Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือการรับรองข้อบังคับสมาคมการบินทั่วไป

คู่มือการรับรองข้อบังคับสมาคมการบินทั่วไป

Published by n.ariya2011, 2020-05-28 00:56:35

Description: คู่มือการรับรองข้อบังคับสมาคมการบินทั่วไป

Search

Read the Text Version

0202 lirpA  |  1 .on ค่มู อื การรบั รองขอ้ บงั คับ สมาคมการบนิ ทัวไป General Aviation Association Approval Manual THE CIVIL AVIATION AUTHORITY OF THAILAND : WWW.CAAT.OR.TH 333/105 Lak Si Plaza, Khampheng Phet 6 Rd., Talat Bang Khen, Lak Si, Bangkok 10210

Table Of Contents TOPICS 01 กฎหมายทีเกียวข้องกับการรบั รองข้อบังคับสมาคม -พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 มาตราที 31 -ข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรอื น ฉบับที 43 เรอื ง อากาศยานเบาพิเศษ -ข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรอื น ฉบับที 70 วา่ ด้วยอากาศยานเบาพิเศษประเภทรม่ บิน รม่ รอ่ น พาราเพลน และแฮงไกลเดอร์ -ประกาศคณะกรรมการ การบินพลเรอื น เรอื งวธิ ปี ฏิบัติในการยืน คําขอและแนวทางการพิจารณาของคณะกรรมการบินพลเรอื นใน การอนุมัติข้อบังคับของสมาคมทีจะขอจดทะเบียนอากาศยาน 02 การดําเนินงานสมาคม ตามคู่มอื ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย -กฎหมายและระเบียบทีเกียวข้อง -คําอธบิ ายข้อบังคับสมาคม -ข้อแนะนาํ การบรหิ ารงานสมาคม 03 ขันตอนการยืนขอรบั การรบั รองข้อบังคับสมาคมการบินทัวไป 04 ตัวอย่างข้อบังคับของสมาคมทีเกียวข้องกับการบิน -หมวดที 1 : ข้อบังคับสมาคมในเรอื งทัวไป -หมวดที 2 : สมาชกิ -หมวดที 3 : การดาํ เนินกิจการสมาคม -หมวดที 4 : การประชุมใหญ่ -หมวดที 5 : การเงินและทรพั ย์สิน -หมวดที 6 : การเปลียนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม -หมวดที 7 : ข้อปฏิบัติวา่ ด้วยการบินของสมาคมฯ -หมวดที 8 : บทลงโทษ -หมวดที 9 : บทเฉพาะกาล

COMMITTED TO SAFETY IN EVERY MOMENT

01 กฎหมายทเี่ ก่ยี วขอ งกบั การรับรองขอ บงั คบั สมาคม .พ..ร.ะ..ร.า..ช.บ..ัญ...ญ...ตั ..กิ .า..ร.เ.ด..ิน..อ..า.ก..า..ศ..พ....ศ.....2.4..9.7.........................................................P...1... .ข.อ..บ..ัง.ค..บั..ข..อ..ง.ค..ณ...ะ.ก..ร..ร.ม..ก..า.ร..ก..า.ร..บ..นิ ..พ..ล.เ.ร..อื .น...ฉ..บ..ับ..ท..ี่ 4..3..เ.ร.อ่ื..ง..อ..า.ก..า..ศ..ย..า.น..เ.บ..า.พ..ิเ.ศ..ษ............P...2... ขอบงั คับของคณะกรรมการการบนิ พลเรือน ฉบบั ที่ 70 .ว.า ..ด.ว..ย..อ..า.ก..า.ศ..ย..า..น..เบ..า..พ..ิเ.ศ..ษ..ป..ร.ะ..เภ..ท..ร..ม .บ..นิ...ร..ม.ร..อ..น..พ..า..ร.า..เ.พ..ล.น...แ.ล..ะ..แ.ฮ..ง.ไ.ก..ล..เ.ด..อ.ร.. ............P...5... ประกาศคณะกรรมการ การบนิ พลเรือน เรือ่ งวธิ ปี ฏบิ ตั ใิ นการย่นื คาํ ขอและ แนวทางการพิจารณาของคณะกรรมการบนิ พลเรือนในการอนมุ ตั ิขอ บังคับ .ข.อ..ง..ส..ม.า..ค..ม..ท..จ่ี .ะ.ข..อ..จ.ด..ท..ะ..เบ..ีย..น..อ..า.ก..า..ศ..ย..า.น..........................................................P...1.3..

กฎหมายท่ีเกยี่ วของกับการรบั รองขอ บังคบั สมาคม (3) ในกรณีที่เปนบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด C บริษัทนั้นตองไมมีหุนชนิดออกใหแกผูถือ กรรมการ H • พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 แกไข สวนมากตองมีสัญชาติไทย และหุนไมนอยกวารอยละ A เ พ่ิ ม เ ติ ม โ ด ย พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ก า ร เ ดิ น อ า ก า ศ 51 ของหุนท้ังหมดตองเปนของบุคคลประเภทตอไปนี้ P ฉบับท่ี 14 พ.ศ. 2562 แตละประเภทโดยลําพังหรือหลายประเภทรวมกัน T มาตรา 31 วรรคสาม บัญญัติใหสมาคมท่ีจะจด (ก) บคุ คลธรรมดาซงึ่ มสี ญั ชาตไิ ทย E ทะเบียนอากาศยานขอบงั คับของสมาคมน้นั ตองไดรับ (ข) กระทรวง ทบวง กรมในรัฐบาล R อนุมัตจิ ากคณะกรรมการการบนิ พลเรือน (ค) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด ซ่ึงกระทรวง มาตรา 31 ผูซ่ึงขอจดทะเบียนอากาศยานจะเปน ทบวง กรมในรัฐบาล ถือหุนอยูไมนอยกวารอยละ 51 1 บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตามตองมีสัญชาติไทย ของหนุ ทงั้ หมด ถาเปนหางหุนสวนหรือบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชน (ง) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด ซึ่งบุคคล จํากัด ตองจดทะเบียนตามกฎหมายไทย มีสํานักงาน ธรรมดาสัญชาติไทยถือหุนอยูไมนอยกวารอยละ 51 ใหญของหางหุนสวนหรือบรษิ ัทต้ังอยูในราชอาณาจกั ร ของหุนทัง้ หมด และ (1) ในกรณีทเี่ ปน หางหุนสว นสามัญ ผเู ปน หุนสวน (จ) นิติบุคคลอื่นตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวงถาเปน ทั้งหมดตอ งมีสญั ชาติไทย สมาคมตองจดทะเบียนตามกฎหมายไทย มีสํานักงาน (2) ในกรณีที่เปนหางหุนสวนจํากัด ผูเปนหุนสวน ใหญของสมาคมตั้งอยูในราชอาณาจักร และขอบังคับ ท้ังหมดซึ่งตองรับผิดรวมกันโดย ไมจํากัดจํานวนตองมี ของสมาคมนั้นไดรบั อนมุ ตั ิจากผูอ านวยการแลว สัญชาติไทย และทุนของหางหุนสวนนั้นไมนอยกวา รอยละ 51 ตอ งเปน ของบุคคลธรรมดาซ่ึงมสี ัญชาติไทย P.1

• ขอบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับท่ี ปลอดภัยที่มีไวใชในสภาวะอันตรายไมเกิน 160 43 เรอื่ ง อากาศยานเบาพิเศษ กโิ ลกรัม ความเรว็ สงู สุดไมเ กิน 55 น็อต ความเร็วรวง เนื่องจากหนวยงานของรัฐและเอกชนมีความ หลนไมเกิน 24 น็อต และมีถังเชื้อเพลิงท่ีมีความจุไม ป ร ะ ส ง ค จ ะ ใ ช อ า ก า ศ ย า น เ บ า พิ เ ศ ษ ทํ า ก า ร บิ น เกิน 20 ลิตร ภายในประเทศ เพื่อภารกิจของทางราชการและ ประโยชนดานการกีฬา สมควรกําหนดมาตรการ (3) ประเภทมีกําลังขับเคล่ือน 2 ท่ีนั่ง ตองมี ควบคุมดานความปลอดภัยและการปฏิบัติการบิน นํ้าหนักตัวเปลา โดยไมรวมทุนหรือ อุปกรณความ อากาศยานเบาพเิ ศษ เพอ่ื ใหเ กิดความปลอดภัยแกผูใช ปลอดภัยที่มีไวใชในสภาวะอันตรายไมเกิน 250 อากาศยานและสาธารณชน อ า ศั ย อํ า น า จ ต า ม ค ว า ม ใ น ม า ต ร า 15 กโิ ลกรมั ความเรว็ สงู สดุ ไมเ กิน 90 น็อต ความเรว็ รวง มาตรา 21 มาตรา 33 มาตรา 44 (3) มาตรา 45 และ หลนไมเกิน 45 น็อต และมีถังเชื้อเพลิงที่มีความจุไม มาตรา 49 แหงพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. เกนิ 50 ลติ ร 2497 คณะกรรมการการบินพลเรือน โดยอนุมัติ รัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคม ออกขอบังคับ ขอ 3 อากาศยานเบาพิเศษใหใชทําการบินได เกย่ี วกบั อากาศยานเบาพเิ ศษไว ดงั ตอ ไปน้ี เฉพาะเพื่อวัตถุประสงคในกิจการ ของสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเพื่อการกีฬา การพักผอนหยอนใจ ขอ 1 ในขอบงั คับนี้ และการฝกบนิ เทานั้น “อากาศยานเบาพิเศษ” หมายความวา อากาศยานหนักกวาอากาศซ่ึงไดรับแรงยกในการบิน ในกรณีท่ีสมาคมหรือมูลนิธิใดประสงคจะใช สวนใหญจากแรงพลวัตของอากาศและมีน้ําหนัก ทําการบินเพื่อวัตถุประสงคในกิจการของสมาคมหรือ สูงสุดเม่ือบินข้ึนตามท่ีระบุไวในคูมือการบินไมเกิน มูลนิธิจะตองไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากกรมการ 500 กโิ ลกรัม บินพาณิชยกอ น “ขอบังคับ” หมายความวา ขอบังคับของ คณะกรรมการการบนิ พลเรอื น ผูท่ีจะทําการบินกับอากาศยานเบาพิเศษท่ี ไมใชสวนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ นอกจากจะตอง C ขอ 2 อากาศยานเบาพิเศษแบงเปน 3 ไดรับใบอนุญาตนักบินแลวจะตองเปนสมาชิกหรือ H ประเภท ดังน้ี A P (1) ประเภทไมมีกําลังขับเคลื่อน ตองมี T น้าํ หนักตัวเปลาไมเ กิน 75 กโิ ลกรมั E R (2) ประเภทมีกําลังขับเคล่ือน 1 ท่ีน่ัง ตองมี น้ําหนักตัวเปลา โดยไมรวมทุนหรือ อุปกรณความ 1 P.2

เจาหนาท่ีของสมาคม มูลนิธิ หรือชมรมที่กรมการบิน ข. โครงสราง เครื่องยนต ระบบควบคุม พาณิชยเปนชอบในระเบียบ กฎเกณฑ หรือขอบังคับ สมรรถนะและขอจํากัดตางๆ ของอากาศยานเบา เก่ยี วกบั การบินแลว พเิ ศษ อากาศยานเบาพเิ ศษใหใ ชทาํ การบินไดภ ายใน ค. การถอดประกอบ และการซอมบํารุงรักษา หวงเวลา พ้ืนท่ี ความสูงตามเงื่อนไขและกฎการบินที่ บั้นพ้ืนฐานตางๆ ตามท่ีกําหนดในคูมือของอากาศ กรมการบนิ พาณชิ ยกาํ หนด ยานเบาพิเศษ ขอ 4 เคร่ืองหมายสัญชาติและเครื่องหมาย ง. กฎและระเบียบในสวนท่ีเก่ียวของกับสิทธิ การจดทะเบยี นสําหรับอากาศยานเบา ข อ ง ผู ถื อ ใ บ อ นุ ญ า ต นั ก บิ น เ ค รื่ อ ง บิ น ส ว น บุ ค ค ล ประเภทอากาศยานเบาพเิ ศษ พิเศษใหเปนไปตามขอบังคับ ฉบับท่ี 6 ลง วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2500 เวนแตเครื่องหมาย จ.การปฏิบัติเพ่ือความปลอดภัยและวิธีปฏิบัติ สัญชาติท่ีเขียนไวบนอากาศยานเบาพิเศษใหใช ในกรณฉี ุกเฉิน ซ่ึงรวมทัง้ การปฏิบัติเพื่อหลีกเล่ียงการ ตัวอักษรโรมัน ตัว U นําหนาเคร่ืองหมายการจด กอใหเกิดความเสียหายแกชีวิต รางกาย และ ท ะ เ บี ย น แ ล ะ เ ค ร่ื อ ง ห ม า ย ก า ร จ ด ท ะ เ บี ย น ใ ห ทรัพยส นิ ของบุคคลอนื่ ประกอบดว ยตวั อักษรโรมนั หนึง่ ตัวและหมเู ลขอารบิก สองตัวตามทกี่ รมการบนิ พาณชิ ยกาํ หนด (4) ความชาํ นาญ ก. ประเภทไมมีกําลังขับเคล่ือน ไดรับการฝก ขอ 5 ภายใตบังคับขอบังคับเกี่ยวกับการออก บินภายใตการควบคุมดูแลของเจาหนาที่กรมการบิน ใบอนุญาตแกผูประจําหนาท่ีผูขออนุญาตเปนนักบิน พาณิชยหรือครูการบินท่ีมีคุณสมบัติตาม ขอ 6 และ สวนบุคคลประเภทอากาศยานเบาพิเศษจะตองมีอายุ สามารถทําการบินได หรือแสดงใหเห็นวาสามารถทํา สขุ ภาพ รางกาย ความรแู ละ การบินได ข. ประเภทมีกําลังขับเคล่ือน ไดรบการฝกบิน ความชาํ นาญ ดังตอ ไปน้ี ภ า ย ใ ต ก า ร ค ว บ คุ ม ดู แ ล ข อ ง เ จ า ห น้ี ก ร ม ก า ร บิ น (1) อายุ ไมต ่ํากวา 17 ปบริบูรณ พาณิชยหรือครูการบินท่ีมีคุณสมบัติตามขอ 6 และมี (2) สุขภาพรายกาย มีความสามารถในการ ชว่ั โมงบนิ ไมนอ ยกวา 15 ชวั่ โมง โดยมชี ั่วโมงบนิ เดี่ยว มองเห็น การไดยิน และโครงสรางรางกายสมบูรณ ไมน อยกวา 3 ช่วั โมง และตองทําการบนิ ขึน้ ลงไมนอย เพียงพอทจ่ี ะทําการบินกับอากาศยานเบาพิเศษ กวา 45 เทย่ี ว (3) ความรูเก่ียวกับอากาศยานเบาพิเศษ ใน เรื่องดงั ตอ ไปน้ี ข อ 6 ผู ถื อ ใ บ อ นุ ญ า ต นั ก บิ น ห รื อ ผู ถื อ C ก . ท ฤ ษ ฎี ก า ร บิ น พ้ื น ฐ า น เ ค รื่ อ ง วั ด ใบอนุญาตนักบินสวนบุคคลประเภทอากาศยานเบา H ประกอบการบิน กฎการบนิ และอุตนุ ิยมวิทยา พิเศษที่จะทําหนาที่เปนครูการบินอากาศยานเบา A พิเศษจะตองสามารถสอนความรูเก่ียวกับอากาศยาน P เบาพิเศษตาม ขอ 5 (3) และมีประสบการณในการ T E P.3 R 1

บินกับอากาศยานเบาพิเศษประเภทนั้น ๆ มาแลวไม ขอ 9 ผูถือใบอนุญาตนายชางภาคพ้ืนดิน นอ ยกวา 20 ชัว่ โมง ประเภทสองมีสิทธิตามขอบังคับเก่ียวกับคุณสมบัติ ของผูขออนุญาตเปนนายชา งภาคพ้ืนดินและสทิ ธขิ อง ขอ 7 สิทธิและหนาที่ของผูถือใบอนุญาต ผูถือใบอนุญาตนายชางภาคพ้ืนดินและมีสิทธิถอด นักบินสวนบุคคล ประเภทอากาศยานเบาพิเศษ ให ประกอบ ซอมบํารุงรักษา รับรองการตรวจการ เปนไปตามขอบังคับเก่ียวกับการออกใบอนุญาตแกผู บํารุงรักษา การบริการตามปกติ และการดัดแปลง ประจําหนาที่และมีสิทธิทําการบิน ถอดประกอบ เล็กนอยที่ไมกระทบกับสมรรถนะการบินของอากาศ ซอมบํารุงรักษา รับรองการตรวจ การบํารุงรักษา ยานเบาพิเศษ หรือตามท่ีไดรับอนุญาตไวแลว แตจะ และการบริการตามปกติของอากาศยานเบาพิเศษ แต ใชสิทธิน้ีไมได ถาผูถือใบอนุญาตมิไดศึกษาใหทันสมัย จะใชสิทธิน้ีไมได ถาหากผูถือใบอนุญาตมิไดศึกษาให ซ่ึงขาวสาร คําแนะนํา และคูมือทั้งปวงเก่ียวกับการ ทันสมัยซ่ึงขาวสาร คําแนะนําและคูมือท้ังปวง บํารุงรักษาและความสมควรเดินอากาศของอากาศ เก่ียวกับการบํารุงรักษา และความสมควรเดินอากาศ ยานเบาพิเศษ ของอากาศยานเบาพิเศษ C H ขอ 8 ผูถือใบอนุญาตนักบินสวนบุคคล A ประเภทอากาศยานเบาพิเศษ ตองปฏบิ ตั ิ P T ตามวินัย ดังตอไปนี้ E (1) จะตองบันทึกรายการในสมุดปูมเดินทาง R ตามแบบท่กี รมการบินพาณชิ ยเห็นชอบ ทุกคร้ังท่ีทําการบิน และจะตองเก็บรักษาไว 1 P.4 ใหพ นกั งานเจา หนา ท่ตี รวจสอบได (2) จะตองทําการบินภายในหวงเวลา บริเวณ พื้นท่ี ความสูง และเงือ่ นไขทีก่ รมการ บินพาณิชยกําหนดไวโดยเครงครัด หากไม แนใจในแนวเขตใหสอบถามใหชัดเจนและใหถือแนว ในสุดทีแ่ นใจสําหรบั การทําการบนิ (3) จะตองไมทําการบินในลักษณะที่อาจ กอใหเกิดอันตรายตอชีวิต รางกาย ทรัพยสิน และ รบกวนความสงบสขุ ของบุคคลอ่นื (4) จะตองไมด่ืมเครื่องดื่มท่ีมีแอลกอฮอล ภายในระยะเวลา 8 ชว่ั โมงกอนทําการบนิ

• ขอบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ฉบับท่ี สําหรับทําการบิน และมีฐานลอ ควบคุมการบินโดยใช 70 วาดวยอากาศยานเบาพิเศษประเภทรมบิน รม สายควบคมุ ท่ีตอจากปก รอน พาราเพลน และแฮงไกลเดอร อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 มาตรา “แฮงไกลเดอร (Hang glider)” หมายความ 21 มาตรา 33 มาตรา 44 (3) และมาตรา 45 แหง วา อากาศยานหนักกวาอากาศ ไมมีกําลังขับเคล่ือน พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ก า ร เ ดิ น อ า ก า ศ พ .ศ . 2497 ไดรับแรงยกในการบินสวนใหญจากแรงพลวัตรของ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร บิ น พ ล เ รื อ น โ ด ย อ นุ มั ติ อากาศท่ีกระทําตอปกซึ่งติดอยูกับท่ีตลอดเวลา มีสาย รัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมออกขอบังคับ แขวนเพื่อพยุงตัวนักบิน ควบคุมการบินโดยใช เก่ียวกับอากาศยานเบาพิเศษประเภทรมบิน รมรอน โครงสรา งท่ยี ึดกบั ปกหรอื โดยการถา ยนา้ํ หนกั พาราเพลน และแฮงไกลเดอร ดังตอ ไปน้ี ขอ 1. ในขอ บังคบั น้ี “ปกออน” หมายความวา วัสดุที่ทําจากเสน “อากาศยาน เบ า พิเ ศ ษเ พ่ื อ การ กี ฬ า ” ใยทอเปนผืนและตัดเย็บเปนรูปรางซ่ึงสามารถเปล่ียน ห ม า ย ค ว า ม ว า ร ม บิ น (Paramotor) ร ม ร อ น รูปทรงไดจากแรงลมหรือจากสายควบคมุ (paraglider) พาราเพลน (Paraplane) และแฮงไกล เดอร (Hang glider) หรืออากาศยานอื่นทํานอง “สารออกฤทธิต์ อจิตประสาท” หมายความวา C เดียวกันที่อธบิ ดีประกาศกาํ หนด แอลกอฮอล ฝน กัญชา ยากดประสาทและยานอน H “ร ม บิ น (Paramotor)” ห ม า ย ค ว า ม ว า หลบั โคเคน ยากระตุน ดา นจติ ประสาทตัวอนื่ สารทีท่ ํา A อากาศยานหนักกวาอากาศ มีกําลังขับเคล่ือน ไดรับ ใหเกิดภาพหลอนและสารระเหย แตไมรวมถึงกาแฟ P แรงยกในการบินสว นใหญจ ากแรงพลวตั รของอากาศที่ และบหุ ร่ี T กระทําตอปก ออน โดยมีโครงสรางลาํ ตัวเปน ทนี่ ัง่ แขวน E ไวสําหรับทําการบิน แตไมมีฐานลอ ควบคุมการบิน P.5 R โ ด ย ใ ช ส า ย ค ว บ คุ ม ท่ี ต อ จ า ก ป ก “ร ม ร อ น (Paraglider)” หมายความวา อากาศยานหนักกวา 1 อากาศ ไมม ำลงั ขับเคลอื่ น ไดร บั แรงยกในการบินสวน ใหญจากแรงพลวัตรของอากาศท่ีกระทําตอปกออน มี ท่ีน่ังแขวนไวสําหรับทําการบิน ควบคุมการบินโดยใช สายควบคุมทต่ี อจากปก หรือโดยการถายนาํ้ หนัก “พาราเพลน (Paraplane)” หมายความวา อากาศยานหนักกวาอากาศ มีกําลังขับเคล่ือน ไดรับ แรงยกในการบินสว นใหญจากแรงพลวตั รของอากาศที่ กระทําตอปกออน โดยมีโครงสรางลําตัวแขวนไว

“สนามบิน” หมายความวา สนามบินอนุญาต เม่ืออธิบดีไดตรวจสอบคําขอและพิจารณา และท่ีข้ึนลงชั่วคราวของอากาศยานท่ีไดรับอนุญาต เห็นวาขอบวัตถุประสงคของสมาคมหรือมูลนิธิน้ันเปน หรือทร่ี ฐั มนตรีประกาศกําหนด ประโยชนสาธารณะ และการทําการบินเพื่อการ ดังกลาวจะเปนประโยชนตอสาธารณะหรือตอกิจการ C “ซอมใหญ” (overhaul) หมายความวา การ การบนิ ใหอ ธิบดีพจิ ารณาอนุญาต H ถอดลําตัวอากาศยาน เคร่ืองยนต ใบพัด หรือบริภัณฑ A อากาศยานเบาพิเศษเพ่ือการกีฬาออกเพื่อตรวจพินิจ ขอ 4. ผูท่ีจะทําการบินกับอากาศยานเบา P ทําความสะอาด ซอมตามที่จําเปน แลวประกอบกลับ พิเศษเพ่ือการกีฬา นอกจากจะตองไดรับใบอนุญาต T ใหเหมือนเดิม และทดสอบวามีสมรรถนะ ความคลาด นักบินสวนบุคคลประเภทอากาศยานเบาพิเศษแลว E เคลือ่ นทย่ี อมรับได และขอ จํากดั เหมอื นกับของใหม จะตองเปนสมาชิกของสมาคม มูลนิธิ หรือชมรมท่ี R อธบิ ดเี ห็นชอบในขอบงั คบั เกยี่ วกับการบนิ “อธิบดี” หมายความวา อธิบดีกรมการขนสง 1 P.6 ทางอากาศ ขอบังคับเก่ียวกับการบินของสมาคม มูลนิธิ หรือชมรม ใหมีรายการอยางนอยตามท่ีอธบิ ดีประกาศ ขอ 2. อากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬา ให กาํ หนด ใชทําการบินไดเฉพาะเพื่อการกีฬา การพักผอนหยอน ใจและการฝกบิน หรือใชทําการบินในกิจการของสวน ใหอธิบดีประกาศรายช่ือสมาคม มูลนิธิหรือ ราชการ หนวยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ หรือใชทํา ชมรมที่อธิบดีเห็นชอบในขอบังคับเก่ียวกับการบินให การบินเพื่อการอื่นตามขอบวัตถุประสงคของสมาคม ทราบทั่วกัน หรอื มลู นิธทิ ่ไี ดรับอนญุ าตจากอธบิ ดีเทา น้ัน ขอ 5. อากาศยานเบาพิเศษเพ่ือการกีฬา ตอง ขอ 3. สมาคมหรือมูลนิธิท่ีประสงคจะใช ปฏิบัตติ ามกฎทางอากาศดงั ตอไปนี้ อากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬาทําการบินเพื่อการ อื่นตามขอ 2. ใหย่ืนคําขอตออธิบดีตามแบบพิมพของ 5.1 กฎทว่ั ไป กรมการขนสงทางอากาศพรอมดวยเอกสารหลักฐาน (1) นักบินผูควบคุมอากาศยานจ ะ ต อง แสดงขอบวัตถุประสงคและหลักฐานอ่ืนตามท่ีอธิบดี รับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎทางอากาศ ท่ีกําหนด กาํ หนด ในขอบังคับนี้ เวนแตจะมีเหตุจําเปนอันไมอาจกาวลวง ได เพ่ือประโยชนแหงความปลอดภัย ใหนักบินผู ควบคุมอากาศยานปฏิบัติโดยหลีกเล่ียงไมใหเกิดความ เสียหายแกชวี ติ และทรัพยสิน (2) กอ นเร่ิมทาํ การบิน นักบินผูควบคมุ อากาศ ยาน จะตองศึกษาขอมูลท่ีมีท้ังหมดที่เกี่ยว กับ วัตถุประสงคในการปฏิบัติการบิน รวมถึงศึกษาขอมูล ที่มีเก่ียวกับรายงานขาวอากาศและพยากรณอากาศ ลาสุด และในกรณีของรมบินและพาราเพลนให คํานวณจํานวนเชื้อเพลิงที่จําเปนตองใช และการ

ปฏิบัติการสํารองในกรณีที่ไมสามารถปฏิบัติการบิน (8) ต อ ง ทํ า ก า ร บิ น เ ห นื อ พื้ น ที่ (terrain) ตามแผนทวี่ างไวด ว ย รวมทั้งภูเขา ตนไม และส่ิงปลูกสรางในระดับท่ี ปลอดภยั เพียงพอ สาํ หรับรม บินและพาราเพลนตองไม (3) นักบินผูควบคุมอากาศยานมีอํานาจ เกิน 1,000 ฟุต และสําหรับรมรอนและแฮงไกลเดอร ตัดสินใจข้ันสุดทายที่จะปฏิบัติการอยางใดๆในขณะท่ี ตอ งไมเกนิ 6,000 ฟตุ ควบคมุ อากาศยาน (9) ตองทําการบินเฉพาะในระหวางเวลาท่ี (4) หามมิใหนักบินผูควบคุมอากาศยานทํา ดวงอาทิตยข้ึนจนถึงดวงอาทิตยตก และมีทัศนวิสัย การบินในขณะที่ตกอยูภายใตฤทธิ์สารออกฤทธ์ิตอจิต (ground visibility) ไมตาํ่ กวา 3 กโิ ลเมตร โดยตองบิน ประสาท โดยเหตุผลที่วาจะทําใหสมรรถนะบุคคล ออกหางจากเมฆและตองสามารถมองเหน็ พนื้ ผิว (human performance) เสื่อมลงการดื่มเคร่ืองดื่มท่มี ี แอลกอฮอล หรือดื่มหรือใชสารออกฤทธ์ิตอจิต (10) หามมิใหทําการบินเม่ือความเร็วลมเกิน ประสาทภายในเวลาแปดช่ัวโมงกอนทําการบิน ใหถือ 10 นอต สําหรับรมบินและพารา เพลน และเกิน 15 วาตกอยูภ ายใตฤ ทธิ์สารออกฤทธ์ติ อ จติ ประสาท นอต สาํ หรบั รมรอนและแฮงไกลเดอร (5) กฎทางอากาศตาม (19) ถึง (26) ไมปลด (11) หามมิใหทําการบินเหนือชุมชนหนาแนน เปล้ืองความรับผิดของนักบิน ผูควบคุมอากาศยานท่ี ในเขตเมอื ง ชนบททม่ี ีผูอยูอาศัย หรอื ในทโ่ี ลง ทีม่ คี นมา จะตองดําเนินการเพื่อหลีกเล่ยี งการชนกัน ชมุ นุมอยู 5.2 กฎการบนิ ในกรณีท่ีเกิดเหตุฉุกเฉิน การบินลงตองไม (6) ตองไมปฏิบัติการอากาศยานในลักษณะ กอ ใหเกิดอนั ตรายตอ บคุ คลหรือทรพั ยสนิ บนพ้ืนผวิ ประมาทหรือปราศจากความระมัดระวงั ซง่ึ อาจเปน ผล ใ ห บุ ค ค ล อ่ื น ไ ด รั บ อั น ต ร า ย ต อ ชี วิ ต ห รื อ ท รั พ ย สิ น (12) ในระหวางการบิน หามมิใหท้ิงสิ่งของ เสยี หาย หรอื พนสิง่ ใดๆ (7) ตองทําการบินเฉพาะบริเวณพื้นท่ีท่ีอธิบดี ประกาศกาํ หนด (13) หามมิใหทําการบินลากจูงอากาศยาน C หรือวัตถอุ ่ืนใด H A (14) หา มมใิ หทําการบินผาดแผลง P T P.7 E R 1

C (15) หามมใิ หท ําการบนิ เกาะหมู อากาศยานลําท่ีอยูในระดับตํ่ากวา แตอากาศยานลําท่ี H (16) จะตองไมปฏิบัติการบินใกลกับอากาศ อยูในระดับตํ่ากวาตองไมบินตัดหนาหรือบินแซง A ยานลาํ อื่นในลักษณะท่ีอาจกอ ใหเ กิดการชนกัน อากาศยานลําท่ีอยูในขั้นตอนสุดทายในการบินลง เวน P (17) อากาศยานที่มีสิทธิในทาง จะตองรักษา แตรมบินและพาราเพลนตองใหสิทธิในทางแกรมรอน T ทิศทางและความเร็วของตน และ ตองดําเนินการเพื่อ และแฮงไกลเดอร E หลบเลย่ี งการชนกัน R (18) อากาศยานซ่ึงตองใหทางแกอากาศยาน (24) อากาศยานตองใหสิทธิในทางแกอากาศ ยานลําที่ตนทราบวามเี หตุบังคบั ใหต องทําการบินลง 1 P.8 ลําอ่ืนตาม (19) ถึง (26) จะตองหลีกเลี่ยงการบินขาม (25) อากาศยานท่ีขับเคลื่อนอยูบนภาคพื้น ลอด หรอื ผา นหนา อากาศยานลําอน่ื น้นั เวนแตจ ะผาน ตองใหสิทธิในทางแกอากาศยานที่กําลังบินข้ึนหรือ พรอ มจะบินข้ึน โดยมองเห็นไดอยาง ชัดแจง และพิจารณาถึง (26) ในกรณีที่จะเกิดอันตรายจากการชนกัน ผลกระทบจากกระแสลมมวลวนของอากาศยานแลว ระหวางอากาศยานสองลําที่กําลังขับเคลื่อนอยูบน พ้นื ที่เคลอ่ื นไหวของสนามบินจะตองปฏิบัตดิ ังตอไปนี้ (19) เม่ืออากาศยานมีทิศทางการบินสวนเขา หากันหรือเกือบจะบินสวนเขาหากัน ซึ่งเส่ียงตอการ ก) เมื่ออากาศยานสองลํามีทิศทางการ ชนกันกับอากาศยานลําอื่น ใหแตละลําบินเบี่ยงทิศหัว ขับเคล่ือนสวนเขาหากันหรือเกือบจะขับเคล่ือนสวน เครอื่ งออกไปทางขวา เขาหากัน ใหอากาศยานแตละลําหยุดหรือเปลี่ยน เสน ทางไปทางขวาจนกวาจะปลอดภยั (20) เมื่ออากาศยานทําการบินเกือบจะอยูใน ระดับบินเดียวกันกับอากาศยาน ลําอ่ืน อากาศยานลํา ข) เม่ืออากาศยานสองลํา มีเสนทางท่ีจะตอง ท่ีมีอากาศยานอีกลําหน่ึงบินอยูทางขวาตองใหสิทธิ ขับเคลื่อนมาบรรจบกัน ใหอากาศยานลําท่ีมีอากาศ ในทางแกอ ากาศยานลําทอ่ี ยูทางขวา เวน แตรมบินและ ยานอีกลําหนึ่งขับเคลื่อนอยูทางขวาใหทางแกอากาศ พาราเพลนตองใหสิทธิในทางแกรมรอนและแฮงไกล ยานลําขวานน้ั เดอร ค) อากาศยานลําท่ีถูกแซงโดยอากาศลําอ่ืนมี (21) อากาศยานจะทําการแซงอากาศยานลํา สิทธิในทาง และอากาศยานลําที่แซงตองแซงโดยมี อ่ืนจะตองแซงทางขวา โดยตองรักษาระยะหางให ระยะหา งท่ีปลอดภยั แกอ ากาศยานลําท่ถี ูกแซง ปลอดภยั ขอ 6. ในกรณีที่มีความจําเปนเพ่ือประโยชน (22) อากาศยานที่อยูระหวางการบิน หรือ สาธารณะหรือการแขงขันในการบิน ใหอธิบดีมีอํานาจ ปฏิบัติการอยูบนพื้นดิน จะตองใหทางแกอากาศยานท่ี อนุญาตใหอากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬาปฏิบัติได กาํ ลงั บินลง หรอื อยูในขน้ั ตอนสุดทา ยในการบนิ ลง แตกตา งไปจากท่ีกําหนดใน ขอ 5. (7) ถึง (15) ได ทง้ั น้ี อธิบดีอาจกําหนดเงื่อนไขใหอากาศยานปฏิบัติเพื่อ (23) เม่ืออากาศยานสองลําหรือมากกวาบิน ความปลอดภัยไวด วยกไ็ ด เขาหาสนามบินเพื่อวัตถุประสงคในการทําการบินลง อากาศยานลําที่อยูในระดับสูงกวาตองใหทางแก

ขอ 7. เครื่องหมายอากาศยานสําหรับอากาศ C ยานเบาพิเศษ เ พ่ื อก าร กี ฬา ใหประกอ บ ด ว ย H เคร่ืองหมายสัญชาติโดยใหใชตัวอักษรโรมันตัว U A นําหนา เคร่อื งหมายทะเบียน และเคร่ืองหมายทะเบียน P ใหประกอบดวยตัวอักษรโรมันหน่ึงตัวและหมูเลข T อารบกิ สองตวั ตามที่อธิบดีกําหนด โดยใหผ จู ดทะเบียน E อากาศยานแสดงเคร่ืองหมายอากาศยานไวใตปกของ R อากาศยานเบาพิเศษเพื่อการกีฬาขนาดท่ีมองเห็นได ชัดเจนโดยมีความสูงอยางนอยสามสิบหาเซนติเมตร P.9 1 และตอ งรกั ษาใหเห็นชัดเจนอยูเ สมอ ขอ 8. ผูขออนุญาตเปนผูประจําหนาที่ใน ตําแหนงนักบินอากาศยานเบาพิเศษสําหรับอากาศ ยานเบาพิเศษเพ่ือการกีฬา จะตองมีอายุ สุขภาพ รา งกาย ความรู และความชาํ นาญ ดงั ตอไปน้ี (1) มีอายไุ มต ่ํากวา 15 ปบ รบิ รู ณ (2) มีความสามารถในการมองเห็น การไดยิน และโครงสรา งรา งกายสมบรู ณ เพยี งพอท่ีจะทําการบิน อากาศยานเบาพิเศษเพ่อื การกีฬา (3) มีความรูเกี่ยวกับอากาศยานเบาพิเศษเพ่ือ การกฬี าในเรื่องดังตอไปนี้ ก. ทฤษฎีการบินพื้นฐาน กฎการบินและ อุตุนิยมวทิ ยา ข. โครงสราง เครื่องยนต (สําหรับชนิดที่มี กําลังขับเคล่ือน) ระบบควบคุมสมรรถนะและขอจํากัด ตาง ๆ ของอากาศยานเบาพเิ ศษเพ่อื การกีฬา ค. การถอดประกอบ และการซอมบํารุงรักษา ขั้นพืน้ ฐานตา ง ๆ ตามที่กําหนดในคูมือของอากาศยาน เบาพิเศษเพอ่ื การกฬี า ง. กฎและระเบียบในสวนที่เกี่ยวของกับสิทธิ ของผูถอื ใบอนญุ าตนกั บนิ อากาศยานเบาพเิ ศษ

จ. การปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยและวิธี ขอ 10. ผูถือใบอนุญาตนักบินอากาศยานเบา ป ฏิ บั ติ ใ น ก ร ณี ฉุ ก เ ฉิ น ซ่ึ ง ร ว ม ท้ั ง ก า ร ป ฏิ บั ติ เ พ่ื อ พิเศษ มีสิทธิทําหนาที่เปนนักบิน ผูควบคุมอากาศยาน หลีกเลี่ยงการกอใหเกิดความเสียหายแกชีวิต รางกาย เบาพิเศษเพื่อการกีฬา และมีสิทธิรับรองความสมควร และทรัพยสนิ ของบุคคลอืน่ เดินอากาศของอากาศยาน ลําตัวอากาศยาน เคร่ืองยนต รวมท้ังเคร่ืองประกอบ เคร่ืองวัด บริภัณฑ (4) ความชํานาญ และสิ่งตางๆท่ีติดไวในอากาศยาน ตัวอากาศยานหรือ ก. สาํ หรับรม รอ นและแฮงไกลเดอร ผเู ลน ตอ ง เครื่องยนต ภายหลังการซอมใหญ การซอมปกติหรือ ไดรับการฝกบินภายใตการควบคุมดูแลของครูการบิน ภายหลงั การดดั แปลงทไ่ี ดร บั อนุญาตแลว หากการ ท่ีมีคุณสมบัติตาม ขอ 9. โดยเปนชั่วโมงบินเด่ียวไม นอยกวา 30 ชั่วโมง และทําการบินขึ้นไมนอยกวา 25 ซอมใหญ การซอมปกติ และการดัดแปลง เที่ยว และบินลงไมนอยกวา 25 เท่ยี ว นั้นๆ ไดใชช้ินสวน สวนประกอบและวิธีการท่ี ข. สําหรับรมบินและพาราเพลน ผูเลนตอง เหมาะสม แตจะใชสิทธิน้ีไมได ถาหากผูถือใบอนุญาต ไดรับการฝกบินภายใตการควบคุมดูแลของครูการบิน มิไดศึกษาใหทันสมัยซงึ่ ขาวสาร คําแนะนําและคูมือทงั้ ท่ีมีคุณสมบัติตาม ขอ 9. โดยเปนช่ัวโมงบินเดี่ยวไม ป ว ง เ กี่ ย ว กั บ ก า ร บํ า รุ ง รั ก ษ า แ ล ะ ค ว า ม ส ม ค ว ร นอยกวา 20 ช่ัวโมง และทําการบินขึ้นไมนอยกวา 40 เดินอากาศของอากาศยานแบบนนั้ เทย่ี ว และบนิ ลงไมน อ ยกวา 40 เทีย่ ว C ท้ังนี้ อธิบดีอาจกําหนดใหใชความชํานาญใน H การบินกบั อากาศยานประเภทอน่ื เพื่อลดจาํ นวนชั่วโมง A บนิ ตามทีก่ ําหนดใน ก. และ ข. ลงไดต ามท่เี ห็นสมควร P ขอ 9. ผูถือใบอนุญาตนักบินสวนบุคคลทุก T ประเภท รวมท้ังผูถือใบอนุญาตนักบินอากาศยานเบา E พิเศษ ท่ีจะทําหนาที่เปนครูการบินรมบิน รมรอน R พาราเพลน หรือแฮงไกลเดอร จะตองไดรับการเพิ่ม ศักยการบินของอากาศยานแบบน้ันๆ และสามารถ 1 P.10 สอนความรูเก่ียวกับอากาศยานตาม ขอ 8.(3) และมี ประสบการณในการบินกับอากาศยานแบบนั้นๆ มาแลว ไมนอยกวา 100 ช่วั โมงบิน ครกู ารบนิ ตองรับผิดชอบในการปฏิบัติการบิน ของศิษยการบิน ภายใตการควบคุม ดูแลหรือการให อํานาจในการบินของตน

ขอ 11. ผูถือใบอนุญาตนายชางภาคพื้นดิน ขอ 12. บรรดาสมาคมหรือมูลนิธิท่ีกรมการ ประเภทสองมีสิทธิรับรองความสมควรเดินอากาศของ ขนสงทางอากาศไดอนุญาตใหใชอากาศยานเบาพิเศษ อากาศยาน ลําตัวอากาศยาน เคร่ืองยนต รวมทั้ง ทําการบินเพ่ือวัตถุประสงคท่ีมิใชเพื่อการกีฬา การ เครื่องประกอบ เครื่องวัด บริภัณฑ และส่ิงตางๆท่ีติด พักผอนหยอนใจและการฝกบินตามขอบังคับของ ไวในอากาศยาน ตัวอากาศยานหรือเคร่ืองยนต คณะกรรมการการบินพลเรอื น ฉบับท่ี 43 เร่อื ง อากาศ ภายหลังการซอมใหญ การซอมปกติหรือภายหลังการ ยานเบาพเิ ศษ อยกู อ นวันท่ีขอบังคับนี้มีผลใชบังคับ ให ดัดแปลงที่ไดรับอนุญาตแลว หากการซอมใหญ การ ถือวาไดร บั อนุญาตจากอธิบดตี าม ขอ 2. แหง ขอบังคับ ซอมปกติ และการดัดแปลงน้ันๆ ไดใชชิ้นสวน ฉบับนี้ สวนประกอบและวิธีการที่เหมาะสม แตจะใชสิทธิน้ี ไมได ถาหากผูถือใบอนุญาตมิไดศึกษาใหทันสมัยซึ่ง ขอ 13. บรรดาสมาคม มูลนิธิ หรือชมรมท่ี C ขาวสาร คําแนะนําและคูมือทั้งปวงเก่ียวกับการ กรมการขนสงทางอากาศไดเห็นชอบในระเบียบ H บํารุงรักษาและความสมควรเดินอากาศของอากาศ กฎเกณฑ หรือขอบังคับเก่ียวกับการบินตามขอบังคับ A ยานแบบนนั้ ของคณะกรรมการการบิน พลเรือน ฉบับท่ี 43 เรื่อง P อากาศยานเบาพิเศษ อยูกอนวันที่ขอบังคับนี้มีผลใช T E P.11 R 1

บงั คับ ใหถ ือวา อธิบดีเห็นชอบตาม ขอ 4. แหงขอ บงั คับ ฉบับน้ี ขอ 14. บรรดาอากาศยานเบาพิเศษที่จด ทะเบยี นกอนวันทขี่ อบังคับฉบบั นี้มีผลใชบ ังคบั ใหผูจ ด ทะเบียนอากาศยานแสดงเคร่ืองหมายอากาศยานให เปน ไปตาม ขอ 7. ภายในหกสบิ วันนับแตวันทีข่ อ บังคับ นม้ี ผี ลใชบ งั คับ ขอ 5. ใหใชขอ บังคบั นี้ ตง้ั แตว นั ถัดจาก วันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน ตน ไป ใหไว ณ วันท่ี 27 เดือน กันยายน พ.ศ.2549 C H A P T E R 1 P.12

• ประกาศคณะกรรมการการบินพลเรือน เร่ือง วิธี เม่ือสมาชิกฝาฝนขอกําหนดเก่ียวกับการบินท่ีสมาคม C ปฏับัติการย่ืนคําขอและแนวทางการพิจารณาของ กําหนดวาเปนสาระสําคัญหรือกระทําบอยคร้ัง หรือ H คณะกรรมการการบินพลเรือนในการอนุมัติขอบังคับ กอ ใหเ กิดผลเสยี หายอยางรา ยแรง A ของสมาคมทจ่ี ะขอจดทะเบยี นอากาศยาน P พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 แกไข (ค) ขอ กาํ หนดเกยี่ วกับการจดั การสมาคม T เพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินอากาศ ฉบับท่ี 14 การบัญชี และทรัพยส ินของสมาคมจะตองมีขอกําหนด E พ.ศ. 2562 มาตรา 31 วรรคสาม บัญญัติใหสมาคมท่ี ในเรื่องดงั ตอไปน้ี R จะจดทะเบียนอากาศยาน ขอบังคับของสมาคมนั้น ตองไดรบั อนมุ ัตจิ ากคณะกรรมการการบนิ พลเรือน 1) การจัดทําบัญชีรายรับรายจาย คณะกรรมการการบินพลเรือนไดมีมติในคราวประชุม จะตองมีขอกําหนดใหมีการบันทึกรายรับรายจาย ครัง้ ที่ 2/2555 เมอื่ วันท่ี 19 พฤศจกิ ายน 2555 กําหนด เก่ียวกบั การใชแ ละการบาํ รงุ รกั ษาอากาศยาน วิธีปฏิบัติในการย่ืนคําขอและแนวทางการพิจารณา ของคณะกรรมการการบินพลเรือนในการอนุมัติ 2) วิธีการไดมาและการจําหนายซึ่ง ขอบงั คบั ของสมาคมไว ดังตอ ไปน้ี อากาศยานของสมาคมจะตองมขี อกาํ หนดใหมีรายการ ขอ 1 สมาคมใดประสงคขอใหคณะกรรมการ แสดงถึงวิธีการไดมา หรือจะตองมีขอกําหนดใหมี การบินพลเรือนพิจารณาอนุมัติขอบังคับของสมาคม รายการแสดงใหเหน็ วา สมาคมจะมีอากาศยานเปนของ เพื่อจดทะเบียนอากาศยานตามพระราชบัญญัติการ สมาคมหรือไม ถามีวิธีการไดมา เชน การเชา การยืม เดินอากาศ พ.ศ. 2497 ใหย่ืนคําขอเปนหนังสือตอ การซ้อื การขาย และวธิ กี ารจําหนา ยอากาศยาน อธิบดีกรมการบินพลเรือน พรอมดวยขอบังคับของ สมาคม (2) ขอบังคับของสมาคมท่ีเกี่ยวกับการบิน ใน ขอ 2 ขอบังคับของสมาคมที่เก่ียวกับการบิน ขอบังคับของสมาคมตองมีขอกําหนดเก่ียวกับการบิน ตอ งมีรายการอยางนอยดงั ตอ ไปน้ี อยา งนอยในเรอ่ื งดงั ตอ ไปนอ้ี ยา งชัดเจน (1) ขอบังคับของสมาคมในเร่ืองท่ัวไป ตองมี ขอกําหนดในสวนที่เกี่ยวกับการบินอยางนอยในเรื่อง (ก) ขอกําหนดเก่ียวกับการปฏิบัติการบิน ดงั ตอ ไปนี้อยา งชดั เจน ตองปรากฏรายการทีแ่ สดงวา สมาชกิ เทานนั้ ที่สามารถ (ก) วัตถุประสงคของสมาคม จะตอง ทําการบินกับอากาศยานของสมาคม การกําหนดหรือ ปรากฏชัดวามีวัตถุประสงคในการบินดานใดและหาก แตงตั้งเจาหนาท่ีของสมาคมที่มีอํานาจอนุญาตให จะมีการฝกบินใหแกสมาชิก ตองระบุวัตถุประสงคใน สมาชิกนําอากาศยานข้ึนทําการบินและควบคุมกํากับ การฝก บนิ ใหชดั เจน ดูแลการปฏิบัติการบินของสมาชิก และการทําการบิน (ข) การขาดจากสมาชิกภาพ จะตองมี ของสมาชิกตองปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบที่ ขอกําหนดแสดงถึงเกณฑการขาดจาก สมาชิกภาพ เกย่ี วกบั การบนิ (ข) ขอกําหนดเก่ียวกับสนามบินอนุญาต หรือท่ีขึ้นลงช่ัวคราวอนุญาตหลักท่ีใชเปนท่ีเก็บอากาศ ยานของสมาคม ขอ 3 เม่ืออธิบดีกรมการบินพลเรือนไดรับคํา ขอหรือคําขอเปล่ียนแปลงแกไขเพิ่มเติมขอบังคับของ P.13 1

สมาคมแลว ใหอธิบดีกรมการบินพลเรือนตรวจสอบวา จากคณะกรรมการการบินพลเรือนแลวจึงจะแกไข มีรายการครบถวนและเขาเกณฑท่ีอาจพิจารณาอนุมัติ ขอ บงั คับน้ันได ตามวิธีการเชนเดยี วกบั การขออนุมัติ ไดห รือไม ถามีรายการครบถวนและเขาเกณฑที่อาจรับ พิจารณาอนุมัติได ใหเ สนอความเห็นตอคณะกรรมการ (ข) การเปล่ียนแปลงแกไขขอบังคับ ก า ร บิ น พ ล เ รื อ น ป ร ะ ก อ บ ก า ร พิ จ า ร ณ า เ มื่ อ ของสมาคมตามขอ 2 (2) (ข) ใหสมาคมแจงเปน คณะกรรมการการบินพลเรือนพิจารณาแลว ใหอธิบดี หนังสือใหอธิบดีกรมการบินพลเรือนทราบภายใน กรมการบินพลเรือนแจงผลการพิจารณาใหสมาคม สามสิบวันนับแตวันที่จดทะเบียนแกไขเปล่ียนแปลง ทราบพรอมดวยเหตุผล ท้ังนี้ในการพิจารณาของ และใหอธิบดีกรมการบินพล เรือนรายงาน ให คณะกรรมการการบินพลเรือน ใหอธิบดีกรมการบิน คณะกรรมการการบินพลเรอื นทราบ พลเรือนแจงใหสมาคมที่ยื่นคําขอจัดเตรียมขอมูลเพ่ือ เขาช้แี จงตอ คณะกรรมการการบินพลเรือนตอ ไป หากสมาคมไมดําเนินการตามวรรคหน่ึง คณะกรรมการการบินพลเรือนอาจพิจารณาเพิกถอน ถาอธิบดีกรมการบินพลเรือนเห็นชอบวาคํา การอนุมัติขอบังคับของสมาคมตามพฤติการณแหง ขอรายใดไมถูกตองหรือมีเอกสารหลักฐานไมครบถวน ความรา ยแรง ทง้ั น้ี ตงั้ แตบ ัดน้เี ปนตน ไป ใหแจงใหสมาคมแกไขหรือสงเอกสารหรือขอมูลใด ประกาศ ณ วันที่ 28 กุมภาพนั ธ พ.ศ. 2556 เพิ่มเติมภายในเวลาที่กําหนด ซ่ึงตองไมนอยกวาเจ็ด C วันหากสมาคมไมปฏิบัติตามรายการและภายใน H เง่ือนไขท่ีกําหนด ใหอธิบดีกรมการบินพลเรือนสงคืน A คําขอพรอมแจงเหตุผลภายใน 15 วัน ท้ังน้ี ไมตัดสิทธิ P สมาคมท่จี ะยนื่ คําขอใหม T E ขอ 4 สมาคมที่ไดรบั อนุมัตจิ ากคณะกรรมการ R การบนิ พลเรอื นแลว จะตองดาํ เนินการดังตอไปนี้ 1 P.14 (1) จดั ทํารายงาน ใ ห ส ม า ค ม จั ด ทํ า ร า ย ง า น ผ ล ก า ร ดําเนินการ จํานวนและรายช่ือสมาชิก การปฏิบัติการ บิน การจัดทําบัญชี ย่ืนใหกรมการบินพลเรือนทราบ ทุกรอบปบัญชี ภายในหกสิบวันนับแตวันส้ินรอบป บัญชี (2) การแกไ ขขอบงั คบั ของสมาคม (ก) การเปลี่ยนแปลงแกไขขอบังคับ ของสมาคมตามขอ 2 (1) และขอ 2 (2)(ก) ใหสมาคม ยื่นขอเปล่ียนแปลงแกไข และเมื่อไดรับความเห็นชอบ

02 การดาํ เนนิ งานสมาคม ตามคูมอื ของกรมการ ปกครอง กระทรวงมหาดไทย .ก.ฎ..ห..ม..า.ย..แ..ล..ะ.ร.ะ..เบ..ยี..บ..ท..เ่ี .ก..ี่ย..ว.ข..อ.ง.......................................................................P...1.5. .ค..าํ .อ..ธ.บิ..า..ย..ข.อ..บ..ัง.ค..ับ..ส..ม..า..ค..ม............................................................................P...1.5. .ข.อ..แ.น..ะ..น.าํ..ก..า.ร..บ..ร.หิ..า..ร.ง..า.น..ส..ม..า.ค..ม......................................................................P...1.6.

การดําเนินงานสมาคม ตามคูมือของ “มาตรา 14 สมาคม หรือองคการใดซ่ึงมี กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย วัตถุประสงคเก่ียวกับงานของสภาวัฒนธรรมแหงชาติ ไมวาจะไดตั้งอยูกอนหรือไมก็ตาม ตองไดรับอนุญาต ต า ม ป ร ะ ม ว ล ก ฎ ห ม า ย แ พ ง แ ล ะ พ า ณิ ช ย จากสภาวัฒนธรรมแหงชาติกอนจึงจะดาํ เนินการจัดตั้ง มาตรา 78 บัญญัติความหมายของสมาคมไววา “การ ตามกฎหมายหรือดาํ รงอยตู อไปได...” กอ ตัง้ สมาคมเพื่อกระทําการใดๆ อนั มลี กั ษณะตอเน่ือง รวมกันและมิใชเปนการหากําไรหรือรายไดมาแบงปน 4. กฎกระทรวง (พ.ศ. 2537) ออกตามความ กัน” ตองมีขอบังคับและจดทะเบียนตามบทบัญญัติ ในประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย แหงประมวลกฎหมายน้ี แสดงใหเห็นวาการกอต้ัง สมาคมจะมีลกั ษณะ 5. กฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2547) ออก ตามความในประมวบกฎหมายแพงและพาณชิ ย 1. เปน การรวมตวั ของกลมุ บุคคล 2. เพ่ือกระทําการใดๆ เปนการตอเนื่องไมใช 6. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แตงตั้ง ทาํ กันเพียงช่วั คร้ังชว่ั คราวแลว เลกิ ไป นายทะเบียนสมาคมลงวันท่ี 15 กันยายน 2547 3. เปน แนวทางปฏิบตั ิ 4. ตองจดทะเบยี นเปนนติ ิบคุ คล คําอธิบายขอบงั คบั สมาคม กฎหมายและระเบยี บท่ีเกยี่ วขอ ง ขอบังคับของสมาคมเปนแนวทางปฏิบัติของ 1. ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา 78-109 คณะกรรมการและสมาชิกของสมาคม และรายการใน 2. พระราชบัญญัติกําหนดความผิดที่เกี่ยวกับ ขอ บังคบั สมาคมอยา งนอยตองมีรายละเอยี ดดังตอไปนี้ หางหุนสวนจดทะเบียนหา งหุนสวนจํากัด บริษัทจํากัด สมาคมและมลู นิธิ พ.ศ. 2499 แกไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับ CC ท่ี 2) พ.ศ. 2535 HH 3. พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแหงชาติ พ.ศ. AA 2485 แกไขโดยพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแหงชาติ PP (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2486 TT EE มาตรา 5 ใหยกเลิกความในมาตรา 14 แหง RR พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแหงชาติ พ.ศ. 2485 และให P.15 21 ใชความตอไปน้ีแทน

1. ช่ือสมาคม เปนการระบุช่ือเฉพาะของ การพนจากตําแหนงของกรรมการและการประชุมของ สมาคมนั้นๆ และจะตองมีคําวา “สมาคม” ประกอบ คณะกรรมการ ชื่อดว ย 7. ขอกําหนดเกี่ยวกับการจัดการสมาคม การ C 2. วตั ถปุ ระสงคข องสมาคม เปน รายการแสดง บัญชีและทรัพยสินของสมาคมเปนการกําหนดถึง H ใหเห็นวาสมาคมท่ีต้ังข้ึนมามีเปาหมายจะกระทําใน วิธีการบริหารสมาคม การจัดทําบัญชีและทรัพยสิน A กิจการใดแนชดั ของสมาคม วาตองทําอยางไรสามารถตรวจสอบไดใน P แตล ะป T 3. ท่ีต้ังสํานักงานใหญและท่ีตั้งสํานักงาน E สาขาท้ังปวง เปนรายการแสดงสถานที่ตั้งสํานักงาน 8. ขอกําหนดเก่ียวกับการประชุมใหญ เปน R ใหญของสมาคมและที่ต้ังสํานักงานสาขาของสมาคม การกําหนดถึงกําหนดเวลาและวิธีการประชุมใหญ หากสมาคมประสงคจะจดั ต้ังขึน้ สมาชิก ของสมาคมไดชดั แจง 2 P.16 ขอแนะนําการบริหารงานสมาคม 4. วิธีรับสมาชิกและการขาดจากสมาชิกภาพ เปนรายการแสดงถึงวิธีจัดหาสมาชิกและการขาดจาก 1. ลักษณะและการควบคมุ สมาคม การเปน สมาชิกของสมาคมนนั้ ๆ การดําเนินการกอต้ังน้ันจะตองต้ังเปนสมาคม ซ่ึงเปนลักษณะกระทําการใดๆ หนักไปในทาง 5. อัตราคาบํารุง เปนการกําหนดอัตราคา สาธารณประโยชน มิใชลักษณะเปนการกอตั้งอยา งอ่นื บํารุงสมาคมที่สมาชิกจะตองชําระใหแกสมาคมเพ่ือ ท่ีอาจจะหนักไปในทางบันเทิงเริงรมยหรือการ หยอน เปนคา ใชจายในกจิ การของสมาคมแตละแหง ใจ เพราะนั่นจะเปนสโมสร ซึ่งไมมีการจดทะเบียนเปน การตั้งสมาคมแตอยางใด เนนชัดวาตองเปน “การ 6. ขอกําหนดเกี่ยวกับคณะกรรมการของ กอตั้งสมาคม” โดยผูกอตั้งตองมีความมุงหมายเชนนัน้ สมาคม เนื่องจากในประมวลกฎหมายแพงและ ไมใชมุงหมายอยางอ่ืน แตการกระทําการใดๆ ในท่ีนี้ พาณิชยฉบับใหมน้ี กําหนดใหการบริหารของสมาคม จะตองเปนกิจการที่ชอบดวยกฎหมาย กิจการใดที่ไม ตองทําในรูปคณะกรรมการเทานั้น จึงกําหนด ชอบดวยกฎหมายแลว ยอมไมอาจตั้งเปนสมาคมได รายละเอียดเก่ียวกับจํานวนกรรมการของสมาคม การ นอกจากน้ีอาจจะมีการกระทําอื่นๆ อีกท่ีไมอาจทําได ตั้งกรรมการ วาระการดํารงตําแหนงของกรรมการ ตามกฎหมายคือ กิจการนั้นตองหามกฎหมาย กิจการ ท่ีพนวิสัยหรือขัดตอความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรม อันดีของประชาชน การกอต้ังสมาคมในสภาพดังกลา ว ยอ มทาํ ไมไดเหมือนกนั ในเมอ่ื เปนสมาคมแลว จะหยุด ดําเนินการหรือไมดําเนินการในบางขั้นตอนโดยไมมี การตอ เนอ่ื งน้นั ยอ มไมใชสมาคมเสียแลว ดังน้ัน คําวา “ตอเนื่อง” ในลักษณะของ สมาคมนี้จึงเปนถอยคําใหมท่ีมีความสําคัญเนนหนักให

เห็นชัดวา ผูบริหารสมาคมน้ันจะตองกระทํากิจการ วิสามญั โดยมสี มาชิกสามัญเขาชื่อกันรองขอไมถึง 3 ใน CC ตางๆ ของสมาคมตามวัตถุประสงคอยางตอเน่ือง จะ 4 จึงเปนการฝาฝนขอบังคับสมาชิกของสมาคมน้ัน HH หยุดดําเนินการบางแลวดําเนินการบางน้ัน ยอมไม ยอมมีสิทธิฟองรองขอเพิกถอนมติการประชุมใหญ AA ถูกตอ งตามความประสงคข องกฎหมาย วิสามัญนั้นได PP TT สมาคมน้ันสามารถที่จะหาผลกําไรและรายได ขอบังคับของสมาคมฌาปนกจิ มวี า ผสู มัครเปน EE ได แตจะนําผลกําไรและรายไดน้ันมาแบงปนกันใน สมาชิกของสมาคมตองมีสุขภาพสมบูรณ โดยมี RR ระหวางผูกอตง้ั หรอื สมาชิกไมได โดยจะตองนําผลกาํ ไร ใ บ รั บ ร อ ง แ พ ท ย แ ล ะ ต อ ง มี สุ ข ภ า พ ส ม บู ร ณ โ ด ย มี หรือรายไดนั้นเปนของสมาคม เพ่ือดําเนินการตางๆ ใบรับรองแพทยและตองไปใหกรรมการของสมาคม 21 ตามวัตถุประสงคของสมาคมตอไป แตผูบริหารหรือ พิจารณาดวยตนเองและผูสมัครตองยื่นหนังสือแสดง สมาชิกของสมาคมจะตองไมแบงปนกําไรหรือรายได ความจํานงดวยตนเอง กลับใชชื่อของอีกคนหน่ึงสมัคร น้ัน โดยตองเปนผูทํางานดวยความเสียสละใหแกการ ดังนี้ถือไมไดวาผูที่มีช่ือตามใบสมัครเปนสมาชิกของ บริหารสาธารณะซึ่งผูที่เปนกรรมการหรือสมาชิกของ สมาคมฌาปนกิจนั้นโดยชอบ สมาคมไมมีความผูกพัน สมาคมนั้น มีงานอยางอ่ืนทําอยูแลวและเปนผูเขามา ที่ จ ะ จ า ย เ งิ น ใ ห แ ก ผู ท่ี ถู ก ร ะ บุ ชื่ อ ใ ห เ ป น ผู รั บ เ งิ น ทํางานใหแกสมาคมโดยเสยี สละในบางคร้ังตองเอาเงนิ ฌาปนกิจ (ฎีกาที่ 265/2509 ฎ. 29) จากกิจการงานของตนที่ทําอยูแลว สละใหแกสมาคม เพอ่ื เปน ประโยชนตอ สาธารณะตอ ไปดว ย เม่ือสมาคมจัดใหมีการเลือกตั้งกรรมการฝา ฝนขอบังคับของสมาคมที่ไดจดทะเบียนไว สมาชิกของ ผรู า งขอ บังคับจึงมีความจาํ เปนตองทําการราง สมาคมมีสิทธิฟองใหเพิกถอนการเลือกตั้งกรรมการท่ี ขอบังคับใหมีความครบถวนตามกฎหมายผูดําเนินการ ฝาฝนขอบังคับนั้นได แมจะมิไดคัดคานไว (ฎีกาที่ ของสมาคมกต็ องดําเนินการใหเปนไปตามขอบงั คับนั้น 532/3522 ฎ. 528, ที่ 2585/2525) หากปฏิบัติผิดไปจากขอบังคับ ยอมจะไมถูกตองยอม ถูกเพกิ ถอนเสียได เชน ขอใหสังเกตวา ผูท่ีจะฟองคดีไดน้ัน อาจเปน กรรมการหรือสมาชิกของสมาคมก็ได สามารถเปน ขอบังคับของสมาคมระบุไวชัดเจนวาตองมี โจทกฟองใหเพิกถอนการปฏิบัติการท่ีผิดขอบังคับของ สมาชิกสามัญถึง 3 ใน 4 เขาช่ือกันขอใหมีการประชุม สมาคมได ใหญวิสามัญ การที่สมาคมจัดใหมีการประชุมใหญ 2. การแกไ ขเพมิ่ เติมขอ บังคบั ของสมาคม เมื่อนายทะเบียนไดจดทะเบียนแลว ก็ยอมมี ผลใชบังคับเปนขอบังคับไดเทากับความในขอบังคับ เดิมไมใชตอไป ผลที่ใชบังคับนี้ตองระวังวากฎหมาย บัญญัติใหมีผลเมื่อนายทะเบียนให แมจะลงมติโดยท่ี ประชุมใหญใหแกไขเพ่ิมเติมแลว ขอบังคับท่ีแกไข เพิ่มเติมนั้น จะยังไมมีผลบังคับแตอยางใดโดยถือวายัง P.17

C ไมสมบูรณไมมีผลบังคับแกสมาคม (ฏีกาท่ี 532/2522 กิจการนั้นหากจะมีการฟองรอง จะฟองในนามของ H ฎ. 528) สมาคมไมได นอกจากนี้แมแตจะแกตาง ก็ไมอ าจทําใน A นามของสมาคมได เชน เดียวกัน P การที่จะรางขอบังคับใหแตกตางไปจากบท T กฎหมายน้ัน ตองมีบทกฎหมายใหอํานาจเปน 3. ส่ิงท่ีประกอบข้ึนนเปนสมาคม: ชื่อของ E ขอยกเวนไวโดยชัดแจง จะบัญญัติขอบังคับใหแ ตกตา ง สมาคม R ไปจากกฎหมายโดยกฎหมายไมไดใหอํานาจไวไมได เปนอันขาด เพราะขอบังคับจะมีอํานาจเหนือกฎหมาย จะตองมีคําวา “สมาคม” การนําคําวา 2 P.18 ไมได กฎหมายตองอยูเหนือขอบังคับ ดังน้ันหาก “สมาคม” เขาประกอบกับชื่อของสมาคมนั้นจะ ขอบังคับใดขัดตอกฎหมาย ตองถือกฎหมายเปนใหญ ประกอบไวหนาหรือหลังช่ือ ก็ได ตามความตองการ และถือวาขอบังคับนั้นไมมีผลใชบังคับ ตองบังคับกัน ของสมาคมน้ัน เพราะกฎหมายไมไดบัญญัติชัดวา ตามกฎหมาย จะตองประกอบไวตรงใด เม่ือเปนเชนนี้จึงตองแปลวา จะนํา “สมาคม” นีไ้ ปประกอบไวห นาหรือหลงั ชื่อน้ันก็ แตหากกฎหมายนั้นใหอํานาจในการออก ได ไมเ ปน การขัดตอ กฎหมายแตประการใด ขอบังคับแตกตางไปจากบทกฎหมายได จึงจะราง ขอบังคับใหแตกตางออกไป และเกดิ ผลใชบ ังคบั กันได 4. วธิ ีการขอจดทะเบียนสมาคม “การขอจดทะเบียนน้ันใหผูจะเปนสมาชิก ในการรางขอบังคับที่แตกตางไปจากบท ของสมาคม จํานวนไมนอยกวาสามคม รวมกันยื่นคํา กฎหมายทใ่ี หอ ํานาจไวน ้ีก็ตองพิจารณาใหชัดเจนอีกวา ขอเปนหนังสือตอนายทะเบียนแหงทองท่ีท่ีสํานักงาน กฎหมายใหอํานาจกําหนดขอบังคับใหแตกตางไปจาก ใหญของสมาคมจะตั้งข้ึนพรอมกับแนบขอบังคับของ บทกฎหมายเรื่องอะไรดวย จะตองแตกตางไปเฉพาะ สมาคม รายช่ือ ที่อยู และอาชีพของผูท่ีจะเปนสมาชิก ในเรื่องน้ันเทานั้น จะแตกตางในเร่ืองอื่นที่กฎหมาย ไมนอยกวาสิบคนและรายชื่อท่ีอยู และอาชีพของผูจะ ไมไดใหอํานาจไวไมได การแปลความเชนนี้จะตองดู เปนกรรมการของสมาคมมากับคาํ ขอดว ย” ความในตอนตนใหชัดเจนนั่นเอง และตองแปลความ เม่ือกฎหมายใชคําวา “ผูจะเปนสมาชิก” และ ขอยกเวนทีต่ อ งเขยี นขอบังคบั ใหส อดคลองกับความใน “ผูจะเปนกรรมการ” ดังนั้นเม่ือจดทะเบียนเปน ตอนนั้น ไมใชกําหนดขอบังคับเปนการยกเวนหลัก สมาคมแลว ผูน้ันอาจจะไมไดเปนสมาชิกหรือเปน กฎหมายในเรอ่ื งอ่ืนๆ ทุกเรือ่ ง กรรมการตอมาก็ได เพราะยอมมีการเปล่ียนแปลงได แตสมาคมทไ่ี ดจดทะเบียนแลวน้ัน ยังคงเปนสมาคมอยู ตราบใดที่ยังไมมีการจดทะเบียน ก็ยังไม ตามเดิม เมื่อนายทะเบยี นไดจดทะเบยี นใหแ ลวตอ ไป เรียกวา เปนสมาคมยังไมเปนนิติบุคคล ไมอาจจะ ดําเนินการนามของสมาคมได การทํานิติกรรมตางๆ ไมถือวาทําในนามของสมาคม เชน การใหเงินแก สมาคมที่ต้ังขึ้นโดยมิไดจดทะเบียนตามกฎหมายน้ัน เพราะมีแตผูใหโดยไมมีบุคคลเปนผูรับ ผูใหจึงยังคง เปนเจาของเงินอยู (ฎีกาท่ี 47/2491 2491 ฎ.60)

สมาคมจะต้ังข้ึน ณ ท่ีใด นายทะเบียนทองท่ี เม่ือผูย่ืนคําขอไดรับคําสั่งไมรับจดทะเบียน CC นั้นก็สามารถรับคําขอไดโดยยื่นตอนายทะเบียนทองที่ แลว ก็สามารถท่ีจะอุทธรณคําส่ังไมรับน้ันไปยัง HH นั้น จะยื่นคําขอเปนสมาคม ยังสํานักงานสาขาท่ีจะ รัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยไดโดยทําเปน AA จดั ตงั้ ข้นึ ไมได หนังสือตอนายทะเบียนน้ันภายในสามสิบวันนับแต PP วันท่ีไดรับแจงคําสั่งไมรับจดทะเบียนแตถารับจด TT หากยังไมไดรางขอบังคับก็ยังขอจดทะเบียน ทะเบยี นแลว กไ็ มต อ งอทุ ธรณ EE สมาคมไมได จะรางขอบังคับภายหลังจากจดทะเบียน RR สมาคมแลวไมอาจทาํ ได 5. ภมู ลิ าํ เนาสมาคม ในกรณีที่มีสมาคมสาขา ก็อาจจะมีภูมิลําเนา 21 ในกรณีท่ีนายทะเบียนจะไมรับจดทะเบียนให ที่สํานักงานสาขาไดโดยถือวาที่ตั้งของสํานักงานสาขา นัน้ จะตอ งเปน เรอ่ื งที่นายทะเบยี นเหน็ วา เปนภูมิลําเนาสวนหนึ่งของสาขาน้ันแตการขอจด ทะเบียนตองขอจดทะเบียนสมาคมตอท่ีตั้งสํานักงาน 1. เน่ืองจากวัตถุประสงคของสมาคมขัดตอ ใหญจะขอจดทะเบียนทสี่ าํ นักงานสาขาไมได กฎหมายหรอื ศลี ธรรมอนั ดขี องประชาชน หรอื อาจเปน 6. การดาํ เนนิ งานของสมาคม ภยันตรายตอความสงบสุขของประชาชน หรือความ ดังน้ัน เมอ่ื มกี รณใี ดจะติดตอกับสมาคม ก็ตอง มัน่ คงของรัฐ หรือ ติ ด ต อ กั บ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ข อ ง ส ม า ค ม เ พ ร า ะ ก า ร บริหารงานของสมาคมในปจจุบันจะทําในรูปของ 2. ผูยื่นคําขอจดทะเบียนไมแกไขหรือ คณะกรรมการ หาไดด ําเนนิ การในรปู ของผูจดั การไม เปล่ียนแปลงใหถูกตองภายในสามสิบวันนับแตวันที่ คณะกรรมการจึงเปนตัวจักรหรือกลไกสําคัญ ทราบคําสงั่ ของนายทะเบยี น ที่จะทําใหสมาคมมีความเคล่ือนไหว แสดงใหเห็นถึง กิจการที่ทําใหปรากฏน้ัน ผูอ่ืนซ่ึงมิไดเปนกรรมการ ในกรณีนอ้ี าจจะเปนเรอ่ื งคําขอไมถ ูกตอ ง หรอื ของสมาคม ยอมไมถือวาเปนผูแทนของสมาคม แม ขอบังคับ หรือรายช่ือสมาชิก หรือกรรมการไมถูกตอง เดิน จะโดยวนิ ิจฉยั วา เม่ือผูจ ัดการของสมาคมไดว าจาง ครบถวน อาจจะใหมีการแกไขไดตามท่กี ลา วมาแลว คนชวยดูแลสถานท่ีประการถือวาผูรับจางน้ันเปน ผูแทนอื่นๆ ของสมาคมดวย (ฎีกาที่ 2549/2536 ฎส. นายทะเบียนก็จะไมร ับจดทะเบียนทง้ั ตองแจง 77) ก็ตาม ปจจุบันน้ีตองถือวาผูรับจางเชนนั้น ไมใช คําสั่งพรอ มดว ยเหตผุ ลท่ีไมร ับจดทะเบยี นไปยงั ผูย่ืนคํา ผูแทนของสมาคมแลว จะตองเปนกรรมการที่ไดจด ขอโดยไมชักชา ซึ่งไมไดกําหนดเวลาไวจะเปนเวลา ทะเบยี น จึงจะเปนผแู ทนของสมาคมได เทาใดทไ่ี มช ักชากไ็ ด ผูที่จะดําเนินกิจการของสมาคมไดนั้น ตอง เปนคณะกรรมการบุคคลอ่ืนใดแมจะเปนสมาชิกของ สมาคม ก็ไมมีอํานาจในการเขามาดําเนินงานของ สมาคม P.19

C คณะกรรมการของสมาคมจะดําเนินกิจการ ก า ร ท่ี ก ฎ ห ม า ย รั บ ร อ ง เ ช น นี้ ถื อ เ ป น H ของสมาคมไดเพียงใด หรือมีขอบเขตอยางไรน้ันใหดู หลักประกันกิจการที่สมาคมไดทําไปแลวน้ัน ไมทําให A ตามกฎหมายและขอบังคับของสมาคมกลาวคือ หากมี เกิดผลเสียไป ทําใหบุคคลภายนอกมีความมั่นใจใน P กฎหมายบทใดหรือกฎหมายฉบับอื่นใด กําหนดให ผลงานที่ไดเกิดนิติสัมพันธก ันขึ้นแลวกับสมาคม ดังน้นั T คณะกรรมการดําเนินกจิ การของสมาคมไดอยางไรแลว สมาคมจะอางความบกพรองในการตั้งหรือคุณสมบัติ E คณะกรรมการของสมาคมก็สามารถดําเนินกิจการนั้น ของคณะกรรมการวาไมถูกตอง อันเปนความบกพรอง R ตามทกี่ ฎหมายนน้ั ๆ ใหอ าํ นาจไว ภายในของสมาคมเอง ใชยันแกบุคคลภายนอกไมได สมาคมตองผูกพันดวยนิติสัมพันธกับบุคคลภายนอกที่ 2 P.20 หากไมม ีกฎหมายใดกําหนดขอบอํานาจหนาท่ี ไดกระทําไปแลวนั้นอันเปนลักษณะของตัวแทนเชิด ของคณะกรรมการที่จะดําเนินงานของสมาคมไดก็ตอ ง นน่ั เอง พิจารณาดูตามขอ บงั คับของสมาคมนัน้ วาขอบังคับของ สมาคมไดใหอาํ นาจกรรมการกระทํากจิ การใดไดบ า ง ดังน้ันกิจการใดของสมาคมท่ีจะตองทํานิติ สัมพันธหรือติดตอกับบุคคลภายนอก จะตองทําโดย นอกจากน้ี แมไมมีกฎหมายหรือขอบังคับ คณะกรรมการของสมาคม จะติดตอกับสมาชิกของ โดยตรง คณะกรรมการก็ยังสามารถทํากิจการของ สมาคมเทาน้ัน ยอมไมเกิดความผูกพันและไมเกิดนิติ สมาคมไดตามสภาพท่ัวไปๆ ไปที่บุคคลมีอยูภายใน สัมพนั ธข ึน้ เพราะกฎหมายกําหนดใหผูแทนของสมาคม ขอบวัตถุประสงคของสมาคมนั้นๆ ขอนี้เปนอํานาจ ที่จะแสดงเจตนาไดก็คือ คณะกรรมการน่ันเอง ผูอื่นที่ หนา ทต่ี ามปกตธิ รรมดาที่มีท่ีเปนอยโู ดยทั่วๆ ไป จะแสดงเจตนาของสมาคมในฐานะเปนผูแทนของ สมาคมไมไ ด “บรรดากจิ การท่ีคณะกรรมการของสมาคมได กระทําไปแมจะปรากฎในภายหลังวามีขอบกพรอง คณะกรรมการจึงมีความหมายเทากับเปน เก่ียวกับการต้ังหรือคุณสมบัติของกรรมการสมาคม จิตใจของสมาคมเพราะการแสดงออกตางๆ ท่ีจะ กจิ การนั้นยอ มมผี ลสมบรู ณ” ผูกพันสมาคมได จะตองทําโดยคณะกรรมการที่ กาํ หนดขน้ึ น้ี หลักขอน้ีเปนการรับรองผลการทํางานใน กิจการของสมาคมท่ีทําไปแลว เปนลักษณะของการ ผูที่เปนกรรมการของสมาคมจึงมีสิทธิและ บริการสาธารณะ ผูบริหารคือ คณะกรรมการไมไดมี หนาที่พิเศษแตกตางไปจากสมาชิกของสมาคมดวย ผลประโยชนเก่ียวของแตประการใด เปนการทํางาน สามารถสรางนิติสัมพันธกับบุคคลอ่ืนตางๆไดซ่ึง โดยเสียสละเปนประโยชนแกบุคคลทั่วไป ดังนั้น เมื่อ สมาชิกของสมาคมเองไมสามารถกระทําไดและยัง ไดมีการทํากิจการของสมาคมไปแลวตามที่เขาใจวา แตกตางไปจากที่ประชุมใหญของสมาคม เพราะที่ คณะกรรมการน้ันมีอํานาจทําได แตตอมาภายหลังจะ ป ร ะ ชุ ม ใ ห ญ แ ม จ ะ ค ว บ คุ ม ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร แ ต ก็ ไ ม ป ร า ก ฏ ว า มี ค ว า ม บ ก พ ร อ ง เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ต้ั ง ห รื อ สามารถบริหารดําเนินการติดตอกับบุคคลภายนอกได คุณสมบัติของคณะกรรมการ กฎหมายจึงรับรองใหวา เหมือนคณะกรรมการ กิจการที่ทําไปแลวน้ัน ยอมมีผลสมบูรณ เปนการ ผกู พนั สมาคมและบคุ คลภายนอกทุกประการ

ในกรณีท่ีสมาคมจะตั้งกรรมการขึ้นใหมทั้งชุด หรือคุณสมบัติมีความบกพรอง จึงสามารถดําเนิน หรือจะมีการเปล่ียนแปลงกรรมการบางคน จะกระทํา กิจการของสมาคมได ตามที่จดทะเบียนการเปน การไดน้ันตองกระทําตามขอบังคับของสมาคมที่ กรรมการไวแ ลว กําหนดไวตามที่กลาวแลวขางตน ถาขอบังคับไมได กาํ หนดไว จะทําการเปล่ยี นแปลงกรรมการไมไ ด ในระหวางท่ียังไมมีการจดทะเบียนกรรมการ ของสมาคมชุดใหมถาขอบังคับของสมาคมมิไดกําหนด การเลือกตั้งคณะกรรมการนั้น ถาขอบังคับ ไวเปนอยางอื่นกฎหมายใหกรรมการชุดเดิมปฏิบัติ ไมไดกําหนดไววาจะใหเลือกตั้งที่ใด อาจจะไมตงจัดให หนาที่กรรมการของสมาคมตอไปจนกวา จะไดมกี ารจด มีการเลือกตั้งในที่ทําการของสมาคมก็ไดเมื่อมีความ ทะเบียนกรรมการของสมาคมชุดใหม ขอนี้จึงเปนขอที่ จําเปนหรือเพื่อความเหมาะสมก็อาจใชสถานท่ีอื่นเปน ยืนยันไดวาตราบใดที่กรรมการชุดใหมยังไมไดจด ท่ีทําการเลือกตง้ั ได กถ็ ือวาเปนการเลอื กตง้ั กรรมการที่ ทะเบียนน้ัน การปฏิบัติงานใดๆ ของสมาคมจะไม ชอบ ( ฎกี าที่ 762/2526) เกิดผลสมบูรณและจะไมผูกพันสมาคมน้ัน กรรมการ ชุดใหมท่ียังไมจดทะเบียนจะไมมีอํานาจกระทําการ สําหรับการเปล่ียนแปลงกรรมการสมาคมโดย ใดๆ แทนสมาคมไดเลย มิไดจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงนั้นตอนายทะเบียน ดังกลาว ยอมจะไมสมบูรณตามกฎหมายในกรณีน้ีตอง 7. สมาชิกของสมาคม ถือวากรรมการที่ไดจดทะเบียนไวเดิม ยังคงเปน กรรมการโดยชอบดวยกฎหมายตลอดมา (ฎีกาที่ สมาชิกของสมาคมนับวามีบทบาทเกี่ยวกับ CC 1478/2517 ฎ.1060) กรรมการชุดเดิมจึงดําเนิน การดําเนินกิจการของสมาคมเปนอยางมาก เพราะมี HH กิจการตางๆ แทนสมาคมได และยังมีอํานาจเปน สทิ ธทิ ี่จะตรวจตรากิจการของสมาคมได มีอํานาจเรียก AA ผู แ ท น ส ม า ค ม ใ น ก า ร ติ ด ต อ นิ ติ สั ม พั น ธ กั บ ประชุมใหญ และมีอํานาจฟองขอใหเพิกถอนมติที่ PP บุคคลภายนอกดวย กรรมการท่ีเปล่ียนแปลงโดยยังไม ประชุมใหญได นอกจากน้ีหากปรากฏวามีการกระทํา TT จดทะเบียนนั้น จะไมม ีอาํ นาจกระทําการใดๆ เลย เชน ใดโดยไมชอบ เชนการเลือกตั้งกรรมการฝาฝน EE ไมมีอํานาจฟองคดีแทนสมาคม ไมวาในคดีแพงหรือ ขอบังคับสมาคม สมาชิกก็สามารถฟองตอศาลใหเพิก RR อาญา (ฎกี าที่ 1014/2533 ฎ.198) ขืนกระทาํ ไปก็เปน ถอน การเลือกตั้งกรรมการนั้นได (ฎีกาที่ 532/2522 การเสียเปลา และในกรณีนี้จะถือวาเปนขอบกพรอง ฎ. 528) 21 เก่ียวกับการต้ังหรือคุณสมบัติของกรรมการสมาคม ครบถวนแลว เพียงแตไมไดขอจดทะเบียนการเปน P.21 กรรมการเทาน้ัน เมื่อยังไมมีการจดทะเบียนความเปน กรรมการจะยังไมเกิดขึ้นเลย จึงไมมีอํานาจเปนผูแทน สมาคม หรือดําเนินกิจการของสมาคมแตอยางใด ความในมาตรา 88 ขึ้น จะตองไดความวามีการจด ทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการแลวเทานั้น แตการตั้ง

C ในการประชุมใหญครั้งใด ถาไดมีการนัด คําวา “คณะกรรมการ” ท่ีจะตองจัดใหมีการ H ประชุมหรือการลงมติโดยไมปฏิบัติตามหรือฝาฝน ประชุมใหญในที่น้ีมิไดหมายถึงกรรมการคนหนึ่งคนใด A ขอบังคับของสมาคมหรือบทบัญญัติในสวนน้ีสมาชิก หรือหลายคน แตเมื่อกรรมการคนหน่ึงคนใดเห็นควร P หรือพนักงานอัยการอาจรองขอใหศาลสั่งเพิกถอนมติ จะเรียกประชุมใหญวิสามัญก็ชอบที่จะนัดเรียกประชุม T ในการประชุมใหญคร้ังนั้นได แตตองรองขอตอศาล ก ร ร ม ก า ร เ พ่ื อ พิ จ า ร ณ า กั น เ สี ย ก อ น (ฎี ก า ที่ E ภายในหนึ่งเดือนนับแตวันที่ท่ีประชุมใหญลงมติขอน้ี 2564/2532 ฎส. 136) เม่ือท่ีประชุมลงมติใหเรียก R นับวาเปน สิทธิของสมาชกิ อีกกรณหี น่ึง เชน ประชุมใหญ ผูที่เปนประธานกรรมการหรือนายก สมาคม ซึ่งทําในนามของคณะกรรมการทุกคนใน 2 P.22 เม่ือขอบังคับของสมาคมระบุไวชัดแจงวาตอง หนงั สือเรียกประชุมใหญ มีสมาชิกสามัญถึง 3 ใน 4 เขาช่ือกันรองขอใหมีการ ประชมุ ใหญว สิ ามญั ได การที่สมาคมจัดใหม กี ารประชุม 9. การประชมุ ใหญว สิ ามญั วิสามัญโดยมสี มาชิกสามัญเขาช่ือกันรองขอไมถึง 3 ใน ในกรณีที่สมาชิกเรียกประชุมใหญวิสามัญนี้ 4 เปนการฝาฝนขอบังคับสมาชิกของสมาคมจึงมีสิทธิ จะตองมีเหตุผลสมควรเหมือนกัน ไมใชเรียกประชุมใน ฟองสมาคมใหเพิกถอนมติในการประชุมใหญวิสามัญ กรณีท่ีไมมี ความจําเปนอันใด เหตุน้ีกฎหมายจึงได นั้นได (ฎีกาที่ 889/2508) บัญญัติใหตองมีสมาชิกเห็นดวยจํานวนพอสมควรจึง เรยี กประชุมใหญวสิ ามัญได 8. การประชุมใหญของสมาคม สมาชิกจะเรียกประชุมใหญวิสามัญไดจะตอง ก า ร ป ร ะ ชุ ม ใ ห ญ ส า มั ญ ข อ ง ส ม า ค ม น้ี มีจํานวนอยางใดอยางหน่ึงใน 3 กรณีคือ (1) มีจํานวน คณะกรรมการจะตองจดั ทําเปนประจําป จะกาํ หนดวัน ไมนอยกวาหน่ึงในหาของจํานวนสมาชิกท้ังหมดหรือ เดือนใดของปก็ได กฎหมายมิไดกําหนดไว สุดแลวแต (2) มีจํานวนไมนอยกวา หนงึ่ รอยคน หรอื (3) มจี ํานวน ความสะดวกของคณะกรรมการท่ีจะจัดใหมีการ ไมนอยกวาท่กี ําหนดไวในขอบังคบั ประชุมใหญ แตจ ะไมจ ัดใหมกี ารประชุมใหญไมไ ด จะใชจํานวนสมาชิกขอใดขอหนึ่งก็ไดตามแต ขอนต้ี อ งเปน หนาท่ีของคณะกรรมการสมาคม จะรวบรวมได สามารถเรียกประชุมใหญวิสามัญได ที่ จ ะ ต อ ง จั ด ก า ร เ พ ร า ะ ก ฎ ห ม า ย กํ า ห น ด ไ ว ใ ห ทั้งสิ้น และเปนการถูกตอง ถาจํานวนสมาชิก ไมครบ “คณะกรรมการของสมาคมตองจัด” คําวา “ตองจัด” ในขอหนึ่งขอใดท้ังส้ิน และเปนการถูกตอง ถาจํานวน จึงเปนกรณีที่มีสภาพบังคับ ซึ่งเกิดผลในทางกฎหมาย ขึ้น ดังน้ัน หากคณะกรรมการไมเรียกประชุมใหญ สามัญ ก็อาจจะถูกสมาชิกหาทางขับออกจากการเปน กรรมการของสมาคมในฐานะทปี่ ฏิบัติตนไมเ หมาะสมก็ ไดแ ตก รณีท่ีคณะกรรมการไมจ ัดใหมีการประชุมใหญนี้ ยังไมมีบทลงโทษทางอาญาแตระการใด คงเปนแต เพียงความรับผิดทางสังคม ที่สามารถจะพิจารณาใน ความบกพรอ งของคณะกรรมการเทานั้น

สมาชิกไมครบในขอหน่ึงขอใด แมจะมีสมาชิกมา ใหญไว ก็พอจะมองเห็นแลว วาเปนสิทธิของ CC ประชุมใหญและลงมติในการประชุมใหญแลว ยอมไม คณะกรรมการอาจไมเรียกประชุมใหญวิสามัญใหตาม HH ถูกตองตามกฎหมาย สมาชิกอื่นก็อาจฟองขอใหเพิก หนังสอื รอ งขอของสมาชกิ ได AA ถอนมติของที่ประชุมใหญวิสามัญนั้นได (ฎีกาที่ PP 889/2508) เหตุผลที่เปนเชนนั้น ก็เพราะในบางเรื่อง TT อาจจะเปนการกระทบกระเทือนตอคณะกรรมการ EE เม่ือไดจํานวนสมาชิกครบถวนตามกฎหมาย หรืออาจจะเปนเร่ืองเล็กๆนอยๆ ท่ีสามารถจะเรียก RR ดังกลาวแลว ก็จะตองทําเปนหนังสือรองขอตอ ประชุมใหญใหเปนการส้ินเปลือง ทางคณะกรรมการ คณะกรรมการของสมาคมใหเรียกประชุมใหญวิสามัญ อาจจะพิจารณาเห็นวายังไมจําเปนท่ีจะตองเรียก 21 และในหนังสือรองขอนั้นตองระบุดวยวาประสงคให ประชุมใหญ ก็อาจจะสั่งงดหรือไมอนุญาตใหเรียก เรียกประชมุ เพื่อการใด ประชมุ ใหญโ ดยมเี หตผุ ลก็ได ดั ง น้ั น จ ะ ต อ ง ทํ า เ ป น ห นั ง สื อ ร อ ง ข อ ต อ เมื่อเปนเชนนี้ หากสมาชิกเห็นวายังมีความ คณะกรรมการ จะใชวธิ รี อ งขอดว ยวาจาไมได เพราะไม จําเปน ทจ่ี ะตองใหมีการประชุมใหญ จํานวนสมาชิกขอ มีผลตามกฎหมาย และสิ่งที่สําคัญก็คือตองระบุใน ใดขอหน่ึงรวมกันดังกลาวขางตน ก็สามารถท่ีจะเรียก หนังสือน้ันดวยวาจะประชุมใหญเพ่ือการใด ซึ่งตรงนี้ ประชุมใหญวิสามัญเองได เม่ือลงมติไปอยางใด ยอมมี เปนเรื่องท่ีสําคัญเพราะการประชุมในเรื่องเล็กๆนอยๆ ผลใชบ ังคับไดซ่ึงคณะกรรมการของสมาคมตองฏิบัติไป นั้นเปนการส้ินเปลือง และตองเสนอตอสมาชิกที่รวม ตามนน้ั ลงชื่อดวยวา เรื่องท่ีจะประชุมเปนเรื่องอะไร หาก สมาชิกเห็นดวยวาเปนเรื่องจําเปนและมีความสําคัญ ในการเรียกประชุมใหญ คณะกรรมการของ สมาชิกก็จะยอมลงช่ือรวมในการเรียกประชุมใหญได สมาคมตองสงหนังสือนัดประชุมไปยังสมาชิกทุกคน ดงั นั้นเรือ่ งท่ีจะขอใหเรียกประชุมใหญว สิ ามัญนีจ้ ะตอง ซึ่งมีช่ือในทะเบียนของสมาคมกอนวันนัดประชุมไม ไดแจงใหสมาชิกไดทราบตอนรวมกันลงช่ือเพื่อเรียก นอยกวาเจ็ดวันหรือลงพิมพโฆษณาอยางนอยสอง ประชมุ ใหญแลว คราวในหนังสือพิมพที่แพรหลายในทองท่ีฉบับหนึ่ง กอ นวันนดั ประชมุ ไมน อยกวา เจด็ วนั กเ็ ด เม่ือคณะกรรมการไดรับหนังสือแลวก็มีหนาท่ี ที่จะตองเรียกประชุมใหญวิสามัญ โดยตองจัดใหมีการ การเรียกประชุมใหญตองระบุสถานที่ วัน ประชุมข้ึนภายในสามสิบวนั นับแตวันที่ไดรับคํารองขอ เวลา และระเบียบวาระการประชุมและจัดสง แตถาคณะกรรมการไมเรียกประชุมใหญสมาชิก รายละเอียดและเอกสารที่เกี่ยวของตามควรไปพรอม ดังกลา วกส็ ามารถเรยี กประชุมใหญเ องได กันดวย สําหรับการเรียกประชุมใหญโดยการพิมพ โฆษณารายละเอียดและเอกสารดังกลา วตองจัดไวและ ในลกั ษณะน้ีจะเห็นไดวา ไมไดบ ังคับเครงครัด พรอมท่ีจะมอบใหแกสมาชิกท่ีรองขอ ณ สถานท่ีท่ี วาคณะกรรมการจะตองเรียกประชุมใหญใหเพราะ ผูเรยี กประชมุ กําหนด” คณะกรรมการอาจจะไมสามารถเรียกประชุมใหญเอง ได ทั้งน้ีไมมีบทลงโทษคณะกรรมการที่ไมเรียกประชุม ก า ร ล ง พิ ม พ โ ฆ ษ ณ า ใ น ห นั ง สื อ พิ ม พ นั้ น กฎหมายไมไดเจาะจงวาใครจะเปนผูลงพิมพ ดังน้ัน P.23

หากสมาชิกประสงคเรียกประชุมใหญเองตามมาตรา ของสมาคมเรียกประชุมใหญอีกครั้งหนึ่ง โดยจัดใหมี 96 วรรคทาย ก็สามารถลงพมิ พโฆษณาในหนังสือพิมพ การประชมุ ขน้ึ ภายในสบิ ส่วี ันนับแตว นั ท่นี ัดประชมุ ครั้ง ไมนอยกวาสองครั้งกอนวันนัดประชุมไมนอยกวาเจ็ด แรกการประชุมคร้ังหลังนี้ไมบังคับวาจะตองครบองค วันกใ็ ชได โดยไมตอ งสงหนังสือนัดประชุมไปยังสมาชิก ประชุมมากกวาหน่ึงรอยคนหรือนอยกวาหนึ่งรอยคน ทุกคนท่ีมชี ่ือในทะเบยี นของสมาคม หน่ึงมากกวาก่ึงหนึ่งหรือนอยกวากึ่งหนึ่งก็ได และท่ี สําคัญที่สุดคือ ขอบังคับของสมาคมจะกําหนดองค สําหรับการเรียกประชุมใหญโดยการพิมพ ประชุมไวมากกวาหน่ึงรอยคนหรือนอยกวาหนึ่งรอย โฆษณาในหนังสือพิมพนั้นไมอาจจะสงรายละเอียด คนเทาใดก็ได กฎหมายไมไดกําหนดไว ถาขอบังคับ และเอกสารดังกลาวไปใหสมาชิกได และไมอาจลง กําหนดไวเปนอยางใดก็เปน ไปอยางนั้น บทกฎหมาย รายละเอียดในหนังสือพิมพได เนื่องจากการโฆษณามี ยอมเปนอันตกไป และเม่ือมีสมาชิกมาประชุมครบ เนื้อท่ีจํากัดผูจัดประชุมจึงตองจัดรายละเอียดและ ตามท่ีขอบังคับกําหนดไว ก็ถือวาเปนองคประชุม เอกสารดังกลาวไวและพรอมท่ีจะมอบใหแกสมาชิกท่ี ครบถว น รองขอ ณ สถานที่ท่ีผูเรียกประชุมกําหนด แตถา สมาชิกท่ีรูเรื่องอยูแลวไมรองขอเอารายละเอียดและ ในการประชุมใหญ ไมวาในครั้งใด ถาสมาชิก เอกสารดังกลาวก็ไมจําเปนตองจัดใหสามารถเขา มาไมครบองคประชุมไมวาตามกฎหมายหรือตาม ประชุมไดต ามท่รี ูอยเู ชน น้ันแลว ขอบงั คบั แลว แตกรณี ใหพ ิจารณาดงั ตอ ไปนี้ ก. การประชุมใหญนั้นถาเปนการประชุมที่ได เรียกตามคํารองขอของสมาชิกก็ใหงดการประชุม หมายความวา จะประชมุ ใหญไมไดแ ละจะเรยี กประชุม ใหญติดตอ กนั กไ็ มไ ด C “การประชุมใหญของสมาคมตองมีสมาชิกมา ข. แตถาเปนการประชุมใหญที่สมาชิกมิได H ประชุมไมนอยกวากึ่งหน่ึงของจํานวนสมาชิกท้ังหมด เปนผูรองขอใหคณะกรรมการของสมาคมเรียกประชุม A จึงจะเปนองคประชุม เวนแตขอบังคับของสมาคมจะ ใหญอีกครั้งหนึ่งโดยจัดใหมีการประชุมขึ้นภายในสิบส่ี P กาํ หนดองคป ระชมุ ไวเ ปน อยา งอืน่ T E ในการประชุมใหญคร้ังใดถาไมไดองคประชุม R ตามที่กําหนดไวและการประชุมใหญนั้นไดเรียกตาม คํารงขอของสมาชิก ก็ใหงดการประชุมแตถาเปนการ 2 P.24 ประชุมที่สมาชิกมิไดเปนผูรองขอ ใหคณะกรรมการ

วันนับแตวันท่ีนัดประชุมครั้งแรก การประชุมคร้ังหลัง ไปได ท้ังนี้เพ่ือเปดโอกาสใหสมาคมสามารถดําเนิน นไ้ี มบังคับวา จาํ ตอ งครบองคป ระชมุ กจิ การน้ันไปไดโ ดยถือวาผานมตขิ องทป่ี ระชมุ ใหญแ ลว เปนประชุมใหญที่คณะกรรมการเรียกประชุม การประชุมใหญในลักษณะแผนสองเชนน้ี แลว สามารถเรียกประชุมใหญ 2 ครั้ง ติดตอกันไปได จํานวนองคประชุมของสมาคมจะแตกตางกับองค เลยในระยะเวลาสิบสี่วัน คือหากวันแรกที่นัดประชุมมี ประชุมขององคกรอื่นในลักษณะที่วา การประชุมคร้ัง สมาชิกมาไมครบองคประชุมตามที่กําหนดไวใน หลงั ไมมกี ําหนดองคประชุมไว กฎหมายหรือขอบังคับแลว ก็สามารถประชุมใน วันรุงขึ้นไดเลย โดยกําหนดไวในหนังสือเรียกประชุม สมาชิกของสมาคมสามารถมอบอํานาจให น้ัน ซึ่งผูเรียกประชุมจะตองรูถึงความสําคัญของการ สมาชิกอื่นเขาประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทนได กาํ หนดวนั ประชุมครง้ั น้ี โดยสามารถกําหนดวนั ประชุม และขอใหสังเกตขอความในมาตราดังกลาวใหชัดวา คร้ังท่ีสองภายในสิบสี่วันน้ีไปในหนังสือเรียกประชุม การมอบอํานาจใหเ ขาประชมุ แทนน้นั มิใชเปน การมอบ คร้ังแรกไดเ ลย โดยไมตองออกหนังสือเรยี กประชุมครั้ง อํานาจใหบุคคลอื่นใดก็ได เพราะกฎหมายกําหนดวา ท่ีสองใหเสียเวลาอีก เมื่อการประชุมในวันแรกมี จะตอง “มอบอํานาจใหสมาชิกผูใด” เทานั้น เหตุนี้ สมาชิกมาไมครบองคประชุมก็ประชุมครั้งท่ีสองตามที่ ผรู ับมอบอาํ นาจจากสมาชกิ ของสมาคมนั้น จะตองเปน กําหนดไว ในหนังสือเรียกประชุมไดเลย หากไมมี สมาชิกของสมาคมน้ันดวย จะมอบอํานาจใหบุคคลอืน่ กําหนดใชในการเรียกประชุมคร้ังแรก ก็ตองเรียก ใดท่ีมิไดเปนสมาชิกของสมาคมเขาประชุมแทนไมได ประชุมครั้งท่ีสองโดยออกหนังสือใหม ทําใหเสียเวลา หากมอบอํานาจใหบุคคลอื่นที่มิไดเปนสมาชิกของ และอาจจะแจงหรือโฆษณาไมทันตามเวลาท่ีกฎหมาย สมาคมน้ันผูรับมอบอํานาจไมมีอํานาจเขาประชุมและ กําหนดไว ลงคะแนนเสยี งแทน ดังนั้น การที่คณะกรรมการเรียกประชุมจึง มติของท่ีประชุมใหญสมาคมท่ีไดกระทําลงไป ตองมีแผนสองในการเรียกประชุมใหญไวในการเรียก แลว ยอมใชบังคับไดและมีผลเปนมติถูกตอง ผูใดจะ ประชุมคร้ังแรก ก็จะแกปญหาการที่สมาชิกมาไมครบ อางวาไมถูกตอง ผูใดจะอางวาไมถูกตอง และเพิกถอน องคป ระชุมได เองไมไดตองรองขอตอศาล ใหศาลส่ังเพิกถอนมติใน การประชุมใหญคร้ังน้ันได แตตราบใดท่ียังไมมีคําสั่ง ขอใหส งั เกตใหช ัดวา ในการประชุมใหญครั้งที่ สองนี้ กฎหมายระบุวา “การประชุมคร้ังหลังนี้ไม CC บังคับวาจําเปนตองครบองคประชุม” กฎหมายเปด HH โอกาสใหมีการประชุมใหญไดอยางเต็มท่ีแมจะมี AA จํานวนสมาชิกมาไมครบองคประชุมและไมไดกําหนด PP วาจะตองมีสมาชิกมาจํานวนกี่คนในครั้งที่สองน้ีมาก่ี TT คนก็ได ไมจํากัดจํานวนไว ก็สามารถประชุมใหญไปได EE เลย แมมสี มาชกิ มาประชุมเพยี งคนเดียว ก็ประชุมใหญ RR P.25 21

ศาลส่งั เพกิ ถอนตองถอื วาเปน มติที่ชอบ สามารถปฏิบัติ 1. มีการนัดประชุมโดยไมปฏิบัติตามหรือฝา ไปตามมตินั้นได ฝนขอบังคับของสมาคมหรือบทบัญญัติแหงกฎหมาย ในสวนน้ี หรือ โดยเฉพาะอยางยิ่งการรองขอใหศาลเพิกถอน นี้จะตองรองขอภายในหน่ึงเดือนนับแตวันท่ีท่ีประชุม 2. มีการลงมติโดยไมปฏิบัติตามหรือฝาฝน ใหญลงมติ หากพนกําหนดหน่ึงเดือนดังกลาวไปแลว ขอบังคับของสมาคมหรือบทบัญญัติแหงกฎหมายใน จะรอ งขอตอศาลขอใหเ พิกถอนมตินน้ั ไมได เพราะขาด สวนน้ี อายุความฟองรองเสียแลว (ฎีกาท่ี 2365/2536) และ ผูใดจะอางวามตินั้นไมถูกตองไมได ตองปฏิบัติไปตาม ท้ังสองขอน้ี เพียงกรณีใดกรณีหน่ึงก็สามารถ มติน้ัน ทางนายทะเบียนก็ไมอ าจสง่ั เพิกถอนไดเทา นน้ั รองขอตอศาลขอใหเพิกถอนมติของท่ีประชุมใหญได แลว ผูที่จะตองขอใหเพิกถอนมติท่ีประชุมใหญได นัน้ มี 2 คน ดว ยกนั คอื ขอใหสังเกตวา ทั้งสองขอนี้ตองขอใหศาลสั่ง เพิกถอนมติในการประชุมใหญคร้ังน้ัน แมการนัด 1. สมาชิก หรือ ประชุมที่ฝาฝน ก็ตองรองขอใหเพิกถอนมติของที่ 2. พนกั งานอยั การ ประชุมใหญ จะรองขอใหศาลเพิกถอนการนัดประชุม จะเปนคนใดคนหนึ่งในสองคนนี้สามารถใช ไมชอบไมไดเพราะไมมีกฎหมายกําหนดเอื้ออํานวยให อํานาจอิสระรองขอใหเพิกถอนมติท่ีประชุมใหญได ทั้ง รองขอได คงมีบัญญัติใหรองขอเพิกถอนมติในการ สองคนนี้ตาง มีอํานาจอิสระที่จะรองขอไดตามสมควร ประชุมใหญเ ทา นนั้ แตหากคนใดใชสิทธิรองขอใหเพิกถอนมติแลวอีกฝาย หน่ึงก็ยอมหมดสิทธ์ิรองขอตอไป เพราะหากรองอีก ดังนั้น ถาไมใชเปนเรื่องที่สมาชิกฟองขอให ยอมเปนการรองซอนในเรื่องเดียวกันตองหามตาม เพิกถอนมติของสมาคมก็ไมตองรองขอตอศาลภายใน กระบวนพิจารณาในศาล ตามประมวลกฎหมาย วิธี หน่ึงเดือนนับแตวันท่ีท่ีประชุมใหญลงมติ (ฎีกาท่ี พิจารณาความแพงได 57/2516 ฎ. 80) ในเรื่องอ่ืนท่ีไมไดกําหนดอายุความ เหตุทก่ี ฎหมายใหส มาชกิ หรอื พนักงานอยั การ ไวต องอายคุ วามตามหลักทวั่ ไป รองขอเพิกถอนมติท่ีประชุมใหญได ก็เพราะสมาชิก C เปนผูมีสวนไดเสียของสมาคม ก็ตองรักษาประโยชน H ของสมาชกิ ไว ดว ยหากสมาคมเปนหนส้ี ินสมาชิกก็ตอง A รวมรับผิดในสวนของตนดวย สวนทางอัยการน้ันเปน P เจาพนักงานของรัฐ หากมีการฝาฝนกฎหมาย ก็เปน T หนาท่ีของรัฐท่ีจะตองเขาไปชวยเหลือ โดยใหทาง E อยั การทาํ หนา ที่ใหค วามชวยเหลือแทนรัฐ R สาํ หรับกรณที ่ีจะรองขอตอศาลใหเพิกถอนมติ ทปี่ ระชุมใหญไดนั้นมีอยู 2 เหตุดวยกันคือ 2 P.26

10. การเลกิ สมาคม การแจงการเลิกสมาคมตอนายทะเบียนภายในสิบสว่ี ัน เมอ่ื เหตุทจี่ ะเลกิ สมาคมเกิดข้ึนแลว ยอ มทําให นบั แตวันทีม่ กี ารเลกิ สมาคม อันเปนผล ทางกฎหมายท่ี สมาคมน้ันสิ้นสุดลงไมสามารถท่ีจะดําเนินการตอได ใหมีหนาท่ีปฏิบัติไดเทาน้ัน กิจการอื่นๆ ท่ีกฎหมาย แมจะดําเนินการใดๆ ลงไปยอมไมเกิดผลในกฎหมาย ไมไดใหอํานาจไวยอมกระทํามิได เพราะกระทําไปจะ เพราะเม่ือเลิกสมาคมแลว สมาคมน้ันก็ไมเปนนิติ ไมเกิดผลทางกฎหมายแตอ ยางใด บุคคลตอไปอีก (ฎีกาท่ี 2097/2532 ฎส. 17) เม่ือเลิกสมาคมแลว คณะกรรมการของ การเลิกสมาคมนี้จะมีผลเปนการเลิกสมาคม สมาคมก็หมดอํานาจหนาที่ไปดวย แตบทบัญญัติใน ตอเม่ือถือวามีการเลิกกัน โดยผลทางกฎหมายท่ี เรื่องเลิกสมาคมนี้ ยังไดบัญญัติใหทําหนาที่ตอไปใน บัญญตั ไิ วนนั้ เมอ่ื เหตุ ใหเ ลกิ สมาคมเกิดขนึ้ แลวผลของ การเลิกสมาคมยอมเปนไปตง้ั แตว นั นั้น มิใชนบั แตวันที่ ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพราะการนาํ ความไป CC ประกาศในราชกิจจานุเบกษาน้ัน เพียงแตตองการให HH ประชาชนไดทราบเทาน้ัน แตการเลิกสมาคมนั้น ได AA เลกิ ไปแลว นับแตเ หตนุ นั้ ไดเ กิดขน้ึ PP TT เชน การเลกิ สมาคม เมื่อทป่ี ระชมุ ใหญมีมติให EE เลิกตามมาตรา 101(4) เม่ือท่ีประชุมใหญมีมติเม่ือใด RR การเลิกสมาคมจะเกิดข้ึนเปนผลทันทีท่ีการลงมติ สน้ิ สดุ ลง สว นการกระทําตอ ไปนัน้ เปนผลในทางปฏิบัติ 21 ท่ีจะตองทําใหถูกตองตามกฎหมายตอไปเทาน้ัน สิทธิ P.27

และหนา ท่ตี างๆของการเปนนิตบิ ุคคลและกรรมการได สิน้ สุดลงไปแลวตั้งแตมีการลงมติใหเลิกสมาคม 11. ผมู อี าํ นาจใหเ ลกิ 1. นายทะเบียนใหเลิกสมาคม 2. ศาลสั่งเลกิ สมาคม 3. ผูมีอํานาจใหเลิกสมาคมตามกฎหมาย อื่นกฎหมายพิเศษดังกลาวน้ีเปนกฎหมายท่ีวาดวย ความสงบเรียบรอยและศีลธรรมอันดีของประชาชน (ฎีกาที่ 1267/2527) จึงมีความสําคัญเปนพิเศษ นอกเหนือไปจากประมวลกฎหมายแพงและพาณิชยท่ี บัญญัติใหเลิกสมาคมไว จึงตองปฏิบัติการเปนไปตาม กฎหมายพเิ ศษนน้ั 12. ผลของการเลกิ สมาคม ในการเลิกนิติบุคคลก็ตองมีการชําระบัญชี ดังนั้นสมาคมที่ตองเลิกไปน้ี ก็ตองมีการชําระบัญชีเชน เดียว โดยผูมีอํานาจส่ังเลิกสมาคมน้ันก็สามารถแตงตง้ั ผูใดคนใดคนหนึ่ง หรือหลายคนเปนผูชําระบัญชีไดแม ศาลส่ังเลิกสมาคมแลว ก็มีอํานาจต้ังผูชําระบัญชีได โดยจะใชผูอ ืน่ แทนไมไ ด (ฎกี าท่ี 585/2522) C H A P T E R 2 P.28

03 ข้ันตอนการยนื่ ขอรับการรับรอง ขอ บงั คบั สมาคมการบนิ ทวั่ ไป ร..า..ย.ล..ะ.เ.อ..ยี ..ด..ข.น้ั..ต..อ..น..ก..า.ร..ข.อ..ร..ับ..ร.อ..ง.ข..อ..บ..งั .ค..ับ..ส..ม..า.ค..ม..ก..า.ร..บ..ิน..ท..ว่ั .ไ.ป.................................P...2..9.

ขัน้ ตอนการรับรองขอ บังคบั กพท. จะมีหนังสือแจงการพิจารณาราง กพท. พจิ ารณาใหการรบั รองขอบงั คับ สมาคมการบินทว่ั ไป ขอบังคับสมาคมเพื่อใหสมาคมการบินทั่วไป ดําเนินการปรับแกรางขอบังคับสมาคมตาม สมาคมการบนิ ท่วั ไปตามความในกฎหมาย [ระยะเวลาดาํ เนนิ การ 15 วนั ทาํ การ] ความเหน็ ที่ กพท. เสนอแนะ การเดนิ อากาศ สมาคมการบนิ ทวั่ ไปทปี่ ระสงคจะขอการ [ระยะเวลาดําเนินการ 13 วนั ทําการ] [ระยะเวลาดาํ เนนิ การ 2 วนั ทาํ การ] รับรองขอบงั คบั สมาคมสามารถ Download Guidance การรับรองขอบงั คบั สมาคมการ บนิ ทวั่ ไป ผาน QR Code นี้ หรอื ในเวป็ ไซต www.caat.or.th ห น า แ ร ก Click tab ใบรับรองและใบอนุญาต และ Click tab การบนิ ทวั ไป (General Aviation) สมาคมการบินทวั่ ไปนาํ รา งขอ บงั คับสมาคมที่ สํานกั งานการบินพลเรอื นแหง ประเทศไทย ไดปรับปรุงแกไขแลวยนื่ ตอนายทะเบยี น ฝา ยมาตรฐานปฏิบัตกิ ารบนิ กรมการปกครอง (ยืน่ ตอนายทะเบยี น ณ ท่ที าํ การอาํ เภอ หรือจังหวัด ทีส่ มาคมการบนิ กองอากาศยานขนาดเล็ก ทั่วไปมีสถานทตี่ ้งั ทําการเพื่อ ใหก ารรบั รอง 333/105 อาคารหลกั สพ่ี ลาซา การจัดต้ังสมาคมตามกฎหมาย) [ตกึ 2 ชัน้ 12] สมาคมการบินทว่ั ไปจดั ทาํ รา งขอบังคับสมาคม ถนนกําแพงเพชร 6 แขวงตลาดบางเขน ตาม Guidance การรับรองขอบังคับสมาคม การบินทัว่ ไป โดยตองมีการประชุมและลง เขตหลักสี่ กรงุ เทพฯ 10210 รับรองการประชุม การรางขอบังคับสมาคม การบินทวั่ ไปโดยนายกสมาคม ทงั้ นีใ้ หสมาคมฯ โทรศพั ท 02-568-8839 ยืนเสนอตอ เพ่ือให กพท. พิจารณาเนอื้ หา ไปรษณยี อเิ ล็กโทรนกิ ส : ของรางขอ บังคบั สมาคมในเบ้อื งตน [email protected] สมาคมฯ นาํ หลักฐานการจดทะเบยี น www.caat.or.th C สมาคมการบนิ ทวั่ ไปทนี่ ายทะเบยี น H กรมการปกครองได้ออกให พรอมทง้ั A ขอบังคับสมาคมการบนิ ท่วั ไปท่นี ายทะเบยี น P กรมการปกครองใหการรับรองแลว T ย่ืนเสนอตอ กพท. E R P.29 3

04 ตวั อยา งขอบังคับของสมาคม ทีเ่ ก่ยี วของกับการบิน ห..ม..ว.ด..ท..่ี.1..:.ข..อ ..บ..ัง.ค..บั ..ส..ม..า.ค..ม..ใ.น..เร..่ือ..ง.ท..่วั ..ไป............................................................P...3.0... ห..ม..ว..ด..ท..่ี 2..:..ส..ม..า.ช..กิ ....................................................................................P...3..1.. ห..ม..ว..ด..ท..ี่ 3..:..ก..า.ร..ด..าํ .เ.น..ิน..ก..ิจ.ก..า..ร.ส..ม..า.ค..ม...............................................................P...3..3.. .ห.ม..ว..ด..ท..ี่ 4...:.ก..า.ร..ป..ร.ะ..ช..มุ .ใ.ห..ญ... ........................................................................P...3..5.. .ห..ม.ว..ด..ท..ี่ 5...:.ก..า..ร.เ.ง.นิ..แ..ล..ะ.ท..ร.ัพ..ย..ส..ิน....................................................................P...3..6.. .ห..ม.ว..ด..ท..่ี 6...:.ก..า.ร..เ.ป..ล..ย่ี .น..แ..ป..ล..ง.แ.ก..ไ.ข..ข.อ..บ..งั..ค..บั ..แ.ล..ะ.ก..า.ร..เ.ล..กิ .ส..ม..า..ค..ม.................................P...3..8.. .ห..ม.ว..ด..ท..่ี 7...:.ข..อ.ป..ฏ..ิบ..ตั..วิ..า .ด..ว..ย..ก.า..ร.บ..นิ..ข..อ..ง.ส..ม..า.ค..ม..ฯ.................................................P....3.8.. .ห.ม..ว..ด..ท..่ี 8..:..บ..ท..ล..ง.โ.ท..ษ.................................................................................P...4..2.. .ห..ม.ว..ด..ท..ี่ 9...:.บ..ท..เ.ฉ..พ..า.ะ.ก..า..ล............................................................................P....4.3..

ตัวขอบังคบั ของสมาคมท่ีเกีย่ วขอ งกบั การบนิ ขอบังคับของสมาคมท่ีเกี่ยวของกับการบินในเร่ืองท่ัวไป ตองมีขอในสวนท่ีเกี่ยวกับการบินอยางนอยในเรื่องดังตอไปน้ี อยางชัดเจน หมวด 1: ความท่ัวไป 1.1 สมาคมน้ีมีชอื่ วา สมาคมการบิน.....ยอวา “กขค” เรียกเปน ภาษาองั กฤษวา…..ยอวา XXX 1.2 โลโกเครอ่ื งหมายของสมาคม 1.3 สาํ นักงานต้งั อยทู .ี่ .................................................................................................. 1.4 วัตถปุ ระสงคข องสมาคมจะตอ งปรากฏชดั เจนวามวี ัตถุประสงคในการฝก บินใหช ดั เจน C 1.4.1 สมาคมมีวัตถุประสงคในดานการฝกบินใหกับศิษยการบินทั้งภาคพื้นและภาคอากาศ โดยใชอากาศ H A ยานเบาพิเศษ (Very Light Aircraft) หรือ อากาศยานหน่ึงเครื่องยนต (Single Engine Aircraft) หรือ อากาศยานสอง P เคร่ืองยนต (Multi Engine Aircraft) เพ่ือใหไดใบอนุญาต นักบินสวนบุคคล (Private Pilot License) ตามระเบียบที่ T คณะกรรมการการบนิ พลเรือนกาํ หนด E R 1.4.2 สง เสริมใหน ักบนิ ท่ัวไปมโี อกาสเพ่ิมชัว่ โมงการบิน เพิม่ ทักษะและประสบการณ 1.4.3 สง เสริมใหการบนิ เปนทนี่ ิยมของประชนท่วั ไป ไมจํากัดเพศ สญั ชาติ และศาสนา 1.4.4 สงเสริมสามัคคีธรรม ใหความบันเทิง เกื้อกูลซ่ึงกันและกันในหมูสมาชิกและเชิดชูเกียรติสมาชิก สมาคม 1.4.5 สงเสรมิ ใหม ีนักบนิ อาสาสมคั รไวใชงาน ในยามประเทศชาตเิ กิดตองการนักบินเปนการฉกุ เฉิน 1.4.6 สงเสรมิ การศึกษาตอเน่อื ง (Continuing Education) แกศษิ ยก ารบินและนกั บนิ ทวั่ ไป 1.4.7 สง เสรมิ การใหค วามรูทั่วไปเก่ยี วกับการบินแกป ระชาชน 1.4.8 สง เสริมกจิ กรรมการทอ งเท่ยี วทางอากาศ เชน Airshow, Fly-Festival เปน ตน 1.4.9 เพือ่ บาํ เพญ็ การกุศลสาธารณประโยชน 1.4.10 สมาคม จะไมด าํ เนนิ การใดๆเกี่ยวขอ งกับการเมือง 1.4.11 สมาคม จะไมมีวัตถุประสงคต ั้งโตะสนุกเกอร หรอื เพ่ือการพนันทกุ ชนดิ ในสมาคม 1.4.12 สมาคม ไมดําเนินการใดๆเก่ียวกับการพนัน การหาผลกําไรมาแบงปนกัน ตลอดจนไมทําใหเส่ือม เสยี จารตี ประเพณแี ละวฒั นธรรมอนั ดีงานของชาติ P.30 4

1.5 คณะกรรมการสมาคม เปนผูกําหนดขอบังคับวาดวยการบินของสมาคม และอาจเปลี่ยนแปลง แกไข เพิ่มเติม ยกเลกิ ไดต ามสมควรแกกรณี 1.5.1การเปลี่ยนแปลง แกไข เพ่ิมเติม หรือยกเลิกขอบังคับฯ เฉพาะท่ีเกี่ยวกับดานความปลอดภัยในการ เดนิ อากาศ และ/หรอื ดานการควบคุมการจราจรทางอากาศ จะมผี ลบงั คบั ใชเม่ือไดรบั ความเห็นชอบจากสาํ นกั งานการ บินพลเรือน คณะกรรมการสมาคมฯ มีอํานาจและหนาที่ในการควบคุมดูแลใหสมาชิกสมาคมฯ ปฏิบัติตามขอบังคับฯ กรณมี กี ารฝาฝน ใหตกั เตอื น หรอื ลงโทษตามสมควรแกก รณี 1.6 ผูอํานวยการบิน คือ ผูท่ีคณะกรรมการฯ แตงตั้งจากผูท่ีมีความรูดานการปฏิบัติการบินและปฏิบัติการ ภาคพื้น เพ่ือทําหนาท่ีควบคุมการบินทุกประเภท กรณีผูอํานวยการมอบอํานาจใหผูอ่ืนทําการแทน ผูรับมอบอํานาจ จะตอ งเปน ผทู ม่ี ีความรูดา นการปฏิบตั ิการบินและการปฏบิ ัตภิ าคพน้ื ดินดว ย หมวดท:ี่ 2 สมาชกิ C 2.1 สมาชิกของสมาคมมี xxx ประเภท ยกตัวอยา ง H 2.1.1 สมาชิกสามัญ ไดแก บคุ คลทป่ี ระสงคจ ะทําการบินและมคี ุณสมบตั ิในการบนิ ครบถว น A 2.1.2 สมาชิกวิสามัญ ไดแก บุคคลท่ีสนใจในกิจกรรมของสมาคมการบินฯ สมาชิกสามัญทานใดที่มี P T คณุ สมบตั ใิ นการบนิ ครบถว น สามารถเขา รว มกจิ กรรมการบินของสมาคมฯ ได E 2.1.3 สมาชิกกิตติมศักด์ิ ไดแก บุคคลผูทรงเกียรติหรือทรงคุณวุฒิ หรือผูมีอุปการคุณแกสมาคมฯ ซึ่ง R คณะกรรมการลงมติใหเชิญเขาเปนสมาชิกของสมาคมฯ สมาชิกกิตติมศักดิ์ทานใดมีคุณสมบัติครบถวนสามารถเขารวม 14 P.31 กจิ กรรมการบินของสมาคมฯ ได 2.2 สมาชิกจะตอ งประกอบดวยคุณสมบตั ิ ดังตอ ไปน้ี • มอี ายคุ รบ xx ปบรบิ รู ณ • มหี ลักฐานสํามะโนครัว และสญั ชาตโิ ดยถกู ตอ ง • มีความประพฤติดี ไมมีหน้ีสินพนตัว ไมติดยาเสพติด หรือเครื่องดองของเมาใดๆ ทั้งไมเปนผูอยูใน ระหวางเปนจําเลยในคดีอาญา และไมเคยรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษา เวนแตความผิดอันกระทําโดย ประมาท หากเคยตองโทษจาํ คกุ ตอ งไดพนโทษมาแลว เกนิ กวา x ป • สมาชกิ สามญั หนึ่งคนเปน ผูร บั รอง • มีสุขภาพรางกายแขง็ แรงและจิตใจสมบรู ณ • ตองชาํ ระคา บํารงุ สมาคมฯ ตามระเบยี บในกาํ หนดเวลา 2.3 คา ลงทะเบียน และคา บํารุงสมาคมฯ

2.4 การสมัครเขาเปนสมาชิกของสมาคมฯ ใหผูประสงคจะสมัครเขาเปนสมาชิกของสมาคมฯ ยื่นในใบสมัคร ตามแบบของสมาคมฯ ตอเลขานุการ โดยสมาชิกสามัญรับรองอยางนอย xx คน และใหเลขานุการติดประกาศรายช่ือ ผูสมัครไว ณ สํานักงานของสมาคมฯ เปนเวลาไมนอยกวา xx วัน เพื่อใหสมาชิกอื่นๆ ของสมาคมฯ จะไดคัดคานการ สมัครน้นั เมือ่ ครบกาํ หนดประกาศแลว ใหเลขานุการนาํ ใบสมัครและหนังสอื คดั คา นของสมาชิก (ถาม)ี เสนอตอ ทีป่ ระชุม คณะกรรมการเพ่ือใหพิจารณาอนุมัติวาจะรบั หรอื ไมรับเขาเปนสมาชกิ ของสมาคมฯ และเมื่อคณะกรรมการการพิจาณา แลว ผลเปนประการใดใหเลขานกุ ารเปน ผูแจง ใหผ สู มัครทราบโดยเร็ว 2.5 ถาคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติใหรับสมัครเขาเปนสมาชิก ใหผูสมัครนั้นชําระเงินคาลงทะเบียนและคา บํารุงสมาคมฯ ใหเสร็จภายใน xx วัน นับแตวันที่ไดรับแจงจากเลขานุการ และสมาชิกภาพของผูสมัคร ใหเร่ิมนับต้ังแต วันที่ผูสมัครชําระเงินคาลงทะเบียน และคาบํารุงสมาคมฯ เปนท่ีเรียบรอยแลว แตถาผูสมัครไมชําระเงิน คาลงทะเบียน และคา บาํ รุงภายในกําหนด ใหถ ือวาการสมัครคราวนัน้ เปนอนั ยกเลกิ 2.6 สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักด์ิ ใหเร่ิมนับตั้งแตวันท่ีหนังสือตอบรับคําเชิญของผูที่คณะกรรมการให พจิ ารณาลงมติใหเชญิ เขาเปนสมาชกิ ของสมาคมฯ ไดมาถงึ ยงั สมาคมฯ สมาชิกภาพของสมาชกิ ใหส้นิ สุดลงดวยเหตุ ดังตอ ไปน้ี • ตาย • ลาออก โดยย่ืนหนังสือเปนลายลักษณอักษรตอคณะกรรมการ และคณะกรรมการไดพิจารณาอนุมัติ และสมาชกิ ผูน้นั ไดชาํ ระหนสี้ นิ ทยี่ ังตดิ คา งอยกู บั สมาคมฯ เปน ที่เรียบรอย • ขาดคุณสมบัตสิ มาชกิ • ทปี่ ระชุมใหญข องสมาคมฯ หรอื คณะกรรมการไดพ ิจาณาลงมติใหลบชือ่ ออกจากทะเบียนเพราะสมาชิก ผูนั้นไดประพฤตินําความเส่ือมเสียมาสูสมาคมฯ หรือสมาชิกผูน้ันไดประพฤติฝาฝนขอกําหนดเกี่ยวกับ การบนิ • ตองคําพิพากษาถึงท่ีสุดใหจําคุก เวนแตกระทําผิดกําหนดโทษขั้นลหุโทษ หรือความผิดอันไดกระทํา โดยประมาท 2.7 สิทธิและหนาทข่ี องสมาชกิ C 2.7.1 มสี ทิ ธิเขาใชสถานที่ของสมาคมฯ โดยเทาเทยี มกนั H 2.7.2 มสี ทิ ธิเสนอความคิดเห็นเกยี่ วกับการดําเนินการของสมาคมฯ ตอคณะกรรมการ A 2.7.3 มีสิทธิไดร บั สวัสดกิ ารตา งๆ ที่สมาคมฯ ไดจัดใหมีขึ้น P 2.7.4 มสี ทิ ธิเขา รวมประชุมใหญของสมาคมฯ T 2.7.5 สมาชิกสามัญมีสิทธใิ นการเลือกตั้ง หรือไดรับการเลือกตั้ง หรือแตงต้ังเปนกรรมการสมาคมฯ และมี E R สิทธิออกเสียงลงมติตางๆในท่ีประชุมไดคนละ 1 คะแนนเสียง P.32 4

2.7.6 มีสิทธิรองขอตอ คณะกรรมการ เพอื่ ตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพยข องสมาคมฯ 2.7.7 มีสิทธิเขาช่ือรวมกันอยางนอย 1 ใน 4 ของสมาชิกท้ังหมด หรือจํานวนไมนอยกวา 50 คน ทํา หนงั สือรองขอตอคณะกรรมการใหจ ัดประชมุ ใหญว ิสามัญได 2.7.8 มีหนา ที่จะตองปฏบิ ตั ิตามระเบยี บปฏบิ ตั ิ และขอบงั คับของสมาคมฯ โดยเครงครัด 2.7.9 มีหนา ที่ประพฤตติ นใหสมกบั เกยี รติที่เปนสมาชิกของสมาคมฯ 2.7.10 มหี นา ท่ใี หค วามรวมมือและสนบั สนุนการดาํ เนินกิจการตา งๆ ของสมาคมฯ 2.7.11 มหี นา ที่รวมกิจกรรมทส่ี มาคมฯ ไดจ ัดใหมขี ้ึน 2.7.12 มหี นาท่ีชวยเผยแผรช ื่อเสยี งของสมาคมฯ ใหเ ปน ที่รจู กั อยา งแพรห ลาย หมวดท่ี 3: การดาํ เนินกจิ การสมาคม C 3.1 ใหมีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทําหนาท่ีบริหารกิจการของสมาคมฯ มีจํานวนอยางนอย xx คน อยางมากไม H เกิน xx คน คณะกรรมการน้ีตองเปนสมาชิกสามัญที่ไดมาจากการเลือกต้ังของท่ีประชุมใหญของสมาคมฯ และใหผูที่ได A เลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ เลือกต้ังกันเองเปนนายกสมาคม 1 คน และอุปนายกอยางนอย 1 คน สําหรับตําแหนง P กรรมการในตําแหนงอ่ืนๆ ของสมาคมฯ ใหนายกสมาคมฯ เปนผูแตงต้ัง ผูที่ไดรับเลือกจากท่ีประชุมใหญเขาดํารง T ตําแหนงตางๆ ของสมาคม ตามท่ีไดกําหนดไวซ่ึงตําแหนงของกรรมการสมาคมฯ มีตําแหนงและหนาที่โดยสังเขป E ดังตอ ไปนี้ R 3.1.1 นายกสมาคม 14 P.33 ทําหนาท่ีเปนหัวหนาในการบริหารกิจการของสมาคมฯ เปนผูแทนสมาคมฯ ในการติดตอกับ บคุ คลภายนอก และทําหนาทเ่ี ปนประธานในการประชุมคณะกรรมการและการประชมุ ใหญของสมาคมฯ 3.1.2 อุปนายก ทําหนาท่ีเปนผูชวยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคมฯ ปฏิบัติตามหนาที่ที่นายกสมาคมได มอบหมายและทําหนาที่แทนนายกสมาคมเม่ือนายกสมาคมไมอยูหรือไมสามารถจะปฏิบัติหนาท่ีได แตการทําหนาที่ แทนนายกสมาคมฯ ใหอปุ นายกตามลําดบั ตําแหนงเปน ผกู ระทาํ การแทน 3.1.3 เลขานกุ าร ทาํ หนาทเี่ กย่ี วกบั งานธรุ การของสมาคมฯ ทั้งหมด เปนหัวหนาเจา หนา ทขี่ องสมาคมฯ ในการปฏิบัตกิ ิจการ ของสมาคมฯ และปฏิบัติตามคําสัง่ ของนายกสมาคม ตลอดจนทําหนาทเ่ี ปน เลขานุการในการประชมุ ตางๆ ของสมาคมฯ 3.1.4 เหรญั ญกิ มีหนา ทเ่ี กยี่ วกับการเงนิ ทงั้ หมดของสมาคมฯ เปนผจู ัดทําบญั ชรี ายรับ รายจา ยงบดลุ ของสมาคมฯ และเก็บ เอกสารหลักฐานตางๆ ของสมาคมฯ ไวเ พือ่ ตรวจสอบ 3.1.5 ปฏิคม

มีหนาท่ีในการใหการตอนรับแขกของสมาคมฯ เปนหัวหนาในการจัดเตรียมสถานท่ีของสมาคมฯ และ C จัดเตรยี มสถานที่ประชุมตางๆของสมาคมฯ H A 3.1.6 นายทะเบียน P มหี นา ที่เกย่ี วกบั ทะเบยี นสมาชกิ ทัง้ หมดของสมาคมฯ ประสานงานกบั เหรัญญกิ ในการเรียกเก็บเงนิ คาบํารุง T สมาคมฯ จากสมาชิก E 3.1.7 ประชาสัมพันธ R มีหนาที่เผยแพรกิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมฯ ใหสมาชิก และบุคคลโดยทั่วไปใหเปนท่ีรูจัก แพรห ลาย 3.1.8 กรรมการ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรใหมีขึ้น โดยมีจํานวนเม่ือรวมกับตําแหนงกรรมการ ขา งตนแลว จะไมเกนิ จาํ นวนทขี่ อ บงั คบั กาํ หนดไว แตถา คณะกรรมการมไิ ดกาํ หนดตาํ แหนงก็ถือวา เปน กรรมการกลาง 3.2 คณะกรรมการของสมาคมฯ สามารถอยูในตําแหนงในคราวละ xx ป และเมื่อคณะกรรมการอยูในตาํ แหนง ครบกําหนดตามวาระแลว แตคณะกรรมการชุดใหมยังไมไดรับอนุญาตใหจดทะเบียนจากทางราชการ ก็ให คณะกรรมการท่ีครบกําหนดวาระรักษาการไปพลางกอน จนกวาคณะกรรมการชุดใหมจะไดรับอนุญาตใหจดทะเบียน ทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหมไดรับอนุญาตใหจดทะเบียนจากทางราชการเปนท่ีเรียบรอยแลว ก็ใหทําการ สงและรับมอบงานกันระหวา งคณะกรรมการชุดเกา และคณะกรรมการชุดใหมใหเปนที่เสร็จสิ้นภายใน xx วัน นับต้ังแต วนั ท่ีคณะกรรมการชดุ ใหมไดร บั อนุญาตใหจ ดทะเบยี นจากทางราชการ 3.3 ตําแหนงกรรมการสมาคมฯ ถาตองวางลงกอนครบกําหนดวาระก็ใหค ณะกรรมการแตงต้ังสมาชิกสามัญคน ใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเขาดํารงตําแหนง แทนตําแหนงที่วางลงนั้น แตผูดํารงตําแหนงแทนอยูในตําแหนงไดเทากับวาระ ของผทู ี่ตนแทนเทาน้ัน 3.4 กรรมการอาจจะพน จากตําแหนงซ่ึงมใิ ชเปน การออกจากวาระดวยเหตุผลตอ ไปนี้ คือ 3.4.1 ตาย 3.4.2 ลาออก 3.4.3 ขาดจากสมาชกิ ภาพ 3.4.4 ทป่ี ระชมุ ใหญล งมตใิ หออกจากตําแหนง 3.5 กรรมการที่ประสงคจะลาออกจากตําแหนงกรรมการ ใหยื่นใบลาออกเปนลายลักษณอักษรตอ คณะกรรมการ และใหพน จากตําแหนงเม่ือคณะกรรมการมมี ติใหอ อก 3.6 อาํ นาจและหนาท่ขี องคณะกรรมการ 3.6.1 มอี าํ นาจออกระเบียบปฏิบัติตางๆ เพอื่ ใหสมาชิกไดปฏิบตั ิ โดยระเบยี บปฏิบตั ิน้ันจะตองไมขัดขืนตอ ขอบังคับ ฉบบั น้ี 3.6.2 มีอาํ นาจแตง ต้งั และถอดถอนเจา หนา ที่ของสมาคมฯ P.34 4

3.6.3 มีอํานาจแตงตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได แตกรรมการท่ีปรึกษาหรืออนุกรรมการจะ สามารถอยใู นตาํ แหนงไดไ มเ กนิ วาระของคณะกรรมการท่ีแตงต้ัง 3.6.4 มอี าํ นาจเรียกประชมุ ใหญ สามัญประจาํ ป และประชุมใหญว สิ ามัญ 3.6.5 มีอาํ นาจแตง ตัง้ กรรมการในตาํ แหนงอนื่ ๆ ทย่ี ังมไิ ดกําหนดไวใ นขอบงั คับนี้ 3.6.6 มีอํานาจบริหารกิจการของสมาคมฯ เพื่อใหเปนไปตามวัตถุประสงคตลอดจนมีอํานาจอ่ืนๆ ตามที่ ขอ บังคับไดก ําหนดไว 3.6.7 มีหนา ทรี่ ับผดิ ชอบในกิจการทงั้ หมด รวมทง้ั การเงนิ และทรพั ยสนิ ทั้งหมดของสมาคมฯ 3.6.8 มีหนาท่ีจัดใหมีการประชุมวิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญ จํานวน xx ใน xx ของสมาชิกทั้งหมด ได เขาช่ือรองขอใหจัดประชุมใหญวิสามัญขึ้น ซ่ึงการน้ีจะตองจัดใหมีการประชุมใหญวิสามัญขึ้นภายใน xx วัน นับแตวันท่ี ไดร บั หนังสือรอ งขอ 3.6.9 มีหนาที่จัดทําเอกสารหลักฐานตางๆ ท้ังที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพยสินและการดําเนินกิจกรรมตางๆ ของสมาคมฯ ใหถูกตอ งตามหลกั วิชาการและสามารถใหสมาชิกตรวจดูไดเมื่อสมาชกิ รอ งขอ 3.6.10 จดั ทาํ บันทกึ การประชุมตางๆของสมาคมฯ เพื่อเกบ็ ไวเปนหลกั ฐานและจัดสงใหสมาชกิ ไดรับทราบ 3.6.11 มีหนาท่อี ื่นๆ ตามทข่ี อบังคับไดกาํ หนดไว 3.6.12 คณะกรรมการจะตอ งประชมุ กันอยา งนอยเดือนละ x คร้ัง ทัง้ น้ีเพื่อปรกึ ษาเร่ืองเกย่ี วกบั การบริหาร กิจการของสมาคมฯ 3.6.13 การประชุมคณะกรรมการ จะตองมีกรรมการเขารวมประชุมไมนอยกวาครึ่งหนึ่งของกรรมการ ท้ังหมด จึงจะถือวาครบองคประชุม มติของท่ีประชุมคณะกรรมการ ถาขอบังคับมิไดกําหนดไวเปนอยางอ่ืน ก็ใหถือ คะแนนเสยี งมากเปน เกณฑ แตถ าคะแนนเสยี งเทา กันก็ใหป ระธานในการประชมุ เปนผชู ีข้ าด 3.6.14 ในการประชุมคณะกรรมการ ถานายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไมอยูในท่ีประชุม หรือไม สามารถปฏิบัติหนาที่ได ก็ใหกรรมการท่ีเขาประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพ่ือใหกรรมการคนใดคนหนึ่งทําหนาที่ เปน ประธานการประชมุ คราวน้นั หมวดที่ 4: การประชุมใหญ C 4.1 การประชมุ ใหญข องสมาคมฯ มี x ชนดิ คือ H 4.1.1 ประชุมใหญสามัญ A 4.1.2 ประชุมใหญวสิ ามัญ P T 4.2 คณะกรรมการจะตองจัดใหมีการประชมุ ใหญส ามัญประจาํ ปๆ ละ x คร้ัง E R 14 P.35

4.3 การประชุมใหญวิสามัญ อาจจะมีข้ึนไดก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดใหมีข้ึน หรือเกิดขึ้นดวยการ เขาช่อื รว มกันของสมาชกิ ไมนอ ยกวา x ใน x ของสมาชิกสามญั ท้ังหมด หรอื สมาชิกจาํ นวนไมน อ ยกวา xx คน ทําหนังสือ รองขอตอคณะกรรมการใหจดั มขี ้นึ 4.4 การแจงกําหนดนัดประชุมใหญใหเลขานุการเปนผูแจงกําหนดนัดประชุมใหญใหสมาชิกไดทราบ และการ แจงจะตองเปนลายลักษณอักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานท่ีใหชัดเจน โดยจะตองแจงใหสมาชิกไดทราบลวงหนาไม นอยกวา x วัน และประกาศแจงกําหนดนัดประชุมไว ณ สํานักงานของสมาคมฯ เปนเวลาไมนอยกวา x วันกอนถึง กําหนดการประชมุ ใหญ 4.5 การประชุมใหญสามญั ประจําป จะตองมีวาระการประชุมอยา งนอย ดงั ตอ ไปนี้ 4.5.1 แถลงกิจการทผี่ านมาในรอบป 4.5.2 แถลงบัญชีรายรบั รายจาย และบัญชีงบดลุ ของปท ่ีผา นมาใหสมาชกิ รบั ทราบ 4.5.3 เลอื กตั้งคณะกรรมการชุดใหญ เม่อื ครบกําหนดวาระ 4.5.4 เลือกตง้ั ผสู อบบัญชี 4.5.5 เรอ่ื งอื่นๆ (ถา มี) 4.6 ในการประชุมใหญสามัญประจําป หรือการประชุมใหญวิสามัญ จะตองมีสมาชิกสามัญเขารวมประชุมไม นอ ยกวาคร่ึงหนงึ่ ของสมาชิกท้ังหมด จงึ จะถอื วาครบองคประชุม แตถา เม่ือถึงกาํ หนดเวลาประชุมยังมสี มาชิกสามัญ เขา รวมประชุมไมครบองคประชุม ใหคณะกรรมการของสมาคมฯ เรียกประชุมใหญอีกคร้ังหนึ่ง โดยจัดใหมีการประชุมข้ึน ภายใน xx วัน นับแตวันท่ีนัดประชุมครั้งแรก สําหรับการประชุมในคร้ังหลังนี้ ถาสมาชิกสามัญเขารวมประชุมเปน จํานวนเทาใด ก็ใหถือวาครบองคประชุม ยกเวนถาเปนการประชุมใหญวิสามัญที่เกิดขึ้นจากการรองขอของสมาชิก ไม ตอ งจัดประชมุ ใหม ใหถือวา การประชมุ เปนอนั ยกเลกิ 4.7 การลงมติตางๆ ในทีป่ ระชมุ ถาขอบังคับมิไดกําหนดไวเปน อยางอ่นื ก็ใหถ ือคะแนนเสียงขางมากเปนเกณฑ แตถ าคะแนนเสียงทล่ี งมติมีคะแนนเสยี งเทากัน ใหประธานในการประชุมเปน ผูช ีข้ าด 4.8 ในการประชุมใหญของสมาคมฯ ถานายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไมมารวมประชุม หรือไมสามารถจะ ปฏบิ ัตหิ นา ท่ีได ก็ใหท ปี่ ระชมุ ใหญทาํ การเลือกต้ังกรรมการท่ีมารวมประชุมคนใดคนหนึง่ ใหทาํ หนา ท่ีเปนประธานในการ ประชุมคราวนน้ั หมวดท่ี 5: การเงินและทรัพยสนิ 5.1 การเงินและทรัพยสนิ ท้ังหมดใหอยูในความรบั ผดิ ชอบของนายกสมาคมฯ เงินสดของสมาคมฯ ถามี ใหฝาก C ไวใน ธนาคาร xxxxx จํากัด สาขา xxxx H A 5.2 การลงนามในต๋ัวเงินหรือเช็คของสมาคมฯ ตองมีลายมือช่ือของนายกสมาคมฯ หรือผูทําการแทนลงนาม P รวมกับเหรญั ญิก หรือเลขานุการ พรอ มกับประทับตราของสมาคมฯ จึงจะถอื วาใชได T E R P.36 4

C 5.3 ใหนายกสมาคมมีอํานาจส่ังจายเงินของสมาคมฯ ไดครั้งละไมเกิน xxxxxxxx บาท (xxxxxxxบาทถวน) ถา H เกินกวาน้ันตองรับอนุมัติจากคณะกรรมการ และคณะกรรมการจะอนุมัติใหจายเงินไดครั้งละไมเกิน xxxxxxx บาท A (xxxxxxxxบาทถว น) ถา จําเปน จาํ ตองจา ยเกนิ กวานี้ตอ งไดร ับอนุมตั ิจากท่ปี ระชุมใหญของสมาคมฯ P T 5.4 ใหเหรญั ญิก มอี ํานาจเกบ็ รกั ษาเงนิ สดของสมาคมไดไมเกนิ xxxxxxxx บาท (xxxxxxxบาทถว น) ถา เกินกวา E นจ้ี ะตอ งนาํ ฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมฯ ทนั ทที โ่ี อกาสอํานวยให R 5.5 เหรัญญิกจะตองทําบัญชีรายรับ รายจาย และบัญชีงบดุล ใหถูกตองตามหลักวิชาการ การรับหรือจายเงิน 14 P.37 ทุกคร้ัง จะตองมีหลักฐานเปนหนังสือ ลงลายมือช่ือของนายกสมาคมหรือผูทําการแทน รวมกับเหรัญญิกหรือผูทําการ แทนพรอมกบั ประทับตราของสมาคมฯ ทุกคร้งั 5.6 ผสู อบบญั ชี จะตอ งมิใชกรรมการหรือเจา หนาทขี่ องสมาคมฯ และจะตอ งเปนผสู อบบญั ชีทไ่ี ดรับอนุญาต 5.7 ผูสอบบัญชีมีอํานาจหนาท่ีจะเรียกเอกสารท่ีเกี่ยวกับการเงินและทรัพยสินจากคณะกรรมการและสามารถ เชิญกรรมการ หรอื เจา หนาทข่ี องสมาคมฯ เพื่อสอบถามเก่ียวกับบญั ชีและทรัพยส ินของสมาคมฯ ได 5.8 คณะกรรมการจะตอ งใหความรวมมือกับผสู อบบัญชี เม่ือไดรับการรอ งขอ 5.9 คณะกรรมการสมาคมฯ เปน ผูก ําหนดอตั ราคาช่ัวโมงบิน คา บาํ รุงสมาคม และคาใชจา ยอ่นื ๆ และอาจมีการ เปลย่ี นแปลงไดตามความเหมาะสม 5.10 สมาชกิ จะตองชําระคาชวั่ โมงบนิ ลว งหนา นอกจากจะไดรบั อนุญาตจากผูอาํ นวยการบนิ 5.11 สมาชิกจะตองชําระคาบํารุงสมาคมฯ ตามอัตราท่ีคณะกรรมการสมาคมฯ กําหนด โดยการชําระลวงหนา กอ นทําการบิน 5.12 สมาชิกท่ีขาดการชําระคาบํารุงสมาคมฯ เกินกวา x เดือนหรือเปนหน้ีสมาคมฯ ในดานคาช่ัวโมงบินหรือ อ่ืนๆ เมื่อไดรบั การทวงถามจากสมาคมฯ x ครงั้ และยงั ไมชาํ ระเงินอาจจะถูกออกจากการเปนสมาชิกของสมาคมฯ หาก ไมใหค าํ อธิบายเปน ท่พี อใจแกคณะกรรมการสมาคมฯ 5.13 สมาชิกท่ีขาดการชําระคาบํารุงสมาคมฯ จะไมไ ดรับอนญุ าตใหทําการบินจนกวาจะชําระคาบาํ รุงสมาคมฯ 5.14 ในกรณีตอ งเสียคา ขึ้น - ลง และคาจอดทีส่ นามบิน สมาชิกผทู ําการบนิ จะตอ งจา ยเองทกุ ครง้ั 5.15 ในกรณีท่ีเกิดอุบัติเหตุจนเปนเหตุใหเกิดความเสียหายแกทรัพยสินของสมาคมฯ หรือของผูอ่ืน คณะกรรมการสมาคมฯ จะสอบสวนสาเหตุและอาจตัดสนิ ใหส มาชิกผูรบั ผดิ ชอบปฏบิ ตั ิอยา งใดอยางหน่ึงหรอื หลายอยาง ดังตอ ไปน้ี 5.15.1 พกั การบนิ 5.15.2 ชาํ ระคาปรบั ไมเกิน xxxxxxxx บาท (xxxxxxxบาทถว น) 5.15.3 ในกรณีที่เปนความผิดโดยเจตนาฝาฝนขอบังคับวาดวยการบินของสมาคมฯ หรือดวยความ ประมาทเลินเลอสมาชิกผูกอเหตุตองรบั ผิดชอบตอความเสียหาย และคาใชจายใดๆ ตอสมาคมฯ หรือของผูอื่นในสวนที่ เกินจากที่บริษัทประกันภัยยินยอมจาย ถาบริษัท ประกันภัยไมยอมจาย สมาชิกผูกอเหตุตองรับผิดชอบคาเสียหายและ คาใชจา ยทง้ั หมด เวนแตเ หตแุ หง วบิ ัติไมไดเ กิดจากความผิดของสมาชิกหรือดว ยเหตุสดุ วิสัย

5.16 ใหคณะกรรมการสมาคมฯ ทาํ การบนั ทึกรายรบั รายจา ย การใช และการบํารงุ รกั ษาอากาศยานทุกคร้ัง 5.17 คณะกรรมการสมาคมฯ ตอ งแสดงรายการไดมาหรือการจําหนา ยอากาศยานของสมาคมฯ ทุกครง้ั ท่ีมีการ เปลย่ี นแปลงอากาศยานของสมาคมฯ หมวดท่ี 6: การเปล่ยี นแปลงแกไ ขขอ บังคบั และการเลิกสมาคม 6.1 ขอบังคับของสมาคมฯ จะเปล่ียนแปลงแกไ ขไดโดยมตขิ องท่ีประชมุ ใหญเทานั้น และองคประชมุ ใหญจ ะตอง มีสมาชิกสามญั เขารว มประชมุ ไมน อยกวาคร่ึงหน่ึงของสมาชกิ สามัญทั้งหมด มติของทป่ี ระชุมใหญในการใหเปลี่ยนแปลง แกไ ขขอ บังคับ จะตองมีคะแนนเสยี งไมนอยกวา x ใน x ของสมาชกิ สามญั ทีเ่ ขารวมประชุมทง้ั หมด 6.2 การเลิกสมาคมฯ ตองเลิก ไมวาดวยเหตุใดๆ ก็ตาม ทรัพยสินของสมาคมฯ ที่เหลืออยูหลังจากที่ไดชําระ บัญชีเปนทเี่ รยี บรอ ยแลว ใหตกเปน ของ นิติบุคคลท่ีมวี ตั ถุประสงคเ กี่ยวกบั สาธารณกศุ ล หมวดท่ี 7: ขอปฏิบัติวา ดวยการบินของสมาคมฯ 7.1 ขอ บังคับวาดว ยเรือ่ งเกีย่ วกบั การบนิ ของสมาคมการบินอบุ ล ตองมรี ายละเอยี ด ดังตอไปน้ี C 7.1.1 เครื่องบินของสมาคมฯ ทุกลํา ตองมีใบอนุญาตและใบสําคัญฯ ตาม พ.ร.บ. การเดินอากาศ พ.ศ. H A 2497 P - ใบสําคญั การจดทะเบยี น (Certificate of Registration) T - เครื่องหมายสัญชาติและทะเบยี น (Identification mark of nationality registration) E - ใบสําคัญสมควรเดินอากาศ (Special airworthiness certificate) R - สมดุ ปมู เดนิ ทาง (Journey Log Book) - ใบอนญุ าตผปู ระจําหนา ที่แตละคน (Certificate for each personnel on board) - ใบอนญุ าตเคร่อื งวิทยสุ ื่อสาร (ถา มเี ครือ่ ง) (Radio license should radio be on board) - ใบอนญุ าตใหใ ชอากาศยานสวนบุคคล (Using private aircraft for air navigation license) - กรมธรรมประกันภัยอากาศยาน สาํ หรับความเสยี หายอนั อาจเกิดข้ึนแกร างกาย ชวี ติ ตลอดจนทรัพยสิน ของบคุ คลที่สาม (Liability to third party for bodily injury, property damage) 7.1.2 เครื่องบินของสมาคมฯ ทุกลํา ตองจัดใหมีเครื่องวัดและอุปกรณจํานวนอยางนอยตามที่สํานักงาน การบนิ พลเรอื นแหง ประเทศไทยกําหนดและสมาคมฯ ตอ งตรวจตราดูแล ปรนนิบตั ิบาํ รงุ เคร่ืองวดั และอปุ กรณใหใชงาน ตามปกตเิ สมอ 7.1.3 ผูท่ที ําการบิน จะตอ งมีใบอนุญาตหรือไดรับการรับรองใบอนุญาตนักบนิ ตาม พ.ร.บ. การเดนิ อากาศ พ.ศ.2497 และมีสิทธิทําการบินตามขอบังคับของคณะกรรมการการบินเรือน ฉบับท่ี 48 วาดวยสิทธิทําการบินของผูถอื P.38 4

C ใบอนญุ าตนกั บนิ และมใี บสําคัญแพทยทมี่ ีผลบงั คบั ติดตัวทุกครั้ง กรณีอากาศยานเบาพิเศษนนั้ ตอ งปฏิบัติตามมาตรการ H ดา นความปลอดภยั และการปฏบิ ตั ิการบินตามขอบังคับของคณะกรรมการการบนิ พลเรือน ฉบับที่ 43 A P 7.1.4 สมาคมฯ ตองควบคุมดูแลใหสมาชิก ผูทําการบิน ผูโดยสาร เจาหนาที่ท่ีประจําอากาศยานและ T ส่งิ ของผา นเขาออกทางชอ งทางตามท่ผี ูรับผิดชอบควบคุมดูแลสนามบิน หรือทข่ี นึ้ ลงชั่วคราวนนั้ ไดจดั ไว E R 7.1.5 สมาคมฯ และสมาชิกตอ งปฏิบตั ิตามระเบยี บ ประกาศ หรือคําสงั่ ของสํานกั งานการบนิ พลเรอื นแหง ประเทศไทยทเ่ี กย่ี วกับความปลอดภยั ในการเดนิ อากาศ 14 P.39 7.1.6 ผูอาํ นวยการบินอาจขอใหสมาชกิ ทาํ การทดสอบการบินไดท ุกเมอ่ื หากเหน็ วา ไมเ ปน การปลอดภยั ใน การทําการบนิ 7.1.7 ไมอ นญุ าตใหผทู ่ีเส่ือมสมรรถภาพ เน่อื งดวยสาเหตุตา งๆ เชน รา งกายไมป กติ มีอาการเจ็บปว ย เมา สรุ า ทําการบิน 7.1.8 หา มติดเครอื่ งยนตของเครอ่ื งบินในโรงเก็บเครื่องบนิ 7.1.9 สมาชิกของสมาคมฯ และผตู ิดตามเทา นน้ั ท่มี สี ิทธเิ ขาไปในโรงเกบ็ เคร่อื งบนิ 7.1.10 หามสบุ บุหรใี่ นบรเิ วณโรงเกบ็ เครื่องบิน สํานกั งานสมาคมฯ และภายในรศั มี 5 เมตร รอบเครื่องบิน หรอื ภาชนะเกบ็ เช้ือเพลงิ 7.2 บทการประกนั ภัย และความรับผดิ ชอบของนกั บิน 7.2.1 เคร่ืองบินของสมาคมฯ ทุกลํา ตองมีประกันภัยอากาศยานสําหรับความเสียหายอันเกิดขึ้นแก รางกาย ชวี ิต ตลอดจนทรพั ยส นิ ของบุคคลทสี่ าม (Liability to third party) โดยกรมธรรม เง่ือนไขและวงเงินประกันภัย ตอ งไดร ับอนมุ ัตจิ ากสํานกั งานการบนิ พลเรือนแหง ประเทศไทยท่ีและมีวงเงินประกัน ดงั ตอ ไปนี้ เครอื่ งบนิ ปก แข็ง (Fixed Wing) - น้ําหนักไมเกนิ xxx กิโลกรัม วงเงนิ ประกนั ไมต ํ่ากวา x บาท - นา้ํ หนกั เกนิ กวา xxx กิโลกรัม แตไ มเกนิ xxx กโิ ลกรัม วงเงนิ ประกนั ไมตา่ํ กวา x บาท - นํา้ หนกั เกนิ กวา xxx กิโลกรัมขน้ึ ไป วงเงนิ ประกนั ไมตา่ํ กวา x บาท เฮลิคอปเตอร (Helicopter) - นา้ํ หนักไมเ กนิ xxx กโิ ลกรมั วงเงินประกันไมต ํา่ กวา x บาท - นํ้าหนักเกนิ กวา xxx กิโลกรมั แตไ มเ กิน xxx กิโลกรัม วงเงินประกนั ไมต ํ่ากวา x บาท - น้ําหนักเกินกวา xxx กโิ ลกรัมข้นึ ไป วงเงนิ ประกนั ไมตํ่ากวา x บาท อากาศยานเบาพิเศษ (Very Light Aircraft) - นา้ํ หนกั ไมเ กิน xxx กิโลกรัม วงเงนิ ประกนั ไมต ํ่ากวา x บาท - นา้ํ หนักเกินกวา xxx กโิ ลกรัม แตไ มเ กนิ xxx กิโลกรมั วงเงนิ ประกนั ไมต ํา่ กวา x บาท - น้าํ หนกั เกนิ กวา xxx กิโลกรมั ขึ้นไป วงเงนิ ประกนั ไมต ํา่ กวา x บาท

ทั้งน้ีสมาคมฯ มีหนาท่ีระมัดระวังใหกรมธรรมมีอายุตลอดเวลาท่ีทําการบินและหามมิใหทําการบินใน C ระหวางที่กรมธรรมป ระกนั สิ้นอายุ H A สมาคมตองตอ อายกุ รมธรรมประกนั ภัยลวงหนา กอ นวันท่กี รมธรรมป ระกันภยั สิ้นอายไุ มนอ ยกวา xx วัน P หมายเหตุ T - เครื่องบนิ ปกแขง็ เฮลิคอปเตอร: นาํ้ หนกั สูงสดุ เม่ือบนิ ขึน้ (Maximum takeoff weight) E - อากาศยานเบาพิเศษน้ําหนักตัวเปลา โดยไมรวมทุนหรืออุปกรณความปลอดภัยท่ีมีไวใชในสภาวะ R อันตราย 7.2.2 กรณีท่ีเคร่ืองบินของสมาคมฯ ประสบอุบัติเหตุและมีความเสียหายเกิดข้ึนแกบุคคลที่สาม สมาคมฯ ตอ งรบี บรรเทาความเสียหายในเบ้ืองตน ไดแก - คารกั ษาพยาบาล ตอ งจายใหผเู สยี หายหรอื ทายาทของผูเ สียหายตามทไี่ ดจ า ยไปจริง - คาปลงศพ ตองจายใหตามอัตราที่สํานักงานการบินพลเรือนแหงประเทศไทยกําหนด ทั้งนี้ไมตัดสิทธิ ผูเ สยี หายหรือทายาทของผูเ สยี หายทีจ่ ะเรียกรองในสวนท่เี พ่ิมข้ึน รวมท้งั ความเสียหายอ่ืนๆ ซึ่งผนู ้ันมีสิทธิที่จะไดรับตาม กฎหมายดว ย การจายเงินชดใชสําหรับคารักษาพยาบาล และ/หรือคาปลงศพแกผูเสียหาย หรือทายาทของผูเสียหาย แลวแตกรณี 7.2.3 ผโู ดยสารท่ีทําการโดยสารไปกบั เครือ่ งบนิ ของสมาคมฯ จะไมรับความคมุ ครองจากการประกัน 7.2.4 นักบินท่ที าํ การบินจะไมไ ดรบั ความคุม ครองจากประกนั 7.2.5 ผทู จ่ี ะทาํ การบินและผทู ี่จะโดยสารไปกบั เครือ่ งบินของสมาคมฯ ตอ งอา นและทาํ ความเขาใจเง่ือนไข การประกนั ภัยของเครอื่ งบนิ สมาคมฯ ทกุ ครงั้ ซ่ึงสามารถขอรายละเอียดไดจากทที่ าํ การของสมาคมฯ 7.3 เงอ่ื นไขการเชา เครือ่ งบินจากสมาคมฯ ผูที่จะทําการบนิ ตองปฏิบัตดิ ังน้ี 7.3.1 ตองฟงการแนะนําและคําอธิบายจากผูอํานวยการบินเก่ียวกับ ATC ในประเทศไทย พ้ืนที่หามบิน ผา นและขอ ควรระวงั ในการทําการบินกับสมาคมฯ 7.3.2 ตอ งไดรบั การทดสอบการบนิ (Checked-out) จากผูอ าํ นวยการการบิน 7.3.3 ตองมีความรูเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย ตองและปฏิบัติตามขอบังคับวาดวยการบิน ของสมาคมฯ และระเบียบขอบังคับเก่ยี วกับการบินของหนว ยงานรฐั ทุกหนว ย โดยเฉพาะทรี่ ะบุในเอกสารแถลงขาวการ บิน (Aeronautical Information Publication: AIP) 7.3.4 ตอ งทาํ การศกึ ษาประกาศของนักบิน (NOTAM) ของสํานักงานการบนิ พลเรือนแหง ประเทศไทย 7.3.5 ตองทําการตรวจสอบสภาพอากาศสําหรับเสนทางที่จะไปและสนามบนิ ปลายทางกอนออกเดินทาง ทกุ ครั้ง โดยตรวจสอบไดที่หมาย 02-xxx-xxxx 7.3.6 กอนทําการบินตองแจงแผนการบนิ (Flight-Plan) ท่ี xxxx Approach หมายเลข 02-xxx-xxxx P.40 4

C 7.3.7 กอนทําการบินทุกคร้ังนักบินตองตรวจสอบเคร่ืองบินใหอยูในสภาพสมบูรณ (Pre-flight Checks) H และตรวจสอบวา เอกสารสาํ คัญในการเดนิ อากาศในประเทศไทยไดน าํ ติดตัวขนึ้ เครื่องบินเรียบรอยแลว A P 7.3.8 ตองลงนามในเอกสารยกเวนความรับผิดชอบของสมาคมฯ และสมาชิกตองรับผิดชอบความ T ประพฤติและความปลอดภยั ของผูทพี่ ามา E R 7.3.9 สําหรับการบินขามจังหวัด (Cross Country Flight) ตองมีการลงรายละเอียดในสมุดปูมของ สนามบนิ 14 P.41 7.3.10 อัตราเชาเคร่ืองบินของสมาคมฯ ไดรวมการประกันภัยบุคคลท่ีสามและประกันภัยช้ันหนึ่งไวแลว แตไมร วมถึงประกนั ชีวติ ของนกั บินและผโู ดยสาร ในกรณีเกดิ อุบตั ิเหตุหรอื เสียชีวิต 7.4 การเติมเชอ้ื เพลงิ ผปู ระจาํ หนาท่แี ละนักบินผูควบคุมการบนิ ตองมคี วามรับผิดชอบและมั่นใจวา ผทู ที่ ําการเติมเช้ือเพลิงแกอากาศ ยานมีความเขาใจและทราบถึงความปลอดภัยและขอจํากัดเฉพาะของอากาศยาน ท่ีแสดงตามคูมือการบิน ขอปฏิบัติ เบือ้ งตน ทผ่ี ูท าํ หนา ที่เติมเชอื้ เพลิงตองปฏบิ ตั ิ ดังน้ี 7.4.1 ตองมถี งั ดบั เพลิงในบริเวณท่ที าํ การเตมิ เชอื้ เพลงิ 7.4.2 เติมเชอื้ เพลงอากาศยานในบรเิ วณทกี่ าํ หนดใหเทา นน้ั 7.4.3 ผูท าํ หนา ทเี่ ตมิ เช้อื เพลิงตองทาํ การตอสายดินระหวางถังเชอื้ เพลิง ปม และตวั อากาศยาน 7.4.4 ในขณะทาํ การเติมเช้ือเพลิงตองไมม ีการทาํ การใดๆ ท่กี อ ใหเกิดประกายไฟ 7.4.5 ภาชนะบรรจุเช้อื เพลงิ ตองเปนโลหะ 7.4.6 กรวยท่ใี ชในการเติมเชอื้ เพลิงตอ งเปน โลหะ 7.4.7 ผทู ีท่ ําการเตมิ เช้อื เพลิงตอ งไมจดุ ไฟแชค็ 7.5 บทการบนิ 7.5.1 สมาชิกเทา นน้ั ทีส่ ามารถทําการบินกบั อากาศยานของสมาคมฯ ได โดยตองไดรับความเหน็ ชอบจาก ผูอํานวยการบิน หรอื ผูร บั มอบอาํ นาจกอ นทีส่ มาชกิ จะนําอากาศยานข้ึนทาํ การบินไดทุกคร้ัง 7.5.2 นักบินท่ีทําการบินทุกครั้งตองปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การเดินอากาศ พ.ศ. 2497 และกฎหมาย กฎระเบยี บและขอ บังคบั ที่ระบุในเอกสารแถลงขาวการบนิ (Aeronautical Information Publication: AIP) 7.5.3 นกั บินและผโู ดยสารทุกคนตอ งรัดเขม็ ขดั นิรภัยตลอดเวลาทท่ี าํ การบิน 7.5.4 ระหวา งรอทาํ การบิน นักบนิ ตองรอคอยรับคําสงั่ จากหอบงั คับการบิน ผคู วบคมุ พน้ื ทที่ ี่ทําการบินอยู ตลอดเวลา 7.5.5 ใหประสานกับหนวยควบคุมการจราจรทางอากาศ XXXX Approach และ/หรือหนวยควบคุม การจราจรทางอากาศทเ่ี กี่ยวของลว งหนา รวมทงั้ แจง แผนการบิน (Flight-Plan) โดยระบรุ ายละเอียดใหชัดเจน กอนทํา การบินตองไดรับแจงคําอนุญาต (Take off Clearance) จากหนวยควบคุมการจราจรทางอากาศ xxxx Appproach และใหป ฏบิ ตั ติ ามคาํ แนะนําของเจาหนาท่คี วบคุมการจราจรทางอากาศโดยเครงครัด

7.5.6 หามมิใหทําการบินรับขนผูโดยสารหรือพัสดุภัณฑในเชิงการคา หรือบินเหนือเขตชุมชนหนาแนน หรอื ในทโ่ี ลงแตมีคนมาชุมนุมกนั หรอื บนิ ผาดแผลง หรือเขตหวงหา ม หรือเขตจํากดั 7.5.7 ใหทาํ การบินระหวางชว งเวลาเปด-ปด ของสนามบนิ พาณิชยข องสนามบินราชการหรือระหวางพระ อาทิตยขึ้น-ตก (Sunrise to Sunset) ในสภาพอากาศเปด (Visual Meteorological Conditions) ในสนามบินสวน บคุ คล 7.5.8 กรณีอากาศยานท่ีไดรับการติดต้ังเครื่องวัดและอุปกรณท่ีสามารถทําการบินตามกฎการบินดวย เคร่ืองวัดประกอบการบิน (Instrument Flight Rules หรือ IFR) สมาชิกสมาคมฯ ที่จะทําการบินจะตองมีใบอนุญาต นักบินไมต่ํากวานักบินสวนบุคคล (Private Pilot License) พรอมศักยภาพในการบินดวยเคร่ืองวัดประกอบการบิน (Instrument Rating) 7.5.9 ใหป ฏบิ ตั ิตามคูมือการบนิ (Flight Manual) โดยเครงครดั 7.5.10 ใหก ารปฏิบตั ิตามเงื่อนไขทก่ี ําหนดใน Aeronautical Information Publication (AIP-Thailand) และใหเฝาฟงคลื่นความถี่วิทยุของหนวยควบคุมจราจรทางอากาศที่เก่ียวของ พรอมท้ังเปด Transponder Code ตลอดเวลาท่ีทาํ การบิน 7.5.11 กําหนดใหใชสนามบิน xxxx เปนสนามบินหลัก และสนามบิน xxxx เปนสนามบินรองสําหรับเปน ท่ีจอดและเก็บอากาศยานของสมาคมฯ หมวดที่ 8: บทลงโทษ 8.1 ในกรณที ี่สมาชิก กระทาํ การอันเปนการฝาฝนหรือไมป ฏิบัตติ ามกฎระเบียบทสี่ มาคมกําหนด หรอื ประพฤติ C ตนไมเ หมาะสมใหน ายกสมาคมฯ มอี าํ นาจสงั่ ลงโทษสมาชกิ ผูนน้ั ดังตอไปน้ี H A 8.1.1 ตกั เตอื น P 8.1.2 ภาคทัณฑ T 8.1.3 หากสมาชิกกระทําผิดพ.ร.บ. การเดินอากาศ พ.ศ. 2497 และฉบับแกไขเพิ่มเติม สมาคมจะดําเนิน E แจงตอสํานักงานการบินพลเรือนแหงประเทศไทยหรือดําเนินการแจงความตอเจาหนาท่ีตํารวจเพ่ือดําเนินการตาม R กฎหมาย 8.2 เมื่อสมาคมฯ มีคําส่ังลงโทษสมาชิก ใหสมาคมแจงเปนหนังสือใหสมาชิกผูถูกลงโทษทราบและประกาศให สมาชิกทานอ่นื ทราบโดยทว่ั กัน 8.3 หากสมาชิกที่ถูกลงโทษไมพอใจในคําส่ังลงโทษ ใหสมาชิกผูนั้นทําหนังสือแจงตอคณะกรรมการสมาคมฯ เพ่ือพิจารณาภายใน xx วัน นับจากท่ีไดรับแจงจากสมาคมฯ โดยใหคณะกรรมการสมาคมฯ เปนผูพิจารณาใหถือวา เปน ที่สิน้ สดุ P.42 4

หมวดท่ี 9: บทเฉพาะกาล 9.1 ขอ บังคบั ฉบับน้นี ัน้ ใหเ รมิ่ ใชน บั ตั้งแตวันทส่ี มาคมฯ ไดรับอนุญาตใหจ ดทะเบยี น เปนนิติบคุ คลเปนตน ไป 9.2 เม่ือสมาคมฯ ไดรับอนุญาตใหจดทะเบียนเปนนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ใหถือวาผูเริ่มการทั้งหมดเปน สมาชิกสามัญ และสมาชิกภาพของคณะกรรมการทตี่ ้ังขึน้ เรม่ิ ตั้งแตว นั ทจ่ี ดทะเบยี นเปนตน ไป ลงชือ่ .........................................ผูจ ดั ทําขอ บงั คบั (.........................................................................) ตาํ แหนง นายกสมาคม......................................... C H A P T E R 14 P.43


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook