ประกาศโรงเรียนราชวินติ บางแก้ว เร่ือง การใช้มาตรฐานการศกึ ษาของสถานศึกษา ระดับการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน เพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศกึ ษา ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2545 และ พ.ศ. 2553) มาตรา 9(3) ได้กาหนดการจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา ให้ยึดหลักที่ สาคัญข้อหนึ่ง คือ มีการกาหนดมาตรฐานการศึกษา และจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับ และ ประเภทการศึกษา โดยมาตรา 31 ให้กระทรวงศึกษาธิการ มีอานาจหน้าท่ีกากับดูแลการศึกษาทุกระดับ และ ทุกประเภท กาหนดนโยบาย แผนและมาตาฐานการศึกษา และมาตรา 48 ให้หน่วยงานต้นสังกัด และ สถานศึกษา จัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นสว่ น หนึ่งของการบริหารการศึกษาท่ีต้องดาเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดทารายงานประจาปีเสนอต่อ หน่วยงานตน้ สังกดั หนว่ ยงานทเี่ ก่ียวข้อง และเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อนาไปสู่การพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน การศึกษา และเพอ่ื รองรบั การประกนั คุณภาพภายนอก ดังนั้น โรงเรียนราชวนิ ติ บางแก้ว จงึ กาหนดมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนราชวนิ ิตบางแก้ว เพ่ือสอดคล้องกับประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษา ระดับปฐมวัย ระดับการศึกษา ข้ันพื้นฐาน และระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ ฉบับลงวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561 ดังมี รายละเอียดแนบท้ายประกาศฉบับน้ี ท้ังนี้ ได้ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน ของโรงเรียนเมื่อคราวประชุมคณะกรรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน คร้ังที่ 2/2565 วันที่ 28 มีนาคม 2565 แล้ว ประกาศ ณ วันที่ 28 เดือน มนี าคม พ.ศ. 2565 (นายจิราพงศ์ จุติธนะเสฏฐ)์ ผู้อานวยการโรงเรียนราชวินติ บางแก้ว (นางสาวสวุ รรณา เอมประดิษฐ์) ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน โรงเรยี นราชวินติ บางแกว้
มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาแนบท้ายประกาศโรงเรยี นราชวนิ ติ บางแก้ว เรื่อง การใชม้ าตรฐานการศกึ ษาของสถานศึกษาระดับการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน เพอ่ื การประกนั คณุ ภาพภายในของสถานศกึ ษา มาตรฐานการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน เพอื่ การประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนราชวนิ ติ บางแกว้ มี จานวน 3 มาตรฐาน ดงั นี้ มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพของผู้เรียน มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของผู้เรยี น 1.1 ผลสัมฤทธท์ิ างวิชาการของผเู้ รียน 1. มคี วามสามารถในการอา่ น การเขียน การสอ่ื สารและการคิดคานวณ - ผู้เรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น ร้อยละ 92 มีผลการประเมินการอ่านจากบท อา่ นร้อยแก้ว และการเขียนสื่อความ ระดบั ดขี ้นึ ไป - ผู้เรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย ร้อยละ 92 มีผลการประเมินการอ่านจาก บทอา่ นร้อยแก้ว และการเขยี นสือ่ ความ ระดับดีขน้ึ ไป - ผู้เรียนร้อยละ 80 ที่เรียนรายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน มีผลการเรียนในระดับ 3 ขึ้นไป - ผู้เรียนร้อยละ 75 ที่เรียนรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน มีผลการเรียนในระดับ 3 ขึ้นไป - ผเู้ รยี นร้อยละ 75 ท่ีเรียนรายวิชาภาษาญป่ี นุ่ มผี ลการเรียนในระดับ 3 ข้นึ ไป - ผูเ้ รียนร้อยละ 93 ท่เี รยี นรายวิชาภาษาจนี มผี ลการเรยี นในระดบั 3 ขึ้นไป 2. มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความ คดิ เหน็ และแก้ปัญหา - ผู้เรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 2 รอ้ ยละ 90 ท่เี รียนรายวิชาการศึกษาคน้ คว้าและสร้าง องค์ความรู้ (IS-๑) มีผลการเรยี นในระดบั 3 ขนึ้ ไป - ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 ร้อยละ 90 ท่ีเรียนรายวิชาการสื่อสารและนาเสนอ (IS-2) มีผลการเรยี นในระดับ 3 ขึ้นไป - ผเู้ รียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 ร้อยละ 90 ทเี่ รยี นรายวชิ าการศกึ ษาคน้ ควา้ และสร้าง องคค์ วามรู้ (IS-1) มีผลการเรียนในระดบั 3 ข้นึ ไป - ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ร้อยละ 90 ท่ีเรียนรายวิชาการส่ือสารและนาเสนอ (IS-๒) มีผลการเรยี นในระดับ 3 ขนึ้ ไป 3. มคี วามสามารถในการสร้างนวัตกรรม และนามาใชป้ ระโยชนไ์ ด้ - ผู้เรียนรอ้ ยละ 90 ทเ่ี รยี นรายวชิ าวิทยาศาสตรโ์ ลกทงั้ ระบบ (โครงงาน 1-2) มผี ล การเรียนในระดับ 3 ขน้ึ ไป
4. มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร - ผเู้ รยี นรอ้ ยละ 87 ที่เรยี นรายวชิ าเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1-5 มีผลการ เรยี นในระดับ 3 ขน้ึ ไป 5. มีความก้าวหน้าทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา และผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน พฒั นาสงู ข้ึนเป็นลาดบั - ผเู้ รียนรอ้ ยละ 80 มผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระดบั 3 ขน้ึ ไป 6. มีความรู้ ทักษะพ้นื ฐาน และเจตคตทิ ่ดี ีตอ่ งานอาชพี - ผเู้ รยี นชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 3 ที่จบหลักสูตรสถานศกึ ษา ร้อยละ 93 เข้าศึกษาต่อใน ระดบั ท่ีสงู ขน้ึ หรอื ประกอบอาชีพ - ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 ที่จบหลักสูตรสถานศึกษา ร้อยละ 100 เข้าศึกษาต่อ ในระดับทสี่ ูงขึน้ หรือประกอบอาชีพ 1.2 คณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงคข์ องผ้เู รยี น 1. การมคี ณุ ลกั ษณะและคา่ นิยมทีด่ ตี ามทีส่ ถานศึกษากาหนด - ผู้เรียนร้อยละ ๙7 ผ่านเกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามการ ประเมินของกลมุ่ บรหิ ารกิจการนกั เรียน - ผู้เรียนร้อยละ ๙7 ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ คุณธรรม จริยธรรมตามการประเมินของ กลุม่ บรหิ ารกิจการนักเรยี น - ผเู้ รียนรอ้ ยละ 97 ผ่านเกณฑ์การประเมินกจิ กรรมสาธารณประโยชน์ 2. ความภมู ิใจในทอ้ งถนิ่ และความเป็นไทย - ผู้เรียนร้อยละ 87 ที่เข้าร่วมกิจกรรมทะเบียนแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่าน เกณฑก์ ารประเมินในระดับดีขึน้ ไป 3. การยอมรับที่จะอยูร่ ่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย - ผู้เรียนร้อยละ ๙7 ของนักเรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนต้นผ่านเกณฑ์การ ประเมินกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี 4. มีสุขภาวะทางร่างกาย และจติ สังคม ดารงชีวิตอยูใ่ นสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสขุ - ผ้เู รยี นร้อยละ 95 ผ่านเกณฑก์ ารทดสอบสมรรถภาพทางกายนักเรียน มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ 2.1 การมเี ป้าหมายวิสยั ทัศน์ และพนั ธกิจที่สถานศกึ ษากาหนดชัดเจน - สถานศกึ ษาไดก้ าหนดเป้าหมาย วิสยั ทัศน์ และพันธกิจ อยา่ งชัดเจน 2.2 มรี ะบบบรหิ ารจัดการคณุ ภาพของสถานศึกษา - สถานศึกษามีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษาโดยใช้ระบบครบวงจร คุณภาพ (PDCA) 2.3 ดาเนินงานพัฒนาวิชาการท่ีเน้นคุณภาพผ้เู รียนรอบด้าน ตามหลักสูตรสถานศึกษา และทุก กลมุ่ เปา้ หมาย เพอ่ื รองรับการศึกษาตอ่ และสายอาชีพทีต่ อ้ งการในอนาคต - สถานศึกษามีกิจกรรมชุมนุม และรายวิชาเลือกเพ่ิมเติมอย่างหลากหลาย 8 กลุ่มสาระ การเรยี นรู้
2.4 พัฒนาครแู ละบุคลากร ตามมาตรฐานวิชาชีพให้มีความเชีย่ วชาญทางวชิ าชีพ - สถานศึกษามีการจัดช่ัวชั่วโมงชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ลงในตารางสอนของ ครูผสู้ อนอยา่ งนอ้ ย สปั ดาหล์ ะ 2 ช่ัวโมง - สถานศึกษามีการจัดอบรมเพ่ือพัฒนาครูและบุคลากรตามความต้องการของครู อยา่ งน้อยปีการศึกษาละ 3 หลกั สตู ร 2.5 จดั สภาพแวดล้อมทางกายภาพ และสงั คมที่เอ้อื ตอ่ การจดั การเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ - ผเู้ รียนร้อยละ ๘9 มีความพงึ พอใจในจดั สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ และสังคมท่ีเอ้ือต่อ การจัดการเรียนรู้ อยใู่ นระดบั ดขี ึน้ ไป 2.6 จดั ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ เพ่ือสนับสนุนการบริหารจดั การและการจัดการเรียนรู้ - สถานศึกษามีการจัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือสนับสนุนการบริหารจัดการ และ การจัดการเรียนรอู้ ยา่ งน้อยร้อยละ 90 ของจานวนห้องเรยี นที่ใช้จัดการเรยี นการสอน มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการจดั การเรยี นการสอนที่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคัญ 3.1 จัดการเรยี นรู้ผ่านกระบวนการคิด และปฏิบตั ิจริง และสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตได้ - ครูผู้สอนร้อยละ 99 มีการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และมีบันทึกหลัง แผนการจดั การเรยี นรู้ 3.2 ใชส้ ื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหลง่ เรยี นรทู้ ี่เอือ้ ต่อการเรียนรู้ - ครูผู้สอนร้อยละ 99 มีการใช้ส่ือ เทคโนโลยสี ารสนเทศ แหล่งเรียนรทู้ ี่เอ้ือต่อการเรียนรู้ ในกิจกรรมการเรียนรู้ และมีบนั ทกึ หลงั แผนการจดั การเรยี นรู้ - ผู้เรียนร้อยละ 96 มีความพึงพอใจต่อการนาเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารและจัดการ เรยี นรู้ ในระดบั ดขี ึ้นไป 3.3 มกี ารบรหิ ารจดั การช้ันเรยี นเชงิ บวก - ผู้เรียนร้อยละ ๙5 มีความพึงพอใจต่อครูผู้สอนในการจัดการเรียนการสอนโดยเน้น ปฏสิ มั พันธเ์ ชงิ บวก อยูใ่ นระดบั ดีข้นึ ไป 3.4 ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ นาผลมาพัฒนาผู้เรียน และส่งเสริมตาม ศกั ยภาพ - ครูผู้สอนร้อยละ 99 มีการใช้เคร่ืองมือและวิธีการวัดและประเมินผลท่ีเหมาะสมกับ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 3.5 มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนา และปรับปรุงการจัด การเรยี นรู้ - ครผู ้สู อนรอ้ ยละ 70 เขา้ รว่ มกิจกรรมชุมชนการเรยี นรทู้ างวิชาชพี (PLC)
Search
Read the Text Version
- 1 - 4
Pages: