เภสัชโภชนาและโภชนาการร่วมสมัย
อนุมูลอิสระและสุขภาพ อนมุ ลู อิสระ (Free radicals) - เป็นสารท่ีมีอะตอมเด่ียว (single electron) ประกอบอยดู่ ว้ ย - เกิดจากเมแทบอลซิ มึ ของระหวา่ สารอาหารและออกซเิ จน มลพิษ รงั สี การติดเชือ้ การอกั เสบ การออกกาลงั กายอย่างหนกั - Reactive Oxygen Species (ROS) ไดแ้ ก่ singlet oxygen, superoxide, hydrogen peroxide, hydroxyl radical - โรคที่เกิดจากอนมุ ลู อิสระ ไดแ้ ก่ ความชรา หลอดเลือดตบี ตนั มะเรง็ autoimmune disease, reoxygenation injury (reperfusion injury) เภสชั โภชนาและโภชนาการรว่ มสมยั
Paired & Unpaired Electron สาเหตกุ ารเกิดอนมุ ลู อสิ ระ เภสชั โภชนาและโภชนาการรว่ มสมยั
สารต้านอนุมลู อิสระ (Antioxidants) - สารที่มคี ณุ สมบตั กิ าจดั อนมุ ลู อิสระ เพือ่ ไมใ่ หเ้ กิดอนั ตรายตอ่ รา่ งกาย - สารตา้ นอนมุ ลู อสิ ระ ๑. Fat – soluble intracellular membrane Beta carotene Vitamin E Coenzyme Q10 ๒. Water – soluble antioxidant scavenger Vitamin C Glutathione peroxidase Superoxide dismutase (SOD) Catalase เภสชั โภชนาและโภชนาการรว่ มสมยั
สารตา้ นอนุมูลอิสระ (Antioxidants) - สารตา้ นอนมุ ลู อิสระทพี่ บในอาหาร - vitamin E - vitamin C - glutamine - flavonoid - tea : Epigallo-cathechin-gallate - herb - Se เภสชั โภชนาและโภชนาการรว่ มสมยั
ภาวะทีม่ กี ารสร้างอนุมลู อสิ ระมากขนึ้ - มลภาวะสงิ่ แวดลอ้ ม - รงั สี - ภาวะตดิ เชือ้ - ภาวะอกั เสบทไี่ มท่ ราบสาเหตุ (autoimmune disease) - การออกกาลงั กายอยา่ งหกั โหม เภสชั โภชนาและโภชนาการรว่ มสมยั
โรคและสภาวะทเ่ี กดิ จากอนุมูลอสิ ระ - ความชรา - หลอดเลอื ดตบี ตนั - Reoxygenation or Reperfusion Injury - มะเรง็ เภสชั โภชนาและโภชนาการรว่ มสมยั
Food Pharmacy • เภสชั โภชนา - เป็ นความรแู้ ขนงใหม่ - นาอาหารรกั ษาโรครว่ มกบั ยา - เพื่อลดอนั ตรายจากยา - เพื่อลดคา่ ใชจ้ า่ ย - อาหารบางชนิดมีฤทธิ์แรงกว่ายา (ถา้ ใชถ้ กู วิธี)
วตั ถุประสงค์การศึกษา “เภสัชโภชนา” • นาเสนอแนวคิดใหมเ่ รอื่ งการป้ องกนั ตนเองจากโรคตา่ งๆ โดย ปรบั วิธีกินอาหารใหเ้ หมาะสม • ใหไ้ ดท้ ราบประโยชนข์ องอาหารในการรกั ษาโรคซ่ึงมีเพ่ิมมากข้ึน ทกุ วนั • แสดงกลไกการออกฤทธิ์ของสาระสาคญั ในอาหาร (Food Pharmacological Effects) • แสดงคณุ ประโยชนท์ างยาของอาหารที่กินในแต่ละวนั
ข้อควรระวงั • เรยี นเภสชั โภชนาแลว้ ไมไ่ ดห้ มายความว่า – ไมใ่ หไ้ ปหาหมอเม่ือเจ็บป่ วยหนกั – ไมใ่ หก้ ินยาเม่ือไมส่ บาย – แตส่ นบั สนนุ ใหก้ ินอาหารเหมาะสมกบั โรคโดยใชข้ นาดอาหาร ท่ีถกู ตอ้ ง เพื่อใหอ้ อกฤทธ์ิเป็ นยาไดด้ ว้ ย เป็ นการเสรมิ ฤทธิ์ ระหว่างยากบั อาหาร
หัวหอมกบั โรคหัวใจ • ปี ค.ศ.๑๙๖๖ ดร.แคปตา มหาวิทยาลยั ลคั เนา อินเดีย ทดลองเจาะ เลือดอาสาสมคั รวดั ระดบั ไขมนั • กินอาหารที่มีไขมนั สงู (นม เนย ครมี ไข่แดง) ... กลม่ ุ ๑ • กินอาหารที่มีไขมนั สงู + หวั หอมทอด ...กลม่ ุ ๒ • กล่มุ ๒ มีระดบั ไขมนั สงู ข้ึนเพียงเล็กนอ้ ย • หอมตม้ หอมดิบ หอมผดั ไดผ้ ลเช่นเดิม • สรปุ ไดว้ ่า “หวั หอมมีสารท่ีมีฤทธ์ิละลายล่ิมเลือดท่ีจบั อดุ ขวางหลอดเลือดได”้ (สารไซโคลอลั ลิอิน)
หัวหอมกบั โรคหัวใจ (ต่อ) • อาหารไทยมีหอมเป็ นเครอ่ื งเคียง • ขา้ วมนั ไก่ ขา้ วหมแู ดง + ตน้ หอม • ขา้ วขาหมู + กระเทียมสด • ปลาทอด หมทู อด + พรกิ น้าปลาใสห่ อมซอย คนไทยสมยั กอ่ นไมค่ อ่ ยมีปัญหาเรอ่ื งหวั ใจ
หัวหอมกบั โรคหัวใจ (ต่อ) • Ischemic Heart Disease (โรคกลา้ มเน้ือหวั ใจตาย หรอื กลา้ มเน้ือ หวั ใจขาดเลอื ด) • เกิดจากหลอดเลือดไปเล้ยี งหวั ใจตีบ เพราะมีโคเลสเทอรอลไป เกาะมากจนตีบตนั • ถา้ หลอดเลือดตีบไมเ่ กินรอ้ ยละ ๘๐ รา่ งกายมีระบบ Compensatory Vasodilation ชว่ ยได้ • อาการ – แนน่ อึดอดั หนกั หรอื เจ็บปวดใกลล้ ้นิ ป่ี มีอาการปวดรา้ ว ไปทงั้ สองแขน • สาเหต ุ– อายมุ าก กินไขมนั มาก ผชู้ ายเป็ นมากกว่าผหู้ ญิง สบู บหุ รจี่ ดั น้าหนกั เกินมาตรฐาน
หัวหอมกบั โรคหัวใจ (ต่อ) • โคเลสเทอรอลท่ีพดู ถึงกนั บ่อย – HDL-C และ LDL-C • หวั หอมชว่ ยเพิ่ม HDL-C และลดโคเลสเทอรอลในเลือด • หอมสดเทา่ นนั้ ออกฤทธ์ิดีท่ีสดุ • กินหอมใหญ่สดครง่ึ หวั หรอื หอมแดงสด ๕-๖ หวั ทกุ วนั นาน อยา่ งนอ้ ย ๒ เดือน ชว่ ยเพ่ิม HDL-C และลดโคเลสเทอรอลใน เลือดได้
ชาสารพดั ประโยชน์ • คนจีนรจู้ กั “ชา” นานกว่า ๔,๐๐๐ ปี • ชาวกรกี โบราณใช้ “ชา” รกั ษาโรคหืด • ยารกั ษาโรคหืด “Theophylline” ไดช้ ่ือจาก “Tea” • “ชา” ในทอ้ งตลาดมี ๒ ชนิด – Green Tea หรอื ชาจีน (ผลติ ในจีนและญี่ป่ นุ ) – Black Tea / Ceylon Tea หรอื ชาฝรง่ั (ผลิตในศรลี งั กาและอินเดีย) • ชาจีน ไดจ้ ากยอดและใบอ่อนชา นามาควั่ ในกระทะทองแดงดว้ ยไฟ อ่อนจนแหง้ และมีกล่นิ หอม • ชาฝรง่ั ตอ้ งนามาสมุ กนั เพื่อหมกั ใหม้ ีกลน่ิ กอ่ นจะนาไปทาใหแ้ หง้
ชาสารพดั ประโยชน์ (ต่อ) • เม่ือนาใบชามาสกดั จะได้ – Caffeine รอ้ ยละ ๑ – ๔ มีฤทธิ์กระตนุ้ สมอง เหมือนกาแฟ – Theobromine, Theophylline และ Xanthine มีฤทธิ์ขยายหลอดลม และขบั ปัสสาวะ – Gallotannic acid หรอื Tannin มีมากถึงรอ้ ยละ ๑๕ มีฤทธิ์แก้ ทอ้ งเสียได้
ชาสารพดั ประโยชน์ (ต่อ) • “ชา” มีฟลอู อไรด์ (F-) สงู ชาสามารถยบั ยงั้ ปฏิกิรยิ าระหว่าง น้าตาลกบั แบคทีเรยี ที่สรา้ งสาร dextran ซึ่งทาใหฟ้ ันผ ุ ไดถ้ ึงรอ้ ย ละ ๙๕ • “ชา” ป้ องกนั มะเรง็ ได้ – Epigallo-cathechin-gallate เป็ น anti-mutagen – สารน้ีมีฤทธิ์แรงกว่าวิตามินซี เพราะทาปฏิกิรยิ าไดเ้ รว็ และ แรงกว่า – ยบั ยง้ั การสรา้ ง “ไนโตรซามีน” ซ่ึงเป็ นสารกอ่ มะเรง็
ชาสารพดั ประโยชน์ (ต่อ) • คาแนะนาการใช้ – กระตน้ ุ สมอง - ใชข้ นาดปกติ – แกท้ อ้ งเสีย – ใบชา ๒ ถึง ๓ ชอ้ นโตะ๊ ชงกบั น้าเดือด ท้ิงไว้ สกั ครู่ ด่ืมจนหยดุ ถ่ายทอ้ ง – ป้ องกนั ฟันผ ุ– แช่ใบชาในน้าเดือด ดื่มรว่ มกบั อาหารพวกแป้ ง และน้าตาล – ป้ องกนั มะเรง็ – ด่ืมแทนน้าเมื่อกนิ อาหาร (โดยเฉพาะอาหาร ทะเล) – อยา่ ด่ืมชารอ้ นจดั ชาจีนมีฤทธ์ิแรงกว่าชาฝรงั่ เท่าตวั
กระเทยี มแรงฤทธ์ิ • Allium sativum Linn. ,“Garlic” • ฤทธิ์ฆา่ เช้ือ – Allicin – มีกามะถนั เป็ นองคป์ ระกอบ ทาใหก้ ระเทียมมีกลิ่นฉนุ – Botulinum, Staphyllococcus, Streptococcus – กระเทียมยิ่งฉนุ ย่ิงมีฤทธ์ิฆา่ เช้ือดี – วณั โรค ไทฟอยด์ รา กลาก เกล้อื น ทอนซิลอกั เสบ (เรม่ิ แรก)
กระเทยี มแรงฤทธ์ิ (ต่อ) • กระเทียมกบั โรคหวั ใจ – ลดโคเลสเทอรอล เพ่ิมสารสลายลิม่ เลือด (fibrinolytic activity) – “Ajoene” (Ajo – ภาษาสเปน = garlic) ชว่ ยยบั ยงั้ การรวมตวั ของเกลด็ เลือด ป้ องกนั หลอดเลือด อดุ ตนั
กระเทยี มแรงฤทธ์ิ (ต่อ) • ปัญหาในทางปฏบิ ตั ิ – ลมหายใจมีกล่นิ แกด้ ว้ ยกาแฟเขม้ ๆ หรอื นมสกั แกว้ – กลน่ิ ติดมือ แกด้ ว้ ยน้ามะนาวถมู ือ ตามดว้ ยเกลือ ลา้ งน้า แลว้ ลา้ งสบ่ ู – กระเทียมสดดีที่สดุ – กระเทียมโทนใหผ้ ลสงู สดุ – กระเทียมสกุ ไม่มีฤทธ์ิฆา่ เช้ือ แต่ยงั ช่วยลดโคเลสเทอรอลและ ป้ องกนั โรคหวั ใจได้ – กระเทียม ๑ กรมั ต่อนา้ หนกั ตวั ๑ กิโลกรมั ลดโคเลสเทอรอลได้ เห็นผลใน ๒ – ๔ เดือน
ลูกพรุนระบายพล • “Let medicines be your food, and food your medicines”…Hippocrates • “ลกู พรนุ ” ทาจากผลพลมั (plum) ซึ่งมีหลายชนิด ชนิดท่ีนิยมคือ common plum หรอื Prunus domestica • อเมรกิ าและโรมาเนียเป็ นผผู้ ลิตลกู พรนุ รายใหญ่ของโลก
ลูกพรุนระบายพล (ต่อ) • ลกู พรนุ ในวงการแพทย์ – มีฤทธ์ิเป็ นยาระบาย แตไ่ มใ่ ชผ่ ลจากปรมิ าณไฟเบอร์ (fiber) ที่ มีสงู – คาดว่าเป็ นผลจาก Mg ในลกู พรนุ – แต่ Mg ท่ีสกดั จากลกุ พรนุ ไมม่ ีฤทธิ์เป็ นยาระบาย – สรปุ – สนั นิษฐานว่า Mg ตอ้ งทางานรว่ มกบั สารอ่ืนๆ จึงออก ฤทธ์ิเป็ นยาระบาย – วิธีใช้ – ใชล้ กู พรนุ ละลายน้ารอ้ น ดื่มขน้ วนั ละคร่ึงแกว้ กอ่ น นอน
ขงิ แก่ย่อมเผด็ ร้อน • Zingiber offinale ตระกลู เดียวกบั ขา่ เรว่ กระวาน ปดุ ขม้ิน • Ginger beer / Ginger Ale – นิยมด่ืมในองั กฤษ – ทาโดยหมกั ขิง น้า น้าตาล ครมี ออฟทารท์ าร์ ยีสต์ อาจเติม เปลือกมะนาวหรอื กรดมะนาวก็ได้ – บรรจขุ วดขณะที่ยงั หมกั ไมเ่ สรจ็ จึงมีฟอง มีแอลกอฮอลไ์ ม่ มาก จดั เป็ น soft drink
ขงิ แก่ย่อมเผด็ ร้อน (ต่อ) • ประโยชนท์ างยา – ป้ องกนั อาการเมารถเมาเรอื – ยาป้ องกนั เมารถเมาเรอื “dimenhydrinate” มีฤทธิ์กดประสาท มีผลขา้ งเคียง – ง่วง เสียสมาธิ ปากแหง้ มึนงง ฯลฯ – ขิงป้ องกนั อาการเมารถเมาเรอื ไดโ้ ดยไมม่ ีผลขา้ งเคียง ไมม่ ี ฤทธ์ิกดประสาท ไมม่ ีผลตอ่ osculomotor system
ขงิ แก่ย่อมเผด็ ร้อน (ต่อ) • ขิงช่วยป้ องกนั เลอื ดจบั ตวั เป็ นกอ้ น – “gingerol” ทาหนา้ ที่คลา้ ย aspirin – ยบั ยง้ั การเกิดลิม่ เลือด (ยบั ยง้ั thromboxane) ขิงช่วยขบั ลม อาหารไขมนั ยบั ยง้ั การบีบตวั ของกระเพาะอาหาร ทาให้ รสู้ ึกอึดอดั ขิงกระตนุ้ การทางานของกลา้ มเน้ือในระบบทางเดิน อาหาร เพิ่มการบีบตวั ของกระเพาะอาหาร และลาไส้ จึง แกจ้ กุ เสียด ขบั ลม ทอ้ งอืด
กาแฟ...เช้าสดใส • เป็ นเครอ่ื งดื่มที่แพรห่ ลายรองจาก “ชา” • Coffea arabica และ Coffea canephora • สนั นิษฐานว่าคา “กาแฟ” มาจากช่ือจงั หวดั Kaffa ประเทศ เอธิโอเปี ย ซ่ึงเป็ นแหลง่ กาเนิดกาแฟ • “กาเฟอีน” (Caffeine) มีฤทธิ์กระตนุ้ ประสาท – ปรมิ าณในแตล่ ะพนั ธไ์ ุ มเ่ ทา่ กนั – Arabica – Brazil มีกาเฟอีนรอ้ ยละ ๐.๘ – ๑.๕ – Robusta – Africa มีกาเฟอีนรอ้ ยละ ๑.๖ – ๒.๕
กาแฟ...เช้าสดใส (ต่อ) • กาแฟเป็ นยา – กาเฟอีนใชเ้ ป็ นยากระตนุ้ สมอง – กาเฟอีนออกฤทธิ์เรว็ ถกู ดดู ซึมสกู่ ระแสเลอื ดในเวลา ๕ นาที ถกู ลาเลยี งสสู่ มองภายในเวลา ๒๐ – ๓๐ นาที – หลงั จากออกฤทธิ์สงู สดุ ฤทธิ์จะลดลงชา้ ๆ แตย่ งั คงอย่ไู ด้ ครงึ่ หน่ึงเมื่อผา่ นไป ๓ – ๖ ชวั่ โมง – กาเฟอีนสว่ นใหญ่ถกู รา่ งกายเปล่ยี นสภาพ มีเพียงรอ้ ยละ ๑ ท่ี ถกู ขบั ออกมารปู เดิม
กาแฟ...เช้าสดใส (ต่อ) • กาแฟกบั สมอง – มีฤทธิ์ทาใหผ้ ดู้ ่ืมมีสติ สมาธิ ความแมน่ ยา ความเฉียบแหลม และปฏิกิรยิ าตอบสนองต่อสิ่งเรา้ ดีข้ึนอยา่ งเห็นไดช้ ดั – กาแฟออกฤทธ์ิต่อสมองเทา่ เทียมกนั ไมว่ ่าผดู้ ่ืมจะไมเ่ คยดื่ม ด่ืมบา้ ง หรอื ด่ืมประจา
กาแฟ...เช้าสดใส (ต่อ) • กาแฟกบั การทางานหนกั – กาเฟอีนชว่ ยยืดเวลาการทางานของกลา้ มเน้ือ – นกั ป่ันจกั รยานไดร้ บั กาเฟอีน ๓๕๐ มิลลกิ รมั มีแรงป่ันเพ่ิมข้นึ รอ้ ยละ ๗ และป่ันไดน้ านข้นึ รอ้ ยละ ๒๐ – กาแฟจดั เป็ นสารตอ้ งหา้ มทางการกฬี า เม่ือดื่มเกนิ ปรมิ าณที่ กาหนด – De-caffeinated coffee ไมม่ ีฤทธ์ิดงั กลา่ ว – กาแฟชว่ ยเรง่ การเผาผลาญไขมนั ท่ีสะสมใหเ้ ป็ นพลงั งาน – กาแฟลดความสามารถดา้ นการทางานประสานกนั ของ กลา้ มเน้ือ
กล้วย...อาหารคน อาหารลงิ • Musa spp. • มี CHO ในรปู นา้ ตาลสงู มาก • เป็ นแหลง่ วิตามินเอ บี และซี รวมถึงแรธ่ าต ุ • รอ้ ยละ ๗๕ ของเน้ือกลว้ ยเป็ นนา้ • กลว้ ย ๑ ผล มี K ถึงรอ้ ยละ ๒๓ ของปรมิ าณท่ีรา่ งกายตอ้ งการใน ๑ วนั • ประโยชนข์ องกลว้ ย – บรรเทาโรคกระเพาะ – ชว่ ยลดโคเลสเทอรอล – แกท้ อ้ งเสีย
กล้วย...อาหารคน อาหารลงิ (ต่อ) • กลว้ ยกบั กระเพาะอาหาร – สารสาคญั ในกลว้ ยยบั ยง้ั การหลงั่ กรดในกระเพาะอาหารได้ ลดอาการการกาเรบิ ของแผลในกระเพาะอาหาร – กลว้ ยเพ่ิมความแข็งแรงของกระเพาะอาหารใหท้ นต่อกรด แต่ ไมม่ ีผลขา้ งเคียงเหมือนยาแผนปัจจบุ นั – ในสตั วท์ ดลอง กลว้ ยป้ องกนั การเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และทาใหผ้ นงั กระเพาะอาหารหนาข้ึนถึงรอ้ ยละ ๒๐
กล้วย...อาหารคน อาหารลงิ (ต่อ) • กลว้ ยกบั โคเลสเทอรอล – กลว้ ยชว่ ยเพ่ิม HDL-C ถึงรอ้ ยละ ๓๐ – สนั นิษฐานว่าเป็ นผลจากสาร “เพกทิน” (pectin) ท่ีมีมาก – กลว้ ย ๑ ผล มีเพกทินพอๆ กบั แอปเป้ิ ล ๑ ผล กลว้ ยกบั อาการทอ้ งเดิน “tannins” รกั ษาอาการทอ้ งเดินที่ไมร่ นุ แรงได้ กินกลว้ ยน้าวา้ หา่ มครงั้ ละ ๑ ผล หรอื กลว้ ยผงชงกบั น้า รอ้ น กลว้ ยสกุ มีฤทธิ์เป็ นยาระบายเพราะมีเพกทินสงู กินเปลา่ ๆ หรอื ดองในน้าผ้ึง
เทา่ ทันสือ่
อาหารและ โภชนาการ ตา้ นไวรัส จิราวฒั น์ ปรัตถกรกุล วิทยาลยั วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลยั มหิดล
ไวรัส (Virus) เปน็ สิง่ มีชีวิต ไม่ใช่เซลล์ แต่เป็นอนภุ าค (Particle) ขนาดเล็กกวา่ แบคทเี รยี เห็นผ่านกลอ้ งจลุ ทรรศน์อเิ ลก็ ตรอน (Electron microscope) กอ่ โรคได้ (Pathogenic) ทีม่ า: http://biosci.blog/notes/core-virology-virus-structure-and-classification/
ไวรสั - ประเภท Nucleic acid Protein capsid Lipid envelope Pathogenicity Organs
ไวรสั – การติดเชือ้ ท่ีมา: https://science.howstuffworks.com/life/cellular-microscopic/virus-danger.htm
ไวรสั – การติดตอ่ การหายใจ ไดแ้ ก่ โรคไขห้ วดั ธรรมดา (Common cold) โรคไข้หวัด ใหญ่ (Influenza) โรคไข้หวัดนก (Avian influenza) โรคปอดอักเสบ (Pneumonia) เลือด ได้แก่ เอดส์ (AIDS) ตับอักเสบ (Hepatitis) เพศสมั พันธ์ ได้แก่ เอดส์ (AIDS), Condyloma acuminata, Herpes progenitais การต้งั ครรภ์ ได้แก่ เอดส์ (AIDS), Rubella, Hepatitis การสัมผัสผิวหนัง ได้แก่ Chickenpox, Smallpox ยุงกดั ได้แก่ Dengue fever, Japanese B encephalitis ปาก ไดแ้ ก่ Rotavirus
ไวรัส – โคโรนา 2019 Novel Coronavirus (2019 – nCoV), Wuhan pneumonia, Wuhan coronavirus Viral pneumonia การติดตอ่ 1) สตั ว์สคู่ น 2) คนส่คู น การลดความเสี่ยง (WHO, 2020) ลา้ งมอื ดว้ ยน้า สบู่ เจลล้างมอื ปิดจมกู และปากเมอื ไอ จาม เลี่ยงสัมผสั สัตว์ป่าหรือสัตว์ในฟารม์ เลี่ยงใกลช้ ิดผู้ปว่ ยคลา้ ยหวดั ปรุงเนื้อสัตวส์ กุ ก่อนกนิ ที่มา: https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA#/med ia/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Coronaviruses_004_lores.jpg
ไวรัส – โคโรนา 2019 สถานการณ์ (26 มกราคม 2563) ทว่ั โลก ผูป้ ว่ ย 2,026 ราย ตาย 56 ราย รักษาหาย 57 ราย จีน 1,975 ราย 56 49 ไทย 80 5 13 ประเทศ 43 0 3 WHO ยงั ไมป่ ระกาศภาวะฉกุ เฉินทางด้าน สาธารณสุขทมี่ ผี ลกระทบระหวา่ งประเทศ (Public Health Emergency of International Concern, PHEIC) ท่ีมา: https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA#/med ia/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Coronaviruses_004_lores.jpg
อาหารและโภชนาการตา้ นไวรัส กนิ ร้อน ช้อนกลาง ลา้ งมอื กนิ ครบ 5 หมู่ *โปรตีน ได้แก่ เนื้อสตั ว์ ไข่ นม ฯลฯ --- สรา้ งภมู ติ า้ นทาน *วิตามนิ ได้แก่ ผกั ผลไม้ --- Antioxidant กนิ เนือ้ สตั วป์ รุงสุกเสมอ ออกก้าลงั กายพอเหมาะ พักผ่อนให้เพียงพอ เสรมิ วติ ามินซี???***
Search