Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ประวัติ บุคคลสำคัญ

ประวัติ บุคคลสำคัญ

Published by nitiya.b, 2023-06-21 06:59:21

Description: ประวัติ บุคคลสำคัญ

Search

Read the Text Version

ประวัตบิ ุคคลสำคัญ มโนราห์ ยายแขม มโนราหอ์ นรุ กั ษว์ ฒั นธรรมพืน้ บา้ น นางแขม เครือวลั ย์ ศิลปินผปู้ ระพนั ธข์ บั กลอนและรามโนราห์ อย่บู า้ นเลขท่ี 33 หมู่ 6 ต.ปกาสยั อ. เหนือคลอง จ.กระบ่ี กลา่ วถึงการรามโนราหว์ ่า ตนเองเร่มิ รามโนราหม์ าตงั้ แตอ่ ายุ 11 ปี โดยฝึกหดั มาจาก รามโนราหม์ าจากมโนราหฉ์ ลวยซ่ึงเม่ือก่อนมีช่ือเสียงมากจากประสบการณท์ ่ีผ่านมารวมเป็นระยะเวลา ประมาณ 43 ปีจงึ ไดพ้ ยายามถ่ายทอดใหก้ บั ลกู หลานและเยาวชนท่ีสนใจเพราะการรามโนราหต์ อ้ งอาศยั ใจรักและความอดทนเป็นการสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมของชาวใตค้ นพื้นเมืองแต่ก่อนถือกันว่ า ศลิ ปะการแสดงเป็นส่งิ เชิดหนา้ ชตู า เป็นศาสตรช์ นั้ แนวหนา้ ท่ีทกุ คนตอ้ งเรียนรู้ ตอ้ งสนใจ และพยายามทา ใหไ้ ด้ เพราะเป็นเกียรตยิ ศศกั ดศิ์ รีช่ือเสียงอนั สงู สง่ เน่ืองจากศลิ ปะการแสดง นอกจากหากินไดแ้ ลว้ ยงั เป็น เคร่ืองเชิดหนา้ ชตู าประดบั บารมี คนนบั หนา้ ถือตากวา้ งขวางเขา้ ไดท้ กุ สงั คม ผคู้ นยกยอ่ งนบั ถือย่อมเป็น เคร่อื งชว่ ยใหก้ ารดารงชีวิตเจรญิ กา้ วหนา้ เม่ือเลิกเลน่ มีวิชาตดิ ตวั ก็ยงั เป็นครูถ่ายทอดวชิ าแก่ลกู ศิษยห์ ากิน ไดอ้ ีก การแตง่ กายของมโนราหค์ ลา้ ยกับละครชาตรี น่งุ สนับเพลาพรอ้ ม เคร่ืองทรงครบชดุ นอกจากสวมเทริด แบบพืน้ เมืองแลว้ การใชล้ กู ปัดประดบั หอ้ ยระยา้ อย่างสวยงามเตม็ หนา้ อก สวมเล็บยาวทงั้ 10นิว้ ก็ทาให้ การร่ายราอ่อนพลิว้ ทะมดั ทะแมงเคร่ืองคนตรีมีประมาณ 7 ชิน้ ไดแ้ ก่ โหม่ง ฆอ้ งคู่ กลอง(โพน) ป่ี เวลา แสดงจะมีการประสานเสียงกนั และรบั สง่ เวลามีบทขบั มีลกู คอู่ ยหู่ นา้ โรงการรอ้ งบทใชด้ น้ เป็นคากลอนสด มโนราหม์ ีทา่ ราแม่บท 12 ทา่ การจดั แสดงมโนราหต์ ามปกติจะจดั ใหม้ ีเวลามีงานแกบ้ น งานเทศกาล รา โรงครู (ไหวค้ รู) เป็นตน้ มโนราหจ์ ึงถือเป็นกิจกรรมความบนั เทิงทางวัฒนธรรมท่ีเก่าแก่ สามารถสรา้ ง ความสมั พนั ธท์ างความคิดและจิตวิญญาณตอ่ ผชู้ มไดอ้ ย่างดี จงึ มีความสาคญั ตอ่ ชีวิตชาวบา้ นในตลอด ชีวิต เป็นเคร่อื งแสดงปฏิกิรยิ าตอ่ ความตอ้ งการของสงั คมแสดงใหเ้ หน็ ปัญหาในสงั คม มโนราหจ์ งึ มีบทบาท ในการถ่ายทอดประวตั ศิ าสตรส์ งั คมไดเ้ ป็นอยา่ งดี

หนังตะลุง ลงุ เคลำ้ หนงั เคลา้ นอ้ ย โรจนเมธากุล ศิลปินหนงั ตะลงุ ผเู้ ติบโตมาจากครอบครวั ศิลปิน บา้ นนา ตาบลการะเกด อาเภอเชียรใหญ่ จงั หวดั นครศรีธรรมราช มีผลงานการแสดงหนงั ตะลงุ เป็นท่ีประทบั ใจของบรรดา\"คอหนงั ตะลงุ \" มากท่ีสดุ คณะหน่งึ โดยเฉพาะชว่ งปี พ.ศ.2509 - 2520 มีช่ือเสียงโดง่ ดงั มากท่ีสดุ มี\"ขนั หมาก\" ตดิ ตอ่ กนั ถึงเดือน ละ 20 - 30 คืน หนงั เคลา้ นอ้ ย เป็น \"หวั โจด\" ศิลปินหนงั ตะลงุ แห่งลมุ่ นา้ ปากพนงั เชือ้ สายหนังสีชมุ \"ศิลปินหนงั ตะลงุ เร่ืองรามเกียรต\"ิ์ เม่ือ หลายทศวรรษท่ีผา่ นมา หนังเคลา้ นอ้ ย ช่ือจริง/สกุลจริงว่า นายเคลา้ โรจนเมธากุล เป็นบุตรหนงั สีชุม กับนางเทียน ชาวบา้ นนา ตาบลการะเกด อาเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช มีอาชีพทานา เกิดเม่ือวันท่ี 1 มกราคม 2485 ท่ี บา้ นเลขท่ี 002 หมทู่ ่ี 9 ตาบลการะเกด อาเภอเชียรใหญ่ จงั หวดั นครศรีธรรมราช มีพ่ีนอ้ ง 8 คน ประกอบอาชีพรบั ราชการและอาชีพอ่ืนๆ เป็นหลกั หนงั เคลา้ นอ้ ย นอกจากเป็นเลือดเนือ้ เชือ้ ไขศลิ ปินหนงั ตะลงุ มาแตก่ าเนิด เขายงั ใสใจเร่ืองศลิ ปินหนงั ตะลงุ มาตงั้ แต่วัยเด็ก ดงั นนั้ เม่ือสาเร็จการศึกษาระดบั ประถมศึกษาแลว้ จึงฝึกฝนการแสดงหนังตะ ลุง จนกระท่งั มี ศลิ ปะและทกั ษะสามารถออกโรงแสดงหนงั ตะลงุ แสดงหนงั ตะลงุ เป็นอาชีพอยา่ งจรงิ จงั ตงั้ แตป่ ี 2507 อายุ 24 ปี บรรพชาอปุ สมบททดแทนบญุ คณุ บิดามารดา อยทู่ ่ีวดั ทา่ ลิพง ซ่งึ อย่ใู กลๆ้ บา้ น เป็นเวลา นาน 1 พรรษา จงึ ลาสกิ าบทมาประกอบอาชีพศลิ ปินหนงั ตะลงุ ศลิ ปินหนงั ตะลงุ \"เคลา้ นอ้ ย\" ออกโรงแสดงหนงั ตะลงุ เป็นอาชีพ เพียงไม่ก่ีปีก็มีช่ือเสียงขจรขจาย กลายเป็น ศลิ ปินหนงั ตะลงุ ยอดนยิ มของประชาชนท่วั ภาคใต้ แขง่ ขนั โรงคราวใดไดร้ บั ชยั ชนะมีรางวลั เป็นประจกั ษพ์ ยานนบั ชิน้ ไมถ่ ว้ น มีขนั หมากแทบไมว่ า่ งเวน้ แตล่ ะคืน ดว้ ยอาชีพเป็นหนงั ตะลงุ ท่ีมีช่ือเสียงโดง่ ดงั นีเ้ องท่ีเป็นส่ือรกั ชกั นาให้ หนงั เคลา้ นอ้ ย ไดเ้ ขา้ สปู่ ระตพู ิธีวิวาห์ มงคลสมรสกบั โนราหฉ์ ลวย ศิลปินสาวสวย แห่งจงั หวดั กระบ่ี เม่ือหนงั เคลา้ นอ้ ยอายไุ ด้ 38 ปี (พ.ศ.2533) จนมี บตุ ร - ธิดาดว้ ยกนั รวม 3 คน ปัจจบุ นั หนงั เคลา้ นอ้ ย และโนราฉลวย สองสามี ตงั้ บา้ นเรือนอย่บู า้ นเลขท่ี 66 หม่ทู ่ี 6 ตาบลปกาศยั อาเภอ เหนือคลอง จงั หวดั กระบ่ี มีอาชีพทาสวนยาง กาแฟ และปาลม์ เป็นหลกั จดั รายการบนั เทงิ เป็นงานอดเิ รก

หนงั เคลา้ นอ้ ย โรจนเมธากุล ประสบผลสาเร็จในอาชีพศิลปินหนังตะลุงอย่างงดงาม เม่ือ หลายทศวรรษท่ีผ่านมา เขาไดส้ รา้ งสรรคผ์ ลงานการแสดงหนังตะลุงอับประทบั ใจผู้ชมท้ัง ภาคใต้ และภาคกลางอย่างไมร่ ูล้ ืมเลือนเลยทีเดียว ประวัตกิ ารศึกษา 1. การศกึ ษาวิชาการ หนงั เคลา้ นอ้ ย เรียนหนงั สือจนสาเรจ็ การศึกษาประถมศกึ ษาปีท่ี 4 จากโรงเรียนวดั ท่า ลพิ ง ซง่ึ อยใู่ กลบ้ า้ น และสาเรจ็ การศึกษาชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 (เรยี นทางไปรษณีย)์ ปัจจบุ นั ยงั สนใจการศึกษาอย่จู ึงเรียนระดบั มธั ยมศึกษากับศนู ยก์ ารศึกษานอกโรงเรยี นอาเภอเหนือ คลอง จงั หวดั กระบ่ี หนงั เคลา้ นอ้ ยเป็นศิลปินหนงั ตะลงุ ผฝู้ ักใฝ่ศกึ ษาอย่างจรงิ จงั 2. การศกึ ษาวิชาศลิ ปินหนงั ตะลงุ หนงั เคลา้ นอ้ ย เติบโตทา่ มกลางศิลปินหนงั ตะลงุ มีหนงั สีชมุ ซ่งึ เป็นบิดา และหนงั ใหม่ แห่งบา้ นนาท่ีหนังเคลา้ นอ้ ยเรียกว่า \"ป่ ูใหม่\" เป็นครูเป็นแบบอย่างใหเ้ ห็นอยู่ทุกเม่ือเช่ือวัน เลือดศิลปินค่อยๆสะสมและซบึ ซบั ส่จู ิตและวิญญาณของเด็กชายเคลา้ ในขณะท่ีกาลงั เรียน อย่ชู น้ั ประถมศกึ ษา หนงั เคลา้ นอ้ ยตามบิดา ไปแสดง ณท่ีต่างๆ และไดแ้ สดงแทนในบางช่วง ตอน และบางครง้ั ผชู้ มก็ตดิ อกติดใจจนทาใหเ้ ดก็ ชายเคลา้ นอ้ ยแสดงแทนหนงั สีชมุ จนจบเร่อื ง ก็มี ปรากฎการณท์ ่ีคนรบั หนงั สีชมุ ไปแสดงแต่เม่ือถึงเวลาแสดงจริงๆ กลบั ขอให้เด็กชาย เคลา้ นอ้ ยแสดงแทนมีบ่อยครงั้ ขึน้ เป็บลาดบั หนงั เคลา้ นอ้ ยเล่าใหฟ้ ังว่า ครง้ั หน่ึงเจา้ ภาพรบั หนงั สีชมุ ไปแสดงในงานศพครูแดงบา้ นเกาะทวด อาเภอเชียรใหญ่หนงั สีชมุ ไปตามนัดหมาย เด็กชายเคลา้ นอ้ ยตามไปดว้ ย แต่เม่ือถึงเวลาแสดงเขา้ จรงิ ๆ หนงั สีชุม กลบั แสดงไม่ได้ การ แสดงครง้ั นน้ั จึงตอ้ งตกเป็นภาระของเด็กชายเคลา้ นอ้ ยตลอดคืน และเป็นท่ีช่ืนชอบของผชู้ ม อีกดว้ ย เด็กชายเคลา้ นอ้ ยเพ่งิ ทราบตอนหลงั ว่าท่ีแทห้ นงั สีชมุ จงใจ หรือแกล้งทาเป็นเมา เพ่ือ เปิดโอกาสใหป้ ระชาชนไดช้ มและทดสอบการแสดงหนงั ตะลงุ ของลกู ชาย นนั้ เอง เด็กชายเคลา้ นอ้ ย ซ่ึงมีเลือดศิลปินหนังตะลุงมาแต่กาเกิด และสนใจการแสดงหนัง ตะลงุ มาตง้ั แต่วยั เด็กหลงั จากสาเรจ็ การศกึ ษาภาคบงั คบั ก็ใชเ้ วาลเพ่ือการฝึ กหดั ปฏิบตั ิการ แสดงหนงั ตะลงุ จากบดิ าคือ หนงั สีชมุ

ประวัตอิ าชพี และผลงาน ประวตั ิอาชีพ หนงั เคลา้ นอ้ ย โรจนเมธากุล ประกอบอาชีพศิลปินหนังตะลุงอย่างจริงจงั มาต้ังแต่ปี พ.ศ.2507 ช่วงเวลาท่ีโด่งดงั ท่ีสดุ มีขนั หมากแสดงท่วั ภาคใตแ้ ละกรุงเทพมหานคร คือ ช่วงปี พ.ศ.2529 - 2520 มีขนั หมากถึงเดือนละ 20 - 30 คืน ประวตั ผิ ลงาน นิยายหนงั ตะลงุ และบทกลอนท่ีใชแ้ สดงหนงั ตะลงุ จากหลายแหล่ง จากหนงั สือ ศิลปิน รุน่ พ่ี ดดั แปลงจากนยิ ายหนงั ตะลงุ ของศิลปินช่ือดงั และนกั แตง่ นิยายหนงั ตะลงุ เขียนเร่อื ง นกั แต่งนิยายหนงั ตะลงุ คนสาคญั ท่ีเขียนเร่อื งใหห้ นงั ตะลงุ เคลา้ นอ้ ยแสดงไดแ้ ก่ นายสุ วิทย์ ชนิ สีห์ บา้ นเชียรใหญ่ นายสนิท ชนู ่นุ เมืองตรงั และนายสงวน มีชสู ิทธิ์ หรอื \"หมอสงวน\" บา้ นบ่อลอ้ เชียรใหญ่ นิยายหนังตะลุงท่ีหนังเคลา้ นอ้ ย ชอบแสดงมักเป็นเร่ืองจักรๆวงศๆ์ อิงธรรมะ ใหท้ ั้ง สาระและบนั เทิง เช่น เร่ืองกองทพั ธรรม กรรมของแม่ พระแสง ถวลั ยว์ งศ์ ธรณีอย่ากันแสง มนษุ ยพ์ นั เหล่ียม ราชนิ ีสืบตระกลู มนษุ ยม์ หศั จรรย์ และแรงคาสาบ เป็นตน้ นิยายท่ี \"คอหนงั ตะลงุ \" ช่ืนชอบและมกั จะขอใหแ้ สดงอย่เู สมอๆ คือ เร่อื งกองทพั ธรรม และกรรมของแม่ ลกั ษณะท่ีโดดเดน่ ของศิลปินหนงั ตะลงุ เคลา้ นอ้ ย นอกจากมีนิยายหนงั ตะตะลงุ ดีๆ จาก ผแู้ ตท่ ่ีมีฝีมือ ศลิ ปินหนงั ตะลงุ เคลา้ นอ้ ยยงั มีศลิ ปะในการเชิดรูปเป็นเย่ียม

ลเิ กปำ่ ตรกึ ปลอดฤทธ์ิ นายตรึก ปลอดฤทธิ์ เป็นบุตรนายสอ้ ง นางเน่ียว ปลอดฤทธิ์ เกิดท่ีบา้ นโคกยาง อาเภอเมือง (ปัจจบุ นั อาเภอเหนือคลอง) จงั หวดั กระบ่ี ภรรยาช่ือนางจาบ มีบตุ ร ๘ คน เป็นชาย ๖ คน หญิง ๒ คน ปัจจบุ นั อย่บู า้ นเลขท่ี ๔๒ ม. ๗ ต. โคกยาง อาเภอเหนือคลอง จงั หวดั กระบ่ี นายตรกึ ปลอดฤทธิ์ เร่งิ สนใจการเลน่ ลิเกป่ ามาตง้ั แต่อายุ ๒๐ ปี โดยไดท้ ดลองฝึกหดั ท่ารากบั ครูสวาสดิ์ แกว้ โลก และครูเดช แกว้ ทพิ ย์ ซง่ึ เป็นลเิ กมีช่ือในหม่บู า้ นขณะนนั้ ครูเห็นว่ามีแววท่ีจะเล่นลิเกป่ าไดจ้ ึงไดส้ นบั สนนุ ใหแ้ สดง ต่อมา เม่ือครูทงั้ สองถึงแก่กรรมลงจึงหยดุ การเล่นลิเกไประยะหย่งึ ต่อมาประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๐ จงึ ไดร้ วบสมคั รพรรคพวกตงั้ เป็นคณะลเิ กป่าขนึ้ อีกครงั้ เพราะเห็นว่าการเล่นดงั กล่าวจะสญู หายไป นาย ตรกึ ปลอดฤทธิ์ไดแ้ สดงเป็นตวั แขกแดงซ่งึ เป็นตวั สาคญั มาตลอดดว้ ยความสามารถ เฉพาะตวั ทาให้ เป็นท่ีรูจ้ กั กันท่วั ไป โดยท่ีจงั หวัดกระบ่ีไดจ้ ดั ประกวดการแข่งขนั ลิเกป่ าขึ้น คณะนายตรกึ ไดร้ บั การ คดั เลือกใหร้ บั รางวลั ชนะเลิศ จากวนั นน้ั เป็นตน้ มานายตรกึ ปลอดฤทธิ์ ไดส้ รา้ งผลงานมาตลอดจน กระท่งั ปัจจบุ นั นี้ ในท่ีสดุ ก็ไดร้ บั การคดั เลือกใหร้ บั รางวลั ในฐานะผอู้ นรุ กั ษ์มรดกไทยดีเด่น จากสมเด็จ พระเทพรตั นราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และในปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ไดร้ บั การคดั เลือกเป็รผมู้ ีผลงาน ดีเด่นทางวฒั นธรรมไดร้ บั รางวลั เชดิ ชเู กียรติ จากสมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยาม บรมราชกมุ ารี ผลงานของนายตรกึ ปลอดฤทธิ์ (๑) ฝึกลกู ศิษยใ์ หถ้ ่ายทอดการเล่นลิเกป่ามาหลายรุน่ เช่น นายวงั แกว้ โลก นายรวม แกว้ ทิพย์ นายดา แกว้ ทพิ ย์ ปัจจบุ นั ไดฝ้ ึกลเิ กป่าผหู้ ญิงชดุ แมบ่ า้ นไว้ ๑ ชดุ ฝึกกลมุ่ เยาวชนในหมบู่ า้ นไวอ้ ีก ๑ ชดุ (๒) นายตรึก มีความสามารถในการรามโนหร์ าดว้ ย จึงไดฝ้ ึกเยาวชนในหม่บู า้ นใหฝ้ ึกรามโนหร์ า พนื้ ฐานไวอ้ ีก ๑ ชดุ

(๓) เผยแพรก่ ารแสดงลเิ กป่ากบั วฒั นธรรมสญั จรในภาคเหนือ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ หลาย ๆ จงั หวดั (๔) แสดงลเิ กป่าสาธิตในแหลง่ สถานศกึ ษาท่ีขอความรว่ มมือ เชน่ โรงเรยี นต่าง ๆ หน่วยงานทาง วฒั นธรรมอ่ืน ๆ ท่ีสนใจ (๕) แสดงลิเกป่าในการตอ้ นรบั แขกบา้ นแขกเมืองหรอื ผมู้ าเย่ียมเยือนจงั หวดั กระบ่ีเม่ือจงั หวดั หรอื หนว่ ยงานราชการขอรอ้ ง (๖) แสดงลเิ กป่าในสถานประกอบการการท่องเท่ียวของกระบ่ีเพ่อื แสดงออกถึงวฒั นธรรม พนื้ บา้ นใหช้ าวต่างประเทศรบั ชมเป็นประจา (๗) เขา้ รว่ มการแสดงลเิ กป่าในงานมหกรรมวฒั นธรรมพนื้ บา้ น ท่ีจงั หวดั สงขลานครศรีธรรมราช และในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ แสดงในงานมหกรรมวฒั นธรรมพนื้ บา้ น ณ สถาบนั ราชภฏั สงขลา (๘) เผยแพรก่ ารแสดงลเิ กป่าผา่ นส่ือมวลชนเป็นประจา คือ ๑) แสดงลเิ กป่าออกอากาศท่ีสถานีวิทยกุ ระจายเสียงแหง่ ประเทศไทย เพ่อื การศกึ ษาจงั หวดั กระบ่ี พรอ้ ม บนั ทกึ เทปประกอบรายการ ๒) แสดงลิเกป่าออกรายการ \"เวทีชาวบา้ น\" ออกอากาศทางสถานีโทรทศั นช์ อ่ ง ๑๑ ๓) แสดงลิเกป่าบนั ทกึ สารคดี \"โลกสลบั สี\" ของบรษิ ัทแปซกิ ฟิก ออกอากศชอ่ ง ๗ สี เร่อื งรอย อดีตท่ีอนั ดามนั ๔) แสดงลิเกป่า \"รายการมรดกไทย\" ออกอากาศทางสถานีโทรทศนั ส์ ี ช่อง ๕ ๕) แสดงลเิ กป่า \"รายการสืบสานไทย\" ออกอากาศทางสถานีโทรทศั นส์ ีชอ่ ง ๙ อสมท. ๖) แสดงลเิ กป่า \"รายการบา้ นทงุ่ พฒั นา\" ออกอากาศทางสถานีโทรทศั นส์ ีช่อง ๗ ๗) แสดงลเิ กป่าบนั ทกึ รายการเพ่อื เผยแพรข่ องกรมการศกึ ษาโรงเรยี นจงั หวดั กระบ่ี ๘) ไดร้ บั การคดั เลือกใหเ้ ป็นผฝู้ ึกการแสดงทางวฒั นธรรมพนื้ บา้ นในการถ่ายทาภาพยนต์ และ เขา้ รว่ มแสดงเป็นตวั ประกอบในภาพยนตต์ า่ งประเทศเร่อื ง Asafeplace ของ John Sayles เกีรยติคณุ ท่ีเคยไดร้ บั (๑) ไดร้ บั โลเ่ กีรยตยิ ศจากสานกั งานคณะกรรมการวฒั นธรรมแหง่ ชาติในการแขง่ ขนั ลิเกป่า ท่ี ศนู ยว์ ฒั นธรรมจงั หวดั กระบ่ี ปี ๒๕๒๔ (๒) ไดร้ บั โล่และเข็มเกียรตคิ ณุ จากสมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ในฐานะผู้ อนรุ กั ษม์ รดาไทยดีเด่น ปี ๒๕๓๔ (๓) ไดร้ บั การคดั เลือกเป็นผมู้ ีผลงานดีเด่นทางวฒั นธรรมแห่งชาติ ของสานกั งานคณะกรรมการ วฒั นธรรมแห่งชาติ ประจาปี ๒๕๓๗ โดยรบั พระราชทานโลเ่ กียรติคณุ จากสมเดจ็ พระเทพ รตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี

อำจำรย์พญอม จันนิ่ม (ปรำชญ์) นายพญอม จนั น่มิ เกิดเม่ือวนั ท่ี ๒๕ เมษายน ๒๔๘๖ อายุ ๖๘ ปี อยบู่ า้ นเลขท่ี ๗๘/๒๗ ถนน กระบ่ี ตาบลปากนา้ อาเภอเมือง จงั หวดั กระบ่ี ปัจจบุ นั ดารงตาแหนง่ รองประธานสภาวฒั นธรรม จงั หวดั กระบ่ี เป็นผมู้ ีความรูด้ า้ นภาษาไทย การถ่ายทอดภมู ิปัญญา อนั ก่อใหเ้ กิดประโยชนแ์ ก่บคุ คล กลมุ่ องคก์ ร และสงั คมอยา่ งตอ่ เน่ือง เป็นท่ีประจกั ษแ์ ละไดร้ บั การยกยอ่ งมีผลงานต่างๆ เช่น - ดา้ นวรรณศิลป์ ๑. รวมบทวิทยจุ ากสถานีวทิ ยกุ ระจายเสียงแหง่ ประเทศไทยจงั หวดั กระบ่ี ซ่อื “รุง่ แจง้ แหลงใต”้ ๒. นริ าศเวียดนาม ๓. นิราศเวียงเจียงฮาย ๔. นิราศเขาแกว้ ๕. นิราศจากใตถ้ งึ เหนือ ๖. นริ าศอนบุ าลประสานแผน ๗. นิราศสตลู ๘. นิราศกระบ่ี (รว่ มแต่ง) ๙. นิราศนครศรธี รรมราช (รว่ มแต่ง) ๑๐. ตานานพระนาง และเบญจากลั ยาณี คากาพย์ ๑๑. รว่ มวจิ ยั เรอ่ื ง “ประเพณีและพธิ ีกรรมสารตั ถะ และการสืบทอด”(ทนุ สกว.) ๑๒. สารคดีเรอ่ื ง “จากตกั โกลาถึงสรุ ยิ เทพ” - การถ่ายทอดภมู ิปัญญาดีเดน่ ๑. การแสดงสนุ ทรพจนใ์ นการประชมุ สมชั ชาแห่งชาติ ณ ศนู ยป์ ระชมุ สหประชาชาติ (๑๓ มกราคม ๒๕๕๕) ๒. จดั รายการเชิงวเิ คราะหว์ ิทยภุ าษาวรรณคดี วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาชาวบา้ น ตง้ั แต่ ๒๕๒๐ – ปัจจบุ นั รวม ๓๕ ปี ทางสถานีวทิ ยกุ ระจายเสียงแหง่ ประเทศไทยจงั หวดั กระบ่ี รางวลั ท่ีเคยไดร้ บั

๑. โลแ่ ละเกียรตบิ ตั รขา้ ราชการตวั อย่างของกระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ. ๒๕๒๙ ๒. โลแ่ ละเกียรติบตั รครูจรยิ ศกึ ษาดีเดน่ กระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ.๒๕๓๗ ๓. เป็นผบู้ รหิ ารโรงเรยี นหนองทะเลวทิ ยา ไดร้ บั โล่ในฐานะโรงเรยี นปฏริ ูปการศกึ ษาดีเดน่ จากกระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ.๒๕๔๒ ๔. โลแ่ ละเกียรติบตั รครูไทยตวั อยา่ งของส่ือสารมวลชน พ.ศ.๒๕๔๗ ๕. โล่และเกียรตบิ ตั รผทู้ าคณุ ประโยชนต์ อ่ กระทรวงวฒั นธรรมดา้ นศาสนา พ.ศ.๒๕๕๑ ๖. โลแ่ ละเกียรติบตั ร นกั จดั รายการวิทยเุ ครอื ข่ายวฒั นธรรมดีเด่น กระทรวงวฒั นธรรม พ.ศ. ๒๕๕๒ ในปัจจบุ นั ทา่ นยงั ดาเนนิ รายการท่ีเป็นประโยชนต์ อ่ สงั คม ดงั นี้ ๑. จดั รายการวิทยุสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจงั หวัดกระบ่ี (FM ๙๘.๕ MHz) และสถานีวทิ ยเุ พ่อื การศกึ ษา (FM ๙๕.๒๕ MHz) ๒.เป็นวิทยากรสรา้ งสมานฉันทแ์ ก่นกั ศึกษาแกนนาจาก ๕ จงั หวดั ภาคใต้ ท่ีมาดงู านชมุ ชน สนั ตสิ ขุ จงั หวดั กระบ่ี รวม ๕ รุน่ ไมต่ ่ากว่ารุน่ ละ ๑๐๐ คน ๓. เป็นวิทยากรบรรยายเร่ืองปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ใหแ้ ก่หน่วยงานต่าง ๆ ฟัง ไม่นอ้ ย กว่า ๕ ครง้ั ๔. เป็นประธานกรรมการสภาศกึ ษาโรงเรยี นอนบุ าลกระบ่ี ผลกั ดนั ในรูปกรรมการใหโ้ รงเรยี น เป็นโรงเรยี น ในฝัน, โรงเรยี นมาตรฐานสสู่ ากล และโรงเรยี นนารอ่ งนิติบคุ คล


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook