42 วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ผกั ชี ต้นหอม 10 กรมั ย่หี รา่ 3 ใบ พริกชี้ฟา้ 5 เมด็ ตะไคร ้ 1 ตน้ ขา่ สบั 5 กรมั น้าํ ปลารา้ ต้มสุก 2 – 3 ช้อนโต๊ะ นา้ํ ตม้ สกุ 250 มิลลิลติ ร เกลือ 1 – 2 ช้อนชา การปรุง 1. โขลกเน้อื ปลาทูให้ละเอียด 2. ตม้ นํ้าให้เดอื ด นำ�เทาเทลงในหมอ้ ท่ีมนี ้าํ ต้มเดือด ตามดว้ ยหอยตม้ สุก ปลาททู โ่ี ขลกละเอียด และเครอื่ งปรุงต่างๆ คลกุ เคลา้ ให้เขา้ กัน 3. ปรุงรสดว้ ยนํ้าปลารา้ นํ้าปลา เกลอื รูปแบบการบรโิ ภค เป็นอาหารข้ึนโต๊ะ หรือเป็นสำ�รับเช้าเย็นของผู้คนในภาคตะวันออกเฉียงเหนอื งานมงคลตา่ ง ๆ ขาดไม่ได้ ลาบมีทัง้ สกุ ทัง้ ดิบ ผักเคยี ง คือ ผกั กาดนาผกั ทอ๊ บ ผกั บุง่ มะแขง้ ขม เปน็ ต้น ประโยชน์เชงิ สขุ ภาพ ประโยชน์ทางอาหาร เป็นแหล่งท่ีดีของโปรตีน แคลเฃ่ยี ม เบต้าแคโรทนีและใยอาหาร พบว่าเทา 100 กรัมให้เบต้าแคโรทีน 65.16 อาร์อี วิตามินซี11 มิลลิกรัม แคลเซียม 59 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 25 มิลลิกรัม (สถาบันวิจัยโภชนาการ, 2544)
วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื 43 น้ําผักสะทอน ผักสะทอน เป็นไม้ยืนต้นอายุยืน เป็นไม้เนื้อแข็งมีลักษณะทรงพุ่มจะแตกยอดอ่อนในชว่ งเดอื นมนี าคม – พฤษภาคม ประเทศทน่ี ยิ มนา้ํ ผกั สะทอน คอื ไทย และ สปป.ลาวส่วนประเทศไทยนิยมกันอยู่แถบอีสานตอนบนแถบจังหวัดอุตรดิตถ์ พิษณุโลกเลย หนองคาย อดุ รธานี
44 วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ น้ําจากใบผักสะทอนเป็นนํ้าที่ปรุงรสชาติท่ีเกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้านจากการนำ�ผักสะทอนมาหมักตามกรรมวิธี จึงได้เป็นน้ําปรุงรสเรียกว่า น้ําผัก(นํ้าผักสะทอน) ชาวบ้านเช่ือว่าการใช้นํ้าผักเป็นน้ําปรุงรส เป็นการไม่ผิดศีล 5เพราะไมเ่ บยี ดเบยี นสงิ่ มชี ีวติ ดว้ ยกนัส่วนประกอบวตั ถุดบิ อาหาร ใบผักสะทอนที่ไม่แกแ่ ละไม่ออ่ น ขนาดพอดี 4 กิโลกรัม นา้ํ 20 ลิตรการปรุง 1. นำ�ใบผักสะทอนมาโขลก ตำ� ให้ละเอียด นำ�ไปหมักกับน้ําไว้ในโอ่ง นำ�ไปเกบ็ ไว้ในทเี่ ยน็ และให้กลบั หรือกวนนาํ้ หมักทุก 3 ชว่ั โมง หมักไว้ เป็นเวลา 3 วัน 2. กรองเอานาํ้ ไปเคย่ี ว เหลอื แตน่ า้ํ ผกั ลว้ นๆ 3. บรรจุใสภ่ าชนะเก็บไว้เปน็ นา้ํ ปรงุ รสต่อไป รปู แบบการบรโิ ภค น้ําผักสะทอนเป็นนํ้าปรุงรสใช้แทนนํ้าปลา เอาไว้ปรุงรสอาหารประเภทลาบปลาตา่ งๆ ซั่วตา่ งๆ ส้มต�ำ นํา้ จ้มิ ผลไม้ และเมี่ยงต่างๆประโยชน์เชงิ สุขภาพ ประโยชน์ทางอาหาร มีคุณค่าทางอาหารจ�ำ พวก วิตามนิ สรรพคุณทางยา ป้องกนั ท้องอืด ท้องเฟ้อ โรคพยาธแิ ละแกก้ ระสยั ได้
วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื 45 เม่ียง ทนุ เมยี่ ง ทุน ทุนเป็นพชื หัว ตระกูลเดยี วกับเผือก และบอน ชอบขน้ึ ในดนิ ร่วนปนทรายและมคี วามชมุ่ ชน่ื ชว่ งเดอื น มนี าคม จะเรมิ่ แตกหนอ่ เจรญิ งอกงามประมาณเดอื นพฤศจิกายน ตน้ ทุนเร่ิมแกใ่ บจะเริ่มเหลอื ง เร่มิ ต้นต้ังแตก่ า้ นแรกไปเล้อื ยๆ จนถงึด้านก้านสุดท้าย ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนต้ังแต่หัว ยอด ก้าน สามารถเพาะพันธ์ุด้วยการใช้หนอ่ ที่แตกออกจากหวั มคี วามเชอ่ื วา่ ทนุ หมายถึง การมเี งิน มที อง นิยมนำ�มาท�ำ ในงานบญุ ต่างๆเช่น งานแต่งงาน งานท�ำ บญุ บ้าน งานเทศมหาชาติ การเจรญิ พทุ ธมนต์ บุญซ�ำ ฮะและเมี่ยงทนุ สว่ นประกอบ 500 กรมั 100 กรัมวตั ถุดบิ อาหาร ทนุ ปลาย่างไฟปน่
46 วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือเครือ่ งแกง ขงิ 250 กรัม กระเทียมหั่นฝอย 5 หวั มะเขือเครือผา่ คร่งึ นํ้ามะขามเปยี ก 250 กรัม น้ําผกั สะทอน 50 กรมั งาคว่ั 5 ชอ้ นโต๊ะ เกลือ 150 กรมั พริกปน่ 1 ชอ้ นชา 2 – 3 ช้อนโตะ๊การปรุง 1. ปอกเปลอื กทุนและขิง แลว้ สับใหเ้ ป็นเสน้ เหมอื นเสน้ มะละกอ 2. นำ�ทุนและขิงท่ีสับเป็นเส้นแล้วคลุกด้วยเกลือ บีบน้ําออกให้หมด จงึ นำ�ไปผสมกบั เครอ่ื งแกงละเอียด รปู แบบการบริโภค อาหารประเภทเมี่ยงมีส่วนประกอบเป็นผักพื้นบ้านหาง่ายและหลากหลายชนดิ ซง่ึ คณุ ประโยชนท์ ง้ั สรรพคณุ ทางสมนุ ไพรและคณุ คา่ โภชนาการสงู ประโยชน์เชงิ สขุ ภาพ ประโยชน์ทางอาหาร เปน็ แหลง่ สารอาหารโปรตีน ไขมนั วิตามิน แรธ่ าตุและใยอาหาร
วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ 47 ลาบ ลาบ ลาบแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ เป็นอาหารที่ต้องมีในงานมงคลและถือเป็นอาหารในพิธีกรรม เซ่นไหว้ปู่ตา บรรพบุรุษ มีการทำ�เป็นอาหารยอดนิยมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท้ังลาบสุก ลาบดิบ และอาหารสิงโตหมายถึง เนื้อสดๆ ห่ันลูกเต๋าเอาจิ้มกับแจ่วแพร่ (อาหารอีสานใต้) ลาบวัตถุดิบมที ัง้ พืชและสตั ว์ สตั วก์ ม็ ีทัง้ สัตว์บกและสัตว์น้ํา ลาบหวาย ลาบเน้ือสัตว์ ลาบปลาเป็นต้น สว่ นประกอบ วตั ถดุ บิ อาหาร ประเภทเนอ้ื สตั วไ์ ดแ้ ก่ เนอื้ ววั ควาย หมู กวาง เกง้ กระรอกกระแต เปด็ ไก่ นก และปลา สว่ นประเภทพชื ไดแ้ ก่ เถาหวาย มะเขอื คนื่ มะเขอื เผาเห็ดหอม เหด็ ไคร เปน็ ตน้
48 วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือเครือ่ งแกง หอมแดง 3 หัว กระเทยี ม 2 หัว ขา่ 10 กรัม หอมสด 5 ตน้ ใบมะกรดู 5 ใบ ใบยีห่ รา่ 3 ตน้ พรกิ ป่น 2 – 5 ชอ้ นชา ข้าวค่ัว 2 – 5 ชอ้ นโต๊ะ มะนาว 2 – 5 ชอ้ นโตะ๊ ใบสะระแหน่ 5 ต้น น้าํ ซุป 5 ชอ้ นโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนชา น้ําปลาร้า 3 – 5 ชอ้ นโต๊ะ นํ้าปลา 3 – 6 ชอ้ นโตะ๊ การปรุง 1. สบั เน้ือววั ให้ละเอียด ห่นั เครื่องใน ซอยหอมแดง กระเทยี ม 2. ต้มนํ้าซุปโดยเอากระดกู และเน้อื ประเภทเอ็นติดมันมาต้มกบั นาํ้ 3. ตักนํ้าซุปประมาณ 5 ทัพพีใส่ภาชนะท่ีจะใช้คลุกลาบ เติมพริกป่น น้ําปลาร้า เกลอื นํา้ ปลา แล้วคลุกเคลา้ ให้เขา้ กัน 4. ใส่เน้ือ เครื่องใน หม้อ ค่ัวให้สุก ก่อนนำ�มาคลุกเคล้ากับนํ้าปรุงลาบ แล้วใส่ข้าวคั่ว ต้นหอมซอย นํ้ามะนาว เครื่องปรุงต่างๆ ชิมรสชาติ ตามต้องการ ประโยชน์เชิงสขุ ภาพ สรรพคุณทางยา วิตามินซี เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ ส่วนแร่ธาตุ ได้แก่ธาตุเหลก็ แคลเซยี ม และใยอาหาร
วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ 49 หมกปลา หมก คอื การปรงุ อาหารทต่ี อ้ งใชค้ วามรอ้ นท�ำ ใหส้ กุ โดยใชใ้ บตองมาหอ่ แลว้ น�ำ ไปนงึ่ จนสกุ หมกปลานยิ มทำ�ในเทศกาลส�ำ คญั เชน่ ท�ำ บญุ ขน้ึ บา้ นใหม่ งานบวชนาคเพราะหมกกินงา่ ย เกบ็ ไวไ้ ด้นาน กนิ กบั ผักนงึ่ ผกั ลวกสว่ นประกอบวัตถุดิบอาหาร ปลา 500 กรัมเครือ่ งแกง หอมแดง 2 – 3 หัว เกลือ 1 ช้อนชา พรกิ 5 เม็ด ตะไคร ้ 2 – 3 ต้น ขา้ วเบอื 1 ชอ้ นโตะ๊ นํ้าปลาร้า 2 – 3 ช้อนโตะ๊ ใบมะกรดู 3 ใบ ใบแมงลัก
50 วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ การปรุง 1. โขลกเคร่ืองหมกรวมกันและใส่ไดต้ ามชอบ 2. คลกุ เคล้าเคร่อื งหมกกับเนอ้ื สตั วท์ ี่ใช้ทำ�หมก ปรงุ รสด้วยนํ้าปลาร้า 3. ห่อใบตองน่ึงจนสุก รับประทานได้ และนำ�เครื่องทอดเหล่านั้น มาโรยหน้าเพอื่ เพม่ิ ความหอม ประโยชนเ์ ชงิ สุขภาพ ประโยชน์ทางอาหาร หมกปลาเป็นอาหารพลังงานตํ่าและให้โปรตีนคณุ ภาพดี
วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 51 เอาะหลาม เอาะหลาม มีประวัติความเป็นมาว่า ลูกเขยและพ่อตาอยากกินเอาะกบ เอาะปูนาจึงพาไปหากบหาปู ในทุ่งนาได้มาเล็กน้อย แล้วนำ�มาปรุงเป็นเอาะ เอ๊าะเจาะ(นาํ้ นอ้ ย) เสรจ็ แลว้ ตกั ใสถ่ ว้ ยกอ่ นกนิ พอ่ ตากลวั ลกู เขยกนิ หมดกอ่ น เลยพดู วา่ บกั ทศิโบราณวา่ กนั วา่ เอาะหา้ มชดเดอ้ พดู จบพอ่ ตาลงมอื ปนั้ ขา้ วเหนยี ว ไดค้ ยุ่ เอาคยุ่ เอา(โกยเอา โกยเอา) ลูกเขยพูดว่าพ่อทำ�ไมทำ�อย่างนั้น พ่อตาเลยพูดว่าห้ามชดแต่ไม่หา้ มคุย่ นจ่ี งึ เป็นทมี่ าหา้ มชดเอาะมนั ขลำ� เอาะหลาม เป็นอาหารพื้นบ้านของกลุ่มชนวัฒนธรรมลุ่มนํ้าโขง มีมาแต่โบราณ เป็นเอาะ ใสข่ า้ วเบือ หอม ตะไคร้ ใบมะกรูด และเพ่มิ สะคา้ น เข้าไปอีกโขลกให้ละเอียดผสมพอเป็นน้ํา เอ๊าะเจาะ (นํ้าน้อย) เป็นอาหารท่ีนิยมทานในหนา้ หนาว
52 วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือส่วนประกอบวัตถดุ ิบอาหาร เนอื้ สตั วต์ า่ งๆ 1 กโิ ลกรมั (ววั หมู ไก่ นก กระแต กระรอก ตุ่น) เครอ่ื งแกง นํา้ สะอาด 1/2 ลติ ร มะเขืออ่อน 5 – 10 ผล เห็ดหหู น ู 10 กรมั มะเขอื พวง 10 ผล หนอ่ ข่าออ่ น 3 หนอ่ ผกั ชลี าว 3 ตน้ ยอดหวาย 3 ยอด ต้นหอม 5 ต้น ยอดผกั กูด 5 ยอด ข้าวเบอื หรอื ขา้ วคว่ั 2 ช้อนโตะ๊ หอมแดง 5 หัว ตะไคร้ 3 ตน้ ใบมะกรูด 5 ใบ พรกิ 10 เมด็ หวั ขา่ อ่อน 10 แว่น มะเขือเครือ 3 ลูก เกลอื 1 ชอ้ นชา สะค้านหัน่ เป็นแว่นๆ น้ําปลาร้าหรือน้ําผกั
วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ 53 การปรุง 1. โขลกเครอ่ื งแกงทงั้ หมดใหล้ ะเอยี ด ละลายนา้ํ เทใสห่ มอ้ ยกตง้ั ใหไ้ ฟเดอื ด 2. ใสเ่ กลอื และเนอ้ื สัตว์ทีเ่ ตรียมไว้ดว้ ยการสับเป็นช้ินๆ ปดิ ฝาตม้ จนเดอื ด 3. ใส่สะค้านลงไปรอจนนํ้าเดือดอีกคร้ัง จึงใส่ผักพ้ืนบ้านต่างๆ ชิมรส ตามชอบ 4. ถา้ ภาชนะทใี่ สเ่ ปน็ กระบอกไมไ้ ผ่ ใหน้ �ำ เครอ่ื งแกงทโี่ ขลกแลว้ ผสมกบั นาํ้ เนอ้ื สตั ว์ ผกั ตา่ งๆ รวมทง้ั สะคา้ น คลกุ เคลา้ กนั แลว้ จงึ ใสล่ งในกระบอก ไม้ไผ่ ปิดปากกระบอกด้วยใบเตย นำ�ไปเผาไฟหรืออบ ประมาณ 30 นาท ี ประโยชนเ์ ชิงสุขภาพ ประโยชนท์ างอาหาร เอาะเปน็ อาหารพลงั งานตา่ํ ใหโ้ ปรตนี รวมทงั้ วติ ามนิแร่ธาตแุ ละใยอาหารจากผักพืน้ บ้านทเ่ี ปน็ เครื่องปรงุ สรรพคุณทางยา มโี ปรตีน คาร์โบไฮเดรท ไขมนั วติ ามนิ เอ เบตา้ แคโรทีนวติ ามนิ ซี ธาตเุ หล็ก แคลเซียม และใยอาหาร
54 วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื
วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ 55ภาคผนวก
56 วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื
วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 57 ตะไคร้
58 วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ พริก ขา่
วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ 59 มะขาม
60 วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื มะละกอดิบ หัวปลี
วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ 61 ชะมวง
62 วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ไขผ่ �ำ
วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ 63 ดอกฟักทอง
64 วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ชะอม
วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ 65 ผักก้านจอง
66 วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ดอกแค ตำ�ลงึ
วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ 67 ดอกนางแลว
68 วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ อีเลศิ
วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื 69 ทูน
70 วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ใบยา่ นาง
วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ 71 ใบส้มปอ่ ย
72 วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ผักกดู
วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ 73 ผกั ตว้ิ
74 วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ผักปลงั หน่อไม้
วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ 75 มะเขือพวง
76 วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื มะเขือเครือ
วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 77 หเู สอื
78 วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ เหด็ เผาะ
วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ 79 ใบหมอนอ้ ย
80 วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ วา่ นหอม
วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื 81 ปู
82 วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื หอยตาก แมงอนี นู
วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ 83 ไก่ กระแต หนู จงิ้ หรีด
84 วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื เขยี ด วตั ถดุ ิบสำ�หรบั ท�ำ ลาบ
วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื 85แจ่วด�ำ นํ้าผักสะทอนรับประทานกบั ผักสด
86 วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ สว่ นประกอบเมย่ี งทนุ
วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื 87รายนามคณะท่ปี รึกษา ผชู้ ว่ ยอธกิ ารบดี (ฝ่ายบริหาร)ดร.วิไลรตั น์ สภุ ามา มหาวิทยาลยั ราชภัฎเลยผศ.ดร.ทัศนยี ์ วฑิ ธู รี คานต์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั เลยผศ.สมศรี เจริญเกียรตกิ ลุ สถาบนั โภชนาการ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ลนายสมยศ สิงห์ค�ำ สถาบนั กนั ตนาดร.ทิพย์วรรณ ปรญิ ญาศิริ สำ�นกั อาหาร ส�ำ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยารศ.อบเชย วงศท์ อง คณะเกษตร มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์นายสง่า ดามาพงษ์ ทปี่ รกึ ษาสำ�นกั โภชนาการ กรมอนามยันางสมศรี จินะวงษ์ ส�ำ นักพระพทุ ธศาสนาแหง่ ชาติผศ.จไุ รรัตน ์ ประเสรฐิ สนทิ มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั กาญจนบุรีนางกาญจน ี หวงั ถริ อ�ำ นวย ส�ำ นักส่งเสรมิ และ สนบั สนุนอาหารปลอดภัยผศ.เอย่ี ม ทองดี สถาบนั วจิ ยั ภาษาและวฒั นธรรมเอเชยี มหาวทิ ยาลัยมหดิ ลศ.เบญจา ยอดด�ำ เนนิ -แอตติกจ์ สถาบนั วจิ ยั ประชากรและสงั คม มหาวิทยาลัยมหดิ ล
88 วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือรายนามคณะทำ�งานนายสมั ฤทธิ์ สภุ ามา วฒั นธรรมจงั หวดั เลยนางพัทธนันท์ ชมุ พล นกั วชิ าการวฒั นธรรมช�ำ นาญการนายจกั รพนั ธ์ สงิ ห์ลอ ครวู ทิ ยะฐานะชำ�นาญการพิเศษนายวรกฤต สดี าคำ� เจ้าหน้าท่ีบันทึกข้อมลูนายทวีศกั ด ิ์ เจอื จารย์ วัฒนธรรมจงั หวัดเลยนางจติ วรรณ พลดาหาญ วัฒนธรรมจังหวัดเลยนางพรฟา้ ทุมมาลา วัฒนธรรมจังหวดั เลยนายธนพัฒน ์ เฉลมิ รัตน์ วัฒนธรรมจังหวดั เลยนางศรสี มร ศรีวชิ า วัฒนธรรมจังหวดั เลยนายอาทิตย์ จันดอก วฒั นธรรมจงั หวดั เลยนางสาวสชุ ัญญา อาจปาสา วฒั นธรรมจังหวัดเลยนางจิรภา คงสุข วัฒนธรรมจังหวัดเลยนางสาวเบญจวรรณ แขง็ ฤทธ์ิ วัฒนธรรมจังหวดั เลยนายปราโมทย ์ สุรทรัพย์ วัฒนธรรมจงั หวดั เลย
วัฒนธรรมอาหารไทย : ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื 89รายนามผู้ให้ขอ้ มูล กลุ่มแมบ่ ้านอ�ำ เภอเชียงคานนางมยุร ี มาตา กลมุ่ แมบ่ ้านอำ�เภอเชียงคานนางอมร ณรงค์ศักดิ์ กลุม่ แมบ่ ้านอ�ำ เภอเชียงคานนางษมาวรี ์ ภยู่ นิ ดี กลุ่มแมบ่ ้านด่านซา้ ยนางค�ำ พนั อ่อนฤทัย กลมุ่ แม่บ้านดา่ นซ้ายนางรสจนา เหมบุรุส กล่มุ แม่บ้านดา่ นซา้ ยนางวันเพ็ญ ศรบี ตุ รตา กลุม่ แมบ่ า้ นดา่ นซา้ ยนางจ�ำ เรยี ง แสนประสทิ ธ ิ์ กลุม่ แม่บา้ นด่านซา้ ยนางธาฤดี เนตรศรโี ชค
90 วฒั นธรรมอาหารไทย : ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ บันทึก
ขอ้ เสนอแนะทม่ี ตี ่อหนังสอื สง่ ข้อเสนอแนะมาที่ ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการอาหารแหง่ ชาติ สำ�นักอาหาร สำ�นักงานคณะกรรมการอาหารและยา ถ.ตวิ านนท์ ต.ตลาดขวญั อ.เมอื ง จ.นนทบรุ ี 11000 อีเมล์ [email protected]
Search