นสิ ติ แพทยช ้ันปท ่ี 4คราํ ุนนําท่ี 6 ปก ารศึกษา 2558
คํานาํ คูม อื รายวชิ าสตู ศิ าสตร- นรเี วชวทิ ยาทฤษฎี 596500 , สูติศาสตร- นรเี วชวิทยาปฏิบตั กิ าร(596501) , และสูตศิ าสตร- นรีเวชวทิ ยาหตั ถการ (596510) จดั ทําข้นึเพื่อใหน สิ ิตแพทยไ ดศ กึ ษาเปน แนวทางในการเรียน และการฝก ปฏิบตั งิ านในรายวิชาน้ีผูจัดทาํ หวังวานิสิตจะไดใ ชประโยชนเ พอ่ื เปนแนวทางในการเรยี นรูและปฏิบัตงิ านตามหลกั สตู ร เพอื่ ใหบ รรลถุ งึ วัตถุประสงคข องรายวชิ าน้ี
สารบัญ 1. ฝา ยสตู -ิ นรีเวชกรรม 1 หนา2. อาจารยป ระจาํ ฝา ยสูติ-นรเี วชกรรม 23. ประมวลรายวชิ า 3 27 4. วิธีการเรยี นการสอน 275. การอยูเวรนอกเวลาราชการ6. รายละเอยี ดการใหคะแนนภาคปฏบิ ตั ิ 287. การรบั ผปู ว ยและการสง รายงานผปู วย 298. การประเมินผล 309. รายช่ือนิสติ แพทยชน้ั ปที่ 4 3310. ตารางรายชอื่ นิสติ แพทยแบง กลุมสง รายงานตามอาจารย 35
1 ฝา ยสูต-ิ นรีเวชกรรมสถานที่ ตึกมหดิ ลอดุลยเดช (มอ.) ชัน้ ท่ี 1 แผนกกายภาพบําบดั , หอผูป ว ยหนว ยจา ยกลาง ชนั้ ที่ 2 หองผาตัด , ไอซยี ู ชัน้ ที่ 3 หอผปู ว ยหอ งคลอด , หอผปู วยสตู กิ รรม สามญั , หอผูป วยหนว ยบรบิ าล ทารกแรกเกดิ ช้นั ที่ 4 หอผปู วย อายุรกรรมสามัญหญงิ (มอ.4ญ) , หอผูป วยกุมารเวชกรรม สามญั (มอ.4 ก) ชัน้ ท่ี 5 หอผปู วย สูต-ิ นรเี วชกรรม พิเศษ ชน้ั ท่ี 6 หอผปู วย อายุรกรรม-กุมารเวชกรรม พเิ ศษ รวม ช้ันท่ี 7 หอผูป ว ยพิเศษรวมหลกั สูตรวิชาสตู ิศาสตร-นรีเวชวทิ ยา สาํ หรบั นิสติ แพทยชน้ั ปท ่ี 41. สตู ิศาสตร-นรเี วชวทิ ยาทฤษฎี (596500)2. สูตศิ าสตร-นรีเวชวิทยาปฏบิ ัตกิ าร (596501)3. สูติศาสตร-นรเี วชวทิ ยาหัตถการ (596510)
2อาจารยป ระจําฝายสตู ิ-นรีเวชกรรม น.พ.สมศักด์ิ เจษฏาพรชยั หัวหนาฝายสตู ิ-นรีเวชกรรม พ.ญ.อรอนงค นุมเจริญ ประธานกลุมรายวชิ าสตู ิศาสตร-นรีเวชวทิ ยาน.พ.จนั ทรวฒั น นีละศรี พ.ญ. นภัส อนิ จําปา พญ.ธญั ดา เทยี มพงศ พญ.จฬุ ารัตน สตุ า
3 รา ง ประมวลการสอนรายวชิ า หลักสตู รแพทยศาสตรบัณฑติ คณะแพทยศาสตร มหาวทิ ยาลยั บูรพา---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------1. ชื่อวชิ า : 596500 สตู ิศาสตร- นรเี วชวิทยาทฤษฎี Theoretical Obstetrics and Gynecology2. จํานวนหนว ยกติ : 4(4-0-8)3. ปการศกึ ษา / ภาค : พ.ศ. 2556 / ภาคการศกึ ษาท่ี 1 และ 24. รายช่ือผูสอน : คณาจารยคณะแพทยศาสตร มหาวิทยาลยั บรู พา คณาจารยจากสถาบนั รว มผลิตแพทย5. ผเู รียน : นสิ ติ หลกั สตู รแพทยศาสตรบณั ฑติ ชน้ั ปท ี่ 46. สถานภาพวิชา : หมวดวชิ าเฉพาะ / วิชาบงั คบั / กลมุ วชิ าชีพ7. บุรพวิชา : 570403 บทนําทางคลนิ กิ Introduction to Clinic8. คาํ อธิบายรายวิชา : สูตศิ าสตรปกติ ไดแ ก การตงั้ ครรภ การเจ็บครรภ การคลอด การ วินจิ ฉัยการต้งั ครรภ การคลอด ระยะหลงั การคลอด และการดูแลทารก แรกเกิด ความผิดปกติทางสูตศิ าสตร ไดแก การแทง บุตร การต้งั ครรภ นอกมดลกู และครรภไ ขปลาอกุ ทารกตายในครรภ การคลอดกอน กําหนด การตง้ั ครรภเ กนิ กาํ หนดและภาวะแทรกซอ นตาง ๆ ทีเ่ กีย่ วขอ ง9. จดุ ประสงค กับการตง้ั ครรภ รวมท้งั โรคทางระบบตอมไรทอ และโรคทางนรเี วช ตลอดจนการวางแผนครอบครัว : เมือ่ สิ้นสดุ การเรยี นการสอนแลว นิสติ สามารถ9.1 อธิบายและวจิ ารณความหมาย ความสาํ คัญ ของ สุขภาพอนามัยสตรีทุกวัยตามภาวะตา ง ๆและสขุ ภาพอนามัยทารกในครรภ ดัชนชี ว้ี ดั สุขภาพอนามยั สตรที กุ วยั ตามภาวะตาง ๆ และทารกในครรภ ปญหาและดชั นชี ี้วดั ปญหาสขุ ภาพอนามยั สตรที กุ วยั ตามภาวะตา ง ๆ และทารกในครรภสาเหตุและปจจัยทเ่ี ก่ยี วขอ งกบั ปญหาสุขภาพฯ แนวทางการสรางเสรมิ สุขภาพฯ การปอ งกนัปญหาสขุ ภาพฯ การดูแลรักษาปญหาสขุ ภาพฯ และการฟน ฟสู ขุ ภาพฯ• ตามวัย
4 - วัยทารกในครรภ - วยั เจริญพันธุ - วัยเดก็ - วัยหมดระดู - วยั รุน - สุขภาพอนามยั มารดาและทารกในครรภ - สุขภาพอนามัยการเจรญิ พนั ธุ• ตามสภาวะ - สขุ ภาพอนามัยทางเพศ - สขุ ภาพอนามัยครอบครวั9.2 อธบิ ายและวิจารณอยางเปนองครวมไดถ ูกตอ งและเหมาะสม 9.2.1 ความหมาย ความสาํ คัญ สาเหตุและปจ จัยเกีย่ วของของปญ หาประชากร โครงสราง ประชากร และพลวตั ประชากร หลกั การ แนวคิด วิธกี าร ดัชนชี ี้วัดความสําเร็จ ปญ หาและอุปสรรค ในการแกไขปญหาประชากร 9.2.2 ความหมาย ความสาํ คัญ หลกั การ แนวคิดและวธิ กี าร ดัชนชี วี้ ดั ความสําเร็จ ปญหา และอปุ สรรคของ การวางแผนประชากร 9.2.3 ความหมาย ความสาํ คัญ หลกั การ แนวคดิ และวิธกี าร ดชั นชี วี้ ัดความสาํ เรจ็ ปญ หา และอปุ สรรคของการวางแผนครอบครัว 9.2.4 ความหมาย ความสาํ คัญ หลกั การ แนวคิดและวิธีการ ดัชนชี ้ีวัดความสําเรจ็ ปญ หา และอปุ สรรคของการคมุ กาํ เนิด 9.2.5 ความหมาย ความสาํ คัญ กลไก การเปลีย่ นแปลง ทางกาย สรีระ และจติ ใจ ของ การเจรญิ พนั ธุ การมีระดู และการหมดระดู 9.2.6 ความหมาย ความสาํ คัญ กลไก การเปล่ียนแปลง ทางกาย สรีระ และจิตใจ ของการ ปฏิสนธิ การต้งั ครรภ และการเจริญเติบโตของทารกในครรภ 9.2.7 ความหมาย ความสําคัญ กลไก การเปล่ียนแปลง ทางกาย สรรี ะ และจติ ใจ ของการ คลอดและหลังคลอด 9.2.8 การวินจิ ฉัย การต้ังครรภ การคลอดและระยะหลงั คลอด9.3 อธิบายและวจิ ารณ แนวคดิ หลกั การ แนวทางปฏบิ ัตแิ ละดชั นีช้ีวดั ผลสาํ เร็จ ในการบริบาล การต้ังครรภ การคลอด และระยะหลังคลอด โดยระบบเกณฑเส่ยี ง และ active management9.4 วจิ ารณก ลไกการเกดิ ปญ หาหรือความผดิ ปกตโิ ดยการบรู ณาการดว ยหลักกายวิภาคศาสตร สรรี วิทยา และ พยาธวิ ิทยา และสามารถวิจารณก ารวนิ จิ ฉัยแยกโรค และแนวทางการรกั ษา เบ้ืองตน ตามอาการสําคญั และสญั ญาณโรค ดงั ตอ ไปน้ี (ตามเกณฑม าตรฐานแพทยสภาฯ พ.ศ. 2545 ขอ 2.1 ทเี่ กย่ี วขอ งกบั สตู ิศาสตร- นรเี วชวิทยา) - อวนและขนดก - Violence against women (VAW) - ปวดทอง - ปสสาวะบอ ย - แนน ทอ ง ทองอดื - กลัน้ ปส สาวะไมได - คลนื่ ไสอ าเจียน - หนองจากทอปส สาวะ - กอ นในทอง - แผลบรเิ วณอวยั วะเพศ
5 - ปส สาวะลาํ บาก - กอ นท่ีอวัยวะเพศ - ปส สาวะขดั - ตกขาว - คันชองคลอด - เลอื ดออกทางชองคลอด - ตัง้ ครรภ - ประจาํ เดอื นผดิ ปกติ - แทงบุตร - ปวดประจาํ เดือน - ครรภผิดปกติ - คลอดกอนกําหนด - ไมอ ยากมบี ตุ ร - คลอดเกนิ กาํ หนด - มบี ุตรยาก - ถกู ลว งละเมิดทางเพศ 9.5 วิจารณกลไกการเกดิ ปญ หาหรือความผิดปกติ อาการสําคญั อาการท่ีพบบอ ย และสญั ญาณโรค โดยการบูรณาการดวยหลักกายวิภาคศาสตร สรีรวทิ ยา และพยาธวิ ิทยา และสามารถวจิ ารณ การวนิ จิ ฉัยแยกโรค และแนวทางการบาํ บดั รักษาไดอ ยา งทันทว งทตี ามความเหมาะสมของ สถานการณ ตามโรค/กลมุ อาการ/ภาวะฉกุ เฉนิ ดังตอไปนี้ (ตามเกณฑม าตรฐานแพทยสภาฯ พ.ศ. 2545 ขอ 2.2 ที่เกยี่ วขอ งกับสูติศาสตร-นรเี วชวทิ ยา)- Shock : hypovolemic , septic - Fetal distress - Obstructed labor - Acute abdomen - Threatened uterine rupture - Serious bleeding : massive - Rape Bleeding antepartum and - Convulsion in pregnancy Postpartum hemorrhage - Asphyxia of the newborn - Injury / Accident : genital tract 9.6 วิจารณก ลไกการเกดิ โรค อาการสําคัญ อาการทีพ่ บบอ ย สัญญาณโรค วธิ ีการวนิ จิ ฉยั เบ้ืองตน การวินจิ ฉยั แยกโรค การวินจิ ฉยั ขนั้ สุดทาย การดําเนินโรคและการพยากรณโรค ปจจัยเสี่ยงใน การเกดิ โรค ผลของโรคท่มี ตี อการตงั้ ครรภ ผลของการตง้ั ครรภทีม่ ตี อ โรค หลกั การและแนวทาง ในการรกั ษาทางสูตินรีเวชกรรมและการปอ งกนั ของโรคตามระบบ ดังตอไปนไ้ี ด (ตามเกณฑ มาตรฐานแพทยสภาฯ พ.ศ. 2545 ขอ 2.3 ทเี่ กยี่ วของกบั สตู ิศาสตร-นรีเวชวิทยา) • Infectious and parasitic diseases - Sexually transmitted diseases (syphilis, gonococcal infection, chancroid, non-specific urethritis, condyloma acuminata, lymphogranuloma venerum, trichomoniasis) - Vaginal moniliasis - Herpes simplex infection - Human immunodeficiency virus (HIV) infections including acquired immunodeficiency syndrome (AIDS)
6• Neoplasm - Benign and malignant neoplasm of vulva, uterus, cervix, ovary, placenta• Disease of blood & blood forming organs - Nutritional deficiency anemias in pregnancy (iron, folate) - Thalassemia in pregnancy - Coagulation defects• Endocrine, nutritional and metabolic disease - Sheehan’s syndrome - Functional ovarian tumor - Hypothalamo-pituitary-ovarian axis dysfunction• Mental & behavioral disorders - Post partum psychosis• Disorders of the genito-urinary system - Cystitis - Urethritis - Vulvovaginitis - Cervicitis - Menstrual disorders - Pelvic inflammatory disease (endometritis, salpingitis , oophoritis , tubo- ovarian abscess) - Abnormal uterine or vaginal bleeding - Menopausal & peri-menopausal disorders - Endometeriosis - Bartholinitis & abscess, Bartholin cyst - Imperforated hymen - Female genital prolapsed (cystocoele , rectocoele , prolapsed uterus) - Fistula involving female genital tracts
7• Pregnancy, childbirth and the puerperium - Antenatum - Intrapartum (labor & delivery) - Postpartum - Abnormal findings on antenatal screening of mother (biochemical , hematological , serological , cytological , chromosomal) - Other maternal disorders related to pregnancy (infection of genitourinary tract , diabetes mellitus , malnutrition) - Malposition & malpresentation of the fetus - Premature rupture of membranes , chorio-amnionitis - Prolonged pregnancy (post-date & post- term) - Abnormal labor forces (prolonged labor) - Fetal distress - Trauma to birth canal during delivery & fetal injury - Complications during puerperium - Breast infection associated with childbirth - Hydatidiform mole - Umbilical cord complication (prolapsed cord , vasa previa) - Obstructed labor - Ectopic pregnancy - Multiple gestation - Fetopelvic disproportion - Polyhydramnios , oligohydramnios - Abortion - Hyperemesis gravidarum - Normal delivery - Pre-term labor - Antepartum hemorrhage (placenta previa , abruption placenta) - hypertensive disorder in pregnancy• Injury, poisoning and consequences of external causes - Foreign body through orifices - Maltreatment syndrome (woman abuse, sexual abuse, battered woman)
89.7 อธบิ ายหลักการวนิ จิ ฉยั ภาพทางรังสีวิทยาและภาพคล่นื เสยี งความถสี่ ูงของระบบเจริญพนั ธุสตรี และทารกในครรภไดถกู ตอ ง9.8 วิจารณข อบง ช้ี (indication) ขอหา ม (contraindication) วิธกี ารทํา (method) และแปลผลการตรวจ ไดถ ูกตอง- Coagulation study - Susceptibility test ตอ ยาตานจลุ ชพี- PAT smear - Endocrinologic stuties : glucose- Wet smear challenge test (GCT) , oral glucose- Whiff test tolerance test (OGTT)- Cytology - Ultrasonography : abdomen, pelvis- การเพาะเช้ือจากสิง่ สง ตรวจตางๆ9.9 อธิบายหลักการใชย า ขอบงช้ี (indication) ขอหา ม (Contraindication) ประสทิ ธิภาพของยา(efficiency) ประสทิ ธิผล (effectiveness) ผลขางเคยี ง (Side effect) การแพย า (drug allergy)ผลไมพ ึงประสงค (adverse effect) ปฏิกิริยากับยาอ่ืน (drug interaction) ผลตอ การตั้งครรภและการเจริญเติบโตของทารกในครรภ และผลตอ ความรูสึกและการตอบสนองทางเพศเภสัชจลนศาสตร (pharmacokinetics) ขนาดยา (dose) วิธกี ารใหยา (drug administration)การวนิ จิ ฉัยและการดูแลรักษาผลขางเคยี ง การแพยา ผลไมพ งึ ประสงค คาใชจาย ในการรักษาโรคหรอื ภาวะทางสตู ศิ าสตร-นรีเวชศาสตรได- ธาตเุ หลก็ - Ergot- แคลเซียม - Analgesics- Folate - Tocolytic agent- Oxytocin - ฮอรโ มนเพศและสารสงั เคราะหเลียนแบบฮอรโ มนเพศ9.10 วจิ ารณขอบง ช้ี (indication) ขอ หาม (contraindication) เงอ่ื นไขทีต่ อ งมีกอนลงมอื ปฏิบัติ (condition to be fullfilled) ข้นั ตอน (basic steps) และวิธกี ารทํา (method) ภาวะแทรกซอ น ทอ่ี าจจะเกดิ ข้ึน (possible complication) การผิดพลาดวิกฤต (critical error) ปจ จยั เสี่ยง (risk factor) ของการเกิดภาวะแทรกซอ น การปอ งกันภาวะแทรกซอ น (prevention of complication) การวินิจฉยั ภาวะแทรกซอน (diagnosis of complication) การดําเนนิ โรค การดูแลรกั ษา ภาวะแทรกซอ น (management of complication) การพยากรณภาวะแทรกซอน (prognosis of complication) ของหัตถการตอไปน้ไี ด (ตามเกณฑม าตรฐานแพทยสภาฯ พ.ศ. 2545 ขอ 3.5 ที่ เกีย่ วของกับสูตศิ าสตร-นรเี วชวทิ ยา)
9 - Urethral catheterization - Biopsy of valve , cervix ในสตรแี ละสตรตี ั้งครรภ- Incision and drainage - Vacuum extraction - Low forceps extraction - Debridement of wound - Breech assisting and - Wound dressing - Suturing and desuturing extractoin - Normal labor - Manual removal of placenta - Amniotomy - Culdocentesis - Episiotomy and perineorrhaphy - Marsupialization of Bartholin - PAP smear preparation - Removal of foreign body from vagina cyst - Tubal ligation & resection - Conization of uterine cervix - Cervical dilatation and uterine - Salpingectomy and ophorectomy - Insertion and removal of - Hysterectomy contraceptive intrauterine device drug implantation and removal9.11 วิจารณการเปล่ียนแปลงของรางกายตามระบบตา งๆและจิตใจ จากการผาตดั และการระงับความรูส กึ วิจารณอ ิทธพิ ลของสภาพรา งกายตามระบบตา งๆและจติ ใจ ท่ีมีผลตอการผาตัดและการระงบั ความรูสึก วจิ ารณการประเมินผปู วยทม่ี ีความเส่ียงตาํ่ และมคี วามเสย่ี งสูงสําหรบั การผาตัดวิจารณ การดูแลผปู วยกอนและหลงั ผาตดั แบบองคร วม ( holistic) ทัง้ กาย จติ สงั คม ในเชิงบูรณาการ (integration) ทง้ั ระดบั บุคคลและครอบครัว9.12 วจิ ารณป ระเดน็ ปญหาทางจริยธรรมและกฎหมายเก่ยี วกบั การเจริญพันธุ โดยเฉพาะ การยตุ ิการต้ังครรภ การเลอื กเพศบตุ ร การชวยการเจริญพันธุ โคลนนิง (cloning) การเลือกระหวางแมแ ละเดก็ 9.13 วิจารณขอ มลู ท่ีไดจากการคน ควาดวยตนเอง10 กจิ กรรมการเรยี นการสอน : 10.1 บรรยาย และอภปิ รายสลับการซักถาม 10.2 การแสดงและอภปิ รายโจทยปญหาผูปวย 10.3 คน ควาหาความรเู พิม่ เติมดว ยตนเองจากแหลงขอ มูลตา ง ๆ โดยการใชเทคโนโลยสี ารสนเทศ11 การประเมินผล : 11.1 การวัดผล ดชั นี นกั ศึกษาสามารถวจิ ารณไ ดตามจุดประสงคข อ 9.1 – 9.13น้าํ หนักการประเมิน
10ก. อธิบายและวจิ ารณส ุขภาพอนามัยสตรีทุกวยั และทารกในครรภ สขุ ภาพอนามยั สตรีตาม ภาวะตาง ๆ ดัชนีชวี้ ัดสขุ ภาพ ปญหาและดชั นชี ้ีวดั สุขภาพอนามยั สตรีทกุ วยั และทารกใน ครรภ สุขภาพอนามยั สตรีตามภาวะตาง ๆ สาเหตแุ ละปจ จัยทีเ่ กยี่ วขอ งกบั ปญ หาสุขภาพ แนวทางสรา งเสริมสุขภาพ ปองกนั ปญหาสขุ ภาพ ดแู ลรกั ษาปญหาสุขภาพ ฟน ฟู สุขภาพ (7 %)ข. อธิบายและวจิ ารณอยางเปนองคร วมไดถ กู ตองและเหมาะสม (7 %)ค. อธบิ ายและวิจารณ แนวคิด หลักการ และแนวทางในการบริบาลการตั้งครรภ การคลอด และระยะหลงั คลอด โดยระบบเกณฑเ สีย่ ง และ active management (7 %)ง. วิจารณก ลไกการเกดิ ความผดิ ปกตโิ ดยการบูรณาการดวยหลกั กายวิภาคศาสตร สรรี วทิ ยา และพยาธวิ ิทยา และสามารถวจิ ารณก ารวนิ จิ ฉยั แยกโรคตามอาการสําคญั และสญั ญาณ โรค และวจิ ารณแ นวทางการรกั ษาเบื้องตน ดังตอ ไปนี้ (ตามเกณฑม าตรฐานแพทยสภาฯ พ.ศ. 2545 ขอ 2.1 ทีเ่ กี่ยวขอ งกบั สตู ิศาสตร – นรีเวชวทิ ยา) (10 %)จ. วจิ ารณกลไกการเกดิ ความผิดปกตโิ ดยการบรู ณาการดว ยหลักกายวิภาคศาสตร สรรี วทิ ยา และ พยาธวิ ิทยา อาการสาํ คัญ อาการท่พี บบอ ย สัญญาณโรคและสามารถวิจารณก าร วินิจฉัยแยกโรคตามโรค/กลมุ อาการ/ภาวะฉุกเฉนิ และวจิ ารณแ นวทางการบาํ บดั รกั ษาได อยา งทันทวงทีตามความเหมาะสมของสถานการณ ดังตอไปนี้ (ตามเกณฑมาตรฐาน แพทยสภาฯ พ.ศ. 2545 ขอ 2.2 ทีเ่ กี่ยวของกบั สตู ิศาสตร-นรเี วชวทิ ยา) (10 %)ฉ. วิจารณก ลไกการเกดิ โรค อาการสาํ คัญ อาการที่พบบอย สญั ญาณโรค วิธกี ารวนิ ิจฉยั เบอื้ งตน การวนิ จิ ฉัยแยกโรค การวนิ ิจฉัยขน้ั สดุ ทา ย การดาํ เนินโรคและการพยากรณ โรค ปจ จัยเส่ียงในการเกิดโรค ผลของโรคทมี่ ีตอการต้งั ครรภ ผลของการต้งั ครรภท่มี ตี อ โรค หลกั การและแนวทางในการรกั ษาทางสูตินรีเวชกรรมและการปองกันของโรคตาม ระบบ ตอไปนีไ้ ด (ตามเกณฑมาตรฐานแพทยสภาฯ พ.ศ. 2545 ขอ 2.3 ทเ่ี ก่ยี วขอ งกับสูติ ศาสตร-นรเี วชวทิ ยา) (10 %)ช. อธบิ ายหลกั การวนิ จิ ฉยั ภาพทางรังสวี ทิ ยาและภาพคล่ืนเสยี งความถส่ี ูงของระบบเจริญพันธุ สตรแี ละทารกในครรภ (7 %)ซ. วจิ ารณข อบงช้ี (indication) ขอหา ม (contraindication) วิธีการทํา (method) และแปลผล การตรวจ (7 %)ฌ. อธบิ ายหลกั การใชย า ขอ บง ช้ี (indication) ขอ หา ม (contraindication) ประสทิ ธิภาพของ ยา (efficiency) ประสทิ ธิผล (effectiveness) ผลขา งเคยี ง (side effect) การแพย า (drug allergy) ผลไมพ ึงประสงค (adverse effect) ปฏิกริ ิยากับยาอ่นื (drug interaction) ผลตอ การต้ังครรภและการเจริญเติบโตของทารกในครรภ และผลตอความรสู กึ และการตอบสนอง ทางเพศ เภสชั จลนศาสตร (pharmacokinetics) ขนาดยา (dose) วธิ กี ารใหยา (drug administration) การวินจิ ฉยั และการดแู ลรกั ษาผลขางเคยี ง การแพยา ผลไมพึงประสงค คา ใชจ าย ในการรักษาโรคหรือภาวะทางสูติศาสตร-นรเี วชศาสตรได (7 %)
11 ญ. วิจารณขอ บง ช้ี (indication) ขอ หา ม (contraindication) เงือ่ นไขท่ตี องมกี อ นลงมือปฏิบัติ (condition to be fullfilled) ข้นั ตอน (basic steps) และวิธีการทาํ (method) ภาวะแทรกซอ นทอี่ าจจะเกดิ ข้ึน (possible complication) การผดิ พลาดวิกฤต (critical error) ปจจยั เสยี่ ง (risk factor) ของการเกิดภาวะแทรกซอ น การปองกันภาวะแทรกซอ น (prevention of complication) การวนิ ิจฉัยภาวะแทรกซอ น (diagnosis of complication) การดแู ลรกั ษาภาวะแทรกซอ น (management of complication) การพยากรณ ภาวะแทรกซอน (prognosis of complication) ของหัตถการตอไปนไี้ ด (ตามเกณฑ มาตรฐานแพทยสภาฯ พ.ศ. 2545 ขอ 3.5 ทีเ่ ก่ียวของกับสตู ศิ าสตร- นรีเวชวทิ ยา) (7 %) ฎ. วจิ ารณการเปล่ยี นแปลงของรางกายและจิตใจเก่ยี วกับการผาตัด วิจารณการประเมินและ การเตรียมผูปวยทมี่ ีความเส่ียงตาํ่ และมีความเสย่ี งสงู สาํ หรบั การผา ตดั และการดแู ลหลงั ผา ตัด แบบองคร วม (holistic) ทั้งกาย จิต สังคม ในเชงิ บรู ณาการ (integration) ท้งั ระดบั บคุ คลและครอบครวั (7 %) ฏ. วิจารณป ระเดน็ ปญหาทางจรยิ ธรรมและกฎหมายเก่ยี วกับการเจรญิ พันธุ โดยเฉพาะ การ ยตุ กิ ารตง้ั ครรภ การเลือกเพศบตุ ร การชว ยการเจริญพันธุ โคลนนงิ (cloning) การเลอื ก ระหวา งแมแ ละเดก็ (7 %) ฐ. วจิ ารณขอมลู ทไ่ี ดจ ากการคน ควาดว ยตนเอง (7 %) วธิ กี าร อิงเกณฑจากรายงาน อิงกลุมจากการสอบ (MCQ, MEQ)11.2 การตดั สินผล ตามเกณฑผ านเปน ไปตามขอ บังคับของมหาวทิ ยาลัย คณะ และรายวชิ า
1212. กาํ หนดการเรียนการสอน : เรียนรว มไปกับ 596501 และ 596510 เปน เวลา 11 สัปดาหสัปดาหท่ี จาํ นวน เนอ้ื หาวชิ า ผูส อน คาบ1 2 1. สุขภาพอนามัยสตรีทกุ วยั และทารกในครรภ (ตามจุดประสงคข อ 9.1 และ 9.2.5 – 9.2.7)1 2 2. แนวคิด หลกั การ การวินิจฉยั และแนวทางในการบรบิ าล การต้ังครรภ การคลอด และระยะหลงั คลอด โดยระบบ เกณฑเ ส่ียง และ active management1 8 3. กลไกการเกดิ ความผิดปกติ การวินิจฉยั แยกโรคตามอาการ สําคัญ และแนวทางการรักษาเบอ้ื งตน (ตามจุดประสงคข อ 9.4)1 2 4. การเปลย่ี นแปลงของรา งกายและจิตใจเกยี่ วกับการผาตดั การเตรียมผูปวยสาํ หรับการผา ตัดและการดูแลหลงั ผา ตดั แบบองคร วม (holistic) ทงั้ กาย จิต สงั คม ในเชงิ บรู ณา การ (integration) ทง้ั ระดับบคุ คลและครอบครัว1 1 5. การอา งอิงเวชศาสตรเชงิ ประจักษ ( evidence-based medicine) ทางสตู ิศาสตร- นรเี วชวทิ ยา และการหาขอ มลู ทาง website1 1 6. หลักการวินจิ ฉยั ภาพทางรงั สวี ิทยาของโรคทางสูติศาสตร – นรีเวชวิทยา2 1 7. ปญหาประชากร โครงสรา งประชากร พลวตั ประชากร การแกไ ขปญ หาประชากร การวางแผนประชากร2 1 8. การวางแผนครอบครัว ดชั นีชวี้ ดั ความสาํ เร็จของการ วางแผนครอบครัว2 1 9. การคุมกําเนดิ2 1 10. สรีรวทิ ยาของการเจริญพนั ธุ กลไกการมีระดู กลไกการยุตริ ะดู2 1 11. สรีรวทิ ยาของการต้งั ครรภ2 1 12. หลักการใชยา
13สปั ดาหท ี่ จํานวน เนื้อหาวิชา ผสู อน คาบ1 – 11 10 13. กลไกการเกดิ ความผิดปกตโิ ดยการบรู ณาการดว ยหลกั การ กายวิภาคศาสตร สรีรวทิ ยา และพยาธิวิทยา และการวนิ ิจฉัย แยกโรคตามโรค/กลุมอาการ/ภาวะฉุกเฉิน และแนวทางการ บาํ บดั รกั ษาอยางทนั ทวงทีตามความเหมาะสมของสถานการณ ตามจุดประสงคข อ 9.21 – 11 20 14. กลไกการเกดิ โรค การวินจิ ฉยั เบ้อื งตน การดาํ เนนิ โรคและ การพยากรณโ รค หลกั การและแนวทางในการรกั ษาทางสตู ินรี เวชกรรมของโรคตามระบบ ตามจดุ ประสงคขอ 9.31 – 11 7 15. ขอ บง ชี้ (indication) ขอหา ม (contraIndication) เงื่อนไขที่ ตอ งมีกอนลงมอื ปฏิบตั ิ (condition to be fullfilled) ข้นั ตอน (basic steps) และวธิ กี ารทาํ (method) ภาวะแทรกซอนท่ีอาจจะ เกิดขน้ึ (possible complication) การผิดพลาดวิกฤต (critical error) การปองกนั ภาวะแทรกซอน (prevention of complication) การวินิจฉัยภาวะแทรกซอน (diagnosis of complication) การดูแลรกั ษาภาวะแทรกซอ น (management of complication) การพยากรณภาวะแทรกซอน (prognosis of complication) (ตามจดุ ประสงคขอ 9.5) 10 2 16. ประเด็นปญหาทางจรยิ ธรรมและกฎหมาย1 – 11 บรู ณาการ 17. การคน ควา ดว ยตนเอง11 2 สอบ12.1 สือ่ การเรียนการสอน12.2 เอกสาร 12.2.1 ตํารา 12.2.2 เอกสารคาํ สอน 12.2.3 เอกสารประกอบการบรรยาย 12.2.4 Website12.3 โสตทศั นปู กรณ DO , VCD
14 ราง ประมวลการสอนรายวชิ า หลกั สูตรแพทยศาสตรบณั ฑิต คณะแพทยศาสตร มหาวทิ ยาลัยบูรพา------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------1. ช่อื วชิ า : 596501สูตศิ าสตร – นรีเวชวทิ ยาปฏิบตั กิ าร 1 Practical Obstetrics and Gynecology I2. จาํ นวนหนวยกติ : 3 (0-9-0)3. ปก ารศกึ ษา / ภาค : พ.ศ. 2556/ ภาคการศกึ ษาที่ 1 และ 24. รายชือ่ ผูสอน : คณาจารยค ณะแพทยศาสตร มหาวทิ ยาลยั บรู พา คณาจารยจากสถาบนั รวมผลิตแพทย5. ผูเรียน : นสิ ิตหลักสตู รแพทยศาสตรบัณฑิต ช้นั ปที่ 46. สถานภาพวชิ า : หมวดวชิ าเฉพาะ / วชิ าบงั คับ / กลุมวิชาชพี7. บรุ พวิชา : 570403 บทนําทางคลินิก Introduction to Clinic8. คําอธิบายรายวชิ า : ทกั ษะพ้นื ฐานทางสตู ศิ าสตร – นรเี วชวทิ ยา ไดแ ก การซักประวัติ การ ตรวจรา งกาย การวนิ จิ ฉัยโรคทางสตู ศิ าสตร – นรีเวชวิทยา ทกั ษะทาง คลินิกตามเกณฑม าตรฐานผูประกอบวิชาชพี เวชกรรมของแพทยสภา การ ดูแลผูปวยแบบองคร วมในหอผปู ว ยการปฏบิ ตั ิงานในหองคลอด หอ ง ผาตัด และหนวยวางแผนครอบครัวเชงิ สง เสรมิ สขุ ภาพ ปอ งกนั โรค การ รกั ษา การฟน ฟูสภาพ ปญหาเชิงจริยธรรมทางสตู ิกรรม การเลือก ระหวา งแมแ ละเดก็ การยตุ กิ ารตง้ั ครรภ9. จุดประสงค : เม่ือสน้ิ สุดการเรยี นการสอนแลว นสิ ิตสามารถ9.1 ประเมินภาวะสุขภาพของสตรีตามวัยตาง ๆ และทารกในครรภ ไดถ ูกตอ ง จากการซกั ประวัติ การตรวจรา งกาย การตรวจเพมิ่ เติมตามวยั - วยั ทารกในครรภ - วัยเจรญิ พนั ธุ - วัยเด็ก - วยั หมดระดู - วัยรนุ9.2 วินจิ ฉยั แยกโรคและวินิจฉัยขนั้ สดุ ทาย ทางสูติศาสตร- นรเี วชวิทยาท่วั ไปโดย- ซกั ประวตั ิอาการสําคญั (chief complaint) สาเหตทุ ่มี าพบแพทย (reason for medical visit) และอาการหลัก (main symptoms) จากผปู วยไดถูกตอ ง โดยคํานงึ ถงึ สทิ ธผิ ูป ว ย
15- ซกั ประวตั จิ ากผูป วยไดถ กู ตอ ง เหมาะสมกับอาการสําคญั เปน ระบบ โดยคํานงึ ถงึ สทิ ธผิ ูปว ย- ระบุอาการหลักจากการซกั ประวตั ิไดถ ูกตอ ง- วนิ จิ ฉัยแยกโรคไดเหมาะสมจากขอมลู ประวัติ- ตรวจรา งกายผปู ว ยไดอยางถูกตอ ง เหมาะสม เปน ระบบโดยคาํ นึงถงึ สิทธผิ ูป ว ย- ตรวจระบบสืบพันธุ และระบบทีเ่ กยี่ วของไดอยา งถูกตอง เหมาะสม เปน ระบบโดยคํานึงถงึสิทธิผูปว ยและตระหนกั ถึงความสาํ คญั ของบุคคลทสี่ ามทเ่ี ปนเพศเดียวกนั กับผูปว ย- ระบสุ ญั ญาณโรค (signs) จากการตรวจรางกาย ระบบสืบพันธุ และระบบท่ีเกี่ยวขอ งไดถกู ตอง- วนิ จิ ฉยั แยกโรคจากขอมูลประวตั แิ ละตรวจรา งกายฯ ได- พจิ ารณาสงตรวจทางหอ งปฏิบัตกิ าร ทางรงั สวี ทิ ยา หรอื การตรวจพเิ ศษอน่ื ๆ ไดอยา งเหมาะสมและมีประสทิ ธิภาพ ตามหลกั เวชศาสตรเ ชิงประจกั ษแ ละหลักระบาดวทิ ยาทางคลนิ กิโดยคํานึงถงึ สทิ ธิผปู วย- แปลผลขอมูลสง ตรวจจากหอ งปฏิบตั ิการ รงั สีวทิ ยา หรือการตรวจพิเศษไดถ ูกตอ ง- วนิ จิ ฉยั โรคขั้นสุดทายไดถ กู ตอ งและเหมาะสมจากขอ มลู ทีไ่ ดจ ากการซักประวัติ ตรวจรา งกายและการตรวจทางหองปฏบิ ตั ิการ รงั สวี ทิ ยาหรือการสงตรวจพิเศษได9.2.1 ตามอาการและสญั ญาณโรคดงั น้ี - violence against women - ตกขาว (VAW) - คนั ชองคลอด - อวนและขนดก - ต้ังครรภ - ปวดทอ ง - แนนทอ ง ทองอดื - แทง บตุ ร - ครรภผดิ ปกติ - คล่นื ไสอาเจยี น - ไมอยากมีบุตร - กอนในทอง - ปส สาวะลาํ บาก - มีบตุ รยาก - เลือดออกทางชองคลอด - ปส สาวะขัด - ประจาํ เดอื นผิดปกติ - ปส สาวะบอย - กล้ันปสสาวะไมได - ปวดประจาํ เดือน - คลอดกอนกําหนด - หนองจากทอ ปสสาวะ - คลอดเกนิ กําหนด - แผลบรเิ วณอวัยวะเพศ - กอนทอี่ วัยวะเพศ - ถกู ลว งละเมิดทางเพศ9.2.2 ตามภาวะฉกุ เฉนิ ดังนี้ - shock : hypovolemic, - threatened uterine rupture septic - rape - obstructed labor - convulsion in pregnancy
16- asphyxia of the newborn - injury/accident : genital tract- fetal distress - acute abdomen- serious bleeding : massive bleeding, antepartum and postpartumhemorrhage9.2.3 ตามโรคของระบบ9.2.3.1 Infectious and parasitic diseases- sexually transmitted disease (syphilis, gonococcal infection, chancroid,non-specific urethritis, condyloma acuminata, lymphogranuloma venerum,trichomoniasis)- vaginal moniliasis- herpes simplex infection- human immunodeficiency virus (HIV) infections including acquiredimmunodeficiency syndrome (AIDS)9.2.3.2 Neoplasm- benign and malignant neoplasm of vulva, uterus, cervix, ovary, placenta9.2.3.3 Disease of blood & blood forming organs- nutritional deficiency anemias in pregnancy (iron, folate)- thalassemia in pregnancy- coagulation defects9.2.3.4 Endocrine, nutritional and metabolic disease- Sheehan’s syndrome - functional ovarian tumor- hypothalamo-pituitary-ovarian axis dysfunction9.2.3.5 Mental & behavioral disorders- post partum psychosis9.2.3.6 Disorders of the genito-urinary system- cystitis - menstrual disorders- urethritis - abnormal uterine or vaginal bleeding- vulvovaginitis - menopausal & peri-menopausal- cervicitis disorders - endometeriosis- pelvic inflammatory - Bartholinitis & abscess, Bartholin cystdisease (endometritis,salpingitis, oophoritis,tuboovarian abscess)
17- imperforated hymen - fistula involving femal gential tracts- female genital prolapse (cystocoele,rectocoele, prolapse uterus)9.2.3.7 Pregnancy, childbirth and the puerperium- antenatum- intrapatum (labor & delivery) - prolonged pregnancy (post- date & post-term)- postpartum - abnormal labor forces- abnormal findings on antenatal screening of (prolonged labor) mother (biochemical, - trauma to birth canal during hematological, serological, cytological, chromosomal) delivery & fetal injury - complications during puerperium- abortion - breast infection associated- hyperemesis gravidarum- antepartum hemorrhage with childbirth (placenta previa, abruptio - hydatidiform mole placentae) - umbilical cord complication (prolapse cord, vasa previa)- hypertensive disorder in - obstructed laborpregnancy- other maternal disorder - ectopic pregnancy - multiple gestationrelated to pregnancy(infection of genitourinary - fetopelvic disproportiontract, diabetes mellitus, - polyhydramnios, oligohydramniosmalnutrition)- mormal delivery- pre-term labor- fetal distress- malposition &malpresentation of thefetus- premature rupture ofmembranes, chorio-amnionitis
18 9.2.3.8 Injury, poisoning and consequences of external causes - foreign body through orifices - maltreatment syndrome (woman abuse, sexual abuse, battered woman) 9.3 เตรียมผปู ว ยกอ นผาตดั ไดถกู ตองภายใตก ารดแู ลของสตู ินรแี พทย ดงั น้ี - วนิ จิ ฉยั ขอบงชขี้ องการผา ตัดไดถูกตอ ง - วินจิ ฉยั ขอ หา มของการผา ตัดไดถ กู ตอ ง - วินิจฉัยเง่ือนไขทีต่ อ งมกี อ นลงมอื ผา ตดั ไดถกู ตอง - ประเมินสภาพของผูปวยแบบองคร วมกอนผาตดั ไดถ กู ตอง - อธบิ ายแนวทางการดแู ลผปู วย และการใหค าํ ปรกึ ษา แกผปู ว ยและญาติไดอ ยางเหมาะสม 9.4 เตรียมและชว ยผาตัดในโรคทไ่ี มซับซอนไดถ ูกตอ ง 9.5 ดูแลผปู วยหลังผาตดั ภายใตการดแู ลของสตู ินรแี พทยไดถ กู ตอง 9.6 ประเมนิ และวนิ จิ ฉัยปจ จยั เสี่ยง (risk factor) ของการเกดิ โรคและภาวะแทรกซอน และอธิบาย แนวทางการปองกนั โรคและภาวะแทรกซอ นไดถกู ตอ ง 9.7 บนั ทึกเวชระเบยี นผปู วยไดถ กู ตอ งและครบถว นตามประกาศของแพทยสภาภายในระยะเวลาท่ี กาํ หนด และถูกตองตามหลกั ภาษา ตดิ ตามผลการรกั ษาและบนั ทกึ ความกาวหนา การ เปลี่ยนแปลงของผปู ว ยอยา งเปนองคร วม และนาํ เสนอรายงานดวยวาจาไดอ ยางถูกตอ ง 9.8 เขียนรายงาน วจิ ารณ การวนิ จิ ฉัย การดแู ลรักษา ไดเหมาะสม ถูกตอ งตามหลกั วิชา และ ถกู ตอ งตามหลกั ภาษาภายในเวลาท่ีกําหนด 9.9 สื่อสารกับผปู วยและญาติ ไดอ ยางสภุ าพและเหมาะสม โดยคาํ นึงถึงความแตกตา งใน ขนบธรรมเนียมประเพณีและวฒั นธรรม 9.10สื่อสารกบั ผูปว ยทีม่ ีปญหาหรือไมใ หความรว มมอื และผอู นบุ าล ไดอ ยา งเหมาะสม 9.11มีมารยาทและปฏิบตั ติ ามสทิ ธผิ ปู ว ยในการซกั ประวตั ิ ตรวจรางกาย และตรวจเพม่ิ เติมอื่น ๆ ได อยางเหมาะสมตามขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม 9.12ขอคํายินยอมของผปู วย ผปู กครองตามกฎหมายและผอู นุบาล ตามสิทธิผูปวยไดอยา งถูกตอ ง ในการซกั ประวัติ ตรวจรา งกาย การตรวจเพม่ิ เติม การรกั ษา การขอขอมลู จากแหลง อ่ืน 9.13มมี นุษยสมั พันธกบั ผปู ว ย ญาตผิ ูปวย อาจารย แพทยร นุ พี่ พยาบาล ผรู วมงาน ฯลฯ ไดอ ยาง เหมาะสมตามวัฒนธรรมไทย 9.14ปฏบิ ตั ิไดถูกตอ งตามจรยิ ธรรมวชิ าชีพเวชกรรม 9.15มนี ิสยั ใฝรู และสามารถคนควาหาขอมลู ใหท นั ความกา วหนาทางวชิ าการจากแหลง ขอ มูลตาง ๆ โดยสามารถใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศไดอ ยา งมปี ระสิทธิภาพ10. กิจกรรมการเรียนการสอน: 10.1สังเกตและปฏบิ ัตติ ามการสาธิต 10.2ปฏิบัตกิ ับหนุ จําลอง 10.3ปฏิบตั ิงานในแผนกสูตนิ รเี วชกรรม ทัง้ ผูป วยนอก ผูป วยในและในหองผา ตัด รว มกับทีมสูตินรี แพทยและแพทยป ระจําบานทัง้ ในเวลาและนอกเวลาราชการตามท่ไี ดรบั มอบหมาย
19 10.4รบั เปน เจา ของผูปวยในตามท่ไี ดรบั มอบหมาย อยางนอ ย 20 ราย ชว ยทาํ คลอดตามท่ไี ดร บั มอบหมายและทาํ คลอดอยางนอย 3 ราย และบันทกึ รายงานรบั ผปู วยตลอดจนบนั ทึก ความกาวหนา และการเปลยี่ นแปลงของผูปว ย 10.5บนั ทกึ และสง รายงานผปู วยฉบับวิจารณ อยางนอ ยสปั ดาหละ 1 ฉบับ ภายในเวลาที่กาํ หนด 10.6ตอ งนํามารยาท พฤติกรรม เจตคติ จริยธรรมวิชาชีพมาปฏิบตั ทิ ุกข้ันตอนของการเรียนรู 10.7ประพฤตติ ามอาจารยท่เี ปน แบบอยาง (role model) ทด่ี ีในดา นเจตคติและจรยิ ธรรมวิชาชพี11. การประเมนิ ผล : 11.1การวัดผล ดชั นี : นสิ ิตมที กั ษะและเจตคตติ ามจดุ ประสงคข อ 9.1 – 9.15 นํา้ หนกั การประเมนิ ก. ทกั ษะในการประเมินสุขภาพ (20 %) ข. ทักษะในการวินิจฉัยแยกโรคและวินจิ ฉัยขั้นสดุ ทาย (20 %) ค. ทกั ษะในการประเมินและเตรยี มผปู ว ยกอนผา ตัดภายใตการดแู ลของสูตนิ รแี พทย (10 %) ง. ทักษะในการเตรยี มผูปว ยในหอ งผา ตดั และชว ยผา ตัดโรคทีไ่ มซบั ซอ น (10 %) จ. ทกั ษะในการดูแลผปู ว ยหลังผาตดั ภายใตก ารดแู ลของสูตนิ รแี พทย (10 %) ฉ. ทกั ษะในการประเมนิ และวินจิ ฉยั ปจจยั เส่ยี ง (5 %) ช. การบนั ทกึ เวชระเบียนรายงานดว ยวาจา (15 %) ซ. การเขียนรายงาน (10 %) วธิ ีการ อิงเกณฑ - การปฏบิ ัติงาน (40 %) - การสอบ (40 %) - กับผปู ว ย (OSLER) - OSCE 11.2การตัดสินผล ไมม เี กรด เปน ไปตามขอบังคบั ของมหาวิทยาลัย/คณะ และรายวิชา แตต อ งผา นเกณฑดานเจต คติ (ตามจดุ ประสงคขอ 9.8 – 9.11)
2012. กาํ หนดการเรยี นการสอน :สัปดาหที่ จํานวน เนอ้ื หาวชิ า ผูส อน คาบ1 – 10 ๑๐๕ 1. ทกั ษะในการประเมนิ สขุ ภาพ 2. ทกั ษะในการซักประวัติ ตรวจรา งกาย ตรวจภายใน วนิ จิ ฉยั แยกโรคและวินจิ ฉัยขั้นสดุ ทา ย วนิ ิจฉัยการ ตง้ั ครรภ การคลอด หลังคลอด 3. ทักษะในการประเมินและเตรียมผูปว ยกอนผา ตัดภายใต การดูแลของสูตินรีแพทย 4. ทักษะในการเตรยี มผปู วยในหองผาตัดและชว ยผาตดั โรค ทไ่ี มซับซอน 5. ทักษะในการดแู ลผปู วยหลังผาตดั ภายใตการดูแลของสูติ นรแี พทย 6. ทักษะในการประเมินและวนิ จิ ฉัยปจ จยั เสย่ี ง 7. การบันทึกเวชระเบยี น 8. การเขยี นรายงาน1 – 10 บรู ณาการ 9. ทกั ษะการสื่อสารกบั ผูปวยและญาติ1 – 10 บูรณาการ 10. ทกั ษะการส่อื สารกบั ผปู วยท่ีไมใ หค วามรวมมือ1 – 10 บรู ณาการ 11. มารยาท1 – 10 บรู ณาการ 12. ทักษะในการขอคํายนิ ยอม1 – 10 บูรณาการ 13. มนษุ ยสมั พันธก บั ผูปว ย ญาติผปู ว ย อาจารย แพทยร นุ พ่ี พยาบาล ผูร ว มงาน ฯลฯ1 – 10 บรู ณาการ 14. การปฏิบัติตามจริยธรรมวชิ าชีพเวชกรรม1 – 10 บูรณาการ 15. คนควาหาขอ มลู11 3 สอบ
2113. ส่ือการเรียนการสอน 13.1 ผปู วยและญาติ 13.2 เอกสาร 13.2.1 ตํารา 13.2.2 เอกสารคาํ สอน 13.2.3 เอกสารประกอบการบรรยาย 13.2.4 Website 13.3 อุปกรณท างการแพทย
22 รา ง ประมวลการสอนรายวชิ า หลกั สูตรแพทยศาสตรบณั ฑติ คณะแพทยศาสตร มหาวิทยาลัยบูรพา---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------1. ชอ่ื วชิ า : 596510 สูตศิ าสตร-นรีเวชหตั ถการ 1 Operative Obstetrics and Gynecology2. จาํ นวนหนวยกติ : 4 (0-12-0)3. ปการศึกษา / ภาค : พ.ศ. 2556 / ภาคการศกึ ษาท่ี 1 และ 24. รายช่อื ผูสอน : คณาจารยค ณะแพทยศาสตร มหาวิทยาลยั บูรพา คณาจารยจากสถาบนั รว มผลติ แพทย5. ผเู รียน : นิสิตหลักสตู รแพทยศาสตรบัณฑิต ช้นั ปท่ี 46. สถานภาพวชิ า : หมวดวิชาเฉพาะ / วชิ าบังคับ / กลมุ วิชาชีพ7. บุรพวชิ า : 596500 สตู ิศาสตร – นรีเวชวิทยาทฤษฎี Theoretical Obstetrics and Gynecology 596501 สตู ิศาสตร – นรีเวชวิทยาปฏิบัติการ 1 และ Practical Obstetrics and Gynecology I596510 สตู ศิ าสตร – นรเี วชวิทยาหตั ถการ 1 Operative Obstetrics and Gynecology I8. คําอธบิ ายรายวิชา : หัตถการพนื้ ฐานทางสตู ศิ าสตร – นรีเวชวิทยา การทาํ คลอดปกติและการทาํ สูติศาสตรห ัตถการและการชวยผาตดั ทางสูติศาสตร – นรเี วชวิทยา จริยธรรมการทําหตั ถการทางสตู ิกรรม
239. จดุ ประสงค : เม่ือส้ินสดุ การเรียนการสอนแลว นิสิตสามารถ 9.1 ปฏบิ ัตเิ ทคนคิ พ้ืนฐานทางดานสตู ศิ าสตร – นรีเวชวทิ ยาตา ง ๆ ดว ยตนเองตามลาํ ดบั ข้นั ตอนได อยา งถกู ตอง ดังนี้ - ปฏิบัติเทคนิคการเขาหองผาตดั เชน การเปลย่ี นเส้ือผา การเปลย่ี นรองเทา การใสห มวก คลมุ ผม การใสผาปดปากและจมกู - เคลื่อนยา ยผปู วยไดอ ยางถูกตอ ง เหมาะสม - เตรยี มทาผปู ว ยเพอ่ื การผา ตดั - ทําความสะอาดผปู วยกอ นและหลงั ผาตดั - เตรยี มบริเวณผาตดั ของผปู ว ยใหป ราศจากเชื้อทง้ั หนาทองและชอ งคลอด - ปูผา คลุมผูปว ยไดถ กู ตอ ง - ลา งมอื ใหป ราศจากเชือ้ ใสเ สื้อและถุงมอื ผาตดั ปราศจากเช้ือดว ยตนเองไดอยางถกู ตอ ง - ใชเ ครอ่ื งมือในหตั ถการทางสตู ิศาสตร-นรีเวชวิทยาภายใตก ารแนะนาํ ไดอ ยางถูกตอ ง เชน มดี ผาตัด กรรไกรทกุ ชนิด คมี หนบี เสนเลอื ดชนดิ ตาง ๆ คีมจบั เข็ม เข็มเย็บแผลชนิดตาง ๆ เครอ่ื งถา งแผล เครอื่ งจ้ีไฟฟา - เลือกวัสดุ เยบ็ แผล และผูกเงือ่ น surgical knot วิธีตา ง ๆ ไดดวยตนเองอยา งถูกตอ ง - ปฏบิ ัตงิ านในหองผาตดั และหองคลอดภายใตการแนะนําไดอยา งถกู ตองและมีมารยาท - เตรียมผูปว ยอยางสภุ าพโดยคํานึงถึงสิทธผิ ปู วย - เขา ชวยผาตดั และคลอดกอนสตู นิ รแี พทย - ชว ยไดถูกตอ งตามขั้นตอนในการผา ตดั และคลอด - ชวยเหลือและดแู ลความเรียบรอ ยหลังผา ตดั และคลอด - ดูแลผูป ว ยหลังผา ตดั และคลอด 9.2 ชวยทาํ คลอดและชวยหตั ถการไดถกู ตอ งทกุ ขัน้ ตอน - Urethral catheterization ในสตรแี ละสตรีต้งั ครรภ - Incision and drainage - Debridement of wound - Wound dressing - Suturing and desuturing - Normal labor - Amniotomy - Episiotomy and perineorrhaphy - PAP smear preparation
24 - Removal of foreign body from vagina - Cervical dilatation and uterine curettagetubal ligation & resection - Insertion and removal of intrauterine device - Biopsy of vulva, cervix - Vacuum extraction - Low forceps extraction - Breech assisting and extraction - Manual removal of placenta - Contraceptive drug implantation and removal - Culdocentesis - Marsupialization of Bartholin cyst - Conization of uterine cervix - Salpingectomy and oophorectomy - Hysterectomy9.3 เขยี นรายงานการทําหตั ถการ (operative note) ไดถ กู ตอ งและครบถวน9.4 ประเมินและวนิ ิจฉัยปจจัยเสี่ยง (risk factor) ของการเกิดโรคและภาวะแทรกซอน และอธบิ าย แนวทางการปอ งกันโรคและภาวะแทรกซอ นได9.5 ส่ือสารกบั ผูป ว ยและญาติไดอ ยา งสภุ าพและเหมาะสม โดยคํานงึ ถงึ ความแตกตา งในขนบธรรมเนียม ประเพณแี ละวฒั นธรรม9.6 ส่อื สารกับผปู ว ยทมี่ ปี ญหาหรอื ไมใ หค วามรวมมือและผูอนุบาลไดอ ยางเหมาะสม9.7 มีมารยาทและปฏิบัติตามสิทธผิ ปู วยในการซักประวัติ ตรวจรา งกาย และตรวจเพ่มิ เตมิ อน่ื ๆ ไดอ ยา ง เหมาะสมตามขนบธรรมเนียมประเพณแี ละวฒั นธรรม9.8 ขอคํายนิ ยอมของผูป ว ย ผปู กครองตามกฎหมายและผูอ นุบาล ตามสทิ ธิผปู วยไดอยา งถูกตอ ง ในการซกั ประวัติ ตรวจรา งกาย การตรวจเพิ่มเตมิ การรักษา การขอขอ มลู จากแหลง อืน่9.9 มมี นุษยสมั พันธกับผปู ว ย ญาตผิ ูปวย อาจารย แพทยร ุนพ่ี พยาบาล ผูรว มงาน ฯลฯ ไดอยาง เหมาะสมตามวัฒนธรรมไทย9.10 ปฏบิ ัตไิ ดถ กู ตองตามจริยธรรมวิชาชีพเวชกรรม9.11 มนี ิสยั ใฝรู และสามารถคนควา หาขอ มูลใหท ันความกา วหนาทางวชิ าการจากแหลงขอ มลู ตาง ๆ โดยสามารถใชเทคโนโลยีสารสนเทศไดอ ยางมปี ระสิทธภิ าพ
2510. กิจกรรมการเรยี นการสอน :10.1 สังเกตและปฏบิ ตั ิตามการสาธิต10.2 ปฏบิ ตั กิ ับหุน จําลอง10.3 ปฏบิ ตั ิงานในแผนกสตู นิ รเี วชกรรม ทั้งผูป วยนอก ผูปวยในและในหองผาตัด รวมกบั ทมี สตู นิ รแี พทย และแพทยประจาํ บาน ทงั้ ในเวลาและนอกเวลาราชการตามท่ไี ดรบั มอบหมาย10.4 ชวยทาํ คลอดตามที่ไดรบั มอบหมายอยา งนอย 10 ราย10.5 ตอ งนาํ มารยาท พฤติกรรม เจตคติ จรยิ ธรรมวชิ าชีพมาปฏบิ ตั ิทุกขั้นตอนของการเรยี นรู10.6 ประพฤติตามอาจารยทีเ่ ปน แบบอยาง (role model) ทด่ี ีในดานเจตคติและจรยิ ธรรมวิชาชพี11. การประเมินผล :11.1 การวดั ผล ดชั นี : นสิ ิตมที กั ษะและเจตคติตามจดุ ประสงคขอ 9.1 – 9.11 นํา้ หนักการประเมนิ ก. เทคนิคพ้ืนฐาน (10 %) ข. การทาํ คลอดและปฏิบตั ิหัตถการกับหุนจําลอง (20 %) ค. การชว ยทําคลอดและชวยหตั ถการ (25 %) ง. การชว ยผาตดั ทางสูติศาสตร- นรเี วชวิทยา (25 %) จ. เขยี นรายงานการทาํ หัตถการ (operative note) (10 %) ฉ. ประเมินและวนิ ิจฉยั ปจจัยเส่ยี ง (10 %) วิธีการ องิ เกณฑ - การปฏิบัตงิ าน (50 %) - การสอบ (OSCE) (50 %)การตัดสนิ ผล ไมม ีเกรด แตตองผานเกณฑด านเจตคติ (ตามจดุ ประสงคขอ 9.5 – 9.11) และเปนไปตามขอบงั คับ ของมหาวทิ ยาลยั /คณะ และรายวชิ า
2612. กําหนดการเรยี นการสอน : เรียนรว มกับ 596510 596512 เปนเวลา 11 สปั ดาหสปั ดาห จํานวน เนื้อหาวิชา ผสู อน ที่ คาบ1 1 1. เทคนคิ พ้ืนฐานฯ1 3 2. การทําคลอดกบั หนุ จาํ ลอง 3. การชวยทําคลอดและชว ยหัตถการ1-11 146 4. การชวยผาตัดทางสตู ิศาสตร-นรเี วชวิทยา 5. เขียนรายงานการทาํ หตั ถการ (operative note) 6. ประเมนิ และวินิจฉัยปจจัยเสีย่ ง1-11 บูรณาการ 7. สอื่ สาร1-11 บูรณาการ 8. ส่ือสารกบั ผูปวยทมี่ ีปญ หา1-11 บรู ณาการ 9. มารยาท1-11 บรู ณาการ 10. คาํ ยินยอม1-11 บรู ณาการ 11. มนษุ ยสมั พนั ธ1-11 บูรณาการ 12. ตามจริยธรรมวิชาชีพเวชกรรม1-11 บูรณาการ 13. คน ควาหาขอมูล11 2 14. สอบ13. สอ่ื การเรยี นการสอน : 13.1 ผปู วยและญาติ 13.2 เอกสาร 13.2.1 ตํารา 13.2.2 เอกสารคําสอน 13.2.3 เอกสารประกอบการบรรยาย 13.2.4 Website 13.2.5 อุปกรณทางการแพทย
27วธิ กี ารเรยี นการสอน1. เรียนจากผปู ว ยรับใหม (Admission round) ตง้ั แตส ปั ดาหที่ 3 ในตอนเชา วนั จันทร อังคาร พฤหสั บดีและวนั ศกุ ร เวลา 07.30 - 08.00 น. แพทยใชทนุ จะตองรายงานผปู วยรับใหมนอกเวลาราชการ โดยอาจารยแพทยท อี่ ยเู วรนอกเวลาราชการผเู ลอื กผูป วยให จากนัน้ นําเสนอแกท ป่ี ระชมุ เพื่อการเรียนรแู ละวางแผนการดแู ลรักษารว มกันโดยมีอาจารยเปนผใู หคําแนะนําปรึกษา2. เรียนจากผปู วยรายทน่ี า สนใจ (Grand round) นิสติ แพทยจ ะตอ งเขารวมฟง แพทยใ ชท นุ เตรยี มรายละเอียดเกย่ี วกับผปู วยตา งๆ และนาํ เสนอขอมูลของผูปวย รวมกนั อภปิ รายกับอาจารย ชว งเวลา 07.30-08.00 น. ทุกวนั พุธ3. ประชุมนําเสนอรายงาน (Topic conference) หมายถึง การเรียนการสอนโดยนสิ ติ แบงกลุมกนั คน ควาหัวขอ ทางวิชาการที่กําหนดไวด วยตนเอง 2 คน ตอ 1 เร่อื ง โดยมขี อ มูลผปู ว ยรว มดวย แลว นาํ เสนอในชั้นเรียนโดยมอี าจารยป ระจํากลมุ เปนผูควบคมุ4. เรียนจากการปฏบิ ัติงาน ในชวงสปั ดาหท ่ี 3-10 ระหวา ง 09.00-12.00 น. นิสติ แพทยจะถูกแบง กลุม ผลัดกนั ขึ้นปฏิบตั ิงานในหนว ยงานตางๆ ของแผนก-ตามในตารางการปฏิบัติงาน โดยแตล ะหนว ยงานมอี าจารยรับผดิ ชอบการอยเู วรนอกเวลาราชการ นสิ ติ แพทยจ ะถกู แบงกลมุ ขึ้นอยูเ วรนอกเวลาราชการคร้งั ละ 2 คน เปน เวรสูติกรรม 1 คน นรีเวชกรรม 1 คน วนั ธรรมดาอยเู วรเวลา 16.00 - 22.00 น วนั หยดุ ราชการอยเู วรเวลา 09.00 - 16.00 น.1. ข้ึนเวรตรงเวลาและใหรายงานตัวตอแพทยประจําบานหรอื แพทยใชท นุ ท่อี ยูเวรในวันน้นั ดว ยทุกคร้งัและเซน็ ช่อื ในสมุดเซน็ ชอ่ื อยูเวรของนักศึกษาแพทยดา นหลงั Log book เสมอทกุ ครั้งกอ นลงเวร2. ตอ งอยูในหอ งเวรท่จี ัดเตรยี มไวตลอดเวลา ยกเวนไปชว ยผาตดั คลอดและ ใหผ ลดั กนั ออกไปรบั ประทานอาหารไดไ มเ กนิ คนละ 1 ชวั่ โมง3. รบั คนไขท ีม่ าคลอดทกุ ราย ตองดูแลผปู ว ยคลอดต้ังแตแ รกรบั จนคลอด ทาํ คลอดในรายปกตแิ ละติดตามผคู ลอดในระยะหลังคลอดจนจาํ หนายออกจากโรงพยาบาล แลว ทาํ รายงานสงทุกราย4. ผลัดกันเฝา ผูคลอดปกติและท่ีมีภาวะแทรกซอนจนกวาจะคลอด รวมกับแพทยประจาํ บานและแพทยใชทนุ5. ผลดั กนั ชวยผาตดั คลอดทางหนาทอ ง ทกุ ครั้งที่มโี อกาส
28เวรนรีเวชกรรม6. ดแู ลผปู ว ยนรีเวชรว มกับแพทยป ระจาํ บา น แพทยใชท ุน รวมทัง้ ตดิ ตามไปดกู ารผา ตดั หรือชว ยผา ตัดถา มีโอกาส7. เมื่อมผี ปู วยนรเี วชรบั ใหมใ นวันที่อยเู วร ใหร ับผูป วยเปน ของตวั เอง และใหดูแลผูปวยตอไปจนกวาจะจาํ หนา ยออกจากโรงพยาบาล8. ลงชอ่ื ในสมุดขน้ึ เวรของนิสติ แพทยทีห่ อ งคลอด และใหแพทยป ระจําบาน หรอื แพทยใชท ุน ท่ีอยูเ วรลงนามเปน หลักฐานวาไดข ึน้ อยเู วรนอกเวลาราชการในวนั น้ันจรงิ ทกุ ครง้ั9. หัวหนากลมุ มหี นาทรี่ ับผิดชอบสมดุ เซ็นชอ่ื เวรและสง คืนศูนยแ พทย ฯ วันสุดทายของการขน้ึ เวร10. ไมค วรแลกเวร หากจาํ เปนจรงิ แจง ขออนุญาตอาจารยท ี่อยเู วรในวนั ทจ่ี ะแลกเวรกอ นและเขียนใบแลกเวรสงศนู ยแ พทย ฯ ทุกคร้ังรายละเอยี ดการใหคะแนนภาคปฏบิ ตั ิ1. รายงานผปู ว ยนรเี วช (คะแนนเตม็ 20 คะแนน) นิสิตแพทยตอ งรับผปู ว ยทีห่ อผูป ว ยนรีเวชทกุ รายทจ่ี า ยใหในเวลาราชการ และทุกรายทร่ี บั ไวขณะอยูเวรนอกเวลาราชการ เขียนรายงานใหเ สร็จเรียบรอ ยใส chart ผูปว ยพรอมทําการ progress ดว ยเมื่อผูปวยจําหนายสงรายงานสว นน้ีทศ่ี ูนยแ พทยฯ จากนนั้ เลอื กผปู วยทไี่ ดร ับเหลานี้อยา งนอ ย 3 รายมาเขยี นรายงานผูปว ยนรีเวชตามเกณฑ สงภายใน 7 วนั หลังจากทรี่ บั ผปู วยไวใ นโรงพยาบาล และใหส งรายงานสว นทเ่ี หลือ (progress note) ภายใน 48 ช่วั โมงภายหลังจาํ หนา ยผปู ว ยกลับบา น ทศ่ี นู ยแ พทยฯซงึ่ จะมีหลักฐานการรับสงรายงานผูปว ยอยางชัดเจน เพอื่ ปองกันรายงานหาย อาจารยจ ะตรวจรายงานใหค ะแนนแลว สง คืนใหนิสิต โดยมหี ลักการใหค ะแนนตามแบบฟอรม เอกสารแนบทาย คะแนนทน่ี ิสติ แพทยไ ดร ับจรงิ คดิ เฉล่ียจากคะแนนของรายงานท่ดี ีที่สดุ 5 รายงาน รายงานทีส่ ง ชา กวา 7 วัน นับจากวนั ทีร่ ับผปู วยไวในโรงพยาบาล จะถูกหกั คะแนน 50% หากวันที่ 7 เปน วนั หยดุใหสงในวันทําการถดั ไป ในกรณที ี่ผปู วยยังไมจ าํ หนา ยออกจากโรงพยาบาลใหทาํ การติดตามผปู ว ยทกุ วนั และเขียนรายงานprogress note และแนบใน chart ผปู ว ยบนหอผปู ว ย และสงรายงานหลังจากทผ่ี ูปว ยจาํ หนายออกจากโรงพยาบาลภายใน 48 ชั่วโมงถา สงชา เกินเวลาที่กาํ หนด จะถกู หัก 50% ของคะแนนการติดตามผูปวยสง รายงานนรีเวชกับอาจารยท ่ีปรึกษา ตามตาราง
292. รายงานการเฝา คลอด (คะแนนเตม็ 10 คะแนน) นสิ ิตแพทยจะไดรับมอบหมายใหผลัดกนั อยูในเวรหอ งคลอดทกุ วนั นิสิตแพทยตอ งเฝาคลอดอยางนอ ย 5 ราย และเขียนรายงานสง อยา งนอ ย 5 ราย โดยตองเปน ผคู ลอดที่มภี าวะแทรกซอ นอยา งนอ ย 1 ราย หากเปนครรภตองเปน ระยะ Active phase ตา่ํ กวา 4 ชวั่ โมง หากเปนครรภหลงั ตองเปนระยะ Active phase ไมตา่ํ กวา 2 ช่วั โมง หรือปากมดลกู เปดไมเ กิน 4 ซม. จนคลอดและการตรวจภายในอยา งนอย 2 ครง้ั (โดยไมจาํ เปนตอ งครบ 4 ชัว่ โมง หรอื 2 ชั่วโมง) นสิ ติ แพทยต องเขยี นประวัติผูคลอด สรุปการคลอดและวิจารณโดยละเอยี ด จึงจะนบั เปนรายงานที่สมบูรณ นิสติ แพทยอ าจสงรายงานมากกวา ทีก่ ําหนดแตค ะแนนทไ่ี ดรับจริง จะคดิ เฉลี่ยจากคะแนนรายงานที่ดที ส่ี ดุ 5 รายงาน โดยมีหลกั การใหคะแนนตามแบบฟอรมเอกสารแนบทาย * รายงานทีส่ ง ชา เกินกวา 7 วัน นบั จากวันทีค่ ลอด จะถูกหักคะแนน 50% ของคะแนนท่ไี ด3. รายงานการคลอด (คะแนนเตม็ 10 คะแนน ) นิสติ แพทยตอ งทาํ คลอดปกตอิ ยางนอย 6 ราย (รวมสอบ) และเขยี นรายงานสง อยางนอ ย 5 รายการเขียนรายงานสง จะตองเขยี นรายงานจนกระท่ังผูป วยถูกจาํ หนายออกจากโรงพยาบาล จงึ จะนบั เปน รายงานที่สมบรู ณ นสิ ติ แพทยอาจสง รายงานมากกวา กาํ หนดได แตคะแนนท่นี ิสติ แพทยจะไดรบั จรงิ คิดเฉลี่ยจากคะแนนรายงานทีด่ ที ่ีสดุ 5 ราย โดยมีหลกั การใหค ะแนนตามแบบฟอรมเอกสารแนบทาย * รายงานทส่ี งชาเกินกวา 7 วัน นบั จากวันทร่ี บั ผปู วยไวในโรงพยาบาล จะถูกหกั คะแนน 50%การรบั ผูป ว ยและการสง รายงานผปู ว ย1. ผปู วยนรเี วชและผูปวยตง้ั ครรภท่ีมภี าวะแทรกซอ น นิสติ แพทยต องรบั ผปู วยและเขยี นประวตั ิลงในแบบฟอรมเวชระเบยี นของนสิ ติ แพทยท่กี ําหนดใหทกุ รายและนาํ สง ศนู ยแ พทย ฯ เมอื่ ผปู ว ยจาํ หนา ยกลับบานหรอื ยายไปแผนกอ่นื2. ผปู วยคลอด นิสิตแพทยทําคลอดผปู วยรายใดแลว จะตอ งติดตามผปู ว ยในระยะหลงั คลอดตอไปจนกวาจะจําหนา ยออกจากโรงพยาบาลและเขยี นรายงานสง โดยผา นศนู ยแพทย ฯ ภายใน 48 ช่วั โมง ภายหลงัจําหนายผปู วยกลับบา น
30ประสบการณก ารทาํ หัตถการตา งๆ1. ทําคลอดปกติภายใตการดแู ลของแพทยประจาํ บา น หรือแพทยใ ชท นุ อยางนอ ยคนละ 5 รายและสอบรายท่ี 62. ดกู ารทาํ คลอดโดยใชเครื่องมือ V/E,F/E อยางนอ ย 3 ราย และชวยทาํ คลอดโดยใชเคร่อื งมือ V/E,F/E อยา งนอ ย 1 ราย3. เฝา คลอด (Attend labor) อยางนอ ยคนละ 5 ราย โดยตองเปนผูคลอดทมี่ ีภาวะแทรกซอนคนละ 1 ราย4. ดูการผา ตัดคลอดทางหนาทอ งอยางนอ ย 1 ราย และชว ยผา ตัดคลอดทางหนา ทอ งอยา งนอ ยคนละ 3 ราย5. ดกู ารทําหมนั หญิงคนละ 1 รายและชวยทําหมนั หญงิ คนละ 1 ราย6. ชวยขูดมดลูกอยางนอ ย คนละ 1 ราย7. ชวยผาตดั นรีเวชที่มกี ารเปด เขา ชองทองอยางนอ ยคนละ 1 ราย8. ดูการเจาะถุงนํ้าคร่าํ ในผคู ลอดเจบ็ ครรภ (Amniotomy) อยา งนอ ยคนละ 3 ราย ดูการทาํ Ultrasound อยางนอยคนละ 3 รายการประเมนิ ผล1. สตู ศิ าสตร-นรเี วชวทิ ยาทฤษฎี (596500) 4 หนวยกติ คะแนน 100 คะแนนแบงเปน1.1 สอบ MEQ 60 คะแนน1.2 สอบปรนยั 40 คะแนน2. สูตศิ าสตร-นรเี วชวทิ ยาปฏิบตั ิการ (596501) 3 หนว ยกิต คะแนน 100 คะแนนแบง เปน2.1 สอบทาํ คลอดปกติกับผูคลอดจริง โดยทําอยางนอ ย 5 รายสอบ 1 ราย 20 คะแนน2.2 สอบตรวจภายในกบั ผูป วยจรงิ 20 คะแนน2.3 สอบ OSCE 60 คะแนน3. สูติศาสตร-นรีเวชวิทยาหัตถการ (596510) 4 หนว ยกติ คะแนน 100 คะแนนแบงเปน3.1. รายงานผูปวยนรเี วช 3 รายที่ดที ่สี ดุ 20 คะแนน3.3. รายงานการเฝาคลอด 5 ราย 10 คะแนน3.4. รายงานการทาํ คลอด 5 ราย 10 คะแนน
313.5. การปฏบิ ัติงานในหองผา ตัด พรอ มสง รายงานผา ตัด 4 ฉบบั 10 คะแนน (C/S , TR , Explore , D&C)3.6. สอบ short case ผปู ว ยสตู ิ –นรี 1 ราย 20 คะแนน3.7. ความรับผดิ ชอบ การขึ้นเวร และ round ward 10 คะแนน รว มกบั แพทยป ระจําบา นแพทยใชทนุ 3.8. Topic Conference 10 คะแนน4. รายงานผาตัด (คะแนนเตม็ 10 คะแนน)นิสติ แพทยตอง ดูหรือเขา ชวย พรอมเขยี นรายงานผา ตัด C/S , RT , Explore , D&Cอยา งละ 1 ราย โดยมหี ลักการใหคะแนนดงั นี้4.1 เขยี นตามแบบฟอรมถูกตอง 10%4.2 operative finding 20%4.3 Procedures 50%4.4 ความเปนจริง 20%5. การสอบ short case ผปู ว ย สตู ิ –นรี5.1 ใหสอบไดตั้งแตส ปั ดาหท ่ี 9 หลงั สอบกลางภาค โดยอาจารยทีส่ อบ เปน อาจารยรับผิดชอบปฏิบตั งิ านในหนวยงานทีน่ กั เรียนไดไ ปฝก ปฏิบัติงาน5.2 สอบ ANC , PV และ OPD นรีเวชรวม6. การใหค ะแนนความรบั ผิดชอบ (คะแนนเต็ม 10) พิจารณาจาก 6.1 สง รายงานผูปว ยครบ 6.2 การ round ward ตอนเชา และหรอื ตอนเยน็ กับแพทยประจําบานตามตารางทกี่ ําหนด และใหแพทยใชทนุ แพทยประจําบา นเซ็นช่ือกาํ กบั เม่ือนักศึกษาแพทยป 4 มา round ward 6.3 การดแู ลผปู ว ยในความรบั ผิดชอบโดยดจู ากเวชระเบยี บท่ีเขยี นสง 6.4 การปฏบิ ตั งิ านขณะอยเู วรนอกเวลาราชการ อยเู วรครบและไมขึน้ เวรสาย 6.5 การเขียนสงรายงานนรเี วชกรรมทกุ รายในความรับผิดชอบแตละหวั ขอ หกั คะแนนไดต ้ังแต 1-10 แลว แตความรนุ แรงของความผดิ ความเจตนา
327. การใหค ะแนน Topic Conference (คะแนนเต็ม 10 คะแนน)อาจารยท ่ปี รกึ ษาจะเปนผูใ หคะแนน โดยมหี ลักการใหค ะแนนตามแบบฟอรมเอกสารแนบทา ยการปฏิบตั งิ านในกลุมยอ ย ในชวงสัปดาหท ี่ 3-101. การออกตรวจผปู วยนอกนรีเวช อาจารยจ ะแจกคนไขใ หซกั ประวัติ คนละ 1 ราย หรือ 2 คน ตอ 1 รายจากนั้นใหนิสติ นาํ เสนอประวตั ิใหอ าจารยทราบ และไปตรวจภายในดว ยกันในกรณีที่ตอ งตรวจ และพจิ ารณาการดแู ลรกั ษาดว ยกนั โดยอาจารยท ่รี ับผดิ ชอบคอื อาจารยทอ่ี อก OPD2. การออกตรวจคลินกิ ฝากครรภ ผชู ว ยจะเรยี กคนไขเขา มาใหนิสติ แพทยต รวจ เมือ่ นสิ ิตแพทยต รวจเสรจ็ ใหแ จงอาจารยผูควบคุมทราบ เพื่อยืนยนั การตรวจและพจิ ารณาการดแู ลรกั ษาดว ยกนั โดยอาจารยท ี่รับผดิ ชอบคอื อาจารย ANC3. การปฏิบตั ิงานในหอ งคลอด นสิ ิตแพทยแบงกันดแู ลผคู ลอด Service case ทกุ รายไมวาจะมีภาวะแทรกซอนหรือไมและผลัดกันไปชวยผาตัดคลอดทางหนา ทอง ผาตัดทาํ หมนั และเขียนรายงานสงตามทกี่ าํ หนด4. การปฏิบัตงิ านในหอ งผาตดั นสิ ติ แพทยท่จี ะเขา หองผา ตัด จะตอ งศึกษาประวตั ิของผปู ว ยที่จะทําการผา ตดั การวินจิ ฉยั และแผนการผาตดั ใหเ ขา ใจกอ นทุกราย เขาชว ยผาตัดเทาที่มีโอกาสและเขียนรายงานสงตามที่กาํ หนด โดยอาจารยท่ีรับผิดชอบคืออาจารยท่อี อก ORอาจารยท า นใดออกปฏิบตั งิ าน OPD OR ANC LR ใหนกั ศกึ ษาดูไดจ ากตารางปฏิบตั งิ านของอาจารย หรือถามเจาหนาที่ การปฏบิ ัติงานในกลมุ ยอย นกั ศกึ ษาตองนําสมดุ log book ใหอ าจารยเ ซน็ ช่ือกาํ กบั ในวนั นนั้
33 รายช่ือนิสิตแพทยชั้นป 4 รุนที่ 6 มหาวทิ ยาลัยบูรพากลุม 1 : ระหวางวนั ท่ี 31 สิงหาคม2558 ถงึ วันที่ 23 ตุลาคม 2558นภัสนนั ท นิยธรรมรตั น องั สุมาลี ต้ังเดนไชย ศรนั ย วสิ ทุ ธมิ รรค ชลิต วงศย ทุ ธไกรจดิ าภา ตรรี ัตนวฒั นา ชนากานต สรบี างพลีนอ ย อธิชา อผู ลเจรญิ ธนาพร ไพบูลยวเิ ชียรกลุธนพร ธาดานกุ ูลวฒั นา โชติ จติ โอภาส ขวญั ชนก เลาตเิ จริญ ภทั รา วงศอ ภัยพัณณชติ า อภิศรนี ิธิรัฐ ศรตุ สุจิตานนทรัตน นพพล อธปิ ระยรู ณชั ชากร กติ ติสพุ ๖ั น 34
รายช่ือนสิ ิตแพทยช น้ั ป 4 รนุ ที่ 6 มหาวิทยาลัยบรู พา กลุม ๒ : ระหวางวันท่ี 21 ธนั วาคม 2558 ถึงวันท่ี 12กมุ ภาพันธ 2559พิจกั ษณ สุกใส สริ ิยา อยูเกษม พัทธพล ตัง้ วศินธรรม กรรวี กมลกลุ าจารยวิรัลพัชร มาศมหิศักดื์ คมพล วงษมณีชโู ชติ ณฐั ภทั ร เศรษฐเวคิน ชนิสรา ชรรคชัยศักด์ิพีรพล สปุ ทมานนท ภทั รสุภา คาํ ภมู ี วรภทั ร ต้ังทรงเจรญิ ธารทพิ ย สรอยสุวรรณชนญาดา บุญญาสนั ติ พัชญา พฤหษจนิ ดา วรพงษ สุดสงวน
35 รายช่อื นิสิตแพทยแ บงกลุม สงรายงานตามอาจารยท่ปี รึกษา ป 4 รนุ ที่ 6 กลมุ ที่ 1กลมุ เลขที่ ชื่อ รปู อาจารยท่ปี รึกษาผูตรวจรายงาน1 นางสาวนภัสนันท นยิ มธรรมรตั น1. 2 นางสาวองั สมุ าลี ตง้ั เดนไชย อ.ธัญดา 3 นายศรันย วสิ ทุ ธมิ รรค1 นายชลิต วงศย ุทธไกร2. 2 นายจดิ าภา ตรีรัตนวัฒนา อ.อรอนงค 3 นางสาวชนากานต ศรีบางพลีนอ ย3 1 นางสาวอธชิ า อูผ ลเจริญ อ.จนั ทรวัฒน
นายธนาพร ไพบูลยว ิเชยี รกลุ อ.อรอนงค 2 อ.จฬุ ารตั น 1 นายธนพร ธาดานุกุลวฒั นา อ.นภัส4. 2 นายโชติ จติ โอภาส 1 นางสาวขวญั ชนก เลาตเิ จรญิ5. 2 นางสาวณชั ชากร กิตตสิ พุ ฒั น 3 นางสาวภัทรา วงศอ ภยั6. 1 นางสาวพณั ณชติ า อภิศรีนิตธริ ัฐ
2 นายศรุต สุจติ ตานนทรัตน3 นายนพพล อธปิ ระยูรตารางรายชือ่ นิสิตแพทยแ บง กลมุ สง รายงานตามอาจารยที่ปรึกษา ป 4 รนุ ที่ 5 กลุมที่ 2กลมุ เลขที่ ชือ่ รูป อาจารยทปี่ รกึ ษาผตู รวจรายงาน นายพจิ ักษณ สกุ ใส11. 2 นางสาวสิริยา อยูเกษม อ.ธญั ดา อ.อรอนงค นายพทั ธพล ตง้ั วศินธรรม 3 นางสาวกรรวี กมลกุลาจารย 12. นางสาววิรลั พัชร มาศมหิศกั ด์ื 2
นายคมพล วงษมณีชูโชติ อ.จนั ทรวฒั น อ.อรอนงค 3 อ.จฬุ ารัตน นายณฐั ภทั ร เศรษฐเวคนิ 13. นางสาวชนสิ รา ชรรคช ัยศกั ดิ์ 2 นายพีรพล สุปท มานนท 14. นางสาวภทั รสุภา คาํ ภูมี 2 นายวรภัทร ตัง้ ทรงเจรญิ 15. นางสาวธารทพิ ย สรอ ยสุวรรณ 2
นางสาวชนญาดา บญุ ญาสนั ติ อ.นภสั 1 นางสาวพัชญา พฤหษจ ินดา6. 2 นายวรพงษ สุดสงวน 3
ตารางการเรยี นการสอน รายวิชา : สตู ิศาสตร - นรีเวชวทิ ยา นสิ ิตแพทยชั้นปท ี่ 4 รนุ ท่ี 6 ปการศึกษา 2558 ตารางการเรยี นการสอนทฤษฎีWeek 1 : 32 08.00-09.00 09.00-10.00 10.00-11.00 11.00-12.00 13.00-14.00 14.00-15.00 15.00-16.00 จันทร orientation การฝากครรภและ โรคเบาหวานในสตรี การแทง และครรภนอกมดลกู การชกั นําการคลอด ครรภเ กนิ กาํ หนด24 ส.ค.58 สรรี วทิ ยาของการคลอด ตงั้ ครรภ อ.อรอนงค อ.นพ.จนั ทรวฒั น อ.นพ.สมศักดิ์ อ.นพ.สมศกั ดิ์ พกั การดแู ลระยะคลอดและการชวย อ.พญ.ธัญดา อ.พญ.ธญั ดา คลอด และระยะหลังคลอด องั คาร กายวภิ าคของระบบอวยั วะ อ.นพ.สมศกั ดิ์ โรคติดเชอ้ื HIV ในสตรตี ั้งครรภ25 ส.ค.58 สบื พันธสุ ตรี สรรี วิทยาของภาวะเจริญพันธุ อ.พญ.จุฬารัตน อ.นพ.จนั ทรวฒั น อ.นพ.จนั ทรวฒั น พุธ ครรภแ ฝด พฒั นาการของทารก ในครรภ26 ส.ค.58 อ.พญ.อรอนงค อ.พญ จุฬารตั น การซักประวัตแิ ละตรวจ การวินจิ ฉยั การต้ังครรภ และ การใชย าในระยะตง้ั ครรภแ ละระยะพฤหัสบดี รา งกายทางนรเี วชวทิ ยา สรีรวิทยาของการตง้ั ครรภ ใหน มบุตร27 ส.ค.58 อาการทสี่ มั พันธกบั รอบระดู และอาการทพ่ี บบอยทางนรีเวช อ.นพ.สมศักด์ิ อ.พญ.จุฬารตั น อ.พญ.จฬุ ารัตน เย่ือบุมดลกู เจรญิ ผิดท่ี เนอ้ื งอกมดลูก การหนาตัวของเย่อื บุโพรง มะเร็งรงั ไขแ ละมะเร็ง ทารกโตชา ในครรภ กระบงั ลมหยอนศุกร Endometriosis อ.พญ.นภสั มดลกู และมะเรง็ ปากมดลูก เยอื่ บโุ พรงมดลกู28 ส.ค.58 อ.พญ.นภัส อ.พญ.นภัส อ.พญ.ธญั ดา อ.พญ.อรอนงค อ.พญ.ธัญดา
ตารางการเรยี นการสอน รายวิชา : สตู ศิ าสตร - นรเี วชวทิ ยา นิสติ แพทยช ้นั ปท่ี 4 รนุ ที่ 6 ปก ารศกึ ษา 2558 ตารางการเรียนการสอนปฏบิ ัติWeek 1 : 1-16 07.30-08.30 08.30-10.00 10.00-11.00 11.00-12.00 13.30-14.30 14.30-15.30 จันทร Admission report Ward round ปฏบิ ัติงานกลมุ ยอย ดูตารางประกอบ การคลอดปกติ31 ส.ค. 58 อ.สมศักดิ์องั คาร Admission report Ward round ปฏบิ ตั ิงานกลุมยอย ดตู ารางประกอบ การตรวจภายใน1 ก.ย.58 และการตรวจมะเรง็ ปากมดลกู อ.ธญั ดา พุธ Admission report Ward round ปฏิบัตงิ านกลมุ ยอย ดตู ารางประกอบ พัก การทาํ คลอดดว ยคีม การทาํ คลอดดว ย2 ก.ย.58 Ward round ปฏบิ ัติงานกลมุ ยอ ย ดตู ารางประกอบ อ.จุฬารตั น เครื่องดูดสูญญากาศ อ.จุฬารัตนพฤหสั บดี Admission report3 ก.ย.58 ศกุ ร Admission report Ward round ปฏบิ ตั งิ านกลมุ ยอย ดตู ารางประกอบ คลอดทา กน ทางชอ งคลอด4 ก.ย.58 อ.จุฬารตั น
ตารางการเรยี นการสอน รายวชิ า : สูตศิ าสตร - นรเี วชวทิ ยา นสิ ติ แพทยชัน้ ปท่ี 4 รนุ ที่ 6 ปการศกึ ษา 2558 ตารางการเรียนการสอนปฏบิ ตั ิWeek 2 : 1-16 07.30-08.30 08.30-10.00 10.00-11.00 11.00-12.00 13.30-14.30 14.30-15.30จนั ทร Admission report Ward round ปฏิบัติงานกลุมยอ ย ดตู ารางประกอบ การเขียนรายงานผปู ว ยนรเี วชกรรม7 ก.ย.58 อ.ธัญดาอังคาร Admission report Ward round ปฏบิ ัตงิ านกลมุ ยอย ดูตารางประกอบ การลว งรก การเขยี นรายงานการตง้ั ครรภ8 ก.ย.58 Ward round ปฏบิ ัติงานกลมุ ยอ ย ดูตารางประกอบ อ.ธัญดา ทม่ี ีภาวะแทรกซอน อ.ธัญดา พุธ Admission report พกั การใสห วงอนามยั ฝงยาคมุ ใสถ ุงยางอนามยั9 ก.ย.58 อ.จนั ทรวัฒนพฤหสั บดี Admission report Ward round ปฏบิ ัตงิ านกลมุ ยอย ดูตารางประกอบ การเขียนรายงานเฝา คลอด,ทําคลอด10 ก.ย.58 Ward round ปฏิบตั งิ านกลุมยอ ย ดตู ารางประกอบ การอานและการแปลผล EFM อ.อรอนงค ศุกร Admission report11ก.ย.58 การขูดมดลกู และ Cervical Biopsy อ.นภัส
ตารางการเรยี นการสอน รายวิชา : สตู ศิ าสตร - นรีเวชวิทยา นิสติ แพทยชัน้ ปท่ี 4 รุน ที่ 6 ปการศึกษา 2558 ตารางการเรยี นการสอนปฏบิ ัติWeek 3 : 1-16 07.30-08.30 08.30-10.00 10.00-11.00 11.00-12.00 13.30-14.30 14.30-15.30 จนั ทร Admission report Ward round ปฏิบัติงานกลมุ ยอ ย ดตู ารางประกอบ 1. Conference : Antepartum hemorrhage14 ก.ย.58 นสพ.นภัสนันท อ.ธญั ดา อังคาร Admission report Ward round ปฏิบตั ิงานกลุม ยอย ดตู ารางประกอบ 2. Conference : Hypertension disorder in pregnancy15 ก.ย.58 นสพ.อังสุมาลี ,นสพ.ศรตุ อ.ธัญดา พุธ Admission report Ward round ปฏบิ ตั งิ านกลุม ยอย ดูตารางประกอบ พกั 3. Conference : Abnormal uterine bleeding16 ก.ย.58 นสพ.ศรนั ย อ.จนั ทรวฒั นพฤหสั บดี Admission report Ward round ปฏิบตั ิงานกลมุ ยอ ย ดูตารางประกอบ 4. Conference : Preterm premature rupture of mambrane17 ก.ย.58 นสพ.ชลติ ,นสพ.ณัชชากร อ.อรอนงค ศกุ ร Admission report Ward round ปฏิบัตงิ านกลมุ ยอย ดูตารางประกอบ 5. Conference :U/S + ประเมนิ สุขภาพลูก18 ก.ย.58 นสพ.จิดาภา,นสพ.ขวญั ชนก อ.อรอนงค
ตารางการเรยี นการสอน รายวชิ า : สูติศาสตร - นรเี วชวิทยา นิสิตแพทยช้ันปท่ี 4 รนุ ที่ 6 ปการศกึ ษา 2558 ตารางการเรียนการสอนปฏิบัติWeek 4 : 1-16 07.30-08.30 08.30-10.00 10.00-11.00 11.00-12.00 13.30-14.30 14.30-15.30 จันทร Admission report Ward round ปฏบิ ตั งิ านกลมุ ยอย ดตู ารางประกอบ 6. Conference : การคมุ กําเนิด21 ก.ย.58 นสพ.ชนากานต, นสพ.พณั ณชติ า อ.จนั ทรวัฒน อังคาร Admission report Ward round ปฏบิ ตั งิ านกลมุ ยอย ดูตารางประกอบ 7. Conference : Abnormal pap smear22 ก.ย.58 นสพ.อธชิ า อ.นภสั พธุ Admission report Ward round ปฏบิ ตั งิ านกลมุ ยอ ย ดูตารางประกอบ พัก 8. Conference : Molar pregnancy, GTD23 ก.ย.58 Ward round นสพ.ธนาพร,นสพ.ภทั รา Ward round อ.นภสัพฤหัสบดี 9. Conference : PPH24 ก.ย.58 Admission report ปฏิบตั ิงานกลมุ ยอ ย ดตู ารางประกอบ post partum hemorrhage นสพ.ธนพร อ. จฬุ ารัตน 10. Conference ศกุ ร Admission report ปฏิบัติงานกลุม ยอ ย ดตู ารางประกอบ sexual transmitted disease25 ก.ย.58 นสพ.โชต,ิ นสพ. นพพล อ.จุฬารัตน
ตารางการเรียนการสอน รายวชิ า : สูติศาสตร - นรีเวชวิทยา นิสิตแพทยชน้ั ปที่ 4 รุนที่ 6 ปก ารศกึ ษา 2558 ตารางการเรียนการสอนปฏิบัติWeek 5 : 1-16 07.30-08.30 08.30-10.00 10.00-11.00 11.00-12.00 13.30-14.30 14.30-15.30 จนั ทร 28 ก.ย.58 องั คาร29 ก.ย.58 พธุ พัก30 ก.ย.58พฤหสั บดี1 ต.ค.58 ศกุ ร2 ต.ค58
สปั ดาหท่ี 1 ตารางกาํ หนดการปฏบิ ตั งิ านกลุมยอย (กลมุ ท่ี 1) วนั 08.30 - 10.00 น. 10.00 - 12.00 น. Ward Round LR ANC หองผาตัดใหญ, หองผา ตดั เล็ก OPD Gynจนั ทร Ward Round นภสั นนั ท, องั สุมาลี ,ศรันย, ชลิต Small group ธนพร,โชติ ,ขวัญชนก,ภทั รา พณั ณชิตา,ศรตุ นพพล,ณชั ชากร31/8/58 จิดาภา ,ชนากานต, อ.ธญั ดา,อ.อรอนงค อ.นภัส,อ.สมเกียรติ (Attend) (Attend) อธชิ า,ธนาพร นภัสนนั ท,องั สุมาลี ,ศรนั ย, ชลติ อ.จันทรวฒั น อ.จฬุ ารตั น Small groupอังคาร Ward Round อ.สมศกั ดิ์ จดิ าภา ,ชนากานต, ธนพร,โชติ ,ขวัญชนก,ภทั รา พณั ณชิตา,ศรตุ1/9/58 อธชิ า,ธนาพร นพพล,ณชั ชากร นภสั นันท, องั สมุ าลี ,ศรันย, ชลติ อ.จนั ทรวฒั น,อ.ธญั ดา อ.อรอนงค อ.นภัส พุธ Ward Round จิดาภา ,ชนากานต, ธนพร,โชติ ,ขวัญชนก,ภัทรา พณั ณชติ า,ศรุต นพพล,ณัชชากร2/9/58 นภสั นันท,อังสุมาลี ,ศรันย, ชลติ อธชิ า,ธนาพร อ.จฬุ ารตั น อ.จนั ทรวฒั น อ.จันทรวฒั น อ.อรอนงค Small groupพฤหัสบดี Ward Round นภัสนันท, อังสุมาลี ,ศรนั ย, ชลติ จดิ าภา ,ชนากานต, ธนพร,โชติ ,ขวัญชนก,ภทั รา พัณณช ติ า,ศรตุ นพพล,ณชั ชากร 3/9/58 อธชิ า,ธนาพร อ.อรอนงค, อ.สมศกั ด์ิ อ.จุฬารัตน อ.จฬุ ารัตนศกุ ร Ward Round จิดาภา ,ชนากานต, ธนพร,โชติ ,ขวัญชนก,ภทั รา พัณณช ติ า,ศรตุ นพพล,ณัชชากร4/9/58 อธิชา,ธนาพร Small group อ.นภัส อ.ธัญดา
สัปดาหที่ 2 ตารางกาํ หนดการปฏิบัติงานกลุมยอย (กลมุ ที่ 1) วัน 08.30 - 10.00 น. 10.00 - 12.00 น. Ward Round LR ANC หองผาตดั ใหญ, หอ งผาตัดเล็ก OPD Gynจันทร Ward Round พณั ณชิตา,ศรุต นพพล,ณัชชากร Small group จิดาภา ,ชนากานต, อธิชา,ธนาพร ธนพร,โชติ ขวญั ชนก,ภทั รา7/9/58 นภัสนันท,องั สมุ าลี อ.ธญั ดา,อ.อรอนงค อ.นภสั ,อ.สมเกียรติ (Attend) (Attend) ศรนั ย, ชลติ อ.จันทรวัฒน อ.จุฬารัตน Small groupองั คาร Ward Round พณั ณช ิตา,ศรตุ นพพล,ณัชชากร นภสั นันท,อังสุมาลี จดิ าภา ,ชนากานต,อธิชา,ธนาพร ธนพร,โชติ8/9/58 ศรันย, ชลิต ขวัญชนก,ภทั รา อ.สมศักดิ์ อ.จนั ทรวัฒน,อ.ธญั ดา อ.อรอนงค พุธ Ward Round พัณณช ิตา,ศรุต นพพล,ณชั ชากร นภัสนันท,องั สมุ าลี จิดาภา ,ชนากานต,อธชิ า,ธนาพร ธนพร,โชติ ขวญั ชนก,ภัทรา9/9/58 ศรันย, ชลิต อ.นภสั อ.จุฬารัตน อ.จันทรวฒั น อ.อรอนงค Small groupพฤหัสบดี Ward Round พัณณช ิตา,ศรุต นพพล,ณัชชากร นภสั นันท,องั สมุ าลี จิดาภา ,ชนากานต,อธิชา,ธนาพร ธนพร,โชติ ขวัญชนก,ภทั รา10/9/58 ศรนั ย, ชลติ อ.อรอนงค, อ.สมศกั ดิ์ อ.จันทรวัฒน อ.จฬุ ารตั น ศุกร Ward Round พัณณช ติ า,ศรุต นพพล,ณัชชากร นภสั นันท, องั สุมาลี จิดาภา ,ชนากานต,อธิชา,ธนาพร ธนพร,โชติ ขวญั ชนก,ภัทรา11/9/58 ศรนั ย, ชลติ อ.จฬุ ารัตน Small group อ.นภสั อ.ธญั ดา
Search