Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เส้นใยผ้า การกำจัดรอยเปื้อนบนผืนผ้า และสัญญาลักษณ์ที่ติดมากับเสื้อผ้า

เส้นใยผ้า การกำจัดรอยเปื้อนบนผืนผ้า และสัญญาลักษณ์ที่ติดมากับเสื้อผ้า

Published by 11_พลอย ลามา, 2021-07-21 06:31:53

Description: เส้นใยผ้า การกำจัดรอยเปื้อนบนผืนผ้า และสัญญาลักษณ์ที่ติดมากับเสื้อผ้า

Search

Read the Text Version

เสน้ ใยผา้ การกําจดั รอยเปอนบนผนื ผา้ และ สญั ลักษณท์ ีติดมากับเสอื ผา้

ก คํานาํ หนงั สอื เล่มนจี ดั ทําขนึ เพอื เปนสว่ นหนงึ ของวชิ าการจดั กา รงานเเมบ่ า้ น เพอื ใหไ้ ดศ้ ึกษาหาความรใู้ นเรอื งเสน้ ใยผา้ การกําจดั รอยเปอนบนผนื ผา้ และสญั ญาลักษณท์ ีติดมากับเสอื ผา้ โดยได้ ศึกษาผา่ นแหล่งความรตู้ ่างๆ และแหล่งความรจู้ ากเวบ็ ไซต์ต่างๆ โดยหนงั สอื เล่มนตี ้องมเี นอื หาเกียวกับ เสน้ ใยผา้ การกําจดั รอย เปอนบนผนื ผา้ และสญั ญาลักษณท์ ีติดมากับเสอื ผา้ ผจู้ ดั ทําคาดหวงั เปนอยา่ งยงิ วา่ การจดั ทําเอกสารฉบบั นจี ะ มขี อ้ มูลทีเปนประโยชนต์ ่อผทู้ ีสนใจเสน้ ใยผา้ การกําจดั รอยเปอน บนผนื ผา้ และสญั ญาลักษณท์ ีติดมากับเสอื ผา้ เปนอยา่ งดี นางสาวพลอย ลามา

สารบญั ข เรอื ง หนา้ คํานาํ ก สารบญั ข เสน้ ใยผา้ เสน้ ใยสงั เคราะหจ์ ากสารเคมี 1-2 เสน้ ใยสงั เคราะหท์ ีไดจ้ ากธรรมชาติ 3-4 การกําจดั รอยเปอนบนผนื ผา้ สญั ลักษณท์ ีติดมากับเสอื ผา้ 4 บรรณานกุ รม 5-9 ประวตั ิผเู้ รยี บเรยี ง 10-12 ค ง

1 เสน้ ใยผา้ เสน้ ใยผา้ จากธรรมชาติ เปนเสน้ ใยทีได้จากพชื และสตั ว์ เสน้ ใยผา้ ฝาย เปนเสน้ ใยของสว่ นทีหอ่ หมุ้ เมล็ดฝาย โดยนาํ มาปนเปนเสน้ ดา้ ย และทอเปน ผา้ อยา่ งทีเรารเู้ รยี กกันติดปากวา่ “ผา้ ฝาย” เสน้ ใยของฝาย มคี วามเหนยี วปาน กลาง ดดู ซบั นาํ และความชนื ไดด้ ี ระบายความรอ้ น และทนต่อความรอ้ นไดด้ ี ทน ต่อการซกั รดี ทนต่อกรดและดา่ ง มคี วามบางและเบา และราคาถกู จงึ เปนที นยิ มกันอยา่ งไมน่ อ้ ยในปจจุบนั เพอื ใชต้ ัดเยบ็ เปนเสอื ผา้ แต่ผา้ ทีไดจ้ ากเสน้ ใย ฝาย ค่อนขา้ งยบั ง่าย และขนึ ราไดง้ ่าย เสน้ ใยผา้ ขนสตั ว์ เปนเสน้ ใยทีไดจ้ ากขนสตั ว์ เสน้ ใยทีไดจ้ ากขนสตั ว์ ถ่ายเทความชนื ไดด้ ี มคี วาม เหนยี วพอสมควร เปยกนาํ แล้วจะหดตัว และความเหนยี วก็จะลดลงดว้ ย ลักษณะ เปนมนั เงา ทนต่อความรอ้ นไดป้ านกลาง ทนต่อเชอื ราและแบคทีเรยี ไดด้ ี ดดู ความรอ้ น จงึ เหมาะกับเสอื ผา้ ทีใหค้ วามอบอุ่น เปนผา้ ทีไมท่ นต่อดา่ งและ แสงแดดจดั ซงึ จะทําใหเ้ สน้ ใยเปอยและขาดง่าย ทําความสะอาดไดด้ ว้ ยวธิ ซี กั แหง้ ควรเก็บใสถ่ งุ พลาสติดเพอื ปองกันมอด

2 เสน้ ใยผา้ เสน้ ใยผา้ ไหม เปนเสน้ ใยธรรมชาติ ซงึ ไดม้ าจากรงั ไหม ดว้ ยการนาํ รงั ไหมไปต้ม เพอื สาว ไหมออกจากรงั และนาํ มาปนเปนเสน้ ดา้ ย ไวใ้ ชท้ อผา้ ไหม อยา่ งทีเรารจู้ กั กันดี ลักษณะของผา้ ไหม มคี วามมนั วาวเมอื สะท้อนแสง แลดสู วยงาม เนอื ผา้ ทีได้ จากไดจ้ ากการทอไหม จะมคี วามกระชบั แนน่ เหนยี ว และทนทาน ผา้ ไหมมี ความชนื อยูใ่ นตัว จงึ ทําใหร้ สู้ กึ นมุ่ เมอื สวมใส่ คงรปู ไดด้ ี ไมย่ บั ง่าย คณุ ภาพทีดี ก็มาพรอ้ มกับราคาทีค่อนขา้ งสงู แต่ยงั คงเปนทีนยิ มอยูไ่ มน่ อ้ ย นาํ ผา้ ไหมมา ตัดเยบ็ เปนเสอื ผา้ กันในปจจุบนั เสน้ ใยผา้ ลินนิ เปนเสน้ ใยจากลําต้นของแฟล็กซ์ นาํ มาปนเปนเสน้ ดา้ ย แล้วทอเปนผา้ ลินนิ ดว้ ยคณุ สมบตั ิของเสน้ ใยธรรมชาติ ทีมคี วามเหนยี ว และแขง็ แรง ทนแสงและ ความรอ้ นไดด้ ี จงึ รดี ไดท้ ีความรอ้ นสงู มคี วามมนั วาวคล้ายเสน้ ใยไหม ดดู ซบั นาํ ไดด้ ี ขอ้ เสยี คือเนอื ผา้ จากเสน้ ใยลินนิ ค่อนขา้ งแขง็ และยบั ง่าย

3 เสน้ ใยสงั เคราะห์จากสารเคมี เสน้ ใยผา้ โพลีเอสเตอร์ เปนผา้ ทีไดจ้ ากเสน้ ใยสงั เคราะหซ์ งึ มลี ักษณะคล้ายผา้ ฝายทีไดจ้ ากเสน้ ใย ธรรมชาติ เพราะมคี วามนมุ่ และมนั เงา บางและเบา จบั จบี ไดง้ ่าย และคงรปู ไดด้ ี ดดู ซบั ความชนื ไดน้ อ้ ย ดว้ ยคณุ สมบตั ิทีไมย่ บั ง่าย เสน้ ใยผา้ โพลีเอสเตอรจ์ งึ มกั นยิ มนาํ ไปผสมกับผา้ ฝาย เพอื ใหผ้ า้ นนั นา่ ใชม้ ากยงิ ขนึ เสน้ ใยผา้ ไนลอน เปนผา้ เสน้ ใยสงั เคราะหป์ ระเภทเทอรโ์ มพลาสติก เสน้ ใยผา้ ไนลอนนมี ี ความเหนยี ว และทนทานสงู แต่ยงั คง ยดื หยุน่ และคืนตัวไดค้ ่อนขา้ งดี การที นาํ เสน้ ใยผา้ ไนลอนไปผสมกับเนอื ผา้ เพราะใหผ้ า้ สามารถคงรปู ได้ และไมใ่ ห้ ยบั ง่าย เมอื นาํ ไปซกั แล้วจะแหง้ เรว็ สามารถทําความสะอาดไดโ้ ดยการซกั ดว้ ย สบูห่ รอื ผงซกั ฟอก รดี ใหเ้ รยี บไดง้ ่าย เนอื งจากผา้ ทีทําจากเสน้ ใยไนลอนไวต่อ ความรอ้ น จงึ สามารถอบใหแ้ หง้ ไดด้ ว้ ยความรอ้ นทกุ ระดบั แต่ใสแ่ ล้วอาจไม่ ค่อยสบายตัวนกั

4 เสน้ ใยสงั เคราะห์จากสารเคมี เสน้ ใยผา้ สแปนเด็กซ์ เปนผา้ ทีไดจ้ ากเสน้ ใยสงั เคราะหท์ ียดื และหดกลับไดด้ ี ดว้ ยคณุ ลักษณะพเิ ศษ นจี งึ มกั นยิ มนาํ ไปทําเปนชุดวา่ ยนาํ ชุดชนั ใน ผา้ พนั ขอ้ เท้าและขอบถงุ เท้า แต่ถ้า เสน้ ใยผา้ สแปนเดก็ ซ์ ไดร้ บั สารฟอกขาวประเภทคลอรนี หรอื ดา่ งทีมคี วามเขม้ ขน้ จะทําใหค้ วามเหนยี วและการยดื ตัวของผา้ ลดลง นอกจากนเี สน้ ใยผา้ สแปนเดก็ ซ์ ยงั สามารถทนต่อเหงือไคล และไขมนั ไดด้ ี และยงั ทนต่อสารเคมไี ดด้ อี ีกดว้ ย เสน้ ใยสงั เคราะห์ทีได้จากธรรมชาติ เสน้ ใยผา้ เรยอน เปนเสน้ ใยผา้ สงั เคราะหท์ ีไดจ้ ากต้นไม้ ดว้ ยกระบวนการยอ่ ยสลายทางเคมี แล้วนาํ มาฉีดเปนเสน้ ใย เพอื นาํ มาปนจนเปนดา้ ย ผา้ ทีทอจากเสน้ ใยเรยอนจะมี ความนมุ่ นวล มนั วาว ใสแ่ ล้วรสู้ กึ สบายตัว เพราะเสน้ ใยผา้ เรยอนระบายความรอ้ น และดดู ความชนื ไดด้ ี ขอ้ ควรระวงั ความเหนยี วของผา้ จะลดลง ถ้าปล่อยใหต้ าก แดดทีจดั เปนระยะเวลานาน และผา้ จะเกิดเชอื ราค่อนขา้ งง่าย ถ้าเก็บในทีอับชนื

5 การกําจดั รอยเปอนบนผนื ผา้ 1.คราบหมกึ ปากกาลกู ลืน นาํ เสอื ทีเปอนมาวางทับไวบ้ นผา้ ทีแหง้ สะอาดๆ จะเปนผา้ เชด็ มอื ผนื ใหม่ ๆ หนอ่ ยก็ได้ จากนนั นาํ สาํ ลีชุบแอลกอฮอล์ใหช้ ุม่ ค่อย ๆ กดลงไปทีรอยเปอน ให้ หมกึ ปากกาค่อย ๆ ละลายไป ขนั ตอนต่อไปผสมผงซกั ฟอกเขา้ กับนาํ เล็กนอ้ ย ละลายใหเ้ ปนเนอื ครมี แล้วปายลงบนคราบอีกครงั ทิงไวใ้ หผ้ งซกั ฟอกต่อสกู้ ับ หมกึ ปากกาประมาณ 3 – 5 นาที แล้วขยซี าํ เบา ๆ จากนนั ก็นาํ เสอื ทีเปอนไปซกั ได้ ตามปกติเลย หรอื ถ้าแอลกอฮอล์เอาไมอ่ ยู่ เปลียนเปนนาํ ยาล้างเล็บแทนก็ไดน้ ะคะ 2. ซอสมะเขอื เทศ แชผ่ า้ ทีเปอนไวใ้ นนาํ ทีผสมกับเบกกิงโซดา แชไ่ วป้ ระมาณ 15 นาที แล้วล้าง ออกดว้ ยนาํ เยน็ ถ้าคราบซอสนนั ยงั ไมอ่ อก ต้องใชด้ ว้ ยการใชน้ าํ ยาฟอกขาว หรอื อาจจะใชไ้ ฮโดรเจนเปอรอ์ อกไซดก์ ็ได้ ผสมเขา้ กับนาํ สม้ สายชู แล้วทาลงบนคราบ ขยเี บา ๆ แล้วนาํ ไปซกั ไดต้ ามปกติ แต่วธิ ที ีแนะนาํ ใหท้ ําเฉพาะผา้ ขาวเท่านนั ขนื เอาไปใชก้ ับผา้ สดี ว้ ยเสอื ไดอ้ อกมาเปนลายใหมแ่ นน่ อน

6 การกําจดั รอยเปอนบนผนื ผา้ 3. ชอ็ คโกแลต ฉีดนาํ ลงบรเิ วณดา้ นหลังของผา้ ทีมรี อยเปอนดว้ ยนาํ เยน็ หรอื นาํ โซดา คณุ ควรกลับดา้ นในของผา้ ออกเพอื ล้างดว้ ยนาํ เยน็ หรอื นาํ โซดาใหช้ ุม่ การทําเชน่ นี จะชว่ ยใหช้ อ็ คโกแลตอ่อนตัวและหลดุ ออกจากใยผา้ ปายนาํ ยาซกั ผา้ ลงบนคราบ เปอน โดยทาใหท้ ัวบรเิ วณทีเลอะคราบ (แต่ควรปายนาํ ยาอยา่ งเบามอื ) ใช้ บรสี ทีมคี ณุ สมบตั ิในขจดั คราบสกปรก 4. รอยดินสอ ใชย้ าสฟี นปายลงบนรอยดนิ สอ แล้วขยเี บา ๆ จนรอยดนิ สอเรมิ จางหายไป จากนนั ก็นาํ เสอื ไปซกั ไดต้ ามปกติเลย

7 การกําจดั รอยเปอนบนผนื ผา้ 5. เลือด ใชเ้ บกกิงโซดาผสมเขา้ กับนาํ เยน็ เล็กนอ้ ย กวนจนเปนเนอื ครมี แล้วนาํ มาถู เบา ๆ ตรงทีเปนรอย ทิงไวใ้ หแ้ หง้ เมอื แหง้ แล้วก็ปดเอาเศษเบกกิงโซดาออก แล้วก็ลงถังซกั ไดต้ ามปกติ ถ้าหากเพงิ เปนรอยเลือดใหม่ ๆ ก็ใชโ้ ดยการใชน้ าํ เยน็ จดั ๆ ราดลงบนคราบเลือดโดยตรง ถตู รงบรเิ วณทีเปนคราบซาํ ๆ จนกวา่ รอยจะจางลง แล้วค่อยนาํ ไปซกั 6. คราบไคล นาํ เสอื ทีเปอนไปแชล่ งในนาํ เปล่าผสมนาํ สม้ สายชู ¼ ถ้วย แล้วทิงไวใ้ หน้ าํ สม้ สายชูต่อสกู้ ับคราบประมาณ 10 – 15 นาที นาํ ขนึ มาขยที ีคราบเบา ๆ ก่อนนาํ ไป ซกั ตามปกติดว้ ยผงซกั ฟอก หรอื ถ้าเปนคราบเหงือไคลทีค่อนขา้ งฝงแนน่ วาง รากฐานอยูม่ านาน ในขนั ตอนการซกั นนั ใหผ้ สมนาํ มะนาวและยาแก้ปวด 2 เมด็ ลงไปดว้ ยก็ชว่ ยเวนคืนความขาวกลับมาได้

8 การกําจดั รอยเปอนบนผนื ผา้ 7. คราบโคลน ใชน้ าํ ยาซกั ผา้ ขาว ปายลงบนคราบ ทิงไวใ้ หน้ าํ ยาซกั ผา้ ต่อสกู้ ับคราบโคลน ซกั 15 นาที ค่อยปล่อยใชด้ ว้ ยการใชแ้ ปรงซกั ผา้ ขดั ลงไปเบา ๆ แล้วนาํ ไปซกั ตามปกติไดเ้ ลย เสอื ทีเปอนโคลนแนะนาํ ใหต้ ากแดดจดั ๆ นอกจากจะทําใหผ้ า้ หอมสดชนื แล้ว แดดยงั ชว่ ยฆา่ เชอื โรคทีมากับโคลนไดด้ ว้ ย 8. นาํ ผลไม้ ดว้ ยการใชม้ ะนาวผา่ ซกี ขยลี งบนคราบ แล้วล้างออกดว้ ยนาํ อุ่น จากนนั นาํ ไปซกั ตามปกติ หลีกเลียงการใชส้ บูถ่ ลู งไปทีคราบ เพราะไขมนั จากสบู่ จะยงิ ทําใหค้ ราบติดแนน่ เขา้ ไปอีก

9 การกําจดั รอยเปอนบนผนื ผา้ 9. คราบกาว ใชน้ าํ สม้ สายชูเทลงตรงทีเปนคราบ แล้วนาํ ผา้ ไปแชน่ าํ ทีเยน็ จดั คราบกาวจะ ค่อย ๆ หลดุ ออก จากนนั ก็นาํ ไปซกั ตามปกติไดเ้ ลย 10. สนมิ ใชเ้ ปลือกมะนาวมาขดั ๆถๆู ลงบนคราบ บบี นาํ มะนาวทีเหลืออยูล่ งไปนดิ หนอ่ ย ทิงไว้ 15 – 20 นาที แล้วนาํ ไปซกั ขณะซกั ก็นาํ เกลือปนมาทาลงบนคราบ อีกครงั คราวนใี สน่ าํ สม้ สายชูลงไปดว้ ย ใชแ้ ปรงซกั ผา้ ชว่ ยขดั อีกแรง เท่านกี ็ ชว่ ยใหค้ ราบจางลงไดเ้ ยอะ

10 สญั ลักษณท์ ีติดมากับเสอื ผา้ หา้ มซกั นาํ การซกั แห้ง สามารถซกั แหง้ ได้ หา้ มซกั แหง้ ดว้ ยนาํ มนั ซกั แหง้ ดว้ ยนาํ มนั การซกั ผา้ Percklone (Perchlorethylene) ซกั ดว้ ยนาํ ตามอุณหภมู ิ ซกั ดว้ ยมอื หา้ มซกั นาํ

11 สญั ลักษณท์ ีติดมากับเสอื ผา้ การรดี ผา้ รดี โดยความรอ้ นตํา รดี โดยใชค้ วามรอ้ น หา้ มรดี 120 องศา ปานกลาง 160 องศา รดี โดยใชไ้ อนาํ การฟอก สามารถใชส้ าร ใชส้ ารฟอกขาวทีมี หา้ มใชส้ ารทีมี หา้ มใชส้ าร ฟอกขาวไดท้ กุ ชนดิ คลอรนี คลอรนี เปนองค์ ฟอกขาว เปนองค์ประกอบได้ ประกอบ

12 สญั ลักษณท์ ีติดมากับเสอื ผา้ การอบ หา้ มอบแหง้ ดว้ ยเครอื ง อบแหง้ ใชอ้ ุณภมู ติ ํา อบแหง้ ใชอ้ ุณหภมู สิ งู ตากบนพนื ราบ ซกั แขวนตากใหแ้ หง้ หา้ มบดิ ผา้

ค บรรณานกุ รม https://bit.ly/3irc23I https://bit.ly/3kFAkJW https://bit.ly/2UUD0IV

ง. ประวตั ิผเู้ รยี บเรยี ง ชอื : นางสาวพลอย ลามา ชอื เล่น : พลอย ศึกษาอยูท่ ีวทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาเชยี งใหม่ คณะอุตสาหกรรมท่องเทียว สาขาการโรงเเรม ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชนั สงู ชนั ปที 1 (ปวส.1/2)