Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 008-บทที่1-บทที่5 (1)

008-บทที่1-บทที่5 (1)

Published by Comx Chutsana, 2021-06-10 14:08:17

Description: 008-บทที่1-บทที่5 (1)

Search

Read the Text Version

ตำรำงที่ 6 ผลกำรจัดกำรเรียนรู้ในกำรสร้ำงมโนมติวิทยำศำสตร์ เรื่อง ระบบสุริยะ ของ นกั เรยี นช้นั มัธยมศึกษำปีที่ 3 โดยกำรจดั กำรเรยี นรแู้ บบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับกำรสร้ำงส่ือ Infographic โดยใช้กำรสะท้อนผลจำกบันทึกหลังกำรจัดกำรเรียนรู้ แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 4 เรือ่ ง ดำวเครำะหใ์ นระบบสรุ ยิ ะ ด้ำนควำมรู้ ในคาบเรียนนี้ เป็นการจัดการเรียนรู้ในเรื่องของ ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ การศึกษาดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ และวัตถุอวกาศประเภทต่างๆ ในระบบสุริยะ ด้ำนกระบวนกำร ภายหลังจากการจัดการเรียนรู้ผ้เู รียนจะมีความรคู้ วามเข้าใจที่ถูกต้อง ในบางคร้ัง ความเข้าใจแรกเร่มิ ของนกั เรียนยงั ไม่ถูกต้อง แต่เมื่อภายหลังการจัดกิจกรรมการ ปัญหำและอุปสรรค เรียนรู้ ทาให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในเร่ือง ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ เพ่ิมมาก ยิ่งขึ้น ขอ้ เสนอแนะ / แนวทำงแก้ไข การจัดการเรียนรู้ในวันนี้จะใช้รูปแบบการทากิจกรรมแบบร่วมมือเทคนิค STAD อีก เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการแลกเปลี่ยนมวลประสบการณ์ ความรู้ความเข้าใจที่มี มาอภิปรายร่วมกันกับสมาชิกภายในกลุ่ม หลังจากการอภิปรายร่วมกันแล้ว ก็จะ มีการสรปุ หลักการแนวความคดิ ในเรอ่ื งดงั กล่าว โดยใชก้ ารสร้างส่ือ Infographic มาช่วย เพ่ือความกระชับ น่าสนใจ และง่ายต่อการทาความเข้าใจ และเป็น การบูรณาการการใชเ้ ทคโนโลยรี ่วมกับการเรยี นรใู้ นชัน้ เรยี น ปัญหาและอุปสรรค์ในการจัดการเรียนรู้เร่ืองน้ี มีลดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะ เป็นในเร่ืองของการบริหารจัดการเวลา การให้ความร่วมมือของสมาชิกภายใน กลุ่ม นักเรียนเริ่มคุ้นชินกับการจัดการเรียนรู้ในลักษณะน้ี ทาให้ ปัญหาต่างๆท่ี เกิดข้ึนจากคาบเรียนก่อนหน้านี้ลดลง แต่ยังคงจะมีอยู่บ้างในส่วนของความ เข้าใจในเนื้อหาที่คลาดเคล่ือน แต่ภายหลังจากการอภิปรายร่วมกันภายในกลุ่ม นักเรยี นกม็ คี วามเขา้ ใจทถี่ ูกตอ้ ง การจัดการเรียนรู้ในวันน้ีในส่วนของปัญหาต่างๆท่ีพบในคาบก่อนๆ หน้านั้น ค่อนข้างท่ีจะลดลง นักเรียนเร่ิมเข้าใจในแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ และให้ความร่วมมือในการจัดการเรียนรู้ดี มีความเข้าใจในหลักการ เร่ือง ดาว เคราะหใ์ นระบบสุรยิ ะเป็นอยา่ งดี และคาดหวงั วา่ ถ้าหากจัดการเรียนรู้รูปแบบนี้ ใน คาบตอ่ ไปผูเ้ รียนจะเกิดการเรยี นรู้อยา่ งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากตารางที่ 6 พบว่า การจัดการเรียนรู้ เรื่อง ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ ด้วยวิธีการเรียนรู้ แบบร่วมมือเทคนิค STAD ทาให้ผู้เรียนนั้นสามารถสร้างองค์ความรู้ หรือหลักการในเร่ืองที่ต้องการ ศึกษาได้ โดยอาศัยการเรียนรู้ร่วมกันของนักเรียนภายในกลุ่ม การแลกเปลี่ยนแนวคิด และสามารถ สังเคราะห์เปน็ องค์ความรขู้ องแตล่ ะกลมุ่ ในเรอ่ื งทีศ่ กึ ษาได้ นักเรยี นมคี วามเข้าใจในเนื้อหาถูกต้อง และ มีความเข้าใจที่ตรงกันในหลักการและเหตุผล ครูผู้สอนสามารถสอบถามแนวคิดว่ามีท่ีมาท่ีไปอย่างไร เพอื่ เปน็ การทดสอบความเข้าใจของนักเรียนในแต่ละกลุ่มได้ และเม่ือนักเรียนได้แนวคิดที่ถูกต้อง และ ครบถ้วนแล้วก็จะนาไปสรุปในรูปแบบของส่ือ Infographic เพ่ือเป็นการทบทวนและสร้างแนวทาง ให้กบั นกั เรยี นกลุ่มอนื่ มาศึกษาได้

บทที่ 5 บทสรปุ การวิจัยในครั้งน้ีเพ่ือศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับการสร้างส่ือ Infographic เพื่อพัฒนามโนมติทางวิทยาศาสตร์ เร่ือง ระบบสุริยะ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 มีวตั ถุประสงค์ 1. เพ่อื พัฒนามโนมตวิ ทิ ยาศาสตร์ เรื่อง ระบบสุริยะ ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจดั การเรยี นรแู้ บบรว่ มมอื เทคนิค STAD ร่วมกับการสร้างสื่อ Infographic 2. เพื่อหาแนวทาง พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ในการสร้างมโนมติวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบสุริยะ ของนักเรียนช้ัน มัธยมศึกษาปที ่ี 3 โดยการจัดการเรยี นร้แู บบร่วมมอื เทคนคิ STAD ร่วมกับ การสรา้ งส่อื Infographic กลุ่มประชากรที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2562 โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี อาเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก จานวน 504 คน กลุ่มตัวอย่างเป็น นักเรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 3/5 โรงเรียนเฉลิมขวญั สตรี อาเภอเมอื ง จงั หวดั พษิ ณโุ ลก ท่ีกาลังศึกษาอยู่ ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 จานวนนักเรียน 46 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (cluster random sampling) โดยใชห้ อ้ งเรยี นเป็นหนว่ ยการสุม่ เครื่องมอื ท่ีใช้ในการวิจัยในครง้ั นปี้ ระกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรยี นรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับการสร้างสื่อ Infographic เร่ือง ระบบสุริยะ ประกอบด้วย 4 แผนการจัดการเรียนรู้ เปน็ เวลา 12 ชัว่ โมง 2) แบบทดสอบวัดความเข้าใจมโนมติทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบสุริยะ ซ่ึงเป็น แบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จานวน 20 ข้อ จานวน 1 ฉบับ มีค่าความยากง่ายระหว่าง .21 - .76 และมีค่าอานาจจาแนกระหวา่ ง .25 - .97 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที(t- test Dependent samples) จากการดาเนินการวิจัยและวเิ คราะหผ์ ลการวจิ ัยทไ่ี ดท้ าการเก็บรวบรวม ข้อมูลการวิจัยเป็นท่ีเรียบร้อยแล้ว ทาให้ผู้วิจัยสามารถนาเสนอบทสรุปข้อมูลการ วิจัย โดยมี สาระสาคญั ดงั น้ี 1. สรปุ ผลการวจิ ยั 2. อภิปรายผลการวจิ ยั 3. ข้อเสนอแนะในการนาไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะสาหรับการวจิ ัยครั้งต่อไป สรปุ ผลกำรวิจยั 1. มโนมตทิ างวิทยาศาสตร์ เร่อื ง ระบบสุริยะ ของนักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 โดยการ จัดการเรียนรูแ้ บบร่วมมอื เทคนิค STAD ร่วมกับการสรา้ งส่ือ Infographic มคี ะแนนหลังเรยี นสูงกวา่ กอ่ นเรยี นอย่างมนี ยั สาคัญทางสถิติทรี่ ะดบั .05 2. การจดั การเรียนรูแ้ บบรว่ มมอื เทคนคิ STAD ร่วมกบั การสรา้ งส่อื Infographic เรอ่ื ง ระบบสรุ ิยะของนกั เรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 สามารถนามาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการจดั การ

เรยี นรูเ้ พือ่ พฒั นามโนมตทิ างวิทยาศาสตร์ได้ดี ภายหลงั จากการจดั การเรยี นรู้พบวา่ ผเู้ รยี นมีมโนมติทาง วทิ ยาศาสตร์ทดี่ ีขนึ้ อภปิ รำยผล จากการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับการสร้างส่ือ Infographic เพ่ือ พัฒนามโนมตทิ างวิทยาศาสตร์ เร่ือง ระบบสุริยะ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ผู้วิจัยขอนาเสนอ การอภปิ รายผลการวิจยั 2 ประเดน็ ดงั น้ี 1. ผลการเปรียบเทียบมโนมติทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบสุริยะ ของนักเรียนช้ัน มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 กอ่ นและหลงั การใช้การจัดการเรยี นรู้แบบร่วมมอื เทคนิค STAD ร่วมกับการสร้างส่ือ Infographic พบว่า คะแนนเฉลี่ยมโนมติทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบสุริยะ ก่อนเรียนเท่ากับ 16.9 คะแนน จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 56.4 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนโดยใช้การ จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับการสร้างสื่อ Infographic เท่ากับ 25.9 คะแนน จาก คะแนนเต็ม 30 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 86.3 และเม่ือทดสอบสมมติฐาน พบว่า คะแนนเฉลี่ยมโนมติ ทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบสุริยะ ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 หลังการใช้การจัดการเรียนรู้ แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับการสร้างส่ือ Infographic สูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสาคัญทาง สถิติทรี่ ะดบั .05 ซ่งึ เปน็ ไปตามสมมติฐานทีต่ ง้ั ไว้ ทัง้ น้เี นอ่ื งมาจากสาเหตุดังน้ี 1.1 การจดั การเรยี นร้แู บบร่วมมือเทคนิค STAD ที่ใช้ในการวิจัยน้ี เป็นการ จัดการเรียนรู้เป็นกลุ่มย่อย ที่สมาชิกทุกคนในกลุ่มมีเป้าหมายร่วมกัน และเพื่อให้เป้าหมายของกลุ่ม สาเร็จ นักเรียนในกลุ่มจะต้องช่วยเหลือสนับสนุนซ่ึงกันและกัน ช่วยกันศึกษาเนื้อหา อีกทั้งนักเรียนที่ เก่งในกลุ่มก็คอยช่วยอธิบายเนื้อหาให้เพื่อนในกลุ่มท่ีไม่เข้าใจได้เข้าใจในเน้ือหามากย่ิงข้ึน เพื่อให้ สมาชิกในกลุ่มทุกคนทาข้อสอบได้ นอกจากน้ีนักเรียนอ่อนในกลุ่มก็ต้องพยายามท่ีจะเรียนรู้และทา ความเข้าใจในเน้ือหาด้วย เพ่ือที่จะสอบได้คะแนนดีๆ เพราะคะแนนของกลุ่มจะมาจากคะแนน พัฒนาการของสมาชิกในกลุ่มทุกคน ด้วยสาเหตุน้ีจึงส่งผลให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่ง สอดคล้องกับแนวคิดของ Slavin (1995, p.6) ที่ได้กล่าวว่า วิธีสอนแบบร่วมมือเทคนิคการแบ่งกลุ่ม ผลสมั ฤทธิ์ (STAD) จะกระตนุ้ นักเรยี นให้ช่วยเหลือสนับสนุนกันและกัน เห็นความสาคัญของการเรียน เกดิ ความสนกุ สนานในการเรยี นรู้ มกี ารอภิปรายกันถงึ วธิ แี ก้ปัญหา ซ่ึงการอธบิ ายความรูใ้ ห้เพ่ือนเข้าใจ จะเป็นส่ิงที่ทาให้นักเรียนเรียนรู้ได้ดี และสอดคล้องกับแนวคิดของ Johnson, Johnson and Holubec (1994, pp.1.3-1.4) ท่ีกลา่ ววา่ การจัดการเรยี นรู้แบบร่วมมือจะช่วยให้ผู้เรียนพยายามที่จะ เรียนร้ใู หบ้ รรลุเป้าหมาย เป็นผลทาให้ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงขึ้น รวมถึงสอดคล้องกับคากล่าวของ วฒั นาพร ระงบั ทกุ ข์ (2542, น.44 - 45) ทกี่ ล่าววา่ การจัดการเรียนรแู้ บบรว่ มมือช่วยยกระดับคะแนน ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเฉลี่ยของท้ังห้องเรียน เมื่อผู้ที่เรียนเก่งช่วยเหลือผู้ท่ีเรียนอ่อน เขาจะเรียนรู้ ความคิดรวบยอดของสิ่งท่ีกาลังเรียนได้ชัดเจนขึ้น ขณะท่ีผู้ที่เรียนอ่อนสามารถเรียนรู้จากเพื่อนท่ีใช้ ภาษาใกล้เคียงกันได้ง่ายกว่าการเรียนจากครู นอกจากน้ีการสอนด้วยวิธีการเรียนแบบร่วมมือการ เทคนิค STAD มีวิธีการเสริมแรง โดยมีการคานวณคะแนนของนักเรียนที่มีผลการเรียนดีข้ึน คือเม่ือ จบในแต่ละบทเรียนจะต้องทาแบบทดสอบย่อย คะแนนของนักเรียนแต่ละคนจะถูกนามาคิดเป็น คะแนนเฉล่ียของกลุม่ วธิ ีน้ที าให้นกั เรียนในกลุม่ ชว่ ยกันอธบิ ายให้สมาชิกในกลุ่มเข้าใจเน้ือหาท่ีเรียนให้

ได้มากท่ีสุด และนักเรียน ในทุกระดับความสามารถในการเรียนพยายามที่จะทาคะแนนให้ได้สูงที่สุด เพ่ือให้ได้คะแนนเฉลี่ยของกลุ่มอยู่ในเกณฑ์ท่ีดีเป็นวิธีการกระตุ้นให้นักเรียนได้ทากิจกรรมอย่างเต็ม ศักยภาพของตนเอง เพราะต่างก็หวังในความสาเร็จของกลุ่ม ดังท่ี ชาญชัย อาจินสมาจาร (2533, น. 19) ไดแ้ สดงความคดิ เหน็ ว่า วธิ ีการคิดคะแนนโดยใช้ระบบลมสมั ฤทธิเ์ ป็นการกระตุ้นให้นักเรียนแสดง ความสามารถอย่างเต็มท่ี ดังนั้นนักเรียนท่ีสามารถทาคะแนนได้สูงที่สุดในกลุ่มของตนอาจจะไม่ใช่ นกั เรยี นทม่ี รี ะดบั ความสามารถสูงในกลุ่มก็ได้ ด้วยเหตุนี้นักเรียนทุกคนในกลุ่มจึงจาเป็นต้องช่วยเหลือ ซึ่งกันและกันเพ่ือให้ทุกคนในกลุ่มและเข้าใจในเนื้อหาท่ีเรียนทาให้ได้มาซึ่งการเรียนรู้ของตนเองและ กลุ่มสงู สดุ 1.2 ผู้วิจัยได้ใช้เทคนิคอินโฟกราฟิกซ่ึงช่วยให้นักเรียนสามารถสรุปองค์ ความร้แู ละง่ายตอ่ การจดจาข้อมูลจานวนมากได้อย่างรวดเร็ว เน่ืองจากเทคนิคอินโฟกราฟิกมีเป็นการ แปลงข้อมูลให้เป็นรูปภาพและมีคาบรรยายและสีสันที่สวยงาม ช่วยให้นักเรียนสมารถจดจาผังมโน ทัศน์หรือแนวคิดต่างๆได้ดียิ่งข้ึนซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดในหนังสือ Basic infographic ใช้พลังของ ภาพ สร้างการสื่อสารที่ง่ายและสนุกท่ีกล่าวว่า อินโฟกราฟิกช่วยให้ง่ายต่อการจดจาข้อมูลท่ีมีจานวน มาก เพราะอินโฟกราฟิกมีสว่ นประกอบของภาพที่ชว่ ยอธิบายขอ้ มลู ตา่ งๆ พร้อมทั้งช่วยให้มนุษย์เข้าใจ ข้อมูลจานวนมากได้ภายในเวลาที่รวดเร็วข้ึนเนื่องมาจากการท่ีอินโฟกราฟิกเป็นการย่นย่อ หรือสรุป ขอ้ มูลท่ีมีจานวนมหาศาลให้เป็นภาพและทาให้เกิดการเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น เพราะแผนภาพสวยๆที่ อยู่ในอินโฟกราฟิกจะชว่ ยดึงดูดให้ข้อมูลน้ันมีความน่าสนใจ และอยากจะเข้าไปอ่านข้อมูลน้ันเพิ่มมาก ข้ึนด้วยเหตุน้ี ผลการวิจัยน้ีจึงสอดคล้องกับงานวิจัยของรัตนพร ทองเพชร (2559) ได้ศึกษาเร่ือง การ พัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนบนเครือข่ายในรูปแบบ 2.5D เรื่อง อินโฟกราฟิก ซ่ึงผลการวิจัย พบว่า 1) บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนบนเครือข่ายในรูปแบบ 2.5D เร่ืองอินโฟกราฟิก มี ประสิทธิภาพเท่ากับ 1.43 ตามสูตรการหาประสิทธิภาพของเมกุยเกนส์ 2) ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน หลงั เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนบนเครือข่ายในรูปแบบ 2.5D เรื่องอินโฟกราฟิก มีค่าเฉล่ี สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 และ 3) ผลการประเมินความพึงพอใจจากการ เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอนบนเครอื ขา่ ยในรูปแบบ 2.5D เรื่องอินโฟกราฟิกอยู่ในระดับพึง พอใจในระดับดมี าก และสอดคลอ้ งกบั งานวจิ ัยของ ปาณิสรา ศิลาพล และกอบสุข คงมนัส (2559) ได้ ศึกษาเรอ่ื ง ผลการใช้อินโฟกราฟิกร่วมกับกระบวนการเรียนแบบสืบเสาะท่ีมีต่อความสามารถด้านการ คิดวิเคราะห์ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งผลการศึกษา พบว่า 1)ความสามารถด้านการคิด วิเคราะห์หลังเรียนด้วยอินโฟกราฟิก (Infographics) ร่วมกับกระบวนการเรียนแบบสืบเสาะ ท่ีมีต่อ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมี นัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 2) ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์จากการใช้อินโฟกราฟิก (Infographics) ร่วมกับกระบวนการเรียนแบบสืบเสาะ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 สูงกว่า กระบวนการเรียนแบบปกติ อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ความพึงพอใจของผู้เรียนจาก การใช้อินโฟกราฟิก(Infographics) ร่วมกับกระบวนการเรียนแบบสืบเสาะที่มีต่อความสามารถด้าน การคิดวิเคราะห์ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6 พบว่า โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มาก ( ̅ = 4.10, S.D. = 0.46) นอกจากนี้บทความวิจัยของ Vanichvasin (2015) ได้เขียนบทความ นาเสนอเรื่องศักยภาพของอินโฟกราฟิกในการเพ่ิมคุณภาพการเรียนรู้ ผู้เขียนบทความได้กล่าวว่า

อนิ โฟกราฟกิ สามารถประยกุ ตใ์ ชเ้ ป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอน เพื่อเพ่ิมคุณภาพการเรียนรู้ ของผู้เรียนได้ และยังสามารถช่วยในการส่ือสารเพ่ือสร้างความน่าสนใจ ความเข้าใจ และการจดจาซ่ึง ถือเป็นพ้ืนฐานสาคัญของการส่ือสารท่ีมีประสิทธิภาพ และนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้ และ Saitong (2014) ได้วิจัยเร่ือง การออกแบบอินโฟกราฟิกแอนิเมชัน เพื่อการเรียนการสอน พบว่า อินโฟกราฟิกสามารถนาเสนอและเช่ือมโยงความรู้ของเนื้อหาได้ โดยอาศัยรูปแบบการเรียนการสอน ระบบและกระบวนการออกแบบอนิ โฟกราฟิกเป็นแนวทางในการพัฒนาส่ือการเรียนรู้ ซึ่งอินโฟกราฟิก ช่วยกระตุ้นความสนใจและส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองแก่ผู้เรียนส่งเสริมให้ผู้เรียนแสวงหา ความรเู้ พมิ่ เติมจากแหล่งเรยี นรูต้ ่าง ๆ และเปน็ ส่ือที่มีบทบาทสาคัญในการจัดกระบวนการเรียนรู้ และ Suwanchol (2014) ได้กล่าวถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอน เน้นให้ผู้เรียน สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง โดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมให้นักเรียนสร้างชิ้นงานที่เป็นอินโฟ กราฟกิ ผา่ นทางเว็บไซต์ที่ชื่อว่า Piktochart ซ่ึงเป็นโปรแกรมที่นักเรียนได้ทางานผ่านคอมพิวเตอร์ ทั้ง หารปู ฝึกการคน้ หาสบื ค้นข้อมูล คิดวิเคราะห์แยกแยะ ด้วยตัวเองแบบเต็มท่ีทาให้เด็กได้เปิดโลกกว้าง แล้วรู้จักคิดวิเคราะห์เป็นหลัก และ Tesana (2015) ได้นาอินโฟกราฟิกมาใช้ร่วมกับกระบวนการ เรียนการสอนในรายวิชาคอมพิวเตอร์ พบว่า ผู้เรียนได้สืบค้นข้อมูล จากแหล่งเรียนรู้ตามหัวข้อที่ครู กาหนด แลว้ นาข้อมูลทีไ่ ด้มาสรปุ เปน็ อินโฟกราฟิก จากการจัดกิจกรรมดังกล่าว ช่วยให้ผู้เรียนนาอินโฟ กราฟิกมาเปน็ สอ่ื ให้ผูท้ ไี่ ด้ชมเขา้ ใจความหมายของข้อมูลท้ังหมดได้โดยไม่จาเป็นต้องมีผู้นาเสนอ ทาให้ การสือ่ สารมีประสทิ ธิภาพมากขึน้ 2. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับการสร้างส่ือ Infographic เรื่อง ระบบสุริยะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สามารถนามาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการจัดการ เรียนรู้เพอ่ื พัฒนามโนมติทางวิทยาศาสตรไ์ ด้ดี ภายหลังจากการจัดการเรียนรู้พบว่าผู้เรียนมีมโนมติทาง วทิ ยาศาสตร์ท่ดี ีข้นึ ทัง้ นี้เนือ่ งมาจาก การพัฒนาการจดั การเรียนรู้เพ่ือพัฒนามโนมติวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบสรุ ิยะ โดยการจดั การเรยี นรู้แบบร่วมมอื เทคนิค STAD รว่ มกบั การสรา้ งส่ือ Infographic สาหรับ นกั เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ในการวิจยั น้ี เปน็ การจดั การเรยี นร้เู ปน็ กลมุ่ ยอ่ ย ที่สมาชิกทุกคนในกลุ่ม มีเป้าหมายร่วมกัน และเพ่ือให้เป้าหมายของกลุ่มสาเร็จ นักเรียนในกลุ่มจะต้องช่วยเหลือสนับสนุนซึ่ง กนั และกัน ช่วยกันศึกษาเน้ือหา อีกท้ังนักเรียนท่ีเก่งในกลุ่มก็คอยช่วยอธิบายเนื้อหาให้เพ่ือนในกลุ่มท่ี ไม่เข้าใจได้เข้าใจในเนื้อหามากย่ิงข้ึน เพื่อให้สมาชิกในกลุ่มทุกคนมีความเข้าใจในมโนมติทาง วิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง นอกจากน้ีนักเรียนอ่อนในกลุ่มก็ต้องพยายามท่ีจะเรียนรู้และทาความเข้าใจใน เนือ้ หาด้วย เพอื่ ทีจ่ ะสอบไดค้ ะแนนดๆี เพราะคะแนนของกล่มุ จะมาจากคะแนนพัฒนาการของสมาชิก ในกลุ่มทุกคน นอกจากน้ียังใช้ สื่อ Infographic มาช่วยในการจัดการเรียนรู้ ในขั้นตอนการสรุป เพ่ือ นาเสนอมโนมติทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนแต่ละกลุ่ม เพ่ือศึกษาแนวคิด รูปแบบการสร้างสรรค์ ผลงานของนักเรียน ในรูปแบบของการบูรณาการทักษะด้านเทคโนโลยีกลับการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ จากที่กล่าวมาข้างต้นหลังจากท่ี การที่นักเรียนได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ทาให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ในเนื้อหาที่ถูกต้องสมบูรณ์ เพราะการเรียนรู้แบบร่วมมือมี ลักษณะม่งุ เน้นให้นักเรียนแสวงหาองคค์ วามรใู้ นภายในกลุม่ โดยมนี กั เรียนที่มีความเข้าใจในเนื้อหาใน ระดับ เก่ง ปานกลาง และอ่อน แตกตา่ งกันไป การทไ่ี ดเ้ รียนรรู้ ่วมกนั ทาใหน้ กั เรียนแต่ละคนมีมโนมติที่

เข้าใจท่ีแตกต่างกัน แต่เมื่อมาอภิปรายร่วมทาให้นักเรียนมีความเข้าใจไม่คลาดเคล่ือน และส่งผลให้ นักเรียนภายในกลุ่มมโนมติท่ีตรงกัน หลังจากนั้นนักเรียนภายในกลุ่มร่วมสร้างส่ือ Infographic เพื่อ สรุปความเข้าใจ แบบกระชับ ง่ายต่อการศึกษา และ มีรูปแบบท่ีน่าสนใจ ส่งผลให้การวัดมโนมติทาง วิทยาศาสตรส์ ูงขน้ึ อย่างชดั เจน จากผลการวดั มโนมติทางวิทยาศาสตรก์ ่อนเรียน และหลังเรยี น ขอ้ เสนอแนะ ขอ้ เสนอแนะในกำรนำไปใช้ 1. การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับการสร้างส่ือ Infographic เป็นวิธีที่ ช่วยพัฒนามโนมติทางวิทยาศาสตร์ ซึง่ เปน็ วธิ ที ่มี ีลาดบั ข้ันตอนและเปน็ การนาความรู้ในด้านเทคโนโลยี มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอนจึงต้องศึกษาข้ันตอนการจัดการเรียนรู้ให้ชัดเจนเพื่อเป็นแนวทางที่ ถูกตอ้ งในการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบดังกล่าว 2. การแบ่งกลุ่มนักเรียนตามความสามารถของนักเรียนแบบ เก่ง ปานกลาง อ่อน ครูควร พิจารณาความระดับความสามารถของนักเรียนจากผลการสอนในหลายๆ ครั้งก่อนหน้า เน่ืองจากผล การทดสอบเพียงครงั้ เดยี วอาจจะไม่สามารถแสดงความรู้ ความเขา้ ใจ ของนักเรยี นท่ีแท้จรงิ ได้ 3. การพัฒนาการจัดการเรียนรู้เพ่ือพัฒนามโนมติวิทยาศาสตร์ เร่ือง ระบบสุริยะ โดยการ จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับการสร้างสื่อ Infographic สาหรับนักเรียนช้ัน มัธยมศึกษาปีท่ี 3 เป็นหนึ่งในแนวทางที่จะใช้ในพัฒนาการจัดการเรียนรู้เพ่ือพัฒนามโนมติทาง วทิ ยาศาสตร์ของนักเรียน เหมาะสาหรับเน้ือหาที่มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ เน้นการบรรยาย เพราะ นักเรียนทุกคนไดเ้ รยี นรู้ผา่ นกระบวนการกลุ่ม มกี ารแลกเปลี่ยนความรู้ให้แก่กัน และ สร้างมโนมติทาง วิทยาศาสตรท์ ่ีถูกตอ้ งผา่ นสอ่ื Infographic ทีม่ คี วามเขา้ ใจงา่ ย และมีรปู แบบที่นา่ สนใจ ขอ้ เสนอแนะสำหรับกำรวจิ ัยครั้งต่อไป การพัฒนาการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนามโนมติวิทยาศาสตร์ เร่ือง ระบบสุริยะ โดยการ จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับการสร้างสื่อ Infographic สาหรับนักเรียนช้ัน มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ในครงั้ นี้ผูว้ ิจยั เลอื กที่จะพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในเน้ือหา เรื่อง ระบบสุริยะ ซึ่งเป็น เนอื้ หาที่มรี ายละเอยี ดมาก เน้นการบรรยาย และอธิบาย สาหรับข้อเสนอแนะครั้งต่อไป ผู้ท่ีศึกษาอาจ นาวิธีการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับการสร้างส่ือ Infographic ไปทดลองใช้กับ เน้ือหาที่จะต้องมีการคานวณเพื่อศึกษาผลท่ีได้ และเป็นแนวทางในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้เพ่ือ พัฒนามโนมตทิ างวิทยาศาสตร์ตอ่ ไป


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook