(ตอ่ )
การดูแลเสื้อผ้า หมายถึง การทาความสะอาดและเก็บรักษาเส้ือผ้า โดยวิธีขจัด รอยเป้ือน ซัก ตาก รีด เก็บ พับหรือแขวนในถุงเก็บเส้ือหรือในตู้เสื้อผ้าสาเร็จรูปที่วาง จาหนา่ ยทัว่ ไปในปจั จบุ นั ความสาคญั ของการดูแลเส้อื ผา้ อย่างถูกวิธีและประณตี มดี ังนี้ 1. ทาให้เส้ือผา้ สะอาด ไมม่ คี ราบสกปรกหรอื มกี ลน่ิ เหม็นจากเหงอ่ื ไคล 2. ปอ้ งกนั ไม่ให้เกิดโรคผวิ หนงั อันเนอ่ื งมาจากเสือ้ ผา้ สกปรก เช่น หิด กลาก เกล้อื น ผดผน่ื คนั เป็นต้น 3. ชว่ ยถนอมเนือ้ ผ้าให้ทนทาน ไมเ่ สอื่ มสภาพ และมอี ายุการใชง้ านยาวนาน 4. สง่ เสริมบุคลิกภาพของผสู้ วมใสใ่ ห้ดูดี สงา่ งาม เปน็ ที่ช่ืนชอบของผพู้ บเหน็ 5. ผู้สวมใสเ่ กดิ ความมน่ั ใจและภาคภูมิใจ 6. ปลกู ฝังลักษณะนิสัยรกั ความสะอาด มรี ะเบยี บวนิ ยั ประณีตสวยงาม
การดูแลเส้ือผ้าจาเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือในการ ดแู ลเสื้อผา้ เพือ่ ใหเ้ ลือกใชไ้ ดเ้ หมาะสมกบั ลักษณะงาน ดังนี้ ใชท้ าให้ผ้าขาวสะอาดโดยสามารถใช้กับการ ซักมือหรือซักด้วยเครื่องซักผ้า มีท้ังชนิดผงและน้า ก่อนใช้งานควรศึกษาวิธีใช้บนฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ แลว้ ปฏิบัตติ ามเพอื่ ใหผ้ ้าสะอาดและไมเ่ สยี สภาพ สารซกั ฟอก
สารฟอกขาว (สารฟอกแบบคลอรีน สารฟอกขาวไฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซด์) ใช้ขจัดรอยเปอื้ น ทาใหผ้ ้าขาวสะอาด มหี ลายชนิด ดงั น้ี 1. สารฟอกขาวคลอรนี หรอื โซเดียมไฮเปอร์คลอไรด์ ใช้กบั ผา้ ฝ้าย ผ้าลนิ ิน ไม่ควรใชก้ ับผ้าไหมและผ้าขนสตั ว์ 2. สารฟอกขาวไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ใช้กับผ้าได้ ทกุ ชนดิ ทาใหผ้ า้ ขาวได้นานและไมเ่ กิดสหี มน่ ภายหลงั
มีส่วนผสมของน้ามันช่วยเคลือบผืน ผ้า ลดความกระด้างของผ้า และช่วยลดการดูด ซึมของน้า ควรใช้หลังการซักโดยผสมกับน้า ตามอัตราส่วนท่รี ะบไุ ว้บนบรรจภุ ัณฑ์แล้วนาผ้า ลงแชป่ ระมาณ 10–15 นาที จึงบิดผ้าตาก น้ายาปรับผ้านุ่ม
ใช้ตกแต่งผ้าสีขาวให้ขาวสดใส โดยนา ครามละลายกับน้า แล้วนาผ้าท่ีซักสะอาดไปแช่ท้ิง ไว้ 5–10 นาที หลังจากนน้ั จึงบดิ และนาไปตาก คราม
แปง้ ลงผ้า ใช้ตกแต่งให้ผา้ คงรูป มี 2 ชนิด ดังน้ี 1. แป้งลงผ้า ใช้ได้กับผ้าสีผ้าขาว และ นิยมใช้กับผ้าฝ้ายและผ้าไหม โดยนาแป้งมัน สาปะหลังต้มกับน้า พอน้าแป้งสุกข้นใส กรองด้วย ผ้าขาวบาง ผสมกับน้าคนให้ทั่ว นาผ้าลงแช่ บิด แลว้ ตากใหแ้ ห้ง 2. เจลลี ใช้ได้กับผ้าทุกชนิด โดยนาไป ต้มผสมกับน้าและกรอง จากน้ันผสมกับน้า คนให้ ทวั่ นาผา้ ลงแช่ บดิ แลว้ ตากให้แห้ง
ใชใ้ ส่น้าเพ่ือซักเสอ้ื ผา้ กะละมัง ใช้ขัดถูเสื้อผ้าบริเวณท่ีมีคราบ หรือรอยเป้ือนท่ีซักออก ได้ยาก เช่น ปก เสื้อ ชายเสื้อ และใช้ซักรองเทา้ ผา้ ใบ แปรงซกั ผา้
ใช้ใส่เส้ือผ้าท่ีเตรียมจะซัก หรือเส้อื ผ้าท่ีซักแล้วเตรยี มจะตาก เคร่อื งซักผ้า ตะกร้าใส่ผา้ ใช้ซักเส้ือผ้า โดยมีท้ังชนิดก่ึงอัตโนมัติถัง คู่และแบบอตั โนมตั ถิ ังเด่ยี ว การใช้งานเคร่ืองซักผ้า แต่ละรุ่นนั้นต้องศึกษาจากคู่มือการใช้งานท่ีแนบ มากับตัวเคร่ืองเพ่ือให้ใช้งานได้ถูกต้องและเกิด ประสทิ ธิภาพสงู สุด
ใช้รีดผ้าให้เรียบ มีทั้งชนิดเตารีดแห้ง เตารีดไอน้า และเตารีดแบบทับ ซึ่งการใช้งาน เตารีดแต่ละชนิดต้องศึกษาวิธีใช้จากคู่มือที่แนบ มากับเตารีดให้เข้าใจและปฏิบัติตาม โดยมีข้อ เตารีด ควรคานึงท่ีสาคัญ คือ ปรับระดับอุณหภูมิของ เตารีดให้เหมาะสมกบั ชนดิ ของผ้าทจี่ ะรดี ใช้ใส่น้ายารีดผ้าเรียบแล้วปรับหัวฉีดพ่น จากน้ันกดคันโยกพ่นน้ายารีดผ้าเรียบลงบนผ้าที่จะ รีดให้ทว่ั แตไ่ มเ่ ปยี ก ขวดใส่นา้ ยารดี ผ้าเรยี บ
ที่รองรีด ใช้รองรีดเสื้อผ้าทุกชนิด มีลักษณะ เหมือนโต๊ะพับได้มีหลายขนาด ปรับได้หลาย ระดับทั้งแบบนั่งพื้น แบบนั่งเก้าอ้ี และแบบยืน ส่วนบนทาด้วยฟองน้าเน้ือแน่น หุ้มด้วยผ้า ส่วน ขาเป็นเหลก็ พน่ สี ใ ช้ ร อ ง รี ด เ ส้ื อ ผ้ า ใ น ส่ ว น ที่ เข้าถึงยาก เช่น ปกเส้ือ แขนเสื้อ จีบ เกล็ด เป็นต้น ที่รองรดี แขนเสื้อและไหลเ่ ส้ือ
ไม้แขวนผา้ ใช้แขวนผ้าเพ่ือตากให้แห้งหรือ ที่หนีบผ้า แขวนผ้าที่รีดเสร็จแล้วไม่ให้เสียรูปทรง และไม่ยับ มีทงั้ ชนดิ ที่ทาจากพลาสติก ทา จากลวดหุ้มพลาสตกิ และทาจากไม้ ใช้หนีบเสื้อผ้าบนราวตากผ้า เพื่อ ไม่ให้เสื้อผ้าปลิวเมื่อลมพัด และใช้หนีบ เส้ือผ้าตดิ กบั ไมแ้ ขวนผ้า
หลกั การดูแลเสือ้ ผา้ ให้ทนทานใช้งานไดน้ าน มดี ังนี้ 1. ขณะสวมใส่เส้ือผ้าต้องระมัดระวังไม่ให้เปรอะเปื้อนและถูกของแหลมคมเก่ียว ขาด 2. ไม่ควรใส่ของหนักหรือของมีคมในกระเป๋าเส้ือ กระเป๋ากระโปรง กระเป๋า กางเกง เพราะจะทาให้กระเปา๋ ขาดได้ 3. เส้ือผ้าเม่ือถอดแล้วจะสวมใส่อีก เช่น เสื้อกันหนาว เสื้อสูท ไม่ควรแขวนไว้ที่ ตะปเู พราะจะเสยี รูปทรง ควรแขวนดว้ ยไม้แขวนผ้าและเกบ็ ไวใ้ นท่อี ากาศถา่ ยเทไดด้ ี 4. สารวจสัญลักษณ์บนปา้ ยผา้ ท่ตี ดิ มากับเสื้อผ้า และดูแลรักษาใหถ้ ูกวิธี 5. สารวจชนิดของผ้าเพื่อให้เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือในการดูแลรักษาได้ เหมาะสม
หลกั การดแู ลเสอ้ื ผา้ ใหท้ นทานใช้งานไดน้ าน (ตอ่ ) 6. หยบิ สง่ิ ของออกจากกระเป๋าเสอ้ื กระเป๋ากางเกง กระเป๋ากระโปรงก่อนขจดั รอยเปื้อนและซกั 7. ขจัดรอยเปือ้ นทันทีท่ีพบจะชว่ ยประหยัดแรงงานและเวลาในการซกั เสอื้ ผา้ 8. ซอ่ มแซมเสือ้ ผ้าทชี่ ารดุ กอ่ นซกั ทาความสะอาด 9. แยกผ้าสี ผ้าขาว และผ้าสตี กไวเ้ พ่ือความสะดวกในการซกั และปอ้ งกนั เสื้อผา้ สหี มน่ หรอื สีตกใสก่ ัน 10. ศึกษาวธิ ีใช้งานวสั ดุ อปุ กรณ์ และเครือ่ งมือในการดแู ลเสอ้ื ผ้าใหเ้ ขา้ ใจจาก การอ่านฉลากหรอื ข้อความบนบรรจภุ ัณฑ์และคมู่ อื แนะนาการใช้งานแลว้ ปฏิบัติตาม อยา่ งเครง่ ครดั 11. จัดเกบ็ เสื้อผ้าอย่างถกู วิธโี ดยไมใ่ หย้ บั หรือเสยี รปู ทรง หยิบใช้สะดวก ปราศจากฝุ่นและแมลง
1.4.1 การซกั ผ้า การซัก คอื การทาให้ส่ิงสกปรก เช่น เหงื่อไคล ฝุ่นละอองหลดุ ออกจากเสื้อผา้ 1. การซักผ้าด้วยมือ เป็นการซักผ้าที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิม เป็นวิธีซักผ้าที่ต้องออก แรงขยี้หรือแปรงผ้าท่ีซัก เหมาะสาหรับผ้าท่ีต้องการดูแลเป็นพิเศษหรือผ้าที่สกปรกมาก การซักผา้ ด้วยมือใช้เคร่อื งมอื อปุ กรณ์ ดังนี้ (1) ถังหรอื อ่างสาหรับแช่และซักผา้ อยา่ งน้อย 2 ใบ (2) แปรงซักผ้า ใช้แปรงผา้ ในสว่ นทสี่ กปรกมาก เชน่ ปกเส้ือ ขอบแขน เป็นตน้ (3) กระดานแปรงผา้ ให้ใชค้ กู่ ับแปรงสาหรับรองผา้ ขณะแปรงผา้ (4) สารซกั ฟอก ไดแ้ ก่ ผงซักฟอก สบู่ และสารฟอกขาวใช้ในกรณีซักผา้ ขาวหรือ ผา้ สกปรกที่ตอ้ งการฟอกเฉพาะส่วน
(5) สารแต่งผ้า ไดแ้ ก่ – คราม ใช้สาหรับแต่งสีผา้ ขาวให้สดใส ทาไดโ้ ดยนาครามละลายกับ น้า และนาผา้ ทซ่ี กั สะอาดแล้วไปแชแ่ ละขยาในน้าครามใหท้ ัว่ บิดและนาไปตาก – แปง้ ลงผ้า ใช้สาหรับทาใหผ้ า้ มีความคงรปู ใชไ้ ด้ท้งั ผ้าสแี ละผ้าขาว โดยท่ัวไปแล้วจะใช้กับผ้าฝา้ ย ผ้าไหม – เจลลลี งผา้ ใช้สาหรบั ทาใหผ้ า้ คงรปู มลี ักษณะเป็นแผน่ บางเปน็ เสน้ วธิ ีการใหน้ าไปต้มผสมกบั น้าและกรองเช่นเดียวกบั แปง้ ลงผ้า
2. การซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้า การซักผ้าวิธีน้ีในปัจจุบันนิยมมาก เพราะช่วย ประหยัดเวลาและพลังงาน มีหลายรูปแบบ เหมาะสาหรับผ้าท่ีไม่ต้องพิถีพิถันในการซัก หรือผ้าที่ไม่สกปรกมาก แต่ถ้าต้องการซักผ้าที่สกปรกมากให้สะอาด ก่อนการใช้เคร่ืองซัก ผ้าควรแปรงหรือขย้ผี า้ ด้วยมอื หรอื ทาด้วยน้ายาขจดั รอยเปื้อนเฉพาะสว่ นทสี่ กปรกมาก ซกั ผา้ ด้วยเครอื่ ง
วธิ กี ารในการซกั ผ้าด้วยเครอ่ื งซักผา้ ควรปฏบิ ตั ิดังนี้ (1) ก่อนการซักผ้า ให้ตรวจดูกระเป๋าเส้ือ กระเป๋ากางเกง กระเป๋ากระโปรง ทกุ ตัว หากมวี ตั ถุสิง่ ของตกคา้ งอยูใ่ ห้เอาออก (2) กลบั เสอื้ ผา้ ทกุ ตวั โดยเอาด้านในออกก่อนการซักผ้า (3) เพ่ือให้ผ้าสะอาดอย่างทั่วถึงควรทาความสะอาดด้วยมือหรือผสมสาร ซกั ฟอกเฉพาะท่กี ่อนการซกั ด้วยเครือ่ ง เชน่ ปกเสื้อ ขอบปลายแขนเสื้อ เป็นต้น (4) นาผ้าใส่ลงในเคร่ืองซักผ้าตามขนาดและความจุ หรือน้าหนักท่ีบอก รายละเอียดไว้ (5) นาสารซกั ฟอกและสารอน่ื ๆ ใส่ในเคร่อื งซกั ผ้า ตามขอ้ แนะนาของ เครอื่ งซกั ผ้าแต่ละชนิด (6) เพ่ือให้เสื้อผ้าสะอาดยิ่งข้ึน ควรแช่ผ้าทิ้งไว้ประมาณ 15–20 นาที เชน่ เดียวกนั กับการซักดว้ ยมอื (7) ต้งั รายการซกั ผา้ ตามคาแนะนาของเครอ่ื งซักผ้า
1.4.2 การซกั ผา้ ขาว การซักผ้าขาวควรแยกซักออกจากผ้าสี เพราะถา้ ซักรวมกันกับผ้า สีจะทาให้ผ้าขาวสีหมองหรือมีสีด่างดาจากสีของผ้าสีได้ ซ่ึงในการซักควร ปฏิบัติดงั นี้ 1. นาน้าเปล่าผสมกับผงซักฟอกตามอัตราส่วน ใส่กะละมัง แช่ผ้าท้ิงไว้ ประมาณ 15–20 นาที 2. ศกึ ษาคุณสมบตั ขิ องผ้าก่อนทาการซัก 3. สาหรับเส้ือผ้าที่สามารถแปรงได้ ให้แปรงเบา ๆ ในส่วนท่ีสกปรกมาก ให้ทว่ั 4. เม่ือซักสะอาดให้หมดสารซักฟอกแล้ว จึงลงสารแต่งผ้าตามต้องการ และนาไปตากแดดโดยกลบั เอาดา้ นในออก
1.4.3 การซกั ผา้ สี 1. เพอ่ื ปอ้ งกันสตี กและทาใหผ้ า้ มีสสี ดใสข้ึน ให้นาน้าเปล่าผสมเกลือ คนให้เกลอื ละลาย และนาผา้ ลงแชป่ ระมาณ 1 ชว่ั โมง โดยใชน้ ้าประมาณ 4 ลติ ร ตอ่ เกลือ 1 ชอ้ นโต๊ะ 2. นาผ้าไปแช่ในน้าผสมสารซักฟอกตามอัตราส่วนในกะละมัง แช่ท้ิงไว้ประมาณ 15–20 นาที 3. ซักวิธีเดียวกันกับการซักผ้าขาว แต่ไม่ต้องลงคราม ส่วนการตกแต่งผ้าให้แข็ง สามารถทาได้ตามตอ้ งการ 4. การตากผ้าสี ไม่ควรตากแดดจดั เพราะจะทาใหผ้ า้ สีซดี เรว็ 5. แขวนเส้ือผ้าหรือกางเกงที่ต้องการและใช้มือจัดรูปทรงดึงผ้าใหต้ ึงเบา ๆ เพ่ือให้มี รอยยับนอ้ ยที่สดุ ซง่ึ จะทาใหป้ ระหยัดเวลาในการรดี
1.4.3 การซักผา้ สี (ต่อ) 6. เสื้อผ้าท่เี ปน็ ผ้าสี ควรตากในทล่ี มโกรก หรอื แดดราไร ไม่ควรตากแดดจัดเพราะ จะทาใหส้ ีของผา้ ซีดเร็ว 7. การตากเสื้อยืดและถุงน่องไม่ควรตากโดยวิธีแขวน สาหรับเส้ือยืดควรวางพาด บนราวหลายเส้นเพราะจะทาให้เสอื้ ไม่เสียรูปทรง 8. การตากผา้ ขนหนูหรือผ้าเช็ดตัว ควรตากแดดและให้มีลมโกรก โดยวางพาดบน ราวตากผา้ และใช้ท่ีหนบี ผ้าหนีบไวเ้ พือ่ กนั ตกพืน้ 9. รองเท้าผ้าใบสีขาว เพ่ือป้องกันรอยด่างที่จะเกิดบนรองเท้า เมื่อซักเสร็จแล้ว ก่อนตากควรนากระดาษชาระสขี าววางปิดบนรองเทา้
เส้อื ผ้าไหม การซัก ส่วนใหญ่นิยมส่งร้านซักรีด เพราะมีขั้นตอนการซักท่ียุ่งยาก และต้องพิถีพิถัน เป็นพิเศษ แต่หากจะซักเองควรซักด้วยมือ ห้ามใช้เครื่องซักผ้า เพราะแรงเสียดสีของ เคร่อื งซกั ผ้าจะทาใหเ้ สน้ ใยชารดุ การซกั เส้ือผา้ ไหมด้วยมอื มขี ั้นตอน ดงั นี้ 1. ใส่นา้ ลงในกะละมังพอท่วมผา้ ทีจ่ ะซัก นาน้ายาซักแหง้ เทใสน่ ้าในกะละมัง ใช้ มอื แกว่งน้าจนน้ายาซกั แห้งแตกฟอง 2. นาผ้าไหมลงแช่ในน้าสักครู่ ใช้มือกดผ้าให้เปียกและจมน้า ใช้มือขยี้เบา ๆ ตรงที่สกปรก เชน่ ปกเส้ือ ปลายแขนเสอ้ื และส่วนอ่นื ๆ
การซัก (ตอ่ ) 3. นาผ้าไหมทีซ่ กั สะอาดแลว้ ข้ึนจากน้า ใชม้ อื บีบเบา ๆ ให้น้าและนา้ ยาซักแห้ง ออกจนหมด 4. นาผ้าทยี่ กขึ้นจากน้าแล้วไปล้างในน้าสะอาด 2 ครั้ง จากนั้นแช่ผ้าลงในอ่างน้าท่ี ผสมนา้ ยาปรบั ผา้ นุม่ ไว้สกั ครู่ ปริมาณการใช้น้ายาปรับผ้านุ่มให้ดูตามคาแนะนาบนฉลาก ผลติ ภณั ฑ์
เส้อื ผา้ ไหม การตาก 1. ยกผ้าไหมขึน้ จากน้ายาปรับผา้ นุ่ม แล้วบีบเบา ๆ ไลน่ า้ ออก ห้ามบิดผ้า เพราะจะทาใหผ้ ้าเป็นรอยยบั เสียรูปทรง 2. สลดั ผ้าเบา ๆ คล่อี อกใสไ่ ม้แขวนผ้า 3. นาเสื้อผ้าใสไ่ ม้แขวนผ้า ไปแขวนกับราวตากผา้ ในทีร่ ม่ ท่มี ลี มพดั ผ่าน
เสอื้ ผ้าไหม การรดี 1. นาผา้ ไหมท่ซี ักตากแหง้ พอหมาด ๆ มาพรมน้าหรอื ฉีดพน่ นา้ ยารีดผ้าเรยี บให้ ทั่ว มว้ นพบั เก็บไวใ้ นช่องแช่แข็งของตเู้ ย็น นานประมาณ 1–2 ชว่ั โมง เพ่อื ใหน้ ้าหรอื นา้ ยา ทฉ่ี ดี ไว้กระจายเข้าเนอ้ื ผ้าจนท่วั ดี ไม่ควรนาไปรดี หลังพรมนา้ ทนั ที จะทาให้ผา้ ดา่ งและไม่ เรยี บ 2. นาผ้าไหมที่มว้ นเกบ็ ไว้ในตเู้ ย็นมารดี โดยใชผ้ า้ ฝ้ายขนาดเทา่ ผา้ เช็ดหนา้ วาง ทับบนผา้ ไหมแลว้ จึงใช้เตารดี รดี บนผ้าฝ้าย หากไมว่ างผา้ ฝา้ ยทับบนผา้ ไหมก่อน ความ ร้อนจากเตารีดจะทาให้ผ้าไหมสไี ม่สดใส เป็นรอยเหลอื งและเก่าเรว็
เส้ือผา้ ไหม การเกบ็ รักษา 1. หลังจากรดี ผ้าไหมเรียบร้อยแล้ว ควรแขวนไว้กับไม้แขวนผ้า แล้วนาไปแขวนเก็บไว้ ในตเู้ สือ้ ผ้า 2. ถ้าเป็นเสื้อผ้าไหมที่ใช้แล้วและยังไม่สกปรก ควรแขวนกับไม้แขวนผ้าและนาไปผ่ึง ไว้ในที่ร่มท่ีมีอากาศถ่ายเทดี หากเส้ือผ้าไหมสกปรกเล็กน้อย ควรทาความสะอาดเฉพาะจุด นน้ั ทนั ทีใสไ่ ม้แขวนผ้านาไปผ่งึ ใหแ้ หง้ รดี ใหเ้ รยี บกอ่ นนาไปเก็บ เส้ือผา้ ไหม
เสอื้ ผ้าฝา้ ย การซกั เส้ือผา้ ฝ้ายซกั ได้ด้วยมือหรอื เคร่อื งซักผ้า แต่การซกั ด้วยมือจะถนอมเนือ้ ผา้ มากกว่า นอกจากนีก้ ารซักผา้ อย่างถกู วิธจี ะชว่ ยปอ้ งกันราขึ้นเส้ือผา้ ได้ โดยมขี ้ันตอน ดังนี้ 1. แช่ผา้ ฝา้ ยในนา้ เกลอื หรอื นา้ สม้ สายชู 1 คืน แลว้ นาขน้ึ บบี น้าออก 2. ใสส่ ารซกั ฟอก 1 ชอ้ น ตอ่ นา้ 1 กะละมัง ใชม้ ือแกวง่ จนเกดิ ฟอง นาผา้ ลงซักขย้ี เบา ๆยกขน้ึ บีบนา้ ออกเบา ๆ นาไปลา้ งน้าสะอาด 2 ครงั้ 3. แช่ผา้ ฝา้ ยในอ่างนา้ ทผี่ สมน้ายาปรบั ผา้ นุ่มไว้สักครู่ ยกขึน้ บีบนา้ ออก ถา้ เป็นผ้า ฝ้ายสขี าวให้ซักในน้าสบู่หรอื น้ายาฟอกขาว แตต่ อ้ งเป็นน้ายาฟอกขาวชนดิ ออ่ น ลา้ งด้วย น้าสะอาดปนั่ ให้แห้งด้วยเครือ่ งซักผ้าได้
เสอื้ ผ้าฝ้าย การตาก นาเส้อื ผา้ ฝ้ายท่ีซักเสร็จแลว้ ผงึ่ และสะบดั ใหค้ ลี่ออก ใสไ่ ม้แขวนผา้ ตากแดดจดั ได้ แต่ไม่ควรนานเกนิ ไป เพราะจะทาใหเ้ สน้ ใยเส่ือมคุณภาพและผ้าสีซดี ถา้ เป็นผา้ สใี หน้ าไป แขวนในที่ร่มมลี มพัดผ่าน ใช้มอื ดึงผ้าใหต้ ึง อย่าใหม้ ีรอยยบั จะชว่ ยให้รดี งา่ ย การรีด นาผ้าท่ีตากไว้พอหมาด ๆ นาไปรีด ไม่ต้องพรมน้า หรือจะใช้น้ายารีดผ้าเรียบก็ได้ และรดี ด้วยอณุ หภมู สิ ูง ผา้ จึงจะเรียบ
การเกบ็ รักษา ผ้าฝ้ายจะขึ้นราได้ง่ายเม่ืออยู่ในที่อับช้ืน การดูแลรักษาเสื้อผ้าฝ้าย หลังจากซักแล้ว ควรใส่ ไม้แขวนผ้าแขวนไว้ในตู้เส้ือผ้า ซึ่งวางไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทดี แห้งและเย็น ไม่แขวนเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้าให้ แนน่ มาก อีกท้ังกอ่ นเก็บไวใ้ นต้คู วรใหเ้ ส้ือผา้ แห้งสนทิ กอ่ น เส้ือผ้าฝ้าย
เส้อื ผา้ ลินนิ การซัก การซักเส้ือผ้าลินินควรซักด้วยมือ เพราะไม่ทาให้ผ้ายับ รีดง่าย และการซักผ้า ลินินสีขาว ควรซักในน้าอุ่น ผ้าลินินสีให้ซักในน้าเย็น และใช้สารซักฟอกท่ีมีส่วนผสมของ เอนไซมเ์ พอื่ ช่วยขจัดคราบสกปรก การซกั ผา้ ลนิ ินด้วยมอื มขี ัน้ ตอน ดังน้ี 1. นาผา้ ลินินแช่นา้ สกั ครู่ ยกข้ึนบบี เบา ๆ นาผา้ ไปแชใ่ นน้าสารซักฟอกทีเ่ ตรียมไว้ แช่ไว้สักครู่ เพอื่ ใหส้ ารซักฟอกขจัดสงิ่ สกปรก จากนั้นใช้มือขย้ใี ห้สิง่ สกปรกออกให้หมด แล้วเอาขึน้ จากน้าสารซกั ฟอก บบี นา้ ออกเบา ๆ ไม่ควรบิดผา้ แรง ๆ เพราะจะทาให้เกดิ รอยยับ นอกจากน้ี ยงั ใชส้ ารฟอกขาวคลอรีนได้ 2. นาผ้าไปลา้ งในน้าสะอาด 2–3 ครง้ั จนหมดสารซกั ฟอก นาไปแชใ่ นอ่างนา้ ผสมน้า ยาปรับผ้านมุ่ สักครู่ ยกข้นึ ไล่น้าออก
เสือ้ ผ้าลินิน การตาก นาผา้ ลนิ ินทซี่ ักเสร็จแลว้ ใสไ่ มแ้ ขวนผา้ ตากแดดจัด แต่ไม่นานเกินไป แล้วผ่ึงลมไว้ พอหมาดจึงนาไปรีด การรีด นาเส้ือผ้าลินินที่ห่อไว้หรือผ่ึงลมพอหมาด ๆ ไปรีด โดยใช้ความร้อนสูง และให้รีด ดา้ นในเพื่อไม่ให้ดา้ นนอกเป็นเงา การเก็บรกั ษา หลงั จากรดี เสรจ็ แลว้ ใหแ้ ขวนกบั ไม้แขวนผ้า แล้วนาไปเกบ็ ไวใ้ นตู้เส้ือผา้
เส้อื ผ้าลนิ นิ
เส้อื ผา้ ขน สัตว์ การดแู ลรกั ษา เสือ้ ผ้าขนสัตวด์ แู ลรักษายาก เพราะเมอ่ื ถูกความร้อนและช้ืน ผา้ ขนสตั ว์จะเชื่อม ตดิ กนั เปน็ แผน่ และหดตวั ทกุ ครงั้ เมอ่ื เปียก จึงควรสง่ ร้านซกั รดี ทีม่ ีความชานาญในการซักรีด จะดกี ว่า สาหรับวิธีการดแู ลรักษาเสอื้ ผา้ ขนสัตว์อยา่ งง่ายทสี่ ามารถทาได้ดว้ ยตนเอง มีดังน้ี 1. ใช้แปรงน่มุ ๆ แปรงฝุ่นออกทกุ ครง้ั หลังการใช้ ถ้าถกู นา้ ใหส้ ะบดั ออก อยา่ แปรง ขณะผา้ เปยี ก 2. แขวนเส้อื ผา้ ขนสตั วใ์ นที่อากาศโปร่ง แหง้ และเย็น หรอื ใส่ในถงุ พลาสติกแลว้ แขวนในตเู้ สือ้ ผ้า 3. ห้ามใช้เสือ้ ผา้ ชุดเดียวตดิ ต่อกันนานหลายวนั เพราะเมอ่ื ขนสัตวม์ ีการเสยี ดสี หรอื ถูไปมานาน ๆ จะแขง็ เปน็ เงา บางชนดิ ขนจะหลุด
เส้อื ผ้าขนสตั ว์
เส้ือผา้ ใยสงั เคราะห์ การซัก สามารถซักได้ด้วยมือและเครื่องซักผ้า แต่ซักมือจะถนอมเน้ือผ้ามากกว่า โดยการซักเสื้อผ้าใย สงั เคราะหม์ ีวิธีการ ดงั น้ี 1. แยกผ้าสีและผ้าขาวออกจากกนั ไมซ่ ักรวมกัน เพื่อป้องกันสตี ก 2. ซักในน้าธรรมดาหรอื น้าอุ่น ด้วยสารซักฟอกหรือสารซักฟอกชนิดอ่อนอย่างเบามือ แล้วล้าง ดว้ ยน้าสะอาด 2–3 ครงั้ แล้วบีบให้นา้ แหง้ 3. ถ้ามีความจาเป็นตอ้ งฟอกขาว ควรใช้สารฟอกขาวอยา่ งออ่ น
เสือ้ ผ้าใยสังเคราะห์ การตาก ตากแดดได้แต่ต้องกลับเอาด้านในออก เพ่ือป้องกันไม่ให้สีซีดจาง และไม่ควรตากนาน พอหมาดเกบ็ เข้าทีร่ ่ม การรดี เสอื้ ผา้ ใยสงั เคราะหเ์ นอ้ื ผา้ ไมย่ ับ จึงไม่จาเป็นตอ้ งรีด แตห่ ากจะรดี ควรใช้อณุ หภูมิต่า การเก็บรกั ษา ควรแขวนด้วยไม้แขวนผ้าแล้วเกบ็ ไวใ้ นต้เู ส้อื ผ้า
เส้อื ผา้ ใยสงั เคราะห์
เสอื้ ผา้ ใยกึ่งสังเคราะห์ การซัก เส้ือผ้าใยก่ึงสังเคราะห์เมื่อถูกน้าจะลดความเหนียวและความทนทาน ไม่ทนกรด ถ้าเปื้อนยางผลไม้ หรือน้าผลไม้ต้องซักทันที ควรซักแห้งหรืออาจซักน้าได้แต่ผ้าจะยับมาก เสียเวลาซักนาน อย่าแช่น้าหรือทิ้ง ไว้ในน้านาน และควรใชส้ ารซกั ฟอกชนดิ ออ่ น ขณะซกั ไมค่ วรขยีห้ รอื บดิ มาก จากนั้นลา้ งนา้ สะอาด 2–3 ครั้ง แล้วบีบน้าใหห้ มาด
เส้อื ผา้ ใยกึ่งสงั เคราะห์ การตาก ควรแขวนตากในทีร่ ม่ การรีด ควรรีดด้วยอุณหภมู ิตา่ เพราะไม่ทนความรอ้ น ถ้าความรอ้ นสงู จะละลาย การเก็บรกั ษา ควรแขวนด้วยไมแ้ ขวนผา้ แล้วเก็บในตเู้ สื้อผา้ เส้ือผา้ กง่ึ ผา้ ใยสงั เคราะห์
เสอ้ื ผา้ ไหมพรม เสอ้ื ผ้าไหมพรมเป็นผ้าท่ีถักทอจากเส้นไหมพรม มีลักษณะนุ่ม ไม่ยับ ยืดหยุ่นได้ดี สวมใส่อบอนุ่ ปอ้ งกนั ความหนาวได้ดี การซัก ซักมือหรือซกั ดว้ ยเครอ่ื งซกั ผ้าได้ท้ังสองวธิ ี ควรใช้นา้ ยาซกั แหง้ ซัก ขยาเบา ๆ เมื่อสะอาดหมดส่ิง สกปรก นาไปล้างน้าให้สะอาด 2–3 น้า แล้วแช่น้ายาปรับผ้านุ่มสักครู่ ไม่ควรนาเสื้อผ้าไหมพรมต่างสีซัก รวมกัน สจี ะตกได้
เสอ้ื ผ้าไหมพรม การตาก นาเสื้อผ้าไหมพรมที่ซับน้าจนแห้งแลว้ วางราบบนแผน่ กระดานยาว ผงึ่ ให้แหง้ ในทร่ี ่ม ไมค่ วรนา เส้อื ไหมพรมตากบนราวตากผ้า เพราะผ้าไหมพรมเปน็ ผา้ ท่ีมนี ้าหนกั และทิง้ ตวั จะทาให้ยืดย้วย เสยี รูปทรง การเกบ็ รักษา พับเก็บไวใ้ นตู้เส้ือผ้า ไมค่ วรแขวน เพราะจะทาให้ยืดยว้ ย เสียรูปทรง เส้ือไหมพรม
เสื้อผ้าทป่ี กั เลื่อมและลกู ปัด เสื้อผ้าที่ปักเลื่อมและลูกปัด ส่วนมากจะตัดเย็บโดยใช้ผ้าไหม ผ้าป่าน หรือผ้าลินิน ซึ่งซักรีดได้ ยาก และตอ้ งระวังไม่ใหเ้ ลอื่ มหรือลกู ปัดหลุด จึงตอ้ งดูแลอยา่ งถกู วิธี ดังน้ี การซัก ก่อนซักให้ตรวจหาจุดสกปรกก่อนจึงนาไปแช่สักครู่ ยกข้ึนบีบน้าออกโดยไม่บิด จากนั้นนาไปลง ซักในกะละมังที่มีน้าผงซักฟอกท่ีตีจนข้ึนฟอง ขย้ีส่วนสกปรกออกให้หมด ถ้าตรงจุดสกปรกเป็นที่ปักเล่ือม หรอื ลกู ปัด ให้ขย้เี บา ๆ แลว้ ยกข้ึน
เสื้อผ้าที่ปกั เลอื่ มและลูกปดั การตาก นาไปใส่ไม้แขวนผ้า ผ่ึงในท่ีร่มท่ีมีอากาศถ่ายเทดี อย่านาไปตากแดด เพราะจะทาให้ลูกปัดบิด และแตกหกั งา่ ย การเก็บรักษา 1. ฉีดพน่ น้าให้ท่ัวพอหมาด ม้วนพักไว้สักครู่ นาไปฉีดน้ายารีดผ้าเรียบเพื่อให้ผ้าเรียบ ม้วนให้น้า ยารีดผา้ เรียบซมึ ซับจนทัว่ จึงนาไปรดี 2. การรีดผ้าปักเลื่อมและลูกปัด ให้กลับด้านในออกด้านนอก วางลงบนโต๊ะรีด ใช้ผ้าสาลูหรือผ้า ลนิ นิ ขนาดเทา่ ผ้าเชด็ หน้าชุบนา้ จนท่ัวพอหมาด วางทาบตรงปักเลื่อมและลูกปัด รีดเบา ๆ จนเสื้อผ้าปักเล่ือม ลูกปดั แห้ง
เส้อื ปักเล่อื ม
1. สะบัดผ้าหลังจากนาออกจากเคร่ืองซักผ้า เพื่อให้ใยผ้าคลายตัวไม่เป็นรอยยับท่ีรีดลบรอย ยาก เพื่อทาใหผ้ า้ รดี งา่ ยขน้ึ 2. กลับผ้าจากด้านในออกด้านนอก โดยเฉพาะผ้าสี เพื่อเป็นการปกป้องสีผ้าไม่ให้ซีดเร็ว (ซึง่ ควรทากอ่ นนาผ้าเข้าซักในเครอื่ งซกั ผ้า) 3. ตากผ้าในท่ีทมี่ ีแดดส่องถึงราไร หรือมีลมโกรกเบา ๆ ไม่ควรตากผ้าในที่มีแดดจ้า เพราะจะ ทาให้ผา้ กรอบ รอยยับชดั เจน รดี เรยี บยาก สิ้นเปลอื งน้ายารดี ผา้ เรยี บ
1.6.1 การตากผา้ ที่ถกู วิธี 1. ผ้าบนราวอย่าตากจนแน่นเกินไป ผ้าจะไม่แห้ง เวลาตากให้กระจายผ้าให้ห่างกันอย่างน้อย 2 เซนติเมตร 2. หลกี เลี่ยงการตากผ้าในท่ีอับช้ืน เชน่ หอ้ งนา้ เพราะห้องน้ามีความชืน้ ตลอดเวลา 3. ถ้าใช้เครื่องอบผ้าให้ตรวจป้ายสัญลักษณ์การซักผ้าก่อน ว่าเสื้อผ้าตัวนั้นสามารถนาไปอบได้ หรือไม่ เพราะผา้ บางชนดิ ไมท่ นตอ่ ความร้อน
1.6.2 วิธีตากผา้ ตามชนดิ ของเสื้อผ้า 1. ผา้ สีเข้มหรอื สสี ด ให้ตากในที่รม่ ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก โดยกลับผ้าด้านในออกด้านนอก เพื่อ ถนอมสผี า้ 2. ผ้าอัดกลีบ เช่น กางเกงทางาน กระโปรงพลีท ให้สะบัดผ้าก่อน เเละจัดกลีบ จัดทรงให้ เขา้ รูป การตากให้ใช้ไมแ้ ขวนผา้ ป้องกันรอยยบั จากการตากพาดกับราวหรือเชือกตากผ้า 3. เสื้อยืด ไม่ควรตากด้วยไม้แขวนผ้า เพราะจะทาให้เส้ือยืดช่วงไหลนูนออกมา ควรสะบัดเสื้อให้ คลายตัวจากความยับหลงั การซกั และตากพาดไว้บนราวตากผ้า 4. ผ้าสขี าว ให้ตากโดนแดดจะช่วยลดความหมองของเส้ือผ้าสีขาวและช่วยให้ผ้าแห้งเร็วไร้กล่ินอับ ช้นื 5. ผ้าขนหนู ผ้าขนหนูมีเน้ือผ้าท่ีหนากว่าเสื้อผ้าปกติท่ัวไป ดังน้ันผ้าขนหนูสามารถเกิดกลิ่นเหม็น อับเเละเชื้อราได้งา่ ยกวา่ จึงควรตากผา้ ขนหนกู ับแสงแดดโดยตรง
1.6.3 จดุ ประสงค์ของการตากผา้ การทาให้ผา้ แหง้ ก่อนนาไปรดี พบั และจัดเกบ็ ดังนั้น หากเนื้อผ้าไม่หนามากควรตากในท่ีที่มีแสงแดดราไร ไอของแสงแดดและลมจะช่วยให้ผ้า แหง้ เร็ว โดยไมต่ อ้ งผ่ึงแสงแดดแรง ๆ
Search