โครงการ วั ฒนธรรมไทย สู่ วั ฒนธรรมองค์ กร วั ด ทิ พ ย์ สุ ค น ธ า ร า ม แ ล ะ วั ด ถํา เ สื อ จั ง ห วั ด ก า ญ จ น บุ รี ร ะ ห ว่ า ง วั น ที 1 0 ม ก ร า ค ม ถึ ง 2 7 มี น า ค ม 2 5 6 3 10 24 14 28 13 27 มกราคม กมุ ภาพนั ธ์ มนี าคม
กํา ห น ด ก า ร 06.30 ลงทะเบียน หน้าตึก SiMR 07.00 ออกเดินทางจาก โรงพยาบาลศิริราช ไปยังวัดทิพย์สุคนธาราม 08.00 ต.ดอนสแลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี 10.00 รับประทานอาหารว่างตอนเช้าบนรถ 10.10 เดินทางถึงวัดทิพย์สุคนธาราม ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ . ก า ญ จ น บุ ร ี 12.00 สักการะพระพุ ทธรูปปางขอฝนทีใหญ่ทีสุดในประเทศไทย 14.30 พร้อมถ่ายภาพหมู่ ฟงบรรยายธรรมจากพระวิทยากร ร่วมถวาย ไทยธรรม เยียมชมนิทรรศการ“อนุสรณ์แห่งการตืนรู้” ประวัติความเปน 15.30 มาของ \"พระพุ ทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์\" 18.30 รับประทานอาหารกลางวันบนรถ พร้อมออกเดินทางไปยัง วัดถําเสือ ต.ม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เดินทางถึงวัดถําเสือ ต.ม่วงชุม อ. ท่าม่วง จ. กาญจนบุรี แวะเยียมชม และกราบนมัสการพระธาตุพระพุ ทธรูปปางประทานพร ทีใหญ่ทีสุดของ จ.กาญจนบุรี ออกเดินทางไปยัง กทม. และแวะซือของฝาก ถึ ง โ ร ง พ ย า บ า ล ศิ ร ิร า ช โ ด ย ส วั ส ดิ ภ า พ * กํา ห น ด ก า ร อ า จ มี ก า ร เ ป ลี ย น แ ป ล ง ต า ม ค ว า ม เ ห ม า ะ ส ม
หลักการและเหตผุ ล โครงการ วั ฒ น ธ ร ร ม ไ ท ย ยุทธศาสตรค์ ณะแพทยศาสตรศ์ ิรริ าชพยาบาล ที 5 องค์กรทีบุคลากรมคี วามผกู พนั และมี สู่ วั ฒ น ธ ร ร ม อ ง ค์ ก ร ประสทิ ธภิ าพสงู อาทิ การปลกู ฝงวฒั นธรรม ศิรริ าช การสรา้ งบรรยากาศในการทํางานที สรา้ งโอกาสใหแ้ ก่บุคลากรรว่ มทําบุญกับ สมดลุ เพอื ใหบ้ ุคลากรเกิดความสขุ และความ คณะฯ สรา้ งใหเ้ กิดความรแู้ ละความเขา้ ใจเกียว ผกู พนั ต่อองค์กรและผลงาน นนั กับประวตั ิของสถานทีสาํ คัญนนั ๆ สรา้ งความ ศรทั ธาต่อพระพุทธศาสนาใหธ้ าํ รงรกั ษาไวส้ บื งานคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมมหี นา้ ทีรบั ผดิ ชอบ ต่อไป โดยไดร้ บั ความรว่ มมอื จากหนว่ ยงาน และตระหนกั ถึงความสาํ คัญของยุทธศาสตร์ ภายนอกคณะฯ ในการจดั กิจกรรมต่างๆ ดว้ ย ขา้ งต้น จงึ เล็งเหน็ วา่ การนอ้ มนาํ พระพุทธศาสนา เขา้ มาเปนเครอื งยดึ เหนยี วจติ ใจ จะสามารถ โครงการวฒั นธรรมไทย สวู่ ฒั นธรรมองค์กร สรา้ งใหบ้ ุคลากรมคี วามสขุ ทีแท้จรงิ ได้ ซงึ เปน เปนโครงการจดั กิจกรรมทีมลี ักษณะการนาํ ชม วธิ กี ารและแนวทางในการขดั เกลาจติ ใจให้ เล่าประวตั ิความเปนมาของสถานที คือ วดั บุคลากร เปนคนดมี คี วามสขุ และเกิดความ สถานทีสาํ คัญ หรอื สถานทีนา่ สนใจซงึ อยูใ่ น ผกู พนั ต่อองค์กร สามารถสรา้ งผลงานไดด้ อี ีก จงั หวดั กาญจนบุรี โดยมรี ะยะทางในการเดนิ ทางหนงึ อีกทังยงั สรา้ งบรรยากาศธาํ รงรกั ษาไว้ ทางจากโรงพยาบาลศิรริ าช ไมไ่ กลมากพรอ้ ม ซงึ ศิลปวฒั นธรรม ประเพณ ี อันดงี ามของชาติ ทังยงั สามารถจดั กิจกรรมเสรจ็ ภายในระยะ เวลา 1 วนั
วัตถุประสงค์ 1) เพือส่งเสริมให้บุคลากรเกิดความศรัทธาที มันคงต่อพระพุ ทธศาสนา 2) เพือให้บุคลากรได้รับความรู้ สร้างความ เข้าใจ เกียวกับประวัติของสถานทีซึงมีความ สาํ คัญต่อประเทศชาติ 3) เพือให้บุคลากรมีโอกาสได้ทําบุญร่วมกัน 4) เพือให้บุคลากรได้รับการผ่อนคลายจาก ความเคร่งเครียดจะได้มีประสิทธิภาพในการ ทํางานเพิมขึน 5) เพือสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง บุ ค ล า ก ร แ ล ะ เ ป น ข วั ญ กํา ลั ง ใ จ ใ น ก า ร ทํา ง า น ใ ห้ แก่บุคลากรภายในคณะฯ ภายในหน่วยงาน ห น่ ว ย ง า น ที รั บ ผิ ด ช อ บ งานคุณธรรมและจริยธรรม ค ณ ะ แ พ ท ย ศ า ส ต ร ์ศิ ร ิร า ช พ ย า บ า ล
\"แควน้ โบราณ ด่านเจดีย์ มณเี มืองกาญจน์ สะพานขา้ มแมน่ ําแคว แหลง่ แร่ นําตก\" กาญจนบุรี กาญจนบุร ี เปนจังหวัดหนึง ทีตังอยู่ในภาคตะวันตกของ ประเทศไทย มีพืนทีทังหมดประมาณ 19,473 ตารางกิโลเมตร มีพืนทีใหญ่เปนอันดับ 3 ของประเทศ รองจากจังหวัด นครราชสีมา และจังหวัดเชียงใหม่ และมีพืนทีใหญ่ทีสุดในภาค ตะวันตก มีระยะทางหา่ งจากกรุงเทพมหานครประมาณ 129 กิโลเมตร มีชายแดนติดต่อกับประเทศพม่าระยะทางประมาณ 370 กิโลเมตร ภูมิประเทศส่วนใหญ่เปนปามีทังปาโปรง่ และ ปาดงดิบ มีแม่นาํ สาํ คัญสองสายคือ แม่นาํ แควใหญ่ และแม่นาํ แควน้อย ซงึ ไหลมาบรรจบรวมกันเปนแม่นาํ แม่กลอง ที บรเิ วณอําเภอเมืองกาญจนบุรี มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัด ใกล้เคียง ได้แก่ ทิศเหนือ จรดจังหวัดตากและจังหวัด อุทัยธานี ทิศใต้ จรดจังหวัดราชบุร ี ทิศตะวันออก จรดจังหวัด สุพรรณบุรแี ละนครปฐม ทิศตะวันตก จรดประเทศพม่า กาญจนบุรแี บง่ การปกครองออกเปน 13 อําเภอ คือ อําเภอเมอื ง อําเภอท่ามะกา อําเภอบอ่ พลอย อําเภอท่ามว่ ง อําเภอเลาขวญั อําเภอทองผาภมู ิ อําเภอพนมทวน อําเภอดา่ นมะขามเตีย อําเภอไทรโยค อําเภอหนองปรอื อําเภอสงั ขละบุรี อําเภอหว้ ยกระเจา อําเภอศรสี วสั ดิ
กาญจนบรุ เี ปนดนิ แดนทมี คี วามเปนมาตงั แตส่ มยั กอ่ นประวตั ศิ าสตร์ โดยพบหลกั ฐานดา้ นโบราณคดี เชน่ เครอื งมอื หนิ กะเทาะยคุ หนิ ใหมแ่ ละ ยคุ โลหะ โครงกระดกู มนษุ ย์ ภาชนะดนิ เผาเครอื งประดบั ภาพเขยี นสี บรเิ วณผนงั ถําโลงศพตามถําเพงิ ผาและตามลํานาํ แควนอ้ ย แควใหญ่ และลมุ่ แมน่ าํ แมก่ ลอง กาญจนบรุ ปี รากฏชอื สมยั อยธุ ยาเปนราชธานี เนอื งจากเปนเมอื งนา่ ดา่ นในการทําสงครามกบั พมา่ โดยเปนเสน้ ทางเดนิ ทพั ซงึ ประเทศคสู่ งครามยกทพั มาทางดา่ นพระเจดยี ส์ ามองคแ์ ละเปน สมรภมู ริ บในบางครงั สมยั ธนบรุ เี ปนราชธานไี ทยทําสงครามกบั พมา่ ถงึ 10 ครงั สมยั กรงุ รตั นโกสนิ ทรเ์ กดิ สงคราม 9 ทพั ณ สมรภมู ริ บเหนอื ทงุ่ ลาดหญา้ หลงั สงครามไดย้ า้ ยสถานทตี งั เมอื งจากลาดหญา้ มาตงั ที ตําบลปากแพรก จนถงึ พ.ศ. 2374 พระบาทสมเดจ็ พระนงั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั รชั กาลที 3 ไดโ้ ปรดใหก้ อ่ สรา้ งกําแพงเมอื ง และปอมปราการขนึ เปนการ ถาวร กาญจนบุร ี เปนจงั หวดั หนงึ ในภาคกลางทีมผี คู้ นนยิ มเดนิ ทาง ไปท่องเทียว เต็มไปดว้ ยเรอื งราวในอดตี ทีนา่ สนใจ เปนแหล่ง อารยธรรมเก่าแก่ยุคก่อนประวตั ิศาสตร์ เปนสถานทีตังของสะพาน ขา้ มแมน่ าํ แคว ซงึ เปนสถานทีสาํ คัญทางประวตั ิศาสตรข์ องไทยใน สมยั สงครามโลกครงั ที 2 และมชี อื เสยี งโดง่ ดงั ไปทัวโลก นอกจากนี ยงั มแี หล่งท่องเทียวทางธรรมชาติทีอุดมสมบูรณ์ ไมว่ า่ จะเปน ปาเขา ลําเนาไพร ถําหรอื นาํ ตก และยงั มวี ดั ทีมชี อื เสยี ง และมปี ระวตั ิความ เปนมาทีมคี วามนา่ สนใจ มพี ระพุทธรปู ทีเปนเอกลักษณแ์ ละมคี วาม งดงาม อีกหลายแหง่ เชน่ วดั ทิพยส์ คุ นธาราม วดั ถําเสอื เปนต้น
วดั ทิพยส์ คุ นธาราม วัดทิพย์สุคนธาราม สรา้ งขึนเมือวันที 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 ด้วยจิตศรทั ธาเลือมใส ในพระพุทธศาสนาของ นางฉันท์ทิพย์ กลินโสภณและครอบครวั โดยได้ถวายทีดิน 339 ไร่ ที ตําบลดอนแสลบ อําเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี พรอ้ มด้วยทุนทรพั ย์เปนทุนในการ สรา้ งวัดเพือประโยชน์ทางศาสนาของภิกษุสงฆ์และประชาชน โดยสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม รบั อุปถัมภ์การสรา้ งวัด มาตังแต่ต้น และได้ ตังนามวัดว่า \"วัดทิพย์สุคนธาราม” และได้ประกาศจัดตังขึนตามประกาศสาํ นักงานพระพุทธ ศาสนาแห่งชาติ เมือวันที 4 มิถุนายน พ.ศ. 2550 เปนทีประดิษฐาน “พระพุทธเมตตาประชา ไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนุสรณ์” พระพุทธรูปปางขอฝนเนือสาํ ริดทีใหญ่ทีสุดใน ประเทศไทย ตามตํานานเขาเล่าว่า \"ครงั หนึงในสมัย พุทธกาลนัน ฝนแล้งมากแต่ด้วย พระพุทธบารมีได้ทรงพลิกพืนทีแห้งแล้ง ให้มีนาํ ฝนหลังไปทัวทุกสารทิศ\" และทีอําเภอห้วย กระเจา คือ อีสานของจังหวัด กาญจนบุรี จึงเปนทีมาของพระปางขอฝนทีสุดแห่งความ ศรทั ธากับประติมากรรมทางพุทธศิลปพระพุทธรูปสาํ รดิ ปางขอฝนทีสูงทีสุด ในประเทศไทย ว่ากันว่าหากได้มากราบไหว้ ชีวิตจะพบแต่ความรม่ เย็นเปนสุขดังแผ่นดินทีได้รบั สายฝน ซึงมี ความเชือว่าการสรา้ งพระพุทธรูปดังกล่าว จะทําให้พืนทีบรเิ วณนันเกิดความชุ่มชืนมากขึนจาก พุทธานุภาพของพระปางขอฝน เนืองจากพืนทีดังกล่าวเปนพืนทีแห้งแล้งซึงหลังจากสรา้ ง พระพุทธรูปแล้วพืนทีในอําเภอห้วยกระเจา ก็มีความเขียวขจีขึน สังเกตได้จาก ภูเขาซึงตังอยู่ ด้านหลั งองค์พระพุ ทธรูปจากเมือก่อนทีเคยแห้งแล้ งก็เขียวขจีขึน
จุ ดเด่น พระพุ ทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคั นธารราฐ อนุสรณ์ สรา้ งขึนโดยใช้โลหะสาํ รดิ ความสูง 32 เมตรยืน อยู่บนฐานสูง 8 เมตร ซึงสาํ นักงานทรพั ย์สินส่วนพระมหา กษัตรยิ ์รว่ มกับหน่วยงานภาครฐั และภาคเอกชนจัดสรา้ ง ขึนโดยมีวัตถุประสงค์เพือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนืองในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา เพือ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิรกิ ิติ พระบรมราชนิ ีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหลวง เนืองในโอกาส มหามงคลทรงเจรญิ พระชนมพรรษา 80 พรรษา และเพือ เปนการราํ ลึกถึงสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม ซึงเปนผู้รเิ รมิ ให้จัดสรา้ ง องค์พระพุทธเมตตาฯ โดยมีความหมาย 3 ประการ คือ 1. เปนพระพุทธรูปซึงเปนทีพึงของชาวไทยและชาวโลก 2. เปนพระพุทธรูปซึงเปนทีพึงของ 3 โลก ได้แก่ โลก สวรรค์ โลกมนุษย์ และยมโลก 3. เปนพระพุทธรูปทีสรา้ งขึนเพือราํ ลึกถึงพระพุทธรูปแห่ง บามิยันประเทศอัฟกานิสถาน เมือสมเด็จพระมหาธรี าจารย์ (นิยม ฐานิสฺสโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม มรณภาพลง สมเด็จพระนางเจ้าสิรกิ ิติ พระบรมราชนิ ีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหลวง ทรงมีพระมหากรุณารบั โครงการไว้ในพระบรมราชนิ ูปถัมภ์ ตังแต่วันที 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 และวันที 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554 คณะกรรมการฯ ได้จัดพิธบี วงสรวงการก่อสรา้ งเปนปฐมฤกษ์ ต่อมา สมเด็จพระนาง เจ้าสิรกิ ิติ พระบรมราชนิ ีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ใหส้ มเด็จ พระกนิษฐาธริ าชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดาํ เนิน แทนพระองค์ไปทรงเททองหล่อชนิ ส่วนสาํ คัญ (พระหตั ถ์ขวาซงึ เปนกิรยิ าสาํ คัญของพระพุทธรูป ปางขอฝน คือกิรยิ าเรยี กฝนของพระพุทธเมตตาฯ) ณ วัดชนะสงคราม ในวันที 6 มีนาคม พ.ศ. 2557 และในวันที 23 ธนั วาคม พ.ศ. 2558 สมเด็จพระนางเจ้าสิรกิ ิติ พระบรมราชนิ ีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ใหส้ มเด็จพระกนิษฐาธริ าชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดาํ เนินแทนพระองค์ไปในพิธี สมโภช พระพุทธเมตตาประชาไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนสุ รณ์ ณ วดั ทิพยส์ คุ นธาราม จงั หวดั กาญจนบุรี
พระพุ ทธเมตตา ประชาไทย ไ ต ร โ ล ก น า ถ คั น ธารราฐอนุสรณ์ \" เปนพระพุทธรูปปางคันธารราฐ หรอื ปางขอฝนหล่อด้วยโลหะ สาํ รดิ สงู 32 เมตร อันหมายถึง อาการแห่งกายครบ 32 ประการ ของมนษุ ย์ \" พระพุทธเมตตาฯ เปนพระพุทธรปู ทีผสม ประดษิ ฐานบนฐานสงู 8 เมตร ใหม้ คี วาม ผสานศิลปะคันธาระ (ซงึ เปนประติมากรรมกรกี มนั คงท่ามกลางสภาพภมู ปิ ระเทศทีอ่อนไหวต่อ ผสมอินเดยี ) กับพุทธศิลปอยา่ งไทยไดอ้ ยา่ ง การเกิดแผน่ ไหว เนอื งจากอยูใ่ กล้รอยเลือนถึง งดงามโดยมพี ุทธลักษณะเปนพระพุทธรปู ปาง สองแหง่ ทังยงั เปนพนื ทีโปรง่ โล่งทีเสยี งต่อการ คันธารราฐหรอื ปางขอฝนหล่อดว้ ยโลหะสาํ รดิ ปะทะแรงลมและพายุต่างๆ โดยทัวไปการสรา้ ง สงู 32 เมตร อันหมายถึงอาการแหง่ กายครบ ประติมากรรมทีมขี นาดสงู และใหญฐ่ านดา้ นล่าง 32 ประการของมนษุ ย์ (มหาปุรสิ ลักษณะ) มกั มขี นาดใหญต่ ามไปดว้ ย แต่พระพุทธเมตตาฯ อยูใ่ นอิรยิ าบถประทับยนื ทรงผา้ วสั สกิ สาฎก มแี ต่เพยี งโครงเหล็ก สว่ นขาทังสองของ (ผา้ อาบนาํ ฝน) พระหตั ถ์ขวายกขนึ ราวพระอุระ พระพุทธรปู ทีหา่ งกันเพยี งแค่ 2 เมตร เปนจุด (อก) ทํากิรยิ ากวกั เรยี กนาํ ฝน พระหตั ถ์ซา้ ยทอด รบั นาํ หนกั องค์พระทังองค์โดยไมม่ สี ว่ นคํายนั แต่ หงายในระดบั พระโสณี (สะโพก) เปนกิรยิ ารองรบั อยา่ งใด การก่อสรา้ งจงึ ต้องใชเ้ ทคโนโลยขี นั นาํ ฝนซงึ ถือวา่ มลี ักษณะกายวภิ าคทีเหมอื นจรงิ สงู โดยมผี เู้ ชยี วชาญดา้ นวศิ วกรคํานวณตังแต่ และงดงามตามธรรมชาติ ประดษิ ฐานอยูบ่ นฐาน การออกแบบโครงสรา้ งเหล็กจนถึงการทดสอบ สงู ประมาณ 8 เมตร กล่าวไดว้ า่ เปนพระพุทธรปู รบั แรงพายุและแรงแผน่ ดนิ ไหวซงึ สามารถ สาํ รดิ ทีสงู ทีสดุ ในประเทศไทย การสรา้ งองค์ ต้านทานได้ 9.7 รกิ เตอร์ นบั เปนการหลอมรวม พระพุทธเมตตาฯ สะท้อนถึงความเจรญิ ของ วชิ าความรู้ เทคโนโลยใี นการก่อสรา้ งเพอื ให้ นวตั กรรมและเทคโนโลยที ีมคี วามทันสมยั มาก องค์พระมคี วามมนั คงแขง็ แรง สามารถคงทน ทีสดุ แหง่ ยุคเนอื งจากเปนการสรา้ งองค์พระพุทธ อยูไ่ ดเ้ ปนเวลานบั 1,000 ป รปู แบบลอยตัวความสงู 32 เมตร
อ า ค า ร นิ ท ร ร ศ ก า ร แ ห่ ง ก า ร ตื น รู้ เปนอาคารติดแอรท์ ีจดั แสดงนทิ รรศการสอื ผสมผสานทีบอก เล่าเรอื งราวตังแต่การจดั สรา้ งองค์พระพุทธเมตตาฯ และเรอื งราวการเดนิ ทางของพระพุทธศาสนาจากอตีตจนถึง ปจจุบนั แนวคิดหลักของนทิ รรศการ คือ เมอื การตืนรู…้ ออกเดิน ทาง อายุของพระพุทธศาสนา…ก็ยนื ยาว เมอื พระพุทธศาสนายนื ยาว..การตืนรู…้ ก็ได้ออกเดินทางอีกครงั \"การตืนรู”้ คือหวั ใจของพระพุทธศาสนา อาคารแหง่ การตืนรู้ แหง่ นจี งึ เปรยี บเสมอื น “เปนคบเพลิงแหง่ ธรรม” คอยปลกุ ผคู้ นให้ ตืนรตู้ ่อไป เปนสถานทีสรา้ งแรงบนั ดาลใจใหผ้ คู้ นไดศ้ ึกษาและเขา้ ถึง \"หวั ใจของพุทธะ” ยงิ ผคู้ นไดเ้ ขา้ ถึงมากเท่าไร การสบื ทอดอายุพระพุทธศาสนาจะก้าวหนา้ ยนื ยาวและหยงั รากลึก ลงไปถึงแก่นไดม้ ากขนึ เท่านนั อนสุ รณแ์ หง่ การตืนร ู้ จะแบง่ ออก เปน 4 โซน
อ า ค า ร นิ ท ร ร ศ ก า ร แ ห่ ง ก า ร ตื น รู้ โซนที 1 เปนชนั ทางเขา้ หลัก แสดงเรอื งราวความเปนมาของการก่อสรา้ งพระพุทธเมตตาประชา ไทยไตรโลกนาถคันธารราฐอนสุ รณ์ จากปณธิ านอันแรงกล้าของ สมเดจ็ พระมหาธรี าจารย์ เจา้ อาวาสวดั ชนะสงคราม ในขณะนนั ยงั แสดงเรอื งราวของการสรา้ งองค์พระขนาดใหญ่ ทีต้องใชผ้ ู้ เชยี วชาญและเทคนคิ ทางวศิ วกรรมขนั สงู ผสานกับงานชา่ งฝมอื โบราณ เพอื รงั สรรค์พระพุทธรปู ทีถกู ต้องตามลักษณะของพุทธ ศิลป และโครงสรา้ งทีมคี วามแขง็ แรงทนทาน โซนที2 การเดนิ ทางของ โซนที 3 “เจติยะ” สงิ ทีควรบูชา โซนที 4 คบเพลิงแหง่ ธรรม พระพุทธศาสนา แสดงเรอื งราวของสญั ลักษณท์ ี พนื ทีเพอื การยอ้ นทวนตกผลึก แสดงเรอื งราวของการหยงั ราก ใชใ้ นการสอื สารทางพระพุทธ ทางความคิดเรอื งราวการตืนรู้ ของพระพุทธศาสนาลงบนดนิ ศาสนา เพอื ราํ ลึกถึงการตืนรู้ อันเปนหวั ใจสาํ คัญของพระพุทธ แดนสวุ รรณภมู แิ ละเรอื งราวอัน และการเผยแผพ่ ระธรรมคําสงั ศาสนาประดจุ ดงั “เปลือกหอ่ หมุ้ ยงิ ใหญ่ ของพระเจา้ อโศก สอนของพระพุทธเจา้ แก่น” ดาํ รงอยูค่ ่กู ัน ไมอ่ าจขาด มหาราชทีทรงเลือมใสใน สงิ หนงึ สงิ ใดได้ และทําหนา้ ที พระพุทธศาสนาเปนอยา่ งมาก เปน “คบเพลิงแหง่ ธรรม” คอย ทรงทําใหพ้ ระพุทธศาสนาแผ่ ปลกุ ผคู้ นใหต้ ืนรตู้ ่อไป ขยายทัวชมพูทวปี ทรงอุปถัมภ์ พระสงฆ์ ทรงสรา้ งสถปู เจดยี ์ จาํ นวนมาก และทีสาํ คัญคือ “จารกึ พระเจา้ อโศกมหาราช” ซงึ ทําใหช้ าวตะวนั ตกยอมรบั วา่ “พระพุทธเจา้ มตี ัวตนจรงิ ใน ประวตั ิศาสตร”์
วั ด ถํา เ สื อ \" ตังอยู่บนเนินเขาใน ต.ท่าม่วงชุม อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ภายในวัดประกอบด้วยอาคารและเจดีย์สถาปตยกรรมไทย จีน ผสมผสาน มีชือเสียงเลืองลือในความสวยงามของพระพุ ทธรูป ปางประทานพรทีใหญ่ทีสุดของจังหวัดกาญจนบุรี \"
นอกจากนี ยงั มี พระเจดยี เ์ กศแก้วปราสาท ต่อมาในป พ.ศ. 2518 ไดม้ กี ารสรา้ ง องค์พระเจดยี เ์ ปนสอี ิฐทังองค์ แบง่ เปนชนั ต่างๆ มณฑปเพอื ครอบรอยพระพุทธบาทเบอื ง หลายชนั แต่ละชนั จะประดษิ ฐาน พระพุทธรปู ซา้ ย ทีมคี วามยาว 1.50 เมตร และเรมิ ต่างๆ มากมายจนถึงชนั บนสดุ เปนทีประดษิ ฐาน สรา้ งพระอุโบสถเมอื วนั ขนึ 15 คํา เดอื น 6 ของพระบรมสารรี กิ ธาตุ ทีอัญเชญิ มาจาก ป พ.ศ. 2520 ซงึ ไดร้ บั พระราชทาน ประเทศอินเดยี และยงั มวี หิ ารต่างๆ ใหเ้ ขา้ ไป วสิ งุ คามสมี า (พนื ทีในการสรา้ งอุโบสถ) สกั การะพระพุทธรปู และชนื ชมความงดงาม จากพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร ของจติ รกรรมฝาผนงั ภายใน ดา้ นหนา้ วดั เปน มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถ แมน่ าํ แมก่ ลองและดา้ นหลังล้อมรอบดว้ ยท้อง บพติ ร เพอื สรา้ งพระอุโบสถอัฐมุข ท่งุ นา สว่ นดา้ นขา้ งติดกับองค์พระเจดยี เ์ ปนเก๋ง (พระอุโบสถอัฐมุข คือการสรา้ งพระ จนี ของวดั ถําเขานอ้ ย อุโบสถใหม้ มี ุข 8 ดา้ น โดยมมี ุขหลักยนื ออกมา 4 ดา้ น ซงึ เปนสถาปตยกรรมทีไม่ วดั ถําเสอื ไดม้ กี ารวางแผน่ ฤกษ์เมอื วนั ขนึ 15 เหมอื นทีไหนเปนการสรา้ งโดยเปรยี บกับ คํา เดอื น 12 พ.ศ. 2516 โดยเรมิ สรา้ ง \"หลวง การเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาออกไปทัง 8 พอ่ ชนิ ประทานพร\" ขนาด สงู 9 วา 9 นวิ หนา้ ทิศ เมอื เขา้ ไปภายในพระอุโบสถ จะเหน็ ตัก 5 วา 3 ศอก 9 นวิ นบั วา่ เปนพระพุทธรปู ทีมี ผนงั เปน 8 ดา้ นอยา่ งชดั เจน ผนงั ประดบั พุทธลักษณะงดงามเปนอยา่ งยงิ อยูใ่ นพระ ดว้ ยปูนปนเปนเรอื งราวพุทธประวตั ิ) อิรยิ าบถนงั ขดั สมาธิ ปางประทานพร พระหตั ถ์ ขวายกขนึ ระดบั พระอุระ (อก) ปลายนวิ ชกี ับนวิ ต่อมาในวนั ขนึ 12 คํา เดอื น 9 ป พ.ศ. โปงจรดกันกลางฝามอื มดี อกไม้ พระหตั ถ์ซา้ ย 2527 ไดจ้ ดั พธิ ลี งเขม็ เทเสาเอก เพอื หงายมอื วางบนพระเพลา (ตัก) ปลายนวิ ชกี ับนวิ ก่อสรา้ ง \"พระเจดยี เ์ กศแก้วปราสาท\" ทีใช้ โปงจรดกัน กลางฝามอื มรี ปู วงล้อธรรมจกั ร เวลาในการก่อสรา้ งแล้วเสรจ็ 7 ป เปน รอบองค์พระมเี รอื นแก้วครอบลักษณะเดยี วกับ เจดยี ท์ รงแปดเหลียม สสี ม้ อิฐ มคี วามสงู พระพุทธชนิ ราช องค์พระประดบั กระเบอื งสที อง 75 เมตร 9 ชนั ตรงกลางมบี นั ไดเวยี น สกุ อรา่ มรอบนอกมซี ุม้ ครอบองค์พระทังองค์ไว้ สามารถเดนิ ขนึ ไปถึงชนั บนสดุ แต่ละชนั อีกชนั หนงึ นบั ไดว้ า่ เปนพระพุทธรปู ทีมพี ุทธ มหี นา้ ต่างติดดว้ ยบานกระจกเลือนโดย ลักษณะงดงามเปนอยา่ งยงิ ปจจุบนั เปนหนงึ ใน รอบ และประดษิ ฐานพระพุทธรปู ตาม พระพุทธรปู ทีสงู ทีสดุ ในประเทศไทย บรเิ วณชอ่ งหนา้ ต่าง ชนั บนสดุ ประดษิ ฐาน พระบรมสารรี กิ ธาต ุ ซงึ สมเดจ็ พระสงั ฆราช เสดจ็ มาบรรจุไว้ เมอื เดอื นมกราคม พ.ศ. 2533
จุ ดเด่น – พระรูปองค์ใหญ่ \"หลวงพ่อชินประทานพร\" องค์พระสูง 9 วา 9 นิว หน้าตักกว้าง 5 วา 3 ศอก 9 นิว สีทองอรา่ ม – พระเจดีย์เกศแก้วปราสาท เปนเจดีย์ทรงแปดเหลียม สีส้ม สูง 75 เมตร 9 ชัน เปนทีประดิษฐานของพระบรม สารรี กิ ธาตุ – รอยพระพุทธบาทซ้าย ซึงมีนาํ ซึมตลอดเวลา เชือกันว่า เปนนาํ ศักดิสิทธิ – บันไดนาคสามสายขึนเขา สายละ 157 ขัน – จุดชมวิวบนยอดพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท มองเห็นวิว แม่นาํ แม่กลอง ภูเขา ท้องทุ่งนา และมุมมองจากด้านบน มายังวัดถําเขาน้อย – ถําเสือ เปนถําขนาดเล็กอยู่บรเิ วณเชิงเขาด้านล่าง ภายในประดิษฐานพระประจาํ วันเกิดและจาํ หน่ายวัตถุมงคล การขึนไปไหว้พระด้านบน สามารถขีนไปได้ 3 ทาง คือ 1. เดินขึนบันได 157 ขัน 2. นังรถรางไฟฟา ค่าบรกิ าร 10 บาท 3. หรอื เดินขึนทางด้านขวามือของบันไดนาค ไปทางถําเสือ บันไดไม่ชันมากนัก
บนั ทกึ Memory
บนั ทกึ Memory
กรณุ าสแกน QR Code ทางดา้ นบน เพอื ตอบแบบสอบถาม
Search
Read the Text Version
- 1 - 18
Pages: