Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โครงสร้างหลักสูตรวิชาสังคม

โครงสร้างหลักสูตรวิชาสังคม

Published by sbut7279, 2020-05-10 23:23:40

Description: โครงสร้างหลักสูตรวิชาสังคม

Search

Read the Text Version

~ 35 ~ ท่ี หวั เร่อื ง ตัวชว้ี ัด เน้ือหา จํานวน (ชั่วโมง) ศาสนามาปฏิบัติใน คนดใี นศาสนาพุทธคอื ชีวติ ประจาํ วันมาใชให เบญจศลี เบญจธรรม พรหมวหิ าร เหมาะสมกบั วถิ ีชวี ติ ของ ธรรมท่ีทําใหงาม ตนเอง ศาสนาคริสต ศาสนาอสิ ลาม ศาสนาฮนิ ดู 4.2 กรณตี วั อยางบุคคลตัวอยา งใน แตล ะศาสนา 5. มีความรู ความเขา ใจใน 5. วัฒนธรรมประเพณีในประเทศ 20 วฒั นธรรมประเพณีของ ไทยและประเทศในเอเชีย ประเทศไทยและประเทศใน - ภาษา เอเชีย - การแตง กาย - อาหาร - ประเพณี ฯลฯ 6. ตระหนกั ถึงความสําคัญ 6. การอนรุ กั ษ และสืบสาน ในวัฒนธรรมประเพณขี อง วฒั นธรรมประเพณี ของประเทศ ประเทศไทยและประเทศใน ไทย และประเทศในเอเชีย(กรณี เอเชีย ตัวอยาง) 7. มสี วนรวมในการปฏิบตั ิ 7. การประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ น เพอื่ การ ตนตามวฒั นธรรมประเพณี อนรุ ักษ และสืบสาน วฒั นธรรม ของสงั คมไทย ประเพณขี องประเทศไทยและ ประเทศในเอเชยี 8. ประพฤตติ นตามคานิยม 8. คานิยมทพี่ งึ ประสงคของ จริยธรรมทพี่ ึงประสงคของ ประเทศไทยและประเทศตา งๆใน สงั คมไทย เอเชีย

~ 36 ~ ท่ี หวั เรอื่ ง ตวั ชี้วัด เนอ้ื หา จาํ นวน 2 หนา ที่พลเมือง (ชัว่ โมง) 1.รแู ละเขาใจความสําคัญของ 1.1 ความเปน มา หลกั การ 20 รฐั ธรรมนูญแหง เจตนารมณของรัฐธรรมนญู 20 ราชอาณาจักรไทย 1.2 โครงสราง และสาระสาํ คัญ ของรัฐธรรมนญู 1. 3 การปฏิรูปการเมอื ง และ จุดเดน ของรฐั ธรรมนูญทเี่ กย่ี วกับ สิทธเิ สรีภาพหนา ที่ของประชาชน 2. รแู ละเขาใจหลักคณุ ธรรม 2. หลักการอยูรว มกนั ตามวถิ ีทาง จรยิ ธรรมของการอยรู วมกนั ประชาธิปไตยบนพืน้ ฐานของ คุณธรรมจรยิ ธรรม 3. มีสว นรวมทางการเมอื ง 3.สถานการณ และการมสี ว นรว ม การปกครองตามระบอบ ทางการเมอื งการปกครองตาม ระบอบประชาธปิ ไตยอันมี ประชาธิปไตยอนั มี พระมหากษตั ริยเปน ประมุข พระมหากษตั รยิ เปนประมุข 4. รูและเขา ใจหลกั สิทธมิ นุษยชน 4.หลักสิทธมิ นุษยชน 5. การมีสวนรว มในการ 5. การมีสวนรวมในการคุมครอง คมุ ครองปกปอ งตนเอง และ ตนเอง และผูอ่ืนตามหลักสิทธิ ผูอนื่ ตามหลกั สทิ ธมิ นุษยชน มนุษยชน 6. ตระหนักถึงประโยชนของ 6.ประโยชนของการมีสวนรวมใน การคมุ ครองฯ (ยกตัวอยาง) การมีสวนรว มในการ คุม ครองปกปองตนเอง และ ผอู น่ื ตามหลักสิทธิมนษุ ยชน

~ 37 ~ คําอธบิ ายรายวิชา สค21003 การพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สงั คม จํานวน 1 หนว ยกติ ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน มาตรฐานการเรยี นรรู ะดบั มคี วามรู ความเขาใจ หลกั การพฒั นาชุมชน สงั คม สามารถวิเคราะห ขอมูล และกําหนดแนวทางการ พฒั นาตนเอง ครอบครวั ชุมชน สังคม ใหสอดคลอ งกับสภาพการเปลย่ี นแปลงของเหตุการณปจจบุ นั ศกึ ษาและฝกทกั ษะเก่ยี วกบั เรือ่ งดังตอ ไปนี้ 1. ความหมาย ความสาํ คญั ของขอ มูล ประโยชนของขอ มลู ตนเอง ชมุ ชน สงั คม 2. เทคนิคและวิธีการจัดเก็บขอ มูล เชน การจัดเวทปี ระชาคม การสํารวจขอมูลการประชาพิจารณ โดยใชแบบสอบถาม การสืบคนขอมูลจากแหลง ตา งๆ ฯลฯ 3. การวิเคราะหข อมูลเพอื่ การจดั ทําแผนพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สงั คม 4. การจัดทาํ แผนพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคมและการนาํ ไปใชในชีวติ ประจาํ วนั การจัดประสบการณการเรยี นรู จัดใหผูเรียนฝก ทักษะจากการปฏิบัติจริงการเก็บขอ มูล การวิเคราะหขอ มูล การจัดทําแผนพัฒนา ตนเอง ชุมชน สังคม โดยการเขารวมสังเกตการณในสถานการณจริง หรือจาการสรางสถานการณจําลอง จดั ทําเวทีประชาคม และการศึกษาดูงาน เปรยี บเทียบการจัดทําแผนพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม ระหวางกลุม ระหวา งชุมชน การวดั และประเมินผล ประเมินจากผลงาน และการมสี ว นรว มในการจดั ทําแผนพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม

~ 38 ~ รายละเอยี ดคําอธบิ ายรายวชิ า สค21003 การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม จาํ นวน 1 หนวยกติ ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน มาตรฐานการเรียนรรู ะดบั มคี วามรู ความเขา ใจ หลักการพัฒนาชุมชน สังคม สามารถวเิ คราะห ขอมูล และกําหนดแนวทางการ พัฒนา ตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม ใหสอดคลองกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณป จ จุบนั ที่ หัวเรอื่ ง ตวั ชวี้ ดั เนื้อหา จาํ นวน (ชัว่ โมง) 1. พฒั นาชุมชน สังคม 1. มีความรู ความเขาใจ 1.หลกั การพฒั นาตนเอง ชุมชน 20 หลกั การพัฒนา ชมุ ชน สังคม สงั คม 2. มคี วามรู ความเขาใจ และ 2. ความหมาย ความสําคัญ เหน็ ความสําคัญของขอมูล ประโยชน ของขอมลู ดา น ตนเอง ครอบครวั ชุมชน - ภูมิศาสตร สังคม - ประวตั ิศาสตร - เศรษฐศาสตร - การเมอื ง การปกครอง - ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี - หนาท่พี ลเมอื ง - ทรัพยากร สงิ่ แวดลอม - สาธารณสุข - การศกึ ษา 3.วิเคราะหและอธิบายขอ มลู 3. วิธีการจดั เกบ็ วเิ คราะหข อ มูล ดว ยวิธีการทห่ี ลากหลาย และ เผยแพรข อ มลู 4. เกดิ ความตระหนกั และมี 4. การมีสวนรว มในการวางแผน พฒั นาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สวนรวมในการจัดทาํ แผนพฒั นาชมุ ชน สังคม สงั คม 5. กําหนดแนวทางการพัฒนา 5.1 เทคนิคการมีสวนรว มในการ 20 ตนเองครอบครัว ชุมชน จดั ทาํ แผน เชน สงั คม - การจัดทําเวทีประชาคม

~ 39 ~ ท่ี หวั เรอ่ื ง ตวั ช้วี ดั เนอื้ หา จํานวน (ช่ัวโมง) - การประชุมกลุม ยอย - การสัมมนา - การสาํ รวจประชามติ - การประชาพิจารณ ฯลฯ 5.2 การจดั ทําแผน -ทิศทาง นโยบาย - โครงการ - ผรู ับผิดชอบ - จดั ลําดับความสําคญั ฯลฯ 5.3 การเผยแพรสกู ารปฏบิ ัติ - การเขียนรายงาน - การเขยี นโครงงาน ฯลฯ 6. นําศักยภาพ ของประเทศ 6. การพฒั นาอาชพี ในชุมชนและ ไทยใน 5 ดานมาเชือ่ มโยงสู สังคม - อาเซียนกบั การพฒั นาอาชพี งานอาชีพ - จุดเดนของประเทศไทยในการ ผลกั ดันเศรษฐกิจสรางสรรค - ศกั ยภาพประเทศไทยกบั การ พฒั นาอาชีพ

~ 40 ~ คาํ อธิบายรายวิชา และ รายละเอียดคาํ อธบิ ายรายวิชาบังคับ ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

~ 41 ~ คําอธิบายรายวิชา สค31001 สงั คมศึกษาจํานวน 3 หนว ยกิต ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย มาตรฐานการเรยี นรูร ะดบั มีความรู ความเขาใจ ตระหนักเกี่ยวกบั ภมู ิศาสตร ประวัตศิ าสตร เศรษฐศาสตร การเมืองการปกครอง ในโลกและนาํ มาปรบั ใชใ นการดําเนินชวี ิตเพือ่ ความมัน่ คงของชาติ ศกึ ษาและฝก ทกั ษะเกีย่ วกบั เร่ืองดงั ตอ ไปน้ี 1. สภาพภมู ิศาสตรกายภาพ ของประเทศตางๆ ในทวีปยโุ รป ทวปี ออสเตรเลยี ทวีปแอฟริกา ทวปี อเมรกิ า และปรากฏการณท างธรรมชาติที่สาํ คญั ๆ 2. การแบงยคุ สมยั ทางประวตั ิศาสตร แหลงอารยะธรรมโลก บุคคลสาํ คัญของโลก เหตุการณสําคัญ ของโลกทมี่ ีผลตอปจ จบุ นั 3. ระบบเศรษฐกจิ สถาบนั การเงนิ และการเงินการคลังของประเทศไทย ระบบเศรษฐกจิ ระหวา ง ประเทศ และการรวมกลุม ทางเศรษฐกจิ ของประเทศตางๆ 4. การพฒั นาการ การเมือง การปกครอง ของประเทศไทย และเหตุการณส ําคัญทางการเมอื งการ ปกครองของโลกท่ีสงผลกระทบตอ ประเทศไทย การจัดประสบการณก ารเรยี นรู 1. จดั ใหมีการสาํ รวจสภาพภูมศิ าสตรกายภาพประวัตศิ าสตร เศรษฐศาสตร การเมอื ง การปกครอง ของชมุ ชน จดั กลุมอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู สืบคนขอมูลทางกายภาพ จากแหลงเรยี นรูภูมิ ปญ ญา แผนที่ Website ฯลฯ และสรปุ ผลการเรยี นรู นําเสนอในรปู แบบตางๆ 2. จัดใหมีการศึกษาจากสอ่ื การเรยี นรู เชนเอกสารตําราCDแหลง การเรยี นรู ภมู ปิ ญญาสถานทส่ี าํ คัญ 3. จัดใหมกี ารสืบคนรวบรวมขอมูล โดยวธิ ีการตางๆ เชน การศึกษาดงู าน การเกบ็ ขอมลู จากองคก ร ฟงการบรรยายจากผูร ู จัดกลุมอภิปราย การวเิ คราะห เสนอแนวคดิ ทางเลอื ก 4. จัดกิจกรรมการศึกษาจากสภาพจรงิ การเลาประสบการณ การแลกเปลี่ยนเรียนรู การคนควาจาก ผรู ู แหลงการเรียนรู สอื่ เทคโนโลยี สื่อเอกสาร การจําลองเหตุการณ การอภปิ ราย การวิเคราะห สรุปผลการเรยี นรู และนาํ เสนอ ในรปู แบบทีห่ ลากหลาย การวัดและประเมนิ ผล ประเมินจากการทดสอบ การสังเกต การประเมินการมีสว นรวมในการทํากิจกรรมและการตรวจ ผลงาน ฯลฯ

~ 42 ~ รายละเอียดคาํ อธิบายรายวชิ า สค 31001 สังคมศึกษา จาํ นวน 3 หนวยกิต ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มาตรฐานการเรยี นรูระดบั มคี วามรู ความเขา ใจ ตระหนกั เกี่ยวกับภมู ศิ าสตร ประวัตศิ าสตร เศรษฐศาสตร การเมอื งการปกครอง ในโลกและนํามาปรบั ใชในการดําเนนิ ชีวิตเพอ่ื ความมั่นคงของชาติ ที่ หัวเรอ่ื ง ตัวช้ีวดั เนอ้ื หา จาํ นวน (ชั่วโมง) 1. ภูมศิ าสตรกายภาพ 1. มคี วามรู ความเขาใจ 1. สภาพภมู ิศาสตรก ายภาพของ 15 เกย่ี วกบั สภาพทางภูมิศาสตร ประเทศไทยกับทวีปเอเชีย กายภาพของประเทศไทยกับ ทวปี ยโุ รป ทวปี ออสเตรเลีย ทวปี ตา งๆ ทวีปแอฟริกา ทวีปอเมรกิ า 2. เปรียบเทียบสภาพ 2. การเปรียบเทยี บสภาพ ภูมิศาสตรกายภาพของ ภูมศิ าสตรก ายภาพของประเทศ ประเทศไทยกับทวีป ไทยกับประเทศตางในในทวีป ตางๆ ตา งๆ 3. มคี วามรู ความเขา ใจ ใน 3. สาเหตุและลกั ษณะการเกดิ ปรากฏการณท างธรรมชาติที่ ปรากฏการณท างธรรมชาติท่ี เกดิ ขน้ึ ในโลก สาํ คัญๆ รวมทั้งการปอ งกนั อนั ตรายเมอื่ เกดิ - พายุชนดิ ตางๆ - นาํ้ ทวม - แผน ดินไหว - ภเู ขาไฟระเบดิ - ภาวะโลกรอ น ปรากฏการณ เรือนกระจก - อ่นื ๆ 4. มีทกั ษะการใชเคร่ืองมือ 4. วธิ ีใชเ คร่ืองมอื ทางภูมิศาสตร ทางภมู ศิ าสตรท ส่ี าํ คัญๆ - แผนที่ - ลูกโลก - Website

~ 43 ~ ที่ หัวเรอ่ื ง ตวั ชีว้ ดั เนอ้ื หา จาํ นวน (ชัว่ โมง) - อืน่ ๆ 5.รวู ิธีปอ งกันตนเองให 5.วิธปี องกันตนเองจากภยั ปลอดภยั เมอื่ เกิดภัยจาก ธรรมชาติ ปรากฏการณธรรมชาติ 6. สามารถวิเคราะห 6. ปญ หาการทําลาย 15 แนวโนม และวกิ ฤต ทรัพยากรธรรมชาติ และ สง่ิ แวดลอมท่เี กดิ จากการ สง่ิ แวดลอม กระทําของมนุษย 7. มคี วามรู ความเขาใจใน 7. การวเิ คราะหส าเหตกุ ารเกิด การใชนวตั กรรม และ ปญ หา และสภาพการทําลาย เทคโนโลยดี า นสิ่งแวดลอม ทรัพยากรธรรมชาติ และ เพอ่ื พัฒนารพั ยากรธรรมชาติ สิง่ แวดลอ มที่เกดิ จากการกระทํา และส่ิงแวดลอมทย่ี ง่ั ยนื ของมนุษย ในสภาพปจจบุ ัน และ แนวโนม ในอนาคต - ปาไม - ภูเขา - แมน าํ้ ลาํ คลองหนองบึง ทะเล - ดนิ - สตั วปา สตั วนํ้า - แรธาตุ - มลพษิ ทางอากาศ - ปรากฏการณเ รอื นกระจก - อน่ื ๆ - การปอ งกนั การพังทลายของดนิ - การพฒั นาดนิ ใหอ ุดม สมบรู ณ เชน การปลกู ปา การปลูก หญา แฝก ฯลฯ 4. ความเขมแข็งของภาค ประชาชนในการแกปญ หาการ

~ 44 ~ ที่ หวั เร่ือง ตวั ชี้วัด เนื้อหา จํานวน 2 ประวัตศิ าสตร (ช่ัวโมง) 1. อธบิ ายเหตุการณส ําคัญ ทาํ ลายทรัพยากรธรรมชาติ และ 3 เศรษฐศาสตร ทางประวัติศาสตรข อง สิง่ แวดลอ ม (กรณีตัวอยา ง) 30 ประเทศตา งๆ ในโลกได 1. การแบงชวงเวลา และยุคสมัย 2. วเิ คราะห และเปรยี บเทียบ ทางประวตั ศิ าสตร 40 เหตกุ ารณสาํ คญั ทาง ประวตั ิศาสตรของแตล ะ 2. แหลงอารยธรรมโลก ประเทศในโลก ทม่ี ี - จีน ผลกระทบตอ ความ - อนิ เดยี เปลยี่ นแปลงของประเทศ - อยี ปิ ต ตา งๆ ในโลก - เมโสโปเตเมีย 3. วิเคราะหเหตุการณโ ลก - กรีก ปจ จบุ นั และคาดคะเน - โรมัน เหตกุ ารณท ี่อาจจะเกิดขึ้นกบั ประเทศตางๆในอนาคตได 3. ประวัติชาตไิ ทย - ธนบุรี 1. วเิ คราะหป ญ หาและ -รัตนโกสนิ ทร แนวโนมทางเศรษฐกจิ ของ - ลักษณะการเปลย่ี นแปลง ประเทศไทยได การปกครอง 2. เสนอแนวทางการ - เหตุการณปจจุบันท่ีมีผล แ ก ป ญ ห า ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ของประเทศไทยใน ตอเน่ืองมาจากประวัติศาสตร ป จ จุ บั น ไทย และประเทศตางๆ ในโลก ท่ีสงผลถึงอนาคต 1.1 ระบบเศรษฐกจิ ของประเทศ ไทย 1.2 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแหงชาติ 2. ปญ หาเศรษฐกิจของไทยใน ปจจุบัน

~ 45 ~ ที่ หัวเรอ่ื ง ตวั ช้วี ดั เน้อื หา จาํ นวน (ชว่ั โมง) 3. รูและเขาใจ ตระหนกั ใน 3. ความสําคญั และความจําเปนใน ความสําคญั ของการรวมกลุม การรว มมือทางเศรษฐกจิ กบั เศรษฐกจิ ระหวางประเทศ ประเทศตางๆ และประเทศตางๆ ในโลก 4. รูและเขาใจ ในระบบ 4. ระบบเศรษฐกิจในโลก เศรษฐกิจแบบตา งๆ ในโลก 5. รูและเขาใจความสมั พันธ 5. ความสัมพันธและผลกระทบ และผลกระทบทางเศรษฐกจิ ทางเศรษฐกิจระหวา งประเทศ กับ ระหวา งประเทศของประเทศ ภมู ภิ าคตางๆ ทั่วโลก ไทยกบั กลมุ เศรษฐกิจของ ประเทศตา งๆ ในภมู ภิ าค ใน โลก 6. วเิ คราะหค วามสาํ คญั ของ 6. รปู แบบของระบบเศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกจิ และการเลือก และวิธกี ารเลอื กจัดกิจกรรมทาง จัดกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ของ เศรษฐกจิ ประเทศตางๆ ในโลก และ ผลกระทบ 7. เขาใจในเร่อื งกลไกราคา 7.1 กลไกราคากบั ระบบเศรษฐกิจ กบั ระบบเศรษฐกิจ ในปจ จุบนั 7.2 การแทรกแซงกลไกราคาของ รฐั บาลในการสงเสรมิ และแกไ ข ระบบเศรษฐกิจ 8. รูและเขาใจในเรอื่ งการเงนิ 8. ความหมาย ความสาํ คญั ของเงนิ การคลงั และการธนาคาร ประเภท สถาบนั การเงนิ และ สถาบันทางการเงนิ 9. รแู ละเขา ใจในระบบของ 9. การธนาคาร การ - ระบบของธนาคาร ธนาคาร - ประเภทของธนาคาร - บทบาทหนาที่ของธนาคารแหง

~ 46 ~ ที่ หัวเรือ่ ง ตัวชี้วัด เนือ้ หา จาํ นวน 4 การเมืองการปกครอง (ชัว่ โมง) ประเทศไทย (ธนาคารกลาง) 10. ตระหนกั ในความสําคญั 10. การคลัง รายไดป ระชาชาติ ของเงิน และสถาบนั การเงนิ - รายไดของรฐั บาล และการ จัดทํางบประมาณแผนดนิ - ภาษีกบั การพัฒนาประเทศ - ดลุ การคา - ดุลการชําระเงิน 11.วิเคราะหผ ลกระทบจาก 11. ปญหาเศรษฐกิจในประเทศ ปญหาทางเศรษฐกจิ ในเรอื่ ง ไทย ประเทศตา งๆในภูมิภาคตางๆ การเงนิ การคลังของประเทศ ของโลก ไทย และสังคมโลก 12. รแู ละเขาใจเร่ือง 12.1แผนพฒั นาเศรษฐกิจ และ แผนพฒั นา เศรษฐกิจและ สังคมแหง ชาติ ฉบับปจ จุบัน สงั คมแหงชาติ 12.2 ผลของการใชแ ผนพฒั นา เศรษฐกิจ และสงั คมแหงชาติ 1. รแู ละเขาใจ ระบอบ 1.การปกครองระบอบ 20 การเมืองการปกครองตา งๆ ที่ ประชาธปิ ไตย ใชอ ยูป จจุบนั 2. ตระหนักและเหน็ คุณคา 2.1 การปกครองระบอบเผด็จการ การปกครองระบอบ 2.2 พฒั นาการของระบอบ ประชาธปิ ไตย ประชาธปิ ไตยของประเทศตางๆ ในโลก 3. รแู ละเขาใจ ผลที่เกิดจาก 3.เหตกุ ารณสาํ คญั ทางการเมือง การเปลย่ี นแปลงทาง การปกครอง ของประเทศไทย การเมืองการปกครอง ของ ประเทศไทยจากอดีต 4. รแู ละเขาใจผลท่ีเกิดจาก 4. เหตุการณสําคญั ทางการเมอื ง การเปลยี่ นแปลงการเมืองการ การปกครอง ของโลกท่ีสง ผล ปกครองของโลก กระทบตอประเทศไทย

~ 47 ~ ที่ หัวเรื่อง ตวั ช้วี ดั เนอ้ื หา จาํ นวน (ชัว่ โมง) 5. ตระหนกั และเหน็ คณุ คา 5.1 หลกั ธรรมาภบิ าล ของหลักธรรมาภบิ าล และ - นิตธิ รรม นาํ ไปปฏิบตั ิในชวี ติ จริง - คุณธรรม - ความโปรงใส - ความคุมคา - รบั ผิดชอบ - ความรวมมอื 5.2 แนวทางปฏบิ ัตติ าม หลักธรรมาภบิ าล

~ 48 ~ คาํ อธิบายรายวิชา สค31002 ศาสนาและหนาที่พลเมือง จาํ นวน 2 หนว ยกติ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย มาตรฐานการเรยี นรรู ะดับ 1. มคี วามรู ความเขาใจ เห็นคุณคา และสืบทอดศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี ของประเทศในสงั คมโลก 2. มีความรู ความเขาใจ ดาํ เนินชีวติ ตามวถิ ีประชาธปิ ไตย กฎระเบียบของประเทศตางๆในโลก ศกึ ษาและฝกทักษะเก่ยี วกบั เรื่องดังตอ ไปน้ี 1. หลักธรรมสาํ คัญของแตล ะศาสนา และการปฏิบตั ิตนใหอยูรว มกนั อยา งสนั ติสุข 2. วิธีฝกปฏิบัติพฒั นาจิตในแตล ะศาสนา 3. วฒั นธรรมประเพณีในประเทศไทย และประเทศตา ง ๆ ในโลก 4. การสืบทอดทางวฒั นธรรม และประเพณีดงี ามของไทย 5. คานยิ มทพ่ี ึงประสงค 6. แนวทางการปอ งกัน และการแกป ญหาพฤติกรรมทไ่ี มพงึ ประสงคของสงั คมไทย 7. บทบญั ญัติของรฐั ธรรมนูญท่ีมผี ลตอ การเปล่ียนแปลงทางสังคมและมีผลตอฐานะของประเทศใน สังคมโลก 8. ที่มาและบทบาทหนา ท่ี ขององคกรตามรัฐธรรมนูญ 9. การปฏบิ ัติตนใหส อดคลองตามบทบัญญัตขิ องรัฐธรรมนูญและสนับสนุนสง เสรมิ ใหผ ูอ่ืนปฏบิ ตั ิ 10. การมีสว นรว มทางการเมอื งการปกครอง เพอื่ ใหเ กิดประโยชนต อสังคมไทย และสังคมโลก 11. สทิ ธิมนษุ ยชน และกฎหมายระหวา งประเทศท่วี า ดว ยการคมุ ครองสิทธดิ านบคุ คล การจดั ประสบการณก ารเรียนรู จดั ใหมีกิจกรรมการศกึ ษาหาความรูจ ากส่อื เอกสาร สื่อเทคโนโลยี ภูมปิ ญญา องคกร สถาบัน การฝก ปฏิบตั ิ รวมกิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี การจัดกลุมอภปิ ราย การวิเคราะห การศกึ ษาดูงาน และ การสรุปผลการเรียนรพู รอมนําเสนอดว ยวิธีที่หลากหลาย การวัดและประเมินผล ประเมนิ จากการทดสอบ การสังเกต การประเมินการมสี วนรวมในการทํากิจกรรมและการตรวจ ผลงาน ฯลฯ

~ 49 ~ รายละเอยี ดคําอธิบายรายวชิ า สค31002 ศาสนาและหนา ท่ีพลเมอื ง จาํ นวน 2 หนวยกิต ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย มาตรฐานการเรยี นรรู ะดบั 1. มคี วามรู ความเขา ใจ เห็นคุณคา และสืบทอดศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี ของประเทศในสังคมโลก 2. มีความรู ความเขาใจ ดาํ เนนิ ชีวติ ตามวิถีประชาธิปไตย กฎระเบยี บของประเทศตางๆในโลก ท่ี หวั เร่ือง ตวั ช้ีวดั เนอ้ื หา จํานวน (ชั่วโมง) 1. ศาสนา วฒั นธรรม 1. มคี วามรู ความเขา ใจ 1. ศาสนาตางๆ 20 ประเพณี ศาสนาที่สําคัญๆ ในโลก - กาํ เนดิ ศาสนาตางๆ - ศาสดาของศาสนาตา งๆ 2. มีความรู ความเขาใจ ใน 2. หลกั ธรรมสําคญั ของศาสนา หลกั ธรรมสําคัญของแตละ ตา งๆ ศาสนา - การเผยแพรศ าสนาตา งๆ - ความขดั แยง ในศาสนาตา งๆ ซ่ึงกอ ใหเกดิ ผลเสียในสงั คม (กรณตี วั อยา ง) 3. เหน็ ความสําคญั ในการอยู 3.การปฏิบตั ติ นใหอ ยรู ว มกนั อยา ง รวมกับศาสนาอน่ื อยา ง สนั ตสิ ขุ สันตสิ ขุ 4. ประพฤติปฏิบัตติ นทีส่ งผล 4. วิธีฝกปฏบิ ัติพัฒนาจติ ในแตล ะ ใหสามารถอยรู วมกับศาสนา ศาสนา อืน่ อยา งสนั ตสิ ขุ 5. ฝกปฏบิ ัตพิ ฒั นาจติ เพ่ือให 5. การพฒั นาสตปิ ญญาในการ สามารถพัฒนาตนเองใหม ี แกปญ หาตา งๆ และการพฒั นา สติปญ ญาในการแกปญ หา ตนเองครอบครวั ชมุ ชน สังคม ตา งๆ และพัฒนาตนเอง (กรณีตัวอยาง) ครอบครัว สงั คม ชุมชน 6. มีความรู ความเขาใจใน 6. วฒั นธรรมประเพณีในประเทศ 20 วฒั นธรรมประเพณีของ ไทยและประเทศตา ง ๆ ในโลก ประเทศไทยและประเทศ - ภาษา

~ 50 ~ ที่ หัวเรอ่ื ง ตัวชวี้ ัด เนื้อหา จาํ นวน (ชวั่ โมง) ตางๆในโลก - การแตง กาย - อาหาร - ประเพณที ่สี าํ คญั ๆ ฯลฯ 7. ตระหนักถึงความสาํ คญั 7. การอนรุ ักษ และสืบทอด ในวัฒนธรรมประเพณขี อง วฒั นธรรมประเพณี ประเทศไทย และประเทศ (กรณตี ัวอยา ง) ตา ง ๆ ในโลก 8. มีสว นรวมสบื ทอด 8.ขอ ปฏิบตั ิในการมสี ว นรวม สบื วฒั นธรรมประเพณีไทย ทอด ประพฤตปิ ฏิบัติตนเปน แบบอยางในการอนรุ ักษ วัฒนธรรมประเพณีอนั ดีงามของ สังคมไทย 9. ประพฤติตนเปน แบบอยา ง 9.1 แนวทางในการเลอื กรบั ปรบั ของผูท่มี ีวัฒนธรรมประเพณี ใชวัฒนธรรมตา งชาตไิ ดอ ยาง อันดีงามของสงั คมไทยและ เหมาะสมกับตนเองและสงั คมไทย เลอื กรบั ปรับ ใชวัฒนธรรม (กรณตี วั อยา ง) จากตางชาติไดอยาง 9.2 คา นยิ มทพี่ ึงประสงคข อง เหมาะสมกบั ตนเองและ สงั คมไทย สังคมไทย - ความเอื้อเฟอเผอื่ แผ - การยมิ้ แยม แจมใส - การใหอภยั ฯลฯ 10.ประพฤติปฏิบตั ิตาม 10. คา นยิ มท่ีพึงประสงคข อง คา นิยมทีพ่ งึ ประสงคข อง ประเทศตา งๆ ในโลก สงั คมโลก - การตรงตอเวลา - ความมีระเบียบ ฯลฯ 11. เปนผูนาํ ในการปองกัน 11. วธิ ีปฏบิ ัติในการประพฤติตน และแกไ ขปญ หาพฤติกรรม เปนผนู ํารวมในการปอ งกนั และ

~ 51 ~ ท่ี หัวเรื่อง ตัวชวี้ ัด เน้อื หา จาํ นวน 2. หนา ทพี่ ลเมือง (ชัว่ โมง) ตามคา นยิ มทไี่ มพ งึ ประสงค แกไ ขปญหาพฤติกรรมที่ไมพงึ ของสังคมไทย ประสงคในสงั คมไทย 20 1. รแู ละเขา ใจบทบญั ญัตขิ อง 1. บทบญั ญตั ิของรัฐธรรมนูญท่มี ี รัฐธรรมนญู ผลตอ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม 20 และมีผลตอฐานะของประเทศใน 2. รูและเขาใจบทบาทหนาที่ สงั คมโลก ขององคก รตามรฐั ธรรมนูญ 2. บทบาทหนาที่องคก รตาม และการตรวจสอบอํานาจรฐั รัฐธรรมนูญและการตรวจสอบ 3. อธิบายความเปน มา และ การใชอ าํ นาจรัฐ การเปลีย่ นแปลงของ 3. ความเปน มา และการ รฐั ธรรมนูญ เปลีย่ นแปลงของรัฐธรรมนูญ 4. บอกวิธีปฏบิ ัติตนตาม รฐั ธรรมนญู และกฎหมาย 4.1 รัฐธรรมนญู และกฎหมายอน่ื ๆ 4.2 การปฏบิ ตั ติ นใหสอดคลอง 5. รแู ละเขา ใจหลกั สิทธิ ตามบทบัญญตั ิของรฐั ธรรมนญู มนุษยชน และการสนบั สนนุ สงเสริมใหผ ูอน่ื ปฏบิ ัติ 6. อธิบายหลักสิทธมิ นษุ ยชน 5. หลักสทิ ธมิ นษุ ยชนและบทบาท ใหผูอ ืน่ ได หนา ท่ีความรับผิดชอบของ 7. ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั สทิ ธิ คณะกรรมการสิทธ์ิ มนุษยชน 6. กฎหมายระหวางประเทศที่วา ดวยการคมุ ครองสิทธดิ านบุคคล 7. การปฏิบัติตามหลกั สิทธิ มนษุ ยชน

~ 52 ~ คําอธิบายรายวชิ า สค31003 การพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สังคม จํานวน 1 หนวยกติ ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย มาตรฐานการเรยี นรรู ะดบั มคี วามรู ความเขา ใจ หลักการพัฒนา ชุมชน สงั คม สามารถวิเคราะหข อ มูลและเปน ผูน ําผตู ามในการ พัฒนาตนเอง ครอบครวั ชุมชน สงั คม.ใหสอดคลองกับสภาพการเปลยี่ นแปลงของเหตกุ ารณปจจุบัน ศกึ ษาและฝกทกั ษะเกย่ี วกบั เรือ่ งดงั ตอไปน้ี 1. ความหมาย ความสาํ คญั ของขอ มลู ประโยชนข องขอมูลตนเอง ชุมชน สังคม 2. เทคนิคและวิธีการจดั เกบ็ ขอ มูล เชน การจัดเวทีประชาคม การสาํ รวจขอมูลโดยใชแบบสอบถาม การสบื คนขอมูลจากแหลงตา งๆ ฯลฯ 3. การวเิ คราะหข อ มูลเพื่อการจดั ทาํ แผนพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม 4. การจัดทําแผนพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม และการนาํ ไปใช 5. ความหมายความสําคัญที่มาและบทบาทหนา ที่ของผนู ํา ผูตามชุมชนดานการจัดทาํ แผนพัฒนา ตนเอง ชมุ ชน สงั คม 6. การเปน ผนู าํ ผตู ามในการขับเคลอื่ นแผนพฒั นาตนอง ชุมชน สังคม สกู ารปฏบิ ตั ิ การจดั ประสบการณการเรียนรู จัดใหผ ูเรียนศกึ ษาจากการปฏิบัติจริง เขารวมสังเกตการณ ศกึ ษากรณีตัวอยา งในชุมชน และผูนํา ชุมชน สรา งสถานการณจาํ ลอง จดั ทําเวทีประชาคม และการศกึ ษาดงู าน เปรยี บเทยี บการจัดทาํ แผนพัฒนา ตนเอง ชุมชน/สงั คม ระหวางกลุม ระหวางชมุ ชน ฝก ทกั ษะการเปนผนู ํา / ผตู ามในการขบั เคลื่อนแผนพัฒนาสู การปฏบิ ัติ การวดั และประเมนิ ผล ประเมนิ จากผลงาน และการมสี ว นรวมในการจัดทาํ แผนและการขับเคลื่อนแผนพัฒนาสูการปฏบิ ัติ

~ 53 ~ รายละเอียดคาํ อธบิ ายรายวชิ า สค31003 การพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม จาํ นวน 1 หนว ยกติ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย มาตรฐานการเรยี นรรู ะดับ มคี วามรู ความเขาใจ หลักการพัฒนา ชุมชน สังคม สามารถวิเคราะหข อ มลู และเปนผูนาํ ผตู ามในการ พัฒนาตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน สังคม.ใหสอดคลอ งกบั สภาพการเปลยี่ นแปลงของเหตกุ ารณป จ จุบนั ที่ หวั เร่อื ง ตัวชว้ี ดั เนื้อหา จาํ นวน (ชวั่ โมง) 1. พัฒนาตนเอง ชมุ ชน 1. มคี วามรู ความเขา ใจ 1. หลกั การพัฒนาตนเอง ชุมชน 20 สังคม หลักการพัฒนาตนเอง ชุมชน สงั คม สังคม 2. มคี วามรู ความเขา ใจ และ 2. ความหมาย ความสาํ คัญ เห็นความสาํ คัญของขอ มูล ประโยชน ของขอมูลดา น ตนเอง ครอบครวั ชุมชน - ภมู ศิ าสตร สังคม - ประวตั ศิ าสตร - เศรษฐศาสตร - การเมอื ง การปกครอง - ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี - หนาท่พี ลเมือง - ทรพั ยากร ส่งิ แวดลอ ม - สาธารณสขุ - การศึกษา 3. วเิ คราะหแ ละอธิบายขอ มลู 3. วธิ ีการจดั เกบ็ วิเคราะหขอมูล ดวยวิธกี ารท่ีหลากหลาย และ เผยแพรขอ มลู 4. เกิดความตระหนกั และมี 4. การมีสวนรวมในการวางแผน สวนรวมในการจัดทํา พัฒนาตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน แผนพัฒนาชมุ ชน สังคม สังคม 5. สามารถกําหนดแนว 5.1 เทคนคิ การมีสว นรว มในการ 20 ทางการพัฒนาตนเอง จัดทําแผน เชน

~ 54 ~ ท่ี หวั เร่อื ง ตัวชีว้ ดั เน้อื หา จํานวน (ชวั่ โมง) ครอบครัว ชมุ ชน สังคม - การจัดทาํ เวทีประชาคม - การประชุมกลมุ ยอย - การสัมมนา - การสาํ รวจประชามติ - การประชาพิจารณ ฯลฯ 5.2 การจัดทาํ แผน -ทิศทาง นโยบาย - โครงการ - ผูร ับผดิ ชอบ - จดั ลําดบั ความสาํ คญั ฯลฯ 5.3 การเผยแพรส กู ารปฏิบัติ - การเขียนรายงาน - การเขียนโครงงาน ฯลฯ 6. รูแ ละเขาใจ บทบาท หนาที่ 6. บทบาท หนา ทข่ี องผนู ํา/สมาชิก ของผูนําชุมชน ที่ดีของชมุ ชน สงั คม 7. เปนผูนํา ผตู ามในการ 7.1 ผูน าํ ผตู ามในการจัด จดั ทําและขับเคลือ่ น แผนพัฒนา ชุมชน สงั คม แผนพัฒนาตนเอง ครอบครวั 7.2 ผูน ํา ผตู ามในการขับเคลอื่ น ชมุ ชนสงั คม แผนพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม

~ 55 ~ ภาคผนวก

~ 56 ~ นยิ ามศพั ทท ่เี กีย่ วขอ ง ผังมโนทัศน (Concept Map) หมายถึง แผนภาพแทนความคิดท่ีแสดงใหเหน็ ถึงความสัมพันธท่ีมี ความหมายระหวางความคิดรวบยอดตาง ๆ โดยอยูในรูปของขอความ ทั้งนี้ขอความอาจเปนฉลาก ความคิดรวบยอดสองอัน หรือมากกวานนั้ ซึ่งมาเช่ือมโยงกันดว ยถอยคาํ ทีแ่ สดงใหเห็นถึงความสัมพนั ธ หรือ ความเก่ียวขอ งระหวางความคดิ รวบยอดนนั้ ๆ Concept Map สามารถอยูในรปู แบบของแผนภูมิใยแมงมุม (Spider chart) แผนภูมิองคกร (Organization chart) หรอื แผนผงั สาย (Flow diagram) คาํ อธิบายรายวิชา หมายถึง ขอมลู รายละเอียดของแตล ะรายวิชา ประกอบดวยมาตรฐานการเรียนรู เนื้อหาสาระ เวลาเรียน รหัสวชิ า ชอ่ื วชิ า จาํ นวนหนว ยกติ ระดับช้นั เพื่อใชเปนกรอบทิศทาง ท่ีผูสอนใชใน การวางแผน และออกแบบการเรยี นการสอน สาระการเรยี นรู หมายถงึ องคค วามรู ทกั ษะกระบวนการ และคณุ ลักษณะสาํ คัญรวมไวในมาตรฐาน การเรยี นรู ซึ่งผเู รยี นตอ งรแู ละปฏบิ ตั ไิ ด จติ สาธารณะ (Public Minded) หมายถงึ บคุ คลท่มี ีจิตสํานึกทางสังคม มคี วามรับผดิ ชอบ และเสยี สละ เพอ่ื สวนรวม เปน คนใจกวางเหน็ แกป ระโยชนผอู ื่น ประโยชนส วนรวม มากกวา ประโยชนสวนตน เวทีประชาคม (Community Stage) หมายถงึ การจัดทาํ เวทีสาธารณะในหมูบ า น/ชุมชน เพ่ือใหป ระชาชน โดยผเู กี่ยวของ หรือ มีสว นไดเสียโดยตรงมีโอกาสไดรบั ทราบขอมลู ในรายละเอียด พรอมแสดงความคดิ เห็น และมสี ว นรวมในการใหข อ มูล ตลอดจนแสดงความเหน็ ตองาน หรือ นโยบายในชมุ ชนของตน เศรษฐกจิ สรา งสรรค (Creative Economy ) หมายถงึ กจิ กรรมการผลติ การใหบริการ อุตสาหกรรม ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปญญา ทรัพยสินทางปญญา ฯลฯ รวมถึงบรรดาสินคาและบริการที่มีการใช “ความสรางสรรค “ ในการผลติ หรือบรกิ าร เพอื่ เพิ่มมูลคา ทางเศรษฐกิจใหก ับสนิ คา และบรกิ ารนนั้ ๆ ตัวอยาง อุตสาหกรรมที่เกี่ยวของกับเศรษฐกิจสรางสรรคในบานเรา เชน อาหารไทย ศิลปะการแสดง แฟช่ัน ซอฟทแ วร วรรณกรรม ดนตรี การแพทยแผนไทย การโฆษณา พพิ ิธภัณฑ งานฝม ือ ฯลฯ ทรัพยสินทางปญ ญา (Intellectual Property) หมายถึงผลงานอันเกิดจากความคิดสรางสรรคของ มนษุ ย จัดเปน ทรัพยสินอีกชนิดหนึง่ นอกเหนอื จากสังหาริมทรัพยซ่ึงเปนทรัพยสินที่สามารถเคลือ่ นยายได เชน รถ โตะ ตเู ย็น เปนตน และอสงั หารมิ ทรพั ยซ่งึ เปนทรพั ยสินที่ไมสามารถเคล่ือนยายได เชน บา น ที่ดิน เปนตน โดยท่ัว ๆ คนไทยสวนมากจะคนุ เคยกบั คําวา “ลิขสิทธ” ซ่ึงใชเรียกทรัพยสนิ ทางปญ ญาทุกประเภท โดยทีถ่ กู ตองแลว ทรัพยส นิ ทางปญ ญาแบง ออกเปน 2 ประเภท คอื ทรัพยสนิ ทางอุตสาหกรรม และลิขสิทธ ซ่งึ ทรัพยส นิ ทางอตุ สาหกรรมนั้นเปน ความคิดสรา งสรรคของมนุษยท เ่ี ก่ียวกับสินคาอตุ สาหกรรม สวนลิขสิทธ หมายถึงงานหรอื ความคดิ สรางสรรคในสาขาวรรณกรรม ศลิ ปกรรม ดนตรี งานภาพยนตร หรอื งานดา นอื่นๆ

~ 57 ~ คณะผจู ดั ทํา ทีป่ รกึ ษา เลขาธิการ กศน. นายอภิชาติ จรี ะวุฒิ รองเลขาธิการ กศน. นายวมิ ล จาํ นงบตุ ร ผูเ ชยี่ วชาญเฉพาะดานพัฒนาหลักสตู ร ดร.ชยั ยศ อ่มิ สวุ รรณ ท่ปี รกึ ษาดานพฒั นาหลกั สตู ร ดร.ทองอยู แกว ไทรฮะ ผอู ํานวยการกลุมพัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรยี น นางพรทพิ ย กลารบ คคณะผูยกราง สถาบนั กศน. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื นางอรัญญา บัวงาม ผอ.ศฝช. สรุ ินทร นางนลนิ ี ศรสี ารคาม จันทรต รี ผอ.ศบอ.โคกสูง จ.สระแกว นางสาวเนาวเรศ นอ ยพานิช โรงเรียนปทมุ คงคา สพฐ. นางสาวจรี ะพันธ ชาตชิ นิ เชาว สํานกั งาน กศน. กทม. นางธัญญาวดี เหลาพาณชิ ย สถาบันการศึกษาทางไกล นางสาววาสนา โกสยี ว ัฒนา ผอ.กศน. เขตบางคอแหลม กรุงเทพ นายวรี ยุทธ แสงสริ วิ ัฒน ผอ.กศน. อําเภอวารินฯ จ.อุบลราชธานี นายธฤติ ประสานสอน ผอ.กศน. อําเภอเกาะคา จ.ลาํ ปาง ดร.ณราวัลย นันตะภูมิ กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน นางพรทพิ ย เขม็ ทอง คณะผบู รรณาธิการ ขา ราชการบาํ นาญ สถาบนั กศน. ภาคเหนือ นางอรญั ญา บวั งาม กศน. อําเภอบา นคาย จ.ระยอง นางสาวพมิ พาพร อินทจักร กลมุ พัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน นางสาวชาลิดา วงศส วุ รรณ นางพรทพิ ย เข็มทอง

~ 58 ~ ผพู ัฒนาการ คณะทํางาน กลมุ พัฒนาการศึกษานอกโรงเรยี น กลุมพฒั นาการศึกษานอกโรงเรยี น นางดษุ ฎี ศรีวัฒนาโรทยั กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน นางพรทพิ ย เขม็ ทอง กลุมพฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน นางสาวผณนิ ทร แซอ ง้ึ กลุมพฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน นางสาวสมถวลิ ศรจี ันทรวิโรจน กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน ดร.รุงอรุณ ไสยโสภณ นางสาวชาลนิ ี ธรรมธิษา กลุมพัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรียน ผรู บั ผิดชอบ นางพรทิพย เข็มทอง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook