บทเรียนออนไลนอิเลก็ ทรอนิคส วชิ า วทิ ยาการคาํ นวณ (ว22103) ก วทิ ยาการเชิงคาํ นวณ
บทเรยี นออนไลนอเิ ล็กทรอนิคส วชิ า วทิ ยาการคาํ นวณ (ว22103) ก สําหรับบทเรียนออนไลนอิเล็กทรอนิคส วิชา วิทยาการคํานวณ (ว22103) กลุมสาระ การเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี สําหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปที่ 2 เลมน้ี ไดจัดทําข้ึน เพ่ือ เปนส่ือประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู วิชา วิทยาการคํานวณ (ว22103) กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 2 เพ่ือพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนวัฒนานคร สงั กดั องคก ารบรหิ ารสว นจังหวัดสระแกว บทเรียนออนไลนอิเล็กทรอนิคส วิชา วิทยาการคํานวณ (ว22103) กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี สําหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 2 มีเน้ือหาสาระการเรียนรูสอดคลอง กับ ห ลักสูตรการศึกษ าขั้น พื้ นฐาน พุ ท ธศักราช 2551 และห ลักสูตรสถานศึกษ า ตาม กระทรวงศึกษาธิการกําหนด ซึ่งนับวามีความสําคัญอยางยิ่งสําหรับนักเรียน เพราะถือเปนพื้นฐาน สําคัญของการใชเทคโนโลยีในยุค 4.0 และสอดคลองกับการเรียนรูในศตวรรษท่ี 21 นี้ โดยใชรว มกับ การเรียนรูแบบใชโครงงานเปนฐาน เพ่ือสงเสริมและพัฒนาการเรียนรูดานเทคโนโลยีแกนักเรียน ตลอดจนทกั ษะการคดิ วิเคราะห สังเคราะห และการแกป ญ หา เพอ่ื การนาํ ไปใชในชีวิตประจําวนั ผูจัดทํามุงหวังวา บทเรียนออนไลนอิเล็กทรอนิคส วิชา วิทยาการคํานวณ (ว22103) กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี สําหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปที่ 2 จะอํานวย ประโยชนแกผรู กั การอา น นกั เรียน และผูสนใจ ไดเ ปนอยา งยิง่ นางอรณุ ี สเุ มธโสภณ ตาํ แหนง ครู วทิ ยาฐานะ ครูชาํ นาญการพเิ ศษ วทิ ยาการเชิงคํานวณ
บทเรยี นออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคส วชิ า วิทยาการคาํ นวณ (ว22103) ข บทเรียนออนไลนอิเล็กทรอนิคส วิชา วิทยาการคํานวณ (ว22103) กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เลมน้ี ไดจัดทําข้ึน เพื่อเปนสื่อ ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู วิชา วิทยาการคํานวณ (ว22103) กลุมสาระการเรียนรู วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 เพ่ือพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โรงเรียนวัฒนานคร สังกัดองคการบริหารสวนจังหวัดสระแกว บทเรียนออนไลนอิเล็กทรอนิคส วิชา วิทยาการคํานวณ (ว22103) กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี สําหรับนักเรียนช้ัน มัธยมศึกษาปท่ี 2 มีเนื้อหาสาระการเรียนรูสอดคลองกับหลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรสถานศึกษา ตามกระทรวงศึกษาธิการกําหนด ซ่ึงนับวามีความสําคัญอยางยิ่ง สําหรับนักเรียน เพราะถือเปนพื้นฐานสําคัญของการใชเทคโนโลยีในยุค 4.0 และสอดคลองกับการเรียนรู ในศตวรรษที่ 21 น้ี โดยใชรวมกับการเรียนรูแบบใชโครงงานเปนฐาน เพื่อสงเสริมและพัฒนา การเรียนรูดานเทคโนโลยีแกนักเรียน ตลอดจนทักษะการคิดวิเคราะห สังเคราะห และการแกปญหา เพ่ือการนําไปใชใ นชวี ติ ประจําวนั บทเรยี นออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคส วิชา วทิ ยาการคํานวณ (ว22103) กลมุ สาระการเรียนรู วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี สาํ หรับนกั เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 จาํ นวน 6 เลม ดังนี้ เลม ท่ี 1 วทิ ยาการเชิงคํานวณ เลม ที่ 2 การออกแบบอลั กอรทิ ึมที่ใชแนวคิดเชิงคํานวณในการแกป ญหา เลม ท่ี 3 การออกแบบและเขียนโปรแกรมทใี่ ชต รรกะและฟงกช นั่ ในการแกป ญหา เลม ที่ 4 การออกแบบและเขียนโปรแกรมดวยภาษาไพทอน เลมท่ี 5 องคป ระกอบและหลักการทํางานของระบบคอมพิวเตอรและเทคโนโลยสี ารสนเทศ เลมท่ี 6 ประยกุ ตใ ชงานระบบคอมพวิ เตอรและเทคโนโลยกี ารสือ่ สารและการแกปญหา เบอ้ื งตน บทเรียนออนไลนอเิ ล็กทรอนิคส วชิ า วทิ ยาการคาํ นวณ (ว22103) กลุมสาระการเรียนรู วทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี สําหรับนักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 2 เลม นี้ คือ เลม ท่ี 1 วทิ ยาการเชงิ คํานวณ ท้ังน้ี บทเรียนออนไลนอิเล็กทรอนิคส วิชา วิทยาการคํานวณ (ว22103) กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี สําหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 2 เปนแบบ E-Book มีลักษณะเปนหนังสือ อิเล็กทรอนิกส โดยสามารถสแกนผาน QR-Code หรือเขาผานลิงค เว็บไซต เพื่อใชงานตามปกติ พรอมกับรูปเลมจริง ตามลิงคออนไลนที่ แนบนี้ https://pubhtml5.com/bookcase/cbfx QR-Code วิทยาการเชงิ คาํ นวณ
บทเรียนออนไลนอเิ ล็กทรอนิคส วิชา วิทยาการคาํ นวณ (ว22103) ค 1. ศึกษาและทาํ ความเขาใจคูมือการใชและบทเรยี นออนไลนอ ิเล็กทรอนิคส วชิ า วทิ ยาการ คํานวณ (ว22103) กลุมสาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี สําหรับนักเรยี นช้ันมัธยมศึกษา ปท ่ี 2 เลม น้ี ใหเขาใจกอ นนําไปใชงาน 2. จัดเตรยี มบทเรยี นออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคส วิชา วทิ ยาการคํานวณ (ว22103) กลุมสาระ การเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี สาํ หรับนกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 2 สาํ หรบั แจกใหนกั เรยี น 3. แนะนาํ การใชง านบทเรียนออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคส วิชา วทิ ยาการคาํ นวณ (ว22103) กลุม สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี สาํ หรับนักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 2 4. ใหน ักเรยี นลงมอื ทาํ แบบทดสอบกอนเรยี นประจาํ บทเรียนออนไลนอ เิ ล็กทรอนิคส วิชา วทิ ยาการคาํ นวณ (ว22103) กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี สาํ หรับนกั เรียนช้ัน มัธยมศกึ ษาปที่ 2 5. เปดโอการสใหนกั เรยี นศกึ ษาเนอื้ หา หรือบทเรยี นในบทเรยี นออนไลนอิเล็กทรอนิคส วิชา วิทยาการคํานวณ (ว22103) กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี สําหรับนักเรยี นชั้น มธั ยมศึกษาปที่ 2 ดว ยตนเอง ตามกระบวนการเรียนรแู บบใชโครงงานเปน ฐาน 6. ใหน ักเรียนทบทวนความรู ความเขา ใจดวยการทาํ กจิ กรรมฝกทักษะใหค รบถวนทุกตอน 7. ใหนักเรียนลงมอื ทาํ แบบทดสอบหลังเรียนประจาํ บทเรยี นออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคส วิชา วทิ ยาการคํานวณ (ว22103) กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี สาํ หรบั นักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 8. นํานกั เรยี นตรวจคําตอบและเฉลยคําตอบทัง้ หมด เพ่ือบันทกึ คะแนนทายบทเรยี นออนไลน อเิ ลก็ ทรอนคิ ส วชิ า วิทยาการคํานวณ (ว22103) กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี สําหรับนกั เรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 2 หมายเหตุ : บทเรียนออนไลนอเิ ล็กทรอนิคส นี้ นกั เรยี นสามารถกลับมาเรียนรแู ละทบทวนได ภายหลังจากที่เรียนเสร็จแลว หากนกั เรยี นไมเขาใจหรอื ตองการทบทวนเน้ือหานอกเวลาเรยี น สําหรับ กจิ กรรมระหวา งเรียนอาจมที ้ังแบบเด่ยี วและกลุม วทิ ยาการเชงิ คาํ นวณ
บทเรยี นออนไลนอิเล็กทรอนิคส วิชา วิทยาการคํานวณ (ว22103) ง 1. ศกึ ษาและทําความเขา ใจคําช้ีแจง และบทบาทนักเรยี น เพ่ือการใชบทเรยี นออนไลน อเิ ล็กทรอนิคส วชิ า วิทยาการคํานวณ (ว22103) กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี สําหรบั นกั เรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 2 เลมน้ี ใหเ ขาใจกอนนําไปใชง าน 2. นกั เรยี นลงมือทําแบบทดสอบกอนเรยี นประจาํ บทเรียนออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคส วิชา วทิ ยาการคาํ นวณ (ว22103) กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี สําหรบั นักเรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 2 3. นกั เรยี นศึกษาบทเรยี นออนไลนอ ิเล็กทรอนิคส วิชา วิทยาการคาํ นวณ (ว22103) กลุม สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี สาํ หรับนกั เรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 2 ดวยตนเอง ตาม กระบวนการเรียนรู (ดว ยการเรียนรูแ บบ SQ4R) 4. นกั เรยี นทบทวนความรู ความเขา ใจดวยการทํากิจกรรมฝกทกั ษะใหครบถว นทุกตอน 5. นกั เรยี นลงมือทําแบบทดสอบหลงั เรยี นประจําบทเรยี นออนไลนอิเลก็ ทรอนิคส วิชา วิทยาการคํานวณ (ว22103) กลมุ สาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี สาํ หรบั นกั เรยี น ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 2 6. นกั เรยี นรวมตรวจคาํ ตอบและเฉลยคาํ ตอบทง้ั หมด เพ่ือบันทกึ คะแนนทายบทเรยี น ออนไลนอิเลก็ ทรอนิคส วชิ า วทิ ยาการคํานวณ (ว22103) กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและ เทคโนโลยี สาํ หรบั นกั เรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 2 7. นกั เรยี นสามารถศึกษาทบทวนเนื้อหาบทเรยี นออนไลนอิเล็กทรอนคิ ส วิชา วทิ ยาการ คํานวณ (ว22103) กลุมสาระการเรยี นรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี สาํ หรบั นกั เรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษา ปท ี่ 2 ไดตลอดเวลา หลงั เรยี นเสร็จแลว หากไมผานเกณฑรอยละ 80.00 หมายเหตุ : บทเรียนออนไลนอเิ ล็กทรอนิคส น้ี นักเรยี นสามารถกลบั มาเรยี นรแู ละทบทวนได ภายหลงั จากทเ่ี รียนเสรจ็ แลว หากนกั เรียนไมเ ขาใจหรือตองการทบทวนเน้ือหานอกเวลาเรียน สําหรับ กจิ กรรมระหวา งเรียนอาจมีทั้งแบบเดย่ี วและกลุม วิทยาการเชิงคํานวณ
บทเรียนออนไลนอิเล็กทรอนิคส วิชา วทิ ยาการคาํ นวณ (ว22103) จ ขอ ควรระวังและปฏบิ ตั กิ อ นการดําเนนิ การสอน 1. ศกึ ษาแผนการจัดการเรียนรอู ยางละเอยี ด 2. เตรยี มอุปกรณ สื่อการเรียนการสอนใหเ รยี บรอย 3. ศกึ ษารายละเอยี ดบทเรยี นออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคสกอนการเรยี นรู 4. กาํ หนดบทบาทสมาชิในกลุมทราบถงึ การปฏบิ ตั ติ มบทบาทตางๆ โดยสมาชิกทุกคนในกลมุ ตอ งไดท ําทุกบทบาท 5. ครูผสู อนช้ีแจงวิธีการใชบทเรยี นออนไลนอิเลก็ ทรอนิคสและกจิ กรรมท่ีนักเรียนตองปฏิบัติ ขอ ควรระวงั และปฏบิ ัตขิ ณะดําเนินการสอน 1. ช้ีแจงการใชบ ทเรยี นออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคสใ หน ักเรียนทุกคนทราบ 2. ตาํ เนนิ กิจกรมตมแผนการจดั การเรยี นรู เพื่อใหสอดคลอ งกับจุดประสงคก ารเรียนรู เนื้อหา และเวลาท่กี ําหนด 3. ครผู สู อนตองใหคาํ แนะนาํ และคอยดูแลนักเรียนอยางใกลช ดิ 4. ใหน ักเรียนเรียนรจู ากบทเรียนออนไลนอิเล็กทรอนิคสตามชน้ั ตอนอยางเครงครัดและมี ความซอ่ื สตั ยต อตนเอง 5. ตรวจสอบการทํางานของนักเรยี นและสรปุ บทเรียนรว มกันนกั เรยี น ขอ ควรระวงั และปฏิบัติเม่ือดําเนนิ การสอนส้นิ สุด 1. ครผู สู อนใหนกั เรยี นทาํ แบบทดสอบหลังเรยี น 2. ตรวจผลงานจากการทําแบบทดสอบและกิจกรรมระหวา งเรยี น 3. ถานกั เรียนไมผา นเกณฑท ี่ระบไุ ว ครูควรใหน ักเรยี นศึกษาและทบทวนเน้ือหาใหมอกี คร้ัง แลว ทาํ แบบทดสอบหลังเรียนใหผา นเกณฑท ่ีกําหนดไว วิทยาการเชิงคาํ นวณ
บทเรียนออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคส วิชา วทิ ยาการคาํ นวณ (ว22103) ฉ วชิ า วิทยาการคาํ นวณ (ว22103) กลมุ สาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 2 จํานวน 1.0 หนวยกติ ปการศึกษา 1/2561 เวลา 40 ชวั่ โมง ศึกษาการออกแบบอัลกอริทึมท่ีใชแนวคิดเชิงคํานวณในการแกปญหา หรือการทํางานท่ีพบ ในชีวิตจริงการออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใชตรรกะและฟงกชันในการแกปญหา การเขียน โปรแกรมโดยใชซ อฟตแวรScratch, python, java และ c อภปิ รายองคประกอบและหลักการทํางาน ของระบบคอมพิวเตอรและเทคโนโลยีการสื่อสารเพ่ือประยุกตใชง านหรือแกปญหาเบอื้ งตน ตลอดจน ใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย มคี วามรับผดิ ชอบ สรางและแสดงสทิ ธิในการเผยแพรผ ลงาน โดยอาศยั กระบวนการเรยี นรูโ ดยใชป ญหาเปนฐาน (Problem-based Learning) และการ เรียนรูแบบใชโครงงานเปนฐาน (Project-based Learning) เพื่อเนนใหผูเรียนไดลงมือปฏิบัติ ฝกทักษะการคิด เผชิญสถานการณการแกปญหา วางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการเรียนรู และ นําเสนอผานการทํากิจกรรมโครงงาน เพื่อใหเกิดทักษะ ความรู ความเขาใจ และทักษะใน การวเิ คราะหโ จทยปญ หา จนสามารถนําเอาแนวคิดเชิงคาํ นวณมาประยกุ ตใ ชในการสรางโครงงานได เพื่อใหผูเรียนมีความรู ความเขาใจ การนําขอมูลปฐมภูมิเขาสูระบบคอมพิวเตอร วิเคราะห ประเมิน นําเสนอขอมูลและ สารสนเทศไดตามวัตถุประสงค ใชทักษะการคิดเชิงคํานวณในการ แกปญหาท่ีพบในชีวิตจริง และเขียนโปรแกรมอยางงาย เพ่ือชวย ในการแกปญหา ใชเทคโนโลยี สารสนเทศและการส่ือสารอยางรูเทาทันและรับผิดชอบตอสังคม ตลอดจนนําความรูความเขาใจใน วิชาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีไปใชใหเกิดประโยชนตอสังคมและการดํารงชีวิต จนสามารถพัฒนา กระบวนการคิดและจินตนาการ มีความสามารถในการแกปญหาและมีทักษะในการส่ือสาร มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ และเปนผูท่ีมีจติ วทิ ยาศาสตร มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคานยิ มในการ ใชว ิทยาศาสตรและเทคโนโลยอี ยา งสรา งสรรค ตัวชวี้ ดั คือ ว 4.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4 รวม 4 ตัวชีว้ ดั วิทยาการเชิงคํานวณ
บทเรียนออนไลนอเิ ล็กทรอนิคส วชิ า วิทยาการคาํ นวณ (ว22103) ช แนวคิดสําคญั การคิด คือ การดําเนินการที่เกิดข้ึนในสมองเปนกระบวนการตามธรรมชาติของมนุษยท่ี บางครงั้ กไ็ มไดเ ปนไปตามการกระทํา แตถ านักเรียนสามารถควบคมุ ความคิดใหดําเนินไปตามเรื่องราว ท่รี ับฟงมาหรือตามเน้อื เรื่องทอ่ี าน จะไดรบั ความรูและสามารถนาํ ไปปฏิบัติได ซึ่งนอกจากการคิดตาม เนื้อหาที่พบแลวยังสามารถใชเหตุผลทางตัวเลือกในการแกปญหาการวิเคราะหขอมูล การจัดลําดับ เหตกุ ารณ เพือ่ แกป ญ หาที่พบ การใชเ คร่อื งมือตา งๆ ดงั กลา วในการแกปญหา เรียกวา แนวคดิ เชิงคาํ นวณ สาระการเรยี นรู วทิ ยาการเชิงคํานวณ 1. การแบงปญหาใหญเ ปน ปญหายอ ย 2. การพจิ ารณารปู แบบ 3. การคิดเชงิ นามธรรม จดุ ประสงคการเรยี นรู 1. มีความรู ความเขา ใจสามารถตอบคาํ ถามเกี่ยวกับวิทยาการเชงิ คาํ นวณได (K) 2. อธิบายเกีย่ วกบั วทิ ยาการเชิงคาํ นวณได (A) 3. ปฏิบตั ติ ามคําส่ังของการใชงานโปรแกรมที่กําหนดได (P) 4. ออกแบบ กาํ หนด และทําโครงงาน หรือช้ินงานตามท่ีกําหนดได (P) 5. ส่อื สาร และใชทักษะการคิด การแกปญ หา ทักษะชีวติ และการใชเทคโนโลยีได (P) 6. มีความกระตอื รือรน ใฝเ รยี นรู และใหความรวมมือในกจิ กรรมกลุม (A) สมรรถนะทีส่ ําคญั หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน มงุ ใหผเู รยี นเกิดสมรรถนะสําคญั 5 ประการ ดังนี้ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคดิ 3. ความสามารถในการแกปญหา 4. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ 5. ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณลักษณะอันพึงประสงค เพอื่ ใหส ามารถอยรู วมกบั ผูอ่นื ในสังคมไดอยางมคี วามสขุ ในฐานะเปนพลเมืองไทยและพลโลก ดงั นี้ 1. รักชาติ ศาสน กษัตรยิ วทิ ยาการเชงิ คํานวณ
บทเรยี นออนไลนอิเล็กทรอนิคส วชิ า วิทยาการคํานวณ (ว22103) ซ 2. ซ่ือสัตยส จุ ริต 3. มวี นิ ยั 4. ใฝเรยี นรู 5. อยอู ยา งพอเพยี ง 6. มุงม่ันในการทาํ งาน 7. รักความเปน ไทย 8. มีจิตสาธารณะ ภาระงาน/ช้นิ งาน บทเรยี นออนไลนอเิ ล็กทรอนิคส วิชา วิทยาการคํานวณ (ว22103) กลุมสาระการเรียนรู วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี สําหรับนกั เรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 2 เลมท่ี 1 วทิ ยาการเชิงคํานวณ 1. แบบทดสอบกอนเรยี น 2. กจิ กรรมระหวา งเรยี น 3. แบบทดสอบหลงั เรยี น การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู 1. แบบทดสอบกอ นเรยี น เกณฑก ารประเมนิ นักเรยี นตองไดค ะแนน รอยละ 80 ข้ึนไป 2. กจิ กรรมระหวางเรยี น เกณฑการประเมินนักเรยี นตองไดค ะแนน รอยละ 80 ขึน้ ไป 3. แบบทดสอบหลงั เรยี น เกณฑก ารประเมินนักเรยี นตองไดคะแนน รอยละ 80 ขึ้นไป วิทยาการเชิงคํานวณ
บทเรียนออนไลนอิเลก็ ทรอนิคส วิชา วทิ ยาการคํานวณ (ว22103) ฌ คํานํา หนา คาํ ช้ีแจง ก คาํ แนะนําสาํ หรับครู ข คาํ แนะนําสําหรบั นักเรยี น ค ขอ ควรระวงั และปฏิบัติ ง คาํ อธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน จ บทเรียนออนไลนอิเล็กทรอนิคส วิชา วิทยาการคาํ นวณ (ว22103) กลุมสาระการเรียนรู ฉ วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี สําหรับนักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 ช แบบทดสอบกอ นเรยี น 1 กะดาษคําตอบแบบทดสอบกอนเรียน 3 ใบความรู เรอื่ ง วทิ ยาการเชงิ คํานวณ 4 8 กิจกรรมท่ี 1 9 กิจกรรมท่ี 2 10 กจิ กรรมท่ี 3 11 กจิ กรรมที่ 4 12 แบบทดสอบหลงั เรียน 14 กระดาษคําตอบแบบทดสอบหลงั เรียน 15 ภาคผนวก 22 เฉลยแบบทดสอบกอนเรียนและหลงั เรียน 23 แบบบันทึกคะแนนผลการทาํ กิจกรรม 24 บรรณนุกรม 25 ประวัตยิ อ ผูจ ดั ทํา วทิ ยาการเชงิ คํานวณ
บทเรยี นออนไลนอิเล็กทรอนิคส วชิ า วทิ ยาการคํานวณ (ว22103) 1 แบบทดสอบกอ นเรียน เร่ือง วทิ ยาการเชิงคาํ นวณ คําช้ีแจง ใหน ักเรียนเลือกคําตอบท่ถี ูกท่ีสดุ เพียงคําตอบเดียวแลวทําเคร่ืองหมาย X ลงในกระดาษคําตอบ 1. ขอ ใด คือ แนวคิดเชิงคํานวณ ก. แนวคิดที่ใชก ารคิดวเิ คราะหข้นั สูง ข. แนวคิดท่สี ังเคราะหจากสมอง ค. แนวคดิ ในการแกป ญ หาอยางเปน ระบบ ง. แนวคิดทซ่ี บั ซอน 2. ขอใด ไมใ ช องคป ระกอบของแนวคดิ เชิงคาํ นวณ ก. การหารูปแบบในการแกปญหา ข. การแตกปญ หายอยออกเปนปญ หาใหญ ค. การออกแบบลาํ ดบั ขนั้ ตอนการแกปญหา ง. การหาแนวคดิ รวบยอดของปญ หา 3. การเขยี นผังงานโฟลวช ารตเปน กระบวนการของขอใดในแนวคิดเชงิ คาํ นวณ ก. การออกแบบลาํ ดบั ขั้นตอนการแกปญหา ข. การสรางรปู แบบการแกป ญหา ค. การหาแนวคิดรวบยอดของปญ หา ง. การแตกปญ หาออกเปน ลาํ ดับขนั้ ตอน 4. ลาํ ดับแรกในการแกป ญหา คอื ขอใด ก. ออกแบบขั้นตอนการแกปญหา ข. กําหนดแนวคิดเชิงนามธรรม ค. แตกปญหาใหญออกเปนปญหายอ ย ง. เขียนโปรแกรมการแกป ญ หา 5. ขั้นตอนตอไปหลังจากตดั ส่ิงที่ไมจ ําเปน สาํ หรบั การแกปญหาออกไปแลว คือ ขอใด ก. วเิ คราะหป ญหา ข. หารูปแบบการแกปญหา ค. ออกแบบขั้นตอนวธิ ี ง. คดิ รวบยอดปญหา วิทยาการเชงิ คํานวณ
บทเรยี นออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคส วชิ า วิทยาการคํานวณ (ว22103) 2 6. บคุ คลใดเม่ือพบปญ หาแลว แกป ญหาตามแนวคิดเชงิ คํานวณ ก. จอยไมสนใจรายละเอยี ดที่ไมจ ําเปนเกย่ี วกบั ปญหา ข. จ๊ิบออกแบบขั้นตอนการแกปญหา ค. แจนแตกปญ หาใหญออกเปน ปญ หายอ ย ง. จุมวิเคราะหทีม่ าของปญ หา 7. ขอใดสําคัญทสี่ ุดในการจัดเรียงแถวตามลําดบั ความสูงของนกั เรียน ก. ความสูงของนกั เรยี น ข. เพศของนักเรยี น ค. นํา้ หนักของนักเรียน ง. เกรดเฉล่ยี ของนกั เรยี น 8. “นนุ ตองการจดั เสื้อผาท้ังหมดในตูเ สื้อผา” นุนควรทาํ ส่งิ ใดเปนลําดบั แรก ก. แยกเสื้อผา ตามประเภท ข. ตงั้ วตั ถุประสงคในการคนหา ค. จัดเรยี งเสอื้ ผา เขาตเู ส้ือผา ง. แบง กลุมเสือ้ ผา 9. ขอใดกลา วถงึ แนวคดิ เชิงคํานวณ ไม ถกู ตอง ก. เปนการคิดเหมือนหนุ ยนต ข. มีแนวคิดเชิงนามธรรมเปน ทกั ษะยอย ค. เปนการแกป ญ หาทมี่ ีลําดบั ข้นั ตอน ง. เปน วธิ กี ารแกปญหาที่มนุษยแ ละคอมพวิ เตอรส ามารถ เขาใจรวมกันได 10. ขอ ใด คอื การคิดรวบยอดของปญหา โดยมงุ เนนเฉพาะสว นทีส่ ําคญั ของปญ หา ก. แนวคิดเชิงรปู ธรรม ข. แนวคดิ แยกยอย ค. แนวคิดเชงิ นามธรรม ง. แนวคิดเชงิ วเิ คราะห วทิ ยาการเชิงคาํ นวณ
บทเรียนออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคส วชิ า วิทยาการคาํ นวณ (ว22103) 3 กระดาษคําตอบแบบทดสอบกอ นเรียน เรื่อง วทิ ยาการเชิงคํานวณ คําชแี้ จง ใหน ักเรียนเลือกคําตอบทถี่ ูกทีส่ ดุ เพียงคําตอบเดยี วแลว ทําเคร่ืองหมาย X ลงในกระดาษคําตอบ ขอ ก ข ค ง 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. รวม คะแนนเตม็ 10 คะแนน คะแนนทีไ่ ด ..................... คะแนน ผา น ไมผ า น วทิ ยาการเชงิ คํานวณ
บทเรียนออนไลนอเิ ล็กทรอนิคส วชิ า วทิ ยาการคาํ นวณ (ว22103) 4 เรื่อง วิทยาการเชิงคาํ นวณ การใชชีวิตประจําวัน นักเรียนอาจพบสถานการณท่ีซับซอนและเปนปญหาไมสามารถคิดหา วธิ กี ารแกปญ หาไดโ ดยงา ย หากนักเรียนแบง ปญ หาท่ีซับซอนใหเปน ปญหายอ ยอาจทาํ ใหเขา ใจปญ หา และสามารถออกแบบวิธีการแกปญหาไดงายข้ึน เชน นักเรียนตองการจัดหองเรียนท่ีมีสิ่งของรกและ กระจัดกระจายอยูเปนจํานวนมากใหเปนหองกิจกรรม และบอกวิธีการจัดหองใหกับเพื่อนชวยทํางาน ตา ง ๆ ไปพรอมกันใหส าํ เรจ็ อยางรวดเรว็ แ น ว คิ ด เชิ งคํ า น ว ณ (computational thinking) เป น กระบวนการวิเคราะหปญหา เพ่ือใหไดแนวทางการหาคําตอบอยางเปน ขั้นตอนท่ีสามารถนําไปปฏบิ ัติได โดยบคุ คลหรือคอมพิวเตอรอยา งถูกตอง และแมนยํา ซึ่งเรียกวา อัลกอริทึม ทักษะการใชแนวคิดเชิงคํานวณจึง สําคัญตอการแกปญหา ชวยใหสามารถสื่อสารแนวคิดกับผูอื่นไดอยางมี ประสิทธิภาพ รวมถึงชวยพัฒ นาพ้ืนฐานในการเขียนโปรแกรม คอมพวิ เตอรด วยแนวคดิ เชิงคาํ นวณมอี งคป ระกอบทส่ี าํ คญั 4 สวน ไดแ ก 1. การแบงปญหาใหญเปนปญหายอย (decomposition) เปน การแตกปญหาท่ีซบั ซอน ใหเ ปนปญหายอ ยท่ีมีขนาดเล็กลงและซับซอนนอยลง เพ่ือชวยใหก ารวเิ คราะหแ ละออกแบบวธิ กี าร แกป ญหาทําไดงายข้ึน วทิ ยาการเชงิ คํานวณ
บทเรียนออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคส วิชา วิทยาการคํานวณ (ว22103) 5 2. การพิจารณารูปแบบ (pattern recognition) เปนการวิเคราะหหาความเหมือนหรือ คลายคลึงกันระหวางปญหายอยที่แตกออกมา หรือความคลายคลึงกับปญหาอ่ืน ๆ ท่ีมีผูออกแบบ วิธกี ารแกไขไวกอ นแลว 3. การคิดเชิงนามธรรม (abstraction) เปนการแยกรายละเอียดที่สําคัญและจํา เปนตอ การแกปญหาออกจากรายละเอียดท่ีไมจําเปน ซึ่งรวมไปถึงการแทนกลุมของปญหา ขั้นตอน หรือ กระบวนการท่มี ีรายละเอียดปลกี ยอ ยหลายขน้ั ตอนดว ยขน้ั ตอนใหมเ พียงข้นั ตอนเดยี ว การแกปญ หาทีม่ คี วามซับซอนทําไดยาก การแบง ปญหาใหญใหเปน ปญหายอ ย ๆ ทาํ ใหค วาม ซับซอนของปญหาลดลง ชวยใหการวิเคราะหและพิจารณารายละเอียดของปญหาทําไดอยางถ่ีถวน สงผลใหสามารถออกแบบข้ันตอนการแกปญหายอยแตละปญหาไดงายย่ิงข้ึนลองพิจารณาปญหาวาด ภาพตามคํา บอก โดยใหเพ่ือนของนกั เรยี นวาดภาพตามท่ีนักเรียนบอก และไมแ สดงภาพใหเ พื่อนของ นกั เรยี นเหน็ ดงั ตวั อยา งตอไปน้ี ตวั อยางท่ี 1 ภาพวาดหมบู าน นักเรียนวาดภาพหมูบานที่คลายกับภาพดานลาง โดยไมตองเหมือนรูปในตัวอยาง โดย 1 ชองมีขนาด 20 หนวย จุดมุมลางซายของตาราง คือ พิกัด (0, 0) แลวบอกใหเพ่ือนของนักเรียนวาด ภาพหมูบานใหเหมือนกับภาพท่ีนักเรียนวาดใหไดมากท่ีสุด โดยไมแสดงภาพใหเพื่อนเห็น นักเรียน อาจวาดรปู หมบู านไดด ังภาพที่ 1 การอธิบายรายละเอียดของภาพเพ่ือใหเพ่ือน ของนักเรียนวาดตามไดน้ันสามารถแบงออกเปน ปญหายอยได ดงั น้ี ❍ ในภาพมีบานกหี่ ลงั ❍ ขัน้ ตอนในการวาดบา นหลงั แรกเปน อยา งไรและอยูทตี่ ําแหนงใด ❍ ขน้ั ตอนในการวาดบานหลังท่สี องเปน อยา งไร และอยูท่ีตาํ แหนงใด ❍ ขั้นตอนในการวาดบา นหลงั ทสี่ ามเปน อยางไร และอยูท่ีตําแหนงใด ภาพที่ 1 ภาพตวั อยา งหมบู าน ปญ หาจากตัวอยา งที่ 1 นัน้ คอนขางงายและชดั เจนเนื่องจากมขี อกําหนดและผลลพั ธท่ี แนนอนปญ หาในชีวิตประจําวันมหี ลากหลาย เชน ในตอนน้ีนักเรียนสามารถบวกเลขสองหลัก 2 จํานวนเขา ดว ยกันไดงายดว ยตนเอง แตน อง ๆ ระดับอนุบาลอาจบวกเลขไดเพยี งหน่ึงหลัก นกั เรียน จะมวี ิธีการสอนนองอยางไรใหส ามารถบวกเลขสองหลกั ได วทิ ยาการเชงิ คํานวณ
บทเรยี นออนไลนอิเลก็ ทรอนิคส วิชา วิทยาการคํานวณ (ว22103) 6 นกั เรยี นจะสามารถแบงปญหาใหญข องการบวกเลขสองหลักเปนปญ หายอยไดดังนี้ ❍ บวกเลขหลกั หนวยเขา ดวยกันไดอ ยางไร ❍ บวกเลขหลักสบิ เขา ดว ยกนั ไดอยางไร ปญ หาบางประเภทสามารถแบง ออกเปน ปญหายอยที่อาจจะมีรูปแบบเดียวกันหรือคลายกนั นักเรียนสามารถนาํ รูปแบบกระบวนการแกปญหายอยปญหาหนึ่งไปประยุกตใชกบั การแกปญ หายอ ย อ่ืน ๆ ไดทําใหลดขั้นตอนในการออกแบบวิธีการแกปญหาได ตวั อยางท่ี 2 รปู แบบในภาพวาดหมูบาน จากปญหาภาพวาดในตัวอยางที่ 1 นกั เรียนอาจจะอธิบายคํา ตอบของปญ หายอยไดด ังนี้ ปญ หายอยที่ 1 ในภาพมบี า นกี่หลัง คําตอบ ในภาพมีบาน 3 หลัง ปญหายอยท่ี 2 ขน้ั ตอนในการวาดบานหลังแรกเปนอยางไร และอยทู ่ีตําแหนง ใด คําตอบ บานหลังแรกวาดตวั บานดว ยสเ่ี หลย่ี มจัตรุ ัสสเี หลืองขนาดดานละ 100 หนวย ตั้งอยู ตําแหนง มุมลา งซายท่ีพกิ ดั (0, 0) ดา นบนส่เี หล่ียมวาดหลงั คาดวยรปู สามเหลยี่ มดา นเทา สีมว งขนาด ดานละ 100 หนว ย ปญหายอยท่ี 3 ขัน้ ตอนในการวาดบานหลงั ทีส่ องเปนอยา งไร และอยูทต่ี ําแหนงใด คาํ ตอบ บานหลงั ทีส่ องวาดตัวบา นดวยสีเ่ หลย่ี มจตั ุรัสสีแดงขนาดดานละ 50 หนวย ต้ังอยู ตาํ แหนง มุมลา งซา ยที่พิกดั (120, 90) ดา นบนสเ่ี หลยี่ มวาดหลงั คาเปนรูปสามเหลย่ี มดา นเทาสเี ทา ขนาดดา นละ 50 หนวย ปญ หายอยที่ 4 ขนั้ ตอนในการวาดบานหลังทีส่ ามเปนอยางไร และอยูท ่ตี าํ แหนงใด คําตอบ บานหลงั ท่ีสามวาดตัวบา นดวยสี่เหลยี่ มจัตุรสั สีเขียว ขนาดดา นละ 80 หนวย ตัง้ อยตู าํ แหนง แมวากระบวนการขางตนสามารถส่ือความไดครบถวน และผูที่ นํา ไปปฏิบัติตามมีแนวโนมที่จะวาดภาพหมูบานไดใกลเคียงกับตนฉบับ แตเราสามารถทํากระบวนการนี้ใหกระชับข้ึนได โดยอาศัยการพิจารณา รูปแบบของบานทั้งสามหลังที่มีองคประกอบคลายกัน คือ มีตัวบาน หลงั คา ตําแหนงมมุ ลางซา ย และขนาดเปนองคป ระกอบหลัก ภาพท่ี 2 ภาพองคป ระกอบของบาน วิทยาการเชิงคาํ นวณ
บทเรียนออนไลนอเิ ล็กทรอนิคส วิชา วิทยาการคาํ นวณ (ว22103) 7 ปญหาประกอบไปดวยรายละเอยี ดที่หลากหลาย โดยมีท้ังราย ละเอยี ดทีจ่ าํ เปน และไมจ าํ เปนตอการแกปญ หา การคดิ เชงิ นามธรรมเปน การคัดแยกรายละเอยี ดท่ีไมจํา เปนออกจากปญหาที่พจิ ารณาอยูท ําให สามารถเขา ใจ วิเคราะห และออกแบบวธิ กี ารแกป ญ หาใน ภาพรวมไดงายขึน้ การคดิ เชิงนามธรรมยังรวมถึงการซอนรายละเอยี ด โดยการ แทนกลุมของปญหา ข้นั ตอน และกระบวนการที่มรี ายละเอียดปลกี ยอ ยหลายขน้ั ตอนใหเปน ขั้นตอน เดยี ว เพื่อใหส ามารถอธิบายวธิ กี ารแกป ญ หาไดก ระชบั ข้นึ ดังตัวอยา งตอไปนี้ ตวั อยา งที่ 3 การซอนรายละเอียดในการวาดภาพหมูบา น จากท่ีไดวเิ คราะหรูปแบบของบา นในตวั อยางท่ี 2 บา นแตล ะหลัง มีรูปแบบคลา ยกนั คอื มตี วั บา นและหลังคาที่มสี ีแตกตา งกันการซอนราย ละเอยี ดสามารถนาํ มาอธบิ ายการวาดบานแตล ะหลงั ได ดังน้ี การอธบิ ายปญ หาโดยใชรายละเอยี ด บา นหลงั แรกวาดตัวบา นดว ยสเ่ี หล่ยี มจัตุรัสสี เหลอื งขนาดดานละ 100 หนว ย ตง้ั อยูตาํ แหนง มุมลางซา ยท่พี ิกัด (0, 0) ดานบน ส่ีเหล่ียมวาดหลังคาดว ยรปู สามเหลย่ี มดานเทา สมี ว งขนาดดานละ 100 หนว ย การอธิบายปญ หาแบบซอนรายละเอียด บา นหลงั แรกมขี นาด 100 หนวย ตวั บาน สเี หลือง และหลังคาสมี ว ง ต้งั อยูทตี่ าํ แหนง (0, 0) สังเกตวา ในการซอนรายละเอยี ด นักเรียนไมตองระบุวาตวั บานเปน สี่เหลย่ี มจัตุรสั หลังคาเปน สามเหล่ยี มดา นเทา และตาํ แหนง หมายถงึ พิกัดมุมลางซา ย ซ่งึ จัดเปน ลกั ษณะทว่ั ไปของบา น นกั เรียนระบเุ พียงลักษณะเฉพาะของบา นวามีขนาดเทาใด ตวั บา นและหลงั คามสี อี ะไร และตั้งอยทู ี่ตําแหนง ใด การอธิบายปญหาโดยใชร ายละเอียด บานหลงั ที่สองวาดตัวบานดวยส่เี หล่ียมจัตรุ สั สี แดงขนาดดา นละ 50 หนว ย ตั้งอยตู ําแหนงมุมลา งซายที่พิกดั (120, 90) ดานบนของ สี่เหล่ียมวาดหลงั คาเปนรปู สามเหลยี่ มดานเทาสีเทาขนาดดานละ 50 หนว ย การอธิบายปญ หาแบบซอนรายละเอียด บานหลังที่สองมขี นาด 50 หนวย ตวั บาน สีแดง หลังคาสเี ทา ตั้งอยทู ต่ี ําแหนง (120, 90) การอธบิ ายปญหาโดยใชร ายละเอยี ด บา นหลังทีส่ ามวาดตัวบานดว ยส่ีเหล่ยี มจัตรุ ัสสี เขียวขนาดดานละ 80 หนวย ตงั้ อยตู าํ แหนง มุมลางซา ยท่ีพิกดั (200, 10) ดา นบน ส่เี หลีย่ มวาดหลงั คาเปน รปู สามเหลี่ยมดานเทาสีฟาขนาดดานละ 80 หนวย การอธิบายปญหาแบบซอนรายละเอียด บา นหลังทส่ี ามมีขนาด 80 หนว ย ตัวบา น สเี ขยี ว หลังคาสฟี า ตงั้ อยทู ี่ตําแหนง (200, 10) วทิ ยาการเชงิ คาํ นวณ
บทเรียนออนไลนอิเลก็ ทรอนิคส วิชา วิทยาการคํานวณ (ว22103) 8 ใหนกั เรียนตอบคําถาม10ตอไปน้ีใหถ กู ตอง 1. แนวคิดเชิงคํานวณ มคี วามหมายวา อยา งไร ตอบ ……………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………..………………………………………………………………………… 2. แนวคดิ เชงิ คํานวณท่สี ามารถนาํ ไปปฏบิ ัติได โดยบุคคลหรือคอมพวิ เตอรท ่ีถูกตองและแมน ยาํ เรียกวาอยา งไร ตอบ ……………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………..………………………………………………………………………… 3. การเขียนโปรแกรมคอมพวิ เตอรดวยแนวคดิ เชงิ คํานวณมีองคประกอบท่สี ําคัญอยูก่ีสว นและไดแก อะไรบาง ตอบ ……………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………..………………………………………………………………………… 4. แนวคดิ เชิงคาํ นวณมปี ระโยชนอ ยางไร ตอบ ……………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………..………………………………………………………………………… 5. การคดั เลอื กคุณลกั ษณะท่ีจําเปนตอ การแกปญหา เหมาะกบั รปู แบบขอมลู เปนอยางไร ตอบ ……………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………..………………………………………………………………………… คะแนนเต็ม 10 คะแนน คะแนนทไี่ ด ..................... คะแนน ผา น ไมผา น ต้ังใจทํากิจกรรม กนั นะคะนักเรยี น วทิ ยาการเชงิ คาํ นวณ
บทเรียนออนไลนอิเลก็ ทรอนิคส วิชา วทิ ยาการคาํ นวณ (ว22103) 9 ใหนักเรียนวิเคราะหขอ ความตอนแ้ี ล1ว 0ทําเคร่ืองหมายถกู และเครื่องหมายผิดตอไปนี้ ……………………. 1. การแบงปญหาใหญเปน ปญ หายอย คือ การแกป ญหาทมี่ ีความซับซอนทําไดย าก ……………………. 2. การพิจารณารูปแบบ คอื ปญ หายอยที่อาจจะมีรูปแบบเดยี วกันหรือคลา ยกนั ……………………. 3. การคดิ เชิงนามธรรม คอื รายละเอยี ดท่ีหลากหลายมที ้ังรายละเอยี ดที่จําเปน และ ไมจ ําเปนตอการแกป ญ หา ……………………. 4. การ Debugging คอื การแกไขจดุ บกพรอ งในกระบวนการคดิ เชงิ คํานวณ ……………………. 5.แนวคิดเชงิ นามธรรม เปน องคประกอบของแนวคิดเชิงคาํ นวณ ……………………. 6. การมุงเนนความสําคญั ของปญหา โดยไมส นใจรายละเอยี ดท่ไี มจ ําเปนสอดคลอ ง กบั แนวคิดเชิงรปู ธรรม ……………………. 7. การออกแบบลําดบั ขนั้ ตอนของการแกปญหาสอดคลองกับแนวคิดการแยกยอย ……………………. 8. แนวคิดเชงิ รูปธรรมเปน ทกั ษะยอยของแนวคิดเชิงคํานวณ ……………………. 9. แนวคิดเชงิ นามธรรม หมายถึง มงุ เนน ความสําคัญของปญหา โดยไมส นใจ รายละเอียดทไี่ มจ าํ เปน …………………….10. ประโยชนข องการคดิ เชิงคํานวณ คือ แกไขปญหาตาง ๆ ในชีวติ ไดอยางเปนระบบ และมีขนั้ ตอน คะแนนเตม็ 10 คะแนน คะแนนท่ีได ..................... คะแนน ผา น ไมผ าน วิทยาการเชงิ คาํ นวณ
บทเรยี นออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคส วชิ า วิทยาการคาํ นวณ (ว22103) 10 ใหน ักเรยี นบอกวธิ ีการแกป ญหาจากสถา1น0การณท่ีกําหนดให โดยใชแ นวคิดเชิงคํานวณ สถานการณ นักเรียนทุกคนยืนหันหลังใหผูอาน วิธีการแกปญหาโดยใชแ นวคิดเชงิ คํานวณ 1. แนวคดิ การแยกยอ ย แตกปญหาใหญใ หเ ปนปญ หายอ ย …………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………… ………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………… .…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………….………….……… 2. แนวคดิ การหารูปแบบทําความเขา ใจรปู แบบของปญ หา …………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………… ………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………… .…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………….………….……… 3. แนวคิดเชงิ นามธรรมเปน ความคดิ รวมยอดในการแกปญหา …………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………… ………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………… .…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………….………….……… 4. แนวคิดการออกแบบขัน้ ตอนวิธีเปน การออกแบบขัน้ ตอนในการแกปญ หา …………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………… ………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………… .…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………….………….……… คะแนนเต็ม 10 คะแนน คะแนนทไ่ี ด ..................... คะแนน ผาน ไมผ า น วทิ ยาการเชงิ คาํ นวณ
บทเรยี นออนไลนอิเล็กทรอนิคส วิชา วิทยาการคํานวณ (ว22103) 11 ใหน ักเรยี นปฏิบตั กิ จิ กรรมกล1ุม0ดังตอไปนี้ 1. ใหน ักเรียนแบง กลุมออกเปน กลมุ ละ 4-5 คน 2. ชว ยกนั สรปุ องคความรู 3. สรา งแผนทค่ี วามคดิ จากการสรุปองคค วามรู 4. สรุปองคค วามรูในสมุดบนั ทึกสว นตัว 5. นาํ เสนอแผนที่ความคดิ …………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………… ………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………… .…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………….………….……… …………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………… ………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………… .…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………….………….……… …………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………… ………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………… .…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………….………….……… …………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………… ………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………… .…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………….………….……… …………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………… ………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………… .…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………….………….……… …………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………… ………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………… .…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………….………….……… …………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………… ………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….…………………… .…………………….…………………….…………………….…………………….…………………….………….………….……… คะแนนเต็ม 15 คะแนน คะแนนทไ่ี ด ..................... คะแนน ผา น ไมผ า น วทิ ยาการเชิงคํานวณ
บทเรยี นออนไลนอิเลก็ ทรอนิคส วชิ า วทิ ยาการคาํ นวณ (ว22103) 12 แบบทดสอบหลังเรยี น เรือ่ ง วิทยาการเชิงคํานวณ คําชแี้ จง ใหน ักเรียนเลือกคําตอบท่ีถูกท่ีสดุ เพียงคําตอบเดยี วแลว ทําเคร่ืองหมาย X ลงในกระดาษคําตอบ 1. ขอ ใด คือ แนวคดิ เชิงคํานวณ ก. แนวคิดท่ีซับซอน ข. แนวคดิ ทสี่ ังเคราะหจ ากสมอง ค. แนวคดิ ทีใ่ ชก ารคิดวเิ คราะหข นั้ สูง ง. แนวคิดในการแกป ญหาอยางเปนระบบ 2. ขอ ใด ไมใช องคป ระกอบของแนวคิดเชิงคาํ นวณ ก. การหารูปแบบในการแกปญหา ข. การหาแนวคิดรวบยอดของปญ หา ค. การแตกปญหายอ ยออกเปนปญหาใหญ ง. การออกแบบลําดับขั้นตอนการแกป ญหา 3. การเขียนผงั งานโฟลวชารตเปน กระบวนการของขอใดในแนวคดิ เชงิ คาํ นวณ ก. การสรางรูปแบบการแกป ญหา ข. การหาแนวคิดรวบยอดของปญหา ค. การแตกปญหาออกเปน ลาํ ดับขน้ั ตอน ง. การออกแบบลําดับข้ันตอนการแกปญหา 4. ลาํ ดับแรกในการแกปญหา คือ ขอใด ก. เขยี นโปรแกรมการแกปญหา ข. กาํ หนดแนวคิดเชิงนามธรรม ค. ออกแบบขั้นตอนการแกปญหา ง. แตกปญหาใหญออกเปน ปญหายอย 5. ขนั้ ตอนตอไปหลงั จากตัดส่ิงท่ไี มจ าํ เปนสาํ หรับการแกปญหาออกไปแลว คอื ขอใด ก. วิเคราะหป ญหา ข. ออกแบบขน้ั ตอนวธิ ี ค. หารปู แบบการแกปญ หา ง. คิดรวบยอดปญหา วทิ ยาการเชิงคาํ นวณ
บทเรียนออนไลนอเิ ล็กทรอนิคส วชิ า วิทยาการคาํ นวณ (ว22103) 13 6. บคุ คลใดเม่ือพบปญ หาแลวแกป ญ หาตามแนวคิดเชงิ คํานวณ ก. แจนแตกปญหาใหญออกเปน ปญหายอย ข. จ๊บิ ออกแบบขนั้ ตอนการแกปญหา ค. จอยไมส นใจรายละเอียดที่ไมจาํ เปน เกี่ยวกบั ปญหา ง. จุมวเิ คราะหท ่มี าของปญหา 7. ขอ ใดสาํ คัญทส่ี ุดในการจดั เรยี งแถวตามลาํ ดบั ความสูงของนักเรยี น ก. เพศของนักเรยี น ข. ความสูงของนกั เรยี น ค. นาํ้ หนักของนกั เรยี น ง. เกรดเฉลี่ยของนักเรียน 8. “นุนตอ งการจดั เสือ้ ผา ทั้งหมดในตูเสื้อผา” นนุ ควรทําสงิ่ ใดเปน ลําดบั แรก ก. แยกเส้อื ผาตามประเภท ข. แบง กลุมเส้อื ผา ค. จัดเรยี งเสอื้ ผา เขาตเู ส้ือผา ง. ตง้ั วัตถุประสงคในการคนหา 9. ขอ ใดกลา วถึงแนวคิดเชงิ คํานวณ ไม ถกู ตอง ก. เปนการคิดเหมือนหุนยนต ข. เปน การแกป ญ หาทม่ี ลี ําดับขน้ั ตอนมี ค. แนวคิดเชิงนามธรรมเปนทักษะยอย ง. เปนวิธีการแกปญหาท่มี นุษยแ ละคอมพิวเตอรส ามารถเขาใจรว มกนั ได 10. ขอ ใด คอื การคดิ รวบยอดของปญหา โดยมงุ เนน เฉพาะสว นทสี่ ําคัญของปญ หา ก. แนวคดิ เชิงรปู ธรรม ข. แนวคดิ แยกยอย ค. แนวคดิ เชิงวิเคราะห ง. แนวคดิ เชิงนามธรรม วทิ ยาการเชิงคาํ นวณ
บทเรยี นออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคส วิชา วทิ ยาการคํานวณ (ว22103) 14 กระดาษคําตอบแบบทดสอบหลังเรียน เรอ่ื ง วิทยาการเชงิ คาํ นวณ คําชีแ้ จง ใหนักเรียนเลือกคําตอบท่ถี ูกทสี่ ดุ เพียงคําตอบเดยี วแลว ทําเครื่องหมาย X ลงในกระดาษคําตอบ ขอ ก ข ค ง 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. รวม คะแนนเต็ม 10 คะแนน คะแนนทไี่ ด ..................... คะแนน ผา น ไมผ า น วทิ ยาการเชิงคาํ นวณ
บทเรยี นออนไลนอิเลก็ ทรอนิคส วชิ า วทิ ยาการคาํ นวณ (ว22103) 15 ภาคผนวก วทิ ยาการเชิงคาํ นวณ
บทเรียนออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคส วิชา วิทยาการคํานวณ (ว22103) 16 ใหนักเรียนตอบคาํ ถาม10ตอไปน้ีใหถูกตอง 1. แนวคิดเชิงคาํ นวณ มคี วามหมายวา อยางไร ตอบ เปน กระบวนการวิเคราะหป ญ หา เพอ่ื ใหไดแ นวทางการหาคําตอบอยา งเปน ขั้นตอน 2. แนวคดิ เชงิ คํานวณท่ีสามารถนาํ ไปปฏบิ ัติได โดยบคุ คลหรอื คอมพิวเตอรท ี่ถูกตองและแมนยํา เรยี กวา อยา งไร ตอบ อลั กอริทมึ 3. การเขียนโปรแกรมคอมพวิ เตอรด วยแนวคดิ เชิงคํานวณมีองคประกอบทีส่ าํ คญั อยูกส่ี วนและไดแก อะไรบาง ตอบ มี 4 สว น ไดแก 1. การแบงปญหาใหญเ ปนปญหายอย 2. การพิจารณารปู แบบ 3. การคิดเชิงนามธรรม 4. การออกแบบอลั กอรทิ ึม 4. แนวคดิ เชงิ คาํ นวณมีประโยชนอยา งไร ตอบ แกไ ขปญ หาตา ง ๆ ในชีวติ ไดอยางเปน ระบบและมีข้ันตอน 5. การคดั เลือกคุณลักษณะท่ีจําเปน ตอการแกปญหา เหมาะกับรูปแบบขอมลู เปน อยางไร ตอบ รายละเอยี ดจํานวนมากและขอมูล วทิ ยาการเชงิ คํานวณ
บทเรยี นออนไลนอิเล็กทรอนิคส วชิ า วทิ ยาการคํานวณ (ว22103) 17 ใหนกั เรยี นวเิ คราะหขอ ความตอ นแ้ี ล1ว0ทําเคร่ืองหมายถูก และเครอื่ งหมายผดิ ตอไปน้ี ……….………. 1. การแบง ปญหาใหญเ ปน ปญหายอย คือ การแกป ญหาท่มี ีความซับซอนทาํ ไดยาก ……….………. 2. การพิจารณารูปแบบ คือ ปญหายอยที่อาจจะมีรปู แบบเดียวกนั หรือคลา ยกนั ……….………. 3. การคิดเชิงนามธรรม คือ รายละเอยี ดท่ีหลากหลายมที ัง้ รายละเอียดท่ีจําเปน และ ไมจ าํ เปนตอการแกปญ หา ……….………. 4. การ Debugging คอื การแกไขจดุ บกพรองในกระบวนการคดิ เชิงคํานวณ ……….………. 5.แนวคิดเชิงนามธรรม เปน องคประกอบของแนวคิดเชิงคาํ นวณ ……….………. 6. การมงุ เนนความสําคญั ของปญหา โดยไมส นใจรายละเอียดทไี่ มจําเปนสอดคลอง กบั แนวคดิ เชงิ รูปธรรม ……….………. 7. การออกแบบลําดับขน้ั ตอนของการแกปญหาสอดคลองกบั แนวคิดการแยกยอ ย ……….………. 8. แนวคิดเชงิ รูปธรรมเปน ทักษะยอ ยของแนวคิดเชงิ คาํ นวณ ……….………. 9. แนวคดิ เชิงนามธรรม หมายถึง มุงเนนความสําคญั ของปญ หา โดยไมสนใจ รายละเอียดทไ่ี มจ าํ เปน ……….……. 10. ประโยชนข องการคิดเชงิ คาํ นวณ คือ แกไ ขปญหาตา ง ๆ ในชีวติ ไดอยางเปนระบบ และมีขน้ั ตอน วิทยาการเชงิ คํานวณ
บทเรยี นออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคส วชิ า วทิ ยาการคาํ นวณ (ว22103) 18 ใหน กั เรยี นบอกวิธกี ารแกปญ หาจากสถา1น0การณทีก่ ําหนดให โดยใชแ นวคิดเชงิ คํานวณ สถานการณ นักเรยี นทุกคนยืนหันหลงั ใหผ ูอา น วธิ กี ารแกป ญหาโดยใชแนวคิดเชิงคาํ นวณ 1. แนวคดิ การแยกยอย แตกปญหาใหญใ หเปน ปญหายอ ย 1.1 กําหนดใหนักเรยี นซายมือสดุ เปนตาํ แหนงหลัก 1.2 แบงนกั เรียนเปน 2 กลุม สงู กวาตําแหนงหลักใหอยูด า นขวาสูงนอยกวา ตาํ แหนง หลักใหอยูดานซาย 1.3 ทกุ กลุมทาํ ซํา้ ตามขอ 1 และขอ 2 จนไมสามารถแบงกลมุ ไดอ ีก 2. แนวคดิ การหารูปแบบทําความเขา ใจรูปแบบของปญ หา นกั เรยี นทม่ี คี วามสูงนอยกวานกั เรยี นที่เปน ตําแหนง หลัก นักเรียนทเี่ ปน ตําแหนงหลัก นักเรยี นทมี่ คี วามสูงเทา กบั หรอื มากกวานกั เรยี นทีเ่ ปนตําแหนง หลกั 3. แนวคิดเชงิ นามธรรมเปนความคดิ รวมยอดในการแกปญหา 3.1 เรียงลําดับความสูง วิทยาการเชงิ คาํ นวณ
บทเรยี นออนไลนอเิ ล็กทรอนิคส วิชา วิทยาการคาํ นวณ (ว22103) 19 3.2 นักเรียนทมี่ ีความสงู นอ ยกวา จะอยูดานซายของนักเรียนที่สูงมากกวาเสมอ 3.3 ไมนําสง่ิ อ่ืน ทไ่ี มใ ชความสงู มาเปน เกณฑในการกาํ หนด เชน เพศ อายุ น้าํ หนกั X X X X สวนสูง ช่ื เพศ อายุ นา้ํ หนัก 4. แนวคิดการออกแบบขนั้ ตอนวิธเี ปน การออกแบบขน้ั ตอนในการแกปญหา 4.1 กําหนดนกั เรียนดานซายมือสุดใหเ ปน ตาํ แหนงหลกั ตาํ แหนงหลกั 4.2 สูงกวาตาํ แหนง หลักใหไปต้ังแถวขวามือสูงนอ ยกวา ตาํ แหนง หลกั ใหไ ปต้ังแถว ซา ยมือ ตาํ แหนงหลกั กลมุ ที่ 1 กลมุ ที่ 2 วทิ ยาการเชงิ คํานวณ
บทเรียนออนไลนอิเล็กทรอนิคส วชิ า วทิ ยาการคํานวณ (ว22103) 20 4.3 แตละกลมุ ทําซ้ําตามขอ 1 และขอ 2 ตาํ แหนงหลักของกลุม ท่ี 2 ตําแหนงหลักของกลุม ที่ 1 กลมุ ท่ี 1 กลมุ ที่ 2 4.4 เมื่อทําซาํ้ ๆ จนไมส ามารถแบงกลุมไดอีก จะไดแถวนักเรยี นเรียงลําดับความสงู จาก นอยไปมาก วทิ ยาการเชิงคาํ นวณ
บทเรียนออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคส วิชา วิทยาการคํานวณ (ว22103) 21 ใหน ักเรียนปฏิบตั ิกจิ กรรมกล1ุม0ดังตอ ไปนี้ 1. ใหนกั เรียนแบง กลุมออกเปน กลุมละ 4-5 คน 2. ชวยกนั สรปุ องคความรู 3. สรา งแผนที่ความคิดจากการสรุปองคความรู 4. สรปุ องคค วามรใู นสมดุ บนั ทึกสวนตวั 5. นําเสนอแผนท่คี วามคิด เกณฑการใหค ะแนน คาํ ชแ้ี จง โปรดทําเคร่ืองหมาย ลงในชอ งวา งตามระดับคะแนนที่เปนจริง ระดบั คะแนน 3 ระดบั ดังน้ี 3 คะแนน หมายถึง ดี 2 คะแนน หมายถงึ พอใช 1 คะแนน หมายถึง ควรปรับปรงุ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน หมายเหตุ 1. สรปุ องคประกอบความรไู ดชัดเจนและครบถว น 321 2. บอกความสาํ คญั ไดตรงประเดน็ 3. สะอาด เรยี บรอย และสวยงาม 4. ความคิดสรา งสรรค 5. ความกลา แสดงออกในการนาํ เสนองาน รวม เกณฑการใหคะแนน 12-15 คะแนน หมายถึง ดี 8-11 คะแนน หมายถึง พอใช ต่าํ กวา 8 คะแนน หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ ลงชอื่ ………………………………………..ผบู ันทึก (…………………………………….) วิทยาการเชิงคํานวณ
บทเรยี นออนไลนอเิ ล็กทรอนิคส วิชา วทิ ยาการคํานวณ (ว22103) 22 เฉลยกระดาษคาํ ตอบแบบทดสอบกอ นและหลังเรยี น เร่ือง วทิ ยาการเชงิ คํานวณ คําชีแ้ จง ใหนักเรียนเลือกคําตอบที่ถูกท่ีสดุ เพียงคําตอบเดียวแลวทําเครื่องหมาย X ลงในกระดาษคาํ ตอบ ขอ ก ข ค ง ขอ ก ข ค ง 1. × 1. × 2. × 2. × 3. × 3. × 4. × 4. × 5. × 5. × 6. × 6. × 7. × 7. × 8. × 8. × 9. × 9. × 10. × 10. × รวม รวม วทิ ยาการเชิงคํานวณ
บทเรียนออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคส วชิ า วิทยาการคํานวณ (ว22103) 23 แบบบันทกึ ผลการเรยี นรู เรอ่ื ง วทิ ยาการเชงิ คาํ นวณ คําชี้แจง โปรดบันทึกคะแนนทีไ่ ดร ะหวางเรยี นท้งั หมดลงในตาราง การประเมนิ คะแนนเต็ม คะแนนทไ่ี ด แบบทดสอบกอนเรียน 10 คะแนนทไ่ี ด แบบทดสอบหลังเรียน 10 เกณฑการประเมนิ นกั เรียนตองไดคะแนน รอ ยละ 80 ขึ้นไป ผา น ไมผา น การประเมนิ คะแนนเต็ม กจิ กรรมที่ 1 10 กจิ กรรมท่ี 2 10 กิจกรรมที่ 3 10 กิจกรรมที่ 4 15 45 รวม เกณฑการประเมนิ นักเรยี นตองไดค ะแนน รอ ยละ 80 ข้ึนไป ผาน ไมผาน ลงช่ือ………………………………………..ผูบนั ทกึ (…………………………………….) วทิ ยาการเชิงคาํ นวณ
บทเรยี นออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคส วิชา วิทยาการคาํ นวณ (ว22103) 24 บรรณานุกรม กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2551). หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพช ุมชุมสหกรณ. ______. (2552). แนวทางการจัดการเรยี นรู ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551. กรงุ เทพฯ : ชมุ นุมสหกรณก ารเกษตรแหงประเทศไทย. ______. (2552). แนวการวดั ผลและประเมนิ ผลการเรยี นรู ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษา ขัน้ พน้ื ฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย. ______. (2552). มาตรฐานและตวั ช้ีวัด ตามกลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตร หลกั สูตรแกนกลาง การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551. กรงุ เทพฯ : ชุมนมุ สหกรณการเกษตรแหง ประเทศไทย. โกสันต เทพสทิ ธิทรากรณ. (2562). หนงั สอื เรยี น รายวิชาวทิ ยาศาสตรฯ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคํานวณ) ม.2. กรุงเทพฯ : แม็คเอด็ ดูเคชนั่ ชนนิ ทร เฉลิมสุข และ อภิชาติ คาํ ปลิว. (2562). เทคโนโลย(ี วิทยาการคาํ นวณ) ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 2. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พอกั ษรเจริญทัศน. สถาบนั สงเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี. (2562). เทคโนโลยี (วิทยาการคํานวณ) ชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 2 : หนังสือเรยี นรายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ แหงจฬุ าลงกรณมหาวิทยาลยั . วทิ ยาการเชงิ คํานวณ
บทเรียนออนไลนอเิ ลก็ ทรอนิคส วชิ า วทิ ยาการคาํ นวณ (ว22103) 25 ประวัติยอ ผูจ ัดทาํ ชือ่ – สกุล นางอรุณี สุเมธโสภณ วนั เดือน ปเกิด 18 มกราคม พ.ศ.2519 ทอี่ ยูปจ จุบนั 695/11 หมทู ่ี 10 ตาํ บลวัฒนานคร อาํ เภอวฒั นานคร จังหวดั สระแกว ตําแหนง ครชู ํานาญการพิเศษ สถานที่ทํางานปจ จบุ ัน โรงเรียนวฒั นานคร อําเภอวัฒนานคร จังหวดั สระแกว เบอรโทร 094-781-5856 E-mail [email protected] ประวัตกิ ารศึกษา พ.ศ. 2524 – 2530 -ชน้ั ประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรยี นหนองโตง จังหวดั สรุ นิ ทร พ.ศ. 2530 – 2536 -ชัน้ มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนสิรนิ ธร จงั หวดั สรุ ินทร พ.ศ. 2541 – 2544 -ครศุ าสตรบัณฑิต สาขาวชิ าคอมพิวเตอรศึกษา สถาบนั การศึกษา มหาวทิ ยาลัยราชภัฎสุรินทร จงั หวัดสรุ ินทร พ.ศ. 2556 – 2557 -ศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการบรหิ ารการศึกษา สถาบนั การศึกษา มหาวทิ ยาลยั ปทมุ ธานี วิทยาการเชิงคาํ นวณ
บทเรียนออนไลนอิเล็กทรอนิคส วชิ า วทิ ยาการคาํ นวณ (ว22103) 26 วิทยาการเชงิ คํานวณ
Search
Read the Text Version
- 1 - 36
Pages: