234 และรายละเอียดในดานตางๆ อาทิ ประวัติความเปนมา คติความเชื่อ ทํานองเพลง ซ่ึงคงความเปน เอกลักษณและยังขาดการรวบรวมความรูเร่ืองประวัติศาสตรและวัฒนธรรมท่ีมีความเก่ียวของกับ กลองปูจา ประกอบกับการเปนวัฒนธรรมที่มีความเกี่ยวของกับวิถีชีวิตของผูคนในชุมชนลานนา ดงั น้นั ในแตล ะชมุ ชนจึงมี ผูรู ปราชญช าวบานและแหลงความรูท่ีเออ้ื ตอกระบวนการจดั การเรียนรู สําหรับนักเรียนได ดังนั้นโรงเรียนจึงมีความจําเปนท่ีจะตองคนหาบุคลากรและแหลงการเรียนรู เร่ืองวัฒนธรรมกลองปูจาในชุมชนและทําการประสานความรวมมือในการดําเนินการจัดการเรียน การสอนเรือ่ งวฒั นธรรมกลองปูจาใหก บั ผูเรียนตอ ไป กระบวนการถายทอดวัฒนธรรมเรื่องกลองปูจาจากการศึกษาคร้ังนี้พบวาขอกังวลใจ ประการหนึ่งของครูผูสอนนั้นคือ ความนาสนใจในเรื่องเน้ือหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมกลองปูจา ครูผู สอนหลายทานมคี วามกังวลวาหากทาํ การสอนประวัตคิ วามเปน มาของกลองปจู าจะทาํ ใหผ เู รยี นไม สนใจที่จะทําการศึกษาและนําไปสูภาวะลมเหลวของหลักสูตร จากการศึกษาถึงองคความรูเรื่อง วัฒนธรรมกลองปูจาในคร้ังนี้พบวาวัฒนธรรมกลองปูจาเปนวัฒนธรรมที่มีความนาสนใจและ สามารถบูรณาการกับการเรียนการสอนไดในทุกสาระการเรียนรูเน่ืองมาจากเปนวัฒนธรรมที่มี ความเกี่ยวเนื่องกับพิธีกรรม ความเช่ือและบทบาทหนาที่ในชุมชน ดังน้ันครูผูสอนจึงมีความจํา เปนที่จะตองทําการศึกษาและเตรียมการศึกษาเนื้อหาของวัฒนธรรมกลองปูจาใหครบในทุกดาน และคนควาถึงเรื่องราวท่สี ามารถนาํ มาทําการสอนโดยการศกึ ษา คนควาขอมูลดานศิลปวฒั นธรรม พื้นบาน คนหาปจจัยสนับสนุนการจัดการศึกษา อาทิ แหลงการเรียนรู ปราชญชาวบาน หรือผู เช่ียวชาญในเร่ืองวัฒนธรรมกลองปูจาเพ่ือรวมในการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนและเตรียม การวางแผนการจัดการเรียนการสอนท่ีกระตุนใหผูเรียนสามารถสรางทัศนคติที่ดีตอเรื่องวัฒน ธรรมกลองปูจาและศิลปวัฒนธรรมพ้ืนบานอ่ืนๆและสรางทัศนคติในเชิงบวกเพื่อใหผูเรียนไดทํา การศึกษาคนควาดวยตนเองตออันจะนําไปสูการสรางองคความรู ความเขาใจและฝกฝนประสบ การณใ นการศกึ ษาคน ควาของผูเรยี นเองตอ ไป ขอเสนอแนะการวิจยั กระบวนการถายทอดวัฒนธรรมกลองปูจาเพื่อการดํารงอยูของวัฒนธรรมกลองปูจาใน จงั หวดั ลาํ ปาง จากการวจิ ัยครัง้ นม้ี ขี อ เสนอแนะดงั ตอ ไปน้ี ขอเสนอแนะสาํ หรบั โรงเรียน 1. วัฒนธรรมกลองปูจานั้นเปนวัฒนธรรมท่ีสําคัญและเปนเอกลักษณประจําทองถิ่น ดัง นั้นจึงมีความจําเปนที่จะตองมีการอนุรักษและฟนฟูวัฒนธรรมกลองปูจาใหดํารงอยูในสังคม สถาบันทางสังคมหนึ่งท่ีมีอิทธิพลตอความรู และทัศนคติในเรื่องราวของชุมชนไดเปนอยางดีและ
235 น้ันคือ สถาบันการศึกษา โรงเรียนควรที่จะตระหนักถึงความสําคัญของวัฒนธรรมชุมชนโดย เฉพาะวัฒนธรรมกลองปูจาและตระหนักถึงบทบาทหนาที่ดานหนึ่งของสถาบันการศึกษาที่ตอง ทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ดังนั้นโรงเรียนควรจะเปนองคกรหน่ึงที่กระตุนการอนุรักษและ พัฒนา วฒั นธรรมกลองปูจาในชุมชนรวมกับองคกรอื่นภายในชุมชน โดยใชแนวคิดในโรงเรียนเปนฐาน ในการรวมกันพัฒนาวัฒนธรรมชุมชนรวมกันโดยใชทรัพยากรท่ีมีในโรงเรียน อาทิ ครู นักเรียน กิจกรรมภายในโรงเรียน อาคารสถานท่ี ในการดําเนินการอนุรักษและฟนฟูวัฒนธรรมกลองปูจา เพือ่ ใหวัฒนธรรมกลองปจู าดาํ รงอยูไดใ นชุมชน 2. ผูบริหารโรงเรียนและครู ตองสรางความเขาใจถึงแกนแทของวัฒนธรรมกลองปูจาใน ชุมชน เพื่อเปนแนวทางในการจัดทําหลักสูตรทองถ่ินเร่ืองวัฒนธรรมกลองปูจา และดําเนินการจัด กิจกรรมใหมีความสอดคลองกับเน้ือหาและปรัชญาของหลักสูตรกลองปูจาและวัฒนธรรมกลอง ปูจาในชมุ ชนอยา งถกู ตอ งตอไป 3. ผูบริหารโรงเรียนตองตระหนักและใหความสําคัญในเรื่องหลักสูตรทองถิ่นหรือหลัก สูตรสถานศึกษาเร่ืองกลองปูจาอยางจริงจังเพ่ือสรางความเปนเอกลักษณทางวิชาการของโรงเรียน โดยผูบริหารตองสรางเช่ือมั่นใหกับครูผูสอนในโรงเรียนในการดําเนินการจัดทําหลักสูตรทองถ่ิน เรื่องกลองปูจาและบริหารจัดการหลักสูตรในดานงบประมาณและการดําเนินการอ่ืนๆท่ีเกี่ยวของ เพื่อใหหลักสูตรทองถิ่นของโรงเรียนน้ันสามารถนํามาใชในการเรียนการสอนภายในโรงเรียนตอ ไปได 4. โรงเรียนควรสนับสนุนใหผูบริหาร ครู และนักเรียนไดเขาไปมีสวนรวมกับชุมชนใน กิจกรรมท่ีมีความเกี่ยวของกับวัฒนธรรมกลองปูจาในชุมชนและนาํ ชุมชนเขามีสวนรวมในการจัด การศึกษาของโรงเรียน อาทิ การนํา ครูและเด็กทัศนศึกษาแหลงการเรียนรูเร่ืองวัฒนธรรมกลองปู จา อาทิ วัด หรือ สํานักครูกลอง เพื่อศึกษาเร่ืองราวของวฒั นธรรมกลองปูจาในชมุ ชนเพ่ือนาํ ความรู ท่ีไดมาปรับใชในการเรียนการสอนเรื่องวัฒนธรรมกลองปูจาหรือวัฒนธรรมทองถ่ินอื่นๆในโรง เรียน ซึง่ เปน วิธกี ารสรางความสัมพนั ธอ ันดีประการหนง่ึ ระหวา งโรงเรียนกบั ชมุ ชนตอ ไป 5. ในการจัดการเรียนการสอนวิชากลองปูจาในโรงเรียน ควรมีการดึงชุมชนเขามีสวน รวมในกระบวนการจัดการศกึ ษาเพื่อใหชุมชนไดตระหนึกถึงความสําคัญของวัฒนธรรมกลองปูจา ซ่ึงเปนวัฒนธรรมท่ีเปนเอกลักษณในชุมชนและจะเปนการปลูกฝงใหนักเรียนเกิดความผูกพันกับ ชมุ ชน อาทิ นําผูอ าวุโสในชุมชนเขามาเปนวิทยากรในการบรรยายเร่ืองกลองปูจาในโรงเรียน หรือ การใชว ดั เปนสถานทีใ่ นการศึกษาเรื่องวัฒนธรรมกลองปจู าเปน ตน
236 6. ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชากลองปูจาน้ันครูผูสอนตองนําวิธีการสอนและ ส่ือการสอนท่ีหลายหลาย อาทิ วีดิทัศน หรือแหลงการเรียนรูชุมชนหรือการฝกปฎิบัติมาใชในการ เรียนการสอนเพ่ือกระตุนใหผูเรียนเกิดความสนใจท่ีจะศึกษา คนควาเรื่องราวของวัฒนธรรมกลอง ปจู าในชมุ ชนตอไป ขอเสนอแนะสําหรบั ชมุ ชน 1. ชาวบานควรมีสวนรวมในการจัดการศึกษาใหแกชุมชนในรูปแบบตางๆ อาทิ กิจ กรรมการเรียนการสอนในโรงเรียน กิจกรรมเสริมหลักสูตร หรือกิจกรรมการศึกษานอกโรงเรียน โดยการใหความรว มมือกับโรงเรียนในการจัดการเรียนการสอนและสนบั สนุนการสอน ผูปกครอง ควรใหความรูเรื่องวิถีชีวิตและวัฒนธรรมกลองปูจาในอดีตและปลูกฝงคุณธรรม จริยธรรมในการ ดํารงตนผานวัฒนธรรมกลองปูจาใหกับบุตรหลาน ชาวบานในชุมชนใหการสนับสนุนกิจกรรม ประเพณีที่เก่ียวของกับวัฒนธรรมกลองปูจาในโรงเรียนหรือในชุมชน กลุมผูที่มีความรูในเรื่อง วัฒนธรรมกลองปูจาควรใหควรชวยเหลือในการถายทอดองคความรูเร่ืองวัฒนธรรมกลองปูจาใน ดานตางๆใหกบั ผทู มี่ คี วามสนใจในชุมชนเพือ่ เปนการดาํ รงวัฒนธรรมกลองปจู าของชุมชนไว 2. ผูนําชุมชนและองคกรในการบริหารจดั การชุมชน ควรใหค วามสาํ คัญกับเรื่องศลิ ปวฒั น ธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรมกลองปูจาซ่ึงเปนเอกลักษณทางวัฒนธรรมประจําทองถ่ิน โดยกําหนด ใหม แี ผนการดําเนินงานดานวฒั นธรรมภายในชมุ ชนอยา งชดั เจน และกาํ หนดใหมีการนํากลองปูจา มาใชในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในชุมชนและจัดใหมีการแสดงกลองปูจาในคราที่มีงาน รื่นเริงประจําชุมชน และจัดใหมีการแขงขันการประชันกลองปูจาข้ึนภายในชุมชนในเทศกาลตางๆ อาทิ งานวันสงกรานต งานทอดกฐินเพ่ือใหชาวบานคุนเคยและรูสึกวาวัฒนธรรมกลองปูจาเปน วัฒนธรรมหนึ่งในวิถชี วี ิตปจ จุบัน ขอ เสนอแนะสําหรับการวจิ ัย 1. ควรมีการศึกษาและวิเคราะหคุณคา องคความรแู ละภูมปิ ญญาของวัฒนธรรมกลองปูจา ในเชงิ ลกึ ในแตล ะดานเพ่ือสรา งองคค วามรดู า นวัฒนธรรมกลองปจู าใหด ียงิ่ ขึ้น 2. ควรมีการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาในการนําวัฒนธรรมกลองปูจามาถาย ทอดทั้งในระบบโรงเรยี นและนอกระบบโรงเรียน
237 3. ควรมีการศึกษาถึงคุณคาวัฒนธรรมและกระบวนการถายทอดศิลปวัฒนธรรมพื้นบาน ในแขนงตางๆ เพื่อสรางองคความรูดานศิลปวัฒนธรรมพ้ืนบานเพ่ือเปนประโยชนในการศึกษาตอ ไป
รายการอางอิง กนกวรรณ รกุ ชาต.ิ แนวโนม การพฒั นาหลักสตู รทองถน่ิ การศกึ ษานอกโรงเรยี นสายอาชีพจากภูมิ ปญ ญชาวบา น ในศตวรรษท่ี 21. วิทยานพิ นธปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑติ สาขา วิชาการศึกษานอกระบบโรงเรยี น คณะครุศาสตร จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลยั , 2541. กรรณิการ สัจกลุ . เอกสารคาํ สอนวิชา 411178 วฒั นธรรมไทย. คณะครุศาสตร จฬุ าลงกรณ มหาวิทยาลยั , 2541. กรี ติ บญุ เจือ. ปรัชญาสาํ หรับผูเริ่มเรยี น. กรงุ เทพมหานคร: ไทยวฒั นาพานชิ , 2538. คณะกรรมการการศกึ ษาแหงชาต,ิ สาํ นักงาน. แนวทางสง เสรมิ ภมู ิปญญาไทยในการจดั การศึกษา. กรุงเทพมหานคร: บรษิ ัท พิมพด ี จํากดั , 2541. คณะกรรมการวฒั นธรรมแหง ชาต,ิ สํานกั งาน. ความหมาย และขอบขา ยของงานวัฒนธรรม. กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพค รุ ุสภา, 2535. คณะกรรมการวัฒนธรรมแหงชาติ,สํานักงาน. ความหมายและขอบขายงานวฒั นธรรมพน้ื บา น. กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพค ุรุสภา,2535. คณะกรรมการวฒั นธรรมแหง ชาติ,สํานกั งาน. แผนวฒั นธรรมแหงชาติในชวงแผนพฒั นาเศรษฐกิจ และสงั คมแหงชาติ ฉบบั ที่ 9 (พ.ศ.2545-2549). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ คุรสุ ภา, 2544. คกึ ฤทธ์ิ ปราโมช,ม.ร.ว.. การศกึ ษากับการสืบทอดและเสรมิ สรางวฒั นธรรม. ใน การศกึ ษากับการ ถา ยทอดวฒั นธรรม:กรณศี กึ ษาหนงั ใหญวัดขนอน, หนา 12-20. กรงุ เทพมหานคร: ศูนยว ัฒนธรรมศกึ ษา คณะครศุ าสตร จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลยั , 2537. จําลอง คําบุญช.ู สมั ภาษณ, 21 พฤษภาคม 2546. ชนิตา รักษพ ลเมือง. แนวโนมการศึกษาในระบบโรงเรียนในชว งแผนพัฒนาการศกึ ษาแหงชาติ ฉบบั ที่ 6 และ 7. กรุงเทพมหานคร: จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย, 2527. ชลทศิ มณเี ลิศ. สมั ภาษณ, 16 กนั ยายน 2546. ชาลี ถาวรานุรกั ษ. สทู ิศทางการบรหิ ารงานวัฒนธรรม:ปจจุบันและอนาคต. กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพครุ สุ ภา, 2534. ชา งทาํ กลอง 1. สัมภาษณ, 24 มถิ ุนายน 2546. ชางทาํ กลอง 2. สัมภาษณ, 24 มถิ ุนายน 2546. ณฐั ชัย เช้อื เมืองพาน. สัมภาษณ, 18 กนั ยายน 2546.
239 ทวิ าลักษณ กาญจนมยูร. กลองบชู า: วิถีชีวติ ประเพณี พธิ ีกรรมแหงหมบู า นลา นนา. ลาํ ปาง, (ม.ป.ป.). เทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ าร,ี สมเดจ็ พระ. ประมวลพระราชดาํ รัสและพระบรมราโชวาท เลม 3 ปพทุ ธศักราช 2528-2530. กรงุ เทพมหานคร: อมรนิ ทรพ ร้นิ ติ้งแอนดพ ับลิช ชง่ิ , 2538. ธนู บญุ ยรตั พันธ.ุ ความรูเ บ้อื งตน เกีย่ วกับวฒั นธรรมพื้นบาน. ใน ครุ ุปริทัศน 13(พฤศจกิ ายน 2531) : 31. ธรี ยุทธ ยวงศร.ี ประวตั ศิ าสตรลา นนาเกย่ี วกบั ดนตรี. กรงุ เทพมหานคร: บริษทั รักษส ปิ ป จํากดั , 2530. นภดล ศรีทอง. การศึกษาเฉพาะเรอ่ื ง กลองปูจาในเขตอาํ เภอแมท ะ จังหวดั ลําปาง. เชียงใหม: มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม, 2537. นเรศ คาํ เจรญิ . ประวตั ิศาสตร ลานนา ประวตั บิ า นเมือง โบราณสถาน บคุ คลสาํ คญั . กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ เจรญิ ผล, 2528. นอ ย พงษสนิท. จรยิ ศาสตร. กรงุ เทพมหานคร:มิตรนราการพิมพ, 2537. บรรชร กลา หาญ. การเปลี่ยนแปลงกระบวนการถา ยทอดความรดู านการผลติ หตั ถกรรมพน้ื บา น. วทิ ยานิพนธ ศึกษาศาสตรม หาบณั ฑติ สาขาวิชาการศกึ ษานอกระบบ บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม, 2538. บุญปน อินตะ เสน. สมั ภาษณ, 2 กรกฎาคม 2546. บุญสง ศิริฤทธจิ นั ทร. มหศั จรรย กองปจู า ลา นนาไทย. ลาํ ปาง (ม.ป.ท.), 2545. บุญสง ศริ ิฤทธิจนั ทร. สมั ภาษณ, 22 เมษายน 2546. บญุ ศรี ไชยมงคล. สมั ภาษณ, 23 มิถนุ ายน 2546. ประชมุ บญุ นอม และคณะ. โครงการวิจยั เรอื่ งการศกึ ษากบั ความเขมแขง็ ของชมุ ชน:กรณีศึกษา การสืบทอดภูมิปญญาชาวบานวงปพ าทยพ้ืนเมือง ตําบลชมพู อําเภอเมือง จังหวดั ลาํ ปาง. กรุงเทพมหานคร: สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวจิ ยั , 2543. ประเทอื ง คลายสบุ รรณ. วฒั นธรรมพื้นบาน. กรุงเทพมหานคร: สุทธสิ ารการพมิ พ, 2531. ประเวศ วะส.ี ยุทธศาสตรท างปญ ญาแหงชาติ ยทุ ธศาสตรท่ีสาํ คญั ที่สุดของสังคมทงั้ หมดรวม กัน.(ม.ป.ท.), 2537. ประเวศ วะส.ี วัฒนธรรมกับการพฒั นา. กรงุ เทพมหานคร: ครุ สุ ภา, 2537. ปราการ ใจด.ี สัมภาษณ, 30 มิถุนายน 2546.
240 พยุงพร ไตรรัตนสงิ หกลุ . ภูมิปญ ญาทอ งถิ่นในการถายทอดหตั ถกรรมพืน้ บาน เครอื่ งจกั สาน บาน หนองปาตอง อําเภอพนมสารคาม จงั หวัดฉะเชิงเทรา:การวิเคราะหเชงิ ประวตั ิ ศาสตร. วทิ ยานพิ นธปริญญาครุศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาพื้นฐานการศึกษา คณะครุศาสตร จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั , 2537. พรทพิ ย อันทิวโรทัย. การวิเคราะหรูปแบบความเปน ครูและกระบวนการถา ยทอดความรขู องครู มนตรี ตราโมท ในกลุมผูสืบทอดที่ตางกัน. วิทยานพิ นธ ปริญญาครุศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวชิ าพ้นื ฐานการศกึ ษา คณะครุศาสตร จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลัย, 2539 พระครวู ิจติ รภทั รการ. เจา อาวาสวดั นาแขม. สัมภาษณ, 23 มิถนุ ายน 2546. พระเทพเวท(ี ป.อ.ปยตุ โต). วฒั นธรรมกับการพัฒนา. ใน บทบาทของภาคเอกชน: ธนาคารพาณิชย ในการบริหารงานวัฒนธรรม. กรงุ เทพมหานคร: อมรินทรพรนิ้ ตงิ้ แอนดพับลชิ ช่งิ , 2536. พระธรรมปฎ ก(ป.อ.ปยตุ โต). จติ วทิ ยาเพอื่ การพัฒนาคนตามแนวธรรมชาติ. กรงุ เทพมหานคร: สหธรรมมกิ , 2539. พระเมธีธรรมาภรณ( ประยูร ธมมจติ โต). พระพทุ ธศาสนาในยคุ โลกาภวิ ฒั น. กรงุ เทพมหานคร: สหธรรมมกิ , 2539. พระราชคุณาภรณ. เจาคณะจงั หวัดลําปาง. สมั ภาษณ, 4 กรกฎาคม 2546. พทั ยา สายหู. แนวทางการสง เสรมิ และเผยแพรวัฒนธรรมพื้นบา น. ใน แนวทางการสง เสรมิ และ เผยแพรว ัฒนธรรมพน้ื บาน. กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พครุ สุ ภา, 2531. พพิ ฒั น เสียงชารี. สัมภาษณ, 16 กนั ยายน 2546. มณี พยอมยงค. วฒั นธรรมลานนาไทย. กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พไทยวัฒนาพานชิ จาํ กัด, 2529. มัณฑนา ทว มย้ิม. การศึกษาการเสริมสรา งความเขม แขง็ ของชุมชนเพอื่ พัฒนาระบบประชาธปิ ไตย : การศกึ ษารายการโทรทศั น “รอบภมู ิภาค” ของสถานีวทิ ยโุ ทรทัศนแหงประเทศ ไทย ชอ ง 11 กรมประชาสัมพันธ. เอกสารทางวชิ าการหลกั สตู รผูบริหารระดับสูง รุนท่ี 4 สถาบนั พระปกเกลา, 2543. มาณติ ศขุ จรัส. สมั ภาษณ, 19 กันยายน 2546. มาณพ ยาระณะ. สมั ภาษณ, 3 กรกฎาคม 2546. มาณพ ยาระณะ. สมั ภาษณ, 19 กรกฏาคม 2546. มงคล เสยี งชารี. สมั ภาษณ, 26 พฤศจิกายน 2545. มงคล เสยี งชาร.ี สมั ภาษณ, 20 มิถุนายน 2546.
241 รณชิต แมน มาลัย. กลองหลวงลานนา ความสัมพันธร ะหวางวถิ ชี ีวติ และชาติพันธ. วิทยานิพนธ ปรญิ ญาศลิ ปศาสตรม หาบัณฑติ สาขาวชิ าวฒั นธรรมศกึ ษา มหาวิทยาลัยมหดิ ล, 2536. รชั พล ปจ พิบูลย. กระบวนการถา ยทอดวฒั นธรรมการทอผาของชาวไทยทรงดาํ . วทิ ยานพิ นธ ปริญญาศกึ ษาศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวชิ าการศกึ ษานอกระบบ บัณฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม, 2537. รัตนะ บวั สนธ. การพัฒนาหลกั สตู รและการเรียนการสอนเพอื่ ถายทอดภมู ปิ ญ ญาทองถิ่น กรณี ศึกษาชุมชนแหงหนึ่งในเขตภาคกลางตอนลา ง. ปรญิ ญานิพนธศึกษาศาสตรดุษฎี บณั ฑิต บัณฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ วทิ ยาเขตประสานมติ ร, 2535. ราชบณั ฑติ ยสถาน. พจนานกุ รมฉบบั ราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. 2525. พมิ พคร้งั ที่4. กรงุ เทพมหานคร: สํานักพิมพ อักษณเจริญทัศน จาํ กัด, 2531. เรือง เจริญชยั . มติ ิทางวัฒนธรรมในการพฒั นาหรือปจ จยั ดานวัฒนธรรมในการพฒั นา. ใน สโู ฉม หนาใหมข องวฒั นธรรมกบั การพัฒนา. หนา 37-39. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร พร้นิ ต้ิง กรุป, 2532. วรวทิ ย องคครุฑรกั ษา. กระบวนการถา ยทอดศลิ ปะการปกผาของชาวเขาเผา บานหวยแมซา ย จังหวดั เชียงราย. วทิ ยานพิ นธป ริญญษครศุ าสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ าศิลปศกึ ษา คณะครุศาสตร จุฬาลงกรณม หาวิทยาลัย, 2536. วรษติ จันทรศิริ. สัมภาษณ, 16 กนั ยายน 2546. วรวฒุ ิ พทุ ธวงศ. สัมภาษณ, 22 มนี าคม 2546. วลั ลภ มณีเชษฐา. กระบวนการถา ยทอดวัฒนธรรมเรือ่ งอกั ษรธรรมลา นนา. วิทยานิพนธป รญิ ญา ศึกษาศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าการศึกษานอกระบบ บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม, 2537. วิเชียร รกั การ. วัฒนธรรมและพฤติกรรมไทย. กรงุ เทพมหานคร: โอเดยี นสโตร, 2529. วทิ ยา บุตรคํา. สมั ภาษณ, 24 มถิ ุนายน 2546. วีระ บาํ รุงรกั ษ. นานาทัศนะกบั วฒั นธรรม. ใน ระบบการบรหิ าร การจัดการวัฒนธรรม. หนา 12- 15. กรงุ เทพมหานคร: บริษทั ประชาคม จาํ กดั , 2543. ศักด์ิ รัตนชยั . ผูอํานวยการสถาบันศลิ ปวัฒนธรรมโยนก. สัมภาษณ, 4 กรกฏาคม 2546. ศักด์ิ รตั นชัย. กลองปจู า สบดั ไชย. ในรายงานประกอบโครงการภมู ิปญญาพนื้ บา นสืบสานพฒั นา ไทย, หนา 76-79 วนั ที่ 24-26 มกราคม 2546 ณ มหาวิทยาลัยวลยั ลักษณ.
242 ศักดิ์ชัย เกียรตนิ าคนิ ทร. ความสัมพันธระหวางคุณคา ศลิ ปกรรมกบั การสรา งทัศนคติตอตนเองและ ความผูกพันกบั ชมุ ชน. วิทยานพิ นธป ริญญา ครศุ าสตรดุษฎีบณั ฑติ สาขาวิชา พัฒนศึกษา คณะครุ ศาสตร จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลัย, 2542. ศลิ ปากร,กรม. ระบบการบริหาร การจดั การวัฒนธรรม.พิมพครั้งที่ 2. กรงุ เทพมหานคร: บริษัท ประชาชน จาํ กดั , 2543. ศกึ ษาธิการ,กระทรวง. การวัฒนธรรมศึกษา:กระบวนการบรหิ ารและจดั การวัฒนธรรม. ใน เอกสาร ประกอบการสมั มนาเพื่อจัดทาํ แผนการศาสนาและการวัฒนธรรม ฉบบั ท่ี 1. หนา 38-39. กรุงเทพมหานคร: บริษัท ประชาชน จํากัด, 2538. ศูนยส ังคมพัฒนาเชียงใหม. กลองบชู า(กองปูจา กลองสะบดั ชัย). วารสารสังคมพฒั นา 4 (2533): หนา 84-91. ส. พรายนอ ย. เกรด็ ยอ ยรอ ยเรื่อง. พิมพครั้งที่ 2. กรงุ เทพมหานคร: สํานักพมิ พดอกหญา, 2543. สม วชิ ัยมูล. สัมภาษณ, 2 กรกฎาคม 2546. สรสั วดี ออ งสกลุ . ประวตั ิศาสตรล านนา. พมิ พค ร้ังที่ 2. กรงุ เทพมหานคร: อมรนิ ทรบคุ เซน็ เตอร, 2539. สัมฤทธ์ิ ทองเถ่ือน. การศึกษาเชงิ ประวตั ิศาสตรของการถา ยทอดงานปนู ปน โดยใชภ มู ิปญญาทอ ง ถ่ิน จังหวดั เพชรบรุ .ี วทิ ยานพิ นธปรญิ ญาครุศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าพนื้ ฐาน การศกึ ษา คณะครุศาสตร จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลัย, 2540. สาโรช บัวศร.ี ความหมายของวฒั นธรรม. ใน วัฒนธรรมประจาํ ชาติ. หนา 37. กรงุ เทพมหานคร : อมรินทรพ รน้ิ ติ้งกรปุ , 2531. สารานุกรมวัฒนธรรมไทย, มูลนิธ.ิ สารานุกรมวฒั นธรรมไทยภาคเหนอื . กรุงเทพมหานคร: ธนาคารไทยพาณชิ ย จาํ กัด มหาชน, 2542. สโุ ขทยั ธรรมาธิราช, มหาวทิ ยาลัย. เอกสารการสอนชดุ วิชาพืน้ ฐานการศึกษา หนวยท1ี่ -10. กรงุ เทพมหานคร: มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช, 2525. สเุ มธ เมธาวทิ ยากูล. ปรชั ญาเบ้อื งตน . กรงุ เทพมหานคร: โอเดยี นสโตร, 2534. สริ ิชยั ชาญ ฟกจํารูญ. ววิ ัฒนาการและอนาคตภาพของวทิ ยาลยั นาฎศิลปในการพัฒนาศลิ ปวฒั น ธรรมไทย. วทิ ยานิพนธปรญิ ญาครุศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ สาขาวิชาพัฒนศกึ ษา คณะครศุ าสตร จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลยั , 2539. สิรริ ักษ ชูสวสั ด.ิ์ กระบวนการถายทอดการประโคมดวยเครอ่ื งประโคมประกอบพระราชอิสริยยศ พระมหากษัตริยใ นสมยั รตั นโกสนิ ทร. วทิ ยานพิ นธป ริญญาครศุ าสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพื้นฐานการศึกษา คณะครุศาสตร จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั , 2540.
243 สุขสันต พว งกลดั . การวิเคราะหเ ชงิ ประวัติศาสตรเ ก่ียวกับภมู ิปญญาไทยในการบรรเลงซอสาม สาย. วทิ ยานิพนธ ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพน้ื ฐานการศึกษา คณะครศุ าสตร จุฬาลงกรณม หาวิทยาลยั , 2539. สุจิตรา สุคนธทรพั ย. การวิเคราะหค ุณลกั ษณะไทย คุณคา และกระบวนการถายทอดศิลปะการตอ สูป อ งกนั ตวั แบบไทย: กระบกี่ ระบอง. วิทยานิพนธปรญิ ญาครุศาสตรดุษฎีบณั ฑิต สาขาวชิ าพัฒนศกึ ษา คณะครุศาสตร จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลัย, 2540. สจุ ริต บวั พมิ พ. การศึกษาวฒั นธรรมพน้ื บา นในสถาบันอดุ มศกึ ษา. วิทยานพิ นธปริญญาครศุ าสตร มหาบณั ฑติ สาขาวิชาอุดมศึกษา คณะครุศาสตร จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลยั , 2530. สุทธิวงศ พงศไ พบลู ย. วัฒนธรรมพืน้ บา น:แนวปฎบิ ัตภิ าคใต. สถาบนั ทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ, 2525. สุพจน เขียวคําจนั ทร. สมั ภาษณ, 18 กันยายน 2546. สุมน อมรวิวฒั น. การถายทอดและการเรียนรูวัฒนธรรม. ใน การศกึ ษากบั การถา ยทอดวฒั นธรรม: กรณศี ึกษาหนงั ใหญวดั ขนอน. หนา 21-34. กรงุ เทพมหานคร: ศนู ยวัฒนธรรม ศกึ ษา คณะครุศาสตร จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลัย, 2537. สุรพงศ วงศบตุ ร. สัมภาษณ, 18 กนั ยายน 2546. สุรพล ดําริหกลุ . แผน ดินลา นนา. กรุงเทพมหานคร: เมอื งโบราณ, 2539. สุรพล ดํารหิ กลุ . ลา นนา. กรุงเทพ: รุง อรณุ พับลชิ ชง่ิ , 2542. สุรสิงหส ํารวม ฉิมพะเนาว. กลองปจู า พิธีกรรม. วารสารวฒั นธรรมไทย 22(2526) : 16-19. เสนห บญุ ยรักษ. คติชนวทิ ยา. พษิ ณโุ ลก: โรงพิมพวทิ ยาลยั ครพู บิ ูลสงคราม พษิ ณโุ ลก, 2527. เหมราช เหมหงษา. ววิ ัฒนาการการถายทอดการบรรเลงจะเข:การศึกษาเชงิ ประวัตศิ าสตร. วทิ ยา นพิ นธปรญิ ญาครศุ าสตรมหาบัณฑติ สาขาวชิ าพ้ืนฐานการศกึ ษา คณะครุศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลยั , 2541. หลวง คําพิชยั . สมั ภาษณ, 23 มิถนุ ายน 2546. อนุมานราชธน,พระยา. เช้ือชาติ ภาษาและวฒั นธรรม. กรงุ เทพมหานคร: การศาสนา, 2498. อนมุ านราชธน,พระยา. วัฒนธรรม. กรงุ เทพมหานคร: บรรณาคาร, 2515. อนุมานราชธน,พระยา. เรือ่ งวัฒนธรรม. ใน วัฒนธรรมประจําชาต.ิ หนา 33-35. กรุงเทพมหานคร: อมรนิ ทร พริ้นติ้ง กรปุ , 2531. อรุณรตั น วิเชยี รเขียวและคนอื่นๆ. อนุโลมกฎหมายโบราณ. เชยี งใหม: มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม, 2527. อารี สทุ ธิพันธ. 60 ปอ ารี สทุ ธพิ ันธ. กรุงเทพมหานคร: ภาพพิมพ, 2535. อนิ ตา ศรวี ิชยั . สัมภาษณ, 2 กรกฎาคม 2546.
244 อมรา พงศาพิชญ. วัฒนธรรม ศาสนาและชาตพิ นั ธ:วเิ คราะหส งั คมไทยแนวมนษุ ยวิทยา. กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, 2534. อัมพิกา จารุสมบตั ิ. “การอนุรักษกลองปูจาจังหวัดลาํ ปาง” มตชิ น. 22 มนี าคม 2546. เอกวิทย ณ ถลาง. ภมู ปิ ญญาลา นนา. พมิ พค รั้งที่ 2.กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ อมรนิ ทร, 2544
ภาคผนวก ข
250 เครือ่ งมือที่ใชในการวจิ ัย แบบสมั ภาษณผ ูเชย่ี วชาญดา นศลิ ปวัฒนธรรมลานนา ชอื่ -สกุล……………………………………………………อายุ…….ป อาชพี ……………………………………………….ตาํ แหนง………………………………………. สัมภาษณว ันท…่ี …..เดอื น…………………พ.ศ………….เวลา…………………… สถานท่ีในการสัมภาษณ………………………………………………. เปนการสัมภาษณค รั้งท่…ี ………… แนวคาํ ถามในการสมั ภาษณ ประเดน็ เร่อื งบทบาทและคณุ คา ของวฒั นธรรมกลองปูจา 1. กลองปูจาเขามามีบทบาทในสังคมและวฒั นธรรมลานนาเมื่อไร และมีบทบาทในดา นใดบาง 2. ในอดตี กลองปจู ามบี ทบาทความสาํ คัญในดา นใดบา ง และปจจบุ นั มีบทบาทความสําคัญอยา งไร 3. กลองปูจามคี วามสัมพันธกบั วิถีชีวติ และวฒั นธรรมลานนาอยา งไรบา ง ในปจจบุ นั และในอดีตมคี วามแตก ตา งกันหรอื ไม อยา งไร ประเดน็ เรอื่ งกระบวนการถา ยทอดวัฒนธรรมกลองปจู า 1. กระบวนการถายทอดวฒั นธรรมกลองปูจา ถา ยทอดองคความรเู ร่ืองใดบา ง และในปจ จุบันกับอดีตมคี วาม แตกตา งกนั หรอื ไม อยางไร 2. ผูรับการถายทอดและรับผดิ ชอบเรอ่ื งวัฒนธรรมกลองปจู าในชมุ ชนคือใคร มีคณุ สมบตั ิอยางไร 3. วิธกี ารในการถา ยทอดวัฒนธรรมกลองปูจาในชมุ ชนมีกระบวนการอยา งไร ในอดีตและปจ จุบนั แตกตา งกนั หรือไม อยางไร 4. วัตถปุ ระสงคในการถา ยทอดวฒั นธรรมกลองปูจาในชมุ ชนเปนอยางไร เม่อื บริบททางสังคมเปลย่ี นแปลงไป และมกี ารเปลีย่ นแปลงวัตถุประสงคในการถายทอดไปหรอื ไม อยางไร
251 เครอ่ื งมอื ทใี่ ชใ นการวจิ ยั แบบสัมภาษณผูถายทอดวฒั นธรรมกลองปจู า ช่อื -สกลุ ……………………………………………………อาย…ุ ….ป อาชีพ……………………………………………….ตาํ แหนง………………………………………. สัมภาษณว ันที่……..เดอื น…………………พ.ศ………….เวลา…………………… สถานทใี่ นการสมั ภาษณ… ……………………………………………. เปนการสัมภาษณคร้งั ท่ี…………… แนวคาํ ถามในการสัมภาษณ ประเดน็ เรื่องบทบาทและคุณคาของวฒั นธรรมกลองปจู า 1. กลองปูจาเขา มามีบทบาทในสงั คมและวัฒนธรรมลานนาเม่ือไร และมบี ทบาทในดา นใดบาง 2. ในอดีตกลองปูจามบี ทบาทความสาํ คญั ในดานใดบาง และปจจุบนั มบี ทบาทความสาํ คัญอยา งไร 3. กลองปูจามีความสัมพันธกบั วิถชี วี ิตและวัฒนธรรมลานนาอยา งไรบา ง ในปจจบุ นั และในอดีตมคี วามแตก ตางกนั หรือไม อยา งไร ประเดน็ เรือ่ งกระบวนการถายทอดวฒั นธรรมกลองปูจา 1. กระบวนการถายทอดวฒั นธรรมกลองปจู า ถา ยทอดองคความรเู ร่ืองใดบา ง และในปจจุบันกับอดตี มคี วาม แตกตางกันหรอื ไม อยา งไร 2. ผรู บั การถา ยทอดและรบั ผิดชอบเร่อื งวัฒนธรรมกลองปจู าในชุมชนคือใคร มคี ุณสมบัตอิ ยา งไร 3. วธิ กี ารในการถา ยทอดวฒั นธรรมกลองปจู าในชมุ ชนมีกระบวนการอยางไร ในอดตี และปจจบุ ันแตกตา งกัน หรือไม อยางไร 4. วัตถุประสงคในการถายทอดวฒั นธรรมกลองปจู าในชุมชนเปนอยา งไร เมอ่ื บริบททางสงั คมเปล่ยี นแปลงไป และมีการเปล่ียนแปลงวัตถุประสงคในการถายทอดไปหรือไม อยางไร 5. ประสบการณ และความรสู กึ สง่ิ ทไ่ี ดร ับจากการถา ยทอดวัฒนธรรมกลองปจู าเม่ือคร้ังเปนผรู บั การถายทอด เปน อยา งไร 6. แนวคดิ และวธิ กี ารสอนของผูสอนเปนอยา งไร มลี าํ ดับข้นั ตอนอยา งไร แตกตา งจากเมื่อครง้ั เปนผูร บั การ ถายทอดหรือไม อยางไร
252 เคร่อื งมอื ทใี่ ชในการวจิ ยั แบบสัมภาษณผรู บั ถา ยทอดวัฒนธรรมกลองปูจา ชอ่ื -สกลุ ……………………………………………………อาย…ุ ….ป อาชีพ……………………………………………….ตําแหนง………………………………………. สัมภาษณว ันที่……..เดือน…………………พ.ศ………….เวลา…………………… สถานทใ่ี นการสมั ภาษณ………………………………………………. เปน การสัมภาษณครัง้ ที…่ ………… แนวคําถามในการสมั ภาษณ ประเดน็ เรือ่ งบทบาทและคุณคา ของวฒั นธรรมกลองปจู า 1. กลองปูจาเขา มามบี ทบาทในสังคมและวัฒนธรรมลา นนาเมอ่ื ไร และมบี ทบาทในดานใดบาง 2. ในอดตี กลองปูจามบี ทบาทความสําคญั ในดานใดบาง และปจ จบุ ันมบี ทบาทความสาํ คัญอยา งไร 3. กลองปูจามคี วามสัมพันธก ับวิถชี วี ิตและวัฒนธรรมลานนาอยางไรบา ง ในปจ จบุ นั และในอดีตมีความแตก ตางกนั หรือไม อยา งไร ประเดน็ เร่อื งกระบวนการถายทอดวัฒนธรรมกลองปูจา 1. ผูรบั การถา ยทอดและรบั ผิดชอบเรื่องวัฒนธรรมกลองปจู าในชุมชนคือใคร มีคณุ สมบัติอยางไร 2. วัตถปุ ระสงคในการเขา มารบั การถายทอดวัฒนธรรมกลองปจู าในครง้ั น้ี 3. ประสบการณ และความรูสกึ สิง่ ทไ่ี ดรับจากการถา ยทอดวัฒนธรรมกลองปูจาเปนอยางไร 4. บรรยากาศในการรับการถา ยทอด ความรูสกึ ตอผถู า ยทอด และวิธีการถายทอดของผถู ายทอดเปน อยา งไร มี ลําดับขั้นตอนและกระบวนการอยา งไร
253 แบบสงั เกต กระบวนการถา ยทอดวฒั นธรรมกลองปูจา สังเกตวันท่ี…….เดอื น…………………พ.ศ………… เวลา………………………. สถานที…่ ………………………………………………………….. ประเดน็ ในการสงั เกต 1. กระบวนการถา ยทอดวฒั นธรรมกลองปจู า 1.1 ถายทอดความรูเร่อื งใด 1.2 มีวิธีการถายทอดอยางไร 1.3 ผูถ ายทอดเปนใคร ผรู บั การถา ยทอดเปน ใคร 2. พฤตกิ รรมระหวา งการถายทอด 2.1 ความกระตอื รอื รนในการถายทอด/รบั การถา ยทอด 2.2 ความรว มมือในการถายทอด/รับการถา ยทอด 2.3 จํานวนของผูเขา รว มถา ยทอด/รบั การถายทอด
254 ประวัติผเู ขยี นวทิ ยานิพนธ นายวรวฒุ ิ สุภาพ เกดิ เมอ่ื วันที่ 28 กมุ ภาพันธ พ.ศ. 2522 ท่อี าํ เภอเมอื ง จงั หวดั ลําปาง เขา รบั การ ศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาบณั ฑิต สาขาวิชาประถมศึกษา ภาควิชาประถมศกึ ษา คณะครศุ าสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลยั ในปการศึกษา2540 สาํ เรจ็ การศึกษาหลกั สูตรครศุ าสตรบัณฑิต สาขาวชิ าประถมศกึ ษา คณะครศุ าสตร จุฬาลง กรณมหาวทิ ยาลยั ในปก ารศกึ ษา 2543 เขา รบั การศึกษาตอ ในระดบั มหาบัณฑติ สาขาวชิ าพัฒนศึกษา ภาควิชาสา รตั ถศกึ ษา คณะครุศาสตร จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลัยในปก ารศึกษา 2544 และสําเร็จการศกึ ษาหลกั สูตรครศุ าสต รมหาบัณฑติ สาขาวิชาพัฒนศกึ ษา ภาควชิ าสารตั ถศึกษา คณะครุศาสตร จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลยั ในปการ ศึกษา 2546
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271