Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เภสัชโภชนาและอาหารต้านไวรัส

เภสัชโภชนาและอาหารต้านไวรัส

Published by kingchanya2, 2020-10-29 05:06:14

Description: SN242 เภสัชโภชนาและอาหารต้านไวรัส

Keywords: เภสัชโภชนาและอาหารต้านไวรัส

Search

Read the Text Version

เภสัชโภชนาและโภชนาการร่วมสมัย

 อนุมูลอิสระและสุขภาพ อนมุ ลู อิสระ (Free radicals) - เป็นสารท่ีมีอะตอมเด่ียว (single electron) ประกอบอยดู่ ว้ ย - เกิดจากเมแทบอลซิ มึ ของระหวา่ สารอาหารและออกซเิ จน มลพิษ รงั สี การติดเชือ้ การอกั เสบ การออกกาลงั กายอย่างหนกั - Reactive Oxygen Species (ROS) ไดแ้ ก่ singlet oxygen, superoxide, hydrogen peroxide, hydroxyl radical - โรคที่เกิดจากอนมุ ลู อิสระ ไดแ้ ก่ ความชรา หลอดเลือดตบี ตนั มะเรง็ autoimmune disease, reoxygenation injury (reperfusion injury) เภสชั โภชนาและโภชนาการรว่ มสมยั

Paired & Unpaired Electron สาเหตกุ ารเกิดอนมุ ลู อสิ ระ เภสชั โภชนาและโภชนาการรว่ มสมยั

สารต้านอนุมลู อิสระ (Antioxidants) - สารที่มคี ณุ สมบตั กิ าจดั อนมุ ลู อิสระ เพือ่ ไมใ่ หเ้ กิดอนั ตรายตอ่ รา่ งกาย - สารตา้ นอนมุ ลู อสิ ระ ๑. Fat – soluble intracellular membrane Beta carotene Vitamin E Coenzyme Q10 ๒. Water – soluble antioxidant scavenger Vitamin C Glutathione peroxidase Superoxide dismutase (SOD) Catalase เภสชั โภชนาและโภชนาการรว่ มสมยั

สารตา้ นอนุมูลอิสระ (Antioxidants) - สารตา้ นอนมุ ลู อิสระทพี่ บในอาหาร - vitamin E - vitamin C - glutamine - flavonoid - tea : Epigallo-cathechin-gallate - herb - Se เภสชั โภชนาและโภชนาการรว่ มสมยั

ภาวะทีม่ กี ารสร้างอนุมลู อสิ ระมากขนึ้ - มลภาวะสงิ่ แวดลอ้ ม - รงั สี - ภาวะตดิ เชือ้ - ภาวะอกั เสบทไี่ มท่ ราบสาเหตุ (autoimmune disease) - การออกกาลงั กายอยา่ งหกั โหม เภสชั โภชนาและโภชนาการรว่ มสมยั

โรคและสภาวะทเ่ี กดิ จากอนุมูลอสิ ระ - ความชรา - หลอดเลอื ดตบี ตนั - Reoxygenation or Reperfusion Injury - มะเรง็ เภสชั โภชนาและโภชนาการรว่ มสมยั

Food Pharmacy • เภสชั โภชนา - เป็ นความรแู้ ขนงใหม่ - นาอาหารรกั ษาโรครว่ มกบั ยา - เพื่อลดอนั ตรายจากยา - เพื่อลดคา่ ใชจ้ า่ ย - อาหารบางชนิดมีฤทธิ์แรงกว่ายา (ถา้ ใชถ้ กู วิธี)

วตั ถุประสงค์การศึกษา “เภสัชโภชนา” • นาเสนอแนวคิดใหมเ่ รอื่ งการป้ องกนั ตนเองจากโรคตา่ งๆ โดย ปรบั วิธีกินอาหารใหเ้ หมาะสม • ใหไ้ ดท้ ราบประโยชนข์ องอาหารในการรกั ษาโรคซ่ึงมีเพ่ิมมากข้ึน ทกุ วนั • แสดงกลไกการออกฤทธิ์ของสาระสาคญั ในอาหาร (Food Pharmacological Effects) • แสดงคณุ ประโยชนท์ างยาของอาหารที่กินในแต่ละวนั

ข้อควรระวงั • เรยี นเภสชั โภชนาแลว้ ไมไ่ ดห้ มายความว่า – ไมใ่ หไ้ ปหาหมอเม่ือเจ็บป่ วยหนกั – ไมใ่ หก้ ินยาเม่ือไมส่ บาย – แตส่ นบั สนนุ ใหก้ ินอาหารเหมาะสมกบั โรคโดยใชข้ นาดอาหาร ท่ีถกู ตอ้ ง เพื่อใหอ้ อกฤทธ์ิเป็ นยาไดด้ ว้ ย เป็ นการเสรมิ ฤทธิ์ ระหว่างยากบั อาหาร



หัวหอมกบั โรคหัวใจ • ปี ค.ศ.๑๙๖๖ ดร.แคปตา มหาวิทยาลยั ลคั เนา อินเดีย ทดลองเจาะ เลือดอาสาสมคั รวดั ระดบั ไขมนั • กินอาหารที่มีไขมนั สงู (นม เนย ครมี ไข่แดง) ... กลม่ ุ ๑ • กินอาหารที่มีไขมนั สงู + หวั หอมทอด ...กลม่ ุ ๒ • กล่มุ ๒ มีระดบั ไขมนั สงู ข้ึนเพียงเล็กนอ้ ย • หอมตม้ หอมดิบ หอมผดั ไดผ้ ลเช่นเดิม • สรปุ ไดว้ ่า “หวั หอมมีสารท่ีมีฤทธ์ิละลายล่ิมเลือดท่ีจบั อดุ ขวางหลอดเลือดได”้ (สารไซโคลอลั ลิอิน)

หัวหอมกบั โรคหัวใจ (ต่อ) • อาหารไทยมีหอมเป็ นเครอ่ื งเคียง • ขา้ วมนั ไก่ ขา้ วหมแู ดง + ตน้ หอม • ขา้ วขาหมู + กระเทียมสด • ปลาทอด หมทู อด + พรกิ น้าปลาใสห่ อมซอย  คนไทยสมยั กอ่ นไมค่ อ่ ยมีปัญหาเรอ่ื งหวั ใจ

หัวหอมกบั โรคหัวใจ (ต่อ) • Ischemic Heart Disease (โรคกลา้ มเน้ือหวั ใจตาย หรอื กลา้ มเน้ือ หวั ใจขาดเลอื ด) • เกิดจากหลอดเลือดไปเล้ยี งหวั ใจตีบ เพราะมีโคเลสเทอรอลไป เกาะมากจนตีบตนั • ถา้ หลอดเลือดตีบไมเ่ กินรอ้ ยละ ๘๐ รา่ งกายมีระบบ Compensatory Vasodilation ชว่ ยได้ • อาการ – แนน่ อึดอดั หนกั หรอื เจ็บปวดใกลล้ ้นิ ป่ี มีอาการปวดรา้ ว ไปทงั้ สองแขน • สาเหต ุ– อายมุ าก กินไขมนั มาก ผชู้ ายเป็ นมากกว่าผหู้ ญิง สบู บหุ รจี่ ดั น้าหนกั เกินมาตรฐาน

หัวหอมกบั โรคหัวใจ (ต่อ) • โคเลสเทอรอลท่ีพดู ถึงกนั บ่อย – HDL-C และ LDL-C • หวั หอมชว่ ยเพิ่ม HDL-C และลดโคเลสเทอรอลในเลือด • หอมสดเทา่ นนั้ ออกฤทธ์ิดีท่ีสดุ • กินหอมใหญ่สดครง่ึ หวั หรอื หอมแดงสด ๕-๖ หวั ทกุ วนั นาน อยา่ งนอ้ ย ๒ เดือน ชว่ ยเพ่ิม HDL-C และลดโคเลสเทอรอลใน เลือดได้



ชาสารพดั ประโยชน์ • คนจีนรจู้ กั “ชา” นานกว่า ๔,๐๐๐ ปี • ชาวกรกี โบราณใช้ “ชา” รกั ษาโรคหืด • ยารกั ษาโรคหืด “Theophylline” ไดช้ ่ือจาก “Tea” • “ชา” ในทอ้ งตลาดมี ๒ ชนิด – Green Tea หรอื ชาจีน (ผลติ ในจีนและญี่ป่ นุ ) – Black Tea / Ceylon Tea หรอื ชาฝรง่ั (ผลิตในศรลี งั กาและอินเดีย) • ชาจีน ไดจ้ ากยอดและใบอ่อนชา นามาควั่ ในกระทะทองแดงดว้ ยไฟ อ่อนจนแหง้ และมีกล่นิ หอม • ชาฝรง่ั ตอ้ งนามาสมุ กนั เพื่อหมกั ใหม้ ีกลน่ิ กอ่ นจะนาไปทาใหแ้ หง้

ชาสารพดั ประโยชน์ (ต่อ) • เม่ือนาใบชามาสกดั จะได้ – Caffeine รอ้ ยละ ๑ – ๔ มีฤทธิ์กระตนุ้ สมอง เหมือนกาแฟ – Theobromine, Theophylline และ Xanthine มีฤทธิ์ขยายหลอดลม และขบั ปัสสาวะ – Gallotannic acid หรอื Tannin มีมากถึงรอ้ ยละ ๑๕ มีฤทธิ์แก้ ทอ้ งเสียได้

ชาสารพดั ประโยชน์ (ต่อ) • “ชา” มีฟลอู อไรด์ (F-) สงู ชาสามารถยบั ยงั้ ปฏิกิรยิ าระหว่าง น้าตาลกบั แบคทีเรยี ที่สรา้ งสาร dextran ซึ่งทาใหฟ้ ันผ ุ ไดถ้ ึงรอ้ ย ละ ๙๕ • “ชา” ป้ องกนั มะเรง็ ได้ – Epigallo-cathechin-gallate เป็ น anti-mutagen – สารน้ีมีฤทธิ์แรงกว่าวิตามินซี เพราะทาปฏิกิรยิ าไดเ้ รว็ และ แรงกว่า – ยบั ยง้ั การสรา้ ง “ไนโตรซามีน” ซ่ึงเป็ นสารกอ่ มะเรง็

ชาสารพดั ประโยชน์ (ต่อ) • คาแนะนาการใช้ – กระตน้ ุ สมอง - ใชข้ นาดปกติ – แกท้ อ้ งเสีย – ใบชา ๒ ถึง ๓ ชอ้ นโตะ๊ ชงกบั น้าเดือด ท้ิงไว้ สกั ครู่ ด่ืมจนหยดุ ถ่ายทอ้ ง – ป้ องกนั ฟันผ ุ– แช่ใบชาในน้าเดือด ดื่มรว่ มกบั อาหารพวกแป้ ง และน้าตาล – ป้ องกนั มะเรง็ – ด่ืมแทนน้าเมื่อกนิ อาหาร (โดยเฉพาะอาหาร ทะเล) – อยา่ ด่ืมชารอ้ นจดั ชาจีนมีฤทธ์ิแรงกว่าชาฝรงั่ เท่าตวั



กระเทยี มแรงฤทธ์ิ • Allium sativum Linn. ,“Garlic” • ฤทธิ์ฆา่ เช้ือ – Allicin – มีกามะถนั เป็ นองคป์ ระกอบ ทาใหก้ ระเทียมมีกลิ่นฉนุ – Botulinum, Staphyllococcus, Streptococcus – กระเทียมยิ่งฉนุ ย่ิงมีฤทธ์ิฆา่ เช้ือดี – วณั โรค ไทฟอยด์ รา กลาก เกล้อื น ทอนซิลอกั เสบ (เรม่ิ แรก)

กระเทยี มแรงฤทธ์ิ (ต่อ) • กระเทียมกบั โรคหวั ใจ – ลดโคเลสเทอรอล เพ่ิมสารสลายลิม่ เลือด (fibrinolytic activity) – “Ajoene” (Ajo – ภาษาสเปน = garlic) ชว่ ยยบั ยงั้ การรวมตวั ของเกลด็ เลือด ป้ องกนั หลอดเลือด อดุ ตนั

กระเทยี มแรงฤทธ์ิ (ต่อ) • ปัญหาในทางปฏบิ ตั ิ – ลมหายใจมีกล่นิ แกด้ ว้ ยกาแฟเขม้ ๆ หรอื นมสกั แกว้ – กลน่ิ ติดมือ แกด้ ว้ ยน้ามะนาวถมู ือ ตามดว้ ยเกลือ ลา้ งน้า แลว้ ลา้ งสบ่ ู – กระเทียมสดดีที่สดุ – กระเทียมโทนใหผ้ ลสงู สดุ – กระเทียมสกุ ไม่มีฤทธ์ิฆา่ เช้ือ แต่ยงั ช่วยลดโคเลสเทอรอลและ ป้ องกนั โรคหวั ใจได้ – กระเทียม ๑ กรมั ต่อนา้ หนกั ตวั ๑ กิโลกรมั ลดโคเลสเทอรอลได้ เห็นผลใน ๒ – ๔ เดือน



ลูกพรุนระบายพล • “Let medicines be your food, and food your medicines”…Hippocrates • “ลกู พรนุ ” ทาจากผลพลมั (plum) ซึ่งมีหลายชนิด ชนิดท่ีนิยมคือ common plum หรอื Prunus domestica • อเมรกิ าและโรมาเนียเป็ นผผู้ ลิตลกู พรนุ รายใหญ่ของโลก

ลูกพรุนระบายพล (ต่อ) • ลกู พรนุ ในวงการแพทย์ – มีฤทธ์ิเป็ นยาระบาย แตไ่ มใ่ ชผ่ ลจากปรมิ าณไฟเบอร์ (fiber) ที่ มีสงู – คาดว่าเป็ นผลจาก Mg ในลกู พรนุ – แต่ Mg ท่ีสกดั จากลกุ พรนุ ไมม่ ีฤทธิ์เป็ นยาระบาย – สรปุ – สนั นิษฐานว่า Mg ตอ้ งทางานรว่ มกบั สารอ่ืนๆ จึงออก ฤทธ์ิเป็ นยาระบาย – วิธีใช้ – ใชล้ กู พรนุ ละลายน้ารอ้ น ดื่มขน้ วนั ละคร่ึงแกว้ กอ่ น นอน



ขงิ แก่ย่อมเผด็ ร้อน • Zingiber offinale ตระกลู เดียวกบั ขา่ เรว่ กระวาน ปดุ ขม้ิน • Ginger beer / Ginger Ale – นิยมด่ืมในองั กฤษ – ทาโดยหมกั ขิง น้า น้าตาล ครมี ออฟทารท์ าร์ ยีสต์ อาจเติม เปลือกมะนาวหรอื กรดมะนาวก็ได้ – บรรจขุ วดขณะที่ยงั หมกั ไมเ่ สรจ็ จึงมีฟอง มีแอลกอฮอลไ์ ม่ มาก จดั เป็ น soft drink

ขงิ แก่ย่อมเผด็ ร้อน (ต่อ) • ประโยชนท์ างยา – ป้ องกนั อาการเมารถเมาเรอื – ยาป้ องกนั เมารถเมาเรอื “dimenhydrinate” มีฤทธิ์กดประสาท มีผลขา้ งเคียง – ง่วง เสียสมาธิ ปากแหง้ มึนงง ฯลฯ – ขิงป้ องกนั อาการเมารถเมาเรอื ไดโ้ ดยไมม่ ีผลขา้ งเคียง ไมม่ ี ฤทธ์ิกดประสาท ไมม่ ีผลตอ่ osculomotor system

ขงิ แก่ย่อมเผด็ ร้อน (ต่อ) • ขิงช่วยป้ องกนั เลอื ดจบั ตวั เป็ นกอ้ น – “gingerol” ทาหนา้ ที่คลา้ ย aspirin – ยบั ยง้ั การเกิดลิม่ เลือด (ยบั ยง้ั thromboxane)  ขิงช่วยขบั ลม  อาหารไขมนั ยบั ยง้ั การบีบตวั ของกระเพาะอาหาร ทาให้ รสู้ ึกอึดอดั  ขิงกระตนุ้ การทางานของกลา้ มเน้ือในระบบทางเดิน อาหาร เพิ่มการบีบตวั ของกระเพาะอาหาร และลาไส้ จึง แกจ้ กุ เสียด ขบั ลม ทอ้ งอืด



กาแฟ...เช้าสดใส • เป็ นเครอ่ื งดื่มที่แพรห่ ลายรองจาก “ชา” • Coffea arabica และ Coffea canephora • สนั นิษฐานว่าคา “กาแฟ” มาจากช่ือจงั หวดั Kaffa ประเทศ เอธิโอเปี ย ซ่ึงเป็ นแหลง่ กาเนิดกาแฟ • “กาเฟอีน” (Caffeine) มีฤทธิ์กระตนุ้ ประสาท – ปรมิ าณในแตล่ ะพนั ธไ์ ุ มเ่ ทา่ กนั – Arabica – Brazil มีกาเฟอีนรอ้ ยละ ๐.๘ – ๑.๕ – Robusta – Africa มีกาเฟอีนรอ้ ยละ ๑.๖ – ๒.๕

กาแฟ...เช้าสดใส (ต่อ) • กาแฟเป็ นยา – กาเฟอีนใชเ้ ป็ นยากระตนุ้ สมอง – กาเฟอีนออกฤทธิ์เรว็ ถกู ดดู ซึมสกู่ ระแสเลอื ดในเวลา ๕ นาที ถกู ลาเลยี งสสู่ มองภายในเวลา ๒๐ – ๓๐ นาที – หลงั จากออกฤทธิ์สงู สดุ ฤทธิ์จะลดลงชา้ ๆ แตย่ งั คงอย่ไู ด้ ครงึ่ หน่ึงเมื่อผา่ นไป ๓ – ๖ ชวั่ โมง – กาเฟอีนสว่ นใหญ่ถกู รา่ งกายเปล่ยี นสภาพ มีเพียงรอ้ ยละ ๑ ท่ี ถกู ขบั ออกมารปู เดิม

กาแฟ...เช้าสดใส (ต่อ) • กาแฟกบั สมอง – มีฤทธิ์ทาใหผ้ ดู้ ่ืมมีสติ สมาธิ ความแมน่ ยา ความเฉียบแหลม และปฏิกิรยิ าตอบสนองต่อสิ่งเรา้ ดีข้ึนอยา่ งเห็นไดช้ ดั – กาแฟออกฤทธ์ิต่อสมองเทา่ เทียมกนั ไมว่ ่าผดู้ ่ืมจะไมเ่ คยดื่ม ด่ืมบา้ ง หรอื ด่ืมประจา

กาแฟ...เช้าสดใส (ต่อ) • กาแฟกบั การทางานหนกั – กาเฟอีนชว่ ยยืดเวลาการทางานของกลา้ มเน้ือ – นกั ป่ันจกั รยานไดร้ บั กาเฟอีน ๓๕๐ มิลลกิ รมั มีแรงป่ันเพ่ิมข้นึ รอ้ ยละ ๗ และป่ันไดน้ านข้นึ รอ้ ยละ ๒๐ – กาแฟจดั เป็ นสารตอ้ งหา้ มทางการกฬี า เม่ือดื่มเกนิ ปรมิ าณที่ กาหนด – De-caffeinated coffee ไมม่ ีฤทธ์ิดงั กลา่ ว – กาแฟชว่ ยเรง่ การเผาผลาญไขมนั ท่ีสะสมใหเ้ ป็ นพลงั งาน – กาแฟลดความสามารถดา้ นการทางานประสานกนั ของ กลา้ มเน้ือ





กล้วย...อาหารคน อาหารลงิ • Musa spp. • มี CHO ในรปู นา้ ตาลสงู มาก • เป็ นแหลง่ วิตามินเอ บี และซี รวมถึงแรธ่ าต ุ • รอ้ ยละ ๗๕ ของเน้ือกลว้ ยเป็ นนา้ • กลว้ ย ๑ ผล มี K ถึงรอ้ ยละ ๒๓ ของปรมิ าณท่ีรา่ งกายตอ้ งการใน ๑ วนั • ประโยชนข์ องกลว้ ย – บรรเทาโรคกระเพาะ – ชว่ ยลดโคเลสเทอรอล – แกท้ อ้ งเสีย

กล้วย...อาหารคน อาหารลงิ (ต่อ) • กลว้ ยกบั กระเพาะอาหาร – สารสาคญั ในกลว้ ยยบั ยง้ั การหลงั่ กรดในกระเพาะอาหารได้ ลดอาการการกาเรบิ ของแผลในกระเพาะอาหาร – กลว้ ยเพ่ิมความแข็งแรงของกระเพาะอาหารใหท้ นต่อกรด แต่ ไมม่ ีผลขา้ งเคียงเหมือนยาแผนปัจจบุ นั – ในสตั วท์ ดลอง กลว้ ยป้ องกนั การเกิดแผลในกระเพาะอาหาร และทาใหผ้ นงั กระเพาะอาหารหนาข้ึนถึงรอ้ ยละ ๒๐

กล้วย...อาหารคน อาหารลงิ (ต่อ) • กลว้ ยกบั โคเลสเทอรอล – กลว้ ยชว่ ยเพ่ิม HDL-C ถึงรอ้ ยละ ๓๐ – สนั นิษฐานว่าเป็ นผลจากสาร “เพกทิน” (pectin) ท่ีมีมาก – กลว้ ย ๑ ผล มีเพกทินพอๆ กบั แอปเป้ิ ล ๑ ผล  กลว้ ยกบั อาการทอ้ งเดิน  “tannins” รกั ษาอาการทอ้ งเดินที่ไมร่ นุ แรงได้  กินกลว้ ยน้าวา้ หา่ มครงั้ ละ ๑ ผล หรอื กลว้ ยผงชงกบั น้า รอ้ น  กลว้ ยสกุ มีฤทธิ์เป็ นยาระบายเพราะมีเพกทินสงู กินเปลา่ ๆ หรอื ดองในน้าผ้ึง

เทา่ ทันสือ่

อาหารและ โภชนาการ ตา้ นไวรัส จิราวฒั น์ ปรัตถกรกุล วิทยาลยั วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลยั มหิดล

ไวรัส (Virus)  เปน็ สิง่ มีชีวิต  ไม่ใช่เซลล์ แต่เป็นอนภุ าค (Particle)  ขนาดเล็กกวา่ แบคทเี รยี เห็นผ่านกลอ้ งจลุ ทรรศน์อเิ ลก็ ตรอน (Electron microscope)  กอ่ โรคได้ (Pathogenic) ทีม่ า: http://biosci.blog/notes/core-virology-virus-structure-and-classification/

ไวรสั - ประเภท  Nucleic acid  Protein capsid  Lipid envelope  Pathogenicity  Organs

ไวรสั – การติดเชือ้ ท่ีมา: https://science.howstuffworks.com/life/cellular-microscopic/virus-danger.htm

ไวรสั – การติดตอ่  การหายใจ ไดแ้ ก่ โรคไขห้ วดั ธรรมดา (Common cold) โรคไข้หวัด ใหญ่ (Influenza) โรคไข้หวัดนก (Avian influenza) โรคปอดอักเสบ (Pneumonia)  เลือด ได้แก่ เอดส์ (AIDS) ตับอักเสบ (Hepatitis)  เพศสมั พันธ์ ได้แก่ เอดส์ (AIDS), Condyloma acuminata, Herpes progenitais  การต้งั ครรภ์ ได้แก่ เอดส์ (AIDS), Rubella, Hepatitis  การสัมผัสผิวหนัง ได้แก่ Chickenpox, Smallpox  ยุงกดั ได้แก่ Dengue fever, Japanese B encephalitis  ปาก ไดแ้ ก่ Rotavirus

ไวรัส – โคโรนา 2019  Novel Coronavirus (2019 – nCoV), Wuhan pneumonia, Wuhan coronavirus  Viral pneumonia  การติดตอ่ 1) สตั ว์สคู่ น 2) คนส่คู น  การลดความเสี่ยง (WHO, 2020)  ลา้ งมอื ดว้ ยน้า สบู่ เจลล้างมอื  ปิดจมกู และปากเมอื ไอ จาม  เลี่ยงสัมผสั สัตว์ป่าหรือสัตว์ในฟารม์  เลี่ยงใกลช้ ิดผู้ปว่ ยคลา้ ยหวดั  ปรุงเนื้อสัตวส์ กุ ก่อนกนิ ที่มา: https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA#/med ia/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Coronaviruses_004_lores.jpg

ไวรัส – โคโรนา 2019  สถานการณ์ (26 มกราคม 2563)  ทว่ั โลก ผูป้ ว่ ย 2,026 ราย ตาย 56 ราย รักษาหาย 57 ราย  จีน 1,975 ราย 56 49  ไทย 80 5  13 ประเทศ 43 0 3 WHO ยงั ไมป่ ระกาศภาวะฉกุ เฉินทางด้าน สาธารณสุขทมี่ ผี ลกระทบระหวา่ งประเทศ (Public Health Emergency of International Concern, PHEIC) ท่ีมา: https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA#/med ia/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Coronaviruses_004_lores.jpg

อาหารและโภชนาการตา้ นไวรัส  กนิ ร้อน ช้อนกลาง ลา้ งมอื  กนิ ครบ 5 หมู่  *โปรตีน ได้แก่ เนื้อสตั ว์ ไข่ นม ฯลฯ --- สรา้ งภมู ติ า้ นทาน  *วิตามนิ ได้แก่ ผกั ผลไม้ --- Antioxidant  กนิ เนือ้ สตั วป์ รุงสุกเสมอ  ออกก้าลงั กายพอเหมาะ  พักผ่อนให้เพียงพอ  เสรมิ วติ ามินซี???***


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook