วรรณกรรมปจั จบุ นั
ความเข้าใจเบ้อื งตน้ เกี่ยวกบั วรรณกรรมปัจจบุ ัน รืน่ ฤทัย สจั จพันธุ์ อธิบายวา่ การจะตดั สินวา่ วรรณกรรมเรื่องใดจะเป็น วรรณกรรมปจั จุบันหรอื วรรณกรรมในอดตี ขนึ้ อยกู่ บั ปจั จยั 2 ประการ คอื เรอ่ื งของเวลา ลักษณะของงานเขยี น ไมม่ กี าหนดตายตัว วรรณกรรมปัจจบุ นั จะเห็น วรรณกรรมท่เี ป็นปจั จบุ นั ท่มี ี ถึงอทิ ธพิ ลตะวันตก งานเขยี นจานวนมากและ สอดแทรกอยู่ในผลงานนน้ั แพร่หลาย และหาอา่ นงานได้ ทง้ั รปู แบบ เนอื้ หา และ ไม่ยากจะเป็นวรรณกรรมชว่ ง กลวิธกี ารเขยี น ปลายรัชกาลท่ี 7 เปน็ ต้นม
ใชล้ กั ษณะของวรรณกรรมเปน็ เครอื่ งกาหนด • วรรณกรรมทเี่ กดิ ขึ้นมีรปู แบบท่ี แตกตา่ งไปจากอดตี อันเปน็ ผล มาจากการรับเอาอทิ ธิพลทาง วรรณศิลป์จากตะวันตก การใช้เวลาเปน็ เคร่ืองกาหนด • ท่อี าจนับย้อนหลงั ไปจนถงึ ชว่ ง ประมาณ พ.ศ.2400 ก็ได้
ความหมายของวรรณกรรมปัจจบุ ัน • งานหนงั สอื งานประพนั ธ์ บท • เปน็ ผลงานทเี่ กิดข้ึนจาก ประพันธ์ทกุ ชนดิ ทงั้ ท่เี ปน็ ร้อยแกว้ ความรู้สึกนกึ คดิ ของมนษุ ย์ และรอ้ ยกรอง และเปน็ ศลิ ปะชนิดหนง่ึ ซ่ึงมี ถ้อยคาในภาษาพูดหรือเขียน • คือการสร้างสรรคว์ รรณศลิ ปท์ ่ี เปน็ วสั ดุ เกิดข้นึ ภายหลงั การไดร้ ับอทิ ธิพล ทางวรรณกรรมจากตะวันตก และ มีรปู แบบ ประเภท รวมถึงแนวคดิ ท่อี ยู่ในเนอื้ หาของวรรณกรรมนั้น เปลยี่ นแปลงไปจากอดีต
ลกั ษณะของวรรณกรรมภายหลงั ไดร้ ับอทิ ธพิ ลตะวันตก • มีการแตง่ เป็นรอ้ ยแกว้ มากขนึ้ รอ้ ย กรองลดปรมิ าณลง • มกี ารเปิดกวา้ งความหลากหลายของ งานวรรณกรรมมากขึน้ มงี านเขยี น ประเภทใหม่ๆ เกิดขน้ึ เริม่ มี นวนยิ าย เร่ืองส้ัน สารคดี รวมถึงการ แปลนวนยิ ายต่างประเทศมากข้ึน • เน้อื เรอื่ งกเ็ ปลย่ี นไปจากจินตนาการ มาส่เู นื้อเร่ืองทเ่ี ปน็ แนวสจั นิยมมาก หรอื มคี วามสมจริงมากข้นึ ทง้ั การเมอื ง สงั คม เป็นต้น
ลักษณะของวรรณกรรมภายหลังไดร้ ับอทิ ธิพลตะวันตก • ลักษณะการแตง่ เปน็ แบบปรชั ญานยิ ม คอื อตั ถนยิ ม สัญลกั ษณ์นิยม ธรรม ชาตนิ ิยม และสงั คมนยิ ม • การเขยี นม่งุ เน้นเพอ่ื ให้เกิดปัญญาชีแ้ นะแนวทางให้เกิดความคดิ สรา้ งสรรค์ สะทอ้ นความเปน็ จรงิ ของสังคม ใหค้ วามร้แู ละให้ความบนั เทิง • ไม่เคร่งครดั ธรรมเนียมการแตง่ มกี ารแสวงหารปู แบบใหมๆ่ เสมอ • เนื้อเรอ่ื งเปล่ียนแปลงไปจากเดมิ ตวั ละครเรม่ิ ออกห่างจากชนชั้นสงู กษตั ริย์ ไปสู่ชนชน้ั กลาง และชนชน้ั ล่างมากขึน้ สะท้อนสภาพทางสังคม • รปู แบบการแต่งเปน็ ร้อยแกว้ ทีไ่ ด้รบั ความนิยมมากกวา่ รอ้ ย • วรรณกรรมปัจจบุ ันเนน้ คุณค่าทางความคิดมากกวา่ ความบนั เทงิ ดงั เช่น อดีต
ผู้ชนะสิบทศิ ยาขอบ (โชติ แพร่พนั ธ์ุ)
ศรบี รู พา (กหุ ลาบ สายประดษิ ฐ์)
ไม้ เมอื งเดิม ขนุ ศึก
นวนิยายเรื่องส่แี ผน่ ดนิ
ส่แี ผน่ ดนิ ไผแ่ ดง บา้ นทรายทอง
พล นกิ ร กมิ หงวน
จาเลยรกั ชวู งศ์ ฉายะจนิ ดา • ดาวพระศกุ ร์ ข.อกั ษราพนั ธ์
ชาติ กอบจติ ติ
แม่เบ้ยี • วาณชิ จรงุ กจิ อนนั ต์
ซไี รตก์ ับนกั ประพนั ธ์ไทย ท่ี ช่อื ผเู้ ขียน ชอื่ เรอื่ ง ประเภท พ.ศ. 1. คาพูน บญุ ทวี ลกู อีสาน นวยนยิ าย 2522 2. เนาวรตั น์ พงษไ์ พบูลย์ เพียงความเคล่อื นไหว กวนี ิพนธ์ 2523 3. อศั ศริ ิ ธรรมโชติ ขุนทองจากลบั เมือ่ ฟา้ สาง เร่อื งส้นั 2524 4. ชาติ กอบจติ ติ คาพพิ ากษา นวนิยาย 2525 5. คมทวน คนั ธนู นาฏกรรมบนลานกว้าง กวนี ิพนธ์ 2526 6. วาณชิ จรุงกจิ อนันต์ ซอยเดียวกัน เรอ่ื งส้นั 2527 7. กฤษณา อโศกสนิ ปนู ปิดทอง นวนิยาย 2528 8. องั คาร กัลยาณพงศ์ ปณิธานกวี กวนี ิพนธ์ 2529 9. ไพฑรู ย์ ธัญญา กอ่ กองทราย เรอ่ื งสั้น 2530 10. นคิ ม รายยวา ตล่ิงสูง ซงุ หนกั นวนยิ าย 2531
ซไี รตก์ ับนักประพันธ์ไทย ท่ี ช่อื ผเู้ ขียน ชื่อเรอ่ื ง ประเภท พ.ศ. 11. จริ ะนันท์ พติ รปรชี า ใบไม้ท่ีหายไป กวีนิพนธ์ 2532 12. อญั ชนั อัญมณแี ห่งชีวิต เรือ่ งสั้น 2533 13. มาลา คาจันทร์ เจา้ จันท์ผมหอม นวนยิ าย 2534 14. ศกั ดิ์สิริ มีสบื สม มอื นัน้ สีขาว กวนี ิพนธ์ 2535 15. ศิลา โคมฉาย ครอบครวั กลางถนน เร่อื งส้ัน 2536 16. ชาติ กอบจิตติ เวลา นวนิยาย 2537 17. ไพวรนิ ทร์ ขาวงาม มา้ กา้ นกล้วย กวีนพิ นธ์ 2538 18. กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ แผ่นดนิ อ่นื เรอ่ื งสน้ั 2539 19. วินทร์ เลยี ววาริณ นวนิยาย 2540 20. แรคา ประโดยคา ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน กวีนพิ นธ์ 2541 ในเวลา
ซไี รต์กบั นักประพนั ธ์ไทย ที่ ช่ือผู้เขียน ชอื่ เรอื่ ง ประเภท พ.ศ. 21. วนิ ทร์ เลียววาริณ ส่งิ มีชวี ิตท่เี รียกวา่ คน เร่ืองส้ัน 2542 นวนิยาย 2543 22. วมิ ล ไทรน่ิมนวล อมตะ กวีนิพนธ์ 2544 เรื่องส้นั 2545 23. โชคชยั บัณฑติ บา้ นเก่า นวนยิ าย 2546 กวนี ิพนธ์ 2547 24. ปราบดา หยนุ่ ความน่าจะเปน็ เรอ่ื งสั้น 2548 นวนยิ าย 2549 25. เดือนวาด พมิ วนา ชา่ งสาราญ กวนี ิพนธ์ 2550 เรอื่ งสัน้ 2551 26. เรวตั ร์ พันธุ์พิพัฒน์ แมน่ า้ ราลกึ 27. บนิ หลา สนั กาลาครี ี เจา้ หงญิ 28. งามพรรณ เวชชาชีวะ ความสขุ ของกะทิ 29. มนตรี ศรยี งค์ โลกในดวงตาข้าพเจ้า 30. วชั ระ สจั จะสารสนิ เราหลงลมื อะไรบางอย่าง
ซไี รต์กับนักประพันธ์ไทย ท่ี ช่อื ผู้เขยี น ชอ่ื เรอ่ื ง ประเภท พ.ศ. 31. อุทศิ เหมะมูล ลับแล, แกง่ คอย นวนยิ าย 2552 32. ซะการีย์ยา อมตยา ไม่มหี ญิงสาวในบทกวี กวีนิพนธ์ 2553 33. จเดจ็ กาจรเดช แดดเช้าร้อนเกนิ กว่าจะ เรื่องส้นั 2554 จบิ กาแฟ 34. วภิ าส ศรีทอง คนแคระ นวนยิ าย 2555 35. องั คาร จันทาทิพย์ หัวใจหอ้ งท่ีห้า กวีนิพนธ์ 2556 36. แดนอรญั แสงทอง อสรพิษ เร่ืองสั้น 2557 37. วีรพร นติ ปิ ระภา ไส้เดอื นตาบอดในหุบ นวนิยาย 2558 เขาวงกต
วรรณคดสี มัยพ.ศ.๒๕๒๐ – ปจั จบุ นั รางวลั วรรณกรรมสร้างสรรคแ์ หง่ อาเซยี น (ซไี รต)์ นวนยิ ายรางวัลซีไรต์ ประจาปี ๒๕๕๒ ลบั แล, แก่งคอย ของ อทุ ิศ เหมะมูล
รางวลั ซีไรตป์ ี ๒๕๕๓ ประเภทกวีนพิ นธ์ ไมม่ ีหญงิ สาวในบทกวี ของ ซะการียย์ า อมตยา
'จเดจ็ กาจรเดช' ในวนั 'แดดเช้ารอ้ นเกินกวา่ จะน่งั จิบกาแฟ'
วภิ าส ศรีทอง
งามพรรณ เวชชาชวี ะ
นกั ประพนั ธค์ นสาคญั ของไทย
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหลา้ นภาลยั • รชั สมัยของพระองค์เป็นยคุ ทอง ของวรรณคดีไทย • พระองคท์ รงเป็นจอมปราชญ์ ทรง อปุ ถัมภ์กวอี ีกหลายทา่ น • ทรงมบี ทพระราชนพิ นธท์ ส่ี าคญั จานวนมาก อาทิ บทละครเรอื่ ง รามเกียรต์ิ อเิ หนา เสภาเรอื่ งขุน ชา้ งขนุ แผน เปน็ ต้น
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยู่หัว • ผทู้ รงเป็นนักปราชญ์ท่เี ปยี่ มไปดว้ ย พระปรีชา โดยเฉพาะอย่างยิง่ ทางดา้ นอกั ษรศาสตร์ • ทรงมพี ระราชนพิ นธ์ตา่ งๆ มากกวา่ 1,000 เรื่อง • บทพระราชนิพนธ์ของพระองค์ไม่ เพียงเป็นไปเพ่ือความบนั เทิงเท่าน้ัน หากแตย่ ังกลายเปน็ เครื่องมือในการ สอนราษฎรในเรอ่ื งตา่ งๆ โดยเฉพาะ อยา่ งยิ่งความรกั ชาติ
สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ • ทรงได้รับการยอ่ งให้เปน็ “พระบิดา แหง่ ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย” • ทรงพระปรชี าทางด้านอักษรศาสตร์ ทรงมีบทพระนิพนธไ์ วจ้ านวนมาก ท้งั ชวี ประวัติ ประวัติศาสตร์ ท่องเทีย่ ว โบราณคดี นิทาน ประวตั ิ วรรณคดี เกร็ดความรตู้ ่างๆ • ผลงานสาคัญ เช่น พงศาวดารเรื่อง ไทยรบพมา่ นทิ านโบราณคดี นริ าศ นครวัด เทศาภบิ าล เปน็ ต้น
สุนทรภู่ • เปน็ ผทู้ ี่ได้รบั การยอมรับอย่างมากท้ัง ความสามารถในการประพนั ธร์ วมถึง จนิ ตนาการทล่ี า้ สมัยเมอ่ื เปรยี บเทยี บกับ กวีในช่วงสมัยเดียวกัน • สนุ ทรภ่ไู ด้รบั การเชดิ ชูใหเ้ ปน็ “บรมครู ทางกลอดแปด” และเปน็ “กวเี อกของ ไทย” • ผลงานเช่น พระอภัยมณี บทเสภาเรื่อง ขนุ ชา้ งขุนแผน ตอนกาเนดิ พลายงาม สุภาษิตสอนหญิง รวมถึงนริ าศตา่ งๆ อีก จานวนมาก เช่น นิราศสพุ รรณ นิราศ เมอื งแกลง นิราศพระบาท นริ าศภเู ขา ทอง นิราศวดั เจา้ ฟา้ นริ าศเมืองเพชร นิราศพระประธม เปน็ ต้น
พระยาอนุมานราชธน • รู้จักกนั ในชอ่ื “เสถยี รโกเศศ” • ถอื ว่าเปน็ ปราชญ์และนักการศกึ ษาคนสาคญั ของไทยที่มคี วามรอบร้ทู ั้งด้านประวตั ิศาสตร์ ภาษาศาสตร์ รวมถึงขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ไทย • รปู แบบการเรียนรู้ของทา่ นใช้วธิ ีการเรยี นรู้ ดว้ ยตนเอง สบื สอบจากผู้รู้ สนทนาแมก้ ับ เด็กๆ • วิธีการของท่านนับเป็นการวางรากฐานสาคัญ ของนักวิชาการในยุคต่อมาที่ไดน้ ามาพฒั นา จนเกดิ เปน็ สาขาไทยวิทยาหรือไทยคดศี กึ ษา • ผลงานทส่ี าคญั เช่น กามนิต อาหรับราตรี หรือพนั หน่งึ ราตรี นิรุกตศิ าสตร์ เปน็ ต้น
สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชโิ นรส • พระองค์ทรงทรงมพี ระอัจฉรยิ ภาพ ทงั้ ดา้ นพชิ ัยสงคราม โหราศาสตร์ พระธรรมวนิ ัย • ทรงนาเอาความร้เู หลา่ น้ีมาบนั ทกึ และถา่ ยทอดเอาไว้ในงานพระ นิพนธ์จานวนมาก • มที ั้งที่เป็นบทร้อยกรองและรอ้ ย แกว้ เช่น พระปฐมสมโพธกิ ถา มหาเวสสนั ดรชาดก เป็นตน้
พระเจา้ วรวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้ วรรณไวทยากร กรมหมืน่ นราธิปพงศป์ ระพันธ์ • พระองค์จะทรงเปน็ นักการทตู ผู้ ยง่ิ ใหญ่ • ทรงเป็นนักหนงั สือพมิ พ์ นักปรชั ญา นักประวตั ิศาสตร์ นักภาษาศาสตร์ รวมถงึ นักประพันธ์ • ผลงานสาคญั ของพระองค์คอื ทรง บุกเบกิ และสร้างสรรค์ พจนานกุ รม ฉลับราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ.2493 เป็ นต้น
หมอ่ มหลวงปิน่ มาลากลุ • ทา่ นไดร้ บั การยกย่องว่าเป็นเสาเอก แหง่ การศกึ ษาไทย • ได้รบั การยกย่องเชิดชูเกยี รตจิ ากหลาย สถาบนั ใหเ้ ป็นบคุ คลสาคญั ด้านภาษา และวรรณกรรมไทย • มีผลงานประพนั ธ์ท่เี ปน็ ท้ังภาษาไทย และภาษาอังกฤษจานวนมากรวม 207 เรอ่ื ง ทัง้ ด้านการศกึ ษา บทละคร คา ประพันธ์ การทอ่ งเทย่ี ว เบด็ เตล็ด บท เพลง บทนริ าศ เปน็ ต้น
กหุ ลาบ สายประดษิ ฐ์ หรอื ศรบี ูรพา • ผูไ้ ด้รบั ฉายาวา่ เป็นนกั ประพนั ธ์ของ ประชาชน • ศรีบรู พา ถือเปน็ นักประพนั ธก์ ลุม่ แรกๆ ที่ เปิดยคุ ของนวนิยายสมัยใหมท่ หี่ นอี อก จากเรือ่ งราวเพอ้ ฝันประเภทนิทาน จนิ ตนาการมาส่กู ารสะทอ้ นสงั คมความ เปน็ อยู่ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ชนช้นั กลาง จนการเป็นภาพสะทอ้ นการเคลือ่ นไหว ของสงั คมไทยเพื่อการกา้ วเขา้ สู่สังคม สมยั ใหม่ เพื่อสรา้ งภารดรภาพของชนช้ัน กลาง • ผลงานสาคัญไดแ้ ก่ ข้างหลงั ภาพ สงคราม ชีวิต แลไปขางหนา้ จนกวา่ เราจะพบกนั อีก เปน็ ต้น
พุทธทาสภิกขุ หรอื พระธรรมโกศาจารย์ • ทา่ นพุทธทาสไดร้ ับการสดดุ วี า่ เป็น “มหาปราชญแ์ ห่งพทุ ธธรรมทาง บรู พาทศิ ” • ท่านคือผ้รู ับใชพ้ ทุ ธศาสนาอยา่ ง แท้จรงิ ม่งุ สอนผู้คนด้วยหลกั การ ปล่อยวา่ งเพ่อื ความว่าง • มีผลงานประพันธ์ท่ีเป็นคาสอนทาง พระพุทธศาสนาจานวนมาก เชน่ คู่มือมนษุ ย์ แก่นพทุ ธศาสน์ อานา ปานสตภิ าวนา ลอยปทมุ หมุนลอ้ ธรรมจกั ร เปน็ ตน้
พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงวงศาธริ าชสนทิ • ทา่ นมีผลงานด้านการประพนั ธจ์ านวน มาก เชน่ นิราศพระประธม เพลงยาว สามชาย พงศาวดารฉบับพระราชหัต เลขา หนงั สอื จนิ ดามณี เปน็ ตน้ • ทสี่ าคัญคือ งานนิพนธต์ าราสรรพคุณ ยาสมุนไพรไทยทีถ่ อื วา่ เปน็ เอกสารทาง วชิ าการทเี่ ก่ียวกบั สมุนไพรไทย เป็นต้น
ครเู อื้อ สนุ ทรสนาน • ผู้เป็นทง้ั นกั รอ้ งและนักประพนั ธ์คน สาคัญของไทย • ครูเอ้อื คอื ผูก้ อ่ ตั้งวงดนตรีท่โี ดง่ ดงั อย่าง “วงสนุ ทราภรณ”์ • ผลงานประพันธ์ท่ีสาคัญอยใู่ นรูปของ เพลงทค่ี าดกนั ว่ามีมากกว่า 2,000 เพลง • ที่ร้จู ักกันดี เชน่ เพลงราวงวนั ลอย กระทง เพลงราวงเรงิ สงกรานต์ เพลงนางฟา้ จาแลง เป็นต้น
พลตรหี ม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช • ผู้ท่เี ปน็ ปราชญแ์ หง่ แผน่ ดนิ • ลักษณะเด่นในผลงานประพนั ธข์ องท่านคอื การสอดแทรกข้อคดิ หลักปรชั ญาตา่ งๆ จนทาใหท้ า่ นไดร้ ับการยกย่องว่าเป็น เสาเอกแหง่ ประชาธิปไตย • ได้รบั การยอกย่องให้เป็นศิลปนิ แห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ • ไดร้ ับการยกย่องเชดิ ชเู กยี รตใิ ห้เป็นปชู นีย บุคคลของประเทศไทย • ผลงานสาคัญได้แก่เรื่อง สี่แผ่นดิน ไผแ่ ดง ถกเขมร มอม กาเหว่าทบ่ี างเพลง เป็นตน้
หมอ่ มหลวงบญุ เหลือ เทพสวุ รรณ • สตรีผมู้ ีบทบาทสาคญั ต่อวงการศึกษา ของไทยอยา่ งมาก • ผลงานส่วนใหญก่ อ่ ให้เกดิ การตระหนกั ในบทบาททางสงั คมตอ่ สตรีไทย • ผลงานสาคญั ได้แก่ หวั เล้ยี วหวั ตอ่ ของ วรรณคดีไทย วเิ คราะหร์ สวรรณคดี รวมถงึ ผลงานท่ีเป็นนวนยิ าย เชน่ ทุติย วเิ ศษ สะใภ้แหมม่ เสน่หป์ ลายจวัก เป็น ต้น
วรรณกรรมพื้นบา้ นของไทย
วรรณกรรมพืน้ บา้ น คืออะไร • คอื วรรณกรรมทถ่ี ่ายทอดอยใู่ นกลุ่มใดกล่มุ ชนหนึง่ • ปัจจยั ทกี่ ่อให้เกิดวรรณคดีทอ้ งถิน่ กค็ ือ สังคมวัฒนธรรมทอ้ งถิ่นนั้น • การพจิ ารณาว่าวรรณคดนี ั้นเปน็ ของท้องถนิ่ ใดก็สามารถสงั เกตไดจ้ าก สานวนภาษา อกั ษร ลกั ษณะของคาประพนั ธ์ และภาพทางวัฒนธรรม ที่สะทอ้ นออกมาในวรรณคดนี น้ั ๆ • วรรณกรรมพ้นื บา้ นเปน็ ภาพสะท้อนถึงประวัตศิ าสตร์ สังคม วัฒนธรรม ความคิดความเชอ่ื ศาสนา ประเพณี ขนบธรรมเนยี มตา่ งๆ ของทอ้ งถิน่ น้นั ๆ • มีช่ือเรียกที่ตา่ งกัน เช่น วรรณคดีทอ้ งถ่ิน วรรณกรรมพนื้ บ้าน วรรณกรรม ทอ้ งถ่นิ เป็นต้น
ลกั ษณะของวรรณกรรมพน้ื บ้าน • ใหค้ ุณค่าทางประวัตศิ าสตร์ • ใชภ้ าษาท่ีเรียบง่าย • เนื้อเร่ืองส่วนใหญ่เป็นเร่ืองจักรๆ วงศๆ์ • แก่นของเรื่องมีความคล้ายกันกับ ส่วนกลาง • มีรูปแบบหลากหลายอยู่ในเร่ือง เดยี วกนั
การแบ่งประเภทของวรรณกรรมพนื้ บ้าน • การแบง่ ตามวธิ ีการถ่ายทอด • การแบง่ ตามรปู แบบของคา ซ่ึงแบ่งออกได้กวา้ งๆ เป็น 2 ประพันธ์ เช่น คา่ ว ของทาง ประเภท คือ วรรณคดที เี่ ปน็ ลาย ภาคเหนอื โคลงสาร ของทางภาค ลักษณอ์ กั ษรทั้งที่เป็นภาษากลาง อสี าน เปน็ ต้น และภาษาอกั ษรของทอ้ งถ่นิ และ วรรณคดีแบบมุขปาฐะ
การแบง่ ประเภทของวรรณกรรมพื้นบา้ น • แบ่งตามเนอ้ื หา เชน่ กฎระเบยี บ ตารา เปน็ ตน้ ซง่ึ เหลา่ นจ้ี ะจัดเข้ากลุ่มของ วรรณกรรมเบด็ เตล็ด • แบ่งตามลักษณะภูมิศาสตร์ เช่น วรรณกรรมพนื้ บา้ นโคราช วรรณกรรมพื้นบา้ นของสรุ ินทร์ เปน็ ต้น
ศลิ ปวัฒนธรรมกับ วรรณคดไี ทย
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106