Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 20001-2001 คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ v2019

20001-2001 คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ v2019

Description: 20001-2001 คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ v2019

Search

Read the Text Version

51 7. หากต้องการให้กราฟแสดงกราฟออกมาในแตล่ ะกลุ่มก่อนแล้วจงึ แสดงกราฟของกล่มุ ต่อไปตอ้ งใช้ คาสัง่ ใด? ก. by series ข. by category ค. by element in series ง. by element in Category 8. ข้อใดคอื การเชอ่ื มโยงไปยงั สไลด์ก่อนหน้า? ข. Last Slide ก. Next Slide ง. Previous Slide ค. First Slide 9. ในการกาหนดเอฟเฟคเอง จะต้องกาหนดการเริ่มตน้ ให้เอฟเฟคของวตั ถุทางานได้ที่ใด? ก. Direction ข. Start ค. Add Effect ง. Speed 10. ข้อใดตอ่ ไปนี้เปน็ คาสัง่ เกี่ยวกับเทคนคิ ในการเปลย่ี นแผ่นสไสด์? ก. Slide Show ข. Slide Transition ค. Transittion Schemes ง. Custom Animation ตอนที่ 2 จงตอบคาํ ถามต่อไปนี้ ลงในช่องว่างท่ีกําหนดให้ 1. การกาหนดเอฟเฟคให้กบั วตั ถุทาได้อย่างไร จงอธบิ าย? 1. คลิกเมำสป์ ุ่มขวำเลือกวัตถุที่ต้องกำรกำหนดเอฟเฟค 2. เลอื กคำสง่ั Custom Animation (กำรเคลอ่ื นไหวท่ีกำหนดเอง) 3. คลกิ เมำส์ Add Effect แล้วเลือกเอฟเฟคที่ตอ้ งกำร 4. เลือกวิธกี ำรสั่งให้สไลด์เริม่ ตน้ แสดงเอฟเฟค จำกตวั เลือกในช่อง Start โดย - on Click สงั่ ให้แสดงวัตถุชน้ิ นี้หลังจำกกำรคลิกเมำส์ -With Previous ส่ังให้แสดงวตั ถุชน้ิ น้ีต่อจำกวตั ถกุ ่อนหน้ำนีไ้ ดท้ ันที

52 -After Previous สงั่ ใหแ้ สดงวัตถชุ ้ินนตี้ ่อจำกวตั ถุก่อนหน้ำนี้ตำมค่ำเวลำท่ีกำหนด 5. กำหนดทศิ ทำงทจี่ ะใหว้ ัตถุปรำกฏออกมำไดจ้ ำก Direction ซ่งึ จะขน้ึ กับชนดิ ของเอฟเฟคทีเ่ รำเลอื ก เช่น Horizontal ปรำกฏในทำงแนวนอน หรือ Vertical ปรำกฏในทำงแนวตั้ง 6. คลกิ เมำส์กำหนดควำมเร็วในกำรแสดงเอฟเฟค จำกช่อง Speed -Very Slow ชำ้ มำก - Slow ชำ้ -Medium ปำนกลำง -Fast เร็ว - Very Fast เร็วมำก 7. คลกิ เมำส์เลือก Effect Options (เพื่อกำหนดค่ำต่ำงๆและเสียงประกอบเอฟเฟค) 8. คลกิ เมำส์เลอื กเสยี งประกอบในกำรแสดงวตั ถุ จำกชอ่ ง Sound 9. กำหนดสงิ่ ท่ีทำหลังจำกแสดงเอฟเฟคเรยี บร้อยแล้วจำกช่อง After animation โดย -More color กำหนดใหว้ ตั ถเุ ปลยี่ นเป็นสีตำมทก่ี ำหนด หลังจำกทีเ่ รำทำเอฟเฟคเสรจ็ แล้ว -Don”t dim กำหนดใหว้ ตั ถเุ ป็นเหมือนเดมิ หลังจำกทีเ่ รำทำเอฟเฟคเสรจ็ แล้ว -Hide After animation ไมแ่ สดงวตั ถุ หลังจำกทเี่ รำทำเอฟเฟคเสร็จแลว้ - Hide on Next Mouse click ไมแ่ สดงวัตถุน้หี ลังจำกคลิกเมำส์แสดงวตั ถชุ นิ้ ตอ่ ไป 10. คลิกเมำสป์ มุ่ OK 11. คลกิ เมำสป์ ุ่ม play เพือ่ ดูตัวอย่ำงที่ไดจ้ ำกกำรกำหนดค่ำ 2. หากตอ้ งการยกเลกิ เอฟเฟก็ ต์ สามารถทาได้อย่างไร จงอธิบาย 1. คลกิ แท็บ บำนหน้ำตำ่ งภำพเคลื่อนไหว (Animation Pane) 2. คลิกเลือก เอำออก (Remove) เอฟเฟ็กต์ทีต่ ้องกำรลบ หรอื ใชเ้ มำส์คลิกตวั เลขลำดับเอฟเฟ็กต์ แลว้ กดป่มุ <Delete> ทค่ี ีย์บอรด์

53 3. ในการสร้างเอฟเฟก็ ต์ มกี ารกาหนดรายละเอยี ดอยา่ งไรบา้ ง จงอธบิ าย Duration กำหนดเวลำในกำรแสดงเอฟเฟ็กต์ ชอ่ ง start มีตวั เลือก ดังน้ี • On Click (เม่อื คลิก) สั่งใหแ้ สดงวตั ถุหลังจำกกำรคลกิ เมำส์ • With Previous (กบั ก่อนหน้ำนี)้ สง่ั ใหแ้ สดงวตั ถุพรอ้ มกบั วัตถกุ ่อนหนำ้ น้ี • After Previous (หลังกอ่ นหน้ำน)ี้ สง่ั ใหแ้ สดงวัตถุต่อจำกวตั ถุชิน้ ก่อนหน้ำน้ีแสดงเสร็จแลว้ 4. รายละเอยี ดใน Animate Text มอี ะไรบ้าง จงอธิบาย • All at once (ท้งั หมดในคร้ังเดียว) : แสดงข้อควำมขนึ้ มำพร้อมกันในครั้งเดยี ว • By Word (ทลี ะคำ) : แสดงข้อควำมทลี ะคำ • By letter (ทีละตวั อกั ษร) : แสดงขอ้ ควำมทลี ะตัวอักษร • % delay between letters (%หนว่ งระหวำ่ งอักษร) : กำหนดค่ำเพ่ือหนว่ งเวลำในกำรแสดงระหว่ำง คำ หรือตวั อักษร 5. ทรกิ เกอร์มีความสาคัญอย่างไรในการแสดงเอฟเฟ็กต์ เป็นกำรกำหนดให้วัตถุช้ินหนง่ึ เป็นตัวจุดชนวนกำรแสดงเอฟเฟ็กต์ให้กบั วตั ถุช้ินอนื่ ตวั อย่ำงเช่น เรำจะกำหนดให้แสดงข้อควำมไดก้ ็ตอ่ เม่ือผู้บ รรยำยคลิกเมำสล์ งบนภำพเสียก่อน แผนจัดการเรียนรู้วิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 20001-2001 ช้ัน ปวช. หน่วยท่ี 8 เร่ือง การใช้อินเทอร์เน็ตเพ่ือสืบค้นข้อมูล สัปดาห์ที่ 14 เวลา 3 ชว่ั โมง 1. สาระสาํ คญั พฤติกรรมการใช้อนิ เทอร์เนต็ หาข้อมูลในชวี ติ ประจาวันนบั เปน็ เรือ่ งท่ีจาเปน็ สาหรับ คนในยคุ น้ี โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในยคุ ทสี่ ามารถเข้าถึงอินเทอรเ์ น็ตไดด้ ว้ ยอุปกรณ์พกพา ทาให้การหาขอ้ มูลเป็นสว่ นหนึง่ ในชีวติ ประจาวนั ไปเสยี แลว้ ในการเดินทางเรากส็ ามารถ หาเส้นทางจากแผนทอี่ อนไลนไ์ ด้ ในการซอ้ื สนิ คา้ เรากส็ ามารถดคู วามนิยมของสินค้า น้นั ๆ ก่อนซ้ือได้ ในบทน้จี ะกล่าวถึงเว็บไซต์คน้ หาขอ้ มูลยอดนยิ ม รวมถึงการคน้ หา ข้อมลู สินค้าท่นี ่าสนใจในการทาธุรกิจ

54 2. ผลการเรยี นทคี่ าดหวงั 1. ความเปน็ มาของอินเทอรเ์ น็ต 2. ความหมายของ Search Engine 3. ค้นหาข้อมลู ทวั่ ไปด้วย Google 4. ค้นคว้าหาความรู้ด้วย Wikipedia 4. กิจกรรมการเรยี นรู้ กจิ กรรมครู กจิ กรรมนักเรยี น ขั้นนาํ เขา้ สู่บทเรียน 1. ตรวจสอบรายช่ือนักศึกษาท่ีเข้าเรียน 1. ให้ความร่วมมือกับครูในการตรวจสอบ 2. ให้นักศึกษาคน้ คว้า เก่ยี วกับการใช้ Google 2. คน้ ควา้ เก่ยี วกับการใช้ Google 3. ร่วมสนทนาเก่ียวกบั เรอ่ื ง 3. ร่วมสนทนาและแสดงความคิดเห็น ข้ันดําเนินการสอน 1. บอกจุดประสงค์การเรยี น 1. ฟงั ทาความเขา้ ใจและซักถาม 2. บรรยาย อธิบาย ยกตัวอย่าง แสดงวิธีการ 2. ฟัง ทาความเข้าใจและปฎบิ ัติตาม ปฎิบัติในแต่ ละหัวข้อการเรียนและให้นักศึกษา 3. ผเู้ รียนซักถามขอ้ สงสัยและจดบันทกึ ปฎิบตั ิไปพร้อมกนั 4. รบั การประเมนิ 3. ครูบอกวธิ ีการและแนวคดิ ในการปฏิบัติที่ ถูกต้องใหแ้ ก่ผเู้ รียน 4. ประเมนิ พฤติกรรมรายบุคคลโดยครูจะซักถาม ในแต่ละคน ขัน้ สรปุ 1. ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรปุ สาระสาคญั 1. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรปุ สาระสาคัญ 2. นกั เรยี นสอบถามขอ้ สงสยั 2. เปิดโอกาสให้นกั เรยี นซักถามข้อสงสัย 3. ฟงั และจดบันทึก 3. มอบหมายใหไ้ ปหัดทาและศึกษาเพิ่มเตมิ 4. ทาแบบทดสอบท้ายบท 4. ทาแบบทดสอบ 5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ กอ่ นเรียน 1. ค้นคว้า เก่ียวกับการใช้ Google

55 ขณะเรียน 1. ผูเ้ รียนร่วมกนั ศกึ ษาเนือ้ หาปฎิบตั ิตามแล้วตอบคาถามและแสดงความคดิ เห็น 2. ตงั้ ใจฟังการอธิบาย และแนะนาจากครู 3. ทาใบงานและฝกึ หดั 4. รว่ มกันเฉลยใบงานและแบบฝกึ หดั 5. จดบนั ทึก เทคนคิ แนวการทเี่ ปน็ ประโยชน์ตอ่ ผ้เู รยี น จากขอ้ แนะนาของครูผู้สอน 6. ผู้เรียนซักถามในหัวข้อที่สงสัยในเนื้อหาการเรยี นรู้ 7. ผ้เู รียนสรปุ ความรูท้ ่ีไดจ้ ากการเรียนการสอน 6. ส่ือการเรยี นการสอน 1. หนังสอื เรียนวชิ า คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี 2. ใบความรูป้ ระจาหนว่ ย 3. ใบงานและแบบฝึกหัด 4. เครอ่ื งไมโครคอมพวิ เตอร์ 5. แผ่นใสและเครอ่ื งฉายภาพขา้ มศีรษะ 6. ซดี สี ่ือการสอน 7. วัดผลประเมินผล 1. ผูเ้ รยี นปฏบิ ตั ภิ าระงานทีม่ อบหมายเสร็จทันเวลาท่ีกาหนด 2. ตอบคาถามและสรุปผลงานได้อยา่ งถูกต้อง 3. ทาแบบฝกึ หัดหลงั เรียนเสร็จทันเวลาท่กี าหนดและถกู ต้อง 4. สนใจกระตอื รือร้นในการเรยี นรู้ ตอบคาถาม สรปุ สาระการเรยี นรู้ และกลา้ แสดงความคิดเห็น 5. มคี วามพยายามปรบั ปรุงแก้ไขใบงานและแบบฝกึ หดั ให้ถกู ต้องแลว้ นาสง่ ครผู สู้ อน 8. กิจกรรมเสนอแนะ 1. ถ้าผู้เรียนมีการเตรียมตัวในการเรียนท่ีดี เช่น อ่าน และทาการศึกษาหนังสือเก่ียวกับหน่วยการ เรียนมากก่อน ถึงชั่วโมงเรียน ผู้เรียน จะสามารถเรียน และทากจิ กรรมต่าง ๆ ที่ครูผู้สอนมอบหมาย ได้อย่าง มคี วามสุข และเกดิ ความชอบ และสนกุ กบั การเรียนในชั้นเรียน 2. ผเู้ รียนต้องมคี วามขยนั หมนั่ ฝกึ ฝนบทเรียนอยู่เสมอทงั้ กอ่ นและหลงั เรียน 3. ผเู้ รียนตอ้ งมคี วามกลา้ ท่ีจะถามเม่ือสงสยั ทง้ั ในห้องและนอกหอ้ งเรียนกับครผู ู้สอน เฉลยแบบฝึกหัดท้ายบทที่ 8 ตอนท่ี 1 เลือกคาตอบทถ่ี ูกต้องท่ีสุดเพยี งข้อเดียว 1. Gen ใดมีช่วงอายนุ อ้ ยทส่ี ุด

56 ก. Gen X ข. Gen Y ค. Gen Z ง. Gen M 2. คอมพิวเตอร์แต่ละเคร่ืองในอินเทอร์เน็ต สามารถเข้าใจกันได้โดยใช้กติกากลาง มชี ื่อเรียก วา่ อะไร ก. โพรดิวส์ ข. ไอซีพี ค. โพรโทคอล ง. ไอดพี ี 3. จากขอ้ 2 ตวั มาตรฐานท่ีใชใ้ นการสื่อสารบนอินเทอร์เน็ต มชี อ่ื เรยี กว่าอะไร ก. TLC/MP ข. TCP/IP ค. TCC/IC ง. TLC/IP 4. ทอ่ี ยู่ของคอมพิวเตอร์บนอินเทอร์เนต็ มีช่ือเรียกว่าอะไร ก. ไอพี แอดเดรส ข. อีเมล แอดเดรส ค. คอมพิวเตอร์ แอดเดรส ง. เนต็ เวริ ์ค แอดเดรส 5. จากข้อ 4 มกี ารแบง่ ตัวเลขออกเป็นกี่ชุด และคั่นดว้ ยสญั ลักษณ์อะไร ก. 3 ชุด คนั่ ดว้ ย . ข. 3 ชุด ค่ันดว้ ย - ค. 4 ชดุ คัน่ ดว้ ย . ข. 4 ชุด คั่นด้วย – 6. อนิ เทอร์เนต็ แอดเดรส เรียกอีกชื่อว่าอะไร ก. ไอพี แอดเดรส ข. โดเมนเนม ค. คอมพิวเตอร์ แอดเดรส ง. เซิร์ฟเวอรเ์ นม 7. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ Search Engine ข. Bing ก. Yahoo ง. Chrome ค. Google 8. กลุม่ คน Gen ใด มีการใชง้ านอนิ เทอร์เน็ตมากที่สุด ก. Gen X ข. Gen Y ค. Gen Z ง. Gen M 9. Wikipedia ให้ข้อมลู ในรูปแบบใด

57 ก. ชวี ะประวัติ ข. พจนานกุ รม ค. สำรำณกุ รม ง. จดหมายเหตุ 10. กิจกรรมใดที่ใช้ผา่ นอุปกรณ์พกพามากทีส่ ุด ก. Search Engine ข. ภาพยนตรอ์ อนไลน์ ค. Social Network ง. อา่ นหนงั สือออนไลน์ ตอนที่ 2 ตอบคาํ ถามต่อไปนี้ 1. จงยกตวั อย่าง Search Engine มา 2 ชือ่ (google, yahoo, bing) 2. เราสามารถคน้ หาข้อมลู ประเภทใดจากอนิ เทอรเ์ น็ตไดบ้ ้าง ยกตวั อยา่ ง 2 ประเภท (ภำพ, เสียง, วิดีโอ, ขำ่ ว, หนังสือ, แอพ) 3. เวบ็ ไซตห์ ลักของ Wikipedia เวอร์ชนั่ ภาษาไทย คอื https://th.wikipedia.org/wiki/ 4. ยกตวั อย่างแหล่งสารวจสินคา้ ออนไลน์มา 2 แหลง่ Ebay Amazon 5. จงบอกวิธหี าสินค้าทีม่ ีการซ้ือจริงไปแลว้ ในเว็บไซตอ์ ีเบย์ ในหนำ้ รำยกำรสินค้ำที่คน้ หำ ใหค้ ลิกคำว่ำ Search จะปรำกฏกำรกำหนดค่ำ ใหเ้ ลือกตัวเลือก Sold listings แผนจัดการเรียนรู้วิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ รหัสวชิ า 20001-2001 ช้ัน ปวช. สัปดาห์ท่ี 15 เวลา 3 หน่วยท่ี 9 เรือ่ ง การส่อื สารข้อมลู สารสนเทศ ชัว่ โมง 1. สาระสาํ คญั ปัจจุบันอีเมลเป็นช่องทางการติดต่อส่ือสารท่ีมีความสาคัญอย่างมาก ไม่ว่าจะใช้ในการติดต่อธุรกิจ หรือในเรื่องส่วนตัว ด้วยเหตุน้ีเอง อีเมลจากบริษัทช้ันนาต่างๆ จึงมียอดสมาชิกผู้ใช้เพ่ิมมากขึ้น มี การพัฒนาปรับปรงุ มาอยา่ งต่อเนื่อง มีระบบปอ้ งกนั อีเมลขยะ และฟงั ก์ช่นั ที่นา่ สนใจมากมาย 2. ผลการเรียนที่คาดหวัง 1. แทบ็ กล่องจดหมายและหมวดหมู่ 2. การส่งอเี มล 3. แนบไฟล์ไปพรอ้ มกบั อเี มล

58 4. เปิดอา่ นอีเมลทไ่ี ดร้ บั 5. เปดิ ไฟล์ที่แนบมากบั อีเมล 6. ตอบกลบั อเี มล 7. สง่ ต่อจดหมายใหก้ บั ผู้อื่น 8. สร้างป้ายกากับจัดการแยกอเี มล 9. ค้นหาจดหมายในกลอ่ งอีเมล 10. การกรองจดหมาย 4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ กิจกรรมครู กจิ กรรมนักเรยี น ขัน้ นาํ เข้าสู่บทเรียน 1. ตรวจสอบรายช่ือนักศกึ ษาทเี่ ขา้ เรียน 1. ใหค้ วามร่วมมือกบั ครูในการตรวจสอบ 2. ให้นักศกึ ษาคน้ ควา้ เก่ียวกับการใชอ้ ีเมล 2. คน้ ควา้ เก่ยี วกบั การใชอ้ เี มล 3. ร่วมสนทนาเก่ยี วกับเร่อื ง 3. ร่วมสนทนาและแสดงความคดิ เหน็ ขน้ั ดาํ เนินการสอน 1. บอกจดุ ประสงค์การเรยี น 5. ฟงั ทาความเขา้ ใจและซักถาม 2. บรรยาย อธิบาย ยกตัวอย่าง แสดงวิธีการ 6. ฟัง ทาความเข้าใจและปฎิบัตติ าม ปฎิบัติในแต่ ละหัวข้อการเรียนและให้นักศึกษา 7. ผู้เรียนซกั ถามขอ้ สงสัยและจดบนั ทึก ปฎิบตั ไิ ปพรอ้ มกัน 8. รบั การประเมิน 3. ครบู อกวธิ กี ารและแนวคดิ ในการปฏิบตั ิที่ ถกู ต้องใหแ้ ก่ผู้เรียน 4. ประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยครูจะซกั ถาม ในแต่ละคน ขน้ั สรุป 5. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรปุ สาระสาคัญ 5. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรุปสาระสาคัญ 6. นักเรยี นสอบถามขอ้ สงสัย 6. เปดิ โอกาสให้นกั เรยี นซักถามข้อสงสยั 7. ฟังและจดบันทกึ 7. มอบหมายให้ไปหัดทาและศึกษาเพ่ิมเตมิ 8. ทาแบบทดสอบทา้ ยบท 8. ทาแบบทดสอบ 5. กิจกรรมการเรยี นรู้

59 ก่อนเรยี น 1. คน้ ควา้ เกีย่ วกบั การใชอ้ เี มล ขณะเรยี น 1. ผ้เู รียนร่วมกนั ศึกษาเน้ือหาปฎบิ ัติตามแลว้ ตอบคาถามและแสดงความคดิ เห็น 2. ตัง้ ใจฟงั การอธิบาย และแนะนาจากครู 3. ทาใบงานและฝกึ หัด 4. ร่วมกันเฉลยใบงานและแบบฝกึ หดั 5. จดบันทึก เทคนคิ แนวการที่เปน็ ประโยชนต์ อ่ ผเู้ รียน จากข้อแนะนาของครผู ้สู อน 6. ผเู้ รยี นซักถามในหวั ขอ้ ที่สงสยั ในเนอ้ื หาการเรยี นรู้ 7. ผู้เรียนสรปุ ความรู้ที่ได้จากการเรียนการสอน 6. ส่ือการเรยี นการสอน 7. หนงั สอื เรยี นวชิ า คอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศเพื่องานอาชพี 8. ใบความรูป้ ระจาหนว่ ย 9. ใบงานและแบบฝกึ หดั 10.เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ 11. แผ่นใสและเครอ่ื งฉายภาพข้ามศรี ษะ 12.ซีดีส่ือการสอน 7. วดั ผลประเมนิ ผล 1. ผู้เรยี นปฏิบัติภาระงานท่ีมอบหมายเสรจ็ ทันเวลาที่กาหนด 2. ตอบคาถามและสรุปผลงานได้อย่างถกู ตอ้ ง 3. ทาแบบฝึกหดั หลงั เรยี นเสร็จทันเวลาทกี่ าหนดและถกู ตอ้ ง 4. สนใจกระตือรือร้นในการเรยี นรู้ ตอบคาถาม สรปุ สาระการเรยี นรู้ และกลา้ แสดงความคิดเหน็ 5. มีความพยายามปรบั ปรุงแกไ้ ขใบงานและแบบฝกึ หัดให้ถูกต้องแล้วนาสง่ ครผู สู้ อน 8. กจิ กรรมเสนอแนะ 1. ถ้าผู้เรียนมีการเตรียมตัวในการเรียนท่ีดี เช่น อ่าน และทาการศึกษาหนังสือเกี่ยวกับหน่วยการ เรียนมากก่อน ถึงชั่วโมงเรียน ผู้เรียน จะสามารถเรียน และทากิจกรรมต่าง ๆ ที่ครูผู้สอนมอบหมาย ได้อย่าง มีความสุข และเกดิ ความชอบ และสนกุ กับการเรียนในช้ันเรยี น 2. ผเู้ รียนต้องมีความขยนั หมั่นฝึกฝนบทเรียนอยู่เสมอท้งั ก่อนและหลังเรียน 3. ผู้เรียนต้องมคี วามกล้าที่จะถามเมื่อสงสยั ทั้งในหอ้ งและนอกหอ้ งเรียนกบั ครผู สู้ อน

60 เฉลยแบบฝึกหดั ทา้ ยบทท่ี 9 ตอนที่ 1 เลือกคาํ ตอบที่ถูกต้องทส่ี ดุ เพียงข้อเดยี ว 1. ในการใชอ้ เี มลนนั้ ตอ้ งดาเนินการใดเป็นข้ันตอนแรก ก. การสง่ ข้อความ ข. การตอบกลับอเี มล ค. การขอยกเลกิ บริการ ง. กำรลงทะเบยี นขอใช้บรกิ ำร 2. [email protected] คาทขี่ ดี เส้นใตห้ มายถึงอะไร ก. Location ข. File name ค. User name ง. Nick name 3. ขอ้ ใดเป็นลักษณะการตงั้ รหัสผา่ นทถี่ กู ตอ้ ง ก. มีความยาวอยา่ งนอ้ ย 8 ตัว ข. ประกอบดว้ ยอกั ษรและตัวเลข ค. ไม่ใชช้ ่อื จรงิ ชอ่ื เล่น หรือคาทค่ี าดเดาได้ ง. ถกู ทกุ ข้อ 4. สาหรบั ประเทศไทย ผูท่ม้ี ีอเี มลแอดเดรสของ Gmail ได้ ต้องมอี ายุกี่ปขี น้ึ ไป ก. 10 ปี ข. 13 ปี ค. 15 ปี ง. 18 ปี 5. ขอ้ ใดถกู ตอ้ งในการใส่รหัสมือถอื ในการลงทะเบียน Gmail ก. +66812345678 ข. 0812345678 ค. 081-234-5678 ง. 081-2345678 6. ขอ้ ใดเป็นแท็บจดหมายหลกั ของ Gmail ข. สาคญั ก. ตดิ ดาว ง. ถกู ทกุ ขอ้ ค. จดหมายร่าง ข. สามารถแปะปา้ ยกากบั ได้หลายใบ 7. ข้อใดเปน็ ประโยชน์ของป้ายกากับ ง. ถกู ทกุ ข้อ ก. แยกแยะอีเมลแต่ละฉบับ ค. แก้ปญั หาระบบโฟลเดอร์ท่ีใช้กนั 8. การแนบไฟล์ไปพร้อมกับอเี มล Gmail ได้กาหนดขนาดไม่เกินเทา่ ใด ก. 2 MB ข. 5 MB

61 ค. 10 MB ง. 25 MB 9. เมื่อต้องการส่งอีเมลใหก้ บั ผรู้ ับ โดยไม่ต้องการใหผ้ ใู้ ดเหน็ ชื่อ ตอ้ งใสอ่ ีเมลลงในชอ่ งใด ก. ส่ง ข. ถึง ค. สาเนา ง. สำเนำลบั 10. ในการเปิดไฟลท์ แ่ี นบมากับอีเมล หากมีสญั ลกั ษณ์ ขา้ งจดหมายอีเมลหมายถงึ อะไร ก. มีไฟลแ์ นบมำดว้ ย ข. มไี วรสั ติดมาด้วย ค. ขอให้ตอบกลบั ด้วย ง. อ่านแลว้ ลบทิง้ ด้วย ตอนท่ี 2 ตอบคาถามตอ่ ไปน้ี 1. รปู แบบการใช้งานอีเมล์ ซง่ึ เป็นท่ีนยิ มในปจั จุบัน มีกชี่ นดิ จงอธบิ าย • Web Mail : เปน็ กำรส่งเมล์ผ่ำนโปรแกรมเวบ็ บรำวเซอร์ เมื่อตอ้ งกำรใชง้ ำนอีเมล์นี้เพียงแคเ่ ข้ำ สู่เว็บไซต์ของผู้ให้บริกำรอีเมล์ ซ่ึงสำมำรถเร่ิมตน้ สมคั รและใช้งำนไดท้ ันที เช่น เวบ็ ไซต์ hotmail. com, gmail.com เปน็ ต้น • Pop Mail : เปน็ บริกำรอีเมล์สำหรับใชง้ ำนผ่ำนทำงโปรแกรมจัดกำรอีเมล์ โดยโปรแกรมจะติดต่อ กบั เครื่องคอมพวิ เตอร์กลำงทำหน้ำทจี่ ดั กำรรบั /ส่งอีเมล์ เรยี กวำ่ เซริ ์ฟเวอร์ที่ทำหน้ำทีอ่ ีเมลข์ ำ เขำ้ (Incoming Mail Server) และอเี มล์ขำออก (Outgoing Mail Server) ซึง่ เรำต้องระบุชื่อเคร่ือง เซริ ์ฟเวอร์เหลำ่ นใ้ี ห้กับโปรแกรมรับ/ส่งอีเมล์ท่เี ปน็ Pop Mail ด้วย 2. เราตอ้ งกรอกข้อมลู ใดบา้ งจงึ จะสามารถลงช่ือเข้าใชอ้ เี มลของ Gmail ได้ ช่อื -สกุล วนั เดือนปเี กิด เพศ รหัสผำ่ น เบอร์มอื ถือ 3. จงบอกความหมายของคาวา่ “สาเนาถงึ ” และ “สาเนาลับถึง” สำเนำถึง : ถำ้ เรำตอ้ งกำรส่งข้อควำมน้ไี ปให้หลำยคน ให้พิมพ์อเี มลแ์ อดเดรสของคนเหล่ำนัน้ ในชอ่ งนี้ และ ค่นั ดว้ ยเคร่ืองหมำย “,” จนครบ สำเนำลบั ถึง: อีเมล์แอดเดรสของผู้รบั บุคคลพิเศษทเี่ รำอยำกให้รบั อเี มล์นี้ โดยผู้รับท้ังแบบท่ีชอ่ ง ถึง”และ “สำเนำถึง” จะไมเ่ หน็ ชือ่ คนน้ีปรำกฏอย่วู ำ่ ได้รบั จดหมำยด้วย 4. จงอธบิ ายความหมายของ “ตอบกลบั ” และ “ตอบกลับท้งั หมด” ตอบกลับ : ตอ้ งกำรตอบกลบั เฉพำะผู้ทสี่ ่งอีเมลม์ ำถึงเรำ

62 ตอบกลบั ทั้งหมด : ตอ้ งกำรตอบกลบั ให้กับผ้สู ่งและผรู้ บั ในกล่มุ ทงั้ หมด ในกรณีทเี่ รำได้รับอเี มล์ ทถ่ี ูก ส่งให้กับกลุ่มคน ซึง่ ผู้สง่ ได้พิมพ์อีเมลแ์ อดเดรสของผู้รับในกลมุ่ ไวใ้ นช่อง สำเนำถึง” (จะไม่ปรำกฏ ตัวเลอื กน้ี หำกผูส้ ่งอีเมล์มำถึงเรำเพยี งคนเดยี ว) 5. จงบอกขัน้ ตอนการคน้ หาจดหมายในกล่องอเี มล์ ใชฟ้ ังก์ชัน่ คน้ หำ โดยพมิ พ์ชื่อทีช่ อ่ งค้นหำ ดำ้ นบน แผนจัดการเรียนรู้วิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 20001-2001 ช้ัน ปวช. สปั ดาหท์ ี่ 16 เวลา 3 ชั่วโมง หน่วยที่ 10 เร่ือง ผลกระทบของการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ 1. สาระสาํ คญั เทคโนโลยีสารสนเทศถือได้ว่าเป็นส่ิงหนึ่งท่ีมีความเจริญก้าวหน้า มีการขยายตัวและเพ่ิม ความสามารถในการใช้งาน ขณะเดียวกนั ก็มีราคาถูกลงเป็นอยา่ งมาก ผลของการพฒั นาน้ีเองทาให้มี การประยุกต์ใช้งานกันอย่างกว้างขวาง จนกล่าวได้ว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีส่วน เก่ียวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ทุกคน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม และนอกจากน้ีก็ยังก่อให้เกิด การเปล่ียนแปลงตามมาในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นในด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรมและ แม้แตด่ ้านการศึกษา 2. ผลการเรียนที่คาดหวงั 1. ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศทางบวก 2. ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศทางลบ 3. ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศดา้ นต่างๆ 4. กจิ กรรมการเรยี นรู้

63 กจิ กรรมครู กจิ กรรมนักเรียน ข้ันนาํ เขา้ สบู่ ทเรียน( 30 นาที) 1. ตรวจสอบรายชื่อนักศกึ ษาทเ่ี ข้าเรียน 1. ให้ความรว่ มมือกบั ครใู นการตรวจสอบ 2. ให้นักศึกษาค้นคว้าเก่ียวกับผลกระทบของ 2. คน้ คว้าเกยี่ วกบั ผลกระทบของสารสนเทศ สารสนเทศ 3. รว่ มสนทนาและแสดงความคดิ เห็น ขั้นดําเนินการสอน( 180 นาที) 1. บอกจุดประสงค์การเรียน 1. ฟงั ทาความเขา้ ใจและซักถาม 2. บรรยาย อธิบาย ยกตัวอย่าง แสดงวิธีการ 2. ฟงั ทาความเขา้ ใจและปฎบิ ตั ิตาม ปฎิบัติในแต่ ละหัวข้อการเรียนและให้นักศึกษา 3. ผู้เรียนซักถามข้อสงสัยและจดบันทกึ ปฎิบตั ิไปพรอ้ มกัน 4. รบั การประเมิน 3. ครูบอกวิธีการและแนวคิดในการปฏบิ ัติที่ ถูกต้องให้แกผ่ เู้ รยี น 4. ประเมินพฤติกรรมรายบุคคลโดยครูจะซักถาม ในแตล่ ะคน ขนั้ สรุป( 30 นาท)ี 1. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ สาระสาคญั 1. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรปุ สาระสาคัญ 2. นกั เรยี นสอบถามขอ้ สงสยั 2. เปดิ โอกาสให้นกั เรยี นซักถามข้อสงสัย 3. ฟังและจดบนั ทกึ 3. มอบหมายให้ไปหดั ทาและศึกษาเพ่ิมเตมิ 4. ทาแบบทดสอบท้ายบท 4. ทาแบบทดสอบ 5. กิจกรรมการเรยี นรู้ กอ่ นเรียน 1. ค้นคว้า เก่ียวกบั ผลกระทบของสารสนเทศ ขณะเรยี น 1. ผ้เู รยี นรว่ มกันศกึ ษาเน้ือหาปฎิบัติตามแลว้ ตอบคาถามและแสดงความคิดเหน็ 2. ตงั้ ใจฟังการอธิบาย และแนะนาจากครู 3. ทาใบงานและฝกึ หัด 4. ร่วมกนั เฉลยใบงานและแบบฝึกหดั 5. จดบันทกึ เทคนคิ แนวการที่เปน็ ประโยชน์ตอ่ ผเู้ รยี น จากข้อแนะนาของครูผสู้ อน 6. ผู้เรียนซกั ถามในหัวข้อทส่ี งสัยในเนื้อหาการเรยี นรู้

64 7. ผเู้ รยี นสรปุ ความร้ทู ไี่ ด้จากการเรยี นการสอน 6. สื่อการเรยี นการสอน 1. หนงั สือเรียนวิชา คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพอ่ื งานอาชีพ 2. ใบความรู้ประจาหนว่ ย 3. ใบงานและแบบฝึกหดั 4. เคร่อื งไมโครคอมพิวเตอร์ 5. แผ่นใสและเครอ่ื งฉายภาพขา้ มศีรษะ 6. ซีดีสือ่ การสอน 7. วัดผลประเมนิ ผล 1. ผเู้ รียนปฏิบัติภาระงานท่มี อบหมายเสร็จทันเวลาท่ีกาหนด 2. ตอบคาถามและสรปุ ผลงานได้อย่างถูกตอ้ ง 3. ทาแบบฝึกหัดหลงั เรียนเสร็จทนั เวลาทกี่ าหนดและถูกต้อง 4. สนใจกระตือรือรน้ ในการเรยี นรู้ ตอบคาถาม สรุปสาระการเรียนรู้ และกลา้ แสดงความคดิ เห็น 5. มีความพยายามปรับปรุงแก้ไขใบงานและแบบฝกึ หัดให้ถกู ต้องแลว้ นาสง่ ครผู ูส้ อน 8. กิจกรรมเสนอแนะ 1. ถ้าผู้เรียนมีการเตรียมตัวในการเรียนท่ีดี เช่น อ่าน และทาการศึกษาหนังสือเก่ียวกับหน่วยการ เรียนมากก่อน ถึงชั่วโมงเรยี น ผู้เรียน จะสามารถเรียน และทากิจกรรมต่าง ๆ ที่ครูผู้สอนมอบหมาย ได้อย่าง มีความสุข และเกดิ ความชอบ และสนกุ กับการเรียนในชั้นเรียน 2. ผูเ้ รียนตอ้ งมคี วามขยนั หม่นั ฝกึ ฝนบทเรียนอยู่เสมอทัง้ กอ่ นและหลงั เรียน 3. ผู้เรยี นตอ้ งมคี วามกล้าท่ีจะถามเมอื่ สงสยั ทั้งในหอ้ งและนอกหอ้ งเรยี นกบั ครผู ูส้ อน เฉลยแบบฝกึ หัดหน่วยที่ 10 ตอนท่ี 1 จงทาเคร่ืองหมายวงกลม ในหัวขอ้ ทีถ่ ูกตอ้ งท่ีสุดเพยี งข้อเดยี ว 1. เทคโนโลยีสารสนเทศชว่ ยเพม่ิ ประสิทธิภาพในการทางานอยา่ งไร ก. ช่วยลดจานวนพนักงานลง ข. ชว่ ยเพม่ิ เวลาในการทางานใหม้ ากขนึ้ ค. ช่วยใหท้ ำงำนไดเ้ ร็วและถูกตอ้ งมำกขน้ึ ง. ช่วยใหป้ ระหยัดทรพั ยากรและรักษาสิ่งแวดลอ้ ม 2. ขอ้ ใดคือผลกระทบทางดา้ นลบท่เี กิดจากการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศด้านการเรยี นการสอน

65 ก. สื่อทใ่ี ช้ขาดความนา่ สนใจ ข. ผ้เู รียนไมม่ สี ถานที่เรยี นหนังสือ ค. เครอ่ื งมือท่ีใช้ต้องมคี วามทันสมยั ง. ผ้เู รียนไมส่ ำมำรถสอบถำมผู้สอนได้ 3. เทคโนโลยีสารสนเทศส่งผลใหเ้ กิดความเสมอภาคในสงั คมอย่างไร ก. ชว่ ยกระจำยโอกำส ข. ช่วยเสริมสร้างรายได้ ค. ชว่ ยลดปญั หาอาชญากรรม ง. ช่วยลดความเส่ยี งในการตกงาน 4. ขอ้ ใดคือผลกระทบทางดา้ นบวกจากการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศท่ีมีตอ่ สังคม ก. ลดปญั หาการละเมิดลขิ สิทธ์ิ ข. ลดปัญหาอาชญากรรมทางคอมพวิ เตอร์ ค. ทาให้เข้าถงึ ข้อมลู ของผู้อน่ื ไดโ้ ดยไมต่ อ้ งขออนญุ าต ง. ช่วยใหร้ ับร้ขู ำ่ วสำรและตดิ ตอ่ สื่อสำรกนั ได้สะดวกขนึ้ 5. ข้อใดกลา่ วถึงผลกระทบจากการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศได้ถกู ต้อง ก. การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศจะไม่เกิดผลกระทบใดๆ ทง้ั สิ้น ข. การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศจะส่งผลกระทบดา้ นลบเทา่ น้นั ค. การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศจะสง่ ผลกระทบด้านบวกเท่านน้ั ง. กำรใช้เทคโนโลยสี ำรสนเทศจะสง่ ผลกระทบทงั้ ด้ำนบวกและดำ้ นลบ 6. ผลกระทบทางด้านลบจากการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศที่มีตอ่ สงั คมสง่ ผลเสียอย่างมากใน ด้านใด ก. สขุ ภาพรา่ งกาย ข. ความปลอดภัย ค. ระบบเศรษฐกิจ ง. คำ่ นยิ มและวัฒนธรรม 7. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ผลกระทบทางดา้ นบวกท่เี กิดจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศดา้ นการเรียน การสอน ก. การเรยี นการสอนผา่ นเวบ็ เพจ ข. ส่ือการเรียนการสอนอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ค. คอมพวิ เตอรเ์ พือ่ การเรยี นการสอน

66 ง. กำรเรียนกำรสอนแบบมปี ฏิสัมพันธ์กบั ผู้สอนโดยตรง 8. ข้อใดคอื การใช้เทคโนโลยีเพอ่ื การบนั ทกึ และจดั เก็บข้อมูล ก. การใชจ้ อแอลซดี นี าเสนอรายงาน ข. การใชเ้ ครือ่ งคิดเลขคานวณรายรบั ประจาวัน ค. การใช้ดาวเทยี มถ่ายทอดสดการแขง่ ขันกฬี า ง. กำรใชบตั้ รแถบแมเ่ หล็กบนั ทกึ สถำนีปลำยทำงของผู้โดยสำร 9. ขอ้ ใดไม่ใช่ผลกระทบทางด้านบวกของเทคโนโลยสี ารสนเทศทส่ี ่งผลตอ่ คุณภาพชีวิต ก. สง่ เสรมิ การเรียนรู้ ข. ช่วยรกั ษำสภำพแวดล้อม ค. เพ่ิมรายได้ให้แกป่ ระชาชน ง. สร้างความเสมอภาคในสงั คม 10. อาการบาดเจ็บเนื่องจากการใชแ้ ป้นพิมพเ์ ปน็ เวลานานๆ กอ่ ให้เกิดโรคช่อื ว่าอะไร ก. โรคเอพอี าร์ ข. โรคอารพ์ ีดี ค. โรคอำรเ์ อสไอ ง. โรคอารเ์ อเอส ตอนที่ 2 ตอบคาถามต่อไปนี้ 1. จงยกตวั อย่างถึงผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศทเ่ี กิดขน้ึ ทั้งในดา้ นบวกและด้านลบ ผลกระทบทำงด้ำนบวกคอื กำรนำคอมพิวเตอร์เข้ำมำประยุกต์ใช้กับกำรเรียนกำรสอน โดยเกิดเป็นกำรเรียนกำรสอน รูปแบบใหม่ทมี่ ีกำรบรรจุเนื้อหำของบทเรียนไว้ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และให้ผู้เรียนได้เรยี นรู้ผำ่ น ทำงหนำ้ จอคอมพวิ เตอร์ เรยี กว่ำ บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน หรือ CAI ผลกระทบทำงด้นลบคือ ก่อให้เกิดปัญหำด้ำนสุขภำพ เช่น อำกำรกำรปวดเม่ือย เคล็ดขัดยอกท่ีกล้ำมเน้ือ เส้นประสำทข้อมือ อำกำรบำดเจ็บเน่ืองจำกกำรใช้แป้นพิมพ์เป็นเวลำนำนๆ ก่อให้เกดิ โรคอำรเ์ อสไอ ซึ่งโรคนี้จะทำให้เส้นประสำทรับควำมรู้สึกท่ีมือและน้ิวเกิดบำดเจ็บขึ้นเม่ือใช้อวัยวะนั้น บ่อยครั้ง เสน้ ประสำทรับควำมร้สู กึ เกิดเสียหำยไมร่ ับควำมรสู้ ึกหรอื รบั ควำมร้สู ึกได้น้อยลง 2. เทคโนโลยสี ารสนเทศเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาอยา่ งไร เป็นเครื่องมือให้ผู้เรียนสำมำรถท่ีจะเชื่อมโยงติดต่อกับเครือข่ำยอินเทอร์เน็ต สำมำรถเรียก ค้นข้อมูลข่ำวสำรผ่ำนทำงเครือข่ำย และสำมำรถเรียนผ่ำนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนได้ทุกท่ีทุกเวลำท่ี ต้องกำร ส่งเสริมกำรเรียนกำรสอนในลักษณะเปน็ รำยบคุ คลซ่ึงจะช่วยให้ผู้เรียนเขำ้ ใจบทเรยี นได้มำก ยิ่งขึ้น และนอกจำกนี้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนก็ยังมีบทบำทต่อกำรนำมำใช้เป็นส่ือในกำรสอนทำงไกล

67 เพ่ือเปิดโอกำสทำงกำรศึกษำให้กับผู้เรียนในชนบทและพ้ืนท่ีห่ำงไกลให้ได้รับโอกำสทำงกำรศึกษำ เทยี บเทำ่ เดก็ ในเมือง 3. การใช้คอมพวิ เตอรเ์ ปน็ เวลานานๆ ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอย่างไรบ้าง อำกำรกำรปวดเม่ือย เคล็ดขัดยอกท่ีกล้ำมเนื้อ เส้นประสำทข้อมือ สำยตำเสีย หรือเกิดต้อ ละกำรนั่งทำงำนหรือกำรนงั่ เล่นเกมเปน็ เวลำนำนๆ อำจทำให้เกดิ โรคลิ่มเลอื ดในหลอดเลือดดำได้ 4. การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศเกยี่ วขอ้ งกับการละเมดิ สิทธเิ สรีภาพส่วนบุคคลอย่างไร กำรนำเอำข้อมูลบำงอย่ำงท่ีเก่ียวกับบุคคลอื่นออกมำเผยแพร่ต่อสำธำรณชน ซ่ึงข้อมูลบำงอย่ำง อำจไม่เป็นควำมจริงหรอื อำจยังไม่ได้รับกำรพสิ ูจน์ จนก่อใหเ้ กิดควำมเสยี หำยต่อบคุ คลได้ 5. จงอธบิ ายถงึ ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศทส่ี ง่ ผลในด้านบคุ คล ควำมเปน็ ส่วนตัวลดนอ้ ยลง เพรำะกำรเข้ำถึงขอ้ มูลทำไดง้ ำ่ ย 6. จงบอกประโยชน์ของการนาคอมพวิ เตอรเ์ ขา้ มาใชใ้ นงานธรุ กจิ งำนดำ้ น Logistics และ Warehouse ทำให้เรำตรวจสอบสินค้ำทีจ่ ะส่งหรือรับ ได้อย่ำงรวดเร็ว ในปรมิ ำณครงั้ ละมำกๆ ป้องกนั สนิ ค้ำสญู หำยหรอื โจรกรรม 7. การนาคอมพิวเตอรม์ าใชใ้ นสถานศกึ ษาในเรือ่ งใดบา้ ง สรำ้ ง บทเรียนช่วยสอน หรอื CAI กำรสบื คน้ ข้อมูลผำ่ นระบบอินเทอรเ์ นต็ 8. การนาคอมพวิ เตอรม์ าใช้ในการคมนาคมและการส่ือสารในเรอ่ื งใดบ้าง ทำให้มนุษย์สำมำรถรับรู้ข้อมูลข่ำวสำรได้มำกขึ้น มีระบบคมนำคมขนส่งท่ีสะดวกรวดเร็ว ท่ี ช่วยให้มนษุ ยเ์ ดินทำงเช่ือมโยงถงึ กันไดง้ ำ่ ยข้นึ 9. การนาคอมพวิ เตอร์มาใชใ้ นด้านการบันเทิงในเรือ่ งใดบ้าง กำรดูหนงั ผำ่ นคอมพวิ เตอร์ คอมพวิ เตอร์ควบคมุ แสงสเี สยี ง 10. การนาคอมพวิ เตอรม์ าใช้ในงานด้านวิทยาศาสตรใ์ นเร่ืองใดบ้าง กำรค้นควำ้ กำรวจิ ัย

68 แผนจัดการเรียนรู้วิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ รหัสวิชา 20001-2001 ชั้น ปวช. สัปดาห์ที่ 17 เวลา หน่วยท่ี 11 เรื่อง การใช้คอมพิวเตอร์อย่างมีจริยธรรมฯ 3 ชว่ั โมง 1. สาระสาํ คัญ แมว้ ่าเทคโนโลยคี อมพวิ เตอร์จะมีประโยชน์มากเพยี งไรกต็ าม หากพจิ ารณาอีกด้านหนง่ึ แลว้ คอมพวิ เตอร์ก็อาจเป็นภัยไดเ้ ชน่ กนั หากผใู้ ชไ้ ม่ระมัดระวังหรือนาไปใชใ้ นทางท่ีไม่ถกู ต้อง ดงั น้นั ในการใช้งาน คอมพวิ เตอร์และสารสนเทศร่วมกนั ในสังคม ในแต่ละประเทศจงึ ได้มีการกาหนดระเบยี บ กฎเกณฑ์ รวมถงึ กฎหมายท่ใี ช้เปน็ แนวทางในการปฏบิ ตั เิ พ่อื ให้เกดิ คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ 2. ผลการเรยี นรู้ที่คาดหวงั 1. ความหมายและขอบเขตของจรยิ ธรรมสารสนเทศ 2. การคุ้มครองสิทธิส่วนบคุ คล 3. จริยธรรมในการผลติ และจดั เก็บสารสนเทศ 4. จรยิ ธรรมในการเผยแพรแ่ ละนาสารสนเทศไปใช้ 5. จริยธรรมกับความม่ันคงปลอดภยั ของระบบคอมพวิ เตอร์

69 3. กิจกรรมการเรยี นรู้ กจิ กรรมครู กจิ กรรมนกั เรียน ขนั้ นาํ เข้าส่บู ทเรียน (20 นาท)ี 1. ตรวจสอบรายชอื่ นักศึกษาทีเ่ ข้าเรยี น 1. ใหค้ วามร่วมมือกับครูในการตรวจสอบ 2. ทดสอบก่อนเรยี น โดยการถามผ้เู รียนในหอ้ ง 2. ผเู้ รียนชว่ ยกนั หาคาตอบจากส่ิงท่คี รกู าหนด 3. ร่วมสนทนาเกี่ยวกับเร่ืองจริยธรรมการใช้ 3. รว่ มสนทนาและแสดงความคิดเหน็ คอมพวิ เตอร์ ขัน้ ดําเนินการสอน (80 นาที) 1. บอกจดุ ประสงค์การเรียน 1. ฟงั ทาความเขา้ ใจและซักถาม 2. บรรยาย อธิบาย ยกตัวอย่าง แสดงวิธีการ 2. ฟงั ทาความเขา้ ใจและปฎิบัตติ าม ปฎิบัติในแต่ ละหัวข้อการเรืยนและให้นักศึกษา 3. ผเู้ รยี นซักถามข้อสงสัยและจดบนั ทกึ ปฎิบัติไปพร้อมกนั รับการประเมนิ 3. ครบู อกวิธกี ารและแนวคิดในการปฏิบตั ทิ ่ี ถูกต้องใหแ้ กผ่ เู้ รยี น 4. ประเมนิ พฤติกรรมรายบุคคลโดยครจู ะซกั ถาม ในแตล่ ะคน ข้ันสรุป (20 นาท)ี 1. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรปุ สาระสาคญั 1. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรุปสาระสาคัญ 2. นกั เรียนสอบถามขอ้ สงสัย 2. เปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นซกั ถามขอ้ สงสัย 3. ฟงั และจดบนั ทกึ 3. มอบหมายให้ไปหดั ทาและศึกษาเพ่ิมเติม 4. ทาแบบทดสอบท้ายบท 4. ทาแบบทดสอบ 4.กจิ กรรมการเรยี นรู้ กอ่ นเรยี น 1. ครูช้ีแจงให้ผู้เรียน เห็นความสาคัญ เพื่อเป็นประโยชน์ในการเรียนรู้ และนาไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจาวนั 2. ครชู ี้แจงวตั ถปุ ระสงค์รายวิชา 3. ครูชี้แจงระเบียบว่าดว้ ยเวลาเรยี น 4. ครูตกลงกบั ผ้เู รยี น เรอื่ งการแบ่งคะแนนเก็บระหวา่ งภาคดงั นี้ 5. ครตู กลงกบั ผ้เู รยี นเร่อื งการปฏิบตั ิตนในหอ้ งเรียนตามแบบประเมิน 6. ครูบอกแนวทางในการเรยี น และวิธีการปฏิบัติตามภาระงานท่มี อบหมาย

70 ขณะเรยี น 1. ทาแบบฝึกหดั ก่อนเรียน โดยการถาม – ตอบ และให้แสดงความคิดเหน็ 2. จดบนั ทึก สาระการเรยี นรู้ 3. ร่วมกันสรุปบทเรียน พร้อมบันทึกผลการสรุป แลว้ ลกุ ข้นึ นาเสนอกบั ครูผสู้ อน 4. ผ้เู รยี นและครผู ู้สอนร่วมกันประเมินขอ้ สรปุ ของผู้เรยี นทอ่ี อกแสดงความคิดเหน็ เพอื่ ให้ไดข้ ้อสรุปท่ี ถูกต้อง และครูผู้สอนแสดงความช่ืนชมกับผู้เรียนทุกคนที่ออกแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วม ใน5. กิจกรรมท่ีมอบหมาย 6. ทาใบงาน ตรวจสอบใบงาน แกไ้ ขใบงาน 7. ทบทวนเนอื้ หา 8. ทาแบบฝกึ หัดหลังเรยี น 9. รว่ มกันเฉลยแบบฝึกหัด 5.สือ่ การเรียนการสอนประจาํ หน่วย 1. หนงั สือเรียนวิชา คอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพอื งานอาชีพ 2. ใบความร้ปู ระจาหน่วย 3. ใบงานและแบบฝึกหัด 4. เคร่อื งไมโครคอมพิวเตอร์ 5. แผ่นใสและเคร่อื งฉายภาพขา้ มศรี ษะ 6. ซีดสี ่ือการสอน 6. วดั ผลประเมนิ ผลประจําหน่วย 1. สังเกตผู้เรียนมีความสนใจ เกิดความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ ตลอดจนแสดงความกระตือรือร้น ใน การแสดงความคดิ เหน็ และสรปุ สาระการเรียนร้ปู ระจาหนว่ ย 2. ทาใบงานได้อย่างถูกต้อง ทันเวลาท่กี าหนด ใบงานสะอาดและเปน็ ระเบยี บ 3. ผเู้ รยี นทาแบบฝึกหดั หลังเรยี นไดถ้ ูกต้อง โดยได้คะแนน 50% เปน็ อยา่ งต่า 7. กจิ กรรมเสนอแนะประจาํ หน่วย 1. ผู้เรียนตอ้ งให้ความสนใจในการศึกษา เพื่อหาเทคนิค วิธีการ หรือหลักการง่ายเพื่อให้หาคาตอบ ได้ อยา่ งถกู ต้อง และรวดเรว็ โดยการ ตง้ั ใจฟงั หลักการ เทคนิควธิ กี ารท่ีครผู สู้ อนสรุปในขณะท่ีทาการ สอน และนาข้อสงสยั ซักถามครใู นการเรียนทุกคร้ังที่เกดิ ความสับสน และไม่เข้าใจ 2. ผูม้ กี ารทบทวนบทเรยี น ตลอดเพ่ือเสรมิ สร้างความเข้าใจอย่างแทจ้ รงิ 3. ผู้เรียนหมน่ั ทาใบงาน แบบฝึกหดั และแกไ้ ขข้อท่ผี ดิ ให้ถูกต้องเสมอ 4. ผเู้ รียนตอ้ งสรา้ งมโนภาพให้เกดิ ความคิดรวบยอดในสาระการเรยี นรแู้ ละเทคนิควิธีการพร้อมกบั

71 ความจาเป็นในการนาไปประยุกต์ใช้ให้เกิดขึ้นโดยตนเองให้ได้เพื่อเกิด่ ความรู้ความเข้าใจอย่าง แทจ้ รงิ ไมใ่ ชเ่ กิดจากการทอ่ งจา 8. กิจกรรมเสนอแนะ 1. ผูเ้ รยี นต้องทบทวนบทเรียนทัง้ กอ่ นเรียนและหลังเรียนอยู่อย่างสม่าเสมอ 2. ผู้เรียนหมั่นเขา้ ชัน้ เรยี นเพ่ือรบั ฟังเทคนิค วิธี และแนวทางทด่ี กี บั ครสู อนอยา่ งตั้งใจ 3. ผูเ้ รียนสนใจทาใบงาน แบบฝกึ หดั และแก้ไขให้ถูกตอ้ งทกุ ครง้ั ที่ทาผิด 4. กลา้ ที่จะถามทุกครั้งทเ่ี กดิ ความสงสยั และไม่เข้าใจหรือตามบทเรยี นไมท่ ัน เฉลยแบบฝกึ หดั หน่วยที่ 11 ตอนท่ี 1 เลิอกคาตอบที่ถกู ต้องทสี่ ุดเพียงข้อเดียว ก. กฎหมาย ข. จรยิ ธรรม ค. คณุ ธรรม ง. จรรยาบรรณ ใช้ตวั เลือกตอ่ ไปนี้ ตอบคาถามข้อ 1-5 1. “มีวตั ถุประสงค์เพือ่ ควบคุมความประพฤตขิ องผู้ประกอบวิชาชีพตา่ งๆ” คือลักษณะตาม ขอ้ ใด ข้อ ง 2. “ไมม่ บี ทลงโทษสาหรับผู้ฝ่าฝืน” คือลักษณะตามขอ้ ใด ข้อ ข 3. “เปน็ เร่ืองความสมัครใจ” คอื ลักษณะตามขอ้ ใด ข้อ ข 4. “ออกโดยกลุม่ วชิ าชีพ” คือลกั ษณะตามขอ้ ใด ข้อ ง 5. “เป็นหลักประพฤติปฏิบตั ิให้ทาในสิง่ ท่ีถกู ต้อง ดีงาม” คือลกั ษณะตามข้อใด ข้อ ข และข้อ ง 6. ขอ้ ใดเป็นสทิ ธใิ นข้อมูลสว่ นบุคคล ก. มสี ิทธิท่ีจะนาข้อมูลส่วนบุคคลของตนไปใช้ ข. มสี ทิ ธใิ นกำรตรวจดูและแก้ไขข้อมูลสว่ นบคุ คลของตน ค. มีสทิ ธิในการตรวจสอบวา่ มีใครนาข้อมลู สว่ นตัวไปใช้บา้ ง

72 ง. มสี ิทธใิ นการเปิดเผยข้อมลู สว่ นบุคคลของตนแกบ่ ุคคลอ่ืน 7. ขอ้ ใดไม่ใช่หลกั การสาคญั ในการผลติ และจัดเกบ็ สารสนเทศ ก. ถกู ต้อง ข. แม่นยา ค. ครบถว้ น ง. รวดเร็ว 8. ข้อใดเป็นชอื่ ย่อขององค์กรเพื่อความรว่ มมือทางเศรษฐกิจและการพฒั นา ก. OEPD ข. OECD ค. OMPC ง. OOPE 9. องคก์ รตามขอ้ 8. มีภาระกิจในข้อใด ก. แบ่งปันขอ้ มูลอยา่ งโปร่งใส ข. คมุ้ ครองควำมเปน็ สว่ นตวั ในขอ้ มูล ค. ใชก้ ฎหมายร่วมกนั ด้านการใชข้ อ้ มลู ทัว่ โลก ง. ป้องกันความเสี่ยง โดยกระจายขอ้ มูลไปทีต่ า่ งๆ 10. จริยธรรมของผู้ทเ่ี กยี่ วข้องกบั สารสนเทศ ต้องคานงึ ถงึ ส่ิงต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด ก. การเขา้ ถึงข้อมลู ข. กำรบริหำรจดั กำร ค. ความเป็นสว่ นตัว ง. ความถูกต้องของข้อมลู ตอนที่ 2 ตอบคําถามต่อไปน้ี 1. อธบิ ายความหมายของจริยธรรมดา้ นสารสนเทศ หลกั ศีลธรรมจรรยำที่กำหนดขึน้ เพ่ือใชเ้ ปน็ แนวทำงปฏิบัติ หรือควบคมุ กำรใช้ระบบคอมพวิ เตอร์ และสำรสนเทศ 2. ยกตัวอยา่ งการละเมิดลิขสิทธสิ์ ่วนบคุ คลมา 2 ตัวอย่าง 1. กำรสมัครบรกิ ำรทำงอินเทอรเ์ นต็ แล้วบริษัทนำขอ้ มลู ของผ้ใู ช้ไปใช้ 2. กำรท่ีเวบ็ ไซต์บนั ทึกเวลำเข้ำออกเว็บไซต์แลว้ นำไปใช้เพ่ือจุดประสงค์บำงอย่ำง 3. การคมุ้ ครองสิทธิส่วนบุคคลมีความสาคัญอย่างไร

73 ชว่ ยป้องกันไม่ให่เกิดควำมเสียหำย หรือเสียช่ือเสยี ง 4. หากท่านเป็นผเู้ กี่ยวข้อง ควรมีจริยธรรมในการผลติ และจัดเก็บสารสนเทศอย่างไร ไมน่ ำไปเปดิ เผย นำไปใชป้ ระโยชน์หรอื ใช้ในวตั ถุประสงคอ์ ่ืนๆ นอกเหนือจำกทก่ี ำหนดไว้ในหลกั กำร กำหนดวตั ถปุ ระสงค์ในกำรจดั เก็บ 5. หากท่านเปน็ ผเู้ กยี่ วข้อง ควรมีจริยธรรมในการเผยแพร่และนาสารสนเทศไปใช้อยา่ งไร หำกไม่ไดร้ ับควำมยนิ ยอมจำกเจำ้ ของขอ้ มูลโดยตรง จะไม่สำมำรถนำไปเผยแพรห่ รือไปใชเ้ พือ่ ประโยชนส์ ่วนตัว