เร่ือง ภาษีเงินได้นิตบิ คุ คล จดั ทำโดย นำงสำว สุพนิดำ ลือชยั ปวส.1/1สำยตรง นำเสนอ อำจำร์ยนำงสำวจตุพร เมืองมำ วทิ ยำลยั เทคนิคเทงิ
คำนำ ภำษเี งินไดน้ ิติบคุ คลและผทู้ ่ีมีหนำ้ ทเี่ สียภำษีเงินไดเ้ ป็นเคร่ืองมือของรัฐประเภทหน่ึง ทจี่ ดั เกบ็ จำกผปู้ ระกอบกำรท่ีมีรำยไดจ้ ำกกำรประกอบกิจกำรหรือเน่ืองจำกกำรประกอบกิจกำรของ บริษทั หรือหำ้ งหุน้ ส่วนนิติบุคคลในแต่ละรอบระยะเวลำบญั ชี มีกำหนดสิบสองเดือนต่อหน่ึง รอบระยะเวลำบญั ชี นอกจำกน้ียงั มีวธิ ีกำรจดั เก็บวธิ ีอนื่ อกี คือ เกบ็ จำกยอดรำยรับหรือยอดขำย ก่อนหกั ค่ำใชจ้ ่ำย นำงสำวสุพนิดำ ลือชยั
คำนำ สารบญั สำรบญั ภำษีเงินไดน้ ิติบุคคล ก ผทู้ ี่มีหนำ้ ที่เสียเงินได้ ข 3-7 8-9
4. ภำษีเงินไดน้ ิติบคุ คลคำนวณจำกกำไรสุทธิ 4.6 อตั รำภำษี และกำรคำนวณภำษี (1) อตั ราภาษี ก. กรณีลดอตั รำภำษี ใหค้ ำนวณภำษี ดงั น้ี (1.1) กรณีเป็นบริษทั หรือหำ้ งหุน้ ส่วนนิติบุคคลที่ไม่ใช่บริษทั หรือหำ้ งหุน้ ส่วนนิติบคุ คลตำม (1.2) สำหรับรอบระยะเวลำบญั ชีท่ีเริ่มในหรือหลงั วนั ท่ี 1 มกรำคม พ.ศ. 2558 แต่ไม่เกินวนั ที่ 31 ธนั วำคม พ.ศ. 2558 ใหค้ ำนวณภำษีในอตั รำร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ (1.2) กรณีเป็นบริษทั หรือหำ้ งหุน้ ส่วนนิติบคุ คลท่มี ีทนุ จดทะเบยี นทีช่ ำระแลว้ ในวนั สุดทำ้ ย ของรอบระยะเวลำบญั ชีไม่เกิน 5 ลำ้ นบำท และมีรำยไดจ้ ำกกำรขำยสินคำ้ และกำรใหบ้ ริกำรในรอบ ระยะเวลำบญั ชี ไม่เกิน 30 ลำ้ นบำท ต่อเน่ืองกนั ต้งั แต่รอบระยะเวลำบญั ชีทเี่ ร่ิมในหรือหลงั วนั ท่ี 1 มกรำคม พ.ศ. 2555 เป็นตน้ มำ
กาไรสุทธิ อตั ราภาษีร้อยละ ไม่เกิน 300,000 บำท เกิน 300,000 บำท แต่ไม่เกิน 3,000,000 บำท ยกเวน้ เกิน 3,000,000 บำท ข้ึนไป 15 20
(1.3) กรณีเป็นกิจกำรสำนกั งำนปฏิบตั ิกำรภูมิภำคใหค้ ำนวณภำษีในอตั รำร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิ สำหรับรำยไดท้ ไ่ี ดร้ ับ จำกวิสำหกิจในเครือหรือสำขำต่ำงประเทศของสำนกั งำนฯ ดงั ต่อไปน้ี (ก) รำยไดจ้ ำกกำรใหบ้ ริกำรของสำนกั งำนฯ ไดแ้ ก่ วสิ ำหกิจในเครือหรือสำขำต่ำงประเทศของสำนกั งำนฯ (ข) ดอกเบ้ยี รับ ท้งั น้ี เฉพำะดอกเบ้ยี เงินกูย้ มื ทีส่ ำนกั งำนฯ ไดก้ ูม้ ำเพ่อื ใหก้ ูย้ มื ต่อ (ค) ค่ำสิทธิ รวมท้งั ค่ำสิทธิทไี่ ดร้ ับจำกบริษทั หรือหำ้ งหุน้ ส่วนนิติบคุ คลที่เก่ียวขอ้ ง ซ่ึงไดแ้ ก่ บริษทั หรือหำ้ ง หุน้ ส่วนนิติบคุ คลทีน่ ำผลกำรวจิ ยั และพฒั นำเทคโนโลยขี องสำนกั งำนไปใชใ้ นกำรผลิตสินคำ้ หรือใหบ้ ริกำรแก่สำนกั งำนฯ วสิ ำหกิจในเครือหรือสำขำต่ำงประเทศของสำนกั งำน ฯ ท้งั น้ี เฉพำะค่ำสิทธิท่เี กิดจำกผลกำรวจิ ยั และพฒั นำเทคโนโลยขี อง สำนกั งำนฯ ทีก่ ระทำข้ึนในประเทศไทย
(1.4) กรณีเป็นกิจกำรนำเขำ้ ส่งออกไปนอกรำชอำณำจกั รในเขตปลอดอำกรหรือระหว่ำงเขตปลอดอำกรตำมกฎหมำยว่ำดว้ ย ศุลกำกร ทไี่ ดร้ ับอนุญำตจำกกระทรวงพลงั งำนใหค้ ำ้ น้ำมนั เช้ือเพลิง ใหค้ ำนวณภำษีในอตั รำร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิในรอบ ระยะเวลำบญั ชีท่เี ร่ิมในหรือหลงั วนั ท่ี 1 มกรำคม พ.ศ. 2547 เป็นตน้ ไป สำหรับรำยไดจ้ ำกกำรประกอบธุรกรรมกำรซ้ือขำย น้ำมนั เช้ือเพลิง รวมถึงกำรซ้ือและขำยน้ำมนั เช้ือเพลิงตำมสญั ญำซ้ือขำยลว่ งหนำ้ ดว้ ย ท้งั น้ี บริษทั ซ่ึงประกอบกิจกำรทมี่ ีรำยได้ จำกกำรประกอบธุรกรรมและกำรซ้ือขำยน้ำมนั เช้ือเพลิงไดแ้ จง้ กำรเป็นผไู้ ดร้ ับอนุญำตจำกกระทรวงพลงั งำนในรอบระยะเวลำ บญั ชีใด ใหไ้ ดร้ ับสิทธิลดอตั รำภำษีเงินไดน้ ิติบุคคล ต้งั แต่รอบระยะเวลำบญั ชีน้นั เป็นตน้ ไป
(1.5) กรณีเป็นกิจกำรต้งั อยใู่ นเขตพฒั นำพิเศษเฉพำะกิจซ่ึงประกอบดว้ ย จงั หวดั นรำธิวำส จงั หวดั ปัตตำนี จงั หวดั ยะลำ จงั หวดั สงขลำเฉพำะในทอ้ งท่ีอำเภอจะนะ อำเภอเทพำ อำเภอนำทวี และอำเภอ สะบำ้ ยอ้ ย และจงั หวดั สตูล และมีรำยไดท้ ่เี กิดข้ึนจำกกำรผลิตสินคำ้ หรือกำรขำยสินคำ้ หรือกำรใหบ้ ริกำร ในเขตพฒั นำพิเศษเฉพำะกิจ ใหค้ ำนวณ ภำษีในอตั รำร้อยละ 3 ของกำไรสุทธิ สำหรับ 3 รอบระยะเวลำบญั ชี ต้งั แต่รอบระยะเวลำบญั ชี 2558 ท่ีเร่ิมในหรือหลงั วนั ท่ี 1 มกรำคม พ.ศ. 2558 ถึงรอบระยะเวลำบญั ชี 2560 ที่สิ้นสุดภำยในหรือหลงั วนั ที่ 31 ธนั วำคม พ.ศ. 2560 (1.6) กรณีกิจกำรเป็นศูนยก์ ลำงกำรหำสินคำ้ เพอ่ื กำรผลิตระหวำ่ งประเทศ ใหค้ ำนวณภำษีในอตั รำร้อยละ 15 ของกำไรสุทธิ (1.7) กรณีไดร้ ับอนุมตั ิจำกกรมสรรพำกรใหเ้ สียภำษีจำกยอดรำยรับก่อนหกั รำยจ่ำย ใหเ้ สียภำษีในอตั รำ ร้อยละ 5 ของยอดรำยรับ ข. ภำษีจำกกำไรสุทธิเฉพำะกรณีทไี่ ดจ้ ำกกำรประกอบกิจกำรวเิ ทศธนกิจตำมประกำศกระทรวงกำรคลงั เร่ือง กำรประกอบกิจกำรวิเทศธนกิจของธนำคำรพำณิชย ์์ ลงวนั ท่ี16 กนั ยำยน 2535 ร้อยละ 10
(2) การคานวณภาษีเงนิ ได้นติ ิบุคคลจากกาไรสุทธิ บริษทั หรือหำ้ งหุน้ ส่วนนิติบุคคลท่ีมีหนำ้ ทีเ่ สีย ภำษีเงินไดน้ ิติบุคคลจำกกำไรสุทธิและตอ้ งคำนวณภำษีเงินได้ นิติบุคคล และยน่ื แบบแสดงรำยกำร และชำระภำษีปี ละ 2 คร้ัง ดงั น้ี ก. กำรคำนวณเงินไดน้ ิติบุคคลคร่ึงรอบระยะเวลำบญั ชีน้นั ไดม้ ีบญั ญตั ิไวใ้ นมำตรำ 67 ทวิ แห่งประมวล รัษฎำกรดงั น้ี (1) ในกรณีบริษทั หรือหำ้ งหุน้ ส่วนนิติบคุ คล นอกจำกทกี่ ล่ำวใน (2) ใหจ้ ดั ทำประมำณ กำรกำไร สุทธิ หรือขำดทนุ สุทธิ ซ่ึงไดจ้ ำกกิจกำรหรือเนื่องจำกกิจกำรท่ไี ดก้ ระทำหรือจะไดก้ ระทำ ในรอบระยะเวลำบญั ชีน้นั แลว้ ใหค้ ำนวณและชำระภำษีเงินไดน้ ิติบุคคลจำกจำนวนก่ึงหน่ึงของ ประมำณกำรกำไรสุทธิในรอบระยะเวลำบญั ชีน้นั (2) ในกรณีบริษทั จดทะเบียนธนำคำรพำณิชยต์ ำมกฎหมำยว่ำดว้ ยกำรธนำคำรพำณิชย์ หรือ บริษทั เงินทนุ บริษทั หลกั ทรัพย์ หรือ บริษทั เครดิตฟองซิเอร์ หรือ บริษทั หรือหำ้ งหุน้ ส่วนนิติ บคุ คล ตำมหลกั เกณฑ์ วธิ ีกำร และเง่ือนไขทอ่ี ธิบดีกำหนดใหค้ ำนวณและชำระภำษีจำกกำไรสุทธิ ของรอบระยะเวลำหกเดือนนบั แต่วนั แรกของรอบระยะเวลำบญั ชีตำมเง่ือนไขท่ีระบไุ วใ้ นมำตรำ 65 ทวิ และ 65 ตรี
ภำษีเงินไดน้ ิติบุคคลคร่ึงรอบระยะเวลำบญั ชีน้ีใหถ้ ือเป็นเครดิตในกำรเสียภำษีเงินไดน้ ิติบคุ คลเมื่อ สิ้น รอบระยะเวลำบญั ชีคือ เอำไปหกั ออกจำกภำษีท่ีตอ้ งเสียจำกกำไรสุทธิของท้งั รอบระยะเวลำ บญั ชีและในกรณีทภ่ี ำษีทเ่ี สีย ไวค้ ร่ึงรอบระยะเวลำบญั ชีสูงกวำ่ ภำษีทจ่ี ะตอ้ งเสียท้งั รอบระยะเวลำ บญั ชี บริษทั หรือหำ้ งหุน้ ส่วน นิติบคุ คลก็มีสิทธิขอคืนภำษีท่ีชำระไวเ้ กินได้ กรณีทบี่ ริษทั หรือหำ้ งหุน้ ส่วนนิติบคุ คลมีรอบระยะเวลำบญั ชีแรกหรือรอบระยะเวลำ บญั ชีสุดทำ้ ย นอ้ ยกว่ำ 12 เดือน ไม่ตอ้ งยน่ื แบบแสดงรำยกำรและเสียภำษีเงินไดน้ ิติบุคคลคร่ึงรอบ ระยะเวลำบญั ชี ข. กำรคำนวณเงินไดน้ ิติบุคคลจำกกำไรสุทธิ เม่ือสิ้นรอบระยะเวลำบญั ชี กำรคำนวณกำไร สุทธิของบริษทั หรือหำ้ งหุน้ ส่วนนิติบคุ คลใหค้ ำนวณกำไรสุทธิตำมเง่ือนไขทบี่ ญั ญตั ิไวใ้ น ประมวลรัษฎำกร โดยนำกำไรสุทธิดงั กล่ำวคูณดว้ ยอตั รำภำษี เงินไดน้ ิติบคุ คล จะไดภ้ ำษีเงินไดน้ ิติ บคุ คล ท่ตี อ้ งชำระ ถำ้ คำนวณกำไรสุทธิออกมำแลว้ ปรำกฎว่ำ ไม่มีกำไรสุทธิ หรือขำดทนุ สุทธิ บริษทั ไม่ตอ้ งเสียภำษีเงินไดน้ ิติบุคคล ถำ้ กำรจดั ทำบญั ชีของบริษทั ไดจ้ ดั ทำข้ึนตำมหลกั บญั ชีโดย ไม่ไดป้ ฎิบตั ิตำมเงื่อนไขในประมวลรัษฎำกรเม่ือ จะคำนวณภำษีบริษทั จะตอ้ งปรับปรุงกำไรสุทธิ ดงั กล่ำวใหเ้ ป็นไปตำมเง่ือนไขท่ีบญั ญตั ิไวใ้ น ประมวลรัษฎำกรแลว้ จึง คำนวณภำษีเงินไดน้ ิติบคุ คล
ผมู้ ีหนำ้ ท่ีเสียภำษีเงินไดน้ ิติบคุ คล 1.บริษทั หรือหำ้ งหุน้ ส่วนนิติบุคคล ที่จดทะเบียนต้งั ข้ึนตำมกฎหมำยไทย 2.บริษทั หรือหำ้ งหุน้ ส่วนนิติบุคคล ทจ่ี ดทะเบยี นต้งั ข้ึนตำมกฎหมำยต่ำงประเทศ และเขำ้ มำ ประกอบกิจกำรในประเทศไทย (กรณีมีสำขำในไทย) หรือมีตวั แทนซ่ึงเป็นลูกจำ้ ง หรือผทู้ ำกำร แทน หรือผทู้ ำกำรติดต่อในกำรประกอบกิจกำรในประเทศไทย ซ่ึงเป็นเหตุใหไ้ ดร้ ับเงินหรือผล กำไรในประเทศไทย 3.กิจกำรขนส่งระหว่ำงประเทศ 4.บริษทั หรือหำ้ งหุน้ ส่วนทีจ่ ดทะเบยี นจดั ต้งั ข้ึนตำมกฎหมำยต่ำงประเทศ มิไดป้ ระกอบกิจกำรใน ประเทศไทย แต่ไดร้ ับเงินไดพ้ งึ ประเมินตำมประมวลรัษฎำกร มำตรำ ๔๐ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) ที่ จ่ำยจำกหรือในประเทศไทย 5.กิจกำรซ่ึงดำเนินกำรเป็นทำงกำรคำ้ หรือหำกำไรโดยรัฐบำลต่ำงประเทศ องคก์ ำรของรัฐบำล ต่ำงประเทศ หรือนิติบุคคลอ่นื ท่ีต้งั ข้ึนตำมกฎหมำยของต่ำงประเทศ 6.กิจกำรร่วมคำ้ ซ่ึงไดแ้ ก่กิจกำรท่ีดำเนินกำรร่วมกนั เป็นทำงคำ้ หรือหำกำไรระหว่ำงบริษทั กบั บริษทั บริษทั กบั หำ้ งหุน้ ส่วนนิติบุคคล หำ้ งหุน้ ส่วนนิติบุคคลกบั หำ้ งหุน้ ส่วนนิติบคุ คล หรือ ระหว่ำงบริษทั และหรือหำ้ งหุน้ ส่วนนิติบคุ คลกบั บคุ คลธรรมดำ คณะบุคคลทมี่ ิใช่นิติบุคคล หำ้ ง หุน้ ส่วนสำมญั หรือนิติบุคคลอื่น
เงินไดท้ ่ีไดร้ ับยกเวน้ ภำษีเงินไดน้ ิติบคุ คล 1.ยกเวน้ ตำมอนุสญั ญำภำษีซอ้ น 2.ยกเวน้ ตำมพระรำชบญั ญตั ิภำษีเงินไดป้ ิ โตรเลียม 3.ยกเวน้ ค่ำลงทะเบยี นหรือค่ำบำรุงจำกกำรรับบริจำคของมูลนิธิหรือสมำคม 4.ยกเวน้ เงินไดจ้ ำกกิจกำรของโรงเรียนเอกชนท่มี ูลนิธิหรือสมำคมจดั ต้งั ข้ึนตำมกฎหมำยว่ำดว้ ยโรงเรียนเอกชน กำไรสุทธิท่จี ะตอ้ งเสียภำษีเงินไดน้ ิติบคุ คล ไดม้ ำจำกรำยไดข้ องกิจกำรหรือเน่ืองจำกกิจกำรหกั ดว้ ยรำยจ่ำยของกิจกำร ตำมเง่ือนไขท่ี ระบุไวใ้ น มำตรำ ๖๕ ทวิ และ มำตรำ ๖๕ ตรี แห่งประมวลรัษฎำกร
Search
Read the Text Version
- 1 - 12
Pages: