Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เล่ม ๒ นานาความรู้ คู่มือการเรียนภาษาไทย ม.๕

เล่ม ๒ นานาความรู้ คู่มือการเรียนภาษาไทย ม.๕

Published by Anawin090641, 2021-08-11 15:00:07

Description: เล่ม ๒ นานาความรู้ คู่มือการเรียนภาษาไทย ม.๕

Search

Read the Text Version

ตวั อยา่ งบทประพนั ธ์ สู่แดนมนุษยแ์ ละเกดิ เป็นมาลีเลิศ อนั เรยี กว่ากุพชฺ กะ ให้เปน็ เชน่ นัน้ กวา่ จะ ร้สู กึ อุระ ระอุเพราะรกั รงึ เข็ญ ทกุ เดอื นเมื่อถงึ วนั เพ็ญ ให้นางน้ีเปน็ มนุษย์อยู่กาํ หนดมี เพียงหนง่ึ ทวิ าราตรี แตห่ ากนางมี ความรักบุรษุ เมอ่ื ใด เมื่อน้ันแหละให้ทรามวยั คงรูปอยูไ่ ซร้ บ คืนกลบั เปน็ บปุ ผา

ลิลิตตะเลงพา่ ย

ความเป็นมา ลิลิตตะเลงพา่ ยเปน็ วรรณคดเี ฉลิมพระเกียรติ ทแ่ี ต่งทานองเดยี วกับ ยวนพา่ ยโคลงดั้น โดยมจี ุดมุ่งหมายในการแตง่ ดังนี้ เฉลมิ พระเกียรติ ฉลองตึกวัดพระเชตพุ นฯ สร้างสมบารมีของผแู้ ตง่ สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช สมัยรัชกาลท่ี ๓

พระประวัติผูท้ รงพระนพิ นธ์ สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า พระราชโอรสองค์ท่ี ๒๘ ในพระบาทสมเดจ็ กรมพระปรมานุชติ ชโิ นรส พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระนามเดิม พระองคเ์ จ้าวาสุกรี กับเจา้ จอมมารดาจยุ้ ประสูติ ๑๑ ธันวาคม ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ได้ดารงตาแหนง่ ทรงไดร้ บั พระสมณฉายาว่า สกลมหาสงั ฆปริณายก สวุ ัณณรังสี ๒๓๓ ๒๓๔ ๒๓๕๔ ๒๓๙๔ ๓๕ รชั กาลที่ ๒ ทรงโปรดแตง่ ต้งั ใหพ้ ระองคเ์ จ้าพระสวุ ณั ณรังสี ทรงผนวชเปน็ สามเณร เปน็ พระราชาคณะ และอธบิ ดสี งฆว์ ดั พระเชตพุ นฯ จาพรรษาทีว่ ดั พระเชตพุ น วมิ ลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ได้เล่ือนขนั้ เป็น กรมหมืน่ นุชิตชโิ นรส ศรสี คุ ตขัตติยวงศ์

พระประวตั ผิ ู้ทรงพระนิพนธ์ ประชวรดว้ ยโรคชรา ทรงเชี่ยวชาญทง้ั คดีโลก คดีธรรม และสน้ิ พระชนม์ และเชย่ี วชาญดา้ นอักษรศาสตร์ มีผลงานพระราชนิพนธม์ ากมาย ๒๓๙ ๒๔๖ ๖๔ เช่น สมุทรโฆษคาฉนั ท์ กฤษณาสอนนอ้ งคาฉนั ท์ รัชกาลที่ ๖ ทรงสถาปนาใหเ้ ป็น สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า พระปฐมสมโพธกิ ถา กรมพระปรมานชุ ติ ชโิ นรส รา่ ยยาวมหาเวสสันดรชาดก

ลกั ษณะคาประพันธ์ แต่งด้วยลิลติ สภุ าพ ประกอบดว้ ย ไดแ้ บบอย่างมาจาก ร่ายสภุ าพและโคลงสภุ าพ ลลิ ติ ยวนพ่าย ร่ายสภุ าพ จดั เป็นวรรณคดี เฉลมิ พระเกียรติพระมหากษัตรยิ ์ ลลิ ติ เปรยี บไดก้ ับ โคลงสองสุภาพ งานเขยี นมหากาพย์ โคลงสามสภุ าพ โคลงสสี่ ภุ าพ การแตง่ จะใชค้ าสดุ ท้ายของบทประพนั ธ์ มีการสมั ผสั เชื่อมบทอยา่ งนี้ บทต้นสง่ สัมผัสไปยังคาท่ี ๑ หรือ ๒ ของบทตอ่ ไป ตลอดท้ังเรื่อง เรยี กว่า เข้าลิลิต

เนือ้ เรอ่ื ง ลลิ ติ ตะเลงพ่ายมี ๑๒ ตอน โดยเริ่มต้นเรื่องด้วยร่ายสุภาพและโคลงส่ีสุภาพยอพระเกียรติ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งกล่าวถึงการส้ินพระชนม์ของสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช สมเด็จ พระนเรศวรทรงขึ้นครองราชย์โดยมีสมเด็จพระเอกาทศรถเป็นพระมหาอุปราช เมื่อพระเจ้าหงสาวดี ทราบข่าวไทยผลัดเปล่ียนแผ่นดินใหม่ก็ปรารถนาว่าจะมาตีไทยเพ่ือหยั่งเชิง จึงมีพระราชบัญชาให้ พระมหาอุปราชายกทัพมาตีไทย เม่อื ลานางสนมแลว้ ก็ยกทัพเขา้ มาทางเมืองกาญจนบรุ ี ฝ่ายสมเด็จพระนเรศวรปรารถนาจะไปตีเมืองเขมร คร้ันรู้ข่าวก็ทรงเตรียมการสู้ศึกพม่า ทรงตรวจและตระเตรียมกองทัพ พระมหาอุปราชาทรงปรึกษาการศึกแล้วยกทัพมาปะทะทัพหน้า ของไทย ส่วนสมเด็จพระนเรศวรก็ทรงปรึกษาเพ่ือหาทางเอาชนะข้าศึก เมื่อทัพหลวงเคล่ือนพล ช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวรและช้างของสมเด็จพระเอกาทศรถกําลังตกมัน ก็เตลิดเข้าไปในวงล้อม ของข้าศึก ณ ตําบลตระพังตรุ สมเด็จพระนเรศวรทรงกระทํายุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา สมเด็จพระเอกาทศรถทรงทํายุทธหัตถีกับมางจาชโร และได้รับชัยชนะท้ังสองพระองค์ เม่ือ พระมหาอปุ ราชาถูกฟนั ขาดคอชา้ ง กองทัพหงสาวดีกแ็ ตกพ่ายกลับไป

เน้อื เร่อื ง (ต่อ) สมเด็จพระนเรศวรทรงปูนบําเหน็จทหารและปรึกษาโทษนายทัพนายกองท่ีตาม ช้างทรงเข้าไปในกองทัพพม่าไม่ทัน สมเด็จพระวันรัตทูลขอพระราชทานอภัยโทษแทนแม่ทัพ นายกองทั้งหมด สมเด็จพระนเรศวรก็โปรดพระราชทานอภัยโทษให้ โดยให้ยกทัพไปตีทวาย และตะนาวศรีเป็นการแก้ตัว จากน้ันได้ทรงจัดการทํานุบํารุงหัวเมืองทางเหนือ เจ้าเมือง เชยี งใหมม่ าสวามภิ กั ดิข์ อเป็นเมอื งข้ึน สมเด็จพระนเรศวรทรงรบั ทูตเชียงใหม่ จบลงด้วยการยอพระเกยี รติสมเดจ็ พระนเรศวร ตอนท้ายกล่าวถึงธรรมะสําหรับ พระเจ้าแผ่นดิน และบอกจุดมุ่งหมายในการแต่งบอกชื่อผู้แต่ง สมัยท่ีแต่งและคําอธิษฐาน ของผู้ทรงนิพนธ์ คือ ขอให้บรรลุโลกุตรธรรม แต่ถ้ายังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ก็ขอให้ได้เป็นกวี ทุกชาตไิ ป

ตัวละครฝา่ ยไทย เป็นนกั ปกครองทดี่ ี มีความเป็นนักรบ มคี วามเป็นนักรบ มีความเปน็ นอ้ งท่ดี ี มพี ระปรชี าญาณ มีความสขุ ุมรอบคอบ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ

ตวั ละครฝา่ ยพม่า เปน็ ลูกกตญั ญู มคี วามกระหายในอานาจ มีพระทัยออ่ นไหว มีขตั ตยิ ะมานะ พระมหาอุปราชา พระเจา้ หงสาวดี

คุณค่าด้านเนื้อหา โครงเรื่อง กลวิธกี ารแต่ง หลกั การทาสงครามยุทธหตั ถี ดาเนินเร่ืองตามธรรมเนียมนิยมแตง่ ทด่ี าเนินตามเค้าเร่ืองในพงศาวดาร เริ่ม บทสดุดี รอง เน้ือเร่อื ง สดดุ ีสมเด็จพระนเรศวร ตอนท้าย จุดมุ่งหมายของกวี จบ พรรณนาเกี่ยวกบั การเดินทาง การนาเสนอเรื่อง ไม่ได้สอดแทรก และครา่ ครวญอาลัยถึงนางผู้เปน็ ที่รกั คาวพิ ากษ์วิจารณใ์ ด ๆ การสรา้ งและให้บทบาทบคุ คล จะแสดงให้ เห็นถงึ พระปรีชาสามารถ อทิ ธปิ าฏหิ ารยิ ์

คณุ คา่ ดา้ นวรรณศิลป์ ลลิ ิตตะเลงพ่ายเปน็ วรรณคดมี รดกล้าคา่ ท่กี วี เลือกใช้ถอ้ ยคาเพื่อถา่ ยทอดเรอื่ งราวได้อยา่ งไพเราะ มีคณุ ค่าดา้ นวรรณศิลปอ์ ยา่ งมาก การใชโ้ วหาร การใชค้ า ใช้คาให้เกิดจนิ ตภาพ โดยคานึงถงึ เสยี ง เชน่ การสัมผัสสระ ใช้โวหารโดยการเปรียบเทยี บ ใช้คาสร้างอารมณแ์ ละความรูส้ กึ การเล่นคา โดยใชค้ าที่ออกเสยี งเหมือนกัน เช่น ร้สู ึกอับอาย รูส้ ึกสะเทือนใจ แตค่ วามหมายตา่ งกัน การเลยี นเสียงธรรมชาติ

คณุ ค่าดา้ นสงั คม แสดงให้เหน็ ถงึ ความรสู้ ึกของตัวละครทแ่ี สดงออกมา เชน่ ความโกรธ สะทอ้ นให้เห็นธรรมชาตขิ องมนุษย์ สะท้อนใหเ้ หน็ ความเช่ือของสงั คมไทย ความเชอ่ื ทีป่ รากฏ เชน่ ความเชอ่ื เร่อื งโชคลาง สะท้อนข้อคดิ ท่ีนาไปใช้ในการดาเนนิ ชวี ติ ความฝนั บอกเหตุ สะทอ้ นให้เห็นขนบธรรมเนียมประเพณี แสดงเหตกุ ารณส์ าคญั ทางประวตั ิศาสตร์ แสดงใหเ้ ห็นคณุ ธรรมในดา้ นตา่ ง ๆ เชน่ ความนอบนอ้ ม การใหอ้ ภัย ความรอบคอบ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ขนบธรรมเนียมในการศึก เช่น การสรา้ งขวัญกําลังใจให้แก่ทหาร เปน็ เอกสารสาํ คญั ทางประวตั ิศาสตร์ท่ีทําให้รเู้ กีย่ วกับ เหตกุ ารณ์สําคัญในพงศาวดาร เช่น การทาํ ยทุ ธหตั ถี

วรรคทอง ยำมสำย สำยหยุดหยุดกลน่ิ ฟ้ ุง ห่ำงเศร้ำ สำยบ่หยุดเสน่ห์หำย วำงเทวษ รำแม่ กคี่ นื กว่ี นั วำย หยดุ ได้ฉันใด ถวลิ ทุกขวบคำ่ เช้ำ

ตวั อยา่ งบทประพนั ธ์ เบ้ืองน้นั นฤนำถผู้ สยำมินทร์ เบี่ยงพระมำลำผนิ ห่อนพอ้ ง ศสั ตรำวธุ อรินทร์ ฤๅถกู องคเ์ อย เพรำะพระหตั ถห์ ำกป้ อง ปัดดว้ ยขอทรง บดั มงคลพำ่ ห์ไท้ ทวำรัติ แวง้ เหวยี่ งเบี่ยงเศียรสะบดั ตกใต้ อุกคลุกพลุกเงยงดั คอคช เศิกแฮ เบนบ่ำยหงำยแหงนให้ ท่วงทอ้ ทีถอย พลอยพล้ำเพลียกถำ้ ท่ำน ในรณ บดั รำชฟำดแสงพล- พำ่ ยฟ้ อน พระเดชพระแสดงดล เผดจ็ คู่ เขญ็ แฮ ถนดั พระองั สำขอ้ น ขำดดำ้ วโดยขวำ อุรำรำนร้ำวแยก ยลสยบ เอนพระองคล์ งทบ ท่ำวดิ้น เหนือคอคชซอนซบ สังเวช วำยชิวำตมส์ ุดสิ้น สู่ฟ้ ำเสวยสวรรค์

คัมภีรฉ์ ันทศาสตร์ แพทยศ์ าสตรส์ งเคราะห์

ความเป็นมา ในปีมหามงคลท่ีพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรหรือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลท่ี ๙ แห่งราชวงศ์จักรี เจริญพระชนมายุ ๗๒ พรรษา รัฐบาลได้จัดงานเฉลิมพระเกียรติเพ่ือถวายเป็นราชสักการะ และได้จัดพิมพ์หนังสือท่ีเป็นที่ระลึกในนามของรัฐบาล “แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ ภูมิปัญญา ทางการแพทย์และมรดกทางวรรณกรรมของชาติ” เป็นหนึ่งในหนังสือเหล่าน้ัน ซึ่งแพทย์ศาสตร์ สงเคราะห์ ภูมิปัญญาทางการแพทย์และมรดกทางวรรณกรรมของชาติฉบับเฉลิมพระเกียรติน้ีได้นํา ต้นฉบับแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ของพระยาพิศณุประสาทเวช โดยจัดพิมพ์ใหม่ โดยจัดทําอธิบาย สว่ นตา่ ง ๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น เหมาะสมแก่ยุคสมัยและเผยแพร่ความรู้แพทยศ์ าสตร์สงเคราะห์ให้เกิด ประโยชน์สงู สดุ หนังสือแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ฉบับหลวง รวบรวมและพิมพ์โดยพระยาพิศณุประสาทเวท โดยไดร้ บั อนุญาตจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ ประกอบด้วยองค์ความรู้ ด้านแพทย์ภูมิปัญญาตะวันออกและภูมิปัญญาไทยด้านเวชกรรมและเภสัชกรรม อีกทั้งยังแฝงไปด้วย ปรชั ญาทท่ี รงคณุ ค่า รวมถึงวิธีคิด ความเช่อื พธิ ีกรรมและวิธีรกั ษาแบบโบราณ

ความเปน็ มา (ต่อ) แพทย์ศำสตร์สงเครำะห์ฉบับหลวง ซึ่งจดั พมิ พ์เป็ น ๒ เล่มน้ัน แบ่งเป็ นเร่ืองต่ำง ๆ ซึ่งเรียกว่ำ “คมั ภีร์” มคี มั ภรี ์ท้งั หมด ดังนี้ คมั ภรี ฉ์ นั ทศาสตร์ คมั ภรี ป์ ฐมจินดาร์ เปน็ บทสงั เคราะห์เนอ้ื หา ว่าด้วยครรภ์รักษา สาระจากคัมภรี ์อื่น ๆ การคลอด โรคเด็ก วิธีการรักษา และยาต่าง ๆ มารวมไว้ คมั ภรี ธ์ าตวุ ิภงั ค์ วา่ ด้วยลกั ษณะธาตพุ ิการ (ธาตุทัง้ สี่ คอื ดิน นาํ้ ลม ไฟ และสมนุ ไพรท่ใี ชร้ กั ษา)

ความเป็นมา (ตอ่ ) แพทย์ศำสตร์สงเครำะห์ฉบบั หลวง ซึ่งจดั พมิ พ์เป็ น ๒ เล่มน้ัน แบ่งเป็ นเรื่องต่ำง ๆ ซึ่งเรียกว่ำ “คมั ภรี ์” มีคมั ภีร์ท้งั หมด ดงั นี้ คมั ภรี ์สรรพคุณ คัมภรี ์สมุฏฐานวินิจฉยั วา่ ดว้ ยสรรพคุณของ วา่ ด้วยความรใู้ น สมุนไพรชนดิ ตา่ ง ๆ การวินิจฉัยโรคและ การรกั ษาสขุ ภาพ คัมภรี ์วรโยคสาร คัมภรี ม์ หาโชตรัต ว่าดว้ ยคุณลักษณะของแพทย์ วา่ ด้วยโรคของสตรี ลักษณะของผู้ปว่ ย การรักษาโรค และสมนุ ไพรท่ีใช้รกั ษา คุณคา่ ของยาและอาหาร

ความเปน็ มา (ต่อ) แพทย์ศำสตร์สงเครำะห์ฉบับหลวง ซึ่งจดั พมิ พ์เป็ น ๒ เล่มน้ัน แบ่งเป็ นเร่ืองต่ำง ๆ ซึ่งเรียกว่ำ “คมั ภีร์” มีคมั ภีร์ท้งั หมด ดงั นี้ คมั ภรี ์โรคนทิ าน คมั ภีร์ธาตุววิ รณ์ วา่ ด้วยสาเหตขุ องโรค ว่าดว้ ยลักษณะธาตุพกิ าร และสมุนไพรทใ่ี ช้รกั ษา และสมนุ ไพรที่ใชร้ ักษา คมั ภรี ์ธาตุบรรจบ ว่าดว้ ยเรื่องอจุ จาระ ทเ่ี ปน็ สาเหตุของโรค และสมนุ ไพรท่ใี ช้รักษา

ความเปน็ มา (ต่อ) แพทย์ศำสตร์สงเครำะห์ฉบบั หลวง ซึ่งจัดพมิ พ์เป็ น ๒ เล่มน้ัน แบ่งเป็ นเรื่องต่ำง ๆ ซ่ึงเรียกว่ำ “คมั ภรี ์” มคี มั ภีร์ท้งั หมด ดงั นี้ คมั ภรี ช์ วดาร คมั ภรี ์ตักกะศลิ า วา่ ด้วยโรคลม วา่ ด้วยอาการ และโรคเลือด โรคระบาดชนดิ ตา่ ง ๆ และสมุนไพรที่ใชร้ กั ษา คมั ภีร์ไกษย คัมภรี ์มุจฉาปกั ขนั ธิกา วา่ ดว้ ยโรคกษยั ชนิดตา่ ง ๆ ว่าด้วยโรคของบุรษุ และสมนุ ไพรท่ีใช้รักษา และโรคของสตรี และสมุนไพรทีใ่ ชร้ ักษา

ประวตั ผิ แู้ ต่ง พระยาพศิ ณปุ ระสาทเวช (คง ถาวรเวช) เกดิ เม่ือ พ.ศ. ๒๓๙๖ เป็นศษิ ยพ์ ระยาประเสริฐศาสตรธ์ ารง เกิดเมือ่ พ.ศ. ๒๓๙๖ พ.ศ.๒๔๓๖ ได้เลอ่ื นบรรดาศกั ด์ิเปน็ ไดเ้ ล่ือนบรรดาศักด์เิ ป็น พระยาพิศณุประสาทเวท เป็นศษิ ยพ์ ระยาประเสรฐิ ศาสตรธ์ ารง ขุนประสารเวชสทิ ธ์ิ พ.ศ.๒๔๔๙ รชั กาลที่ ๕ โปรดเกลา้ ฯ ใหไ้ ปดาเนนิ การ รักษาโรคระบาดทีจ่ งั หวดั ลพบรุ แี ละนครราชสีมา ประจาอยโู่ รงพยาบาลบรู พา ถกู เลือกใหเ้ ป็นหมอรองประจา รักษาคนไขโ้ ดยใชค้ วามรู้วชิ าแพทย์สมยั ใหม่ รวบรวมคมั ภรี แ์ พทย์ข้นึ เป็นคัมภีรท์ ี่ โรงพยาบาลศิริราชต้ังแต่แรกต้งั ผสานกับความร้ตู ามตารับไทยโบราณ สมบูรณเ์ ป็นหนงั สือแพทย์ศาสตรส์ งเคราะห์

เนอ้ื เร่ือง แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ ตอน คัมภีร์ฉันทศาสตร์ เปิดเร่ืองด้วยบทไหว้ครู ซึ่งมีการ ไหว้ พระรตั นตรัย ไหว้ เทพเจ้าของพราหมณ์ ได้แก่ พระอิศวร พระพรหม ไหว้หมอชีวกโกมารภัจและไหว้ครู แพทย์โดยท่วั ไป คัมภีร์ฉันทศาสตร์เปรียบเสมือนแสงสว่างแก่สรรพสัตว์ท้ังปวง รวมถึงส่ิงที่แพทย์ควร มี และสิ่งท่ีไม่ควรกระทํา เช่น มีความประมาท ความอวดดี ความริษยา ความโลภ ความเห็นแก่ตัว ความหลงตวั และความไมเ่ สมอภาคในการรักษาคนรวยและคนจน กล่าวเปรียบเทียบร่างกายเหมือนกับบ้านเมือง โดยให้ความสําคัญกับดวงจิต ด้วยการเปรียบ ดวงจิตเป็นกษตั ริย์ และเปรียบโรคภัยเป็นข้าศึก เปรียบแพทย์เป็นทหารท่ีมีความชํานาญ คอยดูแลปกป้อง รักษาไม่ใหร้ ่างกายมีโรคภยั อกี ท้ังดวงใจก็พยายามอย่าโกรธเพ่ือไม่ใหโ้ รคภัยคกุ คามเร็วเกนิ ไป ความรู้ความเช่ียวชาญในการรักษาบําบัดรักษาโรค มีความสําคัญอย่างยิ่ง เมื่อเกิดอาการ เจ็บปว่ ย แพทย์ตอ้ งรกั ษาโรคให้ทันท่วงที และรกั ษาใหถ้ ูกโรค ความรอบรู้ในการรักษาท้ังคัมภีร์พุทธไสย์อย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถวินิจฉัยและถ่ายทอด ความรูแ้ กผ่ อู้ น่ื ได้

ลักษณะคาประพันธ์ ตอนทศี่ กึ ษาคือ ตอนเปดิ เร่อื งเปน็ บทไหวค้ รูและตอนทกี่ ล่าวถึง จรรยาบรรณแพทย์ ใช้คาประพันธ์ประเภทกาพยย์ านี ๑๑ คาสุดทา้ ยของวรรคท่ี ๑ คาสดุ ทา้ ยของวรรคท่ี ๒ สัมผัสคาท่ี ๑,๒ หรือ ๓ ของวรรคที่ ๒ สัมผัสกบั คาสดุ ท้ายของวรรคท่ี ๓ ๑ บทมี ๔ วรรค จานวนพยางคใ์ น คาสดุ ท้ายของวรรคท่ี ๔ ๑ บรรทดั หรือ ๒ วรรค สมั ผสั กบั คาสุดทา้ ยของวรรคที่ ๒ ของบทตอ่ ไป (สัมผสั ระหวา่ งบท) รวมได้ ๑๑ พยางค์ โดยวรรคหนา้ ๕ พยางค์ วรรคหลัง ๖ พยางค์

คณุ ค่าด้านเนื้อหา กลวธิ ีการแต่ง สาระ ในส่วนของเนื้อหาเป็นการอธิบาย ความสาํ คัญของแพทยแ์ ละคณุ สมบตั ิทีแ่ พทย์พงึ มี เป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อกล่าวถึงเรื่อง ทําใหร้ กั ษาโรคไดด้ กี วา่ ทรี่ ู้เรื่องยาเพียงอยา่ งเดยี ว ท่ีเป็นนามธรรมมักใช้อุปมาโวหาร เ พื่ อ เ ป รี ย บ เ ที ย บ ทํ า ใ ห้ เ กิ ด โครงเร่ือง ความเขา้ ใจง่ายและเห็นภาพชดั เจน บทไหว้ครู : พระรัตนตรัย เทพเจ้าของพราหมณ์ หมอชีวกโกมารภัจ ครูแพทย์ทวั่ ไป เน้อื หา : ความสําคัญของแพทย์ จรรยาบรรณแพทย์ คุณสมบตั ิของแพทย์ สง่ิ ท่ีควรและไมค่ วรปฏบิ ัติ

คณุ ค่าดา้ นวรรณศลิ ป์ การใชโ้ วหาร เลือกใชถ้ ้อยคําในการเปรยี บเทยี บ เพ่อื ให้เข้าใจ ความหมายและเห็นภาพได้ชดั เจนยิ่งขึน้ การใชถ้ ้อยคาทีเ่ หมาะสม เลือกใช้คาํ ทีถ่ ่ายทอดความรู้เก่ียวกับเนือ้ หาและบคุ คล ในเร่อื งไดอ้ ยา่ งตรงไปตรงมา ทําใหเ้ ขา้ ใจไดง้ ่าย การใชส้ านวนไทย นําสํานวนไทยมาใชป้ ระกอบการอธบิ าย ยงิ่ ทาํ ให้เข้าใจเน้ือความได้ชัดเจนมากยิง่ ขึ้น

คณุ ค่าดา้ นสังคม สะท้อนความเช่อื ของสังคมไทย คนไทยมีความเชอ่ื เรอื่ งอาถรรพเวท ไสยศาสตร์ และ สะทอ้ นคุณค่าเร่ืองแพทยแ์ ผนไทย พระพุทธศาสนา สะทอ้ นข้อคดิ ในการดาเนินชวี ิต การรักษาแผนไทยทีม่ มี าช้านาน โดยการนาํ สมุนไพรในทอ้ งถ่ิน มารักษารว่ มกับแพทย์แผนปจั จบุ นั ถือเป็นทางเลอื กหนงึ่ ในการ รกั ษา แพทยจ์ ะตอ้ งเป็นผูร้ อบรู้จรงิ และมคี วามรบั ผิดชอบ ซงึ่ มี คณุ สมบัตทิ ค่ี นท่วั ไปกส็ ามารถนําไปปรบั ใชไ้ ด้ ความรเู้ รื่องศพั ทท์ างการแพทย์แผนโบราณ ทาํ ใหผ้ อู้ า่ นเกิดความรู้ แลว้ นาํ ไปใช้ ใหเ้ กิดประโยชนไ์ ด้

ตวั อยา่ งบทประพนั ธ์ กำยนครมีมำกหลำย ทุกหญิงชำยในโลกำ อน่ึงจะกลำ่ วสอน ผำ่ นสมบตั ิอนั โอฬำร์ ประเทียบเปรียบในกำย เกิดเขน่ ฆ่ำในกำยเรำ ดวงจิตรคือกระษตั ริย์ อนั ชำนำญรู้ลำเนำ ขำ้ ศึกคือโรคำ หอ้ มลอ้ มรอบทุกทิศำ เปรียบแพทยค์ ือทหำร คือดวงใจใหเ้ ร่งยำ ขำ้ ศึกมำอยำ่ ใจเบำ ขำ้ ศึกมำจะอนั ตรำย ใหด้ ำรงกระษตั ริยไ์ ว้ เร่งรักษำเขมน้ หมำย อน่ึงหำ้ มอยำ่ โกรธำ คือเสบียงเล้ียงโยธำ ปิ ตตงั คือวงั หนำ้ เร่งจดั แจงอยรู่ ักษำ อำหำรอยใู่ นกำย ปิ ดทำงไดจ้ ะเสียที หนทำงท้งั สำมแห่ง หำ้ มอยำ่ ใหข้ ำ้ ศึกมำ

โคลนติดล้อ ตอน ความนิยมเปน็ เสมยี น

ความเปน็ มา หนังสือรวมบทความแสดง ตีพิมพใ์ นหนงั สอื พมิ พไ์ ทย บทความเรือ่ งนท้ี รงใช้พระนามแฝงว่า ความคดิ ปัญหา และอุปสรรค ระหว่างวนั ที่ ๒๕ เมษายน ถงึ อศั วพาหุ ท่ที าให้ความเจริญของชาติ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ ก้าวหน้าชา้ พระราชนิพนธใ์ น ทรงพระราชนพิ นธเ์ ปน็ พระนามแฝงน้ีใชส้ าหรับบทความท่ีมี เนื้อหาดา้ นทหาร สงคราม เหตุการณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยู่หัว ภาษาอังกฤษในชอื่ ว่า Clogs on บ้านเมือง บทความปลกุ ใจใหค้ นรัก Our Wheels ตีพิมพ์ใน ชาติ หนงั สอื พิมพ์สยามออบเซอรเ์ วอร์ (Siam Observer)

ความเป็นมา (ตอ่ ) บทความเรอ่ื งโคลนตดิ ล้อ มที ้ังหมด ๑๒ เร่อื ง ในตอนความนยิ มเป็นเสมยี น ทรงแสดงความคิดเหน็ ทรรศนะคติ ค่านิยมของคนไทยท่ีมกี ารศกึ ษาสูง นิยมในอาชีพเสมียน

ความเปน็ มา (ตอ่ ) บทควำมเร่ืองโคลนตดิ ล้อแต่ละตอนนำเสนอควำมคดิ เกย่ี วกบั ปัญหำ และอุปสรรคทท่ี ำให้ ประเทศไทยมคี วำมเจริญก้ำวหน้ำช้ำกว่ำที่ควรจะเป็ น โดยนำมำเปรียบเทยี บเป็ นโคลน ๑๒ ตอน ใน ๑๒ เรื่อง ๑ การเอาอย่าง โดยไมต่ ริตรอง ๕ ความเหน็ ผดิ ๒ การทาตนใหต้ ่าตอ้ ย ๖ ถือเกยี รตยิ ศไมม่ มี ลู ๓ การบูชาหนังสอื จนเกนิ เหตุ ๔ ความนยิ มเป็นเสมียน

ความเปน็ มา (ต่อ) บทควำมเร่ืองโคลนตดิ ล้อแต่ละตอนนำเสนอควำมคดิ เกย่ี วกบั ปัญหำ และอุปสรรคทที่ ำให้ ประเทศไทยมคี วำมเจริญก้ำวหน้ำช้ำกว่ำท่คี วรจะเป็ น โดยนำมำเปรียบเทยี บเป็ นโคลน ๑๒ ตอน ใน ๑๒ เร่ือง ๗ ความจนไม่มีจรงิ ๑๐ การคา้ หญงิ สาว ๘ แตง่ งานชัว่ คราว ๑๑ ความหยมุ หยมิ ๙ ความไมร่ บั ผิดชอบของบิดามารดา ๑๒ หลกั ฐานไม่มน่ั คง

พระราชประวตั ผิ ู้ทรงพระราชนพิ นธ์ พระนามเดมิ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชริ าวุธ พระราชโอรสในพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชนิ ีนาถ พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยู่หัว ทรงศกึ ษาวชิ าทหาร ณ โรงเรยี นทหารบกที่แซนด์เฮิสต์ และทรงฝึกวิชาทหารประจํา ณ กรมทหารราบเบาเดอรัม ทรงศกึ ษาด้านประวตั ศิ าสตร์และกฎหมาย ณ มหาวทิ ยาลัยออกซ์ฟอรด์ ทรงตง้ั สโมสรการประพนั ธ์ ชื่อ ทวีปญั ญาสโมสร และออกหนงั สือชอ่ื ทวปี ญั ญา ทรงพระปรีชาสามารถด้านอกั ษรศาสตร์เป็นพเิ ศษ จนทรงมี ผลงานมากกว่า ๒๐๐ เร่ือง และสามารถนพิ นธ์บทละคร เป็นภาษาอังกฤษได้

ลกั ษณะคาประพนั ธ์ บทความรอ้ ยแกว้ มีหลักการเขียนดังน้ี ใช้ถ้อยคาทเ่ี รา้ ความสนใจผอู้ ่าน สรปุ เร่อื งทไ่ี ดก้ ลา่ วมาแล้ว หรอื ข้อคิดเหน็ สว่ นเร่ิม สว่ นเนือ้ เรอ่ื ง ส่วนท้าย ข้อความท่ีบอกข้อควรรู้ ขอ้ เท็จจรงิ ขอ้ คิด

เนื้อเรอ่ื ง เสมียนคือผู้ที่ทําหน้าที่เกี่ยวกับหนังสือ ผู้มีการศึกษานั้นนิยมเป็นเสมียน คือ นิยมเข้ารับราชการ ผทู้ ี่เปน็ เสมียนจงึ ไมส่ นใจกลบั ไปทําการเกษตรในภูมิลําเนาของตน ผู้ท่ีเป็นเสมียนนิยมใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ บคุ คลเหล่านีเ้ ห็นวา่ การทํางานอยา่ งอื่นไม่สมเกียรติยศของตนเองเพราะคนที่ได้รับการศึกษาไม่ควรเสียเวลา ไปทํางานที่ไมร่ หู้ นงั สือก็ทาํ ได้ คนจําพวกน้จี ึงยอมทนใชช้ วี ติ อยูใ่ นกรุงเทพฯ ท้ังท่เี งินเดือนไม่มากแต่ก็จบั จ่าย ใช้ทรัพย์เพ่ือการต่าง ๆ เช่น นุ่งผ้าม่วงสี ดูหนัง กินข้าวตามร้านอาหาร ถ้าคนเรายังมีค่านิยมเห็นว่า การเป็นเสมียนมีศักด์ิศรีสูงกว่าการเป็นชาวนา ชาวสวน หรือพ่อค้า คนก็มักจะใฝ่ทะเยอทะยานอยากเป็น เสมียน เม่ือกระทรวงทบวงการคัดเลือกเสมียนท่ีมีมากเกินความจําเป็นออก บุคคลเหล่านี้จะไม่สามารถไป ทํางานอย่างอ่ืนได้ เพราะเคยเป็นเสมียนมานาน ผู้ท่ีเป็นเสมียนไม่อาจไปเป็นชาวนาได้ด้วย เหตุผล หลายประการ เช่น เห็นว่าไม่สมเกียรติของตน ไม่อาจไปอยู่ตามบ้านนอกได้ ดังนั้นจึงคงอยู่ในเมืองเพ่ือหา ตาํ แหนง่ เสมียนต่อไป แตอ่ ายุมากขนึ้ โอกาสยง่ิ น้อยลง ในตอนท้ายของบทความจบด้วยคําถามกระตุ้นให้คิดว่า สมควรหรือไม่ท่ีจะเปลี่ยนค่านิยม ในการเปน็ เสมยี นแล้วหันไปทํางานอืน่ ๆ ท่ีทาํ ประโยชน์ได้ดกี ว่าการเป็นเสมยี น

คณุ คา่ ดา้ นเนือ้ หา สาระ * คนท่ัวไปนิยมยกย่องอาชีพขา้ ราชการ หรอื ผทู้ ีท่ างานในสานักงาน * มองข้ามความสาคัญของอาชีพอื่น คิดว่าไม่มีเกียรตยิ ศ * หากนาความรูท้ ี่เล่าเรยี นมาพฒั นาบ้านเกิด จะทาใหช้ าตพิ ัฒนาได้ * เมอ่ื มีเสมยี นมากเกนิ ความจาเป็นจะถูกคัดออก แตค่ นเหล่านท้ี างานอยา่ งอนื่ ไมค่ ่อยเป็น * ปลกู ฝังใหมว่ า่ อาชีพทุกอาชพี มีเกียรติเท่าเทียมกนั จึงควร ประกอบอาชพี อ่ืน ๆ ที่เป็นประโยชนต์ อ่ ประเทศชาติ

คณุ ค่าดา้ นเนอ้ื หา (ตอ่ ) กลวิธีการแตง่ * การเขยี นลาดบั เน้อื หาเป็นขน้ั ตอน ทาให้เขา้ ใจงา่ ย ชวนใหน้ า่ ตดิ ตาม * การแบง่ ยอ่ หนา้ ยาวส้ันสลบั กันไป * แต่ละย่อหน้ามีประเด็นสาคญั แสดงเหตุผล และมตี ัวอย่างชดั เจน * แทรกคาถาม เพอื่ กระตนุ้ ให้ผูอ้ ่านคดิ ตาม * จบเรือ่ งดว้ ยคาถามท่ีทาใหผ้ ูอ้ ่านคิดตอ่

คณุ คา่ ด้านวรรณศลิ ป์ การใชโ้ วหาร การสรรคา การใช้ถอ้ ยคาเรยี บ การซ้าคา อุปลกั ษณ์ อปุ มา • การงส่าอื่ ยความท่ี การเนน้ ย้ําแสดง การใช้ข้อความ ตรงไปตรงมา ความหนักแน่นของ เปรียบเทยี บเปรยี บเปรย • ใช้คําทับศัพท์ ทําใหเ้ กดิ ความคล้อยตาม ขอ้ ความ ภาษาองั กฤษ และเหน็ ด้วย

คุณค่าดา้ นสงั คม สะทอ้ นค่านิยมในสังคมไทย ยกยอ่ งการเป็นขา้ ราชการ ผคู้ นเลือกใชช้ วี ิตในเมอื งหลวง มากกวา่ กลบั ภมู ลิ าเนา ผ้ปู ระกอบอาชพี เสมยี นมักใช้จ่ายสรุ ยุ่ สุรา่ ย เกินฐานะ เพอื่ หน้าตาทางสงั คม

คณุ ค่าด้านสังคม สะท้อนขอ้ คดิ ทใี่ ช้ในการดาเนินชวี ติ ไมค่ วรลืมรากเหง้าของตนเอง ไม่ดูถูกอาชพี อน่ื ๆ โดยเฉพาะ เกษตรกรรม ไม่ใชจ้ ่ายสุรุ่ยสุรา่ ย เกินฐานะตนเอง การนาความรู้ที่มไี ปใช้ให้เกดิ ประโยชน์ ช่วยพฒั นาประเทศชาตใิ หก้ า้ วหน้า

ตวั อย่างเน้ือหา “ . . . ท่ ำ น ท้ัง ห ล ำ ย จ ะ ช่ ว ย ไ ด้เ ป็ น อัน ม ำ ก ด้วยควำมเห็นของท่ำน เพรำะว่ำถึงแมพ้ วกหนุ่ม ๆ น้ัน จะมีควำมคิดเห็ นว่ำตัวสำคัญปำนใด ก็คงจะต้อง ฟังควำมเห็นของผอู้ ่ืน ถำ้ ควำมเห็นของสำธำรณชนเห็นว่ำ ชำวนำชำวสวน พ่อคำ้ และช่ำงต่ำง ๆ มีเกียรติยศเสมอ เสมียน และไม่ยกเสมียนข้ึนลอยไวใ้ นท่ีอนั สูงเกินกวำ่ ควร กจ็ ะเป็นประโยชน์ช่วยเหลือไดม้ ำก...”

บรรณานุกรม กระทรวงศึกษำธิกำร. (๒๕๕๕). ประวตั ิวรรณคดี เล่ม ๑. พิมพค์ ร้ังท่ี ๒. กรุงเทพฯ: สกสค.ลำดพร้ำว. ________. (๒๕๕๖). ประวตั ิวรรณคดี เล่ม ๒. พิมพค์ ร้ังที่ ๒. กรุงเทพฯ: สกสค.ลำดพร้ำว. ________. (๒๕๕๖). วรรณคดวี จิ ักษ์ ช้ันมัธยมศึกษำปี ท่ี ๕. พมิ พค์ ร้ังท่ี ๔. กรุงเทพฯ: สกสค.ลำดพร้ำว. ศำนติ ภกั ดีคำ และพอพล สุกใส. (ม.ป.ป). ประวตั วิ รรณคดี ม.๔-ม.๖ เล่ม ๑. พิมพค์ ร้ังที่ ๓. กรุงเทพฯ: อกั ษรเจริญทศั น์ อจท. ________. (ม.ป.ป). ประวตั วิ รรณคดี ม.๔-ม.๖ เล่ม ๒. พมิ พค์ ร้ังที่ ๒. กรุงเทพฯ: อกั ษรเจริญทศั น์ อจท.

อนั ควำมคดิ วทิ ยำเหมอื นอำวุธ ประเสริฐสุ ดซ่ อนใส่ เสียในฝัก สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลยั สุนทรภู่


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook