Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนสวนพฤกษศาสตร์

แผนสวนพฤกษศาสตร์

Published by chonlapat456, 2022-04-08 07:19:14

Description: แผนสวนพฤกษศาสตร์

Keywords: แผนพฤกษศาสตร์

Search

Read the Text Version

คำนำ แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทยฉบับนี ้ เป็ นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นทักษะ กระบวนการ รายวชิ า ท21101 ภาษาไทยชนั้ มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 1 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย วตั ถุประสงค์ในการจัดทาแผนการจัดการเรียนรู้ฉบบั นี ้ เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนให้มี ประสทิ ธิภาพย่ิงขนึ ้ ยดึ หลกั การและจดุ มงุ่ หมายของหลกั สตู รการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 และ พระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2553 ซ่ึงแผนการจดั การเรียนรู้ฉบบั นี ้ ประกอบด้วย คาอธิบาย รายวิชา มาตรฐานการเรียนรู้ตวั ชีว้ ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง หน่วยการเรียนรู้ ตารางโครงการสอน ในตารางประกอบด้วยสปั ดาห์ท่ี คาบที่ หวั ข้อเร่ือง ใบความรู้และในงานส่ือ และตวั ชีว้ ดั ข้าพเจ้าหวงั วา่ ประมวลรายวิชา ท21101 ภาษาไทยชนั้ มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 1 กลมุ่ สาระการ เรียนรู้ภาษาไทย ฉบบั นี ้จะเป็นประโยชน์ตอ่ ผ้สู อน นกั เรียน และสถานศกึ ษาเป็นอยา่ งยิง่ พรรษรัตน์ พรมมนิ ทร์ พฤษภาคม ๒๕๖๕

แบบวเิ ครำะห์ควำมสอดคล้องสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียนบูรณำกำร หลักสูตรแกนกลำงขัน้ พนื้ ฐำน กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ระดบั ชนั้ ม.1 วชิ า ภาษาไทย องค์ประกอบ/ กลุ่มสำระ สำระ มำตรฐำน ตัวชีว้ ัด/ สำระกำรเรียนรู้ ระดับ ๒.การรวบรวมพรรณไม้เข้า กลมุ่ สาระการ กาหนด เขียนเรียงความเชิง 1.ตดิ ป้ าย ปลกู ในโรงเรียน เรียนรู้ ขอบเขตพืน้ ที่ พรรณนาเก่ียวกบั พนั ธ์ุ รหสั ประจา ๒.๗ จดั หาพรรณไม้ วสั ดุ ภาษาไทย ศกึ ษา สารวจ ไม้ หรือต้นไม้ เขียน ต้น ปลกู ระดบั ชนั้ ม.1 พรรณไม้ ทา ยอ่ ความจากสื่อตา่ ง ๆ 2. ๒.๘ การปลกู และดแู ล ครูผ้สู อน และตดิ ป้ าย เชน่ เร่ืองสนั้ คาสอน บนั ทกึ ภาพ รักษา นางสาวพรรษ รหสั ประจาต้น โอวาท คาปราศรัย พรรณไม้ ๒.๗ จดั หาพรรณไม้ วสั ดุ รัตน์ บนั ทกึ ภาพ สนุ ทรพจน์ รายงาน ปลกู พรมมินทร์ พรรณไม้หรือ ระเบียบ คาสงั่ บท วาดภาพทาง สนทนา เรื่องเลา่ จาก ๔. เรียนรู้รูปแบบการเขียน พฤกษศาสตร์ ประสบการณ์ เขียน ตงั้ ชื่อหรือ จดหมายสว่ นตวั รายงาน สอบถามข้อมลู พรรณไม้ ทา ๔.๒ แบบบรู ณาการ ๕ ป้ ายชื่อพรรณ ไม้ชวั่ คราว กลมุ่ สาระ ๕. กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทยระดบั ชนั้ ม.1วชิ า ภาษาไทย ๑. นาสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียนบรู ณาการสกู่ าร เรียนการสอน ๒. เผยแพร่องค์ความรู้ ธรรมชาตแิ หง่ ชีวิต (ข้อ ๓)

แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ รหสั -วชิ า ท21101 ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง กาพย์เหช่ มเคร่ืองคาวหวาน ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 จานวน 5 คาบ/สปั ดาห์ แผนการเรียนรู้ท่ี 14 เรื่อง การเขียนรายงาน เวลาเรียน 4 คาบ สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนและหลกั สตู รท้องถิ่น (2.7) โรงเรียนโคกสาโรงวทิ ยา ชื่อผ้สู อน นางสาวพรรษรัตน์ พรมมินทร์ สปั ดาห์ที่ 3-4 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2564 ..................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... มำตรฐำนกำรเรียนรู้ มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนเรียงความเชิงพรรณนาเก่ียวกบั พนั ธ์ุไม้ หรือต้นไม้ เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงาน การศกึ ษาค้นคว้าอยา่ งมี ประสทิ ธิภาพ ตวั ช้วี ัด 1.ตดิ ป้ายรหัสประจาตน้ 2.บันทึกภาพพรรณไม้ ตำรำงวเิ ครำะห์มำตรฐำนกำรเรียนรู้ มาตรฐานการ ความรู้ (K) ทกั ษะที่สาคญั (P) คณุ ลกั ษณะอนั พงึ สมรรถนะ เรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั ประสงค์ (A) สาคญั ของผ้เู รียน (C) มาตรฐาน ท วิเคราะหข์ ั้นตอน ใชก้ ระบวนการส่ือสาร- ศึกษาด้วยการ การสอื่ สาร, 2.1 การเขียนเรียงความ คดิ การเขยี นเรยี งความ ใฝ่เรียนรู้, การคดิ เชงิ พรรณนา รับผิดชอบ เกยี่ วกบั พนั ธุ์ไม้ เชงิ พรรณนาเกยี่ วกบั หรอื ตน้ ไม้ พันธไุ์ ม้ หรอื ต้นไม้

แบบวิเครำะห์ควำมสอดคล้องสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียนบูรณำกำรหลักสูตรแกนกลำงขัน้ พนื้ ฐำน องค์ประกอบ/ กลุ่มสำระ สำระ มำตรฐำน ตวั ชีว้ ัด/ สำระกำร ระดบั เรียนรู้ จัดทาตัวอยา่ ง ภาษาไทย จดั ทา การอธบิ ายลกั ษณะของเสยี งใน 1.จัดทา พรรณไม้ เปรียบเทยี บ ตัวอยา่ ง ภาษาไทย วิเคราะห์ความแตกต่าง ตัวอย่างพรรณ ข้อมลู กบั เอกสาร เรียนรู้ช่ือที่เปน็ พรรณไม้ ของภาษาพูดและภาษาเขียน การ ไม้ สากล เปรียบเทียบ แตง่ บทกร้อยกรองประเภทกาพย์ 2.เปรยี บเทียบ ข้อมลู กับ ยานี 11 ใช้พจนานกุ รมช่วยการ ขอ้ มูลกับ เอกสาร อ่าน การเขยี นและคน้ หา เอกสาร เรยี นรู้ เรียนรูช้ ่อื ท่ี ความหมาย จาแนกและใชส้ านวนท่ี ชื่อทเ่ี ป็นสากล เป็นสากล เปน็ คาพงั เพยและสุภาษติ ที่ เก่ยี วกับตน้ ไมส้ วนพฤกษาศาสตร์ใน โรงเรยี นโคกสาโรงวทิ ยา 2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 2.1 นกั เรียนศึกษาข้ันตอนการเขียนเรยี งความเชิงพรรณนาเก่ยี วกับพันธไ์ุ ม้ หรือต้นไม้(K) 2.2 นักเรยี นวิเคราะหแ์ ละบนั ทกึ ขัน้ ตอนการเขยี นเรยี งความเชิงพรรณนาเกี่ยวกบั พนั ธไุ์ ม้ หรอื ต้นไม้ได้ ถูกต้อง (P) 2.3 นักเรยี นวเิ คราะหแ์ ละเขียนเรยี งความเชงิ พรรณนาเก่ียวกับพนั ธ์ุไม้ หรอื ตน้ ไม้ได้ครบถ้วน (P) 2.4 นกั เรียนฝึกเขียนเรียงความเชิงพรรณนาเกีย่ วกบั พันธุ์ไม้ หรอื ตน้ ไมไ้ ด้ถกู ตอ้ ง (P) 2.5 นกั เรยี นศึกษาและปฏิบตั งิ านดว้ ยการใฝเ่ รยี นรู้ (A) สาระสาคญั การเขียนเรยี งความเชงิ พรรณนาเกยี่ วกบั พนั ธ์ุไม้ หรือต้นไม้ ถกู ต้อง ครบถ้วน ต้องรจู้ ักฝกึ เขียน เรียงความบ่อยๆ 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 ความรู้ (K) 4.1.1 วเิ คราะห์ข้นั ตอนการเขยี นเรียงความเชงิ พรรณนาเกีย่ วกับพนั ธไ์ุ ม้ หรือต้นไม้ได้ 4.1.2 จบั ใจความสาคญั และและบันทึกขน้ั ตอนการเขยี นเรียงความเชิงพรรณนาเก่ยี วกับพันธุ์ไม้ หรอื ตน้ ไม้ได้ 4.2 ทักษะที่สาคญั (P) 4.2.1 ใชก้ ระบวนการฟงั จับใจความและเขียนเรียงความเชิงพรรณนาเกย่ี วกับพันธ์ุไม้ หรือต้นไม้ได้ ครบถว้ น 4.2.2 ใช้กระบวนการแก้ปัญหาในการฝกึ ปฏบิ ตั ิในการเขยี นไดถ้ ูกตอ้ ง

4.3 คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)  1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง  2. ซอื่ สัตย์สุจริต  6. มงุ่ ม่นั ในการทางาน  3. มีวินยั  7. รักความเปน็ ไทย  4. ใฝ่เรียนรู้  8. มีจติ สาธารณะ 4.4 สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น (C) (เฉพาะท่เี กดิ ในแผนการจัดการเรียนรู้น้ี)  5.1 ความสามารถในการส่อื สาร  5.4 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต  5.2 ความสามารถในการคิด  5.5 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี  5.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา 5. จดุ เนน้ สกู่ ารพฒั นาผู้เรยี น ความสามารถและทกั ษะของผู้เรยี นศตวรรษที่ 21 (3Rs x 8Cs x 2Ls)  R1– Reading (อ่านออก)  R2– (W)Riting (เขียนได้)  R3 – (A)Rithmetics (คิดเลขเปน็ )  C1 - Critical Thinking and Problem Solving ( ทักษะด้านการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ และทกั ษะในการแกป้ ัญหา)  C2 - Creativity and Innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวตั กรรม)  C3 - Cross-cultural Understanding (ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรม ต่างกระบวน ทัศน์)  C4 - Collaboration, Teamwork and Leadership (ทักษะด้านความร่วมมือ การทางานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ า)  C5 – Communications, Information and Media Literacy (ทกั ษะด้านการส่ือสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสอ่ื )  C6 - Computing and ICT Literacy (ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ และการสื่อสาร)  C7 - Career and Learning Skills (ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรียนรู้)  C8 – Compassion (ความมเี มตตากรณุ า วนิ ัย คณุ ธรรม จรยิ ธรรม)  L1 – Learning (ทักษะการเรียนร้)ู  L2 – Leadership (ทักษะความเปน็ ผู้นา) 6. การบูรณาการตามพระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะทเ่ี กิดในแผนการจดั การเรียนร้นู ้)ี  บูรณาการหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากล (Worldclass Standard School)  IS1 การศึกษาค้นควา้ สรา้ งองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation)  IS2 การสอ่ื สารและการนาเสนอ (Communication and Presentation)  IS3 การนาองค์ความรู้ไปใชบ้ รกิ ารสงั คม (Social Service Activity)  บูรณาการกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  บูรณาการกับประชาคมอาเซียน  บรู ณาการกบั ค่านยิ ม 12 ประการ  1. มคี วามรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  2. ซื่อสัตย์ เสยี สละ อดทน มอี ดุ มการณ์ในสงิ่ ที่ดีงามเพ่ือสว่ นรวม  3. กตญั ญูตอ่ พ่อแม่ ผปู้ กครอง ครูบาอาจารย์

 4. ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรยี นท้ังทางตรงและทางอ้อม  5. รักษาวฒั นธรรมประเพณีไทยอันงดงาม  6. มีศลี ธรรม รักษาความสตั ย์ หวงั ดีตอ่ ผูอ้ ่ืน เผือ่ แผแ่ ละแบ่งปนั  7. เข้าใจ เรียนรกู้ ารเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมขุ ที่ถูกตอ้ ง  8. มีระเบียบวินยั เคารพกฎหมาย ผนู้ ้อยรู้จกั การเคารพผ้ใู หญ่  9. มสี ติรู้ตวั ร้คู ิด รทู้ า รู้ปฏบิ ัติตามพระราชดารสั ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั รู้จกั ดารงตนอย่โู ดยใช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงตามพระราชดารสั ของพระบาทสมเดจ็ พระ เจ้าอยหู่ ัว รัชกาลท่ี ๙ ร้จู ักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจาเป็น มีไวพ้ อกนิ พอใช้ ถ้าเหลือกแ็ จกจา่ ยจาหนา่ ย และพร้อมทจี่ ะขยายกจิ การเม่ือมีความพร้อมและมภี มู ิคุ้มกันทีด่ ี  10. มีความเข้มแข็งทัง้ ร่างกายและจิตใจ ไมย่ อมแพต้ ่ออานาจฝา่ ยตา่ หรือกเิ ลส มคี วาม  11. ละอายเกรงกลวั ต่อบาปตามหลักของศาสนา  12. คานงึ ถึงผลประโยชนข์ องสว่ นรวมและของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง  บรู ณาการโรงเรยี นวิถีพุทธ  บูรณาการขา้ มกลุม่ สาระการเรยี นรู้ (ระบุ) .............................................................................  บูรณาการโครงการโรงเรียนต้านการทจุ ริต  บรู ณาการโครงการโรงเรียนคุณภาพประจาอาเภอ ระดบั มัธยมศึกษา  อื่นๆ (ระบุ) บูรณาการสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น 7. ชิน้ งานหรือภาระงาน 7.1 บนั ทึกใบงาน “ขัน้ ตอนการเขียนเรยี งความเชิงพรรณนาเก่ยี วกับพนั ธุไ์ ม้ หรือต้นไม้” 7.2 เตรียมเร่ืองในการเขียนเรียงความเชิงพรรณนาเกย่ี วกบั พันธุ์ไม้ หรือตน้ ไม้ได้ครบ 7.3 เขียนเรียงความเชงิ พรรณนาเกย่ี วกับพันธุ์ไม้ หรือตน้ ไม้คนละ 1 เร่อื ง (ความยาว 15 บรรทดั )

8. เกณฑ์การประเมนิ ผลชน้ิ งานหรือภาระงาน 3. เกณฑ์การวดั และประเมินผล เกณฑ์ หวั ข้อพฤติกรรม ปรบั ปรุง พอใช้ ดี ดีมาก 1. ความรบั ผิดชอบ -ทางานเสร็จ -ทางานเสรจ็ ช้า -ทางานเสร็จ -ทางานเสรจ็ ทนั เวลา ทนั เวลา -พฤติกรรมเปล่ียนไป -พฤตกิ รรม ไม่เกนิ 2 นาที -พฤติกรรมเปล่ยี นไป ในทางท่ีดีจนเห็นได้ชดั ในทางที่ดี ไมเ่ ปลี่ยน -พฤติกรรม -ทางานเสร็จ เปลยี่ นเล็กนอ้ ย 2. ขั้นตอน -หลังกาหนด -กาหนดขัน้ ตอน -กาหนดข้นั ตอนการ -กาหนดขนั้ ตอนการ การปฏิบัติ เกนิ 5 นาที การทางาน ทางานถูกตอ้ ง ทางานถูกต้อง ทาครบ 3. ทางานเสร็จ -ทางานเสร็จ -หลังกาหนดเกนิ -ภายในเวลาท่ี -ภายในเวลาท่ีกาหนด ทันเวลา 2 นาที กาหนด 4. ทางานถกู ต้อง -มีร่องรอย -ทางานเสรจ็ -ทางานเสรจ็ -ทางานเสร็จ ถกู ต้อง ถกู ต้อง ถูกต้อง สวยงาม สวยงาม สรา้ งสรรค์ 5. รายงานผล -ทาเสรจ็ -บนั ทึกพอเข้าใจ -บนั ทึกได้สาระสาคัญ -บันทึกได้สาระสาคัญ การเรยี นรู้ -ทาเรียบรอ้ ย ครบถ้วนทกุ หวั ข้อ 6. จดั เก็บ,ทาความ -ทาเรียบร้อย เกบ็ เขา้ ท่ี -ทาเรยี บรอ้ ย เก็บเขา้ ที่ สะอาด เหมือนเดมิ คะแนนรวม หวั ข้อพฤติกรรมที่ประเมิน, คะแนนเต็ม, สาระฯ ปรับปรุง 5 คะแนน 1. ความรับผดิ ชอบ 2 (A) พอใช้ 6 คะแนน 2. ขน้ั ตอนการศึกษาเรียนรู้ 2 (P) ดี 7-8 คะแนน 3. ทางานเสร็จทันเวลาและถูกตอ้ ง 2 (P) ดมี าก 9-10 คะแนน 4. บันทกึ ย่อผลการเรียนรู้ 2 (K) 5. การจัดเกบ็ / ทาความสะอาด 2 (A) 9. กจิ กรรมการเรียนรู้ ชัว่ โมงที่ 1 (55 นาที) ขั้นนา (20 นาท)ี - ให้นกั เรยี นทากิจกรรม “สวดมนต์” ใชเ้ วลา 5 นาที - เรียกชอ่ื นกั เรียน 3 นาที - ทวงถามการบา้ น 5 นาที - แจกแบบทดสอบก่อนเรียนให้นักเรยี นทา 10 ขอ้ 5 นาที - ครูบอกเรื่องท่นี ักเรยี นจะไดเ้ รียนรู้“การเขียนเรียงความ” (5 นาท)ี

ขั้นสอน (25 นาที) 1. ให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดงั นี ้ ปัจจบุ นั การนาเสนอความรู้มีวธิ ีใดบ้าง 2. ให้นกั เรียนศกึ ษาความรู้เร่ือง การเขียนรายงาน แล้วร่วมกนั สนทนาในประเด็นตอ่ ไปนี ้ การเขียนรายงานเป็นการเขียนในลกั ษณะใด วิธีการเขียนรายงานมีหลกั การและขนั้ ตอนอยา่ งไร สว่ นประกอบสาคญั ของรายงานมีอะไรบ้าง 3. ให้นกั เรียนร่วมกนั สรุปวธิ ีการเขียนรายงานเป็นแผนภาพความคดิ 4. ครูนาตวั อยา่ งรูปแบบของรายงานให้นกั เรียนร่วมกนั ศกึ ษาเพ่ือเป็นความรู้เพ่มิ เตมิ 5. ให้นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายและยกตวั อย่างจากประสบการณ์ในประเด็นตอ่ ไปนี ้ สิ่งสาคญั ของการนาเสนอความรู้ในรายงานคืออะไร เพราะเหตใุ ด การรวบรวมข้อมลู เพ่ือทารายงานควรรวบรวมจากหลาย ๆ แหลง่ เพราะเหตใุ ด การจดั ข้อมลู มีประโยชน์ในการเขียนรายงานอยา่ งไร การทารายงานให้นา่ สนใจมีวิธีใดบ้าง เพราะเหตใุ ดรายงานจงึ ต้องมีการอ้างอิงแหลง่ ท่ีมาของข้อมลู ขนั้ สอน (5 นาท)ี 6. ให้นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั นี ้ การเขียนรายงานเป็นการนาเสนอความรู้ท่ีได้จากการศกึ ษาค้นคว้า ซงึ่ มีวธิ ีการจดั ทาและ 10. ส่ือกำรเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ -ส่ือ 1. หนงั สือแบบเรียนภาษาไทย 2. yotube เรื่อง การเขียนรายงาน -แหล่งเรียนรู้ 1. หนงั สือแบบเรียนภาษาไทย 2. yotube เร่ือง การเขียนรายงาน

11. การวดั และประเมินผล 1.1 วธิ ีกำรวัดและประเมินผล สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม 1.2 เคร่ืองมือ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรม 1.3 เกณฑ์กำรประเมิน การประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผา่ นตงั้ แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่ำน ผา่ น 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผ่ำน

ข้อมลู โรงเรียน โรงเรียนโคกสาโรงวิทยา ก่อตงั้ ขนึ ้ เม่ือวนั ท่ี 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2500 เดมิ ช่ือ “โรงเรียนมธั ยม วสิ ามญั โคกสาโรง”ในระยะแรกอาศยั สถานท่ีเรียนและครูของโรงเรียนโคกสาโรง ซงึ่ เป็ นโรงเรียน ประถมศกึ ษาดาเนนิ การเรียนการสอน โดยเปิดสอนชนั้ มธั ยมปี ท่ี 4 ถึง ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 6 มีนกั เรียน เริ่มแรกจานวน 16 คน มีนายถนอม ดวงแก้ว เป็นผ้รู ักษาการในตาแหนง่ ครูใหญ่คนแรก ปี การศกึ ษา 2502 ได้รับความอนเุ คราะห์จาก คณุ สงวน บญุ รักษ์ อนญุ าตให้ใช้ท่ีดนิ จานวน 10 ไร่ ที่ ถนนพหลโยธิน ตาบลโคกสาโรง เป็นสถานท่ีก่อสร้างอาคารเรียนและปี การศกึ ษา 2503 ได้เปล่ียนชื่อ โรงเรียนใหมเ่ ป็ น “โรงเรียนโคกสาโรงวิทยา” เปิ ดทาการสอนตงั้ แตช่ นั้ มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 1 ถงึ ชนั้ มธั ยมศกึ ษา ปี ท่ี 3 แบบสหศกึ ษา ปี การศกึ ษา 2514 นายชวลิต แสงคล้อย ซง่ึ เป็นครูใหญ่ในขณะนนั้ เห็นวา่ สถานที่เรียนเดมิ คบั แคบ ประกอบกบั นกั เรียนเดมิ มีจานวนเพ่ิมขนึ ้ จงึ ได้ติดตอ่ กบั พ่อค้า คหบดี ผ้ปู กครองนกั เรียน ได้รับบริจาคเงิน ซือ้ ท่ีดนิ ตาบลคลองเกตตุ ิดถนนสรุ ะนารายณ์ หมู่ 9 จานวน 46 ไร่ 98 ตารางวา และนายสงั วาลย์ หินเกิด ได้รับบริจาคท่ีดนิ เพ่ิมอีก 6 ไร่ 82 ตารางวา รวมเป็ นเนือ้ ที่ ทงั้ หมด 52 ไร่ 1 งาน 60 ตารางวา ซง่ึ เป็นที่ตงั้ ของโรงเรียนในปัจจบุ นั ได้ดาเนินการก่อสร้างอาคารเรียนและทยอยย้าย นกั เรียน มาเรียนสถานที่ใหม่ ตงั้ แตป่ ี การศกึ ษา 2516 จนถึงปี การศกึ ษา 2520 ได้ย้ายนกั เรียนทงั้ หมดมาเรียนสถานท่ีเรียนใหมต่ งั้ แตน่ นั้ มา โดยมีนายอดุ ม เกตวุ วิ ฒั น์ ดารงตาแหนง่ อาจารย์ใหญ่คนแรก ปัจจบุ นั นายสารวย วฒั นวงศ์ ผ้อู านวยการโรงเรียนโคกสาโรงวิทยา วทิ ยฐานะชานาญการพเิ ศษ (คศ. ๓) มีนโยบายในการบริหารจดั การศกึ ษาให้เป็น โรงเรียนท่ีพฒั นาผ้เู รียนทงั้ ทางด้านร่างกาย สตปิ ัญญา อารมณ์ และการปฏิบตั เิ พื่อเข้าสสู่ งั คม ตลอดจนจดั หลกั สตู รท่ีจดั การเรียนรู้แบบบรู ณาการตามจดุ เน้นของ สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน (สพฐ.) และขบั เคล่ือนนโยบายตามแนวทางของสานกั งาน เขตพืน้ ที่การศกึ ษามธั ยมศกึ ษาเขต ๕ ซง่ึ การกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการคิดเชิงรุก (Active Learning) ฝึกทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา (STEM Education) และการจดั การเรียนการสอน Coding และ Computing Science

กำรดำเนินงำนสวนพฤกษศำสตร์ โรงเรียน จากปรัชญาการสร้างนกั อนรุ ักษ์ ตามแนวทางการดาเนินงาน ของโครงการอนรุ ักษ์พนั ธุกรรมพืชอนั เนื่องมาจากพระราชดาริ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี ความว่า “กา ทาให้ผ้บู ริหารและคณะครูโรงเรียนโคกสาโรงวิทยาเกิดแนวคดิ ท่ีจะสนองพระราชดาริ และเข้าร่วม เป็นสมาชกิ สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ตงั้ แตป่ ี การศกึ ษา ๒๕๕๐ โดยมงุ่ หวงั ให้นกั เรียนได้เรียนรู้โดยการ สมั ผสั ของจริงจนรู้ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ ง สามารถสร้างจนิ ตนาการ เกิดความคดิ สร้างสรรค์ เกิดความรักความ ผกู พนั มีสนุ ทรียภาพ ความเอือ้ อาทรจนตระหนกั ในความรับผิดชอบตอ่ ชีวิตทกุ ชีวิต เหน็ ความสาคญั ของ การอนรุ ักษ์ พนั ธุกรรมพืช เรียนรู้ทรัพยากรใกล้ตวั อยา่ งถ่องแท้ จริงจงั เพ่ือให้เกิด จติ สานกึ รัก หวงแหน และ อยรู่ ่วมกนั กบั ธรรมชาติอยา่ งพงึ่ พาอาศยั กนั และกนั การดาเนนิ งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนของโรงเรียนโคกสาโรงวทิ ยาได้กาหนดแนวทางการ ปฏิบตั ไิ ว้ ๔ ประการ ประกอบด้วย ๑) เน้นให้นกั เรียนเรียนรู้โดยการปฏิบตั จิ ริง มีสว่ นร่วมทกุ ขนั้ ตอน ๒) จดั กระบวนการเรียนรู้โดยใช้งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเป็นส่ือการเรียนรู้ ๓) จดั การเรียนการสอนโดย บรู ณาการงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเข้า กบั ทกุ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ของหลกั สตู รแกนกลาง และ ๔) ให้ ครูเป็น พี่เลีย้ งคอยให้คาแนะนา กระต้นุ ให้นกั เรียนทากิจกรรมให้ครบสมบรู ณ์ ตามแผนรให้

กำรเตรียมกำรด้ำนกำรบริหำรและกำรจัดกำร ผ้บู ริหารโรงเรียนได้ชีแ้ จงสร้างความเข้าใจแกค่ ณะครู และนา แนวทางการบริหารจดั การ สถานศกึ ษาตามพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ ทงั้ ๔ ภารกิจ คือ ด้านวชิ าการ ด้านงบประมาณ ด้าน บริหารบคุ คล และด้านบริหารทว่ั ไปมาประยกุ ต์ใช้เพื่อเสริมการบริหารจดั การงาน สวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียน โดยมอบหมายให้คณะผ้บู ริหาร ซงึ่ ประกอบด้วย รองผ้อู านวยการ ผ้ชู ว่ ยผ้อู านวยการในแตล่ ะด้าน มีหน้าที่กากบั ดแู ล และ ให้การสนบั สนนุ การดาเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน พร้อมทงั้ กาหนด ให้ บรรจงุ านสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนไว้ในแผนปฏิบตั กิ ารประจาปี ของ โรงเรียน แตง่ ตงั้ คณะกรรมการในแต่ ละองคป์ ระกอบและสาระการเรียนรู้ ของงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน แตง่ ตงั้ คณะกรรมการฝ่ ายวชิ าการ เป็น แกนกลางในการขบั เคลื่อนภารกิจด้านการจดั การเรียนรู้แกน่ กั เรียน และ แตง่ ตงั้ ให้คณะครูจากกลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เป็นผ้ปู ระสานงาน งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน คณะกรรมการฝ่ ายวิชาการ คณะผ้ปู ระสานงานโครงการได้ร่วมกบั ฝ่ ายอาคารสถานท่ีของโรงเรียนทาการสารวจพืน้ ท่ี พืชศกึ ษา และ พรรณไม้ ตา่ ง ๆ ในโรงเรียนที่มีอยเู่ ดมิ แล้ววางแผนการใช้พืน้ ที่ กาหนดเขตพืน้ ท่ี ศกึ ษา พฒั นาสภาพ บรรยากาศและสิง่ แวดล้อมให้เอือ้ อานวยตอ่ การ จดั การเรียนรู้ จดั หาวสั ดอุ ปุ กรณ์ที่จาเป็นตอ่ การจดั การ เรียนรู้ และนาพืชท่ี กาหนดเป็นศกึ ษามาปลกู เพม่ิ เตมิ เพื่อให้มีจานวนเพียงพอสาหรับการศกึ ษา ของ นกั เรียน และเหมาะสม สอดคล้องกบั การศกึ ษาแตล่ ะสว่ นประกอบย่อย 35 กำรมอบหมำยหน้ำท่ีรับผิดชอบแก่คณะครูและกำรพัฒนำครู โรงเรียนได้มอบหมายให้คณะครูรับผิดชอบงานเป็นทีมเพ่ือ ขบั เคลื่อนภารกิจการบรู ณาการงาน สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเข้าสกู่ ารจดั การเรียนรู้ตามองค์ประกอบ ๕ องค์ประกอบ (การจดั ทาป้ ายชื่อ พรรณไม้ การรวบรวมพรรณไม้เข้าปลกู ในโรงเรียน การศกึ ษาข้อมลู ด้านตา่ ง ๆ การรายงานผลการเรียนรู้ การนาไปใช้ประโยชน์ทางการศกึ ษา) และ ๓ สาระการเรียนรู้ (ธรรมชาตแิ หง่ ชีวิต สรรพสิ่งล้วนพนั เก่ียว ประโยชน์แท้ แก่มหาชน) คณะกรรมการ คณะทางานด้านตา่ ง ๆ ทงั้ ด้านการบริหารและ การจดั การ ด้าน การดาเนนิ งาน ด้านผลการดาเนนิ งาน ด้านความถกู ต้อง ทางวชิ าการ หวั หน้าสายชนั้ และหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้หลกั สตู ร แกนกลางได้ประชมุ ปรึกษาหารือ ประสานงานและวางแผนการขบั เคล่ือนงาน ร่วมกนั

ในชว่ งเริ่มต้น ผ้บู ริหารและคณะครูจานวนหนง่ึ ท่ีเก่ียวข้องในแตล่ ะ องค์ประกอบ/สาระการเรียนรู้ ได้เข้าอบรมแนวทางการจดั การเรียนรู้ตาม องค์ประกอบและสาระการเรียนรู้ของงานสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียน หลกั สตู รการอบรม ๑ วนั โดยวิทยากรจากโครงการอนรุ ักษ์พนั ธกุ รรมพืช อนั เนื่องมาจากพระราชดาริ ฯ เป็นผ้ใู ห้การอบรม จากนนั้ ได้กลบั มาประชมุ ชีแ้ จงแนวทางการ ปฏิบตั แิ ก่คณะครูทงั้ โรงเรียน ตอ่ มาผ้แู ทนคณะครู ที่รับผดิ ชอบแตล่ ะองค์ประกอบได้ไปประชมุ และเข้า อบรมเพิม่ เตมิ เก่ียวกบั การจดั การเรียนรู้ในองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องตามฐานอบรมโรงเรียนเครือขา่ ย สวน พฤกษศาสตร์โรงเรียนพืน้ ท่ีกรุงเทพมหานครท่ีโครงการอนรุ ักษ์ พนั ธกุ รรมพืชอนั เนื่องมาจากพระราชดาริ ฯ จดั การประชมุ และอบรม (จดั การประชมุ อบรม ประมาณครัง้ ละ ๒ วนั ) แล้วกลบั มาขยายผล แก่คณะครูทกุ คนทงั้ ครูท่ีรับผิดชอบองคป์ ระกอบเดียวกนั และครูท่ีรับผิดชอบ องคป์ ระกอบอ่ืน เพื่อให้บรรลเุ ป้ าหมายการ พฒั นา “ให้ครูทกุ คนรู้ลกึ รู้จริง (ชำนำญในกำรปฏบิ ัติ) ในองค์ประกอบ ท่ีรับผิดชอบ และเข้ำใจภำพรวม ปฏบิ ัตไิ ด้ตำมองค์ประกอบทั้งหมด” เป็ น

คณะครูและนกั เรียนบางสว่ นได้เข้าร่วมงานการประชมุ วิชาการ และนิทรรศการสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียนและฐานทรัพยากรท้องถิ่นระดบั ภมู ิภาค ขณะท่ีคณะครูผ้ปู ระสานงานโครงการงานสวน พฤกษศาสตร์ โรงเรียนได้เข้าร่วมการประชมุ กลมุ่ ท่ีจดั ขนึ ้ เป็นระยะ ๆ ทาให้ทราบ ข้อมลู แนวทางการ ดาเนนิ งาน และข้อมลู ใหม่ ๆ จากโครงการอนรุ ักษ์ พนั ธกุ รรมพืช ฯ และประสบการณ์จากโรงเรียนเครือขา่ ย ท่ีสามารถนามาพฒั นางานได้ ง กำรบูรณำกำรกำรเรียนรู้งำนสวนพฤกษศำสตร์โรงเรียนกับ หลักสูตรแกนกลำง ในระยะเตรียมการ ฝ่ ายวิชาการ โดยคณะครูจากกลมุ่ สาระ การเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ หลกั สตู ร แกนกลาง (หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษา ขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑) ร่วมกบั คณะครูที่รับผิดชอบใน แตล่ ะ องคป์ ระกอบของงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนได้ร่วมกนั วิเคราะห์ ความสอดคล้องระหวา่ งตวั ชีว้ ดั และสาระการเรียนรู้ ๘ กลมุ่ สาระในแตล่ ะ ระดบั ชนั้ ของหลกั สตู รแกนกลางกบั สาระการเรียนรู้ องคป์ ระกอบและ ลาดบั การเรียนรู้ของแตล่ ะองคป์ ระกอบของงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน แล้วจดั ทาผงั มโนทศั น์แนวทางการบรู ณาการ จดั ทาแผนการจดั การเรียนรู้ ใบความรู้ ใบงาน โดยร่วมกนั ทาไป พฒั นาไป ทีละกลมุ่ สาระการเรียนรู้ ทงั้ นี ้มีทงั้ ที่ได้พฒั นาแผนการจดั การเรียนรู้ พฒั นาสื่อ ใบความรู้ ใบงานขนึ ้ มา ใหม่ และมีบางสว่ นที่ได้ปรับ ประยกุ ต์ใช้แผนการจดั การเรียนรู้ ใบความรู้ ใบงานที่โรงเรียนอื่นนามาใช้หรือ ดาเนินการมาก่อน ทาให้ได้แผนการ จดั การเรียนรู้ที่เป็นแผนบรู ณาการงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนท่ี แสดงให้เห็น วิธีการจดั การเรียนรู้อยา่ งชดั เจนในทกุ ระดบั ชนั้ และทกุ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ จากนนั้ ได้ประชมุ ชีแ้ จงทาความเข้าใจแก่คณะครูทงั้ โรงเรียนถึงแนวทาง การจดั การเรียนการสอนตามแผนการจดั การเรียนรู้ การใช้สื่อ ใบความรู้ ใบงาน และวสั ดอุ ปุ กรณ์ท่ีเกี่ยวข้อง แล้วให้คณะครูนาไปใช้ในการจดั การเรียนการ สอนตอ่ ไปคว กำรจัดกำรเรียนร้ ูตำมองค์ ประกอบงำนสวนพฤกษศำสตร์ โรงเรียน โรงเรียนโคกสาโรงวิทยา ได้แบง่ พืน้ ที่ภายในโรงเรียน เป็นพืน้ ที่ศกึ ษาพรรณไม้ของนกั เรียน ออกเป็ น ๖ พืน้ ท่ี ในการลงไปศกึ ษา เรียนรู้พรรณไม้นกั เรียนในพืน้ ท่ีศกึ ษานนั้ นกั เรียนจะหมนุ เวียนกนั ลงไป สารวจ ศกึ ษา เรียนรู้พรรณไม้ในพืน้ ที่ศกึ ษาท่ีได้รับมอบหมาย และศกึ ษา พืชศกึ ษาของโรงเรียนอยา่ งละเอียด โดย ใช้เวลาตามคาบเวลาเรียนปกติ และเวลาในชว่ ง “ลดเวลำเรียน เพ่มิ เวลำรู้” ตามที่ครูผ้สู อนในระดบั ชนั้ แตล่ ะกลมุ่ สาระการเรียนรู้มอบหมาย ในแตล่ ะพืน้ ที่ศกึ ษาพรรณไม้นนั้ ประกอบด้วยพรรณไม้หลากหลาย ชนดิ ทงั้ ไม้ต้น ไม้พมุ่ ไม้ล้มลกุ ไม้เลือ้ ย ไม้ดอก พืชสมนุ ไพร พืชอาหาร และอ่ืน ๆ ในแตล่ ะพืน้ ที่ศกึ ษาจะมี นกั เรียน หลายระดบั ชนั้ เข้าศกึ ษา คณะครูจะเป็ นผ้เู ตรียมการสอน แนะนาการเรียน รู้แกน่ กั เรียนและมอบ แนวทางการเข้าศกึ ษา โดยให้ “พ่ีชว่ ยน้อง เพ่ือนชว่ ย เพื่อน” นกั เรียนทกุ คนจะได้รับสมดุ บนั ทกึ ข้อมลู “การศกึ ษาพรรณไม้ใน สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน” ตามระดบั ชนั้ ที่ตนเองกาลงั ศกึ ษาอยู่ สมดุ บนั ทกึ ข้อมลู ดงั กลา่ วมี ๒ เลม่ คือ

๑) สมดุ บนั ทึกข้อมลู การศกึ ษาพรรณไม้ในสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียน ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปี ที่ ๑ -๓ ๒) สมดุ บนั ทกึ ข้อมลู การศกึ ษาพรรณไม้ในสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียน ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปี ที่ ๔ –๖ สมดุ บนั ทกึ แตล่ ะเลม่ มีเนือ้ หาสาระและกิจกรรมที่กาหนดให้ปฏิบตั ิ โดยบรู ณาการระหวา่ งสาระ การเรียนรู้ตามหลกั สตู รแกนกลางขนั้ พืน้ ฐานกบั ำสาระการเรียนรู้และองค์ประกอบของงานสวน พฤกษศาสตร์โรงเรียน ซงึ่ รายละเอียดของเนือ้ หาและกิจกรรมมีความยากงา่ ยแตกตา่ งกนั ไป มอ นกั เรียนจะศกึ ษาโดยการสงั เกต ดู สมั ผสั พืชพรรณในพืน้ ที่ศกึ ษา แล้วจดบนั ทึกลงในสมดุ บนั ทึกข้อมลู ของ ตน และสง่ งานตามท่ีกาหนด กิจกรรมท่ีมอบหมายให้นกั เรียนปฏิบตั เิ ป็นไปตามขอบขา่ ยและลาดบั การ เรียนรู้ท่ีกาหนดไว้ และได้บรู ณาการระหว่างสาระการเรียนรู้ตาม หลกั สตู รแกนกลางแล้ว ประกอบด้วย ๑. จัดทำป้ ำยช่ือพรรณไม้ โดยแบง่ พืน้ ที่ภายในโรงเรียนเป็น พืน้ ท่ีศกึ ษาพรรณไม้ของนกั เรียน ออกเป็น ๖ พืน้ ท่ี สารวจพรรณไม้ในพืน้ ท่ี ศกึ ษา จดั ทาผงั พรรณไม้ ศกึ ษาพรรณไม้ในโรงเรียน ถ่ายภาพ และวาดภาพ พรรณไม้ เก็บตวั อยา่ งพรรณไม้แบบแห้ง สงั เกตและจดบนั ทกึ ชนิดพรรณไม้ ท่ีออกดอกออก ผล บนั ทกึ ข้อมลู ลงในฐานข้อมลู ทะเบยี นพรรณไม้ ของโรงเรียน ออกแบบและทาร่างป้ ายชื่อพรรณไม้ สมบรู ณ์ ตรวจสอบ ความถกู ต้องของข้อมลู ทางพฤกษศาสตร์ ทาทะเบียนพรรณไม้ ทาป้ ายช่ือ พรรณไม้สมบรู ณ์ และตดิ แสดงในพืน้ ที่ศกึ ษา ๒. รวบรวมพรรณไม้เข้ำปลูกในโรงเรียน โดยศกึ ษาข้อมลู ด้านตา่ ง ๆ ทงั้ ด้านข้อมลู พรรณไม้ ข้อมลู ด้านพฤกษศาสตร์ สภาพดนิ นา้ ทศิ ทางลม แสง และปัจจยั ทางกายภาพอ่ืน ๆ ในพืน้ ที่ศกึ ษาท่ีกาหนด ไว้ เพ่ือนาพรรณไม้มาเข้าปลกู ในบริเวณที่มีลกั ษณะทางกายภาพท่ีเหมาะสม ตามที่นกั เรียนได้ศกึ ษาไว้ ๓. ศกึ ษำข้อมูลด้ำนต่ำง ๆ โดยศกึ ษาพรรณไม้ในสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียนท่ีเป็ นพืน้ ท่ีศกึ ษา ของตน ศกึ ษาพืชศกึ ษา ๒ ชนดิ คอื อญั ชนั และลกู ใต้ใบ โดยศกึ ษาวงจรชีวิต แล้วบนั ทกึ ลงในสมดุ บนั ทกึ เชน่ ตอบแบบสอบถาม เขียนแผนผงั ภาพวาด บนั ทกึ เป็ นข้อความ เขียนสรุปผล ผลการเรียนรู้ เขียนความ ประทบั ใจท่ีได้เรียนรู้ บนั ทกึ ความรู้สกึ ท่ีได้สนอง พระราชดาริ ฯ เป็นต้น

๔. รำยงำนผลกำรเรียนรู้ จากการศกึ ษาพรรณไม้และพืชศกึ ษา โดยจดั ทารายงาน นาเสนอ ผลงานในรูปแบบตา่ ง ๆ ซงึ่ สง่ ผลให้นกั เรียน กล้าคิด กล้าแสดงออกอยา่ งถกู ทาง สามารถเรียบเรียงสาระที่ เกิดจาก การเรียนรู้จดั ทาเป็ นเอกสาร รายงานตา่ ง ๆ โดยมีคณะครูคอยให้คาแนะนา เพื่อให้นกั เรียนมี ความสามารถในเชิงวิชาการ ทงั้ ทกั ษะภาษา ศลิ ปะ และ วทิ ยาศาสตร์ ๕. นำไปใช้ประโยชน์ทำงกำรศึกษำ โดยให้นกั เรียนชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนต้น และมธั ยมศกึ ษา ตอนปลายเสนอแนวคิดเพื่อนาคณุ สมบตั ิ และศกั ยภาพของพืชศกึ ษามาใช้ประโยชน์ และแนวทางการทา เป็นชิน้ งาน กำรเรียนรู้พืชศึกษำ โรงเรียนโคกสาโรงวทิ ยาได้เลือกพืชศกึ ษา ๒ ชนิด คือ อัญชัน และลูกใต้ใบ “อญั ชนั ” เป็นไม้เถา เลือ้ ย มีถิ่นกาเนิดอยใู่ นอเมริกาใต้ เป็นพืชสมนุ ไพร ที่นามารับประทานได้ อดุ มไปด้วยสรรพคณุ ทางยา เป็น สมนุ ไพรที่ให้ ประโยชน์ได้ตงั้ แตร่ ากจนถึงดอก สว่ น “ลกู ใต้ใบ” เป็นสมนุ ไพรชนิดหนงึ่ ที่พบทวั่ ทกุ ภาคของ เมืองไทย และในประเทศเขตร้อน มีสรรพคณุ ทางยา นกั เรียนได้ศกึ ษาวงจรชีวิตของอญั ชนั และลกู ใต้ใบ โดยสงั เกต และบนั ทึกความเปล่ียนแปลงลกั ษณะรูปร่าง รูปทรง สี ผวิ เนือ้ ขนาดของ ราก ลาต้น ใบ ดอก ผล และเมล็ดของอญั ชนั และลกู ใต้ใบที่เปล่ียนแปลงไป ในแตล่ ะชว่ งเวลา รวมทงั้ ศกึ ษาระบบนเิ วศ ชีวภาพ และกายภาพท่ีเกี่ยวข้อง กบั การเจริญเติบโต วธิ ีการปลกู การขยายพนั ธ์ุ และให้กลมุ่ นกั เรียนที่มี ความสนใจ ท่ีจะศกึ ษาข้อมลู โดยละเอียดตอ่ เน่ืองทาการสืบค้นข้อมลู ความรู้ ท่ีเก่ียวข้องกบั พืชศกึ ษาตามความสนใจ จากแหลง่ ข้อมลู ตา่ ง ๆ เชน่ โรงเรียนได้จดั กิจกรรมคา่ ยปฏิบตั กิ ารงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน เพื่อสงั เกต และถา่ ยภาพพืชศกึ ษา รวมทงั้ ชีวภาพท่ีมาเกี่ยวข้องกบั พืชศกึ ษา การประกวดวาดภาพ เป็นต้น และได้ วิเคราะห์ศกั ยภาพและสรรพคณุ แล้ว พบวา่ มีสารท่ีเป็นสรรพคณุ ชว่ ยขบั สารพิษจากร่างกาย จงึ ทดลองนา ดอกอญั ชนั มาทาผลติ ภณั ฑ์เพื่อขจดั สง่ิ สกปรกที่สามารถใช้ในชีวติ ประจาวนั หลายชนดิ เชน่ เจลล้างมือ นา้ ยาซกั ผ้า นา้ ยาถพู ืน้ นา้ ยาเชด็ กระจกนอกเหนือจากการจดั การเรียนการสอนแบบบรู ณาการระหวา่ ง กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ๘ กลมุ่ สาระตามหลกั สตู รแกนกลางกบั องค์ประกอบ และสาระการเรียนรู้ของงานสวน พฤกษศาสตร์โรงเรียนท่ีกลา่ วมาแล้ว โรงเรียนโคกสาโรงวิทยายงั ได้จดั กิจกรรมเพ่ือเสริมสร้างการเรียนรู้ใน ลกั ษณะอื่น ๆ เชน่ การจดั คา่ ยปฏิบตั กิ ารงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน การจดั นทิ รรศการแสดงผลงาน ทางวิชาการเกี่ยวกบั กิจกรรมสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียนในงานสปั ดาห์วิทยาศาสตร์ การนานกั เรียนไป ศกึ ษาข้อมลู ชมุ ชน เป็นต้น รวมทงั้ ได้นาคณะครูและนกั เรียนไปเข้าร่วมการประชมุ วิชาการ จดั แสดง นาเสนอผลงาน/ประสบการณ์ในงานประชมุ วชิ าการและ นทิ รรศการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนระดบั ภมู ภิ าค เพื่อสร้างเสริม ประสบการณ์และความภาคภมู ใิ จท่ีได้มีสว่ นร่วมในการอนรุ ักษ์พนั ธุกรรมพืช และ ได้ศกึ ษาเรียนรู้จนเข้าใจพืช รวมทงั้ ปัจจยั ชีวภาพและกายภาพ ท่ีเก่ียวพนั กบั พืชพรรณอยา่ งถ่องแท้

กำรมีส่ วนร่ วมของผ้ ูปกครองและชุมชน โรงเรียนโคกสาโรงวทิ ยาได้รับการสนบั สนนุ เป็นอยา่ งดีจาก ในด้านงบประมาณเพ่ือจดั หาวสั ดุ อปุ กรณ์ในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนของนกั เรียนและคณะครู รวมทงั้ ได้รับ การสนบั สนนุ จากคณะกรรมการสถานศกึ ษาคณะกรรมการ เครือขา่ ยผ้ปู กครอง คณะกรรมการมลู นธิ ิ เมตตาเยาวชนโรงเรียนโคกสาโรงวทิ ยา สมาคมผ้ปู กครองและครู และชมรมศษิ ย์เกา่ ในการมีสว่ นร่วม พฒั นาคณุ ภาพการจดั การศกึ ษา โรงเรียนได้แจ้งผลการดาเนินงานสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียนในการ ประชมุ ผ้ปู กครอง การประชมุ สมาคมผ้ปู กครองและครู การประชมุ คณะกรรมการสถานศกึ ษาเป็นประจา รวมทงั้ ได้ให้บริการ ด้านอาคารสถานที่ และเข้าร่วมกิจกรรมท่ีชมุ ชนจดั อยา่ งสม่าเสมอ ในขณะท่ี ผ้นู าชมุ ชน และภมู ปิ ัญญาท้องถิ่นในชมุ ชนก็มีสว่ นสาคญั ในการให้ข้อมลู ความรู้ ให้การสนบั สนนุ คณะครูและนกั เรียน ในการสารวจและจดั ทาฐานทรัพยากรท้องถ่ินซงึ่ เป็นการเก็บรวบรวมข้อมลู ทางด้านกายภาพ ชีวภาพ รวมทงั้ วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาท้องถิ่นของชมุ ชนโดยรอบตงั้ แต่ อดีตถึงปัจจบุ นั เพ่ือนามาวเิ คราะห์จดั ทา เป็นระบบฐานข้อมลู ตอ่ ไป ำ ผลท่เี กดิ ขึน้ ๑. ด้ำนวิชำกำร โรงเรียนมีการ พฒั นาหลกั สตู รการจดั การศกึ ษาแบบ บรู ณาการสาระการเรียนรู้ ทงั้ ๘ กลมุ่ สาระ ฯ และจดั กิจกรรมเพ่ือการเรียนรู้ตลอดชีวติ ในลกั ษณะตา่ ง ๆ เชน่ การจดั คา่ ยปฏิบตั ิการ การจดั นิทรรศการแสดงผลงานทางวชิ าการ ฯลฯ นกั เรียนและครูมีการออกแบบภมู ทิ ศั น์และสภาพแวดล้อม ของโรงเรียนให้มีความสะอาด เป็นระเบียบ ร่มร่ืน นา่ อยู่ นา่ ศกึ ษาเรียนรู้ โรงเรียนมีแหลง่ เรียนรู้ภายใน สถานศกึ ษาเพิ่มขนึ ้ หลายแหง่ เชน่ สวนสมนุ ไพร สวนไม้ดอกไม้ประดบั สวนพืชผกั สวนครัว มีห้องสวน พฤกษศาสตร์โรงเรียน มีคอมพวิ เตอร์ที่จดั เก็บข้อมลู และสืบค้นข้อมลู เป็นต้น และยงั เป็น แบบอยา่ งในการดาเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนแก่โรงเรียนอ่ืน ๒. ด้ำนภมู ิปัญญำ นกั เรียนรู้จกั วิธีการถา่ ยทอดความรู้ มีองค์ ความรู้ใหม่ และสร้างนวตั กรรม โดย นาพืชศกึ ษามาทาเป็นผลิตภณั ฑ์ขจดั สิ่งสกปรกที่สามารถนามาใช้ในชีวิตประจาวนั เชน่ เจลล้างมือ นา้ ยา ซกั ผ้า นา้ ยาถพู ืน้ นา้ ยาเช็ดกระจก นอกจากนีโ้ รงเรียนยงั ได้สง่ เสริมการมีสว่ นร่วม ของผ้ปู กครองและชมุ ชน โดยเชญิ ปราชญ์ภมู ปิ ัญญาท้องถ่ินมาเป็ นวิทยากร ถ่ายทอดองค์ความรู้ในการทา “ธงตะขาบ” ซง่ึ เป็น สญั ลกั ษณ์และมีความ สาคญั ท่ีเก่ียวข้องกบั ประเพณีแหห่ งส์ - ธงตะขาบที่คนในพืน้ ท่ีสืบสานมา จนถึง ปัจจบุ นั การทาธงตะขาบยงั ทาให้นกั เรียนได้เรียนรู้และมีจติ สานกึ ด้านการรอนรุ ักษ์พนั ธกุ รรมพืช ทงั้ ตระหนกั ในคณุ คา่ และใช้ประโยชน์ ทรัพยากรกายภาพ ชีวภาพ วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาอยา่ งครบถ้วน

๓. ด้ำนคุณธรรมและจริยธรรม ผลที่เกิดกบั นกั เรียนนนั้ พบวา่ จากการที่นกั เรียนได้ใกล้ชิดกบั พรรณไม้ สง่ ผลให้นกั เรียนมีความรักและ เหน็ คณุ คา่ ของพืชพรรณ เข้าใจกระบวนการศกึ ษาค้นคว้า เกี่ยวกบั พืชพรรณไม้ ตา่ ง ๆ จนนบั วา่ เป็นผ้เู ชี่ยวชาญระดบั ท้องถ่ินในเร่ืองพรรณไม้ ซง่ึ จะนาไปสู่ การเกิด จติ สานกึ รัก อนรุ ักษ์พืชพรรณและสิง่ แวดล้อม นอกจากนีน้ กั เรียน ยงั ได้ศกึ ษาเรียนรู้ด้วยความเบกิ บาน มี ชีวิตชีวา มีความรับผิดชอบในการดแู ล รักษาเขตพืน้ ที่ศกึ ษาของตน ทางานด้วยความอดทนตอ่ สภาพดนิ ฟ้ า อากาศ อดทนรอคอยศกึ ษาการเจริญเตบิ โตของพืช มีความเพียรรอคอยที่ จะศกึ ษาและบนั ทกึ ผลการ เรียนรู้ให้ครบทกุ สว่ นประกอบของพืช สามารถ ทางานร่วมกนั เป็นทีม ให้ความชว่ ยเหลือเอือ้ อาทรเพ่ือน นกั เรียนและ นกั เรียนรุ่นน้อง คณะครูมีการทางานเป็นทีม มีความเอือ้ อาทร มีการแลกเปล่ียน เรียนรู้กนั อย่างสม่าเสมอ มีความ ชานาญในการพฒั นาหลกั สตู รและการจดั กระบวนการเรียนการสอนแบบบรู ณาการ และพฒั นาการจดั กิจกรรมการ เรียนการสอนอยา่ งตอ่ เนื่อง บทสรุปควำมสำเร็จ โรงเรียนได้ขอเข้ารับการประเมินจาก โครงการอนรุ ักษ์พนั ธุกรรมพืชอนั เน่ืองมาจากพระราชดาริฯ จากการที่ โรงเรียนมีผลการดาเนนิ งานเป็นที่ประจกั ษ์ มีความมงุ่ มน่ั จงึ สง่ ผลให้ ผา่ น การประเมนิ และได้เข้ารับพระราชทานเกียรตบิ ตั รงานสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียน




Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook