Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สุมดรวมใบงาน

สุมดรวมใบงาน

Published by bancha boonprakob, 2021-12-29 13:07:02

Description: สุมดรวมใบงาน

Keywords: วิทยาศาสตร์งานธุรกิจและบริการ

Search

Read the Text Version

สมุดรวมใบงาน วิทยาศาสตรว์ านธรุ กจิ และบรกิ าร เสนอ อ. ฐิติวรดา โชหนู จัดทำโดย นาย บัญชา บุญประกอบ ระดับชั้น ปวส 1 แผนกการบัญชี(ภาคสมทบ) รหัสประจาตัว64302010025

บทท่ี 1 แหล่งกาเนิดไฟฟา้ และ อุปกรณ์ไฟฟ้า

ใบงำนท่ี 1 แหล่งกำเนดิ ไฟฟำ้ และอุปกรณ์ไฟฟ้ำ 1.ไฟฟ้ำจำกแหลง่ กำเนดิ ใดมีกำรนำมำใช้มำกท่ีสุด เพรำะสำเหตใุ ด เซลล์ไฟฟ้ำแบบปฐมภมู ิ (Primary Cell) เป็นเซลลไ์ ฟฟำ้ ท่สี ำมำรถนำมำใชง้ ำนได้ทันทีเมือ่ ต่อ เข้ำกับ วงจรไฟฟ้ำ เมื่อปฏกิ ริ ิยำเคมีภำยในเซลล์เกดิ ข้นึ และดำเนินไปแล้ว ปฏกิ ริ ยิ ำจะเกดิ ขน้ึ อย่ำงสมบูรณ์และ เกดิ ปฏกิ ริ ิยำย้อนกลับไมไ่ ดห้ รือนำมำอัดไฟใหมไ่ มไ่ ด้ 2. ไฟฟ้ำจำกแหล่งกำเนิดใดควรมกี ำรพฒั นำนำมำใชใ้ ห้มำก เพรำะเหตใุ ด ไฟฟ้ำพลงั งำนแสงอำทิตย์ เพรำะเปน็ พลังงำนท่สี ะอำดและไมม่ วี ันหมด 3. ไฟฟำ้ จำกเซลล์แสงอำทติ ย์ ใชป้ ระโยชนอ์ ะไรได้บำ้ ง พลงั งำนแสงอำทิตย์ซงึ่ เป็นพลงั งำนสะอำด ไม่มีมลภำวะในขณะกำลังผลิตไฟฟ้ำ ชว่ ยลดภำวะ โลกร้อน ชว่ ย Cut Peak ในเวลำกลำงวนั เป็นกำรผลติ ไฟฟำ้ แบบกระจำยไปในภมู ิภำคตำ่ งๆ 4. โรงไฟฟำ้ ในประเทศ สว่ นมำกผลิตมำจำกพลงั งำนอะไรบ้ำง ผลิตจำกก๊ำซธรรมชำติ ผลติ จำกถ่ำนหนิ ทเ่ี หลอื เปน็ ไฟฟำ้ ท่ีไดจ้ ำกเขอื่ น พลงั งำนหมุนเวยี น เช่น ชีวมวล แสงอำทติ ย์ ลม 5. เตำ้ รบั และเตำ้ เสียบ 2 ขำ กบั เตำ้ รบั และเตำ้ เสยี บ 3 ขำ มีข้อดีอย่ำงไร ประเภท2ขำ มีพ้นื ที่สมั ผัสมำกทำให้นำไฟฟำ้ ได้ดี ประเภท3ขำ ขณะใช้อุปกรณไ์ ฟฟำ้ เกิดกระแสไฟฟ้ำรวั่ กระแสไฟฟ้ำจะไหลผ่ำนสำยดนิ และ ลงดินไปไม่ เกดิ อนั ตรำยต่อผูใ้ ช้ขณะจับเครือ่ งใช้น้นั 6. กำรตดั วงจรไฟฟ้ำของฟิวส์ เมือ่ เกิดไฟฟำ้ ลดั วงจร มกี ำรทำงำนอย่ำงไร ลักษณะกำรทำงำนคือเม่ือมีกระแสไฟฟ้ำไหลผำ่ นฟิวส์จะเกดิ กำรเปลีย่ นพลงั งำนไฟฟ้ำ เปน็ พลังงำนควำม ร้อนใหก้ บั ฟิวส์เล็กน้อย แต่ถำ้ กระแสไฟฟำ้ ที่ไหลผำ่ นฟวิ ส์มีค่ำมำกเกนิ ไปจะทำใหพ้ ลงั งำนควำมรอ้ นท่ีเกดิ ขนึ้ นน้ั มคี ่ำมำกจนฟวิ สห์ ลอมละลำยไดเ้ นอ่ื งจำกฟวิ ส์นน้ั ทำจำกโลหะทม่ี จี ดุ หลอมเหลวตำ่ จึงทำใหว้ งจรขำดได้ง่ำย และเกิดกำรตัดกระแสไฟออกจำกวงจรไฟฟำ้ ทันทีเพอ่ื เป็นกำรปอ้ งกนั ควำมเสียหำยที่จะเกิดขึน้ 7. สะพำนไฟกับสวิตช์ตัดตอนอตั โนมตั ิ แตกต่ำงกันอยำ่ งไร

สะพำนไฟ (Cut out) เปน็ อุปกรณ์ท่ใี ช้ตัดตอ่ วงจรไฟฟ้ำในบ้ำนหรืออำคำร ซงึ่ เปรยี บเสมอื น กบั สวิตซข์ นำด ใหญข่ องบำ้ น สำยไฟท่ีต่อมำจำกมำตรไฟฟ้ำ สวติ ชต์ ดั ตอนอตั โนมัติอปุ กรณ์ตัดตอ่ วงจรโดยอตั โนมตั เิ มื่อมกี ระแสไฟฟำ้ ไหลผ่ำนเกินไปปุม่ หรือคันโยกที่เบรก เกอร์จะดีดมำอยใู่ นตำแหน่งที่เป็นกำรตดั วงจรอย่ำงอตั โนมัติ 8. กำรต่อวงจรไฟฟ้ำแบบขนำน มีขอ้ ดีอยำ่ งไร ประโยชนข์ องกำรต่ออปุ กรณ์ไฟฟำ้ แบบขนำนทสี่ ำคญั ก็คอื หำกอุปกรณ์ไฟฟำ้ อย่ำงเช่นหลอดไฟดวงใดดวงหน่งึ ชำรุดเสยี หำยหรอื ไสห้ ลอดขำด หลอดไฟหรือโหลดอน่ื ๆ ยังคงใชง้ ำนได้ต่อไป

บทท่ี 2

ใบงานท่ี 2 1.หลักกำรในกำรเลือกใชห้ ลอดไฟฟ้ำมวี ธิ ีกำรอยำ่ งไรบำ้ ง เลอื กจำกอำยุกำรใช้งำนที่ยำวนำนเลอื กจำกคำ่ ควำมถูกต้องของสี เลอื กระดบั ควำมสวำ่ งให้เหมำะกับพน้ื ท่ี เลือกระดบั ควำมสวำ่ งใหเ้ หมำะกับไลฟ์สไตลเ์ ลือกท่รี ปู ทรงเหมำะกับกำรตกแตง่ เลอื กแบบที่หรี่ไฟได้เลือกจำก โทนสี ท่ีปรบั ตำมอำรมณ์ได้ 2. หลอดไฟเรืองแสงกระพริบ สำเหตมุ ำจำกอะไรบ้ำง หลอดไฟกระพริบเพรำะแรงดนั และกระแสไม่เพยี งพอ 3. หลอดไฟอินแคนเคสเซนต์ มีสว่ นประกอบอะไรบำ้ ง โครงสร้ำงภำยในประกอบดว้ ยไส้หลอดทท่ี ำมำจำก ทังสเตน, ก้ำนยึดใส้หลอด, ลวดนำกระแส , แผน่ ฉนวนหัก เหควำมรอ้ น,ฟิวส์,ท่อดูดอำกำศ และขั้วหลอดแก้วจะบรรจุก๊ำซเฉ่ีอย 4. หลอดไฟเรืองแสง มีสว่ นประกอบอะไรบ้ำง หลอดเรอื งแสงหรอื หลอดฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent Lamp) ทำด้วยหลอดแก้วทีส่ ูบอำกำศออกจน หมดแล้วบรรจไุ อปรอทไว้เลก็ นอ้ ย มไี สท้ ีป่ ลำยหลอดท้งั สองข้ำง หลอดเรืองแสงอำจทำเป็นหลอดตรง หรือครงึ่ วงกลมกไ็ ด้ 5. สว่ นประกอบของเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้ำประเภททใ่ี หค้ วำมร้อนที่สำคญั มีอะไรบ้ำง ขดลวดหรือแผ่นควำมร้อนหรือขดลวดนิโครม ซง่ึ เป็นโลหะผสมระหว่ำงนกิ เกลิ กบั โครเมียม 6. เตำรีดไอน้ำมสี ่วนประกอบใดที่แตกตำ่ งจำกเตำรีดธรรมดำและแตกต่ำงกันอยำ่ งไร มแี ผ่นควำมรอ้ นเปน็ อุปกรณใ์ หค้ วำมรอ้ นและมเี ทอร์โมสแตตเป็นอปุ กรณ์ควบคุมอุนหภมู ิของเตำรีดจะ แตกตำ่ งกนั ที่เตำรีดไอน้ำมีอปุ กรณ์สำหรับใสน่ ้ำเพือ่ สร้ำงไอน้ำให้กบั ผำ้ ท่ตี ้องกำรรดี 7. กำรรีดผำ้ หรือกำรใชเ้ ตำรีดท่ถี ูกต้อง มีวิธีกำรอย่ำงไร 1.เตรยี มเสอื้ ผ้ำโดยแยกประเภทผำ้ ออกเปน็ สัดสว่ น2.เลอื กอปุ กรณ์ และประเภทของเตำรีดใหเ้ หมำะสม3.หำก ใชเ้ ตำรีดแห้ง ควรปรบั เตำรีดให้เหมำะสมกบั เนื้อผ้ำ เร่ิมใชจ้ ำกไฟอ่อนไปหำรอ้ นมำก โดยเร่มิ จำกผ้ำบำงๆ ไปสู่ ผำ้ หนำ 4.ฉีดพรมน้ำทผี่ ้ำทีจ่ ะรีดไวก้ ่อน เพอื่ ให้นำ้ ซึมเข้ำไปในใยผำ้ เมือ่ เสน้ ใยผำ้ มีควำมช้นื ผำ้ จะออ่ นตัวทำใหร้ ีดได้ เรยี บง่ำยยง่ิ ข้นึ 5.ผ้ำท่ีสเี ข้มควรรีดขำ้ งในดกี ว่ำภำยนอก เพรำะถำ้ หำกรดี ข้ำงนอกแล้ว อำจทำใหส้ ีซดี เร็วกว่ำปกติ 6.ควรเรม่ิ รดี จำกปก สำบเสื้อ(ชำยแขนเสื้อ) ช่วงระหวำ่ งไหล่ดำ้ นหลัง แขนเสื้อ ดำ้ นหนำ้ และด้ำนหลงั 7.ผำ้ บำงชนิด ควรใชผ้ ้ำวำงทบั ก่อนรดี ด้วยเตำรีด เพรำะอำจทำให้เนอื้ ผำ้ เกดิ รอย เสียหำยได้ เช่น ผ้ำใย สังเครำะห์ ผำ้ ขนสัตว์ ผ้ำไหมพรม หรือพวกประดับมุกหรือเลือ่ มเพชร 8.เมอื่ รดี เสร็จแลว้ จดั ทรงใหเ้ รยี บร้อยก่อน แขวนผ่งึ ลมเอำไว้

9.เพือ่ กำรประหยัดไฟ พยำยำมรีดผำ้ คร้ังละมำกๆ ไม่ควรรีดคร้ังละน้อยๆ ชุด อกี ทั้งก่อนกำรรีดใกล้เสร็จใหป้ ิด เตำรดี แลว้ ถอดปลั๊ก และรีดผ้ำตอ่ อีกสกั ชน้ิ ในขณะทเี่ ตำรดี ยังร้อนอยู่ 10.ควรรีดตำมควำมยำวของใยผำ้ ไมค่ วรรดี แนวขวำง เพรำะจะทำใหผ้ ้ำเสยี รูปทรงได้ค่ะ

บทท่ี 3

ใบงานบทท่ี 3 1. กำรสง่ และรับข้อมูลของโทรศพั ทเ์ คลอ่ื นที่แสดงเป็นแผนภำพได้อย่ำงไร 2. โทรศัพทก์ ับโทรสำรต่ำงกันอย่ำงไร โทรศพั ทจ์ ะเปล่ียนข่ำวสำรที่อยู่ในรปู ของเสียงให้เปน็ สัญญำณไฟฟ้ำระบบโทรสำรเหมือนกบั กำรถ่ำยเอกสำร จำกที่หนึง่ โทรสำร (Facsimile) หรอื แฟกซ์ เป็นกำรสง่ ภำพผำ่ นทำงสำยโทรศพั ท์ เป็นกำรสือ่ สำรที่มีกำรทำงำนคล้ำยกับ โทรเลขและโทรศัพท์ แต่จะต่ำงกนั ท่โี ทรสำรเปน็ กำรเปลีย่ นข่ำวสำรทเี่ ป็นรปู ภำพหรือข้อควำมใหเ้ ป็น สญั ญำณไฟฟ้ำ 3. หโู ทรศพั ท์ประกอบด้วยอะไรบ้ำง ลำโพงขนำดเล็ก 4. เครื่องถำ่ ยเอกสำรมสี ่วนประกอบท่ีสำคัญอะไรบ้ำง 1. Photocopier drum ดรัม คือ กระบอกโลหะทเี่ คลอื บสำรทีน่ ำไฟฟำ้ ได้เมื่อถูกแสงตกกระทบแต่ไมน่ ำ ไฟฟ้ำในท่ีมดื สำรน้เี ป็นสำรก่ึงตัวนำ

2.Corona wires หรอื ลวดโคโรนำ จะทำงำนภำยใต้ควำมตำ่ งศักย์สงู (high electrical voltage) ทำ หนำ้ ทสี่ รำ้ งประจุไฟฟำ้ บวกบนดรมั และแผน่ กระดำษสำเนำ 3. Lamp และ lens หรอื หลอดไฟและเลนส์ เปน็ หลอด fluorescent หรือ halogen ท่ีมีควำมสวำ่ ง มำก หลอดนจ้ี ะว่ิงผำ่ นตัวเอกสำรและสะท้อนแสงไปท่ีกระจกและเลนส์แล้วตกกระทบบนดรมั อีกทหี นึง่ 4. Toner หรอื สำรที่ให้สี เชน่ สีดำทเี่ ห็นกนั ทัว่ ๆไป 5. Fuser มีหน้ำที่ให้ควำมรอ้ นผำ่ นลูกกลง้ิ (roller) เพอื่ ละลำย toner ให้ตดิ กบั กระดำษ 5. กำรถ่ำยเอกสำรมีวิธีอย่ำงไร อธบิ ำยพอสงั เขป 1. วำงตน้ ฉบับที่จะถำ่ ยเอกสำรควำ่ หนำ้ ลงบนแผ่นกระจกของเครอื่ งถ่ำยเอกสำร 2. กดปุ่มเลอื กขนำดของขนำดของกระดำษทีต่ ้องกำรเปน็ สำเนำ 3. หำกต้องกำรสำเนำมำกกว่ำ 1 ฉบับใหก้ ดปุ่มตวั เลขเลอื กจำนวนสำเนำท่ีตอ้ งกำร 4. กดปมุ่ ถ่ำยเพ่ือให้ไดส้ ำเนำตำมที่ต้องกำร 6. สว่ นประกอบของคอมพิวเตอรม์ ีอะไรบ้ำง จอภำพ (Monitor) ... เคส (Case) ... พำวเวอรซ์ ัพพลำย (Power Supply) ... คียบ์ อรด์ (Keyboard) และ เมำส์ (Mouse) ... เมนบอรด์ (Main board) ... ซพี ยี ู (CPU) ... กำร์ดแสดงผล (Display Card) ... แรม (RAM ฮำร์ดดสิ ก์ (Hard disk) 7. หนว่ ยรบั ข้อมูลมอี ะไรบำ้ ง หนว่ ยรับข้อมูล (Input Unit) เป็นฮำรด์ แวรท์ ท่ี ำหน้ำท่ใี นหน่วยรบั ขอ้ มลู เรยี กว่ำอุปกรณร์ บั ขอ้ มลู 8. จอภำพ LED มีข้อดอี ยำ่ งไร จอแสดงผล LED pitch pitch ขนำดเล็ก ประกำรแรกจอแสดงผล LED ระยะพิทพิกเซลขนำดเลก็ สำมำรถ บรรลกุ ำรเช่ือมต่อท่ีไรร้ อยต่อตำมควำมต้องกำรเพื่อให้หน้ำจอสำมำรถเสรจ็ สมบรู ณโ์ ดยไมต่ ้องตะเข็บ; ประกำร ทีส่ องมนั มีควำมสวำ่ งทย่ี อดเยี่ยม 9. เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ มีข้อดีอย่ำงไร

เครื่องพมิ พ์เลเซอร์ เปน็ เครื่องพิมพท์ ใี่ ชเ้ ทคโนโลยีเดียวกับเครื่องถ่ำยเอกสำร คือยิงเลเซอรไ์ ปสร้ำงภำพบน กระดำษในกำรสรำ้ งรูปภำพ หรือตัวอกั ษร ซ่งึ ผลลพั ธ์ท่ีออกมำจะมีคุณภำพสูงมำก และรำคำเครื่องพิมพ์กม็ ี รำคำสูงมำกดว้ ยเชน่ กนั 10. ซอฟต์แวร์มีอะไรบำ้ ง ยกตัวอย่ำง ซอฟต์แวร์แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. ซอฟตแ์ วร์ระบบ แบง่ ได้ 4 ชนดิ ดังนี้ 1ระบบปฏิบัติกำร (Operating System) 2ยทู ลิ ิต้ี (Utility Program) 3ดีไวซ์ไดเวอร์ (Device Driver หรอื Driver) 4ตวั แปลภำษำ (Language Translator) 2. ซอฟตแ์ วร์ประยุกตแ์ บง่ เปน็ 2 ประเภท ดังนี 1 ซอฟตแ์ วร์สำหรับงำนเฉพำะดำ้ น เปน็ Software ทีใ่ ชส้ ำหรบั งำนเฉพำะด้ำน เชน่ Software สำหรับ งำนธนำคำรกำรฝำกถอนเงนิ Software สำหรับงำนทะเบียนนักเรยี น ซอฟต์แวร์คิดภำษี ซอฟต์แวร์ กำรให้บรกิ ำรร้ำน Seven ฯลฯ 2 ซอฟตแ์ วรส์ ำหรบั งำนท่ัวไป เปน็ ซอฟต์แวร์ที่ใชส้ ำหรับงำนท่ัวไป โดยในซอฟต์แวร์ 1 ตัวมี ควำมสำมำรถในกำรทำงำนได้หลำยอยำ่ ง เช่น ซอฟตแ์ วรง์ ำนดำ้ นเอกสำร (Microsoft Word ) มี ควำมสำมำรถในกำรสร้ำงงำนเอกสำรต่ำง ๆ จัดทำเอกสำรรำยงำน จดั ทำแผน่ พบั จัดทำหนังสอื เวียน จัดทำสอ่ื ส่งิ พมิ พ์

บทท่ี 4

ใบงำนบทท่ี 4 1. พลงั งำนสิ้นเปลืองมีพลงั งำนอะไรบ้ำง พลงั งำนส้นิ เปลือง หรือพลังงำนฟอสซิล ไดแ้ ก่ นำ้ มนั รวมทั้งหินน้ำมนั ทรำยนำ้ มัน ถำ่ นหนิ และ ก๊ำซธรรมชำติ พลังงำนประเภทนี้ใชแ้ ล้วหมด เพรำะหำมำทดแทนไม่ทนั กำรใช้ 2. พลังงำนหมุนเวยี นมีพลงั งำนอะไรบ้ำง พลงั งำนนำ้ พลังงำนแสงอำทิตย์ พลังงำนลม 3. แก๊สโซฮอล์ควรสนับสนนุ ใหก้ ำรนำมำใชแ้ ทนพลงั งำนน้ำหรือไม่ เพรำะอะไร ควรสนบั สนุนเพรำะแอลกอฮอลท่ีนำมำผลิตทำมำจำกพืชผลผลติ กำรเกษตร เชน่ ออ้ ย มันสำปะหลงั กำกน้ำตำล (ซง่ึ เดมิ เปน็ ของเสียทต่ี อ้ งท้ิงจำกโรงงำนนำ้ ตำล) ซ่ึงไทยปลูกหรอื ผลติ ได้เองมำเป็น วัตถดุ ิบ ธญั พืช บำงอย่ำง เช่น ขำ้ ว ขำ้ วฟำ่ ง ข้ำวโพด ก็นำมำ ผลติ แอลกอฮอลได้ แอลกอฮอลจงึ เปน็ สำรเพิ่ม ค่ำออกเทนท่ีดีทีส่ ดุ ของไทยในเวลำนี้ แต่ก่อนจะ เอำไปใช้จะต้องทำให้แอลกอฮอลนี้บริสทุ ธ์ิ อย่ำงน้อย 99.5% โดยปรมิ ำตรเสียก่อน 4. พำหนะชนิดที่ควรสนับสนุน ให้มีกำรใชบ้ รกิ ำรใหม้ ำกคือพำหนะประเภทใด รถยนต์พลงั งำนไฟฟ้ำ เพรำะจะชว่ ยลดมลพิษและลดกำรใช้นำ้ มันเช้อื เพลิง 5. เส้นทำงกำรขนส่งประเภทใดทีม่ ีกำรใชบ้ ริกำรมำกและเกินปัญหำในปัจจุบัน เพรำะสำเหตุใด ระบบขนส่งทำงถนน ยงั พบปัญหำกำรจรำจรตดิ ขดั พนักงำนขบั รถยงั ไม่มคี วำมชำนำญในเส้นทำง มำกพอ และมกั เกิดอบุ ตั เิ หตรุ ะหวำ่ งกำรสง่ บอ่ ยครงั้ จึงทำให้ไมส่ ำมำรถส่งสนิ ค้ำไดต้ ำมเวลำทกี่ ำหนด 6. น้ำมนั ชนดิ ใดทีร่ ัฐบำลควบคุมรำคำ เพรำะสำเหตุใด นำ้ มนั เบนซินหรอื แกส๊ โซลีน (Gasoline) เปน็ เชอ้ื เพลิงที่ในอดีตมีกำรน ำมำใช้มำก แต่ใน ปจั จบุ ัน มีนโยบำยลดกำรผลติ และอัตรำกำรใชเ้ น่ืองจำกเป็นพลงั งำนทีน่ ำเข้ำมำจำกตำ่ งประเทศและ รำคำแพง

7. เชือ้ เพลิงชนิดใดทคี่ วรนำมำใช้ในขบวนกำรขนสง่ แก๊สโซฮอล์ E85 เป็นเชอ้ื เพลิงท่ีเป็นมติ รกบั ส่งิ แวดล้อม (Environmentally Friendly Fuel) ลด มลพิษท่ีปล่อยจำกไอเสยี ได้แก่ กำ๊ ซคำรบ์ อนมอนอกไซด์ และก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเปน็ ก๊ำซ เรือนกระจกตวั หนง่ึ ทีเ่ ปน็ สำเหตหุ ลัก ของกำรเกิดภำวะโลกร้อน 8. เสน้ ทำงกำรขนส่งใดท่ีควรมีกำรพฒั นำให้มำกขนึ้ เพรำะสำเหตใุ ด กำรขนสง่ ทำงน้ำ เพรำะควรพัฒนาการขนสง่ ทำงน้ำและทำงรถไฟให้มีการใช้มากข้นึ เพอื่ ให้มคี วำม สมดลุ กบั การใชร้ ะบบถนน 9. แนวทำงกำรขนสง่ ท่ีประหยดั พลงั งำนและรักษำสิง่ แวดล้อมมอี ยำ่ งไรบำ้ ง สนับสนุนให้มกี ำรปรับเปลยี่ นมำใชร้ ูปแบบกำรขนส่งทำงรำงและทำงน้ำ ครอบคลุมถึงกำรส่งเสรมิ ให้ มี กำรวิจยั และพฒั นำเทคโนโลยีเพ่ือให้มกี ำรใช้พลังงำนและยำนพำหนะท่ีสะอำด ซงึ่ ผลลัพธ์ท่ีได้คำด ว่ำจะช่วยใหป้ ริมำณกำรใชพ้ ลังงำนในภำคกำรขนสง่ และมลภำวะที่เกดิ จำกภำคกำรขนสง่ ลดลง โดยเฉพำะก๊ำซคำร์บอนไดออกไซด์ (CO2) สง่ ผลใหผ้ ลกระทบทีม่ ีต่อภำวะโลกร้อนลดลง

บทที่ 5 การอนุรกั ษ์พลังงาน และส่ิงแวดลอ้ ม

ใบงานบทที่ 5 การอนุรักษ์พลงั งานและสงิ่ แวดล้อม 1. กำรอนรุ ักษ์พลังงำนหมำยถงึ กำรอนุรักษ์พลงั งำน คือ กำรผลิตและกำรใช้พลงั งำนอย่ำงมีประสิทธภิ ำพและประหยัดกำรอนุรกั ษ์ พลังงำน นอกจำกจะช่วยลดปรมิ ำณกำรใชพ้ ลังงำน ซง่ึ เป็นกำรประหยัด คำ่ ใชจ้ ่ำยในกจิ กำรแล้ว ยงั จะช่วยลด ปญั หำ สิง่ แวดลอ้ มทีเ่ กิดจำกแหลง่ ท่ใี ชแ้ ละผลติ พลังงำนดว้ ย 2. นโยบำยดำ้ นพลังงำนมอี ะไรบำ้ ง นโยบำยพลงั งำนของประเทศไทย นโยบำยพลงั งำนหลักๆ ของประเทศไทย มี 4 ประกำร คอื 1. จัดหำพลงั งำนให้เพยี งพอ กับควำมต้องกำร มีคุณภำพ มีควำมมน่ั คง และมีระดบั รำคำท่ีเหมำะสม โดยส่งเสรมิ ใหม้ ีกำรสำรวจ และพัฒนำแหลง่ พลังงำน จำกภำยในประเทศ ขึน้ มำใชป้ ระโยชน์ ในขณะเดยี วกนั ก็แสวงหำแหล่งพลังงำน จำกภำยนอกประเทศ เพื่อใหม้ กี ำรกระจำยแหลง่ และชนิด ของพลงั งำน 2. สง่ เสรมิ ให้มกี ำรใชพ้ ลงั งำนอยำ่ งประหยัด และมีประสิทธิภำพ ซึง่ นอกจำกจะชว่ ยลดตน้ ทนุ ทำงด้ำนเช้ือเพลิงในกิจกรรมกำรผลติ แลว้ ยงั ช่วยลดกำรลงทนุ ในกำรจดั หำพลังงำนอีกด้วย โดยใช้ มำตรกำร ด้ำนรำคำ และกลไกตลำดในกำรสรำ้ งแรงจูงใจ ให้มีกำรใชพ้ ลงั งำน อยำ่ งมปี ระสิทธิภำพ และมำตรกำรอ่ืนๆ ซ่งึ ประกอบดว้ ย กำรใหส้ ่งิ จูงใจ กำรสร้ำงจติ สำนกึ และมำตรกำรบังคบั (เช่น กำรกำหนดมำตรฐำน) ควบคู่กนั ไป 3. ส่งเสริมให้มกี ำรแข่งขนั และเพ่ิมบทบำทของภำคเอกชน ในกิจกำรพลังงำน เพ่อื ใหก้ จิ กำรพลงั งำน มปี ระสิทธภิ ำพมำกขึ้น สง่ ผลใหผ้ ู้บริโภคมที ำงเลอื ก ได้รับบริกำรที่ดมี ีคุณภำพ และรำคำ ทเ่ี ปน็ ธรรม อกี ทั้งยงั ชว่ ยลดภำระกำรลงทุนของภำครัฐอกี ดว้ ย 4. ปอ้ งกันและแก้ไขปัญหำ ทำงดำ้ นสิ่งแวดล้อม ทีเ่ กดิ จำกกำรผลิตและใช้พลงั งำน โดยส่งเสรมิ ใหม้ ี กำรใช้เช้ือเพลิง ท่มี ีผลกระทบตอ่ สภำวะแวดลอ้ มนอ้ ย และส่งเสรมิ ให้มีกำรควบคมุ มลพิษ โดยใชเ้ ทคโนโลยีควบคมุ มลพิษ และมำตรฐำนท่เี หมำะสม

3. พลังงำนทดแทนมีอะไรบ้ำง พลงั งำนทดแทนมีอยู่ 10 แบบได้แก่ 1. พลังงำนเซลล์แสงอำทติ ยจ์ ำกหว้ งอวกำศ (Space-Based Solar Power) 2. พลงั งำนจำกรำ่ งกำยมนุษย์ (Human Power) 3. พลังงำนคล่นื (Wave Power) 4. พลังงำนไฮโดรเจน (Hydrogen Power) 5. พลงั งำนควำมรอ้ นใต้พภิ พ (Magma Power) 6. พลังงำนจำกกำกนวิ เคลียร์ (Nuclear Waste Power) 7. พลงั งำนแสงอำทิตย์ทีต่ ิดต้ังได้ในทุกพื้นผิว (Embeddable Solar Power) 8. พลังงำนชีวภำพจำกสำหร่ำย (Algae Power) 9. กงั หันลมแบบลอยบนอำกำศ (Flying Wind Power) 10. พลังงำนฟวิ ช่นั (Fusion Power) 4. แนวทำงกำรอนรุ ักษ์พลังงำนมีอะไรบำ้ ง แนวทำงในกำรอนุรักษพ์ ลังงำนหรือกำรใชพ้ ลงั งำนเชิงอนุรกั ษ์  กำรใชพ้ ลังงำนทดแทนโดยเฉพำะพลงั งำนที่ได้จำกธรรมชำติ เชน่ พลังงำนแสงอำทติ ย์ พลงั งำนลม พลงั งำนน้ำ และอนื่ ๆ  กำรเลอื กใช้เครอ่ื งมือและอปุ กรณท์ ีม่ ีประสิทธภิ ำพสูง เชน่ เครื่องใช้ไฟฟำ้ เบอร์ 5 หลอดผอมประหยดั ไฟ เป็นต้น  กำรเพิ่มประสิทธิภำพเช้ือเพลิง เชน่ กำรเปลยี่ นแปลงโครงสรำ้ งทำใหเ้ ชอ้ื เพลงิ ให้พลงั งำนไดม้ ำกขึ้น  กำรหมุนเวยี นกลบั มำใชใ้ หม่ โดยกำรนำวสั ดทุ ชี่ ำรดุ นำมำซ่อมใชใ้ หม่ กำรลดกำรท้ิงขยะทไ่ี มจ่ ำเป็น หรอื กำรหมนุ เวียนกลบั มำผลติ ใหม่ (Recycle)

5. วธิ ีกำรประหยัดพลังงำนไฟฟ้ำของเครื่องปรบั อำกำศควรทำอยำ่ งไร วิธปี ระหยดั ค่ำแอร์ไมต่ ้องลงทุน 1. ปิดพัดลมระบำยอำกำศเมื่อไมจ่ ำเป็น ... 2. ตง้ั ปิดจอคอมพิวเตอร์ เมือ่ ไม่ใช้งำน ... 3.ตง้ั อุณหภูมิ 28C แลว้ เปิดพดั ลมเสริม ... 4. นำตู้มำตัง้ ชิดผนังดำ้ นตะวันออกหรือตะวันตก ... 5. ปิดแอร์เม่ือไมใ่ ช้ และอย่ำเปิดประตหู น้ำต่ำงท้งิ ไว้ในขณะปิดแอร์ ... 6. ย้ำยเครอื่ งใชไ้ ฟฟ้ำท่ีไม่จำเป็นออกนอกห้องปรับอำกำศ 7. ปดิ เคร่ืองใช้ไฟฟ้ำและไฟแสงสว่ำงที่ไม่จำเป็น 8. งดสบู บุหร่ใี นหอ้ งปรับอำกำศ 9. ปิดประตูหนำ้ ตำ่ งใหส้ นิท 10. ปดิ ผำ้ มำ่ น 6. วธิ กี ำรประหยัดพลงั งำนไฟฟ้ำของกระติกนำ้ รอ้ นควรทำอยำ่ งไร วธิ ีประหยดั ไฟฟำ้ เกีย่ วกับกระตกิ น้ำร้อน 1. พฤตกิ รรมใช้งำนกระตกิ นำ้ รอ้ น 2. เลิกใส่น้ำเกินกว่ำทตี่ ้องใช้ 3. อย่ำเสียบปลกั๊ ท้งิ ไว้นำนก่อนกำรใช้งำนจริง 4. ถอดปลั๊กทันทีทเ่ี ลิกใช้ 5. อยำ่ นำน้ำเยน็ ไปตม้ ทันที 7. กำรอนุรักษ์ส่ิงแวดลอ้ มโดยทำงตรงทำได้อยำ่ งไรบำ้ ง กำรอนรุ กั ษ์ทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสงิ่ แวดล้อมโดยทำงตรง กำรใช้ใหเ้ ป็นและใชอ้ ย่ำงประหยัด คือ กำรใช้เทำ่ ท่ีมคี วำมจำเป็น เพื่อให้มีทรัพยำกรไว้ใชไ้ ด้นำนและเกดิ ประโยชน์อยำ่ งคุ้มคำ่ มำกท่ีสุด กำรนำกลับมำใช้ซำ้ อีก เปน็ กำรลดปริมำณกำรใช้ทรัพยำกรและกำรทำลำยสง่ิ แวดลอ้ มได้ กำรบรู ณซ่อมแซม ทำใหส้ ำมำรถยืดอำยุกำรใช้งำนต่อไปได้อกี

8. กำรอนุรักษ์พลงั งำน 5 R มีอะไรบ้ำง หลักกำรอนรุ ักษส์ ิง่ แวดล้อม 5R ไดแ้ ก่R1 คอื Reduce กำรลดกำรใช้ R2 คอื Reuse กำรใช้ซ้ำ R3 คอื Recycle กำรนำวัสดุที่ใชแ้ ล้วมำผ่ำนกระบวนกำรผลติ ใหม่ R4 คอื Repair กำรซอ่ มแซม แก้ไขส่ิงของตำ่ งๆให้ สำมำรถใช้ต่อได้ R5 คือ Reject กำรหลีกเลีย่ งใช้ส่งิ ที่ก่อให้เกดิ มลพิษ 9. กำรอนุรักษส์ งิ่ แวดลอ้ มทำงอ้อมทำไดอ้ ย่ำงไรบ้ำง วิธอี นรุ ักษท์ รัพยำกรสำมำรถทำได้ทั้งทำงอ้อม ได้แก่ กำรปลูกฝังควำมรู้ ควำมคดิ ทีถ่ ูกต้องดำ้ น ส่งิ แวดลอ้ ม ถึงแม้ว่ำจะต้องใช้เวลำ แตก่ ็เปน็ วธิ ีท่ียัง่ ยนื และกำรอนรุ กั ษท์ ำงตรง เชน่ กำรประหยัด ใช้ซำ้ ทดแทน เป็นต้น ซึง่ วิธีเหลำ่ น้ีสำมำรถนำไปปฏบิ ัติได้ในระดับบุคคล องคก์ ร และระดบั ประเทศ 10. กำรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่กำลังรณรงค์ในปัจจุบนั คืออะไร เพรำะสำเหตใุ ด กำรรณรงค์ต้องมีกำรวำงแผนอย่ำงเป็นระบบ เร่ิมจำกภำครัฐต้องรณรงค์อย่ำงมีระบบพร้อมวำงแผนยุทธศำสตร์อย่ำงมีข้ันตอนแบบค่อยเป็นค่อย ไป โดยต้องยอมรับเสียก่อนว่ำ กำรท่ีจะให้คนไทยเปล่ียนวิถีชีวิตไม่ใช่เร่ืองง่ำย เพรำะอันเนื่องมำจำกควำม เคยชินแบบเดิมๆ หำกแต่ถึงอย่ำงไรก็ตำมประชำชนส่วนใหญ่ของประเทศย่อมตระหนักรู้ดีอยู่แล้ว ไม่ว่ำจะ เรื่องกำรประหยัดพลังงำน หรือกำรลดขยะ รู้ว่ำส่ิงใดทำแล้วดี หำกแต่ยอมไม่ทำ เนื่องจำกยังติดควำมสบำย อยู่ เพรำะฉะนั้นนอกเหนือจำกจะต้องมีกำรรณรงค์อย่ำงเข้มข้นแล้ว ยังต้องมำพร้อมกำรปฏิบัติอย่ำงต่อเน่ือง ทันที

บทที่ 6 สารละลาย

ใบงานบทที่ 6 สารละลาย 1. สำรละลำยหมำยถึง สำรละลำย (องั กฤษ: solution) คือสำรผสมที่เป็นเน้ือเดยี วกนั ซึ่งมสี สำรหนงึ่ ชนิดหรือ มำกกว่ำเป็นตวั ละลำย ละลำยอยูใ่ นสำรอกี ชนดิ หนึ่งซง่ึ เป็นตัวทำละลำย ไมเ่ พยี งแต่ ของแขง็ ทส่ี ำมำรถละลำยในของเหลว เหมอื นเกลอื หรือนำ้ ตำลท่ีละลำยในน้ำ (หรือแมแ้ ต่ ทองคำทล่ี ะลำยในปรอทแลว้ เกดิ เป็นอะมลั กัม (amalgam)) แต่กำ๊ ซก็สำมำรถละลำยใน ของเหลวได้ เชน่ คำร์บอนไดออกไซด์หรอื ออกซเิ จนสำมำรถละลำยในนำ้ ได้ 2. สำรละลำยมอี ะไรบ้ำง ยกตวั อยำ่ งมำอย่ำงน้อย 3 ช่ือ สำรละลำยคอปเปอร์ (II) ซัลเฟต น้ำเชื่อม นำ้ เกลอื 3. สำรละลำยทมี่ ตี วั ทำละลำยเป็นของเหลวมีอะไรบำ้ ง จงบอกตวั อย่ำง สำรละลำยของเหลว หมำยถึง สำรละลำยทีม่ ีตัวทำละลำยมสี ถำนะเปน็ ของเหลว เช่น นำ้ เช่ือม น้ำหวำน นำ้ เกลือ น้ำปลำ นำ้ สม้ สำยชู น้ำอดั ลม 4.นำก 30 % หมำยควำมว่ำอย่ำงไร มวลของตวั ถกู ละลำยในสำรละลำย 100 หนว่ ยเดยี วกัน เชน่ นำก 30 % โดยมวล หมำยควำมวำ่ มนี ำก 30 หน่วยมวลในนำก 100 หน่วยมวลเดยี วกัน 5.ปจั จัยทม่ี ผี ลตอ่ กำรละลำยมีอะไรบำ้ ง . ชนดิ ของตัวทำละลำย 2. ควำมเขม้ ขน้ ของตัวทำละลำย 3. อณุ หภูมิ 4. ควำมดัน 5. พ้ืนที่ผิวของตัวละลำย

6. สำรละลำยอม่ิ ตวั หมำยถงึ อะไร สำรละลำยอมิ่ ตัวคือ สำรละลำยท่ไี ม่สำมำรถละลำยในตัวทำละลำยได้เพ่ิมขึ้นอีกเมื่อ ตวั ทำละลำยและอุณหภูมิคงท่ี 7. สำรละลำยเกลือแกงมีควำมเขม้ ขน้ รอ้ ยละ 30 โดยมวลต่อปริมำตรหมำยควำมวำ่ อย่ำงไร เป็นกำรบอกมวลของตัวละลำยเป็นกรัมในสำรละลำย 100กรัม เช่น สำรละลำยเกลอื แกงเขม้ ข้น ร้อยละ 30โดยมวล หมำยถงึ มเี กลือแกง 30 กรัม ละลำยอย่ใู นสำรละลำยเกลือแกง100 กรัม หรือ สำรละลำยเกลือแดง 30กรมั ละลำยอยูใ่ นน้ำ 70 กรมั 8. สำรละลำยกรดอะซิติกมคี วำมเขม้ ข้น รอ้ ยละ 30 โดยปรมิ ำตร หมำยควำมวำ่ อยำ่ งไร ในสำรละลำย 100 กรมั มีสำรละลำยกรดอะซติ กิ 30 กรัม 9. ใสส่ ำรละลำยเอทำนอล ปริมำณ 50 ลูกบำศกเ์ ซนติเมตร ลงในน้ำ 240 ลกู บำศก์ เซนตเิ มตร สำรละลำยจะมีควำมเขม้ ข้นร้อยละโดยปรมิ ำตรที่ไร ร้อยละ17.24 10. สำรละลำยมีควำมเข้มข้น 1 โมล หมำยควำมว่ำอย่ำงไร จำนวนโมลของตวั ละลำยต่อมวลสำรละลำย 1 kg


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook