สรุปเทคนิคการ เรยี นรู้ Here starts the lesson!
Game Method คือ กระบวนการทผี่ ูส้ อนใชใ้ นการช่วยใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การเรยี นรตู้ ามวตั ถปุ ระสงคท์ ่ี กาหนด โดยการใหผ้ เู้ รยี นเลน่ เกมตามกตกิ า และนาเนอ้ื หาและขอ้ มลู ของเกม พฤตกิ รรมการเลน่ วธิ กี ารเลน่ และผลการเลน่ เกมของผเู้ รยี นมาใช้ในการอภิปรายเพอ่ื สรปุ การเรยี นรู้ ขั้นตอนการจดั กจิ กรรม 1. ผสู้ อนนาเสนอเกม ช้ีแจงวธิ กี ารเลน่ และกติกาการเล่น 2. ผู้เรยี นเล่นเกมตามกตกิ า 3. ผู้สอนและผเู้ รียนอภปิ รายเกี่ยวกบั ผลการเล่นและวธิ กี ารหรือพฤติกรรมการเลน่ ของผ้เู รียน 4. ผูส้ อนประเมินผลการเรียนรขู้ องผเู้ รียน
Active Learning 5.วางแผนเวลาในการ จดั การเรียนการสอน คอื การบวนการเรยี นรทู้ เ่ี นน้ ผเู้ รยี นมสี ว่ นรว่ ม อย่างชัดเจน เพ่ือชว่ ยให้ผเู้ รยี นเกดิ ความเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง 6.ครูยอมรับความคดิ เหน็ ดว้ ยการลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ ผา่ นสอ่ื หรอื กจิ กรรม ครูจะมหี นา้ ทแ่ี นะนา กระตุ้น ตวั อยา่ งการนากจิ กรรมไปใช้ ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรม การเรียนรแู้ บบวิเคราะหว์ ดี ิโอ (Analysis or reactions to videos) 1.สร้างบรรยากาศของการมสี ่วนร่วม เสรมิ ให้ เพื่อให้ครูและนกั เรียนอภปิ รายรว่ มกันเพ่ือหา ผู้เรยี นมปี ฏิสัมพันธท์ ี่ดกี บั ครูและเพอ่ื น คาตอบและขอ้ สรุป 2.จัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนใหเ้ ปน็ พลวตั 3.จัดสภาพการเรยี นรู้แบบรว่ มมอื 4.จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ท้าทาย
วิธีการสอนแบบระดมสมอง ขัน้ ตอนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (Brainstorming) 4.คดั เลือกเฉพาะ1.กาหนดปญั หา วิธกี ารสอนทใี่ ชใ้ นการอภปิ รายโดยทนั ที ไมม่ ใี ครมา 2.แบง่ กลมุ่ ผ้เู รยี น กระตนุ้ กลุม่ ผเู้ รยี นเพอ่ื หาคาตอบหรอื ทางเลอื ก 3.สมาชกิ ทุกคนช่วยกนั คดิ หาคาตอบหรือ สาหรับปัญหาทกี่ าหนดอยา่ งรวดเรว็ ในระยะเวลา ทางเลอื กสาหรบั ปญั หาที่กาหนดใหม้ ากที่สุด ส้นั โดยไมม่ กี ารตดั สินวา่ คาตอบหรอื ทางเลอื กใดดี ภายในเวลาท่ีกาหนด หรอื ไม่ดี ทางเลอื กที่น่าจะเปน็ ไปไดห้ รือเหมาะสมท่ีสุด 5.แตล่ ะกล่มุ นาเสนอผลงานของตน 6.อภิปรายและสรุป
วิธีการสอนแบบโครงการ (Project Method) เปน็ การจดั การเรยี นรโู้ ดยใชโ้ ครงการเปน็ ข้นั ตอนการจดั การเรยี นการสอน ตัวดาเนนิ กจิ กรรม สง่ เสรมิ การเรยี นรู้ เป็นกลุม่ ปฏบิ ตั กิ าร ฝกึ คิด ฝึกปฏิบตั ิ 1. กาหนดจดุ มุง่ หมาย อยา่ งเป็นกระบวนการ และมงุ่ ใหเ้ ด็ก 2. วางแผนหรือวางโครงการ เรยี นรแู้ ละเกดิ องค์ความรดู้ ว้ ยตนเอง 3. ดาเนินการ 4. ประเมนิ ผล
วิธกี ารสอนแบบสาธติ ขั้นตอนการจดั กจิ กรรม (Demonstration Method) 1.กาหนดจดุ มุง่ หมายของการสาธิต ครมู หี น้าที่ในการวางแผนการเรยี นการสอนโดย 2.เตรียมอปุ กรณใ์ นการสาธิต และตรวจสอบ มกี ารแสดงหรอื การกระทาให้ดเู ปน็ ตัวอย่าง ความสมบูรณ์ นกั เรยี นเกิดการเรยี นรจู้ ากการสงั เกต การฟงั 3.เตรียมกรบั วนการสาธติ การกระทาหรือการแสดง 4.ทอลองการสาธิต กอ่ นนามาสอน 5.ทาคมู่ อื คาแนะนาหรอื ขอ้ สังเกตในการ สาธติ 6.สาธิตซา้ อกี รอบ เพอื่ เนน้ ความเข้าใจ 7.จัดกจิ กรรมหลงั สาธิต 8.ประเมนิ ผลการสาธิต
วธิ กี ารสอนโดยใชก้ รณตี วั อยา่ ง ขน้ั ตอนการสอน (Case Method) 1. ผสู้ อน/ ผเู้ รียนนาเสนอกรณีตัวอย่าง ผูส้ อนใชใ้ นการชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การเรยี นรตู้ าม 2. ผเู้ รียนศึกษากรณตี ัวอย่าง วัตถปุ ระสงคท์ กี่ าหนด โดยใหผ้ เู้ รยี นศกึ ษาเรอ่ื ง 3. ผูเ้ รยี นอภิปรายประเด็นคาถามเพือ่ หา ท่ีสมมติขน้ึ จากความเป็นจรงิ และตอบประเด็น คาตอบ คาถามเกย่ี วกบั เรอ่ื งนน้ั แล้วนาคาตอบและ 4. ผสู้ อนและผเู้ รียนอภิปรายคาตอบ เหตผุ ลที่มาของคาตอบน้ันมาใชเ้ ปน็ ข้อมลู ในการ 5. ผู้สอนและผ้เู รียนอภปิ รายเกีย่ วกบั ปัญหา อภิปราย เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การเรยี นรตู้ า และวธิ ีแกป้ ญั หาของผู้เรียน และสรปุ วตั ถุประสงค์ การเรยี นรู้ท่ีได้รับ 6. ผสู้ อนประเมินผลการเรยี นรู้ของผ้เู รยี น
การจดั การเรยี นรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ 5 ขน้ั ตอน การฝกึ ใหผ้ เู้ รยี นรจู้ กั คน้ ควา้ หาความรู้ ขนั้ ตอนการจดั การเรยี นรู้ โดยใชก้ ระบวนการทางความคดิ หา เหตุผล เพอ่ื เปน็ แนวทางแกป้ ญั หาที่ 1.สร้างความเขา้ ใจ ถกู ตอ้ งด้วยตนเอง 2.การสารวจและค้นหา 3.การอธบิ ายและลงขอ้ สรปุ องค์ประกอบทส่ี าคญั 4.การขยายความรู้ 5.การประเมินผล 1.ตงั้ ประเด็นปัญหา 2.กาหนดข้นั ตอน/วิธีกระบวนการสบื เสาะหาความรู้ 3.อภปิ ราย เพื่อหาขอ้ สรปุ
การจดั การเรยี นรแู้ บบรว่ มมอื รปู แบบการจดั กจิ กกรรมการเรยี นการสอน (Cooperative Leaning) 1. แบบ Jigsaw การเรยี นการสอนที่แบง่ นักเรยี นออกเปน็ กลุม่ 2. แบบ Teams-Games- ย่อยๆ เพอื่ ใหน้ กั เรยี นทางานรว่ มกนั โดยสมาชกิ ใน กล่มุ จะมคี วามสามารถของแตล่ ะคนแตกตา่ งกนั Tournaments(TGT) มกี ารแลกเปลีย่ นความคดิ เหน็ มกี ารชว่ ยเหลือซงึ่ 3. แบบ Student Teams-Achievement กันและกนั และมีความรบั ผิดชอบรว่ มกนั Division(STAD) 4. แบบ Teams-Assisted Individualization (TAI) 5. แบบ Learning Together (LT) 6. แบบ Group Investigation (GI)
วิธีการสอนแบบแบง่ กลุ่มทางาน (Committee Work Method) ข้นั ตอนในการสอนแบบแบง่ กลมุ่ ทางาน 1. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั กาหนดความมุ่งหมาย วิธสี อนแบบแบง่ กล่มุ ทางานเปน็ วธิ สี อนที่ ของการทางานในแต่ละกลมุ่ ครูมอบหมายใหน้ กั เรยี นทางานรว่ มกนั เปน็ 2. ครูเสนอแนะแหล่งวิทยาการทีจ่ ะใช้คน้ คว้าหา กลมุ่ ร่วมมือกนั ศกึ ษาคน้ คว้า หาวธิ กี าร ความรู้ แกป้ ญั หาหรอื ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตาม 3. นกั เรยี นร่วมกนั วางแผนและปฏบิ ตั งิ านตามท่ี ความสามารถ ความถนดั หรอื ความสนใจ ไดร้ บั มอบหมาย เป็นการฝกึ ใหน้ กั เรยี นทางานรว่ มกนั ตาม 4. ครูและนกั เรียนประเมินผลการทางาน ในกรณี วถิ ีแหง่ ประชาธปิ ไตย ท่ีเป็นครูให้สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในการ ปฏบิ ัตงิ าน
วธิ กี ารสอนแบบปฏิบตั กิ าร ขั้นตอนการจดั กจิ กรรม หรือการทดลอง (Laboratory Method) 1. ข้นั กลา่ วนา 2. ขน้ั เตรยี มดาเนินการ เป็นวธิ สี อนท่ีครเู ปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นลงมอื 3. ขน้ั ดาเนินการทดลอง ปฏิบัตหิ รอื ทาการทดลองคน้ หาความรดู้ ้วย 4. ขั้นเสนอผลการทดลอง ตนเอง ทาให้เกดิ ประสบการณต์ รง ผเู้ รยี นเปน็ 5. ขน้ั อภิปรายและสรปุ ผล ผู้กระทาเพอื่ พสิ ูจนห์ รอื ค้นหาความรดู้ ้วยตนเอง
จัดทาโดย นางสาวมาติกา กอ้ นกล่อม 63031040188 สาขาคณติ ศาสตร์
Search
Read the Text Version
- 1 - 12
Pages: