เกิดท่ใี หมแ่ ล้ว ตายแล้วเกิด เพราะตายมนั ไมเ่ ทีย่ ง จึงมีเกดิ เพราะเกิดไม่เท่ียงจึงมีตาย ก็ตายเกิดไปเรื่อยๆ ไม่ตายจริง ตายสมมติ เกิดสมมติ เม่ือไหรจ่ ะตายจรงิ ก็ไมร่ ู้ ตายจริง ก็อนุปาทาปรินิพพาน ส่วนใหญ่นี่ตายเล่นๆ เกิดเล่นๆ ใน โรงละครคอื โลก สังขารคือกรรมเก่าเป็นคนสรา้ ง วิญญาณอ่ืนๆ ท่ีเกิดต่อๆ มาจนกระทั่งถึงทุกวันน้ี ก็เป็นปัจจัยให้เกิดนามและรูปต่อๆ มาเช่นกัน มันอิงอาศัย กนั อยู่อย่างน้ี หากยงั มีวญิ ญาณเกดิ ดบั สบื ต่ออยู่ ก็ยังต้อง มนี ามรูปตอ่ ไป หากตอ้ งการดับนามรปู กต็ อ้ งถึงความดบั ของวิญญาณ หนทางคืออริยมรรคมีองค์ ๘ ประการนี้น่ัน แหละ ถ้าเข้าใจอย่างน้ีแล้ว ไม่ว่าจะพูดแนวไหนก็ตาม ขอ้ ปฏบิ ัติจะมาลงอนั เดยี วกนั 101 สภุ ีร์ ทมุ ทอง
องคท์ ่ี ๓ วิญญาณ ฉยเิ ม อาวโุ ส วิฺาณกายา: จกฺขวุ ิฺาณํ โสต วิฺาณํ ฆานวิฺาณํ ชิวฺหาวิฺาณํ กายวิฺาณํ มโนวิฺ าณํ สงฺขารสมทุ ยา วิ ฺาณสมุทโย สงขฺ ารนโิ รธา วิฺ าณนโิ รโธ อยเมว อรโิ ย อฏฺงฺคิโก มคฺโค วิ ฺาณนโิ รธคามนิ ี ปฏปิ ทา เสยฺยถที ํ, สมฺมาทฏิ ฺ ิ ... สมฺมาสมาธ ิ ดูกอ่ นท่านผู้มอี ายุ วญิ ญาณ ๖ ประการเหล่าน้ี คอื จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวญิ ญาณ มโนวญิ ญาณ 102 อริยสัจในปฏิจจสมปุ บาท
เพราะความเกิดแห่งสังขาร ความเกิดแห่ง วิญญาณจึงม ี เพราะความดับแห่งสังขาร ความดับแห่งวิญญาณ จงึ ม ี อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ...สัมมาสมาธิ น้ีแลเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับ แหง่ วิญญาณ วญิ ญาณมี ๖ อยา่ ง ไดแ้ ก่ จกั ขวุ ญิ ญาณ โสตวญิ ญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวญิ ญาณ มโนวญิ ญาณ ตั้งช่ือตามวัตถุหรือท่ีเกิดของมัน ความรับรู้ท่ีอาศัยตาเกิด เรียกว่าจักขุวิญญาณ ความรับรู้ท่ีอาศัยหูเกิด เรียกว่า โสตวญิ ญาณ ความรบั รทู้ อ่ี าศยั ใจเกดิ เรยี กวา่ มโนวญิ ญาณ วญิ ญาณจงึ เปน็ สงิ่ ไรต้ วั ตน เกดิ เปน็ ครง้ั ๆ เทา่ นน้ั ทวี่ ญิ ญาณ 103 สุภรี ์ ทมุ ทอง
ยังเกิดดับสืบต่ออยู่ ก็เพราะยังมีสังขารหล่อเล้ียงไว้ ท้ัง สังขารในอดีตที่สืบต่อมาและสังขารในปัจจุบัน เม่ือสังขาร ดบั ไป วิญญาณก็ดับไป องคท์ ่ี ๒ สังขาร ตโยเม อาวุโส สงฺขารา: กายสงฺขาโร วจีสงฺขาโร จิตฺตสงขฺ าโร อวิชชฺ าสมุทยา สงฺขารสมทุ โย อวิชชฺ านิโรธา สงขฺ ารนิโรโธ อยเมว อริโย อฏฺงฺคิโก มคฺโค สงฺขารนิโรธคามินี ปฏิปทา เสยฺยถที ,ํ สมฺมาทฏิ ฺิ ... สมฺมาสมาธ ิ 104 อรยิ สัจในปฏิจจสมุปบาท
ดูก่อนท่านผู้มีอายุ สังขาร ๓ ประการเหล่าน้ี คือ กายสังขาร วจีสังขาร จิตตสังขาร เพราะความเกิดแห่งอวิชชา ความเกิดแห่งสังขาร จงึ มี เพราะความดบั แหง่ อวชิ ชา ความดบั แหง่ สงั ขารจงึ มี อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ...สัมมาสมาธิ น้ีแลเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับ แห่งสงั ขาร สังขารเป็นความปรุงแต่งทำให้วิญญาณดำรงอยู่ได้ มีทั้งส่วนที่เป็นอดีตและส่วนปัจจุบัน ถ้าเป็นอดีต ท่าน อธบิ ายว่า คอื กรรมเก่าตา่ งๆ ท่ที ำเอาไว้ ทงั้ ดีและไม่ดี อนั น้ีมีผลทำให้เกิดวิญญาณที่เป็นวิบาก เป็นผลของกรรม จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ 105 สภุ ีร์ ทุมทอง
กายวิญญาณ เหล่านี้เป็นวิบากจิตล้วน เป็นจิตที่เป็นผล ของกรรมเก่าทั้งน้ัน ส่วนมโนวิญญาณมีทั้งเป็นผลมาจาก กรรมเก่าและจิตอื่นๆ โดยเฉพาะกรรมเก่า ทำให้เกิด ภวงั คจติ เกดิ ดับสบื ตอ่ ความเป็นบุคคลน้นั ไปหนึ่งชาติ ถ้าพูดสังขารแบบปัจจุบัน เป็นความปรุงแต่งเพ่ือ ให้วิญญาณเกิดในปัจจุบันได้ กายสังขารคือลมหายใจเข้า และลมหายใจออก วจีสังขารคือวิตกกับวิจาร จิตตสังขาร คอื เวทนากบั สัญญา ทำให้วิญญาณเกิดดบั สบื ต่ออยใู่ นรา่ ง น้ีได้ ถ้าขาดสังขาร เช่น ขาดลมหายใจ ร่างกายก็แตก วญิ ญาณกเ็ กดิ ไมไ่ ด ้ ท่ีสังขารเก่าๆ ยังประมวลผลมาให้ได้ เพราะ อวชิ ชายงั เกดิ ขนึ้ อยู่ อวชิ ชายงั ไมห่ มดไป ยงั ไมม่ วี ชิ ชาเกดิ ขน้ึ อวิชชาก็ไม่มีตัวตน เป็นส่ิงที่เกิดเพราะปัจจัย นานๆ เกิด ข้ึนทีหนึ่ง อวิชชาเกิดขึ้น ทำให้สังขารทำงานได้ ถ้าม ี 106 อรยิ สจั ในปฏิจจสมปุ บาท
วิชชาเต็มท่ี อวิชชาถูกทำให้ดับสนิทไปไม่เหลือแล้ว มีแต่ วิชชา สว่างไสว ดุจดวงอาทิตย์ขึ้น สังขารก็ปรุงแต่ง ประมวลผลไม่ได้ จบเรื่องกันไป ของใหม่ไม่มี ส่วนของเก่า ก็รับต่อไปอีกนิดหน่อย รอเวลาเลิกงาน หนทางที่ทำให้ถึง ความดับสนิทไปของสังขาร คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ ประการ องคท์ ี่ ๑ อวิชชา ยํ โข อาวโุ ส ทกุ เฺ ข อาณ,ํ ทกุ ขฺ สมทุ เย อาณ,ํ ทกุ ขฺ นโิ รเธ อาณ,ํ ทกุ ขฺ นโิ รธคามนิ ยิ า ปฏปิ ทาย อาณ.ํ อยํ วุจจฺ ตาวโุ ส อวชิ ชฺ า อาสวสมทุ ยา อวชิ ฺชาสมุทโย อาสวนโิ รธา อวชิ ฺชานิโรโธ 107 สภุ ีร์ ทมุ ทอง
อยเมว อรโิ ย อฏฺ งคฺ ิโก มคโฺ ค อวชิ ฺชานโิ รธคามินี ปฏิปทา เสยฺยถีทํ, สมมฺ าทฏิ ฺ ิ ... สมฺมาสมาธิ ดูก่อนท่านผู้มีอายุ ความไม่รู้ในทุกข์ เหตุเกิด แห่งทุกข์ ความดับแห่งทุกข์ และข้อปฏิบัติให้ถึงความดับ แห่งทุกข์ น้เี รยี กวา่ อวิชชา เพราะความเกิดแห่งอาสวะ ความเกิดแห่งอวิชชา จงึ ม ี เพราะความดับแห่งอาสวะ ความดับแห่งอวิชชา จงึ มี อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ...สัมมาสมาธิ นี้แลเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับ แห่งอวิชชา 108 อรยิ สัจในปฏจิ จสมุปบาท
อวิชชาน้ีเป็นความไม่รู้ในอริยสัจ ๔ ความไม่รู้ใน ทุกข์ ความไม่รู้ในเหตุเกิดแห่งทุกข์ ความไม่รู้ในความดับ แห่งทุกข์ และความไม่รู้ในข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่ง ทุกข์ ความไม่รู้ใน ๔ เร่ืองเท่านั้นเป็นอวิชชา ส่วนความ ไม่รู้เรื่องอ่ืนๆ เช่น ลาดพร้าวไปทางไหน คนน้ันชื่ออะไร อันน้ีไมไ่ ด้เรยี กอวิชชา อย่างท่ี ๑ อวิชชาไม่รู้ในทุกข์ เมื่อไหร่ท่ียึดถือขึ้น มาในกองทุกข์ว่า เป็นตัวตน เป็นเรา เป็นของเรา ไม่รู้ว่า เป็นทุกข์ เป็นของไร้แก่นสาร นั่นแหละอวิชชาเกิดแล้ว ความไมร่ ูเ้ กิดขึ้น อย่างที่ ๒ อวชิ ชาไมร่ ูใ้ นเหตใุ ห้เกดิ ทุกข์ คนด่า แหม...คนนี้ด่าทำให้เราเป็นทุกข์ น้ีไม่รู้เหตุให้เกิด ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์คือตัณหา ไม่ใช่เขาท่ีด่า อย่างนี ้ อวิชชาเกดิ อยา่ งท่ี ๓ อวิชชาไมร่ ู้ในความดบั สนิทของทุกข์ นึกว่า ได้นั่นได้นี่ตามใจอยากแล้วจะเป็นสุข ได้มาแล้วจะ 109 สุภรี ์ ทมุ ทอง
สบาย อย่างน้ีอวิชชาเกิด อย่างท่ี ๔ อวิชชาไม่รู้หนทาง ไมร่ ู้วา่ อรยิ มรรคมอี งค์ ๘ เปน็ ข้อปฏิบัติ นกึ วา่ มีทางอน่ื อยู่ เร่ือย ผมจึงได้เน้นย้ำบ่อยๆ อย่างน้อยก็ให้รู้จากการฟังก็ ยังดี เรารู้จากขั้นการฟังอย่างน้ี ความโง่ก็เกิดได้น้อยลง บ้าง ถ้าเราไม่ฟังเอาไว้เลย เห็นเป็นตัวเรา เป็นของเรา อยู่เร่ือย เกิดบ่อย ไม่รู้ในทุกข์อีกแล้ว พอคนนั้นทำไม่ดี แหม...คนน้ันทำให้เราเป็นทุกข์ คนน้ันเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ เอาอกี แลว้ โง่อกี แลว้ ไมร่ ูเ้ รอื่ ง แท้ท่จี รงิ ตัณหาเป็นเหตใุ ห้ เกิดทุกข์ วิธีพ้นทุกข์ย่ิงไปหาทางน้ันทางนี้กันใหญ่ มีวิธี นน้ั วธิ นี ี้มากมาย ท่จี ริงมีวิธเี ดยี ว คอื อริยมรรคมอี งค์ ๘ อาสวสมุทยา อวชิ ชฺ าสมทุ โย อาสวนโิ รธา อวชิ ฺชานโิ รโธ 110 อรยิ สัจในปฏจิ จสมุปบาท
เพราะความเกดิ แหง่ อาสวะ ความเกดิ แหง่ อวชิ ชาจงึ ม ี เพราะความดบั แหง่ อาสวะ ความดบั แหง่ อวชิ ชาจงึ มี อวิชชาไม่มีตัวตนนะ เป็นส่ิงท่ีเกิดเพราะเหตุปัจจัย เหมือนกัน เพราะอาสวะเกิด อวิชชามันจึงเกิดได้ ไม่ใช่ว่า อวชิ ชาจะเกดิ ไดล้ อยๆ เปน็ ผยู้ ง่ิ ใหญอ่ ะไรทไี่ หน บางคนบอก ว่าในปฏิจจสมุปปบาทนี้ อวิชชาเป็นต้นตอ เป็นต้นเค้า เป็นจุดเร่ิมต้น อะไรอย่างน้ี ที่จริงแล้ว อวิชชาก็ไม่มีตัวตน เหมือนกัน เป็นตัวทุกข์ เป็นสังขารที่เกิดเพราะมีปัจจัยปรุง แตง่ ไมไ่ ด้มีอยกู่ อ่ น มเี มอื่ มันเกดิ เกิดเพราะมเี หตุ และดบั ไปเมอ่ื หมดเหตุ เหมอื นกับสภาวะอืน่ ๆ น่ันเอง ถ้าพูดในแง่ ว่า กระบวนการเกิดข้ึนของกองทุกข์น้ี หมุนวนไปอย่างไร อะไรเป็นตัวการสำคัญ อันน้ีต้องว่าอวิชชา ไม่ได้มองว่า อวิชชาเป็นตัวตน มันเป็นธรรมะน่ันแหละ แต่เป็นธรรมะ 111 สภุ รี ์ ทมุ ทอง
ที่เป็นตวั สำคัญในกระบวนการเกิดขึ้นของกองทุกข์ องคท์ ี่ ๐ อาสวะ อวชิ ชานเี้ ปน็ องคท์ ี่ ๑ ของกระบวนการปฏจิ จสมปุ บาท แต่ปฏิจจสมุปบาทหมุนเป็นวงกลม ไม่ได้เป็นเส้นตรง ดังน้ัน อวิชชากับสภาวะอื่นๆ ก็เช่ือมโยงกันอยู่โดยไม่ขาด สาย อวิชชาเกิด ก็เพราะอาสวะเกิด ทีนี้ เพ่ือแสดงว่าแม้ อาสวะที่เป็นเหตุให้เกิดอวิชชา ก็ไม่มีตัวตนด้วยอีกเหมือน กัน เลยต้องพูดองค์ที่ ๐ คืออาสวะ อาสวะก็ไม่มีตัวตน เป็นสภาวะท่ีไม่ได้มีอยู่ก่อน มีเมื่อเกิดขึ้น เกิดเพราะมี ปัจจัย หมดปัจจัยก็ดับไป อาสวะทำให้เกิดอวิชชา และใน ทางกลับกันอวชิ ชากท็ ำให้เกิดอาสวะ 112 อริยสัจในปฏิจจสมปุ บาท
ตโยเม อาวโุ ส อาสวา: กามาสโว ภวาสโว อวชิ ชฺ าสโว อวชิ ชฺ าสมทุ ยา อาสวสมทุ โย อวชิ ฺชานิโรธา อาสวนิโรโธ อยเมว อริโย อฏฺงคฺ ิโก มคโฺ ค อาสวนิโรธคามนิ ี ปฏปิ ทา เสยฺยถีท,ํ สมมฺ าทฏิ ฺ ิ ... สมมฺ าสมาธิ ดูก่อนท่านผู้มีอายุ อาสวะ ๓ ประการเหล่าน้ี คือ กามาสวะ ภวาสวะ อวิชชาสวะ เพราะความเกดิ แหง่ อวชิ ชา ความเกดิ แหง่ อาสวะจงึ ม ี เพราะความดบั แหง่ อวชิ ชา ความดบั แหง่ อาสวะจงึ มี อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ...สัมมาสมาธิ น้ีแลเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับ แหง่ อาสวะ 113 สุภรี ์ ทุมทอง
ในบางพระสูตร พระพุทธองค์ตรัสถึงความส้ิน กิเลส ด้วยความรู้จักอาสวะตามแนวอริยสัจ คือ รู้ตาม ความเป็นจริงว่า นี้อาสวะ นี้อาสวสมุทัย น้ีอาสวนิโรธ นี้อาสวนิโรธคามินีปฏิปทา บางพระสูตรก็แสดงความรู้จัก อวชิ ชาในแนวอรยิ สจั ผมก็ได้แสดงปฏิจจสมุปปบาทในแนวอริยสัจ ๔ โดยยกมาจากทที่ า่ นพระสารบี ตุ รรวบรวมไวใ้ นสมั มาทฏิ ฐสิ ตู ร ในพระสูตรอื่นๆ อาจจะแสดงไม่ครบท้ังกระบวนการ แสดงเฉพาะบางส่วนตามความเหมาะสมแก่ผู้ฟัง ท่ีจริงก็ เร่ืองเดียวกันนี่แหละ แสดงให้รู้อริยสัจตามความเป็นจริง กองทุกข์ที่เกิดเพราะปัจจัยปรุงแต่ง เป็นตัวทุกข์ ไม่มีตัว ไม่มีตน ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ของเขา เป็น สิง่ ทป่ี ระชมุ กันเกิดข้ึนชั่วคราวเทา่ นน้ั เหตุทที่ ำใหท้ กุ ข์ คอื 114 อริยสจั ในปฏิจจสมุปบาท
ทุกขสมุทัย เมื่อเหตุดับไป ทุกข์ก็ดับไป เพราะความดับ ไปของเหตุ ความดับไปสิ่งท่ีเกิดจากเหตุจึงมี วิธีการที่จะ ทำให้ถงึ ความดบั สนิทไปโดยสนิ้ เชิง คอื อริยมรรคมอี งค์ ๘ สภาวะที่เป็นส่วนประกอบในปฏิจจสมุปบาท ทุก สภาวะล้วนไม่มีตัวตน เป็นตัวทุกข์ ไม่ว่าจะเป็น ชรา มรณะ ชาติ ภพ อปุ าทาน ตณั หา เวทนา ผสั สะ สฬายตนะ นามรูป วิญญาณ สงั ขาร อวชิ ชา อาสวะ ส่ิงเหลา่ นไ้ี ม่ไดม้ ี อยู่ก่อน มีเมื่อเกิดขึ้น เกิดเม่ือมีเหตุ ดับไปก็เพราะหมด เหตุ หากเหตุดับสนิทแล้ว ตัวมันก็ไม่เกิดอีก ไม่มีอีก ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับคืออริยมรรคมีองค์ ๘ จบเท่านี้ เรียนมาตั้งมาก ก็ขอให้ได้ข้อปฏิบัติเท่าน้ีก็พอแล้ว อย่าเอา อะไรไปเยอะ หมดเวลาแล้วนะครับ อนโุ มทนาทุกทา่ นครบั 115 สุภรี ์ ทุมทอง
ชาติสมทุ ยา ชรามรณสมุทโย ชาตนิ โิ รธา ชรามรณนโิ รโธ อยเมว อรโิ ย อฏฺงคฺ ิโก มคฺโค ชรามรณนิโรธคามนิ ี ปฏปิ ทา เพราะความเกิดแหง่ ชาติ ความเกิดแหง่ ชราและมรณะจึงมี เพราะความดับแหง่ ชาติ ความดบั แห่งชราและมรณะจึงมี อริยมรรคอนั ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ นแี้ ลเป็นข้อปฏบิ ตั ิให้ถึงความดบั แหง่ ชราและมรณะ 116 อริยสัจในปฏจิ จสมุปบาท
ภวสมทุ ยา ชาติสมุทโย ภวนโิ รธา ชาตนิ โิ รโธ อยเมว อรโิ ย อฏฺงคฺ ิโก มคฺโค ชาตนิ ิโรธคามนิ ี ปฏิปทา เพราะความเกดิ แห่งภพ ความเกดิ แห่งชาติจงึ ม ี เพราะความดับแหง่ ภพ ความดับแหง่ ชาติจงึ มี อรยิ มรรคอนั ประกอบดว้ ยองค์ ๘ ประการ นแ้ี ลเป็นขอ้ ปฏิบตั ใิ ห้ถงึ ความดับแห่งชาติ 117 สภุ ีร์ ทมุ ทอง
อาสวสมุทยา อวิชฺชาสมุทโย อาสวนิโรธา อวิชชฺ านิโรโธ อยเมว อริโย อฏฺ งฺคิโก มคฺโค อวชิ ชฺ านิโรธคามนิ ี ปฏิปทา เพราะความเกดิ แห่งอาสวะ ความเกดิ แหง่ อวิชชาจึงม ี เพราะความดับแห่งอาสวะ ความดบั แหง่ อวชิ ชาจงึ มี อรยิ มรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ นีแ้ ลเป็นข้อปฏิบตั ใิ หถ้ ึงความดบั แหง่ อวิชชา 118 อริยสจั ในปฏจิ จสมุปบาท
อวชิ ฺชาสมทุ ยา อาสวสมุทโย อวิชฺชานโิ รธา อาสวนิโรโธ อยเมว อรโิ ย อฏฺ งฺคโิ ก มคฺโค อาสวนโิ รธคามินี ปฏปิ ทา เพราะความเกดิ แหง่ อวิชชา ความเกดิ แห่งอาสวะจงึ ม ี เพราะความดับแห่งอวิชชา ความดบั แห่งอาสวะจงึ ม ี อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ น้แี ลเป็นขอ้ ปฏิบตั ใิ ห้ถึงความดับแหง่ อาสวะ 119 สภุ รี ์ ทมุ ทอง
รายนามผบู้ ริจาค ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ ๑,๐๐๐ คณุ นนั ทลี จารรุ ตั น ์ คณุ จติ ราพนั ธ์ รกั ษาขนั ธ ์ ๕๐๐ ไมอ่ อกนาม ๑,๐๐๐ คณุ บญุ ประคอง ประสงคส์ ม ๖,๘๙๐ พญ.เรวดี กนกวฒุ ิ ๒,๖๔๗ บา้ นจติ สบาย ๒๕ พ.ย. ๕๕ ไมอ่ อกนามหลายทา่ น ๔๐๐ คณุ ธดิ าพร ๑,๐๐๐ คณุ สมชาย แสงจนั ทร ์ ๒,๙๘๐ คณุ อนุ เกษชมุ พล คณุ สพุ ร เกยี รตวิ งศ ์ ๙๘๐ คณุ วภิ าวี สขุ เกษม ๒๐๐ ไมอ่ อกนาม ๕๐๐ คณุ วาสนา เจรญิ ภกั ตร ์ ๕,๐๐๐ พล.อ.ต.ภานน คณุ พรทพิ ย์ สรุ ยิ สตั ย ์ ๒,๐๐๐ คณุ พรี ศกั ดิ์ พรรณเชษฐ ์ ๕๐๐ ดร.นวลศริ ิ เปาโรหติ ย ์ ๑,๐๐๐ บรษิ ทั เจเนท็ คอรป์ อรเ์ รชน่ั จำกดั 12 0 ๕,๐๐๐ อรยิ สัจในปฏิจจสมปุ บาท
รายนามผบู้ รจิ าค คณุ อจั ฉรา องั ครี สนนั ท ์ ๕๐๐ ผฟู้ งั ธรรม บา้ นจติ สบาย ๒๕ พ.ย. ๕๕ ๖,๘๙๐ คณุ ประสพสขุ สญุ ญตา คณุ ธดิ ารตั น์ สรุ โสภณ ๓๐๐ ขา้ ราชการและพนกั งานกรมศลุ กากร ๓๐ พ.ย. ๕๕ ๓๐๐ ผเู้ ขา้ ปฏบิ ตั ิ ยวุ พทุ ธกิ สมาคมแหง่ ประเทศไทย ๗,๐๙๐ ๒๙ พ.ย. - ๓ ธ.ค. ๕๕ ๑๘.๒๓๐ ไมอ่ อกนาม ๕๐๐ คณุ อมุ า แสงครา้ ม ๑,๐๐๐ คณุ สวิ ภิ า คณุ สาวกิ า คณุ ศศภิ า วาณชิ เสน ี ๑,๐๐๐ พ.ต.ท.วรทิ ธพิ์ งษ์ คณุ ภทั ทยิ า ทฬั หวรงค ์ ๑,๐๐๐ คณุ ทรรศนยี ว์ รรณ แจม่ สวา่ ง ๑,๐๐๐ คณุ พมิ พว์ รชั ญ์ คลา้ ยคลงึ ๒,๐๐๐ คณุ สริ ฉิ ตั ร อรรถวรรณวฒุ ิ ๑,๐๐๐ คณุ นงนชุ มาดสี ขุ สถติ ย ์ ๒,๐๐๐ คณุ ศศนิ าฏ แสงแกว้ ๕๐๐ ไมอ่ อกนาม ๓,๐๐๐ จนั ทรา บญุ มาก 12 1 ๔,๐๐๐ สภุ ีร์ ทุมทอง
รายนามผบู้ ริจาค ไมอ่ อกนาม ๒๐๐ คณุ สวุ มิ ล คณุ ไวภพ อศั วไชยชาญ ๒,๐๐๐ คณุ รนื่ ฤดี นมิ มานนติ ยแ์ ละครอบครวั ๒,๐๐๐ คณุ รชั นวี รรณ อทุ ยั ศร ี ๑,๐๐๐ ไมอ่ อกนาม ๒,๐๐๐ คณุ นำ้ ฝน ผสมกศุ ลศลี คณุ จริ ฏั ฐ์ ธชั พร และครอบครวั ๕๐๐ คณุ ใจทพิ ย์ เอย่ี มปรดี ี ๕,๐๐๐ ไมอ่ อกนาม ๒,๐๐๐ คณุ สวุ มิ ล คณุ กรภทั ร คณุ โอภาส ธนั วารชร ผฟู้ งั ธรรม บา้ นจติ สบาย ๒๓ ธ.ค. ๕๕ ๖๐๐ คณุ นรี วชั ราภชิ าต อทุ ศิ ใหบ้ ดิ า ๑๐,๐๐๐ คณุ สรุ ยี ์ อตั นญ์ านตริ ตั น ์ ๕,๘๓๖ คณุ มนตน์ รี เลอเลศิ ภกั ด ี คณุ กอบกลุ คณุ กมกุ ข์ิ คณุ การณุ ย ์ ๓๐๐ คณุ นวลทพิ ย์ เหลอื งเปน็ ทอง ๓,๐๐๐ คณุ สภุ คั ร เงาพสิ ดาร 122 อริยสจั ในปฏิจจสมุปบาท ๑๐๐ ๕๐๐ ๑,๕๐๐ ๑,๐๐๐
รายนามผบู้ ริจาค คณุ สมใจ ทพิ ยช์ ยั เชษฐา ๒,๐๐๐ พญ.นสุ รา อรรฆศลิ ป์ คณุ องนุ่ คณุ ปวดิ า วรานนท์ คณุ นนั ทยิ า จริ ายสุ กมล คณุ สริ พิ ร ชำนาญเศรษฐกลุ คณุ ภทั ราภรณ์ สรณะสจั จะชพี ๑๑,๐๐๐ เหลอื จากพมิ พห์ นงั สอื เรอื่ งเลา่ เมอื่ เขา้ วเิ วก ๗,๕๐๐ ผเู้ ขา้ ปฏบิ ตั ิ อาศรมมาตา ๒๙ ธ.ค. ๕๕ - ๒ ม.ค. ๕๖ ๑๔,๑๘๐ ไมอ่ อกนาม ๕,๒๗๙ ไมอ่ อกนาม ๑๐๐ พญ.นสุ รา อรรฆศลิ ป ์ ๓,๐๐๐ ไมอ่ อกนาม ๗,๐๐๐ พญ.กฤษณา โฆสติ จริ นนั ทแ์ ละครอบครวั ๑๐,๐๐๐ ผเู้ ขา้ ปฏบิ ตั ิ ศนู ยว์ ปิ สั สนากรรมฐานบา้ นจนั รม จ.สรุ นิ ทร์ ๑๑ - ๑๓ ม.ค. ๕๖ ๒,๗๙๗ ผฟู้ งั การแสดงธรรมทโี่ รงพยาบาลสรุ นิ ทร์ ๑๗ ม.ค. ๕๖ ๑๐,๐๐๐ คณุ กนกวรรณ ๕๐๐ รศ.ชนกิ า ศลิ ปอนนั ต ์ ๓,๐๐๐ ผฟู้ งั ธรรม บา้ นจติ สบาย ๒๗ ม.ค. ๕๖ ๗,๗๑๐ รวม 123 ๒๐๕,๕๐๙ สุภีร์ ทุมทอง
หากท่านใดสนใจในงานบรรยายธรรม หนงั สือ บทความอ่นื ๆ ของอาจารย์สุภีร์ สามารถเข้าไปค้นหาข้อมูลเพิม่ เตมิ ได้ท ่ี www.ajsupee.com 124 อรยิ สจั ในปฏิจจสมปุ บาท
ทา่ นสามารถขอรบั ธรรมบรรยายในรปู แบบตา่ งๆ ดงั น ้ี • หนังสอื ท่พี มิ พ์แจกเป็นธรรมทาน ติดต่อขอรับไดท้ ี่ คณุ สุคนธ์ ชมรมจรยิ ธรรม ตึกประสาทวทิ ยาชั้น 2 โรงพยาบาลศรีธัญญา จงั หวดั นนทบรุ ี โทร.02-968-9954 โดยดูรายช่ือหนังสอื ได้ที่ www.ajsupee.com • หนังสอื ท่ีพิมพแ์ จกเปน็ ธรรมทานโดยชมรมกลั ยาณธรรม สามารถตดิ ต่อขอรายละเอียดไดจ้ ากชมรมกัลยาณธรรมท่ี www.kanlayanatam.com • ขอรับหนังสอื และ mp3 ไดฟ้ รีทางไปรษณียโ์ ดยส่งชือ่ ทอ่ี ยู่ของผูร้ บั และช่ือหนงสั ือ mp3 ทีต่ ้องการไปที่ [email protected] สอบถามรายละเอยี ดไดท้ ี่ คณุ สรุ ยิ า โทร. 081-484-5544 ดรู ายชอ่ื หนงั สอื และ mp3 ไดท้ ่ี www.ajsupee.com 125 สุภรี ์ ทมุ ทอง
ประวัติ อาจารย์สุภีร์ ทุมทอง วนั เดอื นปีเกิด ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๑๕ สถานที่เกดิ บา้ นหนองฮะ ต.หนองฮะ อ.สำโรงทาบ จ.สุรนิ ทร์ 126 อรยิ สจั ในปฏจิ จสมปุ บาท
การศึกษา • เปรียญธรรม ๔ ประโยค • ประกาศนียบัตรบาลีใหญ่ วดั ท่ามะโอ จ.ลำปาง • ปริญญาตรี วศิ วกรรมศาสตรบัณฑติ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยขอนแกน่ • ปริญญาโท พุทธศาสตรมหาบัณฑติ สาขาพระพทุ ธศาสนา มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั งานปจั จุบัน (พ.ศ. ๒๕๕๖) • อาจารย์สอนพเิ ศษ วิชาพระอภิธรรมปฎิ ก มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั วทิ ยาเขตบาฬีศึกษาพทุ ธโฆส จ.นครปฐม • บรรยายธรรมะตามสถานทต่ี า่ งๆ ทงั้ ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด • เผยแผธ่ รรมะทางเวบ็ ไซต์ www.ajsupee.com 127 สุภรี ์ ทมุ ทอง
อรยิ สจั ในปฏิจจสมุปบาท สภุ ีร์ ทมุ ทอง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128