Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วันธงชาติไทย 28 กันยายน ประวัติธงชาติไทย

วันธงชาติไทย 28 กันยายน ประวัติธงชาติไทย

Published by chonthioha_bum, 2020-09-28 04:44:25

Description: ธงชาติไทย ประวัติความเป็นมาอย่างไร วันนี้เรามีข้อมูลตั้งแต่ธงสีแดงจนถึงธงไตรรงค์ ที่ทำให้เกิดเป็นวันพระราชทานธงชาติไทย 28 กันยายน
-----------------------------------

Search

Read the Text Version

ธงชาตไิ ทย ประวตั คิ วามเปน็ มาอย่างไร วนั นเี้ รามีข้อมูล ตั้งแตธ่ งสีแดงจนถึงธงไตรรงค์ ทท่ี าให้เกดิ เปน็ วันพระราชทานธงชาติ ไทย 28 กันยายน มาฝาก ส่งเสริมการอา่ นโดยห้องสมดุ ประชาชนอาเภอคาเขื่อนแก้วและห้องสมดุ ประชาชนเฉลิมราชกุมารี จงั หวัดยโสธร ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอคาเขอื่ นแกว้ ตาบลลุมพุก อาเภอคาเขื่อนแก้ว จังหวดั ยโสธร

ธงชาติ เปน็ สัญลักษณส์ าคัญอนั แสดงถงึ ความเปน็ ชาตขิ องประเทศน้ัน ๆ ซงึ่ ประเทศ ไทยมกี ารใช้ธงชาตมิ านานนับรอ้ ยปแี ล้ว โดยมี ววิ ัฒนาการเรอื่ ยมา กระทง่ั เปน็ \"ธงไตรรงค\"์ สี แดง ขาว นา้ เงิน ดังเช่นปัจจุบัน กลา่ วได้ว่า ธง ชาตไิ ทย ในแต่ละยคุ สมัยมีบทบาทสาคัญตอ่ เหตุการณท์ างประวตั ศิ าสตร์ในยคุ นนั้ ทีค่ นรุ่น หลังควรศึกษาและเรยี นรู้ ดว้ ยเหตนุ ้ี รัฐบาลจงึ มีมติเห็นชอบกาหนดใหว้ นั ท่ี 28 กันยายน ของทกุ ปี เป็น “วนั พระราชทานธงชาตไิ ทย\" (Thai National Flag Day) เพ่ือระลึกถึงความ เปน็ มาของธงชาติไทย โดยเริม่ ปีแรกในวนั ที่ 28 กนั ยายน พ.ศ. 2560 ดงั น้ัน วันนี้เราจะพาทุกคนไปย้อนดจู ดุ กาเนิดของธงชาตไิ ทย สง่ เสริมการอา่ นโดยหอ้ งสมุดประชาชนอาเภอคาเขอ่ื นแก้วและห้องสมดุ ประชาชนเฉลมิ ราชกุมารี จงั หวดั ยโสธร

ประวัติธงชาตไิ ทย ตามหลักฐานต่าง ๆ รวมทง้ั จดหมายเหตุของฝรงั่ เศส ทาใหเ้ ราทราบ ข้อมลู ว่า ธงชาตไิ ทยผืนแรกถือกาเนดิ ขนึ้ ในสมยั กรุงศรอี ยุธยา โดยใช้เปน็ สญั ลักษณใ์ นการคา้ ขายทางเรือในช่วงรชั กาลสมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช ซ่งึ ธงชาตไิ ทย ผืนแรกนนั้ เป็นธงผา้ สแี ดงเกลี้ยง โดยมเี ร่อื งเลา่ ว่า มีเรอื สนิ ค้าของฝรัง่ เศสแลน่ เขา้ มาถึง ปอ้ มของไทย แต่ไทยชักธงชาตฮิ อลันดาขึ้นรบั เพราะวา่ ไทยไมม่ ีธงชาตเิ ปน็ ของตัวเอง ดว้ ย ความทีฮ่ อลนั ดากับฝรงั่ เศสไมค่ ่อยจะลงรอยกัน เรือฝร่ังเศสก็เลยไม่ยอมยิงสลุตรบั ธง ฮอลันดา (ยงิ สลตุ คอื การยิงดนิ ปนื ออกจากปืนใหญท่ ้ังหมด เพ่อื แสดงความบรสิ ุทธิ์ใจวา่ มาอย่างเป็นมิตร) ฝา่ ยไทยจึงตอ้ งแกด้ ้วยการนาธงสีแดงเกลี้ยงข้ึนแทนธงชาติ เรือฝรงั่ เศส จงึ ยอมยิงสลตุ ตง้ั แตน่ ั้นไทยจึงถอื ว่าธงสีแดงเปน็ ธงชาติ ส่งเสรมิ การอ่านโดยหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอคาเขือ่ นแก้วและห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี จงั หวดั ยโสธร

ตอ่ มาในสมัยกรุงธนบรุ ีและกรุงรตั นโกสนิ ทร์ ก็มีธงพ้ืนแดงทมี่ รี ปู จกั รสขี าวติดไว้กลาง ธงแดงเพิ่มขึ้นอกี หนึ่งผนื ซง่ึ ธงชาติผนื น้ีจะใชเ้ ฉพาะเรือหลวงเท่าน้นั ทว่าสาหรับเรือ ค้าขายของราษฎรท่วั ไปยังคงใช้ธงสีแดงเกลี้ยงกันอยู่ และยงั คงใชต้ อ่ ไปจนถงึ สมยั รัชกาลของพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหล้านภาลยั โดยในยุคน้นั ก็มกี ารเปลีย่ นแปลงธงเรือหลวงเพมิ่ ขนึ้ ด้วยการนารูปช้างเผอื ก ไว้กลางวงจกั ร เนอ่ื งจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หล้านภาลัยทรงได้ช้างเผือกมา 3 เชอื ก ซ่งึ ตามประเพณไี ทยถือว่าเป็นเกยี รตยิ ศอยา่ งยิ่ง จึงนบั ว่าธงชาตไิ ทยผืนที่ 3 คือธงพนื้ แดง มรี ปู จกั รและช้างเผอื กอยู่ตรงก่ึงกลาง สง่ เสริมการอ่านโดยห้องสมุดประชาชนอาเภอคาเขอ่ื นแก้วและห้องสมุดประชาชนเฉลมิ ราชกุมารี จังหวัดยโสธร

ถดั มาในช่วงรชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจ้าอย่หู ัว ซง่ึ ไดท้ าหนังสอื สัญญาคา้ ขายกับชาวตะวนั ตกใน พ.ศ. 2398 พระองคท์ ่านจึงมพี ระราชดาริใหใ้ ชธ้ ง เรือหลวงเป็นธงชาติ แตโ่ ปรดเกล้าฯให้นาเอารูปจักรออกเสีย เพราะเปน็ เครอ่ื งหมาย เฉพาะพระเจา้ แผ่นดนิ คงไวแ้ ต่รปู ช้างเผอื กอยู่กลางธงแดง และยกเลกิ การใช้ธงสีแดง เกลี้ยงอกี ตอ่ ไป กระทัง่ มาถงึ ชว่ งรชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยูห่ วั ได้ทรง พระราชดาริใหแ้ ก้ไขธงชาติไทย โดยเปล่ียนใหใ้ ช้ธงพื้นแดง ตรงกลางเป็นรูปชา้ งเผือก ทรงเครื่องยนื แทน่ หันหลังเข้าเสา และออกประกาศบงั คับใช้ธงชาติผนื นี้ เมอ่ื วนั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2459 เป็นต้นไป ส่งเสริมการอ่านโดยหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอคาเขอ่ื นแก้วและห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี จังหวดั ยโสธร

และในปี 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยหู่ ัวทรงพระราชดาริให้ เปลี่ยนแปลงธงชาติไทยอกี ครง้ั เพอื่ เพ่ิมความก้าวหนา้ เนื่องจากเข้ารว่ มรบกบั ฝา่ ย สมั พนั ธมติ ร และต้องการใหธ้ งชาตไิ ทยมลี ักษณะคล้าย ๆ กับธงชาติของประเทศอน่ื ๆ ในชว่ งนั้น โดยเป็นธงพน้ื รว้ิ ขาว แดง แต่ก็ไดเ้ พิ่มสนี า้ เงินเขา้ ไปด้วยอีกสีหนึ่ง เพราะ สีนา้ เงินถือเปน็ สีประจาพระองค์ ซงึ่ ธงในปี 2460 ก็คือธงไตรรงค์ทเ่ี ราใช้ต่อเน่อื งมา จนถงึ ปจั จบุ นั นน่ั เอง (มกี ารปรบั ขนาดเล็กน้อยในสมยั รชั กาลที่ 8) สง่ เสรมิ การอา่ นโดยห้องสมดุ ประชาชนอาเภอคาเข่อื นแกว้ และห้องสมดุ ประชาชนเฉลมิ ราชกุมารี จงั หวดั ยโสธร

ประวัตธิ งชาตไิ ทย ธงชาติไทย หรอื ธงไตรรงค์ ในปจั จบุ นั เปน็ ธงสี่เหลย่ี มผนื ผา้ กวา้ ง 6 สว่ น ยาว 9 สว่ น แบ่งดา้ นยาวออกเป็น 5 แถบ แถบตรงกลางเปน็ สีน้าเงนิ แก่ กว้าง 2 สว่ น ถดั จากแถบสีน้าเงนิ แกท่ ั้ง 2 ขา้ ง เป็นสีขาว กว้างข้างละ 1 สว่ น และตอ่ จากแถบสี ขาวทั้ง 2 ข้าง เป็นแถบสีแดง กวา้ งขา้ งละ 1 ส่วน โดยพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยหู่ วั รชั กาลท่ี 6 ทรงกาหนด ความหมายของสธี งไตรรงคแ์ บบไมเ่ ปน็ ทางการในพระราชนิพนธ์ เรอื่ ง เคร่ืองหมายแห่งไตรรงค์ ไว้ว่า สแี ดง หมายถึง เลอื ดอนั ยอมพลีใหแ้ กช่ าติ สีขาว หมายถงึ ความบรสิ ุทธิแ์ ห่งธรรมะอนั เปน็ หลักคาสอนทาง พระพุทธศาสนา สนี า้ เงิน หมายถงึ สสี ่วนพระองคข์ ององคพ์ ระมหากษตั รยิ ์ สง่ เสริมการอา่ นโดยหอ้ งสมุดประชาชนอาเภอคาเขอื่ นแก้วและห้องสมุดประชาชนเฉลมิ ราชกุมารี จังหวัดยโสธร

โดยตอ่ มาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจา้ อยหู่ ัว รชั กาลท่ี 7 โปรดเกลา้ ฯ ใหม้ ี บนั ทกึ เรอื่ งธงชาติ โดยให้ยึดเอาธงไตรรงค์เป็นธงชาตไิ ทยตง้ั แต่นน้ั มา เพอ่ื จะได้ไมต่ ้อง เกดิ ความสับสนกับต่างประเทศ และจะไดไ้ ม่ตอ้ งเปลีย่ นแปลงธงชาติบอ่ ย ๆ จึงได้ กาหนดความหมายของธงไตรรงคใ์ ห้ชัดเจน แตก่ ค็ รอบคลุมอุดมการณ์เดิมของ รชั กาลที่ 6 เอาไวด้ ้วย ดงั นี้ สแี ดง หมายถงึ ชาติ (ประชาชน) สีขาว หมายถึง ศาสนา (ไม่ได้เน้นศาสนาใดโดยเฉพาะ) สนี ้าเงนิ หมายถงึ พระมหากษัตรยิ ์ ซ่งึ ความหมายนี้ก็ใชส้ ืบทอดมาจนถึงปัจจบุ นั ส่งเสรมิ การอา่ นโดยหอ้ งสมุดประชาชนอาเภอคาเข่อื นแก้วและห้องสมดุ ประชาชนเฉลมิ ราชกุมารี จังหวดั ยโสธร

ความสาคัญของธงชาติไทย ธงชาตเิ ป็นสัญลกั ษณ์ทแ่ี สดงความเป็นชาติของประเทศตา่ ง ๆ ซ่ึงแต่ละ ประเทศก็จะมสี ที ีแ่ ตกตา่ งกันออกไป แต่บางทีก็มคี ล้ายกนั บ้าง โดยประเทศไทยใชธ้ ง ไตรรงค์ หรือธงชาตไิ ทย เป็นสัญลกั ษณท์ บี่ ่งบอกถงึ เอกลกั ษณ์และศักดศิ์ รคี วามเปน็ ไทย อกี ท้ังยงั มคี วามหมายถงึ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ จึงถอื ได้ว่าธงชาตไิ ทย น้ันมีความศกั ดิ์สิทธิ์ ตอ้ งไดร้ ับความเคารพ และเป็นเคร่ืองยดึ เหน่ยี วจติ ใจของคนใน ชาติ สง่ เสรมิ การอ่านโดยหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอคาเขื่อนแก้วและห้องสมดุ ประชาชนเฉลมิ ราชกุมารี จงั หวัดยโสธร

ธงชาตไิ ทย กับววิ ฒั นาการในแตล่ ะยุคสมัย 1. ธงพนื้ แดงเกลี้ยง 2. ธงพืน้ แดง มีรปู วงจกั รสีขาวตรงกลาง (สมัยอยธุ ยา - พ.ศ. 2398) (พ.ศ. 2325-2360) สง่ เสรมิ การอา่ นโดยหอ้ งสมุดประชาชนอาเภอคาเข่อื นแก้วและห้องสมุดประชาชนเฉลมิ ราชกุมารี จงั หวัดยโสธร

3. ธงพื้นแดง มรี ปู ชา้ งเผือกอยู่ขา้ งใน 4. ธงพ้ืนแดง มีรูปช้างเผอื กหนั หน้าเข้า วงจกั รสีขาวตรงกลาง หาเสาธงอยู่ตรงกลาง (พ.ศ. 2360-2398) (พ.ศ. 2398-2459) ส่งเสริมการอา่ นโดยห้องสมุดประชาชนอาเภอคาเข่อื นแกว้ และห้องสมดุ ประชาชนเฉลิมราชกุมารี จังหวดั ยโสธร

5. ธงพ้ืนแดง มรี ปู ช้างเผอื กทรงเคร่ืองยืน 6. ธงแดงขาว 5 รว้ิ (พ.ศ. 2459) บนแทน่ หันหนา้ เขา้ หาเสาธงอยู่ตรงกลาง (พ.ศ. 2459-2460) ส่งเสรมิ การอา่ นโดยหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอคาเขื่อนแกว้ และห้องสมดุ ประชาชนเฉลมิ ราชกุมารี จงั หวดั ยโสธร

7. ธงไตรรงค์ (พ.ศ. 2460 - ปัจจบุ ัน) สง่ เสริมการอา่ นโดยหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอคาเขื่อนแกว้ และห้องสมุดประชาชนเฉลมิ ราชกุมารี จงั หวดั ยโสธร

พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หัวทรงพระราชดาริใหเ้ ปลีย่ นแปลงธง ชาตไิ ทยอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2460 เพ่อื เพ่มิ ความก้าวหนา้ เนือ่ งจากเข้ารว่ มรบกับฝ่าย สัมพนั ธมิตร และตอ้ งการให้ธงชาตไิ ทยมีลกั ษณะคลา้ ยกับธงชาติของประเทศอื่นๆ คือ มี 3 สี ฉะนัน้ ธงชาตไิ ทยจงึ เปลย่ี นเป็นรปู สเ่ี หลีย่ มรี มแี ถบสีแดง สีขาว สนี า้ เงนิ สีขาว และสแี ดง เรียงกันลงไป โดยแถบสแี ดงและสขี าวมีขนาดเทา่ กนั สว่ นแถบสนี า้ เงนิ จะมขี นาดใหญ่กวา่ สีทง้ั สอง 1 สว่ น โดยหลงั จากนน้ั ในปพี ุทธศกั ราช 2479 สมัยพระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรมหาอานันทมหดิ ล รัชกาลท่ี 8 ก็ได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมใหต้ รา พระราชบัญญัติธงขน้ึ ใหม่ โดยอธบิ ายลักษณะธงชาตไิ วว้ า่ ธงชาตเิ ป็นรปู สเ่ี หล่ียม มี ขนาดกว้าง 6 ส่วน ยาว 9 ส่วน ดา้ นกว้าง 2 ใน 6 ส่วน ตรงกลางเปน็ สขี าบ ออกไปทั้ง 2 ข้าง ข้างละ 1 ใน 6 ส่วน เป็นสีขาว ต่อจากสีขาวออกไปท้ัง 2 ขา้ งเปน็ แถบสีแดง สง่ เสริมการอา่ นโดยหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอคาเขอ่ื นแก้วและห้องสมุดประชาชนเฉลมิ ราชกุมารี จังหวัดยโสธร

อยา่ งไรกต็ าม ลกั ษณะของธงชาติไทยในปจั จบุ ันปรากฏตามความในหมวด 1 มาตรา 5 (1) แห่งพระราชบัญญัตธิ ง พ.ศ. 2522 โดยกาหนดไวว้ ่า ธงชาตมิ ลี กั ษณะ เปน็ รูปส่ีเหล่ียมผนื ผา้ กวา้ ง 6 ส่วน ยาว 9 สว่ น ด้านกว้างแบง่ เปน็ 5 แถบ ตลอด ความยาวของผืนธง ตรงกลางเปน็ สีน้าเงนิ แก่ กวา้ ง 2 สว่ น ต่อจากแถบสนี ้าเงินแก่ ออกไปทงั้ 2 ข้างเป็นแถบสขี าว กวา้ งข้างละ 1 ส่วน และต่อจากแถบสขี าวออกไปทั้ง 2 ข้าง เปน็ แถบสแี ดง กว้างขา้ งละ 1 ส่วน อย่างทเี่ ราเห็นธงไตรรงค์แหง่ ชาติไทย ณ ปัจจบุ นั กนั นั่นเอง ส่งเสรมิ การอ่านโดยหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอคาเขื่อนแกว้ และห้องสมุดประชาชนเฉลมิ ราชกุมารี จงั หวัดยโสธร

ขอบคุณขอ้ มลู ดๆี สนใจอ่านข้อมูลเพม่ิ เตม็ ไดท้ ่ี www.kapook.com ส่งเสริมการอา่ นโดยหอ้ งสมุดประชาชนอาเภอคาเขอื่ นแกว้ และห้องสมดุ ประชาชนเฉลิมราชกุมารี จังหวดั ยโสธร

ตดิ ตามขอ้ มลู ข่าวสารไดท้ ี่ facebook กศน. อาเภอคาเขอ่ื นแกว้ เวบ็ ไซต์ กศน. อาเภอคาเขอ่ื นแกว้ facebook หอ้ งสมดุ ประชาชน เวบ็ ไซต์ห้องสมดุ ประชาชน อาเภอคาเข่อื นแก้ว อาเภอคาเข่อื นแก้ว ส่งเสริมการอ่านโดยหอ้ งสมดุ ประชาชนอาเภอคาเขื่อนแก้วและห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี จงั หวดั ยโสธร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook