Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ฐานภูมิปัญญ2

ฐานภูมิปัญญ2

Published by อุดมศักดิ์ ชูยิ้ม, 2021-01-25 07:24:52

Description: ฐานภูมิปัญญ2

Search

Read the Text Version

ฐานภมู ิปญั ญา สรรพวิชาที่ควรรู้ อยู่คู่สงั คมไทย ฉลาดคดิ ฉลาดทา พ่งึ ตนเอง จุดประกาย ขยายผล ทนสู้ รคู้ ดิ กศน.ตาบลบา้ นหลุม ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอเมืองสโุ ขทยั

บทนา กระบวนการเรยี นร้พู ง่ึ ตนเอง เปน็ วิธกี ารแก้ไขปัญหาความยากจนท่ีย่ังยืน แต่ กระบวนการต้องรู้จักตัวเองก่อนว่ามีปัญหาอะไร แล้วพัฒนาให้เกิด ปัญญา แล้วนา ปัญญาไปแก้ไขปัญหาของตนเอง เป็นหลักการท่ีเห็นเป็นรูปธรรมที่สุด และสามารถ ทาได้ในระยะเวลาส้ัน กระบวนการเรียนรู้พ่ึงตนเองเป็นการลดค่าใช้จ่ายท่ียากที่สุด ในยุคที่ประชาชนส่วนใหญ่มีค่่านิยมสูงแต่เศรษฐกิจตกต่าการพัฒนามุ่งสโครงการ ต่างๆซ่ึงมีงบประมาณ(เงิน) ข้าราชการคนไหน ทางานไม่มีโครงการ ก็ไม่มีผลงาน เศรษฐกิจพอเพียง เป็นโครงการพระราชดาริฯ สามารถแก้ปัญหาความยากจนแป้ญ หาหน้ีสินได้กระบวนการเปลี่ยนวิธีคิดชีวิตจะเปล่ียนไป เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่ว่า ทาใช้เองทุกอย่าง ไม่ต้องซื้ออะไร ให้ทาเพียง 1 ใน 4 ส่วน ก็สามารถดารงชีวิตได้ อย่างมคี วามสขุ ถอยหลงั มาหน่ึงก้าว เพื่อเดินหน้าอย่างยั่งยืนนั้น ถอยหลังมาเพื่อใช้ ภูมิปัญญาชาวบ้านสมัยก่อนเทคโนโลยียังไม่มีบทบาทต่อชีวิต ขณะน้ีภูมิปัญญา ชาวบ้านนั้น คนรนุ่ ใหมเ่ รมิ่ เลือนหายไป หนังสือเล่มนี้ กระผมได้รวบรวมเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องต่อกระบวนการเรียนรู้ พ่ึงตนเอง แผนชีวิตครอบครัว จากผู้รู้ จากคาบอกเล่าของเกษตรกร จากสารพัด เอกสารตารา จากหนังสือภูมิปัญญาพ้ืนบ้านเกษตรกรรมไทย แม้ไม่มีความรู้เชิง วิชาการแต่ก็หาความรู้จากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติด้วย วิธีสังเกตุหรือลองผิด ลองถูก แม้ไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ก็ใช้วิธีบอกกล่าวเล่าขานสืบต่อ กนั มา เปน็ ฐานภมู ิปญั ญา หรือความรเู้ ดมิ ทีม่ อี ยู่ในทอ้ งถิน่ หากยคุ นน้ี าหลกั กาทัง้ ฐานภูมิปญั ญามาผสมผสานกับ ภมู ิปญั ญาวชิ าการสมยั ใหม่อยา่ งถกู ต้องตามสภาวการณ์ แลว้ ยอ่ มประสบกบั ความล้าเรจ็ อย่างเเน่นอน นายอดุ มศกั ด์ิ ชูยมิ้ ครู กศน.ตาบลบา้ นหลมุ รวบรวมข้อมลู

ขอขอบคณุ - หนังสือฐานภูมิปัญญา ของนายประเสริฐ ป่ินนาค - นางมารศรี ศรมี ่วง ปราชญ์ชาวบา้ นตาบลบ้านหลุม - บ้านแสนรกั

เรื่อง สารบญั หนา้ เปลย่ี นยอดมะละกอ 1 2 ปุ๋ยทบั ทมิ 2 2 ปุ๋ยมะละกอ 3 3 เพิม่ จานวนตน้ มะละกอ 4 5 เทคนคิ ปลูกมะละกอใหต้ น้ เตย้ี 6 6 ทามะละกอตวั ผู้ให้เป็นตวั เมยี 6 7 ทาสาวผักกินใบ/กนิ ผล 8 9 เพ่ิมผลผลิตฟกั ทอง 9 9 ฮอรโ์ มนเรง่ ดอกไม้ประดบั 10 11 ฮอรโ์ มนบารงุ ตน้ กล้วยไม้ ฮอร์โมนเร่งดอกกลว้ ยไม้ ผกั ชหี น้าฝน เพาะหนอน มะนาวดกดว้ ยกากมะพร้าว นา้ คาวปลาปยุ๋ มะกูด น้าซาวขา้ วปุ๋ยมะลิ ฮอร์โมนเรง่ ยอดผักกินยอด ทดสอบเหด็ พิษ

สารบัญ หน้า เร่ือง 11 ปลูกกลว้ ยใหเ้ ครือออกทางทศิ เดียวกนั 12 ปลกู เหงา้ ใหญ่เครือ/ผลใหญ่ 13 เรียกนกเขา้ สวน 13 เทปวดี โี อไลน่ ก 14 12 วิธไี ล่นกพริ าบ 16 เทคนคิ ถนอมมะนาว 16 เก็บเก่ยี วดอกสะเดาให้ออกต่อ 16 เทคนคิ เกบ็ เกยี่ วขนนุ 17 ลักษณะขนนุ พนั ธ์ดี 17 เทคนิคทาขนุนนอกฤดู 18 เกรด็ ความรู้เรอ่ื งขนนุ 18 บารงุ บวบเหล่ียมให้ยาวตรงดี 19 ปลูกขงิ /ข่าในถงุ 19 เพาะลกู น้า 20 ฝงั ซากสัตว์โคนต้น 20 สลายฤทธิป์ นู ในถังซเี มนต์ 20 เหยือ่ ดกั ปลาไหล/ปูนา/ปแู สม 21 กบกระชงั ในรอ่ งสวน

สารบัญ หนา้ เร่ือง 22 ฮอรโ์ มนไซโตดนิ นนิ จากแมลง 23 ปุ๋ยเปลือกผลไม้ 23 อาหารทางดว่ นตน้ พชื 24 กล้วยน้าว้าเลี้ยงตะพาบ 24 ป๋ยุ ฟางเนา่ 25 ทาฤดฝู นหลอกกบ 25 ปลวกเลย้ี งปลา/ไก่ 26 เปล่ียนกล่ินสมุนไพรไลแ่ มลง 26 สมนุ ไพรไลย่ ุง

1 เปลย่ี นยอดมะละกอ ผปู้ ลูกมะละกอมกั พบกับความผิดหวงั เมือ่ ตนั มะละกอเกดิ การกลายพันธ์ุ เนือ่ งจากมะละคอขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดนนั่ เอง มะละกอต้นกะเทยจะใหผ้ ลผลติ ตาม สายพันธุ์ ตน้ ตวั ผู้ไมต่ ดิ ผล และต้นตวั เมียให้ผลรูปทรงผดิ แผกไปจากสายพันธ์ุเดมิ อาการกลายพันธ์ุน้ีไม่สามารถร้ลู ่วงหน้าได้ จะรู้ก็ตอ่ เมื่อมะละกอเร่มิ ออกดอกใหเ้ ห็น หรอื อายุตน้ 8 เดอื น หลังปลกู แล้วเทา่ นั้น แนวทางปฏิบตั ิของชาวสวนมะละกอกค็ อื ปลอ่ ยเลยตามเลย หรือโคน่ ต้นท้งิ แล้วปลกู ซอ่ มใหม่ ซงึ่ ตอ้ งมีกลา้ มะละกอเตรยี มไว้ กอ่ นมีวธิ แี ก้ปัญหามะละกอกลายพันธห์ุ รือปอ้ งกันไมใ่ ห้กลายเปน็ ต้นตัวเมียหรือต้วผู้ หลากหลายวิธี เช่น - ตดั รากแกว้ ออก 3 ใน 4 ส่วน ก่อนนาลงปลกู เมอื่ โตขน้ึ มะละกอตน้ น้นั จะเป็น ตน้ กะเทย - เมื่อตน้ โตมีดอกออกมาให้เห็นจนรูว้ ่าเป็นต้นตวั ผู้หรือต้นตวั เมยี แล้ว ใช้ไมป้ ลาย แหลมแทงโคนตน้ ชิดดนิ ลึกถึงแกนกลางลาต้นท้ัง 3 ด้าน แลว้ ปลอ่ ยไวอ้ ย่าง น้ัน มะละกอตน้ นัน้ จะกลายเป็นตน้ กะเทย -เลือกเฉพาะเมล็ดในผลสกุ แกจัดสดี าสนทิ สมบูรณ์ นาไปเพาะกลา้ ตน้ กล้าโตขนึ้ จะ เปน็ ต้นกะเทยใหผ้ ลผลิตมีลักษณะตรงสายพนั ธท์ งั้ 3 วธิ กี ารนไ้ี ม่สามารถยนื ยนั ว่า ไดผ้ ล 100% ตันทีไ่ ด้ผลนน้ั น่าจะเกดิ จากธรรมชาตทิ างสายพนั ธ์ุของตนั มะละกอเอง เสยี มากกวา่ แต่วธิ ีการท่ีไดผ้ ลคอ่ ยข้างแนน่ อน คอื การเปล่ยี นยอด โดยปฏิบตั ิดังนี้ - ตัดตอตน้ มะละกอตัวเมียหรอื ตัวผูข้ องต้นทีต่ อ้ งการเปล่ยี นยอดทกุ ตน้ ให้ตอสงู จากพน้ื ประมาณ 30-50 ชม. เชน่ กัน - บารงุ เลย้ี งตน้ ตอทุกต้นใหแ้ ตกยอดใหมด่ ว้ ยวิธกี ารบารุงปกติจนกระท่ังยอดแตก ใหม่มีขนาดเท่าแทง่ ดนิ สอดา จงึ เริม่ ลงมอื เปลีย่ นยอดนายอดแตกใหมข่ องต้นตอ กะเทยมาเสยี บลงบนยอดแตกใหมข่ องต้นตอตวั เมียหรอื ตวั ผู้ จานวน 1 หรอื 2 ยอดตามต้องการส่วนยอดใหม่ของตน้ ตอตัวผหู้ รือตวั เมยี ทีเ่ หลือให้ตดั ทง้ิ ไป การ เสยี บยอดทาเหมือนการเสยี บยอดไมผ้ ลท่ัวไปหรือทาแบบเปล่ียนยอดชวนชมก็ได้ เมอื่ ยอดกะเทยที่นามาเปล่ยี นให้ใหม่โตขึน้ มะละกอต้นนนั้ จะเป็นต้นกะเทยตามสาย พันธ์ขุ องยอดทีน่ ามาเปลยี่ นให้เอง วิธกี ารเปล่ยี นยอดนี้ใชเ้ วลาน้อยกว่าการปลูกใหม่ และม่นั ใจได้แน่นอนว่าเป็นต้นกะเทย กลบั สารบญั

2 ปุ๋ยทบั ทมิ ใชก้ ากใบชาจืดแลว้ ผสมปยุ๋ คอกทมี่ สี ่วนประกอบของฟอสฟอรสั และ โปรแตสเชยี มสงู เช่น มูลววั เนื้อ ววั นม ไกไข่ ไก่เนื้อ นกกระทา หมู อยา่ งใดอย่างหนึง่ สัดสว่ น 1 : 1 ใสโคนตน้ ทบั ทิมที่ ให้ผลผลติ แล้ว 1-2 ครงั้ ปี จะช่วยให้ทบั ทิมออกดอกและตดิ ผลดกขึ้น ปยุ๋ มะละกอ ใช้ถา่ นหรอื ขีเ้ ถ้าจากไม้เนอ้ื แข็งผสมกับป๋ยุ อินทรีย์อัตราสว่ น 1 : 1 ใสโ่ คนต้นมะละกอ 1-2 คร้ัง/ปี จะช่วยให้มะละกอเจริญเติบโตเร็วสมบูรณแ์ ข็งแรง และให้ผลผลิตดี..... มะละกอตอบสนองดมี ากต่อปยุ๋ นา้ ชีวภาพ กล้อมแกลม้ และฮอรโ์ มนไซโตดินนนิ (ทาเอง) เพิ่มจานวนต้นมะละกอ มะละกอท่ัวๆ ไปมักมีลาต้นเดียว ออกดอกติดผลที่ยอด หรือคอเหมือนต้นตาล หรือมะพร้าว บ่อยคร้ังท่ีพบเห็นต้น มะละกอต้นเดียวมีหลายยอดและทุกยอดมีดอกออกผล ตามปกตกิ ารเลียนแบบธรรมชาติก็คือ เม่ือต้นมะละกอโตจน ยืนต้นไดด้ ีแล้วใหต้ ดั ตน้ จนเหลือตอสูงจากพ้ืน 30-50 ซม. แล้วทากาปฏิบัติบารุงให้ดีต่อไป ตอมะละกอจะแตกยอดใหม่ ข้ึนมาหลายยอด ให้เลือกยอดท่ีอยู่ตรงข้ามกัน 3-4 ยอด เกบ็ ไป ยอดอน่ื ใหต้ ดั ทง้ิ ไปเพียงเท่าน้ีก็ได้ต้นมะละกอจานวน เท่ากับยอดท่ีเหลือไว้ตามต้องการหรือมะละกอ 1 ต้น (ตอ) กลายเป็น 3-4 ต้น นั่นเอง บารุงเลี้ยงต่อไปให้ดี ทุกยอด ก็จะออกดอกตดิ ผลเหมอื นต้นมะละคอปกตทิ ว่ั ไป กลบั สารบญั

3 เทคนิคปลกู มะละกอใหต้ น้ เตย้ี ใหย้ า้ ยกล้ามะละกอจากถงุ เพาะกลา้ ที่สมบูรณแ์ ข็งแรงดแี ล้วลงปลกู ในแปลงจริงช่วงเดอื น ธ.ค.- เม.ย. ซ่ึงเปน็ หนา้ แล้ง หลงั ย้ายกลา้ ลงปลูกเสรจ็ ให้คลุมโคนตน้ ดว้ ยเศษหญ้าแหง้ หนา ๆ เพ่ือรักษาความ ชุ่มชนื้ หนา้ ดนิ ปฏบิ ตั ิบารุงตามปกตจิ นกระทง่ั ต้นโตข้ึน กลา้ มะละกอทป่ี ลกู ในช่วงหน้าแลง้ แม้ตน้ เจรญิ เติบโตดแี ตจ่ ะไมส่ ูงและเม่อื มกี ารปฏิบตั บิ ารงุ ดี ๆ ก็ออกดอกติดผลไดเ้ หมอื นมะละคอปกตทิ ัง้ ๆ ท่ีต้นไม่สงู ทามะละกอตวั ผใู้ หเ้ ปน็ ตวั เมีย ต้นกล้ามะละกอท่ีเพาะในกะบะเพาะเมล็ดเมื่อโตถึงระยะแยกกล้าไปปลูกในแปลงจริงได้แล้ว ถอนต้นกล้าข้ึนมาตรวจรากแก้วก่อนว่ามีโรคหรือไม่ ถ้าไม่มีโรคให้ฉีกรากแก้วออกเป็น 2 แฉก ขนาด ใหญ่เท่า ๆ กัน จากน้ันนาลงปลูกในหลุมปลูกบนแปลงจริง โดยจัดรากให้แยกออกจากกันไปทาง ตรงกันข้ามแล้วกลบดิน บารุงรักษาตามปกติ ต้นกล้ามะละกอท่ีอาจเป็นต้นตัวผู้หรือต้นตัวเมียตาม ลกั ษณะอาการกลายพันธุ์ เน่อื งจากเพาะเมลด็ นั้น ก็จะเปน็ ต้นกะเทยที่ใหผ้ ลผลิตดไี ด้ (สูตร สถาพร ปมี า 273 หมู่ 12 ตท่งุ พระยา อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชงิ เทรา) กลับสารบญั

4 ทาสาวผกั กินใบ / กินผล ผักกินใบพุม่ เตีย้ ได้แก่ กระเพรา โหระพา แมงลกั ทีผ่ า่ นการตดั กง่ิ เด็ดใบมากๆ ติดตอ่ กันหลายฤดูกาล ตน้ มักโทรมแลว้ ตาย ทง้ั ๆ ที่การเกบ็ เก่ียวผลผลิตนั้นแท้จรงิ กค็ ือการตดั แต่งกิ่ง ซงึ่ หลงั การตดั จะมกี ่งิ แตกกงิ่ ใหม่ทกุ คร้งั กระน้นั ตน้ ก็ยงั โทรมตาย ตอ้ งลงมือเพาะเมลด็ ปลกู ใหมท่ าให้เสยี เวลา แนวทางแกไ้ ขคอื กอ่ นต้นโทรมใหท้ าการตดั กิง่ แบบ ทาสาวใหญ่หลังตัด กง่ิ แบบเก็บเกยี่ วผลผลิตไปแล้ว ให้ตดั กง่ิ ส่วนทเ่ี หลือใกล้หรือชดิ ลาต้นประธาน เลือกจุดตัดเหนอื ตา 1- 2 ชม. และมใี บตดิ อยู่ 2-3 คู่ ใต้รอยตัด กิ่งนสี้ าหรบั สร้างใบเอาผลผลติ ตอ่ ส่วนกงิ่ ที่ จะไมเ่ อาผลผลิตใหต้ ดั ชิดลาตน้ ประธานเลย ความมุง่ หมายเพ่ือทาทรงพุ่มใหโ้ ปร่งนั่นเอง จากนน้ั บารุงเลย้ี งตน้ แบบเรยี กใบอ่อน ให้เต็มที่ ภายใน 10-15 วัน จะมียอดแตกออกมาใหม่ทที่ กุ ข้อ ใต้รอยตดั ผักกินผลพมุ่ เตี้ย ไดแ้ ก่ พริก มะเขอื กอ่ นเก็บเกยี่ วผลผลติ ชดุ สดุ ท้าย ใหท้ าการตดั ตน้ เหมือนการทาสาวใหญ่ผักกินใบพมุ่ เต้ยี การปฏบิ ัตบิ ารุงทั้งผักกนิ ใบ และผักกินผลพุม่ เต้ยี ใช้ หลกั การปฏบิ ตั บิ ารงุ เพื่อเรยี กใบออ่ นชดุ ใหมเ่ หมอื นกัน คอื - ใสป่ ๋ยุ หมักชวี ภาพ คลมุ โคนตน้ ดว้ ยฟางหมกั + ปยุ๋ คอกหนาๆเพือ่ รกั ษาความชุม่ ชนื้ หน้าดิน เสริมดว้ ยการพ่นน้าสปริงเกอร์สเปรย์ หมอกเพ่ือสร้างความชื้นสัมพทั ธ์ในอากาศ 1-2 คร้ัง/วัน - ใส่นา้ หมกั ชวี ภาพ (นา้ แม่) เร่งราก - รดด้วย นา้ ปยุ๋ ชีวภาพ สลับด้วย ฮอรโ์ มนนา้ มะพร้าวอ่อนทุก 3 วนั - เมอื่ ตน้ หรือตอแตกยอดใหม่ให้ปฏบิ ัติบารุงตามปกตติ ่อไป เทคนคิ การทาสาวนส้ี ามารถทาไดต้ ลอดไป โดยมขี อ้ แมว้ ่า กอ่ นลงมอื ตดั ต้นต้องสมบรู ณจ์ รงิ ๆ กลับสารบญั

5 เพิ่มผลผลติ ฟกั ทอง เมอื่ เถาฟักทองเรม่ิ ตดิ ผลการเกบ็ ผลไว้หรอื เลอื กเดด็ ผลออกทง้ิ บา้ งให้ทาตามปกติ แต่ ระหวา่ งนีเ้ ถาฟกั ทองยังคงโตหรือยาวตามพืน้ ดินตอ่ ไปเร่ือย ๆ โดยดอก / ผลไดร้ ับสารอาหาร จากรากที่โคนเถาเพยี งทางเดียวจานวนและคุณภาพของดอกผลจึงขึ้นอย่กู ับปรมิ าณอาหารจากราก เทา่ นัน้ ถา้ ต้องการจานวนผลต่อต้นเพมิ่ ขน้ึ ให้ปฏบิ ัตดิ ังนี้ จากข้อของเถาที่ตดิ ผลให้นับต่อไปอีก 3 - 4 ขอ ใชไ้ ม้งอเป็นรูปตัว ยู ควา่ หรอื หงายหนงั สติ๊กคว่า กดข้อของเถาให้จมดนิ เล็กน้อยแลว้ ใช้ดนิ กลบขอ้ นนั้ หนา ๆจากนัน้ บารุงตามปกติ เถาฟกั ทองจะแตกรากใหมจ่ ากขอ้ ทีฝ่ ังดนิ ราก สว่ นนี้จะหาอาหารส่งไปเลยี้ งเถาฟักทองช่วงที่ยาวตอ่ ออกไป จากนน้ั เร่งบารงุ ด้วยปุย๋ ทางราก ปยุ๋ ทางใบ และฮอร์โมน เตม็ ที่ เมอื่ เถาฟักทองชว่ งใหมส่ มบูรณ์ดีจะออกดอกติดผลไดเ้ หมอื นเถา ชว่ งแรกทุกประการ เมือ่ เถาช่วงที่สองยาวพอสมควรก็ให้ฝงั ขอ้ สาหรบั ทาเถาช่วงทีส่ ามไดอ้ กี ดว้ ย หลักการเดยี วกนั เถาช่วงใหม่แตล่ ะชว่ งอาจใหผ้ ลผลิตไม่สมบูรณน์ กั ซง่ึ ชาวสวนเรียกวา่ ไม่แรง ทง้ั นเี้ ป็น เพราะจานวนรากมนี ้อยกว่า จึงควรเน้นการใหอ้ าหารท้ังทางรากและทางใบมากขน้ึ การใชซ้ าก สตั ว์ฝังโคนตน้ บรเิ วณรากจะช่วยให้ตน้ ได้รับสารอาหารแบบตลอด 24 ช่วั โมง อย่างต่อเน่อื ง ส่งผลให้ตนั สมบูรณข์ นึ้ และใหผ้ ลผลติ ดีได้ กลบั สารบญั

6 ฮอร์โมนเร่งดอกไมป้ ระดบั ผงชรู ส 1-2 ซอ้ นชา + น้า 20 ลติ ร ฉดี พน่ ทางใบใหโ้ ชกทัง้ ใตแ้ ละบนใบ ชว่ งอากาศเปิด หรือแสงแดดเต็มร้อยทกุ 5-7 วัน สามารถชว่ ยใหไ้ ม้ดอกจาพวก โป้ยเซยี น ชวนชม เฟอื่ งฟา้ ชบา เขม็ แพงพวย มะลิ กหุ ลาบ หรอื ไม้ดอกอนื่ ๆ ท่ีมนี สิ ัยออกดอกงา่ ยใหอ้ อกดอกดกและดีขนึ้ ลติ ร ฉดี พน่ ให้ทว่ั ทรงพุ่ม ทุก 5-7 วัน ชว่ ยบารุงตัน และรากให้โตเรว็ สมบูรณแ์ ขง็ แรง ฮอร์โมนบารงุ ตน้ กล้วยไม้ สูตร 1 กลโู คสนา้ ครงึ่ ชอ้ นชา + สาหรา่ ยทะเลสกัดครึ่งช้อนชา + นา้ 20 ลติ ร ฉดี พน่ ให้ ทั่วทรงพ่มุ ทกุ 6-7 วนั ช่วยบารุงตน้ และรากกล้วยไม้ให้โตเรว็ สมบรู ณ์แขง็ แรง สตู ร 2 กลโู คสน้า 12 ซ้อนชา + แอมโมเนียมไนเตรทครึง่ ชอ้ นชา + นา้ 20 ลติ ร ฉีดพ่น ให้ทั่วทรงพุ่ม ทกุ 5-7 วัน ช่วยบารงุ ตันและรากให้โตเรว็ สมบูรณ์แข็งแรง สูตร 3 กลโู คสผง 2 ซ้อนโตะ๊ + นา้ ค้นั หัวไซเท้าสด 20 ซชี ี + น้า 20 ลติ ร ฉดี พ่นให้ ท่ัวทรงพมุ่ ทกุ 5-7 วัน ช่วยบารุงตนั และรากให้โตเรว็ สมบรู ณ์แขง็ แรง ฮอรโ์ มนเรง่ ดอกกลว้ ยไม้ สตู ร 1 กลูโคสนา้ 12 - 1 ซอ้ นชา + เบียร์ 100 ซชี ี + นา้ 20 ลิตร ฉดี พน่ ใหท้ ัว่ ต้น ทกุ 3-5 วัน ชว่ ยใหก้ ล้วยไม้ออกดอกดกและดขี น้ึ สตู ร 2 ปสั สาวะคน 1 คร้งั + น้า 20 ลติ ร ฉดี พน่ ใหท้ ัว่ ตน้ ทกุ 7 วนั ช่วยให้ กลว้ ยไมต้ ระกลู แวนด้าออกดอกดกและดขี นึ้ สูตร 3 น้าน่งึ ปลาทะเล 20-50 ซซี ี + กลูโคสผง 5-10 ชอ้ นชา + น้า 20 ลติ ร ฉดี พน่ ใหท้ ว่ั ตน้ ทุก 7 วัน ชว่ ยใหก้ ลว้ ยไมอ้ อกดอกดกและดีขึน้ สตู ร 4 เลอื ด/เคร่อื งในปลาสด 10-20 ซซี ี + แอมโมเนยี มไนเตรท 0.1 กรัม + 20 ลติ ร ฉดี พน่ ให้ทัว่ ตน้ ทกุ 5-7 วนั ชว่ ยใหก้ ลว้ ยไม้ออกดอกดูกและดขี ้นึ สตู ร 5 กลโู คสนา้ 1 - 1 ช้อนโตะ๊ สาหร่ายทะเลสกดั 1-2 ช้อนโต๊ะ + น้า 20 ลติ ร ฉีดพ่นให้ทวั่ ต้น ทกุ 5-7 วัน ช่วยให้กล้วยไมอ้ อกดอกดกและดขี ้ึน กลบั สารบญั

7 ผักชีหนา้ ฝน ชว่ งหน้าแล้งต่อหนา้ ฝน หรอื ช่วงตนั ฝน หรือชว่ งปลายเดอื น พ.ค.ต่อต้น ก.ค. ซึง่ มักมี ฝนตกทาให้ผักซีมรี าคาแพง เน่ืองจากผักชถี กู เม็ดฝนกระแทกใบจนกา้ นฉีก เกิดบาดแผลช่องทาง เชอื้ โรคเข้าก้านผกั ชีจึงเน่าและปัญหาที่สภาพน้าฝนตกใหม่เปน็ กรดทาให้เกิดโรคราแอนแทรค็ โนส ทาใหใ้ บเน่า ต้นเน่า รากเน่า ซ้าเตมิ เขา้ ไปอกี ดว้ ยภูมิปัญญาพื้นบ้านจึงขอเสนอแนวทาง ปฏบิ ัติตอ่ ผกั ชีช่วงหนา้ ฝนแบบง่าย ๆ แต่ไดผ้ ลคุ้มค่าดังนี้ - ปลูกบนแปลงพ้ืนราบ ตอ้ งยกแปลงสงู ไม่น้อยกว่า 50 ซม. ใส่อินทรยี วตั ถมุ าก ๆ เพอ่ื ใหเ้ นือ้ ดนิ โปร่ง ปอ้ งกันนา้ ขงั ค้างในเนือ้ ดิน พร้อมกับร่องระบายนา้ ขา้ งแปลงให้นา้ ฝนไหล ผ่านเรว็ ๆ ด้วย - ทาแปลงแบบกะบะยกสูงจากพืน้ พ้นระดบั นา้ ในแปลงกะบะใสด่ นิ + อินทรยี ์วัตถุ สาหรับปลูกพืชหนา้ ฝนตามปกติ เนอ้ื ดินในกะบะหนา 20-30 ซม. เพยี งพอให้รากเดนิ สะดวกท้งั ทางลกึ และทางข้างกะบะมชี อ่ งระบายน้าป้องกันน้าขังค้าง - ทาแผงหลงั คาพลาสตกิ ครอบแปลงปลกู ทัง้ แปลงบนพืน้ ดนิ และแปลงในกะบะ ให้ จวั่ หลงั คาสงู กวา่ ผิวดินแปลงปลกู 30-50 ซม. ความกวา้ งของหลังคาครอบคลุมพ้นื ทแี่ ปลง ปลูก ชายหลังคาตา่ ถงึ แปลงปลกู หลงั คานี้สามารถยกขึ้น - ลงไดโ้ ดยมีจุดหมนุ อยู่ทส่ี ันจ่วั ความมุ่งหมายเพือ่ ป้องกันเมด็ ฝนตกกระแทกใบผกั ซีโดยตรง ความกวา้ ง- ยาวของหลงั คาควรมี ขนาดทส่ี ามารถยกขึน้ ยกลงไปดว้ ยแรงงานคน ๆ เดยี ว น่นั คือ กอ่ นฝนตกใหป้ ลดหลงั คาลง หลังฝนหยุดแลว้ ใหย้ กหลงั ขน้ึ - แปลงปลูกตอ้ งมีลมพดั ผ่านสะดวก พยายามอยา่ ใหม้ อี ะไรมาบงั ทิศทางลม เพราะลม จะชว่ ยให้ดนิ แหง้ พอชนื้ ไม่เปียกแฉะไดเ้ รว็ ความช้นื แฉะของดินหรอื น้าขังค้างนานในดนิ เปน็ ต้น สาเหตสุ าคัญทาใหเ้ กดิ โรครากเน่าโดนเน่า กลับสารบญั

8 เพาะหนอน ประโยชนข์ องหนอน - ทาฮอรโ์ มนเรง่ โตไซโตดนิ นนิ - ทาอาหารโปรตีนให้นกหรอื ไก่ (หนอนนก) - คลุกอาหารไก่เป็นอาหารมีชีวิตเลีย้ งกบ วิธีการทาใหไ้ ดห้ นอนจานวนมากในเวลาอนั สน้ั คือ ทาป๋ยุ น้าชีวภาพใหอ้ อ่ นนา้ ตาล เพอื่ ใหบ้ ูด ปลอ่ ยแมลงวนั ตอมแลว้ วางไข่ โดยไขแ่ มลงวนั บา้ นจะฟกั ปน็ ตวั ได้ภายใน 30 นาที ไข่แมลงวนั หัวเขียวฟกั เป็นตวั ใน 60 นาที เม่ือออกเปน็ ตัวหนอนแลว้ หนอนน้ไี มเ่ ขา้ ดกั แดแ้ ต่ จะโตข้ึนเรื่อย ๆ การใชเ้ ศษปลาทะเลทง้ิ ไว้ใหแ้ มลงวนั ตอมวางไขแ่ ล้ว นาเศษปลาทะเลนน้ั มาหมกั ตอ่ ใน ถงั หมกั ปุยนา้ ชีวภาพก็เกิดหนอนแมลงวันไดเ้ ช่นกนั หมายเหตุ - ในเน้อื หนอนนอกจากมเี ปอร์เซ็นต์โปรตีนสงู แลว้ ยังมอี ะมโิ นอกี 17 ชนิด ใน จานวนอะมิโนทง้ั 17 ชนิดนี้ รา่ งกายมนุษยส์ ร้างไดเ้ พียง 8 ชนิด อีก 9 ชนดิ สร้างไมไ่ ด้ จาเป็นต้องอาศยั จากแหง่ อนื่ - ชาวแคนนาคารบั ประทานอาหารปรุงจากหนอนสนนราคาเเพงมากถงึ จานละ 2,500-3,000 บาท มีขายเฉพาะตามภตั ตาคารช้นั หนึง่ เท่านัน้ - หนอนในปยุ๋ นา้ ชวี ภาพกับหนอนไม่ไผ่ (รถด่วน) เปน็ หนอนเหมือนกนั จึงมี สรรพคุณเหมือนกัน กลบั สารบัญ

9 มะนาวดกดว้ ยกากมะพรา้ ว ใชก้ ากมะพรา้ วขูดคน้ั กะทิออกหมดแลว้ หวา่ นใสต่ นั มะนาว ใหก้ ากมะพรา้ วสว่ นหน่ึงคา้ งติด อยูบ่ นใบ สว่ นหน่ึงลงไปอยูท่ ่ีพ้ืนดินโคนตนั จากนั้นใหน้ ้าบารุงตามปกติ กากมะพรา้ วท่ีติดอยูบ่ นใบ เม่ือถูกความรอ้ นจากแสงแดดจะคายน้ามนั ออกมา สง่ ผลใหม้ ะนาวตน้ น้ันออกดอกติดผลดีข้ึน น้าคาวปลาป๋ ุยมะกรูด น้าลา้ งเขยี งทาปลากอ่ นปรุงอาหาร (เมือก เลือด เคร่ืองใน เกล็ดฯลฯ) หรือน้าขงั ปลาคา้ งคืนสด ๆ ผสมน้าเปลา่ 20 เทา่ ฉีดหรือราดรดใสต่ นั มะกรูดใหโ้ ชกทง้ั ใตใ้ บบนใบ ชว่ งแดดจดั ทุก 1-2 อาทิตย์ ชว่ ยตน้ มะกรูดแตกใบยอดใหมด่ ี ใบใหญ่ หนา เขียวเขม้ กล่ินจดั น้าหมกั ดีและอายุหลงั เก็บเก่ ียวนานข้ ึน หมายเหตุ ขอ้ มูลจากงานวิจยั ของ วทระบุวา่ ในเลือดและเมือกปลาสดๆมีไนโตรเจนสูงกวา่ ไนโตรเจนในป๋ ุย ยูเรีย (46-0-0) ถึงเทา่ ตวั น้าซาวขา้ วป๋ ุยมะลิ น้าซาวขา้ วหรือน้าลา้ งขา้ วสาร กอ่ นใสห่ มอ้ หุงผสมน้าเปลา่ 10-20 เทา่ หรือใชเ้ ขม้ ขน้ แบบ ไมผ่ สมน้าเปลา่ ราดรดใสต่ น้ มะลิใหเ้ ปียกโชกทง้ั ใตใ้ บบนใบ ชว่ งแดดจดั ทุก 1-2 อาทิตย์ ชว่ ยใหม้ ะ ลืออกดอกดีและดกข้ึน กลับสารบญั

10 ฮอรโ์ มนเรง่ ยอดผกั กินยอด สูตร 1 น้าคนั้ ขา้ วโพดหวานสด + กลูโดส สดั สว่ น 1:1 เป็นหวั เช้ืออตั ราใช้ หวั เช้ือ 20-30 ชีซีน้า 20 ลิตร ฉีดพน่ ใหท้ ว่ั ทรงพุม่ ทงั้ ใตใ้ บบนใบ ชว่ งแสงแดดจดั 08.00-11.00 น. ชว่ ยให้ พืชผกั กินยอด เชน่ ฟกั ทอง ตาลึง มะระ บวบ ถว่ั ฝกั ยาว หรือ พีชผกั กินผล เชน่ พริก มะเขือแตกยอดใหมแ่ ลว้ ออกดอก ตามมาจานวนมาก (สูตร ลดั ดา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี โทร. 0-2549-1300) สูตร 2 วสั ดุสว่ นผสมและวิธีทา น้ามะพรา้ วออ่ น + น้าคน้ั หวั ไซเทา้ สด + กลูโดสสดั สว่ น 1:1:1 คลุกเคลา้ สว่ นผสม ทง้ั หมดใหเ้ ขา้ กนั ดี กรองกากออกเพ่ือป้องกนั หวั ฉีดอุดตน้ ไดน้ ้าหวั เช้ือสด อตั ราใชแ้ ละวิธีใช้ น้าหวั เช้ือสด 20-30 ซีซี/น้า 20 ลิตร ฉีดพน่ ใหท้ ว่ั ทรงพุม่ ทงั้ ใตใ้ บบนใบ ชว่ งเวลา 08.00-11.00 น. ชว่ ยใหพ้ ืชผกั สวนครวั กินยอดแตกยอดใหมเ่ ร็วจานวนมาก ยอดใหญอ่ วบ อว้ นสมบูรณ์ เปลือกไมเ่ หนียวเน้ือไมม่ ีเส้ียน รสชาติดีมากอายุหลงั เกบ็ เก่ียวอยูไ่ ดน้ าน พืชเป้าหมาย พืชผกั สวนครวั อายุสน้ั ฤดูกาลเดียวประเภทกินใบ เชน่ ตาลึงฟกั ทอง มะระ บวบ ถว่ั ฝกั ยาว ผกั บุง้ ผกั กะเฉด ฯลฯ หรือผกั สวนครวั อายุยาวประเภทกินใบ เชน่ ผกั หวาน กระถิน ชะอม ฯลฯ หมายเหตุ - ทุกสูตรใชร้ ่วมกบั สารสกดั สมุนไพร จะไดท้ ง้ั สารอาหารพืชและสารออกฤทธ์ิ ป้องกนั กาจดั เช้ือโรคในเวลาเดียวกนั กลับสารบัญ

11 ทดสอบเห็ดพิษ เห็ดข้ึนเองตามธรรมชาติสว่ นใหญเ่ ป็นเห็ดพิษเพียงสว่ นนอ้ ยเทา่ นน้ั ท่ีเป็นเห็ดบริโภคได้ ให้ สงั เกตเห็ดเป็นพิษดว้ ยวิธีดงั น้ี - สีสุดใสสวยหวานแหววตงั้ แตห่ มวกถึงครีบดอก - มด / แมลงไมต่ อม - กา้ นมีวงแหวน หรือแผน่ /เกร็ดขรุขระในกา้ นมีเมือก/ยางเหนียว - หมวกมีจุดสีสดใสชดั เจน - เก็บเห็ดไวใ้ นหอ้ งมืดจะมีแสงเรืองออกมา - ตม้ น้าแลว้ น้าเปล่ียนสีเป็นสีดา - ตม้ ดว้ ยน้าซาวขา้ วจะเป็นเมือก - ตม้ กบั ขา้ วสาร ๆ จะไมส่ ุกและเป็นสีดา ปลูกกลว้ ยใหเ้ ครือออกทางทิศเดียวกนั กลว้ ยทุกชนิดเม่ือเติบโตอายุถึงระยะออกปลีหรือเครือ ทิศทางท่ีปลี หรื อเครือออกนัน้ จะ อยูด่ า้ นตรงขา้ มกบั ตนั แมเ่ สมอ เม่ือแยกหน่อกลว้ ยออกมาจากคอตนั แมม่ าแลว้ ใหส้ งั เกตไหลหรือ สว่ นท่ีงอกตอ่ ออกมาจากตน้ แมว่ า่ อยูท่ างดา้ นใดของลาตน้ หน่อ เม่ือนาหน่อกลว้ ยลงปลูกแลว้ ตอ้ งการใหป้ ลีหรือเครือออกทางตา้ นใดของหลุมปลูกก็ใหห้ นั ไหลหรือเหงา้ ช้ีไปทางตรงกนั ขา้ ม ทงั้ น้ีกลว้ ยออกเครือดา้ นตรงขา้ มกบั ไหลเสมอ (สูตร ตระกูล หงสห์ ิม 345 อาคารเดอะพานาช ชอยสวสั ดี สุขุมวิท 31 เขตวฒั นา กทม.) กลับสารบญั

12 ปลูกเหงา้ ใหญ่ เครือ/ผลใหญ่ ถา้ ตอ้ งการใหต้ น้ กลว้ ยมีเครือใหญ่ หวีมากแตล่ ะหวีผลดก ใหเ้ ลือกหน่อเหงา้ ใหญ่ ๆ ถา้ ไดห้ น่อเหงา้ ไมใ่ หญใ่ หท้ าดงั น้ี สูตร 1 ไดห้ น่อกลว้ ยมามีเหงา้ เล็กแตต่ อ้ งการใหห้ น่อมีเหงา้ ขนาดใหญท่ าไดโ้ ดยหลงั จากนา หน่อลงปลูกในแปลงจริงแลว้ บารุงเล้ียงจนหน่อแตกใบใหม่ 2-3 ใบ ใหต้ ดั ลาตน้ สูงจาก พ้ืนดินประมาณ 1 คืบมือแลว้ บารุงเล้ียงตอ่ ไป หน่อกลว้ ยเม่ือถูกตดั ตน้ จะแตกใบชุดใหม่ ก็ เล้ียงตอ่ ไปจนไดใ้ บใหมอ่ ีก 2-3 ชุดใหต้ ดั ตน้ อีกเป็นครง้ั ท่ีสอง โดยตดั เหนือรอยตดั ครงั้ แรก 1 ฝ่ามือ ชว่ งการตดั แตล่ ะครงั้ ใชเ้ วลาทางบประมาณ 1 เดือน การตดั ตน้ แตล่ ะครงั้ แลว้ บารุง เล้ียงตอ่ ไปน้นั เหงา้ กลว้ ยจะขยายใหญข่ ้ึนเร่ือยๆ เม่ือไดเ้ หงา้ ใหญต่ ามตอ้ งการแลว้ ใหห้ ยุด การตดั ตน้ เร่ิมลงมือบารุงตามขนั้ ตอนตอ่ ไปจนกระทง่ั ไดผ้ ลผลิต สูตร 2 ปลอ่ ยหน่อใหแ้ มเ่ ล้ียงเหงา้ ตน้ แมใ่ นแปลงปลูกมีหน่อแทงออกมารอบกอ ระหวา่ งท่ี ตน้ แมย่ งั ไมอ่ อกเครือหา้ มแยกหน่อเด็ดขาด เพราะจะกระทบกระเทือนตอ่ ตน้ แมส่ ง่ ผลให้ ผลผลิตไมด่ ี ครง้ั เม่ือหน่อโตข้ึนแขง่ ความสูงกบั ตน้ แมใ่ หต้ ดั ลาตน้ หน่อ โดยตดั สูงกวา่ พ้ืนดิน ประมาณ 1 คืบมือ อีก 1 เดือนหน่อแทงใบใหมส่ ูงข้ึนอีกใหต้ ดั อีก สูงกวา่ รอยแรกฝ่ามืออีก 1 เดือนหน่อแทงใบใหมส่ ูงข้ึนอีกก็ใหต้ ดั อีก การตดั แตล่ ะครง้ั จะใชเ้ วลาหา่ งกนั ประมาณ 1 เดือน รวมทงั้ ส้ิน 3 ครงั้ เทา่ กบั 3 เดือนหลงั การตดั ครง้ั ท่ี 3 ตน้ จนแตกใบออ่ นแลว้ เครีอบน ตน้ แมก่ ็แกพ่ รอ้ มเก็บเก่ียวไดพ้ อดี หลงั จากตดั เครือตน้ แมแ่ ลว้ ใหข้ ุดหน่อข้ึนมาได้ เป็นหน่อ มีเหงา้ ขนาดใหญเ่ ม่ือนาไปปลูกจะไดเ้ ครือ/หวีขนาดใหญ่ หมายเหตุ - หน่อกลว้ ยหน่อแรกท่ีออกมาจากตน้ แม่ เรียกวา่ \"หน่อชิด\"สามารถนาไปขยายพนั ธุ์ ไดท้ นั ที โดยไมต่ อ้ งเล้ียงเหงา้ ใหโ้ ตกอ่ น หน่อท่ีออกตอ่ จากหน่อชิด เรียกวา่ \"หน่อตาม\" ไม่ ควรนาไปขยายพนั ธุท์ นั ที แเตต่ อ้ งเล้ียงเหงา้ ใหโ้ ตกอ่ น - ลกั ษณะหน่อกลว้ ยท่ีดี ลาตน้ ตอ้ งสูงเรียวยาวใบแตกออกมาใหมต่ อ้ งเป็น หลอดกลม ๆ กอ่ นเรียกวา่ \"ใบดาบ\" เหมาะสาหรบั นาไปขยายพนั ธุ์ - ลกั ษณะหน่อกลว้ ยท่ีไมด่ ี ลาตน้ อว้ นเต้ีย ใบแตกออกมาใหมก่ างแผร่ วดเร็ว มากทงั้ ๆ ท่ียงั ตงั้ ชูไมส่ ุด หน่อประเภทน้ีไมเ่ หมาะสาหรบั นาไปขยายพนั ธุ์ กลับสารบญั

13 เรียกนกเขา้ สวน ถา้ ตอ้ งการใหน้ กเขา้ มาอยูอ่ าศยั ในสวนหรือในบริเวณบา้ นใหป้ ฏิบตั ิดงั น้ี - งดใชส้ ารเคมีจากดั โรคและแมลงศตั รูพืช สารเคมีอ่ืน ๆ และยาฆา่ หญา้ เด็ดขาด - ปลูกตน้ ไมผ้ ลท่ีนกชอบกิน 2-3 ชนิด - ไมท่ ารา้ ยหรือรงั แกนก - วางขนั หรือถว้ ยใสน่ ้าสาหรบั ใหน้ กกิน อาจจะเป็นน้าเปลา่ ๆ หรือ น้า+น้าตาลทรายเล็กนอ้ ย ตามจุดท่ ีนกอยู ่ - วางขนั หรือถว้ ยใสอ่ าหารท่ีนกชอบกินไวต้ ามจุดตา่ ง ๆ ขอ้ ควรระวงั ก็คือ ถา้ เป็นสวนไมผ้ ล นกอาจสรา้ งความเสียหายแกพ่ ืชผลได้ เพราะฉะนนั้ กอ่ นเรียกนกใหเ้ ขา้ มาอยูใ่ นสวนตอ้ งคิดให้ รอบคอบเสียกอ่ น เทปวีดีโอไล่นก บอ่ ยครงั้ เม่ือตน้ ไมผ้ ลกาลงั ออกดอก ระยะดอกตูมมกั มีนกเขา้ มาทาลาย ป้องกนั แกไ้ ขดว้ ย การใชเ้ ทปวีดีโอขึงระหวา่ งตน้ ไมส้ ูงๆ หลายๆ ทิศทาง เม่ือลมพดั เทปวีดีโอจะสะบดั ปลิวไปมา สะทอ้ นแสงแดดวบั ๆ เขา้ ตานก ทาใหน้ กไมก่ ลา้ เขา้ มาใกล้ กลบั สารบญั

14 1. แขวนโมบาย การแขวนโมบายไลน่ กพิราบเปน็ วิธกี ารที่ง่าย และลงทุนไม่สูง เพราะว่าธรรมชาตขิ องนกพิราบนั้นเปน็ นกทีข่ กี้ ลัว และตกใจงา่ ย การนาโมบายไปแขวนในบรเิ วณที่นกชอบมาเกาะน้ันจะทาใหน้ กพริ าบตกใจ และบินหนีไป โมบายที่จะนามาแขวนน้ันควรเลอื กทมี่ ีน้าหนักเบาเมอื่ โดนลมแลว้ มีเสียง สสี ันสดใส หรือสะท้อนแสงด้วยกจ็ ะสามารถไล่นกพริ าบไดด้ ีขึน้ 2. ตาข่ายพวี ซี ี การตดิ ตาข่ายพวี ซี เี พอื่ กันนกพริ าบน้ันถอื ว่าเปน็ วิธีท่ีได้ผล 100% เนอ่ื งจากนกพริ าบจะไมส่ ามารถบินเข้า มาในบริเวณทเี่ ราก้ันตาขา่ ยพวี ีซีได้อย่างแน่นอน ซ่งึ สว่ นมากจะเป็นการกันนกพริ าบไม่ให้มาเกาะท่ี บรเิ วณระเบยี ง วธิ กี ารติดต้งั น้ันไม่ไดย้ ุ่งยาก เพียงแคน่ าตาขา่ ยพวี ีซีมาขึงต้ังแตเ่ พดานจนถงึ พื้นระเบยี ง แลว้ ยึดให้แนน่ เพยี งเทา่ นก้ี ็จะหมดปัญหานกพิราบเข้ามาวุ่นวายบรเิ วณระเบยี ง 3. แผน่ CD การใชแ้ ผน่ CD สะทอ้ นแสงไลน่ กพิราบนั้นมหี ลักการเหมอื นกบั การใช้โมบายไล่ แต่แผน่ CD จะ สามารถไล่นกไดไ้ กลกว่าเน่ืองจากแผ่น CD จะสะทอ้ นกับแสงแดด เม่ือนกเหน็ แสงสะท้อนก็จะไม่บนิ มา หรอื ถ้าบินมาก็จะตกใจกับเงาของตัวเองทส่ี ะท้อนบนแผ่น CD ทาใหต้ กใจบินหนไี ป วธิ กี ารคือนาแผ่น CD เกา่ มาร้อยตดิ กัน แล้วนาไปแขวนในบรเิ วณทต่ี อ้ งการ เพียงแค่นี้กส็ ามารถไล่นกพิราบได้ 4. หนงั สือพมิ พ์ การปูกระดาษหนงั สือพิมพก์ ็เป็นอีกหนงึ่ วธิ ที ี่สามารถทาได้ง่ายๆ เพียงนากระดาษหนงั สือพมิ พ์ทไ่ี มใ่ ช่แล้ว มาปบู รเิ วณที่นกชอบมาเกาะ โดยใชเ้ ทปกาวตดิ ให้แน่น กระดาษหนงั สอื พิมพ์สามารถไล่นกพิราบได้ เพราะว่าเมือ่ นกมาเกาะ หรอื เดินบริเวณที่ปกู ระดาษหนังสือพิมพไ์ ว้กจ็ ะเกดิ เสียง นกพริ าบนนั้ จะตกใจ เสยี งของกระดาษจนไมส่ ามารถเดินต่อ และบนิ หนีไปนนั่ เอง 5. ฉดี น้า วิธเี ปน็ วิธไี ล่ท่ีง่าย ได้ผลทันที แต่จะทาให้พ้ืนท่ีบรเิ วณนั้นเปียก และเสยี เวลาทาความสะอาด การฉีดนา้ ไลน่ น้ั สามารถไลน่ กพริ าบอย่างได้ทันที แตน่ กก็จะกลบั มาใหม่ ดงั นน้ั การฉีดน้าไล่นกพริ าบจงึ ตอ้ งทาเปน็ ประจา และควรทาทุกครงั้ เม่อื เห็นนกพริ าบบนิ มาเกาะ อาจจะต้องทาซ้าๆ เป็นเวลานาน หรอื จนกวา่ นกพิราบจะจาได้ว่าถ้ามาเกาะในบริเวณนกี้ จ็ ะถกู ฉีดน้าไล่ 6. นกเหย่ียว สัตวน์ กั ลา่ ที่เปน็ ศัตรตู ามธรรมชาติของนกพิราบ และสามารถทาให้นกพิราบกลัวได้คงหนีไม่พ้นนก เหยยี่ ว และงู ซงึ่ การไลน่ กพริ าบด้วยวิธีนเี้ พียงแค่นานกเหยี่ยวปลอม หรืองูปลอมไปแขวนไว้บรเิ วณ ระเบียงท่ีนกพิราบชอบมาเกาะ เมอ่ื นกพิราบเห็นเหยยี่ ว หรืองกู จ็ ะกลัวไม่กล้าบนิ มาเกาะ แตว่ ธิ นี ใ้ี น ระยะยาวจะไม่คอ่ ยเห็นผล เพราะเม่อื นกพริ าบเหน็ บ่อยกจ็ ะชิน แล้วไมก่ ลัวอีกตอ่ ไป กลบั สารบญั

15 7. ลูกเหมน็ นกพริ าบนนั้ มเี ยื่อบหุ ลอดลมที่คอ่ นข้างบอบบาง และไมส่ ามารถทนกลิ่นบางชนดิ ซ่ึงกลิน่ ของลกู เหมน็ นนั้ ถือว่าเป็นหน่ึงกล่นิ ท่นี กพริ าบไมช่ อบ รวมไปถงึ กลิน่ เหมน็ อ่ืนๆ อยา่ งเช่น การบูร และพมิ เสน การไลน่ ก ดว้ ยวิธีนเ้ี พียงแค่นาส่ิงของทก่ี ล่นิ ซ่ึงนกพิราบไมข่ อบมาวางไว้ในบริเวณท่ีไม่ต้องการให้พวกมันเข้ามาเมือ่ นกพิราบได้กลนิ่ เหม็นจากลกู เหม็น การบรู พมิ เสน กจ็ ะไม่บนิ มารบกวนอกี 8. ตะปู การตอกตะปลู งบนไม้อดั เพื่อไล่นกพิราบนัน้ คือการไม่ใหน้ กได้มีท่ีเกาะนั่นเอง สามารถทาไดด้ ว้ ยการนาตะปู มาตกลงบนไมอ้ ดั ให้ถี่ๆ เพอ่ื ไม่ให้นกสามารถเดนิ ได้ แลว้ นาไม้อดั แผ่นทต่ี อกตะปูไว้ไปวางหงายในบริเวณที่ ตอ้ งการ เมือ่ นกพาราบบนิ มาจะเกาะ แต่ไม่มีทใ่ี ห้เกาะ นกพิราบกจ็ ะไมก่ ลับมานบกวนในบริเวณน้นั อกี แต่ การไล่นกด้วยวธิ นี ค้ี วรใช้ความระมัดระวงั เพราะอาจเกดิ อุบัติเหตุได้ ส่วนการนาไมอ้ ดั ไปวางหงายน้ันควร หาอปุ กรณ์มายึดให้มนั่ คง เพราะว่าถ้าเกดิ ลมแรงไม้อัดอาจจะปลิวตกลงมาสร้างความเสยี หายได้ 9. แหล่งอาหาร ธรรมชาติของสตั ว์น้ันคือการหาอาหาร ถา้ นกพริ าบอยูใ่ นบรเิ วณบ้านแสดงว่าภายในบ้านน้ันมแี หลง่ อาหาร ของนกพิราบ เจ้าของบา้ นควรสงั เกตว่านกพริ าบท่ีเข้ามาในบริเวณบ้านน้ันเขา้ มาเพื่อกนิ อะไร อาจจะเปน็ อาหารทส่ี ตั ว์เล้ยี งกนิ ไม่หมดแลว้ วางทิ้งไว้ หรอื เศษอาหารอื่นๆ ทท่ี ิง้ โดยไม่ปิดใหม้ ดิ ชดิ เพยี งกาจัดแหล่ง อาหารของนกพริ าบให้หมดก็จะไมม่ ีปัญหาเรอ่ื งนกพริ าบเขา้ มารบกวนอีก 10. ต้นไมม้ ีหนาม การใชต้ ้นไมม้ ีหนามตา่ งๆ มาไล่นกพริ าบน้ันใช้หลกั การทคี่ ลา้ ยๆ กบั การใช้ตะปูตอกไม้อัด แต่การใชต้ ้นไม้ที่ มีหนามอยา่ งเชน่ ต้นกระบองเพชร มาวางไวใ้ นบรเิ วณระเบยี งท่ีนกพิราบชอบมาเกาะจะดูสวยงามกว่า เพราะวา่ ต้นกระบองเพชรถอื ว่าเปน็ ไมป้ ระดับท่ไี ด้รับความนยิ มเป็นอย่างมาก เราอาจจะจัดสวน กระบองเพชรสวยๆ บริเวณระเบยี งที่นกพิราบชอบมาเกาะ เพียงเท่าน้ีก็สามารถไล่นกพิราบได้ และได้ สวนกระบองเพชรเป็นของแถมด้วย 11. หนาม หนามป้องกนั นกแบบทาเองน้ันกจ็ ะคล้ายๆ กับการตอกตะปูไม้อดั เพยี งเปลี่ยนวัสดจุ ากตะปู และไม้อัด มา เป็นแผ่นฟิวเจอรบ์ อรด์ และลวด วิธกี ารคอื นาลวดมาปกั ถ่ๆี บนแผ่นฟิวเจอรบ์ อรด์ ใหส้ ูงประมาณ 3–4น้ิว แล้วนาไปวางในบริเวณท่ตี ้องการ ส่วนการทางานนั้นเมอ่ื นกพริ าบบนิ มาเกาะที่หนามป้องกันนกเสน้ ลวดจะ ทมิ่ บรเิ วณเทา้ และลาตัวของนกพริ าบ ทาให้นกไม่กล้าบนิ มาเกาะอีก 12. เล้ยี งสตั ว์ สตั วเ์ ล้ยี งท่ีสามารถไลน่ กพิราบได้เป็นอย่างดคี งไม่พน้ สุนัข และแมว เพราะว่าสัตวท์ ัง้ สองชนิดนีย้ ังคงมี สญั ชาติญาณนกั ลา่ อยู่ในตัว และสงิ่ ท่ีทั้งสนุ ขั และแมวชอบมากๆ คอื การวง่ิ ไลน่ ก ดงั นน้ั การทเ่ี ราปล่อยให้ สตั ว์เล้ยี งของเราอยู่ในบริเวณท่นี กพิราบชอบมาเกาะอย่างเช่นระเบียงกส็ ามารถไล่นกพิราบอย่างได้ผล รวมไปถึงสตั ว์เลย้ี งของเราจะได้ออกกาลังกายดว้ ย 12 วิธีไล่นกพริ าบท่ีเราแนะนาน้ันเปน็ วิธีการท่ีสามารถทาได้เองแบบไม่ยากนน้ั มีหลากหลายวิธี ข้ึนอยกู่ บั ว่าทา่ นผ้อู ่านจะนาวิธไี หนไปใช้ใหเ้ หมาะสมกบั สภาพแวดลอ้ ม และพืน้ ทขี่ องท่พี กั อาศยั ซึง่ ทกุ วธิ ใี น บทความนีม้ กี ารพสิ จู น์แล้ววา่ สามารถทาได้ดว้ ยตวั เอง เป็นวิธที ่ไี ดผ้ ลจรงิ ไล่นกได้จริง การไลน่ กพริ าบด้วย วธิ ีตา่ งๆ ในบทความนี้เมือ่ นาไปประยุกตใ์ ช้รับรองได้ว่าจะไมม่ ีนกพริ าบมาว่นุ วายในบริเวณบ้าน หมด ปัญหานกพริ าบมากวนใจอยา่ งแน่นอน กลับสารบัญ

เทคนิคถนอมมะนาว 16 สูตร 1 น้าผลมะนาวท่ีเก็บเก่ียวมาแลว้ ทาความสะอาดดว้ ย \"น้า+วา่ นน้า\" ผ่ึงลมใหแ้ หง้ แลว้ ฝงั ใน ทรายสะอาด เก็บไวใ้ นร่ม อุณหภูมิหอ้ ง อยูไ่ ดไ้ มน่ อ้ ยกวา่ 6 เดือน สูตร 2 คนั้ น้ามะนาวออกมาบรรจุลงขวดแกว้ ปิดฝาสนิทหรือใสถ่ าดทาน้าแข็ง แลว้ นาเขา้ ตูเ้ ย็น ในชอ่ งแชแ่ ข็ง แชใ่ หเ้ ย็นจนเป็นน้ามะนาวแข็ง สามารถเก็บไดน้ านหลายปี เม่ือตอ้ งการใชใ้ หน้ า ขวดน้ามะนาวแซแ่ ข็งหรือกอ้ นน้ามะนาวแชแ่ ข็งออกมาละลายในน้าอุน่ จะไดน้ ้ามะนาวท่ีกล่ินรส ไมเ่ ปล่ียนแปลง สูตร 3 ทาน้ามะนาวผง โดยการคนั้ น้ามะนาว 20 ผล นาไปอบไอน้าจนไดน้ ้ามะนาวเขม้ ขน้ ประมาณ 1 ซอ้ นชา แลว้ นาไปผสมกบั น้าตาลไอซ่ิง 1 กก. เสร็จแลว้ นาไปอบอีก 2 ซม.ก็จะได้ น้ามะนาวผงท่ีสามารถนาไปปรุงอาหารไดเ้ หมือนน้ามะนาวสด (สูตร ประทีป ปลง่ั เอ่ียม กลุม่ แมบ่ า้ นกษตรโพธ์ิทองพฒั นา หมู่ 1 ต.ทา่ ยาง จ.เพชรบุรี) เก็บเกี่ยวดอกสะเดาใหอ้ อกต่อ สะเดาออกดอกท่ีขอ้ ใบบริเวณสว่ นปลายยอดของก่ิง ซ่ึงจะออกตง้ั แตข่ อ้ ใบปลายสุดของก่ิงไลเ่ ขา้ มาถึงขอ้ ใบในสุดท่ียงั เป็นสีเขยี ว ความเขียวของเปลือกมี \"จ๊ิบเบอเรลลิน\" ฮอรโ์ มนสาหรบั สรา้ งดอกของ สะเดาถา้ ไมเ่ ก็บดอกท่ีปลายก่ิงทงั้ หมด ใหค้ งเหลือดอกบางสว่ นยงั อยูก่ บั ก่ิงท่ียง้ั มีสีเขียวบา้ ง ก่ิงสะเดาก่ิงนน้ั จะ ออกดอกอีกจากสว่ นเปลือกท่ียงั เขยี วอยู่ จึงเทา่ กบั วา่ ยอดสะเดา 1 ยอดใหด้ อก 2 รุ่นในปีเดียวกนั การเก็บดอกสะเดาไมค่ วรเด็ดกา้ นสว่ นท่ีเป็นก่ิงของตน้ มาดว้ ย แตใ่ หเ้ ด็ดเฉพาะกา้ นดอกท่ีแทจ้ ริง เทา่ นน้ั เพ่ือเป็นการสงวนจ๊ิบเบอเรลลินไวใ้ หต้ น้ ไดแ้ ทงดอกออกมาอีกการฉีดพน่ ฮอรโ์ มนยืดชอ่ สกดั จากเถา บอระเพ็ดหรือสารจ๊ิบเบอรเรลลิน 1-2 รอบ หา่ งกนั รอบละ 5-7 วนั ชว่ งท่ีสะเดาเร่ิมแทงชอ่ ดอกออกมาให้ เห็น จะชว่ ยยึดกานดอกใหย้ าวข้ึน ทาใหไ้ ดผ้ ลผลิตเป็นกา้ นดอกแทๆ้ มากข้ึนโดยไมต่ อ้ งเด็ดกา้ นสว่ นท่ีเป็นก่ิง เทคนิคเก็บเก่ียวขนุน กลับสารบญั - เลือกผลท่ีมีรูปลกั ษณะผลแกต่ ามนิสยั ของขนุนตนั นนั้ ๆ ตน้ ผา่ นการงดน้าไมน่ อ้ ยกวา่ 7-10 วนั - ตดั ขว้ั ท่ีเหนือขอ้ หรือเหลือขว้ั ติดผลยาว คร่ึงหน่ึงของความยาวขว้ั ทงั้ หมด - ตดั ลงมาแลว้ วางผลเอียงกบั พ้ืนท้ิงใหน้ ้ายางไหลออกจนหมด - เร่งใหส้ ุกเร็วข้ึนหลงั จากยางสะเด็ดแลว้ ใหเ้ ด็ดขว้ั ท้ิง ใชไ้ มแ้ หลมขนาดเสน้ ผา่ ศูนยก์ ลาง เทา่ ขว้ั แทงเขา้ ไปแกนผลลึก 1 ใน 4 ของความยาวแกน คลุมดว้ ยผา้ หนา ๆ เก็บไวใ้ นหอ้ ง ไมน่ านขนุนผลนัน้ จะสุกสว่ นความหวาน รสชาติ กล่ินจะดีมากนอ้ ยข้ึนอยูก่ บั อายุผล และ การปฏิบตั ิบารุงกอ่ นเก็บเก่ียว

17 ลกั ษณะขนุนพนั ธดุ์ ี - เป็นพนั ธุท์ ะวาย ใหผ้ ลผลิตปีละ 2 รุ่น หรือทยอยออกตลอดปี - ลาเปลา้ หรือสว่ นของลาตนั ชว่ งลา่ งสูงหรือก่ิงงา่ มแรกสูงจากพ้ืน 1-15 เมตร เพราะธรรมชาติขนุน ออกดอกติดผลจากสว่ นลาตนั (เหมือนลองกอง มะไฟ ชมพ)ู และเม่ือตนั โตใหผ้ ลผลิตแลว้ ก่ิงตอ้ งโนม้ ลง ระนาบกบั พ้ืนหรือทามุม 90 องศากบั ลาตน้ เอง ถา้ ก่ิงไมโนม้ เองก็ตอ้ งตดั หรือรงั้ ใหก้ ่ิงโนม้ ลงระนาบกบั พ้ืนใหไ้ ด้ เพราะธรรมชาติของขนุนอีกประการหน่ึง คือออกดอกติดผลดีจากทอ้ งก่ิงท่ีระนาบกบั พ้ืน - มีผลแป้วไมเ่ กิน 10 เปอรเ์ ซ็นตข์ องจานวนผลทงั้ หมด - ความกวา้ งของขนาดผลเทา่ กบั 1 ใน 3-4 ของความยาวผลทง้ั หมด - แกนกลางใหญ่ เปลือกบาง หนามหา่ ง ฐานหนามใหญ่ - ปลายยวงตง้ั ฉากกบั เปลือกและแกน สว่ นของยวงท่ีติดเปลือกและแกนไมค่ ด - ยางใหญ/่ ยาว เมล็ดเล็ก เน้ือหนา สีจดั ตรงตามสายพนั ธุซ์ งั นอ้ ยแตใ่ หญม่ ีรสหวาน - ชว่ งผลแกใ่ กลเ้ ก็บไดร้ บั น้าฝนแลว้ เมล็ดไมง่ อกใน เน้ือไมฉ่ ่าน้ากล่ินไมเ่ ปล่ียน และผลไมแ่ ตก - มีปริมาณเน้ือ/ยวง 50-70 เปอรเ์ ซ็นตข์ องน้าหนักผลทงั้ ผล เทคนิคทาขนุนนอกฤดู - ปจั จุบนั ยงั ไมม่ ีสารหรือฮอรโ์ มนใด ๆ บงั คบั ใหข้ นุนออกนอกฤดูได้ การทาขนุนนอกฤดูตอ้ งทากบั ขนุนพนั ธุ์ ทะวาย และการบงั คบั ก็ตอ้ งบงั คบั ดว้ ยวิธีการบารุงแทนการทรมานเทา่ นน้ั ขนุนตอบสนองตอ่ ป๋ ุยซากสตั วด์ ีมาก แนะนาใหใ้ ชเ้ ศษซากสตั วส์ ด ๆ ฝงั โคนตน้ บริเวณชายพุม่ 4-5 หลุม ๆ ละ 1-2 กามือ1-2 ปี/ครง้ั - ใหย้ ิบชม่ั ธรรมชาติ (ยิบชม่ั ทาอาหารเห็ด) ทุก 3-4 เดือนจะชว่ ยใหส้ ีจดั ข้ึน - ใหป้ ๋ ุยคอกท่ีมีสว่ นผสมของฟอสฟอรสั และโปรแตสเซียมสูงเชน่ มูลไไข่ ไกเ่ น้ือ มูลววั เน้ือ /ววั นม มูลหมู มูลนกกระทา มูลคา้ งคาว ผา่ นการหมกั เป็นป๋ ุยดอกหมกั ชีวภาพแลว้ 3-4 เดือน / ครง้ั - บารุงตนั ดว้ ยการใหต้ น้ มีการสะสมแป้งและน้าตาลดว้ ย ป๋ ุยน้าชีวภาพสูตรสะสมตาดอก 1 ครงั้ สลบั กบั นม สดสตั วร์ ีดใหมห่ รือ นมน้าเหลืองแมว่ วั 2 ครงั้ ในรอบ 30 วนั หรือ 1 เดือนและเพ่ือปรบั ชีเอ็น เรโช - เปิดตาดอกดว้ ยป๋ ุยน้าชีวภาพสูตรเปิดตาดอกสลบั กบั ฮอรโ์ มนไขท่ ุก 5-7 วนั - บารุงขยายขนาดผลดว้ ย ฮอรโ์ มนไซโตดินนิน(ทาเอง) สลบั ดว้ ยป๋ ุยน้าชีวภาพสูตรบารุงผล ทุก 5-7 วนั กลบั สารบัญ

18 เกร็ดความรเู้ ร่ืองขนุน - แกอ้ าการผลแป้วดว้ ยฮอรโ์ มนทางดว่ นน้าคนั้ หวั ไซเทา้ สดกลูโคส ฉีดอดั เขา้ ใสส่ ว่ นท่ี แป้ว โดยตรงหลงั จากรูแ้ น่วา่ แป้วแน่ ทุก 3 วนั ติดตอ่ กนั 3-4 รอบ - เน้ือขนุนแกะออกมาแลว้ ผ่ึงลมใหแ้ หง้ จะไดค้ วามหวานเพ่ิมข้ึนเน่ืองจากน้าระเหยไปกบั ลมเหลือแตน่ ้าตาล - ขนุนท่ีถูกสารยบั ยงั้ การเจริญเติบโต (พาโคลบิวทาโชล โปรแตสเซียม คลอเรต โปรแตสเซียม ไนเตรท) จะชะงกั การเจริญเติบโต ใบเล็กหงิก ก่ิงคด ถา้ อาการหนักมากใหแ้ กไ้ ขดว้ ยการตดั แตง่ ก่ิงแลว้ บารุงเรียกใบใหม่ ถา้ อาการไมห่ นักนักใหบ้ ารุงตนั ดว้ ยกลูโดส ควบคูก่ บั การใชจ้ ุลลินทรีย์ ชว่ ยสลายฤทธ์ิสารยบั ยงั้ การเจริญเติบโตนั้นอยา่ งสม่าเสมอ - ขนุนออ่ นแอมากตอ่ ยาฆา่ หญา้ เพียงเปิดฝาขวดยาฆา่ หญา้ วางไวโ้ ดนตน้ เทา่ น้ัน ไอระเหยของ ยาฆา่ หญา้ ก็ทาใหข้ นุนใบหงิกมว้ นไดแ้ ลว้ บารุงบวบเหล่ียมใหย้ าวตรงดี บวบเหลียมเป็นผลแลว้ มีลกั ษณะคดงอ ถา้ ไมเ่ กิดจากถูกเพล้ียไฟหรือแมลงปากดูดทาลายก็ เกิดจากความสมบูรณใ์ นผลเอง เม่ือผลโตได้ 50 เปอรเ์ ซ็นต์ ของอายุผล ใชถ้ ุงพลาสติกใสท่ ราย ขนาดประมาณกาป้นั มือ ผูกกบั ปลายผล เพ่ือถว่ งใหผ้ ลยืดทางตรงตลอดเวลาจนกระทง่ั เก็บเก่ียว กลับสารบญั

19 ปลกู ขิง / ข่าในถงุ ปญั หาของคนปลูกข่ คือ การปลูกซา้ ซากหรือปลูกซา้ ท่ีเดิมเรียกวา่ \"ซา้ ดิน-ชา้ ท่ี\" ทาให้ ขิง/ขา่ มกั เกิดโรคเน้ือแกว้ หรือโรครากเน่าโคนเน่า เม่ือเช้ือโรคมีมาก ๆ ข้ึนก็แพร่ขยายข้ึนไปสู่ สว่ นลาตน้ ทาใหเ้ กิดโรคตน้ ยุบ ซ่ึงสาเหตุทงั้ ปวงมาจากดินเป็นกรดการนาหลกั การปลูกพืชแบบ \"ซา้ ท่ี-ไมซ่ า้ ดิน\" มาใชแ้ กป้ ญั หาเช้ือโรคสะสมจึงเป็นทางออกท่ีดีท่ีสุด กลา่ วคือ ใชถ้ ุงพลาสติก ขนาดกวา้ งของเสน้ ผา่ ศูนยก์ ลางมากกวา่ ทางสูงสดั สว่ น 3-4 : 1 เพ่ือใหม้ ีพ้ืนท่ีสาหรบั ขิงขา่ ขยายขนาดหวั ออกทางขา้ งไดเ้ ต็มท่ี ใสด่ ินสาหรบั พืชตระกูลขิง/ขา่ โดยเฉพาะลงไปจนเต็มถุง อดั ใหแ้ น่นพอประมาณ เจาะรูกน้ ถุงและเขา้ ถุงหลายๆ รู นาถุงไปตง้ั ไว้ ณ บริเวณแสงแดดรอ้ น เปอรเ์ ซ็นต์ ปลูกกลา้ ขิง / ขา่ ลงไป ปฏิบตั ิบารุงขิง/ขา่ ในถุงตามปกติ เล้ียงหญา้ หรือวชั พืช รอบๆ ถุงปลูกสาหรบั ชว่ ยสรา้ งความช้ืนสมั พนั ธใ์ นอากาศการใหน้ ้าดว้ ยระบบสปริงเกอรต์ อ้ งใช้ 2 แบบในตน้ /ถุงเดียวกนั โดยทาสเปรย หมอกดา้ นบนเหนือทรงพุม่ และใหน้ ้าหยดท่ีถุงหรือโคน ตน้ ดว้ ย เทคนิคการปลูกขา่ /ขิงในถุงแบบน้ีปลูกไดร้ ุ่นตอ่ รุ่นเทา่ นน้ั ไมส่ ามารถเก็บเหงา้ แกไ่ วใ้ ห้ แตกหน่อเป็นตน้ ใหมแ่ ลว้ เจริญเติบโตในแหลง่ เดิมไดเ้ พราะพ้ืนท่ีมีจากดั แตถ่ ือวา่ คุม้ คา่ ตอ่ การ ลงทุนเพราะไมต่ อ้ งกงั วลตอ่ โรคสะสมจนเกิดความเสียหายแกพ่ ืช เพาะลูกน้า เตรียมภาชนะบรรจุน้าสะอาดใส่ เปลือกขนุนสุกติดซงั ใบขนุนสดแก่ ใบหูกวางสดแก่ ใบ โพธ์ิสดแก่ (ใบไมส้ ดแกท่ ่ีมียางทุกชนิด) ป๋ ุยดอกสดใหม่ ใสล่ งไป อตั ราสว่ นน้า 10 สว่ น วสั ดุ 1-5 สว่ น ปลอ่ ยท้ิงไวใ้ หเ้ น่า ย่ิงเน่ามากย่ิงทาใหเ้ กิดลูกน้ามาก เก็บภาชนะใสน่ ้าไวใ้ นร่ม มืด เย็น ลมสงบ หรือแหลง่ ท่ียุงซุกชุม ภายใน 2-5 วนั จะมีลูกน้าเกิดทง้ั ยุงกินเลือด และยุงราคาญ กลับสารบญั

20 ฝงั ซากสตั วโ์ คนตน้ การบารุงไมผ้ ลยืนตนั แบบใหม้ ีอาหารกินตลอด 24 ชม.ตอ่ เน่ืองตลอดทง้ั ปี ยอ่ มดีกวา่ การรบั สารอาหารจากป๋ ุยท่ีใหเ้ ดือนละ 1 หรือ 2 ครงั้ อยา่ งแน่นอน แนวทางปฏิบตั ิก็คือ ฝงั ชากสตั วส์ ดโคนตนั บริเวณชายพุม่ ดว้ ยการขุดหลุมกวา้ งประมาณ 20 ซม. ลึก 30- 50 ชม.จานวน 5-10 หลุม หรือระยะหา่ งระหวา่ งหลุม 1.5 - 2 เมตร ใสซ่ ากสตั วส์ ด เชน่ เศษ ปลา หอยเชอรร์ ่ี โครงไก่ เคร่ืองในสตั ว์ เศษอาหารจากครวั เรือนลา้ งเค็มลา้ งเปร้ียวแลว้ ลงไปแลว้ ใสป่ ๋ ุยคอกตาม 5-10 กามือ กลบดินใหแ้ น่นเหมือนเดิม ระวงั สตั วเ์ ล้ียงคุย้ เข่ยี ใชอ้ ินทรีย์ วตั ถุ ประเภทป๋ ุยคอกหมกั ชีวภาพหวานคลุมพ้ืนท่ี 50 เปอรเ์ ซ็นตข์ องพ้ืนท่ีโคนตน้ ทบั ดว้ ยเศษพืชแหง้ หนา ๆ ใหน้ ้าป๋ ุยน้าชีวภาพ ทุก 15 วนั ชากสตั วจ์ ะถูกจุลินทรียย์ อ่ ยสลายจนกลายเป็นสารอาหารสาหรบั พืช (ฮิวมิค แอชิด) ให้ ออกมาตลอดเวลาตราบเทา่ ท่ียงั มีซากสตั วอ์ ยู่ นอกจากน้ีป๋ ุยซากสตั วส์ ดยงั ไมท่ าใหต้ น้ เฝือใบ แต่ จะเขียวเขม้ ใหญห่ นา้ เป็นใบคุณภาพดี สลายฤทธ์ิปูนในถงั ซีเมนต์ ถงั ปูนซีเมนตใ์ หมม่ ีสภาพเป็นดา่ งหรือเค็มจดั สงั เกตไดห้ ลงั จากใสน่ ้าเต็มแลว้ มีฝ้าข้ึนบนผิว น้า แกไ้ ขดว้ ยการใสใ่ บข้เี หล็กสด ใบยูคาลิปตสั สด หยวกกลว้ ยสบั ใหญ่ ใบพืชตระกูลสม้ ปลอ่ ยให้ เน่าแลว้ เปล่ียนน้า ใสใ่ บไมใ้ หม่ ทา 3-4 รอบจนกวา่ น้าจะไมม่ ีฝ้า เหย่ือดกั ปลาไหล/ปูนา/ปูแสม ใหข้ ุดบอ่ ท่ีชายน้า คาดวา่ เป็นแหลง่ ท่ีปลาไหล/ปูนา/ปูแสม ซุกชุมฝงั ป๊ีบหรือไหลงไปในบอ่ ปรบั ดินปากบอ่ ปร่ิมน้า ใชโ้ คลนทาใหเ้ ป็นเมือกล่ืน ใสข่ า้ วสุกคลุกน้าพริกกะปิเผ็ดจดั ป้ันเป็นกอ้ นไว้ ท่ีกนั้ ป๊ีบหรือไห เม่ือปลาไหล ปูนา ปูแสม ไดก้ ล่ินกะปิจะลงไปกิน กินแลว้ เกิดอาการเผ็ดรอ้ น ปาก รอ้ งเสียงดงั จิบจบั๊ ๆ เม่ือปลาไหล / ปูนา / ปูแสม ไดย้ ินจะเขา้ มาดูพอไดก้ ล่ินกะปิก็ตามลงไปกินใน บอ่ ดกั นน้ั อีกจนเต็มบอ่ ดกั กลับสารบญั

21 กบกระชงั ในร่องสวน การเล้ียงกบแบบทาบอ่ คอนกรีตมีตน้ ทุนคาสรา้ งบอ่ สูงมาก บอ่ ขนาดเสน้ ผา่ ศูนย์ กลาง 3.5 เมตร ลึก 1.20 เมตร ราคาประมาณ 3,500บาท เม่ือเลิกเล้ียงกบ(ถูกกบดีด) แลว้ บอ่ คอนกรีตนัน้ ไมส่ ามารถนาไปใชง้ านอยา่ งอ่ืนๆ ไดเ้ ลย ตอ้ งทนมองดูดว้ ยความเจ็บซา้ ปัญหาบอ่ เล้ียงกบทาไดห้ ลายวิธี เชน่ วิธีท่ี 1 ดดั แปลงพ้ืนท่ีสวนไมผ้ ลแบบยกร่องในร่องมีน้าหลอ่ ขนาดสนั ร่องและขนาดร่องน้าถือ ตามมาตรฐานทว่ั ๆ ไปทากระชงั ส่ีเหล่ียมผืนผา้ วางกระชงั ยาวตมแนวน้าในร่อง ความยาวกระชงั ตามความเหมาะสมความกวา้ งแคบกวา่ ร่องน้าเล็กนอ้ ยหรือเทา่ ร่องน้า กนั กระชงั ปิดมิดชิดมน่ั คง แข็งแรงจมน้าลึก 30-50 ชม. กระชงั สว่ นอยูเ่ หนือน้าสูงกวา่ ผิวน้า 80-100 ชม. ปิดหลงั คามิดชิด แข็งแรงมีทางมะพรา้ วและเหนือข้ึนไปมีก่ิงไมใ้ บไมช้ ว่ ยบงั แสงแดดป้องกนั ความรอ้ นในกระชงั มีทุน่ ลอยน้าคิดเป็นพ้ืนท่ี 3 ใน 4 ของพ้ืนท่ีผิวน้าในกระชงั มีพีชลอย(ผกั ปอด) และมีกระบะอาหารบน ทุน่ พ้ืนท่ีกระชงั ขนาด 3-5 ลบ.เมตร จุกบได้ 250- 500 ตวั วิธีท่ี 2 สวนยกร่องในร่องมีน้าหลอ่ เหมือนกนั ทากระชงั ส่ีเหล่ียมผืนผา้ เตรียมวางกระชงั ขวางสนั ร่องและร่องน้ากระชงั กวา้ ง 2-3 เมตร ยาว 5-6 เมตร คร่ึงหน่ึงของความยาวกระชงั อยูใ่ นน้าและ อีกคร่ึงหน่ึงอยูบ่ นบกสว่ นอยูใ่ นน้าใหก้ นั กระชงั จมน้า 30-50 ซม. กนั กระชงั ปิดมิดชิดมน่ั คง แข็งแรงเก็บชายกระชงั ท่ีรอยตอ่ ระหวา่ งน้ากบั ดินใหม้ ิดชิดป้องกนั กบมุดออกในน้าไมต่ อ้ งมีทุนลอย หรือพืชลอยน้า (ผกั ปอด)บา้ งสว่ นอยูบ่ นบกเก็บชายตาขา่ ยใหม้ ิดชิดมน่ั คงแข็งแรงป้องกนั กบมุด ออกเชน่ กนั มีพืชใบหนาพุม่ เต้ีย 2-3-4 กอเพ่ือใหก้ บหลบอาศยั กระบะอาหารอยูบ่ นบก หลงั คา กระชงั ทงั้ สว่ นในน้าและบนบกปิดมิดตลอด มีทางมะพรา้ วบงั แดด เหนือข้ึนไปมีใบไมข้ องตน้ ไมผ้ ล ชว่ ยอีกชน้ั หน่ึง วิธีท่ี 3 ในสวนพ้ืนราบหรือพ้ืนท่ีวา่ ง ใหข้ ุดบอ่ น้าเล็ก ๆ ขนาดกวา้ ง 1.5-2 เมตร ยาว 2-3 เมตร ลาดเอียงโดยใหส้ ว่ นลาดต่าลึก 50-80 ชม.จากนนั้ ทาดอกตาขา่ ยไนลอ่ นส่ีเหล่ียมผืนผา้ ขนาด กวา้ ง 2.5-3 เมตร(กวา้ งกวา่ บอ่ ) ยาว 4-5 เมตร (ยาวกวา่ บอ่ ) ครอบบอ่ เล็ก เก็บชายตาขา่ ยให้ มิดชิดมน่ั คงแข็งแรงป้องกนั คบมุดออก ดา้ นบนปิดมิด มีทางมะพรา้ วบงั แดด เหนือข้ึนไปใบของ ตน้ ไมผ้ ลชว่ ยอีกชน้ั หน่ึง ภายในคอกตาขา่ ยสว่ นพ้ืนดินมีพืชใบพุม่ เต้ีย 2-3-4 กอ เพ่ือใหก้ บหลบ อาศยั สว่ นพ้ืนน้ามีพีชลอยน้า (ผกั ปอด) เพ่ือใหค้ บหลบอาศยั ดว้ ย คอกตาขา่ ยไนลอ่ นขนาดน้ี สามารถจุกบได้ 250-500 ตวั กลับสารบญั

22 หมายเหตุ - กบเป็นสตั วค์ ร่ึงบกคร่ึงน้าเม่ือตวั แหง้ จะลงน้าและเม่ือตวั เย็นดีแลว้ ก็จะข้ึนบก สลบั กนั อยา่ งน้ี เพราะฉะนัน้ จึงจาเป็นตอ้ งมิแหลง่ ใหค้ บหลบอาศยั ไดท้ ง้ั ในน้าและบนบก - ถา้ ตอ้ งการใหก้ บมีผิวสีขาวใหใ้ ชห้ นงั เทียมสีขาวปูพ้ืนสว่ นท่ีกบอยู่ กบจะปรบั สีผิว ตวั เองใหก้ ลมกลืนกบั ธรรมชาติกบเป็นสตั วต์ กใจงา่ ยดา้ นขา้ งของกระชงั หรือดอกตอ้ งมีเคร่ืองบงั สายตาไมใ่ หก้ บเห็นความเคล่ือนไหวใดๆ ภายนอก - การเล้ียงกบในกระชงั หรือคอกตาขา่ ยไนลอ่ นประหยดั ตน้ ทุนคา่ กอ่ สรา้ งอยา่ งมาก เม่ือเลิกเล้ียงก็ร้ือถอนไดท้ ุกเวลาแลว้ ไดพ้ ้ืนท่ีทากิจกรรมอ่ืนแทนตอ่ ไป - ถา้ น้าใชเ้ ล้ียงกบทง้ั ในบอ่ เล็กและในร่องสวนสกปรกมีเช้ือโรคจะมีฟองและมีกล่ินเหม็น ใหใ้ สป่ ๋ ุยน้าชีวภาพหรือจุลินทรียล์ งไปชว่ ยกาจดั เช้ือโรคได้ - น้าเล้ียงกบในบอ่ เล็กมีสีดาเพราะอยูน่ านถา้ ไมม่ ีฟองและไมม่ ีกล่ินถือวา่ ใชไ้ ดเ้ พราะไม่ มีเช้ือโรคแตผ่ ิวกบจะเป็นสีดาคลา้ ตามสีน้า แกไ้ ขดว้ ยการเปล่ียนถา่ ยน้าบอ่ ย ๆ ควบคูก่ บั ใชห้ นัง เทียมสีขาวปูพ้ืนใหก้ บอยูเ่ พ่ือใหก้ บปรบั เปล่ียนสีผิวตามสภาพแวดลอ้ ม ฮอรโ์ มนไซโตดินนินจากแมลง (ทาเอง) สูตร 1 ใชเ้ คร่ืองดกั จบั แมลงกลางคืนมีหลอดไฟฟา้ สีมว่ งมีถุงตาขา่ ยในลอ่ น มีพดั ลมดูดแมลงท่ีบิน มาในรศั มี 1-2 เมตร เขา้ ถุงไดแ้ มลงมาแลว้ นาไปผสมกบั ป๋ ุยอินทรียช์ ีวภาพ สดั สว่ นแมลง 1 สว่ น ตอ่ ป๋ ุยอินทรีย์ 100 สว่ น จุลินทรียใ์ นป๋ ุยหมกั ชีวภาพจะชว่ ยยอ่ ยสารฮอรโ์ มนไซโตรดินนินในตวั แมลงใหอ้ อกมาเป็นสว่ นผสมของป๋ ุยอินทรีย์ นาไปใสโ่ คนตนั หรือผสมดินปลูก สูตร 2 นาเศษซากแมลงหวา่ นโดยตรงลงบนพ้ืนท่ีๆ มีป๋ ุยคอกป๋ ุยอินทรียอ์ ยูก่ อ่ นแลว้ หวา่ นแลว้ พรวนดินใหแ้ มลงลงไปคลุกกบั ป๋ ุยอินทรียป์ ๋ ุยคอก จากน้นั รดดว้ ยน้า + ป๋ ุยน้าชีวภาพเป็นประจา จุลินทรียใ์ นป๋ ุยน้าชีวภาพ จะชว่ ยยอ่ ยสลายแมลงปลดปลอ่ ยสารฮอรโ์ มนไซโตดินนินออกมาเอง กลบั สารบญั

23 ป๋ ุยเปลือกผลไม้ สูตรไมด้ อก เปลือกผลไมส้ ุกรสหวานสนิท เชน่ ทุเรียน กลว้ ย มะละกอ นอ้ ยหน่า ละมุด ฝร่งั มีธาตุ อาหาร ฟอสฟอรสั และโปรแตสเซียมสูง ใชเ้ ศษซากเปลือกผลไมร้ สหวานตากแหง้ แลว้ สบั เล็ก ใสผ่ สมกบั ดินสาหรบั ปลูกไมด้ อกในกระถาง สดั สว่ นดินผสมอินทรียวตั ถุทว่ั ๆ ไป 3 สว่ น เปลือก ผลไมร้ สหวาน 1 สว่ น รดดว้ ย \"น้า+ป๋ ุยน้าชีวภาพ\"ประจา เสริมดว้ ย \"ฮอรโ์ มนไข\"่ หรือ ฮอรโ์ มน เร่งดอก เป็นครงั้ คราว แมไ้ มใ่ สป่ ๋ ุยเคมีตน้ ไมด้ อกในกระถางก็ออกดอกดกงามสะพร่ังได้ สูตรไมใ้ บสี ใชใ้ บแหง้ ของพืชรสเปร้ียวจดั เชน่ ใบมะขาม ใบสม้ ใบสม้ ป่อย มะกอกป่า มะปรางเปร้ียว มะยง หา่ ง มะดนั ฯลฯ ผสมกบั ดินปลูกผสมเรียบรอ้ ยแลว้ อตั ราสว่ น 1:1 สาหรบั ไมป้ ระดบั ใบสีใน กระถาง เชน่ บอนสี โกสน โพธ์ิบลั ลงั ก์ จะชว่ ยใหส้ ีท่ีใบเขม้ จดั ข้ึน อาหารทางดว่ นตน้ พืช ใช้ น้าตาลทรายขาว/หรายแดง/กรายกรวด หรือ น้าตาลป๊ีบฟอกขาว / ไมฟ่ อกขาว หรือ เคร่ืองด่ืมชูกาลงั (ลิโพ กระทิงแดง ฯลฯ) หรือกลูโคสผล หรือ กลูโคสน้า หรือสารประเภทมีความ หวานอ่ืน ๆ อยา่ งใดอยา่ งหน่ึง ผสมน้าสดั สว่ นสารประเภทมีความหวาน 1 สว่ นตอ่ น้า 200- 500 สว่ น ฉีดพน่ ทางใบใหโ้ ชกทง้ั ใตใ้ บบนใบ ชว่ งเวลา 08.00-11.00 น. 2-3 รอบหา่ งกนั รอบละ 2-3 วนั ชว่ ยแกป้ ญั หาตน้ โทรมใบเหลืองเน่ืองจากฤทธ์ิฆา่ หญา้ หรือตนั โทรมเน่ืองจากสภาพ อากาศวิปริตกะทนั หนั เชน่ น้าทว่ มแชร่ ากจนรากทางานไมไ่ ด้ หรือชว่ งอากาศหนาวจดั ระบบราก ไมท่ างาน หรือระบบรากเน่าจนไมพ่ รอ้ มทางาน กลับสารบญั

24 กลว้ ยน้าวา้ เล้ียงตะพาบ ตะพาบน้าเป็นสตั วก์ ินเน้ือ ใชเ้ น้ือกลวั ยน้าวา้ สุกบดผสมกบั อาหารท่ีตะพาบกินประจา สดั สว่ น กลว้ ยสุก 1 - 2 สว่ นตอ่ อาหารเน้ือ 4 สว่ นจะชว่ ยประหยดั คา่ อาหารเน้ือ ขอแนะนาใหใ้ ส่ \"กลูโคสผง\" และ\"สมุนไพรบดละเอียด\" เล็กนอ้ ยหรือตามความเหมาะสม จะชว่ ยให้ ตะพาบโตเร็ว เน้ือมากน้าหนกั ดี สมบูรณ์ แข็งแรง มีภูมิตา้ นทานโรคสูง ป๋ ุยฟางเน่า ใชฟ้ างแหง้ หรือหญา้ แหง้ หรือใบพืชตระกูลถว่ั แหง้ หมกั น้าในถงั พอทว่ ม ใสป่ ๋ ุยคอกสดหรือป๋ ุย น้าชีวภาพหมกั ดีแลว้ หรือจุลินทรีย์ สดั สว่ นเศษพืชแหง้ 10 สว่ น ป๋ ุยคอก 1-5 สว่ น หมกั ท้ิงไว้ 7-10 วนั จนกระทง่ั เศษพืชแหง้ เป่ื อยยุย่ นาไปคลุมโคนตน้ พืชพุม่ เต้ียอายุสนั้ ฤดูกาลเดียว นอก จากจะไดส้ ารอาหารจากเศษฟางหญา้ เน่าแลว้ ยงั ไดธ้ าตุซิลิกา้ (จากฟางหญา้ ) ธาตุไนโตรเจน (ใบพืช ตระกูลถว่ั ) หรือธาตุอาหารในเศษพืชแทงั้ ท่ีนามาหมกั ใหเ้ ป็นประโยชน์ตอ่ พืชประฐานอีกดว้ ย หมายเหตุ - ราตุซิลิกา้ มีประสิทธิภาพทาใหผ้ นงั เซลลข์ องพืชเหนียวและแข็งแรงตา้ นทานตอ่ การภคั กินของ แมลงปากกดั /ดูดไดท้ ุกชนิด - เศษฟางเน่าชว่ ยสรา้ งความช้ืนหนา้ ดินและประหยดั เงินไดเ้ หนือกวา่ หินภูเขาไฟ กลับสารบญั

25 ทาฤดูฝนหลอกกบ ทาหลงั คาคอกกบ และปรบั สภาพแวดลอ้ มใกลเ้ คียงเป็นสงั กะสีทง้ั หมด จดั การน้าและส่ิง อานวยความสะดวกสาหรบั การผสมพนั ธุใ์ นคอกใหส้ มบูรณแ์ บบ หลงั จากนากบตวั ผู้ (พอ่ พนั ธุ)์ และ กบตวั เมีย (แมพ่ นั ธุ)์ ใหอ้ ยูใ่ นคอกเดียวกนั แลว้ ใชน้ ้าฉีดข้ึนฟา้ เป็นเม็ดโตเทา่ เม็ดฝนแลว้ ใหต้ กลงมา กระทบสงั กะสีใหเ้ กิดเสียงเหมือนฝนตก ถา้ ทาชว่ งกลางวนั ควรเลือกชว่ งฟา้ คร้ึมเหมือนฝนจะตก จริงๆ สว่ นชว่ งกลางคืนใหเ้ ลือกทาชว่ งหวั ค่า ดึก หรือกอ่ นสวา่ งก็ได้ ทา 2-3-4 วนั ติดตอ่ กนั นาท่ี ฉีดออกไปแลว้ ตอ้ งใหไ้ หลเหมือนน้าฝนตกจริงๆ และใหก้ บเห็นดว้ ย พอ่ กบแมก่ บเม่ือมีความพรอ้ มก็ จะผสมพนั ธุก์ นั ปลวกเล้ ียงปลา/ไก ่ ขุดดินปลวกมีตวั ปลวกอยูข่ า้ งใน ทุบดินปลวกแลว้ เรียกใหไ้ กม่ ากินหรือวางไวเ้ ฉย ๆ สญั ชาติ ญาณไก่ ซ่ึงรูไ้ ดด้ ว้ ยตวั เองก็จะจิกดินปลวกใหเ้ เตกเพ่ือใหต้ วั ปลวกออกมา หรือโยนดินปลวกลงไปกลาง บอ่ เม่ือดินปลวกละลายตวั ปลวกออกมาลอยข้ึนเหนือน้าเป็นอาหารปลา ปลวกเป็นอาหาร โปรตีนและมีแร่ธาตุอาหารชนิดอ่ืน ๆ อยา่ งดีหลายชนิดสาหรบั สตั วเ์ ล้ียง กลบั สารบญั

26 เปล่ียนกล่ินสมุนไพรไลแ่ มลง ใครเคยตง้ั ขอสงั เกตุบา้ งหรือไมว่ า่ ประสาทดมกล่ินของสุนัขดีกวา่ คน 100,000 เทา่ หรือ ผ้ึงรูไ้ ดอ้ ยา่ งไรวา่ ขา้ งหนา้ 2-3 กม. มีน้าหวานใหเ้ ก็บกิน คาตอบก็คือ สตั วม์ ีสญั ชาติญาณหรือ ประสาทสมั ผสั ท่ีหกสูงมากหรือสูงกวา่ คนน่นั เอง จากหลกั การทางธรรมชาติดงั กลา่ ว แมลงใดเคยดูดกินพืชชนิดใดก็มกั จาหรือรูว้ า่ กล่ินน้ัน สามารถกินได้ แมแ้ ตก่ ล่ินสารเคมีท่ีใชเ้ ป็นประจาก็สรา้ งความเคยชินหรือแมลงรูเ้ ทา่ ทนั จึงไมก่ ลวั ดงั น้นั ถา้ ใชส้ ารสกดั สมุนไพรประเภทมีกล่ินทาใหก้ ล่ินแทจ้ ริงของพืชชนิดน้ัน ๆ ผิดเพ้ียนไปจาก เดิม แมลงซ่ึงไมค่ ุน้ เคยตอ่ กล่ินแปลกใหมก่ ็จะไมเ่ ขา้ กดั กิน แนวทางน้ีถา้ มีการเปล่ียนชนิดของ สมุนไพรทุกครง้ั ท่ีฉีดพน่ หรือไมใ่ ชส้ มุนไพรตวั เดิมซา้ หลายๆ รอบจะไดผ้ ลในการป้องกนั หรือขบั ไล่ สูงข้ึน ทงั้ น้ีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือไมใ่ หเ้ กิดกล่ินเดิมซา้ ซากน่นั เอง สมุนไพรไลย่ ุง ใชต้ ะไครห้ อมย่ิงแกย่ ่ิงดี (เก็บตอน ตี 3 มีกล่ินแรงท่ีสุด) ห่นั เป็นแวน่ บาง ๆ สดหรือตาก แหง้ ผสมคลุกกบั การบูรสดั สว่ น 2-3 : 1 ใสใ่ นภาชนะมีฝาปิด วางไวใ้ นหอ้ งมียุงชุมหมน่ั เปิดฝา เพ่ือใหก้ ล่ินออก กล่ินตะไคร+้ การบูรจะชว่ ยขบั ไลไ่ มใ่ หย้ ุงเขา้ ใกล้ เก็บในร่ม อุณหภูมิ ทอ้ ง อยู่ ไดน้ านหลายวนั แลว้ แตค่ วามแกจ่ ดั ของตะไคร้ หมายเหตุ สูตรเดียวกนั น้ีใสถ่ ุงใยสงั เคราะหห์ รือถุงพลาสติกเจาะรู ผูกปากถุงนาไปแขวนไวใ้ นทรงพุม่ ไมผ้ ลหรือในแปลงเกษตรท่ีมีร่มเงาชว่ ยบงั แดดให้ กล่ินตะไครท้ อม + การบูรจะชว่ ยขบั ไล่ แมลง แมผ่ ีเส้ือไมใ่ หเ้ ขา้ วางไขไ่ ดเ้ หมือนกนั กลบั สารบญั

จดั ทำโดย นำยอดุ มศกั ดิ์ ชยู ม้ิ ครู กศน.ตำบลบ้ำนหลมุ วนั ที่ 1 กุมภำพนั ธ์ 2563 กลับเขา้ สู่ หน้าปก คานา สารบญั

กศน.ตาบลบา้ นหลมุ ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อาเภอเมอื งสโุ ขทยั สานกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จงั หวดั สโุ ขทยั 088 281 0288 กศน.ตาบลบา้ นหลุม 131 หมูท่ ี่ 1 ตาบลบ้านหลมุ อาเภอเมอื งสโุ ขทยั จงั หวัดสโุ ขทยั


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook