Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การเปลี่ยนแปลงทางบรรยากาศภาค

การเปลี่ยนแปลงทางบรรยากาศภาค

Published by romrawin.nuty, 2022-08-06 15:16:26

Description: 2การเปลี่ยนแปลงทางบรรยากาศภาค

Search

Read the Text Version

ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เรอ่ื ง การเปลีย่ นแปลงทางกายภาพของโลกและภยั พบิ ตั ทิ างธรรมชาติ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสงั คมศกึ ษา 5 (ภมู ิศาสตร)์ รหสั วชิ า ส33101 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 เรอื่ ง การเปลย่ี นแปลงทางกายภาพของโลกและภยั พบิ ตั ทิ างธรรมชาติ นายรมยร์ วนิ ท์ เชดิ ชู ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ โรงเรียนเบต็ ตดี้ เู มน 2 ชอ่ งเม็ก อาเภอสริ นิ ธร จังหวดั อบุ ลราชธานี องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั อุบลราชธานี

ชดุ ที่ 1 การเปล่ียนแปลงทางธรณีภาค คำนำ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การเปล่ียนแปลงทางกายภาพของโลกและภัยพิบัติ ทางธรรมชาติ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จัดทาขึ้นเพ่ือเป็นส่ือนวัตกรรมประกอบการจัดกิจกรรม การเรียนการสอน รายวิชาสังคมศึกษา 5 (ภูมิศาสตร์) รหัสวิชา ส33101 เพ่ือให้ผู้เรียนใช้ ประกอบกิจกรรมการเรียนการสอนและสามารถเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง นาไปใชใ้ นการเรียนการสอน ซ่อมเสริมได้ หรือใชใ้ นการสอนแทนได้เป็นอยา่ งดี เพื่อให้ผู้เรยี นมคี วามรู้ ความเขา้ ใจและพัฒนา ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของผู้เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เป็นนวัตกรรมท่ีช่วยลดบทบาทของครูตามแนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสาคัญ เป็นกิจกรรม การเรียนรู้ท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทาเป็น คิดเป็น แก้ปัญหาได้ สามารถพัฒนาตนเอง ได้เต็มตามศักยภาพ ซ่ึงสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) ท่มี ุ่งเน้นให้ผูเ้ รียนได้รับการ พัฒนาทั้งด้านความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การ แก้ปัญหา ความสามารถในการส่ือสาร การตัดสินใจ การนาความรไู้ ปใช้ในชีวติ ประจาวัน ตลอดจนส่งเสริม ใหผ้ ้เู รียนมจี ติ สงั คมศกึ ษาคณุ ธรรมและคา่ นยิ มท่ถี ูกต้องเหมาะสม ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้น้ีจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน ทาให้มีความรู้ ความเข้าใจในเร่ืองการเปล่ียนแปลงทางกายภาพของโลกและภัยพิบัติทาง ธรรมชาติได้เป็นอย่างดี และมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงข้ึน สามารถใช้เพื่อศึกษาค้นคว้าด้วย ตนเองเป็นส่ือที่มีประสิทธิภาพ สามารถอานวยประโยชน์ต่อการเรียนการสอนให้บรรลุ วัตถปุ ระสงค์ของหลกั สูตรได้ รมยร์ วนิ ท์ เชดิ ชู โดย นายรมยร์ วนิ ท์ เชิดชู ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ ก

ชดุ ที่ 1 การเปลี่ยนแปลงทางธรณภี าค สำรบญั เร่อื ง หนำ้ คำนำ ก สำรบัญ ข คำชี้แจงเก่ยี วกบั กำรใช้ชุดกจิ กรรมกำรเรยี นรู้ ค แผนภูมลิ ำดบั ขั้นตอนกำรใช้ชุดกจิ กรรมกำรเรยี นรู้ ง คำชแี้ จงกำรใชช้ ดุ กจิ กรรมกำรเรยี นรู้สำหรบั ครู จ คำชี้แจงกำรใชช้ ุดกิจกรรมกำรเรียนรู้สำหรับนักเรยี น ฉ 1 มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด/จุดประสงค์การเรียนรู้สตู่ ัวช้ีวัด 2 สาระสาคญั 3 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 5 บัตรเนอื้ หา ชุดที่ 2 เร่ือง การเปลยี่ นแปลงทางบรรยากาศภาค 24 บัตรกิจกรรมที่ 2.1 เรอ่ื ง ปรากฏการเปลยี่ นแปลงทางบรรยากาศภาค 26 บตั รกิจกรรมที่ 2.2 เรื่อง เมฆท่ีบ้านฉัน 27 บัตรกิจกรรมที่ 1.3 ผังมโนทศั น์ เร่อื ง การเปล่ียนแปลงทางบรรยากาศภาค 28 แบบทดสอบหลังเรยี น 30 กระดาษคาตอบแบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรยี น 31 บรรณำนกุ รม 33 ภำคผนวก 34 เฉลยบัตรกจิ กรรมที่ 2.1 เรื่อง ปรากฏการเปลยี่ นแปลงทางบรรยากาศภาค 36 เฉลยบตั รกจิ กรรมที่ 2.2 เร่ือง เมฆทบ่ี ้านฉัน 37 เฉลยบตั รกจิ กรรมที่ 2.3 ผงั มโนทัศน์ เรือ่ ง การเปลย่ี นแปลงทางบรรยากาศภาค 38 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 39 ประวัตยิ อ่ ผูจ้ ดั ทำ โดย นายรมย์รวนิ ท์ เชิดชู ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ ข

ชุดที่ 1 การเปลย่ี นแปลงทางธรณีภาค คำช้ีแจงเกี่ยวกบั ชดุ กจิ กรรมกำรเรยี นรู้ 1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของ โลกและภัยพิบัติทางธรรมชาติ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อใช้ ประกอบการจัดการเรียนรู้ รายวิชาสังคมศึกษา 5 (ภูมิศาสตร์) รหัสวิชา ส33101 ชั้นมัธยมศึกษา ปีท่ี 6 โดยสอดคล้องตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) กระทรวงศกึ ษาธิการ หลักจิตวิทยาการเรียนรู้ ยึดแนวทางการฝกึ ที่เหมาะสมกับระดับ และวัย เพ่ือให้นักเรียนเกิดความกระตือรือร้น มีความสุขในการทากิจกรรมการเรียนรู้ และเพื่อ ส่งเสริมเจตคติท่ีดี นักเรียนจะได้พัฒนากระบวนการคิด กระบวนการตัดสินใจ กระบวนการ แก้ปัญหา และสามารถนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวันได้ มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ ซ่งึ ประกอบด้วยชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ จานวน 8 ชุด ดงั นี้ ชดุ ท่ี 1 เรื่อง การเปลย่ี นแปลงทางธรณภี าค ชุดท่ี 2 เร่ือง การเปลี่ยนแปลงทางบรรยากาศภาค ชดุ ท่ี 3 เรอื่ ง การเปลย่ี นแปลงทางอุทกภาค ชุดที่ 4 เร่อื ง การเปลยี่ นแปลงทางชีวภาค ชุดท่ี 5 เรอื่ ง ภยั พิบตั ิธรรมชาติทางธรณีภาค ชุดท่ี 6 เรอื่ ง ภยั พบิ ตั ธิ รรมชาติทางบรรยากาศภาค ชดุ ที่ 7 เรอ่ื ง ภยั พิบตั ธิ รรมชาตทิ างอทกภาค ชดุ ท่ี 8 เรอื่ ง ภยั พบิ ตั ธิ รรมชาตทิ างชวี ภาค 2. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ชุดนี้เป็น ชุดท่ี 2 เร่ือง กำรเปล่ียนแปลงทำงบรรยำกำศภำค ใช้เวลำ 2 ชวั่ โมง 3. ผู้ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้น้ีควรศึกษาขั้นตอนการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้อย่าง ละเอียดกอ่ นใช้ ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ชุดน้ี จะมีประโยชน์ต่อนักเรียนและ ผู้สนใจที่จะนาไปใช้สอนและฝึกเด็กในปกครองในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้มีคุณภาพมาก ย่ิงขึ้นต่อไป โดย นายรมยร์ วินท์ เชดิ ชู ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ ค

ชดุ ที่ 1 การเปลย่ี นแปลงทางธรณภี าค แผนภมู ลิ ำดับขั้นตอนกำรใชช้ ุดกจิ กรรมกำรเรยี นรู้ อ่านคาชีแ้ จงและคาแนะนาในการใช้ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ศึกษาตวั ชว้ี ัดและจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ เสริมพื้นฐำน ทดสอบก่อนเรียน ผ้มู พี ้นื ฐำนต่ำ ศกึ ษาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามข้ันตอน ประเมนิ ผลการจดั กิจกรรมการเรียนรู้จากชดุ กจิ กรรม ไม่ผ่ำน ทดสอบหลังเรยี น กำรทดสอบ ผ่ำนกำรทดสอบ ศึกษาชุดกิจกรรมการเรียนรู้เร่อื งต่อไป แผนภูมิลำดบั ข้นั ตอนกำรเรียนโดยใชช้ ุดกจิ กรรมกำรเรียนรู้ ชดุ ที่ 2 เรอื่ ง เรือ่ ง กำรเปลยี่ นแปลงทำงบรรยำกำศภำค โดย นายรมยร์ วินท์ เชดิ ชู ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการพิเศษ ง

ชุดท่ี 1 การเปลยี่ นแปลงทางธรณีภาค คำช้แี จงกำรใช้ชุดกจิ กรรมกำรเรียนรสู้ ำหรบั ครู ชุดกิจกรรมการเรยี นรทู้ ี่ครผู ้สู อนไดศ้ กึ ษาต่อไปนีค้ ือ ชดุ ที่ 2 เรือ่ ง กำรเปลี่ยนแปลงทำง บรรยำกำศภำค ใชเ้ วลำในกำรทำกิจกรรม 2 ชวั่ โมง ซึ่งนักเรียนจะไดส้ ารวจ สงั เกตและรวบรวม ข้อมูลมาสรุปเป็นองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการทาง สังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา ผ่านทางกระบวนการกลุ่ม เพื่อช่วยให้การ ดาเนนิ การจัดกิจกรรมการเรยี นรูบ้ รรลจุ ุดประสงคแ์ ละมปี ระสทิ ธิภาพ ครผู ูส้ อนควรดาเนินการดังนี้ 1. ครูผู้สอนต้องศึกษาและทาความเข้าใจเก่ียวกับคาช้ีแจงการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ สาหรับครู และแผนการจัดการเรยี นรู้ เพ่ือที่ครูผู้สอนสามารถนาชุดกิจกรรมการเรียนรไู้ ปใช้ในการ จดั กจิ กรรมการเรียนรไู้ ด้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ 2. ครูผู้สอนเตรยี มสอ่ื การเรียนการสอนให้พร้อม 3. ก่อนดาเนินการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ครูต้องเตรียมชุดกิจกรรมการเรียนรู้ไว้ บนโต๊ะประจากลุ่มให้เรียบร้อยและเพียงพอกับนักเรียนในกลุ่มซึ่งนักเรียนจะได้รับคนละ 1 ชุด ยกเวน้ สอ่ื การสอนท่ตี อ้ งใชร้ ว่ มกัน 4. ครูต้องชี้แจงให้นักเรียนรู้เก่ียวกับบทบาทของนักเรียนในการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ดังนี้ 4.1 ศกึ ษาบทบาทของนักเรียนจากการปฏิบัติกจิ กรรมให้เข้าใจก่อนการเรียนรู้โดยใช้ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ 4.2 ปฏิบัติกิจกรรมตามลาดับข้ันตอน อ่านคาช้ีแจงจากใบกิจกรรม เพื่อจะได้ทราบ ว่าจะปฏิบัตกิ ิจกรรมอะไร อยา่ งไร 4.3 นักเรียนต้องตั้งใจปฏิบัติกิจกรรมอย่างเต็มความสามารถ ต้องให้ความร่วมมือ ชว่ ยเหลือซึ่งกนั และกนั ไมร่ บกวนผู้อื่น และไมช่ กั ชวนเพื่อนใหอ้ อกนอกลู่นอกทาง 4.4 หลงั จากปฏบิ ัตกิ ิจกรรมแลว้ นักเรียนจะต้องจัดเกบ็ อปุ กรณ์ทุกชิน้ ใหเ้ รียบร้อย 4.5 เมื่อมีการประเมนิ ผลนกั เรยี นตอ้ งปฏิบัติตนอย่างตง้ั ใจและรอบคอบ 5. ขณะที่นักเรียนทุกกลุ่มปฏิบตั ิกิจกรรม ครูไม่ควรพูดเสียงดัง หากมีอะไรจะพูดต้องพูด เปน็ รายกลุ่มหรือรายบุคคล ต้องไม่รบกวนกิจกรรมของนักเรยี นกลมุ่ อืน่ 6. ครูผู้สอนต้องเดินดูการทางานของนักเรียนแต่ละกลุ่มอย่างใกล้ชิด หากมีนักเรียนคน ใดหรือกลุม่ ใดมปี ัญหาควรเขา้ ไปให้ความชว่ ยเหลือจนปญั หานนั้ คล่คี ลายลง 7. การสรุปผลท่ีได้จากกิจกรรมการเรียนรู้ควรเป็นกิจกรรมร่วมของนักเรียนทุกกลุ่มหรือ ตวั แทนของกลุ่มรว่ มกัน ครูควรเปดิ โอกาสให้นกั เรยี นแสดงออกใหม้ ากที่สุด 8. ประเมนิ ผลการเรียนรู้ของนักเรยี น เพ่อื ตรวจสอบผลการเรียนรู้ของนกั เรยี น โดย นายรมย์รวินท์ เชิดชู ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ จ

ชุดท่ี 1 การเปลยี่ นแปลงทางธรณีภาค คำชี้แจงกำรใช้ชดุ กิจกรรมกำรเรียนรสู้ ำหรบั นักเรยี น ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ที่นักเรียนไดศ้ ึกษาต่อไปนี้คือ ชุดที่ 2 เร่ือง กำรเปล่ียนแปลงทำง บรรยำกำศภำค ซึ่งนกั เรียนจะไดส้ ารวจ สงั เกต และรวบรวมข้อมลู มาสรุปเป็นองค์ความรู้ โดยใช้ กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการทางสังคม ทักษะกระบวนการทางสังคม ศึกษา กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และแก้ปัญหา ผ่านทางกระบวนการกลุ่ม เพ่ือให้เกิด ประโยชน์สงู สุด นักเรยี นควรปฏบิ ตั ติ ามคาช้ีแจง ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้สงั คมศึกษา ชุดท่ี 2 เรอ่ื ง กำรเปลี่ยนแปลงทำงบรรยำกำศ ภำค ใชเ้ วลำในกำรทำกจิ กรรม 2 ชวั่ โมง 2. นักเรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น จานวน 10 ข้อ 3. นกั เรยี นทากจิ กรรมเปน็ รายกลมุ่ และศกึ ษาวิธดี าเนนิ กจิ กรรมใหเ้ ขา้ ใจ 4. นกั เรียนปฏิบัตกิ ิจกรรมในชุดกิจกรรมการเรยี นรู้สงั คมศึกษา 5. นกั เรยี นทากจิ กรรมในชดุ กิจกรรมการเรียนรใู้ หค้ รบ 6. นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรยี น จานวน 10 ข้อ โดย นายรมย์รวนิ ท์ เชดิ ชู ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ ฉ

ชดุ ที่ 2 การเปล่ยี นแปลงทางบรรยากาศภาค มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ช้ีวัด จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรสู้ ตู่ วั ช้วี ดั / สาระสาคัญ ชุดท่ี 2 เร่อื ง การเปลย่ี นแปลงทางบรรยากาศภาค สาระ ภมู ิศาสตร์ มาตรฐานการเรียนรู้ 5.1 เข้าใจลักษณะทางกายรูปของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพส่ิงซึ่งมีผลต่อกัน ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลตาม กระบวนการทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนใช้ภูมสิ ารสนเทศอยา่ งมปี ระสิทธิรูป ตวั ช้ีวัด ม.4 – 6/1 วิเคราะหก์ ารเปลย่ี นแปลงทางกายรปู ในประเทศไทยและภมู ิภาคต่าง ๆ ของโลก ซึ่งได้รบั อิทธพิ ลจากปจั จัยทางภูมิศาสตร์ จดุ ประสงค์การเรียนรู้สู่ตวั ช้ีวดั 1. อธิบายส่วนประกอบหรือลักษณะของบรรยากาศและเขียนแผนภาพส่วนประกอบของ บรรยากาศ (K) 2. อธบิ ายความสาคัญของบรรยากาศต่อสิ่งมีชีวติ และสง่ิ แวดล้อมไดถ้ กู ต้อง (K) 3. อธิบายความสาคัญของบรรยากาศของโลกต่อการดารงชวี ติ ของมนุษย์ได้อย่างเหมาะสม (K) 4. สืบค้นข้อมูลกระบวนการเปล่ียนแปลงทางบรรยากาศภาค อธิบายสาเหตุการ เปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ฤดูกลา ความกดอากาศและลม ความชื้นในบรรยากาศ เมฆ และหยาดน้าฟ้า (P) 5. ประยุกตใ์ ช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเก่ียวกับการเปลย่ี นแปลงทางบรรยากาศภาค ในการร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนและนาความรไู้ ปใช้ในชีวติ ประจาวัน (A) โดย นายรมย์รวนิ ท์ เชิดชู ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการพิเศษ 1

ชดุ ที่ 2 การเปลย่ี นแปลงทางบรรยากาศภาค 6. มีความสนใจใฝ่เรียนรู้หรืออยากรู้อยากเห็น ทางานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ ยอมรับ ความคดิ เห็นของผอู้ น่ื ได้ (A) สาระสาคัญ บรรยากาศภาคมีความสาคัญต่อสิ่งมีชีวิตบนผิวโลก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ ตา่ ง ๆ เชน่ การเกิดลม เมฆ ฝน หยาดนา้ ฟ้า นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกนั ความร้อนจากการแผร่ ังสีของ ดวงอาทิตย์และรงั สีอลั ตราไวโอเลตไม่ใหผ้ า่ นมาถงึ ผิวโลกมากจนเปน็ อนั ตรายต่อส่ิงมีชวี ิต โดย นายรมยร์ วินท์ เชดิ ชู ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ 2

ชุดท่ี 2 การเปลย่ี นแปลงทางบรรยากาศภาค แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เรือ่ ง การเปลีย่ นแปลงทางบรรยากาศภาค กลุ่มสาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา ฯ รายวชิ าสงั คมศึกษา 5 (ภมู ศิ าสตร์) รหัสวิชา ส33101 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 คาชี้แจง 1. แบบทดสอบฉบบั นี้ จานวน 10 ขอ้ คะแนนเตม็ 10 คะแนน เวลาทีใ่ ช้ 10 นาที 2. จงเลือกคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุด แลว้ เขยี นเคร่อื งหมาย  ลงในกระดาษคาตอบ 1. บรรยากาศชั้นใดทเี่ กดิ แสงออโรรา เป็นแสงสแี ดง เขียว และขาว ก. เมโซสเฟยี ร์ ข. โทรโพสเฟียร์ ค. เอ็กโซสเฟยี ร์ ง. เทอร์โมสเฟยี ร์ 2. ลมชนี กุ ลมสลาตัน และลมมสิ ตราล เปน็ ลมท่ีอยใู่ นประเภทใด ก. ลมประจาปี ข. ลมประจาฤดู ค. ลมประจาถ่ิน ง. ลมประจาเวลา 3. เมฆชนดิ ใดท่กี ่อใหเ้ กิดพายุฝนฟ้าคะนอง ก. ซรี ์รสั ข. คิวมูโลนมิ บสั ค. แอลโตควิ มูลัส ง. สแตรโทควิ มลู สั 4. การเคลอื่ นท่ีของลมมีทศิ ทางเปน็ อย่างไร ก. จากหยอ่ มความกดอากาศสูงไปสู่หยอ่ มความกดอากาศต่า ข. จากหย่อมความกดอากาศต่าไปสูห่ ย่อมความกดอากาศสงู ค. จากหยอ่ มความกดอากาศสูงไปสู่หย่อมความกดอากาศสูง ง. จากหย่อมความกดอากาศต่าไปสู่หย่อมความกดอากาศต่า 5. ช้ันโอโซนมีประโยชน์ตอ่ โลกอยา่ งไร ก. ชว่ ยเพมิ่ ปริมาณออกซเิ จนในอากาศ ข. ชว่ ยลดปริมาณสารพษิ ในอากาศ ค. ช่วยดดู กลืนรังสีอลั ตราไวโอเลต ง. ช่วยให้อากาศสดช่นื โดย นายรมย์รวนิ ท์ เชดิ ชู ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ 3

ชดุ ที่ 2 การเปล่ยี นแปลงทางบรรยากาศภาค 6. บรรยากาศช้นั ใดของโลกทเี่ กดิ เมฆพายฝุ นฟ้าคะนอง ก. เมโซสเฟยี ร์ ข. โทรโฟสเฟยี ร์ ค. เทอรโ์ มสเฟยี ร์ ง. สแตรโทสเฟียร์ 7. เพราะเหตุใด อุณหภูมบิ นยอดเขาจึงเยน็ กวา่ อณุ หภูมิของอากาศบรเิ วณเชิงเขา ก. บนยอดเขามีลมพัดแรงกว่าเชิงเขา ข. บนยอดเขามีตน้ ไม้มากลมจงึ พัดได้แรง ค. บนยอดเขามีความกดอากาศน้อยกวา่ เชงิ เขา ง. บนยอดเขามีความกดอากาศมากกวา่ เชิงเขา 8. ขอ้ ใดเปน็ หยาดน้าฟ้าทัง้ หมด ก. นา้ ลมพายุ หมอก ข. ลมพายุ เมฆ นา้ ค้าง ค. ฝนละออง นา้ ฟ้าหลงั ง. นา้ คา้ งแข็ง ลูกเหบ็ ฝน 9. ข้อใดไม่ใช่ ประโยชนข์ องบรรยากาศทหี่ ุ้มห่อโลก ก. ชว่ ยกนั้ รงั สีคลน่ื สน้ั ข. ช่วยกรองรังสอี ัลตราไวโอเลต ค. ดดู กลนื และทาลายวัตถุท่ีพงุ่ เข้าหาโลก ง. ช่วยลดความรอ้ นใหแ้ ก่บรรยากาศบนโลก 10. ชั้นบรรยากาศของโลกไมฟ่ ุ้งกระจายออกไปสู่อวกาศเนอ่ื งจากอะไร ก. ช้ันโอโซนกน้ั ไว้ ข. แรงดึงดูดของโลก ค. เรอื นกระจกกน้ั ไว้ ง. แรงดงึ ดูดจากดวงอาทติ ย์ โดย นายรมยร์ วนิ ท์ เชิดชู ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ 4

ชุดที่ 2 การเปล่ยี นแปลงทางบรรยากาศภาค บตั รเน้ือหา ชดุ ท่ี 2 การเปลีย่ นแปลงทางบรรยากาศภาค บรรยากาศมีความสาคัญต่อส่ิงมีชีวิตบนผิวโลก เนื่องจากเก่ียวข้องกับปรากฏการณ์ต่าง ๆ เช่น การเกดิ ลม เมฆ ฝน หยาดนา้ ฟ้า นอกจากน้ี ยังช่วยปอ้ งกันความรอ้ นจากการแผ่รังสีดวงอาทติ ย์ และรงั สีอลั ตราไวโอเลตไมใ่ หผ้ ่านลงมาถึงผิวโลกมากจนเปน็ อันตรายตอ่ สงิ่ มีชวี ติ บรรยากาศภาค (Atmosphere) โลกห่อหุ้มด้วยชั้นบรรยากาศบางๆ อากาศมีสถานะเป็นแก๊สจึงมีการเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็ว ปัจจัยที่ทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในช้ันบรรยากาศ มีท้ังปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ปัจจัยภายนอกได้แก่ พลังงานจากดวงอาทิตย์ วงโคจรโลก ปัจจัยภายในได้แก่ การหมุนรอบตัวเอง ของโลก แผ่นดินและพ้ืนน้า รวมทัง้ ส่ิงมชี ีวิต ในทานองกลับกนั บรรยากาศกส็ ่งอทิ ธิพลและผลกระทบ ตอ่ ปจั จยั เหลา่ น้ีด้วย บรรยากาศ (Atmosphere) หมายถึง อากาศท่ีอยู่ล้อมรอบๆตัวเราหรือท่ีห่อหุ้มโลกอยู่ โดยรอบ ไมม่ สี ี ไม่มีกลิ่น และไว้ท้ังหมดไม่สามารถมองหรือสงั เกตได้ อากาศ (Weather) หมายถึง บรรยากาศบริเวณใกล้ผิวโลก และท่ีอยู่รอบ ๆ ตัวเรา ความสาคัญของบรรยากาศ – ชว่ ยทาใหเ้ กิดกระบวนการตา่ งๆ ท่จี าเปน็ ตอ่ การดารงชีวติ ของส่งิ มีชวี ติ – ชว่ ยปรับอณุ หภูมขิ องโลกให้พอเหมาะกับการดารงชวี ติ ของสงิ่ มชี วี ติ – ช่วยกรองรงั สีอัลตราไวโอเลต – ปอ้ งกนั อนภุ าคต่างๆ ทีม่ าจากนอกโลก องค์ประกอบของบรรยากาศ บรรยากาศเปน็ ของผสม ประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบท่ีสาคญั 3 สว่ น คือ 1. แก๊สต่าง ๆ อากาศจัดอยู่ในสถานะแก๊ส ถือเป็นองค์ประกอบหลักของ บรรยากาศ เป็นสารเน้ือเดียวประเภทสารละลาย ประกอบด้วยตัวทาละลาย คือ แก๊สไนโตรเจน (N2) มปี รมิ าณร้อยละ 78.08 โดยปริมาตร สว่ นตัวละลายไดแ้ ก่ แก๊สออกซเิ จน (O2) มปี ริมาณรอ้ ยละ 20.95 แก๊สอาร์กอน(Ar) มีปริมาณร้อยละ 0.93 แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มีปริมาณร้อยละ 0.03 และแก๊สอ่นื ๆ มปี ริมาณร้อยละ 0.01 โดยปรมิ าตร โดย นายรมยร์ วนิ ท์ เชดิ ชู ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ 5

ชุดที่ 2 การเปลยี่ นแปลงทางบรรยากาศภาค 2. ไอน้า ปริมาณไอน้าในอากาศเกิดจากการระเหยของน้าจากแหล่งต่าง ๆ การระเหย ของน้าจะมากหรือน้อยขนึ้ อยกู่ บั อณุ หภมู ิ พ้นื ที่ผวิ หน้าและปริมาณไอน้าในอากาศ 3. อนุภาคที่เป็นของแข็ง ได้แก่ ฝุ่นละออง ควันไฟ ซึ่งอนุภาคต่าง ๆ ในบรรยากาศ อาจแยกไดเ้ ปน็ อนภุ าคที่เกดิ ขน้ึ และแพรก่ ระจายสบู่ รรยากาศจากแหล่งกาเนิดโดยตรง องค์ประกอบของบรรยากาศ โลกของเราเกิดข้ึนพร้อมๆ กับดวงอาทิตย์และดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ในระบบสุริยะเม่ือ ประมาณ 4,600 ล้านปีมาแล้ว แก๊สและฝนุ่ รวมตัวก่อกาเนดิ เป็นดวงอาทิตยแ์ ละดาวเคราะห์ โลกใน ยุคแรกเป็นหินหนดื ร้อนถกู กระหน่าชนด้วยอุกกาบาตขนาดใหญต่ ลอดเวลา องค์ประกอบซึ่งเป็นธาตุ หนัก เชน่ โลหะ จมตัวลงสแู่ ก่นกลางของโลก องค์ประกอบซ่งึ เปน็ ธาตทุ ีเ่ บากว่า เช่น ซิลิกอน ลอยตัว ขึ้นบนเปลือกโลก ส่วนแก๊สต่างๆ แทรกตัวข้ึนมารอยแตกของเปลือกโลกและปล่องภูเขาไฟเกิดเป็น บรรยากาศ โลกยุคแรกปกคลุมด้วยคาร์บอนไดออกไซด์และไฮโดรเจน แต่เน่ืองจากพื้นผิวโลกร้อน มากประกอบกับอิทธิพลของลมสุรยิ ะจากดวงอาทติ ย์ จึงทาให้ไฮโดรเจนแตกตัวเป็นประจุ (Ion) และ หลุดหนีสอู่ วกาศ ปริมาณไฮโดรเจนในบรรยากาศจงึ ลดลง ดงั ที่แสดงในรปู ที่ 2.1 รูปที่ 2.1 บรรยากาศของโลกในอดตี ที่มา : https://chilaporn49.wordpress.com โดย นายรมยร์ วนิ ท์ เชิดชู ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ 6

ชดุ ที่ 2 การเปล่ียนแปลงทางบรรยากาศภาค ต่อมาเปลือกโลกเร่ิมเย็นตัวลง ไอน้าในบรรยากาศควบแน่นเป็นหยดน้า น้าฝนได้ละลาย คาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศลงสู่พ้ืนผิวโลก ปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ จึงลดลง น้าฝนที่ตกลงมาสะสมและรวมตัวกันกันในแอ่งท่ีราบต่า กลายเป็นทะเลและมหาสมุทร ประจุต่างๆ ของแร่ธาตุท่ีสะสมตวั ในก้นมหาสมุทรเกิดปฏิสัมพันธ์และวิวัฒนาการกลายเป็นสิ่งมีชีวิต ส่ิงมีชีวิตในยุคแรกอาศัยอยู่ใต้มหาสมุทร ดารงชีวิตโดยใช้พลังงานเคมีและความร้อนจากภูเขาไฟใต้ ทะเล จนกระทั่ง 2,000 ล้านปีต่อมา สิ่งมีชีวิตได้วิวัฒนาการให้มีการสังเคราะห์แสง เช่น แพลง ตอน สาหร่าย และพืช ดึงคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศและน้าทะเล มาสร้างน้าตาลแล้วปล่อยแก๊ส ออกซิเจนออกมา องค์ประกอบของบรรยากาศโลกจึงเปลี่ยนแปลงไป ออกซิเจนกลายเป็น องคป์ ระกอบหลกั แทนทีค่ ารบ์ อนไดออกไซด์ซ่งึ ถูกตรึงอยู่ในหินปูนและซากส่ิงมีชีวิต 2.1 สว่ นประกอบของบรรยากาศ อากาศเป็นส่วนผสมระหว่างแก๊สชนดิ ตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ แก๊สไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน แก๊ส อาร์กอน และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ นุภาคของของแข็งขนาดเล็กและควัน มีปริมาณแตกต่างกัน ดังน้ี รูปที่ 2.2 สว่ นประกอบของอากาศแห้ง ทมี่ า : หนงั สอื เรียนรายวิชาพ้นื ฐานสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภมู ิศาสตร์ ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6 บริษัทอักษรเจรญิ ทัศน์ อจท. จากัด (หน้า 39) โดย นายรมย์รวนิ ท์ เชดิ ชู ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ 7

ชดุ ที่ 2 การเปล่ียนแปลงทางบรรยากาศภาค หากเป็นอากาศชื้น จะมีไอน้าผสมอยู่ในอากาศประมาณร้อยละ 0.1 - 4.0 แปรผันไปตาม ลักษณะพ้ืนท่ี เชน่ แหลง่ นา้ ปา่ ไม้ ทะเลสาบ รวมทง้ั ฤดูของท้องถน่ิ โลกของเราประกอบดว้ ยสว่ นตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ ธรณีภาค อทุ กภาค ชีวภาค และบรรยากาศภาค โดยท้ัง 4 ส่วนน้ีรวมกันเป็นระบบโลก (Earth System) ซ่ึงวันน้ีเราจะพาเพ่ือน ๆ ไปรู้จักกับ องค์ประกอบหนึ่งของระบบโลกท่ีแทบจะมองไม่เห็น แต่อยู่รอบตัวและสาคัญกับเรามาก ๆ นั่นก็คือ บรรยากาศภาค 2.2 ชน้ั บรรยากาศ บรรยากาศเป็นช้ันอากาศท่ีหุ้มห่อโลกและอยู่ได้ด้วยแรงดึงดูดของโลก มีขอบเขตจาก พื้นผิวโลกขึ้นไปประมาณ 400 กิโลเมตร เน่ืองจากอากาศเป็นสสาร ดังนั้น แรงดึงดูดโลกจึงทาให้ อากาศที่ระดับทะเลปานกลางมีความหนาแน่นของอากาศมากท่ีสุด การแบ่งชั้นบรรยากาศโดยใช้ ลกั ษณะการเปลี่ยนแปลงอณุ หภูมิของอากาศเปน็ เกณฑ์ มี 4 ช้ัน ดังน้ี รปู ที่ 2.3 การแบ่งช้ันบรรยากาศ ทีม่ า : หนงั สือเรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภูมศิ าสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6 บริษทั อักษรเจริญทศั น์ อจท. จากดั (หน้า 40) โดย นายรมย์รวินท์ เชดิ ชู ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ 8

ชุดท่ี 2 การเปลีย่ นแปลงทางบรรยากาศภาค 2.2.1 โทรโพสเฟียร์ (Troposphere) โทรโพสเฟียร์ ชั้นบรรยากาศของโลกท่ีอยู่ติด กับพื้นผิวโลกขึ้นไป มีระดับความสูงจากพื้นโลก ณ บริเวณเส้นศูนย์สูตรประมาณ 17 กิโลเมตร และบริเวณขั้วโลก ประมาณ 9 กิโลเมตร หรือสูงจากพื้นดินสูงข้ึนไป 10 กิโลเมตร มีลักษณะเฉพาะ ดังน้ี ㆍมอี ากาศประมาณรอ้ ยละ 80 ของอากาศทั้งหมด ㆍอณุ หภูมิจะลดลงตามระดับความสงู ท่ีเพ่ิมข้นึ โดยเฉลี่ย 6.5 ๐C ต่อ 1 กโิ ลเมตร ㆍมีความแปรปรวนมาก เนื่องจากเป็นบริเวณที่ไอน้า เมฆ ฝน พายุต่างๆ ฟา้ แลบ ฟา้ ร้อง และฟา้ ผา่ ㆍอุณหภูมิต่าลงตามความสูงในอัตราเฉล่ีย6.4 องศาเซลเซียส ต่อ 1,000 เมตร จนถึงแนวแบ่งเขตบรรยากาศ ท่เี รียกว่าโทรโพพอส (tropopause) ㆍอากาศมีการเคล่ือนท่ีทั้งในแนวราบและแนวด่ิง สรูปอากาศช้ันน้ีมีไอน้า เมฆ หมอก ฝน หิมะ พายุ และอากาศแปรปรวน รูปท่ี 2.4 บรรยากาศช้นั โทรโพสเฟียร์ ทมี่ า : หนงั สอื เรียนรายวิชาพืน้ ฐานสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภมู ศิ าสตร์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 – 6 บริษัทอักษรเจริญทัศน์ อจท. จากัด (หนา้ 41) โดย นายรมย์รวินท์ เชดิ ชู ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ 9

ชดุ ที่ 2 การเปล่ียนแปลงทางบรรยากาศภาค รปู ท่ี 2.5 ความแปรปรวนของกาศในบรรยากาศชัน้ โทรโพสเฟียร์ ทีม่ า : หนงั สือเรยี นรายวชิ าพื้นฐานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ภูมิศาสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 – 6 บริษัทอักษรเจริญทัศน์ อจท. จากัด (หนา้ 41) 2.2.2 สแตรโทสเฟียร์ (stratosphere) ช้ันบรรยากาศท่ีอยู่เหนือแนวโทรโพพอส ขึ้นไป มีระดับความสูงจากพ้ืนโลกประมาณ 17 - 50 กิโลเมตร อยู่สูงจากพื้นดิน 10-50 กิโลเมตร มีอากาศเบาบาง มีเมฆนอ้ ยมาก เนื่องจากมีปริมาณไอน้าน้อยอากาศไมแ่ ปรปรวน เครอ่ื งบนิ บนิ อยใู่ น ช้ันน้ี มีแก๊สโอโซนมาก ซึ่งอยู่ที่ความสูงประมาณ 25 กิโลเมตร ช่วยดูดกลืนรังสีอัตราไวโอเลตจาก ดวงอาทิตย์ไว้บางส่วน มลี กั ษณะเฉพาะดังนี้  อุณหภูมิมีค่าคงท่ีระยะต้นและสูงข้ึนตามความสูง จนถึงแนวแบ่งเขตบรรยากาศ ทเี่ รยี กว่า สแตรโทพอส (stratopause)  อากาศมกี ารเคลอื่ นทเ่ี ฉพาะในแนวระดับเพยี งอยา่ งเดยี ว  บรรยากาศปราศจากเมฆและพายจุ ึงเป็นประโยชนต์ อ่ กิจการการบนิ  มีแก๊สโอโซน (0) อยู่หนาแน่นที่ระดับความสูง 25 - 30 กิโลเมตร จากพ้ืนผิวโลก จึงสามารถดูดซับคล่ืนรังสีอัลตราไวโอเลต (UItraviolet: UV) ไว้ ซึ่งเป็นสาเหตุทาให้อุณหภูมิของ บรรยากาศสงู ข้นึ โดย นายรมยร์ วนิ ท์ เชดิ ชู ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ 10

ชดุ ท่ี 2 การเปล่ยี นแปลงทางบรรยากาศภาค 2.3) เมโซสเฟียร์ (mesosphere) ช้ันบรรยากาศท่ีอยู่เหนือแนวสแตรโทพอสข้ึนไป มีระดับความสูงจากพื้นโลกประมาณ 50 - 80 กิโลเมตร สูงจากพื้นดินประมาณ 50-80 กิโลเมตร อณุ หภมู ิลดลงตามระดับความสูงท่ีเพิ่มขึ้นสุดเขตของบรรยากาศช้ันน้ีเรียกวา่ มโี ซพอส ซึ่งมีอณุ หภูมิ ประมาณ -140 ๐C เป็นบรรยากาศชน้ั ทส่ี ง่ ดาวเทียมข้นึ ไปโคจรรอบโลก มลี กั ษณะเฉพาะดังนี้  อุณหภูมิต่าลงตามความสูงจนถึงแนวแบ่งเขตบรรยากาศ ท่ีเรียกว่า เมโซพอส (mesopause)  เทหวตั ถุในทอ้ งฟา้ เชน่ อุกกาบาต ดาวตก จะถูกเสยี ดสีและเผาไหม้ 2.4) เทอร์โมสเฟียร์ (thermosphere) ช้ันบรรยากาศทอี่ ย่เู หนือแนวเมโซพอสขนึ้ ไป มีระดับความสูงจากพื้นโลกประมาณ 480 กิโลเมตร อยู่สูงจากพ้ืนดินประมาณ 80-500 กิโลเมตร ดาวตกและอุกาบาตร จะเร่ิมลกุ ไหม้ในบรรยากาศช้นั น้ี อุณหภมู ิจะสงู ขึน้ อย่างรวดเรว็ ในชว่ ง 80-100 km จากน้ันอุณหภูมจิ ะคอ่ ยๆ ลดลง โดยทวั่ ไป อุณหภมู ิจะอยูใ่ นช่วง 227-1,727 ๐C บรรยากาศชนั้ นี้ มีความหนาแน่นของอนุภาคต่างๆ จางมาก แต่แก๊สต่างๆ ในชั้นนี้จะอยู่ในลักษณะท่ีเป็นอนุภาคที่ ประจุไฟฟ้าเรียกว่า ไอออน สามารถสะทอ้ นคลน่ื วทิ ยบุ างความถ่ไี ด้ เรียกชื่ออกี อยา่ งหน่ึงวา่ ไอ โอโนสเฟียร(์ Ionosphere) มลี ักษณะเฉพาะดงั น้ี ㆍ อุณหภมู ิมีคา่ คงที่ระยะต้นและสูงขน้ึ ตามความสงู ㆍ มีประจุไฟฟา้ มาก จึงสามารถสะทอ้ นคลืน่ วทิ ยุทใี่ ช้กบั การส่อื สารระยะไกลได้ ㆍ เกิดแสงออโรรา (aurora) เป็นแสงสีแดง เขียว และขาว มีลักษณะเป็นวงโค้งเป็น เส้นๆ มองเห็นในเวลากลางคืนบนท้องฟ้าแถบขั้วโลกแสงออโรราเป็นปรากฏการณ์ทางแสงที่เกิดขึ้น แถบขั้วโลก รูปที่ 2.6 ออโรรา (Aurora) หรือแสงเหนือ แสงใต้ ท่ีเกิดบนช้ันเทอร์โมสเฟียร์ ทม่ี า : https://blog.startdee.com โดย นายรมยร์ วนิ ท์ เชิดชู ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ 11

ชดุ ท่ี 2 การเปลยี่ นแปลงทางบรรยากาศภาค รูปที่ 2.7 ท่มี า : https://chilaporn49.wordpress.com  ลักษณะทั่วไปเกี่ยวกบั บรรยากาศ ลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศ คือ ส่วนที่เป็นบรรยากาศซึ่งห่อหุ้มโลกหนาประมาณ 6,000 ไมล์(10,000 กิโลเมตร) แต่มีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ พืช สัตว์ จะอยู่สูง 80 – 400 กิโลเมตร บรรยากาศประกอบด้วย ก๊าซไนโตรเจนร้อยละ 78.084 ออกซิเจนร้อยละ 20.946 และอื่นๆ อีกร้อยละ 0.970 ก๊าซอื่นๆได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ อาร์กอน นีออน ฮีเลียม คริปตอน มเี ทน ฯลฯ รูปที่ 2.8 ทม่ี า : https://chilaporn49.wordpress.com โดย นายรมย์รวินท์ เชดิ ชู ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพิเศษ 12

ชดุ ท่ี 2 การเปลีย่ นแปลงทางบรรยากาศภาค นักวิทยาศาสตร์แบ่งโครงสร้างแนวด่ิงของบรรยากาศของเป็นช้ันๆ เรียกว่า “ช้ัน บรรยากาศ” (Layers of Atmosphere) โดยใช้เกณฑ์แตกต่างกัน เช่น แบ่งตามองค์ประกอบ ทางเคมี แบ่งตามคุณสมบัติทางไฟฟ้า แต่ในการศึกษาด้านอุตุนิยมวิทยา นักวิทยาศาสตร์แบ่งชั้น บรรยากาศตามการเปลยี่ นแปลงของอณุ หภมู ิ ดังนี้ รปู ท่ี 2.9 การแบ่งชั้นบรรยากาศ ตามการเปล่ียนแปลงอุณหภมู ิ ทมี่ า : https://chilaporn49.wordpress.com ประโยชนข์ องบรรยากาศ เม่ือมองจากอวกาศไปยงั ขอบโลกในรูปที่ 2.10 จะเห็นวา่ โลกของเรามีบรรยากาศเป็นแผ่น ฝ้าสีฟ้าบางๆ ห่อหุ้มอยู่ ลึกลงไปเป็นกลุ่มเมฆสีขาวซึ่งเกิดจากน้าในบรรยากาศ เมื่อเปรียบเทียบขั้น บรรยากาศซ่ึงหนาเพียงไม่ก่ีร้อยกิโลเมตร กับรัศมีของโลกซ่ึงยาวถึง 6,353 กิโลเมตร จะเห็นว่า บรรยากาศของโลกนั้นบางมาก จึงมีความอ่อนไหวต่อการเปล่ียนแปลงเป็นอย่างมาก หากมีภูเขาไฟ ลกู หน่ึงระเบิดข้ึน กระแสลมจะหอบหวิ้ ฝนุ่ เถ้าภูเขาไฟให้ปลิวไปท่ัวโลก หากเราเปล่ยี นแปลงกจิ กรรม บนพื้นผิวโลก เราก็จะเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมีของบรรยากาศด้วย ซ่ึงจะตามมาด้วยการ เปลย่ี นแปลงทางกายรูป เชน่ ภาวะโลกรอ้ น รูโอโซน โดย นายรมย์รวนิ ท์ เชิดชู ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ 13

ชุดท่ี 2 การเปลีย่ นแปลงทางบรรยากาศภาค รปู ท่ี 2.10 บรรยากาศของโลกเมอื่ มองดูจากอวกาศ ทม่ี า : https://chilaporn49.wordpress.com แรงโน้มถ่วงของโลกทาให้อากาศกดทับกันลงมา เราเรียกน้าหนักของอากาศที่กดทับกัน ว่า “ความกดอากาศ” (Air pressure) ความกดอากาศทาให้อากาศมีความหนาแน่น ดังนั้นยิ่ง ใกล้พ้ืนผิวโลกอากาศก็ย่ิงมีความหนาแน่น รูปที่ 2.11 แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างความกด อากาศกบั ความหนาแน่นของอากาศ  ทรี่ ะดบั น้าทะเลปานกลางมีความกดอากาศ 1013 กรัม/ตาราง เซนติเมตร หรือ 1013 มลิ ลบิ าร์  ที่ระยะสูง 5.6 กโิ ลเมตร ความกดอากาศลดลง 50%  ทรี่ ะยะสงู 16 กิโลเมตร ความกดอากาศลดลงเหลือ 10%  ท่ีระยะสงู 100 กโิ ลเมตร ความกดอากาศลดลงเหลอื เพยี ง 0.00003% อย่างไรก็ ตามองค์ประกอบของแกส๊ แต่ละชนิดกย็ ังคงเทา่ เดิม ณ ความสูงระดับนี้แม้ว่าจะมี อากาศอยู่ แต่กม็ ีความหนาแน่นนอ้ ยกว่าสภาวะ สูญญากาศท่มี นษุ ย์สรา้ งขึ้น โดย นายรมย์รวนิ ท์ เชดิ ชู ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ 14

ชุดที่ 2 การเปลยี่ นแปลงทางบรรยากาศภาค รูปท่ี 2.11 ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งความกดอากาศ กบั ความหนาแนน่ ของอากาศ ทมี่ า : https://chilaporn49.wordpress.com อากาศที่เราอาศัยอยู่ในช้ันโทรโพสเฟียร์ ความหนาแน่นของอากาศทาให้เรามีออกซิเจน เพียงพอต่อการหายใจ ความกดอากาศทาให้เลือดไม่ซึมออกจากร่างกาย แต่หากเราอยู่สูงข้ึนไปบน ยอดเขา เช่น ดอยอินทนนท์ ภูเขาท่ีสูงท่ีสุดในประเทศไทย มีความสูง 2.5 กิโลเมตรเหนือ ระดับน้าทะเลปานกลาง อากาศท่ีน่ันบางมากจนทาให้เราเหนื่อยง่าย และหากเราข้ึนไปอยู่บนยอด เขาเวอเรสต์ ยอดเขาที่สูงท่ีสดุ ในโลกบนเทือกเขาหมิ าลัย ทีค่ วามสงู 8.5 กโิ ลเมตร มนุษย์ไมส่ ามารถ ดารงชีวิตอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง เน่ืองจากอากาศบางเกินไป แก๊สออกซิเจนไม่พอหายใจ ไอน้าน้อย เกนิ ไปร่างกายจะสญู เสียนา้ และอณุ หภูมิต่าเกนิ กว่าทร่ี า่ งกายจะทนทานได้ รูปท่ี 2.12 การกรองรังสีของบรรยากาศ ที่มา : https://chilaporn49.wordpress.com โดย นายรมยร์ วนิ ท์ เชดิ ชู ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ 15

ชดุ ท่ี 2 การเปล่ียนแปลงทางบรรยากาศภาค จากท่ีกล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่า บรรยากาศชั้นล่างสุดมีความสาคัญต่อสิ่งมีชีวิตมาก ทว่า ความจรงิ แลว้ บรรยากาศทุกชั้นทาหนา้ ทเ่ี ปน็ เกราะคุม้ กนั ให้แกส่ ่ิงมชี วี ติ บนพืน้ โลกดังน้ี  เทอร์โมสเฟียร์: บรรยากาศช้ันนอกสุดทาหน้าท่ีเป็นเกราะป้องกันรังสีแกมมาจาก อวกาศ และรงั สเี อ็กซจ์ ากดวงอาทติ ย์ รังสคี ลืน่ สั้นเหลา่ นี้มีพลงั งานสูงมากเม่ือปะทะกับ โมเลกุลของอากาศ จะทาให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากวงโคจรของอะตอม กลายเป็น ประจุ มสี มบตั ิในการสะท้อนคลนื่ วิทยุในชว่ งความถี่สูง (High Frequency)  มีโซสเฟียร์: บรรยากาศช้ันกลางมีความหนาแน่นของอากาศพอท่ีจะสร้างแรงเสียด ทานใหก้ ับอุกกาบาตท่ีตกลงสูโ่ ลก จนเกิดการลุกไหมท้ าใหเ้ รามองเห็นเปน็ ดาวตก  สตราโตสเฟียร์: เมื่อแก๊สออกซิเจนในบรรยากาศช้ันน้ีดูดกลืนรังสีอัลตราไวโอเล็ตจาก ดวงอาทิตย์ จะแตกตัวเป็นออกซิเจนโมเลกุลเด่ียว แล้วรวมตัวกับออกซิเจนโมเลกุลคู่ กลายเป็นแก๊สโอโซน (Ozone) ทาหน้าที่ป้องกันไม่ให้รังสีอัลตราไวโอเล็ตทะลุผ่านลง มาทาอันตรายส่งิ มชี วี ิตท่ีอยบู่ นพืน้ ผวิ โลก  โทรโพสเฟียร์: มีแก๊สเรือนกระจก เช่น ไอน้า คาร์บอนไดออกไซด์ และมีเทน อยู่ ประมาณ 1% ทาให้โลกมีความอบอุ่น กลางวันและกลางคืนมีอุณหภูมิไม่แตกต่างมาก จนเกนิ ไป ทาใหเ้ กดิ วัฏจักรน้า นา้ บนพื้นผวิ โลกจึงมีครบทง้ั สามสถานะนอกจากนั้นแล้ว บรรยากาศโลกยังโปร่งใสต่อคลื่นไมโครเวฟและคล่ืนวิทยุบางความถ่ี มนุษย์สามารถ ประโยชน์คล่ืนท้ังสองชนดิ ในการตดิ ต่อส่อื สาร 2.3 การเปล่ียนแปลงทางบรรยากาศภาค สิ่ ง มี ชี วิ ต ทั้ ง ห ล า ย อา ศั ย อยู่ ภ า ย ใ ต้ บ ร ร ย า ก า ศ ชั้ น โ ท ร โ พ ส เ ฟี ย ร์ ข อง โ ล ก เ ท่ า นั้ น มีปรากฏการณ์ต่าง ๆ เกิดข้ึน ได้แก่ ลมฟ้าอากาศ และภูมิอากาศ ซ่ึงมีผลต่อสรรพส่ิงบริเวณพื้นโลก ทั้งสง่ิ มชี ีวิตและไม่มชี วี ติ ในทุก ๆ แหง่ ระบบธรรมชาติสาคัญทมี่ เี ฉพาะในบรรยากาศชนั้ โทรโพสเฟียร์ ได้แก่ อณุ หภูมิ ความกดอากาศ ลมกบั ทศิ ทางลม และความช้ืนกบั หยาดนา้ ฟ้า 1) อุณหภูมิ บรรยากาศในช้ันโทรโพสเฟียร์ได้รับพลังงานความร้อนและแสงสว่างจาก ดวงอาทิตย์ที่ผ่านบรรยากาศช้ันต่าง ๆ ลงมาจนถึงพ้ืนโลก ซ่ึงมีความสมดุลระหว่างการแผ่รังสีของ ดวงอาทิตย์ท่ีลงมาและสญู เสยี พลังงานไปกบั การดูดซับพลังงานของโลก ปริมาณพลังงานความร้อนจากการแฝรังสีดวงอาทิตย์ตอนบนของชั้นบรรยากาศ จานวนร้อยละ 100 มีอัตราส่วนรังสีสะท้อนไปร้อยละ 32 ช้ันบรรยากาศโทรโพสเฟียร์ดูดซับไว้ ร้อยละ 18 และพ้นื โลกดดู ซับไว้ร้อยละ 50 อุณหภูมิในบริเวณส่วนต่าง ๆ ของโลกมีความแตกต่างกันไปตามการรับพลังงาน ความร้อน และการแผ่รังสีดวงอาทิตย์ ณ ตาแหน่งของโลกตามลักษณะต่าง ๆ ข้ึนอยู่กับค่าของมุมท่ี โดย นายรมยร์ วนิ ท์ เชิดชู ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ 16

ชุดที่ 2 การเปล่ยี นแปลงทางบรรยากาศภาค รงั สีดวงอาทิตย์ตกสู่พื้นโลก ฤดูกาล ระยะใกล้ไกลระหว่างดวงอาทิตย์กับโลก ความแตกต่างระหว่าง พ้ืนดนิ กบั พื้นนา้ รูปท่ี 2.13 ค่าความสมดุลของพลงั งานความรอ้ นจากการแผ่รังสดี วงอาทิตยส์ ู่บรรยากาศ ช้ันโทรโพสเฟียร์ ทม่ี า : หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐานสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภูมิศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 – 6 บริษทั อักษรเจรญิ ทัศน์ อจท. จากดั (หนา้ 43) รปู ที่ 2.14 ปรมิ าณรงั สดี วงอาทติ ย์ท่ีตกลงบนพน้ื ทห่ี นึง่ ในแนวดงิ่ และแนวเฉียง มีความเข้ม ตา่ งกนั โดยแนวเฉียงมีการกระจายเปน็ บริเวณกวา้ ง แต่ความเข้มของรังสจี ะนอ้ ยกว่าแนวดิ่ง ทมี่ า : หนังสอื เรียนรายวิชาพื้นฐานสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภูมศิ าสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 – 6 บริษัทอักษรเจรญิ ทัศน์ อจท. จากัด (หน้า 43) โดย นายรมยร์ วนิ ท์ เชิดชู ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการพิเศษ 17

ชุดที่ 2 การเปล่ยี นแปลงทางบรรยากาศภาค รปู ที่ 2.15 ตาแหนง่ รังสดี วงอาทิตย์ส่องแสงและมุมต้ังฉากกับเสน้ ขนานละตจิ ูตต่างๆ ในรอบ 1 ปี ท่ีมา : หนงั สือเรยี นรายวิชาพืน้ ฐานสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภมู ศิ าสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 – 6 บริษทั อักษรเจรญิ ทศั น์ อจท. จากัด (หน้า 44) รปู ที่ 2.16 ตาแหน่งของโลกรอบดวงอาทิตย์ ส่งผลต่อการรับรงั สดี วงอาทติ ย์ตามระยะใกล้ไกล ทม่ี า : หนังสือเรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ภมู ศิ าสตร์ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4 – 6 บริษัทอักษรเจรญิ ทัศน์ อจท. จากดั (หนา้ 44) โดย นายรมยร์ วนิ ท์ เชิดชู ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ 18

ชดุ ท่ี 2 การเปล่ยี นแปลงทางบรรยากาศภาค รูปท่ี 2.17 การรับและควายความร้อนระหวา่ งพ้นื ดินและพื้นน้าในเวลากลางวันและกลางคืน ทมี่ า : หนังสือเรยี นรายวิชาพนื้ ฐานสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภูมศิ าสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 – 6 บริษทั อักษรเจริญทศั น์ อจท. จากดั (หนา้ 45) ตามปกติพื้นดินดูดกลืนความร้อนและคายความร้อนได้ดีกว่าพ้ืนน้า ในเวลากลางวัน อากาศเหนือพื้นดินร้อนเร็วกว่าพ้ืนน้า อากาศร้อน เหนือพ้ืนดินมีความกดอากาศต่าจึงลอยตัวสูงข้ึน ทาให้อากาศเหนือพ้ืนน้าท่ีเย็นกว่าจากทะเลพัดเข้ามาแทนที่ จึงเกิดลมพัดจากทะเลสู่ชายฝ่ังเรียกว่า ลมทะเล (sea breeze) ในเวลากลางคืน พ้ืนน้าดายความร้อนได้ช้ากว่าพ้ืนดิน มีความกดอากาศต่าจึงลอยตัว สูงขนึ้ ทาใหอ้ ากาศทีเ่ ย็นกว่าจากพื้นดินพัดเข้ามาแทนท่ี เกดิ ลมพัดจากพ้ืนดนิ สู่ทะเล เรียกว่า ลมบก (land breeze) โดย นายรมย์รวินท์ เชดิ ชู ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ 19

ชุดท่ี 2 การเปลยี่ นแปลงทางบรรยากาศภาค 2) ความกดอากาศและลม อากาศเป็นสสารซึ่งอยู่ได้ด้วยแรงดึงดูดของโลก ความกด อากาศโดยเฉล่ยี ทร่ี ะดบั ทะเลปานกลางเท่ากบั 1,013.2 มิลลบิ าร์ โดยคา่ ความกดอากาศลดลงเมอ่ื อยู่ สงู จากระดับทะเลปานกลางขนึ้ ไป การลดลงของค่าความกดอากาศในระดับความสูงชั้นโทรโพสเฟียร์ จากระดับทะเล ปานกลางขึ้นไป และความหนาแน่นของแก๊สและความกดอากาศท่ีลดลงนั้น ส่งผลต่อสุขภาพของ มนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ คือ ปริมาณแก๊สออกซิเจนสาหรับการหายใจเบาบางลง และจุดเดือดของ น้าที่ระดับทะเลปานกลาง คือ 100 องศาเซลเซียส แต่ที่บนดอยอินทนนท์ ระดับความสูง 2,565 เมตร น้าจะเดอื ดได้ท่อี ุณหภมู ิ 93 องศาเซลเซียสเทา่ น้นั รปู ท่ี 2.18 การลดลงของคา่ ความกดอากาศตามความสูง ที่มา : หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐานสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภมู ศิ าสตร์ ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4 – 6 บริษทั อักษรเจรญิ ทศั น์ อจท. จากัด (หนา้ 46) ลมเกิดจากการเคล่ือนที่ของอากาศตามแนวระนาบ เม่ือมีความต่างกันของค่าความกด อากาศ คือ จากบริเวณความกดอากาศสูงสู่บริเวณความกดอากาศต่าไปบนพ้ืนผิวโลกได้ทุกทิศทาง โดยพลังงานความรอ้ นเป็นตวั การสาคัญที่ทาใหบ้ รรยากาศในพ้ืนที่ส่วนตา่ ง ๆ เช่น พน้ื ดินและพื้นน้า มีความกดอากาศต่างกันทาให้เกิดลม ดังภาพ การเกิดลมทะเล เมื่อพ้ืนดินมีความกดอากาศต่ากว่า ความกดอากาศบรเิ วณพนื้ น้า โดย นายรมย์รวนิ ท์ เชดิ ชู ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ 20

ชดุ ท่ี 2 การเปลยี่ นแปลงทางบรรยากาศภาค 3) ความชื้นในบรรยากาศ ความชื้นในบรรยากาศภาคมีอยู่แต่เฉพาะในบรรยากาศ ช้นั โทรโพสเฟียร์ เกิดจากการระเหยของทะเล มหาสมุทร และแหล่งน้าอื่น ๆ บนพื้นผิวโลกเป็นหลัก แตม่ ีบางสว่ นที่เกิดจากการคายนา้ ของพชื ป่ไม้ และกิจกรรมของมนุษย์ 3.1) สถานะของนา้ ในอากาศ ในบรรยากาศมนี า้ อยู่ 3 สถานะ ไดแ้ ก่ แกส๊ ของเหลว และของแขง็ น้าในแตล่ ะสถานะมีการหมุนเวียนเปล่ียนสถานะได้ โดยกระบวนการของพลงั งานความ ร้อนจากดวงอาทิตย์ ได้แก่ กระบวนการเพ่ิมอุณหภูมิ และกระบวนการลดอุณหภูมิของน้า ซึ่งมี วธิ กี ารทางธรรมชาติ คอื การระเหย การควบแนน่ การหลอมเหลว การเยอื กแข็งและการระเหิด 3.2) เมฆ เป็นกลุ่มก้อนของไอน้าลอยอยู่ในอากาศ เมฆมีลักษณะแตกต่างกันตาม ระดบั ความสงู รปู ลักษณะของเมฆมี 3 แบบ ได้แก่ รูปท่ี 2.19 ลกั ษณะของเมฆแบบตา่ ง ๆ ที่มา : หนังสือเรียนรายวชิ าพืน้ ฐานสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภูมิศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 – 6 บริษัทอักษรเจริญทัศน์ อจท. จากดั (หนา้ 51) การจาแนกเมฆตามรูปลกั ษณะและระดบั ความสูงทีเ่ มฆลอยปรากฏในทอ้ งฟ้าแบง่ เป็น ดงั น้ี เมฆระดับสูง พบทร่ี ะดับความสูง 6 กิโลเมตรขึน้ ไป จนใกลับรรยากาศช้ันโทรโพพอสท่ีมี อุณหภูมิต่าและไอน้ามีน้อย พบเมฆซีร์รัส เมฆซีโรคิวมูลัส และเมฆซีร์โรสเตรตัส มองเห็นได้ชัดเจน ในชว่ งฤดูหนาวที่ทอ้ งฟา้ โปร่งใสเห็นเป็นเมฆสขี าวเป็นเส้นหรือปยุ คล้ายเส้นใยไหม เน่ืองจากเป็นแผ่น น้าแขง็ บาง 9 เมือ่ บังแสงอาทิตย์หรือดวงจนั ทร์จึงมีแสงส่องตกกระทบเกดิ เป็นวงแสง (halo) เรืองแสง เป็นวงกลม เมฆระดับกลาง พบท่ีระดับความสูงตั้งแต่ 3 กิโลเมตร ถึง 6 กิโลเมตร พบเมฆแอลโตส เตตัส และเมฆแอลโตคิวมูลัส มีลักษณะเป็นละอองน้าเล็ก ๆ มีสีขาว บางครั้งแตกเป็นก้อนคล้ายดอก กะหล่า โดย นายรมย์รวินท์ เชดิ ชู ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ 21

ชดุ ท่ี 2 การเปลี่ยนแปลงทางบรรยากาศภาค เมฆระดับต่า พบอยู่สูงกว่าระดับผิวโลกขึ้นไปไม่เกิน 3 กิโลเมตร ซ่ึงเป็นชั้นบรรยากาศ ท่ีมีไอน้าอยู่ในอากาศมากที่สุด เมฆที่พบ ได้แก่ เมฆสเตรตัส เมฆสแตรโทคิวมูลัส และเมฆนิม โบสเตรตสั เมฆในระดับตา่ เป็นเมฆทเี่ กดิ ฝนและหมิ ะได้ เมฆก่อตวั ตามแนวดิ่ง พบอยู่ใกล้ระดับพ้ืนโลกและสูงข้ึนไปประมาณ 6 กิโลเมตร ได้แก่ เมฆคิวมูลัส ทที่ าให้เกิดฝนตกเฉพาะแหง่ หรือ \"ฝนซู่\" เมฆคิวมูลัสเม่ือมกี ารรวมตัวของไอน้ามากข้ึนจะ พัฒนาเป็นเมฆคิวมูโลนิมบัส โดยมีฐานเมฆหนาทึบเป็นสีดา ตัวเมฆมีรูปลักษณะหอดอยขนาดใหญ่ ยอดเมฆแผ่ออกด้านข้างมีรูปคล้าย \"รูปทั่ง\" ซึ่งถือเป็นเมฆฝนที่อันตราย เน่ืองจากภายในก้อนเมฆมี กระแสอากาศแปรปรวน อาจทาใหเ้ กิดฝนตกหนักและมีฟา้ คะนอง เกิดฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และฟ้าผ่าร่วม ด้วย รปู ที่ 2.20 ชนดิ ของเมฆและการจัดหมวดหมู่ของเมฆตามระดบั ความสูงและรปู ร่าง ทม่ี า : หนงั สือเรียนรายวชิ าพนื้ ฐานสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภมู ิศาสตร์ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 – 6 บริษัทอักษรเจรญิ ทศั น์ อจท. จากดั (หนา้ 52) โดย นายรมยร์ วินท์ เชิดชู ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ 22

ชุดที่ 2 การเปลีย่ นแปลงทางบรรยากาศภาค 3.3) หยาดน้าฟ้า (precipitation) เป็นคารวมของสถานะต่าง ๆ ของน้าในบรรยากาศท่ี ตกลงมาสผู่ ิวโลกในลักษณะตา่ งๆ ไดแ้ ก่ 1. ฝน (rain) หยาดน้าฟา้ ท่ีเป็นของเหลว 2. ฝนละออง (drizzle) ฝนที่มีขนาดเล็กมาก แตกต่างจากหมอกตรงที่ฝนละอองน้ีจะ ตกจากท้องฟ้าลงสู่แผ่นดิน 3. ฝนน้าแข็ง (sleet) หยดนา้ ฝนท่ีเกิดการเยอื กแข็งเปน็ ก้อนนา้ แขง็ กลมใส ขณะฝนตก อณุ หภมู ิในบรรยากาศใกลโ้ ลกตา่ กวา่ จดุ เยอื กแขง็ 4. หิมะ (รnow) เกดิ จากไอนา้ ในเมฆรวมตัวกันเป็นผลึกน้าแข็งอย่างรวดเร็วโดยไม่ผ่าน การเป็นหยดน้า ผลึกน้าแข็งตกลงมาในบรรยากาศที่มีอุณหภูมิต่ามาก จึงไม่ทาให้เกิดการหลอม ละลายตัวกอ่ นตกสพู่ นื้ โลก 5. ลูกเห็บ (hail) ก้อนน้าแข็งกลมตกลงมาจากเมฆคิวมูโลนิมบัส มักเกิดในขณะมีพายุ ฝนฟา้ คะนอง นอกจากหยาดน้าฟ้าแล้ว ในบรรยากาศชน้ั โทรโพสเฟยี ร์ยังพบปรากฏการณ์ท่ีเกิดข้ึนจากไอ น้าในอากาศ อณุ หภมู ิ และฝ่นุ ละออง ดังนี้ 1. หมอก (fog) เกิดจากไอน้าที่กลั่นตัวเปน็ ละอองลอยอยู่ในอากาศ มฐี านตดิ กับพืน้ ดิน หรอื พื้นนา้ 2. น้าค้าง (dew) เกิดขึ้นจากอุณหภูมิของอากาศลดต่าลงจนทาให้ไอน้าในอากาศเกิด การควบแน่นหรือกลั่นตัวเป็นหยดน้า มักเกิดในช่วงเวลากลางคืนตอนใกล้รุ่ง ซึ่งอุณหภูมิยอดหญ้า ลดลงต่าสดุ จึงพบหยดน้าเกาะใบไม้ ใบหญา้ หรือตามวตั ถุตา่ ง ๆ ใกลพ้ ื้นดิน 3. น้าค้างแขง็ (frost) เกิดข้ึนเช่นเดียวกันกบั การเกิดน้าค้าง ต่างกันตรงท่ีอุณหภูมิยอด หญ้ามีค่าต่ากว่า 0 องศาเซลเซียส ซึ่งจะพบในพ้ืนที่สูงช่วงฤดูหนาวมากที่สุดปรากฏการณ์น้ีชาว ภาคเหนือของไทย เรียกว่า \"เหมยขาบ\" ชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือแถบจังหวัดเลย เรียกว่า \"แม่คะนง้ิ \" 4. ฟ้าหลัว (haze) หรือหมอกแดด เป็นลักษณะอากาศท่ีเกิดขึ้นจากอนุภาคของฝุ่น ผงเกลือลอยกระจัดกระจายอย่ใู นบรรยากาศ มกั เกดิ ขนึ้ ในชว่ งฤดูหนาว ทาให้ทัศนวสิ ยั ลดลง 5. หมอกปนควนั (smog)เป็นลักษณะอากาศท่ีเกิดข้ึนจากหมอกและควันพษิ จากแหล่ง ต่าง ๆ เชน่ โรงงานอุตสาหกรรม ทอ่ ไอเสยี จากยานพาหนะ ซึง่ เป็นอากาศท่ีมมี ลพิษต่อระบบทางเดิน หายใจ โดย นายรมย์รวนิ ท์ เชิดชู ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ 23

ชุดท่ี 2 การเปลี่ยนแปลงทางบรรยากาศภาค บัตรกจิ กรรมที่ 2.1 เรื่อง ปรากฏการณเ์ ปล่ยี นแปลงทางบรรยากาศภาค คาชแ้ี จง ให้นกั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปนใี้ ห้ถูกต้อง 1. บรรยากาศมคี วามสาคญั ต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกอย่างไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. 2. สืบค้นข้อมลู ปรากฏการณ์เปลยี่ นแปลงทางดา้ นบรรยากาศภาค ในประเดน็ ต่อไปน้ี 2.1 สาเหตแุ ละปัจจัยการเปลี่ยนแปลง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. 2.2 ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. โดย นายรมย์รวินท์ เชิดชู ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ 24

ชดุ ที่ 2 การเปลี่ยนแปลงทางบรรยากาศภาค 2.3 ผลกระทบต่อมนุษย์ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. 3. จงอธิบายเกี่ยวกบั คลน่ื ความร้อน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. 4. ความกดอากาศกบั ลมมคี วามสมั พนั ธก์ นั อย่างไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. โดย นายรมย์รวินท์ เชิดชู ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ 25

ชดุ ที่ 2 การเปลีย่ นแปลงทางบรรยากาศภาค บตั รกจิ กรรมที่ 2.2 เรือ่ ง เมฆทบ่ี า้ นฉนั คาช้ีแจง 1. ใหน้ กั เรียนแบง่ กล่มุ กลุม่ ละ 3 – 4 คน 2. นักเรียนทุกคนช่วยกันสังเกตและบันทึกรูปร่างของเมฆแต่ละวัน (โดยการถ่ายรูป ประกอบ) เป็นเวลา 1 สัปดาห์ หาข้อมูลเก่ียวกับเมฆที่พบ วิเคราะห์ลักษณะอากาศใน แต่ละวนั 3. นาเสนอผลศึกษาวิเคราะห์หน้าชัน้ เรยี น ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. โดย นายรมยร์ วินท์ เชดิ ชู ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ 26

ชดุ ท่ี 2 การเปลย่ี นแปลงทางบรรยากาศภาค บัตรกิจกรรมท่ี 2.3 แผนผังมโนทัศน์ เรอ่ื ง การเปล่ยี นแปลงทางบรรยากาศภาค คาชี้แจง ให้นักเรียนสรุปความรู้ที่เก่ียวกับ “การเปล่ียนแปลงทางบรรยากาศภาค” เป็นแผนผัง มโนทัศน์ (Concept Mapping) ในกระดาษท่ีแจกให้แล้วนาเสนอผลงานหน้าช้นั เรียน โดย นายรมย์รวนิ ท์ เชดิ ชู ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ 27

ชดุ ท่ี 2 การเปลี่ยนแปลงทางบรรยากาศภาค แบบทดสอบหลังเรยี น เร่อื ง การเปล่ียนแปลงทางบรรยากาศภาค กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษา ฯ รายวชิ าสงั คมศกึ ษา 5 (ภูมศิ าสตร)์ รหสั วชิ า ส33101 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 คาชีแ้ จง 1. แบบทดสอบฉบับนี้ จานวน 10 ขอ้ คะแนนเต็ม 10 คะแนน เวลาท่ีใช้ 10 นาที 2. จงเลอื กคาตอบทถ่ี ูกต้องท่ีสดุ แลว้ เขียนเครือ่ งหมาย  ลงในกระดาษคาตอบ 1. บรรยากาศชน้ั ใดของโลกทีเ่ กิดเมฆพายฝุ นฟา้ คะนอง ก. เมโซสเฟยี ร์ ข. โทรโฟสเฟยี ร์ ค. เทอร์โมสเฟยี ร์ ง. สแตรโทสเฟียร์ 2. บรรยากาศชั้นใดที่เกดิ แสงออโรรา เป็นแสงสแี ดง เขียว และขาว ก. เมโซสเฟยี ร์ ข. โทรโพสเฟยี ร์ ค. เอ็กโซสเฟยี ร์ ง. เทอรโ์ มสเฟยี ร์ 3. การเคลอื่ นทขี่ องลมมีทิศทางเปน็ อย่างไร ก. จากหยอ่ มความกดอากาศสูงไปสู่หย่อมความกดอากาศตา่ ข. จากหย่อมความกดอากาศตา่ ไปสู่หยอ่ มความกดอากาศสูง ค. จากหยอ่ มความกดอากาศสงู ไปสู่หย่อมความกดอากาศสูง ง. จากหย่อมความกดอากาศต่าไปสหู่ ย่อมความกดอากาศตา่ 4. ช้นั บรรยากาศของโลกไม่ฟุ้งกระจายออกไปสู่อวกาศเนอ่ื งจากอะไร ก. ช้ันโอโซนกนั้ ไว้ ข. เรือนกระจกกั้นไว้ ค. แรงดงึ ดดู ของโลก ง. แรงดึงดดู จากดวงอาทติ ย์ 5. เมฆชนิดใดทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ พายฝุ นฟา้ คะนอง ก. ซรี ร์ ัส ข. ควิ มโู ลนมิ บัส ค. แอลโตคิวมูลัส ง. สแตรโทคิวมูลสั โดย นายรมย์รวินท์ เชดิ ชู ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ 28

ชดุ ท่ี 2 การเปลี่ยนแปลงทางบรรยากาศภาค 6. เพราะเหตใุ ด อณุ หภมู บิ นยอดเขาจึงเยน็ กว่าอณุ หภมู ิของอากาศบรเิ วณเชิงเขา ก. บนยอดเขามีลมพัดแรงกว่าเชิงเขา ข. บนยอดเขามีตน้ ไม้มากลมจึงพดั ได้แรง ค. บนยอดเขามีความกดอากาศนอ้ ยกวา่ เชงิ เขา ง. บนยอดเขามีความกดอากาศมากกว่าเชงิ เขา 7. ขอ้ ใดเป็นหยาดนา้ ฟ้าทั้งหมด ก. น้า ลมพายุ หมอก ข. ลมพายุ เมฆ น้าค้าง ค. ฝนละออง นา้ ฟ้าหลัง ง. นา้ ค้างแขง็ ลกู เห็บ ฝน 8. ชน้ั โอโซนมีประโยชน์ตอ่ โลกอยา่ งไร ก. ช่วยใหอ้ ากาศสดชน่ื ข. ชว่ ยดูดกลืนรังสอี ลั ตราไวโอเลต ค. ชว่ ยลดปรมิ าณสารพิษในอากาศ ง. ช่วยเพมิ่ ปริมาณออกซิเจนในอากาศ 9. ขอ้ ใดไม่ใช่ ประโยชนข์ องบรรยากาศที่หุ้มห่อโลก ก. ชว่ ยกนั้ รังสคี ล่ืนส้นั ข. ชว่ ยกรองรงั สีอัลตราไวโอเลต ค. ดูดกลืนและทาลายวตั ถุท่ีพงุ่ เขา้ หาโลก ง. ชว่ ยลดความร้อนใหแ้ ก่บรรยากาศบนโลก 10. ลมชนี กุ ลมสลาตัน และลมมิสตราล เปน็ ลมท่อี ยใู่ นประเภทใด ก. ลมประจาปี ข. ลมประจาถนิ่ ค. ลมประจาฤดู ง. ลมประจาเวลา โดย นายรมย์รวนิ ท์ เชิดชู ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ 29

ชุดที่ 2 การเปล่ยี นแปลงทางบรรยากาศภาค กระดาษคาตอบ แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน ชดุ ท่ี 2 การเปล่ียนแปลงทางบรรยากาศภาค แบบทดสอบก่อนเรยี น ง แบบทดสอบหลงั เรียน ง ขอ้ ก ข ค ข้อ ก ข ค 1 1 2 2 3 3 4 4 5 5 6 6 7 7 8 8 9 9 10 10 คะแนนเตม็ 10 คะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน ได้ ...................คะแนน ได้ ...................คะแนน โดย นายรมยร์ วนิ ท์ เชิดชู ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ 30

ชุดที่ 2 การเปล่ยี นแปลงทางบรรยากาศภาค บรรณานุกรม กรมทรพั ยากรธรณี. 2544. ธรณวี ิทยาประเทศไทยเฉลมิ พระเกยี รติพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั เนอ่ื งในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542. (พมิ พ์ครง้ั ที่ 1). กรุงเทพฯ : กองธรณีวทิ ยากรมทรพั ยากรธรณี. กรมทรพั ยากรธรณี. 2550. ธรณวี ทิ ยาประเทศไทย. (พมิ พค์ รง้ั ท่ี 2). กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ดอกเบยี้ . คณะกรรมการวชิ าส่งิ แวดล้อม เทคโนโลยีและชวี ติ ศูนยว์ ชิ าบรู ณาการ หมวดวิชาศกึ ษาทว่ั ไป มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์, 2549. สิง่ แวดลอ้ มเทคโนโลยีและชีวิต. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาเกษตรศาสตร.์ ภาควชิ าปฐพวี ิทยา มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์. 2548. ปฐพวี ทิ ยาเบือ้ งต้น. กรุงเทพมหานคร: มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์. ภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง. 2535. ภมู ิศาสตรเ์ ศรษฐกจิ . กรงุ เทพมหานคร : มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์. ชัชพล ทรงสนุ ทรวงศ.์ 2546. มนุษย์กบั ส่ิงแวดลอ้ ม. กรงุ เทพมหานคร : จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย. ดาภา ไชยพรธรรม. 2537. สึนามิแผน่ ดนิ ไหวภยั ใกลต้ วั . กรุงเทพมหานคร : ยูโรปา เพรส. เทพพรรณี เสตสุบรรณ. (ม.ป.ป. ). ภยั พบิ ัติจากธรรมชาตใิ นเขตรอ้ น. กรุงเทพมหานคร : โอเดยี นสโตร์. นิวตั ิ เรืองพานิช. 2528. การอนุรกั ษท์ รพั ยากรและสิ่งแวดลอ้ ม. กรงุ เทพมหานคร : เฉลมิ ชาญ การพิมพ์. ประสิทธ์ิ ทฆี พฒุ ิ และศภุ ฤกษ์ ตันศรรี ัตนวงศ.์ 2549. คมู่ ือเตือนภัยพิบัตทิ างธรรมชาติ. กรุงเทพมหานคร : ดอกหญ้า กรุ๊ป. ระววิ รรณ ตงั้ ตรงขนั ติ, พรวมิ ล สวา่ งชม และภาณภุ ทั ร วงศ์วรปญั ญา. 2564. แบบฝกึ สมรรถนะ การคดิ เนน้ Geo-Literacy ภมู ศิ าสตร์ ม.4-6. (พมิ พค์ รงั้ ท่ี 1) กรุงเทพฯ : ไทยรม่ เกล้า, บรษิ ัทอักษรเจรญิ ทศั น์ อจท. จากดั ราชบัณฑติ ยสถาน. 2558. พจนานุกรมศัพท์ธรณีวทิ ยา A-M. (พิมพค์ รั้งท่ี 2). กรงุ เทพฯ : สานกั พิมพ์คณะรฐั มนตรีและราชกิจจานุเบกษา. ราชบัณฑิตยสถาน. 2558. พจนานกุ รมศพั ท์ธรณวี ิทยา N-Z. (พิมพค์ ร้ังที่ 2). กรุงเทพฯ : สานักพิมพค์ ณะรฐั มนตรีและราชกจิ จานุเบกษา. สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. 2551. หนังสอื เรยี นรายวชิ าพื้นฐาน วทิ ยาศาสตร์ ดวงดาวและโลกของเรา. (พมิ พ์คร้ังที่ 1). กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2551. หนังสือเรยี นรายวิชาพ้นื ฐาน โดย นายรมยร์ วนิ ท์ เชิดชู ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ 31

ชดุ ท่ี 2 การเปลยี่ นแปลงทางบรรยากาศภาค โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ. (พิมพค์ ร้งั ที่ 8). กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2554. หนงั สือเรยี นรายวชิ าเพมิ่ เติม โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ. (พมิ พ์ครงั้ ท่ี 1). กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค. สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. 2561. หนงั สือเรยี นรายวชิ าเพ่มิ เติม โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ เล่ม 1. (พิมพค์ ร้งั ท่ี 1). กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . อภิสิทธ์ิ เอ่ยี มหน่อ และคณะ. 2564. หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ภูมิศาสตร์ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 4-6. (พิมพ์คร้งั ท่ี 8) กรุงเทพฯ : ไทยร่มเกลา้ , บรษิ ัทอักษรเจริญทศั น์ อจท. จากดั https://chilaporn49.wordpress.com https://blog.startdee.com โดย นายรมยร์ วนิ ท์ เชดิ ชู ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ 32

ชุดท่ี 2 การเปลย่ี นแปลงทางบรรยากาศภาค โดย นายรมยร์ วนิ ท์ เชดิ ชู ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ 33

ชดุ ที่ 2 การเปล่ียนแปลงทางบรรยากาศภาค เฉลยบตั รกจิ กรรมที่ 2.1 เร่ือง ปรากฏการณเ์ ปลีย่ นแปลงทางบรรยากาศภาค คาช้แี จง ให้นักเรียนตอบคาถามต่อไปน้ใี ห้ถูกต้อง 1. บรรยากาศมีความสาคญั ต่อสง่ิ มชี ีวิตบนโลกอยา่ งไร …แน…ว…ค…า…ต…อบ……………………………………………………………………………………………………………………………. ……………บ…ร…ร…ยา…ก…าศ…ม…ีค…ว…าม…ส…า…คัญ…ด…ัง…น…ี้ ……………………………………………………………………………………. ……1)……ช่ว…ย…ให…้เ…กดิ…ก…ร…ะ…บว…น…ก…าร…ต…า่ …งๆ…ท…ีจ่…า…เป…็น…ต…่อ…กา…ร…ด…าร…ง…ชีว…ิต…ข…อง…ส…ิ่งม…ีช…ีว…ติ ……………………………………. ……2)……ช่ว…ย…ป…รบั…อ…ณุ …ห…ภ…ูม…ขิ …อง…โ…ลก…ใ…ห…พ้ อ…เ…ห…มา…ะ…ก…ับ…กา…ด…าร…ง…ช…ีวติ …ข…อ…งส…ิง่ …ม…ชี วี…ิต………………………………………. ……3)……ชว่…ย…ก…รอ…ง…รัง…ส…ีอ…ลั ต…ร…า…ไว…โอ…เ…ลต……(U…lt…ra…v…io…le…t…) ห…ร…ือ…รงั…ส…ีย…วู ีไ…ม…่ให…้ผ…า่ …นล…ง…ม…าถ…งึ …พ…ื้น…โล…ก…มา…ก…เก…นิ …ไ…ป…. ……4)……ชว่…ย…ป…้อ…งก…นั …ภ…ัย…อัน…ต…ร…าย…ต…า่ …งๆ……ทมี่…า…จ…าก…น…อ…ก…โล…ก…………………………………………………………………. ……5)……ทา…ใ…ห…้เก…ดิ …ปร…า…ก…ฏก…า…ร…ท…าง…ล…มฟ…้า…อ…าก…า…ศ………………………………………………………………………………. 2. สืบคน้ ข้อมูลปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงทางดา้ นบรรยากาศภาค ในประเดน็ ต่อไปน้ี 2.1 สาเหตุและปัจจัยการเปลี่ยนแปลง …แ…น…วค…า…ต…อ…บ…………………………………………………………………………………………………………………………. ……………ก…า…ร…เป…ล…่ีย…น…แป…ล…ง…ส…ภ…าพ…ภ…ูม…ิอ…า…กา…ศ…น…้ี เ…ก…ิด…ข้ึน…ไ…ด…้จา…ก…ห…ล…าย…ป…ัจ…จ…ัย…ม…ีท…้ัง…ปัจ…จ…ัย…จ…าก…ธ…ร…รม…ช…า…ต.ิ …อ…ันไ…ด…้แ…ก่…พ…ล…งั ง…าน…จ…า…ก…ดว…ง…อ…าท…ิต…ย…์ ว…ง…โค…จ…รข…อ…ง…โล…ก…เ…ป็น…ต…้น……แล…ะ…ป…จั …จัย…จ…า…กม…น…ุษ…ย…์ ซ…่งึ …เป…็น…ป…ัจ…จัย…ห…ล…ัก. …โด…ย…ก…ิจก…ร…ร…มส…า…ค…ัญ…ท…มี่ …ีผล…ท…า…ให…ภ้ …มู …ิอ…าก…า…ศ…เป…ล…ย่ี …นแ…ป…ล…ง…ค…ือ…ก…ิจ…ก…รร…ม…ท…่ีทา…ใ…ห…ป้ ร…ิม…า…ณ…ก…า๊ ซ…เร…ือ…น…ก…ระ…จ…ก. …(G…r…ee…n…h…o…us…e…G…a…se…s…) …ใน…บ…ร…รย…า…กา…ศ…เพ…ิ่ม…ม…า…กข…้ึน………………………………………………………………………. 2.2 ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม …แ…น…วค…า…ต…อบ……………………………………………………………………………………………………………………………. ……………ผ…ล…ก…ร…ะท…บ…จ…า…กก…า…ร…เป…ล…ี่ย…น…แป…ล…ง…ขอ…ง…ส…ภ…าพ…อ…า…ก…าศ…เ…ป็น…ท…่ีป…ร…ะ…จัก…ษ…์แ…ล…้วท…ั่ว…โ…ลก……ป…ระ…เ…ทศ…ไ…ท…ย. …ใน…ฐ…า…น…ะเ…ป…็น…ส่ว…น…ห…น…ึ่ง…ขอ…ง…ล…ุ่ม…แม…่น…้า…โข…ง…ก…าล…ัง…พ…ย…าย…า…ม…จัด…ก…า…ร…กับ…ผ…ล…ก…ร…ะท…บ…เ…หล…่า…น…ี้ซ…่ึงส…่ว…น…ห…น…่ึงเ…ก…ิด. …จ…าก…แ…ร…งก…ด…ด…ัน…ต…่อ…ระ…บ…บ…น…ิเว…ศ…ท…่ีเก…ิด…จ…า…กก…า…ร…พ…ัฒ…น…าเ…ข…่ือ…น…ผล…ิต…ไ…ฟ…ฟ…้าพ…ล…ัง…น…้าข…น…า…ด…ให…ญ…่ …ก…า…ร…ตัด…ไ…ม.้ …ท…าล…า…ย…ปา่……ก…าร…ก…ดั …เซ…า…ะช…า…ย…ฝ่งั…ท…ะ…เล…แ…ล…ะ…ค…ว…าม…เ…ป็น…เ…ม…อื ง……ป…ัจ…จบุ …ัน…ป…ร…ะเ…ท…ศไ…ท…ย…มปี…ร…ะ…ช…าก…ร…ป…ระ…ม…า…ณ. …7…0 …ล…้าน…ค…น…แ…ละ…ม…ีค…ว…าม…เส…่ีย…ง…จา…ก…ส…ถ…าน…ก…า…รณ…ก์…า…ร…เป…ล…ี่ยน…แ…ป…ล…งส…ภ…า…พ…อ…าก…า…ศ…แบ…บ…ส…ดุ …ข…้ัว …เช…่น…อ…ุท…ก…ภ…ัย. …แ…ละ…ภ…ัย…แ…ล…้ง…ซ…ึ่ง…กา…ล…ัง…เก…ิด…ข…ึ้น…บ…่อ…ยค…ร…้ัง…แ…ละ…ม…ีค…ว…าม…ร…ุน…แ…ร…งอ…ัน…เ…น…ื่อง…ม…า…จ…าก…ก…า…ร…เป…ล…ี่ย…น…ข…อง…ส…ภ…า…พ. …ภ…มู …อิ า…ก…าศ………………………………………………………………………………………………………………………………. โดย นายรมยร์ วนิ ท์ เชดิ ชู ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ 34

ชุดท่ี 2 การเปลีย่ นแปลงทางบรรยากาศภาค 2.3 ผลกระทบต่อมนษุ ย์ …แ…น…วค…า…ต…อ…บ…………………………………………………………………………………………………………………………. ……………ก…า…ร…เป…ล…ี่ย…น…แ…ป…ล…งส…ภ…า…พ…ภ…ูม…ิอา…ก…า…ศ…ยัง…เ…ป็…นภ…ัย…ค…ุก…ค…า…ม…ต่อ…ช…ีว…ิต…ท…้ังใ…น…ด…้าน…ส…ุข…ภ…า…พ…แ…ละ…ก…า…ร. …ด…าร…ง…ชี…วิต……กา…ร…ข…าด…แ…ค…ล…น…อา…ห…า…รแ…ล…ะ…น…้า…ด่ืม……รว…ม…ถ…ึง…กา…ร…ส…ูญ…เส…ีย…ท…รัพ…ย…์ส…ิน…บ…้า…น……แล…ะ…ว…ิถีก…า…ร…ใช…้ช…ีว…ิต. …โด…ย…เฉ…พ…า…ะ…กล…ุ่ม…ผ…ู้ส…ูงอ…า…ย…ุ เ…ด…็ก…แ…ล…ะก…ล…ุ่ม…ค…น…ชา…ย…ข…อบ…เ…ป…็น…ก…ลุ่ม…เ…สี่ย…ง……น…ัก…วิท…ย…า…ศ…าส…ต…ร…์ก…ล่า…ว…ว…่าส…ภ…า…พ. …อ…าก…า…ศ…ท…ี่ร้อ…น…ข…ึ้น…เป…็น…อ…ัน…ตร…า…ย…ต…่อส…ุข…ภ…า…พ…แ…ล…ะก…่อ…โ…รค…อ…่ืน…ๆ…อ…ีก…ม…าก…ม…า…ย…น…ัก…ว…ิจ…ัย…กล…่า…ว…ว่า…ค…น…รุ่น…ใ…ห…ม.่ …ต…้อง…เผ…ช…ิญ…ก…ับ…“…ภ…ัย…ค…ุกค…า…ม…ร้า…ย…แ…รง…”…ต…่อ…ค…วา…ม…ป…ล…อด…ภ…ัย…เ…น…่ือ…งจ…า…กก…า…ร…เป…ล…ี่ย…น…แป…ล…ง…สภ…า…พ…ภ…ูม…ิอ…าก…า…ศ. …ท…าใ…ห…้ค…วา…ม…ถ…ี่ขอ…ง…เห…ต…กุ …าร…ณ…์ส…ภ…าพ…อ…า…ก…าศ…ส…ดุ …ข…ัว้ เ…พ…่ิมข…้ึน…………………………………………………………………. 3. จงอธิบายเกี่ยวกับคลน่ื ความร้อน …แ…นว…ค…า…ต…อบ……………………………………………………………………………………………………………………………. ……………ค…ล…ื่น…ค…วา…ม…ร…้อ…น…เป…็น…ป…ร…าก…ฏ…ก…า…รณ…์ท…ี่เ…ก…ิดข…้ึน…ต…า…ม…ธร…ร…มช…า…ต…ิ ม…ีส…ภ…าว…ะ…อ…าก…า…ศ…ท…่ีอุ…ณ…ห…ภูม…ิส…ูง…ข…ึ้น. …ก…ว่า…ป…ก…ต…ิมัก…เ…กิด…ใ…น…ฤ…ดูร…้อ…น…ใ…ก…ล…้เค…ีย…งก…ับ…ว…ัน…ท…่ีมีอ…ุณ…ห…ภ…ูม…ิอ…า…ก…าศ…ส…ูง…สุด…ใ…น…รอ…บ…ป…ี …ซึ่ง…อ…า…จม…ีค…ว…าม…ช…้ืน…ส…ูง. …ร่ว…ม…ด…้ว…ย…ม…ัก…เก…ิด…ใ…น…บ…ริเ…ว…ณ…ท…ี่ม…ีก…าร…พ…ัด…ผ…่าน…ข…อ…ง…ล…ม…ร้อ…น…จ…า…ก…บร…ิเ…วณ……ท…ะเ…ล…ท…รา…ย……ค…ล…ื่น…ค…วา…ม…ร…้อ…น. …แ…บ่ง…เ…ป็…น…2…ป…ร…ะ…เภ…ท…ค…ือ……ป…ระ…เ…ภท…ส…ะ…ส…ม…ค…วา…ม…ร…้อน……เก…ิด…ใ…น…พ้ื…นท…่ีซ…ึ่ง…ส…ะส…ม…ค…ว…า…มร…้อ…น…เป…็น…เ…วล…า…น…า…น. …อ…าก…า…ศ…แห…้ง…ล…ม…น…ิ่ง…ท…าใ…ห…้ค…วา…ม…ร้อ…น…จ…า…ก…แส…ง…อ…าท…ิต…ย…์ไม…่เ…ค…ลื่อ…น…ท…ี่ …เม…่ือ…อุณ……ห…ภูม…ิร…้อ…น…ส…ะส…ม…ห…ล…าย…ว…ัน…จ…ะ. …เก…ิด…ค…ลื่…นค…ว…า…ม…ร้อ…น…ม…า…กข…้ึน………แล…ะ…ป…ร…ะเ…ภ…ท…พ…ัด…พ…าค…ว…า…มร…้อ…น…ค…ล…ื่น…ค…ว…าม…ร…้อ…น…ชน…ิด…น…้ีเ…กิด…จ…า…ก…ลม…แ…ร…ง. …ห…อบ…ค…ว…า…มร…้อ…น…จ…าก…ท…ะ…เล…ท…ร…าย…ข…ึ้น…ไป……ใน…เ…ข…ตห…น…า…ว…ซ…่ึง…มัก…เ…ก…ิดใ…น…ย…ุโร…ป…ท…ว…ีป…อ…เม…ร…ิกา…เ…ห…นือ……แ…คน…า…ด…า. …ต…อน…ใ…ต้…เก…า…ะ…อัง…ก…ฤ…ษ…แ…ล…ะท…ว…ปี …ย…โุ ร…ป…บ…ริเ…วณ……เข…ต…เม…ด…ิเต…อ…ร…เ์ ร…เน…ีย…น…………………………………………………. 4. ความกดอากาศกบั ลมมคี วามสมั พนั ธก์ นั อยา่ งไร …แ…นว…ค…า…ต…อบ……………………………………………………………………………………………………………………………. ……………อ…า…ก…าศ…เ…ป…็นส…ส…า…ร…ซึ่ง…อ…ย…ู่ได…้ด…้วย…แ…ร…งด…ึง…ด…ูด…ขอ…ง…โล…ก…ผ…ล…จ…า…กก…า…ร…ห…มุน…ร…อ…บ…ต…ัวเ…อ…งข…อ…งโ…ล…ก…ทา…ใ…ห.้ …ท…ิศท…า…ง…กา…ร…เค…ล…่ือ…น…ที่ข…อ…ง…ลม…เ…ฉ…เบ…ี่ย…งเ…บ…น…จา…ก…บ…ริเ…วณ……คว…า…ม…กด…อ…า…ก…าศ…ส…ูงไ…ป…ส…ู่บ…รเิ …วณ……คว…า…ม…กด…อ…า…ก…าศ…ต…่า. …โด…ย…ล…ม…ที่พ…ัด…ใ…น…บร…ิเ…วณ…ซ…ีก…โ…ลก…เ…ห…นือ…เ…ฉเ…บ…ี่ย…งเ…บ…นจ…า…ก…จุด…ก…า…เน…ิด…ไป…ท…า…งข…ว…า…มือ……แ…ละ…ใ…น…ซีก…โ…ลก…ไ…ด…้เฉ…เม…่ีย…ง. …เบ…น…ไป…ท…า…ง…ซ้า…ย…ม…ือ…ล…กั …ษณ……ะด…งั …ก…ล่า…ว…น…ี้ป…รา…ก…ฏ…ใน…แ…ผ…น…ท่อี…า…ก…าศ…เ…ตือ…น…ม…ก…รา…ค…ม…แ…ละ…ก…ร…กฎ…า…ค…ม…ซ…่ึง…แส…ด…ง. …ด…้วย…เ…ส…้น…คว…า…ม…ก…ด…อ…าก…า…ศ…เท…่า…ท…่ีร…ะด…ับ…ผ…ิว…พ…ื้น…ห…า…ก…ม…ีเส…้น…ค…ว…า…ม…กด…อ…า…ก…าศ…ช…ิด…ต…ิด…ก…ัน…แ…สด…ง…ว…่า…พื้…น…ท่ี. …ณ…จ…ุด…น…ัน้ …ๆ……………………………………………………………………………………………………………………………. โดย นายรมย์รวินท์ เชิดชู ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพิเศษ 35

ชุดที่ 2 การเปลี่ยนแปลงทางบรรยากาศภาค เฉลยบตั รกจิ กรรมที่ 2.2 เร่อื ง เมฆทีบ่ า้ นฉนั คาชแ้ี จง 1. ให้นักเรียนแบง่ กล่มุ กลุม่ ละ 3 – 4 คน 2. นักเรียนทุกคนช่วยกันสังเกตและบันทึกรูปร่างของเมฆแต่ละวัน (โดยการถ่ายรูป ประกอบ) เป็นเวลา 1 สัปดาห์ หาข้อมูลเก่ียวกับเมฆท่ีพบ วิเคราะห์ลักษณะอากาศใน แต่ละวนั 3. นาเสนอผลศกึ ษาวิเคราะห์หน้าชน้ั เรียน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ขน้ึ อยกู่ บั ดลุ พินิจของครผู ู้สอน……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………. โดย นายรมยร์ วนิ ท์ เชิดชู ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ 36

ชดุ ท่ี 2 การเปลย่ี นแปลงทางบรรยากาศภาค เฉลยบัตรกจิ กรรมท่ี 2.3 แผนผงั มโนทัศน์ เร่ือง การเปล่ียนแปลงทางบรรยากาศภาค คาช้ีแจง ให้นักเรียนสรุปความรู้ท่ีเก่ียวกับ “การเปล่ียนแปลงทางบรรยากาศภาค” เป็นแผนผัง มโนทัศน์ (Concept Mapping) ในกระดาษทแ่ี จกให้แล้วนาเสนอผลงานหน้าช้ันเรียน ขึ้นอยกู่ ับดลุ พนิ จิ ของครผู ูส้ อน โดย นายรมยร์ วินท์ เชดิ ชู ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ 37

ชุดท่ี 2 การเปลย่ี นแปลงทางบรรยากาศภาค เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียน ชุดท่ี 2 การเปล่ียนแปลงทางบรรยากาศภาค แบบทดสอบกอ่ นเรยี น แบบทดสอบหลงั เรียน ขอ้ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง 1 1 2 2 3 3 4 4 5 5 6 6 7 7 8 8 9 9 10  10  โดย นายรมยร์ วนิ ท์ เชิดชู ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพิเศษ 38

ชุดที่ 2 การเปลีย่ นแปลงทางบรรยากาศภาค ประวตั ยิ ่อผ้จู ัดทา ชอื่ – สกลุ นายรมย์รวนิ ท์ เชิดชู วนั เดอื น ปี เกิด วันท่ี 22 สงิ หาคม พ.ศ. 2521 สถานท่เี กิด บ้านเลขท่ี 10/2 หมู่ 18 ตาบลกระโพ อาเภอท่าตูม จงั หวัดสุรินทร์ โทรศัพท์ 082-1363696 ตาแหน่งหนา้ ท่ปี จั จุบนั ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ สถานทท่ี างานในปัจจบุ นั โรงเรยี นเบต็ ต้ีดูเมน 2 ช่องเม็ก ตาบลช่องเม็ก อาเภอสริ นิ ธร จงั หวดั อบุ ลราชธานี สังกัดองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัดอบุ ลราชธานี ประวัตกิ ารศึกษา ปริญญาตรี ครุศาสตรบัณฑติ วิชาเอก เทคโนโลยแี ละนวตั กรรม พ.ศ. 2544 การศึกษา สถาบนั ราชภัฏสุรนิ ทร์ ปรญิ ญาโท ศกึ ษาศาสตรมหาบัณฑติ พ.ศ. 2553 สาขาการบรหิ ารการศกึ ษา มหาวิทยาลัยรามคาแหง ประสบการณ์การทางาน พ.ศ. 2551 ตาแหน่ง นักวิชาการศึกษา องคก์ ารบริหารสว่ นตาบลพลงตาเอีย่ ม อาเภอวังจนั ทร์ จังหวัดระยอง พ.ศ. 2553 ครูผชู้ ว่ ย โรงเรยี นมธั ยมบา้ นบางกะปิ สานกั งานเขตบางกะปิ สานักการศึกษา กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2555 ครู คศ1. โรงเรียนมธั ยมบ้านบางกะปิ สานกั งานเขตบางกะปิ สานกั การศึกษา กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2559 ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการ โรงเรียนเบต็ ตี้ดูเมน 2 ชอ่ งเม็ก ตาบลช่องเม็ก อาเภอสิรินธร จงั หวดั อุบลราชธานี สงั กดั องค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั อบุ ลราชธานี พ.ศ. 2561 ตาแหน่งครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพิเศษ โรงเรียนเบ็ตตด้ี เู มน 2 ชอ่ งเม็ก ตาบลชอ่ งเม็ก อาเภอสริ ินธร จังหวดั อบุ ลราชธานี สงั กดั องค์การบริหารสว่ นจังหวดั อุบลราชธานี โดย นายรมย์รวินท์ เชิดชู ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ 39

ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เรอื่ ง การเปลยี่ นแปลงทางกายภาพของโลก และภยั พบิ ตั ทิ างธรรมชาติ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสงั คมศึกษา 5 (ภมู ศิ าสตร)์ รหสั วชิ า ส33101 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 โรงเรียนเบต็ ตดี้ เู มน 2 ชอ่ งเมก็ อาเภอสริ นิ ธร จงั หวดั อบุ ลราชธานี องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั อุบลราชธานี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook