Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มืออายุรศาสตร์ ปี 5 รุ่น 4 กลุ่ม 1 ปี 2557

คู่มืออายุรศาสตร์ ปี 5 รุ่น 4 กลุ่ม 1 ปี 2557

Published by arsa.260753, 2015-11-16 20:58:10

Description: คู่มืออายุรศาสตร์ ปี 5 รุ่น 4 กลุ่ม 1 ปี 2557

Search

Read the Text Version

คู่มือการเรียนการสอน รายวชิ าอายุรศาสตร์โรงพยาบาลสมเดจ็ พระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา นิสติ คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยบรู พา ชัน้ ปี ท่ี 5 ปี การศกึ ษา 2557 กลุ่ม 1

คาํ นํา รายวิชาอายรุ ศาสตร์ 4 (Medicine IV) รหสั 580504 อายรุ ศาสตร์ 5 (Medicine V)รหสั 580505 เป็นรายวิชาสําหรับนสิ ติ หลกั สตู รแพทยศาสตรบณั ฑติ ชนั้ ปี ที่ 5 มีการเรียนรวม 6 สปั ดาห์การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนในรายวิชานี ้ ยดึ ตามเกณฑ์มาตรฐานผ้ปู ระกอบวชิ าชีพเวชกรรมของแพทยสภา และหลกั สตู รแพทยศาสตรบณั ฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา คมู่ ือการเรียนการสอนรายวิชาอายรุ ศาสตร์นี ้จดั ทําขนึ ้ เพ่ือให้นิสติ และอาจารย์ ได้ทราบถึงวตั ถปุ ระสงค์ ขอบเขตของเนือ้ หาวิชาท่ีต้องเรียนรู้ การจดั กิจกรรมการเรียนการสอน และการประเมินผลคณะผ้จู ดั ทําหวงั เป็นอยา่ งยง่ิ วา่ จะเป็นประโยชน์ทงั้ ตอ่ นสิ ติ และอาจารย์ หากมีข้อเสนอแนะเพ่ือปรับปรุงคมู่ ือให้เหมาะสม และดยี ่งิ ขนึ ้ กรุณาแจ้งข้อตชิ มมาได้ท่ีประธานรายวชิ าประธาน นายแพทย์พงษ์ศกั ดิ์ ชนุ พงษ์ทอง กลมุ่ รายวชิ าอายรุ ศาสตร์ 4 พฤศจิกายน 2557

สารบัญ หน้า เร่ือง 1 21. รายนามอาจารย์ผ้สู อน 22. Course Syllabus 10 15 อายรุ ศาสตร์ 4 Medicine IV 21 อายรุ ศาสตร์ 5 Medicine V 223. กิจกรรมการเรียนการสอน 234. เกณฑ์การหกั คะแนนภาคปฏิบตั ใิ ช้สําหรับนิสิตทกุ ชนั้ ปี 335. ข้อปฏิบตั อิ ่ืน ๆ ของนิสติ แพทย์ 366. การประเมนิ ผล 377. รูปนิสติ แพทย์ 408. อาจารย์ท่ีปรึกษานสิ ติ แพทย์9. ตารางปฏิบตั งิ านของนสิ ติ แพทย์10. ตารางเวร.

1 รายนามอาจารย์ผู้สอนโรงพยาบาลสมเดจ็ พระบรมราชเทวี ณ ศรีราชาอายรุ กรรมสาขาวชิ าโรคทางเดนิ หายใจนายแพทย์กมล พจนมงคลกิจ หวั หน้าฝ่ ายอายรุ กรรมอายรุ กรรมสาขาวิชาโรคไตนายแพทย์พงษ์ศกั ด์ินายแพทย์วเิ ชียร ชนุ พงษ์ทอง ฝ่ ายอายรุ กรรม จฬุ าเสรีกลุ ฝ่ ายอายรุ กรรมอายุรกรรมสาขาวชิ าโรคหวั ใจและหลอดเลือดนายแพทย์สมควร ตงั้ จิตร์พร ฝ่ ายอายรุ กรรมแพทย์หญิงหทยั ชนก งามเกษม ฝ่ ายอายรุ กรรมอายุรกรรมสาขาวิชาโรคทางเดนิ อาหารนายแพทย์ธเนศ จดั วฒั นกลุ ฝ่ ายอายรุ กรรมนายแพทย์นพวฒุ ิ กีรตกิ รณ์สภุ คั ฝ่ ายอายรุ กรรมอายุรกรรมสาขาวชิ าโรคเลือดนายแพทย์คงศกั ดิ์ อไุ รรงค์ ฝ่ ายอายรุ กรรมแพทย์หญิงจนิ ดารัตน์ ทองแถม ฝ่ ายอายรุ กรรมอายุรกรรมสาขาวิชาโรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลสิ มนายแพทย์สฐาปกร ศริ ิวงศ์ ฝ่ ายอายรุ กรรมอายุรกรรมสาขาวชิ าโรคประสาทวิทยา ฝ่ ายอายรุ กรรมนายแพทย์พงศภ์ ทั ร์ วรสายณั ห์อายรุ กรรมสาขาวิชาโรคตดิ เชือ้แพทย์หญิงธีรารัตน์ ฉนั ทชล ฝ่ ายอายรุ กรรมอายรุ กรรมสาขาวชิ าโรคผิวหนังแพทย์หญิงทราย ทศั เกตุ ฝ่ ายอายรุ กรรมแพทย์หญิงโชตนิ จิ เลิศพาณิชย์กลุ ฝ่ ายอายรุ กรรมอาจารย์แพทย์ท่ีมาช่วยสอนอายรุ กรรมสาขาโรคข้อและรูมาตซิ ่ัมแพทย์หญิงพรเพ็ญ อคั รวชั รางกรู ฝ่ ายผ้ปู ่ วยนอกและอบุ ตั เิ หตุ

2 อายุรศาสตร์ 4 Medicine IV---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------1. ช่ือวชิ า : 580501 อายรุ ศาสตร์ 4 Medicine IV2. จาํ นวนหน่วยกิต : 3(1-6-2)3. บุรพวชิ า : 580401 อายรุ ศาสตร์ 1 Medicine I 580402 อายรุ ศาสตร์ 2 Medicine II 580403 อายรุ ศาสตร์ 3 Medicine III4. คาํ อธิบายรายวิชา: หลกั การดแู ลรักษาผ้ปู ่ วยแบบองคร์ วมทงั้ กาย จิตวิญญาณ สงั คม การฟื น้ ฟสู ภาพ การใช้ยา การดแู ลผ้ปู ่ วยระยะสดุ ท้ายของชีวิต คณุ ภาพชีวติ5. จุดประสงค์ : เมื่อสิน้ สดุ การเรียนการสอนแล้วนสิ ติ สามารถ5.1 วจิ ารณ์ ความหมาย ความสําคญั กลไกการเกิดโรค อาการสําคญั อาการท่ีพบบอ่ ย สญั ญาณโรค การวนิ จิ ฉยั เบือ้ งต้น การดําเนินโรค การพยากรณ์โรค สาเหตุ ปัจจยั เส่ียงใน การเกิดโรค หลกั การ แนวทางในการดแู ลรักษา และการป้ องกนั ของโรคตามระบบตอ่ ไปนีไ้ ด้ (ตามเกณฑ์มาตรฐานแพทยสภาฯ พ.ศ. 2535 ข้อ 2.3 ที่เก่ียวข้องกบั อายรุ ศาสตร์)• Infectious and parasitic diseases กลมุ่ ที่ 2 - gastroenteritis (cholera, shigellosis, salmonellosis, E.coli, virus, Campylobacter sp., Clostridium difficile, amoebiasis, giardiasis, cryptosporidiosis, isosporosis, microsporidiosis, food-borne intoxication) - avian flu - typhoid and paratyphoid fever - SARS (subacute respiratory syndrome) intestinal parasites (ascariasis, hookworm infestation, enterobiasis, -- trichuriasis, strongyloidiasis, taeniasis, capillariasis) - tuberculosis - melioidosis - leptospirosis - tetanus - diphtheria - septicemia

3- sexually transmitted disease (syphilis, gonococcal infection, chancroid, non-specific urethritis, condyloma acuminata, lymphogranuloma venerum,trichomoniasis)- typhus fever (scrub typhus, murine typhus)- poliomyelitis- rabies- varicella, zoster- dengue hemorrhagic fever & Chikungunya fever- herpes simplex infection- viral exanthemata (measles, rubella, erythema infectiosum, exanthema subitum)- viral hepatitis- mumps- infectious mononucleosis- superficial mycoses (tinea, pityriasis versicolor, candidosis)- malaria- ectoparasitc diseases : scabiasis, pediculosis• Neoplasm - benign neoplasm of skin and subcutaneous tissue• Endocrine, nutritional, and metabolic disease (กลมุ่ ที่ 2)- goiter - protein-energy malnutrition- iodine deficiency - vitamin deficiency (A, B, C, D, E, K)- hypothyroidism - obesity- diabetes mellitus- disorders of lipoprotein metabolism and lipidemia- disorders of fluid, electrolytes and acid-base balance (acidosis, alkalosis,hyponatremia, hypernatremia, hypokalemia, hyperkalemia, hypocaicemia,hypercalcemia)• Disorders of the nervous system (กลมุ่ ท่ี 2)- meningitis - periodic paralysis- tension headache - epilepsy

4- migraine - facial nerve paralysis (Bell’s palsy)- polyneuropathies (systemic diseases drugs, chemical, alcohol)• Disorders of the digestive system (กลมุ่ ที่ 2)- oral ulcer (aphthous - cirrhosisulcer, stomatitis, glossitis, - hepatic failure thrush) - liver abscess - gastrointestinal hemorrhage- peptic ulcer, gastritis - acute appendicitis- dyspepsia, esophagitis- irritable bowel syndrome- alcoholic liver disease• Disorders of the skin & subcutaneous tissue (กลมุ่ ท่ี 2)- impetigo - dyshidrosis, miliaria- cellulites - corn, keloid, scar- abxcess - wart- dermatitis and eczema - ulcer- urticaria - cyst- acne• Disorders of the genito-urinary system (กลมุ่ ท่ี 2)- cystitis, urethritis - nephritic syndrome- urethral syndrome - pyelonephritis- orchitis and epididymitis- nephritic syndrome (acute & chronic glomerulonephritis)• Injury, poisoning and consequences of external causes- animal bites- toxic effects of contact with venomous animals- corrosions, heat stroke, electrical injury- near-drowning- poisoning & intoxication by drugs, substances, toxins

5 • External causes of morbidity & mortality - nosocomial conditions - exposure to smoke, fire and flames - exposure to forces of nature (natural heat or cold, sunlight) - problems related to life-style เชน่ tobacco use, alcohol and biological substance use, lack of physical exercise - drugs, medicaments and biological substances causing adverse effects in therapeutic use - medical device associated with adverse incident diagnostic and therapeutic use - work-related conditions - environmental pollution-related conditions5.2 อธิบายแนวคดิ หลกั การและวิธีการการดแู ลผ้ปู ่ วยระยะสดุ ท้ายของชีวติ เพ่ือคณุ ภาพชีวิตที่ดี และศกั ดศิ์ รีแหง่ ความเป็นมนษุ ย์ สอดคล้องกบั หลกั ศลี ธรรม ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี และวฒั นธรรมของผ้ปู ่ วยและครอบครัว5.3 วินจิ ฉยั แยกโรคและวินจิ ฉยั ขนั้ สดุ ท้าย โดย - ซกั ประวตั อิ าการสําคญั ( chief complaint) สาเหตทุ ี่มาพบแพทย์ ( reason for medical visit) และอาการหลกั (main symptoms) จากผ้ปู ่ วยได้ถกู ต้อง - ซกั ประวตั จิ ากผ้ปู ่ วยได้ถกู ต้อง เหมาะสมกบั อาการสําคญั เป็นระบบ โดยคาํ นงึ ถงึ สทิ ธิผ้ปู ่ วย เป็ นสําคญั - ระบอุ าการหลกั จากการซกั ประวตั ไิ ด้ถกู ต้อง - วินจิ ฉยั แยกโรคจากข้อมลู ประวตั ิ - ตรวจร่างกายผ้ปู ่ วยได้อยา่ งถกู ต้อง เหมาะสม เป็นระบบโดยคาํ นงึ ถึงสทิ ธิผ้ปู ่ วย - ระบสุ ญั ญาณโรค (signs) จากการตรวจร่างกายได้ถกู ต้อง - วินจิ ฉยั แยกโรคจากข้อมลู ประวตั แิ ละตรวจร่างกายได้ - พจิ ารณาสง่ ตรวจทางห้องปฏิบตั กิ าร ทางรังสีวิทยา หรือการตรวจพิเศษอื่น ๆ ได้อยา่ ง เหมาะสมตามเวชศาสตร์เชิงประจกั ษ์และระบาดวิทยาทางคลินิก โดยคํานงึ ถงึ สทิ ธิผ้ปู ่ วย - แปลผลข้อมลู สง่ ตรวจจากห้องปฏิบตั กิ าร รังสีวทิ ยา หรือการตรวจพเิ ศษได้ถกู ต้อง - วินจิ ฉยั โรคขนั้ สดุ ท้ายจากข้อมลู ที่ได้จากการซกั ประวตั ิ ตรวจร่างกาย และการตรวจทาง ห้องปฏิบตั กิ าร รังสีวิทยาหรือการสง่ ตรวจพเิ ศษได้ ตามจดุ ประสงคข์ ้อ 7.1

65.4 อธิบายแนวทางการรักษาผ้ปู ่ วยตาม การใช้ยา การฟื น้ ฟสู ภาพ การดแู ลคณุ ภาพชีวติ และระยะสดุ ท้ายของชีวติ ได้5.5 อธิบายหลกั การ วธิ ีการ ข้อบง่ ชี ้ ข้อห้าม การเตรียมผ้ปู ่ วย ปฏิบตั ไิ ด้ด้วยตนเอง และแปลผลได้อยา่ งถกู ต้อง สําหรับการตรวจ - tuberculin skin test- malaria parasite- body fluid analysis : CSF, etc.5.6 อธิบายหลกั การ วธิ ีการ ข้อบง่ ชี ้ ข้อห้าม การเตรียมผ้ปู ่ วยหรือเก็บตวั อยา่ งตรวจ และแปลผลได้อยา่ งถกู ต้อง สําหรับการตรวจ- การเพาะเชือ้ จากสง่ิ สง่ ตรวจตา่ ง ๆ - kidney profile- susceptibility test ตอ่ ยาต้านจลุ ชีพ - lipid profile- cytology - HIV testing- liver profile - serologic studies- endocrinologic studies : oral glucose tolerance test (OGTT), post-prandial GTT,thyroid function test, serum cortisol5.7 อธิบายหลกั การ วิธีการ ข้อบง่ ชี ้ ข้อห้าม การเตรียมผ้ปู ่ วย และแปลผลการตรวจทางรังสีได้อยา่ งถกู ต้อง- barium contrast GI studies - computerized axial tomography scan- plain abdomen - magnetic resonance imaging- plain KUB - radionuclide scan- skull and sinuses5.8 ปฏิบตั ไิ ด้อยา่ งถกู ต้อง โดยวจิ ารณ์ ข้อบง่ ชี ้ข้อห้าม เงื่อนไขท่ีต้องมีกอ่ นลงมือปฏิบตั ิขนั้ ตอน และวธิ ีการทํา ภาวะแทรกซ้อนท่ีอาจจะเกิดขนึ ้ การผิดพลาดวกิ ฤต การป้ องกนัภาวะแทรกซ้อน การวินจิ ฉยั ภาวะแทรกซ้อน การดแู ลรักษาภาวะแทรกซ้อน การพยากรณ์ภาวะแทรกซ้อน ของหตั ถการตอ่ ไปนีไ้ ด้- venepuncture- capillary puncture- intravenous fluid infusion- injection : intramuscular, intradermal, intravenous, subcutaneous- lumbar puncture- nasogastric intubation, gastric lavage, gavage and irrigation- urethral catherization

7 - biopsy of skin - abdominal paracentesis5.9 บนั ทกึ เวชระเบยี นผ้ปู ่ วยได้ถกู ต้องและครบถ้วนตามประกาศของแพทยสภาภายในระยะเวลาท่ี กําหนดและถกู ต้องตามหลกั ภาษา ตดิ ตามผลการรักษาและบนั ทกึ ความก้าวหน้า การ เปลี่ยนแปลงของผ้ปู ่ วยอยา่ งเป็นองคร์ วม5.10 เขียนรายงานการวิจารณ์ การวินิจฉยั การดแู ลรักษาได้เหมาะสมถกู ต้องตามหลกั วชิ าการ ภายในเวลาที่กําหนด5.11 ส่ือสารกบั ผ้ปู ่ วยและญาตไิ ด้อยา่ งสภุ าพและเหมาะสม โดยคํานงึ ถึงความแตกตา่ ง ในขนบธรรมเนียมประเพณีและวฒั นธรรม5.12 ส่ือสารกบั ผ้ปู ่ วยท่ีมีปัญหาหรือไมใ่ ห้ความร่วมมือและผ้อู นบุ าลได้อยา่ งเหมาะสม5.13 มีมารยาทและปฏิบตั ติ ามสทิ ธิผ้ปู ่ วยในการซกั ประวตั ิ ตรวจร่างกาย และตรวจเพิ่มเตมิ อ่ืน ๆ ได้อยา่ งเหมาะสมตามขนบธรรมเนียมประเพณีและวฒั นธรรม5.14 ตระหนกั ถงึ ความตามสําคญั ของคํายนิ ยอมของผ้ปู ่ วยและผ้อู นบุ าลตามกฎหมาย ในการ ซกั ประวตั ิ ตรวจร่างกาย การตรวจเพ่มิ เตมิ การรักษา การขอข้อมลู จากแหลง่ อ่ืน เพื่อให้ผ้ปู ่ วยและผ้ปู กครองรู้ในสิทธิผ้ปู ่ วยได้อยา่ งถกู ต้อง5.15 มีมนษุ ยสมั พนั ธ์กบั ผ้ปู ่ วย ญาตผิ ้ปู ่ วย อาจารย์ แพทย์รุ่นพี่ พยาบาล ผ้รู ่วมงาน ฯลฯ ได้อยา่ งเหมาะสมตามวฒั นธรรมไทย5.16 ปฏิบตั ไิ ด้ถกู ต้องตามจริยธรรมวิชาชีพเวชกรรม5.17 มีนสิ ยั ใฝ่ รู้ และสามารถค้นคว้าหาข้อมลู ให้ทนั ความก้าวหน้าทางวชิ าการจากแหลง่ ข้อมลู ตา่ ง ๆ โดยสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ6. การเรียนการสอน :ภาคทฤษฎี - บรรยาย และอภิปรายสลบั การซกั ถาม - การแสดงและอภิปรายโจทย์ปัญหาผ้ปู ่ วย- การศกึ ษาค้นคว้าด้วยตนเองภาคปฏิบตั ิ - สงั เกตการสาธิต และปฏิบตั ติ าม การซกั ประวตั ิ การตรวจร่างกาย การตรวจทางห้องปฏิบตั กิ ารและการปฏิบตั หิ ตั ถการ- การฝึกปฏิบตั กิ บั ผ้ปู ่ วยในและผ้ปู ่ วยนอก - การปฏิบตั งิ านในหอผ้ปู ่ วยตามท่ีได้รับมอบหมายทงั้ ในและนอกเวลาราชการภาคเจตคตแิ ละจริยธรรม - ต้องนํามารยาท พฤตกิ รรม เจตคติ จริยธรรมวิชาชีพ มาปฏิบตั ทิ กุ ขนั้ ตอนของการเรียนรู้ - ประพฤตติ ามอาจารย์ท่ีเป็นแบบอยา่ ง (role model) ที่ดีในด้านเจตคตแิ ละจริยธรรมวชิ าชีพ

87. การประเมนิ ผล: 7.1 การประเมนิ ผล 7.1.1 ภาคทฤษฎี (35 %) ดชั นี นิสิตสามารถอธิบายได้ตามจดุ ประสงค์ข้อ 5.1, 5.2และ 5.4 – 5.7และวิจารณ์ได้ ตามจดุ ประสงคข์ ้อ 5.10 นาํ้ หนักการประเมนิ ก. วจิ ารณ์ ความหมาย ความสําคญั กลไกการเกิดโรค อาการสําคญั อาการท่ี พบบอ่ ย สญั ญาณโรค การวนิ จิ ฉยั เบอื ้ งต้น การดาํ เนินโรค การพยากรณ์โรค สาเหตุ ปัจจยั เส่ียงในการเกิดโรค หลกั การ แนวทางในการดแู ลรักษา และการ ป้ องกนั ของโรคตามระบบตอ่ ไปนีไ้ ด้ (ตามเกณฑ์มาตรฐานแพทยสภาฯ พ.ศ. 2545 ข้อ 2.3 ที่เกี่ยวข้องกบั อายรุ ศาสตร์) (30 %) ข. อธิบายแนวคดิ หลกั การและวิธีการการดแู ลผ้ปู ่ วยระยะสดุ ท้ายของชีวิต เพื่อ คณุ ภาพชีวติ ที่ดแี ละศกั ดศ์ิ รีแหง่ ความเป็นมนษุ ย์ สอดคล้องกบั หลกั ศีลธรรม ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณีและวฒั นธรรมของผ้ปู ่ วยและครอบครัว(10 %) ค. อธิบายแนวทางการรักษาผ้ปู ่ วยตาม การใช้ยา การฟื น้ ฟสู ภาพ การดแู ล คณุ ภาพชีวิตและระยะสดุ ท้ายของชีวิตได้ (10%) ง. อธิบายหลกั การ วธิ ีการ ข้อบง่ ชี ้ ข้อห้าม การเตรียมผ้ปู ่ วย ปฏิบตั ไิ ด้ด้วย ตนเอง และแปลผลได้อยา่ งถกู ต้อง สําหรับการตรวจ (10 %) จ. อธิบายหลกั การ วธิ ีการ ข้อบง่ ชี ้ ข้อห้าม การเตรียมผ้ปู ่ วยหรือเก็บตวั อยา่ ง ตรวจ และแปลผลได้อยา่ งถกู ต้อง สําหรับการตรวจ (10%) ฉ. อธิบายหลกั การ วิธีการ ข้อบง่ ชี ้ ข้อห้าม การเตรียมผ้ปู ่ วย และแปลผลการ ตรวจทางรังสีได้อยา่ งถกู ต้อง (10%) ช. ปฏิบตั ไิ ด้อยา่ งถกู ต้อง โดยวจิ ารณ์ ข้อบง่ ชี ้ข้อห้าม เง่ือนไขที่ต้องมีกอ่ นลงมือ ปฏิบตั ิ ขนั้ ตอน และวธิ ีการทํา ภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขนึ ้ การผิดพลาด วกิ ฤต การป้ องกนั ภาวะแทรกซ้อน การวนิ จิ ฉยั ภาวะแทรกซ้อน การดแู ลรักษา ภาวะแทรกซ้อน การพยากรณ์ภาวะแทรกซ้อน ของหตั ถการตอ่ ไปนีไ้ ด้ (10%) ซ. เขียนรายงานการวจิ ารณ์ การวนิ จิ ฉยั การดแู ลรักษาได้เหมาะสมถกู ต้องตาม หลกั วชิ าการ ภายในเวลาท่ีกําหนด (10 %) วธิ ีการ องิ เกณฑ์จากรายงานฯ อิงกลมุ่ จากการสอบ

9 7.1.2 ภาคปฏิบตั ิ (65 %) ดัชนี นสิ ติ มีความสามารถตามจดุ ประสงค์ข้อ 5.3, 5.5 – 5.8 นาํ้ หนักการประเมิน ก. วินิจฉยั แยกโรคและวินิจฉยั ขนั้ สดุ ท้าย (20 %) ข. อธิบายหลกั การ วิธีการ ข้อบง่ ชี ้ ข้อห้าม การเตรียมผ้ปู ่ วย ปฏิบตั ไิ ด้ด้วยตนเอง และแปลผลได้อยา่ งถกู ต้อง (20%) ค. อธิบายหลกั การ วธิ ีการ ข้อบง่ ชี ้ ข้อห้าม การเตรียมผ้ปู ่ วยหรือเก็บตวั อยา่ งตรวจ และแปลผลได้อยา่ งถกู ต้อง (15 %) ง. อธิบายหลกั การ วธิ ีการ ข้อบง่ ชี ้ ข้อห้าม การเตรียมผ้ปู ่ วย และแปลผลการตรวจ ทางรังสีได้อยา่ งถกู ต้อง (15 %) จ. ปฏิบตั ไิ ด้อยา่ งถกู ต้อง โดยวิจารณ์ ข้อบง่ ชี ้ข้อห้าม เงื่อนไขที่ต้องมีก่อนลงมือ ปฏิบตั ิ ขนั้ ตอน และวธิ ีการทํา ภาวะแทรกซ้อนท่ีอาจจะเกิดขนึ ้ การผดิ พลาดวกิ ฤต การป้ องกนั ภาวะแทรกซ้อน การวนิ จิ ฉยั ภาวะแทรกซ้อน การดแู ลรักษา ภาวะแทรกซ้อน การพยากรณ์ภาวะแทรกซ้อน ของหตั ถการ (20 %) ฉ. บนั ทกึ เวชระเบียนผ้ปู ่ วยได้ถกู ต้องและครบถ้วนตามประกาศของแพทยสภาภายใน ระยะเวลาท่ีกําหนดและถกู ต้องตามหลกั ภาษา ตดิ ตามผลการรักษาและบนั ทกึ ความก้าวหน้า การเปลี่ยนแปลงของผ้ปู ่ วยอยา่ งเป็นองคร์ วม (10 %) วิธีการ อิงเกณฑ์7.2 การตดั สินผล เกณฑ์ผา่ น เป็นไปตามข้อบงั คบั ของมหาวิทยาลยั คณะ และรายวิชา และต้องผา่ นเกณฑ์ ด้านเจตคติ (ตามจดุ ประสงคข์ ้อ 5.9 – 5.17)

10 อายุรศาสตร์ 5 Medicine V---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------1. ช่ือวชิ า : 580505 อายรุ ศาสตร์ 5 Medicine V2. จาํ นวนหน่วยกิต : 2 (1-3-2) อายรุ ศาสตร์ 1 Medicine I : 5804013. บูรพวิชา 580402 อายรุ ศาสตร์ 2 Medicine II 580403 อายรุ ศาสตร์ 3 Medicine III4. คาํ อธิบายรายวิชา: หลกั การและทกั ษะการตรวจผ้ปู ่ วยในสาขาตา่ ง ๆ ทางคลินกิ อายรุ กรรมทว่ั ไป และอายรุ กรรมเฉพาะทางในระบบหวั ใจและหลอดเลือด ระบบการหายใจ ระบบโลหติ วทิ ยารวมทงั้ การแปลผลคล่ืนไฟฟ้ าหวั ใจ การดภู าพของเมด็ เลือด การดภู าพรังสีของปอดและหวั ใจการเจาะเลือดให้นํา้ เกลือ ให้เลือด สวนปัสสาวะ ตลอดจนใสส่ ายยางในกระเพาะอาหาร การเจาะนํา้ จากชอ่ งปอด ชอ่ งท้อง และชอ่ งไขสนั หลงั หตั ถการเพ่ือการตรวจรักษาทางอายรุ กรรมพืน้ ฐานที่จําเป็นตามเกณฑ์แพทยสภา5. จุดประสงค์ : เม่ือสิน้ สดุ การเรียนการสอนแล้วนสิ ติ สามารถ5.1 วิจารณ์ ความหมาย ความสําคญั กลไกการเกิดโรค อาการสําคญั อาการที่พบบอ่ ย สญั ญาณโรค การวินิจฉยั เบือ้ งต้น การดําเนนิ โรค การพยากรณ์โรค สาเหตุ ปัจจยั เสี่ยงใน การเกิดโรค หลกั การ แนวทางในการดแู ลรักษา และการป้ องกนั ของโรคตามระบบหวั ใจและ หลอดเลือด ระบบการหายใจ ระบบโลหิตวิทยา ได้ (ตามเกณฑ์มาตรฐานแพทยสภาฯ พ.ศ. 2454 ข้อ 2.3 ท่ีเก่ียวข้องกบั อายรุ ศาสตร์) • Diseases of blood & blood forming organs and disorders involving the immune mechanism - thalassemia - acquired platelet dysfunction with - GPD deficiency eosinophilia - nutritional deficiency anemias (iron, folate) • Disorders of the circulatory system (กลมุ่ ท่ี 2) - rheumatic fever - lymphadenitis - hypertension - hemorrhoids - heart failure • Disorders of the respiratory system (กลมุ่ ที่ 2) - influenza - allergic rhinitis

11- asthma - pleurisy, pleural effusion- pneumothorax- upper respiratory infections (nasopharyngitis, sinusitis, pharyngitis,tonsillitis, laryngitis, tracheitis, croup)- lobwer respiratory infections (bronchitis, bronchiolitis, pneumonia,Lung abscess, bronchiectasis)5.2 วนิ ิจฉยั แยกโรคและวินิจฉยั ขนั้ สดุ ท้ายโดย- ซกั ประวตั อิ าการสําคญั ( chief complaint) สาเหตทุ ี่มาพบแพทย์ ( reason for medicalvisit) และอาการหลกั (main symptoms) จากผ้ปู ่ วยได้ถกู ต้อง- ซกั ประวตั จิ ากผ้ปู ่ วยได้ถกู ต้อง เหมาะสมกบั อาการสําคญั เป็นระบบ โดยคาํ นงึ ถึงสทิ ธิผ้ปู ่ วยเป็นสําคญั- ระบอุ าการหลกั จากการซกั ประวตั ไิ ด้ถกู ต้อง- วนิ จิ ฉยั แยกโรคจากข้อมลู ประวตั ิ- ตรวจร่างกายผ้ปู ่ วยได้อยา่ งถกู ต้อง เหมาะสม เป็นระบบโดยคํานงึ ถึงสิทธิผ้ปู ่ วย- ระบสุ ญั ญาณโรค (signs) จากการตรวจร่างกายได้ถกู ต้อง- วนิ ิจฉยั แยกโรคจากข้อมลู ประวตั แิ ละตรวจร่างกายได้- พจิ ารณาสง่ ตรวจทางห้องปฏิบตั กิ าร ทางรังสีวิทยา หรือการตรวจพิเศษอื่น ๆ ได้อยา่ งเหมาะสมตามเวชศาสตร์เชิงประจกั ษ์และระบาดวทิ ยาทางคลินกิ โดยคํานงึ ถึงสิทธิผ้ปู ่ วย- แปลผลข้อมลู สง่ ตรวจจากห้องปฏิบตั กิ าร รังสีวทิ ยา หรือการตรวจพิเศษได้ถกู ต้อง- วนิ ิจฉยั โรคขนั้ สดุ ท้ายจากข้อมลู ที่ได้จากการซกั ประวตั ิ ตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบตั กิ าร รังสีวทิ ยาหรือการสง่ ตรวจพเิ ศษได้ตามจดุ ประสงค์ข้อ 7.15.3 อธิบายหลกั การ วิธีการ ข้อบง่ ชี ้ ข้อห้าม การเตรียมผ้ปู ่ วย ปฏิบตั ไิ ด้ด้วยตนเอง และแปลผลได้อยา่ งถกู ต้อง สําหรับการตรวจ- คลื่นไฟฟ้ าหวั ใจ (electrocardiography)- blood smear : differential white blood cell count, red cell morphology, plateletestimate and morphology- ABO blood group, Rh and cross matching- venous clotting time, clot retraction , clot lysis

125.4 อธิบายหลกั การ วธิ ีการ ข้อบง่ ชี ้ ข้อห้าม การเตรียมผ้ปู ่ วยหรือเก็บตวั อยา่ งตรวจ และแปลผลได้อยา่ งถกู ต้อง สําหรับการตรวจ- red cell indices - hemoglobin, white blood cell count- reticulocyte count - spirometry, peak expiratory flow rate- inclusion body measurement- platelet count - intravascular contrast studies : arterial- erythrocyte sedimentation rate and venous studies- coagulation study - echocardiography- arterial blood gas analysis5.5 อธิบายหลกั การ วิธีการ ข้อบง่ ชี ้ ข้อห้าม การเตรียมผ้ปู ่ วย และแปลผลการตรวจทางรังสีได้อยา่ งถกู ต้อง- chest x-ray- radionuclide scan- computerized axial tomography scan- magnetic resonance imaging5.6 ปฏิบตั ไิ ด้อยา่ งถกู ต้อง โดยวิจารณ์ ข้อบง่ ชี ้ข้อห้าม เง่ือนไขท่ีต้องมีกอ่ นลงมือปฏิบตั ิขนั้ ตอน และวิธีการทํา ภาวะแทรกซ้อนท่ีอาจจะเกิดขนึ ้ การผดิ พลาดวกิ ฤต การป้ องกนัภาวะแทรกซ้อน การวนิ ิจฉยั ภาวะแทรกซ้อน การดแู ลรักษาภาวะแทรกซ้อน การพยากรณ์ภาวะแทรกซ้อน ของหตั ถการตอ่ ไปนีไ้ ด้- เจาะนํา้ จากชอ่ งปอด (pleural paracentesis)- advanced cardio-pulmonary resuscitation- oxygen therapy- aerosol bronchodilator therapy- venesection- basic mechanical ventilation5.7 บนั ทกึ เวชระเบยี นผ้ปู ่ วยได้ถกู ต้องและครบถ้วนตามประกาศของแพทยสภาภายในระยะเวลาท่ีกําหนดและถกู ต้องตามหลกั ภาษา ตดิ ตามผลการรักษาและบนั ทกึ ความก้าวหน้า การเปล่ียนแปลงของผ้ปู ่ วยอยา่ งเป็นองค์รวม5.8 เขียนรายงานการวจิ ารณ์ การวินิจฉยั การดแู ลรักษาได้เหมาะสมถกู ต้องตามหลกั วชิ าการภายในเวลาที่กําหนด (10 %)

135.9 ส่ือสารกบั ผ้ปู ่ วยและญาตไิ ด้อยา่ งสภุ าพและเหมาะสม โดยคาํ นงึ ถึงความแตกตา่ ง ในขนบธรรมเนียมประเพณีและวฒั นธรรม5.10 สื่อสารกบั ผ้ปู ่ วยท่ีมีปัญหาหรือไมใ่ ห้ความร่วมมือและผ้อู นบุ าลได้อยา่ งเหมาะสม5.11 มีมารยาทและปฏิบตั ติ ามสิทธิผ้ปู ่ วยในการซกั ประวตั ิ ตรวจร่างกาย และตรวจเพิ่มเตมิ อ่ืน ๆ ได้อยา่ งเหมาะสมตามขนบธรรมเนียมประเพณีและวฒั นธรรม5.12 ตระหนกั ถงึ ความตามสําคญั ของคาํ ยนิ ยอมของผ้ปู ่ วยและผ้อู นบุ าลตามกฎหมาย ในการ ซกั ประวตั ิ ตรวจร่างกาย การตรวจเพ่มิ เตมิ การรักษา การขอข้อมลู จากแหลง่ อื่น เพื่อ ให้ผ้ปู ่ วยและผ้ปู กครองรู้ในสทิ ธิผ้ปู ่ วยได้อยา่ งถกู ต้อง5.13 มีมนษุ ยสมั พนั ธ์กบั ผ้ปู ่ วย ญาตผิ ้ปู ่ วย อาจารย์ แพทย์รุ่นพ่ี พยาบาล ผ้รู ่วมงาน ฯลฯ ได้อยา่ งเหมาะสมตามวฒั นธรรมไทย5.14 ปฏิบตั ไิ ด้ถกู ต้องตามจริยธรรมวิชาชีพเวชกรรม5.15 มีนิสยั ใฝ่ รู้ และสามารถค้นคว้าหาข้อมลู ให้ทนั ความก้าวหน้าทางวชิ าการจากแหลง่ ข้อมลู ตา่ ง ๆ โดยสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ6. กิจกรรมการเรียนการสอน :ภาคทฤษฎี - บรรยาย และอภิปรายสลบั การซกั ถาม - การแสดงและอภิปรายโจทย์ปัญหาผ้ปู ่ วย- การศกึ ษาค้นคว้าด้วยตนเองภาคปฏิบตั ิ - สงั เกตการสาธิต และปฏิบตั ติ าม การซกั ประวตั ิการตรวจร่างกาย การตรวจทางห้องปฏิบตั กิ ารและการปฏิบตั หิ ตั ถการ- การฝึกปฏิบตั กิ บั หนุ่ จําลองและผ้ปู ่ วย - การปฏิบตั งิ านในหอผ้ปู ่ วยตามที่ได้รับมอบหมายทงั้ ในและนอกเวลาราชการภาคเจตคตแิ ละจริยธรรม - ต้องนํามารยาท พฤตกิ รรม เจตคติ จริยธรรมวิชาชีพมาปฏิบตั ทิ กุ ขนั้ ตอนของการเรียนรู้ - ประพฤตติ ามอาจารย์ท่ีเป็นแบบอยา่ ง (role model)ท่ีดใี นด้านเจตคตแิ ละจริยธรรมวิชาชีพ

147. การประเมินผล : 7.1 การประเมินผล 7.1.1 ภาคทฤษฎี (50 %) ดัชนี นิสติ สามารถอธิบายได้ตามจดุ ประสงคข์ ้อ 5.1 และ 5.3 – 5.6 และวิจารณ์ได้ ตามจดุ ประสงค์ข้อ 5.8 นาํ้ หนักการประเมิน ก. วจิ ารณ์ ความหมาย ความสําคญั กลไกการเกิดโรค อาการสําคญั อาการที่ พบบอ่ ย สญั ญาณโรค การวินจิ ฉยั เบอื ้ งต้น การดําเนินโรค การพยากรณ์โรค สาเหตุ ปัจจยั เสี่ยงในการเกิดโรค หลกั การ แนวทางในการดแู ลรักษา และ การป้ องกนั ของโรคตามระบบหวั ใจและหลอดเลือด ระบบการหายใจ ระบบ โลหิตวทิ ยา ได้ (ตามเกณฑ์มาตรฐานแพทยสภาฯ พ.ศ. 2554 ข้อ 2.3 ท่ี เกี่ยวข้องกบั อายรุ ศาสตร์) (40 %) ข. อธิบายหลกั การ วธิ ีการ ข้อบง่ ชี ้ ข้อห้าม การเตรียมผ้ปู ่ วย ปฏิบตั ไิ ด้ด้วย ตนเอง และแปลผลได้อยา่ งถกู ต้อง สําหรับการตรวจ ค. อธิบายหลกั การ วธิ ีการ ข้อบง่ ชี ้ ข้อห้าม การเตรียมผ้ปู ่ วยหรือเก็บตวั อยา่ ง ตรวจ และแปลผลได้อยา่ งถกู ต้อง สําหรับการตรวจ ง. อธิบายหลกั การ วธิ ีการ ข้อบง่ ชี ้ ข้อห้าม การเตรียมผ้ปู ่ วย และแปลผลการ ตรวจทางรังสีได้อยา่ งถกู ต้อง จ. ปฏิบตั ไิ ด้อยา่ งถกู ต้อง โดยวจิ ารณ์ ข้อบง่ ชี ้ข้อห้าม เง่ือนไขที่ต้องมีกอ่ นลงมือ ปฏิบตั ิ ขนั้ ตอน และวธิ ีการทํา ภาวะแทรกซ้อนท่ีอาจจะเกิดขนึ ้ การผดิ พลาด วิกฤต การป้ องกนั ภาวะแทรกซ้อน การวนิ จิ ฉยั ภาวะแทรกซ้อน การดแู ลรักษา ภาวะแทรกซ้อน การพยากรณ์ภาวะแทรกซ้อน ของหตั ถการตอ่ ไปนีไ้ ด้ ฉ. เขียนรายงานการวิจารณ์ การวนิ จิ ฉยั การดแู ลรักษาได้เหมาะสมถกู ต้องตาม หลกั วชิ าการ ภายในเวลาที่กําหนด (10 %) วิธีการ อิงเกณฑ์จากรายงานฯ องิ กลมุ่ จากการสอบ 7.1.2 ภาคปฏิบตั ิ (50 %) ดชั นี นิสติ มีความสามารถตามจดุ ประสงค์ข้อ 5.2 – 5.7 วธิ ีการ องิ เกณฑ์ 7.2 การตดั สินผล เกณฑ์ผา่ น เป็นไปตามข้อบงั คบั ของมหาวทิ ยาลยั คณะ และรายวิชา และต้องผา่ นเกณฑ์ ด้านเจตคติ (ตามจดุ ประสงคข์ ้อ 5.7 – 5.15)

15 กิจกรรมการเรียนการสอนภาคทฤษฎี - บรรยาย และอภิปรายสลบั การซกั ถาม - การแสดงและอภิปรายโจทย์ปัญหาผ้ปู ่ วย การเรียนจากกรณีตวั อยา่ ง - การศกึ ษาค้นคว้าด้วยตนเอง (self directed learning : SDL)ภาคปฏิบัติ - สงั เกตการสาธิต และปฏิบตั ติ าม การซกั ประวตั กิ ารตรวจร่างกาย การตรวจทางห้องปฏิบตั กิ าร และการปฏิบตั หิ ตั ถการ - การฝึกปฏิบตั กิ บั ผ้ปู ่ วยใน - การฝึกปฏิบตั กิ บั ผ้ปู ่ วยนอก - การปฏิบตั งิ านในหอผ้ปู ่ วยตามที่ได้รับมอบหมายทงั้ ในและนอกเวลาราชการภาคเจตคตแิ ละจริยธรรม - ต้องนํามารยาท พฤตกิ รรม เจตคติ จริยธรรมวชิ าชีพมาปฏิบตั ทิ กุ ขนั้ ตอนของการเรียนรู้ - ประพฤตติ ามอาจารย์ที่เป็นแบบอยา่ ง (role model) ท่ีดใี นด้านเจตคตแิ ละจริยธรรมวิชาชีพรายละเอียดกิจกรรมภาคทฤษฎีบรรยาย อภปิ รายสลับการซักถาม การแสดงและอภปิ รายโจทย์ปัญหาผู้ป่ วย การเรียนจากกรณีตัวอย่าง - จํานวนนสิ ติ 16 คน / กลมุ่ - วนั เวลา วนั จนั ทร์ – ศกุ ร์ (ยกเว้นวนั หยดุ ราชการ) ในชว่ งบา่ ย ตามที่กําหนดในตาราง- สถานที่ ห้องประชมุ 1อาคารเกษตรสนทิ วงศ์ภาคปฏบิ ัติConsultation teaching การรายงานข้างเตยี งในเร่ืองของประวตั แิ ละการตรวจร่างกาย และค้นหาปัญหาและแนวทางการวินจิ ฉยัและดแู ลรักษาตอ่ ไป ของนิสติ แพทย์ โดยนิสติ แพทย์เลือกผ้ปู ่ วยที่ได้รับไว้ในการดแู ลให้ตรงกบั สาขาเฉพาะทางของอาจารย์ และนําเสนออาจารย์ ทกุ วนั จนั ทร์ ถึงวนั ศกุ ร์ (ยกเว้นวนั หยดุ ราชการ) ชว่ งเช้า เวลา 9.00 น. – 12.00 น.โดยแพทย์ จะไปท่ี Ward สก 3 , สก 4 , มอ 4 ญ จํานวน Ward ละ 1 คน ให้เตรียม Case Ward ละ 2 ราย โดยนสิ ติจดั หมนุ เวียนกนั เอง สอนอภิปราย แบบกลมุ่ ยอ่ ย หลงั จากนนั้ ให้นสิ ติ ที่นําเสนอ นําใบประเมนิ การปฏิบตั งิ านตามแบบประเมินที่กําหนด ให้อาจารย์เม่ือสิน้ สดุ กิจกรรม และบนั ทกึ การปฏิบตั ิใน Log book

16การฝึ กปฏบิ ัตกิ ับผู้ป่ วยนอก (OPD) OPD เป็นแหลง่ สาคญั ยงิ่ ในการฝึกเวชปฏิบตั ิ เป็นเวชปฏิบตั สิ าคญั ที่นิสติ แพทย์ทกุ คน เม่ือจบไปแล้วต้องเผชิญบอ่ ยท่ีสดุ จงึ จดั ให้นิสิตแพทย์ได้ฝึกปฏิบตั กิ ารตรวจผ้ปู ่ วยนอก ที่ OPD นสิ ติ ต้องฝึกการรวบรวมข้อมลูแขง่ กบั เวลาท่ีจํากดั ฝึกกระบวนการคดิ แก้ปัญหาแบบ focused method เพื่อความรวดเร็วของเวชปฏิบตั ิ และฝึกการตดั สนิ ใจในด้าน ตา่ ง ๆ - จํานวนนสิ ติ 2 คน / กลมุ่ หมนุ เวียนปฏิบตั งิ าน ตามท่ีจดั ให้ - วนั เวลา วนั จนั ทร์ – ศกุ ร์ (ยกเว้นวนั หยดุ ราชการ) ในชว่ งเช้า เวลา 10.00 – 12.00 น. ตามท่ีกําหนดในตาราง - สถานท่ี ห้องตรวจ 108 อาคารอนสุ รณ์ ๑๐๐ ปี ชนั้ ๑ - วธิ ีการ นสิ ิตจะถกู จดั ให้ได้ออกตรวจที่ห้องตรวจ อาคารอนสุ รณ์ ๑๐๐ ปี ชนั้ ๑ ตามตารางที่จดัให้นสิ ติ แพทย์ ประสานกบั พยาบาล เพื่อหาผ้ปู ่ วยหรือผ้มู ารับบริการ เพื่อทําการซกั ประวตั ิ ตรวจร่างกายและวนิ ิจฉยั ผ้ปู ่ วย บนั ทกึ ประวตั ิ การตรวจร่างกาย ตลอดจนการวนิ จิ ฉยั และรักษาอยา่ งถกู ต้อง วางแผนการนดั และตดิ ตามผลการรักษา จากนนั้ นําเสนอ ตอ่ อาจารย์ผ้คู วบคมุ พร้อมทงั้ กําหนดแนวทาง การดแู ล หรือรักษา อาจารย์ผ้คู วบคมุ จะสอนอภิปราย แบบตวั ตอ่ ตวั และกลมุ่ ยอ่ ย หลงั จากนนั้ ให้นิสิตนําใบประเมนิ การปฏิบตั งิ าน ตามแบบประเมินท่ีกําหนด ให้อาจารย์เมื่อสิน้ สดุ กิจกรรม และบนั ทกึ การปฏิบตั ิใน Log bookการฝึ กปฏบิ ัตกิ ับผู้ป่ วยใน (IPD) - จํานวนนิสิต 4 - 6 คน / กลมุ่ หมนุ เวียนปฏิบตั งิ าน หอผ้ปู ่ วยตา่ งๆ ตามท่ีจดั ให้ - นิสิต 1 คน จะได้ฝึกปฏิบตั ใิ นหอผ้ปู ่ วย ชายและหญิง คนละ 3 สปั ดาห์ - สถานท่ี ได้แก่ อาคารเฉลิมพระเกียตสิ มเดจ็ พระนางเจ้าสิริกิตช์ิ นั้ 3 (สก 3) ,อาคารเฉลิมพระเกียติสมเดจ็ พระนางเจ้าสริ ิกิตชิ์ นั้ 4 (สก 4) และตกึ มหิดลอดลุ ยเดชชนั้ 4 (มอ4ญ)รายละเอียดการปฏิบัตงิ านในหอผู้ป่ วยใน 1. เซน็ ช่ือปฏบิ ัตงิ านในสมุดเชค็ เวลา ทกุ วนั และทกุ เวร ไมเ่ ว้นวนั หยดุ ราชการ 2. รับและดแู ลผู้ป่ วยท่ีได้รับมอบหมาย โดยการซกั ประวตั ิ ตรวจร่างกายในวนั แรกท่ีได้รับผ้ปู ่ วย ดแู ล รับผดิ ชอบการเปล่ียนแปลงของผ้ปู ่ วยตลอดจนกวา่ ผ้ปู ่ วยจะกลบั บ้าน เสียชีวิต ย้ายหอผ้ปู ่ วย หรือนิสิตย้าย หอผ้ปู ่ วย 3. เขียนรายงานผู้ป่ วยท่รี ับไว้ในความดูแลตดิ แฟ้ มผู้ป่ วยทกุ รายU ภายในเวลา 72 ชว่ั โมงU โดยต้องมีข้อมลู พืน้ ฐาน ประวตั ิ การตรวจร่างกาย ผลการตรวจทางห้องปฏิบตั กิ ารเบอื ้ งต้นและสรุปปัญหาผ้ปู ่ วย (problem list)

174. เลือกผู้ป่ วยท่ีรับไว้ในความดูแลเขียนรายงานส่งอาจารย์ประจาํ สายในหอผู้ป่ วยสัปดาห์ละ 1 ราย ต้องสง่ รายงานอยา่ งสมํ่าเสมอโดยเฉล่ีย สปั ดาห์ละ 1 ฉบบั รวมเป็น 5 ฉบบั ระหวา่ งท่ีปฏิบตั งิ าน รายงาน ประกอบด้วย 3 สว่ นคอื ตวั รายงาน, progress note และ summary discharge โดยตวั รายงานเมื่อแรก รับผ้ปู ่ วย กําหนดสง่ ภายใน 72 ชวั่ โมง หลงั จากท่ีได้รับผ้ปู ่ วย สว่ น progress note และ summary discharge ให้นสิ ิตเก็บไว้ในแฟ้ มผ้ปู ่ วย วันท่รี ับ Case วันท่ีส่ง ก่อนเวลาวนั จนั ทร์ วนั พฤหสั บดี 16.30 น.วนั องั คาร วนั ศกุ ร์ 16.30 น.วนั พธุ วนั จนั ทร์ 16.30 น.วนั พฤหสั บดี วนั จนั ทร์ 16.30 น.วนั ศกุ ร์ วนั จนั ทร์ 16.30 น.วนั เสาร์ วนั องั คาร 16.30 น.วนั อาทติ ย์ วนั พธุ 16.30 น.5. ฝึ กหัตถการในหอผู้ป่ วย - จดั เวรเช้าวนั ตอ่ จากเวรกลางคนื ของวนั กอ่ นเพื่อจะได้ทราบ Case ท่ีจะมีการเจาะเลือดสง่ Lab ตอนเช้า - นิสติ ต้องรับผิดชอบการตรวจ DTX ทกุ ราย แจ้งพยาบาลให้ทราบกรณีตดิ เรียน - นสิ ิตต้องรับผิดชอบการใส่ NG tube, Foley cath ,เจาะ Blood gas,แปลผล Lab

18ระเบียบการจ่ายผู้ป่ วยให้นิสติ แพทย์ 1. แพทย์ใช้ทนุ ปี ท่ี 2, 3 ท่ีอยปู่ ระจําแตล่ ะสาย เป็นผ้รู ับผดิ ชอบในการจา่ ยผ้ปู ่ วยให้แกน่ สิ ติ 2. การเลือกจา่ ยผ้ปู ่ วยให้แก่นสิ ติ ผู้ป่ วยใหม่ 1. ผ้ปู ่ วยสามญั ที่มาในเวลาราชการ (ผา่ นคลนิ กิ อายรุ กรรมทวั่ ไป, คลินิกอายรุ กรรมเฉพาะโรค และ ห้องฉกุ เฉิน) - การพจิ ารณาวา่ ผ้ปู ่ วยที่มีอาการหนกั , คอ่ นข้างหนกั , หรือไมห่ นกั เพื่อใช้เป็นแนวทาง ในการเลือกจา่ ยให้แก่นิสิตนนั้ ให้อยใู่ นดลุ ยพนิ ิจแพทย์ใช้ทนุ ปี ที่ 1, 2 ท่ีประจําแตล่ ะสาย 2. ผ้ปู ่ วยสามญั ท่ีมานอกเวลาราชการ (ผา่ นห้องตรวจฉกุ เฉิน) และถกู รับไว้ในโรงพยาบาล พจิ ารณา เหมือนผ้ปู ่ วยมาในเวลาราชการ ผู้ป่ วยเก่า 1. ควรจา่ ยให้มีนิสติ ดแู ลทกุ ราย 2. การจํากดั จํานวนผ้ปู ่ วยใหมท่ ี่จา่ ยให้นสิ ิต โดยปกตใิ ห้จา่ ยผ้ปู ่ วยใหมท่ กุ รายแก่นิสิตโดยจา่ ยตามลําดบั ช่ือของนสิ ติ ในแตล่ ะสาย แตม่ ีข้อยกเว้น วา่ ในวนั ใดท่ีมีการรับผ้ปู ่ วยใหมไ่ ว้ในโรงพยาบาลมีจํานวนมากเกินไปเม่ือเทียบกบั จํานวนนสิ ติ ในสายให้ยดึ หลกั ปฏิบตั ิ ให้เลือกจา่ ยท่ีเหน็ วา่ จะมีประโยชน์ตอ่ การศกึ ษาของนสิ ิต และ/หรือมีประโยชน์ตอ่ ผ้ปู ่ วยมากท่ีสดุระเบียบในการเขียนและส่งรายงานผู้ป่ วยสาํ หรับนิสิตแพทย์ 1. ผู้ป่ วยใหม่ - ทนั ทีหลงั จากท่ีได้รับผ้ปู ่ วยแล้ว ให้เขียนรายงานผ้ปู ่ วยเบอื ้ งต้น แล้วเก็บไว้ในหน้าป้ ายของผ้ปู ่ วย เพื่อวา่ ผ้ทู ี่เกี่ยวข้องทกุ ทา่ นจะสามารถใช้ประโยชน์ได้ทนั ที 2. ผู้ป่ วยเก่า - ผ้ปู ่ วยเก่าท่ีได้รับให้เขียน On service note แล้วเก็บไว้ในแฟ้ มของผ้ปู ่ วย 3. การเขียน Progress note - ต้องเขียนทกุ ราย ทกุ วนั 4. การเขียน Off service note - กอ่ นย้ายสายควรเขียน Off service note สรุปประวตั ,ิ การวนิ จิ ฉยั โรค, การตรวจทางห้องปฏิบตั กิ าร, การรักษา และปัญหาตา่ ง ๆ ท่ีผ้ปู ่ วยมีอยขู่ ณะนนั้ เป็นการสง่ เวรให้ผ้ทู ี่มารับตอ่ ได้ทราบ 5. การเขียน Discharge note - เม่ือผ้ปู ่ วยถกู จําหนา่ ยออกโรงพยาบาลหรือถงึ แก่กรรม ควรจะเขียนสรุปการวินจิ ฉยั โรคขนั้ สดุ ท้าย การรักษา ตลอดจนผลการรักษา 6. นิสิตต้องเก็บ Medical record ทุกใบ รวมทงั้ กรณีผ้ปู ่ วยย้าย ward ด้วย เมื่อสนิ ้ สดุ การปฏิบตั งิ าน ในแต่ Ward และสนิ ้ เดือน สง่ ศนู ย์แพทย์เพ่ือเก็บให้คะแนน

19 แนวทางการเขียนบันทกึ รายงานผู้ป่ วยเม่ือแรกรับ (สาํ หรับนิสติ แพทย์) ในการเขียนประวตั แิ ละผลการตรวจร่างกาย ขอให้เขียน เฉพาะ Positive และ negative findings ท่สี าํ คัญของผ้ปู ่ วย ข้อมูลพืน้ ฐานของผู้ป่ วย ประวัติ1. อาการสําคญั (Chief compliant) 5. ประวตั สิ ว่ นตวั และสงั คม (Personal and Social history)2. ประวตั ปิ ัจจบุ นั (Present illness) 6. ประวตั ยิ าและภมู แิ พ้ (Drugs and allergies)3. ประวตั อิ ดีต (Past history) 7. ประวตั อิ าการตามระบบ (Review of systems)4. ประวตั คิ รอบครัว (Family history) การตรวจร่างกายVital signsGeneral appearanceSkinHead-Eye-Ear-Nose-Throat (HEENT)NeckBreast (โดยเฉพาะผ้หู ญิง)Cardiovascular systemRespiratory systemAlimentary systemGenitourinary systemNervous systemMusculoskeletal systemLymphatic system ผลการตรวจทางห้องปฏิบัตกิ ารเบือ้ งต้นท่สี าํ คัญ การวนิ ิจฉัยโรคหรือภาวะท่ีเป็ นไปได้มากท่ีสุด(Provisional diagnosis) และการวินจิ ฉยั แยกโรค (Differential diagnosis) การเขียนอภปิ ราย (Discussion)โดยมีการประยกุ ตร์ ะหวา่ งความรู้กบั ข้อมลู ท่ีได้จากผ้ปู ่ วย การเขียนสรุปประเดน็ ปัญหาของผู้ป่ วย (Problem lists) การวางแผนการรักษา (Plan of management) หมายถึง การสง่ ตรวจเพ่มิ , การรักษา และการแนะนํา ฯลฯ

20การอย่เู วรนอกเวลาราชการ เวร Ward และ ER วตั ถปุ ระสงค์ เพื่อให้นสิ ิตได้ฝึกเจตคตขิ องความเป็นแพทย์ที่จะต้องรับผดิ ชอบในการดแู ลผ้ปู ่ วยไมเ่ ฉพาะแตใ่ นเวลาราชการเทา่ นนั้ และเป็นโอกาสท่ีจะได้ศกึ ษาผ้ปู ่ วยที่มีอาการเฉียบพลนั และวธิ ีการปฏิบตั ริ ักษา ผ้ปู ่ วยเหลา่ นนั้ นอกเวลาราชการ วิธีการ - จํานวนนิสิตเวร Ward ละ 1 คน เวร ER เวรละ 2 คน นสิ ติ ต้องหมนุ เวียนกนั อยเู่ วรนอกเวลา ตามตารางที่กําหนด - วนั เวลาทกุ วนั ไมย่ กเว้นวนั หยดุ ราชการ - สถานท่ี ห้องฉกุ เฉิน ER และ Ward สก 3 สก 4 มอ4 ญ จนั ทร์ - ศกุ ร์ เวลา 16.30 – 23.00 น. วนั หยดุ ราชการ หรือนกั ขตั ฤกษ์ 10.00 – 23.00 น. พกั รับประทานอาหารกลางวนั 12.00 – 13.00 น. ( ไมเ่ กิน 1 ชวั่ โมง )พกั รับประทานอาหารเยน็ 17.00 – 18.00 น. ( ไมเ่ กิน 1 ชว่ั โมง ) นสิ ติ แพทย์ต้องอยู่ท่ี Ward หรือ ER ตามที่จดั ถ้ามีความจําเป็นที่ต้องออกนอกโรงพยาบาล ต้องให้แจ้งแพทย์ใช้ทนุ หรืออาจารย์แพทย์ที่อยเู่ วรในวนั นนั้ ๆ ระหวา่ งการอยเู่ วรนสิ ิตแพทย์ควรตดิ ตามดแู ลผ้ปู ่ วยร่วมกบั แพทย์ใช้ทนุ รับผ้ปู ่ วยใหมแ่ ละมีหน้าท่ีชว่ ยทํา lab หตั ถการตา่ งๆ ร่วมกบั แพทย์ใช้ทนุ และอาจารย์แพทย์ เมื่อได้ทําหตั ถการ หรือตรวจทางห้องปฏิบตั กิ ารควรนําสมดุ Log book ให้แพทย์ใช้ทนุ หรืออาจารย์แพทย์ ลงช่ือกํากบัทกุ ครัง้

21เกณฑ์การหกั คะแนนภาคปฏบิ ัตใิ ช้สาํ หรับนิสติ ทุกชัน้ ปี1. ไมม่ าเจาะเลือดตามเวรเจาะเลือด ครัง้ ละ 0.5 คะแนน2. ไมด่ แู ลความสะอาดของห้องปฏิบตั กิ ารตามเวรที่ได้รับมอบหมาย ครัง้ ละ 0.5 คะแนน3. ไมเ่ ข้ากิจกรรมที่กําหนดให้เข้า ครัง้ ละ 0.5 คะแนน4. ขาดเรียนโดยไมม่ ีเหตผุ ล หกั คะแนนร้อยละ 10 ของคะแนนภาคปฏบิ ัตใิ นแต่ละครัง้5. ขาดความรับผดิ ชอบตอ่ งานท่ีได้รับมอบหมาย ให้ตกภาคปฏิบัตเิ น่ืองจากไม่ผ่านเร่ืองเจตคติ** กรณีตกเจตคติ ต้องขนึ ้ เรียนใหมท่ งั้ Block- ขาดเวรโดยไมม่ ีเหตผุ ลอนั สมควร- ไมร่ ับคนไข้ โดยไมม่ ีเหตผุ ลสมควร- ไมท่ ํา topic ที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผ้รู ับผิดชอบหวั ข้อนนั้- สง่ รายงานไมค่ รบถ้วน หรือไมส่ ง่ รายงานเป็นระยะตามท่ีกําหนด** กรณีไมเ่ ขียนรายงานตดิ Chart ตามกําหนดเวลา จะหกั คะแน ครัง้ ละ ๐.๕ ของคะแนนภาคปฏิบตั ิท่ีถกู ตรวจพบ6. ประพฤตติ นไมเ่ หมาะสมด้านจริยธรรม เชน่- แตง่ กายไมส่ ภุ าพ ไมเ่ หมาะสม- มีกิริยาวาจาไมส่ ภุ าพกบั ผ้ปู ่ วย ญาตผิ ้ปู ่ วย หรือผ้รู ่วมงาน- ก่อเหตทุ ะเลาะววิ าท- กอ่ เหตไุ มเ่ หมาะสมด้านช้สู าว- ความประพฤตอิ นั สอ่ เจตนาทจุ ริต เชน่ ลอกรายงาน แก้ไข้วนั ที่รับคนไข้ ให้เพ่ือนเขียนรายงานให้** กรณีประพฤตติ นไมเ่ หมาะสมด้านจริยธรรม ฝ่ ายอายรุ กรรมจะดําเนินการสอบสวน โดยกรรมการของฝ่ ายอายรุ กรรม การกําหนดโทษขนึ ้ กบั ดลุ ยพินจิ ของคณะกรรมการอนง่ึ ขอให้นสิ ิตแพทย์ทกุ ทา่ นพงึ รักษาเกียรตแิ หง่ ตนและวิชาชีพไว้สงู สดุ นสิ ติ แพทย์ ควรแตง่ กายให้เหมาะสมเรียบร้อยทงั้ ภายในและนอกโรงพยาบาล พดู คยุ และปฏิบตั ิ กบั ผ้ปู ่ วย และเพื่อนร่วมงานด้วยความเป็นมติ ร รวมทงั้ ควรรักษาไว้ซง่ึ ความสมานฉนั ท์และสงบสขุ ขององคก์ ร การสอบแก้ตัว - การสอบซอ่ มจะซอ่ มเฉพาะสว่ นท่ีไมผ่ า่ น ถ้าสอบไมผ่ า่ นสว่ นใดให้ซอ่ มเฉพาะสว่ นนนั้ โดยให้อยใู่ นดลุ ยพินจิ ของอาจารย์

22 ข้อปฏิบัตอิ ่ืน ๆ ของนิสติ แพทย์ วิชาอายรุ ศาสตร์ 1. สมุดประจาํ ตัวนิสิตแพทย์ ( Log book) สมดุ ประจํานสิ ติ แพทย์ให้บนั ทกึ การปฏิบตั งิ านในหอผ้ปู ่ วยเก่ียวกบั การทํากิจกรรมตา่ ง ๆ ที่กําหนด หตั ถการการตรวจทางห้องปฏิบตั กิ าร การปฏิบตั งิ าน การอยเู่ วร โดยให้มีอาจารย์ เป็นผ้ลู งชื่อกํากบั โดยนสิ ติ แต่ ละคนจะมีสมดุ ประจํานิสิตคนละ 1 เลม่ สมดุ ประจําตวั นิสติ นีจ้ ะทําให้นสิ ิตแพทย์และอาจารย์ได้ตรวจสอบการ เรียนรู้ของนสิ ิตวา่ ได้มีประสบการณ์การเรียนรู้ในหวั ข้อตา่ ง ๆ ทํากําหนดไว้หรือไม่ ถ้าไมค่ รบหรือยงั พร่องเร่ืองใด อยกู่ ็ควรหาโอกาสเรียนรู้เร่ืองนนั้ ๆ ให้ครบถ้วน นิสติ จะต้องหมนั่ กรอกข้อมลู ให้ทนั สมยั อยเู่ สมอ และจะต้องเก็บ รักษาสมดุ นีไ้ ว้ให้ดี นสิ ติ จะต้องสง่ สมดุ นี ้ท่ีศนู ย์แพทย์ ฯ เม่ือลงกอง 2. เวลาเรียน นิสติ จะต้องมีเวลาเรียนและปฏิบตั งิ านมากกวา่ ร้อยละ 80 ของเวลาทงั้ หมด จงึ จะมีสิทธ์ิสอบ การขาด เรียนโดยไมม่ ีเหตผุ ลอนั สมควรนอกจากจะถกู หกั คะแนนแล้ว ถ้าขาดเรียนไมถ่ งึ ร้อยละ 80 จะไมม่ ีสทิ ธิ์สอบ จะได้เกรด F* (ในกรณีขาดโดยไมม่ ีเหตผุ ลอนั ควร) หรือ I (ในกรณีป่ วย) นิสติ ต้องขนึ ้ ปฏิบตั งิ านบนหอผ้ปู ่ วยและ เข้าร่วมกิจกรรมที่กําหนด การขาดกิจกรรมดงั กลา่ วโดยไมม่ ีเหตผุ ลอนั สมควรและไมม่ ีใบลา จะถกู หกั คะแนน ภาคปฏิบตั ิ 3. การลา การลาจะต้องสง่ ใบลาทกุ ครัง้ โดยสง่ ที่ศนู ย์แพทย์ ฯ และ Attending ward staff หรืออาจารย์ประจํา ในกรณีท่ีลาป่ วยจะต้องมีใบรับรองแพทย์แนบมาด้วย ในกรณีลากิจจะต้องมีเหตผุ ลอนั สมควรและต้องสง่ ใบลาก่อนลว่ งหน้าทกุ ครัง้ นิสติ จะต้องมีเวลาเรียนและปฏิบตั งิ านมากวา่ ร้อยละ 80 ของเวลาทงั้ หมด จงึ จะมีสทิ ธิ์สอบ4. การแลกเวร ในกรณีท่ีนิสติ แพทย์ไมส่ ามารถอยเู่ วรในวนั นนั้ ได้ ให้แจ้งแพทย์ใช้ทนุ หรือ อาจารย์แพทย์ ท่ีอยเู่ วร ในวนั นนั้ ๆ ลว่ งหน้า และจะต้องรับผดิ ชอบแลกเวรให้นิสิตแพทย์คนอื่นมาอยแู่ ทนด้วย และถ้าไมป่ ฏิบตั ิ ตามท่ี กําหนดไว้จะถือวา่ นิสติ แพทย์ขาดการอยเู่ วร

23 การประเมินผลรายละเอียดการประเมนิ ผลรายวชิ า หนว่ ยกิต ภาค หวั ข้อ MCQอายรุ ศาสตร์ 4 3 หนว่ ยกิต ทฤษฎี (35%) MEQ 1 ข้อ OSCE ปฏิบตั ิ (65%) สอบ Long case Consultอายรุ ศาสตร์ 5 2 หนว่ ยกิต ทฤษฎี (50%) การบนั ทกึ Progress note ปฏิบตั ิ (50%) MCQ MEQ 2 ข้อ การบนั ทกึ เวชระเบียน เขียนรายงาน OSCE การปฏิบตั งิ าน (IPD) ประเมนิ โดย นสิ ิตแพทย์ปี 6 (Extern) / แพทย์ใช้ทนุ การทํางานในหอผ้ปู ่ วยนอก (OPD) การปฏิบตั หิ น้าที่อยเู่ วรนอกเวลา(ER) การประเมนิ จากอาจารย์และพยาบาล Log bookหมายเหตุ - สอบ Formative สอบชว่ งสปั ดาห์ท่ี 3 – 4 สถานที่ วนั เวลา ตามท่ีอาจารย์กําหนด- การสอบสมั ภาษณ์ประวตั แิ ละตรวจร่างกาย ( Long case) สอบชว่ งสปั ดาห์ที่ 5 – 6 (นิสติ นดั เวลากบั อาจารย์ผ้สู อน) โดยมีอาจารย์ควบคมุ การ การสมั ภาษณ์ประวตั แิ ละตรวจร่างกาย นสิ ิตรายงานและอาจารย์ถาม 60 นาที เมื่อเสร็จสนิ ้ การสอบถาม นิสิตจะต้องกําหนดสงิ่ ที่ตนเอง ยงั ไมท่ ราบเมื่ออาจารย์เห็นด้วยให้ไปศกึ ษาด้วยตนเองและกลบั มารายงานภายใน 24 ชวั่ โมง จงึ จะเสร็จสนิ ้ การประเมินผล - การสอบ MEQ วนั พฤหสั บดี 25 ธนั วาคม 2557 เวลา 8.30 – 12.00 น. - การสอบ MCQ วนั ศกุ ร์ท่ี 26 ธนั วาคม 2557 เวลา 8.30 – 12.00 น. - การสอบ OSCE วนั ศกุ ร์ที่ 27 ธนั วาคม 2557 เวลา 13.00 – 16.00 น.***** ข้อมลู ตา่ งๆ และกําหนดการ อาจมีการเปล่ียนแปลง ตามความเหมาะสม

ชื่อนิสติ แพทย์ แบบประเมนิ การเขียนรายงานผู้ป่ วย (Medical Record Assessment ) ชนั้ ปี ที่ ______________________________หอผ้ปู ่ วยทปี่ ฏบิ ตั งิ าน สง่ อาจารย์ ___________ _วนั ทรี่ ับผ้ปู ่ วย วนั ทส่ี ง่ ____ ___ชื่อผ้ปู ่ วย Dx. เลขทีผ่ ้ปู ่ วย HN______ __AN_____ _____1. การส่งรายงานตรงต่อเวลา (20%) [ เจ้าหน้าท่ีที่รับผดิ ชอบจะเป็ นผ้กู รอก] สง่ ภายใน72 ชม.(3 วนั ) 96ชม. ( 4 วนั ) 120 ชม. ( 5วนั ) > 120 ชม. (>5วนั ) 20 15 10 02. การซักประวตั แิ ละตรวจร่างกาย (40%) ดีมาก ดี ปานกลาง พอใช้ ต้องปรับปรุง 2.1 คะแนนการเขยี นรวบรวมข้อมลู ( 20%) 20 16 12 84 ดมี าก ดี ปานกลางสามารถเขียนและรวบรวมข้อมลู ทไี ด้จากผ้ปู ่ วย 20 16 12 พอใช้ ต้องปรับปรุง 2.2 คะแนนการเขยี นเป็ นขนั้ ตอน (20 %) 84มกี ารเขียนอยา่ งเป็ นระบบและมลี าํ ดบั ขนั้ ตอน พอใช้ ต้องปรับปรุง 633. การเขยี นวิเคราะห์, วจิ ารณ์ และสรุป (30%)3.1คะแนนการเขยี นคะแนนการเขยี นอธิบายปัญหา การวนิ ิจฉยั แยกตามโรค (15 %) พอใช้ ต้องปรับปรุง 63มกี ารเขียนโดยใช้เหตผุ ลทางคลนิ ิก ดีมาก ดี ปานกลาง 15 12 9 พอใช้ ต้องปรับปรุง 213.2 คะแนนการเขยี นอธิบายแนวทางการดแู ลผ้ปู ่ วยทงั้ ด้านร่างกายและจิตใจ (๑๕%) 21มีการประยกุ ต์ความรู้กบั ข้อมลู ทีได้จากผ้ปู ่ วย ดมี าก ดี ปานกลาง 15 12 94. การใช้ภาษาและความสะอาดเรียบร้อย (10%) ดีมาก ดี ปานกลาง 5 43การใช้ภาษาได้อยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม 5 43ความสะอาดเรียบร้อยและรายมืออา่ นง่าย5. อาจารย์คดิ ว่าในภาพรวมนิสิตรายนี้ พอใช้ ต้องปรับปรุง ดมี าก ดี ปานกลาง 21 543ข้อเสนอแนะเพมิ่ เตมิ ........................................................ ..................................................................................................................................................................................................................................................................................... ผ้ปู ระเมนิ ............................................... (ตวั บรรจง) วนั ที่...............................................

แบบประเมินผล Consult teaching ท่หี อผู้ป่ วยช่ือนสิ ติ แพทย์ ชนั้ ปี ท่ี _______วนั ท่ที าํ กิจกรรม หอผ้ปู ่ วย อาจารย์ _______ช่ือผ้ปู ่ วย Dx. เลขที่ผ้ปู ่ วย HN____ __AN__ _____1. ซักประวัติได้ครบถ้วนและถกู ต้อง ดมี าก ดี ปานกลาง พอใช้ ต้อปรับปรุง 1.1 การนําเสนอประวตั ิ ( 30 %) 15 12 9 6 3ข้อมลู ที่ได้มคี วามครบถ้วน 15 12 9 6 3ข้อมลู ท่ีได้มีความถกู ต้อง2. การนําเสนอการตรวจร่างกาย (30%) ดมี าก ดี ปานกลาง พอใช้ ต้อปรับปรุง 15 12 9 6 3ข้อมลู ท่ีได้มคี วามครบถ้วนข้อมลู ทไ่ี ด้มคี วามถกู ต้อง 15 12 9 6 33. วิเคราะห์ปัญหาของผ้ปู ่ วยและการใช้เหตุผลทางคลินิกเก่ยี วกบั ปัญหาการวินิจฉัยผู้ป่ วยรวมทัง้ แนวทางการดแู ลผู้ป่ วย (30%)มกี ารใช้เหตผุ ลทางคลนิ ิกเกี่ยวกบั ปัญหา ดีมาก ดี ปานกลาง พอใช้ ต้องปรับปรุง 15 12 9 6 3มีการประยกุ ต์เพอื่ การรักษาความรู้กบั ข้อมลู ทีไ่ ด้จากผ้ปู ่ วย 15 12 9 6 34. การใช้คาํ พูดการรายงานข้างเตียงผ้ปู ่ วย (10 %) ดีมาก ดี ปานกลาง พอใช้ ต้องปรับปรุงการใช้ภาษาได้อยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม 10 8 6 4 25. อาจารย์คดิ ว่าในภาพรวมนิสิตรายนี้ พอใช้ ต้องปรับปรุง ดีมาก ดี ปานกลาง 21 543ข้อเสนอแนะเพิม่ เตมิ ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................. ผ้ปู ระเมนิ ............................................... (ตวั บรรจง) วนั ท่ี...............................................

แบบประเมินการบันทกึ Progress noteชื่อนิสติ แพทย์ ชนั้ ปี ที่ _______หอผ้ปู ่ วยทีป่ ฏิบตั ิงาน สง่ อาจารย์ _______วนั ทร่ี ับผ้ปู ่ วย วนั ทส่ี ง่ ___ชื่อผ้ปู ่ วย Dx. เลขท่ผี ้ปู ่ วย HN____ __AN__ _____1. สามารถบันทึกได้ตามข้อกาํ หนด (20%) ดีมาก ดี ปานกลาง พอใช้ ต้องปรับปรุงบนั ทกึ ได้ตามข้อกําหนด ตาม 3 วนั และทกุ ครัง้ 20 16 12 8 4ทม่ี กี ารเปลยี่ นแปลงทางคลนิ ิก หรือมกี ารทําหตั ถการ2. การตัง้ ปัญหาได้ถกู ต้อง (20%) ดีมาก ดี ปานกลาง พอใช้ ต้องปรับปรุงการตงั้ ปัญหาได้ถกู ต้องและครบถ้วน 20 16 12 8 43. รูปแบบการบันทึก (20%) ดมี าก ดี ปานกลาง พอใช้ ต้องปรับปรุงการบนั ทกึ ถกู ต้องแบบ POMR 20 16 12 8 44. การเขยี นวิเคราะห์, วจิ ารณ์ และสรุป (30%)4.1 คะแนนการเขยี นโดยใช้เหตผุ ล (15%) ดีมาก ดี ปานกลาง พอใช้ ต้อปรับปรุงมกี ารเขยี นโดยใช้เหตผุ ล 15 12 9 6 34.2 คะแนนการประยกุ ต์ความรู้ (15%) ดีมาก ดี ปานกลาง พอใช้ ต้อปรับปรุงมีการประยกุ ต์ความรู้กบั ข้อมลู ทีได้จากผ้ปู ่ วย 15 12 9 6 35. การใช้ภาษาและความสะอาดเรียบร้อย (10%) ดีมาก ดี ปานกลาง พอใช้ ต้องปรับปรุง 5 4 32 1การใช้ภาษาได้อยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม 5ความสะอาดเรียบร้อยและรายมอื อา่ นง่าย 4 32 16. อาจารย์คดิ ว่าในภาพรวมนิสติ นี้ พอใช้ ต้องปรับปรุง ดีมาก ดี ปานกลาง 21 543ข้อเสนอแนะเพิม่ เตมิ .......................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ผ้ปู ระเมิน............................................... (ตวั บรรจง) วนั ท่ี...............................................

แบบประเมนิ ผลการฝึ กปฏบิ ัตกิ ับผู้ป่ วยนอก (OPD)ช่ือนิสติ แพทย์ เวลามา ชนั้ ปี ท่ี _______วนั ท่ี เวลากลบั ____________________1. จํานวนผ้ปู ่ วยทีไ่ ด้รับ ราย มาช้า ไม่เกิน 30 นาที มาช้า เกิน 30 นาที2. การตรงตอ่ เวลา (20%) มาช้า ไม่เกิน 15 นาที 10 5 มาตรวจตามเวลาทีก่ ําหนด 15 20 หวั ข้อ ดีมาก ดี ปานกลาง พอใช้ ต้องปรับปรุง3. การซกั ประวตั ิและตรวจร่างกาย (20%) 20 16 12 8 44. รายงานและวเิ คราะห์ปัญหาผ้ปู ่ วย (20%) 20 16 12 8 45. ความเข้าใจในขนั้ ตอนการรักษา (20%) 20 16 12 8 46. กริยามารยาท (10%) 10 8 6 4 27 .การแตง่ กาย (10%) 10 8 6 4 2ท่านคดิ ว่าในภาพรวมนิสติ นี้ ปานกลาง พอใช้ ต้องปรับปรุง ดีมาก ดี 3 21 54ข้อเสนอแนะเพิ่มเตมิ ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ผ้ปู ระเมิน............................................... (ตวั บรรจง) วนั ท่ี...............................................

แบบประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ าน ของนิสติ แพทย์ ปี 5 ประเมินโดย นิสติ แพทย์ปี 6 (Extern) / แพทย์ใช้ทนุช่อื นิสติ แพทย์ ................................ ชนั้ ปี ท่ี 5 Ward สก 4 วันท่ี ...................ช่อื ผู้ประเมนิ .................................... นิสติ แพทย์ปี 6 (Extern) แพทย์ใช้ทุน วันท่ีประเมิน...................................การประเมินจะเกบ็ เป็ นความลับของฝ่ ายอายรุ กรรม กรุณาให้ข้อมลู ตามความเป็ นจริงเพ่ือประโยชน์ในการพัฒนาต่อไปส่วนท่ี 11. จํานวนเวลาการปฏิบตั งิ านคดิ เป็ น ผา่ น ไมผ่ า่ น ประเมินร้อยละของเวลาทงั้ หมด ไมไ่ ด้1.1 Round วนั ทาํ การ ชว่ งเช้า 100 90 80 70 60 50 40 30 20 10 01.2 Round วนั ทําการ ชว่ งบา่ ย 100 90 80 70 60 50 40 30 20 10 01.3 Round วนั หยดุ ราชการ ชว่ งเช้า 100 90 80 70 60 50 40 30 20 10 0ส่วนท่ี 2 หวั ข้อ มาไมส่ าย มาก่อนเวลา มาสาย ไมม่ า2. การตรงตอ่ เวลา (20%) 20 10 0 หวั ข้อ ดมี าก ดี พอใช้ น้อย ไมม่ ี / ไมท่ ํา3. ความรับผดิ ชอบตอ่ หน้าที่ (20 %) 20 16 12 8 04. ใฝ่ รู้กระตอื รือร้น (15 %) 15 12 9 605. การทาํ งานเป็ นทมี ( 15 %) 15 12 9 606. การบนั ทกึ เวชระเบยี น ( 15 %) 15 12 9 607. กริยามารยาท ( 10 %) 10 8 6 408. การแตง่ กาย ( 5 %) 54 3 20ผลการประเมนิส่วนท่ี 1จํานวนเวลาการปฏิบตั ิงานคดิ เป็ นร้อยละของเวลาทงั้ หมด เกณฑ์ผา่ น ต้องได้คะแนน > 80 % ทกุ ข้อ 1.1 – 1.3 ผา่ น ไมผ่ า่ น ประเมินไมไ่ ด้ เนือ่ งจาก ....................................................................ส่วนท่ี 2คะแนนรวม เตม็ 100 คะแนน ได้คะแนน .................. คะแนน เกณฑ์ผา่ น > 60 คะแนนสรุปผลการประเมนิ ภาพรวมทา่ นคดิ วา่ การปฏิบตั งิ านของนสิ ติ รายนี ้ควรผา่ นการประเมินหรือไม่ ผา่ น ไมผ่ า่ น เหตผุ ลเน่อื งจาก............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

แบบประเมนิ ผลการปฏบิ ัตหิ น้าทอี่ ย่เู วรนอกเวลา ที่ ER ของนิสิตแพทย์ ผ้ปู ระเมนิ : Extern / แพทย์ใช้ทนุช่ือนิสิตแพทย์ เวลาเขา้ เวร ช้นั ปี ที่ 4 [ ] 5 [ ] 6. [ ]วนั ที่ เวลาออกเวร_______________1. จาํ นวนผปู้ ่ วยท่ีไดร้ ับ ราย มาชา้ ไม่เกนิ 30 นาที มาชา้ เกนิ 30 นาที2. การตรงต่อเวลา (20%) มาชา้ ไม่เกนิ 15 นาที 10 5 มาตรวจตามเวลาที่กาํ หนด 15 20 หวั ขอ้ ดีมาก ดี ปานกลาง พอใช้ ตอ้ งปรับปรุง3. มีความกระตือรือร้น ใฝ่ หาความรู้ (15%) 15 12 9 6 34. มีความรับผดิ ชอบในการดูแลและรับผิดชอบผปู้ ่ วย (15%) 15 12 9 6 35. กิริยามารยาทและมนุษยสมั พนั ธต์ ่อผปู้ ่ วย (15%) 15 12 9 6 36. ช่วยแพทยใ์ ชท้ ุนในการทาํ หตั ถการ (15%) 15 12 9 6 37 .มีน้าํ ใจช่วยเหลือผรู้ ่วมงาน (10%) 10 8 6 4 28. การแต่งกาย (10%) 10 8 6 4 2ท่านคดิ ว่าในภาพรวมนสิ ิตนี้ ปานกลาง พอใช้ ตอ้ งปรับปรุง ดีมาก ดี 3 21 54ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติม........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ผปู้ ระเมิน............................................... (ตวั บรรจง) วนั ที่...............................................

แบบประเมนิ รายวชิ าอายรุ ศาสตร์ การปฏบิ ัติงานทห่ี อผู้ป่ วยของนิสิตแพทย์ช้ันปี ที 5 (โดยอาจารย์) ชื่อนิสิตแพทย์ ……………………………………………….. หอผปู้ ่ วย …………………….................ช่วงเวลาที่ข้ึนปฏิบตั ิงาน ……………………………………. อาจารย.์ .................................................... หวั ข้อในการประเมนิ ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง1. ความรับผดิ ชอบต่องาน (40 คะแนน) 40 32 24 16 (การตรงต่อเวลา การรับผปู้ ่ วย การอยเู่ วร และงานอื่นๆ ท่ีไดร้ ับมอบหมาย) 15 12 10 62. ความรู้(15 คะแนน) (ความรู้ความเขา้ ใจในปัญหาหรือโรคของผปู้ ่ วยท่ีอยู่ 15 12 10 6 ในความรับผดิ ชอบ) 20 16 12 83. ความสนใจใฝ่ รู้และค้นคว้าด้วยตนเอง (15 คะแนน) 10 8 6 4 (การคน้ ควา้ หาความรู้เพิ่มเติมเพือ่ นาํ มาประกอบกบั ความรู้ ความเขา้ ใจที่มีอย)ู่4. ทกั ษะในการปฏบิ ัตงิ าน (20 คะแนน) (ความสามารถในการปฏิบตั ิงานตา่ งๆ โดยทราบถึง ขอ้ บง่ ช้ีวธิ ีทาํ และการดูแลผปู้ ่ วยท้งั ในขณะเตรียม ขณะทาํ และหลงั ปฏิบตั ิงาน)๕. การเขียนบันทกึ ทางการแพทย์ (10 คะแนน) (ประวตั ิแรกรับและ Progress note)ข้อเสนอแนะเพมิ่ เติม (โดยเฉพาะหวั ข้อทตี่ ้องปรับปรุง) คะแนนรวม................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ อาจารยผ์ ปู้ ระเมิน

แบบประเมนิ รายวชิ าอายุรศาสตร์ ประเมนิ การฝึ กปฏบิ ัติงานของนิสิตแพทย์ช้ันปี ที่ 5 (โดยพยาบาล)ช่ือนิสิตแพทย์ ………………………………..……………………หอผปู้ ่ วย …………………….................ช่วงเวลาที่ข้ึนปฏิบตั ิงาน…………………...…………………………………………..………………………วตั ถุประสงค์ การประเมินน้ีเป็นส่วนหน่ึงของการประกนั คุณภาพการศึกษา เพือ่ นาํ มาใชเ้ ป็นขอ้ มลู ในการปรับปรุงการเรียนการสอนใหด้ ียงิ่ ข้ึนหวั ขอ้ รายการประเมิน ดีมาก ดี ควรปรับปรุง (3) (2) (1)1. ความรู้ 1. ความเขา้ ใจในปัญหาหรือโรคของผปู้ ่ วยท่ีอยใู่ น ความรับผดิ ชอบ2. เจตคติ 2.1 การรับผดิ ชอบงาน, มีความเป็นผนู้ าํ (การตรงตอ่ เวลา ช่วยเหลือผรู้ ่วมงาน การอยเู่ วร การรับผปู้ ่ วย งานอ่ืนๆ) 2.2 การแต่งกายเหมาะสมถูกระเบียบ 2.3 กิริยามารยาทและมนุษยสัมพนั ธ์กบั ผรู้ ่วมงาน, พดู จาสุภาพ (พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย)์ 2.4 รักษาความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย3. ทกั ษะใน 3.1 การแนะนาํ ผปู้ ่ วยการปฏบิ ตั งิ าน (ความรู้เกี่ยวกบั โรค ผลการตรวจรักษา การปฏิบตั ิตวั ) 3.2 การทาํ หตั ถการกบั ผปู้ ่ วย (การอธิบายเหตุผล การทาํ รวมท้งั การดูแลก่อนและหลงั ทาํ หตั ถการ) 3.3 ความเอาใจใส่และการปฏิบตั ิตอ่ ผปู้ ่ วยและญาติ (พดู จาสุภาพ, ยอมรับในสิทธิผปู้ ่ วย)ขอ้ เสนอแนะและขอ้ คิดเห็นเพม่ิ เติม....................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงช่ือผปู้ ระเมิน.................................................................... วนั ท่ีประเมิน........................................................................

32การจดั กลุ่ม นิสิตแพทย์ชัน้ ปี ท่ี 5 กลุ่ม 1 ปี 2557สปั ดาห์ 123456ท่ี ช่ือ - สกลุ 17– 23 พ.ย.57 24 – 30 พ.ย.57 1 – 7 ธ.ค. 57 8 – 14 ธ.ค.57 15 – 21 ธ.ค.57 22 – 26 ธ.ค.571 นายพรพงษ์ สธุ ิรังกรู สก 4 (เหลือง) สก.3 (ญ) สก 4 (เหลือง) สก.3 (ญ)2 นส.รุ่งรุจี มีนะกนษิ ฐ สก 4 (เหลือง) มอ 4 ญ (ชมพ)ู สก 3 (ช) มอ 4 ญ (ชมพ)ู3 นส.นนั ทชิ า อมั พวนั สก 3 (ช) มอ 4 ญ (ชมพ)ู สก 4 (ชมพ)ู มอ. 4 ญ (เหลือง)4 นส.อรวรรณ เกษมสขุ สกณุ ี สก 4 (ชมพ)ู มอ. 4 ญ (เหลือง) สก 4 (ชมพ)ู มอ. 4 ญ (เหลือง)5 นายวิรุฬห์ธณฏั ฐ์ พงษ์พานิช สก.3 (ญ) สก.3 (ญ) สก 4 (ชมพ)ู6 นส.รุจกิ านต์ อมั พรทีป มอ. 4 ญ (ชมพ)ู สก 4 (ชมพ)ู มอ. 4 ญ (ชมพ)ู สก. 4 (เหลือง)7 นายวรพล อมรวทิ ย์ มอ. 4 ญ (ชมพ)ู สก. 4 (เหลือง) มอ 4 ญ (เหลือง) สก. 4 (เหลือง)8 นส.เมธิพจน์ นติ ะยะกลุ มอ 4 ญ (เหลือง) สก 3 (ช) มอ 4 ญ (เหลือง) สก 3 (ช)9 นายอสิ รา เตชะกิจวโรรส สก 4 (ชมพ)ู10 นส.กนกวรรณ โฆษิตพนติ กลุ11 นส.ฐิตนิ นั ทน์ ศรีมานพ12 นายกวินท์ ศลั ย์วเิ ศษ13 นส.ปฐมวลี สินธุเพช็ ย์14 นส.ชนิกานต์ เทพรส15 นส.จารุมณฑ์ ชิโณรโส16 นายธนวฒั น์ สขุ สมบรู ณ์

รายช่ือและรูปภาพนิสิตแพทย์ รายวิชาอายรุ ศาสตร์ ชัน้ ปี ท่ี 5 ปี 2557 กลุ่มท่ี 1 สก 3 : วันท่ี 17 พฤศจกิ ายน – 7 ธันวาคม 2557 แผนก ชายน.ส.อรวรรณ เกษมสขุ สกณุ ี นายวิรุฬห์ธณฎั ฐ์ พงษ์พานิช แผนก หญิงนายอิสรา เตชะกิจวโรรส นางสาวกนกวรรณ โฆษิตพนติ กลุสก 3 : วันท่ี 8 – 26 ธันวาคม 2557 แผนก ชายนางสาวชนิกานต์ เทพรส นางสาวจารุมณฑ์ ชโิ ณรโส แผนก หญงินายพรพงษ์ สธุ ิรังกรู นางสาวรุ่งรุจี มีนะกนิษฐ






Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook