Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บทที่ 1 นวัตกรรม

บทที่ 1 นวัตกรรม

Published by Preeyapat Lengrabam, 2022-06-22 20:53:10

Description: บทที่ 1 นวัตกรรม

Keywords: google classroom

Search

Read the Text Version

1 บทที่ 1 บทนำ ความเปน มาและความสำคัญของปญหา วิทยาศาสตรมีบทบาทสำคัญยิ่งในสังคมโลกปจจุบันและอนาคต เพราะวิทยาศาสตร เกี่ยวของกับทุกคนทั้งในชีวิตประจำวันและการงานอาชีพตาง ๆ ตลอดจนเทคโนโลยี เครื่องมือ เครื่องใชและผลผลิตตาง ๆ ที่มนุษยไดใชเพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตและการทำงาน เหลานี้ลวน เปนผลของความรูวิทยาศาสตร ผสมผสานกับความคิดสรางสรรคและศาสตรอื่น ๆ วิทยาศาสตรทำให คนไดพัฒนาวิธีคิด ท้ังความคิดเปน เหตเุ ปนผล คดิ สรางสรรค คิดวเิ คราะห วจิ ารณ มที ักษะท่ีสำคัญใน การคนควาหาความรู มีความสามารถในการแกปญหาอยางเปนระบบ สามารถตัดสินโดยใชขอมูล หลากหลายและประจักษพยานที่ตรวจสอบไดวิทยาศาสตรเปนวัฒนธรรมของโลกสมัยใหมซึ่งสังคม แหงความรู (Knowledge Based Society) ทุกคนจำเปนตองไดรับการพัฒนาใหรูวิทยาศาสตร (Scientific Literacy for All) เพื่อใหมีความรูความเขาใจโลกธรรมชาติและเทคโนโลยีที่มนุษย สรางสรรคขึ้น นำความรูไปใชในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีและยังชวยใหคนมีความรูความเขาใจท่ี ถูกตองเกี่ยวกับการใชประโยชน การดูแลตลอดจนการพัฒนาสิ่งแวดลอมและทรัพยากรธรรมชาติ อยางสมดุลและยั่งยืน และที่สำคัญอยางยิ่งคือความรูวิทยาศาสตรชวยเพิ่มขีดความสามารถในการ พัฒนาเศรษฐกิจ สามารถแขงขันกับนานาประเทศและดำเนินชีวิตอยูรวมกันในสังคมโลกไดอยางมี ความสขุ (กรมวิชาการ. 2544: 1 - 2) ปจจุบันวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี มีบทบาทและมีความสำคัญตอการดำรงชีวิตของ พลเมือง และตอการพัฒนาประเทศมากย่ิงขึ้น ดังนั้นการใหการศึกษาดานน้ีแกชุมชนจึงเปนความจำเปน ท่ี นานาประเทศทั่วโลกตระหนักเปนอยางดี องคการศึกษาวิทยาศาสตรและวัฒนธรรมแหงสหประชาชาติ (UNESCO) ไดกระตุนและสนับสนุนใหนานาประเทศเห็นความสำคัญของ การจัดการศึกษาดาน วิทยาศาสตรและเทคโนโลยีใหแกพลเมืองของประเทศกันอยางทั่วถึงทุกคน โดยจัดประชุมสัมมนา หรือประชุมปฏิบัติการในภูมิภาคตาง ๆ ของโลกในเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตรสำหรับปวงชน (Science for All) ขึ้นมาหลายครั้งในชวงทศวรรษที่ผานมา ดังนั้นจะเห็นไดวา การศึกษาดานวิทยาศาสตร และเทคโนโลยี จึงเปนเรื่องที่จำเปนตองจัดใหแกนักเรียนทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานใหมี ความรูความเขาใจพื้นฐานทางดานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ตลอดจนมีทักษะกระบวนการ เจตคติ และคานิยมเชิงวิทยาศาสตร อันจะชวยในการตัดสินใจเกี่ยวกับปญหาตาง ๆ อยางมีเหตุผล (ชมรม วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี. 2533: 5) จากความสำคัญดังกลาว ทุกประเทศจึงไดจัดหลักสูตร วิทยาศาสตรในระบบการศึกษาตั้งแตระดับประถมศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะระดับ มัธยมศึกษานั้นวิทยาศาสตรถือวาเปนวิชาพื้นฐาน (Basic Science) ที่นักเรียนทุกคนตองเรียน (ไพฑูรย สุขศรงี าม. 2538 : 36) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ไดกำหนดจุดหมายเนนพัฒนา ผเู รยี นใหเ ปน คนดี มปี ญญา มคี วามสขุ โดยผเู รยี นจะตอ งมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม เห็นคณุ คา ในตนเอง มีความรูอันเปนสากลและมีความสามารถในการสือ่ สาร การคิด การแกปญหา การใชเทคโนโลยี และ

2 มีทักษะชีวิต มีจิตสำนึกในการอนุรักษวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย การอนุรักษและพัฒนา สิ่งแวดลอม มีจิตสาธารณะ ในสถานศึกษาจึงจัดกระบวนการเรียนรูที่มุงเนนการฝกทักษะ กระบวนการคดิ จัดกิจกรรมใหผูเ รยี นเรียนรูจ ากประสบการณจ รงิ ฝก การปฏิบัติใหได คดิ เปน ทำ เปน สอดคลองกบั จดุ มงุ หมายหลักสูตรที่มงุ พัฒนาคนไทยใหเปน มนษุ ยท่ีสมบูรณ ทำประโยชน สราง ส่งิ ทีด่ งี ามในสงั คม และอยรู วมกันในสังคมอยางมคี วามสุข (กระทรวงศึกษาธิการ. 2551: 5) และในการเรียนรูวิทยาศาสตร กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรมุงหวังใหผูเรียน ไดเรียนรู วิทยาศาสตรที่เนนการเชื่อมโยงความรูกับกระบวนการ มีทักษะสำคัญในการคนควาและสรางองค ความรู โดยใชกระบวนการในการสืบเสาะหาความรู และการแกปญหาที่หลากหลาย ใหผูเรียนมสี ว น รว มในการเรียนรูทกุ ข้นั ตอน มีการทำกจิ กรรมดวยการลงมือปฏบิ ตั จิ รงิ อยางหลากหลาย เหมาะสมกับ ระดบั ช้นั (กระทรวงศึกษาธกิ าร. 2551 :1) ซึ่งจากการศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ไดมีการกำหนด สมรรถนะสำคัญของผูเรียน ประการหนึ่งคือ เพื่อใหผูเรียนมีความรู ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแกปญหา การใชเทคโนโลยี และมีทักษะชีวิต นอกจากน้ีหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพ้ืนฐานยงั มงุ พัฒนาผูเ รยี นใหมีคุณลกั ษณะอันพึงประสงค ดงั นี้ คอื รกั ชาติ ศาสน กษตั รยิ  ซอ่ื สัตย สุจริต มีวินัย ใฝเรียนใฝรู อยูอยางพอเพียง มุงมั่นในการทำงาน รักความเปนไทย และมีจิตสาธารณะ ดงั น้ัน โรงเรียนตา ง ๆ จึงมงุ จัดการศึกษา โดยยึดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สำหรับกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรในระดับมัธยมศึกษาตอนตน ซึ่งเปนรายวิชาพื้นฐาน นั้นหลักสูตรแกนกลางไดกำหนดตัวชี้วัดไวเปนมาตรฐาน สวนรายวิชาเพิ่มเติมยึดเนื้อหาและผลการ เรียนรูตามสถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (สสวท.) มีการตรวจสอบคุณภาพ ผูเรียน โดยมีการวัดและประเมินผลการเรียนรูต ั้งแตระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นท่ี การศึกษา และระดับชาติ จากรายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O – NET) ซึ่งจัดสอบโดย สถาบันทดสอบทางการศึกษาแหง ชาติ (องคการมหาชน) หรือ สทศ ผลปรากฏวาในแตละป คะแนน เฉลี่ย (Mean) ของทั้ง 8 กลุมสาระการเรียนรูอยูในระดับต่ำ ดังรายงานผลการทดสอบ O – NET ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ปการศึกษา 2562 พบวาในระดับประเทศคะแนนเฉลี่ยกลุมสาระ การเรียนรูวิทยาศาสตรไดคะแนนเฉลี่ย 30.07 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน สวนโรงเรียนสีคิ้ว “สวัสดิ์ผดุงวิทยา” พบวา วิชาวิทยาศาสตรไดคะแนนเฉลี่ย 29.22 (สถาบันทดสอบทางการศึกษา แหงชาติ (องคการมหาชน). 2562 : 4/4) และรายงานผลการทดสอบ O – NET ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปที่ 3 ปการศึกษา 2563 พบวาในระดับประเทศคะแนนเฉลี่ยกลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตรไดคะแนนเฉลี่ย 29.89 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน สวนโรงเรียนสีคิ้ว “สวัสดิ์ผดุง วิทยา” พบวา วิชาวิทยาศาสตรไดคะแนนเฉลี่ย 28.74 (สถาบันทดสอบทางการศึกษาแหงชาติ (องคการมหาชน). 2563 : 4/4) รายงานผลการทดสอบ O – NET ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 ปการศึกษา 2562 พบวาในระดับประเทศคะแนนเฉลี่ยกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรไดคะแนน เฉลี่ย 29.20 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน สวนโรงเรียนสีคิ้ว “สวัสดิ์ผดุงวิทยา” พบวา วิชา วิทยาศาสตรไดคะแนนเฉลี่ย 26.83 (สถาบนั ทดสอบทางการศกึ ษาแหงชาติ (องคก ารมหาชน). 2562 : 3/3) และรายงานผลการทดสอบ O – NET ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 ปการศึกษา 2563

3 พบวาในระดับประเทศคะแนนเฉลี่ยกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรไดคะแนนเฉลี่ย 32.68 จาก คะแนนเต็ม 100 คะแนน สวนโรงเรียนสีคิ้ว “สวัสดิ์ผดุงวิทยา” พบวา วิชาวิทยาศาสตรไดคะแนน เฉลี่ย 29.72 (สถาบันทดสอบทางการศึกษาแหงชาติ (องคการมหาชน). 2563 : 6/7) โดยมาตรฐาน ว 3.1 จัดเปนมาตรฐานหนึ่งที่โรงเรียนควรเรงพัฒนาเนื่องจากคะแนนเฉลี่ยของโรงเรียนต่ำกวา คะแนนเฉลี่ยของระดับประเทศ(สถาบันทดสอบทางการศึกษาแหงชาติ (องคการมหาชน). 2563 : 7/7) อีกทั้งจากการจัดการเรียนการสอนวิชาเคมี 3 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2563 ซึ่งตองเรียนรูเรื่อง แกสและสมบัติของแกส รวมอยูในขอมูลดังกลาว ผูวิจัยพบปญหา คือ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนอยูในระดับตำ่ กวาเกณฑ คอื มีนกั เรียนท่ีมีผลการเรียนระดับ 3 ขึน้ ไป คิดเปน รอยละ 66.21 (โรงเรียนสีคิ้ว “สวัสดิ์ผดุงวิทยา” 2563 : 44) จากผลการทดสอบวัดความรูของ ผูเรียนทั้งระดบั ชาติและระดับชัน้ เรยี นท่ีไดน้ี จึงเปนเครื่องชี้วัดถงึ การจัดการศึกษาของไทยซึง่ จะตอง ไดรับการพัฒนาตามนโยบายระดับชาติ และทางโรงเรียนมีเปาหมายในการยกระดับผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียนของนักเรียนใหสูงข้ึน โดยทุกกลุมสาระการเรียนรูควรไดคะแนนเฉลี่ยไมต่ำกวา 2.5 นั่น คอื มุงพัฒนาดา นผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ดงั น้ันผูสอนมบี ทบาทสำคญั ในการจดั การเรียนการสอน นน่ั คือผูสอนตองพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรูที่จะสงผลตอการพัฒนาศักยภาพของผูเรียน เพื่อให บรรลุเปาหมายของทางโรงเรียน และบรรลุเปาหมายของการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร โดย ในการจัดการเรียนการสอนอาจใชเทคนิค สื่อ หรือใชนวัตกรรมตางๆ ผูศึกษาคนควาจึงไดศึกษา คนควาเกี่ยวกับการจัดการเรียนรูที่ยึดผูเรียนเปนศูนยกลาง (Student – Centered Instruction) และศกึ ษานวตั กรรมการเรียนการสอน ซ่ึงมรี ายละเอยี ดดังนี้ เมื่อโลกกำลังหมุนชาลงดวยวิกฤตจากโรคโควิด-19 สงผลกระทบอยางหลีกเลี่ยงไมได สำหรับดานการศึกษาซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงจากแรงกดดันและการกระตุนจากโรคระบาดที่ทำใหตอง Social Distancing หรือการเพิ่มระยะหางระหวางกันในสังคม ในวงการการศึกษา ทั้งในไทยและ ตางประเทศ มีการนำระบบการเรียนการสอนออนไลนเขามาปรับใช (Gun Aieminthra, 2020) ผาน ทางออนไลนดวยเครื่องมือทันสมัยตาง ๆ เชน 1. ผูสอนสามารถบันทึกวิดีโอการสอนของตนแลว แจกจายใหผูเรียนผานระบบจัดเก็บขอมูลแบบคลาวด (Cloud Storage) ดวย Google Drive หรือ Microsoft One Drive หรือ Microsoft Stream แลวจำกัดสิทธิการเขาถึงของผูเรียน 2. ผูสอน สามารถถายทอดสด การสอนผานระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ(Video Conference) ดวย Microsoft Teams หรือ Google Meet 3. ผูสอนสามารถสรางและใชงานหองเรียนออนไลน (E-Classroom) ดวย Microsoft Teams หรือ Google Classroom ซึ่งเครื่องมือทั้งคูมีคุณลักษณะที่มีประโยชนตอ การเรียนการสอน เชน การแจกจายเอกสารประกอบการสอน การสนทนา การสรางกระดาน ถาม ตอบ การมอบหมายงานหรือส่ังการบา น การตรวจงาน การสรา งแบบทดสอบ และการใหค ะแนน เปน ตน 4. ผูสอนสามารถสรางและทำเอกสารการสอน เอกสารตาง ๆ รวมไปถึงการจัดเก็บขอมูลและ แลกเปลี่ยนไฟลขอมูลกันดวย Microsoft Office 365 หรือ Google Drive 5. ผูสอนสามารถใช Microsoft Teams ซึ่งเครื่องมือที่มีคุณลักษณะสำหรับสื่อสารระดับองคกร เชน การสรางกลุมงาน การสนทนากลุม วางแผนงาน ติดตามความคบื หนา และการนัดหมาย เปนตน 6. ผูสอนสามารถสอน สดออนไลนผานระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ (Video Conference) ดวย Microsoft Teams หรือ Google Meet เปนตน (Office of Computer Services (KMITL), 2020) ทั้งนี้ยังมีเครื่องมือและ

4 โปรแกรมตาง ๆ อีกมากมายที่ถูกพัฒนาขึ้นและไดรับ ความนิยมในการใชงานสำหรับการเรียนการ สอนการประชุมตา ง อาทิเชน 1) โปรแกรม Cisco Webex Meeting 2) โปรแกรม Google Hangout 3) Facebook Live 4)โปรแกรม Zoom เปนตน โปรแกรมเหลา น้ีถูกออกแบบมาเพ่ือรองรับการสอน ออนไลน การทำงานจากที่บาน รวมทั้งการสรางหองเรียนเสมือนจริงขึ้น โดยผูสอนสามารถเลือกใช งานตามความถนัดและตามความเหมาะสมของการเรียนการสอนออนไลน ประเทศไทยประกาศ ปรับเปลี่ยนเวลาเปดภาคเรียนที่ 1 ของปการศึกษา 2563 โดยใชรูปแบบการศึกษาออนไลนหรือ การศึกษาทางไกล มกี ารสนับสนนุ วธิ ีการสอนออนไลนและสรางคลงั ความรู หรอื Content ใหบริการ โรงเรียนนำไปใชฟรี ระบบศึกษาใชระบบออนไลนเขามาสนับสนุนการสอนในระบบปกติ โดยเรียน ออนไลนควบคูกับการฝกปฏิบัติในสัดสวนที่แตกตางกันแตละสาขาวิชามีการใชสื่อออนไลน รวมทั้ง หนังสือเรียนเพื่อประกอบการศึกษาสำหรับในมหาวิทยาลัยมีการนำระบบออนไลนมาใชทดแทน การศึกษาในระบบปกติ โดยใช Application ตางๆ มาเปนเครื่องมือในการเรียนการสอนและการ ส่ือสารระหวางอาจารยและผูเรียนระบบตางๆ ถูกนำมาใชอยูในระหวางดำเนินการ ทดลองใช พัฒนา ฝกอบรมผูสอน และสรางเครือขายการเรียนรู เพื่อนำไปสูการทดแทนการสอนในช้ันเรียน ทั้งนี้ ดวย ความหวงั วาจะสามารถใชร ะบบออนไลนไ ดอ ยา งมปี ระสทิ ธภิ าพยิ่งขนึ้ จากสถานการณการแพรระบาดของวิกฤต COVID-19 ครั้งนี้เปนโอกาสสำคญั ในการจัด การศึกษาตามวถิ ี New Normal ซึง่ เปน การปรบั เปล่ียนแนวคดิ คร้งั ใหญท่ีตองสอดคลองและเชื่อมโยง กบั การเรยี นรขู องนักศึกษา โดยการปรับหลกั สูตรใหสอดคลองกบั สถานการณโ ควิด-19 และสือ่ สารให ผูเกี่ยวของทุกภาคสวนทราบ เพิ่มความยืดหยุนของโครงสรางเวลาเรียนรูและความหลากหลายของ รูปแบบการเรียนรูของอาจารยออกแบบหนวยการเรียนรูและสอนอยางมีแผนที่เหมาะสมรวมถึงการ ยกระดับการประเมินเพื่อการพัฒนาเพื่อไมใหน ักศึกษาเสียโอกาสพัฒนาความรแู ละทักษะ โดยเฉพาะ ความรูดานภาษาและการคำนวณ แมไมมีโควิด-19 ระบบการศึกษาไทยก็กำลังเปลี่ยนแปลงอยู ตลอดเวลาจากปจจัยขับเคลื่อนจำนวนมาก ทั้งดานเศรษฐกิจ ดานสังคม เชน โครงสรางประชากรท่ี เปลี่ยนแปลง ดานเทคโนโลยี Disruptive Technology ที่ทำใหทักษะที่เปนความตองการเปลี่ยนไป และดานการเมืองการปกครอง เชน การดำเนินนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เปนตน โควิด-19 เปนตวั เรงปฏกิ ิรยิ าท่ีทำใหการเปลยี่ นแปลงทีร่ อทำอยูใหเ กิดข้ึนเร็วขึ้น เชน การนำเทคโนโลยีเพ่ือการ เรียนรมู าใชในวงกวา งยิ่งขน้ึ (สุวิมล มธุรส, 2564) ผูเรยี นทกุ คนในชน้ั เรียนคงไมใชตำราจากที่กำหนดโดยอาจารยผ สู อนเทาน้ันแตสามารถ แสวงหาแหลงความรูอื่นไดอีกมากมายมีหองสมุด แบบดิจิตอล มีขุมความรูที่เรียกวาขุมความรูโลก บทบาทการสอนของอาจารยจะเปลี่ยนไปจากการใชชอลกและกระดานดำมาเปนการชี้แนะโดยตอง เปนตัวของตัวเองในการแสวงหาความรู มีความคิดริเริ่มในการเรียนรูสิ่งใหมตองเปลี่ยนสภาพการ เรยี นจากนัง่ เฉย ๆ มาเปน แบบเรียนทม่ี ีปฏสิ มั พนั ธโตต อบ มีการใชเ ทคโนโลยปี ระกอบการเรียนรู(วิชิต วงศ ณ ปอมเพชร, 2553) การวัดผลการเรียนรูไมไดอยูที่ผลของคะแนนเพียงอยางเดียวตองเปลี่ยน สภาพการเรียนการสอนแบบเดิมสูกระบวนการสรางองคความรูได อาจารยตองเปลี่ยนบทบาทเปน ผูสรางความรู สามารถนำเอาองคความรูจากที่ตาง ๆ มาประกอบกันสรางบทเรียน (ยืน ภูวรวรรณ และสมชาย นาประเสรฐิ ชยั ,2546)

5 จะเห็นไดวาปจจุบันการจัดการศึกษาของประเทศไทยมีแนวโนมการพัฒนาที่ดีขึ้น มี หลากหลายรูปแบบท่ีเกดิ จากความกา วหนา ทางดานเทคโนโลยกี ารสือ่ สารที่เจริญเติบโตอยางรวดเร็ว เปนการสื่อสารที่ไรพรมแดน ซึ่งเรา ทุกคนสามารถติดตอ พูดคุย สืบคนขอมูลขาวสารผาน ชองทาง ตาง ๆ เชน Website, Youtube, E-mail หรือผานการสื่อสารแบบสังคมออนไลนที่ทุกคนเรียกวา “Social”` เชน Facebook Line ตางๆ ทั้งนี้ในกระบวนการจัดการศึกษาก็เชนเดียวกัน ไดมีการนำ คอมพิวเตอรเขามาชวยในการจัดการเรียนการสอน โดยสถาบันการศึกษาตางๆ ไดนำเอาระบบ คอมพิวเตอรมาชวยในดานการบริหารงานในโรงเรยี น การพัฒนาส่ือการสอนเพื่อนำมาใชใ นการเรยี น การสอนในหองเรียน การใชหองเรียนออนไลน ซึ่งในปจจุบันมีหลากหลายชอ งทางสำหรับการจดั การ เรียนรูแบบออนไลน เชน Google Classroom ระบบหองเรียนออนไลน ที่ใหบริการเทคโนโลยี สารสนเทศทางออนไลน เพื่อการเรียนการสอนในระดับประเทศของไทย มีคุณสมบัติเปนระบบชั้น เรียนออนไลน(LMS =Learning Management System) ที่ไดรับการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับรูปแบบ จัดการการเรียนการสอนแบบหองเรยี นกลับทาง (Flipped Classroom) และมุงสงเสริมกระบวนการ เรียนรู ที่เนนผูเรียนเปนสำคัญ ผูสอนสามารถออกแบบการเรียนการสอน ที่มีความยืดหยุนเพื่อ ตอบสนองตอความตองการของผูเรียนไดอยางสะดวก ซึ่งไดรับผลตอบรับอยางดีจากผูเรียน แต อยางไรก็ตาม ระบบการศึกษาของไทยก็ยังคงมีจุดออนในดานการจัดการเรียนรู ซึ่งในการพัฒนา ระบบการศึกษาน้นั รฐั บาลหรือผบู ริหารสถานศึกษาจำเปน ที่จะตองมุงสงเสริมใหผูเรียนมีความพรอม ในดานความรู และทักษะตางๆ ที่จำเปนในการดำรงชีวิต เชน ทักษะการจัดการเรียนรูในศตวรรษท่ี 21 เชน ทกั ษะดา นภาษา ทักษะการใชเ ทคโนโลยนี วัตกรรม และทักษะชีวิต ซึ่งจำเปน จะตอ งใหผเู รียน สามารถนำมาประยุกตใชในการดำเนินชีวิตได รวมถึงกระตุนใหผูเรียนไดแสดงออก ซึ่งความคิด สรางสรรคใ นการเรยี นรเู พื่อใหเ ปนมนุษยทสี่ มบรู ณ ท้ังทางดานรางกาย จติ ใจ สติปญ ญา อารมณและ สังคม ซึ่งในการปรับกระบวนการเรียนการสอนใหเอื้อตอการพัฒนาขีดความสามารถของผูเรียนได แสดงศักยภาพของตนตามจุดประสงคการเรียนรูแตละระดับ โดยยึดหลกั วาผูเรียนมีความสำคัญที่สดุ เทคโนโลยีคอมพิวเตอรไดมีบทบาทโดยตรงกับการจัดการศึกษาใน ปจจุบัน โดยสามารถแสดงขอมูล ขาวสารไดทั้งในรูปแบบของ เสียง ขอมูล ภาพ ภาพเคลื่อนไหว และวิดีโอ ทำใหการเรียนรูในยุคใหม ประสบความสำเร็จอยางรวดเรว็ (ยืน และสมชาย, 2546) และการจัดการเรียนรูในปจจุบัน นอกจาก ครูจะเปนผูบรรยายในชั้นเรียนแลว ก็มีกิจกรรมอีกหลากหลายรูปแบบที่ไดนำมาจัดการเรียนรูให สอดคลองกับทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 ซึ่ง เนนใหผูเรียนเปนสำคัญ โดยใหผูเรียนเปนผูทำ กิจกรรม และครูเปนเพียงที่ปรึกษา เชน การจัดการเรียนการสอนออนไลน โดยใชระบบหองเรียน ออนไลน Google Classroom ก็เปนอีกหนึ่งแนวทางของการจดั การเรยี นการสอนแบบใหม โดยให ผูเรยี น “เรยี นท่บี าน ทำการบา นท่โี รงเรียน” ซึง่ เปนการนำส่งิ เดิมท่เี คยทำในช้นั เรียนไปทำทบ่ี า น และ นำส่งิ ท่ีไดรบั มอบหมายใหทำที่บานมาทำที่หองเรียนหรือโรงเรียนแทน โดยไมเ นนใหครูอยูในชั้นเรียน เพือ่ สอนเนื้อหาตา งๆ เพราะผูเรียนสามารถศึกษาเน้อื หานั้นๆ ดวยตนเอง(ศริ ิพร มพี รบชู า, 2563) ดังนั้นผูศึกษาคนควาจึงไดทำการศึกษาคนควาเกี่ยวกับการจัดการเรียนรูโดยใชหองเรียน ออนไลน Google Classroom โดยศกึ ษางานวจิ ัยจากหลายทาน ตัวอยา ง เชน การศกึ ษาคนควาของ สุรศักดิ์ ทิพยพิมล (2560) ไดศึกษาการพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช Google classroom ใน รายวิชาคอมพิวเตอรกราฟก ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 พบวา นักเรียนที่ไดรับการจัด

6 กิจกรรมการเรียนรูโดยใชระบบจัดการเรียนการสอนออนไลน Google classroom รายวิชา คอมพิวเตอรกราฟก โดยใชแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาคอมพิวเตอรกราฟก มีผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียนรายวิชาคอมพิวเตอรกราฟก มีคาคะแนนผานเกณฑประเมินทุกคน คิดเปนรอยละ 100 รอยละของคะแนนทีเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 55.95 นักเรียนที่ไดรับการจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชระบบ จดั การเรียนการสอนออนไลน Google classroom รายวชิ าคอมพวิ เตอรกราฟก มีผลสัมฤทธท์ิ างการ เรียนรายวิชาคอมพิวเตอรกราฟก กอนเรียนและหลังเรียนมีความแตกตางกัน โดยหลังเรียนสูงกวา กอนเรียนอยางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งเปนไปตามสมมติฐานการวิจัยที่ตั้งไว นักเรียนที่ ไดรับการจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชระบบจัดการเรียนการสอนออนไลน Google classroom มี ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 ที่มีตอจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช Google classroom ในรายวิชาคอมพวิ เตอรกราฟก อยใู นระดบั มากทีส่ ุด (������������=������ 4.57, S.D. = 0.55) ณัฐธิดา สุนทรธนผล(2550) ไดศึกษาการศึกษาความพึงพอใจของนิสิตตอการจัดการเรียน การสอนผานกูเกิลคลาสรูมรายวิชาประวัติดนตรีตะวันตก พบวา นิสิตมีความพึงพอใจตอการจัดการ เรียนการสอนผาน Google Classroom ในภาพรวมอยูในระดับมาก มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.91 สวน เบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ .513 ดานการจัดการเรียนการสอนในภาพรวมอยูในระดับมาก มีคาเฉล่ีย เทากับ 4.03 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ .719 หัวขอที่นิสิตมีความพึงพอใจตอการเรียนดวยวิธีน้ี ทำใหนิสิตรูจักเทคโนโลยีใหมๆ อยูในระดับมากที่สุด มีคาเฉลี่ยสูงสุดเทากับ 4.27 สวนเบี่ยงเบน มาตรฐานเทากับ .975 ดานความปลอดภัยในการใชงานของระบบ ในภาพรวมอยูในระดับมาก มี คา เฉล่ยี เทา กับ 4.13 สวนเบีย่ งเบนมาตรฐานเทา กับ .684 หวั ขอ ท่ีนิสติ มีความพึงพอใจตอการกำหนด ความเปนตัวตน อยูในระดับมากที่สุด มีคาเฉลี่ยสูงสุดเทากับ 4.24 สวนเบ่ียงเบนมาตรฐานเทากับ .684 ดานขอดีของ Google Classroom ในภาพรวมอยูในระดับมากที่สุด มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.29 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ .614 หัวขอที่นิสิตมีระดับความพึงพอใจตอความสามารถใช Google Classroom ไดทุกที่ ทุกเวลา ทุกอุปกรณสามารถใชงานไดจากสมารทโฟนและ Tablet pcอยูใน ระดบั มากทสี่ ุด มคี าเฉลี่ยสงู สดุ เทา กบั 4.46 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทา กบั .772 และดานขอเสียของ Google Classroom ในภาพรวมอยูในระดับปานกลาง มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.01 สวนเบี่ยงเบน มาตรฐานเทากับ 1.10 หัวขอที่นิสิตมีระดับความคิดเห็นตอสัญญาณอินเตอรเน็ตไมดี ทำใหเขาระบบ ยาก อยูในระดับมาก มีคาเฉลี่ยสูงสุดเทากับ 3.67 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ 1.32 สวน ขอเสนอแนะเพิ่มเติมพบวา นิสิตสามารถสงงานไดงาย สะดวก และไดทราบถึงงานตางๆ อยากให อาจารยนำ Google Classroom สอนในรุน ตอ ๆ ไป เพราะมีประโยชนท่ีนิสิตจะกลับมาทบทวน วิชา อื่นๆ สามารถนำไปใชได และชอบวิธีการสอน โดยใชเทคโนโลยี อินเตอรเน็ต แตอยากใหเพิ่มเติม เนื้อหานอกสไลดมากกวานี้นักเรียนโดยสวนรวมและจำแนกตามผลการเรียนวิทยาศาสตรต่ำที่เรียน แบบวัฏจักรการเรยี นรู 7 ขัน้ โดยใชก ารรูคดิ สว นใหญมีความเขาใจอยางสมบูรณแตมีความเขาใจเพียง บางสวนและมีแนวความคิดที่ผิดพลาดและมี แนวความคิดที่ผิดพลาดนอยกวานักเรียนโดยสวนรวม และจำแนกตามผลการเรียนวิทยาศาสตรต่ำที่เรียนแบบวัฏจักรการเรยี นรู 5 ขั้นอยางมีนัยสำคัญทาง สถติ ิ ทร่ี ะดับ .05 เสมา สอนประสม (2559) ไดท าการศึกษาความพึงพอใจในการใชคลาสรูมในวิชาฟสิกส1 สำหรับ นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร โดยมีจุดประสงคเพื่อ ศึกษาความพึงพอใจในการใชคลาสรูม

7 ดวยระบบ เครอื ขาย จำนวน 5 ขอ ดานความปลอดภัย จำนวน 2 ขอ และขอดขี อเสียของใชคลาสรูม จำนวน 7 ขอ กลุมตัวอยางที่ใชในการศึกษาเปนนักศึกษาคณะวิทยาศาสตรที่ลงทะเบียนเรียนวิชา ฟสิกส1 ปการศึกษา 2557 จำนวน 37 คน โดยเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใชในการสราง แบบสอบถามคือ Google Forms สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูลคือ คารอยละ คาเฉลี่ย สวน เบย่ี งเบนมาตรฐาน ไค-สแควร และระดับความ เชื่อมน่ั โดยใชส มการครอนบัค (Crobanch) เครื่องมือ ที่ใชในการวิเคราะหข อมูลคือ Google Sheets และ Microsoft Excel ผลการทดสองทางสถิติพบวา การใชคลาสรูมในการเรียนวิชาฟสิกส1ดานระบบเครอื ขาย 53 หัวขอความสะดวกในการเขาถึงระบบ มีคาเฉลี่ยสูงสุดเทากับ 3.27 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ 1.11 ดานความปลอดภัยหัวขอการ กำหนดสิทธิ์การใชงานมีคาเฉลี่ยสูงสุดเทากับ 4.14 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เทากับ 1.25 ขอดีของ การใชคลาสรูมหัวขอติดตามทบทวนเนื้อหาบางสวนที่ขาดหายไปมีคาเฉลี่ยสูงสุด เทากับ 4.65 สวน เบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ 1.42 ขอเสียของการใชคลาสรูมหัวขอนักศึกษาแยกตัวออก จากกลุมมี คาเฉลยี่ สงู สดุ เทากบั 3.11 สวนเบ่ยี งเบนมาตรฐานเทา กับ 1.37 ฉันททิพย สีลิตธรรมและพรเพ็ญ เอกเอี่ยมวัฒนกุล (2559: 20, 25) ไดทำการศึกษาระดับ ความพึงพอใจตอการเรียนการสอนโดยผานกูเกิลคลาสรูมของนักศึกษาวิทยาลัยพณิชยการธนบุรี การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจตอการเรียนการสอนโดยผานกูเกิล คลาสรูมของนักศึกษา วิทยาลัยพณิชยการธนบุรีจำนวน 3 ดาน ไดแก 1) การจัดการเรียนการสอน ผานกูเกิลคลาสรูม 2) ความ ปลอดภัยในการใชงานระบบ และ 3) ขอดีและขอเสียของการใชกูเกิล คลาสรูม กลุม ตัวอยา งท่ีใชค ือ นกั ศกึ ษาระดับประกาศนียบัตรวชิ าชีพชั้นสงู (ปวส.) ช้นั ปที่ 2 สาขาวิชา การบัญชีสาขาวิชาการตลาด และสาขาวิชาคอมพิวเตอรธุรกิจ ที่ลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนที่ 2 ป การศึกษา 2558 จำนวน 255 คน เครื่องมือที่ใชในการวิจัยคือ แบบสอบถามความพึงพอใจ ผลการวิจัย พบวา ดานการจัดการเรียนการสอน ผานกูเกิลคลาสรูมชวยใหบรรลุเปาหมายของการ เรียน มีคาเฉลี่ยสูงสุด 4.65 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เทากับ 1.15 ดานความปลอดภัยในการใชงาน ระบบที่สามารถก าหนดสิทธิ์การใชงานมคี าเฉลี่ยสูงสุด 4.37 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.23 ขอดีของ การใชกูเกิลคลาสรูม หัวขอติดตามทบทวนเนื้อหาบางสวนที่ขาด หายไป มีคาเฉลี่ยสูงสุด 4.88 สวน เบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ 1.38 ขอเสียของการใชก ูเกลิ คลาสรูมหัวขอ นักศึกษาแยกตวั ออกจากกลุม มีคาเฉลี่ยสูงสุด 4.73 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.29 และคาเฉลี่ยรวม 3 ดาน มีคาเฉลี่ย 4.32 สวน เบ่ยี งเบนมาตรฐาน 1.33 สมพล แกวแทน (2556) ไดท าการศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง เครื่อง ดนตรี สากลของนักศึกษาสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดยะลาระหวางการเรียนโดยใชบทเรียน คอมพิวเตอรกับการ สอนแบบปกติ โดยวิเคราะหผลของการทำงานแบบทดสอบกอนการเรียน แบบทดสอบระหวางเรียนและ แบบทดสอบหลังเรียน ของกลุมตัวอยาง ซึ่งเปนนักศึกษาระดับ ปริญญาตรีสถาบันอุดมศึกษาในจังหวัด สงขลา 5 สถาบัน ไดแก มหาวิทยาลัยหาดใหญ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลาและมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีมงคลศรีวิชัย ในภาคเรียนที่ 2 ปการ ศึกษา 2555 สถาบันละ 20 คน รวม 100 คน ผลการวิจัยพบวาบทเรียนคอมพิวเตอรชวยสอนที่สรางขึ้นมีประสิทธิภาพ 81.04/86.0 สูงกวาเกณฑ 80/80 ที่กำหนด ผลการเปรียบความแตกตางของผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนกอน และหลังเรียน โดยใช

8 สถิติ Dependent t-test ปรากฏวามีความแตกตางกันอยางมีนัยสำคัญทางสถิติท่ี ระดับ 0.01 และ ผลเปรียบเทียบความแตกตางของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดวยวิธีการเรียนแบบปกติและ การเรียน แบบใชคอมพิวเตอรชวยสอนแตกตางกันที่ระดับนัยสำคัญ .05 และการวิจัยในครั้งนี้พบวา การเรียน การสอนโดยใชบ ทเรียนคอมพิวเตอรชว ยสอนเรื่องเคร่ืองดนตรสี ากล เปนเทคโนโลยีทางการศึกษาที่มี ประสิทธิภาพสูง นักศึกษาที่ไดรับการเรียนและการสอนมีการใชความสามารถของตัวเองอยางเต็มท่ี และได เรียนรูอยา งมปี ระสิทธิภาพ ศันสนีย เลี้ยงพานิชย (2554) ไดท าการศึกษาผลสัมฤทธิ์และความพึงพอใจจากการใชเว็บ เครือขายสังคมเปนเครื่องมือในการจักการเรียนการสอนของนักเรียนศึกษาชั้นปที่ 3 สาขาวิทยาการ คอมพิวเตอร พบวา 1 ) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลังเรยี นโดยใชเว็บเครือขายสังคมเปน เครื่องมือสูงกวากอนเรียนอยางมีวินัยสำคัญทางสถิติระดับ 0.01 2) ความพึงพอใจของนักศึกษาจาก การ เรยี นโดยใชเ ว็บเครือขายเปน เครื่องมืออยูในระดับมากทสี่ ุด สนุ ยี  ศลี พพิ ัฒนและคณะ (2551) ได ทำการศึกษาการเรียนการสอนผาระบบอิเล็กทรอนิกสชุด วิชาเศรษฐศาสตรระหวางประเทศโดยใช T5 Model ในกลมุ นักศึกษาทล่ี งทะเบยี นเรียนชุดวชิ า เศรษฐศาสตรระหวา งประเทศในภาคเรยี น 1 ป การศึกษา2550 จำนวน 14 คน โดยใช E-Learning รูปแบบ T5 ผลการวิจัยพบวา นักศึกษามีความ พึงพอใจในระดับมากทั้งหมดตอการเรียนการสอนทั้งดาน โครงสรางของบทเรียน การออกแบบ บทเรียน และ สื่อวีดิทัศนประกอบ เพราะชวยใหบรรลุเปาหมายของ การเรียน ชวยใหเขาใจบทเรยี น มากขึ้น ชวยเสริมทักษะการเรียนดวยตัวเอง และสงผลสัมฤทธิ์ตอผล การศึกษาท่ีวัดจะคะแนนสอบ ปลายภาค และมผี ลคะแนนจากการสงั เกตพฤติกรรมของนักศึกษาอยรู ะดับ มากท่ีสดุ และมากในดาน การตรงตอเวลา ความครบถวนของการท ากิจกรรมการหาความรูเพิ่มเติม การเสนอ รายงานเปน ระบบ และการใหความรวมมือกับการทำงานกลุม ตลอดจนคะแนนเฉลี่ยจากการทำ แบบทดสอบ หลงั เรียนสูงกวา คะแนน เฉลยี่ แบบทดสอบกอนเรยี น กรกนก เปลงอรุณ (2547) ไดท ำการพัฒนาบนเรียนผา นเครือขายอนิ เตอรเน็ต เร่ืองมโนมติ และ ทฤษฎที างเทคโนโลยีทางการศึกษาในวชิ าเทคโนโลยีการศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร โดย มี วัตถุประสงคเพื่อพัฒนาบทเรียนผานเครือขายอินเตอรเน็ต เรื่องมโนมติและทฤษฎีทางเทคโนโลยี ทาง การศึกษาในวิชาเทคโนโลยีการศึกษา จำนวน 5 บท คือ มโนมติเทคโนโลยีการศึกษาและวัต กรรม การศึกษา ระบบการเรียนการสอน กระบวนการสื่อสารการศึกษา ทฤษฎีการเรียนรู และสื่อ การเรียน การสอน ผลการวจิ ัยพบวา เรื่องมโนมติเทคโนโลยีการศึกษาและวตั กรรมทางการศึกษา ได ประสิทธิภาพ รอยละ 83.33/82.25 เรื่องระบบการเรียนการสอนไดประสิทธิภาพรอยละ 83.62/82.31 เรื่อง กระบวนการสื่อสารการศึกษาไดประสิทธิภาพรอยละ 85.00/83.57 เรื่องทฤษฎี การเรียนรูไดประสิทธิภาพ รอยละ 82.36/81.21 และเรื่องส่ือการเรียนการสอนไดประสิทธิภาพรอย ละ 82.50/81.08 จารุวรรณ จุลพูน (2546) ไดทำการพัฒนาบทเรียนบนเครือขายอินเตอรเน็ตเรื่องประเภท รายการ วิทยุ สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร การวิจัยในครั้งนี้มีจุด มุงหมายเพือ่ พัฒนาบทเรียนบนเครือขายอินเทอรเน็ต เรื่องประเภท รายการวิทยุ โดยมีวัตถุประสงค ดังนี้ 1) เพื่อ พัฒนาบทเรียนบนเครือขายอินเทอรเน็ต เรื่องประเภท รายการวิทยุ สำหรับนักศึกษา ระดบั ปริญญาตรี ตามหลกั สูตร รายวิชา 263-301 การผลติ รายการวิทยุ การศกึ ษา วชิ าเอกเทคโนโลยี

9 การศึกษา คณะ ศึกษาศาสตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร ใหมีประสิทธิภาพไมนอยกวา 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผูเรียนระหวา งกอน เรียนและหลงั เรียนจากบทเรยี น บนเครือขายอินเทอรเน็ต เรื่องประเภทรายการวิทยุ ผลการวิจัยพบวา 1) บทเรียนผานเครือ อินเตอรเนต็ เร่ืองการศึกษาทางไกล สำหรบั นักศึกษาปริญญาตรีหลักสูตรวิชาเอกเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร ที่ พัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพที่ 84.41/84.85 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนของนักศึกษาหลังจากที่เรียนดวย บทเรียนผานเครือขายอินเตอรเน็ตเรื่องประเภทรายการวิทยุ สูงกวากอ นเรียนอยา งมนี ยั สำคัญทางสถิติที่ ระดับ 0.01 จากเหตุผลดังกลาวขางตนผูวิจัย ในฐานะครูผูสอนรายวิชาเคมี ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 5 จึง สนใจและหาวิธีสงเสริมความสามารถในการเรียนวิชาเคมีของนักเรียน โดยนำเทคโนโลยี Google Apps for Education มาประยุกตใชเปนเครื่องมือที่นำมาใชในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให สามารถสรางปฏิสัมพันธระหวางผูสอนกับนักเรียน รวมถึงระบบการสงและจัดเก็บผลงานตาง ๆ ผูวิจัยไดศึกษาการสรางช้ันเรียนโดยใช Google Classroom และมีความสนใจที่จะสรางบทเรียน และพัฒนาเทคนิคการเรียนการสอนดวยนวัตกรรมหองเรียนออนไลน Google Classroom เรื่อง แกสและสมบัติของแกส สำหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปที่ 5 โดยใชรวมกับสื่อคลิปวิดีโอและงาน นำเสนอ power point ท่ีผูวิจัยไดจัดทำขึ้นโดยใชรูปแบบการสอน SSCS รวมกับเทคนิค Flipped Classroom เปนเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนใหมีประสิทธิภาพย่ิงขึ้นตอไป

10 วัตถปุ ระสงคของการวิจัย 1. เพื่อสรางและหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมการเรียนการสอนดวยหองเรียนออนไลน โดยใช Google Classroom และสื่อเทคโนโลยี วิชาเคมี เรื่อง แกสและสมบัติของแกส สำหรับ นกั เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ใหมปี ระสิทธิภาพตามเกณฑ 80/80 2. เพื่อเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน วชิ าเคมี เรอื่ ง แกสและสมบัตขิ องแกส สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 กอนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรูดวยนวัตกรรมการเรียนการ สอนดวยหองเรียนออนไลน โดยใช Google Classroom และสอ่ื เทคโนโลยี 3. เพือ่ ประเมนิ ความพงึ พอใจของนักเรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 5 ทีม่ ตี อการจัดกจิ กรรมการ เรียนรูดว ยนวตั กรรมการเรียนการสอนดวยหอ งเรียนออนไลน โดยใช Google Classroom และสือ่ เทคโนโลยี สมมติฐานของการวจิ ัย 1. นวัตกรรมการเรียนการสอนดวยหองเรียนออนไลน โดยใช Google Classroom และ สื่อเทคโนโลยี รายวิชาเคมี เรื่องแกสและสมบัติของแกส สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 5 มีประสิทธภิ าพ ตามเกณฑ 80/80 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาเคมี เรื่องแกสและสมบัติของแกส ที่จัดกิจกรรมการ เรียนรูดวยนวัตกรรมการเรียนการสอนดวยหองเรียนออนไลน โดยใช Google Classroom และส่ือ เทคโนโลยี หลงั เรยี นสงู กวากอ นเรยี น 3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 ที่มีตอการจัดกิจกรรมการเรียนรูดวย นวัตกรรมการเรยี นการสอนดว ยหอ งเรียนออนไลน โดยใช Google Classroom และสอ่ื เทคโนโลยอี ยู ในระดับมากทีส่ ดุ ขอบเขตของการวจิ ัย 1. ประชากร 1.1 ประชากรที่ใชในการวจิ ัยครั้งนี้ ไดแ ก นกั เรยี นระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 โรงเรียนสีค้ิว “สวัสดิ์ผดุงวิทยา” อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา สังกัดองคการบริหารสวนจังหวัดนครราชสีมา ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 แผนการเรียนวิทยาศาสตร – คณิตศาสตร จำนวน 4 หองเรียน มีนกั เรยี น 132 คน ซึ่งทางโรงเรยี นไดจดั ผูเรยี นของแตล ะหองเรียนแบบคละความสามารถ 1.2 เนื้อหาที่ใชในการวิจัย เปนเนื้อหาในกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี เรื่อง แกสและสมบัติของแกส รายวิชาเคมี 3 รหัสวิชา ว32223 รายวิชาเพิ่มเติม ตามหลักสูตร สถานศกึ ษาโรงเรียนสีคิ้ว “สวสั ดผ์ิ ดงุ วิทยา” กลุม สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร หนวยการเรียนรู แกสและ สมบัตขิ องแกส ซง่ึ มีหวั ขอ ยอยดังนี้ 1. บทนำ และทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์กิ อนเรยี น จำนวน 1 ชัว่ โมง 2. กฎของบอยล จำนวน 2 ชวั่ โมง 3. กฎของชารล จำนวน 2 ชั่วโมง 4. กฎของเกยล ูสแซก จำนวน 1 ชว่ั โมง

11 5. กฎรวมแกส จำนวน 2 ชวั่ โมง 6. กฎของอาโวกาโดร จำนวน 1 ชั่วโมง 7. กฎแกสอุดมคติ จำนวน 2 ช่วั โมง 8. กฎความดันยอยของดอลตัน จำนวน 2 ชวั่ โมง 9. ทฤษฎีจลนของแกสและการแพรผ า นของเกรแฮม จำนวน 2 ช่ัวโมง 10. การประยุกตใชความรูเก่ียวกบั แกส และสมบัตขิ องแกส จำนวน 2 ช่วั โมง 11. การทดสอบผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนหลังเรยี น จำนวน 1 ช่ัวโมง รวมเวลาทัง้ หมด 18 ช่วั โมง 3. สง่ิ ทศี่ ึกษา 3.1 นวัตกรรมที่ใช ไดแก นวัตกรรมการเรียนการสอนดวยหองเรียนออนไลน โดยใช Google Classroom และสื่อเทคโนโลยี รายวิชาเคมี เรื่อง แกสและสมบัติของแกส สำหรับชั้น มัธยมศึกษาปที่ 5 โรงเรียนสีคิ้ว “สวัสดิ์ผดุงวิทยา” อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา สังกัดองคการ บริหารสวนจงั หวัดนครราชสีมา ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศกึ ษา 2564 3.2 ผลทีเ่ กิดกบั นักเรียน ไดแ ก 3.2.1 ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน เร่อื ง แกสและสมบตั ิของแกส 3.2.2 ความพงึ พอใจของนักเรียน ความพงึ พอใจของนกั เรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 5 ทีม่ ตี อ การจัดกิจกรรมการเรยี นรูด ว ยนวัตกรรมการเรยี นการสอนดวยหอ งเรียนออนไลน โดยใช Google Classroom และสอ่ื เทคโนโลยี 4. ระยะเวลาที่ใชในการวิจัย ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2564 จำนวน 18 ชั่วโมง โดย แบงเปนการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอนเรียน จำนวน 1 ชั่วโมง ดำเนินการสอนในชั้นเรียน ปกติ จำนวน 16 ชั่วโมง การทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นหลังเรียน จำนวน 1 ชวั่ โมง นยิ ามศพั ทเ ฉพาะ 1. นวัตกรรมหอ งเรียนออนไลน Google Classroom หมายถึง ระบบจัดการชนั้ เรยี นแบบ ออนไลนท ่มี สี อื่ การเรยี นรู ทง้ั ขอความ ภาพน่ิง เสียง และภาพวีดิทศั น โดยมีการออกแบบกจิ กรรม สรางชิ้นงาน การสงงาน การชิ้นเก็บงาน การบันทึกคะแนน การทดสอบออนไลนรวมทั้งการมี ปฏสิ ัมพันธกบั นกั เรยี นแบบออนไลน 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง คะแนนสอบของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 หลังจาก เรียนดวยการจัดกิจกรรมการเรียนรูนวัตกรรมการเรียนการสอนดวยหองเรยี นออนไลน โดย ใช Google Classroom และสื่อเทคโนโลยี รายวิชาเคมี เรื่อง แกสและสมบัติของแกส สำหรับช้ัน มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 5 ซึง่ วดั จากแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นท่ีผวู จิ ัยสรา งขน้ึ 3. ความพึงพอใจ หมายถึง ความรูสึก หรือเจตคติในทางบวกของผูเรียนที่มีตอการจัด กิจกรรมการเรียนรูนวัตกรรมการเรียนการสอนดวยหองเรียนออนไลน โดยใช Google Classroom

12 และสื่อเทคโนโลยี รายวิชาเคมี เรื่อง แกสและสมบัติของแกส ที่แสดงออกในระดับของความรูสึกท่ี ชอบมากทส่ี ุด มาก ปานกลาง นอย นอยทสี่ ดุ 4. นกั เรียน หมายถึง ผเู รยี นท่ีศกึ ษาในช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 5 แผนการเรียนวทิ ยาศาสตร – คณิตศาสตร โรงเรยี นสคี ว้ิ “สวัสดิ์ผดงุ วทิ ยา” ภาคเรยี นที่ 1 ปการศกึ ษา 2564 5. ประสิทธภิ าพของนวตั กรรมการเรยี นการสอน หมายถงึ คาประสทิ ธภิ าพของนวตั กรรมการ เรียนการสอนตามเกณฑที่ผูว ิจยั ไดกำหนดไว 80/80 ซง่ึ มีความหมาย ดงั นี้ 80 ตวั แรก หมายถึง คาประสทิ ธิภาพของกระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรูเปน รอยละของคะแนนเฉลยี่ ทั้งหมดในหอ งท่นี กั เรยี นไดจ ากการทำกิจกรรมระหวางเรยี น 80 ตวั หลัง หมายถึง คา ประสทิ ธภิ าพของกระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรเู ปน รอยละของคะแนนที่นกั เรยี นไดจ ากการทำแบบทดสอบหลงั เรียน ประโยชนท ่ีไดร บั จากงานวจิ ัย 1. ไดน วัตกรรมการเรยี นการสอนดว ยหอ งเรียนออนไลน โดยใช Google Classroom และ สื่อเทคโนโลยี รายวิชาเคมี เรื่อง แกสและสมบัติของแกส สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 ที่มี ประสิทธภิ าพ 2. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาเคมี เรื่อง แกสและสมบัติของแกส สำหรับ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 กอนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรูนวัตกรรมการเรียนการสอนดวย หอ งเรียนออนไลน โดยใช Google Classroom และสื่อเทคโนโลยีสงู ข้นึ 3. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 มีความพึงพอใจตอการจัดกิจกรรมการเรียนรูดวย นวัตกรรมการเรยี นการสอนดว ยหอ งเรียนออนไลน โดยใช Google Classroom และส่ือเทคโนโลยี 4. ไดแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนรูใหมีประสิทธิภาพใน รายวิชาวิทยาศาสตรใ นเรื่องอน่ื ๆ ตอ ไป


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook