Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อขับเคลื่อนงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

แผนปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อขับเคลื่อนงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Published by konmanbong_k3, 2021-10-08 02:57:16

Description: แผนปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์
เพื่อขับเคลื่อนงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Search

Read the Text Version

แผนการดําเนินงาน แผนงานที่ 3. แผนงานดานเน้อื หา การบริหาร Content ลาํ ดับ รายการ ป 2562 ป 2563 ป 2564 ตวั ชี้วดั หนวยงาน รบั ผดิ ชอบ 1-6 7-12 1-6 7-12 1-6 7-12 1 ตนเองและครอบครวั การครอบคลุม “กนิ อยรู คู ิดเปนมิตรกับธรรมชาติ เน้อื หา ความถ่ี และสิง่ แวดลอม” ของการนําเสนอ ประเดน็ จํานวน 1.ออกแบบกิจกรรมและเนอื้ หาที่ตรงกบั ครง้ั ปรมิ าณการ หวั ขอ เผยแพร การ วิจัยการรับรแู ละ • การจดั ทําประเดน็ ขา วเผยแพร ผลสัมฤทธิ์ท่ไี ด • การจดั สมั ภาษณผบู รหิ าร จากการเผยแพร • การจดั ทาํ บทความ / สกปู ประเดน็ เน้ือหา • การจดั ทาํ เนอื้ หา คลปิ ผา น Social Media 2.การจดั กิจกรรมและการสื่อการ ประชาสมั พันธ • การจดั ทํากิจกรรมเพอื่ รณรงค เนน กระตนุ การใชชวี ติ ทเี่ ปน มติ รกับ ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ ม 2 สังคม การครอบคลุม “คุณภาพทรัพยากรธรรมชาติและ เนือ้ หา ความถ่ี สง่ิ แวดลอ มคอื คณุ ภาพชวี ติ ” ของการนําเสนอ ประเดน็ จาํ นวน 1.ออกแบบกจิ กรรมและเนื้อหาท่ตี รงกบั ครง้ั ปริมาณการ หัวขอ เผยแพร การ วิจยั การรบั รูและ • การจดั ทาํ ประเดน็ ขา วเผยแพร ผลสมั ฤทธ์ิทไ่ี ด • การจดั สัมภาษณผ บู ริหาร จากการเผยแพร • การจดั ทาํ บทความ / สกูป ประเดน็ เนอ้ื หา • การจดั ทาํ เนอื้ หา คลิป ผาน Social Media 2.การจัดกจิ กรรมและการสือ่ การ ประชาสมั พันธ • การจดั ทํากจิ กรรมเพ่อื รณรงค เนน กระตนุ การสรางสังคมใหอ ยรู วมกับ ทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอม อยา งเกอื้ กูล 3 ประเทศ การครอบคลุม “คนไทยหัวใจสีเขยี ว” เนื้อหา ความถี่ ของการนาํ เสนอ 1.ออกแบบกิจกรรมและเน้อื หาท่ีตรงกบั ประเดน็ จํานวน หัวขอ ครัง้ ปริมาณการ เผยแพร การ • การจดั ทําประเดน็ ขาวเผยแพร วิจัยการรับรู • การจดั สัมภาษณผ บู รหิ าร และ • การจดั ทําบทความ / สกูป ผลสมั ฤทธท์ิ ีไ่ ด • การจดั ทาํ เนอื้ หา คลปิ ผาน Social จากการเผยแพร ประเดน็ เนื้อหา Media 2.การจัดกิจกรรมและการสือ่ การ ประชาสัมพันธ • การจดั ทาํ กจิ กรรมเพอื่ รณรงค เนน กระตนุ การทําใหป ระเทศไทยประเทศ ไทยมคี วามย่งั ยืนดาน ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ ม 48 แผนปฏบิ ตั ิการดา นการประชาสมั พันธ เพ่อื ขับเคลือ่ นงานดานทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ ม

4. แผนงานดานการขับเคล่อื นและการสรา งจติ สาํ นึก วตั ถุประสงค 1. เพ่อื สรางลักษณะนสิ ยั คนไทยดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ ม 2. เพื่อปรับทัศนคตปิ ระชาชนในการสรา งวินัยและจติ สํานกึ 3. เพือ่ สรางการรบั รูใหเกิดความตระหนักและเกิดจิตสํานึก นําไปสูการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การใชชวี ติ ท่ีเปนมติ รกับทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ ม แนวคดิ การสรางจิตสํานกึ สภาพท่ีเปนลักษณะของการมีจิตสํานึกในการพัฒนาชุมชน มี 3 ลักษณะ คือ ลักษณะที่ 1 การไมกระทําสิ่งท่ีกอใหเกิดปญหาแกสวนรวมข้ึนในชุมชน ลักษณะท่ี 2 การมีสวนรวมในกิจกรรม เพอ่ื การพฒั นาชมุ ชน ลกั ษณะท่ี 3 การมีนา้ํ ใจเอื้ออาทรตอกัน พบวา ทกุ ประเดน็ มีความเหมาะสม และ มคี วามเปนไปไดท ีจ่ ะนําไปใชใ นการสรางจติ สาํ นึกในการพัฒนาชมุ ชน (อา งอิง 9) จติ สาํ นกึ แบง ออกเปน 4 ระดบั และเมื่อบคุ คลไดร บั ส่ิงเราจะมกี ารแสดงออกดังลักษณะตอไปน้ี 1. ระดับการรับรู บุคคลจะแสดงใหเห็นวาส่ิงเรานั้นทําใหรูสึกพอใจหรือไมพอใจ ชอบหรือ ไมชอบ ควรเอาใจใสห รอื ไมต อ งเอาใจใส 2. ระดับการตอบสนอง บุคคลจะใหความสนใจและรว มมอื ที่จะทําในสง่ิ เรา ที่ตนเห็นวามีคุณคา หรือมีประโยชนอยา งต้ังใจและเตม็ ใจ 3. ระดับการเห็นคุณคา บุคคลจะมีความตองการท่ีจะแสดงบทบาทในการทําส่ิงเราที่ประเมิน แลว วามคี ุณคา หรือมปี ระโยชนด ว ยความกระตือรอื รน 4. ระดับการจัดระบบ บุคคลจะเกิดความรูสึกของการเลือกปฏิบัติและควรกระทําในส่ิงเรา ทอ่ี ยใู นกลมุ การกระทาํ ท่ตี นคดิ วามีคุณคา (อางอิง 10) เมื่อบุคคลมจี ิตสาํ นกึ อยา งไร ก็จะนําไปสูการแสดงบทบาทใหเห็นอยางน้ัน กลาวคือ บุคคลจะมี การตอบสนองตอปรากฏการณตางๆ ท่ีเกิดขึ้นตามกลุมคานิยมหรือเจตคติท่ีไดเลือกยึดถือปฏิบัติ และ ไมว าจะอยใู นสถานการณใดก็ตาม บุคคลจะมีพฤติกรรมตามระบบคุณคาที่ตนยึดถือน้ันจนแสดงออกมา 49 แผนปฏิบตั ิการดา นการประชาสัมพันธ เพื่อขับเคลอ่ื นงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอม

เปน ลกั ษณะนสิ ัยหรอื แสดงบทบาทตามที่ตนคดิ ดวยตัวเองวาควรเปนอยางไร ที่เรียกวา บทบาทท่ีบุคคล เขาใจหรือรับรู (perceived role) ซึ่งเปนบทบาทท่ีขึ้นอยูกับทัศนคติ คานิยม บุคลิกภาพ และ ประสบการณของแตละบคุ คล (อา งอิง 10) ขณะที่ผลจากการศึกษาวิจัยท่ีพบวา การใชขอมูลขาวสารหรือเรื่องราว แหลงเรียนรูตางๆ หรอื ปญหาสิ่งแวดลอ มใกลๆ ตัว มาสรางเปนเนื้อหาและการทํางานเชิงรุกอยางตอเนื่อง เพื่อกระตุก และกระตุนจิตสํานึกใหเกิดความตระหนัก และนําไปสูการเปล่ียนแปลงในดานจิตสํานึกและ พฤติกรรมของประชาชนทมี่ คี วามเปนมิตรกบั สิ่งแวดลอมมากขึน้ แนวทางการขบั เคล่ือนและการสรางจิตสาํ นึก 1. การบูรณาการกําหนดแผนงานรวมกันระหวางหนวยงานในกระทรวง ใหมีแนวทาง ทีส่ อดคลอ งดา นทรพั ยากรธรรมชาติ และมีความตอเน่ือง ไปในทศิ ทางเดียวกัน 2. การสรางจิตสํานึกสาธารณะและลักษณะนิสัยคนไทยดานการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม โดยใชหลัก “เลิก ลด ใชนวัตกรรม” คัดแยกและกําจัดอยางถูกวิธี โดยการสราง แคมเปญระยะยาว 3-5 ป โดยใช Key Messages เดียวกัน แตชองทางส่ือและกิจกรรมเจาะลึก ใหถ ึงทกุ กลุม เปา หมาย 3. การประชาสัมพันธเชิงรุก สรางใหหนวยงานเปนผูนําทางสังคมท่ีจะบอกทิศทาง ประเด็น เร่ืองราวท่ีจะเกิดขึ้นในอนาคต อาทิ สรางการเปนองคกรผูนําดานการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอ มท่ปี ระชาชนใหก ารยอมรับ 4. การปรับเปลีย่ นพฤตกิ รรมใหเปนมติ รกบั ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ ม ผา น Life Style วิถีชีวิต กิจกรรม การทองเทยี่ ว การศึกษา ทง้ั รายบุคคล และองคก ร ผานกจิ กรรมตา งๆดังนี้ 4.1 การสรางลักษณะนิสัยคนไทยดานการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและ สง่ิ แวดลอม “คนไทยหวั ใจสเี ขียว” 4 ขอ ดงั น้ี 1. สาํ นึกดา นธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอมทกุ ลมหายใจ โดยไมท าํ ใหการใชช ีวิตลําบาก 2. ระแวดระวงั ไมใหกระทบกับชุมชนและสงั คมสว นรวม 3. สรางมาตรฐานทด่ี ใี หเ กิดขึ้น 4. รวมพลงั เพอื่ ใหป ระชาชนในประเทศและโลกมที รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ มทีด่ ี กจิ กรรม 1 ลงนามรวม “คนไทยหวั ใจสเี ขียว” คนไทย 1 ใน 4 ของประเทศรว มลงนามความรวมมือกันเปนคนไทยหัวใจสีเขียว ดวยการปฏิบัติตนดังนี้ อาทิ 1. ลดปรมิ าณขยะ โดยการแยกขยะทุกครั้งกอ นทงิ้ ฯลฯ 2. ลดการใชพลาสตกิ โดยการไมใชภาชนะพลาสตกิ ทใี่ ชครั้งเดียวแลวทิ้ง ฯลฯ 3. เลือกใชผลติ ภัณฑทําความสะอาดท่เี ปน มิตรกับสิ่งแวดลอม 4. พกกลอ งอาหารพรอ มชอน+สอม แกว กาแฟ ขวดน้ําเติมน้าํ ดม่ื ไวใ ชเสมอ 5. ใชนํ้าและไฟอยางรคู ุณคา ลดการใชพ ลงั งานทง้ั ท่ีบา นและที่ทํางาน 6. ไมตัดหรอื ไมมีสวนรวมทง้ั ทางตรงและทางออมในการตัดไมทาํ ลายปา 50 แผนปฏิบัติการดา นการประชาสมั พนั ธ เพ่อื ขบั เคลอื่ นงานดานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอม

กิจกรรม 2 ประกาศวันงดใช (ถุงห้วิ ) พลาสติก รณรงครว มกบั หา งสรรพสนิ คา รานสะดวกซ้อื รา นคา และผูคา จากตลาดท่ัวประเทศรวมไป ถึงภาคีเครือขา ยภาครัฐ – เอกชน – องคการปกครองสว นทองถ่ิน – ประชาชนทัว่ ประเทศเหมือนกับ car free day หรือ วนั ปด ไฟโลก 4.2 Green Project โครงการรณรงคระยะเวลาตอ เนอื่ ง 3 ป กจิ กรรรม IMC เต็ม รูปแบบ 1. Green Open Space Project พนั ธมิตร : กระทรวงอตุ สาหกรรม, กระทรวงศกึ ษาธิการ รูปแบบโครงการ : รณรงคใ หมพี ้ืนท่สี ีเขียวไมนอ ยกวา 50% ของพน้ื ที่วางแบบย่ังยนื ใน โรงงานอุตสาหกรรม, โรงเรียน, สถานประกอบการ วิธีการและเทคนคิ : - ความหมายของ พื้นท่ีสีเขียวย่ังยืน หมายถึง พ้ืนที่สีเขียวที่มีตนไมยืนตน ขนาดใหญ เปนองคประกอบหลักและไดรบั การรกั ษาใหคงอยูอยางยั่งยืน - แผนปฏิบัติการเชิงนโยบายดานการจัดการพ้ืนที่สีเขียวในโรงงาน อุตสาหกรรม และโรงเรียน มีเปาหมายเพิ่มพ้ืนที่สีเขียวและสามารถ ดํารงรักษาไวไดอ ยา งยง่ั ยนื 51 แผนปฏิบัตกิ ารดานการประชาสมั พนั ธ เพือ่ ขับเคล่อื นงานดา นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอม

2. Green Books : กระทรวงศึกษาธกิ าร พนั ธมิตร : 1. กําหนดใหมีชั่วโมงศึกษาดวยตนเองเร่ืองการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ รูปแบบโครงการ และส่ิงแวดลอ ม วธิ กี ารและเทคนิค 2. สนับสนุนหนังสืออานนอกเวลาเกี่ยวกับการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดลอ มทถ่ี กู ตอ ง : ผลิตหนังสืออานนอกเวลา สงไปยังโรงเรียนตางๆ เพื่อปลูกฝงใหเด็กและ เยาวชน รักษธรรมชาติและสิ่งแวดลอม และสามารถดํารงชีวิตรวมกับ ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอมไดอ ยางสมดลุ 3. Green Tour Contest พนั ธมติ ร : บริษัทจัดทวั รเ อกชน ททท. กระทรวงการทองเที่ยวและกีฬา สถาบนั การศึกษาท่สี อนทางดา นการทองเทย่ี วและสถาบนั การศึกษาอน่ื ๆ รปู แบบโครงการ : จัดแคมเปญประกวดโปรแกรม “การทอ งเท่ียววถิ ีกรีน” ขน้ั ตอนการดาํ เนนิ งาน : ขนั้ ที่ 1 กําหนดเกณฑการจัดประกวด ข้นั ที่ 2 ประชาสมั พันธโ ครงการ ขน้ั ที่ 3 จดั โครงการ ข้ันที่ 4 ประกาศผลการประกวด 4. Power of Green : กระทรวงพลงั งาน พนั ธมติ ร : รณรงคสงเสริมใหใชพลังงานทดแทนในรูปแบบตางๆ และใหความรู รูปแบบโครงการ เก่ียวกับการอนุรักษพลังงาน และการใชพลังงานที่ไมกระทบตอ วิธีการและเทคนคิ ทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ ม ในชองทางสอ่ื ตา งๆ : จัดทําแคมเปญ รณรงคสงเสริมใหใชพลังงานทดแทนในรูปแบบตางๆ และ ใหความรูเกีย่ วกบั การอนุรักษพลังงาน และการใชพลังงานที่ไมกระทบตอการ อนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ในชองทางส่ือตางๆ ภายใต แคมเปญ power of green ดังนี้ 1. Line : Power of Green 2. Facebook : Power of Green 3. IG : Power of Green 5. Green SMEs : กระทรวงพาณชิ ย พนั ธมิตร : สนับสนนุ ธรุ กจิ หรอื สินคาท่ไี มทําลายทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ ม รูปแบบโครงการ : ใหทนุ สาํ หรับสถานประกอบการท่มี ีวิธกี ารหรือกระบวนการผลิต ที่ไมทําลาย วธิ ีการและเทคนิค ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม 52 แผนปฏบิ ัติการดา นการประชาสัมพันธ เพอ่ื ขับเคลือ่ นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม

4.3 การสนบั สนนุ และจัดสรางละคร ภาพยนตรซ รี ย่ี  การจัดทําสื่อ สงเสริมคานิยมของคนไทยในการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอมของประเทศ ผานภาพยนตรซีรี่ย “รัก” แรงบันดาลใจจากเพลงพระราชนิพนธ “รกั ” ในพระบาทสมเด็จพระเจา อยูหัว รชั กาลท่ี ๙ เพลงพระราชนิพนธ “รัก” เปนเพลงพระราชนิพนธลําดับที่ ๔๗ ในพระบาทสมเด็จ พระเจาอยูหัว รัชกาลท่ี ๙ ในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ โดยสมเด็จพระนางเจาฯ พ ร ะ บ ร ม ร า ชิ นี น า ถ ก ร า บ บั ง ค ม ทู ล พ ร ะ ก รุ ณ า ข อ ใ ห พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ เ จ า อ ยู หั ว ท ร ง พระราชนิพนธท ํานองเพลงสําหรับกลอนสุภาพ ๓ บท ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี ทรงพระราชนิพนธไวเม่ือพระชนมายุ ๑๒ พรรษา (คํารอง : สมเด็จพระเทพ รัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี) รักทะเล อันกวาง ใหญไ พศาล รกั ทอ งฟา โอฬาร สีสดใส รกั ทองทุง ทองนา ดังดวงใจ รกั ปา เขา ลาํ เนาไพร แสนสุนทร รักพฤกษา รุกขชาติ ทีด่ าษปา รกั ปกษา รอ งกู บนสงิ ขร รกั อุทยั สวาง กลางอมั พร รกั ทง้ั รัต- ตกิ ร ในนภดล รกั ดารา สองแสง สกุ สวาง รกั นา้ํ คาง อยางมณี มีโภคผล รกั ท้ังหมด ทั้งสิ้น ท่ไี ดยล รกั นวลนาง รกั จน หมดสนิ้ ใจ 4.4 โครงการส่ือสรางสรรค “ศิลปนรกั ษโลก” 1. สรา งอลั บม้ั เพลง “ศลิ ปน รักษโ ลก” ประสานงานคายเพลงและศิลปนท่ีหลากหลาย หมอลาํ ลูกทงุ เพลงใต เพลงเหนอื เพลงแรป เพลงคลาสสิค เพลงเพือ่ ชวี ติ ฯลฯ 2. จัดทวั รคอนเสริ ต แตละภูมภิ าค พรอมนิทรรศการ 3. ไปพรอมกับ road show สถาบนั การศึกษา 4. คาราวานเดนิ สาย ใหความรูรณรงคต ลาดปลอดโฟม ปลอดพลาสติก ปลอดขยะ การอนุรกั ษด ิน นํ้า ปา ไม ทะเล อากาศ ฯลฯ 4.5 โครงการ เปดฟา เปดปา เปด ทะเล รวมมือกับการทองเที่ยวแหงประเทศไทย องคการบริหารสวนทองถิ่น คนหาและระบุ จดุ ที่มีคุณภาพอากาศดมี าก มโี อโซนสูงสุด เปนพื้นที่ท่ีมีมนตเสนหดานทรัพยากรธรรมชาติและ สง่ิ แวดลอ ม เชญิ ชวนคนไทยและชาวตา งชาตมิ าทองเที่ยวดว ยหัวใจสีเขยี ว 4.6 Green Summer Camp การสรางคายเยาวชนฤดูรอน เปนโครงการในชวงปดเทอมฤดูรอน 5 ภูมิภาค 5 แคมป จาํ กดั แคมปละ 100 คน โดยมีเปา หมายใหเ ปน ทต่ี องการของผูป กครองและเยาวชนอยางตอเน่ือง เพ่ือการปลูกฝงคุณลักษณะและจิตสํานึกทางดานการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม รวมท้งั การสรา งเครือขายและนวตั กรรมใหเ กดิ ขนึ้ 1. กลุมเปาหมายเดก็ นักเรียนชั้น ม.4 และ ม.5 นกั ศึกษาชน้ั ปที่ 2 แGละR3EEN (เพือ่ ไมใหก ระทบกบั การสอบเรยี นตอ ของเดก็ ) 2. กจิ กรรม เด็กเรยี นรูธรรมชาติและรักษาส่ิงแวดลอม 3. กิจกรรม จติ อาสากบั ชุมชน 4. เด็กทาํ โครงงานรว มกนั 53 แผนปฏบิ ตั ิการดา นการประชาสมั พนั ธ เพอื่ ขับเคล่ือนงานดานทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ ม

4.7 ตอยอดโครงการท่ปี ระสบความสําเร็จ นาํ ไปพัฒนาและขยายผล • สรปุ การถอดบทเรยี น จัดทาํ ส่ือสง เสริมการเรยี นรู เชน บทความ วดิ ทิ ศั น คลิป • จัดทาํ แบบจาํ ลอง (Model) เพ่ืองายตอ การศึกษาเรียนรู เปนตน แบบตอ ไป • การนาํ ผลงานจัดนทิ รรศการหมนุ เวียนและเผยแพรในเวทีท่เี หมาะสมท้ังในและ ตา งประเทศ • การนาํ เผยแพร ผานชอ งทางสอื่ สารมวลชน ส่อื ของกระทรวง และ Social Media 54 แผนปฏิบตั กิ ารดา นการประชาสัมพันธ เพื่อขบั เคลอ่ื นงานดานทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอม

ขอสรุปและเสนอแนะ แผนงานท่ี 4. แผนงานดา นการขบั เคล่อื นและการสรางจติ สาํ นกึ แผนงานดา นการขับเคล่ือนและการสรางจติ สาํ นึก มีวัตถุประสงค คอื 1. เพ่ือสรางลกั ษณะนสิ ัยคนไทยดานทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ ม 2. เพ่อื ปรับทัศนคติประชาชนในการสรางวนิ ัยและจติ สาํ นึก 3. เพอื่ สรางการรบั รใู หเ กดิ ความตระหนักและเกดิ จิตสํานึก นําไปสกู ารเปล่ียนแปลง พฤติกรรมการใชชีวติ ท่เี ปนมิตรกับทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ ม แผนงานน้จี ึงเปนแผนงานท่ีทุกหนวยงานในสังกัดตองรวมพลังชวยกันขับเคลื่อน ไปสูเปาหมาย ตามวัตถุประสงคท ี่กาํ หนดไว เม่ือการสรางภาพลักษณเกิดข้ึนท้ังภายในและภายนอกองคกร มีการสราง ชองทางส่ือขององคกรแลว กิจกรรมภายใตแผนงานดานการขับเคลื่อนและการสรางจิตสํานึก จะตอง มีการบริหาร Content อยูในทุกๆ กิจกรรม เปนผูผลิตขอมูลและสงสารไปยังกลุมเปาหมายไดอยาง มีคุณภาพ แผนงานนจี้ งึ มกี ิจกรรมที่ครอบคลมุ แนวทางการขบั เคล่อื นและการสรางจิตสาํ นึก ดังภาพ การบูรณาการกาํ หนด การสร้างจิตสาํ นึก การประชาสมั พนั ธเ์ ชงิ การ แผนงานร่วมกนั ระหว่าง สาธารณะและลักษณะ รกุ สร้างให้หน่วยงาน ปรับเปล่ียน หน่วยงานในกระทรวง เป็นผ้นู าํ ทางสงั คมท่ี พฤตกิ รรม นสิ ยั คนไทย ให้มแี นวทาง ด้านการอนุรักษ์ จะบอกทศิ ทาง ท่สี อดคล้องด้าน ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ ประเดน็ เร่ืองราวท่ี ทรพั ยากรธรรมชาติ จะเกดิ ข้นึ ในอนาคต และมคี วามต่อเน่ือง ไป ส่งิ แวดล้อม ในทศิ ทางเดยี วกนั 55 แผนปฏิบัติการดา นการประชาสมั พนั ธ เพอื่ ขับเคลอ่ื นงานดานทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอม

แผนการดําเนนิ งาน แผนงานที่ 4. แผนงานดา นการขบั เคลือ่ นและการสรางจิตสํานกึ ลําดบั รายการ ป 2562 ป 2563 ป 2564 ตัวชว้ี ดั หนวยงาน รบั ผดิ ชอบ 4.1 การสรา งลกั ษณะนสิ ยั คนไทยดานการ 1-6 7-12 1-6 7-12 1-6 7-12 การครอบคลุม อนรุ กั ษท รัพยากรธรรมชาตแิ ละ เน้อื หา ความถ่ี ส่งิ แวดลอม “คนไทยหวั ใจสเี ขียว” ของการนาํ เสนอ ประเด็น จํานวน 1. กิจกรรม ลงนามรวม “คนไทยหวั ใจสี ครงั้ ปรมิ าณการ เขยี ว” ป 1 2 3 เผยแพร การ วิจยั การรับรู • จดั หาผดู ําเนนิ การ ออกแบบกจิ กรรม และ • จัดแถลงขา ว ผลสัมฤทธท์ิ ่ีได • การรณรงคสรางนสิ ยั ฯ รว มกับพนั ธมิตร จากการเผยแพร ประเดน็ เนอื้ หา และเครอื ขาย • การจดั ทาํ ประเดน็ ขาว/บทความ/สกปู การครอบคลุม เน้อื หา ความถ่ี เผยแพร /จดั สมั ภาษณผบู ริหาร /จดั ทํา ของการนาํ เสนอ VDO Clip นําเสนอผา น social media ประเด็น จาํ นวน • กําหนดวนั D-Day ครง้ั ปริมาณการ 2. กิจกรรม ประกาศวนั งดใชวันงดใช (ถงุ เผยแพร การ ห้วิ ) พลาสตกิ ป 1 2 3 วจิ ัยการรบั รู • จดั หาผูดําเนนิ การ ออกแบบกิจกรรม และ • จัดแถลงขาว ผลสมั ฤทธ์ิท่ีได • รณรงคงดใชถ ุงห้วิ พลาสตกิ รว มกบั จากการเผยแพร หางสรรพสนิ คา รา นสะดวกซอ้ื รานคา ประเดน็ เนื้อหา และผคู า จากตลาดท่ัวประเทศ • การจดั ทําประเดน็ ขาว/บทความ/สกูป เผยแพร /จัดสัมภาษณผ ูบรหิ าร /จัดทาํ VDO Clip นาํ เสนอผาน social media • กาํ หนดวนั D-Day 4.2 Green Project โครงการรณรงค ระยะเวลาตอเน่อื ง 3 ป กิจกรรรม IMC เตม็ รปู แบบ 1. Green Open Space Project ป 1 2 3 • จัดหาผูดําเนินการ ออกแบบกิจกรรม • ประสานงานความรวมมือภาคี • จัดแถลงขา ว • การจดั ทาํ ประเดน็ ขา ว/บทความ/สกปู เผยแพร /จดั สมั ภาษณผ ูบ รหิ าร /จัดทาํ VDO Clip นําเสนอผาน social media • จัดสอื่ มวลชนเยยี่ มชมพนื้ ทสี่ ีเขียว 2. Green Books ป 1 2 3 • จัดหาผดู ําเนินการ ออกแบบกจิ กรรม • ประสานงานความรวมมือภาคี • จัดแถลงขาว • การจดั ทําประเดน็ ขาว/บทความ/สกูป เผยแพร /จดั สมั ภาษณผูบริหาร /จัดทาํ VDO Clip นําเสนอผาน social media • จดั สือ่ มวลชนเย่ยี มชมโรงเรียนทมี่ ีเดก็ นํา ความรูในตาํ ราไปปรบั ใชกบั ตนเอง 56 แผนปฏิบตั ิการดา นการประชาสมั พนั ธ เพือ่ ขบั เคล่อื นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ ม

ลําดับ รายการ ป 2562 ป 2563 ป 2564 ตัวชี้วดั หนวยงาน รับผดิ ชอบ 3. Green Tour Contest ป 1 2 3 1-6 7-12 1-6 7-12 1-6 7-12 • จัดหาผดู าํ เนนิ การ ออกแบบแคมเปญการ การครอบคลุม ประกวด Green Tour Contest เน้ือหา ความถ่ี • จัดแถลงขาว ของการนําเสนอ • ประชาสัมพนั ธโครงการ ประเด็น จาํ นวน • จดั การประกวด ครั้ง ปรมิ าณการ • การจดั ทําประเดน็ ขาว/บทความ/สกปู เผยแพร การ วิจัยการรบั รู เผยแพร /จัดสัมภาษณผบู รหิ าร และ • แถลงขาวการประกาศผลรางวัล ผลสัมฤทธ์ิทไ่ี ด • จดั ทํา VDO Clip นําเสนอผา น social จากการเผยแพร ประเด็น เน้ือหา media • จัดส่ือมวลชนรว มทริป Green Tour 4. Power of Green ป 1 2 3 • จัดหาผูดําเนินการ ออกแบบกิจกรรม Power of Green • ประสานงานพันธมิตร • จดั แถลงขา ว • รณรงค roadshow ใหความรู • ประชาสมั พนั ธท ุกชอ งทางตลอดโครงการ 5. Green SMEs ป 1 2 3 • จดั หาผดู าํ เนนิ การ ออกแบบกิจกรรม Green SMEs • ประสานงานพันธมิตร • จัดแถลงขา ว • Roadshow หรือสอื่ สารไปยงั กลุมเปาหมาย • ประชาสัมพนั ธท กุ ชอ งทางตลอดโครงการ 4.3 การสนับสนนุ และจดั สรา งละคร ภาพยนตรซ รี ยี่  1. คัดเลอื กผูดําเนนิ การ 2. ศึกษาขอ มลู +ประสานงานการเตรียมงาน + ประสานงานพนั ธมติ ร 3. จัดแถลงขาวเปดตัวโครงการ 4. ดําเนนิ งาน 5. จดั แถลงขา ว-เปดตัวภาพยนตร 6. ประชาสัมพันธท ุกชอ งทางตลอดโครงการ 4.4 โครงการส่ือสรา งสรรค“ ศลิ ปน รกั ษโลก” 1. จัดหาผูด ําเนนิ การ 2. จดั แถลงขาวเปด ตวั โครงการกอ นทาํ เพลง 3. สรางอลั บั้มเพลง “ศิลปน รักษโลก” 4. จดั แถลงขา ว kick of ทวั รคอนเสริ ต roadshow คาราวาน นทิ รรศการ 5. จดั ทัวรคอนเสริ ต 4 ภมู ภิ าค พรอ ม road show สถาบันการศึกษา และคาราวาน เดินสาย ใหความรรู ณรงคต ลาดปลอดโฟม ปลอดพลาสตกิ ปลอดขยะ การอนุรกั ษด นิ นาํ้ ปา ไม ทะเล อากาศ ฯลฯ 6. ประชาสมั พันธท ุกชอ งทางตลอดโครงการ 57 แผนปฏิบัตกิ ารดานการประชาสมั พนั ธ เพอื่ ขบั เคลื่อนงานดานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ ม

ลาํ ดบั รายการ ป 2562 ป 2563 ป 2564 ตัวช้วี ัด หนว ยงาน รับผดิ ชอบ 1-6 7-12 1-6 7-12 1-6 7-12 4.5 โครงการ เปด ฟา เปดปา เปด ทะเล ป 1 การครอบคลุม โครงการ เปด ฟา เปดปา เปดทะเล ป 2 เนื้อหา ความถ่ี โครงการ เปดฟา เปดปา เปดทะเล ป 3 ของการนาํ เสนอ • จัดหาผดู ําเนนิ งาน โครงการ ประเดน็ จาํ นวน • รวบรวมขอ มลู ฟาปา ทะเล และ ครัง้ ปรมิ าณการ ออกแบบแคมเปญ เผยแพร การ วิจยั การรบั รู • จดั แถลงขาว และ • ประชาสัมพนั ธโ ครงการ • จัดส่อื มวลชนสัญจร ผลสัมฤทธ์ิทไ่ี ด • คัดเลอื กพน้ื ท-ี่ จดั ทําสกูปขาวเผยแพร จากการเผยแพร /จัดสัมภาษณผ ูบรหิ าร ประเด็น เน้ือหา • จัดทํา VDO Clip นําเสนอผาน social media 4.6 Green Summer Camp ป 1 การครอบคลุม Green Summer Camp ป 2 เนื้อหา ความถี่ Green Summer Camp ป 3 ของการนําเสนอ ประเด็น จํานวน • จดั หาผดู ําเนนิ งานออกแบบแคมเปญ ครงั้ ปรมิ าณการ • จัดแถลงขา ว เผยแพร การ • ประชาสัมพนั ธโครงการ-รับสมคั ร วจิ ัยการรับรแู ละ • จัดกิจกรรม และสอ่ื มวลชนรว มงาน ผลสมั ฤทธิ์ทีไ่ ด • สรางกระแสขาวใน Social media จากการเผยแพร • ประชาสมั พนั ธผา นสือ่ ทุกชอ งทาง ประเด็น เนื้อหา ตลอดโครงการ 4.7 ตอยอดโครงการท่ปี ระสบ การครอบคลุม เนอ้ื หา ความถี่ ความสําเรจ็ นําไปพัฒนาและ ของการนาํ เสนอ ขยายผล ป 1 2 3 ประเด็น จํานวน คร้ัง ปรมิ าณการ • สรปุ ผล ถอดบทเรยี น เผยแพร การ • รวบรวมขอ มลู คดั เลอื กโครงการ วิจยั การรบั รแู ละ ผลสัมฤทธทิ์ ไ่ี ด พฒั นาและขยายผล จากการเผยแพร • จดั สือ่ มวลชนเยีย่ มชมโครงการฯ หรือ ประเด็น เนอ้ื หา จดั ทําสกปู ขาวเผยแพรใ นชอ งทาง ตา งๆ • สรา งกระแสขาวใน Social media 58 แผนปฏบิ ตั ิการดา นการประชาสัมพนั ธ เพือ่ ขบั เคล่ือนงานดา นทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอม

5. แผนงานดา นพันธมิตร เครอื ขา ยการสอ่ื สารในภาคประชาชน วตั ถุประสงค 1. เพื่อสรา งเครือขายพนั ธมติ รทกุ ภาคสวน กระตนุ ใหเกิดพลงั การมีสว นรวมจากคนในสังคม 2. เพ่ือเพิม่ ชองทางการสือ่ สารใหสง สารลงไปถงึ พน้ื ทไี่ ดอยางครอบคลุมทุกกลุม เปา หมาย 3. เพ่อื สรา งและสง เสรมิ ความเขมแข็งใหกับ ทสม. พจนานุกรมศัพทรัฐศาสตรของราชบัณฑิตยสถานไดบัญญัติคําวา พันธมิตรจากคํา Ally ซ่ึง อธิบายความหมายไว ๒ ประการ คือ (๑) ในรูปของคํากริยา หมายถึง เขาผูกพันกันดวยวัตถุประสงค อันเปนพิเศษอยางใดอยางหน่ึง และ (๒) ในรูปคํานาม หมายถึง ผูท่ีเปนพันธมิตรซ่ึงอาจเปนรัฐ กลมุ หรือองคก ารทางการเมืองหรือผนู าํ ทางการเมืองทม่ี ีความผกู พนั ท่ีจะชว ยเหลอื ซึง่ กนั และกนั นอกจากนี้ ยังมีศัพทภาษาอังกฤษอีกคําหนึ่ง คือ Alliance บัญญัติวา ความเปนพันธมิตรหรือ พันธไมตรี หมายถึง ความตกลงอยางเปนทางการโดยลับและโดยเปดเผยระหวางรัฐ ๒ รัฐหรือมากกวา น้ันที่จะใหการสนับสนุนทางดานการทหารและดานการทูต เพ่ือสงเสริมการดําเนินนโยบายรวมกัน โดยปกตแิ ลววัตถุประสงคข องการเปนพันธมิตรกันของรัฐท่ีเปดเผยก็เพื่อเปนการปองกันบูรณาภาพแหง ดินแดนและการเมืองของรัฐที่เปนพันธมิตร เชน สนธิสัญญาการปองกันรวมกันแหงเอเชียตะวันออก เฉียงใต (Southeast Asia Collective Defense Treaty) ในท่ีน้ี “พันธมิตร” หมายถึงผูท่ีมีความสนใจในเรื่องเดียวกัน ทํางานหรือกิจกรรมไปใน ทิศทางเดียวกนั รวมมอื กนั เพือ่ ผลประโยชนต างตอบแทนซึ่งกนั และกนั เครือขา ยการสื่อสารเกดิ จากความสมั พนั ธระหวา งบคุ คลซ่ึงเชือ่ มโยงกนั เครือขาย (Network) หมายถึง รูปแบบหนึ่งของการประสานงานของบุคคล กลุม หรือองคกร หลายๆ องคกร ท่ีตางมีทรัพยากรของตนเอง มีเปาหมาย วิธีการทํางานและมีกลุมเปาหมายของตนเอง บุคคลเหลานี้ไดเขามาประสานงานกันอยางมีระยะเวลายาวนานพอสมควร แมอาจจะไมมีกิจกรรม รวมกันอยางสมํ่าเสมอก็ตาม แตก็จะมีรากฐานเอาไว (เปรียบเสมือนการมีสายโทรศัพทเช่ือมตอไว) เมื่อฝายใดฝายหน่ึงตองการความชวยเหลือ หรือขอความชวยเหลือจากกลุมอื่นๆ เพ่ือแกปญหาก็ สามารถติดตอ ได จากการใหค วามหมายในขา งตน (อา งอิง 11) 59 แผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธ เพ่ือขบั เคลอื่ นงานดานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม

กลา วโดยสรปุ แลว เครือขา ย หมายถงึ กลมุ คน หรือองคกรทม่ี ีความสมัครใจกันในการเรียนรู และแลกเปล่ียนประสบการณระหวางกัน หรือลงมือทํากิจกรรมรวมกัน โดยมีความสัมพันธกัน ในหลายดาน (อา งองิ 11) ขณะที่ผลจากการศึกษาระบวุ า “นโยบายนับจากน้ีคือ การสรางความสมดุลทุกมิติระหวางการอนุรักษควบคูกับการใช ประโยชน เพ่ือใหเกิดประโยชนสูงสุดสําหรับประชาชนและประเทศชาติ เนนการทํางานอยางมีสวน รวมกับภาคประชาสงั คม” “ในขณะเดยี วกันกต็ อ งสรา งเครอื ขา ยการทํางานดา นประชาสัมพันธ การเช่ือมโยงเครือขาย การทํางานดานประชาสัมพันธระหวางหนวยงานภายใน และหนวยงานภายนอก รวมไปถึง ส่ือมวลชน ภาคเอกชน และองคกรสาธารณะตางๆ เพ่ือท่ีชวยกันส่ือสารขอมูลตางๆ ออกไปใน ทิศทางเดยี วกนั ” เม่ือการสรางภาพลักษณเกิดข้ึนท้ังภายในและภายนอกองคกร มีการสรางชองทางสื่อ ขององคกรแลว มีการขับเคล่ือนและการสรางจิตสํานึก ผานการบริหาร Content ในทุกกิจกรรม ก็ตอง สรางพันธมิตร เพ่ือเช่ือมโยงเครือขายการทํางานดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมเขาดวยกัน ผา นกิจกรรมดังตอไปน้ี 5.1 กิจกรรมการสรางเครือขายกับภาครัฐ ผานการจัดทําปฏิญญารวมกันเพื่อสรางพันธะ สัญญาการเปนมิตรกับธรรมชาติส่ิงแวดลอม โดยเชิญประชุมหนวยงานภาครัฐที่ใหความสําคัญกับ ปญ หาเรอ่ื งทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอม โดยเฉพาะ “ปญหาขยะ” ที่เปนวาระแหงชาติ ใหแตละ หนวยงานนําเสนอแผนการทํางานดานการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมท่ีสอดรับกับ พฤติกรรมของคนในองคกร นํามาหาขอสรุปและจัดทําปฏิญญารวมกันดานการอนุรักษ ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม จากนั้นนําไปปฏิบัติและเฟนหาหนวยงานตัวอยางที่ดีจับตองได กาํ หนดเปน เจตนารมณ สรางใหเ กดิ การทํางานอยางจรงิ จัง ตอเนื่องและยงั่ ยืน 5.2 กิจกรรมการสรางเครือขายกับภาคธุรกิจ ผูประกอบการท่ีเปนมิตรกับธรรมชาติและ ส่งิ แวดลอ ม และผูประกอบการทมี่ กี ารดําเนินงานที่อาจสงผลกระทบตอการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอม กิจกรรม รวมมือกับธนาคารพาณิชย ในการจัดแคมเปญจัดสินเชื่อใหกับธุรกิจที่เปนมิตรกับ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ในอัตราดอกเบ้ียพิเศษ รวมท้ังการจัดใหทีมท่ีปรึกษาในเร่ืองการ จดั การสิง่ แวดลอ มกบั สถานประกอบการ ตวั อยาง กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษพลังงาน (พพ.) เดินหนาโครงการ โครงการบาน ประหยดั พลงั งาน กับธนาคารอาคารสงคเคราะห (ธอส.) เพอื่ สนบั สนุนเร่ืองเงินกูดอกเบยี้ ตํ่า, เงินชวยเหลือและสงเสรมิ ใหสรางบานประหยัดพลงั งานมากขึ้น 60 แผนปฏบิ ัตกิ ารดา นการประชาสมั พนั ธ เพ่อื ขบั เคลอ่ื นงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอม

5.3 กิจกรรมสราง Green Office กิจกรรมการสรางเครือขายกับสถานประกอบการขนาด ใหญ จัดกิจกรรม Smart & Green Office รวมกับสถานประกอบการท่ีมีพนักงานหรือผูเก่ียวของ เปนจํานวนมาก เชน ธนาคาร บริษัทดานพลังงาน โรงงานอุตสาหกรรม รวมไปถึงผูประกอบการ ทเ่ี กย่ี วเนื่องกับผบู ริโภค เชน หา งสรรพสินคา ตลาด โรงแรม รสี อรท 5.4 กิจกรรมการสรา งเครอื ขายกับสถาบันการศึกษา มหาวทิ ยาลยั โรงเรียน จดั กิจกรรม Smart & Green Office กบั สถาบันการศกึ ษาในระดบั อดุ มศึกษา และมัธยมศึกษา นอกจากจะไดเร่ืองของการสรางเครอื ขายแลว ยงั เปนการปลกู ฝงจติ สํานึกรักษธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ใหก ับเยาวชนไปพรอ มกนั อกี ทางหนงึ่ ดวย 5.5 กิจกรรมการสรา งเครือขา ยกับผูนําความคดิ 1. ผูนําทางความคิด บุคคลที่มีช่ือเสียงไดรับการยอมรับนับถือจากสังคมทางดาน ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอมและรวมท้ังดา นอ่นื ๆ (Opinion Leader) มอบหมายผูรับผิดชอบหลัก จัดทํารายชื่อ ประวัติ มีหนาท่ีสรางความสัมพันธ และประสานกลุมคนเหลาน้ีมารวมกิจกรรมของกระทรวง รวมประชุมเวทีสําคัญ ของกระทรวง และ จดั Roundtable กรณีตอ งการขอความคดิ เหน็ กลุมคนเหลาน้ีเมื่อมีความเขาใจกับงานของกระทรวง ก็จะเปนกระบอกเสียง อีกทางหนึ่งใหกับกระทรวง ไดเปนอยางดี ดวยปจจุบันทุกคนตางมีเฟซบุค มีเครือขาย การติดตามของแตละคน เปนชองทางในการเผยแพรขาวสารในการประชาสัมพันธอีก ชองทางหนงึ่ 61 แผนปฏิบตั กิ ารดา นการประชาสัมพันธ เพ่อื ขับเคลื่อนงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม

2. สื่อมวลชน การสรางสื่อมวลชนสัมพันธ ในระดับบรรณาธิการ คอลัมนิสตอาวุโส และบลอกเกอร (Blogger) 1. ในการทํางานกิจกรรมรณรงค มีการแตงต้ังส่ือมวลชนเหลาน้ีเขามาเปน คณะกรรมการในคณะทํางาน หรือ คณะท่ีปรึกษา เพื่อขอคําแนะนําความรวมมือ ในการเผยแพรขอ มูล 2. สรางความสัมพันธอันดี มีการจัดสงความคืบหนาของการทํางาน ของกระทรวงใหเ ปน ระยะ เปนการเพิ่มชอ งทางในการเผยแพรขาวสารอีกชองทางหนึง่ 3. ผปู ระกอบการบันเทงิ จัดประชุม เชิญ ผูกํากับ ผูผลิตภาพยนตร ละคร สถานีโทรทัศน คายเพลง ใหการสนับสนุน ทั้งงบประมาณ ขอมูล บุคลากร ในการสงเสริมผูจัดละคร ใหผลิต ละครท่ีสรางจิตสํานึกและกระตุนใหประชาชนหันมามีสวนรวมดานการอนุรักษ ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอม การสอดแทรกฉากของพฤติกรรมประจําวันไปในละคร เชน ละครท่ีมีฉาก ของการคัดแยกขยะ การท้ิงขยะ สถานที่ท้ิง การคัดแยกขยะ สอดแทรกฉากกราฟก และสอนการคัดแยกขยะ เปน ตน ตวั อยา งละครไทย ตวั อยา งละครเกาหลี 5.6 กิจกรรมการสรา งเครอื ขา ยกบั NGO และองคก รส่ิงแวดลอ มท้ังในและตางประเทศ มอบหมายภารกิจผูประสานงานดานมวลชนแตละพื้นท่ีครอบคลุมท่ัวประเทศ ใหกับผูทํางาน ในพนื้ ท่ี เพิ่มบทบาทการทาํ งานดานมวลชนท่ีชดั เจน มหี นาที่จดั ทาํ รายชื่อมวลชน สรางความสัมพันธท่ีดี สรา งความรคู วามเขาใจเกยี่ วกบั นโยบาย ระเบียบ กฎหมายของกระทรวง 5.7 กิจกรรมการสรา งเครอื ขายดว ยการขบั เคลือ่ นกบั ทสม. และอาสาสมคั รจากท่ัว ประเทศ สรางกิจกรรมเขาไปในชุมชน ใหประชาชนเกิดความรูสึกวาการมีสวนรวมในการรักษา ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมนั้น ทําใหตนเองและครอบครัว “ลดรายจาย-เพิ่มรายได” และ ผลักดันใหเกิดพ้ืนที่ตนแบบที่เปนรูปธรรม จากน้ันจะเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรูตอยอดจากพื้นที่หนึ่ง ไปยงั อีกพนื้ ที่หนึ่ง และยังเปน การสนับสนนุ การทาํ งานในพ้นื ทใ่ี หก บั ทสม. อีกทางหนึง่ ดวย ตัวอยางกิจกรรมเหลาน้ี สสส. ไดจัดทําและประสบความสําเร็จในหลายชุมชนมาแลว หากนําเอาโมเดลความสําเร็จมาถอดบทเรียน แลวจับมือกับ องคการบริหารสวนทองถ่ินทั่วประเทศ ขับเคล่ือนไปพรอ มกนั โดยมี ทสม. เปน ผขู ับเคล่ือน 62 แผนปฏบิ ตั กิ ารดานการประชาสมั พันธ เพือ่ ขับเคลื่อนงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอม

ขอสรปุ และเสนอแนะ แผนงานที่ 5. แผนงานดา นพนั ธมติ ร เครือขา ยการสอ่ื สารในภาคประชาชน ดังท่ีกลาวไปขางตนแลววา เม่ือการสรางภาพลักษณเกิดข้ึนทั้งภายในและภายนอกองคกร มกี ารสรางชองทางส่ือขององคกรแลว มีการขับเคลื่อนและการสรางจิตสํานึก ผานการบริหาร Content ในทุกกิจกรรม ก็ตองสรางพันธมิตร เพื่อเช่ือมโยงเครือขายการทํางานดานทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอมเขาดวยกันผานกิจกรรมทั้งหมด 7 กิจกรรมที่ครอบคลุมกลุมเปาหมายท้ังหมด ไมวาจะเปน หนวยงานภาครัฐ ผูประกอบการภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ผูนําทางความคิด ส่ือมวลชน NGO ทสม. และอาสาสมัครท่วั ประเทศ หากกระทรวงมีพันธมิตรและเครือขายท่ีเขมแข็งไดตามแผนงานน้ีแลว เม่ือตองการสื่อสาร ประเด็นที่เก่ยี วของกบั ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ ม ประเด็นที่ตองการสื่อสารยอมถูกสงตรงไปถึง ยังกลมุ เปา หมาย ผานเครอื ขายการสื่อสารในภาคประชาชน ไดอ ยางมีประสิทธภิ าพและประสทิ ธิผล นอกจากนี้การวิเคราะหสถานการณและสภาพแวดลอม ในการจัดทํายุทธศาสตรกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม พ.ศ. 2559 – 2564 นั้น ตามกระบวนการวิเคราะหปจจัยทาง ยทุ ธศาสตร (SWOT Analysis) ผลของการวเิ คราะหใ นหัวขอ “โอกาส” ขอ ที่ 2 และ 3 ระบไุ วด ังน้ี 2. สังคมตื่นตัว สนใจผลกระทบจากปญหาดานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม และ พรอ มใหค วามรวมมอื 3. องคกรภาคประชาชน เอกชน พรอมใหความรวมมือตอการแกไขปญหา โดยเฉพาะ ท่ีอาจมผี ลกระทบตอธรุ กจิ และบรเิ วณพ้นื ที่รอบสถานประกอบการ ดงั นน้ั การสรางพันธมติ รและครือขายการสื่อสารดานทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอมน้นั สงั คมจะใหก ารตอบรับและประชาชนพรอ มใหความรว มมือตอการแกไขปญหาอยางแนนอน 63 แผนปฏิบตั กิ ารดานการประชาสัมพันธ เพ่อื ขบั เคลอ่ื นงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอม

แผนการดาํ เนินงาน แผนงานท่ี 5. แผนงานดานพันธมติ ร เครือขายการสื่อสารในภาคประชาชน ลาํ ดับ รายการ ป 2562 ป 2563 ป 2564 ตัวชวี้ ดั หนวยงาน 5.1 รบั ผดิ ชอบ กจิ กรรมการสรา งเครอื ขา ยกบั 1-6 7-12 1-6 7-12 1-6 7-12 การครอบคลมุ 5.2 ภาครัฐ ป 1 2 3 เนือ้ หา ความถ่ี ของการนาํ เสนอ 5.3 • จัดหาและมอบหมายผูด ําเนนิ งาน ประเดน็ จํานวน • จดั ประชมุ ภาคีภาครฐั +แถลงขาว ครง้ั ปรมิ าณการ • ประสานงาน+ดําเนนิ งาน เผยแพร การวจิ ยั • จัดสื่อมวลชนเยย่ี มหนวยงานตวั อยาง การรบั รู และ • สรางกระแสขาวใน Social media ผลสมั ฤทธทิ์ ี่ได • จัดแถลงขาวการลงนามรว มกัน จากการเผยแพร • จดั ทําสกปู หนวยงานท่มี กี าร ประเดน็ เนอื้ หา ดําเนนิ งานเดน ๆ การครอบคลุม • ประชาสมั พนั ธผา นสอื่ ทกุ ชอ งทาง เน้ือหา ความถี่ ของการนําเสนอ ตลอดโครงการ ประเดน็ จาํ นวน ครัง้ ปรมิ าณการ กิจกรรมการสรางเครือขา ยกบั ภาค เผยแพร การวจิ ัย ธุรกจิ ป 1 2 3 การรบั รู และ ผลสัมฤทธ์ทิ ่ไี ด • จดั หาและมอบหมายผูดาํ เนนิ งาน จากการเผยแพร • ประสานงาน+ดําเนนิ งาน ประเดน็ เน้ือหา • จดั แถลงขาวความรว มมอื การครอบคลุม • สรางกระแสขา วใน Social media เน้ือหา ความถ่ี • การจดั สมั ภาษณผูบรหิ าร ของการนาํ เสนอ • ประชาสมั พนั ธผ า นส่อื ทุกชอ งทาง ประเดน็ จํานวน ครงั้ ปริมาณการ ตลอดโครงการ เผยแพร การวจิ ัย การรับรู และ กจิ กรรมสราง Green Office ป ผลสมั ฤทธิ์ท่ไี ด 123 จากการเผยแพร ประเดน็ เน้ือหา • จัดหาและมอบหมายผูดาํ เนินงาน • ประสานงาน+ดาํ เนนิ งาน • จัดแถลงขาวความรวมมอื • สรางกระแสขา วใน Social media • การจดั สมั ภาษณผ ูบริหาร • ประชาสมั พนั ธผ านส่ือทุกชอ งทาง ตลอดโครงการ 5.4 กิจกรรมการสรางเครอื ขายกบั การครอบคลมุ สถาบนั การศึกษา ป 1 2 3 เนอ้ื หา ความถ่ี ของการนาํ เสนอ • จัดหาและมอบหมายผูดาํ เนินงาน ประเดน็ จาํ นวน คร้ัง ปริมาณการ • จดั ประชมุ กบั เครือขาย + แถลงขา ว เผยแพร การวจิ ยั • ประสานงาน+ดาํ เนนิ งาน การรับรู และ • จดั ส่อื มวลชนเย่ียมสถานศกึ ษา ผลสัมฤทธิท์ ีไ่ ด จากการเผยแพร ตวั อยา ง ประเดน็ เนอ้ื หา • สรา งกระแสขาวใน Social media • จดั ทาํ สกปู สถานศกึ ษาทีม่ กี าร ดาํ เนนิ งานเดนๆ • ประชาสัมพนั ธผ านสอ่ื ทุกชอ งทาง ตลอดโครงการ 64 แผนปฏบิ ตั ิการดานการประชาสัมพนั ธ เพื่อขับเคลอื่ นงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอม

ลําดับ รายการ ป 2562 ป 2563 ป 2564 ตวั ช้วี ดั หนว ยงาน รบั ผดิ ชอบ 1-6 7-12 1-6 7-12 1-6 7-12 5.5 กจิ กรรมการสรางเครือขา ยกบั ผูน าํ การครอบคลุม ความคิด ป 1 2 3 ของรายชอื่ ความรว มมือ 1. ผูนําทางความคิด รูปแบบกจิ กรรม 2. สือ่ มวลชน และการมีสวน รวม /การ • สาํ รวจ จัดทําบญั ชีรายชอื่ ดาํ เนินงาน และ ผลสะทอนกลบั • จดั รปู แบบกจิ กรรมทเี่ หมาะสม อาทิ เชญิ รว มกจิ กรรมตา งๆ เชิญ รว มประชมุ แสดงความคดิ เห็น คณะกรรมการ-ทปี่ รกึ ษา • เปน ชองทางในการเผยแพรขาว ประชาสัมพนั ธ 3. ผูประกอบการบันเทงิ • สาํ รวจ จัดทําบญั ชีรายชอื่ • เชิญประชุม สง เสรมิ ผจู ัดละคร + แถลงขาว • ดาํ เนนิ งาน • ประชาสัมพนั ธผ านสือ่ ทกุ ชอ งทาง ตลอดโครงการ 5.6 กจิ กรรมการสรา งเครือขา ยกบั การครอบคลุม NGO และองคกรส่ิงแวดลอมทั้ง ของรายชือ่ ในและตา งประเทศ ป 1 2 3 ความรว มมอื รูปแบบกจิ กรรม • มอบหมายภารกจิ เพมิ่ ใหกับผู และการมสี ว น ประสานงานในพน้ื ท่ี รว ม /การ ดาํ เนนิ งาน และ • สาํ รวจ จดั ทาํ บัญชีรายชอ่ื มวลชน ผลสะทอ นกลบั NGO ในพนื้ ท่ี • จัดรูปแบบกจิ กรรมเพอื่ เพิ่มบทบาท การทํางานมวลชนทเี่ หมาะสม และ สรา งความสมั พันธท ด่ี ี อาทกิ ารจัด ประชุมเพอ่ื ขอความคดิ เห็นเรอ่ื ง เกย่ี วกับทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ ส่ิงแวดลอ ม 5.7 กจิ กรรมการสรางเครอื ขา ยดว ย การครอบคลุม การขับเคลื่อนกับ ทสม. และ ของรายช่อื อาสาสมัคร จากทั่วประเทศ ความรวมมอื รูปแบบกจิ กรรม • สรา งกจิ กรรมเขา ไปในชมุ ชน หรือ และการมีสวน กิจกรรมหลักในแผนดานอืน่ รว ม /การ ออกแบบใหเขากบั ชุมชน เชน ดาํ เนนิ งาน และ กจิ กรรมการมสี ว นรวมกบั การ ผลสะทอ นกลับ อนรุ ักษ รักษาทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดลอ ม แบบใหป ระชาชน “ลดรายจาย-เพ่มิ รายได” 65 แผนปฏิบัตกิ ารดา นการประชาสัมพนั ธ เพ่อื ขับเคล่อื นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ ม

6. แผนงานดา นพื้นทก่ี ารทํางานและกรณศี ึกษา วตั ถปุ ระสงค 1. เพื่อสรางภาพลักษณใหกระทรวงเปนองคกรผูนําเร่ืองการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและ สงิ่ แวดลอ ม 2. เพอ่ื สรางการทํางานในเชงิ Project บรู ณาการการทาํ งานรว มกันของหนวยงานในกระทรวง 3. เพ่อื การกําหนดเปน แบบอยาง ในการเปน ผรู ู ผูเชีย่ วชาญในงานทีท่ าํ 4. เพอื่ สนับสนุนการทํางานเชงิ รกุ ดา นการประชาสมั พันธ “การวิเคราะหขอมูลของบุคคล กลุมคนหรือกลุมตัวอยางเพื่อศึกษาในแงที่สนใจ” คอื ความหมายของ CASE STUDY ในพจนานกุ รมอังกฤษ-ไทย (อา งองิ 12) ลักษณะของการศึกษาแบบกรณีศึกษา (Characteristics of the Case Study) เปนการศึกษา แบบวิเคราะหเจาะลึกเก่ียวกับเหตุการณหรือสถานการณหนึ่งหรือหลายเหตุการณ เชน ชุดของส่ิงใด ส่ิงหนึ่ง (Settings) โปรแกรม(Programs) กลุมของสังคม (Social Groups) ชุมชน (Communities) บุคคล (Individuals) หรอื สิ่งอ่นื ๆ อยา งมีระบบ ซ่ึงบางคร้ังการศึกษา Case (กรณี) ใด Caseหน่ึงอาจสามารถอางอิงไปยัง Case อื่นๆ ที่มีลักษณะคลายคลึงกันได ซ่ึงเรียกวา Micro – Macro Problem การศึกษาโดยใชการศึกษาแบบ กรณศี ึกษาสวนใหญจ ะใชวิธีการสังเกต หรือเฝาดูอยางใกลชิดแตบาง Case ก็อาจตองใชหลายๆ วิธีการ เพราะแตละ Case มรี ายละเอียดปลกี ยอยท่ีแตกตางกนั (อา งอิง 13) ในขณะท่ีตําราเกี่ยวกับการศึกษาหลายเลมระบุวา CASE STUDY คือ กรณีศึกษาที่สะทอน ถึงเร่ืองราว ปจจัยแหงผลสําเร็จ อุปสรรค หรือเร่ืองราวของเหตุการณท่ีผานการวิเคราะห มาอยางรอบ ดา นและสรปุ มาเปนเร่อื งราวใหผอู า นเขาใจไดงา ย ในท่ีน้ี “กรณีศึกษา” หมายถึง การกําหนดเปนแบบอยาง ในการเปนผูรู ผูเชี่ยวชาญใน งานท่ีทํา เพ่ือสรางการทํางานในเชิง Project บูรณาการการทํางานรวมกันของหนวยงานใน กระทรวง ดวยการกําหนดใหหนวยงานในกระทรวงตองมีพ้ืนที่-นวัตกรรม-ตนแบบ-ผลงานที่ชัดเจน โดยนาํ ส่ิงทม่ี ีอยูแลว หรือเรงพัฒนาใหมีประสิทธิภาพในระดับสูงย่ิงข้ึน สามารถเปนตัวอยางท่ีดี จับ ตอ งได เห็นผลเปนรูปธรรม เกิดเปน ขอ มูลเชงิ ประเดน็ โดยเฉพาะนโยบายที่เก่ียวกับการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมที่เรงดวนตอง เรม่ิ ตน ท่กี ระทรวงกอ น หนวยงานในสังกัดตองเปนมิตรกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เพ่ือเปน ตัวอยางท่ีดี ในการขับเคล่ือนภาพลักษณใหกระทรวงเปนองคกรผูนําเรื่องการอนุรักษ ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ ม ซง่ึ สอดคลองกับผลของการศึกษาวิจยั ในครั้งนท้ี ่กี ลุมตวั อยางมีความคาดหวังตอการดําเนินงาน ตางๆ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอม โดยกลา วไปในทิศทางเดียวกนั คอื “ตองการเหน็ องคก รแหง น้ีมีความเปน ผนู าํ ในการขบั เคลือ่ นในประเดน็ ปญ หาหรอื เรื่องราวตางๆ ดานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ท้ังในเร่ืองของการปกปกดูแลรักษา พัฒนาขยายผล หรือ แกปญหาตางๆ ที่มีผลกระทบกับประชาชนในทุกมิติ รวมไปถึงการเปนผูนําในการปรับเปล่ียนทัศนคติ มุมมอง ความคิด จิตสํานึก พฤติกรรม โดยเปนตัวอยางหรือเปนตนแบบใหกับประชาชน 66 แผนปฏบิ ตั กิ ารดา นการประชาสมั พนั ธ เพอื่ ขบั เคลอ่ื นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม

ในการขบั เคล่อื นสังคมไทยไปสูสังคมที่เปนมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดลอม โดยมีผลการดําเนินงาน ในดา นตางๆ ที่ไดรบั การยอมรับทงั้ ในระดบั ประเทศและในระดับโลก” ดังนั้น การนํากรณีศึกษาท่ีเก่ียวของกับพื้นที่การทํางานท่ีประสบความสําเร็จในองคกร ใหเปน สถานที่สําหรับหนว ยงานอนื่ มาดูงาน แสดงใหเหน็ ได ท้ังในระดับประเทศและนานาชาติ อาทิ 1. อาคารสาํ นักงาน ทีเ่ ปนมิตรกับการอนุรกั ษทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม 2. พืน้ ทป่ี า อุทยาน ทม่ี กี ารจดั การและพัฒนาได ยอดเยีย่ ม 3. พื้นที่ทะเลชายฝงที่มีพัฒนาการและการจัดการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและ สิง่ แวดลอ ม ยอดเย่ียม 4. พนื้ ทที่ ่มี กี ารจัดการสภาพอากาศที่ดที ีส่ ุด 5. พน้ื ท่ที มี่ กี ารจดั การขยะทด่ี ที ่ีสดุ ในประเทศไทย ตัวอยาง โครงการ “ชายหาดปลอดบุหร่”ี กรมอทุ ยานแหงชาติทางทะเล ภาพจาก : https://www.dailynews.co.th/regional/610489 67 แผนปฏบิ ัตกิ ารดา นการประชาสมั พนั ธ เพอ่ื ขบั เคล่อื นงานดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม

ขอสรปุ และเสนอแนะ แผนงานท่ี 6. แผนงานดา นพนื้ ท่กี ารทาํ งานและกรณศี ึกษา ดวยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมมีหนวยงานในสังกัดจํานวนมากถึง 16 หนวยงาน คือ 10 หนวยงานราชการ 4 หนวยงานรัฐวิสาหกิจ 2 หนวยงานองคกรมหาชน มีพ้ืนท่ี การทํางานที่สามารถสรางเปนกรณีศึกษา เปนแหลงแลกเปล่ียนเรียนรูในฐานะเปนผูอนุรักษและพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอมของชาติ แตยงั ไมมีการบรหิ ารจัดการทีเ่ ปนระบบในระดบั กระทรวง นอกจากการนํากรณศี ึกษาตา งๆเหลาน้ันมาใชอยางเต็มศักยภาพแลว ยังเปนการบริหารจัดการ Content ท่ีสนับสนุนการทํางานเชิงรุกดานการประชาสัมพันธ เปนภาพลักษณของกระทรวง อยางชัดเจน ไมใชแตละหนวยงานท่ีมีผลงาน หรือการยอมรับในดานตางๆแลวแยกไปประชาสัมพันธ โดยมิไดจัดทําแผนการส่ือสารใหชัดเจน ควรจัดทํากระบวนการประชาสัมพันธกรณีศึกษา เพ่ือสราง ภาพลักษณใหกระทรวงเปนองคกรผูนําเรื่องการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ไดอีกทางหน่ึงดว ย 68 แผนปฏบิ ตั กิ ารดานการประชาสัมพนั ธ เพื่อขับเคลอื่ นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม

แผนการดาํ เนินงาน แผนงานที่ 6. แผนงานดา นพ้ืนท่กี ารทํางานและกรณีศกึ ษา ลําดบั รายการ ป 2562 ป 2563 ป 2564 ตัวช้ีวดั หนว ยงาน 1 งานดา นพื้นท่กี ารทาํ งานและ รับผดิ ชอบ กรณีศึกษา ป 1 2 3 1-6 7-12 1-6 7-12 1-6 7-12 การครอบคลุม • รวบรวมกรณศี กึ ษาจาก เนอ้ื หา ความถ่ี หนว ยงานในสังกัด ของการนาํ เสนอ • คัดเลอื กและพัฒนาหนวยงาน ประเด็น จํานวน ท่ีนาํ มาเปนตน แบบ ครง้ั ปริมาณการ • การออกแบบกิจกรรมที่ เผยแพร การ เหมาะสมกับกรณีศีกษา วิจัยการรบั รู • การจัดทําประเดน็ ขา ว และ เผยแพร ผลสมั ฤทธท์ิ ีไ่ ด • การจดั ทําบทความ/สกปู จากการเผยแพร • การจดั สัมภาษณผ ูบรหิ าร ประเด็น เน้ือหา • การจัดทํา VDO Clip นาํ เสนอผา น social media • จดั สือ่ มวลชนสัญจรลงพืน้ ท่ี 69 แผนปฏบิ ัตกิ ารดา นการประชาสมั พันธ เพอื่ ขับเคลื่อนงานดา นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอม

7. แผนงานดา นการจัดแบง บทบาทหนา ท่ี วตั ถปุ ระสงค 1. เพ่อื สรางนวัตกรรมใหมใหกับประเทศ 2. เพื่อสรางภาพลักษณในการเปนองคกรผูนําท่ีมีความนาเชื่อถือดานทรัพยากรธรรมชาติและ สง่ิ แวดลอ ม 3. เพ่ือสนบั สนนุ การประชาสมั พันธเชงิ รุก ภาพจาก : https://www.google.co.th/search?q=green+innovation&dcr=0&source=lnms&tbm=isch& sa=X&ved=0ahUKEwjQ_7yjurDdAhUHd94KHXs0AZoQ_AUICigB&biw=1600&bih=764#i mgrc=ZIDbW65S1ujGYM: จากการศึกษาเก็บขอมูล พบวา บุคลากรของกระทรวง มีความเห็นตรงกันกลาวคือ จักตอง มีการพัฒนาองคค วามรูแ ละงานวจิ ัยใหมๆ ดานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม มุงเนนใหมีการ ยกระดับงานวิจัยตางๆ ไปสูนโยบายระดับชาติ ท่ีสอดคลองกับกระแสสิ่งแวดลอมของโลก รวมถึง การนาํ งานวจิ ยั ลงพฒั นาพืน้ ที่ตนแบบดวยการมีสวนรว มกบั ภาคประชาชน และถอดบทเรียนความสําเร็จ เพ่อื นําไปใชห รอื ขยายผลในพน้ื ท่อี นื่ ๆ ดังน้ันจึงแบงบทบาทหนาท่ีใน 2 สวน คือ นักวิชาการ-นักวิจัย และนักส่ือสาร-นัก ประชาสัมพันธ มีการมอบหมายงานควบคูกันระหวางงานบริการวิชาการกับการประชาสัมพันธเพื่อ ใหงานวิชาการ งานวิจัยท่มี ีคณุ คานั้นมมี ูลคาเกิดข้ึน บทบาทนกั วิชาการ-นักวจิ ัย การออกแบบประเด็นการวิจัยในเชิงอรรถประโยชน เนนการนําไปใช และเปนการพัฒนาการ รวมกันท้ังจากหนวยงานภายในและภายนอก หลังจากไดขอมูลจากการศึกษาหรือวิจัยมาแลว ไดวิเคราะหขอมูลวาควรตองทําอยางไร เม่ือเกิดปญหาแลวมีวิธีแกปญหาไดอยางไรบาง สามารถใช ไดจรงิ มกี ารนาํ เสนอที่นาสนใจ ตอกยา้ํ ใหเกดิ การยอมรับท้ังในระดบั ประเทศ และในระดบั นานาชาติ 70 แผนปฏบิ ัติการดา นการประชาสัมพันธ เพื่อขับเคลอ่ื นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม

บทบาทนกั ส่ือสาร-นกั ประชาสมั พนั ธ ตองมีสวนรวมตั้งแตตนทางถึงปลายทาง นําผลงานวิชาการมาถายทอดใหประชาชนเขาถึง ขอมูลและเขาใจไดโดยงาย นําเสนอดวยการเขียน วิธีการ การออกแบบเทคนิคและเคร่ืองมือสื่อสาร ผานชองทางท่ีเหมาะสม ใหตอบวัตถุประสงคของลักษณะงานดังกลาว สรางกระแสการยอมรับทั้ง ในระดับประเทศ และในระดับนานาชาติ กิจกรรมสนับสนนุ แผนงานดา นการจดั แบงบทบาทหนาท่ี 1. รวมกับหนวยงานตางๆ อาทิ กระทรวงวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร ดําเนิน โครงการวิจยั ทจ่ี ับตอ งไดแ ละเปนประโยชนต อการดํารงชวี ิต สงั คม ประเทศชาตแิ ละเวทีโลก เชน 1.1 ถุงพลาสติกท่ียอ ยสลายได ใน 6 เดือน 1.2 บรรจภุ ณั ฑท่ีใชแทนโฟม เปน มิตรตอส่ิงแวดลอม ใชงา ยและราคาถูก 1.3 โมเดลการลดขยะในครวั เรอื น 2. การจัดตั้งศูนยวิจัย เพ่ือสนับสนุนและขับเคล่ือนภารกิจขององคกร เชนเดียวกับศูนยวิจัย ของธนาคารหรือมหาวทิ ยาลัย 3. การนําเสนองานและนําผูแทนจากประเทศตางๆ ดูกรณีศึกษาการจัดการดาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมของไทยในประเทศไทย และการนําเสนอผลงานวิชาการ หรือ กรณีศึกษาดานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมของไทย ในระดับนานาชาติ ท่ีมีความเปนไทยที่ โดดเดนและทาํ ใหโ ลกหันมาสนใจประเทศไทยในเรอ่ื งการจดั การทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอม 71 แผนปฏบิ ัตกิ ารดานการประชาสมั พนั ธ เพอื่ ขับเคลอื่ นงานดานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ ม

ขอ สรปุ และเสนอแนะ แผนงานที่ 7. แผนงานดา นการจัดแบง บทบาทหนา ท่ี จากการศึกษาเกบ็ ขอมูลของบุคลากรในกระทรวง ทั้งในระดบั บรหิ ารและระดบั ปฏบิ ตั ิการ พบวา ผลงานวิจัย ของนักวิชาการมีจํานวนมาก ลวนแตมีประโยชนตอสังคมไทยท้ังส้ิน แตไมได ถูกนํามาใชใหเกิดประโยชน เพราะนักวิจัยไมสามารถแปลงขอมูลการวิจัย เปนประเด็นสําหรับ การสื่อสารได และนักส่ือสารหรือนักประชาสัมพันธก็ไมทราบ หรือมาทราบในภายหลังวามีงานวิจัย ทสี่ ามารถนํามาส่อื สารเพื่อใหส อดคลอ งกับสถานการณป จจุบันไดทันทว งที ดังน้ันจึงควรระบุบทบาทหนาท่ีของ นักวิชาการ-นักวิจัย และ นักส่ือสาร-นักประชาสัมพันธ ใหทํางานรวมกัน มีสวนรวมต้ังแตตนทางจนถึงปลายทาง จะทําใหนักสื่อสารนําผลงานวิชาการมา ถายทอดใหประชาชนเขาถึงขอ มูลและเขาใจไดโ ดยงาย สรา งกระแสการยอมรบั ท้ังในระดับประเทศ และ ในระดับนานาชาติ ทําใหงานวิจัยท่ีมี “คุณคา” นั้นมี “มูลคา” เกิดข้ึน โดยมีโครงการวิจัยที่ตอบโจทย ดานสิ่งแวดลอม สามารถนําไปใชในชีวิตประจําวัน ใชในการจัดการดานสิ่งแวดลอมของสังคมและ ประเทศอยางเปน รูปธรรม 72 แผนปฏบิ ตั ิการดา นการประชาสมั พนั ธ เพอ่ื ขบั เคลื่อนงานดา นทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ ม

แผนการดาํ เนินงาน แผนงานท่ี 7. แผนงานดานการจัดแบง บทบาทหนา ท่ี ลาํ ดับ รายการ ป 2562 ป 2563 ป 2564 ตัวชี้วดั หนว ยงาน รบั ผดิ ชอบ 1-6 7-12 1-6 7-12 1-6 7-12 1 รวมกบั หนวยงานตา งๆ ดําเนิน การครอบคลุม โครงการวิจัย เชน เนื้อหา ความถ่ี 1.1 ถงุ พลาสตกิ ท่ียอ ยสลายได ใน ของการนําเสนอ 6 เดอื น ประเดน็ จํานวน 1.2 บรรจภุ ัณฑท ่ีใชแ ทนโฟม เปน ครั้ง ปรมิ าณการ มติ รตอสงิ่ แวดลอ ม ใชง ายและราคา เผยแพร การ ถูก วิจัยการรบั รู 1.3 โมเดลการลดขยะในครวั เรือน และ ผลสัมฤทธท์ิ ่ไี ด • รวบรวมงานวิจัยจากหนวยงานใน จากการเผยแพร สงั กดั ประเด็น เน้อื หา • นกั สอ่ื สารมีสวนรว มในงานวิจัย • การจดั ทําประเดน็ ขาวเผยแพร โครงงานวิจัย และผลสําเรจ็ • การจดั ทําบทความ/สกปู • การจดั สมั ภาษณผูบรหิ าร • การจดั ทาํ VDO Clip นาํ เสนอผา น social media 2 การจัดต้ังศูนยวจิ ัย เพอื่ สนับสนุน การครอบคลุม และขับเคลอ่ื นภารกจิ ขององคก ร เนอ้ื หา ความถี่ เชนเดียวกบั ศูนยวจิ ยั ของ ของการนาํ เสนอ ธนาคารหรอื มหาวทิ ยาลัย ประเด็น จํานวน ครงั้ ปรมิ าณการ • ศึกษาความเปน ไปได และรปู แบบการ เผยแพร การ ดาํ เนนิ งาน วิจัยการรบั รู และ • แตง ตงั้ ผูรับผิดชอบ ผลสัมฤทธทิ์ ีไ่ ด • สื่อสารงานวิจัยออกสูสาธารณะ จากการเผยแพร ประเด็น เน้ือหา 3 การนาํ เสนองานและนําผแู ทนจาก การครอบคลุม ประเทศตา งๆ ดูกรณีศกึ ษา เนอ้ื หา ความถ่ี ของการนาํ เสนอ • คัดเลอื กงานวิจยั หรอื นวตั กรรม และ ประเด็น จํานวน พัฒนาใหเปนประโยชนตอ การใชชวี ติ ครง้ั ปริมาณการ ใหเ ปนมิตรกบั ทรพั ยากรธรรมชาติ เผยแพร การ และส่ิงแวดลอ ม วิจัยการรบั รู และ • ศกึ ษาเวทกี ารนาํ เสนอใน ผลสมั ฤทธ์ิทไ่ี ด ระดับประเทศและระดับโลก จากการเผยแพร ประเด็น เนอื้ หา • จัดกิจกรรมการนาํ เสนองานตามความ เหมาะสม • การจดั ทาํ ประเดน็ ขาวเผยแพร • การจดั ทาํ บทความ/สกูป • การจดั สมั ภาษณผ ูบริหาร • การจดั ทํา VDO Clip นําเสนอผา น social media 73 แผนปฏบิ ตั ิการดา นการประชาสัมพนั ธ เพอ่ื ขบั เคล่อื นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอม

บทสรปุ และขอเสนอแนะ การดําเนินการจัดทําแผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธ เพ่ือขับเคล่ือนงาน ดานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม ระยะ ๓ ป (พ.ศ. ๒๕๖๒-๒๕๖๔) โดยมีเปาหมาย เพ่ือภาพลักษณในการเปนผูนําดานการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอมระดับประเทศและ นานาชาติ เพื่อสรางจิตสํานึกและการมีสวนรวมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมใหแก ประชาชนคนไทย และเพ่ือสนับสนุนการทํางานขับเคล่ือนและผลักดันยุทธศาสตรทั้ง 6 ของกระทรวง ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอม จากการคน ควา และวจิ ยั หลากหลายขัน้ ตอน เพื่อจัดทําแผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธ เพ่ือขับเคลื่อนงานดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ระยะ ๓ ป (พ.ศ. ๒๕๖๒-๒๕๖๔) สามารถ สรุปประเด็นสําคัญ ไดแก การวิเคราะหสถานการณและสภาพแวดลอม ภาพลักษณและความ คาดหวัง ปจจัยที่เก่ียวของกับการส่ือสาร การเช่ือมโยงยุทธศาสตรการพัฒนาท่ีเกี่ยวของ เพื่อนํามา สูการจัดทําแผนงานและแนวทางสําหรับแผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธเพ่ือขับเคลื่อนงานดาน ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ มในท่สี ดุ ตามท่ีไดน ําเสนอไวแลวในสวนหนา ทง้ั นี้ เพอ่ื ประสิทธิภาพในการดําเนินงาน ที่ปรึกษาจึงมีขอเสนอขอสังเกต สําหรับเปนแนวทาง ในการขับเคล่ือนแผน โดยอาศัยปจจัยการมีสวนรวม ท้ังภายในและภายนอกเปนอยางมาก การมีสวน รวมจากผูเก่ียวของเปนท้ังพลังในการขับเคลื่อน และเสมือนการใหตรวจสอบการทํางานขององคกร ในการกําหนดแนวทางพัฒนา แกไขปญหา วางแผน หรือกระตุนใหเกิดความสําเร็จตามเปาหมาย หรือ มคี วามรวดเร็วข้นึ โดยมขี อเสนอ ในการสรา งการมสี ว นรวม ดังนี้ ๑. การมีสวนรวมภายใน จะเกิดผลดีก็ตอเมื่อ การที่กลุมเปาหมายหรือพนักงานท่ีเก่ียวของ ไดเขามา เปนสวนหน่ึงของกิจกรรมในแตละข้ันตอน ในหลายรูปแบบ เชน ในระยะแรกรวมใหขอมูล รับรูขอมูล ขาวสาร การรวมแสดงความคิดเห็น การปฏิสัมพันธ รวมสนับสนุน หรือรวมรับรูประโยชน ปญหา ที่สะทอนและพบบอย ไดแก การไมทราบขอมูลขาวสาร การส่ือสารไมถึงกลุมเปาหมาย ไมสามารถ สรางแรงดึงดดู ขาดศรทั ธาในผนู ํา องคก ร หรอื ภารกจิ ไมเห็นความสําคัญของการมีสวนรวมดังกลาว หรือไมมีความเขาใจที่เพียงพอ การที่ไมไดมีสวนรวมมาตั้งแตแรก หรือระยะเวลาไมเหมาะสม ขาดโอกาส ไมมชี อ งทางหรือจังหวะที่จะเขารวม และการเขารวมเปนไปอยางขาดอิสระหรือพบความ ไมเสมอภาค ๒. ภารกิจที่สําคัญของผูบริหาร ผูรับผิดชอบดานการสื่อสาร หรือผูขับเคล่ือนแผน จะตองสํารวจ สภาพปญหาที่เกิดข้ึนเก่ียวกับการมีสวนรวม ควบคูไปกับการทําความเขาใจคุณลักษณะ สภาพปญหา คานยิ ม หรอื วัฒนธรรมขององคกรกลุมเปาหมายที่เก่ียวของ นับตั้งแตเปดโอกาสใหกลุมเปาหมายไดเขา มารวมในการริเร่ิม ความคิด การตัดสินใจ การรวมปฏิบัติและการรวมรับผิดชอบ ในประเด็นตางๆ ท่ีเกี่ยวของกับกลุมเปาหมาย ซึ่งการมีสวนรวมดังกลาว อาจเปนท้ังกระบวนการ หรือในกระบวนการ บางสวนที่เขาเหลานั้น ไดมีโอกาสแสดงความเห็น ความรูสึกนึกคิด แลกเปล่ียนขอมูลกระทั่ง รวมตดั สินใจเก่ยี วกับประเด็นเหลานน้ั 74 แผนปฏบิ ตั ิการดานการประชาสัมพนั ธ เพ่ือขบั เคลอื่ นงานดา นทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม

๓. การสอ่ื สารสําหรบั การมสี วนรว มในภาพรวม จะไมประสบผลสาํ เร็จนั้น เกิดจากการที่กิจกรรมขาด การวางระบบไมเปนแบบแผน ไมไดเตรียมการอยางจริงจัง มีความไมเขาใจถึงภารกิจและเปาหมาย ขาดความตอเนื่อง ความรู ความเช่ียวชาญ ท่ีอาจทําใหการดําเนินงานตามแผนงานไมสําเร็จเทาท่ีควร โดยสวนใหญ จะพบวาขาดการกําหนดเปาหมายที่ชัดเจน ไมมีประสบการณในการบริหารการส่ือสาร เปนตน สําหรับแนวทางการวางรูปแบบของการส่ือสารผสมผสานแบบสองทางอยางเหมาะสมใน การสรางการมีสวนรว ม ไดแก ๓.๑ การสื่อสารแบบจากภายในสูภายนอก (Inside-out Approach) ดวยการสื่อสาร นโยบาย ภารกิจ ดวยการกระตุน หรือใชแนวทางเชิงรุก ที่เกิดจากแรงขับเคล่ือนใหเกิดการมีสวนรวม ในภารกิจจากพนักงานอยางกระตือรือรน ดวยการเนนความสอดคลองระหวางภารกิจหนาที่ขององคกร ภารกิจหนาท่ีของผูปฏิบัติงาน และเปาหมายใหเกิดความกลมกลืนกัน ซ่ึงการสรางการมีสวนรวม ในแนวทาง ดังกลาว อาจเกิดความกดดันจากผูมีสวนไดสวนเสีย ดังน้ัน การสื่อสารใหเกิดความเขาใจ รับรูเพ่ือใหทุกสวนตางมีสวนรวม โดยเห็นวาตางมีความสําคัญ ตอองคกร และตัวเอง แนวทางท่ีควร ถูกกําหนดใหเปนยุทธศาสตรขององคกร ที่มีแนวทางชัดเจน เหมาะสมกับสภาพการณทั้งภายในและ ภายนอก โดยตอ งขบั เคล่ือนในระยะยาว ๓.๒ การส่ือสารแบบจากภายนอกสูภายใน (Outside-in Approach) ในแนวทางนี้จะมี การสํารวจ หรือวิเคราะหความตองการของผูมีสวนไดสวนเสียท่ีเกี่ยวของกับองคกรเปนตัวกําหนด เนอ้ื หา รปู แบบ วิธีการ ท่ีจะสามารถตอบสนองความตองการใหไดมากท่ีสุด โดยวัดจากปญหา อุปสรรค ท่ีสงผลตอการมีสวนรวม ในแนวทางนี้จะมีลักษณะทั้งเชิงต้ังรับและเชิงรุก เหมาะใชกับการขับเคลื่อน ในระยะสั้น แตทาํ ใหเกิดขึน้ อยา งสมา่ํ เสมอ ๓.๓ การผสมผสานกันท้ังรูปแบบจากภายในสูภายนอก และแบบจากภายนอกสูภายใน เขาดวยกัน (Inside-out Approach + Outside-in Approach) การสรางการมีสวนรวมใหสอดคลอง ตอภารกิจ ตั้งแตการสรางชองทางใหผูมีสวนไดสวนเสีย หรือกลุมเปาหมาย โดยใหความสําคัญตอ การส่ือสารเปาหมายและวัตถุประสงคแกพนักงานภายในองคการในขณะท่ีกลุมภายนอก มีโอกาสและ ชองทางเขา มามสี วนรวมอยางเหมาะสม ทงั้ ในระยะส้ันและระยะยาว ๔. กลยทุ ธการสือ่ สารเพื่อสรางการมสี วนรวม ๔.๑ การสรางจุดเช่ือมระหวางกัน มีทั้งบุคคล มีกิจกรรม มีเน้ือหา มีการติดตามผล โดยเนน การสื่อสารดว ยอารมณ ความรสู ึก มีทง้ั ความมงุ มน่ั และมกี ารผอ นคลาย ๔.๒ รับฟง ต้ังใจ เปดโอกาสในการรับขอเสนอและความคิดเห็น การเปดชองทาง สรางโอกาส ใสใจตอขอเสนอหรือแลกเปล่ียนความคิดเห็นตางๆ เพื่อดึงดูดกลุมคนเขาไวดวยกันและแสดงใหเห็น ถึงความจรงิ ใจ ๔.๓ สงเสริมคานิยมของการมีสวนรวมในเชิงสรางสรรค การสรางแรงจูงใจใหเขารวมเปนสิ่ง ที่จําเปน ดวยคา นิยมรวมกนั เพือ่ ใหท ุกฝา ยเห็นถงึ คุณคา หลอ หลอมโดยสมัครใจ ๔.๔ การส่อื สารในรปู แบบทห่ี ลากหลาย ตรงกลมุ เปาหมาย ดวยเครือ่ งมอื การส่ือสารทั้งภายใน และภายนอก ท่ีกอใหเกิดความต่ืนตัว ตอประเด็น เร่ืองราว ทั้งเปนทางการ ไมเปนทางการ โดยเช่ือม ท้ังหมดใหข บั เคล่ือนไปในทิศทางเดยี วกนั 75 แผนปฏิบตั กิ ารดานการประชาสมั พันธ เพื่อขับเคลือ่ นงานดานทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม

อยางไรก็ตาม ในการดําเนินจัดทําแผนปฏิบัติการ ดังกลาวนี้ อยูภายใตเงื่อนไขของกรอบ ระยะเวลา นโยบาย ปจจัยแวดลอมทั้งภายในและภายนอก ตลอดจนกระแสสถานการณท้ังในประเทศ และของโลก ท่ีอาจสง ผลชนี้ าํ ตอ การวิเคราะห และกาํ หนดแนวทาง ซง่ึ ตองอาศัยการเทยี บเคียงกับปจจัย ท่ีอาจสงผลกระทบในภายหนาที่อาจเกิดข้ึนได และตองอาศัยการปรับปรุงแนวทางหรือรายละเอียด บางสว นบา ง ใหเ หมาะสมกบั สภาพการณท ี่อาจเกดิ ขึ้นในอนาคต การดําเนินการจัดทําแผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธ เพื่อขับเคล่ือนงานดาน ทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอม ระยะ ๓ ป (พ.ศ. ๒๕๖๒-๒๕๖๔) ฉบบั น้ี ผจู ดั ทําไดรับความรวมมือ เปนอยางดี จากผูบริหาร บุคลากรของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมทุกหนวยงาน นักวิชาการ นักวิชาชีพ สอ่ื มวลชน ผดู ําเนนิ งานเพื่อสังคม จากหนวยงานท่ีเก่ียวของท้ังจากภาคราชการ และภาคเอกชน ในการใหความอนุเคราะห ความเห็น ขอคิด มุมมอง และภาพสะทอน ท่ีเปนประโยชน อยางย่ิงตอการดําเนินงาน และหวังวาแผนปฏิบัติการดานการประชาสัมพันธนี้ จะมีสวน ในการขับเคล่อื นงานดานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอม บรรลุวัตถุประสงคไดอยางมีประสิทธิภาพ และประสทิ ธผิ ลไดอยางอยา งยงั่ ยืนตอ ไป 76 แผนปฏิบตั กิ ารดา นการประชาสัมพันธ เพื่อขบั เคลอ่ื นงานดา นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ ม

เอกสารและขอ มูลทเี่ ก่ียวขอ ง ลําดับ หัวขอ/หนงั สือ /เวบลงิ ค อางองิ 1 คุณชวรงค ลิมปปท มปาณี ประธานสภาการหนงั สือพิมพแหงชาติ บรรยายเรอ่ื ง Media หนา landscape & Corporate Communication Integrated ในการประชุมถา ยทอด 13,41 แผนปฏบิ ตั กิ ารดา นการประชาสมั พันธเ พ่ือขบั เคลือ่ นงานดานทรัพยากรธรรมชาติและ สิง่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562 - 2564) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและ อางอิง 2 สิง่ แวดลอม ในวันศกุ รท่ี 20 กรกฎาคม 2561 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ หอง หนา 13 คริสตลั 1-2 ช้ัน 3 โรงแรมเซ็นจูรี่ พารค กรุงเทพฯ อางองิ 3 “เปรยี บเทยี บมุมมองของนักประชาสมั พนั ธกบั นักหนังสือพมิ พ : เกี่ยวกบั คณุ ลักษณะและ หนา 13 บทบาทหนา ที่ของนักประชาสมั พนั ธใ นประเทศไทย” เหมวดี พลรัฐ ,มิถุนายน 2552, มหาวิทยาลยั กรงุ เทพ หนา 58 อา งองิ 4 คุณกนั ฑรัตน เจิมจิตรผอ ง ประธานเจาหนาท่ีบริหาร บรษิ ัท เวเคลสิ ตาร จาํ กดั หนา อดีตรองประธานเจา หนาที่บริหารงานสือ่ สารองคกรและธรุ กจิ สมั พนั ธ บมจ.บตั รกรุงไทย 27,29 (KTC) กลา วในการประชมุ ถา ยทอดแผนปฏบิ ัติการดา นการประชาสมั พนั ธเ พือ่ ขับเคล่อื น อางองิ 5 งานดา นทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562 - 2564) หนา 27 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ ม ในวันศกุ รที่ 20 กรกฎาคม 2561 เวลา อา งองิ 6 08.30 – 16.30 น. ณ หอ งครสิ ตัล 1-2 ช้ัน 3 โรงแรมเซ็นจูร่ี พารค กรงุ เทพฯ หนา 36 “Internal Branding แบรนดด ี เริ่มขางในองคกร” อา งองิ 7 ดร.พจน ใจชาญสขุ กิจ หนา 36 หนงั สือพิมพกรุงเทพธุรกจิ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ฉบับท่:ี 7714 หนา 30 อา งอิง 8 6 ข้นั ตอน การสรางแบรนด จาก Purpose สู Beneficence หนา 39 นิตยสาร marketeer https://marketeeronline.co/archives/22699 “12 ประเดน็ ปญหาของแบรนดไทยในการสื่อสารออนไลนยุค 4.0” ดร.พจน ใจชาญสุขกจิ นิตยสาร Marketplus, 2560 หนา 90 สถิติผูใชด ิจิทัลทั่วโลก “ไทย” เสพติดเน็ตมากสุดในโลก-“กรงุ เทพ” เมอื งผูใช Facebook สูงสุด https://www.brandbuffet.in.th/2018/02/global-and-thailand-digital-report- 2018/ รูยงั SCB ไมใชผ ูชาย! ฟงเคล็ดลบั จัดการ Social Media อยา งไรใหเจงในแบบ SCB กบั การควา รางวัลท่วั โลก https://www.marketingoops.com/media-ads/social-media/scb-social-media- 2/ 77 แผนปฏิบัตกิ ารดานการประชาสมั พันธ เพื่อขบั เคลื่อนงานดา นทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ มระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม

ลําดับ หัวขอ/หนังสือ /เวบลิงค อางองิ 9 ผลการวจิ ยั เรอื่ งรปู แบบการสรางจิตสํานกึ ในการพฒั นาชุมชน ของ อรณุ รุง ปภาพสิษฐ หนา 49 อางใน tci-thaijo (2561) อางอิง 10 https://www.tci-thaijo.org/index.php/PNRU_JHSS/article/view/41739 หนา 49 แนวคิดการจดั จําแนกความรูสึกของ Krathwohl et al. (1964) อางใน ธีราพร ทอง อางอิง 11 ปญ ญาและพวก (2558) หนา kasetsartjournal.ku.ac.th/kuj_files/2016/A1601071437366070.pdf 59,60 แนวคดิ เกยี่ วกบั เครือขาย กาญจนา แกวเทพ (2538) อางใน “บทบาทของการสื่อสารใน การสรา งเครือขายและการสงเสรมิ จิตสํานึกสาธารณะของเยาวชนอาสาสมัครชาย” อา งอิง 12 พงศธร สงิ หน อย วารสารนิเทศศาสตรธรุ กจิ บัณฑิตยปท่ี 7 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - หนา 67 มิถนุ ายน ประจําป 2556 อา งองิ 13 www.dpu.ac.th/commarts/journal/upload/issue/PORMnG3YNc.pdf หนา 67 พจนานกุ รมองั กฤษ-ไทย ศ.ดร.วทิ ย เท่ียงบรู ณธรรม พ.ศ.2541 หนา 126 การศึกษาแบบกรณีศึกษา : Case Study ดร. ยาใจ พงษบรบิ รู ณ Journal of Education Khon Kaen University Vol.33, No.4 Oct.-Dec.2010 หนา 42 https://www.tci- thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/download/49867/41266 78 แผนปฏิบตั กิ ารดานการประชาสัมพนั ธ เพอ่ื ขบั เคลือ่ นงานดา นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอม

ช่ือหนงั สือ แผนปฏบิ ัติการดา นการประชาสมั พันธ เพื่อขับเคลอื่ นงาน ดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สง่ิ แวดลอม คณะทปี่ รกึ ษา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอม นายวจิ ารย สมิ าฉายา รองปลดั กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม นายสมชัย มาเสถยี ร อธบิ ดกี รมสงเสรมิ คุณภาพสง่ิ แวดลอ ม นายรัชฎา สรุ ยิ กลุ ณ อยธุ ยา รองอธิบดีกรมสง เสรมิ คุณภาพส่งิ แวดลอ ม นายสุรชยั อจลบญุ ท่ีปรกึ ษาพิเศษและผูดําเนนิ การจัดทาํ แผนปฏบิ ตั ิการ ดร.พจน ใจชาญสขุ กิจ ดา นการประชาสมั พนั ธฯ บรรณาธกิ าร ผอู ํานวยการกองสง เสริมและเผยแพร นางภาวนิ ี ณ สายบรุ ี กรมสง เสรมิ คุณภาพสิ่งแวดลอม นางสาวผกาภรณ ยอดปลอบ ผอู าํ นวยการกลมุ สื่อสารสิ่งแวดลอม กองสง เสรมิ และเผยแพร นางสาวจติ ติมา กียะสูตร กรมสง เสริมคุณภาพสงิ่ แวดลอม นกั วชิ าการสงิ่ แวดลอ มปฏบิ ตั ิการ ประสานงาน นางสาววรัฐธยา สาระศาลนิ นักวิชาการเผยแพร พมิ พ ครั้งท่ี 1 จาํ นวน 100 เลม ปท่ีพิมพ กนั ยายน พ.ศ. 2561 แผนปฏบิ ัตกิ ารดานการประชาสัมพนั ธ เพ่ือขบั เคลื่อนงานดานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอมระยะ 3 ป (พ.ศ. 2562-2564) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม