Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Present Simple Tense - E-book

Present Simple Tense - E-book

Published by Krutuang ss., 2022-03-26 04:18:10

Description: Present Simple Tense - E-book

Search

Read the Text Version

บทเรียนสาเร็จรปู เรอ่ื ง Present Simple Tense กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1 จัดทาโดย นางสาวประเทอื งพร แสงส่ง ครู โรงเรียนวดั เกาะกา อาเภอปากพลี จงั หวัดนครนายก สานักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษานครนายก

คานา บทเรียนสาเร็จรูป เร่ือง Present Simple Tense ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 จัดทาขึ้นเพ่ือใช้ เป็นส่ือประกอบการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) อีกท้ังยังเป็น คู่มือให้นักเรียนได้ใช้ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง ผู้เขียนได้พยายามสรุปเน้ือหาตลอดจนใช้ คาศัพท์ ไม่ยากนักมีภาพประกอบ เพ่ือให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองการท่ีนักเรียนได้ แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ทาให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมี ประสทิ ธิภาพและย่งั ยนื นอกจากน้ีแล้วบทเรียนสาเร็จรูปน้ี ผู้เขียนจัดทาข้ึนเพื่อแก้ปัญหาการเรียนของนักเรียน ซึ่ง พบว่ามนี กั เรยี นอกี ส่วนหน่ึงท่ีมผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง Present Simple Tense ต่า เพ่ือให้ นกั เรยี นได้มสี ่อื เสรมิ ในการศกึ ษาทบทวนความรู้ด้วยตนเอง และยังช่วยพัฒนาส่งเสริมให้นักเรียน ทีต่ ้องการศึกษาเพ่ิมเตมิ ให้มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจมากข้ึน ประเทืองพร แสงส่ง

คาแนะนาสาหรับครู 1. บทเรียนสาเร็จรูปเล่มน้ีใชเ้ ป็นสื่อเสริมการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 1 2. บทเรียนสาเร็จรูปน้ีเป็นส่ือสาหรับนกั เรียน เรียนชา้ ให้เรียนไดท้ นั เพ่ือน และนกั เรียน เรียนดีให้มีความรู้ความเขา้ ใจในเน้ือหามากย่ิงข้ึน และเรียนรู้ไดด้ ้วยตนเอง เพราะ สามารถนาไปใชไ้ ดท้ ้งั ในช้นั เรียน หรือนาไปศึกษาต่อที่บา้ น 3. การใชบ้ ทเรียนสาเร็จรูป ใหน้ กั เรียนอ่านทาความเขา้ ใจ ต้งั แต่จุดประสงคข์ องบทเรียน ทาแบบทดสอบก่อนเรียน ศึกษาเน้ือหา และทากิจกรรมเรียงลาดบั ไปตามกรอบ ต้งั แต่ กรอบแรกจนถึงกรอบสุดทา้ ยในทุกกิจกรรม 4. การทากิจกรรมหรือตอบคาถามในบทเรียนสาเร็จรูป ควรแนะนาใหน้ กั เรียนตอบคาถาม ลงในกระดาษ หรือในสมุดงานวชิ าภาษาองั กฤษ ไม่ควรทาลงในบทเรียนสาเร็จรูป 5. ครูควรใหค้ าแนะนา และคอยช่วยเหลือในกรณีที่นกั เรียนมีปัญหาในการศึกษาบทเรียน สาเร็จรูป 6. ครูควรให้กาลังใจนักเรี ยน ชมเชย และมอบกาลังใจเล็กๆ น้อยๆ ด้วยดาว หรือ สัญลกั ษณ์อื่น เพื่อส่งเสริมและกระตุน้ ใหน้ กั เรียนอยากนาบทเรียนสาเร็จรูปเล่มน้ี ไป ศึกษาเพือ่ สร้างความรู้ใหต้ นเองต่อไป

คาแนะนาก่อนศึกษาบทเรียน บทเรียนสาเร็จรูปเล่มน้ี จดั ทาข้ึนเพ่ือให้นกั เรียนศึกษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง นักเรียนจะ ไดร้ ับความรู้ความเขา้ ใจมากข้ึน นกั เรียนควรอ่านคาแนะนาก่อนศึกษาบทเรียน และปฏิบตั ิ ตามลาดบั ข้นั ตอนที่กาหนดไว้ ดงั น้ี 1. บทเรียนสาเร็จรูปน้ีมี 12 กรอบ ใหน้ กั เรียนศกึ ษา ทีละกรอบตามลาดบั โดยไม่ขา้ ม กรอบใดกรอบหน่ึง ไม่จากดั เวลาและสถานท่ี 2. ก่อนนกั เรียนจะศึกษา ควรทาแบบทดสอบก่อนเรียน(Pre-test) เป็นอนั ดบั แรก เพอ่ื เป็นการตรวจความรู้ของตนเอง และตรวจคาตอบในหนา้ ต่อไป 3. อ่านเน้ือหาและคาถามใหเ้ ขา้ ใจ คิดใหร้ อบคอบ แลว้ ตอบคาถาม ใหน้ กั เรียนทาใน กระดาษเปล่า อยา่ ขีดเขียนลงในบทเรียนสาเร็จรูปน้ี 4. เมื่อตอบคาถามเสร็จแลว้ จึงเปิ ดดูเฉลยคาตอบในกรอบต่อไป เพ่อื ตรวจคาตอบวา่ ถูก หรือไม่ ถา้ ตอบถูกกใ็ หท้ ากรอบต่อไป 5. ถา้ ตอบผดิ ใหย้ อ้ นกลบั ไปศกึ ษาขอ้ ความในกรอบท่ีผา่ นมาอีกคร้ังหน่ึง ทาความเขา้ ใจ ใหด้ ีแลว้ จึงตอบคาถามใหม่ 6. เมื่อศึกษาทุกกรอบแลว้ ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน(Post-test) แลว้ ตรวจดู เฉลยหนา้ ต่อไป เปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลงั เรียนเพอื่ วดั ความกา้ วหนา้ 7. ขอ้ ที่สาคญั ท่ีสุด คือ นกั เรียนตอ้ งซ่ือสัตยใ์ นตนเอง ไม่เปิ ดดูคาตอบก่อน 8. เกณฑก์ ารประเมินผลการเรียน จากการทาแบบทดสอบหลงั เรียน (Post-test) ระดบั ดีมาก คะแนน 9 - 10 ระดบั ดี คะแนน 7-8 ระดบั พอใช้ คะแนน 5-6 ระดบั ปรับปรุง คะแนน 1-4 เม่ือเทียบเกณฑแ์ ลว้ ถา้ ไดไ้ ม่ถึง 6 คะแนน โปรดศึกษาใหม่อีกครง้ั นะคะ

Hello.... กอ่ นเขา้ สกู่ ิจกรรมการเรียน มาพบกบั จดุ ประสงคก์ ารเรียนรกู้ นั กอ่ น ดกี ว่าเพ่ือเป็ นแนวทางในการศึกษาตอ่ ไป จุดประสงค์ของการเรียนรู้ 1. นกั เรียนสามารถบอกโครงสร้าง ของประโยค Present Simple Tense 2. นกั เรียนสามารถบอกถึงสถานการณ์การใชป้ ระโยค Present Simple Tense 3. นกั เรียนสามารถนารูปประโยค Present Simple Tense ไปใชส้ ื่อสารในลกั ษณะ ต่างๆได้  เมื่อทราบ จดุ ประสงคแ์ ลว้ คงเป็ นแนวทางในการศึกษาตอ่ ไป ขอใหป้ ระสบความสาเร็จและมคี วามรตู้ ามจดุ ประสงคน์ ะคะ  เร่ิมจากการทดสอบก่อนเรียนนะคะ

แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre- test) คาชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบทถ่ี ูกต้อง เสร็จแล้วดูเฉลยหน้าถัดไป 1. They ………… to school every morning. a. walk b. walks c. will walk d. are walking 2. She often ………….her hair. b. washes d. is washing a. wash c. will wash 3. Joy …………..sit on the window. a. doesn’t b. don’t c. aren’t d. isn’t 4. I ………..a uniform every day. b. am wearing a. wears d. wore c. wear 5. ……….the man ………..in Nakhon Nayok? a. Do, live b. Does, live c. Do, lives d. Does, lives หน้าต่อไป

แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) ต่อ คาชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบทถ่ี ูกต้อง เสร็จแล้วดูเฉลยหน้าถัดไป 6. Suda always…………in the morning. a. got up b. get up c. gets up d. getting up 7. She ………..her teeth every night. a. will brush b. brushes c. brushs d. brush 8. Mary…………..every night. a. cry b. crying c. cried d. cries 9. Ken…………eleven years old. a. have b. has c. are d. is 10. A fish………….in the river. b. don’t swims d. doesn’t swims a. doesn’t swim c. don’t swim ตรวจคาตอบหน้าต่อไป

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน ข้อ 1 a ข้อ 6 c ข้อ 2 b ข้อ 7 b ข้อ 3 a ข้อ 8 d ข้อ 9 d D ข้อ 4 c ข้อ 5 b ข้อ 10 a ถา้ ไดค้ ะแนนไมเ่ ป็ นอยา่ งทค่ี ดิ ไมต่ อ้ งผดิ หวงั นะคะ ศกึ ษาบทเรยี นตอ่ ไปน้ี เพอื่ นๆ คงไดค้ ะแนนดขี นึ้ ทกุ คน

กรอบนา สวสั ดีคะเพื่อนๆ ทาแบบทดสอบกนั แลว้ เป็นอยา่ งไรบา้ ง ไม่ ต้องเป็ นกงั วลหรอกนะ เพราะเป็ นการตรวจสอบพ้ืนฐานของเพื่อนๆ เท่าน้ัน หลงั จากเรียนเน้ือหาในบทเรียนสาเร็จรูปน้ีแลว้ มาพิสูจน์ตนเองอีกคร้ังว่าเพ่ือนๆ มี ความรู้ในเร่ืองน้ีมากนอ้ ยเพียงใด  ก่อนเขา้ สู่บทเรียนกนั จริงๆ เรามาทาความเขา้ ใจเร่ืองน้ีก่อนดีกวา่ นะคะ Tense หมายถึง “กาล” เวลาที่กระทาเหตุการณ์ต่างๆ กริยาท่ีใชใ้ นประโยค จะต่างกนั ด้วย คากริยาเป็ นตวั บอกให้ทราบว่า การกระทาน้ันเกิดข้ึนเมื่อไร ได้ เกิดข้ึนแลว้ หรือกาลงั เกิดข้ึนในกาลขา้ งหนา้ เช่น John plays football every day. John is playing football now. John played football yesterday. John will play football tomorrow. John has played football for two hours. สรุป จากประโยคตวั อย่างแสดงให้เห็นว่า play เปล่ียนไปตามกาลเวลาท่ี เหตุการณ์เกิดข้ึน ซ่ึงการเปลี่ยนคากริยาไปตามกาลเวลาน้ี เราเรียกวา่ Tense ในกรอบต่อไปเรามารู้จกั การใช้ Present Simple Tense ดีกวา่ คะ

กรอบท่ี 1 การใช้ Present Simple Tense ใช้กรณตี ่อไปนี้ 1. ใชก้ บั เหตุการณ์ที่เกิดข้ึนในปัจจุบนั เหตุการณ์เป็นจริงตามธรรมชาติ เหตุการณ์ที่เป็นเรื่องจริง เช่น Example : Sam lives in Bangkok. Tom is a teacher. I love my parents. You have one sister and no brothers. The sun rises in the east. The moon shines at night. The earth goes round the sun. Hi … เป็ นไงบ้างคะ พอเข้าใจกนั บ้างไหมเอ่ย เราไปดู ... การใช้ Present Simple Tense ในข้อที่ 2 กนั ดกี ว่า ครับ

กรอบท่ี 2 การใช้ Present Simple Tense [ต่อ] 2. ใชก้ บั เหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึน เป็นประจา ทาเป็นนิสยั การกระทาที่เป็นกิจวตั ร มกั จะมี คาบอกคาถี่ (Adverbs of frequency) ร่วมอยดู่ ว้ ย ไดแ้ ก่ always [ เสมอ ๆ] usually [โดยปกติ ] never [ไม่เคย] often [ บ่อย ๆ ] every week [ ทุกๆ สัปดาห์] every month [ ทุกๆ เดือน] sometimes [ บางคร้ัง] every day [ ทุกๆวนั ] Example : She learns English every day. I always walk to school. You usually have dinner at 7.30. He never borrows my book. They often sell fresh orange here. ตอบคาถามสักข้อนะคะ คาถาม : ประโยคที่แสดงการกระทาที่เกิดข้ึนในปัจจุบนั หรือเกิดข้ึนเป็นประจา สม่าเสมอหรือเกิดข้ึนตามความจริง หรือเป็นจริงตามธรรมชาติ เป็น Tense อะไร คาตอบ : .................................................................................................................. ตอบคาถาม แลว้ ตรวจคาตอบในหนา้ ตอ่ ไป นะครับ

เฉลยคาตอบกรอบที่ 2 Present Simple Tense กรอบที่ 3 โครงสร้างของประโยค Subject(ประธาน) + Verb1 (กริยาช่อง 1) รูปกริยาในประโยคจะเปลย่ี นไปขนึ้ อยู่กบั ประธานดงั นี้ 1. Subject (ประธานพหูพจน์) + Verb1 (กริยาช่อง 1) ถา้ ประธานเป็นพหูพจน์ (I, You, We, They) กริยาไม่ตอ้ งเติม s, es ใหใ้ ชร้ ูปเดิม Example: We go to the shop. I work in the office. You sell many fruits. They give me some money. The people run to the bus stop. Exercise: ใหน้ กั เรียนขีดเสน้ ใตค้ ากริยาท่ีถกู ตอ้ ง 1. We (live, lives) in Nakhon Nayok. 2. I (buy, buys) some pork. 3. You (drive, drives) a new car. ตอบคาถาม แลว้ ตรวจคาตอบในหนา้ ต่อไปนะคะ

เฉลยคาตอบกรอบที่ 3 1. live 2. buy 3. drive กรอบที่ 4 2. Subject (ประธานเอกพจน์) + Verb 1 (กริยาช่อง 1) เตมิ s หรือ es ถา้ ประธานเป็นเอกพจน์ ( He, She, It ) กริยาตอ้ งเติม S Example: She cleans the dishes. He reads a cartoon book. It drinks some water. Malee cooks in the kitchen. The boy gets up early this morning. Exercise : ใหน้ กั เรียนขีดเสน้ ใตค้ ากริยาที่ถูกตอ้ ง (Underline the correct verbs) 1. She (go, goes) to work by bus. 2. Joy (eat, eats) oranges after her dinner. 3. The teacher (write, writes) on the blackboard. 4. The dog (sleep, sleeps) under the tree. เก่งจริงๆ ...โปรดตรวจคาตอบหนา้ ต่อไปนะคะ

1. goes เฉลยคาตอบกรอบท่ี 4 4. sleeps 2. eats 3. writes กรอบท่ี 5 หลกั การเตมิ S หลงั คากริยา Verb โดยปกติถา้ ประธานเอกพจน์ (Singular Subject) กริยาเติม S ยกเวน้ กรณีต่อไปน้ี คากริยาตอ้ งเติม es 1. ถ้าคากริยา ลงท้ายด้วย s, ss, o, x, z, ch, sh ให้เตมิ es เช่น go goes (ไป) brush brushes (แปรงฟัน) pass passes (ผา่ น) catch catches (จบั ) box boxes (ชกมวย) quiz quizzes (ทดสอบความรู้) Example: He goes to the bank every month. She watches television on Sunday. Tim kisses his son every day. Exercise : จงเขยี นรูปกริยาในวงเลบ็ ให้ถูกต้อง (Write the correct forms of verbs) 1. I ………….my teeth every day. (brush) 2. Manat ………..English well. (teach) 3. Suda often……….the temple (pass) เป็นอยา่ งไรบา้ งคะ ทาไดไ้ หมเอ่ย โปรดตรวจคาตอบหนา้ ต่อไป

เฉลยคาตอบกรอบท่ี 5 . 2. boxes 3. washes 1. brush กรอบท่ี 6 หลกั การเตมิ S ท้ายคากริยา (Verb) (ต่อ) 2. ถ้าคากริยาลงท้ายด้วย y และหน้า y เป็ นพยญั ชนะให้เปลย่ี น y เป็ น i แล้วเตมิ es ถ้าหน้า y เป็ นสระ ( a e i o u ) ให้เตมิ s ได้เลย เช่น cry cries (ร้องไห)้ fly flies (บิน) play plays (เล่น) stay stay (พกั ผอ่ น) Example: A bird flies in the sky. The baby cries all night. Thongchai plays golf well. Exercise : จงเขยี นรูปกริยาในวงเลบ็ ให้ถูกต้อง (Write the correct forms of verbs) 1. He ……….English very well. (study) 2. Tong………a new van.(buy) 3. The hen……….an egg every day. (lay) คงไม่ยากอยา่ งท่ีคิดนะคะ... โปรดตรวจคาตอบหนา้ ต่อไป

เฉลยคาตอบกรอบที่ 6 1. studies 2. buys 3. lays กรอบที่ 7 Present Simple Tense ในรูปปฏิเสธ (Negative Form) การทาประโยคบอกเล่าให้เป็ นประโยคปฏเิ สธมหี ลกั เกณฑ์ ดงั นี้ 1. ประโยค Present Simple Tense ที่มี verb to be (is, am, are) verb to have (have, has) หรือกริยาช่วยตวั อื่น (can, may, must, will, shall) สามารถเติม not หลงั คากริยาช่วยน้ี ไดเ้ ลย Example : ประโยคบอกเล่า : He is a policeman. ประโยคปฏเิ สธ : He is not a policeman. (He isn’t a policeman) ประโยคปฏเิ สธ : You have a flower. ประโยคบอกเล่า : You have not a flower. (You haven’t a flower) ประโยคปฏเิ สธ : I can ride a bicycle. ประโยคบอกเล่า : I cannot ride a bicycle. ( I can’t ride a bicycle.)  ข้อสังเกต รูปยอ่ is not = isn’t รูปยอ่ are not = aren’t รูปยอ่ has not = hasn’t รูปยอ่ have not = haven’t รูปยอ่ cannot = can’t Exercise : จงเขยี นประโยคเหล่านีใ้ ห้เป็ นรูปปฏเิ สธ (Write these sentences into Negative Form) 1. We are 13 years old. …………………………………………. 2. They can sing a song. ………………………………………... 3. She has two cats. …………………………………………….. คงเขา้ ใจนะคะ... แลว้ โปรดตรวจคาตอบหนา้ ต่อไป

เฉลยคาตอบกรอบที่ 7 1. We are not (aren’t) 13 years old. 2. They cannot (can’t) sing a song. 3. She has not (hasn’t) two cats. กรอบที่ 8 Present Simple Tense ในรูปปฏเิ สธ (Negative Form) 2. ในประโยค Present Simple Tense ไม่มี Verb to be และ Verb to have และกริยาช่วยตวั อื่น มแี ต่กริยาแท้ เมื่อตอ้ งการเปล่ียนรูปปฏิเสธใหน้ า Verb to do (do, does) มาช่วย โดยวาง Verb to do ไวห้ นา้ กริยาแท้ แลว้ เติม not หลงั do, does เช่น Example: ประโยคบอกเล่า : I read my book. ประโยคปฏเิ สธ : I do not read my book. ประโยคบอกเล่า : She reads her book. ประโยคปฏเิ สธ : She does not read her book.  ข้อสังเกต 1. การใช้ do กบั ประธานพหูพจน์ ( I You We They) 2. การใช้ does กบั ประธานเอกพจน์ (He She It) เม่ือใช้ does not (doesn’t) กริยาแทท้ ี่เติม s, es ใหต้ ดั ออก ถา้ กริยาท่ีลงทา้ ยดว้ ย y ใหเ้ ปล่ียน y เป็น i แลว้ เติม es ใหต้ ดั ies ออกแลว้ กลบั มาเติม y เหมือนเดิม 3. การใชร้ ูปยอ่ ของ do not – don’t และ does not – doesn’t Exercise : จงเขยี นประโยคเหล่านีใ้ ห้เป็ นรูปปฏเิ สธ (Write these sentences into Negative Form) 1. I walk to school. ………………………………................. 2. Tom sleeps in bed. ……………………………………….. 3. She studies English. ……………………………………… คงเขา้ ใจนะคะ... แลว้ โปรดตรวจคาตอบหนา้ ต่อไป

เฉลยคาตอบกรอบท่ี 8 1. I do not walk to school. (I don’t walk to school.) 2. Tom does not sleep in bed. (Tom doesn’t sleep in bed.) 3. She does not study English. (She doesn’t study English.) กรอบที่ 9 Present Simple Tense ในรูปคาถาม (Interrogative From) การทาประโยคบอกเล่าให้เป็ นประโยคคาถาม มีหลกั เกณฑ์ดงั นี้ 1. ประโยค Present Simple Tense ที่มี Verb to be (is, am, are) หรือ Verb to have (have, has) หรือกริยาช่วยตวั อ่ืน (can, may, must, will, shall) ใหน้ ากริยาเหล่าน้ีมาวางไวห้ นา้ ประธาน แลว้ ใส่เครื่องหมายคาถาม เช่น Example: ประโยคบอกเล่า : We are a student. ประโยคคาถาม : Are we a student? ประโยคบอกเล่า : He has a dog. ประโยคคาถาม : Has he a dog? ประโยคบอกเล่า : You can play tennis. ประโยคคาถาม : Can you play tennis? Exercise : จงเปลย่ี นประโยคเหล่านี้เป็ นรูปประโยคคาถาม (Change to the Interrogative sentences) 1. We have a big tiger. ………………………………………? 2. Manat is in the park. ……………………………………...? 3. She can sing a song. ………………………………………? ง่ายจริงๆใช่ไหมคะ... แลว้ โปรดตรวจคาตอบหนา้ ต่อไป

เฉลยคาตอบกรอบท่ี 9 1. Have we a big tiger? 2. Is Manat in the park? 3. Can she sing a song? กรอบที่ 10 Present Simple Tense ในรูปคาถาม (Interrogative From) 2. ในประโยค Present Simple Tense ทไี่ ม่มี Verb to be (is, am, are) และ Verb to have (have, has) หรือกริยาช่วยอ่ืน แต่มกี ริยาแท้ เม่ือตอ้ งการทาเป็นประโยคคาถามให้นา Verb to do (do, does) มาช่วย โดยวาง Do, Does ไวห้ น้าประโยคสลบั กบั ตาแหน่งประธานแลว้ ใส่ เคร่ืองหมายคาถามทา้ ยประโยค เช่น Example : ประโยคบอกเล่า : You speak English well. ประโยคคาถาม : Do you speak English well? ประโยคบอกเล่า : She works at the farm. ประโยคคาถาม : Does she work at the farm?  ข้อสังเกต 1. การใช้ do กบั ประธานพหูพจน์ ( I You We They) 2. การใช้ does กบั ประธานเอกพจน์ (He She It) กริยาแทท้ ่ีเติม s, es ให้ ตดั ออก ถา้ กริยาท่ีลงทา้ ยดว้ ย y ใหเ้ ปล่ียน y เป็น i แลว้ เติม es ใหต้ ดั ies ออกแลว้ กลบั มา เติม y เหมือนเดิม Exercise : จงเปลย่ี นประโยคเหล่านี้เป็ นรูปประโยคคาถาม (Change to the Interrogative sentences) 1. We sleep after lunch.. ………………………..………………? 2. She reads an English book. ………………………………….? 3. The lion lives in the forest. …………………………………..? เก่งจงั เลยนะคะ... โปรดตรวจคาตอบหนา้ ตอ่ ไป

เฉลยคาตอบกรอบที่ 10 1. Do we sleep after lunch? 3. Does the lion live in the forest? 2. Does she read an English book? กรอบสุดท้าย Present Simple Tense 1. ใชก้ บั เหตุการณ์ท่ีเป็นจริง เป็นธรรมชาติ กบั กริยาที่แสดงความรู้สึก นึกคิด การรับรู้ การ เล่าเร่ือง สุภาษิต บทความ บทละคร การเขียนนิยาย 2. ใชก้ บั การกระทาที่เกิดข้ึนเป็นประจา มกั มีคาบอกความถี่ร่วมอยดู่ ว้ ยในประโยค เช่น always, usually, every, day every, week, every month, often, never, sometimes 3. รูปประโยคปฏิเสธถา้ มีกริยาช่วยเติม not หลงั กริยาช่วยไดเ้ ลย ถา้ มีกริยาแทต้ อ้ งใส่ do หรือ does วางไวห้ ลงั ประธานของประโยค แลว้ เติม not หลงั do หรือ does 4. รูปประโยคคาถาม ถา้ มีกริยาช่วยใหน้ ามาวางไวห้ นา้ ประธานของประโยค ถา้ มีกริยาแทใ้ ช้ do หรือ does วางไวห้ นา้ ประโยค สรุปโครงสร้าง Present Simple Tense บอกเล่า คาถาม ปฏเิ สธ I II You Verb1 you You Do not We Do we We They Verb1...? They (don’t) Verb1 they He Verb1 he He Does not She (doesn’t) She เติม s,es Does she It It it นักเรียนศึกษาด้วยตนเองแล้วลองทาแบบทดสอบหลงั เรียน แล้วตรวจดูนะคะ

แบบทดสอบหลงั เรียน (Post-test) คาชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบทถ่ี ูกต้อง เสร็จแล้วดูเฉลยหน้าถัดไป 1. They ………… to school every morning. a. are walking b. will walk c. walks d. walk 2. She often ………….her hair. b. is washing d. wash a. will wash c. washes 3. Joy …………..sit on the window. a. isn’t b. aren’t c. don’t d. doesn’t 4. I ………..a uniform every day. b. wore a. am wearing d. wears c. wear 5. ……….the man ………..in Nakhon Nayok? a. Does, live b. Does, lives c. Do, lives d. Do, live หน้าต่อไป

แบบทดสอบหลงั เรียน (Post-test) (ต่อ) คาชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคาตอบทถี่ ูกต้อง เสร็จแล้วดูเฉลยหน้าถัดไป 6. Suda always…………in the morning. a. get up b. gets up c. got up d. getting up 7. She ………..her teeth every night. a. brush b. brushs c. brushes d. will brush 8. Mary…………..every night. a. cry b. cries c. crying d. cried 9. Ken…………eleven years old. a. is b. are c. has d. have 10. A fish………….in the river. b. don’t swims d. doesn’t swims a. don’t swim c. doesn’t swim ตรวจคาตอบหน้าต่อไป

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน ข้อ 1 d ข้อ 6 b ข้อ 2 c ข้อ 7 c ข้อ 3 d ข้อ 8 b ข้อ 9 a D ข้อ 4 c ข้อ 5 a ข้อ 10 c นักเรียนทไ่ี ม่ผ่านเกณฑ์การประเมนิ กลบั ไปทบทวนใหม่นะคะ ยนิ ดดี ้วยสาหรับนักเรียนทีผ่ ่านเกณฑ์ Good-bye …

บรรณานุกรม จุฑาธิป พ่ึงละออ. New English Book 6. กรุงเทพฯ : สานกั พิมพภ์ ูมิบนั ฑิต, ม.ป.ป. ภรันยู สายพมิ พ.์ คู่มือสาระการเรียนรู้พืน้ ฐานภาษาองั กฤษ ม. 1. กรุงเทพฯ : เดอะบุคส์, 2548. วโิ รจน์ สารรัตนะ. English Grammar For Examination. กรุงเทพฯ : อกั ษรบณั ฑิต, ม.ป.ป. เศรษฐวทิ ย,์ เรียบเรียง. เก่งไวยากรณ์ได้ไม่ยาก. พิมพค์ ร้ังที่ 3. นนทบุรี : Mild Publishing, 2540. สุรีรัตน์ ซงั ธาดา. ภาษาองั กฤษ ม.1 แนวใหม่. กรุงเทพฯ : เดอะบุคส์, 2548. สาราญ คายง่ิ . Standard English grammar. กรุงเทพฯ : ชุติมาการพิมพ,์ ม.ป.ป.


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook