โครงงาน IS (IS30201) เรื่องโครงงานสเปรยส์ มุนไพรปรับอากาศ จดั ทาโดย 1.นางสาวชญั ญา วิเชยละ เลขท่ี2 2 นาย เจษฏากร บุพบุศ เลขท่ี5 3.นางสาว วราลี เตชนนั ท์ เลขที่6 4.นางสาว กนกภรณ์ เขียวปัญญา เลขที่8 5.นางสาว บณั ฑิตา ยะเเสง เลขท่ี12 6.นาย พีระพล อุดนนั เลขท่ี36 เสนอ คุณครู ดารงค์ คนั ธะเรศย์ โรงเรียนปัว อาเภอปัว จงั หวดั น่าน สงั กดั เขตพ้ืนท่ีการศึกษา มธั ยมศึกษาน่าน กระทรวงศึกษาธิการ
ก โครงงานเรื่อง สเปรยส์ มุนไพรปรับอากาศ ผทู้ าโครงงาน 1.นางสาวชญั ญา วเิ ชยละ 2 นาย เจษฏากร บุพบุศ 3.นางสาว วราลี เตชนนั ท์ 4.นางสาว กนกภรณ์ เขียวปัญญา 5.นางสาว บณั ฑิตา ยะเเสง 6.นาย พีระพล อุดนนั รายวชิ า IS (IS30201) ปี การศึกษา 2564 ครูที่ปรึกษา คุณครู ดารงค์ คนั ธะเรศย์ บทคดั ยอ่ เนื่องจากในปัจจุบนั กล่ินที่ไม่ตอ้ งการ และมีกล่ินที่ไม่พงึ ประสงค์ เราจึงตอ้ งคิดคน้ สเปรยท์ ่ีทาจากสมุนไพรเพ่ือดบั กล่ินไม่พงึ ประสงค์ และตอ้ งมีความปลอดภยั เราจึงศึกษาสมุนไพร 3 ชนิดน้ี มา 1.ตะไคร้ 2.ใบเตย 3.มะกรูด แลว้ จึงไดท้ าสเปรยส์ มุนไพรปรับอากาศมีข้นั ตอนในการทาท่ีปลอดภยั และมีความสะอาด และมีประสิทธิภาพ
ข กติ ตกิ รรมประกาศ โครงงานวทิ ยาศาสตร์เรื่อง สเปรยส์ มุนไพรปรับอากาศ เพ่อื ทดลองประสิทธิภาพของสมุนไพรในการดบั กลิ่น เหมน็ อบั ต่างๆ โดยไดร้ ับคาปรึกษาจาก อาจารยจ์ ิตสถา เตชะทวกี ลุ และอาจารยอ์ าทิตย์ จนั ทร์ดี ที่ไดใ้ ห้ คาปรึกษาในการทาโครงงานและการทารูปเล่มโครงงาน คณะผจู้ ดั ทา ขอขอบคุณทุกท่านดงั ที่ไดก้ ล่าวมาขา้ งตน้ และท่ีไม่ไดก้ ล่าวถึงไว้ ณ ที่น้ีเป็นอยา่ งสูง คณะผ้จู ดั ทา
ค คานา โครงงานเรื่องน้ีจดั ทา ข้ึนเพื่อใหร้ ู้จกั รถึงการใชส้ มุนไพรใหเ้ กิดประโยชนต์ ่อ ชีวิตประจาวนั ของคนในปัจจุบนั โครงงานเล่มน้ีเป็นโครงงานวทิ ยาศาสตร์ซ่ึงจดั ทาเพ่อื ศึกษาเร่ืองเก่ียวกบั การใชส้ มุนไพร ทอ้ งถิ่นใหเ้ กิดประโยชน์ เพือ่ ท่ีจะสามารถนามาใชก้ บั ชีวิตประจาวนั โดยผจู้ ดั ทาไดอ้ อกศึกษา คน้ ควา้ จากอินเทอร์เนต็ และจากคนในชุมชน ผจู้ ดั ทาไดค้ วามรู้เรื่องการทาสเปรยส์ มุนไพรปรับ อากาศจึงไดจ้ ดั ทาข้ึนมา โดยหวงั เป็นอยา่ งยงิ่ วา่ รายงานเล่มน้ีจะมีประโยชน์ต่อผทู้ ี่คิดจะศึกษาการสมุนไพรไทย ไม่ มากกน็ อ้ ย ขอขอบคุณ คณะผจู้ ดั ทา
สารบญั ง เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ก กติ ติกรรมประกาศ ข คานา ค สารบญั ง บทท่ี 1 บทนา 1 ทม่ี าและความสาคัญ 1 วตั ถุประสงค์ของโครงงาน 1 ขอบเขตของโครงงาน 1 สมมตฐิ าน 1 ตวั แปรทศ่ี ึกษา 1 นิยามศัพท์เฉพาะ 2 บทท่ี 2 เอกสารและงานวจิ ัยทเี่ กยี่ วข้อง 8 บทท่ี 3 วธิ ีดาเนินการทดลอง 13 บทท่ี 4 ผลการ 15 บทที่ 5 สรุป อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ 15 เอกสารอ้างองิ
1 บทท่ี 1 บทนา 1.1 ที่มาและความสาคญั ปัจจุบนั น้ี สงั คมของเรามกั ประสบปัญหากบั มลภาวะที่มีกลิ่นไมพ่ ึงประสงค์ เช่น ภายในหอ้ ง ในรถยนต์ โดยเฉพาะในเขตชุมชน เมือง ที่ผคู้ นอาศยั กนั อยา่ งแออดั ซ่ึงมีปัญหา ขยะเน่าเสียส่งกลิ่นเหมน็ ใหก้ บั ชุมชน โรงเรียน มีการใชห้ อ้ งน้าร่วมกนั ของ นกั เรียน แลว้ ขาดการรักษาความสะอาด ทาใหห้ อ้ งน้านกั เรียน มีกลิ่นเหมน็ ไม่น่าใช้ ปัญหาเหลา่ น้ี ทาใหผ้ คู้ นหนั มา ซ้ือสเปรยป์ รับ อากาศ ตามทอ้ งตลาด มาใชซ้ ่ึงจะมีราคาแพงและมีส่วนผสมของ สารเคมีซ่ึงทาใหเ้ กิด อนั ตรายต่อสภาพแวดลอ้ ม คณะผจู้ ดั ทาจึงศึกษาสมุนไพร ท่ีหาง่ายในทอ้ งถิ่นและ เป็นสมุนไพรท่ีมีกลิ่นหอม มีสรรพคุณช่วยดบั กลิ่นคาว หรือกลิ่นเหมน็ ได้ แถมกล่ินของสมุนไพร ยงั สามารถช่วยไล่ยงุ และกาจดั ยงุ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี มาทาเป็นสเปรยส์ มนุ ไพรปรับ อากาศ ท่ีจะจดั ทาข้ึนมี ประโยชน์ 2 ต่อ และมีผลิตภณั ฑท์ ี่ราคาไม่แพงตน้ ทุนต่า เพราะทามาจากสมุนไพรพ้ืนบา้ น 1.2 จุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า 1. เพ่ือเปรียบเทียบความสามารถในการกาจดั กล่ินของสารสกดั ใบเตย ผิวมะกดู และใบตะไคร้หอม 2. เพ่ือสารวจความคิดเห็นเก่ียวกบั ความสามารถในการกาจดั กล่ินของสารสกดั จากใบเตย ผวิ มะกดู และใบตะไคร้ 3. เพื่อเพิ่มคุณค่าของสมนุ ไพรในทอ้ งถ่ิน 1.3 ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า ระยะเวลาท่ีใชใ้ นการศึกษา ต้งั แต่เดือน มิถนุ ายน ถึงเดือนสิงหาคม 2558 1.4 สมมตฐิ าน 1.สเปรยส์ มนุ ไพรปรับอากาศ จากสารสกดั ตะไคร้ สามารถกาจดั กลิ่นไดด้ ีกวา่ สารสกดั จากใบเตยและใบมะกรูด ไดด้ ีกวา่ ตามลาดบั 2.ผใู้ ชม้ ีความพึงพอใจกบั สเปรยส์ มนุ ไพรปรับอากาศจาก ตะไคร้ ใบเตย ใบมะกรูด เป็นอนั ดบั หน่ึง,สอง,สาม ตามลาดบั 1.5 ตวั แปร ตอนที่ 1 การศึกษาในความสามารถในการกาจดั กลิ่นของสเปรยส์ มุนไพรปรับอากาศจากสารสกดั สมนุ ไพรชนิดต่างๆ ตวั แปรตน้ สารสกดั จากสมุนไพร ใบเตย ผิวมะกรูด ตน้ ตะไคร้หอม ตวั แปรตาม ความสามารถในการกาจดั กล่ิน ตวั แปรควบคุม ปริมาณของสมุนไพร และแอลกอฮอล์ ตอนท่ี 2 การศึกษาความคิดเห็นเก่ียวกบั ความพึงพอใจของผใู้ ชส้ เปรยส์ มนุ ไพรปรับอากาศจากสารสกดั สมุนไพรชนิดต่างๆ ตวั แปรตน้ สเปรยส์ มุนไพรสามกล่ินชนิดคือ กล่ินตะไคร้,กล่ินใบเตย,กลิ่นใบมะกรูด ตวั แปรตาม ผใู้ ชม้ ีความคิดเห็นอยา่ งไรกบั สเปรยสมนุ ไพรปรับกาอาศท้งั สามชนิด ตวั แปรควบคุม ควบคุม เวลาในการใชส้ เปรยส์ มุนไพรปรับอากาศ 1.6 นยิ ามศัพท์เฉพาะ ความสามารถในการกาจดั กล่ิน หมายถึง การปรับกลิ่นหรือปรับอากาศอากาศใหด้ ีข้ึนทาใหก้ ลิ่นเก่าๆหายไป
2 บทที่ 2 เอกสารท่ีเกยี่ วข้อง 1 .พืชสมนุ ไพร สมุนไพร (Medicinal Plant หรือ Herb) กาเนิดจากธรรมชาติและมีความหมายต่อชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะในมิติทาง สุขภาพ 2. ข้อมลู พืชสมนุ ไพรที่นามาใช้ในการทดลอง ในการหาวธิ ีการในการทาสเปรยก์ าจดั กล่ิน ท่ีไม่พึงประสงคใ์ นหอ้ งต่างๆ ผทู้ ่ีสนใจใน ดา้ นสุขภาพ ไดห้ นั มาใชพ้ ืชสมนุ ไพรพ้ืนบา้ นท่ีมีอยทู่ วั่ ไปในครัวเรือนแทนการใชส้ ารเคมีท่ีมีราคาสูง เพราะสมุนไพรสามารถหาได้ ง่ายและสามารถปลูกเองได้ และเป็นการช่วยลดตน้ ทุนในการผลิตและการเพาะปลูกไดอ้ ีก ท้งั ยงั ส่งผลดา้ นสุขภาพและความปลอดภยั ของผบู้ ริโภค สมุนไพรท่ีสามารถนามาใชใ้ นการทาสเปรยส์ มุนไพรปรับอากาศ 2.1 ตะไคร้ : Ta khrai (ตะไคร้เป็ นได้ท้งั พืชเคร่ืองเทศและสมุนไพร) ภาพที่ 2.1 แสดงลกั ษณะตะไคร้ ที่มา : สมนุ ไพรกบั วฒั นธรรมไทย ตอนท่ี 2 ไมร้ ิมร้ัว, 2542 ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Cymbopogon citrates (DC.ex Nees) Stapf. ชื่อวงศ์ Gramineae ชื่อองั กฤษ Lemon grass , Citronella, West Indian lemongrass, Fever grass, Oil grass ชื่ออ่ืนๆ คมหอม (ฉาน, เง้ียว-แมฮ่ ่องสอน) ไคร (ใต,้ มาเลย)์ จะไคร (ภาคเหนือ) เชิดเกย เสลอะเกรย (สุรินทร์) ห่อวอตะโป (กะเหร่ียง- แมฮ่ ่องสอน) หวั สิงไค (เขมร - ปราจีนบุรี) ส่วนที่ใช้ ราก ลาตน้ ใบ เหงา้ สารที่พบ นา้ มนั หอมระเหย มีประมาณ 0.16% นา้ มนั หอมระเหย เช่น citral eugenol, geraniol,inalool,camphor 2.1.1 คุณสมบัติ
3 2.1. 1.1 แกท้ อ้ งอืด ทอ้ งเฟ้อ แน่นจุกเสียด ขบั ลม แกอ้ าการเกร็งและขบั เหงื่อ 2.1.1.2 เป็นยาขบั ปัสสาวะ แกน้ ่ิว แกป้ ัสสาวะพิการ แกป้ ัสสาวะเป็นเลือด 2. 1.1.3 ลดความดนั โลหิตสูง 2.1.1.4 ใชป้ รุงแต่งกล่ินรสอาหาร ใชด้ บั กลิ่นคาวของอาหาร ใชเ้ ป็นส่วน ผสมในเคร่ืองแกงต่าง ๆ 2.1.2 ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ ตะไคร้เป็นพืชใบเล้ียงเด่ียวประเภทลม้ ลุก เจริญเติบโตรวมอยเู่ ป็นกอ ใบและหวั มีกล่ินหอม ราก เป็นระบบรากฝอย ลาตน้ อยบู่ นดินรวมกนั เป็นกอแน่น มีสีเขียวและม่วงออ่ น ลาตน้ เป็นรูปทรงกระบอก มีลกั ษณะแขง็ เกล้ียง ตามปลอ้ งมกั มีไขปกคลุม ลาตน้ สูงไดถ้ ึง 1 เมตร ใบ เป็นใบเด่ียว มีลกั ษณะยาวเรียวคลา้ ยใบขา้ ว ใบรูปขอบขนานแคบ ใบกวา้ งประมาณ 2 เซนติเมตร ยาวไดถ้ ึง 100 เซนติเมตร ปลาย ใบแหลม ผวิ ใบท้งั สองดา้ นมีลกั ษณะสากมือ เสน้ กลางใบแขง็ ตรงรอยต่อระหวา่ งกากใบและตวั ใบมีเกลด็ บางๆ ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร ตามขอบใบมีขนเลก็ นอ้ ยดอก ออกเป็นช่อขนาดใหญ่ ช่อดอกยอ่ ยมีกา้ นออกเป็นคู่ ๆ แต่ละคู่รองรับดว้ ยใบประดบั ช่อ ดอก ยอ่ ยประกอบดว้ ยดอกยอ่ ยออกเป็นคู่ ๆ ดอกหน่ึงมีกา้ นอีกดอกหน่ึงไม่มีกา้ น ภายในดอกยอ่ ยแต่ละดอกประกอบดว้ ยดอกเลก็ ๆ 2 ดอก ดอกลา่ งลดรูปมีเพียงเกลีบเดี่ยวโปร่งแสง ปลายแหลมเรียว ดอกบน ในดอกยอ่ ยที่ไม่มีกา้ นจะเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ส่วนดอกบนของ ดอกยอ่ ยท่ีมีกา้ นจะเป็นดอกเพศผหู้ รือเป็นหมนั ผล มีขนาดเลก็ เปลือกบาง ๆ ห่อหุม้ เมลด็ มีแป้งสะสมค่อนขา้ งมาก 2.1.3 สภาพแวดล้อมทเ่ี หมาะสม ตะไคร้เป็นพืชท่ีปลกู ง่าย งอกงามดีในดินเกือบทุกชนิด ยกเวน้ ดินเหนียว 2.1.4 นิเวศวทิ ยา แหลง่ กาเนิดท่ีแน่นอนไม่ทราบแน่ชดั คาดวา่ น่าจะเป็นมาเลเซีย ตะไคร้เป็นพืชที่รู้จกั และปลูกในหลาย ๆ ประเทศในเอเชียใต้ และ เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ ต่อมามีการนาไปยงั อเมริกาใตแ้ ละกลางและไปยงั มาดากสั การ์ หมเู่ กาะใกลเ้ คียงจนกระทงั่ ในอฟั ริกา ปัจจุบนั มีการปลูกทวั่ ไปในเขตร้อนและก่ึงร้อน อินเดียและใกลเ้ คียง หมเู่ กาะของประเทศศรีลงั กา คาบสมุทรมาเลย์ แลว้ แพร่กระจายไปปลูก ในประเทศเขตร้อนและก่ึงเขตร้อนในทวีปเอเชีย อเมริกา อฟั ริกา และอ่ืนๆ ตะไคร้ข้ึนในที่โลง่ แจง้ ดินร่วนทวั่ ๆ ไปในประเทศไทย ปลูกเป็นพืชผกั สวนครัว หรือการคา้ (ก่องกานดา ชยามฤต, 2540)
4 2.2 มะกรูด : Ma krud (เป็นไดท้ ้งั พืชเคร่ืองเทศและสมุนไพร) ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Ciirus hystrix SC. ช่ือสามญั Porcupine Orange,Kiffir Lime,Leech Lime ชื่อวงศ์ Rutaceae ชื่อองั กฤษ Leech Lime, Mauritius Papeda, Kaffir Lime, Porcupine Orange ช่ืออ่ืนๆ มะขดู มะขนุ (ภาคเหนือ), สม้ กรูด สม้ มว่ั ผ(ี ภาคใต)้ , โกร้ยเขียด (เขมร), มะขู (กะเหรี่ยง - แมฮ่ ่องสอน) ส่วนท่ีใช้ ผล ผิวของผลและใบ สารที่พบ กรด Citric ในนา้ ของผลมะกรูด และนา้ มนั หอมระเหย citronellal ท่ีพบในผิวของผลและพบท่ีใบและดอก 2.2.1 คุณสมบัติ 2.2.1.1 ใชเ้ ป็นยาหรือส่วนผสมของยาต่างๆ คือ นา้ ในผลแกอ้ าการทอ้ งอืด ช่วยใหเ้ จริญอาหาร นา้ มะกรูดใชด้ องยา เพื่อใชฟ้ อกเลือดและบารุงโลหิตสตรี ใบมะกรูดใชเ้ ป็นยาขบั ลมในลาไส้ แกจ้ ุกเสียด ผล มะกรูดที่ควา้ นไสอ้ อกนามหาหิงคุใ์ ส่แทนใชเ้ ป็นยาขบั ลมแกป้ วดทอ้ งในเด็กออ่ น 2.2.1.2 ใชใ้ นอตุ สาหกรรมเครื่องหอมและเครื่องสาอางต่างๆ 2.2.1.3 กรด Citric ช่วยขจดั คราบสบู่ (ด่าง) ที่หลงเหลืออยทู่ าใหผ้ มหวีง่าย นา้ มนั จากผวิ มะกรูดช่วยใหผ้ มดกเป็นเงางาม 2.2.2 ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์
5 2.2.2.1 ลาตน้ มะกรูดเป็นไมย้ ืนตน้ ขนาดเลก็ แตกกิ่งกา้ นสาขามากมาย ปลกู ไวค้ ร้ังเดียวกม็ ีชีวติ อยไู่ ดน้ านปี ลาตน้ และก่ิงมีหนาม แหลม 2.2.2.2 ใบ เป็นใบประกอบที่มีใบยอ่ ยเพียงใบเดียว มีกา้ นใบแผอ่ อกใหญ่ เท่ากนั กบั แผ่นใบ ทาใหเ้ ห็นใบเป็นสองตอน ใบค่อยขา้ ง หนาสีเขียวแก่ ใบมีกลิ่นหอมมากเพราะมีต่อมนา้ มนั 2.2.2.3 ดอก ดอกเดี่ยวสีขาวมกั จะอยเู่ ป็นกระจุก 3-5 ดอกกลีบดอกร่วงง่าย 2.2.2.4 ผล เป็นผลเด่ียว รูปร่างของผลมีหลายแบบแลว้ แต่ พนั ธุ์ บางพนั ธุ์มี ผลขนาดใหญ่ บางพนั ธุม์ ีผิวของผลขรุขระและมีจุกที่หวั ผล บางพนั ธุ์ผลมีขนาดเลก็ บางพนั ธุ์มีผิวของผลเรียบ 2.2.3 สภาพแวดลอ้ มท่ีเหมาะสม พ้ืนที่ปลูกมะกรูดควรเป็นพ้ืนที่ซ่ึงนา้ ไม่ท่วม ดินมีการระบายนา้ ดี ปกติ มะกรูดตอ้ งการนา้ เพื่อการเจริญเติบโตพอสมควรถา้ ขาดนา้ เสีย แลว้ จะทาใหพ้ ืชเห่ียวเฉา และเจริญ เติบโตชา้ ผลไมด่ ก ขนาดและคุณภาพของผลไม่ดี
6 2.3 ใบเตย : Bai Turi (เป็นไดท้ ้งั พืชเครื่องเทศและสมุนไพร) ช่ือวทิ ยาศาสตร์: Pandanus amaryllifolius Roxb. ชื่อวงศ์: PANDANACEAE ชื่อสามญั : Pandanus ลกั ษณะท่วั ไป: ต้น ไมพ้ ุม่ ขนาดเลก็ เจริญเติบโตลกั ษณะเป็นกอ มีลาตน้ เป็นเหงา้ อยใู่ ตผ้ วิ ดิน ลาตน้ ติดดิน ออกรากตามขอ้ ของลาตน้ ไดเ้ ม่ือลาตน้ ยาวมากข้ึนใชเ้ ป็นรากค้ายนั ใบ เป็นใบเด่ียวเรียงสลบั เวียนเป็นเกลียวข้ึนไปจนถึงยอด ลกั ษณะใบยาวเรียวคลา้ ยใบหอก ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบเป็น มนั เสน้ กลางใบเวา้ ลึกเป็นแอ่ง ถา้ ดูดา้ นทอ้ งใบจะเห็นเป็นรูปคลา้ ยกระดูกงูเรือ ดอก เป็นดอกช่อแบบ สแปดิก(spadix) ดอกยอ่ ยแยกเพศและแยกตน้ ไม่มีกลีบเล้ียงและกลีบดอก ฝัก/ผล ผลขนาดเลก็ ส่วนใหญไ่ มเ่ กิดดอกและผล เป็นเตยเพศผู้ การปลูก: ตามริมคูน้าบริเวณท่ีน้าขงั แฉะ หรือที่ดินช้ืน การดแู ลรักษา: ชอบแสงแดดราไร แต่กท็ นต่อแสงแดดจดั การขยายพนั ธ์ุ: ปักชาลาตน้ หรือกิ่งแขนง ส่วนท่มี กี ลิน่ หอม: ใบ การใช้ประโยชน์: - ไมป้ ระดบั - สมุนไพร - ใชเ้ ป็นภาชนะห่อและใส่เพ่ือปรุงกลิ่น อาหาร คาวหวาน และยงั เป็นพนั ธุท์ ี่ชาวสวนปลูกตดั ใบออกจาหน่ายเป็นการคา้ ถน่ิ กาเนดิ : เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
7 สรรพคุณทางยา: - ใชใ้ บเตยสดเป็นยาบารุงหวั ใจ ใหช้ ุ่มชื่นช่วยลดอาการกระหายน้า - รากใชเ้ ป็นยาขบั ปัสสาวะ ใชร้ ักษาเบาหวาน
8 บทที่ 3 วสั ดอุ ุปกรณ์,สารเคมใี นการทดลองและวธิ ีการทดลอง 3.1 วสั ดุอปุ กรณ์ และวิธีการทดลอง อปุ กรณ์และสารเคมี อปุ กรณ์ 1.หมอ้ 2.กรวย 3.ขวดสเปรย์ 4.ภาชนะตวง วสั ดุและสารเคมี 1.ตะไคร้ 1 ขีด 2.ใบมะกรูด 1 ขีด 3.ใบเตย 1 ขีด 4.แอลกอฮอร์ 200 มิลลิลิตร (เจือจาง 70%) 3.2 วธิ ีการทดลอง 1.นาใบเตย ตะไคร้หอม ใบมะกรูดมาหนั่ เป็นชิ้นเลก็ ๆ(เพ่ือใหส้ มุนไพรสามารถออกกล่ินไดเ้ ร็วกวา่ การที่ตม้ โดยไม่หน่ั ) ใบเตย ตะไคร้
9 ใบมะกรูด 2.นาสมุนไพรท้งั 3 ชนิดลงไปตม้ ชนิดละ 1 ขีด ต่อน้า 800 มิลลิลิตร และแอลกอฮอร์ 200 มิลลิลิตร ตม้ ใบเตยกบั น้าและแอลกอฮอร์ ตม้ ตะไคร้หอมกบั น้าแอลกอฮอร์ ตม้ ใบมะกรูดกบั น้าและแอลกอฮอร์
10 3. ทิ้งไวใ้ หเ้ ยน็ แลว้ กรองกากสมนุ ไพรออก กรองใบเตย กรองตะไคร้ กรองใบมะกรูด
11 4.จะไดน้ ้าสมนุ ไพรท่ีกรองแลว้ น้าสมนุ ไพรตะไคร้ น้าสมุนไพรใบเตย น้าสมุนไพรใบมะกรูด
12 5.นาน้าสมุนไพรท้งั สาม บรรจุใส่ขวดสเปรย์ 3 : 2.2 วิธีการทดสอบความสามารถในการกาจดั กลิ่นของสเปรยส์ มนุ ไพรปรับอากาศจากสารสกดั จากสมุนไพรชนิดต่างๆ 1. หาผทู้ ดลอง 15-20 คน มาดมกล่ินในหอ้ งที่จดั เตรียมใหแ้ ละมีกล่ินอบั 2. นาสเปรยส์ มนุ ไพรฉีดในหอ้ ง 3. ใหผ้ ทู้ ดลองลองสูดดมอากาศในหอ้ งอีกคร้ัง 4. สอบถามความคิดเห็นของผทู้ ดลอง 3 : 2.2 วธิ ีการสารวจความพึงพอใจของผใู้ ชส้ เปรยส์ มุนไพรปรับอากาศ จากสารสกดั จากสมุนไพรชนิดต่างๆ 1. หาผทู้ ดลองมาประมาณ 30 คน 2. นาสเปรยส์ มนุ ไพรใหผ้ ทู้ ดลองใช้ 2- 3 คร้ัง 3. ทาแบบสอบถาม 4. นาแบบสอบถามใหผ้ ทู้ ดลองแสดงความคิดเห็น 5. รวบรวมขอ้ มลู จากแบบสอบถาม
13 บทท่ี 4 ผลการทดลอง จากการทดลองเร่ือง สเปรยส์ มุนไพรปรับอากาศทาใหค้ ณะผจู้ ดั ทาไดส้ ารวจประสิทธิภาพของสเปรยส์ มนุ ไพรปรับ อากาศในสถานที่เดียวกนั จากการเปรียบเทียบประสิทธิภาพจะเห็นไดด้ งั น้ี 4.1 ผลการทดสอบกลนิ่ ของสเปรย์สมุนไพร ชนิดของสมุนไพร ผลการทดลอง คร้ังท่ี2 คร้ังที่1 คร้ังที่3 1.ใบเตย มีกล่ินเลก็ นอ้ ย มีกล่ินเลก็ นอ้ ย มีกล่ิน 2.ตะไคร้ มีกลิ่นเลก็ นอ้ ย มีกลิ่นเลก็ นอ้ ย มีกลิ่น 3.ใบมะกรูด มีกลิ่นเลก็ นอ้ ย มีกลิ่นเลก็ นอ้ ย มีกลิ่น
1.2 ผลการสารวจความคดิ เห็น 14 เพศ ชาย 50% หญิง 50% อาชีพ นกั เรียน 30% ข้าราชการ 36% รับจ้าง 17% เกษตรกร 17% นอ้ ยท่ีสุด อายุ 10- 20 ปี 30% 21 – 30 ปี 3% 31- 40 ปี 16% 40 ปี ขนึ้ ไป 41% _ _ ลา หวั ขอ้ ที่สอบ ความพึงพอใจของผใู้ ชเ้ ปอร์เซ็น _ ดบั ถาม _ _ มากท่ีสุด มาก ปานกลาง นอ้ ย _ _ 1 กล่ินของสเปรย์ 70.00 23.33 6.67 _ _ มีกล่ินหอมของ 43.33 สมนุ ไพร 50.00 36.67 20.00 _ 23.33 2 ขนาดของขวด 40.00 26.67 23.33 _ สเปรยจ์ บั ถนดั 33.33 56.67 20.00 _ มือ 46.67 40.00 20.00 _ 40.00 46.76 20.00 _ 3 ข้นั ตอนการผลิต 23.33 30.00 _ มีความปลอดภยั 26.67 33.33 _ 4 สเปรยส์ ามารถ ปรับอากาศไดจ้ ริง 5 สเปรยท์ ี่ใชม้ ีอายุ การใชง้ านนาน 6 กลิ่นของสมนุ ไพร ดบั กลิน่ อบั ได้ 7 ไม่ทาใหเ้ กิดผนื่ คนั ตามร่างกาย 8 จดั เก็บไดส้ ะดวก
15 บทที่ 5 สรุปผลการทดลอง 5.1 สรุปผลการทดลอง จากการทดลองพบวา่ สเปรยส์ มุนไพรปรับอากาศจาก ใบเตย ตะไคร้หอม และใบมะกรูดมรความสามารถในการดบั กลิ่นได้ โดยประสิทธิภาพของการดบั กล่ินน้นั ข้ึนกบั จานวนคร้ังที่ฉีดพ่น และกลิ่นจะคงอยเู่ พียงระยะเวลาหน่ึงเท่าน้นั และจากการสารวจ ความคิดเห็นของผลิตภณั ฑพ์ บวา่ กลุ่มตวั อยา่ งมีความพึงพอใจในประสิทธิภาพของการผลิตภณั ฑใ์ นระดบั มากที่สุดอยทู่ ี่ร้อยละ 43.33, ระดบั มากร้อยละ 35 และมีความพึงพอใจปานกลางอยทู่ ่ีร้อยละ 21.67 นอกจากน้ีสามารถเพ่ิมประโยชนใ์ หก้ บั สมุนไพรในทอ้ งถิ่นได้ อีกดว้ ย 5.3 ข้อเสนอแนะ 1 การทดลองในคร้ังน้ีเป็นการทดลองเปรียบเทียบ อาจสามารถเพิ่มสมุนไพรท่ีสามารถช่วยไดก้ ลิ่นอ่ืนๆ ได้ 2 ในการสกดั น้ามนั หอมระเหยควรระมดั ระวงั การใชแ้ อลกอฮอลเ์ พราะเป็นสารติดไฟไดง้ ่าย 3.ในการทาการทดลองควรอยใู่ นความดูแลของครู หรือ ผทู้ ่ีมีความรู้เกี่ยวกบั การใชส้ ารเคมี 4. ผลจากการใชง้ านจะมีระยะเวลาเพียงชวั่ ครู่ อาจเพิ่มประสิทธิภาพการสกดั ใหด้ ีข้ึนเพ่ือใหไ้ ดน้ ้ามนั หอมระเหยที่บริสุทธ์ิมากยิง่ ข้ึน เพ่ือทาใหก้ ล่ินคงอยนู่ าน เอกสารอ้างองิ ก่องกานดา ชยามฤต. สมนุ ไพรไทย ตอนท่ี 6. กรุงเทพฯ. 2540. ตะไคร้.[online]. Available from http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_25.htm [2014 September 9] รุ่งรัตน์ เหลืองนทีเทพ. พืชเครื่องเทศและสมุนไพร. พิมพค์ ร้ังที่ 1. กรุงเทพฯ : โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮาส์ , 2540. สมุนไพรกบั วฒั นธรรมไทย ตอนท่ี 2 ไมร้ ิมร้ัว. กรุงเทพฯ : สถาบนั การแพทยแ์ ผนไทย กรมการ แพทยก์ ระทรวง สาธารณสุข, 2552.
Search
Read the Text Version
- 1 - 24
Pages: