Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ภูมิปัญญาท้องถิ่นภาคใต้

ภูมิปัญญาท้องถิ่นภาคใต้

Description: ภูมิปัญญาท้องถิ่นภาคใต้

Search

Read the Text Version

ภมู ปิ ัญญาท้องถ่นิ ภาคใต้

ลักษณะภมู ปิ ระเทศ ภาคใต้ เป็นภมู ิภาคหนงึ่ ของไทยตงั้ อยบู่ นคาบสมทุ รมลายทู างใต้ของประเทศ ขนาบด้วยอา่ วไทยทางฝั่งตะวนั ออก และทะเลอนั ดามนั ทางฝ่ังตะวนั ตก ในทะเล มีหมเู่ กาะใหญ่น้อยมากมายกวา่ 400 เกาะ สว่ นใหญ่อยใู่ นจงั หวดั กระบีแ่ ละ จงั หวดั พงั งา อดุ มไปด้วยแหลง่ ปะการังที่งดงามเป็นสวรรค์ของนกั ดานา้ อยา่ ง แท้จริง เกาะท่ีสวยงามเป็นท่ีรู้จกั ในระดบั โลก เชน่ หมเู่ กาะสรุ ินทร์ หมเู่ กาะสิมิลนั หมเู่ กาะพพี ี เป็นต้น

ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศสามารถแบง่ ใหญ่ ๆ ได้ ๒ ลกั ษณะ พนื้ ท่รี าบ ท่ีราบในภาคใต้มีลกั ษณะยาวขนานระหวา่ งภเู ขาและชายฝ่ังทะเลแคบ ๆ ซ่ึงทาง ตะวนั ออกเป็นชายฝั่งแบบยกตวั สว่ นชายฝั่งตะวนั ตกเป็นแบบยบุ ตวั

พืน้ ท่ีภูเขา มีเทือกเขาท่ีสาคญั ได้แก่ ทวิ เขาภเู กต็ อยทู่ างตะวนั ตกของภาค เป็นเทือกเขาที่ ตอ่ เน่ืองจากเทือกเขาตะนาวศรี

เทือกเขานครศรีธรรมราช เป็นแกนกลางของภาค

เทือกเขาสนั กะลาคีรี เป็นพรมแดนกนั้ ระหวา่ งประเทศไทยกบั ประเทศมาเลเซีย

แมน่ า้ แมน่ า้ ของภาคใต้เป็นสายสนั้ ๆ เนื่องจากมีพืน้ ที่น้อย และไหลลงสอู่ า่ วไทย เชน่ แมน่ า้ ชมุ พร แมน่ า้ ปัตตานี แมน่ า้ ตาปี แมน่ า้ สายบุรี

สว่ นแมน่ า้ โกลก เป็นพรมแดนธรรมชาตทิ ี่กนั้ เขตแดนระหวา่ งประเทศไทยกบั มาเลเซีย

สว่ นแมน่ า้ ปากจน่ั กนั้ พรมแดนระหวา่ งประเทศไทยกบั พมา่ และแมน่ า้ ตรังไหล ลงสทู่ ะเลอนั ดามนั

ลักษณะภมู อิ ากาศ เป็นแบบร้อนชืน้ แถบมรสมุ คือ มีฝนตกชกุ สลบั กบั ฤดแู ล้งสนั้ ๆ ภาคใต้ไมม่ ีฤดู หนาวและได้รับอทิ ธิพลจากลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉียงใต้และลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉียงเหนือทาให้ฝนตกชกุ ตลอดทงั้ ปี จงั หวดั ที่มีฝนตกชกุ ที่สดุ คือ ระนอง

ทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง แหล่งปะการัง พืน้ ท่ีกลมุ่ จงั หวดั ภาคใต้ฝั่งอนั ดามนั มีแหลง่ ปะการังท่ีสวยงามตดิ อนั ดบั โลก สว่ นใหญ่อยใู่ นบริเวณใกล้กบั เกาะตา่ งๆ เชน่ ปะการังเขากวาง ปะการังรังผงึ ้ ปะการังสมองร่องสนั ้

แหล่งหญ้าทะเล เป็นแหลง่ อนบุ าลสตั ว์นา้ วยั ออ่ น แหลง่ หลบภยั แหลง่ อาหารของสตั ว์ใหญ่น้อย และเป็นแหลง่ อาหารท่ีสาคญั ของพะยนู สตั ว์ทะเลท่ีใกล้จะสญู พนั ธ์ุ บริเวณพืน้ ที่ กลมุ่ จงั หวดั ภาคใต้ฝั่งอนั ดามนั ถือเป็นพืน้ ที่ที่มีแหลง่ หญ้าทะเลผืนใหญ่ท่ีสดุ ใน น่านนา้ ไทย แหลง่ หญ้าทะเลที่ใหญ่และสมบรู ณ์ที่สดุ อยบู่ ริเวณอทุ ยานแหง่ ชาติ หาดเจ้าไหม เกาะลบิ ง และเกาะมกุ จงั หวดั ตรัง

ป่ าชายหาด ป่ าที่ขนึ ้ ปกคลมุ ดินหรือเนินทรายชายฝั่งทะเลท่ียกตวั จนนา้ ท่วมไมถ่ งึ พืน้ ที่ที่มีป่ า ชายหาดที่อดุ มสมบรู ณ์ ได้แก่ อทุ ยานแหง่ ชาติหมเู่ กาะลนั ตา จงั หวดั กระบี่ อทุ ยาน แหง่ ชาติหาดเจ้าไหม จงั หวดั ตรัง อทุ ยานแหง่ ชาติหมเู่ กาะสมิ ลิ นั อทุ ยานแหง่ ชาตหิ มู่ เกาะสรุ ินทร์ จงั หวดั พงั งา

ป่ าชายเลน ทรัพยากรท่ีมีความสาคญั ย่ิงตอ่ ระบบนิเวศชายฝั่ง ทาหน้าทเี่ ช่ือมโยงระหวา่ ง ระบบนเิ วศในทะเลและระบบนิเวศบนบก เป็นแหลง่ อาหารของสง่ิ มชี ีวติ แหลง่ อนบุ าลตวั ออ่ นของสตั ว์นา้ และป้ องกนั การกดั เซาะชายฝั่ง พบบริเวณแนว ชายฝ่ังทเ่ี ป็นหาดโคลนและบริเวณปากแมน่ า้ กระจายอยทู่ กุ จงั หวดั โดยเฉพาะ ในจงั หวดั พงั งาที่มีความอดุ มสมบรู ณ์ของพืน้ ที่ป่ าชายเลนสงู กวา่ จงั หวดั อ่ืนๆ

ทรัพยากรดนิ ภาคใต้สว่ นใหญ่เป็นดนิ ปนทราย มีความอดุ มสมบรู ณ์ต่า ไมเ่ หมาะสาหรับการ เพาะปลกู สว่ นบริเวณท่ีราบลมุ่ ต่า (พรุ) มีนา้ ทว่ มขงั ไมส่ ามารถใช้ประโยชน์ได้ สว่ นท่ีราบลมุ่ แมน่ า้ ใช้ปลกู ข้าว และสวนผลไม้ สว่ นดินบริเวณที่สงู เป็นดนิ เหนียว หรือดินลกู รัง เหมาะในการปลกู ยางพาราและปาล์มนา้ มนั

ทรัพยากรนา้ ภาคใต้มีฝนตกชกุ ตลอดทงั้ ปี แตม่ ีปัญหาในการขาดแคลนนา้ เน่ืองจากมีแมน่ า้ สายสนั้ ๆ ไมส่ ามารถเกบ็ กกั นา้ ได้ สว่ นใหญ่จะใช้นา้ จากการขดุ เจาะบอ่ บาดาล และได้จากเข่ือนตา่ ง ๆ ได้แก่ เขื่อนคลองหลา จงั หวดั สงขลา เขื่อนปัตตานี จงั หวดั ปัตตานี เข่ือนรัชชประภา จงั หวดั สรุ าษฎร์ธานี

ทรัพยากรป่ า พืน้ ที่ป่ าไม้สว่ นใหญ่ในภาคใต้เป็นป่ าดิบชืน้ ตามเทือกเขา และป่ าชายเลน จงั หวดั ท่ีป่ าไม้มากสดุ คือ สรุ าษฎร์ธานี ซงึ่ เป็นป่ าแพะ ป่ าโคก ขนึ ้ ปะปนกบั ทงุ่ หญ้าสะวนั นา ไม้ท่ีสาคญั ของภาคใต้ คือ ไม้เบญจพรรณและไม้จากป่ าชายเลน

ทรัพยากรแร่ ธาตุ มีแร่ธาตหุ ลายชนิด ดงั นี ้ แร่ดีบกุ แร่พลวง แร่ทงั สเตน แร่ฟลอู อไรด์ ยปิ ซมั ดนิ ขาว ทองคา ถา่ นหิน นา้ มนั ปิ โตรเลยี มและก๊าซธรรมชาตแิ ร่ดีบกุ พบมากที่สดุ ในภาคใต้และของ ประเทศไทย ซง่ึ ถือวา่ เป็นแร่ท่ีทารายได้ให้กบั ประเทศมากที่สดุ

ลักษณะการตงั้ ถ่นิ ฐาน ภาคใต้มีพืน้ ท่ีเป็นคาบสมทุ รและชายฝ่ังทะเล ทาให้มีชนชาติตา่ ง ๆ เดินทางเข้ามา ตดิ ต่อค้าขาย และเข้ามาตงั้ ถิ่นฐานตงั้ แตใ่ นอดตี จงึ มีความหลากหลายทางเชือ้ ชาติ เชน่ คนจีน คนอนิ เดีย และคนที่มีเชือ้ สายมาเลเซียท่ีนบั ถือศาสนาอิสลาม นอกจากนีบ้ ริเวณชายฝ่ัง และเกาะบางเกาะของภาคใต้ทางด้านตะวนั ตกมีชาว พืน้ เมืองท่ีเรียกวา่ ชาวเล สง่ ผลให้เกิดการหลอ่ หลอมลกั ษณะเดน่ ให้มีการปรับตวั ปรับวิถีชีวติ จนเป็นลกั ษณะบคุ ลิกภาพเฉพาะของคนภาคใต้ดงั นี ้

๑. มีความเป็นตวั ของตวั เอง ซงึ่ เป็นส่งิ บง่ บอกความรู้และ ปั ญญาในการแก้ ปั ญหาและการสร้ างสรรค์ชีวิตให้ มีความสมดลุ กบั ธรรมชาติแวดล้อม ได้แก่ อาหารการกิน การใช้สมนุ ไพร การ ปลกู บ้านสร้างเรือน และเคร่ืองมือเคร่ืองใช้ เป็นต้น ๒. มีความรอบรู้ในโลกทศั น์และชีวทศั น์ ด้วยการสร้างเครือข่าย ความสมั พนั ธ์กบั ชาตพิ นั ธ์ุอื่น และพงึ พาแลกเปลี่ยนข้อมลู ข่าวสารผลผลติ ระหวา่ งชมุ ชนตา่ งถิ่น ชาวใต้จงึ เป็นผ้เู ปิ ดกว้าง และกระตือรือร้นอยเู่ สมอ ๓. มีอสิ ระในการตดั สนิ ใจโชคชะตาของตนเอง ไมต่ ้องการการครอบงาจากอานาจท่ีเหนือกวา่ มีความเป็นคนจริง ปกป้ องรักษาชีวิต ทรัพย์สินและถิ่นฐานทามาหากินของตน

๔. มีความรักสามคั คีในหมพู่ วกพ้องมาก โดย มีนายหนงั ตะลงุ โนรา เป็นสอื่ กลางท่ีสง่ ถา่ ยทอดความรู้ ข้อมลู จากกลมุ่ สกู่ ล่มุ กอ่ ให้เกิดความคดิ ความเช่ือในสงิ่ เดียวกนั จน รู้สกึ เป็นพวกเดียวกนั มาหลายชวั่ อายคุ น ๕. มีความทระนง ไมส่ ยบยอมผ้ใู ด รักษา วฒั นธรรมของตนอยา่ งเหนียวแนน่ เป็นคนจริง รักษาสจั จะ

ประเภทของภมู ปิ ัญญาท้องถ่นิ ภาคใต้ กลุ่มท่ี ๑ คติ ความคดิ ความเช่ือ และหลักการพืน้ ฐานขององค์แห่ง ความรู้ จากการท่ีดินแดนภาคใต้มีคนจากวฒั นธรรมอื่นผลดั เปล่ยี นเข้ามาอย่าง ตอ่ เน่ืองกนั มาเป็นเวลานบั พนั ปี ทาให้เกิดการผสมผสานความคดิ ความเช่ือใน อานาจเหนือธรรมชาติที่หลากหลายจนสง่ ผลให้เกิดความคดิ ความเชื่อของคน ภาคใต้ เช่น

๑. ความเช่ือเร่ืองการนอนหนั ศีรษะไปทางทศิ ใต้ เป็นการนอนอยา่ งบชู าพระพทุ ธเจ้าและบชู าบิดา- มารดา ซงึ่ เป็นมงคลสงู สดุ แหง่ ชีวติ เนื่องจากตอน ปรินิพพานพระองค์หนั พระพกั ตร์ไปเบือ้ งหน้าคือทิศ ตะวนั ออก หนั พระเศียรไปทางเบือ้ งขวา คนปักษ์ใต้ นอนหนั หวั ไปทางทศิ ใต้ หนั หน้าไปทางทศิ ตะวนั ออก (ทิศเบือ้ งหน้า) นอนตามทิศทางทพี่ ระพทุ ธปรินิพพาน เรียกวา่ บชู าพระพทุ ธเจ้าเป็นมงคลสงู สดุ อยา่ งนีก้ ไ็ ด้ ๒. ความเช่ือเร่ืองพธิ ีขอป่ า เป็นพธิ ีกรรมที่ชาวบ้านภาคใต้ทาขนึ ้ เพื่อขอตดั ไม้ในป่ า สาหรับปลกู สร้างบ้านเรือนหรือท่ีทา กิน โดยการนาอาหารคาวหวานพร้อมกบั ตดั ก่ิงไม้เป็นรูปตะขอมาเซน่ ไหว้เจ้าป่ าเจ้าเขา แล้วอธิษฐานขออนญุ าตเข้าถางป่ า

๓. ความเช่ือเร่ืองสถานภาพ สงั คมของคนชาวใต้ให้ความสาคญั กบั เพศชายสงู กวา่ เพศหญิง การยกยอ่ งบรุ ุษเพศในการเป็นหวั หน้าครอบครัว พร้อมกนั นนั้ ก็ คาดหวงั วา่ บรุ ุษต้องเป็นผ้มู ีความรู้ มีคณุ ธรรม และต้องเป็นคน จริง คือ เชื่อถือได้ไมเ่ หลวไหล ขณะเดียวกนั กม็ ีความคาดหวงั ให้ผ้หู ญิงเป็นผ้มู ีคณุ คา่ สมเป็นกลุ สตรีไทยให้คุณคา่ ตอ่ พรหมจารีของผ้หู ญิงสงู มาก ๔. พธิ ีลอยเคราะห์ คนภาคใต้มีความเชื่อตามศาสนาพราหมณ์วา่ คนทกุ คนมี ช่วงเวลาท่ีดาวพระเคราะห์มาเสวยอายุ ยามใดท่ีดาวพระ เคราะห์มาเสวยอายกุ ็จะเกิดโทษกบั ผ้นู นั้ อาจจะเจ็บไข้ได้ ป่ วย หรือมีเหตกุ ารณ์ร้ายๆ มากระทบตอ่ การดาเนินชีวิต ของตวั เองและญาติมิตร ดงั นนั้ จงึ นิยมลอยเคราะห์เพ่ือให้ ตนพ้นจากเคราะห์กรรมนนั้ ด้วยการนาต้นกล้วยมาทาเป็น แพ แล้วเอาผม เลบ็ ขีไ้ คล รวมทงั้ ดอกไม้ ธูปเทียน ใสใ่ นแพ ลอยนา้ ไป

๕. ความเช่ือเร่ืองโจ เป็นความเช่ือในเรื่องไสยศาสตร์ ที่ทาขนึ ้ เพื่อ ใช้ป้ องกนั ปัญหาการลกั ขโมยผลไม้ในสวน เน่ืองจากการแขวนโจทต่ี ้นไม้จะเป็นการบอก ให้รู้วา่ ได้มีการกากบั คาถาอาคมไว้ หากผ้ใู ด เกบ็ ผลไม้จากต้นที่มีการแขวนโจไป รับประทาน จะทาให้เจ็บป่ วย เกี่ยวกบั โรค ทางเดนิ อาหารในลกั ษณะตา่ ง ๆ เช่น ปวดท้อง ท้องบวม ท้องป่ อง โดยไมร่ ู้สาเหตุ และตายใน ที่สดุ

กลุ่มท่ี ๒ ศิลปะ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม ประเพณี จากลกั ษณะทาง ภมู ิศาสตร์ของภาคใต้ ทาให้มีคนท่ีตา่ งภาษาตา่ งวฒั นธรรม อยา่ งหลากหลายเดนิ ทางเข้ามาภาคใต้มีทงั้ ชาว พทุ ธ ชาวมสุ ลมิ ตา่ งเชือ้ ชาตกิ นั เชน่ คนไทย คนจีน และผ้ทู ี่มีเชือ้ สายมาเลย์ รวมทงั้ ชาวเมือง เชน่ ชาวเล อาศยั อยกู่ นั วฒั นธรรมภาคใต้จงึ มีรูปแบบอนั เป็นเอกลกั ษณ์ท่ีแตกตา่ งกนั ในแตล่ ะพืน้ ท่ี เชน่ ๑. ประเพณีท่ีเก่ียวเน่ืองกับศาสนาโดยตรง เชน่ งานเทศกาลเข้าพรรษา ออก พรรษา เป็นต้น

๒. ประเพณีท่ีมีการสืบเน่ืองจากศาสนา เช่น งานบุญเดือนสบิ เป็นงานบญุ ประเพณีท่ีมีชื่อเสียงโดง่ ดงั ทสี่ ดุ ของชาวปักษ์ ใต้ เน่ืองจากเป็นงานทยี่ ดึ ถือปฏิบตั ิกนั ทวั่ ไปทกุ จงั หวดั และตา่ งยดึ มนั่ เข้มแขง็ มาแตโ่ บราณ งานบญุ เดือนสบิ อาจ เรียกได้วา่ ประเพณีชิงเปรตเป็นงานบญุ รวมญาติ เม่ือถงึ เวลาไมว่ า่ ทกุ คนไปทางานอาศยั อยหู่ วั เมืองใดใกล้หรือ ไกล จะต้องเดนิ ทางกลบั ไปเยอื นถิ่นเกดิ เสมอ เพอื่ ร่วม ทาบญุ อทุ ิศสว่ นกศุ ลให้แก่บรรพบรุ ุษและพบปะเยี่ยม เยือนญาตพิ นี่ ้อง

ประเพณีแห่ผ้าขนึ้ ธาตุ ณ วดั พระมหาธาตวุ รมหาวหิ าร นครศรีธรรมราช เป็นประเพณีการนาผ้าไตรสรณาคมน์ไปบชู าและขนึ ้ ไปหม่ ตกแตง่ สถานที่สง่ิ ศกั ดสิ์ ทิ ธ์ิที่คนเคารพบชู า เดิมมีปี ละครัง้ คือ วนั ขนึ ้ 15 ค่า เดือน 6 คือ วนั วิสาขบชู า ตอ่ มาในราวรัชกาลท่ี 4 จงึ ได้จดั เพมิ่ ขนึ ้ อีกวนั หนง่ึ คอื วนั มาฆบชู า ขึน้ 15 ค่า เดือน 3 เพื่อวา่ พทุ ธศาสนิกชนนาผ้าสตี ่างๆ ขึน้ ไปหม่ แทน ซงึ ้ นิยมใช้ผ้า 3 สี ได้แก่ ขาว แดง และเหลือง

ประเพณีชักพระหรือลากพระ เป็นประเพณีท้องถ่ินในภาคใต้ตอนกลาง เป็น ประเพณีที่เกี่ยวข้องกบั ความศรัทธาใน พระพทุ ธศาสนา และวถิ ีชีวติ ชาวใต้ที่มีความ ผกู พนั กบั นา้ ประเพณีจดั ขนึ ้ ในช่วงออกพรรษา วนั แรม 1 ค่าเดือน 11 ด้วยความเช่ือวา่ เป็น วนั ที่พระพทุ ธเจ้าเสด็จกลบั จากสวรรค์ชนั้ ดาวดงึ ส์ลงมายงั โลกมนษุ ย์ จงึ มีการจดั งาน เพื่อแสดงความยนิ ดี ประชาชนจงึ อญั เชิญพระ พทุ ธองค์ขนึ ้ ประทบั บนบษุ บกท่ีจดั เตรียมไว้ แล้วแหแ่ หนไปยงั ท่ีประทบั สว่ นใหญ่จะเป็น การจดั ขบวนทางเรือ แตบ่ ริเวณใดท่ี หา่ งไกล แมน่ า้ กจ็ ะจดั พธิ ีทางบก

๓. ประเพณีท่ีจัดให้มีขนึ้ ตามฤดูกาลหรือ วาระ เชน่ งานแข่งเรือ ประเพณีการแขง่ เรือกอและของชาวจงั หวดั นราธิวาส เรือกอและเป็นเรือที่มีเอกลกั ษณ์ เฉพาะตวั เป็นเรื่อท่ีใช้ในการทาประมงพืน้ บ้าน ชายฝั่งได้เป็นอยา่ งดี นิยมใช้กนั ในหมู่ ชาวประมงมสุ ลมิ เมื่อถงึ ฤดนู า้ หลากก็จะนา เรือกอและมาแข่งขนั กนั โดยใช้ระบบชงิ ธง

งานให้ทานไฟ ในเดือนยี่มีกระแสลมมรสมุ ทศิ ตะวนั ออกเฉียงเหนือพดั พาเอาอากาศหนาว เยน็ บางปี หนาวถงึ ต้องกอ่ กองไฟในตอนเช้ามืด ชาวบ้านจงึ ร่วมใจกนั ช่วยเหลอื พระสงฆ์ ด้วย การมาชว่ ยกอ่ กองไฟให้พระสงฆ์ผิงสร้างความ อบอนุ่ และถือโอกาสทาขนม ทาอาหารมา ถวายพระสงฆ์ไปด้วยกนั

ประเพณีกนิ ผัก เป็นประเพณีของคนไทยเชือ้ สายจีนทางภเู ก็ต พงั งา กระบ่ี ตรัง และอ่ืนๆ ที่มีคนจีนอาศยั อยู่ มาก จดั วนั ขนึ ้ 1-9 ค่า เดือน 9 ของจีน เป็น ประเพณีท่ีถือปฏิบตั กิ นั อยา่ งเข้มแข็งทงั้ เมือง คือถือศีลเคร่งครัดละลดกิเลสตณั หา ทาจิตใจ ทาวาจาและร่างกายให้บริสทุ ธิ์ เพราะสรรพสง่ิ นนั้ ล้วนเกี่ยวเน่ืองสมั พนั ธ์กนั ใครปฏิบตั ธิ รรม จงึ จะเกิดความสขุ ทกุ คนจงึ ตา่ งน่งุ ขาวหม่ ขาว ทาอาหารเจแจกจ่ายกินกนั ทงั้ เมือง มีการแห่ ม้าทรง(เจ้าเข้าทรง มีการลยุ ไฟ และพิธีอ่ืนๆ อยา่ งคกึ คกั จดุ ประทดั ตลอดงาน

ภูมปิ ัญญาการปลูกบ้าน การสร้างท่ีอยอู่ าศยั ของชาวภาคใต้ในสมยั กอ่ น จะมีลกั ษณะเป็นบ้านหรือเรือน ซงึ่ เรียกกนั โดยสาเนียงภาษาใต้วา่ “เริน” ลกั ษณะของเรือนของชาวใต้มี 2 ลกั ษณะ คอื เรือนเครื่องผกู และเรือนเครื่องสบั

เรือนเร่ืองผูก เรือนท่ีใช้วสั ดตุ า่ ง ๆ ประกอบกนั เช้ากบั โครงสร้างและตวั เรือน โดยการผกู ยดึ ด้วยเชือก เถาวลั ย์ วสั ดหุ ลกั มกั เป็นไม้ไผแ่ ละไม้ยืนต้น ขนาดเลก็ ที่ล้วนแล้วแตห่ าได้ ภายในท้องถน่ิ มี การปรับแปรวสั ดงุ ่าย เพียงนามาผกู ยดึ สอด สานเรียบร้อยเข้าด้วยกนั ไมม่ ีความคง ทน ถาวรและให้ความปลอดภยั ไมม่ ากนกั ภมู ิ ปัญญาในการสร้างเรือนไทยเครื่องผกู ของชาว ใต้ ปรากฏดงั นี ้

การใช้ตีนเสาหรือบาทเสา เกิดจาก การศกึ ษาลกั ษณะธรรมชาตขิ อง ท้องถิ่น เน่ืองจากภาคใต้ฝนตกมาก ทาให้ดินชืน้ เสา บ้านท่ีฝังดินจะ ผเุ ร็ว ทาให้อยอู่ าศยั ได้ไมน่ าน ประกอบกบั มีตวั ปลวกคอยกดั กิน เสาบ้าน บางแหง่ อาจใช้ตมุ่ ไหเลก็ ๆ ใสท่ ราบให้เตม็ แล้วคว่าปาก ไหลลงใช้รองรับเสา ต้นเสาจะไม่ ผเุ มื่อปลวกขนึ ้ ก็ดแู ลได้งา่ ย การใช้ฟากปพู ืน้ เรือน ฟากท่ีปพู ืน้ เรือน อาจจะทากบั ไม้ไผ่ หรือไม้ หมากผา่ ตามยาวา ของลาต้น เหลาให้กลมหรือแบนใช้หวานผกู รัด ให้แน่น การจดั วางซี่ฟากวางไว้หา่ งกนั เลก็ น้อย การปฟู ากทาให้ อากาศถ่ายเทได้ สะดวกทาให้ไมร่ ้อน และรักษาความสะอาดได้ ดี

การใช้ไม้ไผ่สานฝาทาฝาบ้าน โดยการนาไม้ ไผม่ าผ่าซีกแล้วทบุ ให้ แบน นามาสานเป็ นฝา กนั้ บ้าน ชอ่ งวา่ งระหวา่ งไม้ไผแ่ ตล่ ะอนั จะทา ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก นอกจากนนั้ การ สานฝาลายตา่ ง ๆ ยงั ทา ให้เกิดความสวยงาม อีกด้วย วัสดุใช้มุงหลังคา เป็นวสั ดธุ รรมชาติที่หาได้ใน ท้องถิ่น เช่น ใบไม้ ชนิดต่าง ๆ ใบหวายนง่ั ใบจาก ใบ สาคู วสั ดเุ หลา่ นีไ้ มเ่ ก็บความ ร้อน ทาให้บ้านเรือนไม่ ร้อนนา่ อยอู่ าศยั นอกจากนีห้ ลงั คาบ้านจะ ใช้หลงั คา แหลม คอื หน้าจว่ั สงู ทาให้นา้ ฝนไหลลงอย่างรวดเร็ว หลงั คาไมท่ านนา้ ไมซ่ มึ ซบั นา้ ทาให้ผชุ ้า ชาวบ้าน มกั จะเลือกใช้ใบจาก ใบสาคู เพราะผวิ ใบล่นื และหนา ลกั ษณะหลงั คา หลงั คาแหลม หน้าชว่ั สงู

บนั ไดเรือนไทยเคร่ืองผูก การมีใต้ถนุ เรือน สงู โลง่ จะต้องทาบนั ไดให้ สามารถขนึ ้ เรือนได้ สะดวก บนั ไดเรือนไทยเครื่องผกู จะสามารถยก ลากขนึ ้ เรือนได้เพ่ือสตั ว์ร้าย ภายหลงั เพ่ือสร้าง เรือนไทยเคร่ืองสบั แล้ว บ้านก็ได้จดั สร้างถาวร นบั วา่ เป็นภมู ิปัญญาในการ พฒั นาท่ีอยอู่ าศยั ของคนไทย นอกชาน นอกจากตวั เรือนแล้ว ภมู ิปัญญา ของชา่ งพืน้ บ้านและชาว บ้านยงั คานงึ ถงึ ประโยชน์ใช้สอยของพืน้ ที่บ้านเรือนด้วย เชน่ สานกระบงุ ตะกร้า หรือ นนั ทนาการตา่ ง ๆการ มีใต้ถนุ บ้านท่ีสงู โลง่ ทาให้เดินผ่านได้สะดวก สามารถทางาน อดิเรกได้ หรือเกบ็ วสั ดอุ ปุ กรณ์ เครื่องมือประกอบอาชีพได้

เรือนเคร่ืองสับ เป็นเรือนท่ีเกิดขนึ ้ หลงั เรือนเครื่องผกู เนื่องจาก เคร่ืองมือเคร่ืองใช้ ในการแปรรูปไมพ่ ฒั นา ยงั ใช้ขวาน เลือ่ ย สาหรับตดั โคน่ และตดั แตง่ ต้นไม้ให้เป็นเหล่ียมได้ง่าย เรือนเคร่ืองสบั จงึ ใช้ ไม้เหลี่ยม ขนั้ แรกอาจมีแค่ มีด พร้า ขวาน สาหรับสบั ตกแตง่ จงึ เรียกเรือนท่ี ใช้ซงึ่ สบั ตกแตง่ ด้วยขวาน และมีดพร้าวา่ เรือนเครื่อง สบั

ใต้ถุนสูงโล่ง มีต้นเสารอง เป็นภมู ิปัญญาใน การสร้างเรือนไทยเครื่องสบั ของชาวใต้ เป็ น เรือนท่ีให้ความมนั่ คงถาวรและปลอดภยั มากกวา่ เรือนเคร่ืองผกู เรือนไทยภาคใต้ มีใต้ ถนุ สงู โลง่ ใช้เป็นงานหตั ถกรรมได้ เช่น ทา เคร่ืองจกั สานต่าง ๆ ทางานแกะสลกั ไม้ งาน แกะ ฉลหุ นงั เครื่องมือเครื่องใช้ หรือแม้แต่ โลหะ เคร่ืองเงินเคร่ืองเหลก็ ใต้ถนุ สงู ยงั สามารถใช้เป็นท่ี เลยี ้ งสตั ว์ได้ด้วย ทาคอก ทา เล้า บางเรือนใช้ใต้ถนุ เป็นท่ีผกู ลา่ ม ม้า ววั ควาย ในช่วงกลางคืน เพ่ือสะดวกแกก่ าร ปกป้ องดแู ลได้ด้วย

ช่องลม การใช้ช่องลม เรือนเคร่ืองสบั จะใช้ฝากนั้ กระดานทาให้ลมพดั ผ่านได้ยาก ภายในตวั เรือนจะ ร้อนอบอ้าว ชว่ งพืน้ บ้านจงึ ต้องเว้นช่องลมเอาไว้ เพื่อ ระบายอากาศ โดยจะเว้นไว้ท่ีขื่อ คือการใช้ขื่อสองชนั้ ซง่ึ เรียกวา่ “คอสอง” นอกจากนนั้ อาจพิจารณาใส่ ชอ่ งลม ที่สว่ นอ่ืนของบ้านก็ได้ เพือ่ ให้ระบายอากาศ ได้มากขนึ ้ ช่องลมจะกนั้ ด้วยระแนงถ่ีหรือห่างขนึ ้ อยู่ กบั ความต้องการและความสวยงามของลวดลายและ รูปแบบท่ีประดษิ ฐ์ขนึ ้ การใช้เดอื ย ใช้ล่มิ แทนตะปู เนื่องจากตะปหู ายาก และยงั ขนึ ้ สนิทอีกด้วย ทาให้ต้องซอ่ มแซมบอ่ ย ช่าง พืน้ บ้านจงึ หาวิธีแก้ปัญหาด้วยการ บาก เจาะ ตอ่ ไม้ เข้ามมุ ไว้ฝัง แกนหมนุ เปิ ด ปิ ด ประตู หน้าต่าง รวมถงึ การถอดกลอนแทนการใช้ตะปู นอกจากนีก้ ารใช้การ บาก เจาะ เข้าเดือย ใสล่ ม่ิ หรือสลกั กถ็ อดเปล่ียนได้ ไมย่ าก

ภมู ปิ ัญญาเก่ียวกับอาหาร คนภาคใต้มีพืน้ ท่ีตดิ ทะเลมาก อาหารหกั จงึ เป็นอาหารทะเล ซง่ึ มีกล่ินคาวจดั อาหารจงึ ต้อองมีเคร่ืองเทศโดยเฉพาะขมิน้ อาหารมีรสจดั เผด็ จดั เค็มจดั เปรีย้ วจดั มีผกั สดเคียงทกุ มือ้ เชน่ สะตอ ลกู เนียง และผกั เหนาะ และผกั ต่างๆ เป็ นต้ น

อาหารคาว วฒั นธรรมการกินของคนภาคใต้ได้รับการผสมผสาน กลมกลืนระหวา่ งชาวพทุ ธกบั ชาวมสุ ลมิ อาหาร ภาคใต้สว่ นมากมีสว่ นของขมนิ ้ ชนั ปรุงอาหารเพ่ือดบั กลน่ิ คาว ได้แก่ แกงเหลือง แกงไตปลา ข้าวยา ควั่ กลงิ ้ ปลาทอดขมนิ ้ เป็นต้น อาหารหวาน ขนมพืน้ เมืองทีม่ ีลกั ษณะเฉพาะตนอย่หู ลาย ชนิด เชน่ ขนมลา ขนมบ้า ขนมกง ขนมจีโ้ จ้ เป็ นต้ น

สมุนไพร หมายถงึ พชื ท่ใี ช้ทาเป็ นเคร่ืองยา สมุนไพรกาเนิดมาจาก ธรรมชาตแิ ละมีความหมายต่อชวี ิตมนุษย์โดยเฉพาะ ในทาง สุขภาพ อันหมายถงึ ทงั้ การส่งเสริมสุขภาพและการรักษาโรค

สมุนไพร หมายถงึ พชื ท่ใี ช้ทาเป็ นเคร่ืองยา สมุนไพรกาเนิดมาจาก ธรรมชาตแิ ละมีความหมายต่อชวี ิตมนุษย์โดยเฉพาะ ในทาง สุขภาพ อันหมายถงึ ทงั้ การส่งเสริมสุขภาพและการรักษาโรค

สมุนไพร หมายถงึ พชื ท่ใี ช้ทาเป็ นเคร่ืองยา สมุนไพรกาเนิดมาจาก ธรรมชาตแิ ละมีความหมายต่อชวี ิตมนุษย์โดยเฉพาะ ในทาง สุขภาพ อันหมายถงึ ทงั้ การส่งเสริมสุขภาพและการรักษาโรค

การศึกษาพชื สมุนไพร ผ้ศู กึ ษาต้องรู้จกั 5 ประการ ดงั นี ้ ๑. รูป ได้แก่ ใบไม้ ดอกไม้ เปลือกไม้ แก่นไม้ กระพไี้ ม้ รากไม้ เมล็ด ๒. สี ได้แก่ สีเขียวใบไม้ สีเหลือง สีแดง สีส้ม สีม่วง สีนา้ ตาล สีดา ๓. กล่ิน ได้แก่ กล่ิน หอม เหมน็ หรือกล่ินอย่างไร ๔. รส ได้แก่ รสจืด รสฝาด รสขม รสเคม็ รสหวาน รสเปรีย้ ว รสเย็น ๕. ช่ือ ต้องรู้ว่ามีช่ือพืชสมุนไพรนัน้ ๆ ว่าช่ืออะไร มีก่ีพันธ์ุ แต่ละ พนั ธ์ุมีลักษณะเป็ นอย่างไร

การใช้สมุนไพรท่ถี กู ต้อง ควรปฏิบัตดิ งั นี้ ๑. ใช้ให้ถกู ต้น สมุนไพรมีช่ือพ้องหรือซา้ กนั มากและบางท้องถ่ินกม็ ีช่ือเรียกไม่ เหมือนกัน จงึ ต้องรู้จักสมุนไพรให้ถูกชนิดกับสรรพคุณท่ีรักษา ๒. ใช้ให้ถูกส่วน ต้นสมุนไพรไม่ว่าจะเป็ นราก ใบ ดอก เปลือก ผล เมลด็ จะมี ฤทธ์ไิ ม่เท่ากัน บางทผี ลแก่ ผลอ่อนกม็ ีฤทธ์ติ ่างกันด้วย จะต้องรู้ว่าส่วนใดใช้ สรรพคุณอย่างไร ๓. ใช้ให้ถกู ขนาด สมุนไพรถ้าใช้น้อยไป กร็ ักษาไม่ได้ผล แต่ถ้ามากไปก็อาจเป็ น อันตราย หรือเกดิ พษิ ต่อร่างกายได้ ๔. ใช้ให้ถกู วธิ ี สมุนไพรบางชนิดต้องใช้สด บางชนิดต้องปนกับเหล้า บางชนิด ใช้ต้มจะต้องรู้วธิ ีใช้ให้ถูกต้อง ๕. ใช้ให้ถกู กับโรค เช่น ขมนิ้ ชนั มีสรพคุณรักษาแผล ลดการอักเสบ มะขามป้ อม สรรพคุณแก้ไอ เป็ นต้น

ใบโหระพา ใบกะเพรา ใบแมงลกั แกข้ บั ลมเจริญอาหาร แกค้ ล่ืนไส้ อาเจียน มีกลิ่นมะนาว จุกเสียดแน่นเฟ้ อ แกข้ บั ลมในลาไส้ แกป้ วดหวั ปวด กระเพาะอาหาร ขบั เหงื่อ บรรเทาอาการหวดั

สมุนไพรแก้ท้องขนึ้ ท้องอืด ท้องเฟ้ อ กานพลู แก้ปวดฟันได้ด้วย กระวาน กุ้มนา้ ดีปลี

ขมิ้นชนั เหงา้ มีฤทธ์ิฆ่าเช้ือ ขา่ เหงา้ มีสรรพคุณแกโ้ รค ขิง เหงา้ มีสรรพคุณแก้ แบคทีเรีย เช้ือรา ลดการอกั เสบ ผวิ หนงั แกล้ มพิษยาแกท้ อ้ ง อาเจียน แกท้ อ้ งข้ึน ทอ้ งอืด และมีฤทธ์ิในการขบั น้าดี ตา้ น ข้ึน ทอ้ งอืดเฟ้ อ ขบั ลม เฟ้ อ ขบั ลม ลดความดนั อนุมูลอิสระป้ องกนั การเกิด โลหิต มะเร็งในตบั ช่วยบารุงตบั


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook