การศกึ ษาคน้ คว้าองคค์ วามรู้เร่ือง (ช่อื เร่ือง เทียนหอมจากมะกรดู ไล่ยุง) (ชือ่ เรอื่ ง ภาษาองั กฤษ) คณะผจู้ ัดทำ (ชอื่ นาย กมลภพ นนทจักร) ชน้ั ม.5/7 เลขท่ี 6 (ชื่อนางสาว พชิ ชาพร ขระเข่ือน) ช้ัน ม.5/7 เลขที่ 7 (ชื่อนางสาวนชั ชา แสนทรงสิริ) ช้นั ม.5/7 เลขท่ี 11 (ชื่อนางสาวณฐั ธีรา ศิรวิ ชิ ยานนั ท์) ช้นั ม.5/7 เลขที่ 12 (ชื่อนายนันทพงศ์ ไข่ทา ) ชั้น ม.5/7 เลขที่ 24 ครูท่ปี รึกษา ครูดำรงค์ คันธะเรศย์ ………………………… …………………….. เอกสารฉบบั นี้เป็นส่วนหน่ึงของการศึกษาคน้ คว้าและสรา้ งองคค์ วามรู้ (IS1) โรงเรียนปวั อำเภอปัว จังหวดั นา่ น สำนกั งานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 37 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563
(กระดาษเปลา่ รองปกใน 1 แผน่ )
การศกึ ษาคน้ คว้าองค์ความรเู้ รือง (ชอื่ เรื่อง ภาษาไทย) (ช่ือเรือ่ ง ภาษาองั กฤษ) คณะผจู้ ดั ทำ (ช่อื นาย กมลภพ นนทจักร) ชน้ั ม.5/7 เลขท่ี 6 (ช่ือนางสาว พชิ ชาพร ขระเขือ่ น) ชน้ั ม.5/7 เลขท่ี 7 (ช่ือนางสาวนัชชา แสนทรงสิริ) ชน้ั ม.5/7 เลขท่ี 11 (ชื่อ นางสาวณัฐธีรา ศิรวิ ชิ ยานนั ท์) ชนั้ ม.5/7 เลขที่ 12 (ชื่อนายนนั ทพงศ์ ไข่ทา ) ช้ัน ม.5/7 เลขที่ 24 ครทู ี่ปรึกษา คุณครู ดำรงค์ คันธะเรศย์ ………………………… …………………….. เอกสารฉบับน้ีเป็นสว่ นหน่ึงของการศกึ ษาคน้ คว้าและสรา้ งองคค์ วามรู้ (IS1) โรงเรียนปวั อำเภอปัว จังหวัดน่าน สำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา เขต 37 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2563
ก ชือ่ เร่ือง : เทยี นหอมจากมะกรดู ไล่ยุง ผู้จดั ทำ : นายกมลภพ นนทจกั ร นางสาว พิชชาพร ขระเขื่อน นางสาวณฐั ธรี า ศิริวชิ ยานันท์ นางสาวนัชชา แสนทรงสริ ิ นายนันทพงศ์ ไข่ทา ทปี่ รึกษา :คุณครู ดำรงค์ คนั ธะเรศย์ ปกี ารศกึ ษา : 2563 บทคัดยอ่ เรื่อง โครงงานเรอ่ื งเทยี นหอมจากมะกรูดไล่ยุง เปน็ การนำมะกรดู ท่เี ป็นสมุนไพรทม่ี ีอยู่ทั่วไปตาม ท้องถ่นิ ซงึ่ มสี รรพคณุ มากมาย สามารถนำมะกรดู มาแปรรปู เปน็ เทียนหอมเพอ่ื ไล่ยงุ ท่ีเป็นพาหะนำโรคตา่ งๆมา สู่รา่ งกายเราได้คณะผู้จัดทำโครงงานมีความสนใจท่ีจะทำผลติ ภัณฑ์เทียนหอมจากมะกรูดไล่ยงุ ทที่ ำจากมะกรดู ในท้องถนิ่ โดยมีวตั ถุประสงค์ในการจัดทำโครงงานขึ้นเพือ่ เปน็ การศึกษาสมุนไพรท่ีสามารถใช้ปอ้ งกนั ยงุ ได้ เพอ่ื เปน็ การนำสมนุ ไพรมาประยุกต์ใช้ เพื่อใหเ้ กิดความสามคั คีในหมคู่ ณะและเพื่อใหเ้ กิดความคิด จนิ ตนาการอยา่ งสรา้ งสรรคแ์ ละระดมความคิดภายในกลุ่ม
ข กิตตกิ รรมประกาศ คำขอบคณุ ผใู้ หค้ วามช่วยเหลือตา่ ง ๆ โครงงานเรอ่ื งเทียนหอมจากมะกรดู ไล่ยุง ท่ีสำเร็จลลุ ว่ งไปได้ ด้วยดกี เ็ พราะไดร้ ับการช่วยเหลือจากอาจารย์ ทใ่ี ห้คำปรึกษาและใหค้ ำแนะนำตลอดเวลาของการดำเนนิ งาน ตามจดุ ประสงค์ของโครง งานทไ่ี ด้กำหนดไว้ คณะผู้จดั ทำขอขอบพระคุณทา่ นทใ่ี หค้ วามชว่ ยเหลือในเรือ่ ง ตา่ งๆและหวังเปน็ อย่างยิ่งว่าโครงงานเร่ืองเทยี นหอมจากมะกรดู ไลย่ ุงเรื่องนี้นา่ จะเกิดประโยชน์ตอ่ ผู้ท่ีมีความ สนใจ นายกมลภพ นนทจักร นางสาว พิชชาพร ขระเขือ่ น นางสาวณฐั ธรี า ศริ ิวิชยานันท์ นางสาวนัชชา แสนทรงสิริ นายนนั ทพงศ์ ไข่ทา
สารบญั ค เรอื่ ง หนา้ บทคัดยอ่ ค กติ ติกรรมประกาศ ง สารบัญ จ สารบัญตาราง ช สารบัญภาพ ซ บทท่ี 1 บทนำ 1 1.1 ความเป็นมา 1.2 วตั ถปุ ระสงค์ 1.3 ขอบเขต 1.4 ประโยชน์ท่ไี ดร้ บั บทที่ 2 ทฤษฎีทเี่ กย่ี วข้อง 2.1 2.2 2.3 2.4 บทที่ 3 วธิ ีดำเนินงาน 3.1 3.2 3.3 3.4 บทท่ี 4 ผลการศึกษาคน้ คว้า 4.1 4.2 4.3
ง สารบญั (ตอ่ ) บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผล 5.2 ปญั หาและอุปสรรคในการศกึ ษาค้นคว้า 5.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางในการพฒั นา บรรณานกุ รม ภาคผนวก ก. ภาคผนวก ข. ประวัตผิ ู้ศกึ ษา
จ สารบญั ตาราง หนา้ ตารางท่ี 2.1 เรือ่ งท่ี 1 ยุง ตารางที่2.2 เร่อื งที่ 2 โรคไขเ้ ลอื ดออก ตารางท่ี2.3 เรื่องที่ 3 มะกรูด ตารางท่ี2.4 เร่อื งที่ 4 เทียนหอม
สารบัญภาพ ฉ ภาพท่ี 3-1 เตรียมของ หน้า ภาพท่ี 3-2 นำผิวเปลือกมะกรูดไปตากแดดทิ้งไว้จนแห้ง ภาพท่ี 3-3ใสเ่ น้อื เทยี นลงไป ในหมอ้ 43 กรมั คนเนื้อเทยี นในหม้อ ให้ละลาย ภาพที่ 3-4เม่ือเทียนละลายแลว้ ใส่ผวิ เปลือกมะกรดู 7 กรมั ลงไปในหมอ้ ภาพท่ี 3-5ผ้าจบั หม้อ เทน้ำเทียนลงในแม่พมิ พ์ ภาพที่ 3-6ตง้ั ภาชนะทิ้งไว้ประมาณ 2ช่ัวโมงให้เทยี น แห้งสนทิ
ช
1.5 น้ิว ขนาด 20 หนา บทที่ 1 บทนำ ขนาด 16 หนา 1. ความเป็นมา ขนาด 16 ปกติ อยากทราบถึงมะกรูดสามารถไลย่ ุงได้หรอื ไม่เลยแปลเป็นส่ิงของตอ่ การไล่ยงุ การยอ่ หนา้ ใหม่ ใหห้ ่างจาก 2. วตั ถปุ ระสงค์ ขอบกระดาษ4 ตัวอักษรหรือ 2.1 เพือ่ แสดงออกความความคิดสร้างสรรค์ ประมาณ 1 เซนติเมตร ทุก 2.2 เพอื่ ใช้เวลาว่างใหเ้ กดิ ประโยชน์ คร้ัง 2.3 เพ่ือฝกึ วิเคราะห์ และประเมินตนเอง ได้รับประสบการณ์ตรง 1.5 นิ้ว 2.4 เพอ่ื ศกึ ษาข้อมูลจากแหล่งความรู้ตา่ ง ๆ ด้วยตนเองและเพ่ือนๆ 1 นว้ิ 3. ขอบเขต (ระบุขอบเขตของงานทท่ี ำ) 3.1 สถานที่ หวั ขอ้ ยอ่ ย บรรทดั ต่อไปใหเ้ ยอ้ื ง ……………………………. โรงเรียนปวั และบา้ นเจดชี ัย…………… ลดหลน่ั กันไปแบบขนั้ บันได 3.2 ระยะเวลา …เวลา9.00น.-13.00น.………………………………………………………………………… 3.3 ตวั แปรหรือประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง(เลือกตามวธิ ีการศึกษาคน้ คว้า) 3.1 ตัวแปรตน้ คือ ...........มะกรูด.... 3.2 ตวั แปรตาม คอื .............. ความสามารถในการไล่ยงุ 3.3 ตวั แปรควบคุม คอื ....ปริมาณเปลอื ก มะกรดู ,จำนวนเวลา,ปริมาณยุง. 4. ประโยชนท์ ไี่ ดร้ บั
2 1. ทราบความเปน็ มาของเทียนหอม 2. ใช้ประโยชนข์ องสมุนไพรและเศษเทยี น 3. สามารถผลิตเทียนหอมสมนุ ไพร 4. ลดการเป็นโรคไขเ้ ลือดออก 5. สามารถสร้างรายได้ให้กบั ตนเอง 6. สามารถนำไปตอ่ ยอดเทียนหอมสมนุ ไพรไล่ยุงได้
1.5 นิว้ ขนาด 20 หนา บทท่ี 2 ทฤษฎีทเ่ี กีย่ วขอ้ ง ในการศึกษาเรื่อง เทียนหอมจากมะกรูดไล่ยุงผู้จัดทำได้รวบรวมแนวคิดทฤษฎีและ หลกั การต่างๆจากเอกสารทีเ่ ก่ยี วขอ้ งดงั ตอ่ ไปน้ี ขนาด 16 หนา 2.1 เรอ่ื งที่ 1 ยุง ยุงเปน็ แมลงท่พี บได้ท่วั โลกแต่พบมากในเขตร้อนและเขตอบอุ่น จากหลักฐานทางฟอสซิล สามารถสันนิษฐานได้ว่า ยงุ ได้ถือกำเนิดขนึ้ ในโลกตั้งแต่ยคุ ดกึ ดำบรรพเ์ มื่อประมาณ 38-54 ล้านปี ขนาด 16 ปกติ มาแล้ว ปัจจุบันพบว่าในโลกนมี้ ยี งุ ประมาณ 3,450 ชนิด ส่วนในประเทศไทยพบว่ามียุงอยา่ งนอ้ ย 412 ชนิด มีช่ือเรียกตามภาษาไทยแบบง่าย ๆ คือ ยุงลาย ( Aedes ) ยุงรำคาญ ( Culex ) ยุงก้นปล่อง ( Anopheles ) ยุงเสือหรือยุงลายเสือ ( Mansonia ) และ ยุงยักษ์หรือยุงช้าง( Toxorhynchites ) ซึ่งไม่ครอบคลุมสกุลของยุงท้ังหมดท่ีมีอยู่ ส่วน “ ยุงดำ ” ท่ีปรากฏในตำรา เรียนของกระทรวงศกึ ษานน้ั ไม่สามารถระบุไดว้ า่ หมายถึงยงุ อะไรจึงควรตัดออก ยงุ เป็นแมลงท่ีมีขนาดเล็กโดยทั่วไปมีขนาดลำตัวยาว 4-6มม.บางชนิดมีขนาดเล็กมาก 2- 3 มม. และบางชนดิ อาจยาวมากกว่า 10 มม. ยงุ มีสว่ นหัว อก และท้อง มองเห็นได้อย่างชัดเจนและสามารถแยกออกจากแมลงชนิดอ่ืน ได้อย่างง่ายๆ โดยสังเกตจากรูปพรรณสัณฐาน ดังต่อไปน้ีคือ มีปากคล้ายงวง ย่ืนยาวออกไป ข้างหน้า และมปี ีกสำหรบั บิน 1 คู่ ยุงมีวงจรชีวิตแบบสมบูรณ์ (holometabolous) ซ่ึงประกอบด้วย ไข่ (egg) ลูกน้ำ (larva; พหพู จน์ =larvae) ตวั โม่ง (pupa; พหพู จน์ =pupae) และยุงตวั แก่ (adult)
4 ยุงเมื่อลอกคราบออกจากระยะตัวโม่งได้ไม่ก่ีนาทกี ็สามารถออกบินไดอ้ าหารท่ใี ช้ในระยะนี้ ของท้งั ตวั ผูแ้ ละตวั เมียเป็นน้ำหวานจากดอกไมห้ รอื ต้นไม้ การผสมพันธุ์ส่วนใหญ่เกิดข้นึ ในอากาศ ตวั เมียจะบินเข้าไปเพ่ือผสมพันธุ์ ยงุ ตัวเมียสว่ นใหญ่ผสมพันธ์ุเพียงครงั้ เดียวโดยท่ีเชื้ออสุจิจากตัว ผู้จะถูกกักเก็บในถุงเก็บน้ำเชื้อ ซึ่งสามารถใช้ไปได้ตลอดชีวิตของมัน ส่วนยุงตัวผู้สามารถผสม พันธ์ุได้หลายคร้งั ยงุ ตัวเมียเมอื่ มีอายไุ ด้ 2-3 วนั จึงเริม่ ออกหากนิ เลอื ดคนหรือสัตว์ เพ่ือนำเอาโปรตีนแร่ธาตุ ไปใช้สำหรับการเจริญเตบิ โตของไข่ในรังไข่ เม่ือไข่สุกเต็มที่ยุงตัวเมียจะหาแหลง่ น้ำที่เหมาะสมใน การวางไข่ หลังจากวางไข่แล้วยุงตัวเมียก็ออกดูดเลือดใหม่และวางไข่ได้อีก บางชนิดท่ีมีอายุยืน มากอาจไข่ไดร้ ว่ ม 10 ครง้ั แตล่ ะครั้งหา่ งกนั ประมาณ 4-5 วัน แต่อาจเร็วกว่าหรอื นานกวา่ ขึ้นอยู่ กับอุณหภูมิและชนิดของยุง ส่วนยุงตัวผู้ตลอดอายุขัยจะกินอาหารจากแหล่งน้ำหวานของดอกไม้ หรือพืชท่ีผลิตน้ำตาลในธรรมชาติ เช่นเดียวกันกับยุงบางชนิดท่ีตัวเมียไม่กัดดูดเลือดคนหรือสัตว์ เลย ยุงตัวเมียวางไข่ประมาณ 30-300 ฟองต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับชนิดของยุงและปริมาณเลือดที่ กนิ เขา้ ไป ไข่จะมีสีขาวหรือครีมเมือ่ ออกมาใหม่ ๆ และในเวลาไม่กนี่ าทจี ะเปลี่ยนเป็นสีนำ้ ตาลหรือ นำ้ ตาลดำไปจนถึงสีดำ ไข่ยุงมีรูปร่างลักษณะหลายแบบข้ึนอยู่กับชนิด ยุงลายวางไข่บนวัตถุช้ืน ๆ เหนือผิวน้ำ ยงุ รำคาญวางไขต่ ดิ กันเปน็ แพบนผิวน้ำ ยงุ ก้นปลอ่ งวางไขบ่ นผิวน้ำ สว่ นยุงเสือวางไข่ติดกัน 2.2 เรอ่ื งที่ 2 โรคไขเ้ ลือดออก คือ โรคตดิ เชื้อซ่ึงมสี าเหตมุ าจาก ไวรสั เดงกี่ (Dengue virus) อาการของโรคนีม้ ีความ คล้ายคลึงกบั โรคไข้หวดั ในช่วงแรก จึงทำให้ผ้ปู ่วยเขา้ ใจคลาดเคลือ่ นได้วา่ ตนเป็นเพยี งโรคไขห้ วดั และทำให้ไม่ไดร้ บั การรักษาทถ่ี ูกต้องในทนั ที โรคไขเ้ ลอื ดออกมอี าการและความรุนแรงของโรค หลายระดบั ตั้งแตไ่ ม่มีอาการหรอื มีอาการเล็กน้อยไปจนถึงเกิดภาวะช็อกซ่ึงเป็นสาเหตทุ ่ที ำให้ ผู้ปว่ ยเสยี ชีวติ สถติ ใิ นปี พ.ศ. 2554 รายงานโดย กลุ่มโรคไขเ้ ลือดออก สำนักโรคติดตอ่ นำโดย แมลง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสขุ พบวา่ มีอัตราปว่ ย 107.02 และอตั ราป่วยตาย 0.10 ซึง่ หมายความวา่ ในประชากรทกุ 100,000 คน จะมีผูท้ ี่ป่วยเป็นไขเ้ ลือดออกได้ถงึ 107.02 คน และมีผูเ้ สียชีวิตจากโรคนี้ 0.1 คน โรคไขเ้ ลือดออก ไวรัสเดงก่ีท่ีเป็นสาเหตขุ องโรคไข้เลอื ดออกสามารถมีชีวิตรอดและเพ่ิม จำนวนภายในตวั ของยงุ ลาย ยุงลายจึงเปน็ พาหะของโรคไข้เลือดออก และกลา่ วได้วา่ โรค ไขเ้ ลอื ดออกติดต่อจากคนสคู่ น ยุงลายทีเ่ ปน็ พาหะน้ีมชี อ่ื ว่า Aedes aegypti ยุงชนดิ น้ีออกหากนิ เวลากลางวัน ยงุ จะกดั และดูดเลอื ดทม่ี ีเช้ือไวรสั เดงกจี่ ากผ้ทู กี่ ำลังป่วยเปน็ ไข้เลอื ดออก เมอ่ื
5 ยุงลายไปกัดคนใหม่ ก็จะถา่ ยทอดเชื้อใหก้ ับคนทถี่ กู ยุงกัดตอ่ ไปยงุ ลายอาศยั อยใู่ นเขตภูมิอากาศ แบบรอ้ นชน้ื ประเทศไทยจึงเป็นอีกบรเิ วณหน่ึงท่ีมีการระบาดของโรคนี้ค่อนขา้ งสูง โดยพบการ ระบาดมากทส่ี ุดในฤดูฝน ชว่ งอายุของคนท่ีพบวา่ ป่วยเป็นโรคไข้เลอื ดออกมากทส่ี ุด คอื คนอายุ 10-14 ปี รองลงมาคือ อายุ 15-24 ปี และ อายุ 5-9 ปี ตามลำดบั ส่วนช่วงอายุ 0-4 ปี และ มากกวา่ 25 ปี จนถึง 65 ปี เปน็ ชว่ งอายุท่ีพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกจำนวนนอ้ ยทส่ี ุด 2.3 เรอ่ื งท่ี 3 มะกรดู เปน็ พชื ในสกลุ สม้ (Citrus) มถี ่ินกำเนิดในประเทศลาว อินโดนเี ซยี มาเลเซีย และไทย ใน เอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ นยิ มใช้ใบมะกรูดและผิวมะกรดู เปน็ สว่ นหนง่ึ ของเครื่องปรุงอาหารหลาย ชนิด นอกจากในประเทศไทยและลาวแล้ว ยังมีความนิยมในกัมพูชา เวยี ดนาม มาเลเซีย และ อนิ โดนีเซีย (โดยเฉพาะบาหลี) 2.4 เรือ่ งท่ี 4 เทยี นหอม 4.1ความหมายของเทียนหอม เทยี นหอม หมายถึงผลติ ภัณฑ์ ทไ่ี ด้ จากการนำพาราฟนิ และไขผ้งึ มาหลอมละลาย รวมกัน อาจเตมิ สีและเตมิ น้ำมันหอมระเหย นำไปป้ันดว้ ยมอื หรือหลอ่ แบบขนึ้ รปู หรือกดจาก พิมพใ์ ห้มีรปู ทรงตามต้องการอาจประกอบด้วยวัสดุอน่ื เพื่อให้ เกิดความสวยงาม เชน่ ดอกไม้แห้ง มีไสเ้ ทยี นสำหรับจุดไฟ และมีกลิ่นหอมของนา้ มันหอมระเหย เทียนหอมแฟนซีเนน้ การใช้ ประโยชน์และความสวยงาม โดยมีกล่นิ หอม แบบสวย และอาจจะใชไ้ ล่ยุงหรือแมลงไดอ้ กี ด้วย 4.2 สรรพคณุ ของเทียนหอม 1. มีความสวยงามภายในบรรยากาศตา่ งๆและสามารถสรา้ งแสงสวา่ งด้วยการจุดไฟ 2. สามารถใช้และประดับตกแต่งในสถานทีต่ ่างๆ เพื่อสวยงามและเป็นพธิ ีมงคล 3. สามารถดบั กลน่ิ ท่ีไมพ่ ึงประสงคไ์ ด้น่ันเปน็ เพราะวา่ เทยี นหอมนนั้ มีกลน่ิ ท่ีหอม 4. สามารถจดุ ไล่ยุงได้ ซ่ึงการจุดไล่ยุงนน้ั จะเป็นเทียนหอมกล่ินมะกรูด 5. สามารถใช้เปน็ ของชำร่วยในงานเช่น งานแตง่ งาน และงานบวชตา่ งๆ 4.3 กลน่ิ ของเทียนหอมในรูปแบบต่างๆ 1.เทียนหอมกลิ่นมะกรูด เปน็ เทยี นหอมที่มีกลิน่ ดแี ละสามารถไลย่ ุงได้ และทำใหร้ ้สู กึ ผ่อนคลายและรสู้ ึกว่า บรรยากาศเป็นธรรมชาตแิ ละด้วยตะไคร้หอมนั้น ยุงจะไม่มาตอมและมากวนใจเราเลย 2.เทยี นหอมกลิน่ มะกรูด
6 เป็นกล่นิ ทเ่ี ราสามารถทำจิตใจให้สงบได้ เพื่อการควบคมุ อารมณท์ ่ีดี และสามารถทำไดด้ ี สามารถทำใหห้ ลบั สบายได้เพราะกลิน่ ของมะกรดู น้ันมสี รรพคณุ ที่สามารถทำให้ผไู้ ดร้ ับกล่ินนน้ั รสู้ กึ สบายใจ 3.เทียนหอมกลนิ่ มะลิ สามารถทำให้เรานั้นมจี ติ ใจท่ผี ่อนคลายทำใหร้ สู้ ึกสบายด้วยกลนิ่ หอมอ่อนๆของมะลิทำ ใหร้ ู้สึกสบายไม่เศร้าหมองเป็นกล่ินที่เหมาะสำหรบั งานท่ีเปน็ มงคล 4. เทียนหอมกลิ่น เวตตเิ วริ ธ์ เป็นกลน่ิ ทใี่ หร้ สู้ กึ ความหวานของดอกไม้ ทำให้เรารู้สึกสงบนิ่งและมคี วามสุข ซึง่ ท่ีมาของ กลิน่ น้มี าจากรากไม้ คาโมไมล์ ซ่ึงคลา้ ยๆผลไมจ้ ากแอปเปลิ 5. เทยี นหอมกล่ินกุหลาบและคลารเ่ี สจ เปน็ กล่นิ ทส่ี ามารถกระตุน้ และผลติ สารชนดิ หนง่ึ ในร่างกายคือ ทาลามสั และมีการผลิต เอนเซปฟาลนี ขึน้ มา เพ่ือใช้ในการผ่อนคลายอารมณ์ ซ่ึงสามารถลดความตึงเครยี ดไดเ้ ป็นอย่าง มาก
7
ขนาด 20 หนา บทที่ 3 ขนาด 20 หนา วธิ ศี กึ ษาคน้ ควา้ กลา่ วถงึ การดำเนินการโดยละเอยี ด 3.1 วิธีการดำเนินงาน 1. นำผวิ เปลือกมะกรดู ไปตากแดดทิ้งไวจ้ นแหง้ (ประมาณ 2 วัน) แล้วปนั่ ละเอยี ด 2. ใส่นำ้ ลงในหม้อต้มน้ำให้ร้อน 3. ใสเ่ น้อื เทยี นลงไป ในหม้อ 43 กรัม คนเน้อื เทยี นในหมอ้ ใหล้ ะลาย 4. เมื่อเทยี นละลายแล้ว ใส่ผวิ เปลือกมะกรูด 7 กรัม ลงไปในหม้อ 5. ใชผ้ า้ จบั หม้อ เทน้ำเทยี นลงในแม่พิมพท์ ใี่ ส่ไสเ้ ทียนและทาดว้ ยน้ำมนั ไว้แล้ว ตงั้ ภาชนะในแนวนอนให้ตกตะกอนขา้ งใดขา้ งหน่งึ ท้ิงไว้ประมาณ 2ชั่วโมงใหเ้ ทียน แห้งสนิท 3.2 ประชากร/กล่มุ ตัวอย่าง 3.3 เคร่ืองมอื ขนาด 16 ปกติ ขนาด 16 หนา ภาพ
4 ภาพที่ 3-1……เตรียมของ…………. ภาพท่ี 3-2 นำผวิ เปลอื กมะกรูดไปตากแดดทิ้งไว้จนแห้ง ภาพท่ี 3-3ใสเ่ น้ือเทยี นลงไป ในหม้อ 43 กรมั คนเน้อื เทียนในหมอ้ ให้ ละลาย
5 ภาพที่ 3-4เมื่อเทยี นละลายแล้ว ใส่ผิวเปลือกมะกรูด 7 กรมั ลงไปใน หมอ้ ภาพท่ี 3-5ผ้าจับหมอ้ เทนำ้ เทียนลงในแมพ่ มิ พ์
6 ภาพที่ 3-6ตงั้ ภาชนะทิ้งไวป้ ระมาณ 2ชัว่ โมงให้เทียน แห้งสนทิ
บทท่ี 4 ขนาด 18 หนา ผลการศึกษาคน้ คว้า ขนาด 16 หนา ให้กลา่ วถงึ วิธีการศึกษาค้นคว้า ว่าทำอย่างไร ตามวิธีการท่ีศกึ ษาคน้ คว้านัน้ ผลทไี่ ด้เป็นอย่างไร ลักษณะ โดยกำหนดใหม้ ีการจดั กระทำข้อมลู แสดงค่าความถ่ี ค่ารอ้ ยละ จากทไ่ี ปปฏิบัตงิ านทศ่ี กึ ษา ณ โรงเรียนปัวและบา้ นเจดชี ัย ผู้จัดทำได้ทำโครงงานชือ่ เทียนหอมจากมะกรูดไล่ยุง ซ่งมีวิธีการทำดังน้ี 4.1 วสั ดอุ ุปกรณ์ 1.เทียน 43กรมั 2.วัสดุแม่พมิ พ์ 2 อนั 3.เตาแก๊ส 1หัว 4.หม้อ 1 ใบ 5.มะกรดู 7 กรัม 4.2 ข้นั ตอนและวธิ กี ารทำ 1……เตรียมของ………….
10 2 นำผิวเปลอื กมะกรดู ไปตากแดดทง้ิ ไว้จนแห้ง 3ใส่เนื้อเทยี นลงไป ในหมอ้ 43 กรัม คนเน้อื เทียนในหมอ้ ให้ละลาย 4เมื่อเทยี นละลายแล้ว ใสผ่ วิ เปลอื กมะกรูด 7 กรมั ลงไปในหม้อ
11 5ผ้าจับหมอ้ เทนำ้ เทยี นลงในแม่พมิ พ์ 6ต้งั ภาชนะท้งิ ไวป้ ระมาณ 2ชัว่ โมงให้เทยี น แหง้ สนทิ
12 สรปุ อภปิ รายผลและขอ้ เสนอแนะ 5.1 สรปุ ผลการทดลอง ในการทดลองใช้เทียนหอมมะกรูดไล่ยงุ นั้นสามารถไลย่ ุงไดจ้ ริงโดยกลน่ิ หอมจากมะกรูดทยี่ ุงเกลียด เพิ่มประสิทธภิ าพการออกฤทธดิ์ ว้ ยการเผาไหม้ของเทยี นไข ทำให้มะกรูดมีกลิ่นฉนุ ข้ึนนอกจากนี้ กลิน่ หอมจากสมนุ ไพรทำให้ผู้ทีอ่ ยบู่ รเิ วณรอบๆเทียนไขนนั้ ร้สู ึกผ่อนคลายและไมก่ ังวลเรื่องยุงกัด สารพษิ ตกคา้ ง 5.2 ปญั หาและอุปสรรคในการศึกษาค้นคว้า สอดคล้องหรอื ขัดแย้งในทางทฤษฎีอย่างไร เทียนหอมสมุนไพรสามารถออกฤทธิไ์ ลย่ ุงได้เนื่องจากมะกรดู หอมเปน็ พืชที่มกี ล่นิ ฉุนและในมะกรูด หอมยังมสี าร camphor, cineol, eugenol, citral และ linalool, citronellal และgeraniol ซ่งึ เปน็ สารสำคญั ทใี่ ชใ้ นการไลย่ ุงและแมลง ดังน้ัน เทียนหอมทมี่ สี ่วนผสมของมะกรดู หอมสามารถไล่ ยุงไดจ้ ริง 5.3 ข้อเสนอแนะและแนวทางในการพฒั นา 1. สามารถนำสมุนไพรพืน้ บา้ นชนดิ อน่ื มาเป็นสว่ นผสมได้ 2. การทำเทยี นหอมเราควรนำสมนุ ไพรท่อี บแห้งใสล่ งไปในเนื้อเทยี น หอมดว้ ย อาจจะไดก้ ลิน่ สมนุ ไพรมากขึ้น 3. ควรนำสมนุ ไพรหลายชนิดมาทำเทยี นหอมสมนุ ไพรเพื่อเปรียบเทียบกล่นิ ทไ่ี ดแ้ ละรบั ความนิยม 4. เราสามารถเทยี นหอมสมุนไพรเพอ่ื งานอดิเรกและสามารถนำประกอบอาชพี ได้อีกดว้ ย
13
ขนาด 18 หนา บรรณานกุ รม ภาษาไทย หนงั สอื ขนาด 16 ปกติ () ชอ่ื ผแู้ ต่ง . ช่ือหนงั สอื . พิมพ์ครง้ั ท่ี . จังหวัด ; สำนกั พิมพ์ . ปี พ.ศ. ทพ่ี ิมพ์ . ตวั อยา่ ง (1)ธนทั ชัยยทุ ธ . วงจรอเิ ล็กทรอนิกสพ์ ื้นฐาน . พมิ พค์ รั้งท่ี 3 . กรงุ เทพมหานคร ; อักษรเจริญทัศน์ . 2545 . (2)ปรีชา ชนะสงคราม และ สมพล ศรีสะอ้าน . มอเตอร์กระแสตรงพื้นฐาน . กรุงเทพมหานคร ; ซี เอด็ ยูเคชน่ั . 2545 . เวน้ 8 ตวั อกั ษร-เม่ือเขียนในบรรทัดเดียวไม่พอ เม่อื ขน้ึ บรรทัดใหม่ให้ย่อหน้าเข้าไป 8 ตัวอกั ษร วารสาร ()ชื่อผู้แต่ง . \"ชือ่ เร่อื ง\" . ชอ่ื วารสาร . ฉบับที่ ; หน้าท่ี . ตวั อยา่ ง (3)ยืน ภูส่ ุวรรณ. \"การใชค้ อมพวิ เตอรช์ ่วยในการเรยี นการสอน\". วารสารไมโครคอมพิวเตอร์. ฉบับท่ี 126 กุมภาพันธ์ 2545 ; 120-129. หมายเหตุ ใหเ้ รียงลำดับช่ือผู้แตง่ ตามลำดบั ตัวอักษรภาษาไทยและใสห่ มายเลขกำกับแตล่ ะ รายการ ไวห้ น้า โดยเขียนไว้ในเครื่องหมาย ( ) ภาษาอังกฤษ ใช้รปู แบบเดียวกับภาษาไทย และเรยี งลำดับผ้แู ตง่ ตามอกั ษรภาษาองั กฤษ เชน่ (4)Heinich, Robert and Russal, Jame D. Instructional Media : the New Technologies of Instruction. New York: John Wiley&Sons Inc.,1982. เว็บไซต์
II ถ้ามีการอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ ให้อ้างอิงเป็นช่ือเว็บไซต์ที่อ้างถึงข้อมูลอยู่ และเรียงลำดับตาม อักษรภาษาอังกฤษ (5)http://www.elecnet.chandra.ac.th/tipntrick/stepper/index.html (6)http://www.kmitnb.ac.th/mte/motor/index.html ภาคผนวก ขนาด 18 หนา ขนาด 16 ปกติ ประกอบดว้ ยรายละเอียดตา่ ง ๆ ดังน้ี (ถา้ ม)ี ก) ……………………………… ข) …………………………….. ค) ……………………………. ง) ……………………………
III ประวัติผจู้ ดั ทำ ขนาด 18 หนา ขนาด 16 ปกติ ช่อื เรื่อง (ชื่อการศึกษาคน้ คว้า) ขนาด 16 หนา 1.นาย/นางสาว ................................. ประวัติส่วนตัว วัน เดอื น ปี ที่เกิด อายุ ที่อยู่ (ปัจจุบัน) ประวัตกิ ารศึกษา ปี พ.ศ. ชั้น ป.6 ร.ร. ............................................... ปี พ.ศ. ชน้ั ม.3 ร.ร. ............................................... ปี พ.ศ. ชนั้ ม.4/ ..... เลขที่ ……… 2.นาย/นางสาว ................................. ประวตั สิ ว่ นตวั วัน เดือน ปี ที่เกิด อายุ ทีอ่ ยู่ (ปจั จุบนั ) ประวัตกิ ารศึกษา ปี พ.ศ. ชน้ั ป.6 ร.ร. ............................................... ปี พ.ศ. ชน้ั ม.3 ร.ร. ............................................... ปี พ.ศ. ช้ัน ม.4/ ..... เลขท่ี ……… 3.นาย/นางสาว ................................. ประวัติส่วนตัว วนั เดอื น ปี ที่เกดิ อายุ ที่อยู่ (ปจั จบุ นั ) ประวัติการศึกษา ปี พ.ศ. ชั้น ป.6 ร.ร. ............................................... ปี พ.ศ. ชน้ั ม.3 ร.ร. ............................................... ปี พ.ศ. 2555 ช้นั ม.4/ ..... เลขที่ ………
IV รายละเอยี ดการพิมพ์ * การพิมพใ์ หใ้ ชต้ ัวอักษร TH SarabunPSK เท่านั้น โดยมีข้อกำหนดดังนี้ 1. บทที่ และช่ือเรอ่ื งบท ใช้ขนาด 18 แบบ หนา ห่างจากขอบบน 2 นิว้ 2. หนา้ อนื่ ที่ไมใ่ ช่หน้าบท ให้ห่างจากขอบบน 1.5 น้ิว 3. ถา้ เปน็ การพมิ พข์ อ้ ความปกตใิ ช้ ขนาด 16 และ หัวข้อเน้ือหา ให้ใช้ ขนาด 16 แบบหนา 4. การใช้ภาษาองั กฤษให้ใช้รูปแบบเดยี วกนั รูปแบบทเ่ี ป็นภาษาไทย * การตง้ั หนา้ กระดาษ 1. ขอบบน 1.5 นิ้ว 2. ขอบซ้าย 1.5 นิว้ 3. ขอบขวา 1 นวิ้ 4. ขอบล่าง 1 นิ้ว * ขึน้ ต้นบทใหมใ่ ห้คำว่า \"บทท.่ี .\" ห่างจากขอบบน 2 นว้ิ และไมพ่ มิ พต์ วั เลขบอกหน้า * ตวั เลขบอกหน้าใหพ้ ิมพ์บนตำแหน่งของขอบบนขวา ห่างจากขอบกระดาษด้านบน 0.5 นิว้ และห่างจากขอบขวา 0.5 นวิ้ และตวั อกั ษร TH SarabunPSK ขนาดปกติ 16 * ตั้งแต่บทคัดย่อจนถึงบทท่ี 1 ให้พิมพ์เลขหน้าขอบล่าง ตรงกลาง เป็นภาษาไทยและมี วงเล็บ โดยเรมิ่ หนา้ บทคัดยอ่ เป็น (ค) ไปจนถงึ หน้าก่อนบทท่ี 1
V การจดั หนา้ กระดาษ กระดาษ A4 กั้นหลงั 1 นวิ้ กั้นหน้า 1 1/2 น้วิ หนา้ ปกตทิ ัว่ ไปให้กน้ั บน 1 1/2 นว้ิ หน้าทว่ั ไปใหเ้ รม่ิ ชิดขอบบน 1.5 นว้ิ ทุกหนา้ ยกเว้นบทท่ี หน้าเร่ิมต้นบทต่างๆใหก้ ั้นบน 2 น้วิ บทท่ี 3 เวน้ 1 บรรทดั การดำเนนิ งาน กั้นล่าง 1 น้ิว
VI
Search
Read the Text Version
- 1 - 32
Pages: