ปเสนทโิ กศล จัดทำโดย ด.ช.จักรพรรดิ นำสินสรอ้ ย ม.3/1 เลขที่ 3 ด.ช.นภดล ธรรมมะ ม.3/1 เลขที่ 9 ด.ช.พรี พฒั นน ไกรจักร ม.3/1 เลขท่ี 15 ด.ญ.กำนตสริ ี ทรัพยสำยทอง ม.3/1 เลขท่ี21 ด.ญ.นิภำรตั น เพง่ พิศ ม.3/1 เลขที่27 ด.ญ. ภทั รภร คมั ภรี ะ ม.3/1 เลขที่ 33
ชำตภิ มู ิ ต้นพระชนมชีพ พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงศึกษา ณ ตักศิลา ต่อมา ได้ขึ้นครองราชย์เป็น พระมหากษัตริย์แห่งโกศล (ปัจจุบัน คือ อวัธ) พระมเหสีพระองค์แรก คือ เจ้าหญิงพระองค์ หนึ่งจากมคธ พระมเหสีพระองค์ท่ีสองมีพระนามว่า วาสวขัตติยา เป็นพระธิดาของพระเจ้า มหานามะแห่งราชวงศ์ศากยะ กับหญิงรับใช้นามว่า นาคมุนทา พระเจ้าปเสนทิกับพระนาง วาสวขัตติยามพี ระโอรสพระองค์หน่ึงพระนามว่า วฑิ ูฑภะ และมีพระธิดาพระองค์หนึ่งพระนาม ว่า วชิรกุมารี พระธิดาพระองค์น้ีเสกสมรสกับพระเจ้าอชาตศัตรู พระเจ้าปเสนทิยังมีพระ มเหสพี ระองคท์ ส่ี าม พระนามวา่ มลั ลกิ า เป็นบุตรีของคนทามาลยั
บทบำทสำคญั /หนำ้ ที่สำคญั เกี่ยวกบั พระพทุ ธศำสนำ! พระเจ้าปเสนทิโกศลเป็นผู้อุปถัมภ์ทุกศาสนาให้ความสาคัญศาสนาต่าง ๆ ทัดเทียมกันต่อเมื่อมานับถือ พระพุทธศาสนาน้อมเอาพระรัตนตรัยมาเป็นสรณะเด็ดขาดแล้ว จึงทรงเลิกการกระทาท่ีเป็นไปเพ่ือ เบียดเบียนชีวิต และนาเอาหลักคาสอนของพระพุทธศาสนามาเป็นแบบอย่างดาเนินชีวิตมากย่ิงข้ึน พระ นางมัลลิกา เป็นสาวิกาผู้บรรลุโสดาบันตั้งแต่อายุยังน้อย มีศรัทธามั่นคงในพระรัตนตรัย เมื่อมาเป็น มเหสีของพระเจ้าปเสนทิโกศล ย่อมมีอิทธิพลต่อความเชื่อของพระราชสวามีและแนะนาให้หันมานับถือ พระพทุ ธศาสนาในที่สุด เพราะฉะน้ัน พระเจา้ ปเสนทโิ กศลจึงทรงถวายความอปุ ถัมภ์ดูแลพระพุทธองค์และ พระภิกษุสงฆ์อย่างดี พระองค์เองเสด็จเข้าเฝ้าเพ่ือกราบทูลถามปัญหาธรรมและฟังพระพุทธโอวาทอยู่ เสมอเพราะต้องการเป็นญาติทางสายโลหิตกับพระพุทธเจ้า พระเจ้าปเสนทิโกศลจึงเป็นต้นเหตุให้เกิด สงครามล้างโคตรในหมู่ศากยะในเวลาต่อมา ศากยวงศ์ต้องถูกทาลายล้างจนสูญหายไปจาก ประวัติศาสตร์เมืองสาวัตถีเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศานาท่ีสาคัญ รองจากเมืองราชคฤห์ ก็ ด้วยการอปุ ถัมภข์ องพระเจา้ เสนทิโกศลนั่นเอง
บ้นั ปลำยชีวติ /ปรนิ ิพำน ในบั้นปลำยชวี ิต พระเจ้าปเสนทโิ กศลถกู พระโอรสพระนามว่า“วิฑูฑภะ”(วิ- ทูล-ทะ-ภะ)ยึดอานาจ สถาปนาพระองค์เองขึ้นเป็นกษัตริย์แทน พระเจ้าป เสนทิโกศลได้เสร็จไปขอกาลังจากพระเจ้าอชาตศัตรู(อะ-ชาต-สัต-ตรู) ผู้ เป็นหลานให้ยกกาลังมาช่วย แต่เสด็จไปถึงกรุงราชคฤห์เป็นเวลาท่ีประตู เมืองปิด ไม่สามารถเขา้ เมอื งได้ต้องประทับค้างคืนทป่ี ระตูเมือง ประกอบกับ เสด็จมาไกลทั้งมีพระชนมายุมาก (๘๐ พรรษา) แล้ว จึงส้ินพระชนม์อยู่ท่ี หน้าประตูเมืองนั่นเอง รุ่งเช้าพระเจ้า อชาตศัตรู(อะ-ชาต-สัต-ตรู) ทรง ทราบและเสด็จมาพบเข้าจึงทรงรับสั่งให้นาพระศพเข้าไปบาเพ็ญพระราช กุศลในเมอื งอยา่ งสมพระเกียรติ
หลักธรรมท่คี วรเอำเป็นแบบอยำ่ ง ของพระเจำ้ ปเสนทิโกศล ๑. ทรงเป็นผู้ที่ใฝ่เรียนใฝ่รู้ กล่าวคือ ในสมัยทรงเป็นพระราชกุมารทรงสนพระทัยในการศึกษามาก ทรงฉลาดและมีไหวพรบิ เมื่อทรงศึกษาจบสามารถแสดงศิลปวิทยาท่ีได้ทรงศึกษามาจนเป็นที่พอพระทัย ของพระบิดาต่อมาก็ทรงได้รับการอภิเษกให้เป็นพระราชาตั้งแต่บิดายังมียังมีประชนม์อยู่ ๒. ทรงเป็นผู้ที่หนักแน่นในเหตุผล คือ ทรงเช่ือฟังผู้ท่ีมีเหตุผลดีกว่า เม่ือทรงตัดสินพระทัยผิดใน บางครัง้ ไดร้ บั การทกั ทว้ งจากพระนางมัลลกิ าหรอื พระพุทธเจา้ กท็ รงเชื่อฟังและปฏิบตั ติ าม ๓. ทรงเป็นผู้ไม่ถือตน แม้จะทรงเป็นถึงพระมหากษัตริย์ปกครองแคว้นท่ีเป็นมหาอานาจแต่ก็ทรง ปฏิบัติพระองค์คล้าย ๆ กับสามัญชน เสด็จไปท่ีใดอย่างธรรมดาไม่มีพิธีรีตอง จึงทราบความเป็นอยู่ ของราษฎร และความเป็นไปในราชอาณาจักร ๔. ทรงมีศรัทธำในพระรัตนตรัยอยำ่ งมัน่ คง โดยทรงมีความเล่ือมใสในพระรัตนตรัยทรงเอาพระทัย ใส่และใหค้ วามอุปถัมภ์บารุงพระพุทธเจ้า พระภิกษุสงฆ์ พระภิกษุณี และเหล่าสามเณรสามเณรี เป็น อยา่ งดตี ลอดพระชนม์ชีพ
Search
Read the Text Version
- 1 - 5
Pages: