Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สรุปคุณภาพภายในสถานศึกษาเขมราฐพิทยาคม

สรุปคุณภาพภายในสถานศึกษาเขมราฐพิทยาคม

Published by nara_balloon, 2020-05-20 12:16:34

Description: สรุปคุณภาพภายในสถานศึกษาเขมราฐพิทยาคม

Search

Read the Text Version

48 จุดควรพฒั นำ การซอ่ มแซม บารงุ รกั ษาอาคารสถานที่ และสงิ่ แวดล้อมใหม้ ีความสะอาด รม่ รื่น และเชญิ ชวนนกั เรยี นใหเ้ ข้าใช้หอ้ งสมุดให้มากข้นึ และมีกิจกรรมเสริมสร้างความรกู้ ับนักเรียนเพ่ือสุขอนามัยที่ ดีของตัวนักเรยี นเอง มีกจิ กรรมเปิดโลกอาชพี โดยการนาอาชพี ต่าง ๆ มาสาธติ หรอื นาเสนอ ให้ นักเรยี นได้เรียนรจู้ ากประสบการณ์ตรง ดาเนนิ การพฒั นาสถานศกึ ษาให้เป็นแหลง่ เรียนรู้ของชุมชน อยา่ งย่ังยนื สามารถแลกเปล่ียนเรยี นรู้รว่ มกนั ไดต้ ลอดเวลา ทงั้ ครู ผู้ปกครอง นักเรียน และรวมไปถงึ หนว่ ยงานราชการอน่ื ๆ ทีใ่ กลเ้ คยี ง แนวทำงกำรพัฒนำในอนำคต 1. จดั สภาพแวดล้อมและสังคมท่ีดีแก่ผู้เรียนทุกกลมุ่ เปา้ หมาย 2. ทุกฝา่ ยให้การสนับสนนุ การจัดกิจกรรมการจดั สภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่ เออ้ื ต่อการจดั การเรยี นรู้อยา่ งมีคุณภาพ 3. การจดั ทรัพยากรและส่ิงอานวยความสะดวกใหเ้ พยี งพอและพร้อมต่อการสง่ เสริมการ จดั การเรียนการสอนอยา่ งมีคุณภาพ ควำมตอ้ งกำรควำมช่วยเหลือ 1. ความรว่ มมอื จากคณะผู้บรหิ าร ครูและบคุ ลากรทางการศึกษา นักเรยี น ผูป้ กครองและ ชุมชน ในการสนับสนนุ การจัดกจิ กรรมการจดั สภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมท่ีเอ้ือต่อการ จัดการเรียนรูอ้ ย่างมีคุณภาพ 2. บุคลากรทุกคนควรมสี ่วนรว่ ม ตระหนกั และเห็นความสาคัญของการทาโครงการ/ กจิ กรรมต่างๆ 6.จดั ระบบเทคโนโลยีสำรสนเทศเพ่ือสนบั สนนุ กำรบรหิ ำรจดั กำรและกำรจัดกำรเรยี นรู้ มรี ะดบั คณุ ภำพ : ดเี ลิศ กระบวนกำรพัฒนำ โรงเรียนส่งเสริมให้มรี ะบบบริหารจัดการทรัพยากรสารสนเทศทีท่ ันสมยั มกี ารใช้ระบบสนับสนุน การบริหารจัดการสถานศกึ ษา(SMSS) เพ่ือช่วยในการทางาน จดั ใหม้ ีห้องสมุดและคอมพิวเตอร์เพื่อให้ นกั เรยี นได้ศกึ ษาค้นคว้า สง่ เสรมิ ใหม้ จี ดุ บรกิ ารฟรีอนิ เตอร์เนต็ ไวไฟ ให้แก่นักเรยี น เพื่อสอดคล้องกับ ความตอ้ งการของผู้เรียน เพือ่ สร้างสังคมแหง่ การเรียนรแู้ ละสร้างนสิ ยั รกั การอ่านอยา่ งยงั่ ยืน โรงเรียนมกี ารประชาสมั พนั ธก์ ิจกรรมข่าวสารต่างๆอย่างต่อเนอ่ื ง ผา่ นทาง เพจ และเวบ็ ไซตข์ อง โรงเรียน เพื่อใหผ้ ู้ทส่ี นใจไดร้ ับทราบขา่ วสารต่างๆ ผลกำรดำเนินงำน นักเรียนไดร้ บั การให้บริการด้านข้อมูลสารสนเทศท่มี ีประสิทธ์ภิ าพ ไดร้ ับการใหบ้ ริการการใชง้ าน ระบบอินเตอรเ์ นต็ ทีท่ ั่วถงึ ตอบสนองความต้องการของผ้เู รียนของ ทาให้ผเู้ รยี นเกิดการเรียนรู้ การ

49 เขา้ ถงึ ขอ้ มูลข่าวสารแก่นักเรียนและผ้ทู ส่ี นใจเกิดความรว่ มมือระหว่างโรงเรยี นและชมุ ชนในการ บริหาร และการทากจิ กรรมต่างๆ กำรเก็บรวบรวมข้อมลู หลกั ฐำน ร่องรอย - ตรวจเอกสาร/ภาพ/เว็บไซต์ - คาสัง่ มอบหมายงานของโรงเรยี น - การสมั ภาษณ์ - บันทกึ การประชมุ ของโรงเรียน/กลมุ่ งาน - ตอบแบบสอบถาม - แผนพัฒนาการจดั การศกึ ษา - แผนปฏบิ ตั กิ ารประจาปี - รายงานประจาปี (SAR) - ปฏิทนิ การปฏบิ ัตงิ านของโรงเรียน - รอ่ งรอยแผนภมู กิ ารบริหารงานของโรงเรยี น - เวบ็ ไซต์ของโรงเรียน - เอกสารสารสนเทศของโรงเรียน - รอ่ งรอยการเขา้ ถึงการใช้ขอ้ มูล จดุ เด่น โรงเรยี นมีบรรยากาศทางวิชาการอย่างเข้มขน้ ทงั้ การจัดการเรียนร้ใู นหอ้ งเรียน และการ สง่ เสริมด้วยกิจกรรม / โครงการตา่ ง ๆ มรี ะบบบริหารจดั การทรัพยากรสารสนเทศที่ทนั สมัย สอดคล้องกบั ความต้องการของผู้เรยี น ท่ีคอยกระตุ้นใหเ้ กิดการการพฒั นาทั้งนักเรยี น และครอู ย่าง ตอ่ เน่ือง จุดท่คี วรพฒั นำ พฒั นาระบบสารสนเทศใหม้ ีประสทิ ธภิ าพยิ่ง สง่ เสรมิ ให้นักเรียนและชุมชนไดม้ ีส่วนร่วมใน การพัฒนาระบบสารสนเทศ สร้างชอ่ งทางในการให้บริการข้อมลู สารสนเทศให้มากยง่ิ ข้ึน

50 มำตรฐำนที่ 3 กระบวนกำรจัดกำรเรียนกำรสอนที่เนน้ ผ้เู รยี นเป็นสำคญั มรี ะดบั คณุ ภำพ : ยอด เยี่ยม คำอธิบำย เป็นกระบวนการจัดการเรียนการสอนตามมาตรฐานและตัวช้ีวัดของหลักสูตร สถานศึกษา สร้างโอกาส ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง มีการบริหารจัดการช้ันเรียนเชิงบวก สร้างปฏิสัมพันธ์ท่ีดี ครูรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล ดาเนินการ ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบและ นาผลมาพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งร่วมกันแลกเปล่ียน เรยี นรแู้ ละนาผลที่ไดม้ าให้ข้อมลู ปอ้ นกลบั เพ่ือพฒั นาและ ปรบั ปรุงการจัดการเรยี นรู้ ท่ี ประเดน็ พิจำรณำ ค่ำเป้ำหมำย ผล ผลกำรพฒั นำ 4 กำรประเมนิ +1 3.1 จดั การเรียนรผู้ ่านกระบวนการคดิ และ ปฏิบตั ิจริง และสามารถนาไปประยกุ ต์ใช้ 4 5 +1 ในชีวิตได้ 4 +1 4 5 +1 3.2 ใชส้ ื่อ เทคโนโลยสี ารสนเทศ และแหล่ง 4 +1 เรยี นรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 5 5 3.3 มกี ารบรหิ ารจัดการช้ันเรยี นเชงิ บวก 3.4 ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเปน็ 5 ระบบ และนาผลมาพัฒนาผู้เรียน 3.5 มกี ารแลกเปลี่ยนเรียนรแู้ ละใหข้ อ้ มูล สะทอ้ นกลับเพ่ือพฒั นาและปรบั ปรุงการ จัดการเรียนรู้ ประเด็นพิจำรณำ 1.จดั กำรเรียนรผู้ ำ่ นกระบวนกำรคดิ และปฏบิ ัตจิ ริง และสำมำรถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ มรี ะดับคณุ ภำพ : ยอดเยีย่ ม กระบวนกำรพัฒนำ โรงเรยี นเขมราฐพทิ ยาคมมงุ่ มั่นพัฒนานักเรียนให้มีศักยภาพเป็นพลโลกทีด่ ี มที ักษะในศตวรรษ ท่ี 21 เพ่ือขบั เคลอ่ื นสถานศึกษาให้บรรจตุ ามวิสยั ทัศน์ท่กี าหนด มกี ระบวนการพฒั นาคุณภาพ นักเรยี นดว้ ยกระบวนการและวธิ ีการทหี่ ลากหลาย เพื่อมงุ่ เนน้ ใหน้ ักเรียนเกดิ องค์ความรู้ดว้ ยตนเอง ตามศักยภาพของผเู้ รียน อีกทั้งสามารถคดิ วเิ คราะห์ กลัน่ กรองข้อมลู ท่ีได้รับเพ่ือนามาอภิปราย พร้อมท้งั ใหเ้ หตผุ ลประกอบการตัดสินใจ อีกท้งั สามารถเช่อื มโยงส่กู ารแกป้ ัญหาในการดาเนินชีวิตได้ เป้าหมายความสาเร็จทสี่ าคัญ คอื ครู ซง่ึ เป็นกลไกหลักในการขบั เคลอื่ น โดยการวเิ คราะห์หลกั สูตร เพ่อื ใหเ้ หมาะสมกบั ความถนดั สอดคลอ้ งต้องการของนักเรียน ผ่านกระบวนการ PLC สรา้ งกจิ กรรม

51 การเรียนร้ทู ีเ่ นน้ กระบวนการคิด ปฏิบัติ สามารถนาไปประยุกต์ใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ติ และแก้ปญั หา การเรียนได้อย่างยัง่ ยนื ตลอดไป กระบวนการจดั การเรียนการสอนท่ีเนน้ ผู้เรียนเปน็ สาคญั โรงเรียนเขมราฐพิทยาคม ดาเนินการ ตามผังกระบวนการ โดยการวิเคราะห์หลักสูตรการเรียนให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียน ครูมี ส่วนร่วมในการจัดการหลักสูตรสถานศึกษา และครูใช้กระบวนการ PLC มาวิเคราะห์ สร้างแนวทาง การจัดการเรียนรู้ นวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอน จนได้หลักสูตรการเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้ นกั เรียนเลือกเรยี นได้ตามความถนัด ส่งเสรมิ เติมเต็มทักษะการคิด เน้นการฝึกปฏบิ ัตติ ามกระบวนการ เน้ือหารายวิชา ฝึกให้นักเรียนมีทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ เก็บรวบรวมข้อมูล ตาม แนวทางการวิชาเพิ่มเติมมาตรฐานสากล (IS) ภายใตก้ รอบความเชอ่ื ว่า กระบวนการในวิชา IS จะช่วย เสริมทักษะการคิด ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญสามารถดึงเอาศักยภาพของผู้เรียนให้แสดงออกมาทาง ความคิด การปฏิบตั ิได้อย่างแท้จริง ยัง่ ยืน ตามวิสัยทัศน์ของโรงเรียนท่ี สรา้ งพลโลกท่ีดี ในสงั คม และ ใช้กระบวนการนิเทศกากับติดตามครูผู้สอนให้เป็นไปตามกรอบหลักสูตรท่ีกาหนด เพ่ิมความยืดหยุ่น หลักสูตรโดยมีการประเมินการใช้หลักสูตร ปรับปรุงหลักสูตรให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับยุค สมยั ปจั จุบนั ผลกำรดำเนนิ งำน นกั เรยี นโรงเรยี นเขมราฐพทิ ยาคม มศี ักยภาพเปน็ พลโลกทด่ี ี มที ักษะตามศตวรรษที่ 21 สอื่ สาร สองภาษา สามารถแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติจริง มีคุณลักษณะ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่น ทุ่มเทในการทางาน สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและ จัดกระทาข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ สามารถคิด วิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ อภิปราย แลกเปล่ียนความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล มีทักษะในการแก้ปัญหา และสามารถนาไปใช้ในชวี ติ ประจาวันได้ กำรเกบ็ รวบรวมข้อมลู หลกั ฐำน ร่องรอย จัดการเรยี นรผู้ ่านกระบวนการคดิ และปฏบิ ัติจรงิ และสามารถนาไป - กาหนดการจดั การเรียนรู้ ประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ ได้ - บันทกึ หลังการสอน (แผนการจดั การเรียนร)ู้ - ผเู้ รยี นมีส่วนร่วมในการวเิ คราะห์ - SDQ ตนเอง กาหนดเนอื้ หาสาระ กิจกรรม - แบบวิเคราะห์ผู้เรียนรายบคุ คล ท่สี อดคล้องกับความสนใจและความ ถนัดเปน็ รายบุคคลอยา่ งเปน็ รปู ธรรม ท้งั ระบบ - ผเู้ รยี นได้เรียนรูโ้ ดยเช่ือมโยงบูรณา - รายงานโครงการ

52 กำรเก็บรวบรวมข้อมลู หลกั ฐำน ร่องรอย การสาระการเรียนรแู้ ละทกั ษะด้าน - กิจกรรมชุมนมุ ตา่ ง ๆ - กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน - ผเู้ รียนไดเ้ รียนรูโ้ ดยใช้ - โครงงานนกั เรียน กระบวนการวิจยั อยา่ งเปน็ รูปธรรม - ผลงานนกั เรยี นวชิ า IS และตอ่ เนื่อง - แผนการจดั การเรยี นรู้ จุดเดน่ 1. หลักสูตรมีความหลากหลาย นักเรียนสามารถเลือก เรียนตามความถนัด 2. วิชาเลือกท่สี ่งเสริมทักษะกระบวนการปฏบิ ตั ิ และสามารถนาไปใชใ้ นชีวิตจรงิ 3. ครูมีความพร้อมในการจัดการเรยี นการสอน ตรงตามสาขาวิชา 4. ครูมีความชานาญการณแ์ ละมีประสบการณ์ในการจดั การเรียน 5. ครมู ีการวิเคราะหผ์ ู้เรียนและการแก้ปัญหาโดยกระบวนการ PLC 6. โรงเรยี นมีห้องปฏิบัตกิ าร สถานท่ี แหลง่ เรยี นรทู้ ่ีเออื้ ต่อการจัดประสบการณเ์ รียนรู้ และทักษะ การเรียนรู้ตามห้องปฏิบัตกิ าร จุดควรพัฒนำ 1. พัฒนาครแู ละบุคลากร ใหโ้ ดยกระบวนการ PLC ในการวเิ คราะห์ แก้ปัญหาและสร้างนวักตกร รรมในการจดั การเรียน เพ่ือมุ่งพฒั นาทักษะการคิด และจดั ประสบการณเ์ รยี นรเู้ ชิงปฏิบตั ิให้เกดิ ความ ยัง่ ยืน และทั่วถึงทกุ คน 2. โรงเรียนควรเรง่ ดาเนินพัฒนาวสั ดอุ ุปกรณ์ สือ่ การสอนที่ทันสมยั สอดคล้องกบั แนวทางการ จัดการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21ใหน้ ักเรียนได้ใช้อย่างทว่ั ถงึ ทุกคน 3. ครสู ามารถสรา้ งนวตั กรรมทส่ี ามารถพัฒนานักเรยี นแบบคภู่ ายใต้พ้ืนฐานความร้ขู องนักเรียนท่ี ไมเ่ ท่ากัน โดยเนน้ การวดั ผลจากพฒั นาการเรียนรู้ เพ่ือใหน้ ักเรยี นไดใ้ ชท้ ักษะตามความเหมาะสมและ เติมเตม็ ศักยภาพของตวั เอง แนวทำงกำรพัฒนำในอนำคต 1. วิเคราะห์ความต้องการของอาชีพ และสร้างหลักสูตรท่ีสอดคล้องกับความต้องการของนักเรียน และสอดคลอ้ งกับอาชพี ตามยุคสมยั ท่เี ปล่ยี นแปลงไป 2. พฒั นากระบวกการ PLCส่กู ารปฏิบัตใิ หท้ ว่ั ถึงครใู นทุกคน 3. สง่ เสรมิ กจิ กรรมบูรณาการ ทีก่ ่อใหเ้ กดิ ทกั ษะการคิด แกป้ ญั หา อยา่ งสรา้ งสรรค์

53 4. พัฒนานักเรียนตามความถนัดให้มากข้ึน โดยมีกระบวนการจัดการเรียนรู้ท่ีหลากหลาย เหมาะสมกบั นกั เรียนตามกล่มุ ความถนดั 5. พัฒนาห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ สร้างบรรยากาศสิ่งแวดล้อมให้เอ้ือต่อกิจกรรม การเรียนรู้ท่ี เหมาะสม 3.2 ใช้ส่ือ เทคโนโลยสี ำรสนเทศและแหลง่ เรียนรู้ที่เอื้อต่อกำรเรียนรู้ มีระดับคณุ ภำพ : ยอดเยี่ยม กระบวนกำรพัฒนำ โรงเรียนมีกระบวนการ พัฒนาทีท่ าให้ครจู ดั การเรียนรู้ใหเ้ ป็นไปตามศักยภาพของ นักเรยี นและ จัดทาแผนการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพนักเรียนและสมรรถนะนักเรียนตามทักษะในศตวรรษ ท่ี 21 สอดคล้องกับตัวช้ีวัดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานพุทธศักราช 2551 และหลักสูตร มาตรฐานสากลโดยโรงเรียนมีการบริหารจัดการการเรียนการสอนและงานสนับสนุนกา รเรียนรู้ด้วย การใช้ กระบวนการ PDCA ในการทางาน มีการวางแผนกาหนดวัตถุประสงค์ และระดับนักเรียน ชัดเจนการออกแบบ เป็นระบบนาเสนอถูกต้องตามลาดับขั้นของประเภทสื่อน้ัน ๆ มีกิจกรรมการฝึก ปฏิบัติหรือแบบฝึกหัดและการประเมินที่ครอบคลุมจุดประสงค์ผ่านการทดลองใช้ ปรับปรุง พัฒนามี การประเมินและมีเอกสาร รายงานผลการนาไปใช้ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยโรงเรียนมีการใช้ส่ือ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ รวมทั้งภูมิปัญญา ท้องถ่ินมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ สร้าง โอกาสใหน้ ักเรยี นได้แสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเองจากสือ่ ท่ีหลากหลาย ผลกำรดำเนนิ งำน โรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ภายในท่ีครอบคลุมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ นักเรียนสามารถแสวงหา ความรู้จากแหล่งเรียนรู้ภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาทักษะการคิดการทางาน ส่งผลให้ นักเรยี นเกดิ ความรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ และแกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ งมีเหตุผล นักเรยี นมีความรทู้ ักษะการ ทางานต่าง ๆ ตาม วิทยากรภายนอกที่มาให้ความร้สู ามารถนาไปประยุกต์ใช้หรือพัฒนาต่อในอนาคต และนักเรียนยังได้รับ ประสบการณ์การเรียนร้จู ากแหลง่ เรียนรภู้ ายนอก สามารถนาเอาความรูท้ ่ีได้รับ มาใช้ในการเรียนการสอนใน รายวชิ าต่าง ๆ กำรเกบ็ รวบรวมข้อมลู หลักฐำน ร่องรอย ใชส้ ื่อ เทคโนโลยสี ารสนเทศ และแหล่ง เรยี นร้ทู ่ีเอ้ือตอ่ การเรียนรู้ - แผนการจัดการเรียนรู้ - จดั กิจกรรมให้ผู้เรยี นได้ฝึกทักษะ - ผลงานนักเรยี น วิชา IS แสดงออก นาเสนอผลงาน แสดงความ - โครงงานนักเรยี น คิดเห็น คิดเป็นทาเป็น รกั การอา่ น และ - กิจกรรมชุมนมุ แสวงหาความรจู้ ากส่อื เทคโนโลยีดว้ ยตนเอง - หลักสตู รวชิ าชพี ระยะส้นั อยา่ งเปน็ รปู ธรรมและตอ่ เน่ือง

54 กำรเกบ็ รวบรวมข้อมลู หลักฐำน ร่องรอย - จดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รยี นได้เรียนรจู้ ากแหล่ง - หลกั สตู รสถานศึกษา เรียนรู้และภมู ิปญั ญาท้องถ่ินในการจัดการ - ทะเบียนแหล่งเรยี นรู้ เรียนการสอน - รายงานโครงการ - ภาพกจิ กรรม - ชมุ ชนมีสว่ นร่วมแสดงความคิดเห็นหรือ รว่ มจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนอย่างเป็น - รายงานโครงการ รปู ธรรมและต่อเน่ือง - บนั ทึกการประชุม - เปดิ โอกาสใหผ้ ู้เรยี นเรยี นรโู้ ดยการคิดได้ - แผนการจัดการเรยี นรู้ ปฏิบัติจริงดว้ ยวธิ ีการและแหลง่ เรยี นรู้ที่ - ขอ้ มลู แหล่งเรียนรู้ หลากหลาย สรุปองค์ความรู้ และสามารถ - ผลงานนกั เรียน นาไปใช้ในสถานการณต์ ่าง ๆ ได้เปน็ อย่างดี - รายงานกจิ กรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ จดุ เดน่ โรงเรียนใชก้ ระบวนจดั การเรียนการสอนที่เน้นนักเรยี นเป็นสาคัญ สนับสนนุ ส่งเสริม ใหค้ รทู กุ มีการใช้สือ่ เทคโนโลยใี นกระบวนการสอนเป็นสว่ นใหญ่ ครูจัดรูปแบบการสอนได้หลากหลายและ ส่งผล ใหน้ ักเรยี นมีความต้งั ใจในการเรียนมากขึ้นและสง่ ให้ผล O-Net เพ่ิมสูงขน้ึ มีรางวัลเหรียญทอง จากรายการแขง่ ขัน ศิลปหตั ถกรรมและในรายการอ่ืน ๆ ระดบั ประเทศมากขึน้ จุดควรพัฒนำ เน้นการส่งเสรมิ สนบั สนนุ ใหก้ บั คณะครูได้เข้ารับการฝกึ อบรมในการผลิตสือ่ นวัตกรรมมากขึ้นใน แตล่ ะปีการศึกษา 3. มีกำรบริหำรจดั กำรชนั้ เรียนเชิงบวก มีระดับคุณภำพ : ยอดเยีย่ ม กระบวนกำรพัฒนำ ครูผูส้ อนมีการวางแผนกระบวนการจัดการเรียนรู้ โดยจัดทาแผนการจัดการเรียนรู้ ในรายวิชาทีไ่ ด้ รับผิดชอบ ทางโรงเรียนจัดทา โครงการพัฒนาศักยภาพครูด้วยกระบวนการนิเทศการเรียนการสอน ของครูผู้สอนแบบกัลยาณมิตรท้ังระบบ เพื่อครูผู้สอนจะได้พัฒนาการจัด การเรียนการสอนอย่างมี ประสิทธิภาพ มีการจัดกิจกรรมการบริหารจัดการชั้นเรียนโดยเน้นการมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวก จัด กิจกรรมให้หลากหลาย เลือกใช้เทคนิคการสอน การวัดและประเมินผล ให้เหมาะสมกับผู้เรียน มีการ

55 สร้างบรรยากาศในห้องเรียน สภาพแวดล้อม ส่ือการเรียน การเสริมแรงบวกให้กับผู้เรียน ตลอดจน เอื้ออานวยความสะดวกให้กับผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้อย่างมีความสุข กล้าคิด กล้าทา กล้า แสดงออก ผ้เู รียนมีส่วนร่วมในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ผลกำรดำเนนิ งำน 1. ครูผู้สอนมกี ารบริหารจัดการชั้นเรียนอย่างเปน็ ระบบ มีประสทิ ธิภาพ โดยเน้นการมีปฏสิ ัมพนั ธ์ เชิงบวก ให้เดก็ รักครู ครูรักเด็ก และเด็กรกั เด็ก เดก็ รักท่ีจะเรยี นรู้ สามารถเรยี นร้รู ว่ มกนั อย่างมี ความสขุ และมีสว่ นร่วม ได้ลงมือปฏิบตั จิ ริง ครูผสู้ อนจดั ทาแผนการจดั การเรยี นรู้ ท่ีมีบรรยากาศทา ใหผ้ เู้ รยี นเรียนรอู้ ย่างมีความสุข สง่ ผลให้ผูเ้ รยี นมีผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนทสี่ งู ข้นึ 2. ครูผูส้ อนทุกคนได้พฒั นาศักยภาพการจดั การเรยี นการสอนโดยผ่านกระบวนการนิเทศแบบ กัลยาณมิตรอยา่ งเปน็ ระบบและต่อเน่ือง กำรเก็บรวบรวมข้อมลู หลกั ฐำน ร่องรอย - ตรวจเอกสำร/ภำพ - ภาพประกอบกจิ กรรม บรรยากาศในชน้ั เรยี น - กำรสัมภำษณ์ - ภาพประกอบการนเิ ทศการเรยี นการสอน - ตอบแบบสอบถำม - รายงานผลการดาเนินงานการนิเทศในชั้นเรียน - แบบสรุปการสง่ แผนการจดั การเรยี นรู้ จดุ เด่น โรงเรียนมีโครงการพัฒนาศักยภาพครูด้วยกระบวนการนิเทศการเรียนการสอน อย่างเป็น ระบบ และต่อเน่ือง โดยดาเนินการนิเทศการจัดการเรียนการสอน จานวน 2 คร้ังต่อปีการศึกษา ได้แก่ ภาคเรียนท่ี 1 และภาคเรียนที่ 2 ครูผู้สอนจัดทาแผนการจัดการเรียนรู้ และพัฒนาการจัดการ เรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ เหมาะสมกับผู้เรียน ทาให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข และผู้เรียนมี ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนทมี่ ีสูงขึ้น จดุ ควรพัฒนำ พฒั นาระบบการนิเทศการจดั การเรยี นการสอนให้มปี ระสิทธิภาพมากข้ึน แนวทำงกำรพัฒนำในอนำคต สง่ เสริมและสนบั สนนุ ให้ครูพัฒนากระบวนการเรียนการสอนใหม้ ีประสิทธภิ าพมากขน้ึ และ ตอบสนองความสนใจของผู้เรียน 4.ตรวจสอบและประเมนิ ผู้เรยี นอย่ำงเป็นระบบและนำผลมำพฒั นำผูเ้ รียน มีระดบั คุณภำพ : ยอด เย่ียม กระบวนกำรพัฒนำ โรงเรียนเขมราฐพิทยาคม มีกระบวนการตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ โดยครูมี การศึกษาและวางแผนการวัดผลประเมินผล ท่ีมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ครูรู้จักผู้เรียนด้านพฤติกรรม

56 เป็นรายบุคคลโดยผ่านกิจกรรมการเย่ียมบ้าน กิจกรรมตามแบบประเมินSDQ ทาให้ทราบข้อเด่น ขอ้ ด้อยของผู้เรียน และใช้วธิ ีการวดั และประเมินผลอยา่ งหลากหลายเพอ่ื รู้จกั ผ้เู รยี นด้านการเรยี น โดย มีการวิเคราะห์ และประเมินผู้เรียนเป็นรายบุคคลทาให้ทราบความแตกต่าง และข้อจากัดของผู้เรียน เป็นรายบคุ คล ครูได้จดั ทาโครงสร้างรายวิชาและแผนจดั การเรยี นรู้ ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคญั และนาผล การประเมินมาจัดทาวิจัยในช้ันเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน และแก้ปัญหาผู้เรียน ทาให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ และเข้าใจ เน้ือหา ทักษะกระบวนการ และเกิดเจตคตทิ ่ีดีต่อการเรียนรู้ ซึ่งจะส่งผลให้ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงข้ึน และประสบผลสาเร็จในการศึกษาต่อในอนาคต มีการ ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอยา่ งเปน็ ระบบ มีขั้นตอน โดยใช้เคร่อื งมือและวิธีการวัดและประเมินผล ทีเ่ หมาะสม กับเปา้ หมายในการจดั การเรียนรูด้ งั นี้ 1. ขัน้ ตอนการวัดและประเมนิ ผลผูเ้ รยี น 1.1 ศึกษา วิเคราะห์มาตรฐานและตวั ช้วี ัดของหลักสูตร 1.2 จดั ทาโครงสรา้ งรายวชิ าและการวัดผลประเมนิ ผล 1.3 อบรมพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการจัดการเรียนการสอน การ วดั ผล ประเมินผล 1.4 ชี้แจงรายละเอียดของการวัดและประเมินผลให้ผู้เรียนเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ วิธีการ เครอื่ งมอื ภาระงาน เกณฑ์ คะแนน ตามแผนการประเมินทกี่ าหนดไว้ 1.5 วดั และประเมินวิเคราะหผ์ เู้ รยี น 1.6 วัดและประเมนิ ความก้าวหน้าระหว่างเรียน 1.7 วดั และประเมนิ ความสาเร็จหลังเรยี นเมือ่ จบหนว่ ยหรอื ปลายภาคเรยี น 2. ใหข้ อ้ มลู ย้อนกลับแกผ่ เู้ รยี นและนาผลมาพฒั นาผเู้ รียน 2.1 ผูเ้ รียนไดร้ บั การแจ้งผลการเรยี น 2.2 ผเู้ รียนพัฒนาปรบั ปรงุ ผลการเรยี น 2.3 ผเู้ รียนสามารถตรวจสอบผลการปรับปรงุ ผลการเรียนได้ ประเด็นกำรประเมนิ แหลง่ ข้อมูล วิธกี ำร - ครูประจาวชิ า ตรวจสอบและประเมินผู้เรียน - แผนการจัดการเรยี นรู้ อยา่ งเป็นระบบ และนาผลมา - วเิ คราะหผ์ เู้ รียนรายบคุ คล พฒั นาผเู้ รียน - ประเมินผเู้ รียนจากสภาพ จรงิ - มีขั้นตอนตรวจสอบและ - บนั ทึกการนเิ ทศภายใน - ครูประจาวิชา

ประเดน็ กำรประเมิน แหล่งข้อมูล 57 ประเมินอยา่ งเปน็ ระบบ - แผนการจดั การเรียนรู้ วธิ ีกำร - ใช้เครื่องมือและวธิ ีการวัด - วจิ ัยในชนั้ เรียน - กล่มุ บริหารงานวชิ าการ และประเมินผลท่ีเหมาะสมกับ - ครูประจาวชิ า เปา้ หมายและการจัดการเรยี น - ครปู ระจาวชิ า การสอน - นักเรียนและผู้มีส่วน - แผนการจัดการเรยี นรู - ครปู ระจาวชิ า เก่ียวขอ้ งมีสว่ นรว่ มในการวัด และประเมินผล จดุ เดน่ 1. ครูผู้สอนมีการศกึ ษาและวางแผนการวัดผลประเมนิ ผลในวิชาท่ีสอนโดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคญั 2. ครูใช้วิธกี ารวดั และประเมินผลอยา่ งหลากหลายเพื่อรู้จักผู้เรียน โดยมีการวิเคราะห์ และ ประเมนิ ผ้เู รียนเป็นรายบุคคล 3. ครูนาผลการประเมนิ มาจัดทาวจิ ยั ในชน้ั เรยี นเพอ่ื พฒั นาการเรียนการสอน และแก้ปญั หาผู้เรยี น 5. มกี ำรแลกเปล่ียนเรยี นรูแ้ ละใหข้ ้อมลู สะท้อนกลับเพื่อพัฒนำและปรบั ปรุงกำรจดั กำรเรียนรู้ มีระดับคณุ ภำพ : ยอดเยีย่ ม กระบวนกำรพัฒนำ โรงเรียนเขมราฐพิทยาคม ส่งเสริมให้ครูจัดกระบวนการเรียนการสอนท่ีเน้นนักเรียนเป็นสาคัญ และจัดการเรียนการสอนเน้นการปฏิบัติ (Active learning) โดยการดาเนินงาน / กิจกรรมอย่าง หลากหลาย ได้แก่ งานหลักสูตรมีการประชุมปฏิบัติการ ปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาตามมาตรฐาน การเรียนรู้และตัวชี้วัดฯ ส่งเสริมนักเรียนผ่านกระบวนการคิดและได้ลงมือปฏิบัติจริงท้ังภายในและ ภายนอกห้องเรียน ครูมีแผนการจัดการเรียนรู้ที่สามารถนาไปใช้จัดกิจกรรมได้จริง ครูสามารถผลิต และใช้สื่อ นวัตกรรม แหล่งเรียนรู้ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมให้กับ นกั เรียน ครูร่วมแลกเปล่ียนเรียนรู้และนาข้อมูลมาร่วมพัฒนาปรับปรุงการจัดการเรียนรู้และสอนตาม แผนการเรียนรู้ สัดส่วนคะแนนแต่ละหน่วย กาหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่สอดคล้องกับหน่วย การเรียนรู้ สนับสนุนให้ครูจัดการเรียนการสอนที่สร้างโอกาสให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วม ได้ลงมือ ปฏิบัติจริงจนสรุปความรไู้ ด้ด้วยตนเอง จัดการเรียนการสอนที่เน้นทักษะการคิด ครูมีการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ สรุปประเด็นและให้ข้อมูลสะท้อนกลับ พร้อมท้ังแนวทางการพัฒนา เพ่ือพัฒนาและปรับปรุง การจัดการเรียนรู้โดยจัดกิจกรรม PLC ร่วมกับครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้และครูในโรงเรียน แล้ว ส่งเสริมให้ครนู าผลจากการแลกเปล่ยี นเรียนรูม้ าส่กู ารทาวจิ ัยในชั้นเรยี น

58 ผลกำรดำเนนิ งำน จากการท่ีครูเกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพ่ือพัฒนาและปรับปรุงการ จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการ PLC เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการเรียนรู้ในช้ันเรียน ส่งผลสู่การ ปรับปรุงและพัฒนาเพื่อเป็นข้อมูลในการทาวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอนและในการประเมินหลังจาก จบหน่วยการเรียนรู้ครูมีการวัดและประเมินผลด้วยความยุติธรรมและหลากหลายตามสภาพจริงของ นกั เรยี น อีกทัง้ ทาใหเ้ กดิ ส่ือและนวตั กรรมท่สี ร้างสรรค์ใหม่ๆ ทหี่ ลากหลาย ประเด็นกำรประเมนิ แหลง่ ข้อมลู วธิ ีกำร มกี ารแลกเปลย่ี นเรยี นรู้และให้ - แผนการจัดการเรียนรู้ - ครปู ระจาวชิ า ข้อมลู สะทอ้ นกลับเพ่ือพัฒนา - บันทกึ การนิเทศภายใน - กลุ่มบริหารงานวชิ าการ และปรบั ปรุงการจัดการเรยี นรู้ - บนั ทึกการประชมุ กล่มุ บริหารงานวิชาการ - บนั ทกึ การ PLC จุดเดน่ 1. โรงเรยี นเขมราฐพทิ ยาคมมีการนิเทศติดตามการจัดทากิจกรรม PLC ของครูแตล่ ะกลุ่มสาระ การเรยี นรู้ จุดควรพฒั นำ 1. เนน้ การสง่ เสรมิ สนับสนุนให้คณะครูมีการร่วมกนั แลกเปลยี่ นความรูแ้ ละประสบการณ์ผา่ น กิจกรรม PLC มากข้นึ ในแต่ละปกี ารศึกษา

59 ส่วนท่ี 3 สรุปผลกำรประเมินในภำพรวม จดุ เดน่ จดุ ที่ควรพัฒนำ แนวทำงกำรพัฒนำในอนำคต และควำมตอ้ งกำรควำมชว่ ยเหลือ สรุปผลกำรประเมินในภำพรวม ผลกำรประเมินตนเองของสถำนศึกษำอยู่ในระดบั ยอดเยย่ี ม โดยมีรายละเอยี ด จาแนกเปน็ รายมาตรฐาน ดังน้ี มำตรฐำนท่ี 1 คณุ ภำพของผู้เรียน อยู่ในระดบั ยอดเยี่ยม กระบวนกำรพัฒนำที่ประสบควำมสำเรจ็ โรงเรียนเขมราฐพิทยาคม มีกระบวนการพัฒนาผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย ครูจัดการ เรียนรู้ให้เป็นไปตามศักยภาพผู้เรียน และจัดทาแผนการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและ สมรรถนะของผู้เรียนตามทักษะในศตวรรษที่ 21 สอดคล้องกับตัวชี้วัดของหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 และหลักสูตรมาตรฐานสากล มีการใช้ส่ือเทคโนโลยีที่หลากหลายในการ จดั การเรียนรู้ จัดแหล่งเรียนรู้ทั้งในและนอกโรงเรียนที่เหมาะสมกับผู้เรียนมีการจัดการเรียนการสอน ท่ีมีกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ตามเกณฑ์ท่ี สถานศึกษากาหนด รวมถึงมีการวดั และการประเมินผลของรายวิชาตา่ ง ๆ ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ เป็นไปตามมาตรฐานและตวั ชีว้ ดั ของหลักสูตร ผู้เรียนมีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร การคิดคานวณ และมีผลสัมฤทธ์ิ ทางการ เรียนบรรลุเป้าหมายตามสถานศึกษาก าหนด ผลการทดสอบทางการศึกษาแหง่ ชาติ (O-Net) ช้ัน มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในรายวิชาภาษาไทย และวิทยาศาสตร์ ผลการทดสอบ ทางการศึกษาแห่งชาติ (O-Net) ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6 มคี ะแนนเฉลี่ยเพ่ิมข้นึ ในรายวิชา สังคมศึกษาฯ ผ้เู รียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวจิ ารณญาณ อภิปรายและเปล่ียนความความคิด เห็นและแก้ปัญหาได้ ผู้เรียนมีความรู้และทักษะพ้ืนฐานในการสร้าง นวัตกรรมได้ ผู้เรียนมี ความสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเพื่อพัฒนาตนเองได้อย่าง เหมาะสมปลอดภัย ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะพ้ืนฐานและเจตคติท่ีดีต่องานอาชีพ ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์และ ค่านิยมทด่ี ี เป็นไปตามเป้าหมายท่สี ถานศึกษากาหนด โดยมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ในปีการศึกษา 2562 ระดับ ยอดเย่ียม คิดเป็นร้อยละ 91.65 ของนักเรียนท้ังหมด ผู้เรียนมีความ ภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย ซ่ึงเห็นได้จากการเข้าร่วม กิจกรรมหลักสูตรท้องถิ่น ได้แก่ ชมรม นาฏศลิ ป์ กิจกรรมท้งั 8 กลมุ่ สาระฯ กิจกรรมวันสาคัญ และประเพณีตา่ งๆ ของชมุ ชน เปน็ ต้น ผู้เรียน ยอมรับท่ีจะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย และมีสุขภาวะทางร่างกาย จิตใจ และสังคม เป็นไปตามเป้าหมายของสถานศึกษา ซ่ึงเห็นได้จากความร่วมมือในการเข้าร่วมกิจกรรมอย่างมี ความสุข เช่น กิจกรรมชุมนุม กิจกรรมนักศึกษาวิชาทหาร เป็นต้น รวมทั้งกิจกรรมด้านสุขภาพ

60 กิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดโลก กิจกรรมกีฬาสีภายในโรงเรียน ชุมนุมกีฬา ทาให้นักเรียนได้ออก กาลังกายอยู่เป็นประจา จนส่งผลให้นักเรียนมีน้าหนัก ส่วนสูง และมีสมรรถภาพทางกายทางจิตตาม เกณฑ์ จุดเด่น 1. ผู้เรียนอา่ นหนังสอื ออกและอา่ นคลอ่ งรวมท้งั สามารถเขียนเพือ่ การสื่อสารไดท้ ุกคน สามารถใช้เทคโนโลยใี นการแสวงหาความรู้ไดด้ ว้ ยตนเอง สง่ ผลให้ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของ นกั เรียนอยู่ในระดับดีมีคะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติ o-net สงู กว่าระดบั ชาติ บางกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ 2. จดั การเรยี นรภู้ าษาอังกฤษส่งเสริมใหผ้ ้เู รียนเกิดการเรียนรทู้ ี่ครอบคลมุ ท้งั 4 ทักษะคือ ทักษะการฟงั พูดอา่ นและเขียนจากครูเจ้าของภาษา 3. ผเู้ รยี นมคี วามสามารถด้านการคิดวเิ คราะหม์ ผี ลงานในเวทีการแข่งขนั นวัตกรรมผลงาน นักเรยี นดา้ นต่างๆ 4. นกั เรียนทุกคนได้รับการพัฒนาดา้ นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดวจิ ารณญาณ อภปิ รายแลกเปลยี่ นความคิดเหน็ และแกป้ ัญหา สรา้ งความรใู้ หมจ่ ากการทาโครงงาน/ผลงาน/ช้ินงาน นาเสนอผลงานนกั เรยี นและเวทีศักยภาพผเู้ รียนตามโครงการโรงเรยี นมาตรฐานสากล 5. โรงเรียนมกี ระบวนการพฒั นาคณุ ภาพนักเรียนด้วยกระบวนการและวธิ กี ารท่หี ลากหลาย ตามบรบิ ทและความเหมาะสมกับผู้เรียนและสาขาวิชาและม่งุ เนน้ การจัดการเรียนรู้เทยี บเคยี ง มาตรฐานสากล จงึ ทาให้นักเรียนสามารถพฒั นาตนเองได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพและเต็มศักยภาพของ ตนเอง เกิดทกั ษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 และมศี ักยภาพเปน็ พลโลกทีด่ ี 6. โรงเรยี นมบี รรยากาศทางวิชาการอย่างเขม้ ข้น ทัง้ การจัดการเรียนร้ใู นหอ้ งเรยี น และการ ส่งเสริมดว้ ยกิจกรรม / โครงการต่าง ๆ ท่ีคอยกระต้นุ ใหเ้ กิดการการพฒั นาทงั้ นักเรยี น และครูอยา่ ง ตอเน่ือง 7. นักเรียนมีความพรอ้ มทางวิชาการ จากกระบวนการคัดเลือกนักเรยี นเข้าศึกษาต่อของ โรงเรียน 8. โรงเรยี นมที รพั ยากรสนับสนนุ การเรยี นรูท้ ีพ่ ร้อม ทั้งอุปกรณ์ และเครื่องมือ ทีเ่ ปน็ ตวั ช่วย หรือสง่ เสรมิ การเรียนรู้ของนักเรยี นไดเ้ ปน็ อย่างดี 9. โรงเรยี นมีเครอื ขา่ ยทางวิชาการอยา่ งหลากหลาย จึงสามารถสนบั สนนุ การเรยี นรู้ของ นักเรียนได้อยา่ งรอบดา้ น 10. ครมู ีการพัฒนาตวั เองอยา่ งต่อเน่ือง และมีการจัดการความรใู้ นรปู แบบต่าง ๆ อยา่ ง สมา่ เสมอ เช่น PLC เพื่อแลกเปล่ียนเรยี นรูเ้ ทคนิควธิ กี ารพัฒนาผ้เู รยี น 11. หลักสูตรสถานศึกษาให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ผปู้ กครอง ชุมชนและความเปล่ียนแปลงอย่างรวดเรว็ ของสังคม เพอื่ ศึกษาต่อและประกอบอาชีพได้

61 12. จดั กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นท่สี ่งเสริมและตอบสนองความต้องการ ความสามารถ ความ ถนัด และความสนใจขอผู้เรียน สนบั สนุนให้ครูจัดกระบวนการเรยี นรูท้ ีใ่ หผ้ เู้ รยี นได้ลงมือปฏิบตั จิ ริงจน สรปุ ความรู้ไดด้ ว้ ยตนเอง 13. มีการประชมุ วางแผน ช้ีแจง ทาความเข้าใจในเร่ืองต่าง ๆ ที่สาคญั ของคณะ กรรมการบรหิ ารโรงเรียน คณะกรรมการบริหารหลักสตู รและงานวิชาการสมา่ เสมอ มีการวเิ คราะห์ หลักสูตรสถานศกึ ษา ของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ เพ่ือจัดทาแผนการจดั การเรียนการสอน มกี าร นเิ ทศติดตามการเรียนการสอนของครูในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยคณะผู้บรหิ ารและหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ มีการ PLC ร่วมกนั ในแต่ละกลมุ่ สาระการเรียนรแู้ ละระหวา่ งกลุม่ สาระ ฯ เพ่อื หา แนวทางแก้ไขปัญหานักเรียนรว่ มกัน สอนเสริมเติมเตม็ ให้กับนักเรยี น 14. นกั เรียนมีความรู้ มวี ฒุ ภิ าวะทางอาชีพทเ่ี หมาะสมกับช่วงวัย มเี จตคตทิ ีด่ ีต่อการเลือก อาชีพและหาความรูเ้ กี่ยวกบั อาชีพทตี่ นเองสนใจ มีทักษะท่ีพรอ้ มที่จะศกึ ษาต่อในระดับชน้ั ทีส่ งู ข้ึน 15. นกั เรยี นมีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคต์ ามท่สี ถานศึกษากาหนด โดยเปน็ ผ้ทู ีม่ ีคุณธรรม จริยธรรม และมจี ติ สานกึ รับผิดชอบต่อสังคม โดยได้รับรางวลั ต่าง ๆ ทัง้ ทางด้านวิชาการ วิชาชีพ มากมายหลายด้านจนเปน็ ทป่ี ระจกั ษ์สสู่ าธารณชน 16. นกั เรียนโรงเรียนเขมราฐพทิ ยาคมมีความภาคภมู ิใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปะ และวัฒนธรรม ไทย วฒั นธรรมทอ้ งถ่นิ 16.1. แตง่ กายเหมาะสม และมมี ารยาทงามอย่างไทย 16.2 มีสมั มาคารวะ มคี วามกตัญญู กตเวทตี ่อผูม้ ีพระคุณ 16.3 รว่ มกจิ กรรมและอนรุ ักษศ์ ิลปะ ประเพณี วัฒนธรรมของท้องถิ่น 16.4 ชักชวน แนะนา เผยแพร่ ให้ผอู้ ่ืนปฏบิ ัตติ นในการอนุรกั ษ์ศิลปะ ประเพณี วฒั นธรรมของท้องถ่ิน และร่วมสืบสานและอนุรักษว์ ฒั นธรรมอนั ดีงามของท้องถ่ินเอาไว้ เชน่ งานแห่ เทยี นพรรษา งานบญุ วนั สาคัญต่าง ๆ เป็นตน้ รวมถึงมีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแมแ่ ละผ้มู พี ระคุณ 17. โครงการและกจิ กรรมมคี วามหลากหลาย ตอบสนองความตอ้ งการของนกั เรยี นได้อย่าง เหมาะสมตามยุคสมยั และนักเรียนมีส่วนรว่ มปฏิบัติกิจกรรมดว้ ยตนเองตามความสนใจและ ความสามารถ ผ้ปู กครองและชมุ ชนใหก้ ารสนับสนุน 18. ผูเ้ รยี นสามารถอยู่ร่วมกนั บนความแตกตา่ งระหวา่ งดา้ นเพศ วัย เชอ้ื ชาติ ศาสนา 19. ผ้เู รยี นรกั และเห็นคุณคา่ ในตัวเอง 20. โรงเรียนดาเนินกิจกรรมตรวจสุขภาพ ทดสอบสมรรถภาพทางกายของนักเรียนทุก ระดับชั้น ส่งเสริมกจิ กรรมทางด้านกีฬา ดนตรี ศิลปะ วัฒนธรรมและนันทนาการตามความสนใจของ นักเรียนอย่างหลากหลาย ทาให้มีการพัฒนาสุขภาวะทางร่างกายและจิตสังคม ซึ่งส่งผลให้ ผู้เรียนมี สมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ มีการประเมินอารมณ์และสุขภาพจิต โดยการประเมินซ้า เพื่อการ ปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเน่ือง ส่งผลให้ผู้เรียนมีร่างกายแข็งแรง สามารถรักษาอารมณ์แ ละ

62 สุขภาพจิตให้ดีอยู่เสมอ ผู้เรียนเรียนรู้และมีทักษะในการป้องกันตนเองจากการถูกล่อลวง ข่มเหง รังแก ผ่านกระบวนการกิจกรรมกลุ่ม และผู้เรียนปฏิบัติตามกฎระเบียบ ให้ความร่วมมือต่อ สถานศกึ ษา ครอบครัว ชมุ ชนและสงั คมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม จุดทีค่ วรพฒั นำ 1. ปลูกฝังใหน้ ักเรียนมีนิสยั รักการอา่ นทุกทีท่ ุกเวลา และสื่อรอบๆ ตวั ต้องสง่ เสริมให้เป็น นสิ ัย 2. สามารถนาเสนอผลงานเป็นภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคลว่ และถูกตอ้ งเหมาะสม 3. การปฏบิ ัติงานโดยใช้กระบวนการอยา่ งเปน็ ระบบ การพฒั นาวิเคราะห์ สงั เคราะหข์ อ้ มลู การสรุปและการวางแผนปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ เป็นวิธีการท่ียาก ซับซ้อน ต้องใช้เวลาในการ ฝกึ ฝนมากจึงจะเกดิ ทกั ษะ โรงเรียนตอ้ งพยายามปรบั ปรุง แก้ไข ให้มปี ระสิทธภิ าพมากขน้ึ 4. กระจายโอกาสในการเรียนรู้และส่งเสรมิ การสร้างนวตั กรรมใหก้ ับนักเรยี นในโรงเรียนอย่าง ท่ัวถึงและครอบคลุมทกุ ระดับชนั้ พร้อม ๆ กับการพัฒนาครูเพ่อื เปน็ coaching ในการสรา้ งนวัตกรรม ของนกั เรยี น 5. ควรเพ่ิมแผนการเรียนและเปิดวิชาเกี่ยวกับอาชีพท่ีหลากหลาย ตอบสนองความต้องการ ของสงั คมในยคุ ปัจจุบนั และอนาคต 6. ให้สอนเสริมเติมเต็ม ในระดับชั้นเรียนและกระตุ้นเสริมแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ให้เห็น ความสาคัญของการเรียนรู้ การสอบวัดผลต่าง ๆ การทดสอบระดับชาติข้ันพื้นฐาน ฝึกให้นักเรียน เป็นผู้ใฝ่รู้ ใฝ่เรียนสามารถสืบค้นหาความรู้ได้ด้วยตนเอง ท้ังจากส่ือออนไลน์ อินเตอร์เน็ตต่าง ๆ นอกเหนือจากความรู้ที่รับจากครูผู้สอน ครูจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล ท่ี หลากหลาย 7. พฒั นาใหน้ กั เรยี นมีความรู้มีทกั ษะที่พร้อมทจ่ี ะศึกษาต่อในระดับชน้ั ท่สี งู ขึน้ อยู่เสมอ ๆ และกา้ วทันการปรบั เปลี่ยนของระบบการรับเข้าศึกษาต่อ ที่มกี ารเปล่ยี นแปลงในทุกปกี ารศกึ ษา 8. จัดกจิ กรรมสอดแทรกความรู้เร่ืองคุณธรรมจรยิ ธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์ ในการ จดั การเรยี นการสอนเพิ่มมากขน้ึ 9. ควรสนบั สนุนสง่ เสริมให้นักเรยี นปฏิบตั ิกจิ กรรมโครงการจิตอาสาส่สู ังคมเพิ่มมากขึน้ 10. ควรดาเนินการนเิ ทศ กากบั ตดิ ตามการดาเนนิ งานอย่างตอ่ เน่ือง และเป็นระบบ 11. อาคารสถานทีใ่ นการจดั กิจกรรมยงั ไมเ่ หมาะสม ไกลจากอาคารเรยี นปกติ ทาให้ลาบากใน การเขา้ ร่วมกิจกรรม แนวทำงกำรพัฒนำในอนำคต 1. ครทู ่สี อนในระดับเดยี วกัน ควรมกี าร PLC ร่วมกนั สง่ เสรมิ พัฒนาการของนกั เรยี นร่วมกัน

63 2. ครูผู้สอนตอ้ งพยายามและรว่ มมือกนั ฝึกให้นกั เรียนไดร้ ู้จักใช้วิธีการทางานเชิงระบบ และ เปน็ ทมี อย่างสม่าเสมออย่างต่อเน่ือง ทั้งในการเรียนการสอนและการทางาน จึงจะทาให้นักเรียนมกี าร พัฒนาพฤตกิ รรมด้านน้ีมากข้ึน 3. เปิดแผนการเรียนและเปิดวิชาเกีย่ วกับอาชีพท่ีหลากหลาย ตอบสนองความต้องการของ สงั คมในยคุ ปัจจบุ ันและอนาคต 4. มีการกระตุน้ เสริมแรง สร้างความตระหนัก ในการใฝ่รู้ ใฝด่ ี ให้กบั นักเรยี นตลอดจน สอนเสริมเตมิ เต็มใหก้ ับนักเรียนตลอดปีการศึกษา มกี ารวัดและประเมินผลทไี่ ด้มาตรฐาน เทย่ี งตรง 5. การจดั กิจกรรมแนะแนวอาชพี โดยวิทยากรภายนอกหรือร่นุ พี่ศิษย์เก่าที่ประกอบอาชีพ นั้น ๆ เพอ่ื สรา้ งแรงบนั ดาลใจ และวางเป้าหมายในการเลอื กประกอบอาชพี ของนักเรยี นในอนาคต 6. การพฒั นาโปรแกรมระบบดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรยี นให้รองรบั กบั การเปล่ยี นแปลงก้าวทัน โลกและเทคโนโลยี 7. จัดกิจกรรมสง่ เสรมิ สนบั สนุนให้ผูเ้ รยี นไดพ้ ัฒนาตนเองตามศกั ยภาพและความถนัด โดย นาเทคโนโลยีมาใช้ในการเรยี นรู้ ควำมตอ้ งกำรควำมช่วยเหลือ 1. เพม่ิ บคุ ลากรด้านการจัดการเรยี นการสอนเพื่อประกอบอาชพี ให้มีความหลากหลาย และ จัดหาสถานประกอบการเพื่อใช้ในการฝึกประสบการณ์ทางวชิ าชพี ของนกั เรียน 2. ตอ้ งการงบประมาณเพ่มิ เติม เพ่อื ช่วยในการกระตุ้น เสรมิ แรง และยกระดับผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียน และผลการทดสอบระดับชาติขน้ั พื้นฐาน ให้สงู กว่าคะแนนเฉลยี่ ระดับประเทศ 3. การใหค้ วามร่วมมือ ความพร้อม และให้การสนับสนุนในการจดั กจิ กรรมจากทุกส่วนที่ เก่ียวข้อง ให้บรรลุผลสาเรจ็ ไดด้ ้วยดี มำตรฐำนที่ 2 กระบวนกำรบรหิ ำรและกำรจดั กำร อยใู่ นระดับ ยอดเยี่ยม กระบวนกำรพัฒนำทีป่ ระสบควำมสำเร็จ ผู้บริหารท่ีมีวิสัยทัศน์ และมีความสามารถเป็นส่วนใหญ่ จึงทาให้การบริการจัดการด้านต่างๆ มีประสิทธิภาพ ทาให้การบริหารจัดการของโรงเรียนมีประสิทธิภาพ มีระบบบริหารคุณภาพที่เปิด โอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม กาหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาที่สอดคล้องกับ มาตรฐานการศึกษาระดบั การศึกษาขัน้ พื้นฐาน และอัตลักษณท์ ่ีสถานศึกษากาหนด จัดทาแผนพฒั นา การศกึ ษาของสถานศึกษาท่ีสอดรับกบั มาตรฐานท่ี สถานศึกษากาหนด และดาเนินการตามแผน มกี าร ประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพภายในสถานศึกษา ติดตามผลการดาเนินงาน และจดั ทารายงานผล การประเมินตนเองประจาปี นาผลการประเมินไปปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา โดย ผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม และจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเองให้หน่วยงานต้น สังกัด หลักสูตรสถานศึกษามีความเหมาะสมและสอดคล้องกับท้องถ่ิน นิเทศภายใน กากับ ติดตาม

64 ตรวจสอบ และนาผลไปปรบั ปรุงการเรยี นการสอนอย่างสม่าเสมอ จัดรายวิชาเพิ่มเตมิ ทีห่ ลากหลายให้ ผ้เู รียนเลือกเรยี นตามความถนัด ความสามารถและความสนใจ จดั กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียนที่ส่งเสริมและ ตอบสนองความต้องการ ความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ครูได้ปฏิบัติหน้าท่ี ตรงกับความรูค้ วามสามารถหรอื คณุ วฒุ ิทาให้งานมีคุณภาพ ไดร้ บั การยอมรบั จากผปู้ กครองและชมุ ชน ในการจัดการศึกษา ส่งเสริมและพัฒนาครูและบุคลากรให้มีสมรรถนะตาม มาตรฐานวชิ าชีพ นาผลที่ ได้จากการรับมอบหมาย มาปรับใช้พัฒนาโรงเรียนจนส่งผลให้นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนเกิด ความพึงพอใจในผลของการบริหารการจัดการศึกษา ผู้บริหารให้คาแนะนาคาปรึกษาทางดา้ นวิชาการ และเอาใจใส่การจัดการศกึ ษาอยา่ งเต็มศักยภาพและเต็มเวลา ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ อาคารเรียนม่ันคง สะอาดและปลอดภัยมีสิ่งอานวยความสะดวก พอเพียง อยู่ในสภาพใช้การได้ดี สภาพแวดล้อมร่มร่ืน และมีแหล่งเรียนรู้สาหรับผู้เรียน จัดโครงการ กิจกรรมท่ีส่งเสริมสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของผู้เรียน จัดห้องสมุดที่ให้บริการสื่อและ เทคโนโลยี สารสนเทศที่เอื้อให้ผู้เรียน เรียนรู้ด้วยตนเอง หรือเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม มีการสร้างและ พัฒนาแหล่งเรียนรู้ ภายในสถานศึกษาและใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้ ท้ังภายในและภายนอก สถานศึกษา เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนและบุคลากรของสถานศึกษารวมท้ังผู้ที่เกี่ยวข้อง แลกเปลี่ยนเรียนรรู้ ะหว่างบคุ ลากร ภายในสถานศึกษา ระหว่างสถานศกึ ษากับครอบครัว ชุมชน และ องค์กรท่ีเก่ียวข้อง โรงเรียนให้บริการส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศและส่ือสารการเรียนรู้เพ่ือสนับสนุน การจัดประสบการณ์ มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัย ทาให้นักเรียนสามารถ พฒั นาตนเองได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ จุดเดน่ 1. ผู้อานวยการบริหารงานตามหลักธรรมาภบิ าลจนนาพาองคก์ รขับเคลอื่ นงานไปสเู่ ปา้ หมาย ได้ 2. โรงเรียนมกี ารบรหิ ารจดั การเพ่อื พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาใหเ้ กดิ ผลสัมฤทธติ์ าม วิสยั ทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย กลยทุ ธ์ โครงการหรอื กิจกรรมทีส่ ง่ เสรมิ พฒั นาผเู้ รียนอยา่ งรอบด้าน และ มกี ารนเิ ทศ กากับ ตดิ ตาม อย่างเปน็ ต่อเน่ือง 3. ผู้บรหิ ารมกี ารจดั ระบบการวางแผนและการดาเนินงานแบบหลกั ธรรมาภิบาล โปรง่ ใส ตรวจสอบได้ 4. โรงเรียนบริหารจัดการโดยใชร้ ปู แบบ KHEM MODEL ในการขับเคลอื่ นการบริหารจัดการ คุณภาพ ของสถานศึกษา สู่ความเป็นเลิศ ตอบสนองวิสยั ทศั น์ พันธกิจของโรงเรียน 5. โรงเรยี นมหี ลกั สตู รการศกึ ษาทห่ี ลากหลายเนน้ คุณภาพผเู้ รยี นรอบดา้ นและทุก กลุ่มเป้าหมาย เช่น หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช 2561 (ฉบับปรับปรุง 2560) หลักสูตรทุกกลุ่ม สาระการเรียนรู้ หลักสูตร กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน หลักสูตรห้องเรียนพิเศษคณิต-วิทย์ รวมถึงเปิด รายวิชาเพิ่มเติม ตามความสนใจของผู้เรยี นอย่างหลากหลาย และได้รับรายงานการนิเทศติดตามจาก

65 ศึกษานิเทศก์ (สพม.29) เป็นการส่งเสริมพัฒนานักเรียนให้มีความรู้ความสามารถตามความต้องการ ของนักเรยี นอย่างมีคณุ ภาพ 6. ส่งเสริมให้คณะครูและบุคลากรเข้ารับการอบรมและศึกษาต่อตามความสนใจ ทั้งการจัด อบรม ตามโครงการท่ีมีอยู่ ในแผนปฏิบัติการประจาปีของโรงเรียนทั้งในและนอกสถานศึกษา และ การอบรมจากหน่วยงานภายนอก โดยมี ข้อมูลพื้นฐานมาจากแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (Individual Development Plan) ซ่ึงจะทาให้คณะครูและ บุคลากรพัฒนาตนเองได้อย่างมี ประสิทธิภาพสอดคลอ้ งกบั ความต้องการของสถานศึกษา 7. สถานศึกษามีการจัดสภาพแวดล้อม สงิ่ อานวยความสะดวก พอเพียง ใช้การได้ดี นาไปส่กู าร พัฒนาผู้เรียนทุกด้าน ให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองและหรือเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ได้แก่ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ อาคารเรียนม่นั คง สะอาดและปลอดภัยมีสง่ิ อานวยความสะดวกพอเพียง อยู่ในสภาพ ใช้การได้ดี สภาพแวดล้อมร่มรื่น และมีแหล่งเรียนรู้สาหรับผู้เรียน จัดโครงการกิจกรรมที่ส่งเสริม สุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของผู้เรียน จัดห้องสมุดที่ให้บริการส่ือและเทคโนโลยีสารสนเทศที่ เอ้ือให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง หรือเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม มีการสร้างและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ภายในสถานศึกษาและใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้ ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา เพ่ือ พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนและบุคลากรของสถานศึกษารวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง แลกเปล่ียนเรียนรู้ ระหวา่ งบคุ ลากรภายในสถานศกึ ษา ระหวา่ งสถานศกึ ษากับครอบครัว ชุมชน และองคก์ รทเ่ี กีย่ วข้อง 8. โรงเรียนมบี รรยากาศทางวิชาการอยา่ งเข้มข้น ท้ังการจัดการเรยี นรูใ้ นหอ้ งเรยี น และการ สง่ เสริมด้วยกิจกรรม / โครงการตา่ ง ๆ มีระบบบริหารจดั การทรัพยากรสารสนเทศท่ีทนั สมยั สอดคล้องกับความตอ้ งการของผู้เรียน ทค่ี อยกระตุ้นใหเ้ กิดการการพฒั นาทัง้ นักเรียน และครอู ยา่ ง ตอ่ เนือ่ ง จุดควรพฒั นำ 1. ขาดการเป็นเอกภาพในการบริหารงาน 2. การนเิ ทศ ติดตามงานควรไดร้ บั ความรว่ มมือจากบุคลากร ในส่วนของการประเมิน โครงการหรือกิจกรรม ควรประเมินหลงั เสร็จสิน้ แต่ละไตรมาส เพอื่ ติดตามการใช้งบประมาณและนา ผลไปปรบั ปรงุ เพ่ือพฒั นาต่อไป 3. การซ่อมแซม บารุงรักษาอาคารสถานที่ และสิ่งแวดล้อมใหม้ คี วามสะอาด รม่ รนื่ และเชญิ ชวนนกั เรยี นใหเ้ ข้าใชห้ ้องสมุดให้มากข้ึน และมกี จิ กรรมเสริมสรา้ งความร้กู บั นักเรียนเพื่อสขุ อนามัยท่ี ดีของตัวนักเรียนเอง มีกจิ กรรมเปิดโลกอาชพี โดยการนาอาชีพตา่ ง ๆ มาสาธติ หรอื นาเสนอ ให้ นักเรียนได้เรียนรูจ้ ากประสบการณต์ รง ดาเนินการพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรยี นรขู้ องชมุ ชน อย่างย่ังยนื สามารถแลกเปล่ียนเรยี นรรู้ ่วมกันได้ตลอดเวลา ทงั้ ครู ผปู้ กครอง นักเรียน และรวมไปถงึ หน่วยงานราชการอ่นื ๆ ท่ใี กลเ้ คียง 4. พัฒนาระบบสารสนเทศให้มปี ระสทิ ธภิ าพย่ิง สง่ เสริมให้นักเรียนและชุมชนไดม้ สี ่วนร่วมใน การพฒั นาระบบสารสนเทศ สรา้ งช่องทางในการใหบ้ ริการขอ้ มลู สารสนเทศให้มากย่งิ ขนึ้

66 แนวทำงกำรพฒั นำในอนำคต 1. จัดสภาพแวดลอ้ มและสงั คมทด่ี แี ก่ผเู้ รียนทุกกลมุ่ เป้าหมาย 2. ทุกฝา่ ยให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสงั คมที่ เอ้ือต่อการจดั การเรียนรู้อยา่ งมีคุณภาพ 3. การจดั ทรัพยากรและสิง่ อานวยความสะดวกใหเ้ พียงพอและพร้อมต่อการสง่ เสรมิ การ จัดการเรียนการสอนอย่างมคี ุณภาพ ควำมต้องกำรควำมช่วยเหลือ 1. ความร่วมมือจากคณะผู้บรหิ าร ครูและบคุ ลากรทางการศึกษา นกั เรียน ผู้ปกครองและ ชมุ ชน ในการสนับสนนุ การจดั กิจกรรมการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสงั คมท่ีเออ้ื ต่อการ จัดการเรยี นรอู้ ยา่ งมคี ุณภาพ 2. บุคลากรทุกคนควรมีสว่ นรว่ ม ตระหนกั และเหน็ ความสาคัญของการทาโครงการ/ กจิ กรรมต่างๆ มำตรฐำนท่ี 3 กระบวนกำรจดั กำรเรียนกำรสอนทเี่ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคญั อยใู่ นระดบั ยอดเยย่ี ม กระบวนกำรพัฒนำที่ประสบควำมสำเร็จ โรงเรียนเขมราฐพิทยาคมมีหลักสูตรท่ีสอดคล้องกับบริบทของชุมชนและท้องถิ่น มีกิจกรรม ที่หลากหลาย ตรงตามความต้องการของผู้เรียน รวมท้ังครูผู้สอนมีความตั้งใจมุ่งมั่นในการเรียนการ สอน โดยจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการคิด การปฏิบัติจริง มีวิธีการและ แหล่งเรียนรู้ท่ี หลากหลาย ซึ่งนักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อมท่ีเอื้อต่อการเรียนรู้ ครูมีความ ตั้งใจ มุ่งมั่นในการพัฒนาการสอน โดยจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้ โดยการคิด ได้ ปฏิบัติจริง มี การให้วิธีการ และแหล่งเรียนรู้ท่ีหลากหลาย นักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม ที่เอ้ือต่อการเรียนรู้ ครมู ีการใช้สอ่ื และเทคโนโลยที ี่เหมาะสมกับนักเรียน มกี ารนาชุมชน เข้ามามีสว่ น ร่วมในกจิ กรรมต่างๆ และการศกึ ษาแหล่งเรยี นรใู้ นชุมชนท้องถน่ิ อยา่ งเป็นรปู ธรรมและตอ่ เนื่อง จดั โครงการกจิ กรรมท่ีส่งเสรมิ สุขภาพอนามัยและความปลอดภยั ของผูเ้ รียน จดั การบรกิ ารส่ือ และเทคโนโลยีสารสนเทศที่เอ้ือให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมโรงเรียน ให้บริการส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศและส่ือสารการเรียนรู้เพ่ือสนับสนุนการจัดประสบการณ์ มีระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัย ทาให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ได้มีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญตามแบบ Active learning มีรายวิชา เพ่ิมเติม กิจกรรมชุมนุม เพื่อให้ผู้เรียนได้เลือกเรียนตามความถนัดและความสนใจ มีกิจกรรมพัฒนา ผู้เรียน เพื่อเสริมสร้างวินัยและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยผ่านกระบวนการคิด และ ปฏิบัติจริง ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดของหลักสูตรสถานศึกษาและสามารถนาไปประยุกต์ใช้ในการ ดารงชีวิต ใช้กระบวนการ STEM ศึกษา สร้างกิจกรรมการเรียนการสอนร่วมกัน ในการจัดกิจกรรม

67 การเรียนร้โู ดยใช้ส่ือ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอ้ือต่อการเรยี นรู้ มีการตรวจสอบ และ ประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบและนาผลมาพัฒนาผู้เรียน มีการบริหารจัดการช้ันเรียนเชิงบวก โดย การทาวจิ ัยปฏบิ ัติการในชนั้ เรยี น และนาผลท่ีได้ไปแก้ปญั หาจรงิ มีการแลกเปล่ียนเรียนรแู้ ละให้ขอ้ มูล สะท้อนกลบั เพ่ือพฒั นาและปรบั ปรงุ การจดั การเรียนรู้ จุดเดน่ 1. หลกั สูตรมีความหลากหลาย นกั เรยี นสามารถเลือก เรยี นตามความถนดั 2. วชิ าเลอื กท่ีสง่ เสริมทักษะกระบวนการปฏบิ ตั ิ และสามารถนาไปใช้ในชวี ิตจริง 3. ครมู ีความพร้อมในการจัดการเรยี นการสอน ตรงตามสาขาวชิ า 4. ครูมคี วามชานาญการณแ์ ละมีประสบการณ์ในการจดั การเรยี น 5. ครูมีการวเิ คราะหผ์ เู้ รียนและการแก้ปัญหาโดยกระบวนการ PLC 6. โรงเรยี นมหี ้องปฏิบตั กิ าร สถานท่ี แหล่งเรียนร้ทู ่เี อื้อต่อการจัดประสบการณเ์ รียนรู้ และ ทักษะการเรียนรู้ ตามหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร 7. โรงเรยี นใช้กระบวนจัดการเรยี นการสอนทเ่ี น้นนักเรยี นเปน็ สาคัญ สนับสนนุ ส่งเสริม ให้ครู ทกุ มีการใช้สือ่ เทคโนโลยใี นกระบวนการสอนเป็นสว่ นใหญ่ ครจู ัดรปู แบบการสอนไดห้ ลากหลายและ สง่ ผล ใหน้ กั เรยี นมีความตัง้ ใจในการเรียนมากขน้ึ และสง่ ให้ผล O-Net เพม่ิ สงู ขนึ้ มรี างวัลเหรียญทอง จากรายการแขง่ ขนั ศิลปหตั ถกรรมและในรายการอ่ืน ๆ ระดบั ประเทศมากข้ึน 8. โรงเรยี นมโี ครงการพฒั นาศักยภาพครดู ้วยกระบวนการนเิ ทศการเรียนการสอนอยา่ งเปน็ ระบบ และต่อเนื่อง โดยดาเนินการนิเทศการจดั การเรียนการสอน จานวน 2 ครั้งต่อปีการศึกษา ได้แก่ ภาคเรียนที่ 1 และภาคเรยี นที่ 2 ครผู ู้สอนจดั ทาแผนการจดั การเรียนรู้ และพัฒนาการจัดการ เรยี นการสอนอย่างมีคณุ ภาพ เหมาะสมกับผเู้ รยี น ทาให้ผู้เรียนเรียนรอู้ ย่างมีความสุข และผเู้ รียนมี ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นทม่ี ีสงู ขนึ้ 9. ครผู สู้ อนมีการศกึ ษาและวางแผนการวดั ผลประเมินผลในวชิ าท่ีสอนโดยมุ่งเนน้ ผู้เรยี น เป็นสาคญั 10. ครใู ช้วธิ ีการวดั และประเมินผลอยา่ งหลากหลายเพ่ือรู้จักผูเ้ รยี น โดยมีการวเิ คราะห์ และประเมินผเู้ รยี นเป็นรายบุคคล 11. ครนู าผลการประเมนิ มาจัดทาวิจยั ในชนั้ เรียนเพอ่ื พฒั นาการเรยี นการสอน และ แกป้ ญั หาผูเ้ รียน 12. โรงเรยี นเขมราฐพทิ ยาคมมกี ารนเิ ทศตดิ ตามการจัดทากิจกรรม PLC ของครูแตล่ ะกลุ่ม สาระการเรียนรู้

68 จดุ ควรพัฒนำ 1. พฒั นาครแู ละบุคลากร ใหโ้ ดยกระบวนการ PLC ในการวิเคราะห์ แก้ปัญหาและสรา้ ง นวัตกรรรมในการจัดการเรยี น เพอ่ื มุ่งพฒั นาทกั ษะการคดิ และจัดประสบการณเ์ รียนร้เู ชิงปฏบิ ัติให้ เกิดความย่ังยนื และทัว่ ถึงทุกคน 2. โรงเรยี นควรเร่งดาเนนิ พฒั นาวัสดอุ ุปกรณ์ สื่อการสอนท่ีทนั สมัย สอดคล้องกบั แนว ทางการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21ให้นักเรียนได้ใช้อยา่ งท่วั ถึงทุกคน 3. ครูสามารถสร้างนวัตกรรมท่ีสามารถพัฒนานกั เรยี นแบบคู่ภายใต้พน้ื ฐานความรูข้ อง นกั เรยี นท่ีไม่เท่ากนั โดยเนน้ การวัดผลจากพฒั นาการเรียนรู้ เพ่ือให้นักเรยี นได้ใชท้ ักษะตามความ เหมาะสมและเติมเต็มศักยภาพของตัวเอง 4. เนน้ การสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหก้ บั คณะครูไดเ้ ข้ารับการฝึกอบรมในการผลิตสื่อนวัตกรรม มากข้ึนในแตล่ ะปกี ารศึกษา 5. พฒั นาระบบการนิเทศการจดั การเรียนการสอนให้มปี ระสิทธภิ าพมากขนึ้ 6. เน้นการส่งเสรมิ สนับสนนุ ให้คณะครูมีการรว่ มกนั แลกเปลี่ยนความรูแ้ ละประสบการณ์ ผ่านกจิ กรรม PLC มากขนึ้ ในแต่ละปกี ารศกึ ษา แนวทำงกำรพฒั นำในอนำคต 1. วิเคราะห์ความต้องการของอาชีพ และสร้างหลักสูตรท่ีสอดคล้องกับความต้องการของ นกั เรยี นและสอดคล้องกบั อาชีพตามยุคสมยั ทเ่ี ปลี่ยนแปลงไป 2. พัฒนากระบวกการ PLCส่กู ารปฏบิ ตั ิให้ทว่ั ถึงครใู นทกุ คน 3. สง่ เสริมกิจกรรมบรู ณาการ ทกี่ อ่ ให้เกิดทักษะการคดิ แกป้ ญั หา อย่างสร้างสรรค์ 4. พัฒนานักเรียนตามความถนัดให้มากขึ้น โดยมีกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย เหมาะสมกับนักเรยี นตามกล่มุ ความถนดั 5. พฒั นาหอ้ งเรียน ห้องปฏิบัติการ สร้างบรรยากาศส่ิงแวดล้อมให้เอ้ือตอ่ กิจกรรม การเรียนรู้ ท่ีเหมาะสม 6. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูพัฒนากระบวนการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากข้ึน และตอบสนองความสนใจของผเู้ รียน

69 ภำคผนวก

70 คำสง่ั แตง่ ต้ังคณะกรรมกำรประเมนิ คณุ ภำพภำยในฯ ปีกำรศกึ ษำ 2562

71

72

73

74

75

76

77

78

79 คำสง่ั แตง่ ตั้งคณะกรรมกำรพฒั นำระบบกำรประกนั คุณภำพภำยในสถำนศกึ ษำ ปีกำรศกึ ษำ 2562

80

81

82

83 ประกำศโรงเรียนเขมรำฐพิทยำคม เรอื่ ง กำรใชม้ ำตรฐำนกำรศึกษำของสถำนศึกษำระดับกำรศึกษำขัน้ พ้นื ฐำน และ กำหนดคำ่ เป้ำหมำยควำมสำเรจ็ ตำมมำตรฐำนกำรศกึ ษำ ระดบั กำรศึกษำข้ันพื้นฐำน เพ่ือกำรประกนั คุณภำพภำยในของสถำนศกึ ษำ

84

85

86

87

88

89

90

91

92 ผลงำนดเี ดน่

93

94

95

96

97


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook