Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รหัสวิชา ทช31002 รายวิชา สุขศึกษา เรื่อง ระบบต่างๆในร่างกายมนุษย

รหัสวิชา ทช31002 รายวิชา สุขศึกษา เรื่อง ระบบต่างๆในร่างกายมนุษย

Published by chonthioha_bum, 2020-04-24 03:38:28

Description: บทที่ 1 ระบบย่อยอาหาร

Search

Read the Text Version

กศน.อาเภอคาเข่อื นแกว้ สงั กดั สานักงาน กศน.จังหวดั ยโสธร “จัดทาสื่อการเรียนการสอนออนไลน์” ผ่านระบบ E-BOOK เอกสารนใ้ี ช้สาหรับประกอบการเรียนการสอนเท่านน้ั

สอื่ การเรียนการสอน ทกั ษะการดาเนนิ ชีวติ (มธั ยมปลาย) เรื่อง ระบบต่างๆในร่างกายมนษุ ย์ รหัสวิชา ทช31002 รายวชิ า สุขศกึ ษา โดย กศน.อาเภอคาเขอ่ื นแก้ว สังกัดสานักงาน กศน.จงั หวดั ยโสธร

การทางานของระบบในร่างกาย

บทที่ 1 ระบบย่อยอาหาร เอกสารน้ใี ช้สาหรบั ประกอบการเรียนการสอนเท่านน้ั หน้าท่ี 1

ระบบตา่ งๆในร่างกายมนษุ ย์ โครงสรา้ งการทางานของร่างกายมนุษย์ ในการศึกษาทางจติ วิทยา จาเปน็ อย่าง ยงิ่ ท่ีจะทาความเข้าใจเกยี่ วกบั พฤติกรรมตา่ ง ๆ ของ มนุษย์ ซึง่ การที่มนุษย์จะแสดง พฤตกิ รรมใด ๆ ออกมานัน้ เป็นเพราะระบบการทางานของร่างกาย ไม่ ว่านักปรัชญาและ นักวิทยาศาสตร์ ซึ่งไดท้ าการศึกษาค้นควา้ มาเป็นระยะเวลายาวนานต่างมคี วาม คิดเหน็ ตรงกันวา่ รา่ งกายมนษุ ย์ สตั ว์ หรอื พืชทั้งหลายจะมโี ครงสร้างที่ประกอบขน้ึ จากหน่วยท่ี เล็ก ที่สุดทไ่ี มส่ ามารถมองเห็นได้ดว้ ยตาเปลา่ จนกระทั่งถงึ ส่วนประกอบท่ีใหญท่ ่สี ุด แตล่ ะ ส่วนจะมกี าร ทางานทส่ี ัมพันธ์กนั เอกสารนีใ้ ช้สาหรบั ประกอบการเรียนการสอนเทา่ นนั้ หนา้ ที่ 2

รา่ งกายต่างๆในร่างกายมีการทางานทสี่ มั พันธก์ ันเพื่อให้มนุษยส์ ามารถดารงชวี ติ ได้อยา่ ง ปกติ การทางานของระบบภายในร่างกาย มีดงั ตอ่ ไปนี้ 1.ระบบย่อยอาหาร 2.ระบบหมนุ เวียนเลอื ดและภมู ิคมุ้ กัน 3.ระบบหายใจ 4.ระบบกาจัดของเสยี 5. ระบบประสาท 6. ระบบสืบพนั ธุ์ เอกสารน้ีใช้สาหรบั ประกอบการเรยี นการสอนเทา่ นนั้ หนา้ ท่ี 3

1.ระบบย่อยอาหาร อาหารประเภทตา่ งๆที่เราบริโภคโดยเฉพาะสารอาหารทีใ่ ห้พลังงานแกร่ ่างกาย คือ คาร์โบไฮเดรตโปรตีนและไขมันลว้ นแตม่ โี มเลกลุ ขนาดใหญเ่ กินกวา่ ที่จะลาเลยี งเข้าสู่เซลลส์ ว่ นตา่ งๆ ของร่างกายได้ ยกเวน้ วติ ามนิ และเกลอื แรซ่ ่ึงมีอนุภาคขนาดเล็กจงึ จาเป็นตอ้ งมอี วยั วะและกลไกการ ท างานตา่ งๆทีจ่ ะทาให้โมเลกลุ ของสารอาหาร เหล่าน้นั มีขนาดเลก็ ลงจนสามารถลาเลียงเข้าสูเ่ ซลล์ได้ เรยี กว่า “การย่อย ” การย่อยอาหาร หมายถงึ การทาให้สารอาหารท่ีมีโมเลกลุ ขนาดใหญ่กลายเปน็ สารอาหารที่มี โมเลกุลเลก็ ลงจนกระท่งั แพรผ่ ่านเยอื่ หุ้มเซลล์ได้ การยอ่ ยอาหารในรา่ งกายมี 2 วิธี คือ 1. การย่อยเชงิ กล คอื การบดเค้ยี วอาหารโดยฟนั เป็นการเปลี่ยนแปลงขนาดโมเลกุลทาให้ สารอาหาร มีขนาดเล็กลง 2. การยอ่ ยเชิงเคมคี อื การเปลี่ยนแปลงขนาดโมเลกุลของสารอาหารโดยใชเ้ อนไซมท์ ี่ เก่ยี วข้องทา ให้โมเลกุลของสารอาหารเกดิ การเปล่ียนแปลงทางเคมไี ดโ้ มเลกลุ ทีม่ ขี นาดเลก็ ลง เอกสารนใ้ี ช้สาหรบั ประกอบการเรยี นการสอนเทา่ นนั้ หน้าที่ 4

เอกสารน้ใี ช้สาหรบั ประกอบการเรยี นการสอนเท่านน้ั หน้าท่ี 5

1. อวยั วะท่มี สี ่วนเกยี่ วขอ้ งกับการยอ่ ยอาหาร:: 1.1 ตับ มีหน้าม่ีสรา้ งนา้ ดสี ่งไปเก็บทีถ่ ุงน้าดี 1.2 ตับออ่ น มีหนา้ ท่ีสร้างเอนไซมส์ ง่ ไปย่อยอาหารทลี่ าไส้เลก็ 1.3 ลาไส้เล็กสรา้ งเอนไซมม์ อลเทส ซเู ครส และแล็กเทสย่อยอาหารที่ลาไสเ้ ล็ก เอนไซม์ (Enzyme) เป็นสารประกอบประเภทโปรตีนท่ีร่างกายสรา้ งขึน้ เพ่อื ทาหน้าที่เร่งอัตราการ เกิดปฏกิ ิริยาเคมใี นร่างกาย เอนไซม์ทใ่ี ชใ้ นการยอ่ ยสารอาหารเรียกวา่ \"น้าย่อย\" เอนไซมม์ ี สมบัตทิ สี่ าคญั ดงั นี้ -เป็นสารประเภทโปรตนี ที่สรา้ งขน้ึ จากเซลลข์ องส่งิ มีชีวติ -ช่วยเร่งปฏิกิรยิ าในการยอ่ ยอาหารใหเ้ ร็วขึน้ และเม่อื เรง่ ปฏิกิรยิ าแลว้ ยงั คงมสี ภาพ เดิมสามารถใชเ้ ร่งปฏิกิริยาโมเลกุลอื่นได้อกี -มคี วามจาเพาะต่อสารท่ีเกิดปฏิกิริยาชนดิ หน่งึ ๆ -เอนไซม์จะทางานได้ดีเมอื่ อยู่ในสภาวะแวดลอ้ มที่เหมาะสม เอกสารนใี้ ช้สาหรับประกอบการเรียนการสอนเทา่ นน้ั หน้าท่ี 6

เอกสารน้ใี ช้สาหรบั ประกอบการเรยี นการสอนเท่านน้ั หน้าท่ี 7

ปัจจัยท่มี ีผลตอ่ การทางานของเอนไซม์ ได้แก่ 1. อณุ หภมู ิ เอนไซม์แต่ละชนิดทางานไดด้ ีทอ่ี ณุ หภูมติ ่างกัน แต่เอนไซม์ในรา่ งกายทางานไดด้ ี ท่ี อณุ หภมู ิ 37 องศาเซลเซียส 2. ความเปน็ กรด - เบส เอนไซมบ์ างชนดิ ทางานได้ดีเม่ือมีสภาพทเ่ี ปน็ กรด เช่น เอนไซมเ์ พปซนิ ใน กระเพาะอาหารเอนไซม์บางอยา่ งทางานได้ดีในสภาพทเ่ี ปน็ เบส เช่น เอนไซม์ในลาไส้เล็ก เป็นต้น 3. ความเขม้ เอนไซมท์ ม่ี คี วามเขม้ ขน้ มากจะทางานได้ดีกว่าเอนไซม์ทมี่ คี วามเข้มขน้ นอ้ ย การทางานของเอนไซม์จาแนกไดด้ ังน้ี 1. เอนไซม์ในนา้ ลาย ทางานไดด้ ีในสภาวะเปน็ เบสเลก็ น้อยเปน็ กลางหรือกรด เลก็ น้อยจะขน้ึ อยู่กับ ชนดิ ของน้าตาลและท่อี ณุ หภมู ปิ กติของรา่ งกายประมาณ 37 องศาเซลเซียส 2. เอนไซมใ์ นกระเพาะอาหาร ทางานไดด้ ใี นสภาวะเป็นกรดและทอ่ี ุณหภูมปิ กติ ของร่างกาย 3. เอนไซม์ในลาไสเ้ ล็ก ท างานได้ดใี นสภาวะเปน็ เบสและอุณหภมู ปิ กตริ า่ งกาย เอกสารนใ้ี ช้สาหรับประกอบการเรยี นการสอนเทา่ นนั้ หน้าที่ 8

สารอาหารทม่ี โี มเลกุลขนาดใหญ่จะถกู ยอ่ ยให้มีขนาดโมเลกุลเล็กทีส่ ดุ คารโ์ บไฮเดรต (กลายเป็น) กลโู คส โปรตีน (กลายเปน็ ) กรดอะมโิ น ไขมนั (กลายเป็น) กรดไขมันและกลเี ซอรอล เอกสารนี้ใช้สาหรับประกอบการเรียนการสอนเทา่ นน้ั หน้าท่ี 9

อวยั วะที่เป็นทางเดนิ อาหาร ทาหน้าท่ีในการรบั และส่งอาหารโดยเริ่มจาก ปาก>> คอหอย >> หลอดอาหาร >> กระเพาะ >> ลาไส้เลก็ >> ลาไส้ใหญ่ >> ทวารหนกั ปาก คอหอย หลอดอาหาร กระเพาะ ลาไส้เล็ก ลาไส้ใหญ่ ทวารหนกั เอกสารนใี้ ช้สาหรับประกอบการเรียนการสอนเทา่ นนั้ หนา้ ท่ี 10

เมือ่ รบั ประทานอาหารอาหารจะเคลอ่ื นทผี่ ่านอวัยวะที่เก่ยี วข้อง กับทางเดินอาหารเพือ่ เกิดการย่อย ตามลาดับดังต่อไปนี้ 1.ปาก ( mouth) มีการย่อยเชิงกล โดยการบดเค้ียว ของฟัน และมีการย่อยทางเคมี โดยเอนไซม์อะไมเลสหรือไทยาลนี ซึง่ ทางานได้ดใี นสภาพทเี่ ป็นเบส เลก็ นอ้ ย 2.คอหอย ( pharynx) เปน็ ทางผา่ นของอาหาร ซง่ึ ไมม่ ีการ ย่อยใดๆ ท้ังสิ้น เอกสารนี้ใช้สาหรับประกอบการเรียนการสอนเท่านนั้ หนา้ ท่ี 11

3. หลอดอาหาร(esophagus) หลอดอาหาร มีลกั ษณะเป็นกลา้ มเนอ้ื เรียบมี การยอ่ ยเชงิ กล กระเพาะอาหาร(stomach) โดยการบีบตัวของกลา้ มเนื้อทางเดินอาหาร เปน็ ชว่ งๆ เรียกว่า “เพอรสิ ตัสซิส หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร (peristalsis)” เพอ่ื ให้อาหารเคลื่อนที่ลงสู่ กระเพาะ อาหาร ลาไสเ้ ล็กสว่ นตน้ รอยพบั 4.กระเพาะอาหาร(stomach) มกี ารยอ่ ยเชงิ กลโดยการบีบตวั ของกล้ามเนื้อ ทางเดินอาหารและมีการย่อยทางเคมีโดยเอนไซมเ์ พปซนิ (pepsin) ซึง่ จะทางานไดด้ ี ในสภาพทเ่ี ปน็ กรด โดยชัน้ ในสดุ ของกระเพาะจะ มตี อ่ มสร้างนา้ ย่อยซง่ึ มีเอนไซมเ์ พป ซนิ และกรดไฮโดรคลอริก เปน็ สว่ นประกอบเอนไซม์เพปซินจะยอ่ ยโปรตีนใหเ้ ป็นเพป ไทด์ ( peptide)ใน กระเพาะอาหารนย้ี งั มีเอนไซมอ์ ย่อู กี ชนิดหนงึ่ ช่ือวา่ “ เรนนนิ '' ทาหนา้ ท่ี ยอ่ ยโปรตีนในนา้ นม ในขณะที่ไม่มอี าหาร กระเพาะอาหารจะมขี นาด 50 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร แตเ่ มือ่ มอี าหารจะมกี ารขยายไดอ้ ีก 10 – 40 เท่า *สรปุ การยอ่ ยท่กี ระเพาะอาหารจะมกี ารย่อยโปรตีนเพยี งอย่างเดียวเท่านน้ั เอกสารน้ีใช้สาหรับประกอบการเรียนการสอนเทา่ นนั้ หนา้ ที่ 12

เอกสารน้ใี ช้สาหรบั ประกอบการเรยี นการสอนเท่านน้ั หน้าท่ี 13

5.ลาไส้เลก็ (small intestine) เปน็ บริเวณทมี่ ีการย่อยและการดดู ซมึ มากท่สี ดุ โดย เอนไซมใ์ นลาไส้เลก็ จะทางานไดด้ ใี นสภาพที่เป็นเบส ซึ่งเอนไซม์ที่ลาไส้เล็กสรา้ งขนึ้ ไดแ้ ก่  มอลเทส (maltase) เปน็ เอนไซม์ทย่ี ่อยนา้ ตาลมอลโทสให้เปน็ กลูโคส  ซูเครส (sucrase) เป็นเอนไซม์ท่ีย่อยน้าตาลทรายหรอื นา้ ตาลซโู ครส (sucrose) ให้เปน็ กลโู คสกับฟรกั โทส (fructose)  แลก็ เทส (lactase) เปน็ เอนไซม์ท่ยี ่อยน้าตาลแล็กโทส (lactose) ให้เป็น กลโู คสกับกา แล็กโทส (galactose) ลาไส้เลก็ เอกสารนใ้ี ช้สาหรบั ประกอบการเรยี นการสอนเท่านน้ั หน้าที่ 14

การยอ่ ยอาหารท่ีลาไสเ้ ล็กใชเ้ อนไซม์จากตับอ่อน (pancreas) มาชว่ ยย่อย เช่น ทรปิ ซนิ (trypsin) เป็นเอนไซม์ทีย่ ่อยโปรตีนโปรตีนหรือเพปไทด์ใหเ้ ปน็ กรดอะมโิ น อะไมเลส (amylase) เปน็ เอนไซม์ท่ีย่อยแป้งใหเ้ ป็นน้าตาลมอลโทส  ไลเปส (lipase) เปน็ เอนไซมท์ ยี่ อ่ ยไขมันให้เปน็ กรดไขมันและกลเี ซอรอล เอกสารน้ีใช้สาหรบั ประกอบการเรยี นการสอนเท่านน้ั หนา้ ที่ 15

6.น้าดี (bile) เป็นสารที่ผลิตมา นา้ ดี (bile) จากตับ (liver) แลว้ ไปเก็บไว้ทีถ่ งุ นา้ ดี(gall bladder) น้าดไี ม่ใช่ เอนไซม์ เพราะไม่ใชส่ ารประกอบ ประเภทโปรตีน น้าดีจะทาหน้าที่ ยอ่ ยโมเลกุลของโปรตีนให้เล็กลง แล้วน้าย่อย จากตบั ออ่ นจะยอ่ ย ต่อทาใหไ้ ดอ้ นุภาคที่เลก็ ที่สุดที่ สามารถแพร่เข้าสเู่ ซลล์ เอกสารนีใ้ ช้สาหรับประกอบการเรยี นการสอนเทา่ นน้ั หนา้ ท่ี 16

สาไสใ้ หญก่ ลาง สาไส้ใหญข่ วา ลาไสใ้ หญซ่ า้ ย กอ้ นกากอาหาร กะเปาะสาไสใ้ หญ่ ไสต้ ่ิง หรู ดู ทวารหนัก ไส้ตรง ทวารหนกั 7.ลาไส้ใหญ่ (large intestine ) ทลี่ าไส้ใหญ่ไม่มกี ารยอ่ ย แต่ทาหนา้ ทเ่ี ก็บกากอาหาร และดูดซึมนา้ ออกจากกากอาหาร ดงั นัน้ ถ้าไมถ่ า่ ยอุจจาระเป็นเวลาหลายวนั ตดิ ต่อกัน จะทาให้เกิด อาการท้องผกู ถา้ เปน็ บอ่ ยๆจะทาให้เกิด โรคริดสีดวงทวาร เอกสารน้ีใช้สาหรบั ประกอบการเรยี นการสอนเทา่ นนั้ หนา้ ที่ 17

ขอ้ มูลอ้างอิง - www.sites.google.com/บทเรียนออนไลน์วชิ าชีววทิ ยา - www.patreon.com/statedclearly - www.trueplookpanya.com/knowledge/content/65256/-scibio-sci- - การพฒั นาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT) โดยสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษา ข้นั พ้ืนฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธกิ าร - www.ducksters.com/science/biology/chromosomes.php - www.scimath.org/lesson-biology/item/6894-2017-05-14-03-59-30 - www.britannica.com/science/chromosome