Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วารสารโรคและภัยสุขภาพปีที่15ฉบับที่3ก.ย.-ธ.ค.ปี64

วารสารโรคและภัยสุขภาพปีที่15ฉบับที่3ก.ย.-ธ.ค.ปี64

Published by Sucheera Panyasai, 2022-06-10 07:49:19

Description: วารสารโรคและภัยสุขภาพปีที่15ฉบับที่3ก.ย.-ธ.ค.ปี64

Keywords: โรคและภัยสุขภาพ

Search

Read the Text Version

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธันวาคม 2564 กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น ความเหมาะสมของกจิ กรรมกับบรบิ ทของโรงเรียน ปรับภาษาของข้อคาถามบางข้อ ให้มคี วามชดั เจนมากยิงขนึ และตัดข้อคาถามทมี ีความซาซ้อนออก(6) 2. หาค่าอานาจจาแนกผู้วิจยั นาแบบสอบถามพฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหาร โดยนาแบบสอบถาม ไปทดลองกับกลุม่ ตัวอย่างทมี ลี ักษณะทางประชากรคล้ายคลงึ กับกล่มุ ตัวอย่างในการวิจัย จานวน 60 คน ได้แบบสอบถามทมี ีความสมบูรณ์จานวน 60 ฉบับ หลงั จากนันทาการวเิ คราะหข์ ้อคาถามรายข้อ ทดสอบ ความแตกต่างของคะแนนเฉลียรายข้อด้วยสถิติ t-test และหาค่า r – Item total ทาการคัดเลือกข้อคาถาม ทีมีค่าอานาจจาแนกรายข้ อทีมีความแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทีระดับ 0. และค่า Item-Total Correlation เทา่ กับหรอื มากกว่า . ไว้เป็นข้อคาถามในแบบสอบถามทีจะนาไปใช้จริง(6) . การหาคา่ ความเชอื มันของแบบสอบถาม ฯ โดยนาไปทดลองกับกลมุ่ ตัวอย่างทีมลี ักษณะทาง ประชากรคล้ายคลงึ กบั กลุ่มตัวอย่างในการวิจยั จานวน คน หาความคงทีภายในซึงพิจารณาจากค่า สัมประสิทธแิ อลฟาได้ค่าความเชอื มันของแบบสอบถาม แบบสอบถามความรู้เกยี วกับการบรโิ ภคอาหาร ได้ค่าความเชือมันเทา่ กับ . จานวน 5 ข้อ หลกั เกณฑก์ ารให้คะแนนคือหากตอบถูกให้ คะแนน ตอบผิดหรือไม่แน่ใจให้ คะแนน และ แบบสอบถามพฤติกรรมการบริโภคอาหารได้ค่าความเชือมัน เทา่ กับ . จานวน 12 ข้อ(6) สาหรับคาถามเชิงบวกมีห ลักเกณฑ์การให้ คะแ นนคือ นั กเรียนมีพฤติกรรมการบ ริโภคอาห ารที ถกู ต้องในระดบั มากทสี ดุ เทา่ กับ 5 คะแนน ระดับมากเท่ากับ 4 คะแนน ระดบั ปานกลางเทา่ กบั 3 คะแนน ระดับน้อยเท่ากับ 2 คะแนน ระดับน้อยทีสดุ เท่ากับ 1 คะแนน และคาถามเชิงลบมีหลักเกณฑ์การให้ คะแนนคือนักเรียนมพี ฤติกรรมการบริโภคอาหารทถี ูกต้องในระดับมากทสี ดุ เท่ากบั คะแนน ระดับมาก เท่ากับ คะแนน ระดับปานกลางเท่ากับ คะแนน ระดับน้อยเท่ากบั คะแนน ระดบั น้อยทสี ุดเท่ากบั คะแนน ระดับความพึงพอใจต่อการในการเข้าร่วมกิจกรรม แบ่งระดับ คะแนนเฉลียความพึงพอใจดังนี . – . แสดงว่ามีความพึงพอใจน้อยทีสุด คะแนนเฉลีย . – . แสดงว่ามีความพงึ พอใจ น้อย คะแนนเฉลีย . – . แสดงว่ามีความพึงพอใจปานกลาง คะแนนเฉลีย . – . แสดงวา่ มี ความพึงพอใจมาก คะแนนเฉลีย . – . แสดงว่ามีความพงึ พอใจมากทสี ุด(6) วเิ คราะหข์ ้อมลู ลักษณะส่วนบุคคล โดยใช้สถิตเิ ชิงพรรณนาเพืออธบิ ายลักษณะของข้อมลู ด้านต่างๆ ได้แก่ เพศ อายุ นาหนัก สว่ นสงู โดยการใช้ตารางแจกแจงความถี ค่าร้อยละ คา่ เฉลยี ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน เปรยี บเทียบ ความแตกตา่ งของคะแนนเฉลียของความรู้เกียวกับการบริโภคอาหารและเปรียบเทียบความแตกตา่ งของ พฤติกรรมการบรโิ ภคอาหารกอ่ นและหลังดาเนินการพัฒนาโดยใช้ Pair sample t-test ประเมินความพึง พอใจในการเข้ารว่ มกิจกรรม ใช้สถิติเชิงพรรณนาคา่ เฉลีย ( x ) ค่าสว่ นเบยี งเบนมาตรฐาน (S.D.) 35

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธันวาคม 2564 ผลการศึกษา นาเสนอ ประเดน็ ดงั นีคือ .ข้อมูลทัวไปของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศชายจานวน คน คิดเป็นร้อยละ . เป็นเพศหญิงจานวน คน คดิ เป็นร้อยละ . สว่ นใหญ่มีอายุ ปี คิดเป็นร้อยละ . รองลงมาคืออายุ ปี คิดเป็นร้อยละ 29.20 อายุ 14 ปี คิดเป็นร้อยละ 10.03 อายุ 15 ปี คิดเป็นร้อย ละ 9.14 อายุ 11 ปี คดิ เป็นร้อยละ 1.18 และอายุ 10 ปี คิดเป็นร้อยละ 0.29 ตามลาดับ สว่ นใหญ่มี นาหนกั อยใู่ นช่วง - กิโลกรมั คิดเป็นร้อยละ . นาหนกั - กิโลกรมั คดิ เป็นร้อยละ . นาหนกั - กิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ . นาหนัก - กโิ ลกรมั คิดเป็นร้อยละ . และนาหนัก > กิโลกรัม คดิ เป็นร้อยละ . ตามลาดับ ส่วนใหญ่มีสว่ นสูงอยู่ในช่วง - เซนตเิ มตร คดิ เป็นร้อยละ . สว่ นสงู - เซนติเมตร คิดเป็ นร้อยละ . และ สว่ นสงู - เซนติเมตร คดิ เป็นร้อยละ . ตามลาดับ และในชว่ ง 1 สปั ดาหท์ ผี า่ นมากลุ่ม ตวั อย่างกินขนมขบเคยี ว/ดืมนาอัดลม/เครืองดืมทีมีนาตาลเป็นสว่ นผสมจานวน 241 คน คดิ เป็นร้อยละ 71.09 ไมก่ นิ จานวน 98 คน คิดเป็นร้อยละ 28.91 ในช่วง สัปดาห์ทีผา่ นมากลุ่มตวั อยา่ งส่วนใหญ่ รับประทานขนมขบเคยี วประเภทมนั ฝรังทอด คดิ เป็นร้อยละ . รองลงมาคือสาหรา่ ยอบกรอบคดิ เป็น ร้อยละ . เวเฟอร์คิดเป็นร้อยละ . ปลาหมึกกรอบ คดิ เป็นร้อยละ . ช็อคโกเลต คดิ เป็นร้อย ละ . ข้าวเกรยี บคดิ เป็นร้อยละ . คุกก/ี ขนมปังคิดเป็นร้อยละ . ข้าวโพดอบกรอบ คิดเป็น ร้อยละ . ถัวทอด คดิ เป็ นร้อยละ . ตามลาดบั รายละเอยี ดดงั ตารางที 1 ตารางที 1 ข้อมูลทัวไปของนกั เรยี นชันมธั ยมศกึ ษาตอนต้นในโรงเรียน อย.น้อย ขอ้ มูลทวั ไป จานวน (n = 339) รอ้ ยละ 1.เพศ ชาย 187 55.16 หญิง 152 44.84 2.อายุ 1 0.29 อายุ 10 ปี อายุ 11 ปี 4 1.18 อายุ 12 ปี 99 29.20 อายุ 13 ปี 170 50.15 อายุ 14 ปี 34 10.03 อายุ 15 ปี 31 9.14 อายุตาสดุ 10 ปี อายสุ งู สดุ 15 ปี อายเุ ฉลยี . ปี ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน 0.92 3.นาหนกั นาหนัก 21-40 กโิ ลกรัม 103 30.38 นาหนกั 41-60 กโิ ลกรัม 157 46.31 นาหนัก 61-80 กโิ ลกรมั 65 19.17 นาหนัก 81-100 กิโลกรัม 13 3.83 นาหนกั >100 กิโลกรัม 1 0.29 นาหนกั ตาสุด 27 กก. นาหนกั สูงสดุ 101 กก. นาหนกั เฉลีย . กก. สว่ นเบียงเบนมาตรฐาน 15.37 36

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 ตารางที 1 ข้อมูลทวั ไปของนกั เรยี นชนั มธั ยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียน อย.น้อย (ต่อ) ขอ้ มูลทวั ไป จานวน (n = 339) รอ้ ยละ 4.สว่ นสูง 19 5.60 สว่ นสงู 120-140 เซนตเิ มตร สว่ นสูง 141-160 เซนตเิ มตร 223 65.78 ส่วนสงู 161-180 เซนตเิ มตร 97 28.61 ส่วนสงู ตาสุด 126 ซม. สว่ นสูงสูงสดุ 176 ซม. ส่วนสงู เฉลยี 156.08 ซม. ส่วนเบยี งเบนมาตรฐาน . 5. ในช่วง 1 สัปดาห์ทผี า่ นมานักเรียนกินขนมขบเคียว/ดมื นาอัดลม/เครืองดืมทีมนี าตาลเป็นสว่ นผสมหรอื ไม่ กนิ 241 71.09 ไม่กิน 98 28.91 6. ประเภทขนมขบเคยี วทีนกั เรียนรับประทานในช่วง สปั ดาห์ทผี ่านมา มันฝรังทอด 147 43.36 สาหร่ายอบกรอบ 25 7.37 เวเฟอร์ 23 6.78 ปลาหมึกกรอบ 22 6.49 ชอ็ คโกเลต 22 6.49 ข้าวเกรยี บ 21 6.19 คกุ ก/ี ขนมปัง 20 5.90 ข้าวโพดอบกรอบ 20 5.90 ถัวทอด 20 5.90 .วธิ กี ารพฒั นาพฤติกรรมการบริโภคอาหาร พบว่าใช้วธิ กี ารจานวน ขันตอน ดงั นี 1.ทบทวนผล การดาเนินงาน อย.น้อยทีผา่ นมา 2.คัดเลอื กโรงเรยี น 3.พฒั นาต่อยอดให้โรงเรียนมศี ักยภาพ 4.โรงเรียน ดาเนนิ การพฒั นาในโรงเรียนของตนเองโดยใช้รูปแบบการพฒั นาพฤตกิ รรมการบริโภคอาหารของ สานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา ประกอบด้วย .1 แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้จานวน แผน ได้แก่ 4.1.1)แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนร้ทู ี สขุ ภาพในอนาคต 4. 1.2)แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นร้ทู ี อ่านฉลากสกั นดิ พิชิตสขุ ภาพดี 4.1.3)แผนการจัดกิจกรรมการเรียนร้ทู ี ฉลาดบรโิ ภค โรคไมถ่ ามหา และ .1.4)แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ที บรโิ ภคอย่างนีสิ ดีต่อสุขภาพ และ 4.2 แผนการจัดกิจกรรม พฒั นาผู้เรยี นจานวน แผน ๆ ละ นาที ได้แก่ 4.2.1)แผนการจัดกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นที ลูกเตา๋ แสนกล 4.2.2)แผนการจัดกิจกรรมพัฒนาผ้เู รียนที ช้อปปิ ง ฉลาดคิดและ 5.สานักงานสาธารณสุขจังหวดั อทุ ยั ธานตี ิดตามประเมินผลในการพฒั นาพฤติกรรมการบรโิ ภคอาหารของนกั เรียนชันมัธยมศึกษาตอนต้นใน โรงเรยี น อย.น้อย เพอื ลดปัจจัยเสยี งตอ่ การเกดิ โรคไม่ติดตอ่ เรอื รังทกุ โรงเรยี น 3.ผ ลข องการพัฒ นาพ ฤติกรร มการ บริ โภค อาหาร แล ะปร ะเมิน ค วา มพึ งพอใจ ในการเข้ าร่ วม กิจกรรม รายละเอียดดังตารางที 2 – 5 หลังพัฒนาพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียนใน โรงเรียน อย.น้อย มจี านวนนกั เรียนทตี อบคาถามความร้เู กียวกับการมพี ฤติกรรมการบรโิ ภคอาหารเพือลด ปัจจยั เสียงต่อโรคไม่ติดต่อเรือรัง (NCDs)ได้ถกู ต้องมากขนึ รายละเอยี ดดงั ตารางที 37

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 หลังดาเนินการพัฒนาพฤตกิ รรมการบริโภคอาหารของนกั เรยี นในโรงเรยี น อย.น้อย กลุม่ ตัวอย่าง มีพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ทีถูกต้องมากขึน ยกเว้นในประเดน็ การเลือกอาหารทีมีฉลากสัญลักษณ์ โภชนาการ “ทางเลอื กสขุ ภาพ”รายละเอียดดงั ตารางที 3 ตารางที 2 การเปรียบเทยี บจานวนและร้อยละความรู้เกยี วกับการมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารฯถูกต้อง กอ่ นและหลงั ใช้รปู แบบการพัฒนาพฤตกิ รรมฯ (n = 339) การเปรยี บเทยี บ จานวนและร้อยละตอบคาถามได้ถูกต้อง ก่อนใช้รูปแบบ หลงั ใช้รปู แบบ 1.จากตัวอย่างข้ อความบนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารต่อไปนี “ Exp.15/10/19” 193 (57.44) 231 (68.75) หมายถึง ควรกินอาหารนภี ายในวันที 15 เดอื นมถิ นุ ายน พ.ศ.2561 141 (41.96) 208 (61.90) 2.ข้ อ ค ว าม จ า ก ข้ อ มู ล ฉ ล าก 45 (13.39) 104 (30.95) โภ ช น า ก าร ที แ ส ด ง ต่ อ ไป นี หมายความว่าอาหารนหี นึงซองมี นาหนัก 30 กรัมและควรกินครัง ละ 3 ซอง 3.ข้อความจากข้อมูลบนฉลากหวาน มัน เค็ม (ฉลาก GDA) นีหมายความว่า ถ้านักเรียนกิน ขนมกรุบกรอบซองนหี มดในครังเดียวนกั เรียนจะ ได้รับนาตาลคิดเป็ นร้อยละ ของปริมาณที ควรได้รับในแต่ละวัน 4. ลกู ชินทอด ไส้กรอกทอด กล้วยทอดไก่ทอด ทใี ช้นามันทอดซาอาจจะก่อให้เกดิ 191 (56.85) 261 (77.68) ความเป็นพษิ ตอ่ ร่างกาย เช่น ทาให้เกดิ โรคมะเรง็ ปอด มะเรง็ ตบั 239 (71.13) 287 (85.42) 5. สัญลักษณ์นคี อื เครืองหมายสัญลักษณโ์ ภชนาการ“ทางเลือก สขุ ภาพ” (Healthier Choice) ทีจะพบ เช่น นาตาล ไขมันและ เกลอื (โซเดยี ม) ไม่เกินปริมาณทีกาหนด ตารางที 3 การเปรียบเทียบจานวนและร้อยละทีมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารทีถูกต้องก่อนและหลังใช้รปู แบบการพัฒนา พฤตกิ รรมการบริโภคอาหารของนักเรยี นในโรงเรียน อย.น้อย (n = 339) การเปรยี บเทียบ จานวนและร้อยละทมี พี ฤติกรรมถกู ต้อง กอ่ นใช้รปู แบบ หลงั ใช้รปู แบบ 1. นกั เรยี นซอื ขนมกรุบกรอบทไี มม่ ีฉลาก* 262 (77.29) 276 (81.42) 2. นกั เรียนเกบ็ รกั ษาอาหารตามคาแนะนาทีระบบุ นฉลากอาหาร 179 (52.80) 204 (60.18) 3. นักเรียนอ่านฉลากอาหารก่อนเลือกซืออาหารสาเร็จรปู หรือเครืองดืมในภาชนะ 178 (52.51) 200 (59.00) บรรจุทปี ิดสนิท 4. นักเรยี นกนิ อาหารมอื หลกั ตามเวลา และไมก่ ินขนมกรุบกรอบ จุบจบิ 153 (45.13) 158 (46.61) 5. นักเรยี นอ่านฉลากหวาน มัน เค็ม (ฉลาก GDA) ของขนมกรุบกรอบ กอ่ นเลอื ก 148 (43.66) 178 (52.51) ซือ และเลือกกนิ 6. นักเรยี นแบ่งจานวนครังในการกินอาหารตามข้อมลู ทีระบุบนฉลากหวาน มัน เค็ม 143 (42.18) 182 (53.69) (ฉลาก GDA) 7. นักเรียนใช้ประโยชน์จากข้อมูลบนฉลากขนมกรุบกรอบมาคานวณหา ปริมาณ 144 (42.48) 158 (46.61) สารอาหารก่อนกิน 38

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 ตารางที 3 การเปรียบเทียบจานวนและร้อยละทีมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารทีถูกต้องก่อนและหลังใช้ รปู แบบการพฒั นาพฤติกรรมการบรโิ ภคอาหารของนกั เรียนในโรงเรียน อย.น้อย (n = 339)(ต่อ) การเปรยี บเทยี บ จานวนและร้อยละทมี พี ฤตกิ รรมถูกต้อง กอ่ นใช้รูปแบบ หลังใช้รปู แบบ 8. กอ่ นซืออาหารประเภททอด นักเรยี นสังเกตสีและลักษณะของนามนั ทีผ้ขู าย 208 (61.36) 216 (63.72) ใช้ทอดอาหาร 9. นักเรยี นกินอาหารทีมสี สี นั ฉูดฉาด เช่น ลกู ชินใส่สีไส้กรอกใส่สีไก่ย่างใส่สี* 189 (55.75) 214 (63.13) 10. นักเรยี นเปรียบเทยี บข้อมูลโภชนาการบนฉลากอาหารก่อนตัดสนิ ใจเลือก 167 (49.26) 195 (57.52) ซอื อาหาร 11. ในอาหารชนิดเดยี วกนั ทีมีและไม่มีฉลากสญั ลกั ษณ์โภชนาการ “ทางเลือก 199 (58.70) 199 (58.70) สขุ ภาพ” นักเรียนจะเลือกอาหารทีมีฉลากสญั ลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือก สขุ ภาพ” 12. นักเรียนไม่รบั ประทานขนมกรบุ กรอบทซี องหรือภาชนะบรรจุ มีรอยฉีก 190 (56.05) 195 (57.52) ขาด หมายเหต:ุ * เป็นคาถามเชงิ ลบ ก่อนใช้รูปแบบการพัฒนาพฤติกรรม ฯ กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลียของความรู้เกียวกับการบริโภค อาหารเพือลดปัจจัยเสยี งตอ่ โรคไม่ติดต่อเรือรัง (NCDs) เท่ากับ . (S.D.= . ) และหลงั ใช้รปู แบบ การพัฒนาพฤติกรรม ฯ เท่ากับ . (S.D.= . ) เมือทดสอบความแตกต่างทางสถิติพบว่าคะแนน เฉลียของความร้เู กยี วกบั การบริโภคอาหารหลงั ใช้รปู แบบการพฒั นาพฤติกรรม ฯ เพิมขึนอย่างมีนัยสาคัญ ทางสถิติทีระดับ . (p < 0.001) และก่อนใช้รูปแบบการพัฒนาพฤติกรรม ฯ พบว่ากลุ่มตวั อย่างมี คะแนนเฉลียของพฤตกิ รรมการบริโภคอาหารเพอื ลดปัจจยั เสยี งต่อโรคไม่ติดตอ่ เรอื รัง (NCDs)ทถี ูกต้อง เท่ากับ 6.37 (S.D.= 2.61) และหลังใช้รูปแบบการพัฒนาพฤติกรรม ฯ เทา่ กับ 7.01 (S.D.= 2.57) เมือทดสอบความแตกต่างทางสถิตพิ บว่าคะแนนเฉลียของพฤติกรรมการบริโภคอาหารทีถูกต้องหลังใช้ รูปแบบการพัฒนาพฤตกิ รรม ฯ เพิมขนึ อย่างมีนัยสาคญั ทางสถิตทิ ีระดบั 0.05 (p < 0.001) รายละเอียด ดงั ตารางที 4 ตารางที 4 การเปรียบเทยี บคะแนนเฉลียของความรู้และพฤติกรรมการบริโภคอาหารฯ ก่อนและหลังใช้ รปู แบบการพัฒนาพฤติกรรมการบรโิ ภคอาหารของนักเรยี นในโรงเรียน อย.น้อย ช่วงเวลา จานวน ̅ S.D. df t p-value ความรูเ้ กียวกบั การบริโภคอาหาร กอ่ นดาเนินการ 339 2.41 1.17 338 -9.020 < 0.001 หลังดาเนินการ 339 3.25 1.27 พฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหาร กอ่ นดาเนนิ การ 339 6.37 2.61 338 -3.943 < 0.001 หลังดาเนินการ 339 7.01 2.57 P***<0.001 39

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธันวาคม 2564 กลุ่มตัวอย่างมคี า่ เฉลียของความพึงพอใจ ต่อการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ อยใู่ นระดับมาก(x=3.85, S.D.=0.63) มีความพึงพอใจตอ่ แผนการจดั กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียนร้อู ยู่ในระดับมาก(x = 3.850, S.D.= 0.861) มคี วามพึงพอใจตอ่ สอื ทใี ช้ในแผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้อยใู่ นระดับมาก (x = 3.757, S.D.= 0.625) และมคี วามพึงพอใจทีมีตอ่ ผลทไี ด้จากการเข้ารว่ มกิจกรรมอย่ใู นระดบั มาก (x = 3.792, S.D.= 0.673) รายละเอียดดงั ตารางที5 กลมุ่ ตวั อย่างมีค่าเฉลียภาพรวมความพึงพอใจอยู่ในระดบั มาก จาแนกเป็นด้านตา่ ง ๆ ดังนคี วาม พึงพอใจตอ่ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก(x=3.85,S.D.=0.63) ความพงึ พอใจตอ่ แผนการ จัดกิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี นรู้อยู่ในระดบั มาก(x=3.85, S.D.= 0.861) ความพึงพอใจตอ่ สอื ทีใช้ในแผนการ จัดกจิ กรรมการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก (x = 3.757, S.D.= 0.625) และความพึงพอใจทมี ีต่อผลทีได้ จากการเข้าร่วมกิจกรรมอยู่ในระดับมาก (x = 3.792, S.D.= 0.673) รายละเอียดดงั ตารางท5ี ตารางที 5 ค่าเฉลียและสว่ นเบียงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของกลุม่ ตัวอย่างในการเข้าร่วมกิจกรรม การพฒั นาพฤติกรรมการบรโิ ภคอาหาร ลาดบั ที รายการความพึงพอใจ จานวน x S.D. ผลการประเมนิ 1 การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 336 3.850 0.634 มคี วามพงึ พอใจมาก 2 แผนการจดั กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน 336 3.850 0.861 มคี วามพงึ พอใจมาก 3 สอื ทใี ช้ในแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 336 3.757 0.625 มคี วามพงึ พอใจมาก 4 ผลทไี ด้จากการเข้าร่วมกจิ กรรม 336 3.792 0.673 มีความพึงพอใจมาก วิจารณ์ วธิ กี ารพฒั นาพฤติกรรมการบรโิ ภคอาหารของนักเรยี นชนั มัธยมศกึ ษาตอนต้นในโรงเรียน อย.น้อย เพือลดปัจจยั เสียงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรือรัง จังหวัดอุทยั ธานี สานักงานสาธารณสุขจังหวัดอุทัยธานี พบว่าใช้วธิ ีการจานวน ขนั ตอนดังนี ) ทบทวนผลการดาเนนิ งาน อย.น้อยทีผ่านมา ) คัดเลอื กโรงเรียน ) พฒั นาตอ่ ยอดให้โรงเรียนมีศักยภาพ )โรงเรียนดาเนินการพัฒนาในโรงเรยี นของตนเองโดยใช้รูปแบบ การพัฒนาพฤติกรรมการบริโภคอาหารของสานักงานคณะกรรมการอาหารและยาและ )สานักงาน สาธารณสุขจังหวัดอุทัยธานีประเมินผลในการพัฒนาพฤติกรรมการบริโภคอาหารขอ งนักเรียนชัน มัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียน อย.น้ อยซึงสอดคล้องกับพัฒนา พรหมณีและคณะวิธีการสร้างและ พัฒนาการดาเนนิ งานด้านการสาธารณสขุ ได้แก่ ศึกษาค้นคว้าข้อมลู พืนฐาน กาหนดหลักการ เป้ าหมายและ องคป์ ระกอบ กาหนดแนวทางการนาไปใช้ การประเมินรูปแบบ การพัฒนาและปรับปรงุ เมือพบข้อบกพร่อง (12) ผลของการพฒั นาพฤตกิ รรมการบริโภคอาหารของนกั เรยี นชันมัธยมศกึ ษาตอนต้นในโรงเรยี น อย.น้อย พบว่าหลังพัฒนาพฤติกรรมการบริโภคอาหาร กลุ่มตัวอย่างมีความรู้เกียวกับการบริโภคอาหาร มากขึน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติทีระดับ . และมพี ฤติกรรมการบริโภคอาหาร ดีขึนอย่างมนี ัยสาคัญทางสถติ ิที ระดับ . สอดคล้องกบั สานักงานคณะกรรมการอาหารและยาพบว่าหลงั การทดลองใช้รูปแบบฯ นักเรียน กลุ่มทดลองมพี ฤติกรรมการบริโภคอาหารเพือลดปัจจัยเสยี งตอ่ โรคไมต่ ิดตอ่ เรือรังทถี ูกต้องเพิมขึน คิดเป็น ร้อยละ 3.1(13) 40

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 โดยมคี วามพงึ พอใจในการเข้าร่วมกิจกรรมการพฒั นาพฤติกรรมการบรโิ ภคอาหาร ในระดับมากแต่ วีระชัย นลวชัยและคณะพบว่า ความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาพฤติกรรมการบริโภค อาหาร ในภาพรวมอยใู่ นระดับมากทสี ุด(6) โดยมีข้อเสนอแนะดงั นี หลังการพัฒนาพฤติกรรมการบริโภค อาหารของนักเรียนในโรงเรยี น อย.น้อย กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารเพอื ลดปัจจยั เสยี งตอ่ โรคไมต่ ดิ ต่อเรือรงั (NCDs) ดขี ึน ยกเว้นในประเดน็ การเลือกอาหารทมี ฉี ลากสัญลกั ษณโ์ ภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ” ซึงจะต้องแก้ไขทีปัจจัยทีมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารของวัยรุ่น ซึง ประกอบด้วย 1.) ปัจจัยนา ได้แก่ ความรู้เกียวกับการบริโภคอาหาร เจตคติต่อการบริโภคอาหารและ คา่ นิยมในการบริโภคอาหาร 2.) ปัจจัยเออื ได้แก่ ระดับการศึกษาของผู้ปกครองและรายได้ของครอบครัว และ 3.) ปัจจยั เสรมิ ได้แก่ อทิ ธพิ ลของสือโฆษณา จะเห็นว่าการปรบั เปลยี นพฤติกรรมของนักเรียนมหี ลาย ปัจจัยทีเกียวข้อง ดังนันในการดาเนินงานต่อไปหน่วยงานสาธารณสุขทีเกียวข้อง ได้ แก่ สานักงาน สาธารณสุขจังหวัด สานักงานสาธารณสขุ อาเภอ โรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล ควร ร่วมมือกับโรงเรียนในการให้ ความรู้และเพิมทักษะการรู้ทันโฆษณาแก่นักเรี ยนและจัดการโฆษณาทีผิด กฎหมายและร่วมมอื กบั ผู้ปกครองในการช่วยปรับเปลียนพฤติกรรมของนักเรยี นต่อไป และ จากข้อมูล ทัวไปพบว่า ประเภทขนมขบเคยี วทรี ับประทานมากทีสดุ ได้แก่ มันฝรังทอด ซึงประกอบด้วยแป้ ง นาตาล นามัน ผงชรู สและมีนาตาลสูง มีกากใยอาหารน้อย เมือกินเข้าไปแล้วจะอิมง่าย พอถึงอาหารมือหลกั จะกิน ได้น้อยลง นอกจากนี หากเดก็ บรโิ ภคขนมขบเคยี วบ่อยครังเป็นเวลานาน ส่วนประกอบต่างๆ โดยเฉพาะ แป้ งและนาตาลจะเปลียนเป็นไขมันและสะสมอยตู่ ามสว่ นต่างๆ ของร่างกาย ทาให้มนี าหนกั เกนิ มาตรฐาน ซึงทาให้เกิดโรคอ้วนและอาจทาให้เกิดโรคอืนตามมา เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดนั โลหิตสงู ไขมัน ในเลือดสูง หรืออาจเป็ นโรคขาดสารอาหาร เนืองจากการรบั ประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ และขนมขบ เคยี วไม่มสี ารอาหารทีเป็ นประโยชน์ต่อร่างกายดังนัน โรงเรียนและผู้ปกครองควรแนะนาหรือสอนให้เดก็ รับประทานผกั และผลไม้มากกว่าบริโภคขนมขบเคียว นอกจากนี สานกั งานสาธารณสขุ จังหวัดอุทัยธานี ควรขยายการพฒั นาพฤติกรรมการบรโิ ภคอาหารของนักเรียนชันมัธยมศึกษาตอนต้น ฯ ให้ครบทกุ โรงเรียน ในพืนทีจังหวัดอุทัยธานี รวมทงั โรงเรียนควรนาเรืองการพฒั นาพฤตกิ รรมการบริโภคอาหารของนกั เรียน ชันมัธยมศกึ ษาตอนต้น ฯ บูรณาการกับการเรียนการสอนในรายวิชาและกิจกรรมอนื ๆ ทีเหมาะสมโดยขยาย ได้ทกุ ชนั เรียน ขยายผลสู่โรงเรยี นข้างเคียง สู่ผู้ปกครองนักเรียนและชุมชนตอ่ ไปได้ 41

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 กิตตกิ รรมประกาศ การวิจยั ครังนสี าเรจ็ ได้ด้วยความอนุเคราะห์จากผู้อานวยการโรงเรยี นและคณะครูแกนนาโรงเรียน อย.น้อย รวมถึงขอขอบคุณนักเรียนกลุ่มตัวอย่างทุกท่านทเี สยี สละเวลาในการให้ข้อมูลในการทาวิจัยครังนี และขอขอบคุณสานักงานคณะกรรมการอาหารและยาทสี นับสนุนงบประมาณในการวจิ ยั ในครังนี เอกสารอา้ งองิ 1.กรมควบคมุ โรคไม่ติดตอ่ .รายงานสถานการณ์โรค NCDsเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและปัจจัยเสียงที เกยี วข้องพ.ศ.2562.[อนิ เทอร์เนต็ ].2563[เข้าถึงเมือ11เม.ย.2564].เข้าถึงได้จาก: https://bit.ly/3mp5apy 2.สานกั งานพฒั นานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ. รายงานภาระโรคและการบาดเจบ็ ของประชากรไทย พ.ศ. 2557. [อนิ เทอร์เน็ต]. 0 [เข้าถงึ เมอื ต.ค. ]. เข้าถึงได้จาก: https://bit.ly/3Bj7y7x 3. กรมควบคุมโรคไม่ติดต่อ. สถานการณ์การดาเนนิ งานด้านการป้ องกนั ควบคมุ โรคไม่ติดต่อ (NCDs). [อนิ เทอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมือ 11 เม.ย.2564]. เข้าถึงได้จาก: https://bit.ly/3oGbEDm 4. สานกั งานสถติ แิ ห่งชาติ. สารวจพฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหารของประชากร พ.ศ. 2560. [อนิ เทอร์เน็ต]. 2560 [เข้าถึงเมือ 11 ส.ค.2563]. เข้าถึงได้จาก: https://bit.ly/2Ypgf24 5. World Health Organization. 10 facts on noncommunicable diseases. [Internet].2013 [cited 2020 Aug 11]. Available from: https://www.who.int/features/factfiles/noncommunicable_diseases/en/ 6. วีระชัย นลวชัย, ศริ ิกลุ อาพนธ,์ กรัณฑรัตน์ บญุ ช่วยธนาสทิ ธิ, จินตนา เทยี มทพิ ร, จุฬารัตน์ นพิ นธ์แก้ว. การพฒั นาพฤตกิ รรมการบริโภคอาหารของนักเรียนในโรงเรยี น อย.น้อย เพอื ลดปัจจยั เสยี งต่อโรคไม่ติดต่อ เรื อ รั ง ( NCDs). [อิ น เท อ ร์ เ น็ ต ] . 60 [เข้ า ถึ ง เมื อ 11 ส .ค .2563]. เข้ า ถึ ง ไ ด้ จ า ก : http://www.oryornoi.com/?p =4822 7. ชชั วาลย์ เผ่าเพง็ ,สุลัดดา พงษ์อุทธา, สพุ ล ลมิ วฒั นานนท,์ จุฬาภรณ์ ลิมวัฒนานนท,์ สรุ ศักดิ ไชยสงค์, กัญจนา ตษิ ยาธิคมและคณะ. ความแตกต่างของพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากรไทย: ลักษณะ ประชากร เศรษฐกิจและสังคมและสถานะสุขภาพส่งผลอย่างไร. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข. 2560; 11(3): 316-26. 8. Wayne WD. Biostatistics: A Foundation of Analysis in the Health Sciences. 6th ed. Hoboken: Wiley&Sons inc; 1995. 9. สานักงานเขตพืนทีการศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42. ข้อมูลจานวนนักเรียน ปี 2563. [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [เข้าถงึ เมือ 11 ส.ค.2563]. เข้าถึงได้จาก: http://www.secondary42. obec.go.th/ 10. สานักงานเขตพืนทีการศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต 1. ข้อมูลพืนฐาน. [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [เข้าถึงเมือ 11 ส.ค.2563]. เข้าถึงได้จาก: http://www.utt1.go.th/ about-us 11. สานักงานเขตพืนทีการศึกษาประถมศึกษาอุทยั ธานี เขต 2. ข้อมูลพืนฐาน.[อินเทอร์เน็ต]. 2563 [เข้าถงึ เมือ 11 ส.ค.2563]. เข้าถึงได้จาก: http://www.utt2.go.th/new/ 42

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 12. พัฒนา พรหมณ,ี ศรีสรุ างค์ เอยี มสะอาด, ปณิธาน กระสงั ข.์ แนวคดิ การสร้างและพฒั นารูปแบบเพอื ใช้ ในการดาเนินงานด้านการสาธารณสขุ สาหรับนักสาธารณสุข. วารสารสมาคมสถาบันอดุ มศึกษาเอกชนแห่ง ประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี .2560; 6(2): 128-135. 13. สานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา. ประสิทธผิ ลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรกุ ในการส่งเสริม พฤตกิ รรมเพือลดปัจจัยเสียงต่อโรคไม่ติดต่อเรือรัง. [อินเทอร์เนต็ ]. 2561 [เข้าถึงเมือ 11 ส.ค.2563]. เข้าถงึ ได้จาก: https://bit.ly/3Dm9jkL 14. จิราภรณ์ เรืองยิง, สุจิตรา จรจิตร, กานดา จันทร์แย้ม. พฤติกรรมการบริโภคอาหารของวัยรุ่นใน จังหวดั สงขลา: การสงั เคราะห์องค์ความรู้และปัจจัยทีมีอิทธิพลต่อพฤตกิ รรมการบริโภคอาหาร. วารสาร ศิลปะศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร.์ 2559; 8(1): 245-64. 43

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธันวาคม 2564 การประเมนิ ระบบเฝ้ าระวงั ของโรคไขม้ าลาเรยี ในพืนทีอาเภอหนองหญา้ ปลอ้ ง จังหวดั เพชรบุรี ปี พ.ศ. Evaluation of Malaria Surveillance System in Nongyaplong District, Phetchaburi Province, 2019 ปางชนม์ เตยี แจ้* Pangchon Tia-jae* อภิชาญ ทองใบ** Aphichan Thongbi ** *โรงพยาบาลหนองหญา้ ปลอ้ ง **สานักงานสาธารณสขุ จงั หวดั เพชรบรุ ี *Nongyaplong Hospital **Phetchaburi Provincial Public Health Office Received: January 19, 2021 Revised: August 03, 2021 Accepted: November 30, 2021 บทคดั ย่อ โรคไข้ มาลาเรียยังเป็ นปัญหาสาคัญในพืนทีอาเภอหนองหญ้ าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี จึง ทาการศึกษาการประเมินระบบเฝ้ าระวังของโรคมาลาเรียนีขึนโดยมีวัตถุประสงค์เพือประเมนิ คุณภาพ ปรับปรงุ และพัฒนา ระบบเฝ้ าระวงั โรคไข้มาลาเรียของเครอื ข่ายสขุ ภาพอาเภอหนองหญ้าปล้อง โดยเป็ น การศึกษาแบบภาคตัดขวางคุณลักษณะทงั เชงิ ปริมาณและเชงิ คุณภาพของระบบเฝ้ าระวงั จากเวชระเบียน และรหสั โรค ICD ของผู้ป่ วยโรคไข้มาลาเรยี โรงพยาบาลหนองหญ้าปล้องและรายงานผ้ปู ่ วยจากระบบ เฝ้ าระวังทางระบาดวิทยา ระหว่างวันที มกราคม ถงึ ธันวาคม , การสัมภาษณผ์ ้เู กียวข้องใน ระบบเฝ้ าระวงั โรคไข้มาลาเรียทังกระบวนการ ขันตอน การรายงานในระบบเฝ้ าระวัง รวมถงึ ความคดิ เห็นที มีตอ่ ระบบเฝ้ าระวงั โรคไข้มาลาเรีย ผลการศึกษาคณุ ลักษณะเชงิ ปริมาณจากการทบทวนเวชระเบยี นพบว่า ผู้ป่ วยเข้ากบั นิยามการเฝ้ าระวัง 1 ราย รายงาน ราย และ Malaria online ราย รายงาน และ Malaria online พบว่า มีค่าความไว ร้อยละ . , . และค่าพยากรณ์บวก ร้อยละ . , . ตามลาดับ รายงาน มคี วามครบถ้วนในข้อมูลชือ-สกุล, ทีอยู่, อายุ, เพศ และวันทีได้รับการ วินิจฉัยโรค ร้ อยละ และความถูกต้องของข้อมูลชือ-สกุล, ทีอยู่, อายุ และเพศ ร้อยละ ส่วน Malaria online มีความครบถ้วนของข้อมูลทีอยู่, อายุ, เพศ และวันทีได้รับการวนิ ิจฉยั โรค ร้อยละ และมีความถูกต้องของข้อมูลทีอยแู่ ละเพศ ร้อยละ ความครบถ้วนและความถูกต้องของข้อมูลทงั ระบบนนั พบวา่ เป็นผลสืบเนืองจากทศิ ทางการไหลของข้อมลู ซงึ รายงาน จะเชอื มโยงกบั ระบบข้อมูล โรงพยาบาลโดยตรง ความคลาดเคลือนมักเกิดจากการบันทกึ ข้อมลู ซึงตา่ งจาก Malaria online ทีมีการ รายงานผ่านแบบฟอร์มก่อนเข้าสู่ระบบข้อมูล ความคลาดเคลือนจึงเกิดจากการแปลงข้อมูล ข้อมูลที สามารถเป็ นตวั แทนกันได้โดยแนวโน้มมที ศิ ทางทีใกล้เคียงกันทงั รายงาน และ Malaria online คอื อัตราส่วนเพศชายต่อเพศหญิง, พิสยั ระหวา่ งควอรไ์ ทล์, จานวนผู้ป่ วยมาลาเรียในแต่ละเดือน และจานวน ผู้ป่ วยกระจายตามพืนทีทเี กดิ โรคไข้มาลาเรีย ด้านความทนั เวลาพบว่ารายงาน มีความทนั เวลาทรี ้อย 44

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 ละ . และ Malaria online ร้อยละ . ผลการศึกษาการประเมนิ ระบบเฝ้ าระวงั เชิงคุณภาพพบวา่ ทังรายงาน และ Malaria online ต่างเป็ นทียอมรับและมีความสาคัญต่อระบบเฝ้ าระวัง ความมี เสถยี รภาพ และความไหลลนื เชงิ ระบบเป็นอย่างดี อย่างไรกต็ ามความสะดวกตอ่ การใช้งานและการไหลลืน เชิงระบบ รายงาน มีแนวโน้มทดี ีกว่า แต่ยงั ขาดความครอบคลุมในการแสดงข้อมูลการเฝ้ าระวังโรค ได้ทังเครือขา่ ยเฉกเช่น Malaria online ดงั นัน Malaria online จึงเป็นระบบทีควรแกก่ ารสนับสนุนให้เกิด การเรยี นร้ใู นเครอื ขา่ ยสุขภาพอาเภอหนองหญ้าปล้องตอ่ ไป โดยสรปุ แล้วพบว่า Malaria online มีแนวโน้ม ทดี ีกวา่ เนืองจากมีการสนับสนนุ การรายงานแบบ Active case finding, การรายงานผ่าน Application Line, ความทนั เวลาทีดกี ว่า และข้อมลู ทีสามารถเป็นตวั แทนกนั ได้อย่างดีเมือเทยี บกบั ระบบอืน อีกทงั การศึกษา เชิงคุณภาพยังเป็นทียอมรับและมคี วามสาคัญต่อระบบเฝ้ าระวังในพืนที แม้ยังคงมีข้อจากัดด้านการใช้ โปรแกรมและการเข้าถึงข้อมูลในระบบ Malaria online ซึงเป็นจุดทคี วรพัฒนาศกั ยภาพผู้เกียวข้องระดับ พืนทีเพอื สนบั สนุนให้ระบบมีประสทิ ธิภาพเพมิ ยิงขนึ ต่อไป ติดต่อผู้นพิ นธ์: ปางชนม์ เตยี แจ้ อเี มล: [email protected] Abstract Malaria has been important health problem in Nongyaplong district, Phetchaburi. This study is evaluation of Malaria surveillance 2019, in order to show quality evaluation, improvement and development Malaria surveillance in Nongyaplong district health system databases. The study is evaluation by descriptive cross-sectional study 2 components; quantitative and qualitative studies of surveillance system. Medical record and code ICD-10 of Malaria patients in Nongyaplong hospital and report of surveillance system (Report 506 and Malaria online) since 1 Jan to 31 Dec 2019, interviewing people in surveillance system about operation of system, reporting, opinions and attitude of surveillance system are studied. When study evaluated by epidemiology categories definition of Malaria that showed 41 medical records, 35 records in Report 506 and 61 records in Malaria online. The sensitivity of surveillance systems is shown in Report 506 = 85.37%, Malaria online = 89.71%. The positive predictive value of surveillance systems is shown in Report 506 = 81.40%, Malaria online = 87.14%. Report 506 presents completed data of name and surname, address, age, sex and date of diagnosis at 100% and the corrected data in Report 506 is data of name and surname, address, age and sex. Malaria online illustrates completed data of address, age, sex and date of diagnosis, and the corrected data in Malaria online is data of address and sex. The completed and corrected data between Report 506 and Malaria online as result of direction of data are achieved, Report 506 is connected directly hospital data center, so inaccurate data consist by data input, but Malaria online has inaccurate data by translate data form. The representative data is proportion of sex, interquartile range for age, number of Malaria patient and area of spread of infection. Report 506 has timeliness of report = 77.14%, but Malaria online shows 95.08%. Qualitative studies of surveillance system 45

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 for Report 506 and Malaria online have acceptability, reliability, stability and facility for operated systems. However, convenient and flow of system in Report 506 have been better than Malaria online but Report 506 does not cover all in the health system same as Malaria online, so surveillance system to promoting knowledge management of Nongyaplong district health system for malaria is Malaria online. Conclusion, Malaria online shows result better more Report 506 that support active case finding and report via Line application, so Malaria online has timeliness better than Report 506 and shows representative data nearby other surveillance system. The quality of Malaria online shows acceptability and important systems for malaria surveillance. Limitation of system is availability and access program of Malaria online that shows point of developmental human resources more effectiveness coming soon. Correspondence: Pangchon Tia-jae E-mail: [email protected] คาสาคญั Keywords โรคไขม้ าลาเรยี , การประเมนิ ระบบเฝ้ าระวงั , Malaria, Evaluation of surveillance, รายงาน 506, มาลาเรีย ออนไลน์ Report 506, Malaria online บทนา โรคไข้มาลาเรียเป็นโรคหนึงทีอยู่ในระบบเฝ้ าระวังทางระบาดวิทยา (รง. ) ของกองระบาด วทิ ยา เป็นการเฝ้ าระวังเชงิ รับ (Passive surveillance) ผ้ปู ่ วยทมี ผี ลตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัตกิ าร จะถูก รายงานตามรายงาน ผา่ นระบบข้อมลู สารสนเทศของโรงพยาบาลทเี ชอื มโยงกบั รายงาน 506 เป็ น หลัก โดยเมือพบผู้ป่ วยยืนยันโรคไข้มาลาเรียตามนิยามจากสถานบริการสาธารณสุขในชุมชน มีการ รวบรวม ส่งออกข้อมูลต่อไปยังหน่วยงานทีรับผิดชอบตามเครือข่ายการเฝ้ าระวัง ได้แก่ สานักงาน สาธารณสขุ จงั หวดั กองระบาดวิทยา ซึงการเฝ้ าระวงั แบบนีมกั จะได้ข้อมลู ไม่ครบถ้วน ระบบไมเ่ อือต่อการ ปฏบิ ตั งิ านในชุมชน และผ้รู ับผิดชอบต้องคอยตรวจสอบคณุ ภาพของข้อมูลอย่างสมาเสมอ จวบจนปัจจุบนั รายงาน 506 กย็ ังคงประสบปัญหาเช่นเดียวกบั ทรี ะบไุ ว้ข้างต้น ต่อมาในปี กองโรคตดิ ตอ่ นาโดย แมลง ได้ดาเนินโครงการควบคุมโรคไข้มาลาเรียเป็ นโครงการชานัญพิเศษ (Specialized or Vertical Program) โดยวางระบบรายงานมาลาเรียออนไลน์ (Malaria online) และปี เริมมีการบรู ณาการ ข้อมลู เฝ้ าระวังกบั ข้อมลู ในรายงาน ซึงประเทศไทยได้เร่งรัดดาเนินการควบคมุ โรคตามนโยบายการ กาจัดโรคไข้มาลาเรีย (Malaria Elimination) ให้หมดไปจากประเทศไทย ซงึ กาหนดมาตรการเฝ้ าระวงั โรค ไข้มาลาเรยี หรือ \"มาตรการ - - \" ขนึ เพอื ให้การดาเนนิ การเฝ้ าระวังโรคไข้มาลาเรยี อย่างเป็นระบบและ มปี ระสิทธภิ าพ เมอื ตรวจพบผ้ปู ่ วยโรคไข้มาลาเรียทังจากการค้นหาผ้ปู ่ วยเชงิ รกุ (Active Case Detection: ACD) และเชิงรับ (Passive Case Detection: PCD) ต้องรายงานในระบบเฝ้ าระวังโรค ภายใน วัน นับตังแต่วันทีตรวจพบผู้ป่ วย และจะต้องแจ้งทีมเฝ้ าระวัง สอบสวนเคลอื นทีเร็ว (Surveillance Rapid 46

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 Response Team: SRRT) หรือหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ (Communicable Disease Control Unit: CDCU) เพือดาเนินการสอบสวนผู้ป่ วยเฉพาะรายให้เร็วทีสุด ต่อมาการสอบสวนผู้ป่ วยโรคไข้ มาลาเรยี เฉพาะราย ต้องดาเนินการภายใน วัน นับตังแต่วนั ทตี รวจพบผู้ป่ วย เมือเจ้าหน้าทดี าเนินการ สอบสวนเฉพาะรายเรียบร้อยแล้ว ให้สง่ สาเนารายงานสอบสวนเฉพาะรายให้ศนู ยค์ วบคุมโรคติดต่อนาโดย แมลงทรี บั ผิดชอบพืนทนี ันๆ เพือบนั ทึกข้อมลู เข้าสู่ระบบฐานข้อมูล Malaria online และการตอบโต้เพอื กาจดั โรคไข้มาลาเรยี ต้องดาเนินการภายใน วนั (1) สถานการณ์ ปี พ.ศ. โรคไข้มาลาเรยี ยงั คงเป็นปัญหาสาคญั ของ จังหวัดเพชรบรุ ี ข้อมลู การ เฝ้ าระวงั โรคไข้มาลาเรียในระบบรายงาน ของสานักงานสาธารณสขุ จงั หวัดเพชรบรุ ี มรี ายงานผ้ปู ่ วย โรคไข้มาลาเรีย จานวน ราย คิดเป็ นอตั ราป่ วย . ต่อแสนประชากร เสียชีวิต ราย อัตราป่ วย ตาย ร้อยละ . อาเภอทพี บมากทสี ุดคือ อาเภอหนองหญ้าปล้อง อัตราป่ วย . ต่อแสนประชากร และถกู กาหนดเป็นพนื ทมี ีกลุ่ม/หมบู่ ้านแพร่เชือมาลาเรีย(2) Active foci (A1) จานวน แห่ง และพืนที กลุ่ม/หมู่บ้านหยุดแพร่เชือมาลาเรีย Residual non active foci (A2) จานวน แห่ง อีกทังยังมีการ จัดบริการผ่านการดาเนินการในมาลาเรยี คลินิก (Malaria clinic, MC) 1 แห่ง และมาลาเรียคลินกิ ชุมชน (Malaria post, MP) 5 แห่งครอบคลุม 4 ตาบลในพืนที ได้แก่ ตาบลหนองหญ้าปล้อง ตาบลยางนากลดั เหนือ ตาบลยางนากลดั ใต้ และตาบลทา่ ตะคร้อ จากข้อมูลการเฝ้ าระวังโรคไข้มาลาเรียในรายงาน ของสานักงานสาธารณสขุ จังหวัดเพชรบรุ ี ระหวา่ งปี พ.ศ. - พบว่า อาเภอหนองหญ้าปล้อง มี เป็นอตั ราป่ วยด้วยโรคไข้มาลาเรีย 63.8, 44.4, 157.2, 124.7, 6.2 ตอ่ แสนประชากร ตามลาดับ โดยใน ปี พ.ศ. (ณ วันที พ.ย. ) มีผู้ป่ วยเพิมขึนอย่างชัดเจน จานวน ราย คดิ เป็นอัตราป่ วย . ต่อแสนประชากร ไมม่ ีรายงานผู้เสยี ชวี ิต เริมพบผ้ปู ่ วยตังแต่เดอื นเมษายนและต่อเนืองทกุ เดือน สูงสุดในเดือนกรกฎาคม แต่เมือเปรียบเทยี บกบั ข้อมูลจากระบบ Malaria online ของโครงการกาจัดไข้ มาลาเรียประเทศไทย พบว่ามีความแตกต่างกนั เกอื บทุกปี โดยมีรายงานผู้ป่ วยเป็ นอตั ราป่ วย . , 145.79, 232.63, 130.93, 6.2, . ต่อแสนประชากร ตามลาดับ(3)(4) เนืองจากมีการรายงาน ผ้ปู ่ วยจากการค้นหาผู้ป่ วยเชิงรุกเข้าระบบด้วย อีกทังยังพบว่าข้อมูลการรายงานชนิดเชือมาลาเรียยังไม่ ครบถ้วน มคี วามซาซ้อน ก่อให้เกิดความสบั สนจากข้อมูลของทัง 2 ระบบทไี ด้ถูกนามาประมวลผลเป็ น รายงานการเจ็บป่ วยและการบริหารจัดการทางระบาดวิทยา และพบรายงานเชือใหม่ในพืนที คือ Plasmodium malariae ราย ดงั นัน เมือพิจารณาตามข้อค้นพบดังกลา่ ว การประเมินระบบเฝ้ าระวังทาง สาธารณสุขประเดน็ ด้านระบาดวิทยาโรคไข้มาลาเรียจึงมคี วามจาเป็ นเพือประเมินคณุ ภาพปรับปรุงและ พัฒนาระบบเฝ้ าระวังโรคไข้มาลาเรีย รวมถงึ การเลอื กใช้ระบบทีเหมาะสมเพอื ตอบสนองการรายงานและ ควบคมุ การระบาดของโรคไข้มาลาเรียของเครือข่ายสุขภาพอาเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวดั เพชรบรุ ี ซึงจะ เป็นประโยชน์ต่อการดาเนินงานการเฝ้ าระวงั ทางสาธารณสุขตอ่ ไป โดยมีวตั ถุประสงคส์ าคัญ ประการคือ ประเมินคุณภาพของระบบเฝ้ าระวังโรคไข้มาลาเรยี ได้แก่ รายงาน และระบบ Malaria online ของ 47

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 เครือข่ายสขุ ภาพอาเภอ และ พัฒนาระบบการเฝ้ าระวังเครือข่ายสขุ ภาพอาเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัด เพชรบรุ ี ให้เป็นไปอยา่ งต่อเนืองและเกดิ ขึนอยา่ งสมาเสมอ และการเลอื กใช้ระบบเฝ้ าระวงั โรคไข้มาลาเรยี ทเี หมาะสม วสั ดุและวิธกี ารศึกษา การศึกษาแบ่งการศึกษาออกเป็น )คุณลักษณะเชิงปรมิ าณ(5)(6)(7) เป็ นการศึกษาโดยการประเมินคุณลักษณะระบบเฝ้ าระวังเชิง ปริมาณ ได้แก่ ความไว (Sensitivity), ค่าพยากรณบ์ วก (Positive Predictive Value: PPV), คุณภาพของ ข้อมูล (Data quality), ความเป็นตวั แทนของระบบเฝ้ าระวัง (Representativeness), และความทันเวลา (Timeliness) จากกลุ่มผู้ป่ วยทีเข้ามารับบริการทีโรงพยาบาลหนองหญ้าปล้อง, โรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตาบลในอาเภอหนองหญ้าปล้องทุกแห่ง มาลาเรียคลนิ ิก และมาลาเรียคลินิกชุมชน ในผู้ป่ วยทีเข้า ได้กบั นยิ ามการเฝ้ าระวังโรคไข้มาลาเรียร่วมกับผู้ป่ วยทีได้รบั การวินิจฉยั ด้วยโรคและกลุ่มรหสั ICD 10- TM(8)(9)(10)(11)(12) ประกอบไปด้วย โรคไข้มาลาเรีย รหัส B50-B54, ไข้รากสาดน้อย (ไทฟอยด์) และไข้ รากสาดเทยี ม (พาราไทฟอยด)์ A01.0-A01.5, โรคภาวะโลหติ เป็นพษิ A41.5-41.9, โรคเมลอิ อยโดย สิส A24.0-A24.4, โรคฉีหนู A27.0-A27.9, โรคไข้ กลับซา A68.0-A68.9, โรคไข้ รากสาดใหญ่ A75-A79, โรคไข้เดง็ กี A90, โรคไข้เลอื ดออกเดง็ กี A91.0-91.9, โรคไวรัสชกิ ุนคนุ ยา A92.0, ไข้จาก ไวรัสอนื ๆ ทมี ียุงเป็ นพาหะ A92.8-A92.9, ไข้เหลอื ง A95, ตับอกั เสบจากไวรสั อนื ๆ B199, โรคทีเกิด จากไซโตเมกาโลไวรสั และการตดิ เชือไวรัสเอป็ สไตน์-บารร์, โรคจากไวรัสอนื B338, B348, โรคตดิ เชือลิ ชมาเนียทอี วยั วะภายใน B550, โรคติดเชือเชอื ราและโปรโตซัวอืนๆ B608, โรคสมองอักเสบ ไขสันหลัง อักเสบ และสมองกับไขสันหลังอักเสบ G049, ฝีและแกรนูโลมาในสมอง G060, กลุ่มอาการไตอักเสบ N05 และโรคไข้ ไม่ระบุรายละเอียด/สาเหตุ R509 ทังจากระบบรายงาน 506, ระบบ Malaria online และการทบทวนเวชระเบยี น สาหรับนยิ ามการเฝ้ าระวงั โรคไข้มาลาเรียใช้ตามนยิ ามทปี ระยุกต์มาจากนิยามโรคติดเชือ ประเทศ ไทย พ.ศ. 2546 สานักระบาดวทิ ยา กรมควบคมุ โรค(13) ดงั นี ผู้ป่ วยยนื ยัน หมายถงึ ผ้ทู มี อี าการเข้าได้กับเกณฑท์ างคลินกิ และมีผลตรวจทางห้องปฏบิ ตั ิการเป็น บวกอย่างน้อย ข้อ ได้แก่ - เกณฑ์ทางคลินิก ได้แก่ ผู้ป่ วยทีมอี าการไข้ร่วมกับมีประวัติเดนิ ทางเข้าป่ า หรือแหล่งทีมี การรายงานของโรคไข้มาลาเรีย หรือมปี ระวัติรับเลอื ด ในระยะ สัปดาห์ถึง เดือนก่อนมีอาการป่ วย ร่วมกับมีอาการอย่างใดอย่างหนึงต่อไปนี ได้แก่ ตับหรอื ม้ามโต, หนาวสัน, คลืนไส้อาเจียน, ซีด, หมด สต/ิ ชกั , หอบ, ปัสสาวะสดี า - เกณฑ์ทางห้องปฏบิ ัติการ กค็ ือผู้ป่ วยทีมีผลตรวจทางห้องปฏบิ ัติการให้ผลบวกข้อใดข้อ หนึงต่อไปนี ได้แก่การตรวจ Thick หรือ Thin film พบเชือมาลาเรียในเลือดจากกล้องจุลทรรศน,์ การ ตรวจพบเชือจาก Strip rapid test ผลเป็นบวก(12), การตรวจพบสารพันธุกรรมของเชือมาลาเรียในกระแส เลือดด้วยวิธี Polymerase Chain Reaction (PCR) อีกกลุ่มทนี ยิ ามได้กาหนดไว้ว่าผ้ปู ่ วยทเี ข้าเกณฑ์นีกถ็ ือ ว่าเป็นโรคไข้มาลาเรยี ด้วยเชน่ กัน ได้แก่ การติดเชือแบบไม่แสดงอาการ ซงึ หมายถึงผู้ทไี ม่มอี าการป่ วย แต่ 48

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 มีผลการตรวจทางห้องปฏบิ ัติการให้ผลบวก การศึกษาได้ทาการทบทวนเวชระเบียนจนได้ผู้ป่ วยเข้ ากบั นิยามการเฝ้ าระวังโรคไข้มาลาเรีย 1 ราย ในระบบรายงาน พบ ราย และระบบ Malaria online คน โดยเลือกนามาศึกษาคณุ ลักษณะเชิงปริมาณทังหมดและนาข้อมูลทมี ีการรายงานซา/การติดตาม อาการ/ไมเ่ กยี วข้องกบั การรักษาโรคไข้มาลาเลีย หรือข้อมูลทีเกิดจากภายนอกเครือข่ายสขุ ภาพอาเภอ หนองหญ้าปล้องออกจากการศึกษาในครังนี )คุณลกั ษณะเชิงคุณภาพ(7) เป็ นการศึกษาเพือประเมินคุณลักษณะระบบเฝ้ าระวังเชิง คุณภาพ (Data quality) ได้แก่ ความยากง่าย (Simplicity), ความยืดหยนุ่ (Flexibility), การยอมรบั ของ ผู้ทเี กยี วข้อง (Acceptability), ความมนั คงของระบบ (Stability) และการนาไปใช้ประโยชน์ (Usefulness) โดยการสัมภาษณ์ด้วยข้อคาถามแบบกึงโครงสร้างทีครอบคลมุ คุณลกั ษณะดังกล่าวจากบุคลากรทีมคี วาม เกียวข้องกับระบบเฝ้ าระวังโรคมาลาเรีย ได้แก่ เจ้าหน้าทีโรงพยาบาลหนองหญ้ าปล้อง, เจ้าหน้าที โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลในพืนทีทีมีการระบาดของโรคไข้มาลาเรีย ได้แก่ พืนทีโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตาบลยางนากลัดเหนือ, บ้านท่าเสลา, ยางนากลัดใต้ (บ้านพุพลู), เจ้าหน้าที MC, เจ้าหน้าที MP, เจ้าหน้าทีหน่วยควบคมุ โรคติดตอ่ นาโดยแมลงที . . , เจ้าหน้าทีศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ นาโดยแมลงที . จังหวัดเพชรบุรี และเจ้าหน้าทดี ้านระบาดวทิ ยาสาธารณสุขจงั หวัดเพชรบรุ ี รวมเป็น จานวน 20 คน ผลการศกึ ษา เป็นไปตามวัตถปุ ระสงค์ 2 ประการคือ ประการแรก ประเมินคณุ ภาพของระบบเฝ้ าระวังโรคไข้มาลาเรีย การศึกษาด้านระบบเฝ้ าระวัง รายงาน และ Malaria online ในพืนทีทดี าเนนิ การศึกษา เนืองด้วยระบบการเฝ้ าระวงั โรคไข้มาลาเรีย ของผู้ทีมารบั บริการทีโรงพยาบาลหนองหญ้าปล้อง มกี ารรายงานเข้าสู่ระบบ 2 ระบบด้วยกนั คอื ระบบ รายงาน 506 และระบบ Malaria online ทีพัฒนาโดยกองโรคตดิ ต่อนาโดยแมลง จึงได้ทาการรวบรวม ข้ อมูลและเรียบเรียงข้ อมูลตามแบบแผนแนวทางของระบบเฝ้ าระวัง จากการสัมภาษณ์ตัวแทน กลมุ่ เป้ าหมาย สาหรับระบบรายงาน 506 เมอื ผู้ป่ วยได้รบั การวนิ ิจฉยั โรคจากแพทย์ ข้อมูลการรกั ษาจะถกู บันทกึ เข้าสรู่ ะบบคอมพวิ เตอรข์ องโรงพยาบาลผา่ นโปรแกรม HosXP จากนันเจ้าหน้าทีระบาดวิทยาของ โรงพยาบาลจะดึงข้อมูลจากระบบและบันทึกข้อมลู ในระบบรายงาน 506 และส่งข้อมูลให้สานักงาน สาธารณสุขจังหวัดทุกวนั พุธและวนั ศุกร์ และสานกั งานสาธารณสุขจังหวดั จะส่งข้อมลู ต่อไปยังกองระบาด วิทยาและสานักงานป้ องกันควบคุมโรคที 5 ราชบรุ ี เมือผู้ป่ วยเข้ามารบั บริการทีโรงพยาบาลหนองหญ้า ปล้อง และมีการสง่ ต่อข้อมลู ในรายงาน 506 แล้ว จะมีการส่งข้อมูลกลับไปยงั พืนทีทีผู้ป่ วยนันอาศัยอยู่ ผ่านทีม SRRT เพอื ติดตามผู้ป่ วยหลังจากการรักษาทุกรายและการรับประทานยาครบตามแนวทางการ รักษา รวมถงึ การนาข้อมลู มาประกอบในการค้นหาเชงิ รกุ สาหรบั ผู้ป่ วยรายใหม่ในพนื ที ในส่วนของระบบ Malaria online เมือผ้ปู ่ วยได้รับการวนิ จิ ฉัยโรคโดยมีผลตรวจยนื ยันทางห้องปฏิบัติการแล้ว ข้อมูลผู้ป่ วย เบืองต้นจะถกู ส่งทางแอปพลิเคชันไลน์ โดยโรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตาบลทีเข้าร่วมโครงการกาจัด มาลาเรียและมาลาเรียคลินิกชุมชนจะส่งข้อมูลให้กบั สานักงานสาธารณสขุ จังหวัด สานักงานสาธารณสุข จังหวัดส่งข้อมลู ให้ศูนยค์ วบคุมโรคติดต่อนาโดยแมลงที 5.2 เพชรบรุ ี สาหรับหน่วยควบคมุ โรคตดิ ตอ่ นา โดยแมลง ที 5.2.1 และมาลาเรียคลินิกส่งข้อมูลผู้ป่ วยให้ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนาโดยแมลงที 5.2 49

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 เพชรบุรโี ดยตรง จากนันศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนาโดยแมลงที 5.2 เพชรบุรี บันทกึ ข้อมูลลงใน Malaria online ซึงระบบนีจะมีการบูรณาการข้อมูลจากรายงาน 506 ของกองระบาดวิทยาอีกครังทุกสัปดาห์ จากนันจะสะท้อนข้อมูลมาส่หู น่วยควบคุมโรคตดิ ต่อนาโดยแมลง ที 5.2.1 เพอื ควบคุมป้ องกันโรคและ ตดิ ตามค้นหาการเกิดผู้ป่ วยรายใหม่ในชุมชน ทาให้เห็นภาพรวมเชิงระบบการเฝ้ าระวงั และรายงาน 1) ผลการศึกษาระบบเฝ้ าระวงั เชิงปริมาณ (Quantitative) ตามคุณลักษณะทีสาคัญ จากการศกึ ษาและทบทวนเวชระเบียนผู้ป่ วยตงั แต่ มกราคม– ธนั วาคม สามารถรวบรวมข้อมลู มาศึกษาได้เป็นจานวนทังหมดทีมีอยู่ทีเข้าเกณฑ์ในการศึกษาทังในการทบทวนเวชระเบยี น, ข้อมลู จาก รายงาน และ Malaria online โดยจานวนเวชระเบียนทีได้รับรายงานตามข้อมูลจากการบันทกึ ICD ทีได้ กาหนดไว้ ได้จานวนทังหมด ราย แบ่งเป็ นการติดเชือไข้ มาลาเรียชนิด Plasmodium falciparum ราย การติดเชือไข้มาลาเรียชนิด Plasmodium vivax ราย และการติดเชือไข้มาลาเรีย ชนดิ Plasmodium malariae ราย ทังนีจากการทบทวนเวชระเบยี นมีผู้ป่ วยทเี ข้าเกณฑ์ตามนิยามการเฝ้ า ระวงั ของสานักระบาดวิทยาจานวน ราย สว่ นในระบบรายงาน พบผู้ป่ วยทเี ข้าเกณฑต์ ามนิยามการ เฝ้ าระวังของสานักระบาดวิทยาจานวน ราย และในระบบ Malaria online พบผู้ป่ วยทเี ข้าเกณฑ์ตาม นยิ ามการเฝ้ าระวังของสานกั ระบาดวิทยาจานวน ราย เมือนาข้อมลู มาวิเคราะห์หาค่าความไวและค่าพยากรณ์บวกของระบบเฝ้ าระวังโรคไข้มาลาเรีย พบว่า ค่าความไวของรายงาน 506 ในการรายงานโรคไข้มาลาเรียทีเป็นไปตามนิยามการเฝ้ าระวังโรคของ สานกั ระบาดวิทยาในเครือขา่ ยสุขภาพอาเภอหนองหญ้าปล้อง ร้อยละ 85.37 คา่ พยากรณบ์ วกของรายงาน 506 ในการรายงานโรคไข้มาลาเรียทีเป็นไปตามนิยามการเฝ้ าระวังโรคของสานักระบาดวิทยาในเครือขา่ ย สุขภาพอาเภอหนองหญ้าปล้อง ร้อยละ 81.40 รายละเอยี ดดังตารางที 1 ตารางที 1 ความไวและค่าพยากรณ์บวกของรายงาน 506 ในการรายงานโรคไข้มาลาเรียทีเป็นไปตาม นิยามการเฝ้ าระวังโรคของสานักระบาดวิทยาในเครือข่ายสุขภาพอาเภอหนองหญ้าปล้อง ระหว่าง 1 มกราคม - 31 ธนั วาคม 62 ตรงตามนยิ าม ไมต่ รงตามนิยาม รวม รายงาน 506 35 8 43 ไมร่ ายงาน 506 6 50 56 รวม 41 58 สาหรับ Malaria online ค่าความไวของ Malaria online ในการรายงานโรคไข้มาลาเรียทีเป็ นไป ตามนยิ ามการเฝ้ าระวังโรคของสานักระบาดวิทยาในผู้รับบริการในเครือขา่ ยสุขภาพอาเภอหนองหญ้าปล้อง ร้อยละ 89.71 และคา่ พยากรณบ์ วกของ Malaria online ในการรายงานโรคไข้มาลาเรยี ทเี ป็นไปตามนยิ าม การเฝ้ าระวังโรคของสานักระบาดวิทยาในเครือข่ายสุขภาพอาเภอหนองหญ้าปล้อง ร้อยละ 87.14 รายละเอยี ดดังตารางที 2 50

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 ตารางที ความไวและคา่ พยากรณบ์ วกของ Malaria online ในการรายงานโรคไข้มาลาเรียทีเป็นไปตาม นิยามการเฝ้ าระวังโรคของสานักระบาดวิทยาในเครือข่ายสุขภาพอาเภอหนองหญ้าปล้อง ระหว่าง 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2562 ตรงตามนยิ าม ไมต่ รงตามนิยาม รวม รายงาน Malaria online 61 9 70 ไมร่ ายงาน Malaria online 7 2141 2148 รวม 68 2150 คุณภาพของข้อมลู ของระบบเฝ้ าระวัง เป็ นสิงหนึงทีควรประเมินเพือดูถึงความครบถ้วน ความ ถกู ต้องของข้อมูลการเฝ้ าระวัง โดยอาศยั ตวั แปรทอี ย่ใู นรายงาน 506 และ Malaria online เปรียบเทยี บกบั ข้อมูลจากเวชระเบยี น ซงึ ตวั แปรทนี ามาพิจารณาได้แก่ ชอื -สกลุ , ทอี ยู่, อายุ, เพศ, วนั ทเี ริมป่ วยจากทงั 2 ระบบ และผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ รายงาน 506 พบว่า ความครบถ้วนและถูกต้องของข้อมลู ทัง ชอื -สกลุ , ทีอยู่, อายุ เพศ และวนั ทีได้รบั การวนิ จิ ฉัย อยทู่ ีร้อยละ 100 ส่วนวันทีเริมป่ วยจากรายงาน 506 อยู่ทีร้อยละ 51.43 และผลการตรวจทางห้องปฏบิ ัติการทมี ีการรายงานเข้าส่รู ะบบรายงาน 506 มีความ ครบถ้วนทรี ้อยละ 41.86 (เมือนามาเปรียบเทียบกบั ข้อมูลเวชระเบยี นของโรงพยาบาลหนองหญ้าปล้อง พบว่าผลทางห้องปฏิบัติการไม่ได้แสดงผลเหมือนกับข้อมูลทีมใี นโรงพยาบาล) และในจานวนทีมีการ รายงานเข้าส่รู ะบบนนั มคี วามถกู ต้องทีร้อยละ 51.43 สาหรับ Malaria online พบว่าความครบถ้วนของชือ-สกุล, ทีอยู่, อายุ, เพศ และวันทไี ด้รับการ วนิ จิ ฉยั อยู่ทีร้อยละ 100 ข้อมูลความถูกต้องของข้อมลู ชอื -สกุล อยู่ทรี ้อยละ 90.16, ข้อมลู ในส่วนของที อยู่มคี วามถกู ต้องอยู่ทรี ้อยละ 100, ด้านข้อมูลอายมุ ีข้อมูลทีถูกต้องอยู่ทรี ้อยละ 93.44, ข้อมูลเพศอยู่ที ร้ อยละ 100, ข้ อมูลวันทีเริมป่ วยจาก Malaria online อยู่ทีร้ อยละ 81.97 และผลการตรวจทาง ห้องปฏบิ ัติการทีมีการรายงานเข้าสู่ Malaria online มีความครบถ้วนทีร้อยละ 54 (มี Unknown lab 16 ราย) และในจานวนทีมีการรายงานเข้าสู่ระบบนันมคี วามถกู ต้องทีร้อยละ 100 ประการทีสอง พัฒนาระบบการเฝ้ าระวังเครอื ข่ายสขุ ภาพอาเภอ การประเมินระบบเฝ้ าระวังได้มี การพิจารณาเรืองความเป็นตัวแทนของการประเมินระบบเฝ้ าระวัง โดยเปรียบเทยี บข้อมูลผู้ป่ วยจาก รายงาน 506 และ Malaria online กับข้อมูลเวชระเบยี น พบว่าสามารถพอทีจะเป็นตัวแทนกนั ได้ในตวั แปรเพศและอายุ โดยอัตราส่วนเพศชายต่อเพศหญิงจากระบบรายงาน 506 และ Malaria online มี อตั ราส่วนทีคอ่ นข้างใกล้เคียงกัน คือ จากรายงาน 506 เทา่ กบั 1 : 0.40, จาก Malaria online เทา่ กับ 1 : 0.39 และจากข้อมูลเวชระเบียน เท่ากับ 1 : 0.47 ด้านตัวแปรอายุ จากข้อมูลจากระบบรายงาน 506 ค่ามธั ยฐานอายุ 38 ปี ส่วนข้อมลู จาก Malaria online ค่ามัธยฐานอายุ 35 ปี และข้อมูลจากเวชระเบียน ค่ามธั ยฐานอายุ 27 ปี สาหรับค่าพิสยั ระหว่างควอไทล์ หรือ Interquartile range ในรายงาน 506 เท่ากับ 32.5 ปี , Malaria online เท่ากับ 29 ปี และจากข้อมลู เวชระเบียน เท่ากับ 30 ปี เมือนาข้อมูลมาแจกแจง อายผุ ู้ป่ วยโรคไข้มาลาเรียทมี ารับบริการในเครอื ข่ายสขุ ภาพอาเภอหนองหญ้าปล้อง ระหว่าง 1 มกราคม- 51

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 31 ธันวาคม 62 พบว่าในเวชระเบียนพบกลุ่มอายุสูงสุดทีป่ วย คอื 15-19 ปี สว่ นระบบรายงาน 506 พบกลุ่มอายสุ ูงสุดทีป่ วย คือ 10-14 ปี และ 40-44 ปี และในระบบ Malaria online พบกลุ่มอายุสูงสุดที ป่ วย คอื 40-44 ปี และเมือทาการแจกแจงจานวนผู้ป่ วยทเี กดิ ขนึ รายเดือน ระหวา่ งช่วงเวลาดงั กล่าว จาก เวชระเบียนพบจานวนผู้ป่ วยสงู สุดในเดือนกรกฎาคม รองลงมา คอื เดือนมถิ ุนายนและกันยายน ซึงมี แนวโน้มใกล้เคียงกับระบบรายงาน และ Malaria online รายละเอยี ดดงั ภาพที 1 ในแง่ของพืนทที ี เกิดโรคไข้มาลาเรียพบว่าพืนทีทมี ีการระบาดมากทสี ุด คอื เขตตาบลยางนากลัดเหนือ รองลงมาคือ เขต ตาบลยางนากลัดใต้ ซึงมีความสอดคล้องกันทังทีมีในเวชระเบียน รายงาน 506 และ Malaria online รายละเอียดดงั ภาพที 2 ภาพที 1 แสดงข้อมูลการรายงานจานวนผ้ปู ่ วยโรคไข้มาลาเรียในแต่ละเดือน รายงาน 506, Malaria online, และเวชระเบียนของผู้ทีมารับบริการในเครอื ขา่ ยสุขภาพอาเภอหนองหญ้าปล้อง ระหว่าง 1 ม.ค-31 ธ.ค 62 จานวน (ราย) 18 16 14 12 10 8 6 4 2 เดือน 0 ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. เวชระเบียน/ICD-10 (ราย) 1 4 11 15 2 6 1 1 รายงาน 506 (ราย) 1 3 11 11 2 5 1 1 Malaria online (ราย) 1 5 17 17 7 9 2 2 1 52

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธันวาคม 2564 ภาพที 2 แสดงข้อมลู การรายงานจานวนผ้ปู ่ วยกระจายตามพนื ทที เี กดิ โรคไข้มาลาเรยี จากรายงาน 506, Malaria online และเวชระเบยี นของผู้ทีมารับบริการในเครอื ขา่ ยสุขภาพอาเภอหนองหญ้าปล้อง ระหว่าง ม.ค.- ธ.ค. จานวน (ราย) 47 50 40 30 27 23 20 9 8 11 211 222 10 1 1 0 พนื ที หนองห ้ญาป ้ลอง ยางนาก ัลดเหนือ ยางนาก ัลดใ ้ต ท่าตะค ้รอ แ ่กงกระจาน เวชระเบียน/ICD-10 (ราย) รายงาน 506 (ราย) Malaria online (ราย) ตามระบบเฝ้ าระวงั โรคไข้มาลาเรีย มีมาตรการทีเรียกว่า - - ซึงจะต้องมีการรายงานผ้ปู ่ วยที ได้รับการวินิจฉัยแล้วเข้าสู่ระบบเฝ้ าระวังภายใน ชัวโมง ใน Malaria online หรือระบบการรายงาน ตามปกติของสถานพยาบาลนัน ได้มกี ารวิเคราะห์ข้อมลู เรืองความทนั เวลาในการรายงานผ้ปู ่ วยเข้าส่รู ะบบ เฝ้ าระวงั พบว่ารายงาน มคี วามทันเวลาอยูท่ รี ้อยละ . สว่ น Malaria online มคี วามทนั เวลา ร้อย ละ . 2) ผลการศกึ ษาระบบเฝ้ าระวงั เชิงคุณภาพ (Quality) ตามคุณลกั ษณะทีสาคญั จากการดาเนนิ การสัมภาษณ์ผู้ทีเกียวข้องกับระบบเฝ้ าระวังโรคไข้มาลาเรีย จานวนทงั สิน 20 คน พบลักษณะเชิงคณุ ภาพจากระบบรายงานการเฝ้ าระวงั โดยแยกเป็นรายงาน 506 และ Malaria online ดังนี รายงาน 506 - ความยากง่ายของระบบเฝ้ าระวงั หรือ Simplicity : พยาบาลของโรงพยาบาลสามารถ รายงานผู้ป่ วยได้หลายช่องทาง เช่น แอพพลิเคชันไลน์ (Line Application) โทรศัพท์ เป็ นต้น การส่ง รายงานไม่ยุ่งยากสามารถนาออกข้อมลู จากฐานข้อมลู โรงพยาบาลสง่ ให้สานกั งานสาธารณสขุ จังหวัดทาง อีเมล์ได้ทกุ วันพุธและศุกร์ของแต่ละสัปดาห์ ห้องปฏิบัติการสามารถตรวจหาเชือมาลาเรียด้วย Rapid Diagnostic test และส่องกล้องจุลทรรศน์ กรณมี เี ชือทไี ม่เคยพบในพืนทีสามารถขอคาปรกึ ษาจากอาจารย์ ของมหาวิทยาลยั มหิดล - ความยดื หยนุ่ ของระบบเฝ้ าระวงั หรือ Flexibility : มบี คุ ลากรทีสามารถปฏิบัติงานแทน กันได้ กรณีวนั หยุดราชการสามารถรายงานผู้ป่ วยได้ตามแนวทางทกี าหนดไว้ เมือมกี ารปรับเปลียนรหัส ICD10 หรือโปรแกรมรายงาน 506 สามารถปรบั เปลียนตามได้ - ความยอมรับของระบบเฝ้ าระวัง หรือ Acceptability : ผู้เกียวข้ องทุกฝ่ ายเห็น ความสาคญั เพราะเป็นโรคทีเป็นปัญหาของพืนที โดยมีการรายงานเมือพบผ้ปู ่ วยทันทีตามระบบงาน (Flow Chart) ทกี าหนดไว้ แต่พบว่าผ้เู กียวข้องสว่ นใหญ่ยังไม่ร้จู กั และไมส่ ามารถเข้าถงึ ระบบ Malaria online ได้ 53

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธันวาคม 2564 - ความยังยืนของระบบเฝ้ าระวงั หรือ Stability : สานักงานสาธารณสุขจังหวัดและ โรงพยาบาลมแี นวทางการรายงานข้อมูลผ่านรายงาน 506 (Flow Chart) ในการเฝ้ าระวงั ทางระบาดวทิ ยา บคุ ลากรได้รบั การอบรมการใช้โปรแกรมเฝ้ าระวงั มเี จ้าหน้าทจี ากจงั หวดั ให้คาปรกึ ษาแนะนา - การใชป้ ระโยชน์จากระบบเฝ้ าระวงั หรือ Usefulness : เจ้าหน้าทีระบาดวิทยาของ โรงพยาบาล ใช้ข้อมูลติดตามสถานการณ์และแนวโน้มการระบาดของโรค และแจ้งพืนทีระบาดให้ ผ้เู กียวข้อง เช่น แพทย์ พยาบาล เป็ นต้น เพือประกอบการวินิจฉัยผู้ป่ วย ช่วงฤดกู าลระบาด เจ้าหน้าที SRRT นาข้อมูลไปวางแผนดาเนินการในแต่ละพืนที เช่น การทาลายแหล่งเพาะพนั ธุ์ลกู นา ให้สุขศึกษา ประชาชน เฝ้ าระวัง ผ้มู ีอาการเพมิ เตมิ เป็นต้น Malaria online - ความยากง่ายของระบบเฝ้ าระวงั หรือ Simplicity : สามารถทางานได้ทุกทีเนืองจากเป็น ระบบออนไลน์ มีคู่มือการใช้งานแต่รายละเอียดคอ่ นข้างมาก ต้องใช้เวลาในการทาความเข้าใจ มีการแจ้ง เตอื นกรณไี ม่กรอกข้อมลู สาคญั ตรวจสอบความซาซ้อน และสามารถประมวลผลได้สะดวก เหน็ ข้อมลู ภาพ รวมทนั ที - ความยืดหยุ่นของระบบเฝ้ าระวัง หรือ Flexibility : ระบบมีความเสถียร สามารถ เปลียนแปลง เช่น การเพิมเมนูหรือตวั แปร เป็นต้น ซึงไม่กระทบการทางาน โดยจะแจ้งการเปลียนแปลง ผา่ นกลุ่มไลน์ผู้รับผิดชอบงาน - ความยอมรับของระบบเฝ้ าระวัง หรือ Acceptability : ผู้เกียวข้องส่วนใหญ่ได้รับการ มอบหมายงานอย่างชัดเจน มีการประชุมกากับ ตดิ ตามการรายงานสมาเสมอทกุ เดือน ภายใต้โครงการ Malaria Eliminate - ความยงั ยืนของระบบเฝ้ าระวัง หรือ Stability : เป็นนโยบายจากสว่ นกลางถ่ายทอดให้ แต่ละพืนทีนาไปปฏิบัติ มีการอบรมและประชุมผู้เกียวข้องสมาเสมอทุกปี สนับสนุนงบประมาณการ ดาเนินงานเฝ้ าระวังและควบคุมโรค แต่หากสินสดุ โครงการอาจส่งผลกระทบต่อการดาเนนิ งานในพืนที รวมถึงหนว่ ยงานสว่ นใหญ่มผี ้รู ับผดิ ชอบระบบรายงานเพียงคนเดียว ไม่สามารถปฏิบตั งิ านแทนกันได้ - การใชป้ ระโยชนจ์ ากระบบเฝ้ าระวงั หรือ Usefulness : สานักงานสาธารณสขุ จังหวัดและ ศูนย์ควบคมุ โรคตดิ ต่อนาโดยแมลง ใช้ข้อมลู เพือตดิ ตามสถานการณ์ แนวโน้มการระบาด กากับ ติดตาม แผนการดาเนินงานและปรับแผนเชิงรุก เช่น พ่นสารเคมเี พิม เจาะเลือดคดั กรองทังหมู่บ้าน ให้สขุ ศกึ ษา รวมทังใช้ข้อมลู ตอบตวั ชวี ดั ทเี กยี วข้อง วจิ ารณ์ คุณลกั ษณะเชิงปริมาณของการประเมินระบบเฝ้ าระวังโรคไข้มาลาเรียทีเข้ามารับบริการ ใน เครือข่ายสุขภาพอาเภอหนองหญ้าปล้อง มีระบบเฝ้ าระวังรองรบั ถึง ระบบ ได้แก่ รายงาน และ Malaria online เมือพิจารณาเรืองค่าความไวและค่าพยากรณ์บวก ของระบบเฝ้ าระวังทงั ระบบ พบ ว่า Malaria online มีค่าสูงกว่ารายงาน ในทัง คณุ ลักษณะ เนืองจากจานวนผู้ป่ วยทีได้จาก Malaria online มสี ่วนหนงึ ทีเป็น Active case finding ทาให้จานวนผู้ป่ วยทีถูกรายงานและเป็นผู้ป่ วยโรคไข้มาลาเรยี จริงตามนิยามทีใช้ในการเฝ้ าระวังเพิมขึน จึงส่งผลให้ ค่าค่าความไวและค่าพยากรณ์บวกสูงกว่ kเมือ 54

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธันวาคม 2564 พิจารณาเรอื งความถูกต้องของข้อมูลพบว่าในรายงาน มีความถูกต้องครบถ้วนในส่วนของข้อมูลทวั ไป ได้แก่ ชอื -สกุล, ทีอยู่, อายุ และเพศ แต่ข้อมูลของวันทีได้รับการวนิ จิ ฉยั โรคแม้จะครบถ้วน แต่ก็มีส่วนที ยังไมถ่ กู ต้องและผลการตรวจทางห้องปฏิบัติกเ็ ช่นกันทีมที งั ความไม่ครบถ้วนและความไม่ถกู ต้องเกิดขึน ทังนีเป็นผลเรอื งความคลาดเคลือนของข้อมลู เนืองจากการนาเข้าข้อมูลรายงาน ตาม ICD พบ ข้อมูลทไี ม่ตรงตามการทบทวนเวชระเบียนและการแสดงผลทางห้องปฏบิ ัติการทีไม่แสดงผลให้เห็นใน รายงาน สาหรับ Malaria online มีความครบถ้วนในสว่ นของข้อมลู ชือ-สกุล, ทอี ยู่, อายุ, เพศ และ วันทีได้รับการวินจิ ฉัยแต่ข้อมูล แต่พบว่าข้อมูลชอื -สกุล, อายุ, วนั ทีได้รบั การวินิจฉัยโรค และผลการตรวจ ทางห้องปฏบิ ัติการ มีความไมถ่ ูกต้องมีผลมาจากมีความคลาดเคลือนเกิดขึนจากการบันทกึ แบบฟอร์ม รายงานทไี ม่ชดั เจนและข้อมลู บางส่วนถกู นาเข้าจากรายงาน ทมี ขี ้อมลู ไม่ถูกต้องครบถ้วนตังแต่แรกที มีการนาเข้าข้อมูลตาม ICD 10 จากการประเมินความเป็นตวั แทนของข้อมูลของระบบเฝ้ าระวังโรคไข้มาลาเรียทเี ข้ามารับบริการที เครือข่ายสุขภาพอาเภอหนองหญ้าปล้อง พบว่าอัตราส่วนเพศชายต่อเพศหญิง จานวนผู้ป่ วยโรคไข้ มาลาเรียในแต่ละเดือน, จานวนผู้ป่ วยกระจายตามพืนทีทีเกิดโรคไข้มาลาเรีย และค่าพิสัยระหว่างควอร์ ไทล์ มคี วามสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน แต่ข้อมลู คา่ มธั ยฐานของอายุและการกระจายตามช่วงอายุไม่ สามารถเป็นตวั แทนข้อมูลซึงกนั และกนั ได้ เนืองจากใน Malaria online มกี ารดาเนนิ การแบบ Active case finding ทาให้มีการรายงานข้อมูลเพิมขนึ ทาให้การกระจายของอายุไม่สอดคล้องกัน ตามระบบเฝ้ าระวงั โรคไข้มาลาเรียทีมีมาตรการจะต้องรายงานเข้าสรู่ ะบบเฝ้ าระวังภายใน ชัวโมงเมือได้รับการวินิจฉัย พบว่า Malaria online มีความทันเวลาสงู กว่ารายงาน เนืองจากผ้ปู ฏบิ ัติงานสามารถสง่ ข้อมูลผ้ปู ่ วย ยืนยนั ตามนยิ ามการเฝ้ าระวังในแอพพลเิ คชันไลน์ได้ จึงสามารถรายงานเข้าสูร่ ะบบอย่างทันท่วงที สาหรบั คุณลักษณะเชงิ คณุ ภาพ จากการสัมภาษณพ์ บวา่ ผ้ทู เี กียวข้องกับระบบเฝ้ าระวังโรคไข้มาลาเรียทงั ระบบ ให้การยอมรับและให้ความสาคัญในระบบเฝ้ าระวงั โดยดาเนินงานตามแนวทางทไี ด้กาหนดไว้ในทุกภาค ส่วน มีการนาข้อมูลทีได้จากระบบเฝ้ าระวงั ไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนการดาเนินงานควบคุมโรคได้ อยา่ งมีเสถียรภาพ หากจะเปรยี บเทียบความยากง่ายในการใช้งานโปรแกรม พบวา่ รายงาน มีความ สะดวกต่อการใช้งานมากกว่า Malaria online ซึงมีรายละเอียดค่อนข้างมากและซับซ้อน อีกทงั Malaria onlineจะมผี ู้ปฏบิ ตั งิ านเป็นการเฉพาะต่างจากรายงาน ทสี ามารถปฏิบัตงิ านทดแทนกันได้ตลอด การประเมินระบบเฝ้ าระวงั โรคไข้มาลาเรยี ทเี ข้ามารบั บริการยังเครือข่ายสขุ ภาพอาเภอหนองหญ้า ปล้อง จังหวัดเพชรบุรี ระหว่าง มกราคม- ธนั วาคม ประกอบไปด้วยระบบทีต้องประเมนิ ระบบ ได้แก่ รายงาน และ Malaria online ข้อมูลทีได้จากดาเนินการตามแนวทางโดยผู้ทีมีส่วน เกียวข้อง สถานพยาบาล หรือหน่วยงานควบคุมโรคไข้มาลาเรีย จะไหลลืนไปสู่ ระบบข้างต้น ซงึ พบว่าคา่ ความไวในการรายงานผล และค่าพยากรณ์บวกของผลทีเกิดขึน อยู่ในเกณฑท์ ีดีและ Malaria online มี แนวโน้มทีดกี ว่าเนืองจากระบบสนับสนุนการรายงานแบบ Active case finding รวมถงึ การรายงานผ่าน Application Line ทาให้มีผลของความทันเวลาทีดีกว่า สาหรับข้อมลู ทถี ือว่าเป็ นตัวแทนแกก่ นั ทงั ทีมอี ยูใ่ น เวชระเบยี น รายงาน และ Malaria online คอื อตั ราส่วนเพศชายและเพศหญงิ , จานวนผู้ป่ วยโรคไข้ มาลาเรียในแต่ละเดือน และจานวนผู้ป่ วยกระจายตามพืนทีทีเกิดโรคไข้มาลาเรีย ในส่วนของความ 55

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธันวาคม 2564 ครบถ้วนของข้อมลู พบว่า ชือ-สกลุ , ทอี ยู่, อายุ, เพศ และวันทไี ด้รับการวินิจฉัย มีการแสดงผลข้อมูลอย่าง ครบถ้วน แต่เมือดูเรืองความถูกต้องพบว่าในส่วนของข้อมูลวันทีได้รับการวินิจฉัยและผลตรวจทาง ห้องปฏิบัติการยงั มคี วามไม่ถูกต้องเกดิ ขนึ จากความคลาดเคลือนของข้อมูลของทงั ระบบ ใน Malaria online จะพบอีกว่ามีการรายงานผ้ปู ่ วยผ่านทางรายงานการเขียนรายงานเข้าสู่การบันทกึ ข้อมูลลงส่รู ะบบ ซึง อาจมีความคลาดเคลือนในการแปลงข้อมูลได้ เมือพิจารณาในภาพรวมของการประเมินระบบเฝ้ าระวงั เชิง คุณภาพพบว่าระบบทัง ระบบเป็ นทียอมรับและมีความสาคัญต่อระบบเฝ้ าระวัง ความมีเสถยี รภาพ ความไหลลนื เชงิ ระบบ แม้ยงั คงมขี ้อจากดั ด้านการใช้โปรแกรมและการเข้าถึงข้อมลู ใน Malaria online ซึง เป็นจุดทคี วรพัฒนาศกั ยภาพผ้เู กยี วข้องระดับพนื ทเี พือสนับสนนุ ให้ระบบมีประสทิ ธิภาพเพมิ ยงิ ขนึ ต่อไป จากผลการศึกษาในครังนีมี ข้อเสนอแนะ จากข้อจากัดของการนาเข้าข้อมูลระบบเฝ้ าระวังทีพบ ความคลาดเคลือนในการประมวลผลข้อมลู ตัวแปรบางตัว เช่น วนั เริมป่ วย, วันรักษา เป็นต้น ทังนนี า่ จะมี ระบบสนับสนุนการตรวจสอบข้อมูลก่อนนาข้อมลู เข้าสู่ระบบเฝ้ าระวัง สาหรับกรณที ีเป็น Active case finding โรคไข้มาลาเรีย แนะนาว่าควรมีการรายงานให้กับโรงพยาบาลในพืนทีได้รับทราบเกียวกับ สถานการณจ์ ริงของการระบาด ณ เวลานันๆ เพอื การพัฒนาคณุ ภาพบริการด้านคลนิ ิกของสถานพยาบาล และการดูแลในระดับเครือขา่ ยสุขภาพ นอกจากนี ผู้เกียวข้องส่วนใหญ่ในระบบเฝ้ าระวังยังไม่รู้จกั และไม่ สามารถเข้าถึงระบบ Malaria online จงึ ขอเสนอแนะว่าผู้รบั ผิดชอบงานมาลาเรียระดบั พืนทคี วรศกึ ษาและ ทาความเข้าใจระบบ Malaria online เพือให้สามารถเข้าถึงสถานการณ์ภาพรวมและนาไปใช้ประโยชน์ได้ อย่างเหมาะสม ทันต่อสถานการณ์ รวมทงั เครือข่ายสุขภาพอาเภอหนองหญ้าปล้องควรให้การสนับสนุน กระบวนการเรยี นรู้อย่างครอบคลุมในการดาเนนิ การเฝ้ าระวัง ควบคมุ และป้ องกันโรคไข้มาลาเรีย ผ่าน Malaria online ให้เป็นระบบหลักสาคัญต่อการเฝ้ าระวังโรคไข้มาลาเลีย โดยอาจไม่จาเป็นต้องพิจารณา ข้อมลู จากรายงาน 506 ด้วยคุณสมบตั ิเชงิ ระบบทีตอบสนองการรายงานตังแต่ระดับปฏบิ ตั ิงานในชุมชนสู่ ระดับเครือข่ายสุขภาพและสะท้อนภาพการปฏบิ ัตงิ านในทกุ ภาคสว่ นได้เป็นอย่างดี ทาให้ระบบเฝ้ าระวงั นี ควรค่าแก่การพฒั นาต่อยอดให้มคี วามสมบรู ณ์และมปี ระสทิ ธภิ าพตอ่ ไป 56

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 กิตติกรรมประกาศ ขอขอบคุณอาจารย์แพทย์หญิงพันธนีย์ ธิติชัย นายแพทย์ชานาญการ กองระบาดวิทยา กรม ควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสุข ภายใต้การอบรมในหลักสตู รระบาดวิทยาและการบริหารจัดการสาหรับ แพทยห์ ัวหน้าทมี และผู้สอบสวนหลักประจาปีงบประมาณ 3 กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ ที ได้ให้ความช่วยเหลือและให้คาปรึกษาเพือการศึกษาในครังนีสาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และสามารถนาผล ศกึ ษาไปเป็นประโยชน์ในการพฒั นาการดาเนินการเฝ้ าระวงั ของโรคไข้มาลาเรยี ทยี งั คงเป็นปัญหาในพนื ที ตอ่ ไป เอกสารอา้ งองิ 1. กองโรคตดิ ตอ่ นาโดยแมลง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการปฏบิ ตั งิ านกาจัด โรคไข้มาลาเรียสาหรบั บุคลากรทางแพทยแ์ ละสาธารณสุขประเทศไทย. กรุงเทพฯ: อักษรกราฟฟิ คแอนด์ ดีไซน์; 2562. 2. สานักโรคติดต่อนาโดยแมลง กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ . ยุทธศาสตร์การกาจัดโรคไข้ มาลาเรียประเทศไทย พ.ศ.2560-2569 และ แผนปฏิบัติการกาจัดโรคไข้มาลาเรียประเทศไทย พ.ศ. 2560-2564. กรงุ เทพฯ: อักษรกราฟฟิ คแอนด์ดไี ซน;์ 2559. 3. กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สานักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี. รายงาน 506. สานักงาน สาธารณสขุ จังหวดั เพชรบรุ ี; 2562. 4. กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สานักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี. รายงาน Malaria Online. สานกั งานสาธารณสขุ จังหวัดเพชรบรุ ี; 2562. 5. ภาณุวฒั น์ มหรรณพนท,ี ทพิ วรรณ ศรที รมาศ. การประเมินระบบเฝ้ าระวงั โรคไข้มาลาเรีย จังหวดั นครราชสีมา ปี พ.ศ.2560. รายงานการเฝ้ าระวังทางระบาดวิทยาประจาสปั ดาห์. 2562; 50: 653–60. 6. Mon TS, Rattanathumsakul T, Khine SK, Than WP, Wahab AB, Tu NH, et al. Field evaluation of malaria surveillance system in Sai Yok District, Kanchanaburi Province, Thailand. OSIR. 2019;12(2):38-45. 7. คานวณ อึงชูศักดิ, ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ, วิทยา สวัสดวิ ุฒิพงศ์, ชุลีพร จิระพงษา, ดารินทร์ อารียโ์ ชคชยั , ปณิธี ธมั มวจิ ยะ และคณะ สมาคมระบาดวิทยา (ประเทศไทย). พืนฐานระบาดวทิ ยา. พมิ พ์ ครังที 2. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์แคนนา กราฟฟิ ค; 2562 8. กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสขุ . ค่มู ือ แนวทางมาตรฐานการให้รหัสโรค ฉบบั 2017. กรุงเทพฯ: แสงจันทรก์ ารพมิ พ;์ 2560. 9. The Severe Malaria Observatory (SMO). [Internet] . 2019. Differential diagnosis of severe malaria. [cited 2019 Dec 11]. Available from: https://www.severemalaria.org/severe-malaria/ diagnosis/differential-diagnosis 10. Pasvol G. The treatment of complicated and severe malaria. Br Med Bull 2006; 75-76: 29-47. 57

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 11. World Health Organization (WHO). [Internet]. 2012. Management of severe malaria. Third edition. [cited 2019 Dec 11]. Available from: https://bit.ly/2ZXJrNG. 12. สราวุธ สวุ ัณณทัพพะ, กรองทอง ทมิ าสาร, รณไตร เรืองวีรยุทธ, พลรัตน์ วิไลรัตน์, ศรีวิชา ครฑุ สูตร, วชิ ยั สตมิ ัย และคณะ. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสขุ . แนวทางวินิจฉยั และดูแลรักษา โรคไข้มาลาเรีย ประเทศไทย พ.ศ. 2558. นนทบุรี: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จากัด; 2558. 13. กลุ่มงานพัฒนาระบบและมาตรฐานงานระบาดวิทยา สานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. นิยามโรคติดเชอื ประเทศไทย. พิมพ์ครังที 2. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์โครงการรับส่ง สินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ); 2546. 58

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 ผลของโปรแกรมการสง่ เสริมความรูเ้ รืองการป้ องกนั การจมนาและการชว่ ยเหลือผูจ้ มนา เบืองตน้ ในเด็กนกั เรยี นโรงเรยี นแหง่ หนงึ อาเภอทา่ มะกา จังหวดั กาญจนบุรี Effect of Drowning Prevention and Basic Rescue Drowning Victim Educational Program among Elementary Students in a School, Tha Maka District, Kanchanaburi province นชั ชา ยันติ Nadchar Yanti ทศั พร ชูศักดิ Thassaporn Chusak ปรียาพร บดขุนทด Preeyaporn Bodkhunthod อรดา ทงั สนั เทียะ Orada Tungsuntear ออมสิน เรือทอง Aomsin Reuathong มหาวิทยาลยั ราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ Valaya Alongkorn Rajabhat University Under The Royal Patronage Received: March 30, 2020Revised: April 16, 2021Accepted: October 14, 2021 บทคดั ย่อ งานวิจยั นเี ป็นวจิ ัยกึงทดลองมีวัตถปุ ระสงคเ์ พอื ศึกษาผลของโปรแกรมการส่งเสริมความร้เู รอื งการ ป้ องกนั การจมนาและการช่วยเหลือผ้จู มนาเบอื งต้นในนักเรียนประถมศกึ ษาโรงเรียนแห่งหนึง อาเภอท่า มะกา จงั หวัดกาญจนบุรี โดยมีกลุ่มเป้ าหมาย จานวน 36 คน เครืองมอื ทใี ช้ในการทดลอง คอื โปรแกรม การสง่ เสริมความรู้เรอื งการป้ องกนั การจมนาและการช่วยเหลือผ้จู มนาเบอื งต้น เกบ็ รวบรวมข้อมูลโดยใช้ แบบทดสอบความรู้และแบบประเมินทกั ษะทมี คี ่าความเชือมัน เทา่ กับ 0.77 แบบสอบถามทัศนคติและ พฤตกิ รรมมีความเชือมันเทา่ กบั 0.87 วเิ คราะห์ข้อมลู โดยใช้โปรแกรมสาเรจ็ รูป นาเสนอข้อมูลในรูปของ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลีย ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์โดยใช้สถิติ Paired sample T-test ผล การศึกษาพบว่า กล่มุ ตวั อย่างเป็นเพศชายและเพศหญิง ร้อยละ 50 มีอายรุ ะหว่าง 9-10 ปี ร้อยละ 44.4 ส่วนใหญ่เคยได้รับความรู้ในการลดความเสยี งจากการจมนา ร้อยละ 66.7 มีความสามารถในการวา่ ยนาได้ ปานกลาง ร้อยละ 50 ส่วนใหญ่มคี ่าดัชนีมวลกาย น้อยกว่า 18.5 กิโลกรัม/เมตร2 ร้อยละ 58.3 มีการ ออกกาลังกายเป็ นประจาทุกวัน ร้อยละ 63.9 หลงั เข้าร่วมโปรแกรม กลุ่มเป้ าหมายมีความรู้ ทศั นคติ พฤติกรรมการป้ องกนั การจมนาและทกั ษะการช่วยเหลอื ผู้จมนาเบืองต้นสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่าง มนี ยั สาคัญทางสถติ ิ ติดตอ่ ผู้นพิ นธ์: นัชชา ยันติ อีเมล: [email protected] 59

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 Abstract This quasi-experimental research aimed to determine effect of drowning prevention and basic rescue drowning victim educational program among elementary students in a school, Tha Maka District, Kanchanaburi Province. Population were 36 students in the school. The research instruments were the drowning prevention and basic rescue drowning victim educational program and data was collected by knowledge questionnaires, basic rescue drowning victim skill assessment, including attitude and behavior questionnaire which had a reliability of 0.77 and 0.87, respectively. Data was analyzed using SPSS in percentage mean standard deviation and Paired Sample T -test. The results indicated that half of samples were male (50%) and female (50%). They were 9-10 years old (44.4%) and use to receive knowledge to reduce the risk of drowning (66.7%). Fifty percent of them were intermediate swimming. Most of them had. BMI less 18.5 kg/m2(58.3%) and workout for every day (63.9%). After the sample participated in the program, they had significantly higher levels of knowledge attitude behavior about drowning prevention and basic rescue drowning victim . Correspondence: Nadchar Yanti E-mail: [email protected] คาสาคญั Keywords การจมนา , นักเรียนชนั ประถมศึกษา Drowning, Elementary school student โปรแกรมการสง่ เสรมิ ความรู้ Knowledge promotion program บทนา ในทุก ๆ ปี มีเด็กอายุตากว่า ปี ทัวโลกเสยี ชีวิตจากการจมนาเกอื บ , คน โดยมีสถิติ เสียชีวิตเป็นอนั ดบั รองจากโรคเยือหุ้มสมองอักเสบ และโรคเอดส์( ) สาหรับในประเทศไทย การจมนา เป็นสาเหตกุ ารเสยี ชวี ติ อันดบั ของเดก็ ไทยอายุตากว่า ปี ซึงในทกุ ๆ วนั จะมีเด็กอายตุ ากว่า ปี จมนาเสียชีวติ คน( ) การจมนาเป็ นอุบัตเิ หตทุ ีพบได้บ่อยในเดก็ กลุ่มทีมคี วามเสยี งสงู คอื เด็กเลก็ เด็กที เริมหัดคลานหัดเดิน โดยเด็กสามารถจมนาเสียชีวิตได้ในแหล่งนาทีมีระดับความสูงเพียง - นิว การ จมนาในเด็กโตและวัยรนุ่ มักเกดิ จากการเล่นนาหรือว่ายนา การทเี ด็กว่ายนาเป็นไม่ได้หมายความว่าเดก็ จะ ปลอดภยั จากการจมนาเสมอไป มีรายการการจมนาของเด็กและวยั รนุ่ โดยเฉพาะแหล่งนาทีเด็กไม่คุ้นเคย หรือมกี ารดืมสุราร่วมด้วย( ) ปัจจัยเสยี งในการจมนาขึนอยู่กับสภาพความพร้อมของร่างกาย พัฒนาการ พฤตกิ รรมและโรคประจาตัวของเด็กแต่ละคน โดยสว่ นใหญ่เด็กทีอายุตากว่า ปี ว่ายนาไม่เป็นทาให้ไม่ สามารถช่วยเหลือตวั เองได้เมือเกิดเหตฉุ ุกเฉิน สว่ นปัจจยั ด้านสงิ แวดล้อมทางกายภาพ ได้แก่ การมีแหล่ง นาใกล้บริเวณบ้านทาให้ เด็กสามารถลงเล่นนาได้ง่าย บริเวณแหล่งนาไม่มีรัวหรือกาแพงกัน และ สงิ แวดล้อมทางสงั คม ได้แก่ เดก็ ขาดการดูแลเอาใจใส่จากผู้ปกครอง การทเี ด็ก ผ้ดู ูแล หรือชาวบ้านใน ชมุ ชนไม่รู้สกึ ว่าการทีมแี หล่งนาทีใกล้กับชุมชนจะมีความเสยี งกอ่ ให้เกดิ อันตรายตอ่ เด็ก ผ้ชู ่วยเหลือไม่มี 60

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 ความรู้ในการก้ชู ีพหรือมกี ารปฐมพยาบาลทผี ดิ วธิ ี รวมถึงสถานบริการทางการแพทย์ใกล้ชุมชนไม่มคี วาม พร้อมในการช่วยเหลอื ภาวะฉุกเฉนิ ( ) จังหวดั กาญจนบรุ ี เป็นหนึงใน จังหวัดทมี ีเด็กอายตุ ากว่า ปี เสยี ชีวติ จากการจมนา โดยใน พ.ศ. มีเดก็ ทอี ายุตากว่า ปี เสียชวี ติ จากการจมนาทังหมด คน ( ) สาเหตุเนืองจากจังหวัดกาญจนบุรีเป็ นจงั หวดั ทีมีแหล่งนาและมีสถานทีท่องเทียวทางธรรมชาติเป็น จานวนมากโดยเฉพาะนาตก ซึงเป็ นสถานทีทอ่ งเทียวทีคนส่วนใหญ่นิยมไปพกั ผ่อนและเล่นนา ทาให้เกดิ ความเสียงในการจมนาได้ ดงั นันคณะผู้วิจยั จึงได้เลง็ เห็นความสาคญั ของปัญหาการจมนาของเด็กอายุตา กว่า จึงได้จดั ทาโปรแกรมการส่งเสริมความรู้เรืองการป้ องกันการจมนาและช่วยเหลือผ้จู มนาเบอื งต้น ในนกั เรียนประถมศึกษาโรงเรียนแห่งหนึง อาเภอท่ามะกา จงั หวดั กาญจนบรุ ี โดยมีวตั ถุประสงคก์ ารวจิ ัย 2 ประการคือ ) เพือศึกษาระดับความรู้ ทศั นคติ พฤติกรรมการป้ องกันการจมนาและทกั ษะการ ช่วยเหลอื ผ้จู มนาเบอื งต้นในนักเรียนประถมศกึ ษาโรงเรยี นแห่งหนึง อาเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ) เพือเปรียบเทยี บความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรมการป้ องกันการจมนาและทกั ษะการช่วยเหลือผู้จมนา เบืองต้นในนกั เรียนประถมศึกษาโรงเรียนแห่งหนึง อาเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนและหลังการ เข้าร่วมโปรแกรม หากนักเรียนชันประถมศึกษา มีความรู้เรืองการป้ องกันการจมนาและมีทักษะการ ช่วยเหลือผู้จมนาเบืองต้นทีถูกต้องจะทาให้เดก็ สามารถดแู ลตนเองไม่ให้เสียงต่อการจมนาและมีทักษะ พืนฐานในการช่วยเหลอื ผู้จมนาอย่างถูกต้อง จึงเป็นประโยชน์อย่างยิงในการส่งเสริมความปลอดภัยจาก การจมนา ซงึ จะส่งผลให้มผี ้พู กิ ารและเสยี ชีวิตจากการจมนาลดน้อยลง วสั ดุและวิธีการศกึ ษา การศึกษาครังนเี ป็นการวจิ ัยกึงทดลอง (Quasi – Experimental Study) แบบกลุ่มเดียววดั กอ่ น และหลังการทดลอง (One group pretest posttest design) กล่มุ ตวั อยา่ งในการศกึ ษาครังนี คอื นักเรียน ชันประถมศกึ ษาปี ที - โรงเรียนแห่งหนึง อาเภอทา่ มะกา จงั หวัดกาญจนบุรี จานวน คน ทีสมคั รใจ เข้าร่วมการศกึ ษา เครืองมือทใี ช้ในการวิจัยประกอบด้วย เครืองมอื ทีใช้ในการรวบรวมข้อมูล และเครืองมอื ทีใช้ใน การทดลอง ได้แก่ ) โปรแกรมการส่งเสริมความรู้เกียวกบั การป้ องกนั การจมนาและการช่วยเหลือผู้จมนาเบืองต้น ในนักเรียนชันประถมศึกษา ผู้วิจัยพัฒนาขึนจากทฤษฎี แบบแผนความเชือด้านสุขภาพ (Health belief Model : HBM)(6) โดยนาแนวคิดดังกล่าวมาประยุกต์ใช้เป็ นในการสร้างโปรแกรม นอกจากนียังมี นวัตกรรมหุ่นปฏิบัติการช่วยชีวิตคุณสมหญิง ใช้ในการฝึ กปฏิบัติการฟื นคืนชีพ สร้ างจากการนาใย สังเคราะห์และผ้ามาตัดเย็บประกอบเป็นหมอนเพือจาลองเป็นสว่ นหน้าอกของผู้จมนา ตรงกลางเป็ นช่อง ใสก่ ล่องทที าจากฟิ วเจอร์บอรด์ ภายในบรรจุสปริงเพือใช้ในการกด โดยปิ ดทับด้วยแผน่ ฟิ วเจอรบ์ อร์ดทีมี ตาแหน่งของหัวใจและหัวนมเพือใช้ในการวางตาแหน่งมอื ของผ้ฝู ึกปฏิบัติ บริเวณปากของหุ่นเจาะรูใส่ หลอดแบบใช้แล้วทงิ ตอ่ ลงถงุ พลาสตกิ ทีซ่อนอยู่ภายใต้ฟิ วเจอร์บอร์ดส่วนหน้าอก เพือให้กลุ่มตวั อย่างเป่ า 61

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 และดกู ารยกขนึ ของหน้าอกของหนุ่ มกี ารทดสอบคณุ ภาพของหุ่นโดยผ้ทู รงคุณวุฒิทีผา่ นหลักสูตรครูผ้สู อน การช่วยชวี ิตขันพนื ฐานสาหรบั บุคลากรทางการแพทย์ จานวน ทา่ น ก่อนนาไปใช้ในการฝึกปฏิบตั จิ ริง ภาพที หุ่นปฏบิ ตั กิ ารชว่ ยชวี ติ คุณสมหญิง ) เครืองมือทีใช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูลในการวิจัยพัฒนาจากทฤษฎีความรู้ ทัศนคติ และ พฤติกรรม (Knowledge Attitude and Practice; KAP)( ) โดยประกอบด้วย แบบสอบถาม แบบทดสอบ และแบบประเมิน สว่ นดงั นี ส่วนที คาถามเกียวกับข้อมูลทัวไปของนักเรียนชันประถมศึกษาของนักเรียนชันประถมศึกษา ได้แก่ เพศ อายุ นาหนัก ส่วนสงู ระดับการศึกษา การออกกาลังกาย โรคประจาตวั การสญู เสยี บคุ คลใน ครอบครัวจากอุบัติเหตุการจมนา ความรู้เกียวกับวิธกี ารลดความเสยี งจากการจมนา และทักษะในการว่าย นา โดยเป็นคาถามแบบเลอื กตอบและเตมิ ข้อความ จานวน ข้อ สว่ นที แบบทดสอบความรู้เรืองการป้ องกันการจมนาและการช่วยเหลือผู้จมนาเบืองต้น โดย เป็นคาถามให้เลอื กตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ จานวน ข้อ ประกอบด้วยคาถามเชิงบวก ข้อ และคาถามเชงิ ลบ ข้อ มีเกณฑก์ ารประเมินระดับความรู้แบ่งเป็น ระดบั โดยกาหนดเกณฑใ์ นการแปลความหมายของ คะแนนเป็ น ระดบั การแปลผลคะแนนพิจารณาตามเกณฑข์ อง Bloom( ) ดังนีคะแนนตังแต่ร้อยละ - (คะแนนตังแต่ คะแนนขึนไป) หมายถึง กลุ่มตัวอย่างมคี วามรู้เกียวกบั การป้ องกันการจมนา และการช่วยเหลือผู้จมนาเบืองต้น ในระดับสูง คะแนนตังแต่ร้อยละ - (คะแนนตังแต่ - คะแนน) หมายถึง กลุ่มตัวอย่างมีความรู้เกียวกับการป้ องกันการจมนาและช่วยเหลือผ้จู มนาเบอื งต้น ใน ระดับปานกลาง และคะแนนน้อยกว่าร้อยละ (คะแนนตากว่า คะแนน) หมายถึง กลุ่มตัวอย่างมี ความรู้เกียวกับการป้ องกนั การจมนาและชว่ ยเหลอื ผ้จู มนาเบอื งต้น ในระดบั ตา 62

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธันวาคม 2564 สว่ นที แบบสอบถามเกยี วกับทศั นคติในการป้ องกันการจมนา โดยเป็นคาถามให้เลือกตอบ เหน็ ด้วยไมแ่ นใ่ จ เหน็ ด้วย จานวน ข้อ ประกอบด้วยคาถามเชิงบวก ข้อ และคาถามเชิงลบ ข้อ มเี กณฑ์ การให้คะแนนดงั นี คาถามเชิงบวก (Positive) คาถามเชงิ ลบ (Negative) เหน็ ด้วย ให้ คะแนน ไมเ่ ห็นด้วย ให้ 1 คะแนน ไม่แน่ใจ ให้ คะแนน ไมแ่ น่ใจ ให้ 2 คะแนน ไมเ่ หน็ ด้วย ให้ คะแนน เห็นด้วย ให้ 3 คะแนน การให้คะแนนระดบั ทศั นคติ เกณฑ์การให้คะแนนด้านทศั นคติ โดยกาหนดเกณฑใ์ นการแปลความหมายของคะแนนเป็น ระดบั การแปลผลคะแนนพิจารณาตามเกณฑข์ อง Best ( ) ดังนี คะแนนเฉลีย . - . หมายถึง กล่มุ ตวั อย่างมีทศั นคตเิ กียวกบั เรืองการป้ องกนั การจมนาและช่วยเหลือผู้จมนาเบืองต้น ในระดบั ดี คะแนน เฉลีย . - . หมายถึง กลุ่มตัวอย่างมีทัศนคติเกียวกบั เรอื งการป้ องกันการจมนาและช่วยเหลือผู้ จมนาเบืองต้น ในระดบั ปานกลาง และ คะแนนเฉลีย . - . หมายถงึ กลุ่มตัวอย่าง มีทศั นคติ เกยี วกบั เรืองการป้ องกันการจมนาและช่วยเหลอื ผ้จู มนาเบอื งต้น ในระดบั ไม่ดี สว่ นที แบบสอบถามเกียวกับพฤติกรรมการป้ องกนั ตนเองจากการจมนา โดยเป็ นคาถามให้ เลอื กตอบ เป็นประจา บางครัง ไม่เคย จานวน ข้อ ประกอบด้วยคาถามเชงิ บวก ข้อ และคาถามเชิง ลบ ข้อ มเี กณฑก์ ารให้คะแนนดงั นี คาถามเชงิ บวก (Positive) คาถามเชงิ ลบ (Negative) ปฏิบัตเิ ป็นประจา ให้ 3 คะแนน ปฏิบัตเิ ป็นประจา ให้ 1 คะแนน ปฏิบตั บิ างครัง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติบางครัง ให้ 2 คะแนน ไมเ่ คยปฏบิ ตั ิเลย ให้ 1 คะแนน ไมเ่ คยปฏบิ ตั เิ ลย ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนนด้านพฤติกรรม โดยกาหนดเกณฑใ์ นการแปลความหมายของคะแนนเป็น ระดับ การแปลผลคะแนนพิจารณาตามเกณฑข์ อง Best ( ) ดังนี คะแนนเฉลีย . - . หมายถงึ กลุ่ม ตวั อย่างมีพฤตกิ รรมเกียวกับเรืองการป้ องกันการจมนาและช่วยเหลอื ผู้จมนาเบอื งต้น ในระดบั ดี คะแนน เฉลีย . - . หมายถึง กล่มุ ตัวอย่างมีพฤติกรรมเกยี วกบั เรืองการป้ องกันการจมนาและช่วยเหลือผู้ จมนาเบืองต้น ในระดับปานกลาง และ คะแนนเฉลีย . - . หมายถึง กลุ่มตวั อย่างมีพฤตกิ รรม เกยี วกบั เรืองการป้ องกันการจมนาและช่วยเหลอื ผ้จู มนาเบืองต้น ในระดับไมด่ ี สว่ นที แบบประเมินทักษะการช่วยเหลือผู้จมนาเบืองต้น แบบประเมินทักษะการช่วยเหลือผู้ จมนาเบืองต้นประกอบด้วย สว่ น ได้แก่ การประเมนิ ทักษะการช่วยเหลอื ผ้จู มนาโดยใช้หลักตะโกน โยน ยืน และการประเมินทกั ษะการช่วยเหลือฟื นคืนชีพ (CPR) โดยผู้วิจัยเป็ นผู้ให้คะแนนการปฏบิ ัติของ กลมุ่ เป้ าหมาย หากกลุ่มเป้ าหมายสามารถปฏบิ ตั ิได้ ให้ คะแนน และปฏบิ ัตไิ ม่ได้ให้ คะแนน รวมเป็น คะแนน 63

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 เกณฑ์การให้คะแนนการประเมนิ ทกั ษะการช่วยเหลือผู้จมนาเบืองต้น โดยกาหนดเกณฑใ์ นการ แปลความหมายของคะแนนเป็ น ระดับ การแปลผลคะแนนพิจารณาตามเกณฑ์ของ Bloom (1977) ดังนี คะแนนตังแตร่ ้อยละ - (คะแนนตงั แต่ คะแนนขนึ ไป) หมายถึง กล่มุ ตัวอย่างมีทักษะการ ช่วยเหลือผู้จมนาเบืองต้น ในระดับสูง คะแนนตังแต่ร้อยละ - (คะแนนตังแต่ - คะแนน) หมายถงึ หมายถงึ กลุ่มตัวอย่างมีทกั ษะการช่วยเหลือผู้จมนาเบืองต้น ในระดับปานกลาง และ คะแนน น้อยกว่าร้อยละ (คะแนนตากว่า คะแนน) หมายถึง กลุ่มตัวอย่างมีทักษะการช่วยเหลือผู้จมนา เบืองต้น ในระดบั ตา การทดสอบคุณภาพเครืองมือ โดยการตรวจสอบความเทียงตามเนือหา และความถูกต้องของ ภาษาโดยผู้ทรงคณุ วฒุ จิ านวน ท่าน วิเคราะห์ค่าดัชนคี วามตรงตามเนอื หา (IOC) โดยทุกข้อมคี ่า IOC มากกว่า . ผู้วิจัยนาแบบสอบถามทีปรับปรุงเรียบร้อยแล้วไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างทีมีลักษณะ คล้ายคลึงกบั กลุ่มตัวอย่างทีจะศึกษา จานวน คน จากนันนาข้อมูลทีได้มาวิเคราะห์หาความเชือมัน (Reliability) ของแบบทดสอบความรู้ โดยใช้วธิ กี ารหาค่าสมั ประสิทธขิ องคเู ดอร์และริชาร์ดสนั (KR-20) ได้ ค่าความเชือมัน . แบบสอบถามด้านทัศนคติ และพฤติกรรม โดยใช้สูตรสัมประสิทธิแอลฟ่ า (Alpha-Coefficient) ของครอนบาค มคี ่าความเชือมนั เท่ากบั . การวเิ คราะหข์ ้อมลู ใช้โปรแกรมสาเรจ็ รูปทางสถิติ โดยใช้สถิตเชงิ พรรณนา การแจกแจงความถี ค่าเฉลีย ร้อยละ ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน นาคะแนนความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรมการป้ องกนั การจมนาและ การช่วยเหลือผู้จมนาเบืองต้น และระดับทักษะการช่วยเหลือผู้จมนาเบืองต้นของกลุ่มเป้ าหมายมา เปรียบเทียบก่อนและหลังการให้โปรแกรมโดยการทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลียด้วยสถิติ Paired Sample T-test ทีระดับนัยสาคัญทางสถิติ . การพิทักษ์สิทธิกลุ่มตัวอย่าง ก่อนเริมดาเนินการเก็บ ข้อมูล ผ้วู ิจัยได้ขออนุญาตผู้อานวยโรงเรียน ขอความยินยอมจากผู้ปกครอง และมีการเอกสารชีแจงแก่ กลุ่มตัวอย่าง ในระหว่างการวจิ ยั กลุ่มเป้ าหมายสามารถถอนตัวออกจากการวิจัยได้โดยไมม่ ีผลทางสังคม นอกจากนีข้อมูลตา่ ง ๆ ทไี ด้จากการวิจัยถอื ว่าเป็นความลับ โดยจะนาไปใช้ทางวชิ าการเท่านนั การนาเสนอ ข้อมูลต่าง ๆ จะนาเสนอในภาพรวม ไมม่ กี ารเปิดเผยชือและนามสกลุ เอกสารทังหมดจะถูกเกบ็ รักษาไว้ ปี และจะทาลายโดยเครืองทาลายเอกสาร ผลการศึกษา แบ่งการนาเสนอเป็ น . ข้อมลู ส่วนบุคคลของกล่มุ ตัวอย่าง คน เป็นเพศหญิง จานวน คน คิดเป็นร้อยละ . เพศชาย จานวน คน คิดเป็ นร้อยละ . สว่ นใหญ่อยู่ในช่วงอายุ - ปี จานวน คน คิดเป็ น ร้อยละ . รองลงมา คือ อายุ - ปี จานวน คน คิดเป็นร้อยละ . และช่วงอายุทนี ้อยทีสุด คอื อายุ - ปี จานวน คน คดิ เป็นร้อยละ . สว่ นใหญ่ศกึ ษาในชนั ประถมศึกษาปี ที จานวน คน คิดเป็นร้อยละ . รองลงมา คอื ชันประถมศึกษาปี ที จานวน คน คิดเป็นร้อยละ . และ น้อยทีสุด คือ ชันประถมศึกษาปี ที จานวน คน คิดเป็นร้อยละ . อาศัยอยู่กับบดิ ามารดา จานวน 64

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธันวาคม 2564 คน คิดเป็นร้อยละ . รองลงมา คือ อาศยั อยู่กับมารดาและญาติ จานวน คน คิดเป็นร้อยละ . และอาศยั อยู่กับบิดามีจานวนน้อยทสี ดุ คน คดิ เป็นร้อยละ . ครอบครวั ของกลุ่มตัวอย่างไม่เคย ได้รับอบุ ัติเหตุจากการจมนา จานวน คน คดิ เป็ นร้อยละ กลุ่มตวั อย่างส่วนใหญ่เคยได้รับความรู้ ในการลดความเสียงจากการจมนา จานวน คน กลุ่มตวั อย่างสามารถว่ายนาได้ปานกลาง จานวน คน คิดเป็นร้อยละ . รองลงมา คอื สามารถว่ายนาได้ จานวน คน คิดเป็นร้อยละ . และไม่ สามารถว่ายนาได้ จานวน คน คดิ เป็นร้อยละ . 2. ระดับความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรมการป้ องกนั การจมนาและทักษะการช่วยเหลือผ้จู มนาเบืองต้น ในนกั เรียนประถมศึกษาโรงเรียนแห่งหนึง อาเภอทา่ มะกา จังหวัดกาญจนบุรี การวิเคราะหค์ วามรู้เรือง การป้ องกันการจมนาและการช่วยเหลือผู้จมนาเบอื งต้น กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนความรู้เฉลีย 6.7 คะแนน สว่ นใหญม่ ีความรู้ระดับปานกลาง จานวน 18 คน คดิ เป็ นร้อยละ 50.0รองลงมาคอื ระดับสูง จานวน 12 คน คดิ เป็นร้อยละ 33.3 และความรู้ในระดบั ตา จานวน 6 คน คดิ เป็นร้อยละ 16.7 และหลังจากเข้ารว่ ม โปรแกรม กลุ่มเป้ าหมายมีความรู้เฉลีย 9.2 คะแนน มคี วามรู้ในระดับสงู จานวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 94.4 รองลงมาอยู่ในระดับปานกลาง จานวน 2 คน คดิ เป็นร้อยละ 5.6 ดังตารางที 1 ตารางที ระดบั ความรู้การป้ องกันการจมนาและการช่วยเหลือผู้จมนาเบอื งต้น กอ่ นและหลังการเข้าร่วม โปรแกรม (n=36) ระดบั ความรูเ้ รอื งการป้ องกนั และการ ก่อนเขา้ ร่วม หลงั เขา้ รว่ ม ชว่ ยเหลอื ผูจ้ มนาเบืองตน้ โปรแกรม โปรแกรม จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ ระดบั ความร้ตู า (น้อยกวา่ 6 คะแนน) 6 16.7 0 0.0 ระดบั ความรู้ปานกลาง (6-7 คะแนน) 18 50.0 2 5.6 ระดบั ความรู้สูง (8 คะแนนขนึ ไป) 12 33.3 34 94.4 ก่อนเข้าร่วมโปรแกรม Mean = 6.7 Min = 3 Max = 9 S.D. = 1.41 หลงั เข้าร่วมโปรแกรม Mean = 9.2 Min = 7 Max = 10 S.D. = 0.81 การวิเคราะห์ข้อมลู ด้านทศั นคติเรืองการป้ องกนั การจมนาและการช่วยเหลอื ผ้จู มนาเบอื งต้น กลุ่ม ตัวอย่างมีคะแนนระดับทัศนคติตอ่ การป้ องกันการจมนาและการช่วยเหลอื ผู้จมนาเบืองต้นก่อนเข้าร่วม โปรแกรมเฉลีย . คะแนน ส่วนใหญ่มที ศั นคติในระดบั ปานกลาง จานวน คน คดิ เป็นร้อยละ . รองลงมาอยใู่ นระดับดี จานวน คน คิดเป็นร้อยละ . และหลงั จากเข้ารว่ มโปรแกรม กลุ่มตวั อย่างมี ทัศนคติเฉลีย . คะแนน ทัศนคตอิ ยู่ในระดับดี คน คดิ เป็นร้อยละ . และทัศนคติในระดับปาน กลาง จานวน คนคดิ เป็นร้อยละ . ดังตารางที 65

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธันวาคม 2564 ตารางที ระดับทศั คติต่อการป้ องกันการจมนาและการช่วยเหลือผู้จมนาเบอื งต้น กอ่ นและหลังการเข้า ร่วมโปรแกรม (n=36) ระดบั ทศั นคติต่อการป้ องกนั และการ ก่อนเขา้ ร่วม หลงั เขา้ ร่วม ช่วยเหลอื ผูจ้ มนาเบอื งตน้ โปรแกรม โปรแกรม จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ ระดับไม่ดี (1.00-1.66 คะแนน) 0 0.0 0 0.0 ระดบั ปานกลาง (1.67-2.33 คะแนน) 20 55.6 8 22.2 ระดบั ดี (2.34-3.00 คะแนน) 16 44.4 28 77.8 ก่อนเข้าร่วมโปรแกรม Mean = 2.3 Min = 1.8 Max = 2.8 S.D. = 2.6 หลงั เข้าร่วมโปรแกรม Mean = 2.4 Min = 2.1 Max = 3 S.D. = 2.19 การวเิ คราะห์ข้อมูลด้านพฤติกรรมการป้ องกนั การจมนาและการช่วยเหลอื ผ้จู มนาเบอื งต้น กลุ่ม ตวั อยา่ ง สว่ นใหญ่มีคะแนนพฤตกิ รรมเรืองการป้ องกนั การจมนาและการช่วยเหลือผ้จู มนาเบืองต้นก่อนเข้า ร่วมโปรแกรมเฉลีย . คะแนน ส่วนใหญ่มพี ฤตกิ รรมอยู่ในระดบั ดี จานวน คน คิดเป็นร้อยละ . รองลงมาอยู่ในระดับปานกลาง จานวน คน คดิ เป็นร้อยละ . และหลงั จากเข้ารว่ มโปรแกรม กลุ่ม ตัวอยา่ งมคี ะแนนพฤติกรรมเฉลีย . คะแนน อยู่ในระดบั ดี จานวน คน คิดเป็นร้อยละ . และ อยู่ในระดบั ปานกลาง จานวน คน คดิ เป็นร้อยละ . ดังตารางที ตารางที ระดบั พฤติกรรมการป้ องกนั การจมนาและการช่วยเหลอื ผ้จู มนาเบอื งต้น (n=36) ระดบั พฤติกรรมการป้ องกนั การจมนา ก่อนเขา้ ร่วม หลงั เขา้ รว่ ม และการช่วยเหลือผูจ้ มนาเบืองตน้ โปรแกรม โปรแกรม จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ ระดบั ไมด่ ี (1.00-1.66 คะแนน) 0 0.0 0 0.0 ระดบั ปานกลาง (1.67-2.33 คะแนน) 13 36.1 4 11.1 ระดบั ดี (2.34-3.00 คะแนน) 23 63.9 32 88.9 ก่อนเข้าร่วมโปรแกรม Mean = 2.4 Min = 1.9 Max = 2.8 S.D.= 2.19 หลงั เข้าร่วมโปรแกรม Mean = 2.61 Min = 2.2 Max = 3 S.D.= 2.05 การวิเคราะห์การประเมินทกั ษะการช่วยเหลือผู้จมโดยใช้หลักตะโกน โยน ยืน และการช่วยฟื นคืน ชีพ (CPR) ก่อนเข้าร่วมโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างมคี ะแนนทกั ษะเฉลีย . คะแนน สว่ นใหญ่มีทกั ษะอยู่ ในระดับตาจานวน คน คิดเป็นร้อยละ . รองลงมาคือ ระดับปานกลางจานวน คน คิดเป็นร้อยละ . และระดบั ตา จานวน คน คดิ เป็ นร้อยละ . ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างมีคะแนน ทกั ษะเฉลีย 8.91 คะแนน ส่วนใหญ่มที ักษะอยู่ในระดบั อยู่ในระดับสูง จานวน คน คดิ เป็ นร้อยละ . และอยู่ในระดบั ปานกลาง จานวน คน คดิ เป็นร้อยละ . ดงั ตารางที 66

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 ตารางที 4 ระดบั ทักษะการช่วยเหลอื ผ้จู มโดยใช้หลกั ตะโกน โยน ยนื และการช่วยฟื นคืนชพี (n=36) ระดบั ทกั ษะการชว่ ยเหลือผูจ้ มโดยใชห้ ลกั ก่อนเขา้ ร่วม หลงั เขา้ ร่วม ตะโกน โยน ยืน และการช่วยฟื นคืนชีพ โปรแกรม โปรแกรม จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ ระดับตา (น้อยกวา่ คะแนน) 25 69.4 0 0.0 ระดับปานกลาง ( - 7คะแนน) 8 22.2 4 11.1 ระดับสงู (8 คะแนน ขึนไป) 3 8.3 32 88.9 กอ่ นเข้าร่วมโปรแกรม Mean = 5.75 Min = 2 Max = 9 S.D.= 1.50 หลังเข้าร่วมโปรแกรม Mean = 8.91 Min = 7 Max = 10 S.D = 0.93 .เปรยี บเทยี บความรู้ ทศั นคติ พฤติกรรมการป้ องกนั การจมนาและทักษะการช่วยเหลอื ผ้จู มนา เบืองต้นในนักเรียนประถมศกึ ษาโรงเรียนแห่งหนึง อาเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนและหลังการ เข้าร่วมโปรแกรม ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรมการส่งเสริมความรู้เรืองการป้ องกันการจมนาและการช่วยเหลอื ผู้จมนา เบืองต้น กลุม่ ตัวอย่างมคี วามรู้ ทศั นคติ พฤตกิ รรมเกียวกับการป้ องกนั การจมนาและการช่วยเหลือผ้จู มนา และทักษะการช่วยเหลอื ผ้จู มนาเบอื งต้นมากกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างมนี ัยสาคญั ทางสถติ ิ (P-value < 0.001) ดงั ตารางที ตารางที เปรียบเทียบความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรมเกียวกับการป้ องกันการจมนาและการช่วยเหลือผู้ จมนา และทกั ษะการช่วยเหลือผู้จมนาเบอื งต้น กอ่ นและหลังเข้าร่วมโปรแกรม (n=36) ตวั แปร Mean S.D. t df p-value 1. ความรูเ้ กียวกบั การป้ องกนั การจมนา 8.330 35 <0.001*** กอ่ นเข้าร่วมโปรแกรม 6.7 1.41 หลงั เข้าร่วมโปรแกรม 8.9 0.72 . ทศั นคตเิ กยี วกบั การป้ องกนั การจมนา 5.643 35 <0.001*** กอ่ นเข้ารว่ มโปรแกรม 23.0 2.60 หลังเข้าร่วมโปรแกรม 24.8 2.19 3. พฤติกรรมเรืองการป้ องกนั การจมนา 8.269 35 <0.001*** และการชว่ ยเหลอื ผูจ้ มนาเบอื งตน้ 24.0 2.19 กอ่ นเข้าร่วมโปรแกรม หลงั เข้าร่วมโปรแกรม 26.1 2.05 4. ทกั ษะการช่วยเหลอื ผูจ้ มนาเบอื งตน้ 9.974 35 <0.001*** กอ่ นเข้าร่วมโปรแกรม 5.8 1.50 หลังเข้าร่วมโปรแกรม 8.9 0.93 *** p-value < 0.001 67

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 วิจารณ์ จากการศึกษาผลของโปรแกรมการส่งเสริมความร้เู กยี วกับการป้ องกนั การจมนาและการช่วยเหลือ ผ้จู มนาเบืองต้นในนกั เรียนประถมศึกษาโรงเรียนแห่งหนึง อาเภอทา่ มะกา จงั หวดั กาญจนบรุ ี โดยพบว่า กลุ่มตวั อย่างทังหมด คน ส่วนใหญ่มีระดับความรู้เกยี วกับการป้ องกันการจมนาและการช่วยเหลือผู้ จมนาเบืองต้นในระดับปานกลาง จานวน คน คิดเป็ นร้อยละ . เนืองจากร้อยละ . ของกลุ่ม ตัวอย่างเคยได้รับความรู้เกียวกบั การจมนาและจากการสอบถามข้อมูลเพิมเติมพบว่าในโรงเรียนได้มีการ จดั การเรียนการสอนในหัวข้อทีเกียวกบั การจมนา รวมถึงผู้ปกครองได้เน้นยาถึงอนั ตรายทีเกิดจากการ จมนาและผลเสยี ทจี ะเกิดขนึ หากนักเรียนจมนา ซึงความรู้ดงั กล่าวเกิดผา่ นการอบรมสังสอนของโรงเรียน และครอบครวั ยุบลวรรณ ตันเธียรรัตน์( ) ได้กล่าวถึงหน้าทขี องครอบครัวไว้ ประการ และในข้อที ได้กล่าวถึงการให้ การอบรมสังสอนแก่เด็กและเตรียมการให้เด็กออกไปเผชิญกับสิงแวดล้อมอย่าง ปลอดภยั เพือป้ องกันการสญู เสยี ชวี ติ ของเดก็ ในครอบครัว ซึงเป็นหน้าทีทีสาคญั ของสถาบันครอบครวั การ จมนาเป็ นสาเหตุการเสียชีวิตทีสาคัญในเด็กอายุ - ปี เป็ นหน้าทีของผู้ปกครองทีต้องดูแลความ ปลอดภัยของเด็กและให้ความรู้ อบรมสังสอนให้เด็กเกดิ การเรียนร้แู ละเกดิ ความจาเพือไมใ่ ห้มพี ฤตกิ รรม ทีเสียงต่อการจมนา จากการวิจยั ของคณะผ้วู จิ ยั พบว่า ข้อคาถามในแบบสอบถามในหัวข้อความรู้เกยี วกบั การป้ องกัน การจมนาและการชว่ ยเหลอื ผู้จมนาเบอื งต้นก่อนเข้าร่วมโปรแกรม ทงั หมด ข้อ พบว่า ข้อคาถามทีกลมุ่ ตวั อยา่ งตอบผดิ มากทีสดุ ได้แก่ ข้อที ) แมน่ า ลาคลอง ทีมองเห็นพืนผิวบริเวณก้นแมน่ า เป็นนาทมี คี วาม ลึกไมม่ าก จานวน คน คดิ เป็นร้อยละ . คะแนน รองลงมา คอื ข้อที ) เด็กเล็กสามารถจมนาจาก ก้นกะละมงั ได้ และข้อที ) การอุ้มคนจมนาพาดบ่าและกระโดดจะช่วยทาให้นาไหลออกจากจมกู และปาก จะทาให้คนจมนาปลอดภยั จานวน คน คิดเป็นร้อยละ . คะแนน แสดงให้เห็นว่ากลุ่มตัวอย่างไม่ ทราบว่าทจี ริงแล้ว แม่นา ลาคลอง มองเหน็ พืนผวิ บริเวณก้นแมน่ านันอาจเป็นแหล่งนาทลี กึ แต่เนืองจาก ความใสของนาจงึ ทาให้มองเหน็ พนื ผิวบริเวณก้นแม่นา กลุม่ เป้ าหมายไมท่ ราบวา่ เดก็ เลก็ สามารถจมนาจาก ก้นกะละมังหรือนาทมี คี วามลึกเพยี ง - นิวได้ และกระโดดจะช่วยทาให้นาไหลออกจากจมูกและปากจะ ทาให้คนจมนาปลอดภัย ทจี ริงแล้วทาให้เดก็ อาเจียน เกดิ การสาลัก และจะทาให้การช่วยเหลือเด็กล่าช้าลง ไป ซึงมีผลทาให้เดก็ ขาดอากาศหายใจนานขนึ และมีโอกาสในการรอดชวี ิตน้อยลง( ) การศึกษาระดับทัศนคตกิ ่อนเข้าร่วมโปรแกรมพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีทศั นคติในระดับปานกลาง จานวน คน คดิ เป็นร้อยละ . ส่วนใหญไ่ ม่เหน็ ด้วยกบั การทตี นเองว่ายนาเป็นและสามารถช่วยเหลือ เพือนทจี มนาได้ด้วยตนเอง คดิ เป็นร้อยละ . เนืองจากกลุม่ ตวั อย่างมีความคิดเหน็ ว่าไม่ควรลงไปช่วย ผ้จู มนาด้วยตนเองถึงแม้ตนเองจะว่ายนาเป็นก็ตาม อาจเนืองจากประสบการณ์ทีเด็กได้ดูรายงานสาเหตุ การจมนาจากการทวี ่าย ลงไปช่วยเหลือผู้จมนาด้วยตนเอง และพบว่าเสียชีวติ ด้วยกันจากสอื ต่าง ๆ ไมว่ ่า จะเป็ นจากในข่าว สือออนไลน์ หรือจากคาบอกเล่าของคนในครอบครัวหรือเพอื น จากการศึกษาของ พบว่าประมาณร้อยละ ของ เด็กอายุ – ปี รบั รู้ข่าวสารและข้อเทจ็ จริงว่าการจมนาเป็นสาเหตใุ ห้ 68

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 เด็กไทยอายตุ ากวา่ ปี เสยี ชีวิตมากเป็นอันดับหนึง ซึงมากกว่าประชาชนทัวไปทีมีการรบั รู้เกียวกับการ จมนาเพยี งร้อยละ ( ) การศึกษาระดบั พฤติกรรมในการป้ องกนั การจมนาของกลมุ่ ตัวอย่างพบว่าสว่ นใหญ่อยู่ในระดับดี จานวน คน คิดเป็นร้อยละ . ข้อคาถามทกี ลุ่มตวั อย่างตอบถกู ต้องมากทีสุดทีคอื ไมป่ ฐมพยาบาล ผ้จู มนาด้วยการอ้มุ พาดบ่า และ ไม่ลงเล่นนาในสระและคลองในช่วงเวลาพลบคา การทีเดก็ ไม่ไปเล่นนาใน เวลากลางคืนอาจเป็ น เพราะเด็กกลัวความมืดและผู้ปกครองไม่อนุญาตให้ออกไปนอกบ้านในเวลา กลางคนื ซึงความกลัวจากจินตนาการ คอื ความกลัวทตี นเองนันสร้างขึนมาเอง เป็ นความกลัวทีตนเอง จินตนาการขึนมาโดยไม่ต้องอาศัยหลักของการเชือมโยง เช่น การเดินอยู่ในทีทีมองไม่เห็น ซึงมักจะ จนิ ตนาการถงึ สิงกีดขวาง ทีจะทาให้ได้รับอนั ตรายได้ ลักษณะความกลวั เช่นนีทาให้เด็กไมก่ ล้าทีจะเล่นนา ในตอนกลางคืนเพราะในความมืดเด็กจะจิตนาการถงึ สงิ ทนี า่ กลัว ซึงอาจเป็นเหตผุ ลทเี ด็กส่วนมากจะไม่ลง เล่นนาในสระและคลองในช่วงเวลาพลบคา( ) จากการศึกษาระดับทักษะการช่วยเหลือผ้จู มนาเบอื งต้นกอ่ นเข้าร่วมโปรแกรมการส่งเสริมความรู้ เกยี วกบั การป้ องกันการจมนาและการชว่ ยเหลือผู้จมนาเบืองต้น ข้อปฏิบตั ิจานวน ข้อ พบว่า ข้อปฏิบัติ ทกี ลุ่มตัวอยา่ งปฏิบัตไิ ด้น้อยทสี ดุ คอื จงั หวะการกดหน้าอกตอ่ เนือง ครังตอ่ นาที จานวน คน คดิ เป็ นร้อยละ . และรองลงมา คือ ท่าผู้ทา CPR ทีถูกต้อง จานวน คน คิดเป็ นร้อยละ . เนืองจากกลุ่มตัวอย่างไม่ทราบจงั หวะการกดหน้าอกต่อเนือง ครังต่อนาที เพราะว่ากล่มุ ตัวอย่างยังไม่ เคยทดลองปฏบิ ัตจิ ริงจงึ ทาให้ไม่รู้จังหวะในการกดหน้าอกทเี หมาะสม และไม่ทราบทา่ ทางในการทา CPR ทีถกู ต้อง โดยกล่มุ เป้ าหมายมกั คดิ ว่าหวั ใจอยู่ทางด้านซ้ายของหน้าอกแต่ทีจริงแล้วหัวใจอยู่บริเวณกงึ กลาง หน้าอก จึงต้องวางสนั มอื ขนานกบั แนวกงึ กลางหน้าอก ประสานมือแขนตังฉาก กดหน้าอกให้ยุบประมาณ เซนติเมตร ความเรว็ อย่างน้อย ครังต่อนาที นวดหัวใจ ครัง สลับกับเป่ าปาก ครัง(14) สรุปผลจากการศกึ ษาโปรแกรมการส่งเสริมความรู้เรืองการป้ องกนั การจมนาและการช่วยเหลือผู้จมนา เบืองต้นนีสามารถช่วยทาให้กลุ่มตัวอย่างทเี ป็ นนักเรียนมีความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมในการป้ องกัน การจมนาและให้การช่วยเหลือผ้จู มนาเบืองต้นตามหลักของตะโกน โยน ยนื รวมถึงการช่วยเหลือฟื นคนื ชีพได้อย่างถูกต้องและมันใจ ข้อเสนอแนะควรมีการจัดโปรแกรมส่งเสริมความรู้เรืองการป้ องกันการ จมนาและการช่วยเหลอื ผู้จมนาเบืองต้นในกลุ่มนักเรยี นชันอืน ๆ รวมไปถึงผู้ปกครองเพือสง่ เสริมความรู้ ความเข้าใจเกียวกบั ความเสียงในการจมนา สร้างความตะหนักในการเสยี ชีวิตจากการจมนาของบุตรหลาน และการช่วยเหลอื ฟื นคนื ชีพอย่างถกู วธิ ีทีสามารถนาไปประยุกต์ใช้ได้กบั สถานการณ์อืน เช่น การถูกไฟฟ้ า ชอ็ ก การมสี ิงแปลกปลอม 69

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธันวาคม 2564 เอกสารอา้ งองิ 1. World Health Organization. World Health Statistics 2019: Monitoring health for the SDGs. [Internet].2019[cited2019,15July]. Available from: https://bit.ly/3bS9AjK 2. กลุม่ ป้ องกนั การบาดเจบ็ ทวั ไป กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสุข. ประเด็นสารสาคญั สาหรบั การ รณรงค์ป้ องกนั เดก็ จมนาปี . [อนิ เทอร์เนต็ ]. 2562, [เข้าถงึ เมือ กรกฎาคม ]. เข้าถงึ ได้ จาก: https://bit.ly/3C6n3PX . โรงพยาบาลเจ้าพระยา. การป้ องกนั อบุ ัตภิ ัยทางนา การจมนา ในเด็กและวัยรนุ่ . [อินเทอรเ์ นต็ ], 2561. [เข้าถึงเมือ กรกฎาคม ]. เข้าถึงได้จาก:https://www.chaophya.com/2018/06/การจมนา/ . สชุ าดา เกดิ มงคลการ, ส้ม เอกเฉลิมเกยี รติ, และกาญจนีย์ ดานาคแก้ว ( ). การวิเคราะห์เชิง พรรณนาข้อมลู เฝ้ าระวงั การบาดเจ็บจากการตกนา จมนา ทงั มติ ิของการดาเนินงาน. [อินเทอรเ์ นต็ ]. 2558, [เข้าถงึ เมือ กรกฎาคม ]. เข้าถึงได้จาก: https://bit.ly/3GWYTel . กลมุ่ ป้ องกันการบาดเจบ็ ทวั ไป กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ . จานวนและอตั ราการเสียชวี ติ จาก การจมนาของเด็กอายุตากว่า ปี ตอ่ ประชากรเดก็ แสนคน ปี พ.ศ. จาแนกรายจังหวดั ในประเทศ ไทย[อนิ เทอร์เน็ต]. , [เข้าถึงเมอื กรกฎาคม ]. เข้าถึงได้จาก: https://bit.ly/3wo2DAC 6. Backer, MH. The Health Belief Model and Sick Role Behavior. Health Education Monographs. 1974;2(4):409-419. 7. Bloom BS, Madaus GF, Hastings JT. Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw-Hill; 1971. 8. Bloom, BS. Learning For Mastery, The Evaluation Comment. In All Our Children Learning, New York : McGraw-Hill;1968. 9. Best, JW. Research in Education. 3 rd ed. Engle-wood Cliffs, New Jersey : Prentice Hall, Inc 1997. . ยุบลวรรณ ตนั เธยี รรตั น์. โมเดลเชิงสาเหตกุ ารกระทาผิดของเยาวชน: การบรู ณาการของ ทฤษฎี ทางสงั คมวทิ ยาเพอื การอธิบายการกระทาผดิ ของนกั ศึกษามหาวิทยาลัยระดบั ปรญิ ญาตรใี นเขต กรงุ เทพมหานคร. [รายงานการวจิ ยั ฉบับสมบูรณ]์ . กรงุ เทพฯ: สานกั งานคณะกรรมการการวจิ ยั แห่งชาติ; 2550. 11. สานกั โรคไมต่ ิดตอ่ กรมควบคมุ โรค. การช่วยเหลือและปฐมพยาบาลคนตกนา จมนา. [อินเทอร์เน็ต], . [เข้าถงึ เมอื กรกฎาคม ]. เข้าถงึ ได้จาก: https://bit.ly/3CUzhfn 12. กิงกาญจน์ จงสุขไกล. การรับร้ขู ่าวสารปัญหาเด็กจมนาในประเทศไทย. วารสารด้านการบริหารรัฐกิจ และการเมือง. ;8(2):48-68. 13. ณัฐวุฒิ พอ่ ค้า. พิพธิ ภัณฑค์ วามกลวั [วทิ ยานพิ นธ์ปริญญาสถาปัตยกรรมศาสตรบณั ฑติ ]. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลยั ศรีปทุม; 2561. 14. อาสาฉุกเฉนิ ชุมชน. คู่มืออาสาฉุกเฉินชุมชน. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาต.ิ นนทบรุ ี: สถาบัน การแพทยฉ์ ุกเฉนิ แห่งชาติ; 2559. 70

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 การสอบสวนการระบาดโรคติดเชือไวรสั โคโรนา (COVID-19) ในกลมุ่ ผูเ้ ดินทาง จากประเทศคูเวตเพือเขา้ รบั การกกั ตวั ที State Quarantine แห่งหนึง ในจงั หวดั สมุทรปราการ วนั ที 27 พฤษภาคม - 7 มิถุนายน Coronavirus disease 2019 (COVID-19) outbreak investigation among travelers from Kuwait Who was detained at a State Quarantine in Samut Prakan Province on May 27 – June 7, 2020. จตุพร ทิพยทฆิ มั พร Jatuporn Thipayathikamporn วลั ภา ศรสี ภุ าพ Wallapa Srisupap เกศรนิ ขอหน่วงกลาง Kesarin Kornoungklang ศศธิ ร พงษ์ประพนั ธ์ Sasitorn Phongprapan สำนกั งำนป้ องกนั ควบคุมโรคที จงั หวดั ชลบุรี Office of Disease Prevention and Control 6,Chonburi Received: May 17, 2021Revised: November 19, 2021Accepted: November 30, 2021 บทคดั ยอ่ วันที พฤษภาคม เวลา . น. ทมี ตระหนักรู้สถานการณ์ สานกั งานป้ องกัน ควบคุมโรคที จังหวัดชลบุรี ได้รบั แจ้งจากด่านควบคมุ โรคติดตอ่ ระหวา่ งประเทศ ทา่ อากาศยานสวุ รรณ ภมู ิ พบผู้ป่ วยยนื ยันโรคติดเชือไวรัสโคโรนา จานวน 2 ราย เดินทางมาจากประเทศคูเวต ทมี ปฏิบตั กิ ารสอบสวนควบคุมโรคได้ตรวจสอบข้อเทจ็ จรงิ กาหนดนยิ าม ประชุมเพอื เตรยี มความพร้อม และสอบสวนโรคในวนั ที พฤษภาคม เวลา . น. มวี ตั ถุประสงค์ ( ) เพอื อธบิ ายเหตุการณ์ ลักษณะทางระบาดวทิ ยา และ( )เพอื ค้นหาสาเหตหุ รือปัจจัยเสยี ง เป็นการศกึ ษาระบาดวทิ ยาเชงิ พรรณนา รวบรวมข้อมูลจากเอกสารทางการแพทย์ สัมภาษณผ์ ู้เกยี วข้อง วิธสี มั ภาษณ์ผู้ตดิ เชือหรือผู้มปี ระวตั ิสมั ผัส ใกล้ชิดรวมถงึ เจ้าหน้าทที ีปฏิบัติงานประจาสถานกักกันโรคแห่งรัฐ สารวจสถานทีเกดิ เหตกุ ารณ์ ผลการ สอบสวน พบผู้เดนิ ทางจากประเทศคูเวตเข้ารับการกักตัวทสี ถานกักกนั โรคแห่งรัฐแห่งเดียวกันเป็นผู้ป่ วย ยืนยันโรคติดเชือไวรสั โคโรนา รวม ราย เป็นเพศชาย ร้อยละ อาชพี รับจ้างมากทสี ุด (ร้อย ละ . ) รองลงมาอาชีพนวดสปา (ร้อยละ . ) ส่วนใหญ่อายุระหว่าง – ปี (ร้อยละ . ) ไม่แสดงอาการ ร้อยละ . เป็นการระบาดแบบแหล่งโรคเดียวกัน ส่วนกจิ กรรมเสียงระหวา่ งอยใู่ น ประเทศคูเวต พบวา่ มกี ารพกั ร่วมกับผ้ปู ่ วย ร้อยละ . ไม่มีการเว้นระยะห่างในขณะรับประทานอาหาร ร่วมกัน ร้อยละ . ล้างมอื ไม่สมาเสมอร้อยละ . โดยสารเครืองบินแล้วนังชิดตดิ กับผู้ป่ วย ร้อยละ . สาหรบั ความเสียงในสถานกักกันโรคแห่งรฐั พบว่ามผี ู้เข้ารับการกกั ตัวออกจากห้องของตนเองไป 71

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 ห้องของผู้ติดเชอื ร้อยละ . ข้อเสนอแนะ สถานกักกนั โรคแหง่ รัฐ ควรมกี ารบันทกึ รายชอื เจ้าหน้าทีที ปฏบิ ตั งิ าน และประเมินความเสียงในแต่ละวนั สายการบนิ ควรปฏบิ ัติการตามมาตรการป้ องกนั การระบาด โรคตดิ เชือไวรัสโคโรนา กรมการขนส่งทางบกควรเน้นยามาตรการในรถบัสทีส่งผู้เข้ารับการกักตัว และควรมีการจดั ทาผังการนังของผ้เู ดนิ ทางแต่ละคน เพือให้สามารถเฝ้ าระวงั ได้อยา่ งเหมาะสม ติดต่อผู้นพิ นธ์: จตพุ ร ทพิ ยทิฆมั พร อีเมล: [email protected] Abstract On May 25, 2020 at 3:39 p.m. Situation Awareness Team, Office of Disease Prevention and Control 6 , Chonburi Province was notified by Health Control Suvarnabhumi Airport. Found two confirmed cases of Coronavirus disease 2019 came from Kuwait went to quarantined at one of a State Quarantine in Samut Prakan Province. An Operation Investigation Team had investigated this occurrence, defined definitions, investigation team meeting and went to the State Quarantine to investigate on May 27, 2021 at 10:00 a.m. with the following objectives (1) To describe the event and Epidemiological characteristics and ( 2 ) To find out what factors cause Coronavirus disease 2 0 1 9 infection. This is a descriptive epidemiological study collect information from Medical records, interview with infected person or anyone who had close contact history including staff who work regularly State Quarantine, explore the site of the incident. The investigation found that Coronavirus disease 2019 confirmed cases come from Kuwait have a total of 21 cases were quarantined at the same State Quarantine facility, all of whom were male (100 %). Hire career 20 cases (9 5 .2 8 % ) . Spa massage career 1 case (4 .7 2 %). Most are between 36-40 years old (61.9%). Clinical manifestations were mostly asymptomatic ( 5 7 . 1 4 %) . This outbreak is characterized by the same source of disease. Risk activities while living in Kuwait found that most of the infected people live with the sick (95.24%), No distancing while eating together (90.48 %), Irregular hand washing (61.90%), Sit closely with the patient on the plane (42.86%). While staying in the State Quarantine facility had left from their own room to the room of infected (4.76 percent). Suggestion were the State Quarantine facility should record name of the staff on duty and assess the risks each day, airlines should follow the measures to prevent and reduce the chance of the spread of Coronavirus disease 2 0 1 9 strictly, the Department of Land Transport should emphasize measures on buses transporting travelers to the State Quarantine facilities and should have a seating chart for each passenger to be able to keep a surveillance appropriately. Correspondence: Jatuporn Thipayathikamporn E-mail: [email protected] 72

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 คาสาคญั Keywords สอบสวนกำรระบำด Outbreak Investigation โรคติดเชอื ไวรัสโคโรนำ COVID-19 สถำนกักกันโรคแหง่ รฐั State Quarantine ผู้เดนิ ทางจากตา่ งประเทศ International Travelers บทนา โรคติดเชือไวรัสโคโรนา (COVID-19) พบครังแรกเมือ 30 ธันวาคม 2562 องคก์ าร อนามัยโลกประกาศเป็ นภาวะฉุกเฉนิ ทางสาธารณสุขระหว่างประเทศเมือ 30 มกราคม 2563 ประกาศ เป็ น Pandemics เมือ 11 มีนาคม 2563(1) โดยประเทศไทยพบผู้ป่ วยยืนยัน ครังแรกเมือวันที 13 มกราคม 3 เป็ นผู้ป่ วยหญิงชาวจีน อายุ 61 ปี มีภูมิลาเนาอยู่ที มณฑลหูเป่ ยเมืองอู่ฮัน ประเทศจีน ผ้ปู ่ วยเดนิ ทางมาท่องเทียวทปี ระเทศไทยพร้อมครอบครัว และกรุ๊ปทัวร์รวม 16 คน โดยสารเครืองบินมา ลงทีสนามบินสวุ รรณภูมิเมือวนั ที 8 มกราคม 2563(2) กระทงั เมือวันที 31 มกราคม 2563 จงึ มีรายงาน ว่าพบผ้ปู ่ วยทตี ดิ เชือจากการแพร่เชือในประเทศเป็นครังแรก(3) ประเทศไทยจึงประกาศเป็นภาวะฉกุ เฉิน ด้านสาธารณสขุ และจดั ตังศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชือไวรัสโคโรนา (ศบค.) ในวนั ที 12 มีนาคม 2562 ซึงได้มขี ้อสงั การให้ผู้เดินทางมาจากตา่ งประเทศทกุ คน ต้องได้รบั การ ตรวจคัดกรอง แยกกัก หรือกกั กนั เพอื การเฝ้ าระวัง ป้ องกันและควบคมุ โรคจากผู้เดินทางซึงมาจากท้องที หรือเมอื งท่านอกราชอาณาจกั ร กรณีโรคติดเชือไวรัสโคโรนา (COVID-19) โดยมมี าตรการและ แนวทางการดาเนนิ การทีสาคัญ ได้แก่ มาตรการกักตวั ผู้เดินทางจากต่างประเทศ ซึงเป็ นการดาเนนิ การ ร่วมกันโดยกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงาน อืน ๆ ทีเกียวข้อง ผู้เดินทางจากต่างประเทศทกุ คนจะต้องเข้ารับการกักตัวเพือสังเกตอาการ ณ สถาน กักกันโรคแห่งรัฐ (State Quarantine: SQ) เป็ นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน นับถัดจากวันทีเดินทางถึง ประเทศไทย และถูกเก็บตัวอย่างทางเดินหายใจส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพือหาเชือไวรัสโคโรนา 2019 (SARS-CoV-2) จานวน 2 ครัง โดยครังที 1 ประมาณวันที 3 – 5 และครังที 2 ประมาณวนั ที 11-13(4) หรอื เมือมอี าการไข้ ไอ มีนามูก เจบ็ คอ หรอื หอบเหนอื ย อย่างใดอย่างหนงึ ( ) สถานการณ์ การระบาดของโรค ติดเชือไวรัสโคโรนา (COVID- ) เมือวันที 23 พฤษภาคม 2563 ทัวโลกพบผู้ติดเชือสะสม 5,318,833 ราย เสียชีวิตสะสม 340,241 ราย โดยพบ จานวนผ้ปู ่ วยสงู สุดทปี ระเทศสหรัฐอเมริกา 1,645,353 ราย สาหรับประเทศไทย ปัจจุบันพบผู้ป่ วย สะสม 3,040 ราย( ) พบผ้เู สยี ชีวติ 57 ราย ผู้ป่ วยทเี ข้าเกณฑ์เฝ้ าระวงั ถึง 147,310 ราย เขตสขุ ภาพที 6 73

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธันวาคม 2564 พบผู้ป่ วยสะสม 246 ราย พบผ้เู สยี ชีวิต 9 ราย เป็นผู้ติดเชอื ทีเป็ นคนไทยกลบั จากต่างประเทศ 21 ราย จากผู้เดนิ ทางกลับจากต่างประเทศทีเข้ารับการกักตัวในสถานกักกันโรคแห่งรฐั 5,198 ราย( ) วันที พฤษภาคม เวลา . น. ทีมตระหนักรู้สถานการณ์ (Situation Awareness Team: SAT) สานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที จงั หวัดชลบรุ ี ได้รบั แจ้งจากด่านควบคุมโรคตดิ ต่อระหว่างประเทศ ท่า อากาศยานสุวรรณภมู ิ พบผ้เู ดนิ ทางมาจากประเทศคูเวตถึงประเทศไทยเมือวันที 24 พฤษภาคม มี อาการเข้าได้กับเกณฑส์ อบสวนโรคทีสนามบินสุวรรณภมู ิ (Patient Under Investigation: PUI) จานวน 3 ราย ได้ตรวจหาสารพันธกุ รรมของเชือ SARS-CoV-2 โดยวิธี Real-time RT-PCR ทีสนามบินแล้วส่ง PUI สนามบิน ทัง 3 รายไปรอฟังผลทีโรงพยาบาลบางจาก จังหวัดสมุทรปราการ ผลตรวจพบสาร พันธกุ รรม SARS-CoV-2 (Detected) จานวน 2 ราย จึงแยกกัก (Isolation) โดยสง่ ตัวเข้ารับการรักษา ทีโรงพยาบาลสมุทรปราการ ทีมสอบสวนโรค (Operation investigation: OPI) จากสานักงานป้ องกัน ควบคมุ โรคที จังหวดั ชลบรุ ี พร้อมด้วยทีมสอบสวนโรคจากสานักงานสาธารณสุขจงั หวดั สมุทรปราการ เข้าตรวจสอบข้อเทจ็ จริง กาหนดนิยาม ประชุมเตรยี มความพร้อม และลงพืนทีเพอื ดาเนินการสอบสวน โรคในระหวา่ งวันที 2 พฤษภาคม - 7 มถิ ุนายน 2563 การศกึ ษาครังนี มวี ตั ถุประสงค์ สองประการ คือ 1. เพืออธิบายเหตกุ ารณ์ ลกั ษณะทางระบาดวทิ ยา และ 2. เพือค้นหาสาเหตุหรือปัจจัยเสียงของการ ระบาด วสั ดุและวิธีการศึกษา 1. การศกึ ษาระบาดวทิ ยาเชิงพรรณนา 1.1 ทบทวนข้อมลู จาการกรอกแบบคาถามสขุ ภาพ แบบ ต. ผงั การนงั เครืองบนิ และข้อมูล การคดั กรองสุขภาพจากดา่ นควบคุมโรคตดิ ต่อระหว่างประเทศ ทา่ อากาศยานสุวรรณภูมิ . ข้อมูลการคดั กรองผู้เดินทางแรกรบั ทสี ถานกักกันโรคแห่งรฐั วันที พฤษภาคม (Day 0) ทบทวนข้อมูลสุขภาพรายวนั ของผู้เดินทางจากบันทกึ ของทมี ในภารกิจด้านการรักษาพยา บาล ประจาสถานกักกันโรคแห่งรัฐ (State Quarantine: SQ) รวมทังทะเบียนการนังในรถบัสแต่ละคันทมี าสง่ . รวบรวมข้อมูลอาการเจ็บป่ วย และการรักษา ที Cohort Ward โรงพยาบาลสมุทรปราการ ตังแต่วันที พฤษภาคม – มิถุนายน เกบ็ ข้อมูลโดยวธิ ีสัมภาษณผ์ ู้ตดิ เชือ (Confirmed case) หรือผู้มีประวัติใกล้ชิด (Close contact) รวมถึงเจ้าหน้าทีทีปฏิบัติงานประจาสถานกักกันโรคแห่งรัฐ ประกอบด้ วย ผู้บัญชาการเหตุการณ์ประจาสถานกักกันโรคแห่งรัฐ (Incident Commander: IC) นายทหารเวร เจ้าพนกั งานควบคุมโรคจากสานักงานป้ องกันควบคุมโรคที จังหวัดสระบุรี ทีมแพทย์ ประจาสถานกกั กันโรคแห่งรัฐ ผ้จู ัดการและพนกั งานทเี กียวข้อง ในโรงแรมซึงเป็นสถานกกั กันโรคแห่งรฐั ประกอบด้วย ประวัติส่วนบุคคล ประวัติการเจ็บป่ วย ประวัติการอาศัย ณ ต่างประเทศ ประวัติการ เดินทางกลับประเทศไทย ประวัติการเดินทางเข้ารับการกักตัวทีสถานกักกันโรคแห่งรัฐ และประวัตกิ าร รักษา Non-COVID-19 Disease ในสถานกักกนั โรคแห่งรัฐ 74

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธันวาคม 2564 . คน้ หาผูป้ ่ วยเพมิ เติม ค้นหาในกลมุ่ ผ้เู ดินทางมาจากประเทศคูเวตด้วยสายการบนิ Georgian Airways เทยี วบินพิเศษที TGZ 2881 วันที พฤษภาคม และเข้ารับการกกั ตวั (Quarantine) ทสี ถานกักกันโรคแห่งรฐั แห่งหนึงในจงั หวดั สมทุ รปราการ โดยกาหนดนยิ าม(5) ดงั นี 2.1 ผู้ป่ วยสงสัย หมายถึง ผู้ทีมีอาการเข้าได้กับเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) ฉบับวันที 1 พฤษภาคม 2563 โดยมอี าการของระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึง ดังนี ไอ นามกู เจบ็ คอ ไม่ได้ กลิน หายใจเรว็ หายใจเหนือย หรือ หายใจลาบาก และ/หรือ ประวตั มิ ีไข้ หรืออุณหภูมิกายตังแต่ 37.5 องศาเซลเซยี สขนึ ไป 2.2 กลุม่ ทีมีปัจจัยเสียงสงู (High Risk) เป็นผู้มปี ระวตั ิสมั ผสั กับผ้ปู ่ วยยนื ยันโรคตดิ เชือไวรัส โคโรนา (COVID-19) ทีไมไ่ ด้สวมอปุ กรณ์ป้ องกนั อย่างเหมาะสม มีประวัตสิ ัมผัสใกล้ชดิ กบั ผู้ป่ วย ยนื ยัน 2.3 กลุ่มทีมีปัจจัยเสียงตา (Low Risk) เป็ นผู้ประกอบอาชีพทีเกียวข้องสัมผัสกับผู้ป่ วย ยืนยันโรคติดเชือไวรัสโคโรนา (COVID-19) ทีมีการสวมอุปกรณ์ป้ องกันอย่างเหมาะสม เช่น เจ้าหน้าทีตรวจคัดกรองทีด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที ประจาสถานกกั กันโรคแห่งรัฐ 3. การศึกษาสภาพแวดลอ้ ม (Environmental study) สัมภาษณ์ผ้ปู ่ วย เรืองประวตั กิ ารเดินทาง กลับประเทศไทย และเจ้าหน้าทีประจาสถานกกั กันโรคแห่งรัฐ เรอื งการดาเนินการเข้ารับการกกั ตัวของผู้ เดนิ ทาง เพือสืบไปยงั แหล่งทีมาของโรค ลักษณะทพี ักทตี ่างประเทศ การอยูอ่ าศัย ลกั ษณะการทางาน การ เดนิ ทางบนเครอื งบิน การเดนิ ทางในรถบสั และโอกาสในการตดิ เชือในสถานกักกันโรคแห่งรัฐ(4) . การศึกษาผลการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ เพือตรวจหาสารพันธุกรรมของเชือ SARS-CoV-2 ของผู้เดนิ ทางจากประเทศคูเวต ด้วยวธิ ี Real-time RT-PCR(8) ดังนี 4.1 ผู้ป่ วยสงสัย มีอาการเข้าได้กับเกณฑ์สอบสวนโรค ได้รับการเก็บตัวอย่างทางเดินหายใจ (Nasopharyngeal swab: NPS) Day 0 (24 พฤษภาคม 2563) ทีดา่ นควบคมุ โรคติดต่อระหว่างประเทศ ทา่ อากาศยานสวุ รรณภมู ิ (PUI สนามบิน) ส่งตรวจทีห้องปฏบิ ัติการศูนยว์ ิทยาศาสตร์สขุ ภาพโรคอบุ ัตใิ หม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 4.2 ผู้เข้ ารับการกัก ตัวทีสถานกักกันโรคแห่งรัฐ ได้ รับการเก็บตัวอย่างทางเดินหายใจ (Nasopharyngeal swab: NPS และ Throat swab: TS) ตามช่วงเวลา มีกาหนด 2 ช่วง คือ Day 3-5 และ Day 11-13 โดยไม่จาเป็ นต้องมีอาการ (Non PUI) หรือในวันทีมีอาการเข้าได้กับเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI SQ) อย่างใดอย่างหนึง สง่ ตรวจทีห้องปฏิบัตกิ ารโรงพยาบาลสมุทรปราการ หากผลการตรวจพบ เชือให้ดาเนินการตามแนวทางการดาเนินงานสถานกกั กนั โรคแห่งรัฐ โดยนาออกไปแยกกกั (Isolation) ใน สถานพยาบาลทีกระทรวงสาธารณสุขกาหนดตอ่ ไป 4.3 ผู้เข้ารับการกักตัวทีสถานกกั กันโรคแห่งรัฐครังนี ได้รับการเกบ็ ตัวอย่างเลือดและทางเดิน หายใจ (Nasopharyngeal swab: NPS) แทรกเพิมรอบพิเศษ 1 ครัง ใน Day 6 (30 พฤษภาคม 2563) เนืองจากเป็ นการศึกษาวิจัยโดยสถาบันป้ องกันควบคุมโรคเขตเมือง ส่งตรวจทีห้องปฏิบัติการสถาบัน ป้ องกนั ควบคุมโรคเขตเมือง 75

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 เครืองมือในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล แบบสมั ภาษณ์ทปี รบั ปรงุ จาก แบบรายงาน Novel corona 2 ของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค(9) รวบรวมวเิ คราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา : สัดส่วน อตั ราสว่ น อัตรา ผลการศกึ ษา . อธบิ ายเหตุการณ์ ลกั ษณะทางระบาดวิทยา 1.1 อธิบายเหตุการณ์ ผู้ป่ วยรายแรกทีได้รบั แจ้งข่าว (Index Case) จากดา่ นควบคมุ โรคติดต่อ ระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภมู ิ เมือวันที 25 พฤษภาคม เวลา . น. (Day 1) ว่า พบผู้ป่ วยยืนยัน 2 ราย ซึงเข้าข่ายผู้ป่ วยสงสัยตดิ เชือไวรสั โคโรนา 2019 ทีเข้าได้กบั เกณฑ์สอบสวนโรค (PUI สนามบิน) เดินทางจากประเทศคูเวตด้วยสายการบิน Georgian Airways เทียวบินพิเศษที TGZ 2881 เวลา 10.00 น. ถึงท่าอาศยานสวุ รรณภูมิ วนั ที 24 พฤษภาคม เวลา 22.00 น. (Day 0) พร้อมผ้เู ดนิ ทาง รวมทงั สนิ 177 คน เพือเข้ารบั การกกั ตัวในสถานกกั กันโรคแห่งรฐั จานวน 2 แห่ง โดยผู้ เดินทาง จานวน 111 คน มีแผนเข้ ารับการกักตัวในสถานกักกันโรคแห่งรัฐแห่งหนึงในจังหวัด สมุทรปราการ (อีก 66 คน เข้ารับการกกั ตัวในจังหวัดกรงุ เทพมหานคร จึงไม่ได้อยู่ในการสอบสวนนี) กรมการขนส่งทางบกได้จัดรถบัสจานวน คัน จุคันละประมาณ - คน สาหรับขนผู้เดินทางจาก สนามบนิ ไปสถานกกั กันโรคแห่งรฐั ในรถบัสมีการนังชิดติดกัน ไม่มกี ารเว้นระยะหา่ ง (Distancing) แตท่ กุ คนสวมหน้ากากอนามยั (รวมทังพนกั งานขับรถและกระเป๋ ารถ) สาหรบั ผู้เดินทางทัง 111 คนนี พบว่ามี 108 คนสามารถผา่ นการตรวจจากด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ทา่ อากาศยานสวุ รรณภูมิ (Non PUI) เดินทางเข้ารับการกักตัวในสถานกกั กนั โรคแห่งรัฐแห่งหนึงในจงั หวัดสมุทรปราการ มี 3 รายทตี รวจ ไม่ผา่ นเนืองจากมีอาการเข้าได้กับเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI สนามบิน) ทัง 3 รายนีได้รับการเก็บตัวอย่าง สิงส่งตรวจจากทางเดินหายใจโดยวิธี Nasopharyngeal swab (NPS) เพือส่งตรวจหาสารพันธุกรรมของ เชือ SARS-CoV-2 โดยวธิ ี Real-time RT-PCR ทหี ้องปฎิบัติการศูนย์วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพโรคอุบัตใิ หม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แล้วส่ง PUI สนามบนิ ทัง 3 รายนไี ปรอผลการตรวจ Real-time RT-PCR พร้อม กบั รกั ษาตามอาการทโี รงพยาบาลบางจาก จังหวดั สมุทรปราการ ซึงวันต่อมา (Day1) ทราบผลการตรวจ พบสารพันธุกรรมของเชือ SARS-CoV-2 (Detected) 2 ราย จึงแยกกกั (Isolation) โดยสง่ ตัว (Refer) เข้ารับการรักษาใน Cohort ward ของโรงพยาบาลสมทุ รปราการในวนั เดียวกนั ส่วนอีก 1 ราย ผลการ ตรวจไม่พบสารพนั ธกุ รรมของเชือ SARS-CoV-2 (Not Detected) จงึ ให้เดินทางตามไปสมทบกับ 108 คน (Non PUI) กอ่ นหน้า รวมจานวนผ้เู ข้ารับการกกั ตัว Day 1 ทงั สนิ 109 คน ข้อมูลจากการคดั กรอง ผู้ป่ วยสงสัย (PUI สนามบิน) 2 รายดังกล่าวทีด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ รายที เป็ นเพศชาย อายุ ปี ศาสนาพุทธ ปฏิเสธโรคประจาตัว และปฏิเสธประวัติการ ได้รับวคั ซีนไข้หวัดใหญ่ พบอาการไข้ อณุ หภมู ิ . องศาเซลเซยี ส ไอ มีเสมหะ เจ็บคอ ท้องเสีย เริมมี 76

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 อาการจมูกไม่ได้กลินตังแต่วันที พฤษภาคม รายที เป็นเพศชาย อายุ ปี ศาสนาพุทธ ปฏิเสธโรคประจาตัว และปฏิเสธประวัติการได้รับวัคซนี ไข้หวัดใหญ่ พบอาการ ไอ เจ็บคอ ท้องเสีย เพิง เริมมีอาการป่ วยวนั ที พฤษภาคม (Day 0) จากการสอบสวนในผู้ป่ วยยืนยันทัง รายนี (Confirmed cases) ให้ข้อมูลว่าก่อนเดินทางกลับ ประเทศไทย ได้ทางานเป็นช่างเชือมถังหรือท่อนามันทีบริษัท HSS JV, New Refinery Project-Package พักห้องเดียวกันทีแคมป์ คนงานบรษิ ัท HSS JV เมือง Al Zour ประเทศคเู วต และให้ข้อมลู เพิมอีกวา่ ยังมี อีกบริษัทหนึงตังอยู่ในเมอื งเฟย์ฮัท ซึงห่างจากเมือง Al Zour ประมาณ 0 กิโลเมตร มีผู้ติดเชือจานวน มาก ได้สงั ปิ ดแคมป์ คนงานในเมอื งเฟยฮ์ ัท เพอื ย้ายพนักงานมารวมกนั ทีแคมป์ คนงานในเมือง Al Zour หลังจากย้ายมา เริมพบผู้ป่ วยยืนยันติดเชือไวรสั โคโรนา (SARS-CoV-2 Detected) จานวนมาก ในเมือง Al Zour แต่ผู้ติดเชอื มอี าการไมร่ ุนแรง จงึ แยกกักภายในห้องพักแคมป์ คนงาน การคน้ หาผูป้ ่ วยเพิมเติม ) กาหนดการเกบ็ ตัวอย่างสงิ ส่งตรวจจากทางเดนิ หายใจ สง่ ตรวจทางห้องปฏบิ ตั กิ าร เพือหาเชือ ไวรัสโคโรนา (SARS-CoV- ) ตามแนวทางการดาเนินงานสถานกกั กันโรคแห่งรัฐ รวมถึงการ ค้นหาผู้ป่ วยเพมิ เตมิ กรณีพเิ ศษ (ประกอบการศกึ ษาวจิ ัย) ดังนี วันที พฤษภาคม (Day 3) เป็ นการเกบ็ ตัวอย่างตามกาหนดการปกติ มีโรงพยาบาล สมุทรปราการ เข้าเก็บตัวอย่างจากทางเดินหายใจ โดยวิธี Nasopharyngeal swab (NPS) และ Throat swab (TS) ครังที 1 จานวน 108 คน จากจานวนผู้เข้ารับการกักตัว 109 คน (ใน 109 คนนี มี 1 คน เป็ น PUI สนามบิน ทราบผล swab Day 0 เป็ น Not Detected แล้ว จึงได้รับยกเว้นไม่ต้อง swab Day 3 อีก) ผลการตรวจพบสารพันธุกรรม SARS-CoV-2 จานวน ราย แยกกัก Confirmed cases ทงั 9 ราย โดยส่งตัวเข้ารบั การรักษาใน Cohort ward โรงพยาบาลคู่ขนานสมุทรปราการ ส่วนทีเหลือ 99 คนกับ 1 คนทีเป็น PUI สนามบนิ รวมจานวนผู้เข้ารับการกักตวั คงเหลือในสถานกักกนั โรคแห่งรัฐ 100 คน วันที 30 พฤษภาคม 2563 (Day 6) สานักงานป้ องกันควบคมุ โรคเขตเมือง เข้าเกบ็ ตัวอย่างรอบ พิเศษ(แทรกเกบ็ ใน Day 6 เพือประกอบการศึกษาวิจยั ) โดยช่วงเช้าเกบ็ ตวั อย่างจากเลอื ด ส่วนช่วงบ่าย เกบ็ ตัวอย่างจากทางเดินหายใจโดยวิธี Nasopharyngeal swab (NPS) จากผู้เข้ารับการกักตัวจานวน 100 คน ทราบผลการตรวจเมือวันที มิถุนายน 2563 พบสารพันธกุ รรม SARS-CoV-2 จานวน ราย แยกกัก Confirmed cases ทัง 8 รายโดยส่งตัวเข้ ารับการรักษาใน Cohort ward โรงพยาบาลคู่ขนาน สมุทรปราการในวนั เดียวกนั สว่ นทเี หลอื 92 คน รับการกกั ตวั ต่อไป วันที มิถุนายน (Day 11) เป็ นการเกบ็ ตัวอย่างตามกาหนดการปกติ มีโรงพยาบาล สมุทรปราการ เข้าเก็บตัวอย่างจากทางเดินหายใจโดยวิธี Nasopharyngeal swab (NPS) และ Throat swab (TS) ครังที 2 จานวน 92 คน ผลการตรวจพบสารพันธุกรรม SARS-CoV-2 จานวน ราย แยก กัก Confirmed cases ทัง 2 รายโดยส่งตัวเข้ ารับการรักษาใน Cohort ward โรงพยาบาลคู่ขนาน 77

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 สมุทรปราการ ส่วนทีเหลือ 90 คนรับการกักตัวต่อไปจนครบ วนั ในวนั ที มิถนุ ายน (Day 14) ดังตารางที 1 ตารางที 1 จานวนผ้ตู ิดเชือไวรัสโคโรนา ในกลมุ่ ผู้เดินทางโดยเครอื งบนิ จากประเทศคูเวตเมือวันที พฤษภาคม จาแนกตามวันทตี รวจพบเชอื (n = 111) วันทีเกบ็ ตวั อย่าง จานวนทงั หมด จานวนทงั หมด จานวนทตี ดิ เชือ ทตี รวจ ทีตดิ เชือ แตไ่ ม่มอี าการ พ.ค. (Day 0) 3 คน (จาก PUI สนามบิน) 20 พ.ค. (Day 3) 108 คน (จากผ้เู ข้ารบั การกักตัว 109 คน) 9 7 พ.ค. (แทรก Day 6) 100 คน (รวม PUI Day0 1 คน) 8 3 มิ.ย. (Day 11) 92 คน 2 2 รวม 21 12 จากผู้เดนิ ทางทังหมด 111 คน ผู้ทีมผี ลตรวจพบการติดเชือ (SARS-CoV-2 Detected) จะถกู แยกกกั (Isolation) โดยสง่ ตัวเข้ารับการรักษาทโี รงพยาบาลคขู่ นาน จานวน 21 ราย เหลือผู้เข้ารับการกัก ตวั (Quarantine) ทเี ดนิ ทางกลบั ภมู ลิ าเนา 90 คน ) จากการสอบสวน ค้นหาผ้สู มั ผัสใกล้ชิดของผู้ป่ วยยืนยัน แยกเป็น ผ้สู ัมผัสเสยี งสูง (High Risk) ประกอบด้วยพนกั งานขับรถบัส และพนกั งานกระเป๋ ารถ จานวน 10 ราย ผู้สัมผัสเสียงตา (Low Risk) ประกอบด้วยพนักงานบนเครอื งบนิ ทปี ฏิบัติงานประจาสายการบนิ เจ้าหน้าทสี าธารณสุขทีให้การ ดูแลรักษา และพนักงานโรงแรมทีรับผ้ตู ิดเชอื เข้าสถานกักกนั โรคแห่งรัฐ (day 0)รวมจานวน 53 ราย ดงั ตารางที 2 1.2 ลกั ษณะทางระบาดวทิ ยาลกั ษณะการกระจายของโรคตามบคุ คล ผู้ป่ วยทงั หมด ราย เป็นเพศชาย ร้อยละ มอี าชีพรบั จ้าง ราย (ร้อยละ . ) อาชีพนวดสปา ราย (ร้อยละ . ) ผู้ป่ วยสว่ นใหญ่อายอุ ยู่ระหว่าง – ปี (ร้อยละ . ) การ ระบาดครังนี ผ้ปู ่ วยสว่ นใหญ่ไม่แสดงอาการร้อยละ . แสดงอาการเจบ็ คอ ร้อยละ . อาการ ลนิ ไม่รับรส จมกู ไม่ได้กลนิ ไอ และมีไข้ อาการละร้อยละ . อาการท้องเสีย เหนือย/แนน่ หน้าอก ปวดศีรษะ นามูกไหล และมเี สมหะ อาการละร้อยละ . อาการครันเนอื ครันตัว/ปวดกล้ามเนือ คอแห้ง และผืน อาการละร้อยละ . ดังภาพที ลกั ษณะการกระจายของโรคตามเวลา ผ้ปู ่ วยทังหมด ราย รายแรกเริมมอี าการป่ วยเมือวนั ที พฤษภาคม เป็นผ้ตู ดิ เชอื แต่ ไมม่ อี าการจานวน12ราย(ร้อยละ 57.14)เป็นผู้ป่ วยจากการคัดกรองแล้วมอี าการเข้าได้กบั เกณฑส์ อบสวน โรค(PUI สนามบนิ )ทดี า่ นควบคมุ โรคตดิ ต่อระหว่างประเทศทา่ อากาศยานสวุ รรณภูมิ วันที 24 พฤษภาคม 2564 จานวน 2 ราย (ร้อยละ9.52) เป็นผู้ป่ วยทพี บจากการ swab ครังที 1 เมือวันที พฤษภาคม (Day 3)จานวน 9 ราย(ร้อยละ42.85) พบจากการ swab แทรกเพิมรอบพเิ ศษ (นอกเหนอื จากแนวทางการดาเนินงานสถานกักกันโรคแห่งรัฐ) เมอื วนั ที 30 พฤษภาคม 2563 (Day 6) 78

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธันวาคม 2564 จานวน ราย(ร้อยละ . ) และจากการ swab ครังที 2 เมอื วนั ที มิถนุ ายน (Day 11 ) จานวน 2 ราย (ร้อยละ . ) ดังภาพที ตารางที 2 แสดงการวิเคราะหแ์ ละจาแนกผู้สัมผัสใกล้ชิด (High Risk, Low Risk ) ผูส้ มั ผสั ลกั ษณะการสมั ผสั การสวมอปุ กรณ์ จานวน ผลการติดตาม ใกลช้ ดิ ป้ องกนั (PPE) (ราย) High พนกั งานขบั รถ นงั ใกล้ชิดผู้ป่ วยในพนื ทจี ากดั Mask บางครัง 10 แล้วเสร็จเมือวันที risk และกระเป๋ ารถ (รถบสั ) 7 มถิ ุนายน (10) บัส Low พนักงานบน ปฏิบตั งิ านประจาสายการบิน สวมใส่ PPE 7 แล้วเสร็จเมือวันที risk เครืองบิน (Mask, Face shield, 7 มถิ นุ ายน (53) ถงุ มอื , Gown กันนา) - เจ้าหน้าที ปฏิบตั ิงานคดั กรองผู้เดนิ ทาง สวมใส่ PPE (Mask, 10 แล้วเสรจ็ เมือวันที สาธารณสขุ ณ State Quarantine (Day 0) Face shield, หมวก 7 มถิ ุนายน (สคร. , และ ทมี แพทย์ คลมุ ผม, ถุงมอื ) 26 แล้วเสร็จเมือวันที ประจา State 7 มถิ ุนายน - พนกั งาน ปฏบิ ตั ิงานรบั ผู้เดินทางเข้า สวมใส่ PPE (Mask, โรงแรม State Quarantine (Day 0) Face shield, หมวก ประกอบด้วย พนักงานขน คลมุ ผม, ถงุ มือ) กระเป๋ า, จุดจ่ายแอลกอฮอล,์ จุดเช็คอิน, จุดเสริ ฟ์ อาหาร ภ า พ ที ลั ก ษ ณ ะ อ า ก า ร ท า ง ค ลิ นิ ก ข อ ง ผู้ ป่ ว ย โร ค ติ ด เชื อ ไ ว รั ส โ ค โ ร น า (COVID-19) ทเี ดินทางมาจากประเทศคเู วต ระหว่างวนั ที พฤษภาคม - 4 มถิ ุนายน 2563 (N=9) Sore throat 444...77799999666.....555552222211114444....2222888819.05 57.14 ร้อยละ Cough Dyspnea/แน่นอก Sputum Rash 79

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธันวาคม 2564 ภาพที 2 จานวนผ้ตู ิดเชอื จาแนกตามวนั ทีเริมป่ วยของผ้ปู ่ วยโรคติดเชือไวรัสโคโรนา (COVID-19) ทเี ดินทางมาจากประเทศคูเวต 10 8 Common Source 6 ผู้ติดเชือทีมอี าการกอ่ นกลับประเทศไทย 4 ผู้ติดเชอื ทีมอี าการในประเทศไทย 2 0 หมายเหตุ กรณที ไี มแ่ สดงอาการ นบั วันทีตรวจพบเชือ ลกั ษณะการกระจายของโรคตามสถานที ผู้ติดเชือทังหมด 21 ราย เป็ นผู้เดินทางไปเมือง Al Zour ประเทศคูเวต เพือทางานใน บริษัท/ ร้านค้า ดังนี บริษัทที ตาแหน่งช่างเชือมถังหรอื ท่อนามันจานวน 4 ราย ช่างประกอบท่อนามันจานวน 1 ราย บรษิ ัทที ตาแหน่งช่างเชือมถงั LNG จานวน 6 ราย ช่างประกอบถงั LNG จานวน 4 ราย ช่างเจียร์ จานวน 2 ราย เป็น Ticker ให้รถเครนจานวน 1 ราย บริษัทที ตาแหน่งพนักงานขบั รถเครนยกเหลก็ จานวน 1 ราย บริษัทที 4 ตาแหน่งช่างเชือมถังหรือท่อนามันจานวน 1 ราย และร้าน Silent Spa ตาแหน่งนวดสปาจานวน 1 ราย 2. เพือคน้ หาสาเหตุหรอื ปัจจยั เสียงของการระบาด 2.1 ปัจจยั เสียงจากพฤติกรรม/พฤติการณท์ ีเสียงต่อการติดเชือของผูป้ ่ วย จากการสอบถาม ผ้ปู ่ วยยืนยนั 21 รายนี และทบทวนรายงานทางวชิ าการต่างๆทเี กยี วข้อง ด้านพฤตกิ รรม/พฤติการณ์ตงั แต่ ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย ถึงวันทีเข้ารับการกักตัวทีสถานกักกันโรคแห่งรัฐ พบปัจจัยเสียงและ พฤติกรรม/พฤตกิ ารณ์เสยี งตอ่ การติดเชอื ของผ้ปู ่ วยว่า สว่ นใหญ่พักอาศัยร่วมกบั ผู้ป่ วยในแคมป์ คนงานที ประเทศคเู วต (ร้อยละ . ) ขาด Distancing ขณะรับประทานอาหารร่วมกนั ร้อยละ . ล้างมือ ไม่สมาเสมอ ร้อยละ . โดยสารเครอื งบินแล้วนังชดิ ตดิ กบั ผ้ปู ่ วยร้อยละ . สาหรับความเสยี งใน สถานกกั กนั โรคแหง่ รัฐพบว่ามผี ู้เข้ารับการกักตวั ออกนอกห้องไปห้องผ้ตู ดิ เชอื ร้อยละ . ดังตารางที 3 ตารางที 3 แสดงปัจจัยเสียงจากพฤติกรรม/พฤติการณเ์ สยี ง ปัจจัยเสียง จานวน ร้อยละ การพักอาศัยร่วมกับผ้ปู ่ วยในแคมป์ คนงานทปี ระเทศคเู วต 20 95.24 การไม่มี Distancing ขณะรับประทานอาหารร่วมกันทปี ระเทศคูเวต 19 90.48 การล้างมอื ไม่สมาเสมอทีประเทศคูเวต 13 61.90 การโดยสารเครอื งบนิ แล้วนังชิดตดิ กบั ผู้ป่ วย (2 แถวหน้า, 2 แถวหลงั ) 9 42.86 การฝ่ าฝืนออกนอกห้องไปห้องผ้ตู ิดเชือขณะอยู่ใน State Quarantine 1 4.76 80

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคุมโรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธนั วาคม 2564 2.2 ปัจจัยเสยี งจากการเดนิ ทางโดยเครืองบิน เนืองจากบนเครืองบินเป็นพืนทีจากดั บรรทุก ผู้โดยสารเต็มลา เดินทางร่วมลาเดียวกันตอ่ เนืองเป็นเวลาหลายชัวโมง ผ้เู ดนิ ทางทีติดเชอื และไมต่ ดิ เชอื นงั กระจายอยเู่ ต็มลา ซึงเพิมโอกาสแพร่เชอื บนเครืองบินได้ ดังภาพที ภาพที ผงั ทีนังบนเครืองบิน ผ้ปู ่ วยโรค COVID-19 Flight TGZ 2881 เดินทางถงึ ประเทศไทยวันที 24 พฤษภาคม 2563 (N=177 ราย) 2.3 ปัจจยั เสียงจากการเดินทางโดยรถบสั เพือไปทสี ถานกกั กนั โรคแห่งรฐั เนืองจากในรถบสั ปรบั อากาศมพี ืนทีจากัด การนังไมไ่ ด้มีการเว้นระยะห่าง มบี างรายนังชิดติดกนั เดินทางร่วมคันเดียวกนั ต่อเนืองเป็ นเวลากว่า 2 ชัวโมง มีผู้ติดเชือนังกระจายอยู่ในรถบัสทุกคัน แต่ละคันไม่สามารถระบุ ตาแหน่งทีนังของผู้เดินทางทีติดเชือกับไม่ติดเชือ ผู้เดินทางได้ ให้ข้อมูลเพิมเติมว่าทุกๆคนรวมถึง พนักงานขับรถมีการสวม Mask แต่มบี างรายถอด Mask บ้างบางเวลา บนรถมกี ารพดู คยุ กันเป็นระยะ ซึง เพิมโอกาสแพร่เชือภายในรถได้ 2.4 ปัจจยั เสียงจากการเขา้ รบั การกักตวั ในสถานกกั กันโรคแห่งรัฐ เมือผู้เดินทางมาถึงสถาน กกั กนั โรคแห่งรัฐ เจ้าหน้าทไี ด้ตรวจคัดกรองแรกเข้า จากนันให้เดนิ มายังจุดต้อนรบั ซึงมพี นกั งานทาหน้าที ตรวจสอบเอกสารสาคัญ รวมถงึ การรบั Key Card ซึงมีความเสียงจากจุดสมั ผัสร่วม พนักงานมกี ารสวม PPE ประกอบด้วย Surgical Mask, Face Shield, หมวกคลุมผม, กาวน์กันนา, ถุงมือ โดยมีผู้ดูแลขณะ ถอด PPE ทกุ ครัง ผู้เดนิ ทางเข้าลฟิ ต์ครังละ คน พักห้องละ 1 คน การเข้ารับการกกั ตัวในสถานกกั กัน โรคแห่งรัฐนี ผู้เดินทางให้ข้อมลู เพิมเติมว่า ผู้เข้ารับการกักตวั มีการปฏิบัติตัวตามมาตรการของสถาน กกั กันโรคแห่งรัฐ ซึงในแต่ละวัน รับอาหารหน้าห้องโดยไม่เจอกัน มีพนักงานให้บริการส่งนาและอาหาร 81

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จงั หวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธันวาคม 2564 วนั ละ ครัง โดยพนักงานจะสวม Mask และถุงมอื ทุกครังในการให้บริการ ทมี แพทยป์ ระจาสถานกักกัน โรคแห่งรฐั จะมกี ารบนั ทึกจัดทารายงานด้านสุขภาพประจาวนั ขอ้ จากดั ในการศกึ ษา การสอบสวนการระบาดครังนี พบว่า มีประวตั ิการพักอาศัยอยู่ ณ ต่างประเทศ ส่วนใหญ่ได้ข้อมูล จากการสอบถาม ไม่สามารถเข้าตรวจสอบสถานทีจริงได้ รวมทังข้อมูลการพบผู้ติดเชือ หรือผู้สัมผัส ใกล้ชิด ณ ต่างประเทศ เป็ นเพยี งการให้ข้อมูลทางวาจา ไม่ได้มีเอกสารหรือภาพอ้างองิ ประกอบ สาหรับ ผู้ป่ วยทีเดินทางมาจากเทียวบินเดียวกันแต่เข้ ารับการกักตัวทีสถานกักกันโรคแห่งรัฐในจังหวัด กรุงเทพมหานคร อกี 66 คน อยนู่ อกเขตรับผิดชอบการสอบสวนในครังนี วจิ ารณ์ จากสถานการณ์การระบาดในประเทศคูเวตพบมีการระบาดเป็ นวงกว้าง โดยเมือง Al Zour ประเทศคูเวตกพ็ บการระบาดเช่นกนั จากการเฝ้ าระวงั โรคตดิ เชือไวรัสโคโรนา (SARS-CoV-2) ในกลุ่มผู้เดินทางมาจากประเทศดังกล่าว เมือวันที พฤษภาคม ด้วยสายการบิน Georgian Airways เทยี วบินพิเศษที TGZ 2881 จานวน 7 คน แบ่ง 111 คนมาเข้ารบั การกกั ตวั ในสถานกกั กนั โรคแหง่ รฐั แห่งหนึงในจังหวัดสมทุ รปราการ เริมแรกพบผ้ตู ดิ เชือไวรัสโคโรนา (SARS-CoV-2) ราย จากการสอบสวนจึงทาการค้นหาผู้ป่ วยเพิมเติม( ) พบผู้ป่ วยรวมทังสิน ราย จากการศึกษา ระบาดวทิ ยาเชิงพรรณนาพบว่า ผู้ป่ วยทงั หมดเป็ นเพศชาย (ร้อยละ ) มอี าชีพรับจ้าง ราย (ร้อย ละ . ) อาชีพนวดสปา ราย (ร้อยละ . ) ค่ามัธยฐานของอายุผู้ป่ วย – ปี (ร้อยละ . ) ลกั ษณะอาการทางคลินิก สว่ นใหญ่ไม่แสดงอาการ (ร้อยละ . ) การเกิดโรคครังนีเป็นลกั ษณะการระบาดแบบแหล่งโรคเดยี วกัน (common source) สนั นิษฐานว่า อาจติดเชือจากภายในบริษัทหรือในแคมป์ คนงานในเมือง Al Zour ประเทศคูเวต ทีมีผู้ป่ วยติดเชือไวรัสโค โรนา (SARS-CoV-2) หรืออาจติดเชือบนเครืองบินลาเดียวกันกับผู้ป่ วยเนืองจากมีการนังชิด ตดิ กัน (ไม่มี Distancing) ควรสวม Mask ตลอดเวลาในขณะเดินทางทังบนเครืองบินและในรถบัส ควร ล้างมือด้วย Alcohol Gel ทุกครังทีสัมผัสกับจุดสัมผัสร่วม การทีผ้เู ดินทางไม่เคร่งครัดในการปฏิบัตติ าม มาตรการของสถานกักกันโรคแห่งรัฐเช่น การห้ามออกไปห้องอืนในระหว่างเข้ารับการกักตวั สว่ นการ ดาเนินการตามมาตรการป้ องกนั ควบคุมโรคทผี า่ นมา(1 ) ในส่วนการดูแลเจ้าหน้าทีคัดกรองและผู้เดนิ ทาง ทังในสถานกักกันโรคแห่งรัฐ และโรงพยาบาล มีการกาหนดให้สวมใสแ่ ละถอดชุด PPE ได้อย่างเหมาะสม มีการเช็ดทาความสะอาดจุดสัมผัสร่วมบ่อยๆ ดังนันการแพร่เชือจงึ ยังอยู่ในวงจากัดของผู้เดนิ ทางจาก เทยี วบนิ เดียวกนั ขอ้ เสนอแนะ การศกึ ษาครังนมี ขี ้อเสนอแนะทงั ในระดบั ปฏบิ ตั ิ และระดับนโยบาย ดงั นี . สาหรบั สถานกกั กนั โรคแห่งรฐั ควรมีการบันทกึ รายชอื เจ้าหน้าทที ขี ึนปฏบิ ตั ิหน้าที และประเมินความ เสียงในแต่ละวัน ได้แก่ พนักงานจัดส่งอาหาร พนกั งานขนส่งขยะ พนักงานช่างซ่อมบารุง พนักงานทา 82

วารสารโรคและภยั สุขภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธันวาคม 2564 ความสะอาด แพทยแ์ ละพยาบาลประจาสถานกกั กนั โรคแห่งรฐั ทมี ีประวัติสมั ผัสกับผู้สงสยั ตดิ เชือ โดยการ ลงชอื ทุกครังหลังปฏิบตั ิงานเสร็จเพือเป็ นข้อมูลในการสอบสวนโรคและค้นหาแหล่งทีมาของการติดเชือ หากเกดิ การตดิ เชอื ในเจ้าหน้าที 2. สาหรบั สายการบนิ ควรมกี ารใช้มาตรการป้ องกนั และลดโอกาสการ แพร่ระบาดของ COVID-19 ในผู้เดินทางระหว่างการโดยสารเครืองบินอย่างเคร่งครัด ดังนี มาตรการ ทวั ไป เช่น การจดั ทีนงั ให้เว้นระยะห่างแบบนังเว้นทีนงั (ไม่ให้มีการสลับสบั เปลียนทีนังกันเอง) เน้นยาให้ ผ้เู ดินทางสวมหน้ากากอนามยั ตลอดระยะการเดนิ ทาง และควรจัดจุดไว้สาหรับล้างมือด้วยแอลกอฮอล์บน เครืองบิน 3. สาหรบั กรมควบคมุ โรค ควรประสานกรมการขนส่งทางบก ในการวางมาตรการ ในการ ป้ องกนั ในรถบัส รวมถงึ ควรมีการจัดทาผงั การนังของผู้เดินทางแต่ละราย เพอื ให้สามารถเฝ้ าระวงั ได้อยา่ ง เหมาะสม หากพบผ้ปู ่ วยยืนยัน/ผู้ตดิ เชือในรถคนั ดงั กล่าว กิตตกิ รรมประกาศ ขอขอบคุณ แพทย์หญิงมานิตา พรรณวดี อาจารย์ทปี รกึ ษา ทีคอยชว่ ยให้คาปรึกษาตลอดเวลา ขอบคณุ คณะเจ้าหน้าทจี ากสถานกกั กันโรคแห่งรฐั จังหวัดสมทุ รปราการ และเจ้าหน้าทแี พทย์และพยาบาล โรงพยาบาลสมุทรปราการ ทใี ห้ความร่วมมอื เป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลาทาการสอบสวนโรคในครังนี เอกสารอา้ งอิง 1. วิกิพีเดีย. การระบาดทัวของโควิด-19 1 พฤษภาคม 2563 [อินเตอร์เน็ต].2563 [เข้าถึงเมือ พฤษภาคม ] เข้าถึงได้จาก https://th.wikipedia.org/wiki/การระบาดทวั ของโควดิ -19 . อนุตรา รัตน์นราทร. รายงานผู้ป่ วยโรคติดเชอื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19): ผ้ปู ่ วยรายแรกของ ประเทศไทยและนอกประเทศจีน.สารสารสถาบันบาราศนราดรู 2563; 14(2): 116-123. 3.วิกิพีเดีย. การระบาดทัวของโควิด-19ทัวประเทศไทย 1 พฤษภาคม 2563 [อินเตอร์เน็ต]. 2563 [เข้าถึงเมือ พฤษภาคม ] เข้าถึงได้จาก https://th.wikipedia.org/wiki/การระบาดทัวของโค วิด-19_ในประเทศไทย 4. กรมควบคมุ โรค. แนวทางการบริหารจดั การพนื ทกี ักกันโรคแห่งรัฐ (State Quarantine) แบบบูรณาการ [อิ น เต อ ร์ เน็ ต ]. 29 เ ม ษ า ย น 2563 [เข้ า ถึ ง เ มื อ 6 กั น ย า ย น 2563] เข้ า ถึ ง ไ ด้ จ า ก http://www.hsscovid.com/files/แนวทางการบรหิ ารจดั การ%20State%20Q.%20บรู ณาการ.pdf 5. กรมควบคุมโรค. นิยามผู้สงสัยติดเชือไวรัสโคโรนา 2019 ทีเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (Patient Under Investigation : PUI) 1 พฤษภาคม 2563 [อินเตอร์เน็ต]. 2563 [เข้าถึงเมือ พฤษภาคม ] เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/file/g_srrt/g_srrt_010563.pdf 6. กรมควบคุมโรค. สถานการณ์โรคติดเชือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึง เมอื พฤษภาคม ] เข้าถงึ ได้จาก https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/index.php 83

วารสารโรคและภยั สขุ ภาพสานกั งานป้ องกนั ควบคมุ โรคที 3 จังหวดั นครสวรรค์ Journal of Disease and Health Risk DPC.3 Volume 15 No.3 September – December ปี ที 15 ฉบบั ที 3 กนั ยายน-ธันวาคม 2564 7. ทมี ตระหนักรู้สถานการณ์,สานกั งานป้ องกนั ควบคมโรคที จังหวัดชลบรุ .ี สถานการณ์โรคติดเชอื โคโร นาไวรัส (COVID- ) เขตสขุ ภาพที ณ วันที พฤษภาคม .การประชมุ ศนู ย์ปฏบิ ตั กิ าร ตอบโต้ภาวะฉกุ เฉินโรคตดิ เชือโคโรนาไวรัส (COVID-19).จงั หวดั ชลบรุ ี:สานกั งานป้ องกันควบคม โรคที จงั หวดั ชลบุรี;2563 8. อารยี ร์ ัตน์ หนนู วล. Molecular genetic testing techniques-Types of polymerase chain reaction [อินเตอรเ์ นต็ ]. 2563 [เข้าถงึ เมอื 6 กันยายน 2563] เข้าถงึ ได้จาก https://meded.psu.ac.th/binlaApp/class02/B2_364_221/Molecular_genetic_part2/index7.html 9. กรมควบคมุ โรค. โรคตดิ เชือไวรัสโคโรนาสายพันธุใ์ หม่ 2019 [อนิ เตอรเ์ นต็ ]. 2563 [ปรับปรงุ เมือ มีนาคม 2563 ; [เข้าถงึ เมือ พฤษภาคม ] เข้าถงึ ได้จาก https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/g_form.php 1 . กระทรวงสาธารณสขุ . กลมุ่ เป้ าหมายในการตรวจทางห้องปฏิบัตกิ าร โรคติดเชอื ไวรสั โคโรนา 2019 สาหรับการวนิ ิจฉยั ดแู ลรักษา สอบสวนโรค และการเฝ้ าระวงั ค้นหาในกลุ่มประชากรเสยี ง หรือสถานที เสยี ง. [อินเตอร์เนต็ ]. 2563 [เข้าถึงเมือ 6 กนั ยายน 2563] เข้าถงึ ได้จาก https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/file/g_srrt/g_srrt_target_group.pdf . 1 . กรมควบคมุ โรค [อนิ เตอร์เนต็ ]. คาแนะนาการใช้อุปกรณส์ ว่ นบุคคลป้ องกนั การตดิ เชือ; 20 เมษายน 2563. [เข้าถึงเมอื 6 กนั ยายน 2563] เข้าถงึ ได้จาก https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/file/g_health_care/g07_ppe_200463.pdf 84


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook