เลม ๑๒๔ ตอนพเิ ศษ ๖ ง หนา ๓๑ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๐ ราชกิจจานุเบกษา ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ วาดว ยการจดั ตั้ง รวม หรือเลิกสถานศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยที่เห็นเปนการสมควรกําหนดระเบียบเก่ียวกับการจัดตั้ง รวม หรือเลิกสถานศึกษา ข้นั พน้ื ฐานใหเ ปน ไปในแนวทางเดียวกัน อาศยั อํานาจตามความในมาตรา ๕ ประกอบกับมาตรา ๓๘ แหงพระราชบัญญัติการศึกษา แหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และท่ีแกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ รัฐมนตรีวาการ กระทรวงศึกษาธิการจงึ วางระเบยี บไว ดงั ตอ ไปน้ี ขอ ๑ ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการจัดต้ัง รวม หรือ เลิกสถานศึกษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๐” ขอ ๒ ในระเบยี บน้ี “การจัดตง้ั ” หมายความวา การจัดตั้งสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสํานักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน “รวม” หมายความวา การนํานักเรียนในสถานศึกษาท่ีตั้งอยูใกลกันตั้งแตสองแหงขึ้นไป มาเรียนรวมกัน โดยจัดเปนชั้นหรือชวงช้ัน เพ่ือใหการบริหารและจัดการศึกษา มีประสิทธิภาพ เกดิ ผลดแี กผ เู รยี นทัง้ ในดานสทิ ธิ โอกาส และคณุ ภาพการศกึ ษา “เลกิ ” หมายความวา การเลกิ สถานศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน สงั กัดสาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษา ขัน้ พื้นฐาน “สถานศึกษา” หมายความวา สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขน้ั พื้นฐาน “สถานศึกษาพิเศษ” หมายความวา สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสํานักงาน คณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐานทม่ี ีการจดั การศกึ ษาลกั ษณะพิเศษบางประการ ไดแก (๑) สถานศึกษาทีเ่ นนการจดั การศกึ ษาเพื่อความเปน เลิศเฉพาะดา น (๒) สถานศึกษาท่จี ดั การศึกษาในเชงิ ทดลอง วิจยั และพฒั นา (๓) สถานศกึ ษาที่จัดการศกึ ษาเพอ่ื คนพิการและผดู อยโอกาส (๔) สถานศึกษาทจ่ี ัดต้งั ข้ึนเพอื่ ใหเปนสถานศึกษาตวั อยา งหรอื ตนแบบสาํ หรับการจัดการศกึ ษา
เลม ๑๒๔ ตอนพเิ ศษ ๖ ง หนา ๓๒ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๐ ราชกิจจานเุ บกษา (๕) สถานศึกษาในโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดําริ หรืออยูในพระบรมราชานุเคราะห หรอื จดั ตงั้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสตาง ๆ ขอ ๓ ใหเ ลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานเปนผูรักษาการตามระเบียบนี้ และ ใหม ีอํานาจในการตีความ วินจิ ฉัย รวมทัง้ ออกประกาศ คาํ ส่งั ขอกาํ หนด และจัดทําคําชีแ้ จงใหเปนไป ตามระเบยี บน้ี ขอ ๔ ระเบยี บนีใ้ หใชบ งั คบั ตั้งแตวันถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จนเุ บกษาเปนตนไป หมวดที่ ๑ การจดั ต้ังสถานศกึ ษา ขอ ๕ ใหค ณะกรรมการเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาพิจารณาจดั ตั้งสถานศกึ ษาใหม แนวปฏิบัติในการจดั ตง้ั สถานศกึ ษา ใหดาํ เนนิ การดังน้ี สาํ นักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาจัดทาํ แผนการจัดตั้งสถานศึกษา และนําเสนอคณะกรรมการเขต พ้ืนทีก่ ารศึกษา โดย (๑) สถานศึกษาท่ีจะจัดตงั้ ขึน้ ในชุมชนใดตอ งมีจํานวนนกั เรยี น ดงั ตอ ไปน้ี (๑.๑) ระดับประถมศึกษา ตองมีจํานวนนักเรียนในแตละรายอายุไมนอยกวาย่ีสิบหาคน มาเขา เรียน ถามีนักเรียนในแตละรายอายุไมถึงยี่สิบหาคน แตมากกวาสิบคน ใหจัดต้ังเปนสาขาของ สถานศึกษาอน่ื (๑.๒) ระดบั มัธยมศึกษา ตอ งมจี าํ นวนนักเรียนทจี่ ะมาเขาเรียนชั้นละไมนอยกวาแปดสิบคน ถา มีนกั เรยี นไมถ ึงชนั้ ละแปดสบิ คน แตม ากกวา สี่สิบคน ใหจัดต้ังเปนสาขาของสถานศกึ ษาอื่น (๒) สถานท่ที จ่ี ะจัดตัง้ สถานศกึ ษาตอ งเปนที่ดินที่มีหลักฐานอนุญาตใหใช ตามประเภทของ ทด่ี ินอยางถกู ตอง จํานวนไมนอยกวาย่สี บิ หาไร (๓) สถานศึกษาท่จี ะจัดตั้งขน้ึ ใหมจ ะตองอยหู า งจากสถานศกึ ษาประเภทเดียวกัน ท่ีต้ังอยูเดิม ไมน อยกวา หกกิโลเมตร ตามเสน ทางคมนาคม (๔) ใหบุคคล นิติบุคคล องคกรชุมชน องคกรเอกชน องคกรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอ่ืน ย่ืนคํารองขอใหจัดตั้งสถานศึกษาตอสํานักงานเขตพื้นที่ การศกึ ษา
เลม ๑๒๔ ตอนพเิ ศษ ๖ ง หนา ๓๓ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๐ ราชกิจจานุเบกษา (๕) ใหส ํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาพิจารณากล่ันกรองคํารองตามหลักเกณฑของสํานักงาน เขตพ้ืนที่การศึกษา และนําเสนอคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา หรือในกรณีท่ีทางราชการเห็นวา มีความจําเปนตองจัดต้ังสถานศึกษาเปนกรณีพิเศษ ใหสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษานําเสนอ คณะกรรมการเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาเพ่อื พิจารณาอนุญาต ขอ ๖ ใหคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาพิจารณาอนุญาตการจัดต้ังสถานศึกษาตาม คํารอ งขอในขอ ๕ (๔) เม่ือคณะกรรมการเขตพ้ืนที่การศึกษาพิจารณาอนุญาตแลวใหสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ประกาศจัดต้ังสถานศึกษา และใหจัดระบบสงเสริม สนับสนุน ใหสถานศึกษาสามารถพัฒนาระบบ ประกันคุณภาพภายในใหม ีประสทิ ธภิ าพ พรอ มรับการประเมินคณุ ภาพภายนอก ขอ ๗ ในทอ งทีท่ เี่ ปน ชุมชนหนาแนน หรอื ในทอ งท่ที มี่ ีความจําเปนพิเศษ หากไมสามารถ ดําเนินการจัดต้ังสถานศึกษาตามเกณฑดังกลาวขางตนได ใหขออนุมัติตอเลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาข้ันพน้ื ฐาน ท้ังน้ี ใหค าํ นึงถึงงบประมาณ ประสทิ ธิภาพ และคณุ ภาพของการจัดการศึกษา ขอ ๘ การจัดตั้งสถานศึกษาพิเศษใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีสํานักงาน คณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานกาํ หนด หมวดที่ ๒ การรวมสถานศกึ ษา ขอ ๙ ใหคณะกรรมการเขตพ้ืนที่การศึกษาพิจารณารวมสถานศึกษาตั้งแตสองแหงข้ึนไป เพอื่ ใหส ถานศึกษามีการบริหารและจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ เกิดผลดีแกผูเรียน ทั้งในดานสิทธิ โอกาส และคณุ ภาพการศกึ ษา โดยจัดเปน ช้นั หรอื ชว งชั้น แนวปฏบิ ตั ิในการรวมสถานศึกษา ใหด ําเนนิ การดงั นี้ สํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาตรวจสอบขอมูล จัดทําแผนการรวมสถานศึกษา และนําเสนอ คณะกรรมการเขตพ้ืนท่กี ารศึกษา โดย (๑) สถานศึกษาใดทีอ่ ยใู กลเ คียงกนั มคี วามเห็นควรรวมสถานศกึ ษา ใหด ําเนนิ การ ดงั นี้ (๑.๑) จดั ทาํ แผนการรวมสถานศึกษา (๑.๒) จดั ใหม กี ารรบั ฟงความคิดเหน็ ของผูปกครองนกั เรียนและชมุ ชน
เลม ๑๒๔ ตอนพเิ ศษ ๖ ง หนา ๓๔ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๐ ราชกิจจานุเบกษา (๑.๓) เสนอแผนการรวมสถานศึกษาตอสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยผานความ เห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (๒) สาํ นกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาใดมีความเห็นควรรวมสถานศกึ ษา ใหด าํ เนนิ การดังนี้ (๒.๑) จดั ทําแผนการรวมสถานศกึ ษา (๒.๒) แจง สถานศกึ ษาทจ่ี ะรวมกัน (๒.๓) จดั ใหม กี ารรับฟงความคิดเห็นของผูป กครองนักเรยี นและชมุ ชน (๒.๔) เสนอแผนการรวมสถานศึกษา โดยผานความเห็นชอบจากคณะกรรมการ สถานศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน ขอ ๑๐ ใหคณะกรรมการเขตพื้นท่ีการศึกษาพิจารณาการใหความเห็นชอบการรวม สถานศกึ ษา โดยใหม ผี ลกอนวันเร่ิมตน ปการศึกษา ไมนอยกวา หนง่ึ รอยแปดสบิ วัน เมื่อคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาพิจารณาใหความเห็นชอบแลวใหสํานักงานเขตพ้ืนท่ี การศกึ ษาประกาศรวมสถานศกึ ษา และใหจัดระบบตดิ ตามชว ยเหลือนกั เรียนอยางตอ เนอื่ ง หมวดท่ี ๓ การเลิกสถานศกึ ษา ขอ ๑๑ ใหคณะกรรมการเขตพ้ืนที่การศึกษาพิจารณาเลิกสถานศึกษา เม่ือสถานศึกษานั้น มลี กั ษณะอยา งใดอยางหนงึ่ ดงั ตอ ไปน้ี (๑) ไมม นี กั เรียนที่จะจัดการเรียนการสอน (๒) จํานวนนักเรียนลดลง จนไมสามารถพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาตามแนวทาง การปฏริ ูปการศกึ ษาได แนวปฏบิ ตั ใิ นการเลิกสถานศึกษา (๑) ใหค ณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน จัดใหมีการรับฟงความคิดเห็นของผูปกครอง นักเรียนและชุมชน แลวใหสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษานําเสนอคณะกรรมการเขตพื้นท่ีการศึกษา พิจารณา (๒) ใหสถานศึกษา แจงผูปกครองนักเรียนและชุมชนทราบลวงหนา ไมนอยกวาหน่ึงป กอนวนั เปด ภาคเรียนแรกของปก ารศึกษาถดั ไป
เลม ๑๒๔ ตอนพเิ ศษ ๖ ง หนา ๓๕ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๐ ราชกิจจานเุ บกษา (๓) ใหสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประกาศเลิกสถานศึกษาและจัดใหมีการตรวจสอบ ทรัพยสินและชําระบัญชี รวมถึงการดําเนินการโอนหรือจําหนายทรัพยสินที่ยังคงเหลืออยูของ สถานศกึ ษา (๔) บรรดาเอกสารสําคัญของสถานศึกษาท่ีถูกเลิกทุกประเภท ใหโอนไปอยูใน ความดูแล รบั ผิดชอบของสถานศกึ ษาอน่ื ตามท่คี ณะกรรมการเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษากําหนด (๕) การดําเนินการเกี่ยวกับบุคลากรของสถานศึกษา ใหเปนไปตามอํานาจหนาท่ีของ คณะอนุกรรมการขาราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาเขตพ้ืนท่ีการศึกษา (๖) การเลกิ สถานศึกษาโดยปกตคิ วรเลกิ ปละหนง่ึ ช้ันเรียน เริ่มตั้งแตชั้นตนของสถานศึกษา เวน แตม เี หตผุ ลความจําเปนเปนพิเศษอาจเลิกปละเกินกวาหนง่ึ ชั้นเรยี น หรืออาจเลิกพรอ มกนั ทุกช้ัน (๗) เม่ือเลิกสถานศึกษาจะตอ งจัดใหนักเรียนในสถานศกึ ษาที่ถกู เลิกไดเ ขาเรยี นทกุ คน ขอ ๑๒ ใหสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษารายงานการจัดต้ัง รวม และเลิกสถานศึกษา ใหเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้นื ฐานเพือ่ ทราบและใหก ารสนับสนุน ขอ ๑๓ ในกรณีที่มีความจําเปนท่ีไมอาจมีหลักเกณฑที่กําหนดในระเบียบนี้มาใชกับ การจัดต้ัง รวม หรือเลิกสถานศึกษาได ใหเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานนําเสนอ ขอความเหน็ ชอบคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานเพือ่ พจิ ารณาอนมุ ตั ิ ประกาศ ณ วนั ท่ี ๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๐ วจิ ติ ร ศรสี อาน รฐั มนตรวี าการกระทรวงศึกษาธิการ
Search
Read the Text Version
- 1 - 5
Pages: