0202 lirpA | 1 .on ค่มู อื การรบั รองขอ้ บงั คับ สมาคมการบนิ ทัวไป General Aviation Association Approval Manual THE CIVIL AVIATION AUTHORITY OF THAILAND : WWW.CAAT.OR.TH 333/105 Lak Si Plaza, Khampheng Phet 6 Rd., Talat Bang Khen, Lak Si, Bangkok 10210
Table Of Contents TOPICS 01 กฎหมายทีเกียวข้องกับการรบั รองข้อบังคับสมาคม -พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 มาตราที 31 -ข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรอื น ฉบับที 43 เรอื ง อากาศยานเบาพิเศษ -ข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรอื น ฉบับที 70 วา่ ด้วยอากาศยานเบาพิเศษประเภทรม่ บิน รม่ รอ่ น พาราเพลน และแฮงไกลเดอร์ -ประกาศคณะกรรมการ การบินพลเรอื น เรอื งวธิ ปี ฏิบัติในการยืน คําขอและแนวทางการพิจารณาของคณะกรรมการบินพลเรอื นใน การอนุมัติข้อบังคับของสมาคมทีจะขอจดทะเบียนอากาศยาน 02 การดําเนินงานสมาคม ตามคู่มอื ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย -กฎหมายและระเบียบทีเกียวข้อง -คําอธบิ ายข้อบังคับสมาคม -ข้อแนะนาํ การบรหิ ารงานสมาคม 03 ขันตอนการยืนขอรบั การรบั รองข้อบังคับสมาคมการบินทัวไป 04 ตัวอย่างข้อบังคับของสมาคมทีเกียวข้องกับการบิน -หมวดที 1 : ข้อบังคับสมาคมในเรอื งทัวไป -หมวดที 2 : สมาชกิ -หมวดที 3 : การดาํ เนินกิจการสมาคม -หมวดที 4 : การประชุมใหญ่ -หมวดที 5 : การเงินและทรพั ย์สิน -หมวดที 6 : การเปลียนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม -หมวดที 7 : ข้อปฏิบัติวา่ ด้วยการบินของสมาคมฯ -หมวดที 8 : บทลงโทษ -หมวดที 9 : บทเฉพาะกาล
COMMITTED TO SAFETY IN EVERY MOMENT
01 กฎหมายทเี่ ก่ยี วขอ งกบั การรับรองขอ บงั คบั สมาคม .พ..ร.ะ..ร.า..ช.บ..ัญ...ญ...ตั ..กิ .า..ร.เ.ด..ิน..อ..า.ก..า..ศ..พ....ศ.....2.4..9.7.........................................................P...1... .ข.อ..บ..ัง.ค..บั..ข..อ..ง.ค..ณ...ะ.ก..ร..ร.ม..ก..า.ร..ก..า.ร..บ..นิ ..พ..ล.เ.ร..อื .น...ฉ..บ..ับ..ท..ี่ 4..3..เ.ร.อ่ื..ง..อ..า.ก..า..ศ..ย..า.น..เ.บ..า.พ..ิเ.ศ..ษ............P...2... ขอบงั คับของคณะกรรมการการบนิ พลเรือน ฉบบั ที่ 70 .ว.า ..ด.ว..ย..อ..า.ก..า.ศ..ย..า..น..เบ..า..พ..ิเ.ศ..ษ..ป..ร.ะ..เภ..ท..ร..ม .บ..นิ...ร..ม.ร..อ..น..พ..า..ร.า..เ.พ..ล.น...แ.ล..ะ..แ.ฮ..ง.ไ.ก..ล..เ.ด..อ.ร.. ............P...5... ประกาศคณะกรรมการ การบนิ พลเรือน เรือ่ งวธิ ปี ฏบิ ตั ใิ นการย่นื คาํ ขอและ แนวทางการพิจารณาของคณะกรรมการบนิ พลเรือนในการอนมุ ตั ิขอ บังคับ .ข.อ..ง..ส..ม.า..ค..ม..ท..จ่ี .ะ.ข..อ..จ.ด..ท..ะ..เบ..ีย..น..อ..า.ก..า..ศ..ย..า.น..........................................................P...1.3..
กฎหมายท่ีเกยี่ วของกับการรบั รองขอ บังคบั สมาคม (3) ในกรณีที่เปนบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด C บริษัทนั้นตองไมมีหุนชนิดออกใหแกผูถือ กรรมการ H • พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 แกไข สวนมากตองมีสัญชาติไทย และหุนไมนอยกวารอยละ A เ พ่ิ ม เ ติ ม โ ด ย พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ก า ร เ ดิ น อ า ก า ศ 51 ของหุนท้ังหมดตองเปนของบุคคลประเภทตอไปนี้ P ฉบับท่ี 14 พ.ศ. 2562 แตละประเภทโดยลําพังหรือหลายประเภทรวมกัน T มาตรา 31 วรรคสาม บัญญัติใหสมาคมท่ีจะจด (ก) บคุ คลธรรมดาซงึ่ มสี ญั ชาตไิ ทย E ทะเบียนอากาศยานขอบงั คับของสมาคมน้นั ตองไดรับ (ข) กระทรวง ทบวง กรมในรัฐบาล R อนุมัตจิ ากคณะกรรมการการบนิ พลเรือน (ค) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด ซ่ึงกระทรวง มาตรา 31 ผูซ่ึงขอจดทะเบียนอากาศยานจะเปน ทบวง กรมในรัฐบาล ถือหุนอยูไมนอยกวารอยละ 51 1 บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตามตองมีสัญชาติไทย ของหนุ ทงั้ หมด ถาเปนหางหุนสวนหรือบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชน (ง) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด ซึ่งบุคคล จํากัด ตองจดทะเบียนตามกฎหมายไทย มีสํานักงาน ธรรมดาสัญชาติไทยถือหุนอยูไมนอยกวารอยละ 51 ใหญของหางหุนสวนหรือบรษิ ัทต้ังอยูในราชอาณาจกั ร ของหุนทัง้ หมด และ (1) ในกรณีทเี่ ปน หางหุนสว นสามัญ ผเู ปน หุนสวน (จ) นิติบุคคลอื่นตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวงถาเปน ทั้งหมดตอ งมีสญั ชาติไทย สมาคมตองจดทะเบียนตามกฎหมายไทย มีสํานักงาน (2) ในกรณีที่เปนหางหุนสวนจํากัด ผูเปนหุนสวน ใหญของสมาคมตั้งอยูในราชอาณาจักร และขอบังคับ ท้ังหมดซึ่งตองรับผิดรวมกันโดย ไมจํากัดจํานวนตองมี ของสมาคมนั้นไดรบั อนมุ ตั ิจากผูอ านวยการแลว สัญชาติไทย และทุนของหางหุนสวนนั้นไมนอยกวา รอยละ 51 ตอ งเปน ของบุคคลธรรมดาซ่ึงมสี ัญชาติไทย P.1
• ขอบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับท่ี ปลอดภัยที่มีไวใชในสภาวะอันตรายไมเกิน 160 43 เรอื่ ง อากาศยานเบาพิเศษ กโิ ลกรัม ความเรว็ สงู สุดไมเ กิน 55 น็อต ความเร็วรวง เนื่องจากหนวยงานของรัฐและเอกชนมีความ หลนไมเกิน 24 น็อต และมีถังเชื้อเพลิงท่ีมีความจุไม ป ร ะ ส ง ค จ ะ ใ ช อ า ก า ศ ย า น เ บ า พิ เ ศ ษ ทํ า ก า ร บิ น เกิน 20 ลิตร ภายในประเทศ เพื่อภารกิจของทางราชการและ ประโยชนดานการกีฬา สมควรกําหนดมาตรการ (3) ประเภทมีกําลังขับเคล่ือน 2 ท่ีนั่ง ตองมี ควบคุมดานความปลอดภัยและการปฏิบัติการบิน นํ้าหนักตัวเปลา โดยไมรวมทุนหรือ อุปกรณความ อากาศยานเบาพเิ ศษ เพอ่ื ใหเ กิดความปลอดภัยแกผูใช ปลอดภัยที่มีไวใชในสภาวะอันตรายไมเกิน 250 อากาศยานและสาธารณชน อ า ศั ย อํ า น า จ ต า ม ค ว า ม ใ น ม า ต ร า 15 กโิ ลกรมั ความเรว็ สงู สดุ ไมเ กิน 90 น็อต ความเรว็ รวง มาตรา 21 มาตรา 33 มาตรา 44 (3) มาตรา 45 และ หลนไมเกิน 45 น็อต และมีถังเชื้อเพลิงที่มีความจุไม มาตรา 49 แหงพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. เกนิ 50 ลติ ร 2497 คณะกรรมการการบินพลเรือน โดยอนุมัติ รัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคม ออกขอบังคับ ขอ 3 อากาศยานเบาพิเศษใหใชทําการบินได เกย่ี วกบั อากาศยานเบาพเิ ศษไว ดงั ตอ ไปน้ี เฉพาะเพื่อวัตถุประสงคในกิจการ ของสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเพื่อการกีฬา การพักผอนหยอนใจ ขอ 1 ในขอบงั คับนี้ และการฝกบนิ เทานั้น “อากาศยานเบาพิเศษ” หมายความวา อากาศยานหนักกวาอากาศซ่ึงไดรับแรงยกในการบิน ในกรณีท่ีสมาคมหรือมูลนิธิใดประสงคจะใช สวนใหญจากแรงพลวัตของอากาศและมีน้ําหนัก ทําการบินเพื่อวัตถุประสงคในกิจการของสมาคมหรือ สูงสุดเม่ือบินข้ึนตามท่ีระบุไวในคูมือการบินไมเกิน มูลนิธิจะตองไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากกรมการ 500 กโิ ลกรัม บินพาณิชยกอ น “ขอบังคับ” หมายความวา ขอบังคับของ คณะกรรมการการบนิ พลเรอื น ผูท่ีจะทําการบินกับอากาศยานเบาพิเศษท่ี ไมใชสวนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ นอกจากจะตอง C ขอ 2 อากาศยานเบาพิเศษแบงเปน 3 ไดรับใบอนุญาตนักบินแลวจะตองเปนสมาชิกหรือ H ประเภท ดังน้ี A P (1) ประเภทไมมีกําลังขับเคลื่อน ตองมี T น้าํ หนักตัวเปลาไมเ กิน 75 กโิ ลกรมั E R (2) ประเภทมีกําลังขับเคล่ือน 1 ท่ีน่ัง ตองมี น้ําหนักตัวเปลา โดยไมรวมทุนหรือ อุปกรณความ 1 P.2
เจาหนาท่ีของสมาคม มูลนิธิ หรือชมรมที่กรมการบิน ข. โครงสราง เครื่องยนต ระบบควบคุม พาณิชยเปนชอบในระเบียบ กฎเกณฑ หรือขอบังคับ สมรรถนะและขอจํากัดตางๆ ของอากาศยานเบา เก่ยี วกบั การบินแลว พเิ ศษ อากาศยานเบาพเิ ศษใหใ ชทาํ การบินไดภ ายใน ค. การถอดประกอบ และการซอมบํารุงรักษา หวงเวลา พ้ืนท่ี ความสูงตามเงื่อนไขและกฎการบินที่ บั้นพ้ืนฐานตางๆ ตามท่ีกําหนดในคูมือของอากาศ กรมการบนิ พาณชิ ยกาํ หนด ยานเบาพิเศษ ขอ 4 เคร่ืองหมายสัญชาติและเครื่องหมาย ง. กฎและระเบียบในสวนท่ีเก่ียวของกับสิทธิ การจดทะเบยี นสําหรับอากาศยานเบา ข อ ง ผู ถื อ ใ บ อ นุ ญ า ต นั ก บิ น เ ค รื่ อ ง บิ น ส ว น บุ ค ค ล ประเภทอากาศยานเบาพเิ ศษ พิเศษใหเปนไปตามขอบังคับ ฉบับท่ี 6 ลง วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2500 เวนแตเครื่องหมาย จ.การปฏิบัติเพ่ือความปลอดภัยและวิธีปฏิบัติ สัญชาติท่ีเขียนไวบนอากาศยานเบาพิเศษใหใช ในกรณฉี ุกเฉิน ซ่ึงรวมทัง้ การปฏิบัติเพื่อหลีกเล่ียงการ ตัวอักษรโรมัน ตัว U นําหนาเคร่ืองหมายการจด กอใหเกิดความเสียหายแกชีวิต รางกาย และ ท ะ เ บี ย น แ ล ะ เ ค ร่ื อ ง ห ม า ย ก า ร จ ด ท ะ เ บี ย น ใ ห ทรัพยส นิ ของบุคคลอนื่ ประกอบดว ยตวั อักษรโรมนั หนึง่ ตัวและหมเู ลขอารบิก สองตัวตามทกี่ รมการบนิ พาณชิ ยกาํ หนด (4) ความชาํ นาญ ก. ประเภทไมมีกําลังขับเคล่ือน ไดรับการฝก ขอ 5 ภายใตบังคับขอบังคับเกี่ยวกับการออก บินภายใตการควบคุมดูแลของเจาหนาที่กรมการบิน ใบอนุญาตแกผูประจําหนาท่ีผูขออนุญาตเปนนักบิน พาณิชยหรือครูการบินท่ีมีคุณสมบัติตาม ขอ 6 และ สวนบุคคลประเภทอากาศยานเบาพิเศษจะตองมีอายุ สามารถทําการบินได หรือแสดงใหเห็นวาสามารถทํา สขุ ภาพ รางกาย ความรแู ละ การบินได ข. ประเภทมีกําลังขับเคล่ือน ไดรบการฝกบิน ความชาํ นาญ ดังตอ ไปน้ี ภ า ย ใ ต ก า ร ค ว บ คุ ม ดู แ ล ข อ ง เ จ า ห น้ี ก ร ม ก า ร บิ น (1) อายุ ไมต ่ํากวา 17 ปบริบูรณ พาณิชยหรือครูการบินท่ีมีคุณสมบัติตามขอ 6 และมี (2) สุขภาพรายกาย มีความสามารถในการ ชว่ั โมงบนิ ไมนอ ยกวา 15 ชวั่ โมง โดยมชี ั่วโมงบนิ เดี่ยว มองเห็น การไดยิน และโครงสรางรางกายสมบูรณ ไมน อยกวา 3 ช่วั โมง และตองทําการบนิ ขึน้ ลงไมนอย เพียงพอทจ่ี ะทําการบินกับอากาศยานเบาพิเศษ กวา 45 เทย่ี ว (3) ความรูเก่ียวกับอากาศยานเบาพิเศษ ใน เรื่องดงั ตอ ไปน้ี ข อ 6 ผู ถื อ ใ บ อ นุ ญ า ต นั ก บิ น ห รื อ ผู ถื อ C ก . ท ฤ ษ ฎี ก า ร บิ น พ้ื น ฐ า น เ ค รื่ อ ง วั ด ใบอนุญาตนักบินสวนบุคคลประเภทอากาศยานเบา H ประกอบการบิน กฎการบนิ และอุตนุ ิยมวิทยา พิเศษที่จะทําหนาที่เปนครูการบินอากาศยานเบา A พิเศษจะตองสามารถสอนความรูเก่ียวกับอากาศยาน P เบาพิเศษตาม ขอ 5 (3) และมีประสบการณในการ T E P.3 R 1
บินกับอากาศยานเบาพิเศษประเภทนั้น ๆ มาแลวไม ขอ 9 ผูถือใบอนุญาตนายชางภาคพ้ืนดิน นอ ยกวา 20 ชัว่ โมง ประเภทสองมีสิทธิตามขอบังคับเก่ียวกับคุณสมบัติ ของผูขออนุญาตเปนนายชา งภาคพ้ืนดินและสทิ ธขิ อง ขอ 7 สิทธิและหนาที่ของผูถือใบอนุญาต ผูถือใบอนุญาตนายชางภาคพ้ืนดินและมีสิทธิถอด นักบินสวนบุคคล ประเภทอากาศยานเบาพิเศษ ให ประกอบ ซอมบํารุงรักษา รับรองการตรวจการ เปนไปตามขอบังคับเก่ียวกับการออกใบอนุญาตแกผู บํารุงรักษา การบริการตามปกติ และการดัดแปลง ประจําหนาที่และมีสิทธิทําการบิน ถอดประกอบ เล็กนอยที่ไมกระทบกับสมรรถนะการบินของอากาศ ซอมบํารุงรักษา รับรองการตรวจ การบํารุงรักษา ยานเบาพิเศษ หรือตามท่ีไดรับอนุญาตไวแลว แตจะ และการบริการตามปกติของอากาศยานเบาพิเศษ แต ใชสิทธิน้ีไมได ถาผูถือใบอนุญาตมิไดศึกษาใหทันสมัย จะใชสิทธิน้ีไมได ถาหากผูถือใบอนุญาตมิไดศึกษาให ซ่ึงขาวสาร คําแนะนํา และคูมือทั้งปวงเก่ียวกับการ ทันสมัยซ่ึงขาวสาร คําแนะนําและคูมือท้ังปวง บํารุงรักษาและความสมควรเดินอากาศของอากาศ เก่ียวกับการบํารุงรักษา และความสมควรเดินอากาศ ยานเบาพิเศษ ของอากาศยานเบาพิเศษ C H ขอ 8 ผูถือใบอนุญาตนักบินสวนบุคคล A ประเภทอากาศยานเบาพิเศษ ตองปฏบิ ตั ิ P T ตามวินัย ดังตอไปนี้ E (1) จะตองบันทึกรายการในสมุดปูมเดินทาง R ตามแบบท่กี รมการบินพาณชิ ยเห็นชอบ ทุกคร้ังท่ีทําการบิน และจะตองเก็บรักษาไว 1 P.4 ใหพ นกั งานเจา หนา ท่ตี รวจสอบได (2) จะตองทําการบินภายในหวงเวลา บริเวณ พื้นท่ี ความสูง และเงือ่ นไขทีก่ รมการ บินพาณิชยกําหนดไวโดยเครงครัด หากไม แนใจในแนวเขตใหสอบถามใหชัดเจนและใหถือแนว ในสุดทีแ่ นใจสําหรบั การทําการบนิ (3) จะตองไมทําการบินในลักษณะที่อาจ กอใหเกิดอันตรายตอชีวิต รางกาย ทรัพยสิน และ รบกวนความสงบสขุ ของบุคคลอ่นื (4) จะตองไมด่ืมเครื่องดื่มท่ีมีแอลกอฮอล ภายในระยะเวลา 8 ชว่ั โมงกอนทําการบนิ
• ขอบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับท่ี สําหรับทําการบิน และมีฐานลอ ควบคุมการบินโดยใช 70 วาดวยอากาศยานเบาพิเศษประเภทรมบิน รม สายควบคมุ ท่ีตอจากปก รอน พาราเพลน และแฮงไกลเดอร อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 มาตรา “แฮงไกลเดอร (Hang glider)” หมายความ 21 มาตรา 33 มาตรา 44 (3) และมาตรา 45 แหง วา อากาศยานหนักกวาอากาศ ไมมีกําลังขับเคล่ือน พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ก า ร เ ดิ น อ า ก า ศ พ .ศ . 2497 ไดรับแรงยกในการบินสวนใหญจากแรงพลวัตรของ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร บิ น พ ล เ รื อ น โ ด ย อ นุ มั ติ อากาศท่ีกระทําตอปกซึ่งติดอยูกับท่ีตลอดเวลา มีสาย รัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมออกขอบังคับ แขวนเพื่อพยุงตัวนักบิน ควบคุมการบินโดยใช เก่ียวกับอากาศยานเบาพิเศษประเภทรมบิน รมรอน โครงสรา งท่ยี ึดกบั ปกหรอื โดยการถา ยนา้ํ หนกั พาราเพลน และแฮงไกลเดอร ดังตอ ไปน้ี ขอ 1. ในขอ บังคบั น้ี “ปกออน” หมายความวา วัสดุที่ทําจากเสน “อากาศยาน เบ า พิเ ศ ษเ พ่ื อ การ กี ฬ า ” ใยทอเปนผืนและตัดเย็บเปนรูปรางซ่ึงสามารถเปล่ียน ห ม า ย ค ว า ม ว า ร ม บิ น (Paramotor) ร ม ร อ น รูปทรงไดจากแรงลมหรือจากสายควบคมุ (paraglider) พาราเพลน (Paraplane) และแฮงไกล เดอร (Hang glider) หรืออากาศยานอื่นทํานอง “สารออกฤทธิต์ อจิตประสาท” หมายความวา C เดียวกันที่อธบิ ดีประกาศกาํ หนด แอลกอฮอล ฝน กัญชา ยากดประสาทและยานอน H “ร ม บิ น (Paramotor)” ห ม า ย ค ว า ม ว า หลบั โคเคน ยากระตุน ดา นจติ ประสาทตัวอนื่ สารทีท่ ํา A อากาศยานหนักกวาอากาศ มีกําลังขับเคล่ือน ไดรับ ใหเกิดภาพหลอนและสารระเหย แตไมรวมถึงกาแฟ P แรงยกในการบินสว นใหญจ ากแรงพลวตั รของอากาศที่ และบหุ ร่ี T กระทําตอปก ออน โดยมีโครงสรางลาํ ตัวเปน ทนี่ ัง่ แขวน E ไวสําหรับทําการบิน แตไมมีฐานลอ ควบคุมการบิน P.5 R โ ด ย ใ ช ส า ย ค ว บ คุ ม ท่ี ต อ จ า ก ป ก “ร ม ร อ น (Paraglider)” หมายความวา อากาศยานหนักกวา 1 อากาศ ไมม ำลงั ขับเคลอื่ น ไดร บั แรงยกในการบินสวน ใหญจากแรงพลวัตรของอากาศท่ีกระทําตอปกออน มี ท่ีน่ังแขวนไวสําหรับทําการบิน ควบคุมการบินโดยใช สายควบคุมทต่ี อจากปก หรือโดยการถายนาํ้ หนัก “พาราเพลน (Paraplane)” หมายความวา อากาศยานหนักกวาอากาศ มีกําลังขับเคล่ือน ไดรับ แรงยกในการบินสว นใหญจากแรงพลวตั รของอากาศที่ กระทําตอปกออน โดยมีโครงสรางลําตัวแขวนไว
“สนามบิน” หมายความวา สนามบินอนุญาต เม่ืออธิบดีไดตรวจสอบคําขอและพิจารณา และท่ีข้ึนลงชั่วคราวของอากาศยานท่ีไดรับอนุญาต เห็นวาขอบวัตถุประสงคของสมาคมหรือมูลนิธิน้ันเปน หรือทร่ี ฐั มนตรีประกาศกําหนด ประโยชนสาธารณะ และการทําการบินเพื่อการ ดังกลาวจะเปนประโยชนตอสาธารณะหรือตอกิจการ C “ซอมใหญ” (overhaul) หมายความวา การ การบนิ ใหอ ธิบดีพจิ ารณาอนุญาต H ถอดลําตัวอากาศยาน เคร่ืองยนต ใบพัด หรือบริภัณฑ A อากาศยานเบาพิเศษเพ่ือการกีฬาออกเพื่อตรวจพินิจ ขอ 4. ผูท่ีจะทําการบินกับอากาศยานเบา P ทําความสะอาด ซอมตามที่จําเปน แลวประกอบกลับ พิเศษเพ่ือการกีฬา นอกจากจะตองไดรับใบอนุญาต T ใหเหมือนเดิม และทดสอบวามีสมรรถนะ ความคลาด นักบินสวนบุคคลประเภทอากาศยานเบาพิเศษแลว E เคลือ่ นทย่ี อมรับได และขอ จํากดั เหมอื นกับของใหม จะตองเปนสมาชิกของสมาคม มูลนิธิ หรือชมรมท่ี R อธบิ ดเี ห็นชอบในขอบงั คบั เกยี่ วกับการบนิ “อธิบดี” หมายความวา อธิบดีกรมการขนสง 1 P.6 ทางอากาศ ขอบังคับเก่ียวกับการบินของสมาคม มูลนิธิ หรือชมรม ใหมีรายการอยางนอยตามท่ีอธบิ ดีประกาศ ขอ 2. อากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬา ให กาํ หนด ใชทําการบินไดเฉพาะเพื่อการกีฬา การพักผอนหยอน ใจและการฝกบิน หรือใชทําการบินในกิจการของสวน ใหอธิบดีประกาศรายช่ือสมาคม มูลนิธิหรือ ราชการ หนวยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ หรือใชทํา ชมรมที่อธิบดีเห็นชอบในขอบังคับเก่ียวกับการบินให การบินเพื่อการอื่นตามขอบวัตถุประสงคของสมาคม ทราบทั่วกัน หรอื มลู นิธทิ ่ไี ดรับอนญุ าตจากอธบิ ดีเทา น้ัน ขอ 5. อากาศยานเบาพิเศษเพ่ือการกีฬา ตอง ขอ 3. สมาคมหรือมูลนิธิท่ีประสงคจะใช ปฏิบัตติ ามกฎทางอากาศดงั ตอไปนี้ อากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬาทําการบินเพื่อการ อื่นตามขอ 2. ใหย่ืนคําขอตออธิบดีตามแบบพิมพของ 5.1 กฎทว่ั ไป กรมการขนสงทางอากาศพรอมดวยเอกสารหลักฐาน (1) นักบินผูควบคุมอากาศยานจ ะ ต อง แสดงขอบวัตถุประสงคและหลักฐานอ่ืนตามท่ีอธิบดี รับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎทางอากาศ ท่ีกําหนด กาํ หนด ในขอบังคับนี้ เวนแตจะมีเหตุจําเปนอันไมอาจกาวลวง ได เพ่ือประโยชนแหงความปลอดภัย ใหนักบินผู ควบคุมอากาศยานปฏิบัติโดยหลีกเล่ียงไมใหเกิดความ เสียหายแกชวี ติ และทรัพยสิน (2) กอ นเร่ิมทาํ การบิน นักบินผูควบคมุ อากาศ ยาน จะตองศึกษาขอมูลท่ีมีท้ังหมดที่เกี่ยว กับ วัตถุประสงคในการปฏิบัติการบิน รวมถึงศึกษาขอมูล ที่มีเก่ียวกับรายงานขาวอากาศและพยากรณอากาศ ลาสุด และในกรณีของรมบินและพาราเพลนให คํานวณจํานวนเชื้อเพลิงที่จําเปนตองใช และการ
ปฏิบัติการสํารองในกรณีที่ไมสามารถปฏิบัติการบิน (8) ต อ ง ทํ า ก า ร บิ น เ ห นื อ พื้ น ที่ (terrain) ตามแผนทวี่ างไวด ว ย รวมทั้งภูเขา ตนไม และส่ิงปลูกสรางในระดับท่ี ปลอดภยั เพียงพอ สาํ หรับรม บินและพาราเพลนตองไม (3) นักบินผูควบคุมอากาศยานมีอํานาจ เกิน 1,000 ฟุต และสําหรับรมรอนและแฮงไกลเดอร ตัดสินใจข้ันสุดทายที่จะปฏิบัติการอยางใดๆในขณะท่ี ตอ งไมเกนิ 6,000 ฟตุ ควบคมุ อากาศยาน (9) ตองทําการบินเฉพาะในระหวางเวลาท่ี (4) หามมิใหนักบินผูควบคุมอากาศยานทํา ดวงอาทิตยข้ึนจนถึงดวงอาทิตยตก และมีทัศนวิสัย การบินในขณะที่ตกอยูภายใตฤทธิ์สารออกฤทธ์ิตอจิต (ground visibility) ไมตาํ่ กวา 3 กโิ ลเมตร โดยตองบิน ประสาท โดยเหตุผลที่วาจะทําใหสมรรถนะบุคคล ออกหางจากเมฆและตองสามารถมองเหน็ พนื้ ผิว (human performance) เสื่อมลงการดื่มเคร่ืองดื่มท่มี ี แอลกอฮอล หรือดื่มหรือใชสารออกฤทธ์ิตอจิต (10) หามมิใหทําการบินเม่ือความเร็วลมเกิน ประสาทภายในเวลาแปดช่ัวโมงกอนทําการบิน ใหถือ 10 นอต สําหรับรมบินและพารา เพลน และเกิน 15 วาตกอยูภ ายใตฤ ทธิ์สารออกฤทธ์ติ อ จติ ประสาท นอต สาํ หรบั รมรอนและแฮงไกลเดอร (5) กฎทางอากาศตาม (19) ถึง (26) ไมปลด (11) หามมิใหทําการบินเหนือชุมชนหนาแนน เปล้ืองความรับผิดของนักบิน ผูควบคุมอากาศยานท่ี ในเขตเมอื ง ชนบททม่ี ีผูอยูอาศัย หรอื ในทโ่ี ลง ทีม่ คี นมา จะตองดําเนินการเพื่อหลีกเล่ยี งการชนกัน ชมุ นุมอยู 5.2 กฎการบนิ ในกรณีท่ีเกิดเหตุฉุกเฉิน การบินลงตองไม (6) ตองไมปฏิบัติการอากาศยานในลักษณะ กอ ใหเกิดอนั ตรายตอ บคุ คลหรือทรพั ยสนิ บนพ้ืนผวิ ประมาทหรือปราศจากความระมัดระวงั ซง่ึ อาจเปน ผล ใ ห บุ ค ค ล อ่ื น ไ ด รั บ อั น ต ร า ย ต อ ชี วิ ต ห รื อ ท รั พ ย สิ น (12) ในระหวางการบิน หามมิใหท้ิงสิ่งของ เสยี หาย หรอื พนสิง่ ใดๆ (7) ตองทําการบินเฉพาะบริเวณพื้นท่ีท่ีอธิบดี ประกาศกาํ หนด (13) หามมิใหทําการบินลากจูงอากาศยาน C หรือวัตถอุ ่ืนใด H A (14) หา มมใิ หทําการบินผาดแผลง P T P.7 E R 1
C (15) หามมใิ หท ําการบนิ เกาะหมู อากาศยานลําท่ีอยูในระดับตํ่ากวา แตอากาศยานลําท่ี H (16) จะตองไมปฏิบัติการบินใกลกับอากาศ อยูในระดับตํ่ากวาตองไมบินตัดหนาหรือบินแซง A ยานลาํ อื่นในลักษณะท่ีอาจกอ ใหเ กิดการชนกัน อากาศยานลําท่ีอยูในขั้นตอนสุดทายในการบินลง เวน P (17) อากาศยานที่มีสิทธิในทาง จะตองรักษา แตรมบินและพาราเพลนตองใหสิทธิในทางแกรมรอน T ทิศทางและความเร็วของตน และ ตองดําเนินการเพื่อ และแฮงไกลเดอร E หลบเลย่ี งการชนกัน R (18) อากาศยานซ่ึงตองใหทางแกอากาศยาน (24) อากาศยานตองใหสิทธิในทางแกอากาศ ยานลําที่ตนทราบวามเี หตุบังคบั ใหต องทําการบินลง 1 P.8 ลําอ่ืนตาม (19) ถึง (26) จะตองหลีกเลี่ยงการบินขาม (25) อากาศยานท่ีขับเคลื่อนอยูบนภาคพื้น ลอด หรอื ผา นหนา อากาศยานลําอน่ื น้นั เวนแตจ ะผาน ตองใหสิทธิในทางแกอากาศยานที่กําลังบินข้ึนหรือ พรอ มจะบินข้ึน โดยมองเห็นไดอยาง ชัดแจง และพิจารณาถึง (26) ในกรณีที่จะเกิดอันตรายจากการชนกัน ผลกระทบจากกระแสลมมวลวนของอากาศยานแลว ระหวางอากาศยานสองลําที่กําลังขับเคลื่อนอยูบน พ้นื ที่เคลอ่ื นไหวของสนามบินจะตองปฏิบัตดิ ังตอไปนี้ (19) เม่ืออากาศยานมีทิศทางการบินสวนเขา หากันหรือเกือบจะบินสวนเขาหากัน ซึ่งเส่ียงตอการ ก) เมื่ออากาศยานสองลํามีทิศทางการ ชนกันกับอากาศยานลําอื่น ใหแตละลําบินเบี่ยงทิศหัว ขับเคล่ือนสวนเขาหากันหรือเกือบจะขับเคล่ือนสวน เครอื่ งออกไปทางขวา เขาหากัน ใหอากาศยานแตละลําหยุดหรือเปลี่ยน เสน ทางไปทางขวาจนกวาจะปลอดภยั (20) เมื่ออากาศยานทําการบินเกือบจะอยูใน ระดับบินเดียวกันกับอากาศยาน ลําอ่ืน อากาศยานลํา ข) เม่ืออากาศยานสองลํา มีเสนทางท่ีจะตอง ท่ีมีอากาศยานอีกลําหน่ึงบินอยูทางขวาตองใหสิทธิ ขับเคลื่อนมาบรรจบกัน ใหอากาศยานลําท่ีมีอากาศ ในทางแกอ ากาศยานลําทอ่ี ยูทางขวา เวน แตรมบินและ ยานอีกลําหนึ่งขับเคลื่อนอยูทางขวาใหทางแกอากาศ พาราเพลนตองใหสิทธิในทางแกรมรอนและแฮงไกล ยานลําขวานน้ั เดอร ค) อากาศยานลําท่ีถูกแซงโดยอากาศลําอ่ืนมี (21) อากาศยานจะทําการแซงอากาศยานลํา สิทธิในทาง และอากาศยานลําที่แซงตองแซงโดยมี อ่ืนจะตองแซงทางขวา โดยตองรักษาระยะหางให ระยะหา งท่ีปลอดภยั แกอ ากาศยานลําท่ถี ูกแซง ปลอดภยั ขอ 6. ในกรณีที่มีความจําเปนเพ่ือประโยชน (22) อากาศยานที่อยูระหวางการบิน หรือ สาธารณะหรือการแขงขันในการบิน ใหอธิบดีมีอํานาจ ปฏิบัติการอยูบนพื้นดิน จะตองใหทางแกอากาศยานท่ี อนุญาตใหอากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬาปฏิบัติได กาํ ลงั บินลง หรอื อยูในขน้ั ตอนสุดทา ยในการบนิ ลง แตกตา งไปจากท่ีกําหนดใน ขอ 5. (7) ถึง (15) ได ทง้ั น้ี อธิบดีอาจกําหนดเงื่อนไขใหอากาศยานปฏิบัติเพื่อ (23) เม่ืออากาศยานสองลําหรือมากกวาบิน ความปลอดภัยไวด วยกไ็ ด เขาหาสนามบินเพื่อวัตถุประสงคในการทําการบินลง อากาศยานลําที่อยูในระดับสูงกวาตองใหทางแก
ขอ 7. เครื่องหมายอากาศยานสําหรับอากาศ C ยานเบาพิเศษ เ พ่ื อก าร กี ฬา ใหประกอ บ ด ว ย H เคร่ืองหมายสัญชาติโดยใหใชตัวอักษรโรมันตัว U A นําหนา เคร่อื งหมายทะเบียน และเคร่ืองหมายทะเบียน P ใหประกอบดวยตัวอักษรโรมันหน่ึงตัวและหมูเลข T อารบกิ สองตวั ตามที่อธิบดีกําหนด โดยใหผ จู ดทะเบียน E อากาศยานแสดงเคร่ืองหมายอากาศยานไวใตปกของ R อากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬาขนาดท่ีมองเห็นได ชัดเจนโดยมีความสูงอยางนอยสามสิบหาเซนติเมตร P.9 1 และตอ งรกั ษาใหเห็นชัดเจนอยูเ สมอ ขอ 8. ผูขออนุญาตเปนผูประจําหนาที่ใน ตําแหนงนักบินอากาศยานเบาพิเศษสําหรับอากาศ ยานเบาพิเศษเพ่ือการกีฬา จะตองมีอายุ สุขภาพ รา งกาย ความรู และความชาํ นาญ ดงั ตอไปน้ี (1) มีอายไุ มต ่ํากวา 15 ปบ รบิ รู ณ (2) มีความสามารถในการมองเห็น การไดยิน และโครงสรา งรา งกายสมบรู ณ เพยี งพอท่ีจะทําการบิน อากาศยานเบาพิเศษเพ่อื การกีฬา (3) มีความรูเกี่ยวกับอากาศยานเบาพิเศษเพ่ือ การกฬี าในเรื่องดังตอไปนี้ ก. ทฤษฎีการบินพื้นฐาน กฎการบินและ อุตุนิยมวทิ ยา ข. โครงสราง เครื่องยนต (สําหรับชนิดที่มี กําลังขับเคล่ือน) ระบบควบคุมสมรรถนะและขอจํากัด ตาง ๆ ของอากาศยานเบาพเิ ศษเพ่อื การกีฬา ค. การถอดประกอบ และการซอมบํารุงรักษา ขั้นพืน้ ฐานตา ง ๆ ตามที่กําหนดในคูมือของอากาศยาน เบาพิเศษเพอ่ื การกฬี า ง. กฎและระเบียบในสวนที่เกี่ยวของกับสิทธิ ของผูถอื ใบอนญุ าตนกั บนิ อากาศยานเบาพเิ ศษ
จ. การปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยและวิธี ขอ 10. ผูถือใบอนุญาตนักบินอากาศยานเบา ป ฏิ บั ติ ใ น ก ร ณี ฉุ ก เ ฉิ น ซ่ึ ง ร ว ม ท้ั ง ก า ร ป ฏิ บั ติ เ พ่ื อ พิเศษ มีสิทธิทําหนาที่เปนนักบิน ผูควบคุมอากาศยาน หลีกเลี่ยงการกอใหเกิดความเสียหายแกชีวิต รางกาย เบาพิเศษเพื่อการกีฬา และมีสิทธิรับรองความสมควร และทรัพยสนิ ของบุคคลอืน่ เดินอากาศของอากาศยาน ลําตัวอากาศยาน เคร่ืองยนต รวมท้ังเคร่ืองประกอบ เคร่ืองวัด บริภัณฑ (4) ความชํานาญ และสิ่งตางๆท่ีติดไวในอากาศยาน ตัวอากาศยานหรือ ก. สาํ หรับรม รอ นและแฮงไกลเดอร ผเู ลน ตอ ง เครื่องยนต ภายหลังการซอมใหญ การซอมปกติหรือ ไดรับการฝกบินภายใตการควบคุมดูแลของครูการบิน ภายหลงั การดดั แปลงทไ่ี ดร บั อนุญาตแลว หากการ ท่ีมีคุณสมบัติตาม ขอ 9. โดยเปนชั่วโมงบินเด่ียวไม นอยกวา 30 ชั่วโมง และทําการบินขึ้นไมนอยกวา 25 ซอมใหญ การซอมปกติ และการดัดแปลง เที่ยว และบินลงไมนอยกวา 25 เท่ยี ว นั้นๆ ไดใชช้ินสวน สวนประกอบและวิธีการท่ี ข. สําหรับรมบินและพาราเพลน ผูเลนตอง เหมาะสม แตจะใชสิทธิน้ีไมได ถาหากผูถือใบอนุญาต ไดรับการฝกบินภายใตการควบคุมดูแลของครูการบิน มิไดศึกษาใหทันสมัยซงึ่ ขาวสาร คําแนะนําและคูมือทงั้ ท่ีมีคุณสมบัติตาม ขอ 9. โดยเปนช่ัวโมงบินเดี่ยวไม ป ว ง เ กี่ ย ว กั บ ก า ร บํ า รุ ง รั ก ษ า แ ล ะ ค ว า ม ส ม ค ว ร นอยกวา 20 ช่ัวโมง และทําการบินขึ้นไมนอยกวา 40 เดินอากาศของอากาศยานแบบนนั้ เทย่ี ว และบนิ ลงไมน อ ยกวา 40 เทีย่ ว C ท้ังนี้ อธิบดีอาจกําหนดใหใชความชํานาญใน H การบินกบั อากาศยานประเภทอน่ื เพื่อลดจาํ นวนชั่วโมง A บนิ ตามทีก่ ําหนดใน ก. และ ข. ลงไดต ามท่เี ห็นสมควร P ขอ 9. ผูถือใบอนุญาตนักบินสวนบุคคลทุก T ประเภท รวมท้ังผูถือใบอนุญาตนักบินอากาศยานเบา E พิเศษ ท่ีจะทําหนาที่เปนครูการบินรมบิน รมรอน R พาราเพลน หรือแฮงไกลเดอร จะตองไดรับการเพิ่ม ศักยการบินของอากาศยานแบบน้ันๆ และสามารถ 1 P.10 สอนความรูเก่ียวกับอากาศยานตาม ขอ 8.(3) และมี ประสบการณในการบินกับอากาศยานแบบนั้นๆ มาแลว ไมนอยกวา 100 ช่วั โมงบิน ครกู ารบนิ ตองรับผิดชอบในการปฏิบัติการบิน ของศิษยการบิน ภายใตการควบคุม ดูแลหรือการให อํานาจในการบินของตน
ขอ 11. ผูถือใบอนุญาตนายชางภาคพื้นดิน ขอ 12. บรรดาสมาคมหรือมูลนิธิท่ีกรมการ ประเภทสองมีสิทธิรับรองความสมควรเดินอากาศของ ขนสงทางอากาศไดอนุญาตใหใชอากาศยานเบาพิเศษ อากาศยาน ลําตัวอากาศยาน เคร่ืองยนต รวมทั้ง ทําการบินเพ่ือวัตถุประสงคท่ีมิใชเพื่อการกีฬา การ เครื่องประกอบ เครื่องวัด บริภัณฑ และส่ิงตางๆท่ีติด พักผอนหยอนใจและการฝกบินตามขอบังคับของ ไวในอากาศยาน ตัวอากาศยานหรือเคร่ืองยนต คณะกรรมการการบินพลเรอื น ฉบับท่ี 43 เร่อื ง อากาศ ภายหลังการซอมใหญ การซอมปกติหรือภายหลังการ ยานเบาพเิ ศษ อยกู อ นวันท่ีขอบังคับนี้มีผลใชบังคับ ให ดัดแปลงที่ไดรับอนุญาตแลว หากการซอมใหญ การ ถือวาไดร บั อนุญาตจากอธิบดตี าม ขอ 2. แหง ขอบังคับ ซอมปกติ และการดัดแปลงน้ันๆ ไดใชชิ้นสวน ฉบับนี้ สวนประกอบและวิธีการที่เหมาะสม แตจะใชสิทธิน้ี ไมได ถาหากผูถือใบอนุญาตมิไดศึกษาใหทันสมัยซึ่ง ขอ 13. บรรดาสมาคม มูลนิธิ หรือชมรมท่ี C ขาวสาร คําแนะนําและคูมือทั้งปวงเก่ียวกับการ กรมการขนสงทางอากาศไดเห็นชอบในระเบียบ H บํารุงรักษาและความสมควรเดินอากาศของอากาศ กฎเกณฑ หรือขอบังคับเก่ียวกับการบินตามขอบังคับ A ยานแบบนนั้ ของคณะกรรมการการบิน พลเรือน ฉบับท่ี 43 เรื่อง P อากาศยานเบาพิเศษ อยูกอนวันที่ขอบังคับนี้มีผลใช T E P.11 R 1
บงั คับ ใหถ ือวา อธิบดีเห็นชอบตาม ขอ 4. แหงขอ บงั คับ ฉบับน้ี ขอ 14. บรรดาอากาศยานเบาพิเศษที่จด ทะเบยี นกอนวันทขี่ อบังคับฉบบั นี้มีผลใชบ ังคบั ใหผูจ ด ทะเบียนอากาศยานแสดงเคร่ืองหมายอากาศยานให เปน ไปตาม ขอ 7. ภายในหกสบิ วันนับแตวันทีข่ อ บังคับ นม้ี ผี ลใชบ งั คับ ขอ 5. ใหใชขอ บังคบั นี้ ตง้ั แตว นั ถัดจาก วันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน ตน ไป ใหไว ณ วันท่ี 27 เดือน กันยายน พ.ศ.2549 C H A P T E R 1 P.12
• ประกาศคณะกรรมการการบินพลเรือน เร่ือง วิธี เม่ือสมาชิกฝาฝนขอกําหนดเก่ียวกับการบินท่ีสมาคม C ปฏับัติการย่ืนคําขอและแนวทางการพิจารณาของ กําหนดวาเปนสาระสําคัญหรือกระทําบอยคร้ัง หรือ H คณะกรรมการการบินพลเรือนในการอนุมัติขอบังคับ กอ ใหเ กิดผลเสยี หายอยางรา ยแรง A ของสมาคมทจ่ี ะขอจดทะเบยี นอากาศยาน P พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 แกไข (ค) ขอ กาํ หนดเกยี่ วกับการจดั การสมาคม T เพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ ฉบับท่ี 14 การบัญชี และทรัพยส ินของสมาคมจะตองมีขอกําหนด E พ.ศ. 2562 มาตรา 31 วรรคสาม บัญญัติใหสมาคมท่ี ในเรื่องดงั ตอไปน้ี R จะจดทะเบียนอากาศยาน ขอบังคับของสมาคมนั้น ตองไดรบั อนมุ ัตจิ ากคณะกรรมการการบนิ พลเรือน 1) การจัดทําบัญชีรายรับรายจาย คณะกรรมการการบินพลเรือนไดมีมติในคราวประชุม จะตองมีขอกําหนดใหมีการบันทึกรายรับรายจาย ครัง้ ที่ 2/2555 เมอื่ วันท่ี 19 พฤศจกิ ายน 2555 กําหนด เก่ียวกบั การใชแ ละการบาํ รงุ รกั ษาอากาศยาน วิธีปฏิบัติในการย่ืนคําขอและแนวทางการพิจารณา ของคณะกรรมการการบินพลเรือนในการอนุมัติ 2) วิธีการไดมาและการจําหนายซึ่ง ขอบงั คบั ของสมาคมไว ดังตอ ไปน้ี อากาศยานของสมาคมจะตองมขี อกาํ หนดใหมีรายการ ขอ 1 สมาคมใดประสงคขอใหคณะกรรมการ แสดงถึงวิธีการไดมา หรือจะตองมีขอกําหนดใหมี การบินพลเรือนพิจารณาอนุมัติขอบังคับของสมาคม รายการแสดงใหเหน็ วา สมาคมจะมีอากาศยานเปนของ เพื่อจดทะเบียนอากาศยานตามพระราชบัญญัติการ สมาคมหรือไม ถามีวิธีการไดมา เชน การเชา การยืม เดินอากาศ พ.ศ. 2497 ใหย่ืนคําขอเปนหนังสือตอ การซ้อื การขาย และวธิ กี ารจําหนา ยอากาศยาน อธิบดีกรมการบินพลเรือน พรอมดวยขอบังคับของ สมาคม (2) ขอบังคับของสมาคมท่ีเกี่ยวกับการบิน ใน ขอ 2 ขอบังคับของสมาคมที่เก่ียวกับการบิน ขอบังคับของสมาคมตองมีขอกําหนดเก่ียวกับการบิน ตอ งมีรายการอยางนอยดงั ตอ ไปน้ี อยา งนอยในเรอ่ื งดงั ตอ ไปนอ้ี ยา งชัดเจน (1) ขอบังคับของสมาคมในเร่ืองท่ัวไป ตองมี ขอกําหนดในสวนที่เกี่ยวกับการบินอยางนอยในเรื่อง (ก) ขอกําหนดเก่ียวกับการปฏิบัติการบิน ดงั ตอ ไปนี้อยา งชดั เจน ตองปรากฏรายการทีแ่ สดงวา สมาชกิ เทานนั้ ที่สามารถ (ก) วัตถุประสงคของสมาคม จะตอง ทําการบินกับอากาศยานของสมาคม การกําหนดหรือ ปรากฏชัดวามีวัตถุประสงคในการบินดานใดและหาก แตงตั้งเจาหนาท่ีของสมาคมที่มีอํานาจอนุญาตให จะมีการฝกบินใหแกสมาชิก ตองระบุวัตถุประสงคใน สมาชิกนําอากาศยานข้ึนทําการบินและควบคุมกํากับ การฝก บนิ ใหชดั เจน ดูแลการปฏิบัติการบินของสมาชิก และการทําการบิน (ข) การขาดจากสมาชิกภาพ จะตองมี ของสมาชิกตองปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบที่ ขอกําหนดแสดงถึงเกณฑการขาดจาก สมาชิกภาพ เกย่ี วกบั การบนิ (ข) ขอกําหนดเก่ียวกับสนามบินอนุญาต หรือท่ีขึ้นลงช่ัวคราวอนุญาตหลักท่ีใชเปนท่ีเก็บอากาศ ยานของสมาคม ขอ 3 เม่ืออธิบดีกรมการบินพลเรือนไดรับคํา ขอหรือคําขอเปล่ียนแปลงแกไขเพิ่มเติมขอบังคับของ P.13 1
สมาคมแลว ใหอธิบดีกรมการบินพลเรือนตรวจสอบวา จากคณะกรรมการการบินพลเรือนแลวจึงจะแกไข มีรายการครบถวนและเขาเกณฑท่ีอาจพิจารณาอนุมัติ ขอ บงั คับน้ันได ตามวิธีการเชนเดยี วกบั การขออนุมัติ ไดห รือไม ถามีรายการครบถวนและเขาเกณฑที่อาจรับ พิจารณาอนุมัติได ใหเ สนอความเห็นตอคณะกรรมการ (ข) การเปล่ียนแปลงแกไขขอบังคับ ก า ร บิ น พ ล เ รื อ น ป ร ะ ก อ บ ก า ร พิ จ า ร ณ า เ มื่ อ ของสมาคมตามขอ 2 (2) (ข) ใหสมาคมแจงเปน คณะกรรมการการบินพลเรือนพิจารณาแลว ใหอธิบดี หนังสือใหอธิบดีกรมการบินพลเรือนทราบภายใน กรมการบินพลเรือนแจงผลการพิจารณาใหสมาคม สามสิบวันนับแตวันที่จดทะเบียนแกไขเปล่ียนแปลง ทราบพรอมดวยเหตุผล ท้ังนี้ในการพิจารณาของ และใหอธิบดีกรมการบินพล เรือนรายงาน ให คณะกรรมการการบินพลเรือน ใหอธิบดีกรมการบิน คณะกรรมการการบินพลเรอื นทราบ พลเรือนแจงใหสมาคมที่ยื่นคําขอจัดเตรียมขอมูลเพ่ือ เขาช้แี จงตอ คณะกรรมการการบินพลเรือนตอ ไป หากสมาคมไมดําเนินการตามวรรคหน่ึง คณะกรรมการการบินพลเรือนอาจพิจารณาเพิกถอน ถาอธิบดีกรมการบินพลเรือนเห็นชอบวาคํา การอนุมัติขอบังคับของสมาคมตามพฤติการณแหง ขอรายใดไมถูกตองหรือมีเอกสารหลักฐานไมครบถวน ความรา ยแรง ทง้ั น้ี ตงั้ แตบ ัดน้เี ปนตน ไป ใหแจงใหสมาคมแกไขหรือสงเอกสารหรือขอมูลใด ประกาศ ณ วันที่ 28 กุมภาพนั ธ พ.ศ. 2556 เพิ่มเติมภายในเวลาที่กําหนด ซ่ึงตองไมนอยกวาเจ็ด C วันหากสมาคมไมปฏิบัติตามรายการและภายใน H เง่ือนไขท่ีกําหนด ใหอธิบดีกรมการบินพลเรือนสงคืน A คําขอพรอมแจงเหตุผลภายใน 15 วัน ท้ังน้ี ไมตัดสิทธิ P สมาคมท่จี ะยนื่ คําขอใหม T E ขอ 4 สมาคมที่ไดรบั อนุมัตจิ ากคณะกรรมการ R การบนิ พลเรอื นแลว จะตองดาํ เนินการดังตอไปนี้ 1 P.14 (1) จดั ทํารายงาน ใ ห ส ม า ค ม จั ด ทํ า ร า ย ง า น ผ ล ก า ร ดําเนินการ จํานวนและรายช่ือสมาชิก การปฏิบัติการ บิน การจัดทําบัญชี ย่ืนใหกรมการบินพลเรือนทราบ ทุกรอบปบัญชี ภายในหกสิบวันนับแตวันส้ินรอบป บัญชี (2) การแกไ ขขอบงั คบั ของสมาคม (ก) การเปลี่ยนแปลงแกไขขอบังคับ ของสมาคมตามขอ 2 (1) และขอ 2 (2)(ก) ใหสมาคม ยื่นขอเปล่ียนแปลงแกไข และเมื่อไดรับความเห็นชอบ
02 การดาํ เนนิ งานสมาคม ตามคูมอื ของกรมการ ปกครอง กระทรวงมหาดไทย .ก.ฎ..ห..ม..า.ย..แ..ล..ะ.ร.ะ..เบ..ยี..บ..ท..เ่ี .ก..ี่ย..ว.ข..อ.ง.......................................................................P...1.5. .ค..าํ .อ..ธ.บิ..า..ย..ข.อ..บ..ัง.ค..ับ..ส..ม..า..ค..ม............................................................................P...1.5. .ข.อ..แ.น..ะ..น.าํ..ก..า.ร..บ..ร.หิ..า..ร.ง..า.น..ส..ม..า.ค..ม......................................................................P...1.6.
การดําเนินงานสมาคม ตามคูมือของ “มาตรา 14 สมาคม หรือองคการใดซ่ึงมี กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย วัตถุประสงคเก่ียวกับงานของสภาวัฒนธรรมแหงชาติ ไมวาจะไดตั้งอยูกอนหรือไมก็ตาม ตองไดรับอนุญาต ต า ม ป ร ะ ม ว ล ก ฎ ห ม า ย แ พ ง แ ล ะ พ า ณิ ช ย จากสภาวัฒนธรรมแหงชาติกอนจึงจะดาํ เนินการจัดตั้ง มาตรา 78 บัญญัติความหมายของสมาคมไววา “การ ตามกฎหมายหรือดาํ รงอยตู อไปได...” กอ ตัง้ สมาคมเพื่อกระทําการใดๆ อนั มลี กั ษณะตอเน่ือง รวมกันและมิใชเปนการหากําไรหรือรายไดมาแบงปน 4. กฎกระทรวง (พ.ศ. 2537) ออกตามความ กัน” ตองมีขอบังคับและจดทะเบียนตามบทบัญญัติ ในประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย แหงประมวลกฎหมายน้ี แสดงใหเห็นวาการกอต้ัง สมาคมจะมีลกั ษณะ 5. กฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2547) ออก ตามความในประมวบกฎหมายแพงและพาณชิ ย 1. เปน การรวมตวั ของกลมุ บุคคล 2. เพ่ือกระทําการใดๆ เปนการตอเนื่องไมใช 6. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แตงตั้ง ทาํ กันเพียงช่วั คร้ังชว่ั คราวแลว เลกิ ไป นายทะเบียนสมาคมลงวันท่ี 15 กันยายน 2547 3. เปน แนวทางปฏิบตั ิ 4. ตองจดทะเบยี นเปนนติ ิบคุ คล คําอธิบายขอบงั คบั สมาคม กฎหมายและระเบยี บท่ีเกยี่ วขอ ง ขอบังคับของสมาคมเปนแนวทางปฏิบัติของ 1. ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา 78-109 คณะกรรมการและสมาชิกของสมาคม และรายการใน 2. พระราชบัญญัติกําหนดความผิดที่เกี่ยวกับ ขอ บังคบั สมาคมอยา งนอยตองมีรายละเอยี ดดังตอไปนี้ หางหุนสวนจดทะเบียนหา งหุนสวนจํากัด บริษัทจํากัด สมาคมและมลู นิธิ พ.ศ. 2499 แกไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับ CC ท่ี 2) พ.ศ. 2535 HH 3. พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแหงชาติ พ.ศ. AA 2485 แกไขโดยพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแหงชาติ PP (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2486 TT EE มาตรา 5 ใหยกเลิกความในมาตรา 14 แหง RR พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแหงชาติ พ.ศ. 2485 และให P.15 21 ใชความตอไปน้ีแทน
1. ช่ือสมาคม เปนการระบุช่ือเฉพาะของ การพนจากตําแหนงของกรรมการและการประชุมของ สมาคมนั้นๆ และจะตองมีคําวา “สมาคม” ประกอบ คณะกรรมการ ชื่อดว ย 7. ขอกําหนดเกี่ยวกับการจัดการสมาคม การ C 2. วตั ถปุ ระสงคข องสมาคม เปน รายการแสดง บัญชีและทรัพยสินของสมาคมเปนการกําหนดถึง H ใหเห็นวาสมาคมท่ีต้ังข้ึนมามีเปาหมายจะกระทําใน วิธีการบริหารสมาคม การจัดทําบัญชีและทรัพยสิน A กิจการใดแนชดั ของสมาคม วาตองทําอยางไรสามารถตรวจสอบไดใน P แตล ะป T 3. ท่ีต้ังสํานักงานใหญและท่ีตั้งสํานักงาน E สาขาท้ังปวง เปนรายการแสดงสถานที่ตั้งสํานักงาน 8. ขอกําหนดเก่ียวกับการประชุมใหญ เปน R ใหญของสมาคมและที่ต้ังสํานักงานสาขาของสมาคม การกําหนดถึงกําหนดเวลาและวิธีการประชุมใหญ หากสมาคมประสงคจะจดั ต้ังขึน้ สมาชิก ของสมาคมไดชดั แจง 2 P.16 ขอแนะนําการบริหารงานสมาคม 4. วิธีรับสมาชิกและการขาดจากสมาชิกภาพ เปนรายการแสดงถึงวิธีจัดหาสมาชิกและการขาดจาก 1. ลักษณะและการควบคมุ สมาคม การเปน สมาชิกของสมาคมนนั้ ๆ การดําเนินการกอต้ังน้ันจะตองต้ังเปนสมาคม ซ่ึงเปนลักษณะกระทําการใดๆ หนักไปในทาง 5. อัตราคาบํารุง เปนการกําหนดอัตราคา สาธารณประโยชน มิใชลักษณะเปนการกอตั้งอยา งอ่นื บํารุงสมาคมที่สมาชิกจะตองชําระใหแกสมาคมเพ่ือ ท่ีอาจจะหนักไปในทางบันเทิงเริงรมยหรือการ หยอน เปนคา ใชจายในกจิ การของสมาคมแตละแหง ใจ เพราะนั่นจะเปนสโมสร ซึ่งไมมีการจดทะเบียนเปน การตั้งสมาคมแตอยางใด เนนชัดวาตองเปน “การ 6. ขอกําหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการของ กอตั้งสมาคม” โดยผูกอตั้งตองมีความมุงหมายเชนนัน้ สมาคม เนื่องจากในประมวลกฎหมายแพงและ ไมใชมุงหมายอยางอ่ืน แตการกระทําการใดๆ ในท่ีนี้ พาณิชยฉบับใหมน้ี กําหนดใหการบริหารของสมาคม จะตองเปนกิจการที่ชอบดวยกฎหมาย กิจการใดที่ไม ตองทําในรูปคณะกรรมการเทานั้น จึงกําหนด ชอบดวยกฎหมายแลว ยอมไมอาจตั้งเปนสมาคมได รายละเอียดเก่ียวกับจํานวนกรรมการของสมาคม การ นอกจากน้ีอาจจะมีการกระทําอื่นๆ อีกท่ีไมอาจทําได ตั้งกรรมการ วาระการดํารงตําแหนงของกรรมการ ตามกฎหมายคือ กิจการนั้นตองหามกฎหมาย กิจการ ท่ีพนวิสัยหรือขัดตอความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรม อันดีของประชาชน การกอต้ังสมาคมในสภาพดังกลา ว ยอ มทาํ ไมไดเหมือนกนั ในเมอ่ื เปนสมาคมแลว จะหยุด ดําเนินการหรือไมดําเนินการในบางขั้นตอนโดยไมมี การตอ เนอ่ื งน้นั ยอ มไมใชสมาคมเสียแลว ดังน้ัน คําวา “ตอเนื่อง” ในลักษณะของ สมาคมนี้จึงเปนถอยคําใหมท่ีมีความสําคัญเนนหนักให
เห็นชัดวา ผูบริหารสมาคมน้ันจะตองกระทํากิจการ วิสามญั โดยมสี มาชิกสามัญเขาชื่อกันรองขอไมถึง 3 ใน CC ตางๆ ของสมาคมตามวัตถุประสงคอยางตอเน่ือง จะ 4 จึงเปนการฝาฝนขอบังคับสมาชิกของสมาคมน้ัน HH หยุดดําเนินการบางแลวดําเนินการบางน้ัน ยอมไม ยอมมีสิทธิฟองรองขอเพิกถอนมติการประชุมใหญ AA ถูกตอ งตามความประสงคข องกฎหมาย วิสามัญนั้นได PP TT สมาคมน้ันสามารถที่จะหาผลกําไรและรายได ขอบังคับของสมาคมฌาปนกจิ มวี า ผสู มัครเปน EE ได แตจะนําผลกําไรและรายไดน้ันมาแบงปนกันใน สมาชิกของสมาคมตองมีสุขภาพสมบูรณ โดยมี RR ระหวางผูกอตง้ั หรอื สมาชิกไมได โดยจะตองนําผลกาํ ไร ใ บ รั บ ร อ ง แ พ ท ย แ ล ะ ต อ ง มี สุ ข ภ า พ ส ม บู ร ณ โ ด ย มี หรือรายไดนั้นเปนของสมาคม เพ่ือดําเนินการตางๆ ใบรับรองแพทยและตองไปใหกรรมการของสมาคม 21 ตามวัตถุประสงคของสมาคมตอไป แตผูบริหารหรือ พิจารณาดวยตนเองและผูสมัครตองยื่นหนังสือแสดง สมาชิกของสมาคมจะตองไมแบงปนกําไรหรือรายได ความจํานงดวยตนเอง กลับใชชื่อของอีกคนหน่ึงสมัคร น้ัน โดยตองเปนผูทํางานดวยความเสียสละใหแกการ ดังนี้ถือไมไดวาผูที่มีช่ือตามใบสมัครเปนสมาชิกของ บริหารสาธารณะซึ่งผูที่เปนกรรมการหรือสมาชิกของ สมาคมฌาปนกิจนั้นโดยชอบ สมาคมไมมีความผูกพัน สมาคมนั้น มีงานอยางอ่ืนทําอยูแลวและเปนผูเขามา ที่ จ ะ จ า ย เ งิ น ใ ห แ ก ผู ท่ี ถู ก ร ะ บุ ชื่ อ ใ ห เ ป น ผู รั บ เ งิ น ทํางานใหแกสมาคมโดยเสยี สละในบางคร้ังตองเอาเงนิ ฌาปนกิจ (ฎีกาที่ 265/2509 ฎ. 29) จากกิจการงานของตนที่ทําอยูแลว สละใหแกสมาคม เพอ่ื เปน ประโยชนตอ สาธารณะตอ ไปดว ย เม่ือสมาคมจัดใหมีการเลือกตั้งกรรมการฝา ฝนขอบังคับของสมาคมที่ไดจดทะเบียนไว สมาชิกของ ผรู า งขอ บังคับจึงมีความจาํ เปนตองทําการราง สมาคมมีสิทธิฟองใหเพิกถอนการเลือกตั้งกรรมการท่ี ขอบังคับใหมีความครบถวนตามกฎหมายผูดําเนินการ ฝาฝนขอบังคับนั้นได แมจะมิไดคัดคานไว (ฎีกาที่ ของสมาคมกต็ องดําเนินการใหเปนไปตามขอบงั คับนั้น 532/3522 ฎ. 528, ที่ 2585/2525) หากปฏิบัติผิดไปจากขอบังคับ ยอมจะไมถูกตองยอม ถูกเพกิ ถอนเสียได เชน ขอใหสังเกตวา ผูท่ีจะฟองคดีไดน้ัน อาจเปน กรรมการหรือสมาชิกของสมาคมก็ได สามารถเปน ขอบังคับของสมาคมระบุไวชัดเจนวาตองมี โจทกฟองใหเพิกถอนการปฏิบัติการท่ีผิดขอบังคับของ สมาชิกสามัญถึง 3 ใน 4 เขาช่ือกันขอใหมีการประชุม สมาคมได ใหญวิสามัญ การที่สมาคมจัดใหมีการประชุมใหญ 2. การแกไ ขเพมิ่ เติมขอ บังคบั ของสมาคม เมื่อนายทะเบียนไดจดทะเบียนแลว ก็ยอมมี ผลใชบังคับเปนขอบังคับไดเทากับความในขอบังคับ เดิมไมใชตอไป ผลที่ใชบังคับนี้ตองระวังวากฎหมาย บัญญัติใหมีผลเมื่อนายทะเบียนให แมจะลงมติโดยท่ี ประชุมใหญใหแกไขเพ่ิมเติมแลว ขอบังคับท่ีแกไข เพิ่มเติมนั้น จะยังไมมีผลบังคับแตอยางใดโดยถือวายัง P.17
C ไมสมบูรณไมมีผลบังคับแกสมาคม (ฏีกาท่ี 532/2522 กิจการนั้นหากจะมีการฟองรอง จะฟองในนามของ H ฎ. 528) สมาคมไมได นอกจากนี้แมแตจะแกตาง ก็ไมอ าจทําใน A นามของสมาคมได เชน เดียวกัน P การที่จะรางขอบังคับใหแตกตางไปจากบท T กฎหมายน้ัน ตองมีบทกฎหมายใหอํานาจเปน 3. ส่ิงท่ีประกอบข้ึนนเปนสมาคม: ชื่อของ E ขอยกเวนไวโดยชัดแจง จะบัญญัติขอบังคับใหแ ตกตา ง สมาคม R ไปจากกฎหมายโดยกฎหมายไมไดใหอํานาจไวไมได เปนอันขาด เพราะขอบังคับจะมีอํานาจเหนือกฎหมาย จะตองมีคําวา “สมาคม” การนําคําวา 2 P.18 ไมได กฎหมายตองอยูเหนือขอบังคับ ดังน้ันหาก “สมาคม” เขาประกอบกับชื่อของสมาคมนั้นจะ ขอบังคับใดขัดตอกฎหมาย ตองถือกฎหมายเปนใหญ ประกอบไวหนาหรือหลังช่ือ ก็ได ตามความตองการ และถือวาขอบังคับนั้นไมมีผลใชบังคับ ตองบังคับกัน ของสมาคมน้ัน เพราะกฎหมายไมไดบัญญัติชัดวา ตามกฎหมาย จะตองประกอบไวตรงใด เม่ือเปนเชนนี้จึงตองแปลวา จะนํา “สมาคม” นีไ้ ปประกอบไวห นาหรือหลงั ชื่อน้ันก็ แตหากกฎหมายนั้นใหอํานาจในการออก ได ไมเ ปน การขัดตอ กฎหมายแตประการใด ขอบังคับแตกตางไปจากบทกฎหมายได จึงจะราง ขอบังคับใหแตกตางออกไป และเกดิ ผลใชบ ังคบั กันได 4. วธิ ีการขอจดทะเบียนสมาคม “การขอจดทะเบียนน้ันใหผูจะเปนสมาชิก ในการรางขอบังคับที่แตกตางไปจากบท ของสมาคม จํานวนไมนอยกวาสามคม รวมกันยื่นคํา กฎหมายทใ่ี หอ ํานาจไวน ้ีก็ตองพิจารณาใหชัดเจนอีกวา ขอเปนหนังสือตอนายทะเบียนแหงทองท่ีท่ีสํานักงาน กฎหมายใหอํานาจกําหนดขอบังคับใหแตกตางไปจาก ใหญของสมาคมจะตั้งข้ึนพรอมกับแนบขอบังคับของ บทกฎหมายเรื่องอะไรดวย จะตองแตกตางไปเฉพาะ สมาคม รายช่ือ ที่อยู และอาชีพของผูท่ีจะเปนสมาชิก ในเรื่องน้ันเทานั้น จะแตกตางในเร่ืองอื่นที่กฎหมาย ไมนอยกวาสิบคนและรายชื่อท่ีอยู และอาชีพของผูจะ ไมไดใหอํานาจไวไมได การแปลความเชนนี้จะตองดู เปนกรรมการของสมาคมมากับคาํ ขอดว ย” ความในตอนตนใหชัดเจนนั่นเอง และตองแปลความ เม่ือกฎหมายใชคําวา “ผูจะเปนสมาชิก” และ ขอยกเวนทีต่ อ งเขยี นขอบังคบั ใหส อดคลองกับความใน “ผูจะเปนกรรมการ” ดังนั้นเม่ือจดทะเบียนเปน ตอนนั้น ไมใชกําหนดขอบังคับเปนการยกเวนหลัก สมาคมแลว ผูน้ันอาจจะไมไดเปนสมาชิกหรือเปน กฎหมายในเรอ่ื งอ่ืนๆ ทุกเรือ่ ง กรรมการตอมาก็ได เพราะยอมมีการเปล่ียนแปลงได แตสมาคมทไ่ี ดจดทะเบียนแลวน้ัน ยังคงเปนสมาคมอยู ตราบใดที่ยังไมมีการจดทะเบียน ก็ยังไม ตามเดิม เมื่อนายทะเบยี นไดจดทะเบยี นใหแ ลวตอ ไป เรียกวา เปนสมาคมยังไมเปนนิติบุคคล ไมอาจจะ ดําเนินการนามของสมาคมได การทํานิติกรรมตางๆ ไมถือวาทําในนามของสมาคม เชน การใหเงินแก สมาคมที่ต้ังขึ้นโดยมิไดจดทะเบียนตามกฎหมายน้ัน เพราะมีแตผูใหโดยไมมีบุคคลเปนผูรับ ผูใหจึงยังคง เปนเจาของเงินอยู (ฎีกาท่ี 47/2491 2491 ฎ.60)
สมาคมจะต้ังข้ึน ณ ท่ีใด นายทะเบียนทองท่ี เม่ือผูย่ืนคําขอไดรับคําสั่งไมรับจดทะเบียน CC นั้นก็สามารถรับคําขอไดโดยยื่นตอนายทะเบียนทองที่ แลว ก็สามารถท่ีจะอุทธรณคําส่ังไมรับน้ันไปยัง HH นั้น จะยื่นคําขอเปนสมาคม ยังสํานักงานสาขาท่ีจะ รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยไดโดยทําเปน AA จดั ตงั้ ข้นึ ไมได หนังสือตอนายทะเบียนน้ันภายในสามสิบวันนับแต PP วันท่ีไดรับแจงคําสั่งไมรับจดทะเบียนแตถารับจด TT หากยังไมไดรางขอบังคับก็ยังขอจดทะเบียน ทะเบยี นแลว กไ็ มต อ งอทุ ธรณ EE สมาคมไมได จะรางขอบังคับภายหลังจากจดทะเบียน RR สมาคมแลวไมอาจทาํ ได 5. ภมู ลิ าํ เนาสมาคม ในกรณีที่มีสมาคมสาขา ก็อาจจะมีภูมิลําเนา 21 ในกรณีท่ีนายทะเบียนจะไมรับจดทะเบียนให ที่สํานักงานสาขาไดโดยถือวาที่ตั้งของสํานักงานสาขา นัน้ จะตอ งเปน เรอ่ื งที่นายทะเบยี นเหน็ วา เปนภูมิลําเนาสวนหนึ่งของสาขาน้ันแตการขอจด ทะเบียนตองขอจดทะเบียนสมาคมตอท่ีตั้งสํานักงาน 1. เน่ืองจากวัตถุประสงคของสมาคมขัดตอ ใหญจะขอจดทะเบียนทสี่ าํ นักงานสาขาไมได กฎหมายหรอื ศลี ธรรมอนั ดขี องประชาชน หรอื อาจเปน 6. การดาํ เนนิ งานของสมาคม ภยันตรายตอความสงบสุขของประชาชน หรือความ ดังน้ัน เมอ่ื มกี รณใี ดจะติดตอกับสมาคม ก็ตอง มัน่ คงของรัฐ หรือ ติ ด ต อ กั บ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ข อ ง ส ม า ค ม เ พ ร า ะ ก า ร บริหารงานของสมาคมในปจจุบันจะทําในรูปของ 2. ผูยื่นคําขอจดทะเบียนไมแกไขหรือ คณะกรรมการ หาไดด ําเนนิ การในรปู ของผูจดั การไม เปล่ียนแปลงใหถูกตองภายในสามสิบวันนับแตวันที่ คณะกรรมการจึงเปนตัวจักรหรือกลไกสําคัญ ทราบคําสงั่ ของนายทะเบยี น ที่จะทําใหสมาคมมีความเคล่ือนไหว แสดงใหเห็นถึง กิจการที่ทําใหปรากฏน้ัน ผูอ่ืนซ่ึงมิไดเปนกรรมการ ในกรณีนอ้ี าจจะเปนเรอ่ื งคําขอไมถ ูกตอ ง หรอื ของสมาคม ยอมไมถือวาเปนผูแทนของสมาคม แม ขอบังคับ หรือรายช่ือสมาชิก หรือกรรมการไมถูกตอง เดิน จะโดยวนิ ิจฉยั วา เม่ือผูจ ัดการของสมาคมไดว าจาง ครบถวน อาจจะใหมีการแกไขไดตามท่กี ลา วมาแลว คนชวยดูแลสถานท่ีประการถือวาผูรับจางน้ันเปน ผูแทนอื่นๆ ของสมาคมดวย (ฎีกาที่ 2549/2536 ฎส. นายทะเบียนก็จะไมร ับจดทะเบียนทง้ั ตองแจง 77) ก็ตาม ปจจุบันน้ีตองถือวาผูรับจางเชนนั้น ไมใช คําสั่งพรอ มดว ยเหตผุ ลท่ีไมร ับจดทะเบยี นไปยงั ผูย่ืนคํา ผูแทนของสมาคมแลว จะตองเปนกรรมการที่ไดจด ขอโดยไมชักชา ซึ่งไมไดกําหนดเวลาไวจะเปนเวลา ทะเบยี น จึงจะเปนผแู ทนของสมาคมได เทาใดทไ่ี มช ักชากไ็ ด ผูที่จะดําเนินกิจการของสมาคมไดนั้น ตอง เปนคณะกรรมการบุคคลอ่ืนใดแมจะเปนสมาชิกของ สมาคม ก็ไมมีอํานาจในการเขามาดําเนินงานของ สมาคม P.19
C คณะกรรมการของสมาคมจะดําเนินกิจการ ก า ร ท่ี ก ฎ ห ม า ย รั บ ร อ ง เ ช น นี้ ถื อ เ ป น H ของสมาคมไดเพียงใด หรือมีขอบเขตอยางไรน้ันใหดู หลักประกันกิจการที่สมาคมไดทําไปแลวน้ัน ไมทําให A ตามกฎหมายและขอบังคับของสมาคมกลาวคือ หากมี เกิดผลเสียไป ทําใหบุคคลภายนอกมีความมั่นใจใน P กฎหมายบทใดหรือกฎหมายฉบับอื่นใด กําหนดให ผลงานที่ไดเกิดนิติสัมพันธก ันขึ้นแลวกับสมาคม ดังน้นั T คณะกรรมการดําเนินกจิ การของสมาคมไดอยางไรแลว สมาคมจะอางความบกพรองในการตั้งหรือคุณสมบัติ E คณะกรรมการของสมาคมก็สามารถดําเนินกิจการนั้น ของคณะกรรมการวาไมถูกตอง อันเปนความบกพรอง R ตามทกี่ ฎหมายนน้ั ๆ ใหอ าํ นาจไว ภายในของสมาคมเอง ใชยันแกบุคคลภายนอกไมได สมาคมตองผูกพันดวยนิติสัมพันธกับบุคคลภายนอกที่ 2 P.20 หากไมม ีกฎหมายใดกําหนดขอบอํานาจหนาท่ี ไดกระทําไปแลวนั้นอันเปนลักษณะของตัวแทนเชิด ของคณะกรรมการที่จะดําเนินงานของสมาคมไดก็ตอ ง นน่ั เอง พิจารณาดูตามขอ บงั คับของสมาคมนัน้ วาขอบังคับของ สมาคมไดใหอาํ นาจกรรมการกระทํากจิ การใดไดบ า ง ดังน้ันกิจการใดของสมาคมท่ีจะตองทํานิติ สัมพันธหรือติดตอกับบุคคลภายนอก จะตองทําโดย นอกจากน้ี แมไมมีกฎหมายหรือขอบังคับ คณะกรรมการของสมาคม จะติดตอกับสมาชิกของ โดยตรง คณะกรรมการก็ยังสามารถทํากิจการของ สมาคมเทาน้ัน ยอมไมเกิดความผูกพันและไมเกิดนิติ สมาคมไดตามสภาพท่ัวไปๆ ไปที่บุคคลมีอยูภายใน สัมพนั ธข ึน้ เพราะกฎหมายกําหนดใหผูแทนของสมาคม ขอบวัตถุประสงคของสมาคมนั้นๆ ขอนี้เปนอํานาจ ที่จะแสดงเจตนาไดก็คือ คณะกรรมการน่ันเอง ผูอื่นที่ หนา ทต่ี ามปกตธิ รรมดาที่มีท่ีเปนอยโู ดยทั่วๆ ไป จะแสดงเจตนาของสมาคมในฐานะเปนผูแทนของ สมาคมไมไ ด “บรรดากจิ การท่ีคณะกรรมการของสมาคมได กระทําไปแมจะปรากฎในภายหลังวามีขอบกพรอง คณะกรรมการจึงมีความหมายเทากับเปน เก่ียวกับการต้ังหรือคุณสมบัติของกรรมการสมาคม จิตใจของสมาคมเพราะการแสดงออกตางๆ ท่ีจะ กจิ การนั้นยอ มมผี ลสมบรู ณ” ผูกพันสมาคมได จะตองทําโดยคณะกรรมการที่ กาํ หนดขน้ึ น้ี หลักขอน้ีเปนการรับรองผลการทํางานใน กิจการของสมาคมท่ีทําไปแลว เปนลักษณะของการ ผูที่เปนกรรมการของสมาคมจึงมีสิทธิและ บริการสาธารณะ ผูบริหารคือ คณะกรรมการไมไดมี หนาที่พิเศษแตกตางไปจากสมาชิกของสมาคมดวย ผลประโยชนเก่ียวของแตประการใด เปนการทํางาน สามารถสรางนิติสัมพันธกับบุคคลอ่ืนตางๆไดซ่ึง โดยเสียสละเปนประโยชนแกบุคคลทั่วไป ดังนั้น เมื่อ สมาชิกของสมาคมเองไมสามารถกระทําไดและยัง ไดมีการทํากิจการของสมาคมไปแลวตามที่เขาใจวา แตกตางไปจากที่ประชุมใหญของสมาคม เพราะที่ คณะกรรมการน้ันมีอํานาจทําได แตตอมาภายหลังจะ ป ร ะ ชุ ม ใ ห ญ แ ม จ ะ ค ว บ คุ ม ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร แ ต ก็ ไ ม ป ร า ก ฏ ว า มี ค ว า ม บ ก พ ร อ ง เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ต้ั ง ห รื อ สามารถบริหารดําเนินการติดตอกับบุคคลภายนอกได คุณสมบัติของคณะกรรมการ กฎหมายจึงรับรองใหวา เหมือนคณะกรรมการ กิจการที่ทําไปแลวน้ัน ยอมมีผลสมบูรณ เปนการ ผกู พนั สมาคมและบคุ คลภายนอกทุกประการ
ในกรณีท่ีสมาคมจะตั้งกรรมการขึ้นใหมทั้งชุด หรือคุณสมบัติมีความบกพรอง จึงสามารถดําเนิน หรือจะมีการเปล่ียนแปลงกรรมการบางคน จะกระทํา กิจการของสมาคมได ตามที่จดทะเบียนการเปน การไดน้ันตองกระทําตามขอบังคับของสมาคมที่ กรรมการไวแ ลว กําหนดไวตามที่กลาวแลวขางตน ถาขอบังคับไมได กาํ หนดไว จะทําการเปล่ยี นแปลงกรรมการไมไ ด ในระหวางท่ียังไมมีการจดทะเบียนกรรมการ ของสมาคมชุดใหมถาขอบังคับของสมาคมมิไดกําหนด การเลือกตั้งคณะกรรมการนั้น ถาขอบังคับ ไวเปนอยางอื่นกฎหมายใหกรรมการชุดเดิมปฏิบัติ ไมไดกําหนดไววาจะใหเลือกตั้งที่ใด อาจจะไมตงจัดให หนาที่กรรมการของสมาคมตอไปจนกวา จะไดมกี ารจด มีการเลือกตั้งในที่ทําการของสมาคมก็ไดเมื่อมีความ ทะเบียนกรรมการของสมาคมชุดใหม ขอนี้จึงเปนขอที่ จําเปนหรือเพื่อความเหมาะสมก็อาจใชสถานท่ีอื่นเปน ยืนยันไดวาตราบใดที่กรรมการชุดใหมยังไมไดจด ท่ีทําการเลือกตง้ั ได กถ็ ือวาเปนการเลอื กตง้ั กรรมการที่ ทะเบียนน้ัน การปฏิบัติงานใดๆ ของสมาคมจะไม ชอบ ( ฎกี าที่ 762/2526) เกิดผลสมบูรณและจะไมผูกพันสมาคมน้ัน กรรมการ ชุดใหมท่ียังไมจดทะเบียนจะไมมีอํานาจกระทําการ สําหรับการเปล่ียนแปลงกรรมการสมาคมโดย ใดๆ แทนสมาคมไดเลย มิไดจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงนั้นตอนายทะเบียน ดังกลาว ยอมจะไมสมบูรณตามกฎหมายในกรณีน้ีตอง 7. สมาชิกของสมาคม ถือวากรรมการที่ไดจดทะเบียนไวเดิม ยังคงเปน กรรมการโดยชอบดวยกฎหมายตลอดมา (ฎีกาที่ สมาชิกของสมาคมนับวามีบทบาทเกี่ยวกับ CC 1478/2517 ฎ.1060) กรรมการชุดเดิมจึงดําเนิน การดําเนินกิจการของสมาคมเปนอยางมาก เพราะมี HH กิจการตางๆ แทนสมาคมได และยังมีอํานาจเปน สทิ ธทิ ี่จะตรวจตรากิจการของสมาคมได มีอํานาจเรียก AA ผู แ ท น ส ม า ค ม ใ น ก า ร ติ ด ต อ นิ ติ สั ม พั น ธ กั บ ประชุมใหญ และมีอํานาจฟองขอใหเพิกถอนมติที่ PP บุคคลภายนอกดวย กรรมการท่ีเปล่ียนแปลงโดยยังไม ประชุมใหญได นอกจากน้ีหากปรากฏวามีการกระทํา TT จดทะเบียนนั้น จะไมม ีอาํ นาจกระทําการใดๆ เลย เชน ใดโดยไมชอบ เชนการเลือกตั้งกรรมการฝาฝน EE ไมมีอํานาจฟองคดีแทนสมาคม ไมวาในคดีแพงหรือ ขอบังคับสมาคม สมาชิกก็สามารถฟองตอศาลใหเพิก RR อาญา (ฎกี าที่ 1014/2533 ฎ.198) ขืนกระทาํ ไปก็เปน ถอน การเลือกตั้งกรรมการนั้นได (ฎีกาที่ 532/2522 การเสียเปลา และในกรณีนี้จะถือวาเปนขอบกพรอง ฎ. 528) 21 เก่ียวกับการต้ังหรือคุณสมบัติของกรรมการสมาคม ครบถวนแลว เพียงแตไมไดขอจดทะเบียนการเปน P.21 กรรมการเทาน้ัน เมื่อยังไมมีการจดทะเบียนความเปน กรรมการจะยังไมเกิดขึ้นเลย จึงไมมีอํานาจเปนผูแทน สมาคม หรือดําเนินกิจการของสมาคมแตอยางใด ความในมาตรา 88 ขึ้น จะตองไดความวามีการจด ทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการแลวเทานั้น แตการตั้ง
C ในการประชุมใหญครั้งใด ถาไดมีการนัด คําวา “คณะกรรมการ” ท่ีจะตองจัดใหมีการ H ประชุมหรือการลงมติโดยไมปฏิบัติตามหรือฝาฝน ประชุมใหญในที่น้ีมิไดหมายถึงกรรมการคนหนึ่งคนใด A ขอบังคับของสมาคมหรือบทบัญญัติในสวนน้ีสมาชิก หรือหลายคน แตเมื่อกรรมการคนหน่ึงคนใดเห็นควร P หรือพนักงานอัยการอาจรองขอใหศาลสั่งเพิกถอนมติ จะเรียกประชุมใหญวิสามัญก็ชอบที่จะนัดเรียกประชุม T ในการประชุมใหญคร้ังนั้นได แตตองรองขอตอศาล ก ร ร ม ก า ร เ พ่ื อ พิ จ า ร ณ า กั น เ สี ย ก อ น (ฎี ก า ที่ E ภายในหนึ่งเดือนนับแตวันที่ท่ีประชุมใหญลงมติขอน้ี 2564/2532 ฎส. 136) เม่ือท่ีประชุมลงมติใหเรียก R นับวาเปน สิทธิของสมาชกิ อีกกรณหี น่ึง เชน ประชุมใหญ ผูที่เปนประธานกรรมการหรือนายก สมาคม ซึ่งทําในนามของคณะกรรมการทุกคนใน 2 P.22 เม่ือขอบังคับของสมาคมระบุไวชัดแจงวาตอง หนงั สือเรียกประชุมใหญ มีสมาชิกสามัญถึง 3 ใน 4 เขาช่ือกันรองขอใหมีการ ประชมุ ใหญว สิ ามญั ได การที่สมาคมจัดใหม กี ารประชุม 9. การประชมุ ใหญว สิ ามญั วิสามัญโดยมสี มาชิกสามัญเขาช่ือกันรองขอไมถึง 3 ใน ในกรณีที่สมาชิกเรียกประชุมใหญวิสามัญนี้ 4 เปนการฝาฝนขอบังคับสมาชิกของสมาคมจึงมีสิทธิ จะตองมีเหตุผลสมควรเหมือนกัน ไมใชเรียกประชุมใน ฟองสมาคมใหเพิกถอนมติในการประชุมใหญวิสามัญ กรณีท่ีไมมี ความจําเปนอันใด เหตุน้ีกฎหมายจึงได นั้นได (ฎีกาที่ 889/2508) บัญญัติใหตองมีสมาชิกเห็นดวยจํานวนพอสมควรจึง เรยี กประชุมใหญวสิ ามัญได 8. การประชุมใหญของสมาคม สมาชิกจะเรียกประชุมใหญวิสามัญไดจะตอง ก า ร ป ร ะ ชุ ม ใ ห ญ ส า มั ญ ข อ ง ส ม า ค ม น้ี มีจํานวนอยางใดอยางหน่ึงใน 3 กรณีคือ (1) มีจํานวน คณะกรรมการจะตองจดั ทําเปนประจําป จะกาํ หนดวัน ไมนอยกวาหน่ึงในหาของจํานวนสมาชิกท้ังหมดหรือ เดือนใดของปก็ได กฎหมายมิไดกําหนดไว สุดแลวแต (2) มีจํานวนไมนอยกวา หนงึ่ รอยคน หรอื (3) มจี ํานวน ความสะดวกของคณะกรรมการท่ีจะจัดใหมีการ ไมนอยกวาท่กี ําหนดไวในขอบังคบั ประชุมใหญ แตจ ะไมจ ัดใหมกี ารประชุมใหญไมไ ด จะใชจํานวนสมาชิกขอใดขอหนึ่งก็ไดตามแต ขอนต้ี อ งเปน หนาท่ีของคณะกรรมการสมาคม จะรวบรวมได สามารถเรียกประชุมใหญวิสามัญได ที่ จ ะ ต อ ง จั ด ก า ร เ พ ร า ะ ก ฎ ห ม า ย กํ า ห น ด ไ ว ใ ห ทั้งสิ้น และเปนการถูกตอง ถาจํานวนสมาชิก ไมครบ “คณะกรรมการของสมาคมตองจัด” คําวา “ตองจัด” ในขอหนึ่งขอใดท้ังส้ิน และเปนการถูกตอง ถาจํานวน จึงเปนกรณีที่มีสภาพบังคับ ซึ่งเกิดผลในทางกฎหมาย ขึ้น ดังน้ัน หากคณะกรรมการไมเรียกประชุมใหญ สามัญ ก็อาจจะถูกสมาชิกหาทางขับออกจากการเปน กรรมการของสมาคมในฐานะทปี่ ฏิบัติตนไมเ หมาะสมก็ ไดแ ตก รณีท่ีคณะกรรมการไมจ ัดใหมีการประชุมใหญนี้ ยังไมมีบทลงโทษทางอาญาแตระการใด คงเปนแต เพียงความรับผิดทางสังคม ที่สามารถจะพิจารณาใน ความบกพรอ งของคณะกรรมการเทานั้น
สมาชิกไมครบในขอหน่ึงขอใด แมจะมีสมาชิกมา ใหญไว ก็พอจะมองเห็นแลว วาเปนสิทธิของ CC ประชุมใหญและลงมติในการประชุมใหญแลว ยอมไม คณะกรรมการอาจไมเรียกประชุมใหญวิสามัญใหตาม HH ถูกตองตามกฎหมาย สมาชิกอื่นก็อาจฟองขอใหเพิก หนังสอื รอ งขอของสมาชกิ ได AA ถอนมติของที่ประชุมใหญวิสามัญนั้นได (ฎีกาที่ PP 889/2508) เหตุผลที่เปนเชนนั้น ก็เพราะในบางเรื่อง TT อาจจะเปนการกระทบกระเทือนตอคณะกรรมการ EE เม่ือไดจํานวนสมาชิกครบถวนตามกฎหมาย หรืออาจจะเปนเร่ืองเล็กๆนอยๆ ท่ีสามารถจะเรียก RR ดังกลาวแลว ก็จะตองทําเปนหนังสือรองขอตอ ประชุมใหญใหเปนการส้ินเปลือง ทางคณะกรรมการ คณะกรรมการของสมาคมใหเรียกประชุมใหญวิสามัญ อาจจะพิจารณาเห็นวายังไมจําเปนท่ีจะตองเรียก 21 และในหนังสือรองขอนั้นตองระบุดวยวาประสงคให ประชุมใหญ ก็อาจจะสั่งงดหรือไมอนุญาตใหเรียก เรียกประชมุ เพื่อการใด ประชมุ ใหญโ ดยมเี หตผุ ลก็ได ดั ง น้ั น จ ะ ต อ ง ทํ า เ ป น ห นั ง สื อ ร อ ง ข อ ต อ เมื่อเปนเชนนี้ หากสมาชิกเห็นวายังมีความ คณะกรรมการ จะใชวธิ รี อ งขอดว ยวาจาไมได เพราะไม จําเปน ทจ่ี ะตองใหมีการประชุมใหญ จํานวนสมาชิกขอ มีผลตามกฎหมาย และสิ่งที่สําคัญก็คือตองระบุใน ใดขอหน่ึงรวมกันดังกลาวขางตน ก็สามารถท่ีจะเรียก หนังสือน้ันดวยวาจะประชุมใหญเพ่ือการใด ซึ่งตรงนี้ ประชุมใหญวิสามัญเองได เม่ือลงมติไปอยางใด ยอมมี เปนเรื่องท่ีสําคัญเพราะการประชุมในเรื่องเล็กๆนอยๆ ผลใชบ ังคับไดซ่ึงคณะกรรมการของสมาคมตองฏิบัติไป นั้นเปนการส้ินเปลือง และตองเสนอตอสมาชิกที่รวม ตามนน้ั ลงชื่อดวยวา เรื่องท่ีจะประชุมเปนเรื่องอะไร หาก สมาชิกเห็นดวยวาเปนเรื่องจําเปนและมีความสําคัญ ในการเรียกประชุมใหญ คณะกรรมการของ สมาชิกก็จะยอมลงช่ือรวมในการเรียกประชุมใหญได สมาคมตองสงหนังสือนัดประชุมไปยังสมาชิกทุกคน ดงั นั้นเรือ่ งท่ีจะขอใหเรียกประชุมใหญว สิ ามัญนีจ้ ะตอง ซึ่งมีช่ือในทะเบียนของสมาคมกอนวันนัดประชุมไม ไดแจงใหสมาชิกไดทราบตอนรวมกันลงช่ือเพื่อเรียก นอยกวาเจ็ดวันหรือลงพิมพโฆษณาอยางนอยสอง ประชมุ ใหญแลว คราวในหนังสือพิมพที่แพรหลายในทองท่ีฉบับหนึ่ง กอ นวันนดั ประชมุ ไมน อยกวา เจด็ วนั กเ็ ด เม่ือคณะกรรมการไดรับหนังสือแลวก็มีหนาท่ี ที่จะตองเรียกประชุมใหญวิสามัญ โดยตองจัดใหมีการ การเรียกประชุมใหญตองระบุสถานที่ วัน ประชุมข้ึนภายในสามสิบวนั นับแตวันที่ไดรับคํารองขอ เวลา และระเบียบวาระการประชุมและจัดสง แตถาคณะกรรมการไมเรียกประชุมใหญสมาชิก รายละเอียดและเอกสารที่เกี่ยวของตามควรไปพรอม ดังกลา วกส็ ามารถเรยี กประชุมใหญเ องได กันดวย สําหรับการเรียกประชุมใหญโดยการพิมพ โฆษณารายละเอียดและเอกสารดังกลา วตองจัดไวและ ในลกั ษณะน้ีจะเห็นไดวา ไมไดบ ังคับเครงครัด พรอมท่ีจะมอบใหแกสมาชิกท่ีรองขอ ณ สถานท่ีท่ี วาคณะกรรมการจะตองเรียกประชุมใหญใหเพราะ ผูเรยี กประชมุ กําหนด” คณะกรรมการอาจจะไมสามารถเรียกประชุมใหญเอง ได ทั้งน้ีไมมีบทลงโทษคณะกรรมการที่ไมเรียกประชุม ก า ร ล ง พิ ม พ โ ฆ ษ ณ า ใ น ห นั ง สื อ พิ ม พ นั้ น กฎหมายไมไดเจาะจงวาใครจะเปนผูลงพิมพ ดังน้ัน P.23
หากสมาชิกประสงคเรียกประชุมใหญเองตามมาตรา ของสมาคมเรียกประชุมใหญอีกครั้งหนึ่ง โดยจัดใหมี 96 วรรคทาย ก็สามารถลงพมิ พโฆษณาในหนังสือพิมพ การประชมุ ขน้ึ ภายในสบิ ส่วี ันนับแตว นั ท่นี ัดประชมุ ครั้ง ไมนอยกวาสองครั้งกอนวันนัดประชุมไมนอยกวาเจ็ด แรกการประชุมคร้ังหลังนี้ไมบังคับวาจะตองครบองค วันกใ็ ชได โดยไมตอ งสงหนังสือนัดประชุมไปยังสมาชิก ประชุมมากกวาหน่ึงรอยคนหรือนอยกวาหนึ่งรอยคน ทุกคนท่ีมชี ่ือในทะเบยี นของสมาคม หน่ึงมากกวาก่ึงหนึ่งหรือนอยกวากึ่งหนึ่งก็ได และท่ี สําคัญที่สุดคือ ขอบังคับของสมาคมจะกําหนดองค สําหรับการเรียกประชุมใหญโดยการพิมพ ประชุมไวมากกวาหน่ึงรอยคนหรือนอยกวาหนึ่งรอย โฆษณาในหนังสือพิมพนั้นไมอาจจะสงรายละเอียด คนเทาใดก็ได กฎหมายไมไดกําหนดไว ถาขอบังคับ และเอกสารดังกลาวไปใหสมาชิกได และไมอาจลง กําหนดไวเปนอยางใดก็เปน ไปอยางนั้น บทกฎหมาย รายละเอียดในหนังสือพิมพได เนื่องจากการโฆษณามี ยอมเปนอันตกไป และเม่ือมีสมาชิกมาประชุมครบ เนื้อท่ีจํากัดผูจัดประชุมจึงตองจัดรายละเอียดและ ตามท่ีขอบังคับกําหนดไว ก็ถือวาเปนองคประชุม เอกสารดังกลาวไวและพรอมท่ีจะมอบใหแกสมาชิกท่ี ครบถว น รองขอ ณ สถานที่ท่ีผูเรียกประชุมกําหนด แตถา สมาชิกท่ีรูเรื่องอยูแลวไมรองขอเอารายละเอียดและ ในการประชุมใหญ ไมวาในครั้งใด ถาสมาชิก เอกสารดังกลาวก็ไมจําเปนตองจัดใหสามารถเขา มาไมครบองคประชุมไมวาตามกฎหมายหรือตาม ประชุมไดต ามท่รี ูอยเู ชน น้ันแลว ขอบงั คบั แลว แตกรณี ใหพ ิจารณาดงั ตอ ไปนี้ ก. การประชุมใหญนั้นถาเปนการประชุมที่ได เรียกตามคํารองขอของสมาชิกก็ใหงดการประชุม หมายความวา จะประชมุ ใหญไมไดแ ละจะเรยี กประชุม ใหญติดตอ กนั กไ็ มไ ด C “การประชุมใหญของสมาคมตองมีสมาชิกมา ข. แตถาเปนการประชุมใหญที่สมาชิกมิได H ประชุมไมนอยกวากึ่งหน่ึงของจํานวนสมาชิกท้ังหมด เปนผูรองขอใหคณะกรรมการของสมาคมเรียกประชุม A จึงจะเปนองคประชุม เวนแตขอบังคับของสมาคมจะ ใหญอีกครั้งหนึ่งโดยจัดใหมีการประชุมขึ้นภายในสิบส่ี P กาํ หนดองคป ระชมุ ไวเ ปน อยา งอืน่ T E ในการประชุมใหญคร้ังใดถาไมไดองคประชุม R ตามที่กําหนดไวและการประชุมใหญนั้นไดเรียกตาม คํารงขอของสมาชิก ก็ใหงดการประชุมแตถาเปนการ 2 P.24 ประชุมที่สมาชิกมิไดเปนผูรองขอ ใหคณะกรรมการ
วันนับแตวันท่ีนัดประชุมครั้งแรก การประชุมคร้ังหลัง ไปได ท้ังนี้เพ่ือเปดโอกาสใหสมาคมสามารถดําเนิน นไ้ี มบังคับวา จาํ ตอ งครบองคป ระชมุ กจิ การน้ันไปไดโ ดยถือวาผานมตขิ องทป่ี ระชมุ ใหญแ ลว เปนประชุมใหญที่คณะกรรมการเรียกประชุม การประชุมใหญในลักษณะแผนสองเชนน้ี แลว สามารถเรียกประชุมใหญ 2 ครั้ง ติดตอกันไปได จํานวนองคประชุมของสมาคมจะแตกตางกับองค เลยในระยะเวลาสิบสี่วัน คือหากวันแรกที่นัดประชุมมี ประชุมขององคกรอื่นในลักษณะที่วา การประชุมคร้ัง สมาชิกมาไมครบองคประชุมตามที่กําหนดไวใน หลงั ไมมกี ําหนดองคประชุมไว กฎหมายหรือขอบังคับแลว ก็สามารถประชุมใน วันรุงขึ้นไดเลย โดยกําหนดไวในหนังสือเรียกประชุม สมาชิกของสมาคมสามารถมอบอํานาจให น้ัน ซึ่งผูเรียกประชุมจะตองรูถึงความสําคัญของการ สมาชิกอื่นเขาประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทนได กาํ หนดวนั ประชุมครง้ั น้ี โดยสามารถกําหนดวนั ประชุม และขอใหสังเกตขอความในมาตราดังกลาวใหชัดวา คร้ังท่ีสองภายในสิบสี่วันน้ีไปในหนังสือเรียกประชุม การมอบอํานาจใหเ ขาประชมุ แทนน้นั มิใชเปน การมอบ คร้ังแรกไดเ ลย โดยไมตองออกหนังสือเรยี กประชุมครั้ง อํานาจใหบุคคลอื่นใดก็ได เพราะกฎหมายกําหนดวา ท่ีสองใหเสียเวลาอีก เมื่อการประชุมในวันแรกมี จะตอง “มอบอํานาจใหสมาชิกผูใด” เทานั้น เหตุนี้ สมาชิกมาไมครบองคประชุมก็ประชุมครั้งท่ีสองตามที่ ผรู ับมอบอาํ นาจจากสมาชกิ ของสมาคมนั้น จะตองเปน กําหนดไว ในหนังสือเรียกประชุมไดเลย หากไมมี สมาชิกของสมาคมน้ันดวย จะมอบอํานาจใหบุคคลอืน่ กําหนดใชในการเรียกประชุมคร้ังแรก ก็ตองเรียก ใดท่ีมิไดเปนสมาชิกของสมาคมเขาประชุมแทนไมได ประชุมครั้งท่ีสองโดยออกหนังสือใหม ทําใหเสียเวลา หากมอบอํานาจใหบุคคลอื่นที่มิไดเปนสมาชิกของ และอาจจะแจงหรือโฆษณาไมทันตามเวลาท่ีกฎหมาย สมาคมน้ันผูรับมอบอํานาจไมมีอํานาจเขาประชุมและ กําหนดไว ลงคะแนนเสยี งแทน ดังนั้น การที่คณะกรรมการเรียกประชุมจึง มติของท่ีประชุมใหญสมาคมท่ีไดกระทําลงไป ตองมีแผนสองในการเรียกประชุมใหญไวในการเรียก แลว ยอมใชบังคับไดและมีผลเปนมติถูกตอง ผูใดจะ ประชุมคร้ังแรก ก็จะแกปญหาการที่สมาชิกมาไมครบ อางวาไมถูกตอง ผูใดจะอางวาไมถูกตอง และเพิกถอน องคป ระชุมได เองไมไดตองรองขอตอศาล ใหศาลส่ังเพิกถอนมติใน การประชุมใหญคร้ังน้ันได แตตราบใดท่ียังไมมีคําสั่ง ขอใหส งั เกตใหช ัดวา ในการประชุมใหญครั้งที่ สองนี้ กฎหมายระบุวา “การประชุมคร้ังหลังนี้ไม CC บังคับวาจําเปนตองครบองคประชุม” กฎหมายเปด HH โอกาสใหมีการประชุมใหญไดอยางเต็มท่ีแมจะมี AA จํานวนสมาชิกมาไมครบองคประชุมและไมไดกําหนด PP วาจะตองมีสมาชิกมาจํานวนกี่คนในครั้งที่สองน้ีมาก่ี TT คนก็ได ไมจํากัดจํานวนไว ก็สามารถประชุมใหญไปได EE เลย แมมสี มาชกิ มาประชุมเพยี งคนเดียว ก็ประชุมใหญ RR P.25 21
ศาลส่งั เพกิ ถอนตองถอื วาเปน มติที่ชอบ สามารถปฏิบัติ 1. มีการนัดประชุมโดยไมปฏิบัติตามหรือฝา ไปตามมตินั้นได ฝนขอบังคับของสมาคมหรือบทบัญญัติแหงกฎหมาย ในสวนน้ี หรือ โดยเฉพาะอยางยิ่งการรองขอใหศาลเพิกถอน นี้จะตองรองขอภายในหน่ึงเดือนนับแตวันท่ีท่ีประชุม 2. มีการลงมติโดยไมปฏิบัติตามหรือฝาฝน ใหญลงมติ หากพนกําหนดหน่ึงเดือนดังกลาวไปแลว ขอบังคับของสมาคมหรือบทบัญญัติแหงกฎหมายใน จะรอ งขอตอศาลขอใหเ พิกถอนมตินน้ั ไมได เพราะขาด สวนน้ี อายุความฟองรองเสียแลว (ฎีกาท่ี 2365/2536) และ ผูใดจะอางวามตินั้นไมถูกตองไมได ตองปฏิบัติไปตาม ท้ังสองขอน้ี เพียงกรณีใดกรณีหน่ึงก็สามารถ มติน้ัน ทางนายทะเบียนก็ไมอ าจสง่ั เพิกถอนไดเทา นน้ั รองขอตอศาลขอใหเพิกถอนมติของท่ีประชุมใหญได แลว ผูที่จะตองขอใหเพิกถอนมติท่ีประชุมใหญได นัน้ มี 2 คน ดว ยกนั คอื ขอใหสังเกตวา ทั้งสองขอนี้ตองขอใหศาลสั่ง เพิกถอนมติในการประชุมใหญคร้ังน้ัน แมการนัด 1. สมาชิก หรือ ประชุมที่ฝาฝน ก็ตองรองขอใหเพิกถอนมติของที่ 2. พนกั งานอยั การ ประชุมใหญ จะรองขอใหศาลเพิกถอนการนัดประชุม จะเปนคนใดคนหนึ่งในสองคนนี้สามารถใช ไมชอบไมไดเพราะไมมีกฎหมายกําหนดเอื้ออํานวยให อํานาจอิสระรองขอใหเพิกถอนมติท่ีประชุมใหญได ทั้ง รองขอได คงมีบัญญัติใหรองขอเพิกถอนมติในการ สองคนนี้ตาง มีอํานาจอิสระที่จะรองขอไดตามสมควร ประชุมใหญเ ทา นนั้ แตหากคนใดใชสิทธิรองขอใหเพิกถอนมติแลวอีกฝาย หน่ึงก็ยอมหมดสิทธ์ิรองขอตอไป เพราะหากรองอีก ดังนั้น ถาไมใชเปนเรื่องที่สมาชิกฟองขอให ยอมเปนการรองซอนในเรื่องเดียวกันตองหามตาม เพิกถอนมติของสมาคมก็ไมตองรองขอตอศาลภายใน กระบวนพิจารณาในศาล ตามประมวลกฎหมาย วิธี หน่ึงเดือนนับแตวันท่ีท่ีประชุมใหญลงมติ (ฎีกาท่ี พิจารณาความแพงได 57/2516 ฎ. 80) ในเรื่องอ่ืนท่ีไมไดกําหนดอายุความ เหตุทก่ี ฎหมายใหส มาชกิ หรอื พนักงานอยั การ ไวต องอายคุ วามตามหลักทวั่ ไป รองขอเพิกถอนมติท่ีประชุมใหญได ก็เพราะสมาชิก C เปนผูมีสวนไดเสียของสมาคม ก็ตองรักษาประโยชน H ของสมาชกิ ไว ดว ยหากสมาคมเปนหนส้ี ินสมาชิกก็ตอง A รวมรับผิดในสวนของตนดวย สวนทางอัยการน้ันเปน P เจาพนักงานของรัฐ หากมีการฝาฝนกฎหมาย ก็เปน T หนาท่ีของรัฐท่ีจะตองเขาไปชวยเหลือ โดยใหทาง E อยั การทาํ หนา ที่ใหค วามชวยเหลือแทนรัฐ R สาํ หรับกรณที ่ีจะรองขอตอศาลใหเพิกถอนมติ ทปี่ ระชุมใหญไดนั้นมีอยู 2 เหตุดวยกันคือ 2 P.26
10. การเลกิ สมาคม การแจงการเลิกสมาคมตอนายทะเบียนภายในสิบสว่ี ัน เมอ่ื เหตุทจี่ ะเลกิ สมาคมเกิดข้ึนแลว ยอ มทําให นบั แตวันทีม่ กี ารเลกิ สมาคม อันเปนผล ทางกฎหมายท่ี สมาคมน้ันสิ้นสุดลงไมสามารถท่ีจะดําเนินการตอได ใหมีหนาท่ีปฏิบัติไดเทาน้ัน กิจการอื่นๆ ท่ีกฎหมาย แมจะดําเนินการใดๆ ลงไปยอมไมเกิดผลในกฎหมาย ไมไดใหอํานาจไวยอมกระทํามิได เพราะกระทําไปจะ เพราะเม่ือเลิกสมาคมแลว สมาคมน้ันก็ไมเปนนิติ ไมเกิดผลทางกฎหมายแตอ ยางใด บุคคลตอไปอีก (ฎีกาท่ี 2097/2532 ฎส. 17) เม่ือเลิกสมาคมแลว คณะกรรมการของ การเลิกสมาคมนี้จะมีผลเปนการเลิกสมาคม สมาคมก็หมดอํานาจหนาที่ไปดวย แตบทบัญญัติใน ตอเม่ือถือวามีการเลิกกัน โดยผลทางกฎหมายท่ี เรื่องเลิกสมาคมนี้ ยังไดบัญญัติใหทําหนาที่ตอไปใน บัญญตั ไิ วนนั้ เมอ่ื เหตุ ใหเ ลกิ สมาคมเกิดขนึ้ แลวผลของ การเลิกสมาคมยอมเปนไปตง้ั แตว นั นั้น มิใชนบั แตวันที่ ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพราะการนาํ ความไป CC ประกาศในราชกิจจานุเบกษาน้ัน เพียงแตตองการให HH ประชาชนไดทราบเทาน้ัน แตการเลิกสมาคมนั้น ได AA เลกิ ไปแลว นับแตเ หตนุ นั้ ไดเ กิดขน้ึ PP TT เชน การเลกิ สมาคม เมื่อทป่ี ระชมุ ใหญมีมติให EE เลิกตามมาตรา 101(4) เม่ือท่ีประชุมใหญมีมติเม่ือใด RR การเลิกสมาคมจะเกิดข้ึนเปนผลทันทีท่ีการลงมติ สน้ิ สดุ ลง สว นการกระทําตอ ไปนัน้ เปนผลในทางปฏิบัติ 21 ท่ีจะตองทําใหถูกตองตามกฎหมายตอไปเทาน้ัน สิทธิ P.27
และหนา ท่ตี างๆของการเปนนิตบิ ุคคลและกรรมการได สิน้ สุดลงไปแลวตั้งแตมีการลงมติใหเลิกสมาคม 11. ผมู อี าํ นาจใหเ ลกิ 1. นายทะเบียนใหเลิกสมาคม 2. ศาลสั่งเลกิ สมาคม 3. ผูมีอํานาจใหเลิกสมาคมตามกฎหมาย อื่นกฎหมายพิเศษดังกลาวน้ีเปนกฎหมายท่ีวาดวย ความสงบเรียบรอยและศีลธรรมอันดีของประชาชน (ฎีกาที่ 1267/2527) จึงมีความสําคัญเปนพิเศษ นอกเหนือไปจากประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยท่ี บัญญัติใหเลิกสมาคมไว จึงตองปฏิบัติการเปนไปตาม กฎหมายพเิ ศษนน้ั 12. ผลของการเลกิ สมาคม ในการเลิกนิติบุคคลก็ตองมีการชําระบัญชี ดังนั้นสมาคมที่ตองเลิกไปน้ี ก็ตองมีการชําระบัญชีเชน เดียว โดยผูมีอํานาจส่ังเลิกสมาคมน้ันก็สามารถแตงตง้ั ผูใดคนใดคนหนึ่ง หรือหลายคนเปนผูชําระบัญชีไดแม ศาลส่ังเลิกสมาคมแลว ก็มีอํานาจต้ังผูชําระบัญชีได โดยจะใชผูอ ืน่ แทนไมไ ด (ฎกี าท่ี 585/2522) C H A P T E R 2 P.28
03 ข้ันตอนการยนื่ ขอรับการรับรอง ขอ บงั คบั สมาคมการบนิ ทวั่ ไป ร..า..ย.ล..ะ.เ.อ..ยี ..ด..ข.น้ั..ต..อ..น..ก..า.ร..ข.อ..ร..ับ..ร.อ..ง.ข..อ..บ..งั .ค..ับ..ส..ม..า.ค..ม..ก..า.ร..บ..ิน..ท..ว่ั .ไ.ป.................................P...2..9.
ขัน้ ตอนการรับรองขอ บังคบั กพท. จะมีหนังสือแจงการพิจารณาราง กพท. พจิ ารณาใหการรบั รองขอบงั คับ สมาคมการบินทว่ั ไป ขอบังคับสมาคมเพื่อใหสมาคมการบินทั่วไป ดําเนินการปรับแกรางขอบังคับสมาคมตาม สมาคมการบนิ ท่วั ไปตามความในกฎหมาย [ระยะเวลาดาํ เนนิ การ 15 วนั ทาํ การ] ความเหน็ ที่ กพท. เสนอแนะ การเดนิ อากาศ สมาคมการบนิ ทวั่ ไปทปี่ ระสงคจะขอการ [ระยะเวลาดําเนินการ 13 วนั ทําการ] [ระยะเวลาดาํ เนนิ การ 2 วนั ทาํ การ] รับรองขอบงั คบั สมาคมสามารถ Download Guidance การรับรองขอบงั คบั สมาคมการ บนิ ทวั่ ไป ผาน QR Code นี้ หรอื ในเวป็ ไซต www.caat.or.th ห น า แ ร ก Click tab ใบรับรองและใบอนุญาต และ Click tab การบนิ ทวั ไป (General Aviation) สมาคมการบินทวั่ ไปนาํ รา งขอ บงั คับสมาคมที่ สํานกั งานการบินพลเรอื นแหง ประเทศไทย ไดปรับปรุงแกไขแลวยนื่ ตอนายทะเบยี น ฝา ยมาตรฐานปฏิบัตกิ ารบนิ กรมการปกครอง (ยืน่ ตอนายทะเบยี น ณ ท่ที าํ การอาํ เภอ หรือจังหวัด ทีส่ มาคมการบนิ กองอากาศยานขนาดเล็ก ทั่วไปมีสถานทตี่ ้งั ทําการเพื่อ ใหก ารรบั รอง 333/105 อาคารหลกั สพ่ี ลาซา การจัดต้ังสมาคมตามกฎหมาย) [ตกึ 2 ชัน้ 12] สมาคมการบินทว่ั ไปจดั ทาํ รา งขอบังคับสมาคม ถนนกําแพงเพชร 6 แขวงตลาดบางเขน ตาม Guidance การรับรองขอบังคับสมาคม การบินทัว่ ไป โดยตองมีการประชุมและลง เขตหลักสี่ กรงุ เทพฯ 10210 รับรองการประชุม การรางขอบังคับสมาคม การบินทวั่ ไปโดยนายกสมาคม ทงั้ นีใ้ หสมาคมฯ โทรศพั ท 02-568-8839 ยืนเสนอตอ เพ่ือให กพท. พิจารณาเนอื้ หา ไปรษณยี อเิ ล็กโทรนกิ ส : ของรางขอ บังคบั สมาคมในเบ้อื งตน [email protected] สมาคมฯ นาํ หลักฐานการจดทะเบยี น www.caat.or.th C สมาคมการบนิ ทวั่ ไปทนี่ ายทะเบยี น H กรมการปกครองได้ออกให พรอมทง้ั A ขอบังคับสมาคมการบนิ ท่วั ไปท่นี ายทะเบยี น P กรมการปกครองใหการรับรองแลว T ย่ืนเสนอตอ กพท. E R P.29 3
04 ตวั อยา งขอบังคับของสมาคม ทีเ่ ก่ยี วของกับการบิน ห..ม..ว.ด..ท..่ี.1..:.ข..อ ..บ..ัง.ค..บั ..ส..ม..า.ค..ม..ใ.น..เร..่ือ..ง.ท..่วั ..ไป............................................................P...3.0... ห..ม..ว..ด..ท..่ี 2..:..ส..ม..า.ช..กิ ....................................................................................P...3..1.. ห..ม..ว..ด..ท..ี่ 3..:..ก..า.ร..ด..าํ .เ.น..ิน..ก..ิจ.ก..า..ร.ส..ม..า.ค..ม...............................................................P...3..3.. .ห.ม..ว..ด..ท..ี่ 4...:.ก..า.ร..ป..ร.ะ..ช..มุ .ใ.ห..ญ... ........................................................................P...3..5.. .ห..ม.ว..ด..ท..ี่ 5...:.ก..า..ร.เ.ง.นิ..แ..ล..ะ.ท..ร.ัพ..ย..ส..ิน....................................................................P...3..6.. .ห..ม.ว..ด..ท..่ี 6...:.ก..า.ร..เ.ป..ล..ย่ี .น..แ..ป..ล..ง.แ.ก..ไ.ข..ข.อ..บ..งั..ค..บั ..แ.ล..ะ.ก..า.ร..เ.ล..กิ .ส..ม..า..ค..ม.................................P...3..8.. .ห..ม.ว..ด..ท..่ี 7...:.ข..อ.ป..ฏ..ิบ..ตั..วิ..า .ด..ว..ย..ก.า..ร.บ..นิ..ข..อ..ง.ส..ม..า.ค..ม..ฯ.................................................P....3.8.. .ห.ม..ว..ด..ท..่ี 8..:..บ..ท..ล..ง.โ.ท..ษ.................................................................................P...4..2.. .ห..ม.ว..ด..ท..ี่ 9...:.บ..ท..เ.ฉ..พ..า.ะ.ก..า..ล............................................................................P....4.3..
ตัวขอบังคบั ของสมาคมท่ีเกีย่ วขอ งกบั การบนิ ขอบังคับของสมาคมท่ีเกี่ยวของกับการบินในเร่ืองท่ัวไป ตองมีขอในสวนท่ีเกี่ยวกับการบินอยางนอยในเรื่องดังตอไปน้ี อยางชัดเจน หมวด 1: ความท่ัวไป 1.1 สมาคมน้ีมีชอื่ วา สมาคมการบิน.....ยอวา “กขค” เรียกเปน ภาษาองั กฤษวา…..ยอวา XXX 1.2 โลโกเครอ่ื งหมายของสมาคม 1.3 สาํ นักงานต้งั อยทู .ี่ .................................................................................................. 1.4 วัตถปุ ระสงคข องสมาคมจะตอ งปรากฏชดั เจนวามวี ัตถุประสงคในการฝก บินใหช ดั เจน C 1.4.1 สมาคมมีวัตถุประสงคในดานการฝกบินใหกับศิษยการบินทั้งภาคพื้นและภาคอากาศ โดยใชอากาศ H A ยานเบาพิเศษ (Very Light Aircraft) หรือ อากาศยานหน่ึงเครื่องยนต (Single Engine Aircraft) หรือ อากาศยานสอง P เคร่ืองยนต (Multi Engine Aircraft) เพ่ือใหไดใบอนุญาต นักบินสวนบุคคล (Private Pilot License) ตามระเบียบที่ T คณะกรรมการการบนิ พลเรือนกาํ หนด E R 1.4.2 สง เสริมใหน ักบนิ ท่ัวไปมโี อกาสเพ่ิมชัว่ โมงการบิน เพิม่ ทักษะและประสบการณ 1.4.3 สง เสริมใหการบนิ เปนทนี่ ิยมของประชนท่วั ไป ไมจํากัดเพศ สญั ชาติ และศาสนา 1.4.4 สงเสริมสามัคคีธรรม ใหความบันเทิง เกื้อกูลซ่ึงกันและกันในหมูสมาชิกและเชิดชูเกียรติสมาชิก สมาคม 1.4.5 สงเสรมิ ใหม ีนักบนิ อาสาสมคั รไวใชงาน ในยามประเทศชาตเิ กิดตองการนักบินเปนการฉกุ เฉิน 1.4.6 สงเสรมิ การศึกษาตอเน่อื ง (Continuing Education) แกศษิ ยก ารบินและนกั บนิ ทวั่ ไป 1.4.7 สง เสรมิ การใหค วามรูทั่วไปเก่ยี วกับการบินแกป ระชาชน 1.4.8 สง เสริมกจิ กรรมการทอ งเท่ยี วทางอากาศ เชน Airshow, Fly-Festival เปน ตน 1.4.9 เพือ่ บาํ เพญ็ การกุศลสาธารณประโยชน 1.4.10 สมาคม จะไมด าํ เนนิ การใดๆเกี่ยวขอ งกับการเมือง 1.4.11 สมาคม จะไมมีวัตถุประสงคต ั้งโตะสนุกเกอร หรอื เพ่ือการพนันทกุ ชนดิ ในสมาคม 1.4.12 สมาคม ไมดําเนินการใดๆเก่ียวกับการพนัน การหาผลกําไรมาแบงปนกัน ตลอดจนไมทําใหเส่ือม เสยี จารตี ประเพณแี ละวฒั นธรรมอนั ดีงานของชาติ P.30 4
1.5 คณะกรรมการสมาคม เปนผูกําหนดขอบังคับวาดวยการบินของสมาคม และอาจเปลี่ยนแปลง แกไข เพิ่มเติม ยกเลกิ ไดต ามสมควรแกกรณี 1.5.1การเปลี่ยนแปลง แกไข เพ่ิมเติม หรือยกเลิกขอบังคับฯ เฉพาะท่ีเกี่ยวกับดานความปลอดภัยในการ เดนิ อากาศ และ/หรอื ดานการควบคุมการจราจรทางอากาศ จะมผี ลบงั คบั ใชเม่ือไดรบั ความเห็นชอบจากสาํ นกั งานการ บินพลเรือน คณะกรรมการสมาคมฯ มีอํานาจและหนาที่ในการควบคุมดูแลใหสมาชิกสมาคมฯ ปฏิบัติตามขอบังคับฯ กรณมี กี ารฝาฝน ใหตกั เตอื น หรอื ลงโทษตามสมควรแกก รณี 1.6 ผูอํานวยการบิน คือ ผูท่ีคณะกรรมการฯ แตงตั้งจากผูท่ีมีความรูดานการปฏิบัติการบินและปฏิบัติการ ภาคพื้น เพ่ือทําหนาท่ีควบคุมการบินทุกประเภท กรณีผูอํานวยการมอบอํานาจใหผูอ่ืนทําการแทน ผูรับมอบอํานาจ จะตอ งเปน ผทู ม่ี ีความรูดา นการปฏิบตั ิการบินและการปฏบิ ัตภิ าคพน้ื ดินดว ย หมวดท:ี่ 2 สมาชกิ C 2.1 สมาชิกของสมาคมมี xxx ประเภท ยกตัวอยา ง H 2.1.1 สมาชิกสามัญ ไดแก บคุ คลทป่ี ระสงคจ ะทําการบินและมคี ุณสมบตั ิในการบนิ ครบถว น A 2.1.2 สมาชิกวิสามัญ ไดแก บุคคลท่ีสนใจในกิจกรรมของสมาคมการบินฯ สมาชิกสามัญทานใดที่มี P T คณุ สมบตั ใิ นการบนิ ครบถว น สามารถเขา รว มกจิ กรรมการบินของสมาคมฯ ได E 2.1.3 สมาชิกกิตติมศักด์ิ ไดแก บุคคลผูทรงเกียรติหรือทรงคุณวุฒิ หรือผูมีอุปการคุณแกสมาคมฯ ซึ่ง R คณะกรรมการลงมติใหเชิญเขาเปนสมาชิกของสมาคมฯ สมาชิกกิตติมศักดิ์ทานใดมีคุณสมบัติครบถวนสามารถเขารวม 14 P.31 กจิ กรรมการบินของสมาคมฯ ได 2.2 สมาชิกจะตอ งประกอบดวยคุณสมบตั ิ ดังตอ ไปน้ี • มอี ายคุ รบ xx ปบรบิ รู ณ • มหี ลักฐานสํามะโนครัว และสญั ชาตโิ ดยถกู ตอ ง • มีความประพฤติดี ไมมีหน้ีสินพนตัว ไมติดยาเสพติด หรือเครื่องดองของเมาใดๆ ทั้งไมเปนผูอยูใน ระหวางเปนจําเลยในคดีอาญา และไมเคยรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษา เวนแตความผิดอันกระทําโดย ประมาท หากเคยตองโทษจาํ คกุ ตอ งไดพนโทษมาแลว เกนิ กวา x ป • สมาชกิ สามญั หนึ่งคนเปน ผูร บั รอง • มีสุขภาพรางกายแขง็ แรงและจิตใจสมบรู ณ • ตองชาํ ระคา บํารงุ สมาคมฯ ตามระเบยี บในกาํ หนดเวลา 2.3 คา ลงทะเบียน และคา บํารุงสมาคมฯ
2.4 การสมัครเขาเปนสมาชิกของสมาคมฯ ใหผูประสงคจะสมัครเขาเปนสมาชิกของสมาคมฯ ยื่นในใบสมัคร ตามแบบของสมาคมฯ ตอเลขานุการ โดยสมาชิกสามัญรับรองอยางนอย xx คน และใหเลขานุการติดประกาศรายช่ือ ผูสมัครไว ณ สํานักงานของสมาคมฯ เปนเวลาไมนอยกวา xx วัน เพื่อใหสมาชิกอื่นๆ ของสมาคมฯ จะไดคัดคานการ สมัครน้นั เมือ่ ครบกาํ หนดประกาศแลว ใหเลขานุการนาํ ใบสมัครและหนังสอื คดั คา นของสมาชิก (ถาม)ี เสนอตอ ทีป่ ระชุม คณะกรรมการเพ่ือใหพิจารณาอนุมัติวาจะรบั หรอื ไมรับเขาเปนสมาชกิ ของสมาคมฯ และเมื่อคณะกรรมการการพิจาณา แลว ผลเปนประการใดใหเลขานกุ ารเปน ผูแจง ใหผ สู มัครทราบโดยเร็ว 2.5 ถาคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติใหรับสมัครเขาเปนสมาชิก ใหผูสมัครนั้นชําระเงินคาลงทะเบียนและคา บํารุงสมาคมฯ ใหเสร็จภายใน xx วัน นับแตวันที่ไดรับแจงจากเลขานุการ และสมาชิกภาพของผูสมัคร ใหเร่ิมนับต้ังแต วันที่ผูสมัครชําระเงินคาลงทะเบียน และคาบํารุงสมาคมฯ เปนท่ีเรียบรอยแลว แตถาผูสมัครไมชําระเงิน คาลงทะเบียน และคา บาํ รุงภายในกําหนด ใหถ ือวาการสมัครคราวนัน้ เปนอนั ยกเลกิ 2.6 สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักด์ิ ใหเร่ิมนับตั้งแตวันท่ีหนังสือตอบรับคําเชิญของผูที่คณะกรรมการให พจิ ารณาลงมติใหเชญิ เขาเปนสมาชกิ ของสมาคมฯ ไดมาถงึ ยงั สมาคมฯ สมาชิกภาพของสมาชกิ ใหส้นิ สุดลงดวยเหตุ ดังตอ ไปน้ี • ตาย • ลาออก โดยย่ืนหนังสือเปนลายลักษณอักษรตอคณะกรรมการ และคณะกรรมการไดพิจารณาอนุมัติ และสมาชกิ ผูน้นั ไดชาํ ระหนสี้ นิ ทยี่ ังตดิ คา งอยกู บั สมาคมฯ เปน ที่เรียบรอย • ขาดคุณสมบัตสิ มาชกิ • ทปี่ ระชุมใหญข องสมาคมฯ หรอื คณะกรรมการไดพ ิจาณาลงมติใหลบชือ่ ออกจากทะเบียนเพราะสมาชิก ผูนั้นไดประพฤตินําความเส่ือมเสียมาสูสมาคมฯ หรือสมาชิกผูน้ันไดประพฤติฝาฝนขอกําหนดเกี่ยวกับ การบนิ • ตองคําพิพากษาถึงท่ีสุดใหจําคุก เวนแตกระทําผิดกําหนดโทษขั้นลหุโทษ หรือความผิดอันไดกระทํา โดยประมาท 2.7 สิทธิและหนาทข่ี องสมาชกิ C 2.7.1 มสี ทิ ธิเขาใชสถานที่ของสมาคมฯ โดยเทาเทยี มกนั H 2.7.2 มสี ทิ ธิเสนอความคิดเห็นเกยี่ วกับการดําเนินการของสมาคมฯ ตอคณะกรรมการ A 2.7.3 มีสิทธิไดร บั สวัสดกิ ารตา งๆ ที่สมาคมฯ ไดจัดใหมีขึ้น P 2.7.4 มสี ทิ ธิเขา รวมประชุมใหญของสมาคมฯ T 2.7.5 สมาชิกสามัญมีสิทธใิ นการเลือกตั้ง หรือไดรับการเลือกตั้ง หรือแตงต้ังเปนกรรมการสมาคมฯ และมี E R สิทธิออกเสียงลงมติตางๆในท่ีประชุมไดคนละ 1 คะแนนเสียง P.32 4
2.7.6 มีสิทธิรองขอตอ คณะกรรมการ เพอื่ ตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพยข องสมาคมฯ 2.7.7 มีสิทธิเขาช่ือรวมกันอยางนอย 1 ใน 4 ของสมาชิกท้ังหมด หรือจํานวนไมนอยกวา 50 คน ทํา หนงั สือรองขอตอคณะกรรมการใหจ ัดประชมุ ใหญว ิสามัญได 2.7.8 มีหนา ที่จะตองปฏบิ ตั ิตามระเบยี บปฏบิ ตั ิ และขอบงั คับของสมาคมฯ โดยเครงครัด 2.7.9 มีหนา ที่ประพฤตติ นใหสมกบั เกยี รติที่เปนสมาชิกของสมาคมฯ 2.7.10 มหี นา ท่ใี หค วามรวมมือและสนบั สนุนการดาํ เนินกิจการตา งๆ ของสมาคมฯ 2.7.11 มหี นา ที่รวมกิจกรรมทส่ี มาคมฯ ไดจ ัดใหมขี ้ึน 2.7.12 มหี นาท่ีชวยเผยแผรช ื่อเสยี งของสมาคมฯ ใหเ ปน ที่รจู กั อยา งแพรห ลาย หมวดท่ี 3: การดาํ เนินกจิ การสมาคม C 3.1 ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทําหนาท่ีบริหารกิจการของสมาคมฯ มีจํานวนอยางนอย xx คน อยางมากไม H เกิน xx คน คณะกรรมการน้ีตองเปนสมาชิกสามัญที่ไดมาจากการเลือกต้ังของท่ีประชุมใหญของสมาคมฯ และใหผูที่ได A เลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ เลือกต้ังกันเองเปนนายกสมาคม 1 คน และอุปนายกอยางนอย 1 คน สําหรับตําแหนง P กรรมการในตําแหนงอ่ืนๆ ของสมาคมฯ ใหนายกสมาคมฯ เปนผูแตงต้ัง ผูที่ไดรับเลือกจากท่ีประชุมใหญเขาดํารง T ตําแหนงตางๆ ของสมาคม ตามท่ีไดกําหนดไวซ่ึงตําแหนงของกรรมการสมาคมฯ มีตําแหนงและหนาที่โดยสังเขป E ดังตอ ไปนี้ R 3.1.1 นายกสมาคม 14 P.33 ทําหนาท่ีเปนหัวหนาในการบริหารกิจการของสมาคมฯ เปนผูแทนสมาคมฯ ในการติดตอกับ บคุ คลภายนอก และทําหนาทเ่ี ปนประธานในการประชุมคณะกรรมการและการประชมุ ใหญของสมาคมฯ 3.1.2 อุปนายก ทําหนาท่ีเปนผูชวยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคมฯ ปฏิบัติตามหนาที่ที่นายกสมาคมได มอบหมายและทําหนาที่แทนนายกสมาคมเม่ือนายกสมาคมไมอยูหรือไมสามารถจะปฏิบัติหนาท่ีได แตการทําหนาที่ แทนนายกสมาคมฯ ใหอปุ นายกตามลําดบั ตําแหนงเปน ผกู ระทาํ การแทน 3.1.3 เลขานกุ าร ทาํ หนาทเี่ กย่ี วกบั งานธรุ การของสมาคมฯ ทั้งหมด เปนหัวหนาเจา หนา ทขี่ องสมาคมฯ ในการปฏิบัตกิ ิจการ ของสมาคมฯ และปฏิบัติตามคําสัง่ ของนายกสมาคม ตลอดจนทําหนาทเ่ี ปน เลขานุการในการประชมุ ตางๆ ของสมาคมฯ 3.1.4 เหรญั ญกิ มีหนา ทเ่ี กยี่ วกับการเงนิ ทงั้ หมดของสมาคมฯ เปนผจู ัดทําบญั ชรี ายรับ รายจา ยงบดลุ ของสมาคมฯ และเก็บ เอกสารหลักฐานตางๆ ของสมาคมฯ ไวเ พือ่ ตรวจสอบ 3.1.5 ปฏิคม
มีหนาท่ีในการใหการตอนรับแขกของสมาคมฯ เปนหัวหนาในการจัดเตรียมสถานท่ีของสมาคมฯ และ C จัดเตรยี มสถานที่ประชุมตางๆของสมาคมฯ H A 3.1.6 นายทะเบียน P มหี นา ที่เกย่ี วกบั ทะเบยี นสมาชกิ ทัง้ หมดของสมาคมฯ ประสานงานกบั เหรัญญกิ ในการเรียกเก็บเงนิ คาบํารุง T สมาคมฯ จากสมาชิก E 3.1.7 ประชาสัมพันธ R มีหนาที่เผยแพรกิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมฯ ใหสมาชิก และบุคคลโดยทั่วไปใหเปนท่ีรูจัก แพรห ลาย 3.1.8 กรรมการ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรใหมีขึ้น โดยมีจํานวนเม่ือรวมกับตําแหนงกรรมการ ขา งตนแลว จะไมเกนิ จาํ นวนทขี่ อ บงั คบั กาํ หนดไว แตถา คณะกรรมการมไิ ดกาํ หนดตาํ แหนงก็ถือวา เปน กรรมการกลาง 3.2 คณะกรรมการของสมาคมฯ สามารถอยูในตําแหนงในคราวละ xx ป และเมื่อคณะกรรมการอยูในตาํ แหนง ครบกําหนดตามวาระแลว แตคณะกรรมการชุดใหมยังไมไดรับอนุญาตใหจดทะเบียนจากทางราชการ ก็ให คณะกรรมการท่ีครบกําหนดวาระรักษาการไปพลางกอน จนกวาคณะกรรมการชุดใหมจะไดรับอนุญาตใหจดทะเบียน ทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหมไดรับอนุญาตใหจดทะเบียนจากทางราชการเปนท่ีเรียบรอยแลว ก็ใหทําการ สงและรับมอบงานกันระหวา งคณะกรรมการชุดเกา และคณะกรรมการชุดใหมใหเปนที่เสร็จสิ้นภายใน xx วัน นับต้ังแต วนั ท่ีคณะกรรมการชดุ ใหมไดร บั อนุญาตใหจ ดทะเบยี นจากทางราชการ 3.3 ตําแหนงกรรมการสมาคมฯ ถาตองวางลงกอนครบกําหนดวาระก็ใหค ณะกรรมการแตงต้ังสมาชิกสามัญคน ใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเขาดํารงตําแหนง แทนตําแหนงที่วางลงนั้น แตผูดํารงตําแหนงแทนอยูในตําแหนงไดเทากับวาระ ของผทู ี่ตนแทนเทาน้ัน 3.4 กรรมการอาจจะพน จากตําแหนงซ่ึงมใิ ชเปน การออกจากวาระดวยเหตุผลตอ ไปนี้ คือ 3.4.1 ตาย 3.4.2 ลาออก 3.4.3 ขาดจากสมาชกิ ภาพ 3.4.4 ทป่ี ระชมุ ใหญล งมตใิ หออกจากตําแหนง 3.5 กรรมการที่ประสงคจะลาออกจากตําแหนงกรรมการ ใหยื่นใบลาออกเปนลายลักษณอักษรตอ คณะกรรมการ และใหพน จากตําแหนงเม่ือคณะกรรมการมมี ติใหอ อก 3.6 อาํ นาจและหนาท่ขี องคณะกรรมการ 3.6.1 มอี าํ นาจออกระเบียบปฏิบัติตางๆ เพอื่ ใหสมาชิกไดปฏิบตั ิ โดยระเบยี บปฏิบตั ิน้ันจะตองไมขัดขืนตอ ขอบังคับ ฉบบั น้ี 3.6.2 มีอาํ นาจแตง ต้งั และถอดถอนเจา หนา ที่ของสมาคมฯ P.34 4
3.6.3 มีอํานาจแตงตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได แตกรรมการท่ีปรึกษาหรืออนุกรรมการจะ สามารถอยใู นตาํ แหนงไดไ มเ กนิ วาระของคณะกรรมการท่ีแตงต้ัง 3.6.4 มอี าํ นาจเรียกประชมุ ใหญ สามัญประจาํ ป และประชุมใหญว สิ ามัญ 3.6.5 มีอาํ นาจแตง ตัง้ กรรมการในตาํ แหนงอนื่ ๆ ทย่ี ังมไิ ดกําหนดไวใ นขอบงั คับนี้ 3.6.6 มีอํานาจบริหารกิจการของสมาคมฯ เพื่อใหเปนไปตามวัตถุประสงคตลอดจนมีอํานาจอ่ืนๆ ตามที่ ขอ บังคับไดก ําหนดไว 3.6.7 มีหนา ทรี่ ับผดิ ชอบในกิจการทงั้ หมด รวมทง้ั การเงนิ และทรพั ยสนิ ทั้งหมดของสมาคมฯ 3.6.8 มีหนาท่ีจัดใหมีการประชุมวิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญ จํานวน xx ใน xx ของสมาชิกทั้งหมด ได เขาช่ือรองขอใหจัดประชุมใหญวิสามัญขึ้น ซ่ึงการน้ีจะตองจัดใหมีการประชุมใหญวิสามัญขึ้นภายใน xx วัน นับแตวันท่ี ไดร บั หนังสือรอ งขอ 3.6.9 มีหนาที่จัดทําเอกสารหลักฐานตางๆ ท้ังที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพยสินและการดําเนินกิจกรรมตางๆ ของสมาคมฯ ใหถูกตอ งตามหลกั วิชาการและสามารถใหสมาชิกตรวจดูไดเมื่อสมาชกิ รอ งขอ 3.6.10 จดั ทาํ บันทกึ การประชุมตางๆของสมาคมฯ เพื่อเกบ็ ไวเปนหลกั ฐานและจัดสงใหสมาชกิ ไดรับทราบ 3.6.11 มีหนาท่อี ื่นๆ ตามทข่ี อบังคับไดกาํ หนดไว 3.6.12 คณะกรรมการจะตอ งประชมุ กันอยา งนอยเดือนละ x คร้ัง ทัง้ น้ีเพื่อปรกึ ษาเร่ืองเกย่ี วกบั การบริหาร กิจการของสมาคมฯ 3.6.13 การประชุมคณะกรรมการ จะตองมีกรรมการเขารวมประชุมไมนอยกวาครึ่งหนึ่งของกรรมการ ท้ังหมด จึงจะถือวาครบองคประชุม มติของท่ีประชุมคณะกรรมการ ถาขอบังคับมิไดกําหนดไวเปนอยางอ่ืน ก็ใหถือ คะแนนเสยี งมากเปน เกณฑ แตถ าคะแนนเสยี งเทา กันก็ใหป ระธานในการประชมุ เปนผชู ีข้ าด 3.6.14 ในการประชุมคณะกรรมการ ถานายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไมอยูในท่ีประชุม หรือไม สามารถปฏิบัติหนาที่ได ก็ใหกรรมการท่ีเขาประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพ่ือใหกรรมการคนใดคนหนึ่งทําหนาที่ เปน ประธานการประชมุ คราวน้นั หมวดที่ 4: การประชุมใหญ C 4.1 การประชมุ ใหญข องสมาคมฯ มี x ชนดิ คือ H 4.1.1 ประชุมใหญสามัญ A 4.1.2 ประชุมใหญวสิ ามัญ P T 4.2 คณะกรรมการจะตองจัดใหมีการประชมุ ใหญส ามัญประจาํ ปๆ ละ x คร้ัง E R 14 P.35
4.3 การประชุมใหญวิสามัญ อาจจะมีข้ึนไดก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดใหมีข้ึน หรือเกิดขึ้นดวยการ เขาช่อื รว มกันของสมาชกิ ไมนอ ยกวา x ใน x ของสมาชิกสามญั ท้ังหมด หรอื สมาชิกจาํ นวนไมน อ ยกวา xx คน ทําหนังสือ รองขอตอคณะกรรมการใหจดั มขี ้นึ 4.4 การแจงกําหนดนัดประชุมใหญใหเลขานุการเปนผูแจงกําหนดนัดประชุมใหญใหสมาชิกไดทราบ และการ แจงจะตองเปนลายลักษณอักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานท่ีใหชัดเจน โดยจะตองแจงใหสมาชิกไดทราบลวงหนาไม นอยกวา x วัน และประกาศแจงกําหนดนัดประชุมไว ณ สํานักงานของสมาคมฯ เปนเวลาไมนอยกวา x วันกอนถึง กําหนดการประชมุ ใหญ 4.5 การประชุมใหญสามญั ประจําป จะตองมีวาระการประชุมอยา งนอย ดงั ตอ ไปนี้ 4.5.1 แถลงกิจการทผี่ านมาในรอบป 4.5.2 แถลงบัญชีรายรบั รายจาย และบัญชีงบดลุ ของปท ่ีผา นมาใหสมาชกิ รบั ทราบ 4.5.3 เลอื กตั้งคณะกรรมการชุดใหญ เม่อื ครบกําหนดวาระ 4.5.4 เลือกตง้ั ผสู อบบัญชี 4.5.5 เรอ่ื งอื่นๆ (ถา มี) 4.6 ในการประชุมใหญสามัญประจําป หรือการประชุมใหญวิสามัญ จะตองมีสมาชิกสามัญเขารวมประชุมไม นอ ยกวาคร่ึงหนงึ่ ของสมาชิกท้ังหมด จงึ จะถอื วาครบองคประชุม แตถา เม่ือถึงกาํ หนดเวลาประชุมยังมสี มาชิกสามัญ เขา รวมประชุมไมครบองคประชุม ใหคณะกรรมการของสมาคมฯ เรียกประชุมใหญอีกคร้ังหนึ่ง โดยจัดใหมีการประชุมข้ึน ภายใน xx วัน นับแตวันท่ีนัดประชุมครั้งแรก สําหรับการประชุมในคร้ังหลังนี้ ถาสมาชิกสามัญเขารวมประชุมเปน จํานวนเทาใด ก็ใหถือวาครบองคประชุม ยกเวนถาเปนการประชุมใหญวิสามัญที่เกิดขึ้นจากการรองขอของสมาชิก ไม ตอ งจัดประชมุ ใหม ใหถือวา การประชมุ เปนอนั ยกเลกิ 4.7 การลงมติตางๆ ในทีป่ ระชมุ ถาขอบังคับมิไดกําหนดไวเปน อยางอ่นื ก็ใหถ ือคะแนนเสียงขางมากเปนเกณฑ แตถ าคะแนนเสียงทล่ี งมติมีคะแนนเสยี งเทากัน ใหประธานในการประชุมเปน ผูช ีข้ าด 4.8 ในการประชุมใหญของสมาคมฯ ถานายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไมมารวมประชุม หรือไมสามารถจะ ปฏบิ ัตหิ นา ท่ีได ก็ใหท ปี่ ระชมุ ใหญทาํ การเลือกต้ังกรรมการท่ีมารวมประชุมคนใดคนหนึง่ ใหทาํ หนา ท่ีเปนประธานในการ ประชุมคราวนน้ั หมวดท่ี 5: การเงินและทรัพยสนิ 5.1 การเงินและทรัพยสนิ ท้ังหมดใหอยูในความรบั ผดิ ชอบของนายกสมาคมฯ เงินสดของสมาคมฯ ถามี ใหฝาก C ไวใน ธนาคาร xxxxx จํากัด สาขา xxxx H A 5.2 การลงนามในต๋ัวเงินหรือเช็คของสมาคมฯ ตองมีลายมือช่ือของนายกสมาคมฯ หรือผูทําการแทนลงนาม P รวมกับเหรญั ญิก หรือเลขานุการ พรอ มกับประทับตราของสมาคมฯ จึงจะถอื วาใชได T E R P.36 4
C 5.3 ใหนายกสมาคมมีอํานาจส่ังจายเงินของสมาคมฯ ไดครั้งละไมเกิน xxxxxxxx บาท (xxxxxxxบาทถวน) ถา H เกินกวาน้ันตองรับอนุมัติจากคณะกรรมการ และคณะกรรมการจะอนุมัติใหจายเงินไดครั้งละไมเกิน xxxxxxx บาท A (xxxxxxxxบาทถว น) ถา จําเปน จาํ ตองจา ยเกนิ กวานี้ตอ งไดร ับอนุมตั ิจากท่ปี ระชุมใหญของสมาคมฯ P T 5.4 ใหเหรญั ญิก มอี ํานาจเกบ็ รกั ษาเงนิ สดของสมาคมไดไมเกนิ xxxxxxxx บาท (xxxxxxxบาทถว น) ถา เกินกวา E นจ้ี ะตอ งนาํ ฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมฯ ทนั ทที โ่ี อกาสอํานวยให R 5.5 เหรัญญิกจะตองทําบัญชีรายรับ รายจาย และบัญชีงบดุล ใหถูกตองตามหลักวิชาการ การรับหรือจายเงิน 14 P.37 ทุกคร้ัง จะตองมีหลักฐานเปนหนังสือ ลงลายมือช่ือของนายกสมาคมหรือผูทําการแทน รวมกับเหรัญญิกหรือผูทําการ แทนพรอมกบั ประทับตราของสมาคมฯ ทุกคร้งั 5.6 ผสู อบบญั ชี จะตอ งมิใชกรรมการหรือเจา หนาทขี่ องสมาคมฯ และจะตอ งเปนผสู อบบญั ชีทไ่ี ดรับอนุญาต 5.7 ผูสอบบัญชีมีอํานาจหนาท่ีจะเรียกเอกสารท่ีเกี่ยวกับการเงินและทรัพยสินจากคณะกรรมการและสามารถ เชิญกรรมการ หรอื เจา หนาทข่ี องสมาคมฯ เพื่อสอบถามเก่ียวกับบญั ชีและทรัพยส ินของสมาคมฯ ได 5.8 คณะกรรมการจะตอ งใหความรวมมือกับผสู อบบัญชี เม่ือไดรับการรอ งขอ 5.9 คณะกรรมการสมาคมฯ เปน ผูก ําหนดอตั ราคาช่ัวโมงบิน คา บาํ รุงสมาคม และคาใชจา ยอ่นื ๆ และอาจมีการ เปลย่ี นแปลงไดตามความเหมาะสม 5.10 สมาชกิ จะตองชําระคาชวั่ โมงบนิ ลว งหนา นอกจากจะไดรบั อนุญาตจากผูอาํ นวยการบนิ 5.11 สมาชิกจะตองชําระคาบํารุงสมาคมฯ ตามอัตราท่ีคณะกรรมการสมาคมฯ กําหนด โดยการชําระลวงหนา กอ นทําการบิน 5.12 สมาชิกท่ีขาดการชําระคาบํารุงสมาคมฯ เกินกวา x เดือนหรือเปนหน้ีสมาคมฯ ในดานคาช่ัวโมงบินหรือ อ่ืนๆ เมื่อไดรบั การทวงถามจากสมาคมฯ x ครงั้ และยงั ไมชาํ ระเงินอาจจะถูกออกจากการเปนสมาชิกของสมาคมฯ หาก ไมใหค าํ อธิบายเปน ท่พี อใจแกคณะกรรมการสมาคมฯ 5.13 สมาชิกท่ีขาดการชําระคาบํารุงสมาคมฯ จะไมไ ดรับอนญุ าตใหทําการบินจนกวาจะชําระคาบาํ รุงสมาคมฯ 5.14 ในกรณีตอ งเสียคา ขึ้น - ลง และคาจอดทีส่ นามบิน สมาชิกผทู ําการบนิ จะตอ งจา ยเองทกุ ครง้ั 5.15 ในกรณีท่ีเกิดอุบัติเหตุจนเปนเหตุใหเกิดความเสียหายแกทรัพยสินของสมาคมฯ หรือของผูอ่ืน คณะกรรมการสมาคมฯ จะสอบสวนสาเหตุและอาจตัดสนิ ใหส มาชิกผูรบั ผดิ ชอบปฏบิ ตั ิอยา งใดอยางหน่ึงหรอื หลายอยาง ดังตอ ไปน้ี 5.15.1 พกั การบนิ 5.15.2 ชาํ ระคาปรบั ไมเกิน xxxxxxxx บาท (xxxxxxxบาทถว น) 5.15.3 ในกรณีที่เปนความผิดโดยเจตนาฝาฝนขอบังคับวาดวยการบินของสมาคมฯ หรือดวยความ ประมาทเลินเลอสมาชิกผูกอเหตุตองรบั ผิดชอบตอความเสียหาย และคาใชจายใดๆ ตอสมาคมฯ หรือของผูอื่นในสวนที่ เกินจากที่บริษัทประกันภัยยินยอมจาย ถาบริษัท ประกันภัยไมยอมจาย สมาชิกผูกอเหตุตองรับผิดชอบคาเสียหายและ คาใชจา ยทง้ั หมด เวนแตเ หตแุ หง วบิ ัติไมไดเ กิดจากความผิดของสมาชิกหรือดว ยเหตุสดุ วิสัย
5.16 ใหคณะกรรมการสมาคมฯ ทาํ การบนั ทึกรายรบั รายจา ย การใช และการบํารงุ รกั ษาอากาศยานทุกคร้ัง 5.17 คณะกรรมการสมาคมฯ ตอ งแสดงรายการไดมาหรือการจําหนา ยอากาศยานของสมาคมฯ ทุกครง้ั ท่ีมีการ เปลย่ี นแปลงอากาศยานของสมาคมฯ หมวดท่ี 6: การเปล่ยี นแปลงแกไ ขขอ บังคบั และการเลิกสมาคม 6.1 ขอบังคับของสมาคมฯ จะเปล่ียนแปลงแกไ ขไดโดยมตขิ องท่ีประชมุ ใหญเทานั้น และองคประชมุ ใหญจ ะตอง มีสมาชิกสามญั เขารว มประชมุ ไมน อยกวาคร่ึงหน่ึงของสมาชกิ สามัญทั้งหมด มติของทป่ี ระชุมใหญในการใหเปลี่ยนแปลง แกไ ขขอ บังคับ จะตองมีคะแนนเสยี งไมนอยกวา x ใน x ของสมาชกิ สามญั ทีเ่ ขารวมประชุมทง้ั หมด 6.2 การเลิกสมาคมฯ ตองเลิก ไมวาดวยเหตุใดๆ ก็ตาม ทรัพยสินของสมาคมฯ ที่เหลืออยูหลังจากที่ไดชําระ บัญชีเปนทเี่ รยี บรอ ยแลว ใหตกเปน ของ นิติบุคคลท่ีมวี ตั ถุประสงคเ กี่ยวกบั สาธารณกศุ ล หมวดท่ี 7: ขอปฏิบัติวา ดวยการบินของสมาคมฯ 7.1 ขอ บังคับวาดว ยเรือ่ งเกีย่ วกบั การบนิ ของสมาคมการบินอบุ ล ตองมรี ายละเอยี ด ดังตอไปน้ี C 7.1.1 เครื่องบินของสมาคมฯ ทุกลํา ตองมีใบอนุญาตและใบสําคัญฯ ตาม พ.ร.บ. การเดินอากาศ พ.ศ. H A 2497 P - ใบสําคญั การจดทะเบยี น (Certificate of Registration) T - เครื่องหมายสัญชาติและทะเบยี น (Identification mark of nationality registration) E - ใบสําคัญสมควรเดินอากาศ (Special airworthiness certificate) R - สมดุ ปมู เดนิ ทาง (Journey Log Book) - ใบอนญุ าตผปู ระจําหนา ที่แตละคน (Certificate for each personnel on board) - ใบอนญุ าตเคร่อื งวิทยสุ ื่อสาร (ถา มเี ครือ่ ง) (Radio license should radio be on board) - ใบอนญุ าตใหใ ชอากาศยานสวนบุคคล (Using private aircraft for air navigation license) - กรมธรรมประกันภัยอากาศยาน สาํ หรับความเสยี หายอนั อาจเกิดข้ึนแกร างกาย ชวี ติ ตลอดจนทรัพยสิน ของบคุ คลที่สาม (Liability to third party for bodily injury, property damage) 7.1.2 เครื่องบินของสมาคมฯ ทุกลํา ตองจัดใหมีเครื่องวัดและอุปกรณจํานวนอยางนอยตามที่สํานักงาน การบนิ พลเรอื นแหง ประเทศไทยกําหนดและสมาคมฯ ตอ งตรวจตราดูแล ปรนนิบตั ิบาํ รงุ เคร่ืองวดั และอปุ กรณใหใชงาน ตามปกตเิ สมอ 7.1.3 ผูท่ที ําการบิน จะตอ งมีใบอนุญาตหรือไดรับการรับรองใบอนุญาตนักบนิ ตาม พ.ร.บ. การเดนิ อากาศ พ.ศ.2497 และมีสิทธิทําการบินตามขอบังคับของคณะกรรมการการบินเรือน ฉบับท่ี 48 วาดวยสิทธิทําการบินของผูถอื P.38 4
C ใบอนญุ าตนกั บนิ และมใี บสําคัญแพทยทมี่ ีผลบงั คบั ติดตัวทุกครั้ง กรณีอากาศยานเบาพิเศษนนั้ ตอ งปฏิบัติตามมาตรการ H ดา นความปลอดภยั และการปฏบิ ตั ิการบินตามขอบังคับของคณะกรรมการการบนิ พลเรือน ฉบับที่ 43 A P 7.1.4 สมาคมฯ ตองควบคุมดูแลใหสมาชิก ผูทําการบิน ผูโดยสาร เจาหนาที่ท่ีประจําอากาศยานและ T ส่งิ ของผา นเขาออกทางชอ งทางตามท่ผี ูรับผิดชอบควบคุมดูแลสนามบิน หรือทข่ี นึ้ ลงชั่วคราวนนั้ ไดจดั ไว E R 7.1.5 สมาคมฯ และสมาชิกตอ งปฏิบตั ิตามระเบยี บ ประกาศ หรือคําสงั่ ของสํานกั งานการบนิ พลเรอื นแหง ประเทศไทยทเ่ี กย่ี วกับความปลอดภยั ในการเดนิ อากาศ 14 P.39 7.1.6 ผูอาํ นวยการบินอาจขอใหสมาชกิ ทาํ การทดสอบการบินไดท ุกเมอ่ื หากเหน็ วา ไมเ ปน การปลอดภยั ใน การทําการบนิ 7.1.7 ไมอ นญุ าตใหผทู ่ีเส่ือมสมรรถภาพ เน่อื งดวยสาเหตุตา งๆ เชน รา งกายไมป กติ มีอาการเจ็บปว ย เมา สรุ า ทําการบิน 7.1.8 หา มติดเครอื่ งยนตของเครอ่ื งบินในโรงเก็บเครื่องบนิ 7.1.9 สมาชิกของสมาคมฯ และผตู ิดตามเทา นน้ั ท่มี สี ิทธเิ ขาไปในโรงเกบ็ เคร่อื งบนิ 7.1.10 หามสบุ บุหรใี่ นบรเิ วณโรงเกบ็ เครื่องบิน สํานกั งานสมาคมฯ และภายในรศั มี 5 เมตร รอบเครื่องบิน หรอื ภาชนะเกบ็ เช้ือเพลงิ 7.2 บทการประกนั ภัย และความรับผดิ ชอบของนกั บิน 7.2.1 เคร่ืองบินของสมาคมฯ ทุกลํา ตองมีประกันภัยอากาศยานสําหรับความเสียหายอันเกิดขึ้นแก รางกาย ชวี ิต ตลอดจนทรพั ยส นิ ของบุคคลทสี่ าม (Liability to third party) โดยกรมธรรม เง่ือนไขและวงเงินประกันภัย ตอ งไดร ับอนมุ ัตจิ ากสํานกั งานการบนิ พลเรือนแหง ประเทศไทยท่ีและมีวงเงินประกัน ดงั ตอ ไปนี้ เครอื่ งบนิ ปก แข็ง (Fixed Wing) - น้ําหนักไมเกนิ xxx กิโลกรัม วงเงนิ ประกนั ไมต ํ่ากวา x บาท - นา้ํ หนกั เกนิ กวา xxx กิโลกรัม แตไ มเกนิ xxx กโิ ลกรัม วงเงนิ ประกนั ไมตา่ํ กวา x บาท - นํา้ หนกั เกนิ กวา xxx กิโลกรัมขน้ึ ไป วงเงนิ ประกนั ไมตา่ํ กวา x บาท เฮลิคอปเตอร (Helicopter) - นา้ํ หนักไมเ กนิ xxx กโิ ลกรมั วงเงินประกันไมต ํา่ กวา x บาท - นํ้าหนักเกนิ กวา xxx กิโลกรมั แตไ มเ กิน xxx กิโลกรัม วงเงินประกนั ไมต ํ่ากวา x บาท - น้ําหนักเกินกวา xxx กโิ ลกรัมข้นึ ไป วงเงนิ ประกนั ไมตํ่ากวา x บาท อากาศยานเบาพิเศษ (Very Light Aircraft) - นา้ํ หนกั ไมเ กิน xxx กิโลกรัม วงเงนิ ประกนั ไมต ํ่ากวา x บาท - นา้ํ หนักเกินกวา xxx กโิ ลกรัม แตไ มเ กนิ xxx กิโลกรมั วงเงนิ ประกนั ไมต ํา่ กวา x บาท - น้าํ หนกั เกนิ กวา xxx กิโลกรมั ขึ้นไป วงเงนิ ประกนั ไมต ํา่ กวา x บาท
ทั้งน้ีสมาคมฯ มีหนาท่ีระมัดระวังใหกรมธรรมมีอายุตลอดเวลาท่ีทําการบินและหามมิใหทําการบินใน C ระหวางที่กรมธรรมป ระกนั สิ้นอายุ H A สมาคมตองตอ อายกุ รมธรรมประกนั ภัยลวงหนา กอ นวันท่กี รมธรรมป ระกันภยั สิ้นอายไุ มนอ ยกวา xx วัน P หมายเหตุ T - เครื่องบนิ ปกแขง็ เฮลิคอปเตอร: นาํ้ หนกั สูงสดุ เม่ือบนิ ขึน้ (Maximum takeoff weight) E - อากาศยานเบาพิเศษน้ําหนักตัวเปลา โดยไมรวมทุนหรืออุปกรณความปลอดภัยท่ีมีไวใชในสภาวะ R อันตราย 7.2.2 กรณีท่ีเคร่ืองบินของสมาคมฯ ประสบอุบัติเหตุและมีความเสียหายเกิดข้ึนแกบุคคลที่สาม สมาคมฯ ตอ งรบี บรรเทาความเสียหายในเบ้ืองตน ไดแก - คารกั ษาพยาบาล ตอ งจายใหผเู สยี หายหรอื ทายาทของผูเ สียหายตามทไี่ ดจ า ยไปจริง - คาปลงศพ ตองจายใหตามอัตราที่สํานักงานการบินพลเรือนแหงประเทศไทยกําหนด ทั้งนี้ไมตัดสิทธิ ผูเ สยี หายหรือทายาทของผูเ สยี หายทีจ่ ะเรียกรองในสวนท่เี พ่ิมข้ึน รวมท้งั ความเสียหายอ่ืนๆ ซึ่งผนู ้ันมีสิทธิที่จะไดรับตาม กฎหมายดว ย การจายเงินชดใชสําหรับคารักษาพยาบาล และ/หรือคาปลงศพแกผูเสียหาย หรือทายาทของผูเสียหาย แลวแตกรณี 7.2.3 ผโู ดยสารท่ีทําการโดยสารไปกบั เครือ่ งบนิ ของสมาคมฯ จะไมรับความคมุ ครองจากการประกัน 7.2.4 นักบินท่ที าํ การบินจะไมไ ดรบั ความคุม ครองจากประกนั 7.2.5 ผทู จ่ี ะทาํ การบินและผทู ี่จะโดยสารไปกบั เครือ่ งบินของสมาคมฯ ตอ งอา นและทาํ ความเขาใจเง่ือนไข การประกนั ภัยของเครอื่ งบนิ สมาคมฯ ทกุ ครงั้ ซ่ึงสามารถขอรายละเอียดไดจากทที่ าํ การของสมาคมฯ 7.3 เงอ่ื นไขการเชา เครือ่ งบินจากสมาคมฯ ผูที่จะทําการบนิ ตองปฏิบัตดิ ังน้ี 7.3.1 ตองฟงการแนะนําและคําอธิบายจากผูอํานวยการบินเก่ียวกับ ATC ในประเทศไทย พ้ืนที่หามบิน ผา นและขอ ควรระวงั ในการทําการบินกับสมาคมฯ 7.3.2 ตอ งไดรบั การทดสอบการบนิ (Checked-out) จากผูอ าํ นวยการการบิน 7.3.3 ตองมีความรูเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย ตองและปฏิบัติตามขอบังคับวาดวยการบิน ของสมาคมฯ และระเบียบขอบังคับเก่ยี วกับการบินของหนว ยงานรฐั ทุกหนว ย โดยเฉพาะทรี่ ะบุในเอกสารแถลงขาวการ บิน (Aeronautical Information Publication: AIP) 7.3.4 ตอ งทาํ การศกึ ษาประกาศของนักบิน (NOTAM) ของสํานักงานการบนิ พลเรือนแหง ประเทศไทย 7.3.5 ตองทําการตรวจสอบสภาพอากาศสําหรับเสนทางที่จะไปและสนามบนิ ปลายทางกอนออกเดินทาง ทกุ ครั้ง โดยตรวจสอบไดที่หมาย 02-xxx-xxxx 7.3.6 กอนทําการบินตองแจงแผนการบนิ (Flight-Plan) ท่ี xxxx Approach หมายเลข 02-xxx-xxxx P.40 4
C 7.3.7 กอนทําการบินทุกคร้ังนักบินตองตรวจสอบเคร่ืองบินใหอยูในสภาพสมบูรณ (Pre-flight Checks) H และตรวจสอบวา เอกสารสาํ คัญในการเดนิ อากาศในประเทศไทยไดน าํ ติดตัวขนึ้ เครื่องบินเรียบรอยแลว A P 7.3.8 ตองลงนามในเอกสารยกเวนความรับผิดชอบของสมาคมฯ และสมาชิกตองรับผิดชอบความ T ประพฤติและความปลอดภยั ของผูทพี่ ามา E R 7.3.9 สําหรับการบินขามจังหวัด (Cross Country Flight) ตองมีการลงรายละเอียดในสมุดปูมของ สนามบนิ 14 P.41 7.3.10 อัตราเชาเคร่ืองบินของสมาคมฯ ไดรวมการประกันภัยบุคคลท่ีสามและประกันภัยช้ันหนึ่งไวแลว แตไมร วมถึงประกนั ชีวติ ของนกั บินและผโู ดยสาร ในกรณีเกดิ อุบตั ิเหตุหรอื เสียชีวิต 7.4 การเติมเชอ้ื เพลงิ ผปู ระจาํ หนาท่แี ละนักบินผูควบคุมการบนิ ตองมคี วามรับผิดชอบและมั่นใจวา ผทู ที่ ําการเติมเช้ือเพลิงแกอากาศ ยานมีความเขาใจและทราบถึงความปลอดภัยและขอจํากัดเฉพาะของอากาศยาน ท่ีแสดงตามคูมือการบิน ขอปฏิบัติ เบือ้ งตน ทผ่ี ูท าํ หนา ที่เติมเชอื้ เพลิงตองปฏบิ ตั ิ ดังน้ี 7.4.1 ตองมถี งั ดบั เพลิงในบริเวณท่ที าํ การเตมิ เชอื้ เพลงิ 7.4.2 เติมเชอื้ เพลงอากาศยานในบรเิ วณทกี่ าํ หนดใหเทา นน้ั 7.4.3 ผูท าํ หนา ทเี่ ตมิ เช้อื เพลิงตองทาํ การตอสายดินระหวางถังเชอื้ เพลิง ปม และตวั อากาศยาน 7.4.4 ในขณะทาํ การเติมเช้ือเพลิงตองไมม ีการทาํ การใดๆ ท่กี อ ใหเกิดประกายไฟ 7.4.5 ภาชนะบรรจุเช้อื เพลงิ ตองเปนโลหะ 7.4.6 กรวยท่ใี ชในการเติมเชอื้ เพลิงตอ งเปน โลหะ 7.4.7 ผทู ีท่ ําการเตมิ เช้อื เพลิงตอ งไมจดุ ไฟแชค็ 7.5 บทการบนิ 7.5.1 สมาชิกเทา นน้ั ทีส่ ามารถทําการบินกบั อากาศยานของสมาคมฯ ได โดยตองไดรับความเหน็ ชอบจาก ผูอํานวยการบิน หรอื ผูร บั มอบอาํ นาจกอ นทีส่ มาชกิ จะนําอากาศยานข้ึนทาํ การบินไดทุกคร้ัง 7.5.2 นักบินท่ีทําการบินทุกครั้งตองปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การเดินอากาศ พ.ศ. 2497 และกฎหมาย กฎระเบยี บและขอ บังคบั ที่ระบุในเอกสารแถลงขาวการบนิ (Aeronautical Information Publication: AIP) 7.5.3 นกั บินและผโู ดยสารทุกคนตอ งรัดเขม็ ขดั นิรภัยตลอดเวลาทท่ี าํ การบิน 7.5.4 ระหวา งรอทาํ การบิน นักบนิ ตองรอคอยรับคําสงั่ จากหอบงั คับการบิน ผคู วบคมุ พน้ื ทที่ ี่ทําการบินอยู ตลอดเวลา 7.5.5 ใหประสานกับหนวยควบคุมการจราจรทางอากาศ XXXX Approach และ/หรือหนวยควบคุม การจราจรทางอากาศทเ่ี กี่ยวของลว งหนา รวมทงั้ แจง แผนการบิน (Flight-Plan) โดยระบรุ ายละเอียดใหชัดเจน กอนทํา การบินตองไดรับแจงคําอนุญาต (Take off Clearance) จากหนวยควบคุมการจราจรทางอากาศ xxxx Appproach และใหป ฏบิ ตั ติ ามคาํ แนะนําของเจาหนาท่คี วบคุมการจราจรทางอากาศโดยเครงครัด
7.5.6 หามมิใหทําการบินรับขนผูโดยสารหรือพัสดุภัณฑในเชิงการคา หรือบินเหนือเขตชุมชนหนาแนน หรอื ในทโ่ี ลงแตมีคนมาชุมนุมกนั หรอื บนิ ผาดแผลง หรือเขตหวงหา ม หรือเขตจํากดั 7.5.7 ใหทาํ การบินระหวางชว งเวลาเปด-ปด ของสนามบนิ พาณิชยข องสนามบินราชการหรือระหวางพระ อาทิตยขึ้น-ตก (Sunrise to Sunset) ในสภาพอากาศเปด (Visual Meteorological Conditions) ในสนามบินสวน บคุ คล 7.5.8 กรณีอากาศยานท่ีไดรับการติดต้ังเครื่องวัดและอุปกรณท่ีสามารถทําการบินตามกฎการบินดวย เคร่ืองวัดประกอบการบิน (Instrument Flight Rules หรือ IFR) สมาชิกสมาคมฯ ที่จะทําการบินจะตองมีใบอนุญาต นักบินไมต่ํากวานักบินสวนบุคคล (Private Pilot License) พรอมศักยภาพในการบินดวยเคร่ืองวัดประกอบการบิน (Instrument Rating) 7.5.9 ใหป ฏบิ ตั ิตามคูมือการบนิ (Flight Manual) โดยเครงครดั 7.5.10 ใหก ารปฏิบตั ิตามเงื่อนไขทก่ี ําหนดใน Aeronautical Information Publication (AIP-Thailand) และใหเฝาฟงคลื่นความถี่วิทยุของหนวยควบคุมจราจรทางอากาศที่เก่ียวของ พรอมท้ังเปด Transponder Code ตลอดเวลาท่ีทาํ การบิน 7.5.11 กําหนดใหใชสนามบิน xxxx เปนสนามบินหลัก และสนามบิน xxxx เปนสนามบินรองสําหรับเปน ท่ีจอดและเก็บอากาศยานของสมาคมฯ หมวดที่ 8: บทลงโทษ 8.1 ในกรณที ี่สมาชิก กระทาํ การอันเปนการฝาฝนหรือไมป ฏิบัตติ ามกฎระเบียบทสี่ มาคมกําหนด หรอื ประพฤติ C ตนไมเ หมาะสมใหน ายกสมาคมฯ มอี าํ นาจสงั่ ลงโทษสมาชกิ ผูนน้ั ดังตอไปน้ี H A 8.1.1 ตกั เตอื น P 8.1.2 ภาคทัณฑ T 8.1.3 หากสมาชิกกระทําผิดพ.ร.บ. การเดินอากาศ พ.ศ. 2497 และฉบับแกไขเพิ่มเติม สมาคมจะดําเนิน E แจงตอสํานักงานการบินพลเรือนแหงประเทศไทยหรือดําเนินการแจงความตอเจาหนาท่ีตํารวจเพ่ือดําเนินการตาม R กฎหมาย 8.2 เมื่อสมาคมฯ มีคําส่ังลงโทษสมาชิก ใหสมาคมแจงเปนหนังสือใหสมาชิกผูถูกลงโทษทราบและประกาศให สมาชิกทานอ่นื ทราบโดยทว่ั กัน 8.3 หากสมาชิกที่ถูกลงโทษไมพอใจในคําส่ังลงโทษ ใหสมาชิกผูนั้นทําหนังสือแจงตอคณะกรรมการสมาคมฯ เพ่ือพิจารณาภายใน xx วัน นับจากท่ีไดรับแจงจากสมาคมฯ โดยใหคณะกรรมการสมาคมฯ เปนผูพิจารณาใหถือวา เปน ที่สิน้ สดุ P.42 4
หมวดท่ี 9: บทเฉพาะกาล 9.1 ขอ บังคบั ฉบับน้นี ัน้ ใหเ รมิ่ ใชน บั ตั้งแตวันทส่ี มาคมฯ ไดรับอนุญาตใหจ ดทะเบยี น เปนนิติบคุ คลเปนตน ไป 9.2 เม่ือสมาคมฯ ไดรับอนุญาตใหจดทะเบียนเปนนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ใหถือวาผูเริ่มการทั้งหมดเปน สมาชิกสามัญ และสมาชิกภาพของคณะกรรมการทตี่ ้ังขึน้ เรม่ิ ตั้งแตว นั ทจ่ี ดทะเบยี นเปนตน ไป ลงชือ่ .........................................ผูจ ดั ทําขอ บงั คบั (.........................................................................) ตาํ แหนง นายกสมาคม......................................... C H A P T E R 14 P.43
Search