กิจกรรมต่างๆตามภารกจิ ทัง 8 ด้าน 1.ดา้ นศลี ธรรมและวฒั นธรรม ปพี .ศ 2556 ท่านเจ้าอาวาสวัดพุนา้ รอ้ นและ คณะกรรมการได้มีการประชมุ ถ้าชุมชนเราเปิดเปน็ แหลง่ ท่องเทยี่ ว ย่อมมีเร่ืองดีและชั่วเปรยี บเปน็ ดาบสองคมเพราะฉะนน้ั สมควรป้องกนั ความเสียหายทีจ่ ะเกิดขน้ึ ใน ดา้ นวัฒนธรรม ประเพณี จารีต ที่ดงี ามของชมุ ชนใหฝ้ งั ลกึ ไว้ในรากเง้าของวถิ ีชีวิตของชุมชนและเยาวชน ทาให้ เกดิ ความภาคภมู ิใจจงึ ให้มีการจัดการระบบวฒั นธรรมในทางทด่ี ขี ้นึ และได้มกี ารแต่งตง้ั คณะกรรมการในทุก ฝา่ ยขึ้นเพ่ือพฒั นาและรักษาประเพณีท่ีดงี ามไว้ ชมุ ชนพนุ า้ ร้อนมีมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ของตนเอง ชาวชุมชนพนุ า้ ร้อนได้เชิดชูคุณค่าและจิตวิญญาณของความเป็นวถิ ีชมุ ชน ตลอดสรา้ งความสามัคคี เอือ้ อาทร และมีความสมานฉันท์ ปฏทิ นิ วัฒนธรรมของชมุ ชนบ้านพุนารอ้ น
งานบุญขนมจีน ประเพณสี งกรานต์ การทาบญุ หม่บู า้ น การตักบาตรเทโว
การสวดมนตข์ า้ มปีและเผาข้าวหลาม การลงแขกเกย่ี วขา้ ว การสวดมนตท์ ่ียอดเขาเจดยี ์
ประเพณีแบกบษุ บกหามพระพทุ ธรปู แหธ่ งสงกรานต์ จากทางทว่ี ัดพนุ า้ ร้อนได้มแี นวคดิ อนุรักษแ์ ละต้องการสืบทอดประเพณเี ก่าแกข่ องลาวครั่งท่ี หาชมไดย้ ากในปจั จบุ นั ซ่งึ จดั กันมาอยา่ งต่อเนื่องในช่วงเดือนเมษายนประจาทกุ ปีชาวบา้ นจะชว่ ยกนั ตกแต่ง ขบวนแหบ่ ุษบกหามพระ ชมขบวนแหค่ นั ธงการประกวดเสาธงโดยมี วฒั นธรรมฝ่ายชายเป็นคนแบกบุษบกหาม พระพทุ ธรปู แหธ่ งสงกรานต์ และวฒั นธรรมฝา่ ยหญงิ เป็นนางราในขบวนพธิ ี และมกี ลมุ่ นักดนตรีคอยขบั รอ้ ง และยังมีส่วนรว่ มจากนักเรยี นโรงเรยี นบ้านพุน้าร้อนเข้ามาร่วมประเพณีแบกบุษบกหามพระพทุ ธรูปแหธ่ ง สงกรานต์ ประเพณแี บกบษุ บกแบกบุษบกหามพระพุทธรูปแหธ่ งสงกรานต์ ผวู้ า่ ราชการจงั หวัดสพุ รรณบุรี นายนายนมิ ติ วันไชยธนวงศ์ ไดม้ าเขา้ รว่ มเปน็ แขกผู้มเี กยี รตริ ับชมขบวนประเพณแี บกบษุ บก
2. ด้านสุขภาพอนามยั ทางวัดบ้านพนุ ้าร้อนได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลบา้ นพุน้าร้อนเพ่ือให้มีความรคู้ วามเขา้ ใจใน เรือ่ งสขุ ภาพอนามัยและให้การสนบั สนนุ งบประมาณในช่วงสถานการณ์เช้ือไวรสั COvid -19 ภาพกจิ กรรมด้านสขุ ภาพอนามยั มีการจดั ตังแหล่งการเรียนรสู้ มุนไพรเพอ่ื คนในชุมชน ทางวัดพุนา้ ร้อนไดส้ นบั สนนุ งบประมาณในการซ้ือนา้ ยาค่าเช้อื ใชใ้ นชมุ ชน
สนบั สนุนงบประมาณในการจัดซอื้ เครื่องมือให้อนามยั บ้านพุนา้ ร้อน สนับสนนุ งบประมาณในการจัดซ้อื เคร่ืองมือให้โรงเรยี นบา้ นพนุ ้ารอ้ น
3.ดา้ นสมั มาอาชีพ ทางวดั พุนา้ ร้อนได้มกี ารสนับสนนุ ในดา้ นงบประมาณและสถานทเ่ี พือ่ ให้คนในชุมชนได้มาฝกึ การทาอาชพี เพื่อให้มรี ายไดเ้ พ่ิมและสามารถประกอบอาชีพไดจ้ ึงได้และยังไดม้ ีการเชญิ ชวนคนในชุมชนใหแ้ บ่งเป็นกลุม่ ตา่ ง ในการสรา้ งรายได้ดังน้ี กลุม่ เปลญวน กลุ่มเลีย้ งสัตว์ กลุ่มผา้ ทอตีนจก กลุม่ เพาะเห็ด กลมุ่ โรงอฐิ กลุ่มขนม กลุ่มร้านค้ารา้ นอาหาร กลุม่ หนอ่ ไมด้ อง กลุ่มไม้กวาด กลมุ่ ทาเครอ่ื งเงิน กลมุ่ พรมเชด็ เทา้ กลุม่ ถนอมอาหาร กลุ่มสินค้าเกษตรแปรรปู
ผลติ ภัณฑ์ในชมุ ชนจัดขายท่ีตลาดประชารัฐ ผลติ ภณั ฑข์ นม ผา้ ซนิ่ จีนตก OTOP ของชุมชน การทาอิฐมอญ เครื่องเงิน การทาไมก้ วาด
การจัดแสดงเครอ่ื งเงนิ การจดั ตลาดพอเพยี งของโรงเรียนบา้ นพนุ ารอ้ น การทาเปลญวน ทางวดั พุนาร้อนจดั ประชมุ ปรกึ ษาหารือปัญหาแตล่ ะกลมุ่ อาชีพ ทางวัดพนุ ารอ้ นจดั เปน็ ศนู ย์กลางของการฝกึ อาชพี ตา่ งๆ
4.ดา้ นสนั ติสขุ ทางวดั พุนา้ ร้อนมีการจัดกจิ กรรมเน่อื งในวันสาคัญตา่ งๆทางพุทธศาสนา และได้มีการปลูกฝังให้เยาวชนใหก้ าร ทาความดีให้เป็นกาลังที่ดขี องชาตสิ ืบต่อไป กจิ กรรมทำ้ บญุ ในโรงเรียนบำ้ นพนุ ้ำรอ้ น กจิ กรรมทว่ี ัดพนุ ้ำรอ้ นสง่ เสริมปลกู ฝังกำรหนำ้ ที่ทดี่ ีของชำวพุทธ ทำงวดั พุน้ำร้อนได้ส่งเสริมให้โรงเรียนเข้ำปฏิบตั กิ จิ กรรมในวันสำ้ คญั ต่ำงๆ
5.ดา้ นศึกษาสงเคราะห์ ทางวดั พุน้าร้อนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาด้านการศึกษาให้การสนับสนุนดา้ นต่างๆไมว่ ่าเป็นดา้ นงบประมาณ สงิ่ ของ ความรู้ ทางวดั ได้เข้ามามีสว่ นร่วมพัฒนานกั เรยี นและโรงเรยี นใหเ้ กดิ ความพฒั นาอยา่ งยังยืน่ สนบั สนนุ กองทนุ อาหารกลางวัน ทางวดั พนุ ารอ้ นส่งคนมาให้ความรู้เรอื่ งทอผ้า สนบั สนุนงบประมาณในการซอ่ มแซมอาคารเรียน ใหก้ ารสนับสนนุ อาหารและขนมในกิจกรรมตา่ งๆ ทางวดั พนุ า้ ร้อนให้การสนบั สนุนทีมฟตุ บอลโรงเรยี น จนเด็กชายพิชเญศ สีตะระโส ไดต้ ิดทีมชาตไิ ทยรนุ่ ไม่ เกิน 12 ปี นบั วา่ เปน็ ความภูมใิ จอย่างย่ิงของ โรงเรียนบ้านพนุ า้ รอ้ น
6.ดา้ นสาธารณสงเคราะห์ ทางวัดพุน้าร้อนได้มีการจัดต้ังกลุ่มดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงโดยมีการไปเยี่ยมและนาเคร่ืองใช้อุปโภค และบรโิ ภคไปใหโ้ ดยใช้งบประมาณมาจากกจิ นิมนต์ ผ้าปา่ มาเป็นทุน และยังได้สนับสนุนระบบประปาในชุมชน อกี ด้วย การดูแลชว่ ยเหลือผูส้ ูงอายุ คนพิการ ทางวัดพุนาร้อนไดน้ าเคร่ืองสังฆทานมาแบ่งออกเป็นเคร่อื งใช้ เพอ่ื แจกจา่ ยผสู้ ูงอายุ คนพกิ าร
ทางวดั พุนาร้อนไดจ้ ดั สรรขา้ วจากการทานาเพือ่ แจกหน่ายผ้สู งู อายุ คนพิการ ทางวัดพนุ าร้อนให้การชว่ ยเหลือเบืองต้นผู้พิการ ผ้ยู ากไร้ ก่อนประสาน หนว่ ยงานอนื่ มาช่วยเหลือต่อไป ในช่วงสถานการณเ์ ชอื ไวรัส covid 19 ทางวัดพนุ ารอ้ นได้สนบั สนนุ เคร่ืองใช้ อาหารใหแ้ ก่ชุมชน
7.ด้านกตัญญกู ตเวทติ า ทางวัดพุนา้ ร้อนได้ปลกู ฝังและสงั่ สอนให้ชมุ ชนเกิดความจงรกั ภักดี ตอ่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และมี ความกตญั ญูต่อผู้มีพระคุณ กิจกรรมความจงรักภักดี ตอ่ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ กจิ กรรมรดนาดาหัวผสู้ ูงอายุ กิจกรรมสรงนาพระ
การดแู ลชว่ ยเหลือผู้สูงอายุ คนพิการ การปลูกปา่ เพอ่ื ทดแทน
8.ดา้ นสามคั คี ทางวัดพุนา้ ร้อนได้เป็นศนู ยก์ ลางของชุมชนบา้ นพุน้าร้อนเปน็ ท่ียึดเหน่ียวจิตใจและและปลูกฝงั ส่งั สอนใหค้ นใน ได้มคี วามสามคั คกี นั ในการดางานช่วยเหลือสงิ่ กันและกนั มีจิตอาสา ชว่ ยเหลือกันยามลาบาก ทางวดั พุนา้ ร้อนได้ให้การสนับสนุนงบประมาณกับชมุ ชนในการปลูกผกั เพอ่ื เป็นเสบียง ในชว่ งสถานการณ์เช้ือไวรัส covid 19 การลงแขกเกย่ี วข้าว
การมจี ิตอาสาในกจิ กรรมต่างๆในชุมชน การมจี ิตอาสาในกจิ กรรมต่างๆในชุมชน
การสง่ เสรมิ การศึกษาและการเรยี นรู้ของหมู่บ้าน จากแนวคดิ ริเร่ิมพัฒนาของทางวดั พุน้าร้อน และการสนบั สนุน ดา้ นงบประมาณ ดา้ นความรู้ จนชมุ ชนบา้ น พุน้าร้อนเข้มแข็ง ร้รู กั สามัคคี และเปน็ แบบท่ดี ีแกช่ มุ ชนใกล้เคียง 1.ปา่ ชุมชน การจดั การโดยกระบวนการมีสว่ นรว่ มของคนทังชุมชนโดยใช้ความศรทั ธาและวฒั นธรรมประเพณที ี่สืบ ทอดจนมีความเข้มแข็ง สรา้ งความตระหนักรู้ในคุณคา่ ของป่า เกดิ ความร่วมมือร่วมใจฟื้นฟูปา่ ท่ีถูกทาลายจน สภาพป่ากลับมาสมบรู ณ์ จนเป็นแหลง่ การเรียนรูท้ ส่ี าคัญภายในชุมชน คณะกรรมการป่าชุมชน นกั เรยี นเขา้ ไปมสี ว่ นรว่ มในการอนุรักษ์ ป่า การทาฝายในปา่ ชุมชน การดานา
2.พพิ ธิ ภัณฑช์ มุ ชนบ้านพุนารอ้ น ทางวดั พุน้าร้อนได้มีวตั ถุโบราณเป็นจานวนมากเน่ืองด้วยพื้นทช่ี มุ ชนบา้ นพุนา้ ร้อนและบริเวณใกล้เคยี งเปน็ แหล่งโบราณคดที ่ีมีอายุเกา่ แก่ ประมาณ 3000 – 4000 ปี ซ่งึ มชี าวบา้ นพบเจอวตั ถุโบราณเปน็ จานวนมาก และได้นาไปบริจาคใหก้ บั ทางวดั พนุ า้ ร้อน ทางวดั พุน้าร้อน จงึ ไดเ้ ลง็ เห็นความสาคญั และไดป้ ระสานงานกับ กรมศิลปกรที่ 2 ของจังหวดั สุพรรณบุรี ใหม้ าตรวจสอบข้อมลู และความเกา่ แก่ของโบราณวตั ถุ หลงั จากนั้น ทางวัดพุนา้ ร้อน ได้ทาการร้องขอไปยังหน่วยงานท้องถนิ่ เป็นเวลา 4 ปี ถงึ ได้รบั การอนุมัติงบประมาณในการ จดั สรา้ งพพิ ิธภณั ฑเ์ ป็นเงินประมาณ 900,000 และเปน็ แหล่งเรียนรู้ท่แี สดงให้เหน็ ความเป็นมาของชมุ ชน วตั ถโุ บราณในพพิ ธิ ภณั ฑช์ มุ ชนบา้ นพุนาร้อน นักเรียนมกี ารฝึกเป็นมัคคเุ ทศก์นอ้ ย
3.กล่มุ ผ้าทอตีนจกลายโบราณ ปี 2555 ทางวัดพนุ า้ ร้อนได้มกี ารจดั ตงั้ กลมุ่ ทอผา้ ของชุมชุนโดยให้การสนับสนุนงบประมาณและความรู้ใน ดา้ นการทอผ้าแก่สมาชิกในกลุ่มเพอ่ื เป็นการอนุรักษ์ลายผา้ ดั่งเดมิ ของชุมชนมิให้สญู หายและเป็นการถ่ายทอด ให้กับคนรุน่ หลัง อีกทัง้ ยังเปน็ การสร้างรายได้ใหก้ บั ชุมชนบ้านพุน้าร้อน ทางวดั พุน้าร้อนได้มกี ารรวมรวบและ ศกึ ษาผ้าซิ่นตีนจกซึ่งเปน็ มรดกทางวฒั นธรรมในชมุ ชนชุมชนบ้านพนุ ้ารอ้ นมีผลิตภณั ฑ์ท่ีขึ้นชือ่ คอื ลายผ้าซ่นิ ตีนจกของบรรพบรุ ุษที่มาอยา่ งยาวนานและมีความเปน็ เอกลกั ษณ์โดยเฉพาะ ผ้าซน่ิ ตีนจกสแี ดงเป็น เสมือน การเล่าเรื่องประวตั ิศาสตร์ของกลมุ่ ชาติพนั ธล์ุ าวครั่งเลยก็วา่ ได้ เพราะเดมิ ทสี ีแดงไดม้ าจากตวั คร่ัง ท่เี กาะอยู่ ตามตน้ ไม้ในธรรมชาตแิ ลว้ นามาย้อมเป็นสแี ดงของตนี ซ่นิ จงึ เป็นทีม่ า ของคาวา่ “ลาวครงั่ ” ทางวัดพุน้าร้อนสง่ เสริมสนับสนนุ ให้นักเรยี นได้เข้าไปศึกษาการทอผ้า
4.ศูนย์เรยี นรปู้ ราชญ์ เพื่อความมนั่ คงตามโครงการอันเน่อื งมาจากพระราชดาริ ทางวัดพุน้าร้อนจึงและคณะกรรมการชุมชนได้ทาการประชามติเพ่ือทาโครงการศูนย์เรียนรู้ปราชญ์ เพ่ือความมั่นคงตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ โดยใช้เงินจากรางวัลท่ีชนะเลิศและเงินเปอร์เซ็นต์ จากการบรหิ ารการทอ่ งเที่ยวของชุมชน มาทาผาตกิ รรมที่ดินจานวน 23 ไร่ และทาแผนการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ ปราชญ์ เพ่ือความม่ันคงตามโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ โดยมุ่งหวังให้ศูนย์เรียนรู้เป็นโรงเรียนของ ชุมชนในการท่ีจะทาแผนพัฒนาเป็นตัวนาร่องของชุมชนในพื้นท่ีและชุมชนในบริเวณใกล้เคียง โดยสโลแกน ทาเอง กินเอง เหลือขาย เพ่ือเป็นจุดมุ่งหมายของศูนย์การเรียนรู้ และในอนาคตทางชุมชนยังต้องการความ ช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ที่จะช่วยกันผลักดันโครงการของชุมชนนี้ ให้ได้รับการบรรจุในโครงการ พระราชดาริ เพอื่ ความมน่ั คงของโครงการและเปน็ การค้มุ ครองป่าชุมชนใหม้ เี สถียรภาพม่ันคงในการดูแลรักษา ผืนป่า และโครงการต่างๆของชุมชนในการขับเคลื่อนไปในทิศทางท่ีดี ซ่ึงจะเป็นผลในการช่วยรักษา ทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและการสร้างเสริมอาชีพ สร้างรายได้ และเป็นแหล่ง เรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านพุน้าร้อนและผู้ที่มีความสนใจในอนาคต ซ่ึงสอดคล้องกับ แผนพฒั นาประเทศไทย 4.0 โมเดลพฒั นาเศรษฐกิจ การทาแปลงผักสาธติ การเลยี งไกไ่ ขอ่ ารมณ์ดี นกั เรยี นเขา้ ไปศึกษาค้นคว้าในแหลง่ การเรยี นรู้
การจดั การสิง่ แวดล้อม/ขยะ ทางวัดพนุ ้าร้อนได้มีการส่งเสรมิ กิจกรรมมกี ารจดั การขยะการคัดแยก อกี ทัง้ มีการทาฝา้ ยชะลอน้า และมกี าร อนรุ กั ษส์ งิ่ แวดล้อม ทางวดั พนุ าร้อนส่งเสริมกิจกรรมการคัดแยกขยะ การลดใช้พลังงานภายในโรงเรยี น
ฝายชะลอนาหบุ เขาวงตามรอยพ่อ ในเรม่ิ แรกทางวัดพุนา้ ร้อนไดม้ กี ารลงทนุ สนบั สนนุ การทาฝายให้กบั ชุมชนและได้รบั การสนบั สนุนดา้ นความรู้ ในการจัดต้งั ศูนย์เรียนรู้ การประสานงานตา่ งๆ ท่ีเกี่ยวข้อง และศนู ย์ประสานการปฏบิ ัติท่ี 1 กองอานวยการ รกั ษาความมน่ั คงภายในราชอาณาจกั ร (สวนร่ืนฤดี) ไดร้ บั ความร่วมมอื จากชาวบ้าน โรงเรยี น วัด และ หนว่ ยงานอนื่ ๆเชน่ โรงผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง มหาวทิ ยาลยั ต่างๆที่มามีส่วนรว่ ม และภาคเอกชนต่างๆ ซง่ึ มี ชุมชน และเยาวชน เป็นแกนหลักในการทาแผนฝายชะลอน้าในพื้นทปี่ ่าชุมชน ฝายชะลอนา้ หุบเขาวงตามรอยพ่อ กจิ กรรมสรา้ งฝายชะลอนาหุบเขาวงตามรอยพ่อ
ผลติ ภัณฑช์ มุ ชน(otop)ที่สรา้ งรายไดใ้ ห้กบั หมู่บ้าน ผ้าซิน่ ตีนจก ในชมุ ชนบา้ นพนุ า้ รอ้ นมีผลติ ภัณฑ์ทขี่ ้ึนชื่อ คอื ลายผ้าซนิ่ ตีนจกของบรรพบุรุษท่มี าอยา่ งยาวนานและมคี วาม เป็นเอกลักษณโ์ ดยเฉพาะ ผ้าซ่ินตีนจกสีแดงเปน็ เสมือนการเล่าเรอ่ื งประวัติศาสตร์ของกลุม่ ชาติพันธุ์ลาวครั่ง เลยกว็ า่ ได้ เพราะเดิมทสี แี ดงไดม้ าจากตัวครัง่ ทีเ่ กาะอยตู่ ามต้นไม้ในธรรมชาติแล้วนามายอ้ มเปน็ สีแดงของตนี ซิน่ จึงเปน็ ทมี่ า ของคาวา่ “ลาวครั่ง”และได้มีการออกไปแสดงผลงานตา่ งๆมากมาย ภาพการนาเสนอผลงานผา้ ซ่นิ ตนี จก ในสถานที่ตา่ งๆ
การจัดสวัสดกิ ารสงั คมหมู่บ้าน ตลาดประชารัฐ ตลาดประชารัฐ เรมิ่ มาจากโครงการพัฒนาตาบลโดย คสช. ตาบลละ 5 ลา้ น 4 หมู่บา้ นรวมขอโครงการสร้าง โดยไดง้ บประมาณมาทง้ั หมด 6.9 แสน และสบทบโดยทางวดั พนุ า้ รอ้ น มูลค่าการกอ่ สร้างทง้ั หมด 2.8 ล้าน และรับบริจาคจากชมุ ชนเป็นบางส่วนและได้ทาการเปิดวันที่ 3 สงิ หาคม 2559 เน่อื งจากชุมชนบ้านพุน้าร้อน มกี ารผลติ สนิ ค้าภายในชุมชนแตไ่ ม่มีแหลง่ จดั จาหนา่ ยสินค้าจึงจดั ตง้ั ตลาดประชารฐั เพอ่ื เป็นแหล่งคา้ ขาย ผลิตภัณฑ์ของชุมชน และอีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ชมุ ชนใกลเ้ คยี งเขา้ มามีสว่ นรว่ มในการค้าขายเพื่อเปน็ การเพิ่ม รายได้ และเป็นการหารายได้ใหก้ ับชมุ ชน ทางวัดพุน้าร้อนจึงเล็งความสาคัญของตลาดประชารฐั แม่คำ้ ในตลำดประชำรัฐ กล่มุ ผลติ ภณั ฑ์เตรียมสนิ ค้ำมำขำย สนิ ค้าจากท้องถ่ิน
การตงั กองทุนหมู่บา้ น กองทุนหม่บู า้ น คอื แหล่งเงินทุนหมุนเวียนสาหรบั การลงทุนเพ่ือพัฒนาอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ และ บรรเทาเหตุจาเป็นเร่งด่วนของชุมชนเพ่ือกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทาง เศรษฐกจิ และสังคมของประชาชนท่วั ประเทศ สง่ ผลตอ่ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม ดงั นี้ (1) ด้านสงั คม เปน็ การสรา้ งโอกาสใหป้ ระชาชนในหมู่บ้าน และชมุ ชนเมอื งสร้างแหลง่ เงินของตนเอง จากการ คิดเอง ตดั สนิ ใจเอง และทาเอง เพ่อื พง่ึ พาตนเองในอนาคต (2) ดา้ นเศรษฐกิจ มกี ารกระจายเงนิ ทนุ ในท้องถ่นิ ทาให้เกิดการสรา้ งงานในธรุ กจิ ของชมุ ชนซ่งึ เป็นรากฐานท่ี เขม้ แข็งและยั่งยืน (3) ดา้ นการเมือง สง่ เสริมระบอบประชาธปิ ไตยแบบมสี ่วนรว่ มเพอ่ื นามาใช้ในชุมชนของตนเอง (4) ดา้ นวัฒนธรรม ทาใหเ้ กิดความสามัคคี ความเอื้ออาทร และการกระจายความเสมอภาคในชมุ ชน การดาเนินงานกองทนุ หมบู่ ้าน
การทานารวม เปน็ การรเิ ริม่ มาจากทางวดั พุน้าร้อนได้มกี ารใช้ทด่ี นิ ในวดั ทานาและให้พระภกิ ษสุ งฆ์มาลงมอื ทา เพราะทางวดั มแี นวคิดวา่ เนื่องจากอาหารเปน็ ส่งิ ทที ุกคนต้องบรโิ ภคโดยเฉพาะขา้ ว เน่ืองดว้ ยในชุมชนบา้ นพุ นา้ ร้อนเปน็ พื้นทีร่ าบสูงจงึ มีพื้นทป่ี ลูกขา้ วค่อนขา้ งนอ้ ยชุมชนจึงตอ้ งซื้อจ่ายอยา่ งเดียวเป็นการเพิ่มภาระ รายจ่าย และขา้ วทเ่ี ราบรโิ ภคกนั ทั่วไปมักจะมสี ารพิษเจอื ปนเพราะเราไม่มคี ลงั อาหารเป็นของชุมชน ชมุ ชนจงึ ต้องสร้างคลังอาหารให้แกช่ มุ ชนเองโดยเร่มิ การทานารวมจากท่ีนาของวดั 2 ไร่ และปัจจุบันใชเ้ วลา 4 ปี มี พื้นทเ่ี พม่ิ ขน้ึ มากถงึ 80 ไร่ ซึ่งในปัจจบุ นั ยังมีกองทนุ ด้านอาหาร(ข้าว) 40 ตัน สาหรบั คนในชมุ ชนโดยเปน็ การ สร้างความร่วมมือภายในชมุ ชนโดยไมใ่ ชง้ บประมาณของหน่วยงานใดเลยและยังมีวิธกี ารปนั ผลสาหรับผทู้ ่มี ามี สว่ นร่วมในการทานาเป็นข้าวสารและนาไปจาหน่ายแบบเป็นการกูย้ ืมและยังแบ่ง 10 เปอรเ์ ซ็นต์ ให้ผปู้ ว่ ยติด เตียง คนชรา ภายในชุมชนบ้านพุน้ารอ้ น จงึ เรียกได้วา่ ทาเอง กนิ เอง ขายเอง แบ่งคนอื่นเอง การทานารวมในวัดพุนาร้อนในชว่ งแรกจานวน 2 ไร่ การทานารวมในวดั พนุ ารอ้ นปัจจุบันจานวน 80 ไร่
การเสริมสร้างเครือข่ายในพืนที่ (ในรอบ 3 ปี) ทางวัดพนุ ้าร้อนดเ้ ปน็ ศูนย์กลางในการประสานงานและให้ความช่วยเหลอื ในชมุ ชนบ้านพุนา้ รอ้ นได้มีทางาน กับภาคสว่ นตา่ งๆ เพ่ือพฒั นาชมุ ชนให้เปน็ ไปในแนวทางทด่ี ีเพ่ือความเป็นอย่ทู ่ดี ีของประชาชนในชุมชน ได้เกดิ ความร่วมมือ สนับสนุน มีการวางแผนรว่ มกนั เพ่ือให้สามารถสรา้ งเครอื ข่ายการเรียนร้อู ย่างเปน็ รูปธรรม ดังยกตวั อย่างเพราะมหี ลายหน่วยงานมากมาย หน่วยงานภาครัฐ การรบั เมล็ดพันธ์ผักพระราชทาน นายวราวธุ ศลิ ปอาชา รมต.กระทรวง ทรพั ยากรธรรมชาติ ได้ร่วมปลูกตน้ ไม้ พลเอก ไพบลู ย์ ค้มุ ฉายา องคมนตรี ไดต้ รวจเยย่ี มโรงเรียนบ้านพุนาร้อน ซึ่งเป็นโรงเรยี นในกองทุนการศกึ ษา
กิจกรรมโครงการจักษุเคลื่อนที่ ท่านเหวต เจา้ อาวาสวัดสสี ะเกด เวยี งจันทน์ รองสงั ฆราชลาว เปน็ ประธานฝา่ ยสงฆ์ ในพธิ ที อดถวายผ้าปา่ สามคั คี ไทย ลาว
หน่วยงานภาคเอกชน ได้เขา้ มาสนบั สนนุ กจิ กรรมโครงการตา่ งๆภายในชมุ ชนอีกทั้งมกี ารจดั กิจกรรมพฒั นาชุมชนดังทย่ี กตวั อยา่ ง เพราะมหี น่วยงานเอกชนอีกมากมาย กจิ กรรมธนาคารนา กจิ กรรมให้ความรู้ด้านอาชีพ กิจกรรมฝายชะลอนา
สถาบนั การศกึ ษา โรงเรยี นบา้ นพุน้ารอ้ นเห็นความสาคัญในการสรา้ งสมั พนั ธภาพท่ดี รี ะหว่างชมุ ชน วดั และโรงเรยี น เพราะโรงเรยี นมีความจาเป็นต้องให้ชมุ ชนเข้ามามสี ว่ นร่วมในการจดั การศึกษาโดยมกี ารประสานงาน กาหนด แนวทางในการพัฒนาโรงเรยี น ใช้สถานทีใ่ นชมุ ชนจดั เปน็ แหล่งเรยี นร้เู พอ่ื ให้เกดิ ประโยชนส์ งู สุดตอ่ ผูเ้ รียน กิจกรรมวฒั นธรรมชมุ ชน กิจกรรมฝกึ อาชีพท้องถน่ิ กจิ กรรมฝกึ อาชพี ท้องถิ่น ศึกษาแหลง่ เรยี นร้ใู นทอ้ งถ่ิน
กจิ กรรมการพัฒนาชุมชน กิจกรรมทานา กิจกรรมฝกึ อาชีพท้องถน่ิ กจิ กรรมปลกู ป่า กจิ กรรมจิตอาสา
ดา้ นองค์กรชมุ ชน 1.สภาชุมชนบ้านพุนารอ้ น 2.ป่าไม้ชุมชนบา้ นพุนารอ้ น 3.กลมุ่ วัฒนธรรมชมุ ชนบา้ นพนุ ารอ้ น 4.กลมุ่ การทอ่ งเทีย่ วชุมชนบ้านพุนารอ้ น 5.กลมุ่ การเกษตรชุมชนบ้านพุนาร้อน 6.กลมุ่ การคา้ และผลติ ภณั ฑ์ชมุ ชนบา้ นพนุ ารอ้ น 7.อาสาสมคั รปอ้ งกนั ภัยฝา่ ยพลเรอื น(อปพร.) 8.อาสาสมัครสขุ ประจาหมู่บ้า(อสม.) 9.อาสาสมคั รตารวจบ้าน(อส.ตร.) 10.ชดุ รักษาความปลอดภัยประจาหมู่บ้าน(ชรบ.)
Search