Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore จุล ฉ2

จุล ฉ2

Description: จุล ฉ2

Search

Read the Text Version

ฉบับที 2 เดอื น มกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 ติ ต ต่ อ ล ง เ นื อ ห า ทีปรกึ ษา จุ ล ส า ร พุ ท ธ ศ า ส ต ร์ ไ ด้ ที -พระมหาวิเชยี ร ธมมวชโิ ร,ดร. 083-341-5697 -พระครูปริยัติสาทร,ดร. -พระมหาจิณกมล อภริ ตโน www.mbuslc.ac.th -นายทวีศักด์ิ ใครบุตร LinkedIn: ผูจ้ ัดทํา [email protected] - นายเตชทตั ปกสงั ขาเนย บรรณาธิการ - นายทวศี ักด์ิ ใครบุตร ตรวจสอบ - พระครูปรยิ ตั สิ าทร,ดร. - นายทวีศักดิ์ ใครบตุ ร พิมพ์ที สาํ รวยก๊อปป จ.เลย

@Buddhist Newe@ ข่าวประจาํ เดอื นมกราคม-กุมภาพนั ธ์ ¢‹ÒÇàÅҋ ..! จากสถานการณ์ โควดิ ระบาดรอบ ใหม่ มหาวทิ ยาลัยได้ประกาศ ห้ามให้นกั ศึกษา เขา้ มาเรยี น และชุมนมุ ทํากิจกรรมในมหาวทิ ยาลัย ประกอบกับได้ มกี ารจัดการเรยี นการสอนในรูปแบบออนไลนอ์ ีก ครงั หลังจากภาคการศึกษาที 1/2563 ได้ใชก้ าร เรยี นการสอนออนไลน์ จึงขอความรว่ มมอื ให้ปฏิบตั ิ ตามอยา่ งเครง่ ครดั เราจะสไู้ ปดว้ ยกนั ..

วนั ครู บชู า จ ปูชนียานัง \"สมัญญานาม ตามปฏบิ ตั ิ กําหนดวตั รบชู าอาจรยิ ะ\" เปนการกาํ หนดใหมี การแสดงความเคารพในรปู แบบท่ีทําโดยท่วั ไป ของประเทศไทย วันครูเปนวนั ใหเกยี รติ แสดง เกยี รตคิ วามเปน ครใู หประจักษ ถงึ ภาระหนาที่ ท่ี ทาํ ดวยความวริ ยิ ะ อสุ าหะเพอ่ื ศิษย เพอ่ื ใหศิษยไ ด รบั ความรู สามารถนําไปพัฒนาตนเอง สรางสรรค สงั คม และสืบตอเจนารมณข องครู ตอรนุ สูรนุ ความเปนครจู ะไมม ีวันหายไป เจตนารมณท ่จี ะสรางคนใหม สรางความเปน ครรู นุ ใหมย ังมีตอ ไป แตจะมีรูปแบบท่จี ะแสดงความเปน ครูในยุคสมัย ทีไ่ มเ หมือนกัน แตท่ยี งั เหมมอื นกัน คอื พวงมาลาบชู าครู เตชทัต ปักสงั ขาเนย

วนั เดก็ à´¡ç ´¤Õ Í× ¡Åѧ¢Í§ªÒµÔ \"เด็กไทยวิถีใหม่ รวมไทยสร้างชาติ ด้วยภักดีมี คุณธรรม\" จดั ขนึ้ เปน ครั้งแรกเมื่อวันจนั ทรแรกของเดือน ตุลาคม พ.ศ.2498 ตามคาํ เชิญชวนของ นายวี.เอ็ม. กุลกานี ผู แทนองคก ารสหพันธเพื่อ สวสั ดภิ าพเดก็ ระหวางประเทศแหง สหประชาชาติ เพอ่ื ใหประชาชนเหน็ ความสําคญั และความ ตอ งการของเดก็ และเพอ่ื กระตนุ ใหเ ดก็ ตระหนกั ถงึ บทบาทอัน สําคัญของตนในประเทศ โดยปลูกฝง ใหเ ด็กมีสวนรวมในสงั คม เตรียมพรอมใหต นเองเปนกาํ ลงั ของชาติ ป พ.ศ.2502 จอมพลสฤษด์ิ ธนะรัชต ซ่งึ ดํารงตาํ แหนง นายกรฐั มนตรี ไดใ หค ุณคา ความสําคญั ของเด็ก จึงไดม อบ คาํ ขวญั ใหเปน ขอคตเิ ตือนใจสาํ หรบั เดก็ ปล ะ 1 คาํ ขวญั (กอ น ถงึ วันเดก็ แหง ชาติ) นายกรฐั มนตรีสมัยตอ มาจึงไดถือเปน ธรรมเนียมสืบเน่อื งมาจนถึงปจจบุ นั ทวีศักดิ์ ใครบตุ ร

บอกขา่ วเล่าธรรม ๓๐มกราคม ๒๕๖๔ ตรงกับวนั ละสงั ขาร พระธรรมวสิ ทุ ธมิ งคล หรอื หลวงตามหาบวั ญาณสมั ฺปนโฺ น วนั ปาบา้ นตาล อดีตพระมหาเถระทีมี พระธรรมวสิ ทุ ธมิ งคล คณุ ูปการ ต่อประเทศชาติ คือเปนผู้ ริเริมการทําผ้าปาชว่ ยชาติ โดยเริมจดั ตัังขนึ เมอื ป พ.ศ. 2540 จนท่านละ สังขารเมอื ป พ.ศ 2554 มเี งนิ และทอง ทีนําเขา้ พระคลังหลวงเปนทองแท่ง เขา้ คลังหลวงทังสิน 1,040 แท่ง หนัก รวม 13 ตัน ขณะทีเงนิ ดอลลาร์ได้ทัง สิน 10,214,600 ดอลลาร์สหรัฐ ๒ ธนั วาคม ๒๕๖๔ รับผ้าปาชว่ ยชาติ ณ วดั ศรีสทุ ธาวาส

ÊÒÃиÃÃÁ พระธรรมวสิ ทุ ธมิ งคล \"เปรตผี หวิ กระหายต่อบญุ กศุ ล\" เพราะฉะนนั ใหเ้ ตรยี มตัวไว้ตังแต่บดั นที ยี งั มชี วี ิต อยอู่ ยา่ ประมาท เมอื งคนกับเมอื งผมี เี ชน่ เดียวกันนี และมคี วามจาํ เปนอยา่ งมาก เมอื งผมี คี วามจาํ เปน อยา่ งมากกว่ามนษุ ยเ์ รา มนษุ ยเ์ รานแี มจ้ ะทกุ ขย์ าก ลําบากขนาดไหนก็ยงั พงึ พาอาศยั กันได้ เมอื งผี อาศยั กันไมไ่ ด้ นะ ต้องอาศยั บญุ กศุ ลทบี รรดาทา่ น ผมู้ ใี จบญุ อันกว้างขวางอทุ ศิ สว่ นกศุ ลไปใหเ้ ทา่ นนั นอกจากนนั ไมม่ ี พวกนจี งึ มคี วามหวิ กระหายเอา มากทเี ดียว

มาฆบูชารําลึก เหตุการณแหง การสถาปนาธรรมของ ๒๕๖๔ พระพทุ ธศาสนาทพ่ี รอ มดว ยองคป ระกอบแหง ความสมบรู ณ มีความงดงามในเบือ้ งตน ทาม จาตรุงคสนั นิบาต กลางและท่สี ุด มคี วามสมบูรแ หงจริยธรรม ท่ีผู ประพฤตสิ ามารถยกระดบั จิตใจ ใหขามพน จาก ประกาศ ความบริสุทธ์แิ หง โอฆสงสาร พระสงฆส าวก ที่เปน ประจกษพ ยาน ความสําเร็จตรสั รูจรงิ แหงพระสมั มา การวางรากฐานแหงพุทธธรรม นาํ ความ สัมพทุ ธเจา และฐานของการปฏบิ ัติ สขุ รม เย็นมาสูมวลมนุษยไ มใ ชแตเ พยี งชนชาว เพ่อื ใหพน จากความทกุ ขทงั้ หมล อยาง พทุ ธในเอเชีย แตย ังแผขจรกระจายไปยังยโุ รป ไมตอ งสงั สยั ตะวนั ตกท่นี กั ปรัชญาพยายามแสวงความจริง สตู รสําเรจ็ ความจรงิ ทพ่ี ระพุทธเจา ทรงมอบให บดั บ้ี ทวั่ โลกไดประจกั ษแ ลว



ภ า ษ า บ า ลี ทวศี ักดิ ใครบุตร ?มี ป ร ะ โ ย ช น์ อ ย่ า ง ไ ร 1.พระพุทธองค์ทรงสงั สอนธรรมด้วยภาษาบาลี 3. อายุมนษุ ยน์ นั นอ้ ยนกั ชวี ติ ฆราวาสมกั อุทิศเวลาไปเพอื และพระธรรมคําสงั สอนของพระองค์ก็บนั ทึกด้วย หาเงิน สรา้ งฐานะ สะสมวตั ถเุ พอื ความมงั คังราํ รวย แต่มบี าง ภาษาบาลี ในฐานะพุทธบรษิ ัทจงึ จาํ เปนทีจะต้อง คนทีอยากแบง่ เวลาเพยี ง 1 วนั ของสปั ดาหม์ าแสวงหาและ ศึกษาหลักภาษาบาลี เพอื เปนเครอื งมอื อุปกรณ์ใน สะสมปญญาบารมี วริ ยิ บารมี ขนั ติบารมี สจั จะบารมี อธษิ ฐาน การศึกษาคัมภีรต์ ่างๆ บารมใี หต้ นเองบา้ ง การเรมิ ต้นเรยี นบาลีจงึ เปนก้าวแรก ๆ ที ในพระพุทธศาสนา สาํ คัญ 4. สถาบนั สอนบาลีสาํ หรบั ฆราวาส ปจจุบนั ยงั มอี ยูน่ อ้ ย ซงึ ที 2. คนไทยรบั ภาษาบาลีและสนั สกฤตเขา้ มาใชใ้ น จรงิ ควรมสี ถาบนั แบบนใี นอัตราสว่ นทีเหมาะสมกับประชากร ภาษาไทยมากมาย ทังศัพท์วชิ าการศัพท์ศาสนา คือ 1 สถาบนั ต่อประชากรชาวพุทธ 1 แสนคน ศัพท์ทีบญั ญัติขนึ ใหม่ รวมทังชอื ของบุคคล สถาน 5. เรามปี ระเพณสี าํ คัญ ๆ เชน่ สงกรานต์ เขา้ พรรษา ทีต่างๆ  การเรยี นภาษาบาลีจงึ เปนประโยชนใ์ นการ ตักบาตรเทโว ฯลฯ จะดไี หม ถ้าชาวพุทธไทยจะสรา้ งอีก เขา้ ใจและบญั ญัติศัพท์เหล่านีด้วย ประเพณเี พมิ ขนึ มา คือ เรยี นภาษาบาลีเปนประเพณี หาโอกาส สรา้ งโอกาสใหต้ นเองไดเ้ รยี นภาษาบาลี เรยี นรตู้ ลอดชวี ติ มี 3. ได้รบั ความรูใ้ นเรอื งภาษาศาสตร์ โดยเฉพาะ สถาบนั สอนภาษาบาลีทีสอนเปนลําดบั ขนั ตอนตามอัธยาศัย ภาษาบาลี เพอื จะได้แปลภาษาบาลีได้อยา่ งถกู ต้อง และความสามารถของผเู้ รยี น ไมค่ ลาดเคลือนและเขา้ ใจภาษาอืนทีเกียวขอ้ งด้วย 6. การรภู้ าษาบาลี ทําใหง้ ่ายในการศึกษาพระไตรปฎก ง่ายใน การฟงธรรม ง่ายในการปฏิบตั ิ และทําใหเ้ ขา้ ใจภาษาไทยไดด้ ี เหตผุ ลสาํ คัญทีชาวพุทธต้องรูภ้ าษาบาลี ดว้ ย (ภาษาไทยมรี ากมาจากภาษาบาลีค่อนขา้ งมาก) 7. กล่มุ ผสู้ มคั รใจมาเรยี นบาลี ณ สถาบนั แหง่ นี ไมส่ นใจเรอื ง 1.ชาวพุทธนนั มที ังพระและฆราวาส ปจจุบนั พระ จะเอาวุฒกิ ารศึกษาตรงนเี พอื ไปต่อหรอื ไปสมคั รงานอะไร สงฆส์ ามเณรทีจะบวชเรยี นแต่อายุนอ้ ย ๆ มี ทีไหนเลย เพราะจุดประสงค์หลักคือเปนการเรยี นเพอื สบื ต่อ จาํ นวนนอ้ ยลง และพระสงฆป์ จจุบนั ทีบวชอยูก่ ็มี อายุพระศาสนา ความเพยี รในการเรยี นบาลีหยอ่ นลง สถิติสอบ 8. สาํ หรบั ผสู้ นใจอยากเรยี น แต่ไมพ่ รอ้ มจะฝกฝนตัวเอง ไม่ บาลีสนามหลวงคือนอ้ ยลงเรอื ย ๆ แต่ชาวพุทธ กล้าฝกหดั ตนเอง หลักสตู รนคี งไมเ่ หมาะกับคณุ นกั อาจต้อง สว่ นมากเปนฆราวาส ฆราวาสจงึ ไมค่ วรทิงธุระใน คิดใหมท่ ําใหมห่ รอื แนวทางอืน ๆ ไปทําอยา่ งอืนเพอื ตรงกับ การสบื ต่ออายุพระศาสนา วธิ สี บื ต่อทีดคี ือศึกษา จรติ ความต้องการของตนเอง และปฏิบตั ิตามพระธรรมคําสงั สอนของ 9. หลักสตู รนี ไมจ่ าํ กัดวยั และเพศผเู้ รยี น ขอใหอ้ ่านภาษาไทย พระพุทธเจา้ ได้ เขยี นไทยได้ ก็เรยี นได้ คณุ จะเรยี นจบอะไรมา ไมส่ าํ คัญ 10. กลัวมนั เรยี นยาก เลยไมก่ ล้าเรยี น อันนเี ปนธรรมดาของ 2. ภาษาบาลีคือภาษาทีบรรจุคําสงั สอนของ การต้องไปเผชญิ ในสถานการณใ์ หม่ ๆ เรามกั ไมม่ นั ใจนกั แต่ พระพุทธเจา้ ภาษาบาลีคือรากแก้วของพุทธ ดว้ ยความเอาใจใสข่ องคณะอาจารย์ การออกแบบหลักสตู ร ศาสนา ถ้าชาวพุทธมคี วามรบู้ าลีดี ก็จะทําให้ เปนการเฉพาะ การเรยี นบาลีทีนจี ะเปนเรอื งง่าย ๆ และสนกุ เขา้ ใจคําสอนไดง้ ่ายยงิ ขนึ การปฏิบตั ิต่าง ๆ ก็ นา่ เรยี น นา่ ติดตาม ผดิ พลาดนอ้ ยลง การสบื ต่ออายุพระศาสนาทีดี คือการเอาตัวเรานเี องมา สมั ผสั มาใกล้ชดิ พระธรรมคําสอนของพระพุทธเจา้ การเรยี นรู้ บาลีและทรงจาํ บาลีไวใ้ นตัวเรา แล้วสามารถบอกสอนคนรนุ่ ต่อไปได้ นแี หละคือการสบื ต่ออายุพระศาสนาทีดี

ธรรมจากเกร็ดธรรม อภริ ตโน ภกิ ขุ อภิปรัชญา 1. ภว : มี, เปน 2. วิทยา : วิชา, ศาสตร METAPHYSICS คําวา “Ontology” มาจากรากศัพท ภาษากรีก 2 คาํ คอื 1. Onto : Being2. หมายถึง ความรูอ นั ประเสรฐิ ท่ีเก่ียว Logos : Science ขอ งกับสิง่ ทอี่ ยูนอกเหนือจากการเหน็ ทัว่ ๆ คําวา “Ontology” เปนคําที่ ไป หรือความรทู ่อี ยนู อกเหนือการรเู หน็ ใด ๆ นกั ปรัชญาสมัยโบราณใชม ากอน แตสามารถรูแ ละเขา ใจดว ยเหตุผล คําวา “Metaphysics” เพราะคาํ วา Metaphysics เพงิ่ จะเรมิ่ ใชก นั เมื่อ คาํ วา Metaphysics มาจากภาษากรีก ประมาณศตวรรษที่ 1 กอ นคริสต มคี วามหมายตรงตัววา หลังจาก [การศึกษา] ศักราชตามท่ี สเตช (W.T. Stace) ส่งิ ธรรมชาติ คาํ ดังกลาวทมี่ าจากหนังสอื ของ ไดช ี้แจงไว คือเมื่อแอนโดรนิคสั อริสโตเตลิ ซ่งึ งานเขียนช้ินตา งๆ ของเขาถกู (Andronicus) จดั พิมพงานของ รวมรวบเขาเปนเลม โดยมงี านเขียนชอ่ื อรสิ โตเตล้ิ (Aristotle) เขาเปน รูป Metaphysics เปน เลมหลงั จาก Physics ที่ เลม สมบูรณ อรสิ โตเตลิ ไดศ ึกษาเก่ยี วกบั โลกธรรมชาติ อภปิ รัชญา (Metaphysics) เรยี กอกี อยางหน่ึงวา ภววิทยา (Ontology หรอื Theory of Being) คาํ วา “ภววิทยา” มีความ หมายวา วชิ าทีว่ าดว ยความมีอย,ู ความเปน อยู มาจากภาษาสันสกฤต 2 คําคอื

อยอู่ ยา่ งไร ? ในโลกของโควิด ? ในวกิ ฤตการแพรร ะบาดของโควดิ -19 หรือ อินทฺ โชโต ภิกขุ COVID-19 มโี อกาสดีๆ ซอ นอยู ไมว าจะเปน โอกาสในการสรา งธุรกจิ ใหม โดยเฉพาะธรุ กจิ หรอื การเดินทางไปประเทศท่มี ีความเส่ยี ง พอกลบั มา ออนไลนทีม่ าตอบโจทยเ งอ่ื นไขของการ “อยูบาน กบ็ อกตวั เองและคนรอบขา งวาไมมีอะไร และใชชวี ิต หยดุ เชือ้ เพ่ือชาต”ิ ในตอนนี้ ไปจนถงึ ในภาคการ ตามปกติ พฤติกรรมนอ้ี าจเปน อันตรายทัง้ ตอตนเอง ศกึ ษา ทหี่ ลายสถานศึกษา กถ็ อื โอกาสแหงวิกฤต และคนอื่นท่มี าปฏิสมั พนั ธก บั เราได นี้ในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ออนไลนทม่ี คี ณุ ภาพขนึ้ มาตอบโจทยก ารเรียนใน ดงั นัน้ เม่อื เปนเชน นี้ ถา เราประมาท เรากจ็ ะ ชว งน้ี.. เปน คนแพรเชอ้ื เสยี เอง ทัง้ แพรใ หกบั คนที่เรารัก คน ท่วั ไปท่ไี มไ ดเ ก่ียวขอ งกบั เราก็ได อยาง กรณคี ุณปาที่ ทผ่ี า นมา หลักธรรมคาส่ังสอน บรรยายให เกาหลี ทเี่ ปน Super Spreader เปน บทเรียนทด่ี ีท่มี า เหลาญาติโยมฟง มักวางอยูบนหลกั เหตุและผล สอนวาในสถานการณนี้เรา ไมค วรประมาท องคค วามรทู ่ถี กู ตองทางโลก องิ ธรรมชาติ และ สามารถนาไปปรับใชไ ดจ รงิ ในชวี ติ ประจาวัน หลกั ธรรมท่ซี อนอยูในความจริงน้คี อื เช้ือโรคอยู คกู บั มนษุ ยฉ นั ใด ความทกุ ขมันกอ็ ยูค กู ับมนุษยฉันนั้น ทา มกลางวิกฤตภยั COVID-19 หลักธรรม ดงั น้ัน การท่ีเราจะคาดหวงั วา ชวี ิตน้ีเราจะไมมคี วาม เร่ืองความไมประมาท ทุกขเ ลย มันเปนไปไมได ความทกุ ขเปนเรื่องธรรมดาที่ จะเกดิ ข้นึ กบั ชวี ติ ของเรา เวลาเราเจอปญหาตา งๆ ส่ิงแรกท่เี ราตอ ง ทาเพื่อ “วางใจ” ใหถูก คือ ตอ งไมป ระมาท ขณะ ตลอดชวี ิตของเรา แตความทุกขน ้ันจะไม เดยี วกนั เมือ่ เราตืน่ ตวั ไมประมาทแลว เรากต็ อง สามารถทาใหจิตใจเราหมน หมองลงได ถา เรามี ระวงั ไมใหก ารต่นื ตัวนัน้ ไปถึงขนั้ ประสาท เรยี ก ภูมิคมุ กนั จติ ใจ หรือ ภูมคิ มุ ใจ ทดี่ ี วา ประมาท ทว่ี า นี้ ยกตัวอยางได เชน การทเ่ี รา ออกไปขา งนอก กลบั มาบานแลวไมลา งมือ หรือ “ มสี ติ ” เอามือจับหนาจับตาเปน ประจา

๑ ความสามคั คี : สขุ า สงั ฆสั สะ สามคั คี ความพรอ้ มเพรยี งของหมคู่ ณะ นาํ มาซงึ ความสขุ พระวรี ะพงษ์ วชริ ญาโณ (แสงสวา่ ง) พุทธศาสตรช์ นั ปที ๔ ความสามัคคี หมายถึง ความพรอ มเพรียงกัน ความสามัคคดี ังท่ีวานี้ จะเกดิ มีขึ้นไดตองอาศัย ความกลมเกลยี วเปนนาํ้ หนง่ึ ใจเดียวกัน ไมท ะเลาะเบาะ เหตทุ ี่เรียกกันวา สาราณียธรรม ธรรมเปนเหตใุ หระลึก แวง กนั ววิ าทบาดหมางกัน ถงึ กันกระทาํ ซง่ึ ความเคารพระหวา งกนั อยรู ว มกนั ใน สังคมดวยดี มีความสขุ ความสงบไมท ะเลาะเบาะแวง พระราชดาํ รสั ทพี่ ระราชทานแกป ระชาชนชาว ทํารายทาํ ลายกัน มี ๖ ประการ คือ ไทย ในโอกาสขึ้นปใ หม ๒๔๙๓ ดงั ความตอนหนงึ่ วา “ประวัติศาสตรใ ดแสดงใหป รากฏตลอดมาวาชาติใด ๑. ทํา ตอ กันดวยเมตตาคือ แสดงไมตรีและความ เสื่อมสูญยอยยับอับปางใดก็เพราะประชาชาติขาด หวังดตี อ เพ่ือนรวมงาน รวมกิจการ รว มชุมชนดว ยการ สามัคคีธรรม แตกแยกเปนหมูค ณะ เปน พรรคเปนพวก ชวยเหลือธรุ ะตางๆ โดยเตม็ ใจ แสดงอาการกิริยาสุภาพ คอยเอารดั เอาเปรยี บประหัสประหารซง่ึ กนั และกนั บาง เคารพนบั ถอื กันท้ังตอหนาและลับหลงั พรรคบางพวกถงึ กับเปน ไสศึกใหศัตรูมาจูโจมทําลายชาติ ของตนดังน้ี ขา พเจา จงั ขอชกั ชวนพนี่ องชาวไทยทง้ั หลาย ๒. พูด ตอ กันดวยเมตตา คอื ชวยบอกส่งิ ทเ่ี ปน ใหระลกึ ถึงพระคุณบรรพบรุ ุษซ่งึ ไดกอบกูร กั ษาบา นเกิด ประโยชน สั่งสอนหรอื แนะนาํ ตกั เตอื นกันดวยความหวัง เมอื งนอนของเรามานัน้ ใหจ งหนัก แลวถอื เอาความ ดีกลาววาจาสุภาพ แสดงความเคารพนบั ถอื กนั ท้ังตอ สามคั คคี วามยินยอมเสียสละสวนตวั เพ่อื ประโยชนย่งิ หนาและลบั หลงั ใหญข องประเทศชาติเปนคุณธรรมประจาํ ใจอยเู นอื งนจิ จงึ ขอใหพ น่ี องชาวไทยท้งั หลาย จงบาํ เพญ็ กรณยี กิจของ ๓. คดิ ตอ กันดว ยเมตตา คอื ต้ังจิตปรารถนาดีคดิ ตนแตละคน ดวยซื่อสัตยสุจริตขยั่นหม่นั เพยี ร อดทนและ ทําแตสิ่งท่ีเปน ประโยชนแ กกนั มองกันในแงดี มีหนาตา กลาหาญแลวอทุ ศิ ความเสียสละสวนตนความเหน็ด ยิม้ แยม แจม ใสตอกนั เหน่ือยลาํ บากยากแคน เปน พลีบูชาบรรพบรุ ุษผูซ่งึ ได กอ สรา งชาตเิ ปนมรดกตกทอดมาถงึ พวกเราชาวไทยจน ๔.ไดมาแบงกันกนิ ใช คือแบง ปน ลาภผลทีไ่ ดมา บัดน”้ี โดยชอบธรรม แมเปน ของเล็กนอ ยกแ็ จกจา ยใหไดมสี ว น รว มใชสอยบรโิ ภคท่ัวกนั ความสามคั คี มดี ้วยกัน ๒ ประการ ๕.ประพฤติ ใหดเี หมือนเขา คือ มคี วามประพฤติ ๑. ความสามัคคที างกาย ไดแ กก ารรว มแรง สุจริต ดีงามรกั ษาระเบยี บวนิ ัยของสวนรวม ไมทําตนให รว มใจกันในการทํางาน เปนท่นี า รงั เกียจ หรือทําความเส่ือมเสยี แกหมูคณะ ๒. ความสามคั คีทางใจ ไดแ กก ารรวมประชมุ ๖.ปรับ ความเห็นเขากันได คือ เคารพรับฟง ความ ปรกึ ษาหารือกนั ในเม่อื เกิดปญ หาขนึ้ คดิ เหน็ กันมคี วามเหน็ ชอบรว มกัน ตกลงกนั ไดในหลกั การสําคัญ ยึดถอื อุดมคตหิ ลักแหงความดีงาม หรือจดุ หมายอนั เดยี วกัน

ธรรม ทงั้ ๖ ประการนี้ เปน คณุ คา กอ ใหเกิดความ ๒ ระลึกถงึ ความเคารพนับถอื กนั และกนั เปนไปเพือ่ ความ สงเคราะหย ดึ เหนีย่ วนํา้ ใจกันเพ่ือปองกันความทะเลาะ นกกาเทาไร เพราะนกกาตืน่ เชาข้ึนมามันกร็ อ งจอ กแจ ความววิ าทแกง แยง กัน เพือ่ ความพรอ มเพรยี งรวมมอื กๆเพอ่ื ชวนกนั ไปหากิน พูดงายๆ มันชวนกันจะไปเอา ผนกึ กาํ ลังกนั เพ่อื ความเปน นาํ้ หนงึ่ ใจเดยี วกนั ไมใ ชชวนกันจะไปให เพราะฉะน้ัน ถาไมร ะมัด ระวงั ตัวให ดี พฤตกิ รรมของมนุษยก ็เปน เหมอื นอยา งกบั สัตวนนั่ เอง อานสิ งสข องความสามัคคนี ี้ ทานกลา วไวว า เปน บอ เกิดแหง ความสขุ ความเจรญิ เปน เหตุแหงความสําเรจ็ ๒. เรอื่ งวินัย มนษุ ยส วนมากมกั ไมคอยมีวินยั คอื ในกิจการงานตางๆ การงานอันเกนิ กาํ ลังทีค่ นๆ เดยี วจะ มนี ิสยั เอาแตใจตัวเองเปนใหญไ มใชม นี สิ ยั รักวนิ ยั หรอื ทาํ ไดเชน การกอ สรา งบานเรอื น ตอ งอาศัยความสามคั คี นสิ ยั เครงครัดตอวินัย จงึ ทาํ ใหเ ปน ทีม่ าแหง การกระทบ เปนที่ตง้ั แมลงปลวกสามารถสรางจอมปลวกทีใ่ หญโตก กระทงั่ กัน วาตัวหลายเทา ใหส ําเรจ็ ไดก็อาศยั ความสามคั คกี ัน เพราะฉะนน้ั การรวมใจสามคั คกี ันจึงเกิดมพี ลงั สว นการ ๓. เรื่องความเคารพ สาเหตทุ ่ีทําใหมนษุ ยเ กดิ แตกสามัคคกี นั ทําใหม กี ําลังนอ ย ความแตกแยกอีกประการหนึ่งก็คอื การขาดความเคารพ ขาดความเกรงอกเกรงใจ การจบั ถกู หายาก มแี ตคอย โทษ ของการแตกสามคั คกี นั น้นั ทานกลาวไววา จองจะจับผดิ กันทั้งนนั้ ถา ไมเชือ่ ตื่นเชาขึน้ มาลองไปเปด หาความสุข ความเจริญไมไ ด ไมมคี วามสาํ เรจ็ ดว ย วทิ ยุหรอื โทรทัศนดูกไ็ ดแ ลว จะพบวามีแตเ สียงวจิ ารณ ประการทั้งปวงเหตุใหแตกความสามัคคกี ันน้ี อาจเกดิ จับผดิ คนนัน้ จับผิดคนน้ี กันต้ังแตเ ชา มืดทีเดียวเสยี ง จากเหตเุ ลก็ ๆ นอยๆ ก็เปน ไดเหมือนเรือ่ งน้าํ ผง้ึ หยด และภาพที่ไดย นิ และไดเ ห็นนี้ไมคอยจะชวยใหม นษุ ยใน เดียว แตเปน เหตใุ หเกิดสงครามไดเ หมอื นกนั ดตู ัวอยา ง ปจ จบุ นั คิดถงึ ความดขี องกันและกัน มีแตจอ งจะจับผดิ เรื่องพวกเจาลิจฉวีในเมอื งไพศาลี แควนวชั ชี มคี วาม กันก็เลยทาํ ใหข าดความเคารพ ขาดความเกรงใจ จากนัน้ สามัคคกี ันพระเจาอชาตศัตรูกท็ าํ อะไรไมไ ดแตพ อถกู วัส การถนอมนาํ้ ใจกันก็หมดไปแลวความแตกแยกก็เขามา สการพราหมณยยุ งใหแตกสามคั คีกนั เทานน้ั กเ็ ปนเหตุ แทนท่ี ใหพระเจา อชาตศตั รเู ขา โจมตแี ละยึดเมืองเอาไวไ ดใ น ทีส่ ดุ ปญ หาเหลา นป้ี ยู า ตาทวดของเราทา นไดสอน วิธี แกไขเอาไวใหแลว แตพ วกเราสว นมากกลบั มองวาเปน ดังนน้ั ความสามัคคี ถาเกดิ มขี นึ้ ในทใี่ ด ยอ มทําให เร่อื งเกา เปนเรื่องโบราณ เปน เรอื่ งครํา่ ครึไป ท่ีน้ันมแี ตค วามสงบสุข ความเจรญิ สว นความแตกสามคั คี ถาเกิดมีข้ึนในท่ใี ด ยอ มทาํ ใหท่นี ั้นประสบแตความทุกข ส่ิงท่ีปยู าตาทวดทานไดส อนแลวกท็ ําใหดูนนั้ คือ มีแตค วามเสอื่ มเสยี โดยประการเดียว ๑. เพือ่ ปอ งกันไมใหม นุษยคดิ แตจ ะเอาประโยชน เขาตวั เชน เดียวกับนกกา เพราะฉะนัน้ ต้งั แตเ ชามดื พอ สาเหตทุ ีทําให้คนในชาติแตกความสามคั คี ต่นื ข้นึ มา แทนที่คดิ จะไปกอบโกยเอาเขา มากร็ ีบใหเ สยี โดยยอ่ มอี ยู่ ๓ เรอื งด้วยกัน กอนเลย ทานพูดไวชัดเจนวา \"เชาใดยงั ไมไดใหทานเชา น้นั อยาเพิง่ กนิ ขา ว\" แลวกร็ บี ไปตกั บาตรกับ พระภกิ ษทุ ี่ ๑. เรอ่ื งผลประโยชน มนษุ ยในโลกน้สี วนมาก มแี ตคดิ เดนิ บณิ ฑบาตผานหนา บา น ซงึ่ ถอื วา เปน พระในวัดเสยี จะเอา ไมคอ ยคดิ จะให เม่ือเปน อยา งนม้ี นุษยจ งึ ไมต างกับ กอน สวนพระในบาน ไดแก คณุ พอ คุณแม คณุ ปู คุณยา

๓ คุณตา คุณยาย หรอื ผูเฒา ผแู กใ นบา นทั้งหลาย ทีเ่ ม่อื คืนนนั้ อยาเพิ่งเขานอน\" เพราะฉะนั้น กอนนอนหลังจาก สมัยเราเลก็ ๆทา นใหเรากินกอ นตอนน้ีทา นแกแ ลว สวดมนตไ หวพระเสร็จกน็ งั่ สมาธเิ สยี บาง ใจจะไดเปน เพราะฉะนัน้ กอ นเราจะกนิ อะไร ก็ควรจัดใหท า นกอน กลางๆ เมื่อใจเปนกลางๆ แลว นอกจากจะไมคดิ จบั ผดิ บา ง ใคร ยังคดิ จับถูกจบั ดีแทนอีกดว ย เชน คดิ วาคณุ พอคุณ แมม พี ระคุณกับเราอยางไร ครบู าอาจารย มีพระคณุ กับ เชาใดยงั ไมไ ดใหท านไมวาจะเปนพระในบาน หรือ เราอยางไรคดิ ไปจนกระท่ังวา พระสงฆ องคเจา และ พระนอกบา นกต็ าม เชานั้นอยา เพ่ิงกนิ ขา วหัดเปน คน พระพุทธศาสนามีพระคณุ กับเราอยางไร รจู กั ใหเ สยี กอ นอยา งนี้ แลวเราจะไมเปน คนเหน็ แกไ ด น่กี ็เปน ท่ีมาแหง ความสามัคคีของคนในชาตทิ ป่ี ยู าตาทวด กอ นนอนขอใหนึกถงึ ความดีของมนษุ ยทั้งโลก ของเราไดส อนเอาไวป ระการที่ ๑ หรือผูทเ่ี ก่ียวขอ งกบั เราท้งั ๖ ทศิ เม่อื นกึ ถึงความดขี อง คนอ่ืนไดอยา งน้ีพลงั ใจท่ีจะสรางความดตี ามคนเหลานัน้ ๒.เพอ่ื ปอ งกนั ไมใ หเ ปนคนไมม วี ินยั ทงั้ วนั เราตอง หรือปรบั ปรุงตวั เองใหด ียิง่ ขึ้นจะเกดิ ขน้ึ ถา ทําไดครบทั้ง พยายามรักษาศลี ๕ ไวใหด ี แลวเราจะรูวาในบรรดาศลี ๓ ประการนี้ความสามคั คี จะเกิดข้ึนในทุกหยอ มหญา ทง้ั ๕ ขอ นนั้ ศลี ขอ ที่รักษาไดยากทส่ี ดุ คือขอ ที่ ๔ หรือวา บนผนื แผน ดนิ ไทย ของเรา.. หา มพดู โกหกนัน่ เอง ปูยา ตาทวดของเราจึงสอนวา \"วนั ใดยงั ไมไ ดตัง้ ใจ รักษาศลี วันนน้ั อยาเพิ่งออกจากบาน\" เพราะฉะนัน้ สญั ญากบั พระพุทธรูปบนหง้ิ เสยี กอ น วาวันน้ี เราจะ รกั ษาศลี ๕ อยางเครง ครดั สญั ญาแลวจึงคอ ย จากบาน ไปทาํ งานกนั ถา ทําอยา งน้เี ปนประจาํ ความมีวินยั จะเกิด ขึน้ ในตัวของเราโดยอัตโนมัติ แลวนิสัยชอบเอาแตใจตัว เองเปน ใหญกจ็ ะคลายไปน่ีกเ็ ปน ทีม่ าแหง ความสามคั คี ของคนในชาติ ท่ีปูยาตาทวดของเราสอนเอาไวประการ ท่ี ๒ ๓.เนอื่ งจากมนษุ ยจ องจะจบั ผดิ กนั ต้ังแตเชา จน กระทัง่ เขา นอน ทานกเ็ ลยเตอื นวา ถาอยางนนั้ \"คนื ใดยงั ไมไ ดส วดมนตภ าวนา ยงั ไมน ึกถงึ ความดขี องคนรอบดาน

๑ หลักคณุ ธรรมกับความถกู ต้อง พระวรวุฒิ ญาณวโร (หล้าสดี า) นกั ศึกษาชนั ปที ๔ สาขาวชิ าพุทธศาสตร์ ภายในหองพิพากษาเปดศาลเพื่อตดั สนิ คดี ผูถูกกลา วหาเปน ชาๆไปที่คอกจาํ เลยเธอยนื เผชิญหนากับจาํ เลย ทกุ คนตาง คนงานชาย อายุ 30 ปเศษ ไดจ ับเด็กชายอายุ 6 ขวบไปเรียกคา ไถ มองเห็น ปากของเธอขยบั ขน้ึ ลงภายในหองโถงเงียบกรบิ ไมม ี ส่ิงทีผ่ คู นโลงใจก็คอื เดก็ นอยไมไดรบั ภัยอนั ตรายใดๆ ถึงแมไ มไ ด ใครสามารถคาดเดาวา จะเกิดอะไรขึ้นตอ ไป ทันใดนนั้ หญงิ เกดิ เหตรุ า ยแรง แตเขายังคงตองถกู พิจารณาจากศาล เพอ่ื รบั โทษ ชราไดโคง คาํ นับตอ คนงานผูเ ปนจําเลย 3 ครัง้ ทกุ คนตางพากัน ตามกฎหมาย ตะลึง รวมทงั้ เถา แกท อ่ี ยใู นคอกสําหรับโจทก เขาไมเ ขาใจวา แมของเขากําลงั คดิ จะทําอะไร หญงิ ชราทีเ่ สน ผมขาวโพลนขึ้น เดก็ นอ ยที่ถูกคนงานจับไปนัน้ เปน ลูกชายของเถา แกซ ึง่ กอ น เงยหนา น้ําตานองเตม็ หนา สักครูเ ธอพดู อยางชาๆวา .. หนา นี้ เขาไดท ํางานดว ยเปน เวลา 3 เดือน แตไมเ คยไดร ับเงิน ตอบแทนแมแตบาทเดียวกอนหนาน้เี ขาไดขอรองเถาแกใหใ หจาย \"คณุ คะ คาํ นับทหี่ น่งึ ฉนั ขอโทษแทนลกู ชายฉนั เปน เงนิ มาหลายคร้งั เขาเปนเพยี งเสาหลักเดยี วของครอบครวั คุณแม เพราะฉันอบรมสงั่ สอนไมดปี ลอ ยใหเ ขาทาํ เร่ืองที่ผิดตอ คุณผูท่ี ปว ยเปนโรคหัวใจหนัก ขาดยาไมไดแ มแตว นั เดียว ขณะท่ีลกู ๆ ก็ สมควรถูกตัดสนิ ลงโทษ ไมค วรจะเปน คุณเพยี งผูเดยี วตองรวม ตอ งไปโรงเรียนมคี าใชจาย ทกุ ครัง้ ที่ขอเบกิ เงินคาแรง เถาแกมัก ถึงลกู ชายของฉันดวย เขาน่ันแหละทเี่ ปนตนเหตุกอ ใหเ กดิ เรื่อง จะแสดงทา ทีรําคาญและเรียกยามมาไลอ อกจากหองสํานกั งาน ราวทัง้ หมดขึ้นมา\" เมอ่ื เขาสุดจะทน จึงจบั ลกู ชายของเถา แกไวเ รยี กคา ไถ แตเขาเกดิ สํานกึ ผดิ ไดก ลวั วา เดก็ นอยจะเกิดความหวาดกลวั จงึ อุมเดก็ ไวแ นบ \"คํานับทีส่ อง ฉนั ขออภยั คนในครอบครวั ของเธอ อกตลอด เมือ่ ตาํ รวจมาถงึ เด็กนอ ยก็หลับสนิทในออมอกของเขา ลกู ชายฉนั ไมเ พียงแตก ระทาํ ผิดตอ เธอ ยังทาํ ผิดตอ คนใน เขาถูกศาลตัดสินจําคกุ 5 ป ผเู ขา ฟงทง้ั หมดเสยี ใจแทนเขา เปน ครอบครวั ของเธอดวยฉนั ผเู ปนแมละอายใจจรงิ ๆ\" เพราะความไมร กู ฎหมายมเิ ชนนั้นกไ็ มตองชดใชด วยโทษหนกั ขนาดนี้ แลว ครอบครวั ท่เี ขาตองดแู ลแมท กี่ ําลงั ปว ย ลกู ๆ ตองไป \"คํานับทีส่ ามฉนั ขอบใจเธอทีไ่ มไ ดท าํ รายหลานชายฉัน โรงเรียนจะเปนอยางไรตอไป ขณะท่ศี าลกําลังจะกลาวเลกิ ศาล ไมไ ดทาํ ใหจติ ใจของเขาเกิดรอยมลทนิ เธอมจี ิตใจทีด่ งี าม คุณ ไดมีเสยี งๆหนง่ึ ดังขึน้ ในกลมุ คนท่ีเขา รับฟง คาํ ตดั สนิ .. \"ชากอ น ฉัน คะ คุณเทียบกบั ลกู ชายฉนั แลว เหนอื กวา เปน รอยเทา\" คาํ พดู มอี ะไรจะพดู \" ของหญิงชราทําใหผฟู งทัง้ หมดต้นื ตนั นเี่ ปนคุณแมท ีป่ ระเสรฐิ เขา ใจหลักคณุ ธรรมยิ่งนกั สวนคนงานคนน้นั รํ่าไหอ อกมาเสยี ง ทุกคนตางหนั ไปมองทต่ี น เสียงเปนหญิงชราคนหน่งึ มีคน ดัง ดวยความซาบซงึ้ และสํานึกผดิ บทสรุปของเรอื่ งราวกค็ อื จําเธอได เธอคอื คณุ ยา ของเดก็ นอย เปนคุณแมข องเถา แก หลงั ลูกชายของหญงิ ชรา ไมเ พยี งแตจา ยคา แรงคนงานครบถวน ยงั จากทเ่ี ด็กนอ ยถกู จับตวั ไปหญิงชราก็ลมปว ยลง ดว ยเดก็ นอยเปน ไปรบั คุณแมและลูกๆ ของคนงานเขามาในเมอื ง หลานชายสดุ ท่รี ักของเธออีกทัง้ ในบรรดาหลานๆเดก็ นอยน่นั เปน เพือ่ ทําการรกั ษาอาการปว ยไขต อไป หนง่ึ เดยี วท่ีเปนเดก็ ชาย จติ ใจของผเู ขาฟง คาํ ตดั สินในคดีทกุ คน รูสกึ ตงึ เครียด หรอื วา หญิงชราตอ งการเรียกรอ งอน่ื ๆอีก คนงานคน คณุ ธรรมของหญิงชรา ไดชว ยปลุกจิตวญิ ญาณของ น้ี ไมม ีอะไรเหลืออยแู ลว จะแบกรับอีกไหวหรอื หญงิ ชราเดนิ ลูกชายตนเองใหต่นื จากความช่ัวราย เธอใชวธิ กี ารโคงคํานับ 3 คร้ังไมเ พยี งแตโคงใหค นงานเทา น้ัน ยังเปน การแสดงใหเ ห็น

๒ การรูจกั หลักคณุ ธรรมกับความถกู ตอ ง ยํา้ เตอื นใจของ คนเราไมวาจะเลือกทางเดินในชวี ิตเชน ไร อันดับ ลูกชายของตนวา ไมค วรกระทาํ เรอื่ งราวใดๆ ที่นา ละอายใจขัด แรกที่ตองคาํ นงึ ถงึ คอื หลกั คณุ ธรรม ละอายแกใจตนเองไม ตอจิตสาํ นึกดขี องตน ซึง่ ควรมีหลักธรรมประจําใจ เพอ่ื ใหต น ขัดตอ ศลี ธรรม อยางนอยกไ็ มควรกระทําเร่อื งใหผเู ปน แม ดํารงชีวติ ไดอ ยางประเสริฐและบริสุทธน์ิ ั่นกค็ อื หลักพรหม ตอ งโศกเศรา เสยี ใจ ละอายใจ ถงึ กับตองกม ขออภยั แทนตวั วหิ าร ๔ หรอื พรหมวหิ ารธรรม เปน แนวธรรมปฏบิ ตั ขิ องผทู ่ี เราเอง ซึง่ ในสังคมคนรนุ ใหมท ่มี ีพอแมเปนคนรุน ความคดิ ปกครองและการอยูร วมกับผอู ื่น ประกอบดว ยหลกั ปฏิบตั ิ ๔ กาวไกล ไมใสใ จสืบทอดเรียนรูความดีจากคนรุน กอนเพราะ ประการ ไดแก ไปรบั วฒั นธรรมความรจู ากตา งแดนมามากเกินไปจนลมื ราก เหงา ความดีของบรรพชน อีกท้งั อยดู ี กินดี สขุ สบายมากเกนิ หลักพรหมวหิ าร ๔ หรอื พรหมวหิ ารธรรม ไป จากเงินทองท่บี รรพบรุ ษุ เกบ็ สะสมไวใ ห ในวนั เวลาน้ี จงึ ไมม ใี ครเหน็ พอแม คนรุน ใหมทม่ี ีคณุ ธรรมความดเี ต็ม ๑. เมตตา คือ ความรกั ใคร ปรารถนาดีอยากใหเขามี เปย มในหัวใจออกมากม หวั เพื่อขอโทษท่ีลูกๆ ทําผดิ ความสขุ มจี ติ อนั แผไมตรีและคดิ ทําประโยชนแ กม นุษยสัตวทว่ั ประกอบกรรมชั่วกนั ทว่ั บา นท่วั เมอื ง ณ ปจ จุบนั นี้ หนา ๒. กรุณา คือ ความสงสาร คิดชวยใหพนทกุ ข ใฝใ จใน อันจะปลดเปลอ้ื งบาํ บดั ความทุกขยากเดอื ดรอ นของปวงสัตว ๓. มุทติ าคอื ความยินดีในเม่อื ผูอืน่ อยูดมี สี ุขมจี ิต ผอ งใสบนั เทงิ ประกอบดว ยอาการแชมชน่ื เบิกบานอยเู สมอตอ สตั วท ้ังหลายผดู ํารงในปกตสิ ุข พลอยยนิ ดดี วยเมอ่ื เขาไดดีมีสุข เจริญงอก งามยงิ่ ขน้ึ ไป ๔. อุเบกขา คอื ความวางใจเปน กลาง อนั จะใหด ํารง อยูใ นธรรมตามที่พจิ ารณาเห็นดวยปญญา คอื มจี ิตเรียบตรง เทยี่ งธรรมดุจตาชงั่ ไมเอนเอยี งดว ยรัก และ ชงั พิจารณาเหน็ กรรมท่ีสตั วท ง้ั หลายกระทาํ แลวอันควรไดรบั ท้ังผลดปี ละทัง้ ช่วั สมควรแกเ หตอุ ันตนประกอบพรอ มทจ่ี ะวินจิ ฉยั และปฏบิ ัตไิ ป ตามธรรม รวมท้งั รจู ักวางเฉยสงบใจมองดูในเม่อื ไมมีกจิ ที่ควร ทาํ เพราะเขารับผิดชอบตนไดด แี ลว เขาสมควรทีจ่ ะรับผิดชอบ ตนเองหรือเขาควรไดร ับผลอนั สมกับความรบั ผดิ ชอบของตน



แผนทีตัง : มหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรลี า้ นชา้ ง จงั หวดั เลย


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook