Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 26ธมลวรรณ เพ็งประเสริฐ

26ธมลวรรณ เพ็งประเสริฐ

Published by Guset User, 2021-11-12 05:14:18

Description: 26ธมลวรรณ เพ็งประเสริฐ

Search

Read the Text Version

ฉ บั บ ที่ 1 • ปี ที่ 2 TRAVEL JAPAN นิ ต ย ส า ร ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว 2 5 6 4 190 บ.

สวนลิงจิโกคุดานิ Jigokudani Yaen Park สวนลิงหิมะจิโกคุดานิ (Jigokudani Snow Monkey Park) เป็นเหมือนแดนสวรรค์ของฝูง ลิงป่าที่อาศัยอยู่ในหุบเขาจิโกคุดานิ และยังเป็นที่เดียวในโลกที่มีลิงแช่ออนเซ็นซึ่งเป็นภาพที่สร้าง ชื่อเสียงให้ที่นี่กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกโดยฝูงลิงมักจะมาแช่ออนเซ็นที่จัดไว้ให้กลางแจ้งเพื่อคลาย ความหนาว ก่อให้เกิดภาพที่น่ารักน่าเอ็นดู และหาชมได้ยาก โดยสวนลิงแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ของ หุบเขาจิโกคุดานิ ยาเอ็นโคเอ็น (Jigokudani Yaen-koen) ซึ่งแปลว่า หุบเขานรก เนื่องจากพื้นที่ บริเวณนี้จะมีหิมะปกคลุมยาวนานถึงหนึ่งในสามของปี และมีสภาพอากาศหนาวอย่างรุนแรง รวม ถึงสภาพพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นหุบเขาที่มีหน้าผาสูงชัน และมีไอน้ำพวยพุ่งจากธารน้ำพุร้อนที่ไหลริน อยู่เกือบตลอดเวลา คนญี่ปุ่นโบราณจึงเปรียบเปรยว่ามีสภาพเหมือนหุบเขานรกนั่นเอง แต่ปัจจุบัน นี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ฝูงลิงจะประกอบด้วยลิงตัวผู้ที่โตเต็มวัย กับลิงตัวเมียที่โตเต็มวัยเป็นจำนวนสองหรือสามเท่า ของจำนวนตัวผู้ รวมถึงบรรดาลูกลิงน้อย และจะมีลิงจ่าฝูงเป็นหัวหน้าคอยดูแลฝูง สาเหตุที่ลิงมา แช่ออนเซ็นนั้นเป็นเพราะบ่อน้ำร้อนช่วยคลายความหนาวเย็นได้ ซึ่งลิงส่วนใหญ่มักจะแช่บ่อน้ำร้อน กันในช่วงที่มีสภาพอากาศหนาวจัดราวเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ โดยแต่เดิมนั้นช่วงที่ก่อตั้ง สวนลิงแห่งนี้ขึ้นใหม่ๆ จะมีลิงบางตัวลงไปแช่ออนเซ็นของคนระหว่างที่มารออาหารจากเจ้าหน้าที่ และพวกมันก็ลงไปแช่กันเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่จึงสร้างออนเซ็นส่วนตัวให้ลิงใช้โดยเฉพาะซึ่งเป็นบ่อที่ เห็นกันในปัจจุบัน เพื่อให้ลิงใช้บ่อน้ำร้อนแยกกับมนุษย์จะได้ถูกสุขอนามัย ตั้งแต่นั้นมาลิงก็จะมาแช่ ออนเซ็นบริเวณนี้กันจากรุ่นสู่รุ่น JAPAN| 02

วัดนินนาจิ Ninnaji หนึ่งในวัดมรดกโลกของเกียวโตที่มีความสำคัญเป็นลำดับต้นๆเลยก็ว่าได้ ซึ่งเป็นวัดหลัก ของศาสนาพุทธนิกายชินกอน ที่ถูกค้นพบโดยองค์จักรพรรดิในสมัยนั้นในช่วงปี ค.ศ. 888 ที่แตกต่างจากที่อื่นๆนั่นก็เป็นเพราะมีสมาชิกของราชวงศ์ดำรงค์ตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสมา นานนับร้อยๆปี นั่นก็เป็นที่มาของอีกชื่อเรียกของวัดว่า “Omuro Imperial Palace” นั่นเอง หากจะรวมๆดูแล้ววัดแห่งนี้มีอายุเป็นพันปีได้ ไม่พียงแค่ความเก่าแก่เท่านั้นที่ดึงดูดใจ ช่วงฤดูใบไม้ผลิที่นี่จะฮอตมากๆเลย จากการที่เป็นจุดชมใบซากุระที่มีชื่อเสียงอย่างมาก ต้น ซากุระของที่วัดนี้จะค่อนข้างบานช้ากว่าที่อื่นๆในแถบเดียวกัน อีกทั้งยังมีชื่อเรียกซากุระของที่ นี่ว่า “ต้นซากุระโอมุระ (Omuro Cherries)” ช่วงที่จะสามารถชมซากุระได้งามมากที่สุดก็ ประมาณกลางเดือนเมษายนของทุกปี ภายในมีทางเชื่อมที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบหรู ตัวประตูจะเป็นแบบบานเลื่อนแบบญี่ปุ่น โบราณ (fusuma)ที่มีการเพ้นท์ภาพวาดที่สวยงามลงบนบานประตู รอบๆของตัวอาคารนั้นจะ รายล้อมไปด้วยด้วยสวนหินและบ่อน้ำแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ถึงแม้ว่าเราจะได้เห็นถึงความงดงาม ต่างๆของอาคารหากก็มีหลายๆส่วนที่ได้ถูกทำลายในช่วงที่เกิดสงคราม โดยเฉพาะช่วง ศตวรรษที่ 9 อาคารต่างๆที่ถูกทำลายจนหมดสิ้น ภายหลังจึงมีการสร้างขึ้นใหม่ในสมัยเอโดะ (Edo Period) ประมาณปี 1600 ในส่วนที่สร้างขึ้นใหม่ก็จะมีห้องโถงใหญ่ Kannon Hall, ประตูด้านหน้านิมอน (Niomon), ประตูภายใน Chumon และเจดีย์ห้าชั้น วัดนินนาจิจึงนับ เป็นวัดที่มีกลิ่นอายความหรูหราของราชวงศ์จากสถาปัตยกรรมของอาคาร รวมทั้งยังเป็นหนึ่ง ในจุดชมซากุระที่หลายๆคนไม่ควรพลาดเลย JAPAN | 03

ริมคลองโอตารุ Otaru Canal Area เป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่ถ้าไม่มาเหมือนมาไม่ถึงเมืองโอตารูเลยนะคะ โดยริมคลองแห่งนี้ตั้งอยู่ ใจกลางเมืองโอตารุแบบมาว่าง่ายมากๆทีเดียวค่ะ ก่อนที่จะกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม อย่างในปัจจุบันนี้จริงๆแล้วก็มีประวัติความเป็นมายาวนานไม่เบาเลย เพราะในอดีตเป็นท่าเรือที่ คึกคักในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 เรือลำใหญ่จะถ่ายสินค้าลงเรือลำเล็กและลำเลียงไปตาม คลอง ต่อมาเมื่อมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยมาขึ้น ก็สามารถขนส่งสินค้าผ่านเรือลำใหญ่ โดยตรงได้เลย เพิ่งจะมาช่วงปี ค.ศ.1980ที่บริเวณคลองแห่งนี้ได้รับการบูรณะให้สวยงามขึ้นจนน่า เที่ยวขนาดนี้ แถมโกดังริมคลองก็เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ ร้านค้า และร้านอาหาร ช่วงกลางคืนนี่ เรียกว่าเป็นไฮไลต์สำหรับการท่องเที่ยวเลย แบบว่าถ้าอยากรู้ว่าดีงามยังไงนี่ต้องมาพิสูจน์กันตั้งแต่ ช่วงเย็นๆไปจนค่ำนี่แหละะ ส่วนมากแถวๆนี้ก็มักเป็นที่นิยมสำหรับชาวเมืองสำหรับการเดินเล่น ที่ สำคัญบางวันอย่างช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็อาจจะมีศิลปินมาโชว์ผลงานให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดิน ผ่านไปมา บรรยากาศกลางคืนนี่บอเลยว่าอย่างงามเพราะจะมีการเปิดโคมไฟก๊าซโบราณก็ทำให้ บรรยากาศริมคลองโรแมนติกขึ้น และยังเป็นที่จัดเทศกาลแสงไฟริมคลองโอตารุ (Otaru Snow Light Path Festival) ในฤดูหนาวอีกด้วย JAPAN | 04

ศาลเจ้าจิ้งจอกแดง FUSHIMI INARI SHRINE คนไทยทั้งหลายชอบเรียกกันว่าศาลเจ้าแดงหรือศเจ้จิ้งจอกเป็นศาลเจ้าชินโต(Shinto) ถ้าจะพู ดว่าศาลเจ้าแห่ง นี้ฮอตฮิตมากที่สุดก็ไม่ผิดเลย เห็นได้จากโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ต่างๆจะต้องมีภาพของที่นี่ให้เห็นอยู่เสมอ ที่มี ความสำคัญแห่งหนึ่ งของเมืองเกียวโต(Kyoto) มีชื่อเสียงโด่งดังจากประตูโทริอิ (Torii Gate) หรือเสาประตูสี แดงที่เรียงตัวกันข้างหลังศาลเจ้าจำนวนหลายหมื่ นต้นจนเป็นทางเดินได้ทั่วทั้งภูเขาอินาริ ที่ผู้คนเชื่อกันว่าเป็น ภูเขาศักดิ์สิทธ์ โดยเทพอินาริจะเป็นตัวแทนของความอุ ดมสมบูรณ์ การเก็บเกี่ยวข้าว รวมไปถึงพืชผลไร่นา ต่างๆ และมักจะมีจิ้งจอกเป็นสัตว์คู่กาย จึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่จะเห็นรูปปั้ นจิ้งจอกอยู่จำนวนมากภายในศาล เ จ้ า นั่ น เ อ ง ศาลเจ้าแห่งนี้มีความเก่าแก่มากถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ก่อนสร้างเมือ งเกียวโตซะอีก คาดกันว่าจะเป็นช่วงประมาณปีค.ศ. 794 หรือ กว่าพันปีมาแล้ว นอกจากจะมีไฮไลท์อยู่ที่เสาประตูสีแดงแล้วนั้นตัวอาคารศาลเจ้าเองก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ทั้ง Romon Gate ทางด้านหน้า และตัวอาคารหลักที่เรียกว่า Honden และยังมีส่วนประกอบศาลเจ้าที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง กระจายกัน อยู่รอบๆบริเวณ และทางด้านหลังศาลเจ้าจะเป็นทางเดินขึ้นเขา ที่ปกคลุมไปด้วยเสาโทริอิ โดยเสาโทริอิสีแดงนั้นก็ล้วนมาจาก การบริจาคจากส่วนต่างๆทั้งจากบุคคลและองค์กรเลยน่ะค่ะ สามารถสังเกตเห็นได้จากตัวหนังสือข้างหลังเสา โดยราคาเริ่มจาก ไม่กี่ร้อยเยนสำหรับเสาต้นเล็กๆ ไปจนถึงหลายล้านเยนสำหรับเสาต้นใหญ่ๆ เไม่เพียงแค่ส่วนหลักๆที่น่าสนใจเท่านั้นนะคะระหว่างทางยังจะได้เห็นศาลเจ้าเล็กๆอยู่ตลอดทาง แม้กระทั่งเสาโทริอิแดงเล็กๆก็มี ให้เห็นกันด้วยซึ่งก็มาจากคนทั่วไปที่แหล่ะค่ะที่จะบริจาคเล็กๆน้อยๆ นอกจากนั้นถ้าเหนื่อยแล้วก็ยังมีร้านอาคารท้องถิ่นและร้าน ขนมที่ขายอาหารแบบชุด แต่มีความพิเศษอยู่ตรงที่จะมีการตั้งชื่อให้เข้าธีมจิ้งจอกอย่างซูชิจิ้งจอกหรืออูด้งจิ้งจอก ส่วนใหญ่นัก ท่องเที่ยวมายังมักจะนิยมเดินเที่ยวชมภูเขาอินาริแค่ถึงจุดชมวิวที่เรียกว่า ทางแยกโยซึซึจิ(Yotsutsuji intersection) เพื่อสามารถชมวิวเมืองเกียวโตงามๆและสูดอากาศสดชื่นได้เต็มปอดไปพร้อมๆกัน เพราะถ้าจะเดินให้ทั่วทั้งภูเขาแล้วเนี่ยอาจจะ ต้องใช้เวลาเดินประมาณ 2-3 ชั่วโมงเลยทีเดียว JAPAN | 05

YAMAGATA อัตสึมิออนเซ็น (Atsumi Onsen) หรือถ้าชอบ สัตว์ก็ขอแนะนำพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคาโมะ (Kamo ยามากาตะ Aquarium) อควาเรียมที่มีแมงกะพรุนมากที่สุด ในโลกถึง 50 ชนิด จังหวัดในภูมิภาคโทโฮคุ พื้ นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา หน้าผา และแอ่งกระทะ สามารถเดินทางจาก เทศกาลที่โดดเด่นของยามากาตะคือ เทศกาลยามา โ ต เ กี ย ว โ ด ย ร ถ ไ ฟ ชิ น คั น เ ซ็ น สึ บ า ส ะ ( T s u b a s a ) อ า จ กาตะฮานะกาสะ (Yamagata Hanagasa พู ดได้ว่าเป็นจังหวัดที่เดินทางลำบากที่สุดในญี่ปุ่น Matsuri) พาเหรดที่มีผู้หญิงใส่ชุดสีพาสเทล ก็ได้ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง แบบไม่ต้องเปลี่ยน ห รือ สี ฉู ด ฉ า ด อ อ ก ม า ร ะ บำ โ ด ย ใ ช้ ห ม ว ก ปั ก ด อ ก ไ ม้ รถ แต่เป็นจังหวัดที่ยังคงธรรมชาติที่อุ ดมสมบูรณ์ เป็นพร็อพอยู่ทั่วเมือง แต่ถ้าเป็นฤดูหนาวผู้คนนิยม ไว้อยู่ ทำให้ปลูกเชอร์รี่และสาลี่ได้มากที่สุดในญี่ปุ่น ไ ป เ ล่ น ส กี ที่ ซ า โ อ ะ อ อ น เ ซ็ น ส กี รีส อ ร์ท (Zao Onsen Ski Resort) อีกทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องข้าวอร่อย ในขณะเดียวกันยา ม า ก า ต ะ ก็ เ ป็ น จั ง ห วั ด ที่ แ ม ค โ ด นั ล ด์ ม า เ ปิ ด เ ป็ น การท่องเที่ยว จังหวัดสุดท้ายในญี่ปุ่น ยามากาตะขึ้นชื่อเรื่องออน คือชีวิต เซ็นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นกินซังออนเซ็น (Ginzan Onsen) ซาโอะออนเซ็น (Zao Onsen) อาคายุออนเซ็น (Akayu Onsen) เซมิออนเซ็น (Semi Onsen) อาคาคุระออนเซ็น (Akakura Onsen) ) JAPAN | 06

สวนริมทะเลฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค Hitachi Seaside Park เป็นสวนริมทะเลขนาดใหญ่ ที่มีชื่อเสียงด้านทุ่งดอกไม้ที่สวยงาม โดยเฉพาะทุ่งดอกโค เชีย(Kochia)ที่โดยปกติจะมีสีเขียว และจะเปลี่ยนเป็นสีแดงในช่วงฤดูใบไม้ร่วงอยู่ที่เมืองฮิตาชินา กา(Hitachinaka) ของจังหวัดอิบารากิ อยู่ห่างจากเมืองโตเกียวไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 130 กิโลเมตร ที่สวนริมทะเลฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค (Hitachi Seaside Park)สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ ตลอดทั้งปีเพราะจะมีดอกไม้ สายพันธ์ต่างๆที่จะสลับกันบานตลอดเวลา รวมทั้งยังมีโซนของสวน สนุกที่ชื่อว่า Pleasure Garden เปิดให้บริการตลอดเวลาด้วย แต่ที่สวนฮิตาชินี้จะมีช่วงเวลาของ ทุ่งดอกไม้บานที่เป็นไฮไลท์สำคัญอยู่ทั้งหมด 4 ช่วงเวลาดังนี้ 1. ทุ่งดอกนาร์ซิสซัส(Narcissus) หรือมีชื่อเรียกว่า Suisen Fantasy โดยจะบานช่วงฤดูใบไม้ ผลิ ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน มีซึ่งที่สวนแห่งนี้มีมากกว่า 1 ล้านดอกจาก 600 สายพันธ์เลยทีเดียว โดยจะอยู่ใกล้กับโซนป่าสนซึ่งจะส่งกลิ่นหอมหวานไปทั่วบริเวณ 2. ทุ่งดอกทิวลิป(Tulip) หรือที่เรียกว่าช่วง Tulip World โดยจะบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิเช่นกัน ช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนเมษายน ต่อจากทุ่งดอกนาร์ซิสซัส มีดอกทิวลิปสีสันสดใสมากกว่า 280,000 ต้น จาก 220 สายพันธ์ JAPAN | 07

สะพานแขวนที่ยาวที่สุด ในญี่ปุ่น Mishima Skywalk ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองหลวงโตเกียว มี พื้นที่พักผ่อนสีเขียวในป่าใหญ่ที่เหมาะ สำหรับคนทุกวัยอยู่ ที่บอกว่าเหมาะก็เพราะ ว่าเดินทางไปง่าย อีกทั้งสิ่งอำนวยความ สะดวกต่างๆ ก็มีครบครันไม่ว่าจะเด็กผู้ใหญ่ หรือผู้สูงวัยที่เดินไม่ไหวก็ยังสามารถเดิน ทางมาหย่อนใจได้ สถานที่ที่เรากำลังพูดถึง นี้คือ มิชิมะสกายวอล์ค (Mishima Skywalk) มิชิมะสกายวอล์ค ตั้งอยู่ที่เมืองมิชิมะ (Mishima) จ.ชิซูโอกะ (Shizuoka) คน ส่วนใหญ่รู้จักในฐานะที่เป็นสะพานแขวนยาว ที่สุดในญี่ปุ่น คือมีความยาวถึง 400 เมตร ตัวสะพานทอดข้ามหุบเขาสูงจากพื้นดิน 70.6 เมตร และเป็นหนึ่งในจุดชมภูเขาไฟฟูจิ ที่สวยงามไม่แพ้ที่ไหน นอกจากนี้จากสะพาน ยังมองเห็นวิวงามของอ่าวซุรุงะ (Suruga Bay) ซึ่งเป็นอ่าวที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่นด้วย สังเกตพื้นตรงกลางทางเดินจะทำเป็น ตะแกรงเหล็กเพื่อลดแรงลม ไม่ให้เราเสียว ท้องจนเกินไป ความน่ารักอีกอย่างที่ถูกใจ ถูกใจเรามากคือความใส่ใจในรายละเอียด เพราะมิชิมะสกายวอล์ค ถูกออกแบบให้ กว้างกว่าสะพานปกติ เพื่อให้ผู้ใช้รถเข็นก็ สามารถมาชมวิว 360 องศา อีกทั้งยังสวน ทางกันได้ไม่ต้องกังวลว่าจะขวางทางผู้อื่น JAPAN | 08

สถานที่สุด มหัศจรรย์ ภูเขาไฟฟู จิ : FUJI MOUNTAIN ภูเขาไฟฟู จิเป็นภูเขาที่สูงที่สุดใน ประเทศญี่ปุ่น ราว 3,776 เมตร (12,338 ฟุ ต) ตั้งอยู่บริเวณจังหวัด ชิซูโอกะและจังหวัดยามานาชิ ซึ่งอยู่ทางตะวันตก ของ โตเกียว พื้ นที่โดยรอบประกอบไปด้วย ทะเล สาปฟู จิทั้งห้าและน้ำตกชิราอิโตะ มีผู้ปีนภูเขาไฟฟู จิครั้งแรกเมื่ อ พ.ศ.1209 โดย นักบวชท่านหนึ่ ง และในช่วงระหว่างนั้นจนถึง บยุค เมจิ ภูเขาไฟฟู จิได้ชื่อว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งห้ามผู้ หญิงขึ้น ปัจจุบันภูเขาไฟฟู จิเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ สำคัญและเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่ งของประเทศ ญี่ปุ่น ซึ่งจะเห็นได้จากในงานเขียนหรือภาพวาด ต่างๆ โดยเฉพาะภาพวาดของไฮกูโซ ที่มีให้เห็นใร ว ร ร ณ ก ร ร ม แ ล ะ ก า พ ย์ ก ล อ น ที่ สำ คั ญ เก็บไว้เพียง ความทรงจำ ทิ้งไว้ เพียงรอยเท้า การอ้างอิงที่ยกมาอาจมีประโยชน์เช่นกัน การ อ้ า ง อิ ง ถึ ง ผู้ ค น ส า ม า ร ถ ทำ ไ ด้ ผ่ า น เ รื่ อ ง ร า ว ที่ เ ป็ น ล า ย ลั ก ษ ณ์ อั ก ษ ร จ า ก ก า ร สั ม ภ า ษ ณ์ แ ล ะ ก า ร ถ ก เ ถี ย ง ซึ่ ง จ ะ ช่ ว ย ยื น ยั น ค ว า ม เ ป็ น จ ริง ข อ ง ข้ อ มู ล ข อ ง ผู้ เ ขี ย น แ ล ะ ค ว า ม น่ า เ ชื่ อ ถื อ ข อ ง แ ห ล่ ง ข้ อ มู ล ข อ ง เ ข า JAPAN | 09

JAPAN ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ฉ บั บ ที่ 1 • ปี ที่ 2


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook