ทกั ษะดจิ ิทัลเพอื่ อนาคต โควิด 19 ทำใหต้ ้องปรับการใชช้ ีวิตหลายอย่าง ทงั้ การดูแลตนเอง การใช้ดิจิทัลออนไลน์ ทำกิจกรรมตา่ ง ๆ ทกั ษะดิจทิ ลั จึงมีความสำคัญเพ่ิมขึ้น ทักษะนี้ทำให้สามารถเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ขา่ วสาร ความรู้ การอา่ น เขยี นดิจิทัล ไดม้ ากและเร็ว ออนไลนจ์ ากทุกท่ี ใชส้ มาร์ทโฟน เพอื่ การเรียนรู้และ รบั รู้ข่าวสาร บทบาทชวี ติ วถิ ใี หม่ต้องใช้ทกั ษะดจิ ทิ ัล มีความสามารถในการใชส้ ่ือ การติดตอ่ ส่ือสาร การทำงานร่วมกนั ทกั ษะการคดิ เปน็ ระบบ การจัดการดแู ลตวั ตนในโลกไซเบอร์ รวมถงึ การใช้ อุปกรณ์ทางดา้ นดิจทิ ัล ใช้เทคโนโลยดี ิจทิ ัลตา่ ง ๆ อยา่ งรู้คุณค่า มีคุณธรรม จริยธรรมกบั การใช้ งาน มคี วามรบั ผดิ ชอบ การก้าวสเู่ ศรษฐกิจดิจทิ ัลของประเทศไทย เก่ียวกับการใช้ดิจิทัลเป็นสำคญั 1 ทกั ษะดจิ ทิ ลั กบั ชีวติ วถิ ใี หม่ อนิ เทอร์เน็ตมอี ิทธิพลต่อการเปล่ียนแปลงสู่ชีวิตวิถีใหม่ อินเทอร์เน็ตเป็นแพลตฟอร์มการ บรกิ ารข้อมูลขา่ วสาร พัฒนาการการใชข้ อ้ มลู ข่าวสารบนอนิ เทอร์เน็ตเริ่มในปี ค.ศ. 1989 เมื่อทิม เบอรเ์ นอลี (Tim Berners Lee) ไดน้ ำเสนอการใช้ข้อมลู แบบ ไฮเปอร์เท็กซ์ (Hyper text) ซึ่งเป็น ตน้ กำเนดิ ของเวิร์ลไวดเ์ ว็บ และในปี ค.ศ. 1993 NCSA ไดส้ ร้างบราวเซอร์ทชี่ อ่ื วา่ MOSAIC ซง่ึ ตอ่ มาแพรห่ ลาย ทำใหก้ ารใช้ขอ้ มูลแบบเว็บเปน็ ที่รู้จัก และพัฒนาจนใช้งานกันทว่ั โลก ในช่วงหลังปี ค.ศ. 1994 การใช้อนิ เทอร์เนต็ ทำให้เกิดการเปลย่ี นแปลงครั้งใหญ่ ท้งั ทางดา้ นเศรษฐกจิ สังคม การเมือง เพราะการสอ่ื สารดว้ ยอินเทอร์เน็ตเช่ือมผู้คนบนโลกถึงกัน การ ใช้คอมพวิ เตอร์เปลยี่ นสภาพมาใช้บนแพลตฟอร์มทีใ่ ช้กราฟิกสไ์ ดม้ ากข้ึน เป็นช่องหนา้ ต่าง(วินโดว)์ มกี ารแสดงผลภาพ และมลั ตมิ ีเดยี ได้ดี ผทู้ ี่เกดิ หลังจากชว่ งนี้ จงึ เกิดมาพรอ้ มกับการเติบโตของ เทคโนโลยีดจิ ทิ ลั มีการใช้ดิจิทัลอยา่ งกวา้ งขวาง เม่ือผา่ นปี ค.ศ.2000 ก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 ผคู้ นย่ิงเก่ียวข้องกับดจิ ทิ ัลมากยงิ่ ขน้ึ จนมกี าร กล่าวถงึ ทักษะท่ีสำคัญท่ผี ทู้ ่ีอยใู่ นศตวรรษท่ี 21 จะตอ้ งได้เรยี นรู้ และใชใ้ นอนาคต ท่เี รยี กวา่ ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 ทกั ษะดจิ ิทลั เป็นสว่ นหนึ่งของทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ทกั ษะดจิ ทิ ัลมี ส่วนสำคญั ต่อวถิ ีการดำเนินชีวิตอยา่ งมาก
เมอ่ื ส่ิงแวดล้อมทางดิจทิ ัลทำใหร้ ูปแบบการเรียนร้เู ปลีย่ น กระบวนการทำงานและวิถีชวี ติ ของผู้คนจงึ เปลย่ี นตาม เรามกี ระบวนการใหม่ๆทเ่ี ก่ียวกับการใช้ดิจิทัลเกิดข้นึ มากมาย การซ้อื ขาย สนิ คา้ แบบออนไลน์ การใชบ้ รกิ ารโครงการตา่ ง ๆของรฐั บาลแบบออนไลน์ การทำงานท่ีบ้าน การ เรยี นออนไลน์ การใช้จ่ายเงินแบบดิจทิ ลั การสอ่ื สารพดู คุยผา่ นเทคโนโลยีทท่ี ำใหเ้ กิดส่ือสงั คม การ รวมสงั คมจงึ แตกตา่ งจากเมอ่ื กอ่ น เราใชก้ ระบวนการทางดิจทิ ลั ชว่ ยเพม่ิ ประสิทธิภาพ ย่ิง โควดิ 19 ระบาด ทำใหเ้ ราต้องใช้ดิจิทัลมากขนึ้ ทักษะการใชด้ จิ ทิ ลั จึงมีความสำคญั รฐั บาลมีนโยบาย เดน่ ชัดทสี่ ่งเสรมิ ให้ประชาชนมีกิจกรรมออนไลน์มากขนึ้ และหนว่ ยงานรฐั จึงเพิ่มการบรกิ าร ทางดา้ นดจิ ทิ ัลด้วยเชน่ กัน กิจกรรมบนโลกไซเบอรย์ อดนยิ มทีส่ ำรวจโดยสำนกั งานพัฒนาธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ETDA ทกั ษะดจิ ิทัลจึงเร่มิ จากความสามารถใชอ้ ปุ กรณด์ จิ ทิ ัล ความสามารถการอ่านแบบดจิ ทิ ัล (Digital Reading ability) การเขียนแบบดิจิทลั ทกุ วันนเี้ อกสาร ส่ิงพมิ พ์ หนงั สือ ขอ้ มลู ขา่ วสาร ท่เี ปน็ กระดาษ กำลงั ถูกแทนที่ด้วยดิจทิ ัล มีขอ้ มลู ขา่ วสาร ความรู้มากมายให้แสวงหา คนรนุ่ ใหม่ พบกบั การเปลีย่ นแปลงทร่ี วดเรว็ มีข้อมลู ข่าวสารมากลน้ ใชอ้ ุปกรณ์ดจิ ทิ ัลทำงานเร็ว ขา่ วสาร ข้อมลู เปลี่ยนแปลงเรว็ จึงต้องปรับเปล่ียนตวั เอง ซงึ่ แตกต่างจากคนรุ่นกอ่ น ที่อ่านหนงั สือเปน็ เล่ม เรือ่ งเต็มยาว (Complete stories) อา่ นต่อเน่อื งไดม้ าก คนรนุ่ กอ่ นอา่ นหนังสือจากกระดาษ
ช่องทางใหเ้ ลอื กอ่านมนี อ้ ย สว่ นในยคุ นี้ คนรุ่นใหม่ชอบอ่านข้อความผ่านหน้าจอ มกั อา่ นท่ีไมย่ าว เกนิ ไป เมื่อข้อมูลมมี าก จึงใชก้ ารกวาดสายตา ดูกระจดั กระจายหลากหลายเรอื่ ง (Shorter-bite size) เปน็ การอ่านหนงั สือดิจิทลั แบบออนไลน์ มีทางเลอื กมาก มกั ชอบอ่านเป็นส่วนๆ ท่ีตนเอง สนใจเทา่ น้นั ที่สำคญั คือเปลยี่ นแปลงการอ่านมาสู่รูปแบบการรับรู้แบบการอ่านตามท่ีชอบเพอื่ ความบนั เทิง (Entertaining experiences) หากตอ้ งการให้ชาวพน้ื เมอื งดจิ ิทัล(Digital native)อา่ นเขียน จึงมตี วั หนังสือนอ้ ย ใชจ้ ินต ภาพ เชน่ อินโฟกราฟกิ ส์ หรือดคู ลิป หากทำคลิปเพื่อการเรียนการสอนสำหรับคนยุคน้ี ต้องสัน้ แยกเปน็ ส่วนยอ่ ย กระชบั เพยี ง หนึ่ง สองนาที ลกั ษณะพิเศษของคนรนุ่ น้คี ือ บริโภคข้อมลู ขา่ วสาร อยูก่ บั สอ่ื สังคม วถิ ชี วี ติ ใหม่อยกู่ บั ดิจทิ ัล
เน่ืองจากข้อมลู ขา่ วสารดิจิตอลมีมาก สิง่ แวดล้อมการดำเนนิ ชีวิตจงึ ขน้ึ กบั อุปกรณด์ ิจทิ ลั อยูก่ ับส่งิ แวดล้อมทางดจิ ิทัล หรอื ท่ีเรยี กวา่ นิเวศน์ดิจทิ ลั ดจิ ิทัลทำให้เปลีย่ นแปลงการดำเนนิ ชวี ิต คนรนุ่ ใหม่จึงอา่ นบนจอภาพ เขยี นดว้ ยแปน้ พมิ พ์ ขดี ความสามารถในการอ่าน จึงหมายถึงการอ่าน ดิจิทัลแล้วรเู้ รอื่ ง ไดค้ วามรู้ การอ่านดิจทิ ลั ใชป้ ระสาทตา และหู การสัมผสั การเหน็ การดู การฟงั ไมช่ อบอา่ นตัวหนังสือมาก ชอบอ่านจากรูปภาพหรือการ์ตูน ดคู ลิป ดภู าพ ดกู ราฟ ดไู ดอะแกรม ดู อนิ โฟกราฟกิ ส์ หรอื ท่องเน็ต แสวงหาความรแู้ บบจินตภาพ ดูแบบภาพรวม ใช้ความเร็วในการ เข้าถงึ ข้อมลู เพ่ือการเรียนรู้ สร้าง จินตนาการ การศึกษาในยคุ นจ้ี งึ ตอ้ งตรงกับความตอ้ งการ ตอ้ งเน้นทักษะการอ่าน ดว้ ยประสาทตา หู สมั ผัสใหไ้ ด้รู้เร่อื ง อีกทงั้ การเขยี นบนดจิ ิทลั กเ็ ป็นกระบวนการท่ที ุกคนทำอยแู่ ล้ว การโพส การ เขียนบลอ็ ก วกิ พิ ีเดีย การอา่ นออกเขียนได้ทางดจิ ิทลั ยงั รวมถึง การใชส้ อ่ื ใหม่ สอื่ สังคม รู้เทา่ ทัน สื่อได้ แสวงหาความร้ไู ดเ้ อง ทกั ษะดจิ ิทัลท่ีจำเปน็ ควบคู่ไปกับการเขยี น อ่านดิจิทลั คือ การใชส้ อื่ และสารสนเทศ ทกั ษะดิจทิ ลั ในเรอ่ื งน้จี ึงเกี่ยวกบั ทกั ษะพืน้ ฐานความรู้ความเขา้ ใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทลั (Digital Literacy) มคี วามเขา้ ใจและใช้ประโยชน์ข้อมูลท่ีจำเป็นต่อการการใชใ้ นชวี ิตประจำวัน เรียนรู้ผ่านอนิ เทอร์เนต็ ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ และรู้จกั ประยกุ ตแ์ สวงหา สร้างความรู้ใหมไ่ ด้ เมือ่ เขา้ ถงึ แหล่งความร้ไู ดง้ ่าย ทักษะทจ่ี ำเป็นอกี ประการหนึง่ คือ การเรียนไดด้ ว้ ยตนเอง (Self directed learners) การเรียนร้ทู เ่ี น้นตัวเองเป็นศูนย์กลาง เข้าใจ วางแผน และเรียนศาสตร์ ทต่ี นสนใจ กระตือรือร้น เขา้ เรยี นเอง และทำโครงการของตัวเองมากกวา่ จะนั่งเฉยรอให้ครูเปน็ ผปู้ ้อนขอ้ มูลให้ เมื่อเทคโนโลยีดิจิทลั ทำให้การสอื่ สารสะดวก งา่ ยขน้ึ จึงควรตอ้ งมีทกั ษะการสอ่ื สาร ใช้ อีเมล์ การสง่ ข่าวสารระหว่างกันด้วยเทคโนโลยดี จิ ิทัล มกี ารนำเสนอไดด้ ี ทำงานเป็นระบบ เขา้ ใจ สังคมในโลกไซเบอรส์ เปซ มเี ครอื ขา่ ยทีท่ ำงานร่วมกัน เขา้ ใจโลกและสง่ิ แวดลอ้ มท่มี สี องโลก โลก ไซเบอร์และกายภาพ รจู้ กั ตัวตนในโลกไซเบอร์ รู้คุณธรรม คิดวิเคราะห์ คดิ สร้างสรรค์ แก้ปญั หา เออ้ื อาทรต่อกัน
2 พฒั นาการเรยี นรู้ดว้ ยจนิ ตนาการ ถ้าถามว่า ไวรัส SARS-CoV-2 มีรปู ร่างเป็นอย่างไร คงยากทีจ่ ะบอกวา่ เคยเหน็ ตัวไวรสั ต้องจินตนาการรปู ร่างว่าเป็นกอ้ นกลมมหี นามแหลมย่ืนออกมารอบตวั มีรปู วาดให้เห็น ทำให้นึก คดิ ตามได้ จนิ ตนาการ (Imagination) เป็นการนึกคิด การสร้างภาพในสมอง เป็นภาพที่อาจไม่เคย เหน็ ตัวตนจรงิ ๆ ไม่ไดผ้ า่ นการมองเห็น จนิ ตนาการอาจรบั มาจากการบอกเล่า การได้อา่ น ไดค้ ิด เอง การไดย้ นิ หรือนำมาจากแหล่งความรู้ จินตนาการจงึ เป็นตัวช่วยใหเ้ กดิ การคิด การเรียนรู้ และ อาจนำความร้ไู ปใชง้ านหรือใชแ้ กไ้ ขปญั หาตา่ ง ๆ เป็นรากฐานในการสร้างกระบวนการเรยี นรู้ การทีจ่ ะมจี นิ ตนาการไดด้ ี จะเชือ่ มโยงกบั ประสบการณ์ การไดฟ้ งั ได้อ่านไดค้ ดิ มาก จินตนาการทำใหเ้ กิดภาพในสำนกึ เรยี กว่า “จินตภาพ” หรอื นึกออกมาเป็นรูปร่างได้ ผ้ทู ี่เรยี น คณติ ศาสตร์ไดด้ ี จะสามารถสรา้ งมโนภาพ หรือคดิ ออกมาตามความนกึ คดิ ไดด้ ี ผูม้ ีจนิ ตนาการทดี่ ี จะเรยี นรูส้ ิ่งตา่ ง ๆ ได้มาก รู้จักวเิ คราะห์ แยกแยะสิง่ ตา่ ง ๆ ที่ต้องการนำเสนอ โดยนำมาเช่อื มโยง กับประสบการณ์ที่พบเห็นหรือรับรมู้ าก่อน ลองนกึ ดูวา่ เดก็ ๆ ไดเ้ รียนรูปรา่ ง ขนาด การวัด มีประสบการณ์ จากการพบเห็น การใช้ เคร่ืองมอื วดั ขนาด หน่วยวัดตา่ ง ๆ ขึ้นมาใชอ้ า้ งองิ เชน่ ความยาว เป็นมลิ ลิเมตร เซนติเมตร เมตร กโิ ลเมตร หนว่ ยเวลา เปน็ วนิ าที นาที ชว่ั โมง หน่วยวดั ทางวิทยาศาสตรม์ อี กี มากมาย ถา้ ถามนักเรยี นว่า หนง่ึ ในพันเมตร หรือ มิลลเิ มตร พอจะนึกได้ไหมวา่ แคไ่ หน ถ้านึกวา่ 1 มลิ ลิเมตร คือ หนึง่ ในพันของเมตร จินตนาการของนักเรยี นพอนกึ ได้ เพราะขนาดมิลลิเมตรยงั มองเหน็ ได้ วดั ขนาดได้ ถ้าหากพดู ถงึ หนงึ่ ในพนั มิลลเิ มตร หรอื เรียกวา่ ไมโครเมตร มีขนาดเป็น อยา่ งไร ก็ยากขนึ้ ไปอกี ระดบั ถ้าเคยเรยี นรูม้ าว่า ขนาดเส้นผ่านศนู ย์กลางของเสน้ ผมมขี นาด ประมาณ 100 ไมโครเมตร จนิ ตนาการขนาดระยะทางจึงอาศยั ประสบการณ์ การเปรียบเทียบจาก สิ่งทีเ่ คยเรียนรูม้ าก่อน หรือตอ้ งใช้การวัดแบบวทิ ยาศาสตร์ ไวรสั โคโรนา SARS CoV 2 ทท่ี ำให้เกิด โควดิ 19 มีขนาด ประมาณ 120 นาโนเมตร เมื่อ ไมโครเมตรแบ่งเปน็ พันสว่ น แต่ละสว่ นก็มขี นาด นาโนเมตร จินตนาการขนาดไวรัสได้แคไ่ หน ว่า ใหญ่เลก็ อย่างไร ถา้ เทียบกบั ฝุ่น PM 2.5 คอื ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมโครเมตร ซงึ่ ฝุ่นขนาดนแี้ ขวนลอย
ในอากาศ เราวา่ เลก็ จนตามองไม่เหน็ แล้ว ถา้ มมี ากก็เห็นเปน็ ควนั ขาวเหมือนหมอก ไวรสั ยังเลก็ กว่ามาก เลก็ ลงไปอีก นาโนเมตรเล็กกว่าไมโครเมตรพนั เทา่ ไวรสั แทรกเขา้ ไปอยใู่ นเซลล์ มนุษย์ได้ ขนาดเซลลใ์ หญแ่ คไ่ หน เซลลเ์ มด็ เลือดแดงมขี นาดประมาณ 8 ไมโครเมตร ไวรสั ขนาด ประมาณ 100 นาโนเมตร เมื่ออยใู่ นเซลล์จะเป็นอยา่ งไร นักเรยี นอาจมจี ินตนาการเปรียบเซลล์ เหมือนถังนำ้ มัน ไวรสั เหมือนเมล็ดถ่ัวอยู่ในถงั จึงเข้าไปในเซลล์ได้ ไวรัส SARS-CoV-2 ท่ีทำให้เกิดโรคโควดิ 19 มีขนาดเลก็ มาก SPQR10Binte altaf - Own work/CC BY-SA 4.0 การเรียนวิชาการตา่ ง ๆจึงต้องใชจ้ นิ ตนาการ เพราะสิ่งต่าง ๆเหล่านีไ้ ม่สามารถเหน็ ไดด้ ว้ ย ตาเปล่า เชน่ ถา้ บอกว่า ไวรสั SARS-CoV-2 มีเปลือกหมุ้ ภายในเป็นสาย RNA สายเด่ียว ยาวขด ตัวอยู่ ในสายมโี มเลกุลนำ้ ตาลเพนโตสเปน็ แกนเช่ือมยาว และมีโมเลกุลของนวิ คลอี กิ จบั อยู่ นิวคลีอิกเปน็ โมเลกุลมสี ่ีแบบ ใชต้ วั ย่อว่า A T G C ในโมเลกลุ ยึดกันระหว่างอะตอม
เราเรียนเรือ่ งอะตอม อะตอมคาร์บอน มขี นาดประมาณ 100 พิโคเมตร (แบง่ นาโนเมตร เป็นพันสว่ น แต่ละส่วนเรยี กว่า พโิ คเมตร :สบิ กำลังลบสบิ สองเมตร) ดงั นัน้ ระดับโมเลกลุ บนสาย RNA กเ็ ลก็ ลงไปอีก ยิ่งต้องจนิ ตนาการจึงจะเรียนรู้และเข้าใจเร่ืองเหล่านี้ได้ การคดิ ตอ้ งใชจ้ นิ ตนาการ เชน่ ขนาดอะตอมของสาร มขี นาดประมาณ 100 พิโคเมตร(สิบ กำลงั ลบสบิ สองเมตร) เล็กกว่าขนาดไวรัสลงไปอีกพันเท่า มกี ารพิสูจน์ได้วา่ อะตอมที่มอี เิ ล็กตรอน วงิ่ รอบโปรตอนอย่างรวดเร็ว เหมือนโลกหมนุ รอบดวงอาทติ ย์ อิเลก็ ตรอนเลก็ มาก ถ้าโปรตอน เทียบกับก้อนกรวด วิ่งรอบอยา่ งรวดเรว็ ในสนามฟตุ บอลท่ีมีโปรตอนอยู่กลางสนาม อเิ ลก็ ตรอนวงิ่ ดว้ ยความเรว็ สงู มาก เราจะจินตนาการอย่างไร ว่าทำไมมที ี่ว่างในอะตอมมาก ขนาดของอะตอม เทยี บกบั อิเลก็ ตรอนจะเป็นอยา่ งไร ถา้ นักเรียนมจี ินตนาการ มีความนกึ คิดดี กจ็ ะเรยี นในส่ิงทีเ่ ปน็ นามธรรม เช่นตวั ไวรสั ทเี่ รา ไมส่ ามารถเหน็ ด้วยตาเปล่า ตอ้ งใช้กล้องจุลทรรศนอ์ ิเล็กตรอน จงึ ประมวลภาพได้ จินตนาการ เหลา่ น้ี มาจากการเรียนรู้และฝกึ ทักษะการคิดแบบนามธรรม (Abstraction) ซงึ่ เปน็ พน้ื ฐานมา จากการเรยี นคณติ ศาสตร์ การเรียนรู้จงึ ตอ้ งอาศัยจนิ ตนาการ ผสมผสานกันในหลายเร่ือง ท้งั เคมี ชีวะ ฟิสกิ ส์ และ การคำนวณ ต้องอาศัยคอมพวิ เตอร์ ซึ่งเช่ือมโยงถงึ กันหมด วนั น้ีมีความรทู้ ่ีจะตอ้ งเรียนรู้ ลึกลงไป เร่อื ย ๆ จนระดบั ทเี่ ราจนิ ตนาการเขา้ ไปได้ เล็กกว่า นาโนเมตร คือ พโิ คเมตร และขณะนี้ เรากำลัง ลงลกึ ลงอกี พนั เทา่ ในระดับ เฟมโตเมตร (สิบกำลังลบสิบห้า) ซึ่งเป็นอนุภาคที่เล็กในอะตอม ความรจู้ ึงเกดิ ใหม่ให้เราเรียนเพ่ิมขึ้นเร่ือย ๆ รากฐานจินตนาการเพื่อการเรยี นรู้ ของเรา ตอ้ งดี เพ่ือให้เรยี นของใหม่ต่อยอดไปได้เรอ่ื ย ๆ อนาคตประเทศไทยต้องมีคนที่มีความร้ใู หม่เหล่านี้ และมคี วามต้องการสงู เพื่อพฒั นาประเทศในด้านต่าง ๆ อกี มาก การศึกษาวันน้ี จงึ ตอ้ งพฒั นาผ้เู รียนให้มีจนิ ตนาการ มคี วามคิด หากผู้เรียนมพี ัฒนาการคิด ท่ีดี และสามารถพัฒนาตวั เองให้ดขี นึ้ ได้ คนที่มีจินตนาการ และคิดไดด้ ี จะชอบสง่ิ ทที่ ้าทาย อยาก เรียนรู้ และมองวา่ สิง่ ต่าง ๆ ที่เขา้ มาคอื โอกาสในการเรียนรู้ในส่ิงใหม่ๆ ซึง่ จะทำใหม้ ีความมัน่ ใจ มากขึ้น จะจดั การกับความผิดพลาดและอปุ สรรคต่าง ๆ ได้ดี จนิ ตนาการและความคิด จึงทำให้ เรียนรูข้ องใหมไ่ ดเ้ รว็ หรอื มี Learning curve ดี
การสร้างจนิ ตนาการทำให้เกิดการเรยี นรู้ จินตนาการ และ ความคิด จึงเป็นรากฐาน และเกี่ยวโยงกับการคดิ เชิงนามธรรม เช่น คณิตศาสตร์ ในยคุ การเรยี นการสอนแบบวถิ ีใหม่ (New normal) เรยี นทบ่ี า้ น จึงต้องเนน้ การ เรยี นแบบใชก้ ิจกรรมควบคู่กับการใช้ความรู้ การอ่านการเขยี น การเรียนการสอนใหน้ ักเรยี นได้ พัฒนาการคิด และจนิ ตนาการ สามารถเรียนร้จู ากสิ่งรอบ ๆตวั ได้ เช่น ทุกเช้าเห็นดวงอาทิตย์ข้ึน ทางทิศตะวันออก ถา้ ถามวา่ ทำไมตอ้ งขน้ึ ทางทศิ ตะวนั ออก การหาคำตอบตอ้ งมาจากจินตนาการ มองไปที่ระบบสรุ ิยะจักรวาล ว่าโลกหมุนรอบตัวเองอย่างไร โคจรรอบดวงอาทิตย์ ไม่มใี ครเคยเห็น ระบบสรุ ิยะจกั รวาลของจริง แตก่ จ็ ินตนาการได้วา่ โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ โลกหมนุ รอบตวั เอง ถา้ คิดตอ่ วา่ หมุนทางไหน ทำไมแตล่ ะวัน พระอาทิตยข์ ึ้นทางทศิ ตะวันออก ขน้ึ ไมต่ ำแหน่งเดมิ แต่ ขยบั ไปทีละน้อย ขยบั ไปไกลแคไ่ หน เบนไปทางเหนือ แลว้ เบนกลบั มาทางใต้ ทำไมหนา้ หนาว กลางวันส้ัน ตะวนั อ้อมขา้ วคอื อะไร ทำไมเปน็ เช่นนั้น เดก็ ทฝ่ี กึ เร่อื งจินตนาการดี คิดดี ก็เรียนรู้ และหาคำตอบได้ เรือ่ งเหล่าน้ี ล้วนแล้วแตพ่ ัฒนาเป็นกิจกรรมการคดิ และจินตนาการได้ การพฒั นาทักษะจนิ ตนาการจึงเป็นกระบวนการพัฒนาการคดิ ในยคุ การเรยี นวิถใี หม่ เพ่ือ ทำให้มกี ารเรยี นรู้ (Learning curve) ท่ดี ี สามารถเรียนรูใ้ นเรอื่ งใหม่ไดเ้ รว็ สามารถพฒั นาได้ตั้งแต่ ปฐมวยั หากให้ความสำคัญ กบั การพัฒนาจนิ ตนาการและความคิดของเด็ก ก็จะทำให้ผู้เรยี นไม่ตดิ อยใู่ นกรอบความคดิ เดมิ ทจ่ี ะเรียนร้เู พื่อเนือ้ หา จดจำเพื่อสอบ แต่จะมีความสนใจเรยี นรู้ส่งิ ตา่ ง ๆ ดว้ ยตัวเอง และทำใหน้ กั เรียนมคี วามมั่นใจว่า หากคิดและจินตนาการดี กจ็ ะมกี ารเรียนรู้ทด่ี ี เรยี นรู้เร่อื งตา่ ง ๆได้เรว็ และในทส่ี ดุ กจ็ ะประสบผลสำเร็จทางดา้ นการศกึ ษา
4. คณิตศาสตร์ และ วทิ ยาศาสตร์ เพื่อชวี ิตวถิ ีใหม่ หลังจากทีเ่ กดิ การระบาดของโรค โควดิ 19 บ้านเมอื งมปี ญั หาวิกฤติ การแกป้ ัญหาให้ ได้ผลดีต้องใช้ ปัญญา ใชค้ วามจริง ใช้ความคดิ ความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์มาแก้ปญั หา เป็นการ แกป้ ญั หาให้ถกู จุด ตงั้ แต่ เริ่มทำความร้จู ักกบั ตวั ไวรสั มีการถอดรหัสพันธกุ รรม ดูลักษณะของ ไวรสั เชน่ เปน็ ไวรัสทม่ี ีเปลือกหมุ้ ด้วยไขมนั มีหนามแหลมทเี่ ปลอื ก การตราจสอบยืนยันผูป้ ว่ ย ดว้ ย กระบวนการเทยี บรหัส การจำลองโมเดลการแพร่ระบาด การควบคุมการแพร่ระบาด การใช้ข้อมูล สถติ ิ เพ่อื การวางแผนควบคุม เมื่อเรามคี วามรู้ และรู้จกั ไวรัสมากขนึ้ การแกป้ ญั หาก็ถกู จดุ เชน่ ไวรัสมีเปลอื กไขมนั จะถูก ทำลายด้วยการลา้ งมอื ด้วยสบู่ ไวรัสแพรก่ ระจายไปกับละอองฝอย การพดู เสียงดงั ไอ จาม เราก็ หลกี เลีย่ งดว้ ยการสวมใส่หน้ากากอนามัย หรืออยู่ห่างระยะสองเมตร หรือเรารู้ระยะการฟกั ตัว เรา กน็ ำชว่ งเวลามากำหนดการกักบรเิ วณผสู้ งสัยหรือผู้เสยี่ ง ถ้าทกุ คนมีพืน้ ฐานทางวิทยาศาสตรด์ ี ก็ จะเขา้ ใจและชว่ ยแก้ปัญหาใหก้ ับประเทศชาติได้ดดี ว้ ย การคดิ เขา้ ใจ ใช้ ขอ้ มลู ความจรงิ ตอ้ งเข้าใจแบบวิทยาศาสตรใ์ หม้ าก ๆ จงึ แกป้ ัญหาได้ ถกู จุด ถา้ การศกึ ษาเน้นพัฒนาความรูพ้ ้นื ฐานที่จำเป็นตอ่ ชีวิต บูรณาการวิชาการเข้ากบั ชีวิต เพอ่ื สร้างความรูค้ วามเข้าใจท่ีถูกใหน้ กั เรยี น เช่น วชิ าวทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ เรยี นรู้เขา้ ใจเรื่อง ไวรัส ซึง่ ลงไดต้ ั้งแต่ชีวโมเลกลุ รหสั พนั ธกุ รรม ซึ่งข้อมูลทีน่ ่าสนใจของไวรสั ตวั น้ีเผยแพร่ และศกึ ษาได้อยา่ ง ดี วชิ าคำนวณ เรยี นรู้เรื่อง โมเดลระบาดวิทยา การคำนวณทใ่ี ชก้ บั เร่อื งต่าง ๆ ท่ที ำให้เกดิ ความคดิ จนิ ตนาการ แก้ปญั หา การศกึ ษาในวันน้ี ตอ้ งปูพื้นฐานแบบบรู ณาการ เชน่ สะเต็มศึกษา (Science Technology Engineering and Mathematics Education: STEM Education) เปน็ การจัดการศึกษาผา่ น กจิ กรรมทเี่ นน้ การเรยี นร้แู บบบูรณาการ (Integrated Learning) โดยนำความรเู้ กีย่ วกับสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติทเ่ี รียกว่าวชิ าวิทยาศาสตร์ ร่วมกับคณิตศาสตร์ ที่เป็นวิชาพัฒนาความคิด จินตนาการ โดยใช้ในการแทนรปู แบบ โมเดลของโครงสรา้ งนามธรรม ท่นี ิยามผ่านทางกลุม่ สัจพจน์(Axiom) ดว้ ยสัญลกั ษณ์ (Symbol) ตัวดำเนนิ การ (Operator) เรียกว่าคณติ ศาสตร์ โดยใช้กระบวนการ ออกแบบ สรา้ งสรรคท์ างวิศวกรรม เพอื่ ใหไ้ ด้เทคโนโลยที ี่เป็นประโยชน์ตอ่ สังคม
การทำโครงงานวิทยาศาสตรเ์ ปน็ การบูรณาการเรยี นรจู้ ากหลายศาสตร์ กจิ กรรมในชวี ติ ประจำวันของเรา เช่น การหุงข้าว การทำอาหาร การทำความสะอาดบ้าน ฯลฯ ลว้ นแลว้ เป็นกจิ กรรมท่ีเชอื่ มโยงกบั วิชาการได้ และเปน็ การบูรณาการแบบหลายศาสตร์ กิจกรรมสะเตม็ ศึกษาจงึ เน้นการนำความร้ไู ปใช้แกป้ ัญหาในชีวิตจริง รวมทงั้ การพัฒนา กระบวนการหรือผลผลติ ใหม่ (Innovation) ทเี่ ป็นประโยชนต์ ่อการดำเนินชวี ิต และการทำงาน เพราะในโรงเรียนมกี ารบูรณาการเรยี นรอู้ ยู่แลว้ แมแ้ ต่ วิชาเกษตรกรรม คหกรรม งานบ้าน อาหาร พลศกึ ษา ฯลฯ กจ็ ดั เป็นกิจกรรมสะเตม็ ศกึ ษาได้ พลงั อำนาจทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เปน็ รากฐานการพัฒนาทางดา้ นเศรษฐกจิ และสงั คม ประเทศไหนพัฒนาแลว้ ล้วนแล้วแตใ่ ช้พลงั ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยเี ปน็ สำคัญ เพราะวิถชี วี ิต สิง่ แวดล้อม เกย่ี วโยงกบั ความร้ทู างวทิ ยาศาสตร์ อย่มู าก ตวั อย่าง พลังการศึกษาวจิ ัย ท่ีใกลต้ วั หลายกรณี ทีม่ าจากการศกึ ษา เชน่ เร่ืองลกู ตาล ถา้ เราเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของยสี ต์ เราน่าจะมีแป้งยีสต์ขนมลูกตาล เรานา่ จะพฒั นาขนมตาลให้ทวั่ โลกรจู้ กั พฒั นาอาหารอีกจำนวนมากมาจากลกู ตาล เชน่ คกุ ก้ี ไอซครมี การเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี จงึ มสี ่วนในยทุ ธศาสตรท์ สี่ รา้ งพลังอำนาจ จากวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยีนวัตกรรม
(Innovation) เป็นการใช้ความรคู้ วามคดิ ใช้เทคโนโลยี และนำความรทู้ กุ ด้าน ทั้งทางวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ สงั คมศาสตร์ มาบูรณาการ เพอ่ื สร้างสรรคส์ ่ิงใหม่ นวัตกรรมจงึ เป็น การปฏิบัติ กระบวนการ วิธีการ หรือการสร้างสรรค์ ประดิษฐ์สง่ิ ใหม่ ๆ ทยี่ งั ไม่เคยมีใชม้ ากอ่ น หรือเป็นการทำของทม่ี ีอยแู่ ลว้ ใหด้ ขี ึ้น พัฒนาดัดแปลงของเดมิ กระบวนการเดิมให้มีขดี ความสามารถดีข้นึ หรอื ทำให้ตน้ ทุนถกู ลง ใหท้ ันสมัยและใช้งานได้ผลดยี ่งิ ขน้ึ การจดั การศึกษาจงึ อยากให้มี กระบวนการสรา้ งทกั ษะดา้ นต่าง ๆ โดยเฉพาะทางดา้ น วิศวกรรม เพอื่ บรู ณาการร่วมกับวิชาอ่ืน ๆ อยากให้เด็กและเยาวชนไทย คนรนุ่ ใหม่ มพี ืน้ ฐานการ คิดแบบวิศวกรรม หรือมีสามัญสำนึกทางการปฏบิ ัตดิ ้านวิศวกรรมใหม้ าก ๆ รู้จักคดิ แกป้ ัญหา สร้างสงิ่ ใหมๆ่ วิเคราะห์ปัญหาและความผิดพลาด ซอ่ มแซมแกไ้ ข ลงมือทำได้ดว้ ยตนเอง (DIY-Do It Yourself) มที กั ษะการใช้เครอ่ื งมือชา่ งพ้ืนฐาน ท่สี ามารถสร้างส่งิ ของเครอ่ื งใช้ตา่ ง ๆ รอบ ๆตวั ได้ มองปญั หาเปน็ ระบบ และมลี ำดบั ขั้นตอนการแกป้ ญั หา การปลูกฝัง และสร้างกระบวนการทางวิศวกรรมในระบบการศึกษาไทยยังมนี อ้ ยมาก ขาด การสร้างทกั ษะพื้นฐานท่ีจำเปน็ ท้ังในเรอ่ื ง การวางแผนงาน การออกแบบ การจำลองและเขยี น แบบ การอา่ นแบบ มติ แิ ละการวดั การเลอื กใชท้ รัพยากร การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ การทดลอง และ การทดสอบ รวมทงั้ การทำวิศวกรรมยอ้ นรอย (Reverse engineering) และงานทางดา้ นความ ปลอดภยั ต่อชวี ิตและทรพั ยส์ ิน โดยเน้นการสร้างสรรค์อยา่ งมีคุณธรรมและคำนึงถงึ ผลกระทบตอ่ สังคม
5.ความสำคัญของทักษะดิจิทลั ในยุคโควดิ 19 ทำใหต้ ้องปรับการใช้ชีวิตหลายอยา่ ง ทั้งการดแู ลตนเอง การใช้ดิจทิ ลั ออนไลน์ เพอ่ื การทำกจิ กรรมต่าง ๆ การเรียนรู้ทกั ษะท่ีจำเป็นต่อการปรบั ตัวในกจิ กรรมออนไลน์ เช่น การทำงานทบี่ ้าน การเรยี นท่บี า้ น การสง่ั ของออนไลน์ การใช้เงินแบบดิจิทลั จงึ อาจกลา่ วได้ ว่า นอกจากทักษะพืน้ ฐานทจี่ ำเป็นท่ที กุ คนไดศ้ ึกษาเล่าเรียนมาคอื 3Rs = การอ่าน-Read การ เขียน-wRite และการคดิ เลข-aRithematics แล้ว ยงั ต้องมองหาทกั ษะใหม่ทจี่ ำเป็นสำหรับอนาคต ทีห่ ลายคนต้องหาทกั ษะการดำเนินชีวติ ด้วยการใชด้ ิจิทัล อยา่ งไรก็ดคี นรุน่ ใหม่ หรือ พวกชาวพ้ืนเมอื งดจิ ิทัล (Digital native) สามารถเข้าถงึ อา่ น เขียนดิจทิ ลั สารสนเทศไดม้ ากและเร็ว ใช้ออนไลน์ ใช้สมาร์ทโฟน เพือ่ การรบั รู้ข่าวสาร ชาว พ้นื เมอื งดจิ ทิ ัลจึงแตกตา่ งกบั คนรนุ่ เกา่ ทอี่ าจเรยี กไดว้ า่ เปน็ ผู้อพยพดจิ ทิ ลั (Digital immigrant) รปู แบบการเขยี นการอ่านจึงเปลยี่ นไปจากเดิมมาก คนร่นุ ใหม่รับรู้และเรียนรูไ้ ด้เร็ว เดก็ รนุ่ ใหมเ่ รียนรู้ดจิ ทิ ลั ได้เร็ว
การอ่านออกเขยี นได้ทางดจิ ิทัลสำหรบั คนรนุ่ ใหม่จงึ เป็นทกั ษะอยา่ งหนึง่ ท่ีจะไปใชช้ ีวิตใน อนาคต กรอบทักษะพ้ืนฐานทใ่ี หค้ นในยคุ วิถใี หม่ต้องมี คืออ่านออกเขียนไดท้ างดิจิทลั ซ่ึงเป็น พน้ื ฐานการสรา้ งทักษะดิจทิ ลั เพอ่ื วา่ ในอนาคต การกา้ วสเู่ ศรษฐกิจดิจิทลั ของประเทศไทย จะ เกยี่ วกบั การใชด้ จิ ทิ ลั อยู่มากกรอบความรภู้ ายใต้ทกั ษะการใช้ดิจิทลั ประกอบดว้ ยการร้แู ละใช้สือ่ (Media literacy) คือทกั ษะในการร้เู ทา่ ทันสอื่ สามารถสร้างสรรค์ สร้างสือ่ ใชส้ ื่อ เพื่อการสื่อสาร เพ่อื การเรยี นรู้ และสร้างคุณค่าใหก้ บั ตัวเอง สังคม แยกแยะสอ่ื ทเ่ี ปน็ ความจรงิ (Fact) และ ความเหน็ (Opinion) ออกจากกนั ได้ รู้ผลกระทบ และ ผลทตี่ ดิ ตามมาจากการใช้สอ่ื ทกั ษะการใชด้ จิ ทิ ลั มีความสำคัญ ทักษะในการใชเ้ ทคโนโลยเี พอื่ การติดต่อ สื่อสาร เพือ่ การทำงานร่วมกนั (Communications and collaboration) เปน็ ทกั ษะเพอ่ื กิจการสังคม สื่อสารสงั คม ใช้งานระบบ ออนไลน์ เพมิ่ ประสทิ ธิภาพการส่อื สาร และเทา่ ทันการรับรู้ข่าวสาร รู้ผลกระทบการใหข้ ่าวสารท่ี
ผิด ทงั้ เร่อื งศลี ธรรม จรรยาธรรมทักษะความสามารถในการใชด้ จิ ทิ ลั เสรมิ กับอาชีพแห่งตน จดั การดูแลอตั ลักษณ์ความเป็นตัวตนในโลกไซเบอร์ (Career & Identity management) สร้างสรรค์ประโยชนจ์ ากการใชง้ านขอ้ มลู ดแู ลและจัดการดูแลตนเองอย่างปลอดภัย รจู้ ักบริหาร จัดการดูแลเอกลกั ษณแ์ หง่ ตวั ตน เช่น รหัสผ่าน ลายน้ิวมือ เลขบัตรประชาชน มคี วามรูเ้ รอื่ ง พ้นื ฐานความมน่ั คงปลอดภยั และป้องกนั ความเส่ยี ง ทกั ษะการใช้เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั (Digital literacy) รูจ้ กั เขา้ ใจ เรื่องเทคโนโลยดี ิจิทัลพื้นฐาน ใชอ้ ุปกรณท์ างดา้ นดิจิทัลได้ ใช้บรกิ ารจากท่ใี ห้บริการตา่ ง ๆ ใช้อยา่ งรูค้ ณุ คา่ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม กบั การใชง้ าน ใชอ้ ยา่ งรับผดิ ชอบ ทกั ษะการใชด้ ิจิทัลเพื่อการเรยี นรู้ (Learning skills) เรียนรไู้ ดเ้ รว็ มกี ารแสวงหาความรู้ แยกแยะขอ้ มูลขา่ วสาร สร้างคุณค่า สร้างสรรคง์ านจากการเรยี นรู้ และสามารถนำความรมู้ าชว่ ย การดำเนินงาน และสรา้ งประโยชน์ ทักษะการใช้ขอ้ มลู ขา่ วสารเพอื่ ประโยชน์เชงิ วิชาการ (Digital scholarship) รจู้ ักแหลง่ เรยี นรู้ คลงั ความรู้ สอื่ สาระ ฐานขอ้ มูลวชิ าการ การอา้ งอิง มีความเป็นผเู้ รียนรู้ หาสิง่ ใหม่ เสรมิ ความเป็นผู้เชย่ี วชาญ เรียนรจู้ ากการใหบ้ ริการทางการศึกษาท่มี ใี นระบบดจิ ิทัล สอ่ื สาระออนไลน์ การจดั การเรียนรจู้ ากสื่อสาระ การเรียนออนไลน์ การทำวิจยั สร้างสรรค์ผลงานจากดจิ ทิ ลั ทักษะการใช้ขอ้ มลู ข่าวสาร (Information literacy) รู้เทคนิคการคน้ หา แปลความ ประเมนิ การจัดการ ข่าวสาร การแบ่งปัน การสง่ กระจาย การมองเห็น การใชป้ ระโยชน์ การศึกษาของคนไทยต้องเตรยี มรับในเรอ่ื งทักษะเหล่าน้ี ทจ่ี ะสรา้ งคนไทยในชาตใิ ห้รองรบั การก้าวสู่เศรษฐกจิ ดจิ ทิ ลั และสร้างสรรค์กำลังพลของชาติ ส่ิงท่สี ำคญั คอื ต้องใหค้ นไทยอยู่กบั โลก ยุคใหมท่ ่ีใช้ดิจิทลั ได้อยา่ งมคี วามสุข ขอบคณุ ข้อมลู จาก : กองทุนพฒั นาสือ่ ปลอดภัยและสร้างสรรค์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
Search
Read the Text Version
- 1 - 14
Pages: