Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โครงงานรายวิชา IS

โครงงานรายวิชา IS

Published by boombimserfibo, 2021-10-05 19:24:14

Description: โครงงานรายวิชา IS

Search

Read the Text Version

โครงงานรายวชิ า IS รหสั วชิ า (IS30201) ผ้จู ัดทา นายภาวตั ปักไธสง เลขท่ี 9 นายหสั ดินทร์ เฉลียวการ เลขท่ี 17 นางสาวณฐั วรา พรมคา เลขที่ 18 นางสาวปริชญา เวยี งเก่า เลขที่ 21 นางสาวรังสิมนั ต์ ตนาวรรณ์ เลขที่ 23 ช้นั มนั ธยมศึกษาปี ที่ 5/3 เสนอ คุณครูดารงค์ คนั ธะเรศย์ โรงเรียนปัว อาเภอปัว จงั หวดั น่าน สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษามธั ยมศึกษาน่านเขต 3

ชื่อโครงงาน “โครงงานเปรียบเทยี บนา้ ยาซักผ้าจากสมุนไพรและน้ายาซักผ้าตามท้องตลาด ผ้จู ดั ทา นายภาวตั ปักไธสง เลขท่ี 9 นายหสั ดินทร์ เฉลยี วการ เลขท่ี 17 นางสาวณัฐวรา พรมคา เลขที่ 18 นางสาวปริชญา เวียงเก่า เลขที่ 21 นางสาวรังสิมนั ต์ ตนาวรรณ์ เลขท่ี 23 รายวชิ า IS (IS30201) ปี การศึกษา 2564 ท่ีปรึกษาโครงงาน คณุ ครูดารงค์ คันธะเรศย์

ก บทคดั ย่อ ปัจจบุ นั สารเคมอี นั ตรายไดถ้ ูกนามาใชป้ ระโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ชีวิตมนุษยม์ ากข้ึน โดยเฉพาะการนามาใชเ้ ป็นส่วนผสมในผลิตภณั ฑท์ ี่ใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ไม่วา่ จะเป็นสารอนั ตรายที่ชดั เจน อยา่ งสารเคมีในยาฆา่ แมลง ผลิตภณั ฑด์ บั กล่ิน ผลิตภณั ฑท์ าความสะอาดพ้ืนและเครื่องสุขภณั ฑต์ ่างๆ ไป จนถึงผลิตภณั ฑท์ ี่ไม่น่าเช่ือวา่ จะมีผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพ เช่น น้ายาลบคาผดิ สบเู่ หลว แชมพู น้ายาลา้ ง จาน น้ายาซกั ผา้ ซ่ึงในความจริงแลว้ ผลิตภณั ฑเ์ หล่าน้ีลว้ นมีส่วนผสมของสารเคมีตวั เดียวกนั ท้งั สิ้น สามารถ สะสมในร่างกายระยะยาว และอาจจะกลายเป็ นสารก่อมะเร็งท่ีเป็นอนั ตรายต่อสุขภาพอยา่ งรุนแรงท่ีสุด ทุกวนั น้ีการซกั ผา้ ไม่วา่ จะซกั ดว้ ยมือ หรือซกั ดว้ ยเครื่องสิ่งท่ีขาดไมไ่ ดค้ อื “ผลิตภณั ฑน์ ้ายาซกั ผา้ ” ปัจจุบนั มีน้ายาซกั ผา้ มากมายหลายยห่ี อ้ หลายรูปแบบ ในความเป็นจริงแลว้ ส่วนประกอบหลกั ในน้ายาซกั ผา้ แตล่ ะยหี่ อ้ แทบจะไม่แตกต่างกนั เลย น้ายาซกั ผา้ เป็นเกลือของกรดซลั โฟนิก ซ่ึงมีสมบตั ิชาระลา้ งสิ่งสกปรกท้งั หลายไดเ้ ช่นเดียวกบั สบู่ น้ายาซกั ผา้ มีกรดซลั โฟนิก เป็นสารซกั ลา้ งท่ีผลิตข้นึ มาใชแ้ ทนสบู่ มีสารลดแรงตึงผวิ เป็นส่วนประกอบหลกั มีท้งั ชนิดสงั เคราะห์ และชนิดสารสกดั จากธรรมชาติ โดยทว่ั ไปเป็นเกลือโซเดียมซลั โฟเนตของสารไฮโดรคาร์บอน รวมถึงน้ายาซกั ผา้ ท่ีมีลกั ษณะเป็นของเหลว และผงซกั ฟอกทุกชนิด

ข กติ ตกิ รรมประกาศ โครงงานน้ีสาเร็จลุลว่ งไดด้ ว้ ยความกรุณาจาก คณุ ครู ดารงค์ คนั ธะเรศย์ ที่ปรึกษาโครงงาน ที่ไดเ้ สนอแนะแนวคิด ตลอดจนแกไ้ ขขอ้ บกพร่องต่างๆมาโดยตลอด จนโครงงานเลม่ น้ีเสร็จสมบูรณ์ ผจู้ ดั ทาจึงขอกราบขอบพระคุณเป็นอยา่ งสูง ขอกราบของพระคณุ พระคุณพ่อ แมแ่ ละผปู้ กครอง ที่ใหค้ าปรึกษาในเรื่องตา่ งๆ รวมท้งั เป็นกาลงั ใจท่ีดีเสมอมา สุดทา้ ยขอขอบคณุ เพ่อื นๆท่ีช่วยใหค้ าแนะนาดีๆเก่ียวกบั การสืบคน้ ขอ้ มูล และมีส่วนร่วมในการลงมือปฏิบตั ิการเก่ียวกบั โครงงานชิ้นน้ี

สารบญั ค บทคดั ยอ่ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบญั ค บทที่ 1 บทนา 1-2 บทที่ 2 เอกสารท่ีเก่ียวขอ้ ง 3-9 บทที่ 3 วิธีการดาเนินงาน 10-11 บทที่ 4 ผลการดาเนินงาน 12 บทท่ี 5 สรุปผลการดาเนินงาน 13 บรรณานุกรม 14 ภาคผนวก 15

1 บทท่ี 1 บทนา ทีม่ าและความสาคญั ของโครงงาน ปัจจบุ นั สารเคมีอนั ตรายไดถ้ กู นามาใชป้ ระโยชนใ์ นรูปแบบตา่ งๆ ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ชีวติ มนุษยม์ ากข้นึ โดยเฉพาะการนามาใชเ้ ป็นส่วนผสมในผลิตภณั ฑท์ ี่ใชใ้ นชีวิตประจาวนั ไมว่ า่ จะเป็นสารอนั ตรายท่ีชดั เจนอยา่ งสารเคมีในยาฆ่าแมลง ผลิตภณั ฑด์ บั กลิ่น ผลิตภณั ฑท์ าความสะอาดพ้นื และเคร่ืองสุขภณั ฑต์ ่างๆ ไปจนถึงผลิตภณั ฑท์ ี่ไม่น่าเชื่อวา่ จะมีผลกระทบรุนแรงตอ่ สุขภาพ เช่น น้ายาลบคาผดิ สบเู่ หลว แชมพู น้ายาลา้ งจาน น้ายาซกั ผา้ ซ่ึงในความจริงแลว้ ผลิตภณั ฑเ์ หล่าน้ีลว้ นมีส่วนผสมของสารเคมตี วั เดียวกนั ท้งั สิ้น สามารถสะสมในร่างกายระยะยาว และอาจจะกลายเป็นสารก่อมะเร็งที่เป็นอนั ตรายต่อสุขภาพอยา่ งรุนแรงที่สุด ทกุ วนั น้ีการซกั ผา้ ไมว่ ่าจะซกั ดว้ ยมือ หรือซกั ดว้ ยเคร่ือง สิ่งทข่ี าดไม่ไดก้ ็คอื “ผลิตภณั ฑน์ ้ายาซกั ผา้ ” ปัจจุบนั มีน้ายาซกั ผา้ มากมายหลายยห่ี อ้ หลายรูปแบบ ในความเป็นจริงแลว้ ส่วนประกอบหลกั ในน้ายาซกั ผา้ แตล่ ะยีห่ อ้ แทบจะไม่แตกตา่ งกนั เลย น้ายาซกั ผา้ เป็นเกลือของกรดซลั โฟนิก ซ่ึงมีสมบตั ิชาระลา้ งสิ่งสกปรกท้งั หลายไดเ้ ช่นเดียวกบั สบู่ น้ายาซกั ผา้ มีกรดซลั โฟนิก เป็นสารซกั ลา้ งที่ผลิตข้ึนมาใชแ้ ทนสบู่ มีสารลดแรงตึงผวิ เป็นส่วนประกอบหลกั มีท้งั ชนิดสงั เคราะห์ และชนิดสกดั จากธรรมชาติ โดยทวั่ ไปเป็นเกลือโซเดียมซลั โฟเนตของสารไฮโดรคาร์บอน รวมถึงน้ายาซกั ผา้ ท่ีมีลกั ษณะเป็นของเหลว และผงซกั ฟอกทกุ ชนิด ในปัจจบุ นั เกือบทกุ บา้ นเรือนจะสามารถพบผลิตภณั ฑน์ ้ายาซกั ผา้ ที่มีสารเคมีเหลา่ น้ีไดไ้ ม่ต่ากวา่ 1-2 ชนิด เมื่อเป็นเช่นน้นั จงึ ทาใหเ้ กิดปัญหาจากผปู้ ่ วยที่มีการแพจ้ ากผลิตภณั ฑน์ ้ายาซกั ผา้ เหล่าน้ีอยเู่ สมอๆ จากสถิติของศนู ยพ์ ิษวทิ ยาปี พ.ศ. 2540 พบว่า มีการปรึกษาจากแพทยแ์ ละบคุ คลากรทางการแพทย์ เก่ียวกบั ปัญหาของผปู้ ่ วยที่ไดร้ ับผลกระทบจากผลิตภณั ฑเ์ หล่าน้ีเป็นอนั ดบั 2 รองจากสารเคมีกาจดั ศตั รูพชื และสตั ว์ เนื่องจากความหลากหลายของสารเคมีเหลา่ น้ีมีมาก จนเป็นการยากท่ีแพทยแ์ ละพยาบาลโดยทว่ั ไปจะจดจาไดห้ มด แต่ถา้ หากนามาวิเคราะหด์ ูแลว้ ก็จะพบวา่ ไมย่ ากเกินไปท่ีจะเขา้ ใจผลิตภณั ฑเ์ หลา่ น้ี และสามารถวางแนวทางในการดูแลรักษาผปู้ ่ วยตอ่ ไป ทางคณะผจู้ ดั ทาไดเ้ ลง็ เหน็ ถึงคณุ ค่าของสมนุ ไพรตามทอ้ งถ่ินอาทิ เช่น มะกรูด เปลือกสับประรด ท่ีสามารถนามาทาเป็นน้ายาซกั ผ้า ท่ีไมก่ ่อใหเ้ กิดการระคายเคือง ไมท่ าลายสิ่งแวดลอ้ ม และลดสารเคมีในน้ายาซกั ผา้ ซ่ึงประสิทธิภาพในการทางาน เทา่ กบั น้ายาซกั ผา้ ตามทอ้ งตลาด ดงั น้นั กลมุ่ ของขา้ พเจา้ เลย จดั ทาโครงงานน้ี ข้นึ มา ผลิตภณั ฑท์ ่ีไดส้ ามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ได้ และสามารถสร้างอาชีพใหก้ บั คนในชุมชนไดอ้ กี ดว้ ย

2 วัตถุประสงค์ของการทาโครงงาน 1.เพอ่ื เปรียบเทียบประสิทธิภาพของน้ายาซกั ผา้ จากสมนุ ไพรธรรมชาติ และน้ายาซกั ผา้ ตามทอ้ งตลาด 2.เพือ่ เปรียบเทียบราคาและความคมุ้ คา่ ของน้ายาซกั ผา้ จากสมุนไพรและน้ายาซกั ผา้ ตามทอ้ งตลาด สมมติฐานของการศึกษา น้ายาซกั ผา้ จากสมนุ ไพรธรรมชาติและน้ายาซกั ผา้ ตามทอ้ งตลาดมีประสิทธิภาพเหมือนกนั และไม่ก่อใหเ้ กิดการระคายระเคอื ง และไม่ทาลายสิ่งแวดลอ้ ม ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า 1. การศึกษาสมนุ ไพรตามทอ้ งถิ่น คอื มะกรูด สบั ปะรด 2. การทาน้ายาซกั ผา้ ตามทอ้ งตลาด 3. ระยะเวลาดาเนินการ : 31 กรกฎาคม 2564 4. สถานท่ีทดลอง : บา้ นต๊ึด ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง จ.น่าน ผลคาดว่าที่จะได้รับ 1. ผทู้ ี่ไดท้ ดลองใชน้ ้ายาซกั ผา้ จากธรรมชาติเกิดอาการระคายระเคอื งนอ้ ยกวา่ ผงซกั ฟอกตามทอ้ งตลาด 2. ประหยดั คา่ ใชจ้ ่าย 3. ใชว้ ตั ถดุ ิบธรรมชาติที่เหลือมาทาให้เกิดประโยชน์

3 บทท่ี 2 เอกสารทีเ่ กย่ี วข้อง ในการจดั ทาโครงงานวิทยาศาสตร์ เร่ือง น้ายาซกั ซกั กผา้ จากสมนุ ไพรธรรมชาติ มีจดุ ม่งุ หมายของการศึกษา คน้ ควา้ เพื่อศึกษาการเปรียบเทียบของน้ายาซกั ผา้ น้ายาซกั ผk้ จากสมุนไพรธรรมชาติ กบั ผงซกั ฟอกตามทอ้ งตลาด และ ประสิทธิภาพประสิทภาพของการใชย้ าซกั กผา้ จากสมุนไพรธรรมชาติเอกสารการใช้ น้ายาซกั กผ้าจากสมุนไพรธรรมชาติเอกสารที่เกี่ยวขอ้ งมีดงั น้ี มะกรูด เป็นพืชในสกลุ ส้ม (Citrus) มีถิ่นกาเนิดในประเทศลาว อนิ โดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ นิยมใชใ้ บมะกรูดและผวิ มะกรูดเป็นส่วนหน่ึงของเครื่องปรุงอาหารหลายชนิด นอกจากในประเทศไทยและลาวแลว้ ยงั มีความนิยมในกมั พชู า เวยี ดนาม มาเลเซีย และอนิ โดนีเซีย ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไมย้ นื ตน้ ขนาดเลก็ เป็นไมเ้ น้ือแขง็ ลาตน้ และก่ิงมีหนามยาวเลก็ นอ้ ย ใบเป็นใบประกอบชนิดลดรูป มีใบยอ่ ย 1 ใบ เรียงสลบั รูปไข่ คือมีลกั ษณะคลา้ ยกบั ใบไม้ 2 ใบ ตอ่ กนั อยู่ คอดกิ่วที่กลางใบเป็นตอน ๆ มีกา้ นแผอ่ อกใหญเ่ ท่ากบั แผน่ ใบ ทาใหเ้ ห็นใบเป็น 2 ตอน กวา้ ง 2.5 - 4 เซนตเิ มตร ยาว 4 - 7 เซนติเมตร ใบสีเขยี วแก่พ้ืนผวิ ใบเรียบเกล้ียง เป็นมนั คอ่ นขา้ งหนา มีกลิ่นหอมมากเพราะมีตอ่ มน้ามนั อยู่ โดยใบดา้ นบนสีเขม้ ใตใ้ บสีอ่อน ดอกออกเป็นกระจุก 3 – 5 ดอก กลีบดอกสีขาว เกสรสีเหลือง ร่วงง่าย มีกล่ินหอม มีผลสีเขยี วเขม้ คลา้ ยมะนาวผวิ เปลือกนอกขรุขระ ข้วั หวั ทา้ ยของผลเป็นจกุ ผลมีตอ่ น้ามนั กระจายอยทู่ ่ีผิว (hesperidium) ผลออ่ นมีเป็นสีเขียวแก่ เม่ือผลสุกจะเปล่ียนเป็นสีเหลืองสด พนั ธุ์ที่มีผลเลก็ ผิวจะขรุขระนอ้ ยกว่าและไม่มีจุกท่ีข้วั ภายในมีเมลด็ จานวนมาก ๆ การใช้ประโยชน์์ สรรพคณุ : ตารายาไทย: ผวิ มีรสปร่าหอม ร้อน เป็นยาขบั ลมในลาไส้ แกแ้ น่น ขบั ระดู ขบั ผายลม เป็นยาบารุงหวั ใจ ผล ดองเป็นยาฟอกเลือดในสตรี ช่วยขบั ระดู ขบั ลมในลาไส้ แกจ้ ุกเสียด ลกั ปิ ดลกั เปิ ด น้ามนั จากผวิ ช่วยป้องกนั รังแค และทาใหเ้ สน้ ผมดกดาเป็นเงางาม ผล รสเปร้ียว กดั เสมหะ แกน้ ้าลายเหนียว กดั เถาดานในทอ้ ง แกร้ ะดูเสีย ฟอกโลหิตระดู ขบั ระดู ขบั ลมในลาไส้ ถอนพษิ ผดิ สาแดง ผล ปิ้ งไฟให้สุก ผา่ คร่ึงลูก เอาถฟู อกสระผม ทาใหผ้ มดกดาเป็นเงางาม น่ิมสลวย แกค้ นั แกร้ ังแค แกช้ นั นะตุ ทาใหผ้ มสะอาดแพทยต์ ามชนบทใชผ้ ลเอาไส้ออก ใส่มหาหิงคแุ์ ทน สุมไฟใหเ้ กรียม บดกวาดปากลิน้ เดก็ อ่อน ขบั ข้ีเทา ขบั ลม แกป้ วดทอ้ งในเดก็ หรือใชผ้ ลสดนามาผงิ ไฟใหเ้ กรียม แลว้ ละลายใหเ้ ขา้ กบั น้าผ้ึง ใชท้ าลิน้ ใหเ้ ดก็ ทีเ่ กิดใหม่ ยาพ้ืนบา้ นบางถ่ินใชน้ ้ามนั มะกรูดดองยาท่ีเรียกวา่ “ยาดองเปร้ียวเคม็ ” ท่ีใชก้ ินเป็นยาฟอกโลหิตในสตรี น้าผลมะกรูด มีรสเปร้ียว แกเ้ สมหะในลาคอ แกเ้ ลือดออกตามไรฟัน ฟอกโลหิตระดู ขบั ลมในลาไส้ และใชถ้ นอมยาไมใ่ หบ้ ดู เน่า แกอ้ าการทอ้ งอืด ช่วยเจริญอาหาร ใชส้ ระผมกนั รังแค แกป้ วดศีรษะ

4 ตารายาไทย: ผิวมะกรูดจดั อยใู่ น “เปลือกสม้ 8 ประการ” ประกอบดว้ ย ผิวสม้ เขยี วหวาน ผิวสม้ จีน ผวิ สม้ ซ่า ผิวสม้ โอ ผิวส้มตรังกานู ผิวมะงว่ั ผิวมะนาว หรือผิวสม้ โอมือ และผิวมะกรูด มีสรรพคุณแกล้ มกองละเอียด กองหยาบ แกเ้ สมหะโลหะ ใชป้ รุงยาหอม แกท้ างลม ในตาราพระโอสถพระนารายณ์: ระบุตารับ “น้ามนั มหาจกั ร” เตรียมไดง้ า่ ย ใชเ้ คร่ืองยานอ้ ยสิ่ง หาซ้ือไดง้ า่ ย ในตารับใหใ้ ชน้ ้ามนั งา 1 ทะนาน (ขนาดทะนาน 600) มะกรูดสด 30 ลกู ปอกเอาแตผ่ ิว เตรียมโดยเอาน้ามนั งาต้งั ไฟใหร้ ้อน เอาผิวมะกรูดใส่ลง ทอดจนเหลืองเกรียมดีแลว้ ใหย้ กน้ามนั ลง กรองเอากากออก ทิ้งไวใ้ ห้เยน็ แลว้ เอาเคร่ืองยาอกี 7 ส่ิง บดใหเ้ ป็นผงละเอียด ใส่ลงในน้ามนั ท่ีได้ เครื่องยาที่ใชม้ ี เทียนท้งั 5 (เทียนตาตก๊ั แตน เทียนขาว เทียนขา้ วเปลือก เทียนแดง และเทียนดา) หนกั สิ่งละ 2 สลึง ดีปลีหนกั 1 บาท และการบรู หนกั 2 บาท สรรพคุณ ใชย้ อนหู แกล้ ม แกร้ ิดสีดวง แกเ้ ปื่ อยคนั กไ็ ด้ ทาแกเ้ ม่ือยขบ และใส่บาดแผล ท่ีมีอาการปวด ท่ีเกิดจากเส้ียน จากหนาม จากหอกดาบ ระวงั ไม่ใหแ้ ผลถกู น้า จะไม่เป็นหนอง นอกจากน้ีบญั ชียาจากสมุนไพร ที่มีการใชต้ ามองคค์ วามรู้ด้งั เดิม ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติดา้ นยา ปรากฏการใชผ้ ิวมะกรูด ในยารักษาอาการโรคในระบบต่างๆของร่างกาย ไดแ้ ก่ ตารับ”ยาหอมเทพจิตร” มีส่วนประกอบของผวิ มะกรูด อยใู่ น ”เปลือกส้ม 8 ประการ” ร่วมกบั สมนุ ไพรชนิดอ่ืนๆ ในตารับ มีสรรพคุณในการแกล้ มวิงเวียน แกอ้ าการหนา้ มืด ตาลาย ใจสั่น คลื่นเหียน อาเจียน แกล้ มจกุ แน่นในทอ้ ง ตารับ “ยาประสะไพล” มีส่วนประกอบของผวิ มะกรูด ร่วมกบั สมนุ ไพรชนิดอ่ืนๆ ในตารับ ใชใ้ นสตรีท่ีระดูมาไม่สม่าเสมอ หรือมานอ้ ยกวา่ ปกติ และขบั น้าคาวปลาในสตรีหลงั คลอด ตารับ \"ยาเลือดงาม\" มีส่วนประกอบของผิวผลมะกรูดร่วมกบั สมนุ ไพรชนิดอื่นๆ ในตารับ มีสรรพคณุ บรรเทาอาการปวดประจาเดือน ช่วยใหป้ ระจาเดือนมาเป็นปกติ แกม้ ตุ กิด รูปแบบและขนาดวธิ ใี ช้ยา 1. ขบั ลมในลาไส้ แกแ้ น่น แกเ้ สมหะ ฝานผวิ มะกรูดสดเป็นชิ้นเลก็ ๆ 1 ชอ้ นแกง เติมการบูร หรือพมิ เสน 1 หยบิ มือ ชงดว้ ยน้าเดือดแช่ทิ้งไว้ ดื่มแตน่ ้ารับประทาน 1-2 คร้ัง ถา้ ยงั ไมท่ เุ ลากินติดตอ่ กนั 2-3 วนั 2. สระผม ให้ดกดา เงางาม รักษาชนั นะตุ ให้ผา่ มะกรูดเป็น 2 ชิน้ เม่ือสระผมเสร็จแลว้ เอามะกรูดมาสระซ้าโดยยไปบนผม น้ามะกรูดเป็นกรดจะทาให้ผมสะอาด แลว้ ลา้ งเอาสมนุ ไพรออกให้หมด หรือใชผ้ ลเผาไฟ นามาผา่ ซีกใชส้ ระผม

5 องค์ประกอบทางเคม์ี ผวิ มะกรูดมีน้ามนั ระเหยงา่ ยร้อยละ 4 มีองคป์ ระกอบหลกั เป็น “เบตาไพนีน” (beta-pinene) ประมาณร้อยละ 30 , “ลิโมนีน” (limonene) ประมาณร้อยละ 29, beta-phellandrene, citronellal นอกจากน้ียงั พบ linalool, borneol, camphor, sabinene, germacrene D, aviprin ใชน้ ้ามนั แตง่ กล่ินเคร่ืองหอม ยาสระผม สบู่ สารกลุ่มคูมาริน ไดแ้ ก่ umbelliferone, bergamottin, oxypeucedanin, psoralen, N-(iminoethyl)-L-ornithine (L-NIO) น้าจากผลพบกรด citric การศึกษาทางเภสัชวทิ ยา ฤทธ์ิตา้ นการอกั เสบ สาร coumarins 2 ชนิดที่ไดจ้ ากผลมะกรูด ไดแ้ ก่ bergamottin และ N-(iminoethyl)-L-ornithine (L-NIO) มีฤทธ์ิยบั ย้งั การหลง่ั ไนตริกออกไซด์ (NO) ในหลอดทดลอง ซ่ึงเป็นสารที่ทาใหเ้ กิดการอกั เสบ ซ่ึงหลงั่ จาก macrophage ของหนูที่ถูกกระตนุ้ ดว้ ย lipopolysaccharide (LPS) และ interferon-g (IFN- g) โดยมีคา่ IC50 เทา่ กบั 14.0 µM และ 7.9 µM ตามลาดบั (Murakami, et al, 1999) สารคมู าริน 3 ชนิด ไดแ้ ก่ bergamottin, oxypeucedanin และ psoralen สามารถยบั ย้งั การสร้างไนตริกออกไซด์ เม่ือทดสอบในเซลลแ์ มคโครฟาจ RAW 264.7 ของหนู ท่ีถูกกระตนุ้ ดว้ ยลิโปพอลิแซ็กคาร์ไรด์ (LPS) และอนิ เตอร์เฟอรอน (interferon) (Tangyuenyongwatanaand Gritsanapan, 2014) ฤทธ์ิปกป้องหวั ใจ และตบั ทดสอบฤทธ์ิปกป้องหวั ใจ และตบั ของสารสกดั 70% เอทานอลจากผวิ ผลมะกรูด ในหนูขาวเพศผู้ สายพนั ธุ์ Sprague Dawley โดยใช้ doxorubicinขนาด 4.67 mg/kg ในการเหนี่ยวนาใหเ้ กิดพิษตอ่ หวั ใจ และตบั โดยฉีดเขา้ ทางช่องทอ้ งของหนู ร่วมกบั การป้อนสารสกดั เอทานอลจากผิวผลมะกรูดขนาด 500 หรือ 1,000mg/kg ในหนูแตล่ ะกลมุ่ ต่อเนื่องเป็นเวลา 11 วนั แลว้ จึงเกบ็ เลือด และนาหวั ใจ และตบั แยกออกมาวเิ คราะห์ ผลการทดสอบพบวา่ สารสกดั เอทานอลจากผวิ มะกรูด ขนาด 500 mg/kg ทาใหโ้ ครงสร้างของกลา้ มเน้ือหวั ใจมีการฟ้ื นฟู แตก่ ารอกั เสบของกลา้ มเน้ือหวั ใจจานวนมากยงั คงมีอยู่ ในขณะท่ีกลุม่ ท่ีไดร้ บั สารสกดั เอทานอลจากผวิ มะกรูดขนาด 1,000 mg/kg โครงสร้างของกลา้ มเน้ือหวั ใจมีการฟ้ื นฟูเช่นกนั แต่การอกั เสบของกลา้ มเน้ือหวั ใจลดลง แต่สารสกดั ท้งั สองขนาดไม่สามารถปกป้องเน้ือเย่ือตบั ได้ และจากการตรวจวดั ระดบั เอนไซมต์ บั ไดแ้ ก่ alanine aminotransferase (ALT) และ aspartate aminotransferase (AST) พบวา่ สารสกดั ท้งั สองขนาดไมส่ ามารถทาใหร้ ะดบั เอนไซมต์ บั ลดลงได้ โดยสรุปสารสกดั เอทานอลจากผวิ ผลมะกรูดสามารถปกป้องเน้ือเยอื่ หวั ใจจากเกิดพษิ ของ doxorubicin ได้ โดยลดการอกั เสบ การบวมของเน้ือเย่ือ แตไ่ มส่ ามารถปกป้องเน้ือเย่อื ตบั ได้ เนื่องจากระดบั เอนไซมต์ บั ที่สูงข้นึ จากการไดร้ ับยา doxorubicin คอื เอนไซม์ AST ไมล่ ดลง ส่วนระดบั เอนไซม์ ALT ไมเ่ ปล่ียนแปลง

6 ฤทธ์ติ ้านเชื้อกลุ่มสแตปฟิ โลคอคไคท่ีแยกได้จากสุนัข การศึกษาฤทธ์ิของน้ามะกรูด และน้ามะนาวต่อเช้ือกลมุ่ สแตปฟิ โลคอคไค ที่ใหผ้ ลบวกต่อการทดสอบ โคแอคกเุ ลสที่เป็นสาเหตุสาคญั ในการก่อโรคผวิ หนงั อกั เสบในสุนขั จานวน 15 ไอโซเลต (isolates) โดยมี S. aureus ATCC 25923 สายพนั ธุ์มาตรฐานเป็นเช้ือควบคมุ ทาการทดสอบควบคู่ไปดว้ ยโดยวิธีเจือจางในอาหารเหลว ใน 96 wellU-shape plate ผลการทดสอบพบว่าน้ามะนาว และน้ามะกรูด มีค่าความเขม้ ขน้ ต่าสุดในการยบั ย้งั เช้ือในกลมุ่ น้ี อยทู่ ่ี1.60 % (v/v) และ 1.34-1.74 % (v/v) ตามลาดบั ส่วนความเขม้ ขน้ ต่าสุดในการฆา่ เช้ือน้ี อยทู่ ี่ 1.87-3.33 % (v/v) และ 3.10 % (v/v) ตามลาดบั จากการศึกษาสรุปไดว้ า่ น้ามะนาว และน้ามะกรูดมีฤทธ์ิในการยบั ย้งั และฆา่ เช้ือสแตปฟิ โลคอคไค ท่ีใหผ้ ลบวกตอ่ การทดสอบโคแอคกุเลสจากการทดสอบในหลอดทดลอง (โคแอคกุเลส เป็นน้ายอ่ ยที่เช้ือกลุม่ สแตปฟิ โลคอคไคสร้างข้นึ ทาให้พลาสมาของคนหรือสตั ว์ เกิดการตกตะกอน ซ่ึงเป็นคุณสมบตั ิที่ใชก้ าหนดวา่ เช้ือสเตรนใดท่ีเป็นตวั ก่อโรค) ซ่ึงมีความเป็นไปไดท้ จี่ ะนาไปพจิ ารณาเป็นส่วนผสมของผลิตภณั ฑท์ างการคา้ ท่ีใชส้ าหรับสัตวต์ อ่ ไป เพ่อื ลดการติดเช้ือทางผิวหนงั อยา่ งไรก็ตาม ควรมีการทดลองในการใชก้ บั สตั วโ์ ดยตรงก่อน เพือ่ ศึกษาผลขา้ งเคียงอนื่ ๆ ที่มีผลกระทบต่อการยบั ยง้ั เช้ือ และผลตอ่ ตวั สัตว์ (พทิ ยา และคณะ, 2551) การศึกษาทางคลนิ ิก ไมม่ ีขอ้ มลู การศึกษาทางพษิ วิทยา ฤทธ์ิยบั ย้งั การฝังตวั ของตวั ออ่ น เม่ือป้อนสารสกดั เอทานอลจากผวิ มะกรูด ให้กบั หนูขาวสายพนั ธุว์ ิสตาร์ท่ีต้งั ครรภ์ ขนาด 1 และ 2.5 ก./กก. วนั ละ 2 คร้ัง พบว่ามีผลยบั ย้งั การฝงั ตวั ของตวั ออ่ น 42.5 ±14.8 และ 86.1±8.1% ตามลาดบั สารสกดั ผิวมะกรูดดว้ ยคลอโรฟอร์มเมื่อป้อนให้กบั หนูท่ีต้งั ครรภใ์ นขนาด 1.0 ก./กก. วนั ละ 2 คร้ัง เช่นกนั พบว่าออกฤทธ์ิแรงกวา่ สารสกดั เอทานอล โดยยบั ย้งั การฝังตวั ของตวั อ่อนได้ 62.2±14.5% ส่วนผลในการทาให้แทง้ พบว่า สารสกดั เอทานอล และสารสกดั คลอโรฟอร์ม ในขนาด 1.0 ก./กก. มีผลทาให้แทง้ 86.3±9.6 และ 91.9±5.5% ตามลาดบั (Piyachaturawat, et al, 1985)

7 พษิ เฉียบพลัน สารสกดั ผวิ มะกรูดดว้ ยเอทานอล เมื่อป้อนใหห้ นูกินเพื่อศึกษาความเป็นพษิ เฉียบพลนั พบวา่ ขนาดทที่ าให้สตั วท์ ดลองตายเป็นจานวนคร่ึงหน่ึง (LD50) มีคา่ มากกว่า 100 ก./กก. (Piyachaturawat, et al, 1985) ฤทธ์ิเสริมการเกิดมะเร็งตบั จากการทบทวนงานวิจยั พบวา่ มะกรูดมีฤทธ์ิตา้ นฤทธ์ิของสารเสริมการเกิดมะเร็ง (tumor promoter) ในการทดลองแบบ tumor promoter-induced Epstein-Barr virus activation ได้ งานวิจยั น้ีมีวตั ถปุ ระสงคท์ ี่จะศึกษาฤทธ์ิของมะกรูดตอ่ การเกิดมะเร็งตบั ของหนูขาว สายพนั ธุ์ F344 ท่ีไดร้ ับสารก่อมะเร็ง 2- amino-3,8-dimethylimidazo [4,5-ƒ] quinoxaline (MeIQx) ในการทดลองแบบ medium-term bioassay ผลการวิจยั พบว่ามะกรูดมีฤทธ์ิเสริมฤทธ์ิของ MelQx ในการทาให้เกิดมะเร็งตบั (preneoplastic liver foci) อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ (ดนยั และคณะ, 2543) การใชม้ ะกรูดสระผมน่าจะรู้จกั กนั มาต้งั แตส่ มยั โบราณ วธิ ีการสระ บา้ งก็ใชผ้ ลดิบผา่ แลว้ บีบน้าสระโดยตรง บา้ งกน็ าไปเผา หรือตม้ ก่อนสระ มะกรูดยงั มีใชใ้ นพระราชพิธีสาคญั เช่น พระราชพธิ ีโสกนั ต์ ซ่ึงระบุไวใ้ นพระราชพิธีสิบสองเดือนไว้ วา่ จะตอ้ งมีผลมะกรูดและใบสม้ ป่ อยประกอบในพิธีดว้ ย เขา้ ใจวา่ น่าจะใชเ้ พือ่ การสระผมนนั่ เอง และก็สามารถนาไปลา้ งพ้ืนไดด้ ว้ ย ซ่ึงเป็นสมนุ ไพรชนิดหน่ึงเช่นกนั น้ามะกรูดน้นั มีรสเปร้ียว กล่ินฉุนคลา้ ยใบ แตใ่ ชน้ อ้ ยกวา่ น้ามะนาว ใชป้ รุงรสเปร้ียวแทนมะนาวได้ เช่นในปลาร้าหลน น้าพริกปลาร้า น้าพริกมะกรูด มะกรูดมีส่วนเปลือกทห่ี นา ส่วนเปลอื กนิยมนาผวิ มาประกอบอาหารบางชนิดดว้ ย ในมะกรูดมีน้ามนั หอมระเหยอยมู่ าก ใบมะกรูดน้นั ใส่ในตม้ ยาทกุ ชนิด น้ายาขนมจนี ยาหอย ใส่ในแกงเช่น แกงเผด็ แกงเทโพ แตถ่ า้ ใส่มากเกินไปจะมีรสขมมีกลิ่นฉุน ท้งั ในใบ และผล บางคร้ังสามารถนาไปใชไ้ ลแ่ มลงบางชนิดไดผ้ ลมะกรูดผา่ ซีกท่ีบีบน้าออกแลว้ ใชเ้ ป็นยาดบั กล่ินในหอ้ งสุขาได[้ 3] อนั ตรายจากนา้ ยาซักผ้าตามท้องตลาด น้ายาซกั ผา้ ประกอบไปดว้ ยสารเคมีหลากหลายชนิด การไดร้ ับน้ายาซกั ผา้ ชนิดประจบุ วก (cationic detergents) เขา้ สู่ระบบทางเดินอาหารอาจก่อให้เกิดอาการวงิ เวยี นและอาเจียน จนอาจถึงข้นั ชกั และอาการเขา้ ข้นั โคมา่ สาหรับนายาซกั ผา้ ชนิดไร้ประจุ (non-ionic detergents) ก็สามารถก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ บางคนกอ็ าจเกิดอาการแพเ้ มด็ สี และน้าหอมท่ีเป็นส่วนผสมในผงซกั ฟอกบางชนิดที่ขายตามทอ้ งตลาด อยา่ งไรกด็ ี จากผลการสารวจศนู ยค์ วบคมุ สารพษิ ของอเมริกา ในปี 2006 พบวา่ มีเดก็ อายตุ ่าวา่ 5 ขวบ จานวนมากกว่า 120,000 คน ที่ไดร้ ับสารทาความสะอาดภายในบา้ น โดยไม่ไดต้ ้งั ใจ

8 ผลกระทบจากการใช้น้ายาซักผ้า น้ายาซักผ้ามผี ลกระทบต่อนา้ แมว้ า่ น้ายาซกั ผา้ จะไมม่ ีผลกระทบโดยตรงต่อน้า แตก่ น็ ้ายาซกั ผา้ ก็มีผลกระทบทางออ้ มตอ่ น้า โดยพชื ในน้าจะไดธ้ าตุอาหารจาก น้ายาซกั ผา้ ทาใหพ้ ืชเหล่าน้ีเจริญเตบิ โตอยา่ งรวดเร็วและอาศยั ออกซิเจนที่มีอยใู่ นน้าจนทาใหน้ ้าเน่าเสีย ผลเสียท่ีเกิดจากการใชผ้ งซกั ฟอกอาจทาใหเ้ กิดมลภาวะของน้า สารพวกฟอสเฟตจากน้ายาซกั ผา้ เมื่อปลอ่ ยลงสู่แหลง่ น้า จะทาใหพ้ ืชน้าเจริญเติบโต รวดเร็ว ทาให้ขวางทางคมนาคมทางน้า ทาลายทศั นียภาพ ทาใหอ้ อกซิเจนละลายน้าไมไ่ ด้ สิ่งมีชีวติ ขาดออกซิเจนตายได้ และพืชน้าเกิดมากอาจจะตายเน่า ทาใหน้ ้าเสียจลุ ินทรียใ์ นน้าสลายไมส่ ามารถสลายผงซกั ฟอกชนิดคาร์บอนอะตอมที่แตกก่ิงกา้ นสาขา ทาให้เกิดการตกคา้ งในน้า เม่ือเขา้ สู่ร่างกายของคนจะทาใหเ้ กิดโรคภยั ไขเ้ จ็บได้ ผลกระทบของนา้ ยาซักผ้าต่อส่ิงแวดล้อม ในน้ายาซกั ผา้ บางชนิดมีฟอสเฟตซ่ึงเป็นสารอาหารของสาหร่าย และพืชช้นั ต่าอ่ืนๆ เมื่อฟอสเฟตจากสารซกั ฟอก ถกู ชะลา้ งลงไปตามทอ่ ลงไปสะสมในแมน่ ้าลาคลอง ฟอสเฟตจะชว่ ยทาใหส้ าหร่าย และพชื ช้นั ต่าเตบิ โต อยา่ งรวดเร็ว และอาศยั ออกซิเจนที่มีอยใู่ นน้าไปจนสิ่งมีชีวิตอ่ืนๆ ไมส่ ามารถดารงอยไู่ ด้ และในท่ีสุดแหล่งน้าน้นั จะต้ืนเขนิ ลงอยา่ งรวดเร็วกลายเป็นปลกั ตม ทาให้แหล่งน้าเน่าเหมน็ เอนไซมใ์ นน้ายาซกั ผา้ บางชนิดซ่ึงทางานไม่ตา่ งอะไรกบั เอนไซมย์ อ่ ยอาหารในกระเพาะของคน แมว้ ่าเอนไซมท์ ี่อยใู่ นน้ายาซกั ผา้ จะไมเ่ ป็นผลกระทบตอ่ ส่ิงแวดลอ้ ม แต่เป็นอนั ตรายตอ่ ผวิ หนงั ของมนุษย์ สารประกอบที่อยใู่ นน้ายาซกั ผา้ เหลา่ น้ีสามารถทาอนั ตรายต่อสตั วน์ ้า และยงั ทาให้แหล่งน้าเสื่อมโทรม จนสตั วน์ ้าไมส่ ามารถดารงชีวติ อยไู่ ด้ โดยเฉพาะสารลดแรงตึงผิว เช่น LAS และ BAS จะมีอนั ตรายต่อสัตวน์ ้าในปริมาณความเขม้ ขน้ ต่า สารลดแรงตึงผวิ ท้งั ชนิด LAS และ BAS จะไปลอ้ มจบั พ้ืนผิวสารอินทรียต์ า่ งๆ ที่มีในแหลง่ น้า เมื่อความเขม้ ขน้ มากข้ึน จะทาให้กระบวนการยอ่ ยสลายเกิดการชะงกั ไดม้ ีผศู้ ึกษาพบวา่ LAS มีพิษต่อปลามากกว่า BAS ต้งั แต่ 1.5 เทา่ - 4 เทา่ ข้นึ กบั สภาพแวดลอ้ ม เมื่อความเคม็ ของน้าเพิ่มข้นึ ความเป็นพษิ ของ BAS จะเพิ่มข้นึ ดว้ ย ส่วน LAS น้นั ความเป็นพษิ จะข้ึนอยกู่ บั ปริมาณออกซิเจนละลาย ความกระดา้ งของน้า และอณุ หภมู ิ น้าซกั ลา้ งที่เกิดจากกิจกรรมภายในบา้ น รวมท้งั ร้านรับซกั รีดเส้ือผา้ เป็นแหล่งกาเนิดผงซกั ฟอกมากท่ีสุด ซ่ึงควรจะไดม้ ีการบาบดั น้าทิง้ ประเภทน้ีเสียก่อนท่ีจะระบายลงสู่แม่น้าลาคลอง ซ่ึงเป็นสาเหตใุ ห้น้าเน่าเสีย

9 น้ายาซักผ้าอาจมผี ลต่อสุขภาพ สาเหตสุ ่วนใหญเ่ กิดจากการสัมผสั กบั สารระคายเคืองตอ่ ผวิ หนงั เช่น สารเคมีพวกกรดดา่ ง สารละลายอินทรียเ์ คมี เม่ือสัมผสั บอ่ ยๆ เป็นเวลานาน ไขมนั ท่เี คลือบผิวหนงั และสารยดึ น้าในช้นั ของผิวหนงั ซ่ึงทาหนา้ ท่ีรักษาความช้ืนจะถกู ทาลาย ไปทีละนอ้ ยๆ จนขาดความตา้ นทาน เกิดการอกั เสบ ผวิ แห้ง และแตก เสียคณุ สมบตั ิในการป้องกนั การซึมของสารเคมีเขา้ สู่ผวิ เกิดการระคายเคืองเม่ือถกู สารเคมีอกี แมเ้ พยี งสบู่ ความร้อน ความเยน็ หรือติดเช้ือกจ็ ะเกิดไดง้ า่ ย บริเวณใดที่อกั เสบ ก็มกั จะคนั ทาให้เกาหรือถไู ถบ่อยๆ หนงั บริเวณน้นั จะแปรสภาพหนาข้ึน ผงซกั ฟอกอาจทาใหค้ ลนื่ ไส้ อาเจียน ทอ้ งเดิน ถา้ มีส่วนผสมของด่าง กอ็ าจทาใหเ้ กิดการระคายเคอื งของเย่ือบทุ างเดนิ อาหาร ทาให้ผิวหนงั และเย่ือบขุ องทางเดินอาหารถกู กดั ไหมแ้ ละอกั เสบ เกิดอาการเจ็บในปากและลาคอ กระหายน้า คลื่นไส้อาเจียน อาเจียนเป็นเลือด กลืนลาบาก หายใจลาบาก ชอ็ ก บางคนอาจมีการแตกทะลขุ องหลอดอาหาร และกระเพาะ ทาใหก้ ลายเป็นเยอื่ บชุ ่องทอ้ งอกั เสบหรือหลอดอาหารเกิดการตบี ตนั จากการอกั เสบได้

10 บทที่ 3 วธิ ีการดาเนินงาน วสั ดุ / อุปกรณ์ 1.สบั ปะรด 2.มะกรูด 3.แชมพอู อยล์ 4.มะเฟื อง 5.น้าหมกั มะคาดีควาย 6.น้าร้อน 7.มะขาม ข้นั ตอนและวิธีการดาเนินงาน 1. เตรียมสมุนไพรท่ีนามาใชท้ ้งั หมด 1 ชนิด ไดแ้ ก่ มะกรูด 1 หมกั มะกรูด น้า น้าตาล ในอตั ราส่วน 3:5:1 ปิ ดฝาทิ้งไว้ 45 วนั กรองน้าหมกั ออกจากกากมะกรูดออก 2 มะกรูด น้าร้อน ในอตั ราส่วน 0.5:1:2:1 รอให้ เยน็ ผสมหวั น้ามนั หอมระเหยลงไป 200 cc สูตรที่ 2 สูตรสับปะรด ผสมแชมพูออยล์ มะกรูด น้าร้อน ในอตั ราส่วน 0.5:2:1:1 รอให้ เยน็ ผสมหวั น้ามนั หอมระเหยลงไป 200 cc

11 ข้นั ตอนการดาเนนิ งาน 1. ศึกษาคน้ ควา้ จากตาราเอกสาร ทฤษฎี แนวคดิ และโครงงานที่เกี่ยวขอ้ ง เกี่ยวกบั ปัญหาของคนท่ี แพผ้ งซกั ฟอกตามทอ้ ง ตลาด และประสิทธิภาพของน้ายาซกั ผา้ จากสมนุ ไพรธรรมชาติ เพอ่ื เป็นแนวทางในการ แบบสัมภาษณ์ 2. ศึกษาวิธีการสร้างเครื่องมือทีใ่ ชใ้ นโครงาน เพอ่ื เป็นแนวทางในการรสร้างเครื่องมือและปรัแบบ สมั ภาษณ์ 3. น้าแบบสมั ภาษณ์ฉบบั ร่าง ที่จดั ทาข้ึนเสนออาจารยท์ ี่ปรึกษา เพ่อื ตรวจสอบแกไ้ ขให้มีความตรง และความสมบรู ณ์ของเน้ือหา รวมท้งั การใชภ้ าษาท่ีเหมาะสม 4. จดั ทาแบบสมั ภาษณ์ฉบบั สมบูรณ์เพอ่ื น้าไปใชก้ บั กลมุ่ ตวั อยา่ งที่กาหนดไว้ 5. ผจู้ ดั ทาโครงงานไดเ้ กบ็ รวบรวมขอ้ มูลดว้ ยวธิ ีการสมั ภาษณ์โดยตรง กบั กลุ่มตวั อยา่ ง 10 คน ได้ ดาเนินการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ดงั ต่อไปน้ี 5.1 สอบถามกลุ่มตวั อยา่ งวา่ เคยใชน้ ้ายาซกั ผา้ หรือไม่ และมีการแพน้ ้ายาซกั ผา้ หรือไม่ 5.2 น้าน้ายาซกั ผ้าจากสมนุ ไพรธรรมชาติและผงซกั ฟอกตามทอ้ งตลาด ใหก้ ลุ่มตวั อยา่ งเพ่ือทาการ ทดสอบ 5.3 ดาเนินการเก็บรวบรวมขอ้ มลู ดว้ ยตนเอง โดยวิธีการสมั ภาษณ์ 5.4 วิเคราะหข์ อ้ มูลจากการสัมภาษณ์กลุม่ ตวั อยา่ งท้งั หมด 10 คน

12 บทท่ี 4 ผลการดาเนนิ งาน จากการศึกษานา้ ยาซักผ้าจากสมุนไพรธรรมชาติ น้ายาซักผ้าใช้ได้ดี สามารถนาไปใช้กบั คนที่มีผิวแพ้ง่าย และสามารถไปต่อยอดได้โดยการนาไปผลติ ขายเป็ นสินค้า เพ่ือมรี ายได้ ประหยดั และปลอดภัย แผนการกาหนดเวลาปฏิบัติ เวลา การดาเนนิ งาน สัปดาห์ท่ี 1-4 เตรียมมะกรูด นามะกรูดหมักไว้ 45 วนั สัปดาห์ท่ี 5 คนมะกรูดให้เข้ากัน แล้วนามากรอง แยกน้าหมัก กล่มุ ตวั อย่าง อาการแพ้น้ายาซักผ้าจากสมุนไพรธรรม นา้ ยาซักผ้าสมนุ ไพรธรรมชาติ ชาติ สามารถซักผ้าได้เทยี บเท่ากบั ผงซักฟอกต คนท่ี 1 คนท่ี 2 ามท้องตลาด คนท่ี 3 คนท่ี 4 แพ้ ไม่แพ้ ✓ คนที่ 5 ✓ ✓ คนที่ 6 ✓ ✓ คนท่ี 7 ✓ ✓ คนท่ี 8 ✓  คนท่ี 9 ✓ ✓ ✓  ✓ ✓ ✓ ✓ ✓

13 บทที่ 5 สรุปผลการดาเนินงาน สรุปผล จากการศึกษาเรื่องน้ายาซกั ผา้ ท่ีทาจากสมนุ ไพรสรุปไดว้ า่ น้ายาซกั ผา้ ตามทอ้ งตลาดมีประสิทธิภาพเทียบเท่า กบั น้ายาซกั ผา้ ที่ทาจากสมุนไพร ยงั พบวา่ กลุม่ ตวั อยา่ งไมม่ ีอาการแพห้ รือระคายเคอื งจากการทดลองใชน้ ้ายาซกั ผา้ ที่ทาจากสมุนไพร ประโยชน์ท่ไี ด้รับ 1. น้ายาซกั ผา้ ทีทาจากสมุนไพรสามารถซกั ผา้ ได้ ซ่ึงมีประสิทธิภาพเทา่ กบั น้ายาซกั ผา้ ตามทอ้ งตลาด 2. น้ายาซกั ผา้ ท่ีทาจากสมุนไพร มีส่วนผสมของ สบั ปะรด มะกรูด ซ่ึงมีกรดอ่อนๆจึงทาใหไ้ มเ่ กิดอาการระคายเคอื ง และช่วยบารุงผิวไดอ้ ีกดว้ ย 3. น้าทิ้งจากน้ายาซกั ผา้ ที่ทาจากสมนุ ไพร สามารถยอ่ ยสลายไดเ้ องตามธรรมชาติจึงไม่ทาลายสิ่งแวดลอ้ ม เป็นป๋ ยุ ธรรมชาติ และไมก่ ่อใหเ้ กิดมลภาวะตอ่ ส่ิงแวดลอ้ ม จุลินทรียจ์ ะช่วยยอ่ ยสลายของเสียและไม่ทาใหม้ ีกล่ินเหมน็ ช่วยรักษาสิ่งแวดลอ้ มให้ดีข้นึ ข้อเสนอแนะ 1. สามารถเปล่ียนสมุนไพรทอ้ งถิ่นท่ีสามารถนามาซกั ผา้ ได้ 2. สามารถแตง่ สีหรือกล่ิน จากสมนุ ไพรที่มีอยไู่ ด้ 3. สามารถเปล่ียนขวดบรรจุภณั ฑใ์ หเ้ หมาะแก่การใชง้ านได้

14 บรรณานุกรม https://www.bangkokhealth.com/17953 ศนู ยว์ จิ ยั สุขภาพกรุงเทพ ในเครือ บริษทั กรุงเทพดุสิตเวชการ จากดั (มหาชน) http://mvs.ac.th/PDF/project/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0 %B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B 8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8% B2%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E %E0%B8%A3%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2% E0%B8%95%E0%B8%B4.pdf ( 2564 ) http://www.krusarawut.net/?fbclid=IwAR1PTO9TeNCcvL0az4I- 6E_e0eexgkWtqujbFWEXdHDOXUqxSuYCop4jN74 ครูศราวุฒิ 30 พฤษภา 2560 https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B9% E0%B8%94 วกิ ิพเี ดีย สารานุกรมเสรี

15 ภาคผนวก

16

17


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook