ่ื งจากกระชายมลี กั ษณะทค่ี ล้ายคลึงกับนมผู้หญงิ นั่นเอง และบางครัง้ กด็ ูคลา้ ยเพศชาย จึง เกิดความเช่ือทวี่ า่ มนั น่าจะมคี วามเกยี่ วขอ้ งในเร่ืองสรรพคุณทางเพศ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook